ค้นหา :

ผลการค้นหา "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ"

การเมืองเข้มข้น
06 ก.ค. 62

'กอบศักดิ์' เผยนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน หวั่นกระทบเอกชน

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ บอกถึงความคืบหน้าการจัดทำนโยบายของรัฐบาล โดยแบ่งเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ทันที คือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นโยบายพักหนี้เกษตรกร และนโยบายมารดาประชารัฐ อันนี้ทำได้ทำที    แต่ก็จะมีคำถามว่าพรรคร่วม อย่างเช่นพรรคประชาธิปัตย์ มีการโจมตีว่าบัตรนี้ใช้แล้วเจ้าสัวรวย นายกอบศักดิ์ บอกว่า อันนั้นเป็นการพูดเชิงการเมือง แต่เดี๋ยวสุดท้ายคุยกันก็ไม่มีปัญหา อันนี้สามารถทำได้ทันที    กลุ่มที่ 2 คือนโยบายที่แต่ละพักมีความคล้ายกัน เช่น นโยบายกัญชาเสรีของพรรคภูมิใจไทย นายกอบศักดิ์ บอกว่า เชื่อว่ารัฐมนตรีสาธารณะสุขจะเป็นคนดูแลเป็นหลัก    กลุ่มที่ 3 คือนโยบายที่มีแนวโน้มว่าต้องคุยกันอย่างหนัก อย่างเช่นเรื่องของเกษตรกร จากเดิมที่ พปชร.เสนอจะให้ราคาข้าวเปลือกต้องได้รับเกิน 1 หมื่น ต่อตัน หอมมะลิต้องได้เกิน 1.5 หมื่นต่อตัน เพิ่มค่าเก็บเกี่ยวจากไร่ละ 1,500 บาท เป็น 2,000 บาท ปรากฎว่ามันจะเป็นงบที่ผูกพัน ต้องคุยกับหลายพรรคร่วม โดยเฉพาะ ปชป.   กลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มที่ยังไม่ทำ นายกอบศักดิ์ บอกว่า นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน มันจะมีผลกระทบถ้าทำกับภาคเอกชน พปชร.จึงเสนอขึ้นค่าแรงแบบขั้นบันได เช่นเดียวกันกับปริญญาตรีและอาชีวะ   โดยก่อนหน้านี้ พปชร. หาเสียงไว้ว่าค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาท ปริญญาตรีเงินเดือน 2 หมื่น อาชีวะเงินเดือน 1.8 หมื่น          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/097XY_O8H8c

 3,978
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
04 ก.ค. 62

โผล่อีก! ชาวบ้านเชื่อข่าวลือเปิดบัญชีแจกเงิน 3 พัน แห่ต่อแถววุ่น

วันที่ 4 ก.ค. 62 .ในสื่อสังคมออนไลน์มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ 'Somchai Kotuk' โพสต์วีดีโอเผยให้เห็นภาพขณะที่ชาวบ้านกำลังยืนต่อแถวรอเปิดบัญชีธนาคารเป็นจำนวนมาก     พร้อมระบุข้อความว่า "วันที่ 4 แล้ว. ยังไม่มีหน่วยงานราชการมาแจ้งให้ชาวบ้านทราบ..เห้อ.สงสารพ่อเฒ่า แม่เฒ่า.จัง"      ทั้งนี้เจ้าของโพสต์ยังระบุอีกว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ธนาคารกรุงเทพ ใน อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช คาดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องมากจากกระแสข่าวลือก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า ประชาชนผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้เปิดบัญชีและทำบัตร ATM กับธนาคารเพื่อรับเงิน 3,000 บาทจากรัฐบาล          อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 62 ที่ผ่านมา พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีนี้แล้วว่า การที่มีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนมากไปเข้าคิวเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงเทพ เพื่อรับเงินจำนวน 3,000 บาทจากรัฐบาลนั้น เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นเพียงข่าวลือเท่านั้นรัฐบาลยังคงสนับสนุนเงินสวัสดิการแก่ผู้มีรายได้น้อยตามหลักเกณฑ์เดิม เช่น ค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ค่ารถ ค่าน้ำค่าไฟ ฯลฯ จึงยังไม่มีการโอนเงิน 3,000 บาทให้แต่อย่างใด 

