ค้นหา :

ผลการค้นหา "ครูตีเด็ก"

ข่าวภูมิภาค
18 ก.พ. 63

ญาติแจ้งความ ผอ.ตีเด็ก 10 ขวบหัวแตก-ขู่จะกินตับ อ้างทนไม่ไหวเด็กดื้อ ชอบหาเรื่องเพื่อน

สุรินทร์-ตาของเด็กชายอายุ 10 ขวบ เข้าร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.สนม หลังหลานชายถูก ผอ.โรงเรียนเรียกไปที่ห้องและได้ใช้ไม้ระแนงตีหลายครั้งถูกที่ด้านหลังศรีษะ แขน เป็นเหตุให้มีรอยช้ำศีรษะ แตกยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ได้รับบาดเจ็บ   ทางด้าน ผอ.โรงเรียนได้กล่าวว่า ตนเองยอมรับที่ได้ลงไม้ลงมือไปตีเด็ก เพราะตนเองทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของเด็กชายคนนี้ ที่มาโรงเรียนแต่ละครั้งชอบมาหาเรื่องให้กับเพื่อนๆ ในห้องเรียนซึ่งวันหนึ่งๆ จะมีเรื่องถึง 3 ครั้งเลยทีเดียว บางครั้งตนเองโมโหถึงต้องบอกไปว่า ดื้อแบบนี้ต้องตีให้ตาย พร้อมกับขู่ว่าจะนำตับไปแกล้มเหล้า ซึ่งตนเองได้พูดออกไปจริงจนกระทั่งเด็กไม่กล้ามาโรงเรียนถึง 3 วันเลยทีเดียว   ทางด้านเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สุรินทร์ ได้เดินทางเข้ามาสอบถามกับปัญหาที่เกิดขึ้นว่า เรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ประกอบกับเด็กที่กำลังเรียนยังดื้อแต่เราควรหาทางออกที่ดีกว่านี้ ถ้าหากว่าเขาต้องการเรียนด้านการกีฬาก็ควรจะนำเข้าไปศึกษากับโรงเรียนที่เขาถนัดในวิชาที่เขาชอบ   ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นทางผู้ปกครองควรเข้าใจลูกหลานของตนเอง และเอาใจใส่ในการเรียนมากกว่านี้ จึงอยากให้ฝ่ายผู้ปกครองและครูได้ทำความเข้าใจกันและให้อภัยกัน ส่วนในเรื่องของคดีนั้นก็ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการเป็นขั้นตอนของกฏหมาย   ด้านป้าของเด็กชายบอกว่า ตนเองรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะหลานของตนเองนั้นพ่อและแม่แยกทางกันมานาน ทำให้ตนและลุงป้าน้าอาได้ดูแลลูกหลาน แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับการที่ผอ.ที่ได้ใช้ความรุนแรงถึงขนาดนี้ ซึ่งทางบ้านได้เดินทางไปแจ้งความเอาไว้ที่ สภ.สนม แล้วคาดว่าพนักงานสอบสวนคงต้องเรียก ผอ.โรงเรียน เข้าไปพบเร็วๆ นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y1GRJN-1LGI

 381
สังคม
18 ก.พ. 63

ญาติแจ้งความ ผอ.ตีเด็ก 10 ขวบหัวแตก-ขู่จะกินตับ อ้างทนไม่ไหวเด็กดื้อ ชอบหาเรื่องเพื่อน

สุรินทร์-ตาของเด็กชายอายุ 10 ขวบ เข้าร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.สนม หลังหลานชายถูก ผอ.โรงเรียนเรียกไปที่ห้องและได้ใช้ไม้ระแนงตีหลายครั้งถูกที่ด้านหลังศรีษะ แขน เป็นเหตุให้มีรอยช้ำศีรษะ แตกยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ได้รับบาดเจ็บ   ทางด้าน ผอ.โรงเรียนได้กล่าวว่า ตนเองยอมรับที่ได้ลงไม้ลงมือไปตีเด็ก เพราะตนเองทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของเด็กชายคนนี้ ที่มาโรงเรียนแต่ละครั้งชอบมาหาเรื่องให้กับเพื่อนๆ ในห้องเรียนซึ่งวันหนึ่งๆ จะมีเรื่องถึง 3 ครั้งเลยทีเดียว บางครั้งตนเองโมโหถึงต้องบอกไปว่า ดื้อแบบนี้ต้องตีให้ตาย พร้อมกับขู่ว่าจะนำตับไปแกล้มเหล้า ซึ่งตนเองได้พูดออกไปจริงจนกระทั่งเด็กไม่กล้ามาโรงเรียนถึง 3 วันเลยทีเดียว   ทางด้านเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สุรินทร์ ได้เดินทางเข้ามาสอบถามกับปัญหาที่เกิดขึ้นว่า เรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ประกอบกับเด็กที่กำลังเรียนยังดื้อแต่เราควรหาทางออกที่ดีกว่านี้ ถ้าหากว่าเขาต้องการเรียนด้านการกีฬาก็ควรจะนำเข้าไปศึกษากับโรงเรียนที่เขาถนัดในวิชาที่เขาชอบ   ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นทางผู้ปกครองควรเข้าใจลูกหลานของตนเอง และเอาใจใส่ในการเรียนมากกว่านี้ จึงอยากให้ฝ่ายผู้ปกครองและครูได้ทำความเข้าใจกันและให้อภัยกัน ส่วนในเรื่องของคดีนั้นก็ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการเป็นขั้นตอนของกฏหมาย   ด้านป้าของเด็กชายบอกว่า ตนเองรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะหลานของตนเองนั้นพ่อและแม่แยกทางกันมานาน ทำให้ตนและลุงป้าน้าอาได้ดูแลลูกหลาน แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับการที่ผอ.ที่ได้ใช้ความรุนแรงถึงขนาดนี้ ซึ่งทางบ้านได้เดินทางไปแจ้งความเอาไว้ที่ สภ.สนม แล้วคาดว่าพนักงานสอบสวนคงต้องเรียก ผอ.โรงเรียน เข้าไปพบเร็วๆ นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y1GRJN-1LGI

 381
ข่าวภูมิภาค
18 ม.ค. 63

ศิษย์เก่าแห่ให้กำลังใจ 'ครูพละ' ตีนักเรียน ครูหลั่งน้ำตาถูกสั่งย้าย แม่เผยความรู้สึกลูก "เสียใจไม่แพ้ครู"

