ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทนายสงกานต์"

สังคม
08 พ.ย. 62

ร้องกระทรวงยุติธรรม รับคดีจับลิขสิทธิ์กรรโชกทรัพย์เหยื่อเป็นคดีพิเศษ!

จากกรณีที่เด็กหญิงอายุ 15 ปี ถูกตัวแทนลิขสิทธิ์บริษัทการ์ตูนแห่งหนึ่ง ล่อซื้อจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เนื่องจากประดิษฐ์กระทงขายโดยติดรูปการ์ตูนชื่อดัง โดยตัวแทนลิขสิทธิ์ เรียกเงินจำนวน 50,000 บาท เพื่อและกับการไม่ดำเนินคดี และได้มีการเจรจาต่อรองจนเหลือ 5,000 บาท ตัวแทนลิขสิทธิ์จึงยอมถอนแจ้งความ จนกลายเป็นกระเเสวิพากวิจารณ์อย่างหนักในสังคมออนไลน์   ล่าสุดนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ในฐานะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวน การยุติธรรม ได้เข้ายื่นหนังสือถึงนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอให้พิจารณา ให้ทางปปท., ปปช.,ปปง. ร่วมตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่และการทำธุกรรมของตำรวจที่เกี่ยวข้องว่ามีการทุจริตและประพฤติมิชอบหรือไม่และให้พิจารณารับคดีละเมิดลิขสิทธิ์ที่มีพฤติการณ์ร่วมกันกระทำเป็นกระบวนการในการข่มขู่กรรโชกทรัพย์ฯรับเป็นคดีพิเศษ พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจท้องที่เกิดเหตุที่จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดอื่นๆ ทั่วราชอาณาจักร   ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หลังได้รับหนังสือ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า จะประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะดำเนินการกับส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมอบหมายให้ศูนย์ยุติธรรมสร้างสุข ผ่านร.ต.ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

 118
แชร์ออฟเดอะเดย์
04 ต.ค. 62

ฉาว! 2 สาว 'กาฟิวส์-ปลาทู' โชว์เปลือยกายนัวเนียกันบนเวทีมวย 'ทนายสงกานต์' วอนปชช. แจ้งเบาะแส

เพจเตะผ่าหมาก-สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่เวทีมวยแห่งหนึ่ง โดยบนเวทีมีหญิงสาว 2 คน เปลือยท่อนบน ท่อนล่างใส่เพียงกางเกงชั้นใน เต้นยั่วยวนในทางกามอารมณ์ พร้อมระบุข้อความว่า เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ถามถึงสมาคมมวยฯ นักกีฬามวย และประชาชน ว่ารู้สึกอย่างไรเมื่อเห็นคลิปดังกล่าว   ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ เผยว่า คลิปดังกล่าว มีผู้ร้องเรียนเข้ามาทางเพจ แต่ไม่ทราบว่าเหตุเกิดที่ใด ทราบเพียงว่า 2 สาวพริตตี้ที่เต้นอยู่บนเวทีมวย ใช้นามว่าน้องกาฟิวส์ และน้องปลาทู   จากการตรวจสอบได้รับเบาะแสว่า เหตุเกิดที่พื้นที่ภาคตะวันออก ในจังหวัดท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง เหตุเกิดเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งการกระทำดังกล่าวผิดกฏหมายอาญาฐานกระทำในลักษณะลามกอนาจาร และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยจะต้องเอาผิดกับ 2 สาวพริตตี้ ผู้ที่จัดงาน และผู้ที่สนับสนุนยุยงส่งเสริม ซึ่งถ้าพบว่าตำรวจในท้องที่รับทราบแต่ไม่ดำเนินการก็จะถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วย   ทั้งนี้ตนอยากให้ประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามาว่า สถานที่แห่งนี้เป็นที่ใด และบุคคลที่อยู่ในคลิปคือใคร จะได้ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่กระทำผิด อยากให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่าง เพื่อรักษาไว้ซึ่งวิชาชีพมวยไทย   ด้านนายทวี อัมพรมหา หรือ ขาวผ่อง สิทธิชูชัย นักมวยไทยคนแรกที่ได้เหรียญเงินในโอลิมปิกครั้งที่ 23 เมื่อปี 2527 กล่าวว่า การเต้นลักษณะดังกล่าวถือเป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่ใช่เต้นบนเวทีมวย และเวทีดังกล่าวเป็นเวทีมวยไทย ซึ่งระบุคำว่ามวยไทย ไว้ที่เชือกและเวที   จึงถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมเพราะมวยไทยเป็นศาสตร์ เป็นกีฬาประจำชาติ เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ มีครูบาอาจารย์ ตามขนบธรรมเนียมจะต้องมีการไหว้ครู ครอบครู ซึ่งลบหลู่ดูหมิ่นไม่ได้ การจะมาทำลามกอนาจารบนเวทีมวยไทยนั้นจึงถือว่าไม่เหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาตนไม่เคยพบเห็นมาก่อนเพราะไม่มีใครเขาทำกัน   คลิปดังกล่าว ตนคาดว่าน่าจะเป็นการจัดงานสันทนาการหรือในเชิงธุรกิจในผับในบาร์หรือที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งเป็นเวทีมวยที่ไม่ได้ชกกันจริงจัง ในทางกฎหมายคงจะเอาผิดอะไรไม่ได้เพราะไม่ได้มีข้อห้ามไว้ แต่เรื่องจริยธรรม คนในวงการมวยไทยจะรู้กันดีว่าไม่สมควรทำ และที่เกิดความไม่พอใจคือมีคลิปหลุดออกมาให้เห็นแค่นั้นเอง   อย่างไรก็ตาม ฝากถึงผู้จัดงาน อย่าเอาคำว่ามวยไทยไปทำแบบนี้ มันไม่เหมาะสม หากจะจัดงานสนุกสนานก็ช่วยนึกถึงเรื่องจริยธรรมด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yy7Ha-IuUPI

 187,201
ข่าวโซเชียล
04 ต.ค. 62

ฉาว! 2 สาว 'กาฟิวส์-ปลาทู' โชว์เปลือยกายนัวเนียกันบนเวทีมวย 'ทนายสงกานต์' วอนปชช. แจ้งเบาะแส