 1,603
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
24 มิ.ย. 62

จ่อปรับเกณฑ์บัตรคนจน พิจารณาเป็นครอบครัว คนจนไม่จริงถูกคัดชื่อออก

กระทรวงการคลัง จ่อปรับเกณฑ์ผู้มีสิทธิถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ให้มีคุณสมบัติและเพิ่มเงื่อนไขใหม่ดังนี้   -สัญชาติไทย -อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป -มีเงินฝากในธนาคารไม่เกิน 100,000 บาท -กรณีเป็นเจ้าของบ้าน จะต้องมีขนาดบ้านไม่เกิน 25 ตารางวา (ตร.ว.) และคอนโดขนาดไม่เกิน 35 ตารางเมตร (ตร.ม.) -มีที่ดินเพื่ออยู่อาศัยเองไม่เกิน 1 ไร่ -มีที่ดินเพื่อการเกษตรจะต้องมีไม่เกิน 10 ไร่   อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการพิจารณาคุณสมบัติเป็นแบบรายบุคคลเท่านั้น ดังนั้น   โดยหลักเกณฑ์ใหม่ที่เตรียมจะเสนอรัฐบาลใหม่ จะปรับเปลี่ยนเป็นการพิจารณาแบบรายครอบครัวแทนการพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยพิจารณารายได้ของครอบครัวนั้นๆ ว่าจะเข้าเกณฑ์ของผู้ที่ได้รับสิทธิ์หรือไม่   ทั้งนี้ การใช้เกณฑ์พิจารณาแบบรายครอบครัว เชื่อว่าจะทำให้สามารถชี้เป้าคนที่สมควรได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีคนที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นจำนวนมาก ที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่เมื่อดูจากฐานะของครอบครัวแล้ว พบว่ามีฐานะดี   นอกจากนี้ จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด อำเภอ และหมู่บ้าน ซึ่งเป็นคนที่ใกล้ชิดกับข้อมูลในระดับพื้นที่ เพื่อเป็นกลไกในการคัดกรองผู้สมควรได้รับบัตรสวัสดิการ หรือผู้ที่ได้รับบัตรอยู่แล้ว แต่ขาดคุณสมบัติ ต้องถูกคัดชื่อออกไป   จึงคาดว่าจำนวนคนที่ได้รับบัตรสวัสดิการในรอบใหม่ น่าจะต่ำกว่า 10 ล้านคน จากปัจจุบันที่มีผู้ได้รับบัตรอยู่ 14.5 ล้านคน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ETB-u9jnRxA

 17,963
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
14 มิ.ย. 62

เตือน! อย่าเชื่อข่าวลือเปิดบัญชีแจกเงิน 3 พัน ยันไม่ยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

รัฐบาลเตือนอย่าเชื่อข่าวลือ เปิดบัญชีแจกเงิน 3 พัน ยืนยันไม่ยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งเป้าพัฒนาให้ดีขึ้น   พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนมากไปเข้าคิวเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงเทพ เช่น ที่ จ.พะเยา เพื่อรับเงินจำนวน 3,000 บาท จากรัฐบาลว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นเพียงข่าวลือเท่านั้นรัฐบาลยังคงสนับสนุนเงินสวัสดิการแก่ผู้มีรายได้น้อยตามหลักเกณฑ์เดิม เช่น ค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ค่ารถ ค่าน้ำค่าไฟ ฯลฯ จึงยังไม่มีการโอนเงิน 3,000 บาทให้แต่อย่างใด ยืนยันว่าให้ความสำคัญกับการดูแลผู้มีรายได้น้อยเป็นอย่างมาก โดยไม่มีนโยบายยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และอยู่ระหว่างการพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐราว 14.5 ล้านคน จึงไม่ต้องกังวลในเรื่องดังกล่าวที่ผ่านมารัฐบาลต้องการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการด้านการเงินได้สะดวกและลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำธุรกรรมจึงออกมาตรการให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้สูงอายุ สามารถเปิดบัญชีเงินฝากพื้นฐานได้ 1 บัญชี ต่อ 1 ธนาคาร โดยไม่กำหนดวงเงินขั้นต่ำในการเปิดและเงินคงเหลือในบัญชี ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีในการฝาก ถอน หรือโอน กับธนาคารพาณิชย์ และยังสามารถทำบัตรเอทีเอ็มกับธนาคารที่เข้าร่วมโครงการได้ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี

 994
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
12 มิ.ย. 62

คลังวิเคราะห์นโยบายแจกเงินรัฐบาลใหม่ คาดใช้เงินแสนล้าน ยันบัตรคนจนไม่สะดุด

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) นำนโยบายหาเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล ในด้านสวัสดิการมาวิเคราะห์เพื่อเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการเข้ามาทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ในช่วงต่อไป ซึ่งจากการวิเคราะห์ พบว่าจากนโยบายสวัสดิการของรัฐบาลใหม่ที่มีการหาเสียง จะต้องใช้เงินในการดำเนินการเพิ่มไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี   อาทิ เรื่องเบี้ยผู้สูงอายุที่ในการหาเสียง ระบุไว้ว่าจะเพิ่มเบี้ยขึ้นเป็น 1,000 บาทต่อเดือน จากขณะนี้ ที่มีการจ่ายลักษณะขั้นบันไดตามอายุ ตั้งแต่ เดือนละ 600-1,000 บาทต่อเดือน, เงินสวัสดิการเพื่อซื้อของร้านธงฟ้าเดือนละ 200-300 บาท, ค่ารถเมล์-รถไฟ-รถไฟฟ้า เดือนละ 500 บาท เป็นต้น   แต่แม้การจัดทำงบประมาณปี 2563 จะไม่เสร็จทันกำหนดภายในเดือน ก.ย.2562 รัฐบาลก็ยังสามารถให้สวัสดิการพื้นฐานกับผู้มีรายได้น้อยต่อไป และรองบในปี 2563 ซึ่งจะได้รับการจัดสรรงบเข้ากองทุนฯ เพิ่มอีกประมาณ 40,000 ล้านบาท   ดังนั้น ขอยืนยันว่าการจ่ายสวัสดิการพื้นฐานให้ผู้มีรายได้น้อยนั้นสามารถเดินหน้าต่อไปได้ไม่มีสะดุด แต่สำหรับส่วนของสวัสดิการที่จะเสริมขึ้นมาตามนโยบายที่หาเสียงนั้น คงต้องรอให้รัฐบาลใหม่มาตัดสินใจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PGRvRF46bpM

 1,398
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
01 พ.ค. 62

ครม.ทุ่มงบ 2 หมื่นล้าน พยุงเศรษฐกิจกลางปี เคาะ 4 มาตรการผ่านบัตรคนจน - 6 มาตรการลดหย่อนภาษี