อยุธยา - ความคืบหน้าครูพละไม้เรียวหวดลูกศิษย์หญิง โรเรียนเชียงรากน้อย (ทรัพย์สังเวียร เหราบัตย์) อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา    บรรดากลุ่มศิษย์รุ่นปู่ยาไปจนถึงศิษย์เก่ารุ่นใหม่ๆ ที่เพิ่่งจบการศึกษาจากโรงเรียนนีั ได้เดินทาง นำช่อดอกไม้มาให้กำลังใจครูพละตีนักเรียน กันเป็นจำนวนมาก ทำให้ครูสม ถึงกับหลั่งน้ำตา ร้องไห้ปล่อยโฮ ทำให้บรรดาลูกศิษย์กลั่นน้ำตากันไม่อยู่    อย่างไรก็ตามบรรดาศิษย์ หลายคนต่างรุมตำหนิน้องนักเรียน เป็นอย่างมาก พร้อมเสียงร้องตะโกนให้กำลังใจครูพละเป็นระยะ    จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ 2 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบครูสม เบื้องต้นให้ครูพละ ย้ายไปช่วยราชการที่สำนักงานทันที    โดย ครูพละ อยู่ในอาการเศร้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงกับขับรถไม่ไหวต้องให้ลูกศิษย์ขับไปส่งที่สักนักงานเขต ตามคำสั่งให้ไปช่วยราชการ   นางสายรุ้ง พลายชุมพล อายุ 47 ปี ศิษย์เก่าตำหนิแม่นักเรียนและน้องนักเรียน เห็นใจครูพละ และยังเห็นด้วยที่ต้องการให้ไม้เรียว ไม่เรียวทำให้คนดีได้โดยเฉพาะลูกชายของตนดีได้เพราะไม้เรียวของครู   ด้าน นายโชค ปุยอ๊อด ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วย นางสาวสุชานรี แสนทวีสุข ผู้อำนวยกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงานพื้นที่การศึกษาเขต 2 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางเข้าเยี่ยมแม่น้องนักเรียน ที่บ้านพัก ภายในชุมชนบ้านคลองพุทธา อำเภอบางปะอิน บรรยากาศได้คลี่คลายไปทางที่ดี    โดยฝ่ายแม่ บอกว่า เหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจากทางโรงเรียนแก้ปัญหาล่าช้า ไม่ยอมปรับความเข้าใจทั้งที่ทราบเรื่องมาก่อนหน้าแล้ว 2 ถึง 3 วัน ทางโรงเรียนไม่มีคำตอบในการแก้ไขปัญหา นิ่งเฉยจนทำให้รู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นสภาพจิตใจลูก จึงตัดสินใจแจ้งความ    ส่วนเรื่องคดีช่วงนี้ขอเวลาทบทวนก่อน แตก็รู้สึกสงสารครูสม และโรงเรียนด้วย ตนเองก็เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนนี้ หากลูกสบายใจที่จะเรียนที่เดิมทางผู้ปกครองก็ยินดีให้ลูกไปเรียน   ด้านน้องนักเรียนรับว่า สงสารครูสมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังคงต้องการเรียนอยู่ที่เดิม ส่วนแผลที่เกิดจากการตีพบว่าดีขึ้น การอักเสบลดน้อยลง เหลือเป็นเพียงสะเก็ดแผลให้เห็นเท่านั้น     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ https://youtu.be/AIn8rjgNy6c

 2,432
สังคม
18 ม.ค. 63

ศิษย์เก่าแห่ให้กำลังใจ 'ครูพละ' ตีนักเรียน ครูหลั่งน้ำตาถูกสั่งย้าย แม่เผยความรู้สึกลูก "เสียใจไม่แพ้ครู"

อยุธยา - ความคืบหน้าครูพละไม้เรียวหวดลูกศิษย์หญิง โรเรียนเชียงรากน้อย (ทรัพย์สังเวียร เหราบัตย์) อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา    บรรดากลุ่มศิษย์รุ่นปู่ยาไปจนถึงศิษย์เก่ารุ่นใหม่ๆ ที่เพิ่่งจบการศึกษาจากโรงเรียนนีั ได้เดินทาง นำช่อดอกไม้มาให้กำลังใจครูพละตีนักเรียน กันเป็นจำนวนมาก ทำให้ครูสม ถึงกับหลั่งน้ำตา ร้องไห้ปล่อยโฮ ทำให้บรรดาลูกศิษย์กลั่นน้ำตากันไม่อยู่    อย่างไรก็ตามบรรดาศิษย์ หลายคนต่างรุมตำหนิน้องนักเรียน เป็นอย่างมาก พร้อมเสียงร้องตะโกนให้กำลังใจครูพละเป็นระยะ    จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ 2 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบครูสม เบื้องต้นให้ครูพละ ย้ายไปช่วยราชการที่สำนักงานทันที    โดย ครูพละ อยู่ในอาการเศร้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงกับขับรถไม่ไหวต้องให้ลูกศิษย์ขับไปส่งที่สักนักงานเขต ตามคำสั่งให้ไปช่วยราชการ   นางสายรุ้ง พลายชุมพล อายุ 47 ปี ศิษย์เก่าตำหนิแม่นักเรียนและน้องนักเรียน เห็นใจครูพละ และยังเห็นด้วยที่ต้องการให้ไม้เรียว ไม่เรียวทำให้คนดีได้โดยเฉพาะลูกชายของตนดีได้เพราะไม้เรียวของครู   ด้าน นายโชค ปุยอ๊อด ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วย นางสาวสุชานรี แสนทวีสุข ผู้อำนวยกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงานพื้นที่การศึกษาเขต 2 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางเข้าเยี่ยมแม่น้องนักเรียน ที่บ้านพัก ภายในชุมชนบ้านคลองพุทธา อำเภอบางปะอิน บรรยากาศได้คลี่คลายไปทางที่ดี    โดยฝ่ายแม่ บอกว่า เหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจากทางโรงเรียนแก้ปัญหาล่าช้า ไม่ยอมปรับความเข้าใจทั้งที่ทราบเรื่องมาก่อนหน้าแล้ว 2 ถึง 3 วัน ทางโรงเรียนไม่มีคำตอบในการแก้ไขปัญหา นิ่งเฉยจนทำให้รู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นสภาพจิตใจลูก จึงตัดสินใจแจ้งความ    ส่วนเรื่องคดีช่วงนี้ขอเวลาทบทวนก่อน แตก็รู้สึกสงสารครูสม และโรงเรียนด้วย ตนเองก็เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนนี้ หากลูกสบายใจที่จะเรียนที่เดิมทางผู้ปกครองก็ยินดีให้ลูกไปเรียน   ด้านน้องนักเรียนรับว่า สงสารครูสมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังคงต้องการเรียนอยู่ที่เดิม ส่วนแผลที่เกิดจากการตีพบว่าดีขึ้น การอักเสบลดน้อยลง เหลือเป็นเพียงสะเก็ดแผลให้เห็นเท่านั้น     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ https://youtu.be/AIn8rjgNy6c

 2,432
สังคม
18 ม.ค. 63

สั่งย้ายแล้ว! ครูพละตีเด็กนักเรียน เจ้าตัวหลั่งน้ำตาหลังศิษย์เก่ารวมตัวให้กำลังใจ