เพจเตะผ่าหมาก-สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่เวทีมวยแห่งหนึ่ง โดยบนเวทีมีหญิงสาว 2 คน เปลือยท่อนบน ท่อนล่างใส่เพียงกางเกงชั้นใน เต้นยั่วยวนในทางกามอารมณ์ พร้อมระบุข้อความว่า เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ถามถึงสมาคมมวยฯ นักกีฬามวย และประชาชน ว่ารู้สึกอย่างไรเมื่อเห็นคลิปดังกล่าว   ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ เผยว่า คลิปดังกล่าว มีผู้ร้องเรียนเข้ามาทางเพจ แต่ไม่ทราบว่าเหตุเกิดที่ใด ทราบเพียงว่า 2 สาวพริตตี้ที่เต้นอยู่บนเวทีมวย ใช้นามว่าน้องกาฟิวส์ และน้องปลาทู   จากการตรวจสอบได้รับเบาะแสว่า เหตุเกิดที่พื้นที่ภาคตะวันออก ในจังหวัดท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง เหตุเกิดเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งการกระทำดังกล่าวผิดกฏหมายอาญาฐานกระทำในลักษณะลามกอนาจาร และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยจะต้องเอาผิดกับ 2 สาวพริตตี้ ผู้ที่จัดงาน และผู้ที่สนับสนุนยุยงส่งเสริม ซึ่งถ้าพบว่าตำรวจในท้องที่รับทราบแต่ไม่ดำเนินการก็จะถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วย   ทั้งนี้ตนอยากให้ประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามาว่า สถานที่แห่งนี้เป็นที่ใด และบุคคลที่อยู่ในคลิปคือใคร จะได้ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่กระทำผิด อยากให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่าง เพื่อรักษาไว้ซึ่งวิชาชีพมวยไทย   ด้านนายทวี อัมพรมหา หรือ ขาวผ่อง สิทธิชูชัย นักมวยไทยคนแรกที่ได้เหรียญเงินในโอลิมปิกครั้งที่ 23 เมื่อปี 2527 กล่าวว่า การเต้นลักษณะดังกล่าวถือเป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่ใช่เต้นบนเวทีมวย และเวทีดังกล่าวเป็นเวทีมวยไทย ซึ่งระบุคำว่ามวยไทย ไว้ที่เชือกและเวที   จึงถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมเพราะมวยไทยเป็นศาสตร์ เป็นกีฬาประจำชาติ เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ มีครูบาอาจารย์ ตามขนบธรรมเนียมจะต้องมีการไหว้ครู ครอบครู ซึ่งลบหลู่ดูหมิ่นไม่ได้ การจะมาทำลามกอนาจารบนเวทีมวยไทยนั้นจึงถือว่าไม่เหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาตนไม่เคยพบเห็นมาก่อนเพราะไม่มีใครเขาทำกัน   คลิปดังกล่าว ตนคาดว่าน่าจะเป็นการจัดงานสันทนาการหรือในเชิงธุรกิจในผับในบาร์หรือที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งเป็นเวทีมวยที่ไม่ได้ชกกันจริงจัง ในทางกฎหมายคงจะเอาผิดอะไรไม่ได้เพราะไม่ได้มีข้อห้ามไว้ แต่เรื่องจริยธรรม คนในวงการมวยไทยจะรู้กันดีว่าไม่สมควรทำ และที่เกิดความไม่พอใจคือมีคลิปหลุดออกมาให้เห็นแค่นั้นเอง   อย่างไรก็ตาม ฝากถึงผู้จัดงาน อย่าเอาคำว่ามวยไทยไปทำแบบนี้ มันไม่เหมาะสม หากจะจัดงานสนุกสนานก็ช่วยนึกถึงเรื่องจริยธรรมด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yy7Ha-IuUPI

 187,201
ข่าวภูมิภาค
04 ธ.ค. 61

'พี่คล้าว 2018' ปัดบังคับให้ควายยิ้ม แจงตอนมากรุงเทพฯแล้วไม่ยิ้ม เพราะเครียด-ฟางไม่อร่อย

จากกรณีที่นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความชื่อดัง แจ้งความข้อหาฉ้อโกงแก่นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ หรือ พี่คล้าว 2018 วัย 34 ปี ชาวบ้านตำบลสุขเดือนห้า อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท หลังระดมทุนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว นำไปซื้อควายชื่อทองคำ จากนายบุญเลิศ การภักดี นายก อบต.สุขเดือนห้า เป็นเงิน 1 แสนบาท   ซึ่งล่าสุดมีผู้ใหญ่ใจดีนำเงิน 1 แสนบาทซื้อเจ้าทองคำให้แก่นายสุรัตน์ ทำให้นายบุญเลิศ แถลงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไม่ติดใจเอาความแล้ว ซึ่งเงินของกลาง 1 แสนบาทยังอยู่กับตำรวจ สน.คันนายาว ขณะที่ทางด้านทนายสงกานต์ยังเดินหน้าหาหลักฐานเล่นงานนายสุรัตน์ต่อ   ล่าสุดนายสุรัตน์ เผยว่า ภาพเจ้าทองคำยิ้มได้ที่ออกมาต้องเป็นเวลาที่เขาอารมณ์ดี โดยเข้าไปเล่น แสดงความรัก จนเขารู้สึกไม่มีอันตราย แล้วจะเล่นตอบเรา ซึ่งต้องเป็นเวลาที่เขากินอิ่ม อาบน้ำแล้ว มานอนเล่นที่ทุ่งหญ้า เขาจะมานอนเคี้ยวเอื้อง   ช่วงนั้นจะเข้าไปถ่ายรูปเล่นกับเจ้าทองคำ แต่กว่าจะได้ภาพยิ้มสวยๆ ก็กดไปกว่า 20 รูป พยายามยิ้มและถ่ายไปเรื่อยๆ เจ้าทองคำเริ่มเลียนแบบ ตนจึงหัวเราะ แล้วกดไปเรื่อยๆ ก็ได้ภาพเจ้าทองคำยิ้มออกมา นอกจากนี้ยังมีลูกสาวทั้ง 2 คนเข้ามาร่วมถ่ายด้วย ทองคำก็จะยิงฟันให้ตลอด ไม่มีการดึงหรือใช้ฉี่แต่อย่างใด   ช่วงที่เจ้าหน้าที่ให้ทำโชว์ว่าทองคำยิ้มได้ แต่ทองคำไม่ยิ้มเพราะตอนอยู่ในกรุงเทพฯ ทั้งภาวะอากาศ ความเครียด ความเหงา อะไรต่างๆ สื่อก็หลายช่องรุมล้อม คิดว่าเป็นความเครียดมากกว่า และรู้สึกวันนั้นเขาหิว กินอะไรยังไม่อิ่มพอ หญ้ามีน้อย ฟางเก่าก็ไม่ชอบกินเท่าไร ทองคำชอบหญ้าสด และชอบเล่นน้ำ ลงปลัก แช่โคลน และขึ้นมาเล็มหญ้าจนอิ่มแล้วจะอารมณ์ดี   โดยจะมี 2 เวลาที่จะสามารถถ่ายภาพได้ คือช่วงเช้าและเย็น ใครอยากถ่ายรูปตอนทองคำยิ้มก็มาที่บ้านได้ ส่วนตัวอื่นๆ จะมีลักษณะต่างกันไป ข้าวหอมชอบเลีย เพิ่มพูนไม่ยิ้ม แต่ตนก็ยิ้มแสดงความน่ารักผสมกันไป เพื่อให้คนที่เห็นได้มีความสุขร่วมกัน   เมื่อถามถึง ความกังวลเรื่องที่ทนายสงกานต์ ยังเดินหน้าหาหลักฐานเพื่อเล่นงานต่อ นายสุรัตน์ กล่าวว่า ไม่กังวลใจ เพราะตนมีความตั้งใจ มีเจตนาที่ดี คำพูดทุกคำพูดทำด้วยความตั้งใจและทำเพื่อให้เพื่อนๆ ได้เห็นรอยยิ้ม อย่างที่ได้พูดมาตลอด ว่าทำตามจุดประสงค์ของเพื่อนๆ ที่โอนเงินมาให้   ตนมีขั้นตอนการชี้แจง การใช้เงิน และยังให้เพื่อนแสดงความคิดเห็น ตนตั้งใจและพูดตลอดมาว่าตนอยากให้เพื่อนมีรอยยิ้ม อยากให้ทองคำอยู่ที่นี่ เลี้ยงให้เขามีความสุข และสร้างรอยยิ้มให้เพื่อนได้เห็นเหมือนเดิม ขอขอบคุณกำลังใจที่เพื่อนๆ ให้มาทำให้ตนได้สู้ต่อมาถึงวันนี้ได้ และเชื่อมั่นในความยุติธรรมที่จะเกิดขึ้น ส่วนเรื่องคดีความไม่ขอพูดถึงให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nPZy7CIdiEE