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เคาะมาตรการพยุงเศรษฐกิจกลางปี โดยทุ่มงบ 21,830 ล้านบาท ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและมาตราการลดหย่อนภาษี หวังผลช่วยเศรษฐกิจขยายตัวเพิ่ม   โดยมาตรการพยุงเศรษฐกิจ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 มาตรการพยุงเศรษฐกิจผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะใช้วงเงิน 13,210 ล้านบาท ประกอบด้วย 4 มาตรการ ดังนี้   1.มาตรการเพิ่มเบี้ยคนพิการเงิน 200 บาทต่อคนต่อเดือน ระยะเวลา 5 เดือน โดยจะต้องเป็นผู้มีบัตรประจำตัวคนพิการเท่านั้น   2.มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่เกษตรกร เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และปัจจัยการผลิตอื่น ๆ เป็นจำนวนเงิน 1,000 บาทต่อคน   3.มาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายพ่อแม่ช่วงเปิดปีการศึกษา ช่วยเหลือค่าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การศึกษา ได้รับ 500 บาทต่อบุตร 1 คน ให้สิทธิตามจำนวนบุตรผ่านแม่หรือพ่อที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ   4.มาตรการพยุงการบริโภค ช่วยเหลือค่าครองชีพให้แก่ผู้มีรายได้น้อยและรักษากำลังซื้อของเศรษฐกิจฐานราก โดยเพิ่มวงเงินซื้อสินค้าบริโภคอุปโภคจำเป็นในร้านธงฟ้าประชารัฐเป็น 500 บาทต่อคนต่อเดือนเท่ากันทุกคน เป็นเวลา 2 เดือน    ส่วนมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายภายในประเทศ และระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax) วงเงิน 8,620 ล้านบาท ประกอบด้วย 6 มาตรการ ดังนี้   1.มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย สำหรับค่าบริการที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ค่าที่พัก โรงแรม ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทยสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองหลัก ตามจำนวนที่จ่ายจริง รวมกันไม่เกิน 15,000 บาท และสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองรอง ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันไม่เกิน 20,000 บาท ทั้งนี้ รวมกันทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน 20,000 บาท ตั้งแต่วันที่ ครม.มีมติเห็นชอบ ถึงวันที่ 30 มิ.ย.2562   2.มาตรการลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา เพื่อกระตุ้น การซื้อสินค้าเกี่ยวกับการศึกษาและกีฬา สำหรับซื้อสินค้าเพื่อการศึกษาและกีฬาตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันไม่เกิน 15,000 บาท   3. มาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อส่งเสริมสินค้าท้องถิ่นไทย สำหรับซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่รวมกันไม่เกิน 15,000 บาท   4.มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการอ่านลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าซื้อหนังสือและค่าบริการหนังสือที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต (e-Book) ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่รวมกันไม่เกิน 15,000 บาท แต่เมื่อรวมค่าซื้อหนังสือและค่าบริการ e-Book ของมาตรการช็อปช่วยชาติ ตั้งแต่วันที่ 1-16 ม.ค.2562 แล้วต้องไม่เกิน 15,000 บาท   5. มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากรณีซื้ออาคารพร้อมที่ดินหรือห้องชุดที่มีมูลค่าไม่เกิน 5 ล้านบาท ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันไม่เกิน 200,000 บาท โดยต้องเป็นบ้านหลังแรก   6.มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักรายจ่าย 2 เท่าของรายจ่ายสำหรับการลงทุน 1.เครื่องบันทึกการเก็บเงินและระบบ POS 2.การพัฒนาระบบหรือค่าบริการเกี่ยวกับ e-Tax Invoice & e-Receipt และ 3.การพัฒนาระบบหรือค่าบริการ e-Withholding Tax.     ดูเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/aROon5XPazU

 3,543
การเมืองเข้มข้น
30 เม.ย. 62

ครม.อัดงบ 1.3 หมื่นล้านแจกเงินผู้มีรายได้น้อย 4 กลุ่ม

ที่ประชุมครม.เห็นชอบมาตรการพยุงเศรฐกิจ วงเงินกว่า 1 หมื่น 3 พันล้านบาท ช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ครอบคลุม 4 กลุ่ม ให้พ่อแม่รับเปิดเทอมบุตร 500 บาท/คน พร้อมจ่ายลดต้นทุนเกษตรกร 1000 บาท/ราย   (30 เม.ย. 62) นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าประชุมครม. ได้อนุมัติมาตรการพยุงเศรษฐกิจกลางปี 2562 วงเงิน 13,200 ล้านบาท ประกอบด้วยมาตรการเพิ่มเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้กับคน 4 กลุ่ม แบ่งเป็น กลุ่มผู้ปกครองที่มีลูกหลานกำลังเรียนจะได้รับเงินช่วยเหลือคนละ 500 บาท ต่อบุตร 1 คน เพื่อซื้อชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน กลุ่มเกษตรกรที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะได้รับเงินคนละ 1,000 บาท เพื่อนำไปซื้อปุ๋ยไว้ใช้ทำการเกษตร ซึ่งเป็นการจ่ายครั้งเดียว ครอบคลุมเกษตรกรจำนวนประมาณ 4.1 ล้านคน กลุ่มผู้พิการที่ขึ้นทะเบียนไว้และถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินเพิ่มเติมเดือนละ 200 บาท ตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ย.62 และกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ขึ้นทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 5 ล้านคน จะได้รับเงินไปใช้ซื้อของผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐคนละ 500 บาท ในเดือน พ.ค.-มิ.ย.62   นอกจากนี้ยังมีมาตรการทางภาษี ทั้งการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยให้ลดหย่อนภาษีแก่ผู้ที่ซื้อบ้านหลังแรกที่มีราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ไปจนถึงสิ้นปี 62 วงเงินลดหย่อนไม่เกิน 1 แสนบาท มาตรการภาษีลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวทั่วไทย วงเงินหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 15,000 บาทในเมืองหลักและเมืองรองไม่เกิน 20,000 บาท พร้อมกันนี้ยังมีมาตรการเพื่อสนับสนุนการศึกษาและกีฬา ไม่เกิน 15,000 บาท ไม่ร่วมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์   ทั้งนี้ เชื่อว่ามาตรการทั้งหมด จะผลักดันให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 หรือขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3.9 ในปี 2562 จากเดิมที่ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเคยคาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 3.8    