จากกรณีมีการเผยภาพครูใช้ไม้เรียวฟาดลูกศิษย์ พร้อมกับด่าทอด้วยคำรุนแรง จนเป็นกระแสวิพากวิจารณ์ว่าครูทำเกินไป หรือไม่ ล่าสุดครูออกมาขอโทษ ส่วนสาเหตุเพราะโมโหที่ไม่ทำเวรแล้ว และถูกย้ายให้ไปช่วยราชการที่อื่น   ล่าสุดโรงเรียนเชียงรากน้อย ทรัพย์-สังเวียน เหราบัตย์อนุสรณ์ ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยนายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว ได้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว และมีคำสั่งให้ครูคนดังกล่าวที่อยู่ในคลิปย้ายไปช่วยราชการชั่วคราวแล้ว พร้อมยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่ทั้งนี้เบื้องต้นถือว่าครูทำผิดวินัย และไม่ปฏิบัติตามนโยบาย ถือว่าเป็นการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ    ซึ่งผู้สื่อข่าวรายงานว่าวานนี้ (17 ม.ค.) ได้มีการเชิญครูคนดังกล่าวเข้ามาพูดคุย และเมื่ออกจากห้องพูดคุยก็พบบรรดาศิษย์เก่าที่เดินทางมาให้กำลังใจ จนครูถึงขั้นร้องไห้ออกมา พร้อมบอกสั้นๆ ว่า อธิบายทุกอย่างกับผอ. และผู้ปกครองไปแล้ว ขณะที่ศิษย์เก่าต่างบอกว่าครูเป็นคนดี และศิษย์เก่าหลายคนก็เคยถูกครูตีมาก่อน แต่ถือว่าเป็นความหวังดี  อยากให้นักเรียนได้ดี มีความรับผิดชอบ    ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยาเขต 2 ,นายโชค ปุยอ๊อต ผอ.โรงเรียน และ ผู้ใหญ่บ้าน ได้เดินทางไปที่บ้านของนักเรียน เพื่อพูดคุยกับนางวัลลภา แม่ของนักเรียน เพื่อทำความเข้าใจกัน โดยสรุปให้เด็กเรียนต่อที่โรงเรียนเดิม   โดยแม่เด็กเผยว่า ลูกเครียดมาก เพราะกลุ่มคนที่รักครูออกมาวิจารณ์เด็กและผู้ปกครอง โดยยืนยันว่าลูกตนเองเป็นเด็กดี ช่วยเหลืองานบ้าน การเรียนอยู่ในระดับกลาง        รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/cD8FzxxBaWk  

 15,861
สังคม
17 ม.ค. 63

แม่จ่อถอนแจ้งความครูพละโหด ใช้ไม้เรียวฟาด นร.หญิง ด่า “สารเลว ”

จากกรณีมีการเผยภาพครูใช้ไม้เรียวฟาดลูกศิษย์ พร้อมกับด่าทอด้วยคำรุนแรง จนเป็นกระแสวิพากวิจารณ์ว่าครูทำเกินไป ทางโรงเรียนจึงให้ย้ายไปช่วยราชการที่สำนักงานทันทีก่อนในเบื้องต้น ขณะที่ศิษย์เก่านับร้อยแห่ให้กำลังใจครูสม หลายคนต่างรุมตำหนินักเรียน รับเหตุคลิปแชร์รวดเร็ว มาจากโรงเรียนตัดสินใจแก้ปัญหาช้า ทางด้าน นางวัลลภา คงโต อายุ 32 ปี มารดาของนักเรียนที่ถูกตี  ที่ก่อนหน้านี้ได้ไปแจ้งความที่ สภ.บางปะอิน เพื่อดำเนินคดีต่อนายสม ฤาษีประสิทธิ์ ครูชำนาญการพิเศษ สอนวิชาพลศึกษา โดยระบุว่า ลูกตนเองถูกทำโทษหนักกว่าคนอื่น ตีอย่างรุนแรง และติดใจในคำว่าสารเลว กับความผิดเท่านี้ ทำไมต้องด่ากันขนาดนี้ ครูสามารถติดต่อตนได้หากลูกกระทำผิด แต่มาเจอแบบนี้ รับไม่ได้ ขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด อย่างไรก็ดี ล่าสุด นางวัลลภา ระบุว่า เตรียมจะเดินทางไปถอนแจ้งความ เพราะไม่ติดใจเอาความแล้ว เนื่องจากเจตนาที่แท้จริงเพียงแค่ต้องการคุยกับคุณครู และลูกสาวยังยืนยันจะเรียนต่อที่โรงเรียนเดิม 

 2,261
สังคม
17 ม.ค. 63

สพฐ.สั่งสอบ 'ครูสายโหด' ใช้ไม้เรียวฟาดก้นเด็กไม่ยั้ง พร้อมด่าสารเลว ด้าน 'นร.-ศิษย์เก่า' ยันครูเป็นคนดี แต่อาจเข้มงวดเกินไป

