ค้นหา :

ผลการค้นหา "โรงพยาบาล"

ข่าวต่างประเทศ
11 ก.ย. 62

ข่าวดีประเทศไทย ติดอันดับ 6 ประเทศที่มีระบบสุขภาพดีที่สุดในโลก

Adam's Story กับ อ.อดัม แบรดชอว์...ข่าวดีประเทศไทย เป็นประเทศที่มีระบบสุขภาพของประเทศไทยติดอันดับ 6 ที่ดีที่สุดในโลก จากข้อมูลของนิตยสาร CEO World นิตยสารด้านธุรกิจของสหรัฐอเมริกา ได้จัดอันดับประเทศที่มีระบบสุขภาพที่ดีที่สุดในโลกโดยวัดจากปัจจัยต่อไปนี้   1.โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข 2.ประสิทธิภาพด้านบุคลากรของสาธารณสุข 3.ค่าใช้จ่าย 4.การเข้าถึงยาคุณภาพ 5.ความพร้อมของรัฐบาลในการจัดการระบบ   จากปัจจัยดังกล่าว ประเทศไทยติดอันดับ 6 ด้วยคะแนนรวม 67.99 เต็ม 100 ส่วนประเทศที่ได้อันดับ 1 คือ ไต้หวัน ตามด้วย เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ออสเตรีย, เดนมาร์ก, ไทย, สเปน, ฝรั่งเศส, เบลเยี่ยม, ออสเตรเลีย   ซึ่งจากการสังเกตพบว่า ในหลายปีมานี้มีชาวต่างชาติมารักษาและใช้บริการทางการแพทย์ในไทยมากขึ้น เนื่องจากมีค่ารักษาที่ถูก การบริการของคนไทยยอดเยี่ยมด้วยรอยยิ้มและการพูดคุยที่เป็นมิตร นอกจากนี้ไทยยังมีชื่อเสียงในเรื่องศัลยกรรมความงาม มีจำนวนโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานหลายแห่ง ซึ่งผู้ที่เจ็บป่วยเล็กน้อยยังถือโอกาสมาเที่ยวในไทยอีกด้วย เหรือเรียกว่า Medical Tourism นั่นเอง   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม                              Congratulations ขอแสดงความยินดี   Thailand's healthcare ranked sixth best in the world. ระบบสุขภาพของประเทศไทยติดอันดับ 6 ที่ดีที่สุดในโลก   healthcare ระบบสุขภาพ   Taiwan's Healthcare topped the list. ระบบสุขภาพของไต้หวันติดอันดับ 1   Taiwan ออกเสียงว่า ไทว่อน   Tai กับ Thai ออกเสียงเหมือนกันว่า ไท/ทาย   Thailand is known for its service with a smile. ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในเรื่องของการให้บริการพร้อมรอยยิ้ม   smile (v.) ยิ้ม (n.) รอยยิ้ม อ่านว่า สม้ายเอิล   medical tourism การท่องเที่ยวที่รวมถึงการใช้บริการทางการแพทย์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/y_6KgtdUJ4A