 37,671
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
30 เม.ย. 62

จับตา ครม.เคาะงบเติมบัตรคนจน ให้เงินคนมีลูก-เกษตรกร-คนพิการเพิ่ม

จับตาที่ประชุม ครม.(30 เม.ย.62) เคาะอนุมัติงบเติมเงินในบัตรคนจน หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ -ให้คนมีลูกเรียนชั้นมัธยม ซื้ออุปกรณ์การศึกษา คนละ 500 บาท จำนวน 2.6 ล้านคน -ให้เงินเกษตรกรซื้อปุ๋ยและอุปกรณ์การเกษตร คนละ 1,000 บาท จำนวน 4 ล้านคน -ให้คนพิการเพิ่มคนละ 200 บาท จำนวน 1 ล้านคน -แถมเติมเงินเพิ่มให้คนจนที่ขึ้นทะเบียนไว้ 14.5 ล้านคนเป็นคนละ 500 บาทซื้อของร้านธงฟ้าประชารัฐ พร้อมมาตรการลดหย่อนภาษีค่าที่พักและค่าเดินทางคนละ 15,000 บาท เที่ยวเมืองรอง ขยายไปเที่ยวเมืองหลักด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/l_6gpzpF2GI  

 5,770
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
27 เม.ย. 62

คลังพับโครงการแจกเงินเที่ยวเมืองรอง 1,500 บาท ทุ่มใส่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

จากกรณีที่มีข่าวว่าจะแจกเงิน 1,500 บาท ใหเประชาชนไปเที่ยวเมืองรองกันนั้น รายงานจากแหล่งข่าวในกระทรวงการคลังบอกว่า ล่าสุดถูกยกเลิกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   แต่สิ่งที่กระทรวงการคลังจะเสนอต่อ ครม. คือ เติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทน ใน 4 กลุ่ม   1.ผู้ปกครองนักเรียน (2.6 ล้านคน) ที่มีลูกหลานกำลังเรียนชั้นมัธยมลงไป   บุตร 1 คน ได้รับ 500 บาท (ครั้งเดียว เดือน พ.ค.) หรือ บุตร 3 คน ได้รับ 1,500 บาท (ครั้งเดียว เดือน พ.ค.) เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์การเรียน   2.เกษตรกร (4 ล้านคน) ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะได้ 1,000 บาท เพื่อนำเงินไปซื้อปุ๋ย และอุปกรณ์เกษตรกรรม   3.คนพิการ (1 ล้านคน) ที่ขึ้นทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินเพิ่มคนละ 200 บาทต่อเดือน ช่วงเวลาที่ได้รับ พ.ค.-ก.ย.62 (5 เดือน) *เดิม รัฐช่วยเหลือ 600-800 บาทต่อเดือน   4.ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (14.5 ล้านคน) เพิ่มเงินเป็น 500 บาทเดือน ช่วงเวลาที่ได้รับ พ.ค.- มิ.ย.62  เดิม รายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี รับ 300 บาท และรายได้เกิน 30,000 ถึง 100,000 บาทต่อปี รับ 200 บาท     ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/_p5qrmRnSlA