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "จุฑามาส ฝอยทอง" โพสต์คลิปเหตุการณ์หนึ่ง ชณะครูผู้ชายคนหนึ่งใช้ไม้เรียวฟาดก้นของนักเรียนหญิงหลายคนอย่างหนัก และมีการต่อว่านักเรียนที่เอามือปิดก้นว่า "เอามือบังทำไม สารเลว" โดยเจ้าของโพสต์ระบุข้อความว่า "ครูสายโหด ทำเกินไปไหมคะ" ซึ่งมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเสียงแตกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งระบุว่าครูทำรุนแรงเกินไป และใช้คำพูดไม่เหมาะสม สมัยนี้ยังตีอีกเหรอ อีกฝ่ายก็เข้าใจครูว่าที่ทำลงไปต้องมีเหตุผล นักเรียนคงทำผิดจริงๆครูถึงตี   ด้าน นายโชค ปุยอ๊อด ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว ใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เผยว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา ครูคนดังกล่าวเป็นครูสอนวิชาพละ วัย 59 ปี ได้ทำโทษนักเรียนหญิงชั้นมัธยมต้นกลุ่มหนึ่งที่ไม่ยอมทำความสะอาดตามเวรที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งก่อนที่จะตีได้บอกให้นักเรียนกลุ่มดังกล่าวทำความสะอาดแล้ว แต่กลับถูกนักเรียนเถียงกลับด้วยกิริยาวาจาที่ไม่สุภาพ จึงทำให้ครูเกิดอารมณ์ชั่ววูบ    เบื้องต้นตนได้ตักเตือน และทำความเข้าใจกับครูคนดังกล่าวแล้ว ว่าให้เลิกใช้วิธีลงโทษแบบเดิม แต่ด้วยความที่เป็นครูรุ่นเก่า จึงอาจเคยชินกับการลงโทษแบบเดิมๆ จากนี้ก็จะให้เขาไปเคลียร์กับผู้ปกครองก่อน หากผู้ปกครองไม่ติดใจก็คงจบกันด้วยดี เพราะตัวครูก็หวังดีต่อนักเรียน อยากจะอบรมสั่งสอน ซึ่งตนก็จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ชัดต่อไป   ด้านครูคนดังกล่าวเผย เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น กราบขอโทษผู้ปกครอง และขอโทษเด็ก ส่วนผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่โดนตี บอกว่า เมื่อเห็นคลิปก็รับไม่ได้ มองว่าครูไม่น่าใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา   ขณะที่นักเรียนชั้นม.ต้นรายหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ เผยว่า ที่ครูต้องทำโทษดังกล่าวเพราะเพื่อนไม่ยอมทำเวร มัวแต่นั่งแต่งหน้ากัน ปกติครูเป็นคนนิสัยดี ขี้เล่น มีบ้างที่ตีนักเรียน แต่ไม่บ่อย และทุกครั้งที่ตีล้วนมีเหตุผล ตนก็เคยถูกครูตี แต่ก็ยอมรับว่าทำผิดจริงจึงไม่โกรธครู กรณีนี้ตนมองว่าครูทำถูกแล้ว เพราะเพื่อนไม่ยอมทำเวรจริงๆ แต่ก็อยากให้ครูเปลี่ยนวิธีการลงโทษ จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ทั้งนี้ อยากให้สังคมเข้าใจ อย่าต่อว่าครู เพราะจริงๆแล้วครูไม่ได้เป็นคนโหดร้าย และครูไม่ได้อยากทำ ซึ่งตอนที่ครูตี ตนเห็นว่าครูมีน้ำตาคลอออกมา   ด้านชาวบ้านที่อาศัยอยู่ละแวกโรงเรียน ระบุว่า รู้จักกับครูคนดังกล่าวมานาน ชาวบ้านส่วนใหญ่ล้วนเคยเป็นศิษย์เก่าของครูปกติครูเป็นคนดี แต่อาจจะพูดตรงๆและเข้มงวดกับนักเรียนไปหน่อย จากคลิปไม่รู้สึกว่าครูทำรุนแรงเกินไป เพราะครูพยายามจะตีกระโปรงนักเรียน ไม่ได้ตีขาหรือแขน แต่เด็กเอามือมาบังเอง พวกตนรู้สึกเห็นใจครู แม้ว่าครูอาจจะเข้มงวดเกินไป และใช้การลงโทษแบบเก่าๆ แต่ก็ต้องดูด้วยว่าเด็กทำผิดอะไร   นอกจากนี้ ศิษย์เก่าบางรายได้เผยว่า ครูคนดังกล่าวเป็นคนดี ชอบช่วยเหลือนักเรียน ยามที่นักเรียนคนไหนยากจนไม่มีเงินกินข้าว ครูก็ให้เงินเด็กไปซื้อข้าวกิน ยามที่นักเรียนอยากไปเข้าค่ายต่างจังหวัด ครูก็ทำเรื่องขอให้   นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ระบุว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว หากพบว่าเป็นเรื่องจริง ถือว่าครูคนดังกล่าวทำผิดวินัย และไม่ปฏิบัติตามนโยบาย เพราะเป็นการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (สพฐ) ย้ำมาตลอดไม่ให้เกิดเหตุการณ์ัดงกล่าวขึ้น หากเกิดขึ้นผู้บังคับบัญชา ทั้งผู้อำนวยการโรงเรียน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต้นสังกัดต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและย้ายครูคนดัวกล่าวมาประจำยังเขตพื้นที่ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบคอบ   อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งยกเลิกการลงโทษเด็กนักเรียนด้วยการเฆี่ยนตีมา 10 ปีแล้ว ซึ่งระเบียบของกระทรวงว่าด้วยการลงโทษนักเรียน พ.ศ.2548 กำหนดให้การลงโทษนักเรียนทำได้ 4 สถานเท่านั้น คือ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บนตัดคะแนนความประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/csiscR5_QKo

 5,782
สังคม-อาชญากรรม
17 ม.ค. 63

สพฐ.สั่งสอบ 'ครูสายโหด' ใช้ไม้เรียวฟาดก้นเด็กไม่ยั้ง พร้อมด่าสารเลว ด้าน 'นร.-ศิษย์เก่า' ยันครูเป็นคนดี แต่อาจเข้มงวดเกินไป