 1,591
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ค. 62

'ประวิตร' สั่งเข้ม กม.ความปลอดภัยทางม้าลาย นำร่องหน้าโรงเรียน-วัด-โรงพยาบาล

ปลุกคืนชีพกฎหมายความปลอดภัยทางม้าลาย ประวิตร สั่งตำรวจเข้ม นำร่องบังคับใช้กฎหมายหน้าโรงเรียน วัด โรงพยาบาล   วันที่ 9 ก.ค. 62 พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มความเข้มมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะต้องร่วมกันทำทางม้าลายทั่วประเทศ ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยกับประชาชนอย่างแท้จริง   โดยให้ตำรวจ ประสานการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรม และกระทรวงคมนาคม ร่วมกันสำรวจและริเริ่มมาตรการความปลอดภัยที่เด่นชัด ควบคู่กับ การเข้มบังคับใช้กฎหมายบริเวณทางข้ามม้าลายอย่างจริงจังต่อเนื่องกันไป โดยเฉพาะบริเวณ โรงเรียน วัด โรงพยาบาล พื้นที่ท่องเที่ยวและแหล่งเศรษฐกิจสำคัญ   ขณะเดียวกันขอให้ประสานการทำงานร่วมกับจิตอาสาจราจร รวมทั้ง สสส. และองค์กรภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง ร่วมรณรงค์สร้างวินัยจราจรแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน เน้น “ข้ามทางม้าลายและหยุดรถให้คนข้ามถนน” เพื่อลดอุบัติเหตุบนและความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนน  

 494
แชร์ออฟเดอะเดย์
07 มิ.ย. 62

คนไข้หัวร้อนฉุนรอคิวนาน ด่ากราด-ทำร้ายร่างกายพยาบาล รพ.ปลวกแดง

ระยอง-โลกออนไลน์แชร์คลิป ชายคนหนึ่งตะโกนด่าพยาบาลและเจ้าหน้าที่ภายในโรงพยาบาลปลวกแดง อำเภอปลวกแดง ท่ามกลางสายตาผู้คนจำนวนมาก และเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปห้ามปราม ชายในภาพก็เดินออกไปจากโรงพยาบาลและขี่จักรยานยนต์หลบหนีไป โดยก่อนหน้าที่จะไปยืนด่ากราด ชายคนดังกล่าวยังได้ทำร้ายร่างกายพยาบาลรายหนึ่งจนได้รับบาดเจ็บด้วย โดยเกิดขึ้นที่โรงพยาบาล   ทีมข่าวสอบถามนายแพทย์ชำนาญการณ์พิเศษ ทศนเทพ ยิ้มแย้ม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปลวกแดง ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเปิดทำการวันแรก หลังหยุดยาว 3 วัน ทำให้มีคนไข้มารอรับการบริการจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นมีคนไข้ชาย ซึ่งเป็นคนไข้ประจำของโรงพยาบาล จะมาล้างแผลเก่าที่เท้า เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ก็ได้เปิดประตูห้องฉุกเฉินเข้าไป เพื่อที่จะให้พยาบาลล้างแผล และได้มีการสอบถามเรื่องคิว   แต่ทางพยาบาลก็พยายามบอกว่า บอกไม่ได้ว่าคิวที่เท่าไหร่ ต้องออกไปทำบัตรที่เคาน์เตอร์ก่อน ทำให้คนไข้ไม่พอใจ ตรงเข้าทำร้ายร่างกายพยาบาล ซึ่งกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลบันทึกภาพ ตอนที่คนไข้เปิดประตูเข้าไปพูดคุยกับพยาบาล แต่พอหลุดรัศมีกล้องวงจรปิด ได้เกิดการทำร้ายร่างกายกันขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ และผู้มาใช้บริการของโรงพยาบาลต้องเข้าไปห้ามปราม แล้วชายที่ก่อเหตุก็ออกไปจากโรงพยาบาลและขี่จักรยานยนต์หลบหนีไป   ส่วนพยาบาลได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า มีอาการบวมช้ำ จากนั้นได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ปลวกแดง ฐานเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่มีเหตุอันควร ทั้งนี้ทราบแล้วว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร ขณะนี้อยู่ระหว่างเรียกตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังจากนั้นก็จะแจ้งข้อหา เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wDUDcnJaiBY

 2,629
ข่าวดีประเทศไทย
22 พ.ค. 62

เรื่องเล่าเช้านี้ ส่งมอบเครื่องมือแพทย์จากเงินจากการขายเสื้อ แก่ รพ.หนองจิก จ.ปัตตานี