 68,345
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
20 มี.ค. 62

เฮ!! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จ่ายค่ารถไฟฟ้า bts ได้ทุกสถานี

(20 มี.ค.62) นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บีทีเอสสนับสนุนภาครัฐบาลในการให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถซื้อบัตรโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสเพื่อใช้เดินทางได้ โดยบีทีเอสได้รับอนุมัติจากกรมบัญชีกลางให้เข้าร่วมเป็นหน่วยงานให้บริการภาคขนส่งรถไฟฟ้า และได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากธนาคารกรุงไทยในการนำเครื่อง EDC (Electronic Data Capture) มาใช้เพื่อรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ณ ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารทุกสถานี รวมทั้งส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท และส่วนต่อขยายสายสีลม ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป    ทั้งนี้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล สามารถนำบัตรสวัสดิการมาติดต่อที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสาร พร้อมแจ้งสถานีปลายทางที่ประสงค์จะเดินทาง พนักงานก็จะออกบัตรโดยสารประเภทบัตรเที่ยวเดียวให้ โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถซื้อบัตรโดยสารได้ครั้งละไม่เกิน 2 ใบสำหรับการเดินทางขาไปและขากลับ ไม่จำกัดจำนวนครั้งจนครบวงเงินสวัสดิการ 500 บาทต่อเดือน และบัตรโดยสารดังกล่าวไม่สามารถขอคืนเป็นเงินสดได้

 1,607
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
16 ก.พ. 62

ผู้มีรายได้น้อยเฮ กรมบัญชีกลางเตรียมโอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 18ก.พ.นี้ ช่วยค่าน้ำ-ค่าไฟ

มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติม ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังมีอีก 1 มาตรการที่กรมบัญชีกลางกำลังดำเนินการ คือ มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา โดยผู้มีสิทธิที่ใช้ไฟฟ้า ไม่เกิน 230 บาท/ครัวเรือน/เดือน และค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาท /ครัวเรือน/เดือน ที่ได้ลงทะเบียนใช้สิทธิกับการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาคไว้แล้ว จะได้รับความช่วยเหลือ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 – กันยายน 2562   โดยกรมบัญชีกลางจะประมวลผลข้อมูลการใช้สิทธิรับเงินช่วยเหลือมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า-ค่าน้ำประปา โดยให้ครัวเรือนละ 1 สิทธิต่อเดือน และจะโอนเงินชดเชยค่าไฟฟ้า-น้ำประปา เข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ตามจำนวนที่ผู้มีสิทธิได้ชำระไว้ตามจริง ในเดือนถัดไปหลังจากผู้มีสิทธิได้ชำระเงินตามใบแจ้งหนี้ โดยจะจ่ายทุก ๆ วันที่ 18 ของเดือน เริ่มจ่ายเดือนแรก วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561   ซึ่งกรมบัญชีกลางเตรียมจ่ายเงินตามมาตรการดังกล่าว โดยเป็นยอดการใช้จ่ายของผู้มีสิทธิที่ใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาไม่เกินวงเงินที่กำหนด ในเดือนธันวาคม 2561 โดยจ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นเดือนแรก ดังนี้   โดยให้กับผู้ใช้สิทธิค่าไฟฟ้าจากการไฟฟ้านครหลวง จำนวน 2,281 ราย เป็นเงิน 345,642 บาท การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน 826,762 ราย เป็นเงิน 144,546,378 บาท การประปานครหลวง จำนวน 4,186 ราย เป็นเงิน 278,161 บาท การประปา ส่วนภูมิภาค จำนวน 26,287 ราย เป็นเงิน 1,819,446 บาท   สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ ยังสามารถลงทะเบียนใช้สิทธิเพิ่มเติมได้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยผู้ใช้ไฟฟ้า-น้ำประปาที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในเขตกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และนนทบุรี ลงทะเบียนรับสิทธิ กับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) www.mea.or.th การประปานครหลวง (กปน.) www.mwa.co.th ต่างจังหวัดลงทะเบียนรับสิทธิกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) www.pea.co.th และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) www.pwa.co.th หรือที่สำนักงานการไฟฟ้าหรือสำนักงานประปา ทุกแห่ง          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MIQHHn5kLDc