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "จุฑามาส ฝอยทอง" โพสต์คลิปเหตุการณ์หนึ่ง ชณะครูผู้ชายคนหนึ่งใช้ไม้เรียวฟาดก้นของนักเรียนหญิงหลายคนอย่างหนัก และมีการต่อว่านักเรียนที่เอามือปิดก้นว่า "เอามือบังทำไม สารเลว" โดยเจ้าของโพสต์ระบุข้อความว่า "ครูสายโหด ทำเกินไปไหมคะ" ซึ่งมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเสียงแตกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งระบุว่าครูทำรุนแรงเกินไป และใช้คำพูดไม่เหมาะสม สมัยนี้ยังตีอีกเหรอ อีกฝ่ายก็เข้าใจครูว่าที่ทำลงไปต้องมีเหตุผล นักเรียนคงทำผิดจริงๆครูถึงตี   ด้าน นายโชค ปุยอ๊อด ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว ใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เผยว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา ครูคนดังกล่าวเป็นครูสอนวิชาพละ วัย 59 ปี ได้ทำโทษนักเรียนหญิงชั้นมัธยมต้นกลุ่มหนึ่งที่ไม่ยอมทำความสะอาดตามเวรที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งก่อนที่จะตีได้บอกให้นักเรียนกลุ่มดังกล่าวทำความสะอาดแล้ว แต่กลับถูกนักเรียนเถียงกลับด้วยกิริยาวาจาที่ไม่สุภาพ จึงทำให้ครูเกิดอารมณ์ชั่ววูบ    เบื้องต้นตนได้ตักเตือน และทำความเข้าใจกับครูคนดังกล่าวแล้ว ว่าให้เลิกใช้วิธีลงโทษแบบเดิม แต่ด้วยความที่เป็นครูรุ่นเก่า จึงอาจเคยชินกับการลงโทษแบบเดิมๆ จากนี้ก็จะให้เขาไปเคลียร์กับผู้ปกครองก่อน หากผู้ปกครองไม่ติดใจก็คงจบกันด้วยดี เพราะตัวครูก็หวังดีต่อนักเรียน อยากจะอบรมสั่งสอน ซึ่งตนก็จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ชัดต่อไป   ด้านครูคนดังกล่าวเผย เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น กราบขอโทษผู้ปกครอง และขอโทษเด็ก ส่วนผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่โดนตี บอกว่า เมื่อเห็นคลิปก็รับไม่ได้ มองว่าครูไม่น่าใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา   ขณะที่นักเรียนชั้นม.ต้นรายหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ เผยว่า ที่ครูต้องทำโทษดังกล่าวเพราะเพื่อนไม่ยอมทำเวร มัวแต่นั่งแต่งหน้ากัน ปกติครูเป็นคนนิสัยดี ขี้เล่น มีบ้างที่ตีนักเรียน แต่ไม่บ่อย และทุกครั้งที่ตีล้วนมีเหตุผล ตนก็เคยถูกครูตี แต่ก็ยอมรับว่าทำผิดจริงจึงไม่โกรธครู กรณีนี้ตนมองว่าครูทำถูกแล้ว เพราะเพื่อนไม่ยอมทำเวรจริงๆ แต่ก็อยากให้ครูเปลี่ยนวิธีการลงโทษ จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ทั้งนี้ อยากให้สังคมเข้าใจ อย่าต่อว่าครู เพราะจริงๆแล้วครูไม่ได้เป็นคนโหดร้าย และครูไม่ได้อยากทำ ซึ่งตอนที่ครูตี ตนเห็นว่าครูมีน้ำตาคลอออกมา   ด้านชาวบ้านที่อาศัยอยู่ละแวกโรงเรียน ระบุว่า รู้จักกับครูคนดังกล่าวมานาน ชาวบ้านส่วนใหญ่ล้วนเคยเป็นศิษย์เก่าของครูปกติครูเป็นคนดี แต่อาจจะพูดตรงๆและเข้มงวดกับนักเรียนไปหน่อย จากคลิปไม่รู้สึกว่าครูทำรุนแรงเกินไป เพราะครูพยายามจะตีกระโปรงนักเรียน ไม่ได้ตีขาหรือแขน แต่เด็กเอามือมาบังเอง พวกตนรู้สึกเห็นใจครู แม้ว่าครูอาจจะเข้มงวดเกินไป และใช้การลงโทษแบบเก่าๆ แต่ก็ต้องดูด้วยว่าเด็กทำผิดอะไร   นอกจากนี้ ศิษย์เก่าบางรายได้เผยว่า ครูคนดังกล่าวเป็นคนดี ชอบช่วยเหลือนักเรียน ยามที่นักเรียนคนไหนยากจนไม่มีเงินกินข้าว ครูก็ให้เงินเด็กไปซื้อข้าวกิน ยามที่นักเรียนอยากไปเข้าค่ายต่างจังหวัด ครูก็ทำเรื่องขอให้   นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ระบุว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว หากพบว่าเป็นเรื่องจริง ถือว่าครูคนดังกล่าวทำผิดวินัย และไม่ปฏิบัติตามนโยบาย เพราะเป็นการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (สพฐ) ย้ำมาตลอดไม่ให้เกิดเหตุการณ์ัดงกล่าวขึ้น หากเกิดขึ้นผู้บังคับบัญชา ทั้งผู้อำนวยการโรงเรียน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต้นสังกัดต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและย้ายครูคนดัวกล่าวมาประจำยังเขตพื้นที่ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบคอบ   อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งยกเลิกการลงโทษเด็กนักเรียนด้วยการเฆี่ยนตีมา 10 ปีแล้ว ซึ่งระเบียบของกระทรวงว่าด้วยการลงโทษนักเรียน พ.ศ.2548 กำหนดให้การลงโทษนักเรียนทำได้ 4 สถานเท่านั้น คือ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บนตัดคะแนนความประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/csiscR5_QKo

 5,782
สังคม
20 ธ.ค. 62

แม่ยอมรับตีลูกรุนแรงเกินจริง เผยปกติไม่ตีแต่เหลืออดเพราะบ่อยครั้ง ปมเด็ก 10 ขวบแอบขโมยเงิน 100 บาท

ปทุมธานี-พบเด็กหญิงวัย 10 ขวบ ขโมยเงินแม่ 100 บาท เดินมาขอความช่วยเหลือ หลังถูกแม่แท้ๆ ตีจนเป็นแผลบวมแดง ที่แผ่นหลัง และแขนขา ด้าน แม่ เด็ก เผยยอมรับตีลูกรุนแรงเกินไปจริง   ซึ่งร่องรอยบาดแผล ที่เกิดขึ้นกับเด็กหญิงวัย 10 ขวบ โดยเกิดเหตุ เมื่อตอน 5 ทุ่ม วานนี้ หลัง ผู้กำกับ สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งจากประชาชนว่า มีเด็กหญิงถูกตีเดินมาขอความช่วยเหลือ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ และกู้ภัยฯ เข้าตรวจสอบ ที่บริเวณร้านอาหารแห่งหนึ่ง ใน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ที่เกิดเหตุพบ เด็กหญิง เอ นามสมมุติ อายุ 10 ขวบ ตามตัวมีร่องรอยถูกตี เป็นแผลบวมแดง เต็มแผ่นหลัง และที่แขน ขา ด้านเจ้าหน้าที่ ช่วยเหลือ ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาล เพื่อทำการรักษา    โดยเด็กหญิง เอ นั้นเป็นนักเรียน ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง เรียนอยู่ชั้น ป.4 และพักอาศัยอยู่บ้านหลังหนึ่ง ใน ต.คลองสาม อ.คลองหลวง ล่าสุดแพทย์ของโรงพยาบาล ได้ให้เด็กนอนพักรักษาตัวที่นี่ก่อน โดยมีเจ้าหน้าที่ของพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ปทุมธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วจากการสอบถาม เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู บอกว่า เธอได้รับแจ้งว่า มีเด็กถูกทำร้ายมาขอความช่วยเหลือ อยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง    เมื่อไปถึง ก็พบว่าเด็กถูกตีมา และเมื่อเปิดเสื้อดูด้านหลัง ก็รู้สึกตกใจ ว่าทำไมถูกตีเยอะขนาดนี้ เธอจึงสอบถามเด็ก ก็บอกว่า ถูกแม่ตี เพราะไปขโมยเงินจำนวน 100 บาทขณะที่ แม่ของ เด็กหญิง เอ บอกว่า ตัวลูกสาว เวลาทำผิดชอบหนีออกจากบ้าน ซึ่งเธอมีลูก 3 คน และ เอ เป็นลูกคนกลาง เวลาเธอไปทำงาน ข้างบ้านจะเห็นว่าลูกสาวเก็บกระเป๋าหนีออกจากบ้าน แล้วเค้าก็ไปตามกลับมาให้ ปกติเธอจะไม่ตี แต่ครั้งนี้ เอ ได้หนีออกจากบ้านพร้อมกับขโมยเงินไปด้วย จึงบันดาลโทสะและทุบตีลูกาวอย่างแรง   ส่วนทางคดี หลังตำรวจสอบปากคำแม่ของเด็กหญิง เอ ที่ถูกตีไปแล้ว เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา เพราะต้องรอผลตรวจบาดแผลของทางแพทย์ ก่อน และต้องรอสอบปากคำเด็กพร้อมกับสหวิชาชีพ อัยการ นักสังคมสงเคราะห์ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัว และเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และทาง พม.จ. จะเข้าไปเยี่ยมเด็กหญิงที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งขณะนี้ยังนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล  