โครงการเรื่องเล่าเช้านี้เพื่อเครื่องมือแพทย์ในภูมิภาค ที่ดำเนินการต่อเนื่องมา 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2555 จากเงินทำบุญของแฟนข่าวที่ร่วมซื้อเสื้อเรื่องเล่าเช้านี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายได้มอบให้มูลนิธิครอบครัวข่าวประมาณ 4.4 ล้านบาท นำไปจัดซื้อเครื่องมือแพทย์เพื่อมอบให้โรงพยาบาล 18 แห่งทั่วประเทศ   โดยล่าสุดทางตัวแทนมูลนิธิครอบครัวข่าวได้ส่งมอบ เครื่องวัดสัญญาณชีพ ไปมอบให้กับโรงพยาบาลหนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการรักษา โดยทางโรงพยาบาลได้ฝากขอบคุณแฟนข่าวทุกท่านที่ได้ร่วมทำบุญมา ณ โอกาสนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PyX-tq9cPlM

 3,301
ข่าวในพระราชสำนัก
09 พ.ค. 62

สธ.ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ปีติเผยภาพเช็คพระราชทาน 79 ล้าน รพ.ศูนย์สกลนคร

ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยและทรงคำนึงถึงการดูแลรักษาพยาบาล สุขภาพร่างกายของประชาชน ตลอดจนประสิทธิภาพด้านการให้บริการทางการแพทย์   จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานเงินในการจัดซื้อเครื่องมือครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาล วิทยาลัยแพทย์และพยาบาล และสถานพยาบาลต่างๆ จากทั่วประเทศ ที่ยังคงขาดแคลนและมีความจำเป็นในการให้บริการในการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยจำนวน 27 แห่งทั่วประเทศ รวมเป็นเงิน 2,407,144,487.59 บาท   ด้าน นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โรงพยาบาลสังกัด สธ.ได้รับพระราชทานเงินสำหรับจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ 11 แห่ง ประกอบด้วย 1.โรงพยาบาลราชวิถี 2.โรงพยาบาลสงฆ์ 3.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี 4.โรงพยาบาลหัวหิน 5.โรงพยาบาลน่าน 6.โรงพยาบาลศูนย์สกลนคร 7.โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ 8.โรงพยาบาลศูนย์ยะลา 9.โรงพยาบาลศูนย์ปัตตานี 10.โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก และ 11.โรงพยาบาลท่าวังผา จังหวัดน่าน   นพ.ปิยะสกล กล่าวอีกว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นเหลือ ที่พระองค์พระราชทานเงินสำหรับจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ลงมา ซึ่ง สธ.จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ตามที่มีพระบรมราโชบายเพื่อให้เงินนี้ลงไปสู่ประชาชนผู้ยากไร้อย่างเต็มที่ โดยจะเน้นเป็นเครื่องมือแพทย์ที่เหมาะสมกับความต้องการการรับบริการของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีความแตกต่างกันออกไป เพราะโรงพยาบาลที่ได้รับพระราชทานเงินมีหลายระดับ และกระจายในหลายภูมิภาค ทั้งภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้    ขณะที่ฟซบุ๊กสกลนคร ซิตี้ เผยแพร่ภาพเช็คพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมข้อความว่า “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานเงินจำนวน 79,957,680.00 บาท (เจ็ดสิบเก้าล้านเก้าแสนห้าหมื่นเจ็ดพันหกร้อยแปดสิบบาทถ้วน) เพื่อสนับสนุนจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลศูนย์สกลนคร นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RkhzY20gIfY