 13,290
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
16 ม.ค. 62

ครม.อนุมัติ 4.3 พันล้าน ต่ออายุบัตรคนจน 6 เดือน เพิ่มถอนเงินสดได้

ครม.มีมติเห็นชอบเติมเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-wallet) ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยการปรับเปลี่ยนการเติมเงินรายเดือนวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค สำหรับผู้เข้าร่วมมาตรการ ฯ ตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2562 โดยจะใช้จ่ายจากเงินงบประมาณรายจ่ายภายใต้กองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก   โดยมีรายละเอียดคือ สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี ที่ได้รับการเติมเงิน 300 บาท สามารถถอนเงินสดผ่านตู้ ATM และสาขาของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ 200 บาท ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีรายได้เกิน 30,000 บาทแต่ไม่เกิน 100,000 บาท ได้รับการเติมเงิน 200 บาท สามารถถอนเงินสดได้ 100 บาท ระยะเวลาดำเนินการ 3 เดือน คือ กุมภาพันธ์-เมษายน 2562   ทั้งนี้ รัฐบาลยังโอนเงินให้เหมือนเดิม แต่จากเดิมที่เคยได้และใช้ซื้อสินค้าได้เฉพาะร้านธงฟ้าประชารัฐ ให้เปลี่ยนเป็นถอนเงินสดได้ และนำไปซื้อสินค้าร้านอื่น ไม่จำกัดเฉพาะซื้อของในร้านธงฟ้าประชารัฐเท่านั้น ทั้งนี้ สาเหตุที่ยังคงเหลือจำนวนเงินไว้ส่วนหนึ่งเพื่อซื้อสินค้าที่ร้านธงฟ้าประชารัฐ ก็เพราะยังมีสินค้าของชุมชนที่เคยอยู่ในร้านธงฟ้าฯ ร้อยละ 50 เช่น ไข่ไก่ ข้าวสาร กะปิ   นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบขยายเวลามาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 2 ที่สิ้นสุดโครงการไปเมื่อเดือนธันวาคม 2561 ออกไปอีก 6 เดือน คือ มกราคม-มิถุนายน 2562 และอนุมัติจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562 งบกลาง ฯ วงเงิน 4,370 ล้านบาทเพิ่มเติม เพื่อเติมเงินรายเดือนเข้ากระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสำหรับใช้ดำเนินการมาตรการขยายระยะเวลา โดยมาตรการนี้มีเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการ 4,145,397 ราย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/h65BDXfLCFA

 18,672
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
14 ม.ค. 62

เสนอฝึกอาชีพผู้ถือบัตรคนจนต่ออีก 6 เดือน เพิ่มแรงจูงใจแจกเงินอีกคนละ 100-200 บาท

กระทรวงการคลังเสนอ ครม. ขยายเวลา 6 เดือน ฝึกอาชีพผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนระยะสอง ที่ยังตกค้างยังไม่เข้าร่วมโครงการฝึกอาชีพ อีกประมาณ 1 ล้านคน โดยมีการเพิ่มเงินสวัสดิการให้กลุ่มนี้เพื่อจูงใจอีกเดือนละ 100 -200 บาท คาดว่าจะใช้งบประมาณมากกว่า 3,000 ล้านบาท จากกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vANJSSo81ec  

 16,358
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
01 ม.ค. 62

บัตรคนจนล็อตใหม่เริ่มใช้ได้แล้ววันนี้ กรมบัญชีกลางชี้ผู้มีสิทธิ์รีบไปรับบัตร ถ้าพ้น 20 ธ.ค.62 ถือว่าสละสิทธิ์

กรมบัญชีกลางแจงสามารถใช้เงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐล็อตใหม่ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2562 เป็นต้นไป โดยคนที่ยังไม่มารับบัตร ให้รับได้ที่ทีมไทยนิยมฯ ถึงสิ้นเดือน ม.ค.นี้ จากนั้นให้ไปรับที่สำนักงานเขต อำเภอ หรือคลังจังหวัด แต่หากไม่มารับจนถึง 20 ธ.ค.62 ถือว่าสละสิทธิ์ ส่วนคนที่มีสิทธิ์แต่ยังไม่มีชื่อได้รับบัตรให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบและแก้ไขข้อมูล 