 6,898
ข่าวโซเชียล
28 พ.ย. 62

ครูตบหน้าศิษย์ ขอโทษแจงทำเพราะรัก ผู้ปกครองเข้าใจอยากให้เด็กได้ดี วอนอย่าใช้ความรุนแรงอีก

กรณีที่มีคลิปภาพขณะที่ครูตบหน้านักเรียน โดยคุณครูออกมายอมรับผิด พร้อมเผยที่ตบเพราะรัก ส่วนผู้ปกครองให้อภัย วอนอย่าให้เกิดเหตุซ้ำอีก   เป็นคลิปภาพ ในขณะที่ครูโรงเรียนดังแห่งหนึ่ง ย่านจังหวัดสมุทรสาคร เรียกเด็กออกไปยืนหน้าชั้นเรียน เพราะไม่ได้ทำการบ้านเด็กจึงสนทนาภาษาอังกฤษไม่ได้ จากนั้นก็ดุด่า และมีการทำโทษด้วยการตบหน้าเด็กนักเรียน และกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในสังคมออนไลน์ขณะนี้   จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้สื่อข่าว ได้เดินทางมาที่โรงเรียนอ้อมน้อยโสภณชนูปถัมภ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เกิดเหตุในคลิป ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เพื่อพบกับนายพงศกร พูลสมบัติ ผู้อำนวยการโรงเรียน และพบว่านายพงศกร ได้เรียกผู้ปกครองของเด็ก 1 ใน 3 คน และคุณครู ผู้ก่อเหตุ มาพบเพื่อเจรจาหาข้อยุติ กันแล้ว   ขณะที่คุณครู ยอมรับว่า ได้ทำโทษเด็กรุนแรงเกินไปจริง พร้อมกันนี้ก็ได้ขอโทษผู้ปกครองแล้ว และให้มีการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันว่า จะไม่มีการทำโทษเด็กที่รุนแรงอย่างในคลิปภาพอีก   ขณะที่ ผู้ปกครองบอกว่า ได้เข้าใจที่คุณครูกระทำลงไป เพราะต้องการให้เด็กได้ดี และไม่ถือโทษโกรธ แต่วอนขออย่าให้มีการทำโทษในลักษณะรุนแรงเช่นนี้อีก ขณะที่ ผอ.โรงเรียน สัญญาว่า จะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก และจะวางมาตรการเรื่องการทำโทษเด็กแก่คุณครูทุกคนต่อไป  

 1,180
สังคม
20 พ.ย. 62

เตะผ่าหมาก กรณีครูตีก้นเด็กจนแตก-รปภ. โดนรุมทำร้าย-ไร้ความคืบหน้ากระทงลิขสิทธิ์

-กรณีครูตีก้นเด็กจนแตกเหตุเข้าห้องเรียนช้า ใช้ไม้พองหวด พบเคยสั่งให้นักเรียนหญิงวิ่งตากแดดจนเสียชีวิตมากแล้ว วอนกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนักสังคมสงเคราะห์ พนักงานอัยการ นักจิตวิทยาเร่งตรวจสอบ เรียกครูเข้ารับข้อกล่าวหา  เน้นยำถึงจิตวิญญาณความเป็นครูอย่าแท้จริง   -กรณี รปภ. โดนรุมทำร้าย เร่งจับกุมสองหนุ่มวินมาดำเนินคดี กระทบถึงภาพรวมของวิน จยย. คนื่น มีข้อมูลว่าสองหนุ่มเคยก่อเหตุเช่นนี้มาก่อน   -ไร้ความคืบหน้ากรณีกระทง หลักตั้งข้อหากรรโชกทรัพย์คดีกระทงลิขสิทธิ์ยังเงียบ วอนนายกเข้าเร่งรัดช่วยผู้เสียหาย  

 219
สังคม
19 พ.ย. 62

แม่โร่แจ้งความลูกชาย ป.6 ถูกครูพละใช้ไม้พลองหวดจนก้นแตก ผวาไม่กล้าไปเรียน

นางสาวอุมาพร เกาว์สี อายุ 29 ปี อาชีพรับจ้าง พาตัวบุตรชาย อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6/1 โรงเรียนวัดทุ่งครุ พึ่งสายอนุสรณ์ เข้าแจ้งความกับ พันตำรวจโทอาทิตย์ ศรีสุพจน์ สารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลทุ่งครุ กรณีถูกครูพละของโรงเรียนทำโทษด้วยการใช้ไม้พลองหวดที่ก้นจนแตกได้รับบาดเจ็บ และเด็กมีอาการหวาดกลัวจนไม่กล้าไปโรงเรียน    จากการสอบสวน น.ส.อุมาพร เล่าว่า เมื่อวานนี้ลูกชายตนไปโรงเรียนตามปกติ พอช่วงเย็นกลับมาถึงบ้านพบว่าลูกชายมีอาการซึม และบ่นว่าเจ็บก้นไม่อยากไปโรงเรียนอีก จึงเค้นถามจนยอมรับความจริง ว่าเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ลูกชายกับเพื่อนๆ รวมทั้งสิ้น 6 คน ขึ้นห้องเรียนช้า ทำให้ถูกคุณครูพละทราบเพียงชื่อจริงว่า คุณครูจักรพงษ์ ลงโทษด้วยการใช้ไม้ลักษณะคล้ายไม้พลองของลูกเสือหวดที่ก้น โดยลูกชายตนโดนหวดจำนวน 5-6 ที ส่งผลให้ก้นมีรอยแตกช้ำเลือดไหลซิบ และไม่สามารถนั่งได้ตามปกติ จึงตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเรียกคุณครูคนดังกล่าวเข้ามาดำเนินคดีฐานทำร้ายร่างกาย    ในขณะที่ผู้ปกครองของเด็กอีก 5 คนนั้น จากการสอบถามกันได้ความว่าลูกๆ ของแต่ละคนก็มีบาดแผลจากการถูกทำโทษเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามผู้ปกครองท่านอื่นๆ ยังตัดสินใจกันอยู่ว่าจะดำเนินการอย่างไร มีบางส่วนคิดจะเดินทางมาแจ้งความด้วยเช่นกัน แต่บางส่วนมองเป็นเรื่องครูลงโทษเด็กตามธรรมดา แต่สำหรับตนถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยอมกันไม่ได้ เนื่องจากเห็นสภาพลูกชายแล้วหัวอกคนเป็นแม่รับไม่ได้จริงๆ ประกอบกับเมื่อปีที่แล้ว ก็มีครูพละอีกท่านซึ่งปัจจุบันไม่ได้รับราชการอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ สั่งเด็กวิ่งรอบสนามจนเป็นลมและเสียชีวิตเป็นข่าวดังมาครั้งหนึ่ง    เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะทำเรื่องส่งตัวเด็กไปตรวจร่างกาย ที่โรงพยาบาลบางปะกอก 3 ก่อนประสานคุณครูคู่กรณีเดินทางมาสอบปากคำ เพื่อพูดคุยกันก่อนดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามหากผู้ปกครองท่านอื่นๆ ประสงค์จะเดินทางพาบุตรหลานเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ ก็สามารถเดินทางมาได้ ตำรวจให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างแน่นอน    ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่าโรงเรียนวัดทุ่งครุ พึ่งสายอนุสรณ์ เคยตกเป็นข่าวโด่งดังมาแล้ว หลังจากที่มีครูพละสั่งเด็กนักเรียนวิ่งรอบสนามท่ามกลางแดดร้อนจัด ส่งผลให้ ด.ญ. อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 เป็นลมล้มลง แล้วไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลตากสิน

 565
ข่าวภูมิภาค
19 พ.ย. 62

พ่อลั่นไม่ยอมความ ลูกสาวนักฟุตบอล ร.ร. ถูกครูตีสะโพกแตก ลงโทษหลังหนีไปกินข้าว

ศรีสะเกษ-ผู้ปกครองเข้าร้องเรียน ลูกสาวอายุ 16 ปี นักเรียนโรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่ง อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ถูกครูและเป็นโค้ชฟุตบอลหญิงของโรงเรียน ใช้ไม้เรียวขนาดค่อนใหญ่มาก ตีที่สะโพกของลูกสาวอย่างแรง ประมาณ 10 ครั้ง  ทำให้มีรอยบวมช้ำเป็นแผลแตกหลายแผล ต่อมาผู้ปกครองได้พาลูกสาวเข้าแจ้งความกับตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ เพื่อให้ดำเนินคดีกับโค้ชฟุตบอลแล้ว   โดยลูกสาวเล่าว่า ขณะที่กำลังซ้อมฟุตบอลอยู่นั้น ครูได้เรียกให้ไปพบ และสอบถามว่า ออกไปข้างนอกโรงเรียนมาใช่ไหม ลูกสาวตอบว่า ใช่ค่ะ ครูจึงบอกว่า เมื่อทำผิดกฎต้องถูกลงโทษ โดยการใช้ไม้ไผ่ที่ทำเป็นไม้เรียวขนาดใหญ่ ตีที่สะโพก 10 ครั้ง จนเป็นแผลแตก   แต่ลูกสาวไม่ยอมเล่าเรื่องให้พ่อและแม่ฟัง เนื่องจากเกรงว่าอาจจะถูกกลั่นแกล้งจากครู เพราะเป็นโค้ชฟุตบอลหญิงของโรงเรียน แต่ตนเห็นว่า เป็นการลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุ จึงพาไปจ้งความ เพื่อเอาผิดครู ที่ทำโทษนักเรียนอย่างรุนแรงแบบนี้ ยืนยันไม่ยอมความอย่างเด็ดขาด จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง   ด้านตำรวจระบุ ได้ส่งตัวผู้เสียหายไปให้แพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ ตรวจบาดแผลแล้ว ส่วนครูที่ถูกกล่าวหา ตอนนี้ไม่อยู่ในพื้นที่ เนื่องจากไปคัดตัวแทนฟุตบอลเยาวชนหญิงที่จังหวัดนครพนม และจะกลับมาในวันที่ 29 พ.ย.นี้ เบื้องต้น ตำรวจจะออกหมายเรียก มาทำการสอบสวนข้อเท็จจริง ก่อนพิจารณาตั้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นทำให้ได้รับบาดเจ็บ   ต่อมานักเรียนผู้เสียหาย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ตนเคยติดทีมฟุตบอลเยาวชนหญิงทีมชาติไทย ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.2 จนถึง ม.5 และหลุดจากทีมชาติ ต่อมาโค้ชได้มาคุมทีมฟุตบอลหญิงของโรงเรียน   ก่อนถึงวันเกิดเหตุ ตนกับเพื่อนหิวข้าวจึงแอบออกไปกินข้าวนอกโรงเรียน ต่อมาวันเกิดเหตุ ตนกำลังซ้อมฟุตบอลอยู่กับเพื่อน ๆ โค้ชให้ตนออกไปยืนรอข้างสนามฟุตบอล จากนั้นให้รุ่นน้องไปเอาไม้เรียวขนาดใหญ่มา ซึ่งตนยอมรับกับโค้ชว่า แอบหนีออกไปนอกโรงเรียนจริงเพื่อไปกินข้าว โค้ชบอกว่า ผิดต้องทำโทษและตีที่สะโพกตนอย่างแรง 10 ครั้งต่อหน้าเพื่อน ๆ นักเรียนหลายคนที่กำลังซ้อมกีฬากันอยู่   ตอนนั้นเจ็บปวดมาก แต่ไม่กล้าบอกพ่อแม่ ได้แต่ให้เพื่อนทายารักษาแผล ตนยอมรับว่า ทำผิดกฏของโรงเรียนจริงแต่ไม่คิดว่าจะถูกทำโทษอย่างรุนแรงขนาดนี้  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Wp6dQoRKDV0