 3,807
สังคม-อาชญากรรม
02 ธ.ค. 61

'พี่คล้าว 2018' พาควายทองคำกลับบ้านหลังได้สิทธิ์ดูแล เผยจบคดีจะบวชแก้บน 9 วัน 'ทนายสงกานต์' นัดนักข่าวบ่าย 2 วันนี้

ตำรวจให้สิทธิ์พี่คล้าวดูแลควายทองคำ ชั่วคราว หลังมีคนใจดีมอบเงิน 1 แสนบาท ให้นายกฯ อบต. เผยดีใจได้ควายกลับไปเลี้ยง โชว์ขึ้นขี่หลังควายคู่ใจด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม จบคดีจะบวชแก้บน 9 วัน   กรณีนายสุรัตน์ แผ้วเกตุ หรือ พี่คล้าว 2018 ถูกนายก อบต.สุขเดือนห้า จ.ชัยนาท เข้าแจ้งความดำเนินคดีฐานฉ้อโกงประชาชน เรี่ยไรเงินบริจาคไถ่ชีวิตเจ้าทองคำ ควายยิ้มชื่อดัง เมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.) ตำรวจ สน.คันนายาว มอบควายให้นายสุรัตน์ กลับไปดูแลชั่วคราว   นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ พร้อม นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม เดินทางเข้ายื่นหนังสือ ต่อ พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เพื่อขอให้ถอนข้อหาเรี่ยไร ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ข้อหา ที่ทางตำรวจแจ้งดำเนินคดีกับนายสุรัตน์ เนื่องจากพบว่าไม่ครบองค์ประกอบความผิด   จากนั้นทั้งนายสุรัตน์ พร้อมทนายความ และนายบุญเลิศ ได้เข้าไปพูดคุยกับ ผกก.สน.คันนายาว เพื่อลงบันทึกรับมอบควาย โดยช่วงแรก พ.ต.อ.สิงห์ ได้ชี้แจงเรื่องเกี่ยวกับการทำคดีว่าไม่ได้เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่ที่ดำเนินคดีหลายข้อหา เนื่องจากทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ หนึ่งในผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความดำเนินคดี พร้อมกับแจ้งข้อกฎหมายที่จะใช้แจ้งความทั้ง 4 ข้อหา พนักงานสอบสวนจึงต้องรับไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และแนะนำในเรื่องของการหาพยานมาต่อสู้คดี   นอกจากนี้ ยังได้ให้นายสุรัตน์ ทดลองเข้าอีเมล์ และเฟซบุ๊กของตนเอง ซึ่งนายสุรัตน์สามารถล็อคอินเข้าเฟซบุ๊กและโทรศัพท์มือถือของตนเองได้ แต่เมื่อถามถึงเรื่องของเพจควายยิ้มที่เปิดไว้นั้น นายสุรัตน์ให้การว่าตนเองไม่ได้เป็นผู้เปิดเพจดังกล่าว แต่มีบุคคลในเฟซบุ๊กเป็นผู้เปิดเพจให้   ส่วนการไกล่เกลี่ยหาผู้ถือกรรมสิทธิ์ดูแลควายของกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าจะนำเจ้าทองคำไปดูแลรักษาไว้ที่บ้านของนายสุรัตน์ หรือนายบุญเลิศ จะเป็นผู้นำไปดูแลเอง โดยเจ้าหน้าที่ให้ผู้สื่อข่าวออกจากบริเวณห้องไกล่เกลี่ย เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกันอย่างเต็มที่ ใช้เวลา 30 นาที จึงแล้วเสร็จ   จากนั้น พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ และนายบุญเลิศ กาฬภักดี นายก อบต.สุขเดือนห้า เดินทางไปที่คอกควายชั่วคราวภายในแปลงเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง โดย พ.ต.อ.สิงห์ เผยว่า ได้มีการไกล่เกลี่ยและทำข้อตกลงในการนำควายไปเลี้ยงชั่วคราว ซึ่งได้มีผู้ไม่ประสงค์ออกนามนำเงินจำนวน 1 แสนบาท มาให้ นายก อบต. และลงบันทึกเป็นหลักฐานก่อนส่งมอบให้นายสุรัตน์นำควายกลับไปเลี้ยงดูเป็นการชั่วคราว   ทั้งนี้ เงิน 1 แสนบาทในส่วนดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับเงินของกลาง 1.6 แสนบาท ในคดี ด้านคดีเจ้าหน้าที่ก็จะทำการสอบสวนต่อไป ส่วนเรื่องที่ทางทนายความยื่นหนังสือให้ถอนข้อหาเรี่ยไร ก็ได้รับเรื่องไว้และจะดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานในคดีต่อไป หากคดีสิ้นสุดแล้วพบว่านายสุรัตน์ไม่ผิดก็จะคืนเงิน 1.6 แสนบาทให้   นอกจากนี้ พ.ต.อ.สิงห์ ได้ให้นายสุรัตน์ สาธิตการถ่ายภาพที่ทำให้ควายยิ้ม แต่เจ้าทองคำไม่ยอมยิ้มเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน และตื่นสื่อมวลชนที่มาทำข่าวจำนวนมาก แต่เมื่อนำน้ำมาอาบให้เพื่อคลายความร้อนและนำหญ้ามาให้กิน เจ้าทองคำก็จะอารมณ์ดี   ด้านนายบุญเลิศ กล่าวว่า ตนไม่ติดใจอะไรแล้ว ขณะนี้เจ้าทองคำไม่ใช่ควายของตนแล้ว และอยากแจ้งผ่านสื่อหลังจากที่ตนโดนประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ว่า ตนก็เป็นคนที่รักควายคนหนึ่ง เลี้ยงควายมาตั้งแต่เด็ก ไม่ได้เป็นคนใจร้ายแต่อย่างใด จากนั้นพนักงานสอบสวนได้แยกสอบนายบุญเลิศ กาฬภักดี นายก อบต.สุขเดือนห้า และ นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ   หลังจากสอบสวนนายสุรัตน์ เป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง นายสุรัตน์พร้อมทนายความ ได้เดินทางมาที่คอกเจ้าทองคำ เพื่อจะนำกลับไปยังบ้านที่ จ.ชัยนาท เมื่อมาถึงคอกนายสุรัตน์ เผยความรู้สึกสั้น ๆ ว่ารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่เจ้าทองคำจะได้กลับบ้าน และเมื่อถึงบ้านก็จะให้เจ้าทองคำไปวิ่งเล่น แช่น้ำ ที่ท้องนา ซึ่งตนก็จะไปเล่นด้วย   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่รอเดินทางกลับนายสุรัตน์ได้โชว์ขึ้นขี่หลังควาย ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม กระทั่งรถกระบะสีขาวติดคอกเหล็กจะถอยเข้ามา ซึ่งนายสุรัตน์ได้จูงเจ้าทองคำขึ้นไปบนรถ เจ้าทองคำก็ขึ้นไปแต่โดยดี ก่อนที่นายสุรัตน์จะกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลเจ้าทองคำเป็นอย่างดี ซึ่งมีการนำหญ้าและน้ำให้เจ้าทองคำกินระหว่างการเดินทาง ก่อนจะขับรถออกไปจาก สน.คันนายาว   อย่างไรก็ตาม นายสุรัตน์ เผยว่า ได้บนกับหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม (บ้านแค) อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ว่า ขอให้พบเจอสิ่งที่ดี และได้เจ้าทองคำกลับมา ซึ่งเป็นความเชื่อของชาวบ้านในระแวกนั้น หลังจากเสร็จสิ้นคดีทั้งหมด จะบวชแก้บนเป็นเวลา 9 วัน ส่วนวันและเวลาจะแจ้งในภายหลัง ทั้งนี้ทางตำรวจเรียกนายสุรัตน์เข้ามารายงานตัวที่ สน.คันนายาว อีกครั้งในวันที่ 14 ธ.ค.นี้   ล่าสุด วานนี้ เวลา 19.30 น. นายสุรัตน์ ได้นำเจ้าทองคำ มาถึงบ้าน โดยก่อนเดินทางมาถึงได้แวะกราบนมัสการหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม อำเภอสรรคบุรี ซึ่งเป็นทางผ่าน โดยได้บอกกล่าวว่าหากเรื่องราวเสร็จเรียบร้อยแล้วจะบวชแก้บน 9 วัน เพื่อให้ชีวิตมีแต่สิ่งดี ๆ เป็นสิริมงคลต่อไปในวันข้างหน้า และเตรียมซื้อเครื่องแต่งตัวให้เจ้าทองคำร่วมพิธีแห่นาคด้วย   ทั้งนี้ เมื่อเจ้าทองคำลงจากรถ นายสุรัตน์ ได้พาไปลงปลัก ซึ่งเป็นที่นอนประจำของเจ้าทองคำ โดยมีข้าวหอม เพิ่มพูน และใบบุญ ลอยคออยู่ในปลักแล้ว เมื่อทองคำลงไป ข้าวหอมส่งเสียงร้องและเข้ามาคลอเคลียทันที สำหรับความเคลื่อนไหวของชาวบ้านที่ได้ติดตามข่าว รวมทั้งแฟนคลับ ที่รอคอยการกลับมาของเจ้าทองคำ เตรียมเดินทางมาหาเจ้าทองคำในวันนี้ (2 ธ.ค.) คาดว่าจะมีผู้คนมาหาเจ้าทองคำเป็นจำนวนมาก   ล่าสุด วันนี้ เวลา 14.00 น. ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ นัดเจอนักข่าว        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LD-JRCGFC_g