 17,529
การเมืองเข้มข้น
29 ธ.ค. 61

'นิด้าโพล' เผย ปชช.ส่วนใหญ่อยากให้รัฐบาลชุดใหม่สานต่อ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ-ร้านค้าประชารัฐ

นิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่องสิ่งที่ประชาชนอยากได้เป็นของขวัญปีใหม่ 2562 จากรัฐบาลชุดใหม่ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 24-26 ธันวาคม 2561 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,252 หน่วยตัวอย่าง   จากการสำรวจเมื่อถามถึงสิ่งที่อยากได้มากที่สุดจากรัฐบาลชุดใหม่เป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2562 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 52.32 ระบุว่า แก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง รองลงมา ร้อยละ 20.69 ระบุว่า แก้ปัญหาพืชผลทางเกษตร และพัฒนาสินค้าทางการเกษตร ร้อยละ 9.66 ระบุว่า แก้ปัญหาคอร์รัปชัน    สำหรับคำถามที่ว่า พรรคการเมืองที่จะสามารถให้ของขวัญปีใหม่ 2562 ตามที่ประชาชนต้องการได้ พบว่า ส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 27.71 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 21.25 ระบุว่า ไม่มีพรรคการเมืองใดที่จะสามารถให้ของขวัญปีใหม่ 2562 ตามที่  ต้องการได้ อันดับ 3 ร้อยละ 16.53 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 4 ร้อยละ 16.37 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5  ร้อยละ 5.91 ระบุว่าเป็น พรรคอนาคตใหม่ อันดับ 6 ร้อยละ 4.71 ระบุว่า ขอดูนโยบายของแต่ละพรรคก่อน อันดับ 7 ร้อยละ 2.24 ระบุว่าเป็น พรรคเสรี    รวมไทย อันดับ 8 ร้อยละ 1.60 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา อันดับ 9 ร้อยละ 1.04 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย และอันดับ 10 ร้อยละ 0.56 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อชาติ   ส่วนโครงการที่ประชาชนอยากให้รัฐบาลชุดใหม่สานต่อจากรัฐบาลชุดปัจจุบัน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 27.00 ระบุว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร้านค้าประชารัฐ รองลงมา ร้อยละ 15.09 ระบุว่า โครงการแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบ ร้อยละ 12.46 ระบุว่า โครงการที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกิน (เช่น บ้านล้านหลัง ให้สิทธิทำกินในที่ดินของรัฐ)   และเมื่อถามถึงบุคคลแห่งปี 2561 ที่ประชาชนคิดว่า ทำประโยชน์ให้แก่สังคมและอยากให้เป็น Idol (เป็นแบบอย่าง) พบว่า ส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 47.12 ระบุว่าเป็น ตูน บอดี้แสลม รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 18.13 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อันดับ 3 ร้อยละ 4.87 ระบุว่าเป็น บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ อันดับ 4  ร้อยละ 4.31 ระบุว่าเป็น นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร อันดับ 5 ร้อยละ 4.23 ระบุว่าเป็น นาวาตรี สมาน กุนัน (จ่าแซม) อันดับ 6 ร้อยละ 2.56 ระบุว่าเป็น นางปวีณา หงสกุล อันดับ 7 ร้อยละ 1.68 ระบุว่าเป็น ดร.ทักษิณ   ชินวัตร อันดับ 8 ร้อยละ 1.28 ระบุว่าเป็น พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส และนายวิเชียร ชิณวงษ์ ในสัดส่วนที่เท่ากัน อันดับ 9 ร้อยละ 1.04 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อันดับ 10 ร้อยละ 0.72 ระบุว่าเป็น พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล และร้อยละ 5.51 ระบุว่า ไม่มีบุคคลที่คิดว่าทำประโยชน์ให้แก่สังคมและอยากให้เป็น Idol (เป็นแบบอย่าง)            ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/blvil57YYoQ

 1,419

Top