 6,160
สังคม
19 พ.ย. 62

พ่อลั่นไม่ยอมความ ลูกสาวนักฟุตบอล ร.ร. ถูกครูตีสะโพกแตก ลงโทษหลังหนีไปกินข้าว

ศรีสะเกษ-ผู้ปกครองเข้าร้องเรียน ลูกสาวอายุ 16 ปี นักเรียนโรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่ง อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ถูกครูและเป็นโค้ชฟุตบอลหญิงของโรงเรียน ใช้ไม้เรียวขนาดค่อนใหญ่มาก ตีที่สะโพกของลูกสาวอย่างแรง ประมาณ 10 ครั้ง  ทำให้มีรอยบวมช้ำเป็นแผลแตกหลายแผล ต่อมาผู้ปกครองได้พาลูกสาวเข้าแจ้งความกับตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ เพื่อให้ดำเนินคดีกับโค้ชฟุตบอลแล้ว   โดยลูกสาวเล่าว่า ขณะที่กำลังซ้อมฟุตบอลอยู่นั้น ครูได้เรียกให้ไปพบ และสอบถามว่า ออกไปข้างนอกโรงเรียนมาใช่ไหม ลูกสาวตอบว่า ใช่ค่ะ ครูจึงบอกว่า เมื่อทำผิดกฎต้องถูกลงโทษ โดยการใช้ไม้ไผ่ที่ทำเป็นไม้เรียวขนาดใหญ่ ตีที่สะโพก 10 ครั้ง จนเป็นแผลแตก   แต่ลูกสาวไม่ยอมเล่าเรื่องให้พ่อและแม่ฟัง เนื่องจากเกรงว่าอาจจะถูกกลั่นแกล้งจากครู เพราะเป็นโค้ชฟุตบอลหญิงของโรงเรียน แต่ตนเห็นว่า เป็นการลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุ จึงพาไปจ้งความ เพื่อเอาผิดครู ที่ทำโทษนักเรียนอย่างรุนแรงแบบนี้ ยืนยันไม่ยอมความอย่างเด็ดขาด จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง   ด้านตำรวจระบุ ได้ส่งตัวผู้เสียหายไปให้แพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ ตรวจบาดแผลแล้ว ส่วนครูที่ถูกกล่าวหา ตอนนี้ไม่อยู่ในพื้นที่ เนื่องจากไปคัดตัวแทนฟุตบอลเยาวชนหญิงที่จังหวัดนครพนม และจะกลับมาในวันที่ 29 พ.ย.นี้ เบื้องต้น ตำรวจจะออกหมายเรียก มาทำการสอบสวนข้อเท็จจริง ก่อนพิจารณาตั้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นทำให้ได้รับบาดเจ็บ   ต่อมานักเรียนผู้เสียหาย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ตนเคยติดทีมฟุตบอลเยาวชนหญิงทีมชาติไทย ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.2 จนถึง ม.5 และหลุดจากทีมชาติ ต่อมาโค้ชได้มาคุมทีมฟุตบอลหญิงของโรงเรียน   ก่อนถึงวันเกิดเหตุ ตนกับเพื่อนหิวข้าวจึงแอบออกไปกินข้าวนอกโรงเรียน ต่อมาวันเกิดเหตุ ตนกำลังซ้อมฟุตบอลอยู่กับเพื่อน ๆ โค้ชให้ตนออกไปยืนรอข้างสนามฟุตบอล จากนั้นให้รุ่นน้องไปเอาไม้เรียวขนาดใหญ่มา ซึ่งตนยอมรับกับโค้ชว่า แอบหนีออกไปนอกโรงเรียนจริงเพื่อไปกินข้าว โค้ชบอกว่า ผิดต้องทำโทษและตีที่สะโพกตนอย่างแรง 10 ครั้งต่อหน้าเพื่อน ๆ นักเรียนหลายคนที่กำลังซ้อมกีฬากันอยู่   ตอนนั้นเจ็บปวดมาก แต่ไม่กล้าบอกพ่อแม่ ได้แต่ให้เพื่อนทายารักษาแผล ตนยอมรับว่า ทำผิดกฏของโรงเรียนจริงแต่ไม่คิดว่าจะถูกทำโทษอย่างรุนแรงขนาดนี้  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Wp6dQoRKDV0

 6,160
สังคม-อาชญากรรม
30 ต.ค. 62

หัวอกคนเป็นแม่! ลูกเรียนช้าตอบครูไม่ได้ ถูกตีจนช้ำแถมด่าว่าโง่ ลูกบอกน้ำตา "หนูก็มีสมองและหัวใจ"

แม่รายหนึ่งที่จันทบุรี โพสต์เฟซบุ๊กเล่าเรื่องราวของลูกสาวเรียนชั้นอนุบาลถูกครูตี และต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง ด่าว่าโง่ ไม่มีสมอง ล่าสุดทางโรงเรียนให้ออกครูประจำชั้นรายนี้แล้ว   โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก Saovaklon Maharmart โพสต์ภาพร่องรอยที่แขนทั้ง 2 ข้างของลูกสาวที่โดนครูตีจนช้ำเป็นรอยมือ แถมยังด่าว่าเป็นเด็กไง่ ไม่มีสมอง พร้อมกับเล่าว่า เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน คุณแม่ไปรับลูกสาวที่โรงเรียนในตอนเย็น ครูเดินมาส่งลูกพร้อมพูดว่าตีลูกสาวเพราะเรียนช้าและตอบครูไม่ได้ ซึ่งครูก็ได้ขอโทษมา แต่ตอนนั้นเห็นแขนลูกก็ตกใจเป็นรอยช้ำจนเห็นชัด แต่เห็นแค่ข้างเดียว เพราะต้องรีบไปรับหลานที่อยู่อีกโรงเรียน แต่พอกลับถึงบ้าน เห็นมีรอยช้ำทั้ง 2 ข้าง แม่ร้องไห้แทบเป็นบ้า จากนั้นทักไปถามครูทันทีว่าลูกเรียนช้าตอบไม่ได้ ครูต้องตีลูกขนาดนี้เลยหรอ ซึ่งคำตอบคือใช่ และก็คำขอโทษจากครู   วันรุ่งขึ้นโทรบอกสามีที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัด สามีบอกให้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และทางโรงเรียนรับปากจะให้ครูคนนี้ลาออก มีผลใน 30 วัน ซึ่งระหว่างที่รอเวลา แม่อยู่กับลูกคอยคุยถามตลอด เพื่อให้ลูกรู้สึกปลอดภัย ลูกบอกว่า "ถูกครูตีบ่อยเพราะตอบครูไม่ได้ ครูว่าหนูโง่ หนูไม่มีสมอง แม่ขอหนูมีสมอง สมองหนูอยู่ตรงนี้" พร้อมชี้ไปที่หัว และบอกอีกว่า "หนูก็มีหัวใจด้วยค่ะแม่" ตนเองได้ยินแบบนี้หัวใจแทบสลายเลย   และล่าสุดเมื่อวานนี้ (29 ต.ค.) ตนเองได้โทรไปตามเรื่องที่โรงเรียน เพื่อขอดูใบลาออกตามที่โรงเรียนรับปากไว้ ปรากฎว่าทางโรงเรียนอ้างว่ารอดำเนินการอยู่ เท่ากับว่าครูยังสอนปกติ ซึ่งหากนับดูแล้ว จากวันเกิดเหตุ 11 กันยายน ถึง 29 ตุลาคม คือ 48 วัน สุดท้ายตนเองไม่ทน ต้องให้ลูกออกแทน   ทีมข่าวลงพื้นที่ไปโรงเรียนที่เกิดเหตุ ทางฝ่ายบริหารโรงเรียนปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล บอกแค่เพียงว่าครูประจำชั้นรายนี้ได้ทำหนังสือลาออกไปแล้ว ที่ผ่านมาทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนไปแล้ว และในช่วงเย็นวันนี้ทางคณบดีดูแลศูนย์ฯ ได้นัดทางผู้ปกครองของเด็กมาพูดคุยตกลงกันอีกครั้ง 

 2,626

Top