 6,525
สังคม-อาชญากรรม
01 ธ.ค. 61

'พี่คล้าว 2018' โผล่ สน. ขอรับควายทองคำกลับบ้าน 'ทนายสงกานต์' ชี้พบพิรุธปมดราม่าควาย เผยทำเป็นขบวนการ แฉวิธีทำให้ควายยิ้ม

จากกรณีนายสุรัตน์ แผ้วเกตุ หรือพี่คล้าว 2018 เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว และเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาคดีฉ้อโกงประชาชนเรี่ยไรเงินบริจาคไถ่ชีวิตเจ้าทองคำ หรือควายยิ้ม โดยนายสุรัตน์ ให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา หลังจากให้การเสร็จเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวกลับไป เนื่องจากไม่มีพฤติการณ์หลบหนี   คืบหน้าเมื่อวานนี้ (30 พ.ย.) ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ นำคลิปที่นายสุรัตน์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อแสดงถึงข้อพิรุธ ซึ่งเป็นหลักฐาน 1 ใน 9 ชิ้นสำคัญ ว่ามีการบ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามสื่อถึงประเด็นถึงที่มาของควายทองคำที่แท้จริงว่าเป็นของผู้ใด โดยนายบุญเลิศ นายก อบต.เจ้าของควาย ซึ่งจะนำหลักฐานนี้ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ดำเนินการทางด้านกฎหมายต่อไป   ทนายสงกานต์ กล่าวว่ามีข้อมูลที่ชี้ว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังทำเป็นขบวนการไม่ต่ำกว่า 3 คน เพราะไม่สามารถทำได้เพียงคนเดียว โดยจะแบ่งหน้าที่กันดูแลเฟซบุ๊ก จัดฉากประชาสัมพันธ์ข้อมูล อันเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ  การเรี่ยไรและการฟอกเงิน   ส่วนมูลเหตุการกระทำนั้น คาดว่านายสุรัตน์ทำไปเพื่อต้องการเจ้าทองคำมาเพาะพันธุ์ จึงไม่ได้ตรงตามจุดประสงค์ที่ระบุว่าขอไถ่ชีวิต นอกจากนี้ตนได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยกู้ข้อมูลที่มีการโพสต์เฟซบุ๊กเรี่ยไรเงินของนายสุรัตน์ ที่อ้างว่าไม่มีคำว่าไถ่ชีวิต รวมถึงตัวเลขเงินรับบริจาคที่ระบุว่าได้มา 1.3 แสนบาท ก่อนจะถูกลบไป   ส่วนเรื่องควายยิ้มได้นั้นทางนายบุญเลิศ นายก อบต.สุขเดือนห้า จ.ชัยยาท ก็ทราบวิธีว่ามันไม่ได้ยิ้มอย่างมีความสุขจริง ซึ่งมีเทคนิคสาดปัสสาวะควายเข้าที่หน้าทำให้มันแสยะปาก และเข้าใจว่ามันยิ้มไปเอง  ยืนยันตนไม่ได้เกาะกระแสข่าวควายยิ้ม เพียงต้องการป้องกันไม่ให้สังคมพบเจอการแอบอ้างเอาเงินเพื่อขอไถ่ชีวิตสัตว์  หากนายสุรัตน์มากล่าวขอโทษก็ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของตน ต้องให้เจ้าพนักงานสอบสวนดำเนินการทางกฎหมาย โดยตนไม่มีความขัดแย้งอะไรเป็นการส่วนตัวกับนายสุรัตน์   ด้าน พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เผยว่า ขณะนี้มีหลายประเด็นที่ต้องสอบสวนเพิ่ม เช่น เรื่องผู้บริจาคเงินทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบรายการเคลื่อนไหวเงินในบัญชี และเชิญผู้ที่บริจาคเงินมาให้การ พร้อมสอบถามประสงค์นำเงินคืนหรือไม่ขณะนี้มีผู้เสียหายเพียง 2 ราย ที่มาร้องทุกข์ และมีผู้ติดต่อสอบถามเข้ามาอีก 2-3 ราย   ทั้งนี้ คดีฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.ฟอกเงิน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  เป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้  โดยทนายสงกานต์ อยู่ในฐานะผู้เสียหายและผู้กล่าวโทษ อย่างไรก็ตามหากจะพูดคุยกัน ทาง สน. พร้อมเปิดโต๊ะเจรจาให้ทุกฝ่าย หากเจรจาตกลงกันได้ก็สามารถถอนคำร้องทุกข์ได้ แต่ในทางคดีอาญาตำรวจต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยวันที่ 3 ธ.ค. นี้ ได้เรียกนายบุญเลิศ นายก อบต.สุขเดือนห้า เจ้าของควาย และนายสุรัตน์ มาพบที่โรงพัก หลังให้ไปพูดคุยตกลงกันจะให้ควายของกลางอยู่ในความดูแลของใครพร้อมทำบันทึกให้เป็นลายลักษณ์อักษร   นอกจากนี้ผู้กำกับการ สน.คันนายาว ได้ชี้แจงกรณีมีนักกฎหมายหลายท่านวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตำรวจ ขอชี้แจงว่า ในฐานะพนักงานสอบสวนหากมีคนมาร้องทุกข์ก็ต้องรับแจ้งความ อย่างคดีนี้หนึ่งในผู้เสียหายคือทนายสงกานต์ ได้มาร้องทุกข์ จนท.ก็รวบรวมหลักฐานและออกหมายเรียกไม่ได้ใช้ความรุนแรง แม้ผู้กล่าวหาจะบอกให้พนักงานสอบสวนออกหมายจับ แต่ทาง จนท.มองว่านายสุรัตน์ ไม่มีพฤติการณ์หลบหนีและยังอยู่ในพื้นที่จึงได้ออกหมายเรียกไป ซึ่งนายสุรัตน์ก็มามอบตัวแล้ว   ประเด็นที่ว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้หรือไม่  พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวว่า นายสุรัตน์เป็นคนซื่อแต่มีผู้อยู่เบื้องหลังที่ทำให้สิ่งต่าง ๆ โด่งดังขึ้นมา เช่น ควายยิ้ม เจ้าหน้าที่ต้องไปสอบผู้เกี่ยวข้องที่ชำนาญการด้านควายว่าควายสามารถยิ้มได้ไหม ไปหงายคอขึ้น ไปดึงเชือกข้างหลังทำให้มันเจ็บแล้วมันอ้าปากดูเหมือนความกำลังยิ้ม พร้อมทั้งตรวจสอบคนถ่ายภาพนำไปโพสต์ลงเพจสร้างกระแสทำให้ประชาชานเข้าใจว่าควายยิ้มได้   “สำหรับอัยการท่านหนึ่งที่ไปออกรายการโทรทัศน์พูดโจมตีการทำงานของพนักงานสอบสวน สร้างความเสียหายให้กับผม ผมรับราชการตำรวจมาตลอดชีวิตผมรู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก ถ้าคุณสุรัตน์คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำผิดไม่ถูกต้อง คุณฟ้องร้องผมได้เลย เพราะหากควายเป็นอะไรไปผมก็ต้องรับผิดชอบ แต่เรื่องดังกล่าวเป็นการโต้แย้งเรื่องกรรมสิทธิ ผมจะคืนได้อย่างไร ต้องขอความเป็นธรรมให้กับตำรวจด้วย” พ.ต.อ.สิงห์ กล่าว    ทั้งนี้ ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ (1 ธ.ค.) นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ หรือพี่คล้าว 2018 ได้เดินทางมาที่ สน. เพื่อขอรับควายทองคำกลับบ้านก่อน เหตุเป็นห่วง รวมถึงได้ผูกผ้าขาวม้ารับขวัญอีกด้วย แต่ยังไม่ได้ขอสรุปว่าจะสามารถรับควายกลับไปก่อนได้หรือไม่          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2-PY4AV6kRg

 13,171
สังคม-อาชญากรรม
27 พ.ย. 61

พี่คล้าวเครียด ยันนำเงินบริจาคไปซื้อควายจริง นายก อบต. เจ้าของ'ทองคำ' ปัดรู้เห็นเรี่ยไรเงิน เปิดคลิปเสียงพูดจากปาก 'ขายควายยิ้มให้พี่คล้าว'