 12,806
ข่าวในพระราชสำนัก
08 พ.ค. 62

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเงิน 2.4 พันล้านบาท ให้ 27 รพ.ทั่วประเทศ จัดซื้อเครื่องมือแพทย์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ผู้อำนวยการวิทยาลัยแพทย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาล และผู้อำนวยการสถานพยาบาล จำนวน 27 แห่ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเงินสำหรับจัดซื้อเครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ได้แก่   โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลกลาง, โรงพยาบาลวชิระ, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า, โรงพยาบาลทหารผ่านศึก, โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ, โรงพยาบาลราชวิถี, โรงพยาบาลสงฆ์, โรงพยาบาลตำรวจ, สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี, โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ, วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก, โรงพยาบาลรามาธิบดี   โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน, โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ, โรงพยาบาลหัวหิน, โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่, โรงพยาบาลน่าน, โรงพยาบาลศูนย์สกลนคร, โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์, โรงพยาบาลยะลา, โรงพยาบาลปัตตานี, โรงพยาบาลสงขลานครินทร์, โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก และโรงพยาบาลท่าวังผา จังหวัดน่าน     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยและทรงคำนึงถึงการดูแลรักษาพยาบาล สุขภาพร่างกายของประชาชน ตลอดจนประสิทธิภาพด้านการให้บริการทางการแพทย์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงินในการจัดซื้อเครื่องมือ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาล วิทยาลัยแพทย์และพยาบาล และสถานพยาบาลต่าง ๆ จากทั่วประเทศ ที่ยังคงขาดแคลน และมีความจำเป็นในการให้บริการ ในการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วย   โดยทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเงินที่ประชาชนได้ร่วมกันทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ในการร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทั้งหมด และส่วนหนึ่งเป็นเงินรายได้ จากการจัดงาน อุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,407,144,487.59 บาท   ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพ ในการให้การรักษาทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาล วิทยาลัยแพทย์และพยาบาล และสถานพยาบาลต่าง ๆ อันจะเป็นประโยชน์ในการให้การบริการทางการแพทย์แก่ผู้ป่วย การรักษาพยาบาลที่ดีมีคุณภาพ เพื่อให้ผู้ได้รับ การรักษามีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้   ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่คณะผู้บริหาร บุคลากร และเจ้าหน้าที่ ตลอดจนประชาชน ทุกหมู่เหล่าอย่างหาที่สุดมิได้   การนี้ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เจ้ากรมแพทย์ทหารบก เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ และปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_qzkB9Ut6rE

 13,928
สังคม-อาชญากรรม
24 เม.ย. 62

สธ. เร่งผลิตพยาบาลเพิ่ม รองรับสังคมผู้สูงอายุ

กระทรวงสาธารณสุข สั่งผลิตพยาบาลเพิ่ม รองรับสังคมผู้สูงอายุในยุคดิจิทัล ไม่ให้กลายเป็นสังคมเดี่ยว ที่ส่งผลต่อความเครียด และส่งผลต่อสุขภาพตามมา    (24 เม.ย.62) การประชุมวิชาการ รางวัลศรีสังวาลย์ ซึ่งจัดขึ้น โดยมีนายแพทย์ธวัช สุนทราจารย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ในที่ประชุม นอกจากจะแสดงความยินดีกับพยาบาลดีเด่นที่ได้รับรางวัล ศรีสังวาลย์ ซึ่งเป็นบุคคลต้นแบบที่ยึดตามแนวทางการทำความดี ปฏิบัติหน้าที่การดูแลผู้ป่วย และพัฒนางานให้เป็นที่ประจักษ์ ต่อสังคมและประเทศชาติแล้ว ยังได้ย้ำถึงการผลิตพยาบาลเพิ่ม เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ ในยุคดิจิตัล ซึ่งจะกลายเป็นสังคมเดี่ยวมากขึ้น ส่งผลต่อการดำรงชีวิตที่ทำให้ผู้สูงอายุเครียด เกิดปัญหาด้านสุขภาพตามมามากมาย โดยเฉพาะโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ ทั้งเบาหวาน ความดัน กระทรวงสาธารณสุข จึงประกาศพัฒนาศักยภาพพยาบาล เพื่อให้สมารถดูแลผู้สูงอายุได้ดี สั่งให้มีทักษะในการนำเครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ในปัจจุบันมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ที่สำคัญ อาจกำหนดให้สถานพยาบาล มีกิจกรรมเพื่อผู้สูงอายุ เพราะอย่างน้อย ยังได้ออกนอกบ้านมาเจอเพื่อน เจอมิตรสหาย เจอหมอ พยาบาล ที่จะคอยแนะนำการดูแลสุขภาพที่ดี และร่วมกิจกรรมที่เกิดประโยชน์ ทั้งลีลาศ ดนตรี กิจกรรมเข้าจังหวะ และการแบ่งกลุ่มแลกเปลี่ยนด้วยเกมเบาสมอง คาดว่าในอนาคต ไทยจะเป็นต้นแบบสังคมผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ

 1,772
สังคม-อาชญากรรม
28 พ.ย. 61

แม่ร้อง สธ. ลูกสาวเสียชีวิต หลังคลอด 3 วัน ใน รพ. หลังผลนิติเวชแย้ง ไม่ได้เสียชีวิตเพราะติดเชื้อ

 นายสุวรรณ ผิวขำ และนางปิยธิดา ผิวขำ สองสามีภรรยา เดินทางมายื่นหนังสือถึง นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์และผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ใน จ.สมุทรปราการ     โดย นางปิยธิดา เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตนคลอดลูกสาวชื่อน้องเดียร์เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่โรงพยาบาลบางบ่อ น้ำหนักแรกคลอด 2,920 กรัม พยาบาลแจ้งว่าลูกสาวแข็งแรงดี ในวันนั้นยังดูดนมตัวเองตามปกติ ก่อนที่พยาบาลจะเอาไปป้อนนมและเลี้ยงที่ห้องปลอดเชื้อเด็ก เมื่อตนเดินไปดูลูกพยาบาลก็บอกว่าเด็กในห้องปลอดเชื้อต่างติดเชื้อกัน ยกเว้นลูกสาวตน    ซึ่งตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเพราะอยู่กับแพทย์แล้ว และเมื่อตนเดินกลับห้องมาพยาบาลกลับมาแจ้งว่าลูกสาวตนติดเชื้อแล้ว ต่อมาเช้าวันที่ 27 ส.ค. ตนได้คุยกับแพทย์จึงทราบว่าลูกสาวตนดูดนมแล้วสำลัก เมื่อตรวจพบว่าลำไส้ใหญ่ผิดปกติดูดนมแล้วไม่ย่อยทำให้ท้องอืด จึงเห็นว่าควรงดนม 3 วัน แต่ได้ให้สารอาหารผ่านน้ำเกลือ เมื่อตนไปดูลูกก็เห็นพยาบาลเอาจุกนมยัดใส่สำลีให้ลูกดูด ซึ่งทุกชั่วโมงตนจะเดินไปดูลูกและวัดไข้พร้อมเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ โดยตอนนั้นพบว่าลูกยังมีอาการปกติไม่มีไข้   ในวันที่ 28 ส.ค. ตนก็เดินมาหาลูกที่ห้องปลอดเชื้อทุกชั่วโมงเพื่อวัดไข้และเปลี่ยนผ้าอ้อม ก็พบว่าไม่มีไข้ ร้องไห้ตามปกติ ไม่พบอาการผิดปกติ จนกระทั่งเวลา 23.30 น. มีแพทย์และพยาบาล 4-5 คนเดินมาหาตนที่ห้องพักบอกว่าลูกสาวตนไม่หายใจและเสียชีวิตแล้ว ทำให้ตนตกใจมากไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น     จนช่วงเช้าวันที่ 29 ส.ค. ทางโรงพยาบาลพาสามีไปแจ้งตายที่อำเภอ และให้เอาลูกไปประกอบพิธีทางศาสนา จากนั้นแพทย์ถึงแจ้งเพียงว่าลูกสาวติดเชื้อในลำไส้อย่างรุนแรงโดยไม่มีอธิบายอะไรเพิ่ม จึงนำศพลูกไปฝังที่บ้านเกิดใน จ.