จากกรณีนายสุรัตน์ แผ้วเกตุ อายุ 34 ปี เจ้าของภาพเซลฟี่กับควายยิ้ม ที่ต่อมาโพสต์คลิปร่ำไห้ อ้างเจ้าของขายเจ้าทองคำให้พ่อค้าไป แล้วในราคาหนึ่งแสนบาท รู้สึกสงสารและผูกพัน อยากได้เจ้าทองคำกลับมาดูแล จึงขอเรี่ยไรเงินบริจาค เพื่อนำเงินไปไถ่ตัวเจ้าทองคำกลับมา ซึ่งมีผู้ใจบุญร่วมกันบริจาคเงินรวมเกือบสองแสนบาท   ล่าสุด นายบุญเลิศ กาฬภักดี นายก อบต.สุขเดือนห้า ผู้เป็นเจ้าของเจ้าทองคำ พร้อมทนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ นำหลักฐานพร้อมเงินสดหนึ่งแสนบาท เข้าแจ้งความและแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรี่ยไรเงินของนายสุรัตน์ กับตำรวจ สน.คันนายาว   โดยนายบุญเลิศ บอกว่า ตนไม่ได้จะขายควายให้กับโรงเชือด และขายให้นายสุรัตน์จริง แต่ไม่รู้เรื่องเงินเรี่ยไรบริจาค จึงเอาเงินมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะขอควายคืน   ส่วนทนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ใจบุญร่วมบริจาค บอกว่า เห็นโพสต์ของนายสุรัตน์แล้วรู้สึกสงสาร จึงร่วมบริจาคเงินให้ แต่ต่อมาพบพิรุธหลายอย่าง 1.นายสุรัตน์ไม่เปิดเผยชื่อเจ้าของควาย 2.นายสุรัตน์ไม่เปิดเผยชื่อพ่อค้าที่รับซื้อควายไป 3.โดยปกติแล้วหลังมีการไถ่ชีวิตควาย จะมีเจ้าของควายเข้ามาแสดงความยินดี แต่นี่ไม่มี จึงได้ทำการตรวจสอบ จนทราบว่าเจ้าของควายคือนายบุญเลิศ จึงได้ประสานไปยังนายบุญเลิศ และทราบว่านายบุญเลิศไม่รู้เรื่องที่นายสุรัตน์เรี่ยไรเงินบริจาค   จึงได้สอบถามไปยังนายสุรัตน์ โดยนายสุรัตน์อ้างว่า มีผู้สื่อข่าวภูมิภาคหญิงคนหนึ่ง เสนอแนะและเขียนบทให้นายสุรัตน์ทำแบบนี้ คาดว่านายสุรัตน์อยากได้เจ้าทองคำมาเป็นพ่อพันธุ์ฟรีๆ จึงออกอุบายนี้ขึ้น ฝากถึงประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนทำการบริจาค ซึ่งกรณีการเรี่ยไรเงินบริจาคต้องมีการขออนุญาตจากนายอำเภอก่อน ตาม พ.ร.บ. ควบคุมการเรี่ยไร   ด้าน พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว กล่าวว่า จากการสืบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาเข้าข่ายข้อหาฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์โดยการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ และพ.ร.บ.การฟอกเงิน ส่วนผู้สื่อข่าวหญิงจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรี่ยไรเงินของนายสุรัตน์หรือไม่นั่น เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบต่อไป   หลังจากนี้จะทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับนายสุรัตน์ โดยเร็วที่สุด สำหรับผู้ที่ร่วมบริจาคสามารถนำหลักฐานมาร้องทุกข์ขอรับเงินคืนได้ที่สน.คันนายาว หรือท้องที่ที่ผู้เสียหายพำนักอยู่   ด้านนายสุรัตน์ ล่าสุดมีอาการเครียด เพราะข่าวที่ออกมา มีคนในโซเชียลมารุมด่า ประจานในทางที่เสียหายจำนวนมาก หลายคนไม่ได้ฟังความจริงจากปากตน ตนนั้นเพียงแค่อยากอนุรักษ์ควายไทยให้อยู่คู่คนไทย สร้างรอยยิ้มให้คนทั่วประเทศต่อไปเหมือนๆ ที่เคยทำมาตลอด ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายขนาดนี้   นายสุรัตน์ เล่าว่า จริงๆ ตนไม่เคยคิดอยากจะได้เงินตรงนี้มาเป็นของตัวเองเลย เพื่อนๆ ให้กำลังใจมา บอกว่าอยากให้ตนซื้อทองคำไว้ที่นี่ อยากให้ตนเลี้ยงดูแลและสร้างรอยยิ้มไปตลอด มีขั้นตอนชี้แจงการซื้อ มีการส่งมอบเงินให้นายกฯ ไปแล้ว ตนก็บอกว่าเจ้าทองคำเป็นของทุกๆ คน ไม่ใช่ของตน จะดูแลเขาให้ดีที่สุด สร้างรอยยิ้มให้ทุกคนได้เห็น   และส่วนเงินที่เกินมา ตนให้ทุกคนลงความเห็นว่าให้ตนไปใช้อะไร อย่างไรตามขั้นตอน เงินทุกบาททุกสตางค์ตนยังไม่ได้ใช้ จะรอให้เพื่อนลงความเห็นว่าจะใช้ทำอะไรตามที่เห็นสมควร ทุกวันนี้ตนยังไม่ได้ใช้เงินไปไหนยังอยู่ทุกบาททุกสตางค์   ล่าสุดทีมข่าวได้รับคลิปเสียงสัมภาษณ์นายบุญเลิศ ตั้งแต่ก่อนระดมทุน โดยในคลิปเสียง มีการยืนยันจะขายควายทองคำจริง ในราคา 100,000 บาทให้กับนายสุรัตน์จริง   และหลังจากที่มีการระดมทุน ได้เงินครบ 100,000 บาทแล้ว นายบุญเลิศ ก็ยังได้บอกในคลิปเสียงที่ 2 ว่า ตนเองรู้เรื่องที่นายสุรัตน์ จะนำเงินมาให้เพื่อซื้อเจ้าทองคำแล้ว และจะให้พ่อของนายสุรัตน์เป็นคนจัดการ และรับเงินแทน เพราะพ่อนายสุรัตน์เป็นเพื่อนของตนเอง เนื่องจากตนเองก็อยู่ต่างจังหวัด และหลังจากรับมอบเงินแล้วตนเองก็จะส่งมอบเจ้าทองคำให้นายสุรัตน์เลย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/m-mmPTQeOpM

 15,647
การเมือง
14 พ.ย. 61

พรรคพลังประชารัฐ รับสมาชิกวันแรกคึกคัก 'บ๊วย เชษฐวุฒิ-ทนายสงกานต์' ร่วมสมัคร

พรรคพลังประชารัฐเปิดรับสมัครสมาชิกพรรควันแรก (13 พ.ย.61) ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นอกจาก อดีต ส.ส. ยังมี ผู้อำนวยการนิด้าโพล และบ๊วย เชษฐวุฒิ ดารานักแสดงมาเข้าร่วม   โดย 3 รัฐมนตรีที่มีตำแหน่ง ในคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาถึงตั้งแต่ก่อน 8.00 น. ซึ่งเป็นเวลานอกราชการ เริ่มต้นสมัครสมาชิกพรรค ก่อนร่วมเปิดรับผู้ที่สนใจมาสมัครเป็นวันแรก   นายอุตตม สาวนายน และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ หัวหน้า และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ บอกว่า จากนี้พรรคพร้อมเปิดกว้างรับสมาชิกจากทั่วประเทศ และทุกคนที่มีอุดมการณ์สอดคล้องกับพรรค ส่วนกระแสข่าวจะมีคนดังมาเข้าร่วม ระบุว่า จะมีทุกวัน ขอให้รอดูเซอร์ไพร์ส โดยเฉพาะในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นวันประชุมใหญ่พรรค ที่โรงแรมแชงกรีล่า ที่คาดว่า จะมีหลายกลุ่มมากันอย่างคึกคัก   ทั้งนี้ยืนยันว่า ยังไม่มีการเชิญ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาอยู่ในบัญชีผู้เสนอเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรค โดยระบุ หากถึงเวลา พรรคก็จะพิจารณาคนที่เหมาะสม เพื่อเสนอต่อประชาชน อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่า พลเอกประยุทธ์ เหมาะสมหรือไม่ นายอุตตม บอกว่าส่วนตัวเห็นว่าเหมาะสมที่สุดในช่วงการเปลี่ยนผ่าน แต่สุดท้ายต้องขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรค จะมีความเห็นอย่างไร   สำหรับผู้ที่เดินทางมาสมัครสมาชิกพรรควันนี้ นอกจาก นักการเมือง และ อดีต ส.ส. อาทิ นายวัชระ กรรณิการ์ อดีตโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา, นายยุทธนา โพธสุธน อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย, นายทศพล เพ็งส้ม อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ยังมีนักวิชาการ กลุ่มนักธุรกิจ รวมถึง นักแสดงและพิธีกร บ๊วย-เชษฐวุฒิ วัชรคุณ มาแสดงตัวร่วมสมัครสมาชิกพรรคด้วย   นอกจากนี้ยังมีนายณพงศ์ นพเกตุ ผู้อำนวยการนิด้าโพล และนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความชื่อดัง ได้เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค โดยระบุเพียงสั้นๆว่า “ศรัทธาและอยากเห็นความแตกต่างและอยากให้เป็นทางเลือกหนึ่งของประชาชน” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eXjJBGnRMDE

 1,478
บันเทิง
06 พ.ย. 61

จบดราม่าไหแตก 'ประจักษ์ชัย-อาม ชุติมา' แถลงยุติปัญหา ฉีกสัญญาเป็นอิสระ เซ็นสัญญา 9 ข้อ

เรื่องราวดรารม่าไหแตก ของวงการลูกทุ่ง จากกรณีข้อพิพาทเรื่องสัญญาระหว่าง ประจักษ์ชัย เนาวรัตน์ ผู้บริหารค่ายไหทองคำ เรคคอร์ด กับศิลปินในสังกัด อาม ชุติมา ที่ได้ออกมาเรียกร้องสิทธิ์ความเป็นธรรมเรื่องผลประโยชน์ของตัวเอง และ ขอยกเลิกสัญญาเป็นศิลปินอิสระ และก็มีเรื่องราวทะเลาะเบาะแว้งกันมาตลอด 6 เดือน ถึงขั้นขึ้นศาลพฟ้องร้องเป็นคดีความ และ แจ้งความนำเจ้าหน้าที่ไปบุกจับถึงเวทีคอนเสิร์ต   และก่อนหน้านี้ก็มีผู้ใหญ่หลายฝ่าย และทนายความ เข้ามาอาสาเป็นตัวกลางในการหาข้อยุติ จนเป็นที่มาของข้อสรุป ซึ่งเมื่อวานนี้ อาม ชุติมา ก็มาพร้อมทนายความ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ และนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์  ทางด้านนายห้างประจักรชัย ก็มาพร้อมกับ ทนายความบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวพูดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา และข้อสรุข้อตกลง ที่ช่อง 3 อาคารมาลีนนท์  โดยมี พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลฝ่ายสืบสวน มาเป็นพยานในการเซ็นสัญญาข้อตกลงในครั้งนี้ พร้อมกับให้สื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยานด้วย โดยอามก็ได้ก้มกราบนายห้างประจักรชัย และโอบกอดกัน    โดยในการเซ็นสัญญายุติปัญหาในครั้งนี้ก็มีข้อตกลง 9 ข้อด้วยกัน   ข้อ 1. ทั้งสองฝ่ายตกลงยกเลิกสัญญาจ้างศิลปิน นักร้องฉบับวันที่ 13 พ.ค. 2559 โดยทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันว่าเมื่อยกเลิกสัญญาต่อกันแล้วผลประโยชน์และค่าตอบแทนต่างๆ ในการร้องเพลง เล่นดนตรีตามงานที่เกี่ยวกับเพลง หรืองานเกี่ยวกับการแสดงของน้องอาม ให้ถือเป็นของอามแต่เพียงฝ่ายเดียว   ข้อ 2 เมื่อยกเลิกสัญญาต่อกันแล้ว การแสดงคอนเสิร์ตของอาม จะต้องไม่เอาสัญลักษณ์หรือนำลิขสิทธิ์ในความเป็นตัวตนของค่ายเพลงไหทองคำไปใช้ในการแสดงและการสนับสนุนทางผลประโยชน์   ข้อ 3 อามให้การยอมรับว่าคุณประจักษ์ชัยเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงผู้สาวขาเลาะ อดีตเคยพัง และภาพเก่า ตามฉบับสัญญาลิขสิทธิ์วันที่ 20 ม.ค. 2560 ซึ่งมี 3 เพลง โดยถูกต้องและสมบูรณ์ชอบด้วยกฎหมาย และอามจะไม่ใช้สิทธิ์โต้แย้งลิขสิทธิ์ทั้ง 3 เพลงดังกล่าวขั้นต้น โดยมีกำหนดระยะเวลา 9 ปี นับตั้งแต่วันที่เซ็นสัญญาฉบับนี้เป็นต้นไป เนื่องจากกฎหมายลิขสิทธิ์เพลงหากไม่มีการลงระยะเวลาจะมีเวลาลิขสิทธิ์ 10 ปี และเนื่องจาก ประจักษ์ใช้ไปแล้ว 1 ปี จึงเหลือสัญญาอีก 9 ปี   ข้อ 4 ประจักษ์ชัยยินยอมให้อามร้องเพลงทั้ง 3 เพลงนี้ได้ โดยได้รับค่าตอบแทนจากผู้อื่นได้ ยกเว้นอามจะไปออกเทปใหม่ อันนี้ไม่ได้ ต้องได้รับความยินยอมจากประจักษ์ชัยก่อน โดยสามารถร้องเพลงทั้ง 3 เพลงนี้ได้   ข้อ 5 ทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่า เมื่อครบกำหนดเวลาลิขสิทธิ์เพลงจำนวน 9 ปีสิ้นสุดลง ลิขสิทธิ์บทเพลงทั้ง 3 จะตกเป็นสิทธิ์ของอามแต่เพียงผู้เดียวดังเดิม   ข้อ 6 หากประจักษ์ชัยจะจำหน่ายหรือโอนสิทธิ์ผลงานทั้ง 3 เพลงให้บุคคลภายนอก ให้ถือสัญญาฉบับนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในการโอนสิทธิ์เพลงให้กับผู้อื่นได้ด้วย ซึ่งอามจะต้องรับรู้และถือว่าสัญญาฉบับนี้มีผลตามกฎหมายเช่นกัน   ข้อ 7 คู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่าย ตกลงที่จะไม่ติดใจดำเนินคดีต่อกัน ในกรณีพิพาทที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการยื่นฟ้องทั้งทางแพ่ง และอาญาในปัจจุบัน โดยจะต้องไปทำการถอนฟ้องทั้งหมด ภายใน 7 วันนับตั้งแต่มีการทำสัญญาฉบับนี้ และไม่ติดใจที่จะใช้สิทธิ์เรียกร้องใดๆ ต่อกันต่อไป ในกรณีที่คู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายไม่ผิดตามสัญญาฉบับนี้   ข้อ 8 ทั้ง 2 ฝ่ายต้องทำสัญญาต่อกันว่าจะไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียง เกียรติยศ ซึ่งกันและกัน   ข้อ 9 ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันว่า หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดนัดและละเมิดข้อตกลงตามสัญญาดังกล่าว ไม่ว่าจะกรณีใดๆ ก็ตาม อันไม่อาจตกลงกันได้ด้วยดี คู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายตกลงให้นำข้อพิพาทดังกล่าวมอบหมายให้ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์, ทนายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ และ ทนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ร่วมกันตีความวินิจฉัยข้อกฎหมาย ข้อขัดแย้ง ข้อพิพาท เพื่อหาทางยุติที่เกิดขึ้น ทั้งหมดคือข้อตกลงของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งตอนนี้คุณประจักษ์ฉีกสัญญาเพื่อให้อามเป็นศิลปินอิสระ 100%   นอกจากนี้ ยังมีสัญญาใจในการทำธุระกิจว่าตลอดระยะเวลาสัญญาของอาม ที่ยังเหลืออยู่ 2 ปี 6 เดือน โดยจะมารับงานแสดงในนามของค่ายไหทองคำ 5 คิวต่อเดือน เพื่อตอบแทนบุญคุณ และทางฝ่ายประจักษ์ชัย ก็จะต้องจ่ายค่าจ้างตามเรตราคา และในอายุสัญญาที่เหลือ อามก็เป็นศิลปินอิสระห้ามเป็นเซ็นสัญญากับค่ายไหน และ ทำค่ายเพลงของตัวเอง   โดยประจักรชัย และอามก็ได้เปิดใจถึงเรื่องราวทั้งหมด และหลังจากนี้ พร้อมกับมีน้ำตาคลอกันเป็นระยะ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PjUmY4GXo2o

 6,589
สังคม-อาชญากรรม
05 พ.ย. 61

จบด้วยดี! ‘อาม ชุติมา’ เคลียร์ใจ ‘ประจักษ์ชัย’ ตั้ง 9 ข้อ ยุติดราม่าไหทองคำ

วันนี้ (5 พ.ย.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วยนางสาวชุติมา โสดาภักดิ์ นักร้องและนักแต่งเพลงไหทองคำ เปิดแถลงข่าวการยกเลิกสัญญา โดยมีนายประจักษ์ชัย เนาวรัตน์ ผู้บริหารค่ายไหทองคำ เรคคอร์ด ทนายบุญถาวร ปัญญามณีโชติ, พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ร่วมเป็นสักขีพยานโดยเป็นการแถลงข่าว เพื่อยกเลิกสัญญาเกี่ยวกับลิขสิทธิ์เพลง โดยมีข้อกำหนด ทั้งหมด 9 ข้อ คือ   1. คือผลประโยชน์ของเพลง ผู้สาวขาเลาะ อดีตเคยพัง ภาพเก่า เป็นของอามแต่เพียงผู้เดียว   2. เมื่อยกเลิกสัญญาแล้ว การแสดงคอนเสิร์ตของน้องอามต้องไม่นำสัญญลักษณ์หรือความเป็นตัวตนของไหทองคำไปหาผลประโยชน์    3. ทางค่ายไหทองคำ เรคคอร์ดจะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลง 3 เพลง ไปอีก 9 ปี ประจักษ์ชัย ยอมให้ อาม ร้องเพลง แต่ห้ามไปเปิดตัวเป็นศิลปินค่ายอื่น    4. ทางค่ายไหทองคำเรคคอร์ด ยินยอมให้ อามร้องเพลงทั้ง 3 เพลง และรับเงินจากการแสดงเพลงดังกล่าวได้    5. เมื่อครบกำหนด 9 ปี ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ 3 เพลง จะตกเป็นของอามแต่เพียงผู้เดียว    6. หากประจักษ์ชัย จะโอนเพลงให้คนอื่น อามต้องรู้ และยึดข้อกำหนด 9 ปี ตามข้อที่ 3    7. ไม่ติดใจดำเนินคดีแพ่ง อาญา และถอนฟ้องภายใน 7 วัน    8. จะไม่ทำลายชื่อเสียงเกียรติยศกันและกัน   9. หากผิดข้อตกลงให้นำข้อพิพาทส่งทนายสงกานต์ และทนายบุญถาวร พิจารณาหาข้อยุติ   โดยนายประจักษ์ชัย ระบุว่า ที่ผ่านมาทางค่ายไม่เคยปิดกั้น การเจรจา ไม่อยากฟ้อง แต่ที่ต้องทำเพื่อรักษาผลประโยชน์และชื่อเสียงทางธุรกิจ แต่เมื่อวันนี้การเจรจาสามารถยุติลงได้ด้วยดี ก็รู้สึกยินดีมาก ขอขอบคุณทุกฝ่าย และผู้ใหญ่ในวงการที่ช่วยเป็นตัวกลางในการเจรจาในครั้งนี้ และขอยืนยันว่าจากนี้ต่อไปตนเองยังคงรู้สึกกับน้องอามเหมือนเดิม คือลูกศิษย์ที่รักและพร้อมข่วยเหลือในทุกด้านเสมอ และพร้อมอยากร่วมงานในสังกัดเดียวกัน   ส่วนในเรื่องการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน หรือการเสียภาษียินดีให้ความร่วมมือและยืนยันว่าทำอย่างถูกต้องตลอดมา ส่วนช่วงก่อนตั้งบริษัทเป็นการเสียภาษีรายได้บุคคล รับเงินโดยใช้บัตรประชาชนทุกครั้ง   ด้านน้องอาม ชุติมา นักร้องนักแต่งเพลงสาว ระบุว่าต่อจากนี้อีก 2 ปี 7 เดือน จะไม่สังกัดค่ายเพลงใดๆ ขอทำงานอย่างอิสระตามที่ต้องการก่อน ส่วนหลังจาก 2 ปี 7 เดือน จะสังกัดค่ายใดหรือไม่ รอพิจารณาอีกครั้ง แต่ยืนยันว่าจะมีการแบ่งคิวการแสดงให้กับทางไหทองคำเรอคอร์ด โดยเก็บอัตราค่าจ้างตามปกติ เดือนละ 5 คิว ซึ่งไม่ได้อยู่ในสัญญา 9 ข้อ แต่เป็นสัญญาใจที่ตกลงกันโดยในวันนี้อยากขอบคุณทุกคนที่ข่วยทำให้จบลงด้วยดี ต่อจากนี้จะดูแลตัวเองตามที่ตั้งใจ ส่วนกระแสข่าวที่มีค่ายเพลงมาติดต่อ ยืนยันว่าไม่ได้มีค่ายใดมาติดต่อตามที่เป็นข่าว        

 22,433
สังคม-อาชญากรรม
12 มิ.ย. 61

'ทนายสงกานต์' แฉหลักฐานใหม่ 'คดีน้องกิ๊ฟ' พัวพันพนันบอลรายใหญ่ ไม่ใช่แค่มอมยาข่มขืน

ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ได้นำหลักฐานคลิปเสียงคดี น้องกิ๊ฟ หญิงสาวที่ถูก 4 ทรชนรุมโทรมเสียชีวิตหลังถูกมอมยาหิ้วตัวออกจากผับแห่งหนึ่งใน จ.จันทบุรี มาให้สื่อมวลชนได้นำเสนอ เพราะอาจมีเงื่อนงำมากกว่าคดีข่มขืนทั่วไป และคาดว่าหญิงสาวเดี่ยวสีดำที่ปรากฏในคลิปมีความเกี่ยวข้อง   โดยคลิปเสียงดังกล่าว เป็นหลักฐานที่ปรากฏว่า น้องกิ๊ฟ รับแทงพนันบอลให้กับเจ้ามือรายใหญ่รายหนึ่งของ จ.ตราด ซึ่งสอดคล้องกับที่พบเงินหมุนเวียนในบัญชีหลายล้านบาท และหากตรวจสอบจะทราบว่า น้องกิ๊ฟ โอนเงินไปให้ใคร รวมถึงหากเช็กการโทร ของผู้ต้องหาก็อาจจะได้ความกระจ่างมากขึ้น   และจากการสอบถามคุณหมอพรทิพย์ พบว่าการตายของน้องกิ๊ฟนั้นผิดสังเกตจากอาการที่แขนไร้เรี่ยวแรง ลิ้นจุกปาก เป็นไปได้ 3 อย่างคือ ถูกบีบคอ ถูกรัดคอ หรือรับยาเกินขนาด เตรียมนำหลักฐานทั้งหมดส่งให้ ตร.คลี่คลายเงื่อนงำที่ญาติติดใจ  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DiJfgOcl73U

 13,675

Top