บุรีรัมย์ แต่ด้วยความสงสัยจึงขุดศพให้ตำรวจส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลตำรวจ จนมีการระบุว่าภาวะหายใจไหลเวียนล้มเหลวซึ่งขัดแย้งกับผลที่บอกพวกตนตอนแรกตนติดใจในหลายประเด็น เช่น หากลูกตัวเองติดเชื้อรุนแรงทำไมถึงไม่แจ้งให้ทราบและย้ายไปโรงพยาบาลใหญ่ เพราะช่วง 3 วันตนไม่ได้รับการแจ้งใดๆจากแพทย์ และเมื่อไปเปลี่ยนผ้าอ้อมและวัดไข้ก็ไม่พบความผิดปกติ และเมื่อลูกเสียชีวิตแล้วก็ไม่ได้ชี้แจงอะไร พูดเพียงแต่ขอโทษ และเพิ่งมาบอกวันที่จะเอาศพลูกออกว่าติดเชื้อในลำไส้อย่างรุนแรง พร้อมภาพเอ็กซ์เรย์ที่พบว่าติดเชื้อที่ชื้นเนื้อบริเวณลำไส้เล็กมีสีคล้ำขนาด 5 เซนติเมตร     รวมทั้งที่สงสัยการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่ามีการปล่อยปละละเลยจนเกิดความผิดพลาดหรือไม่ เพราะตลอดครึ่งชั่วโมงที่ตนให้ลูกกินนมจากอกในวันแรก ลูกดูดนมปกติไม่มีอาการสำลัก แต่พอพยาบาลเอาไปป้อนกลับเกิดอาการสำลักและติดเชื้อ รวมทั้งการที่พยาบาลเอาจุกนมยัดใส่สำลีให้ลูกดูดเพื่ออะไร เป็นการลดไม่ให้ส่งเสียงหรือไม่ และพยาบาลได้มาดูตลอดหรือไม่ว่ามีความผิดปกติอะไรหรือเปล่า เพราะช่วง 4 ทุ่มที่ตนมาวัดไข้และเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกครั้งสุดท้ายลูกยังมีอาการปกติ แต่หลังจากนั้นอีกชั่วโมงครึ่งเกิดอะไรขึ้น ทำไมลูกถึงเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว จึงอยากให้ทางโรงพยาบาลรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น    ด้าน นายภูวนาถ ประคำ ผู้ประสานงานเครือข่ายพลังแรงงานไทย กล่าวว่า หลังจากได้รับการร้องเรียนจากพ่อและแม่เด็กจึงให้ความช่วยเหลือ โดยครั้งแรกที่ได้คุยกับทางตัวแทนโรงพยาบาลยืนยันว่าให้การดูแลปกติ ส่วนการเสียชีวิตจากการติดเชื้อในลำไส้อย่างรุนแรง ซึ่งครอบครัวเด็กยังติดใจ โดยเฉพาะสาเหตุที่ต้องเอาจุกนมยัดใส่สำลีให้เด็กดูดเพื่ออะไร และยังเอาเทปติดไว้กับปากอีก หากเด็กเกิดอาการสะอึกหรือสำลักน้ำลายจะช่วยเหลือทันหรือไม่ จึงได้นำศพกลับมาชันสูตรที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งผลออกมาว่าเสียชีวิตจากภาวะหายใจไหลเวียนล้มเหลว ตนจึงนำผลที่ได้ไปถามทางโรพงยาบาลอีกครั้งเพื่อต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม แต่ทางโรงพยาบาลไม่มีการชี้แจงใดๆ อ้างว่าผู้อำนวยการไม่อยู่ และครั้งที่ 3 ที่มีตำรวจมาเป็นตัวกลางในการเจรจา โดยมีการพูดถึงจำนวนเงินในการเยียวยา แต่ไมได้ข้อสรุปโดยทางโรงพยาบาลอ้างว่าให้ผลชันสูตรอย่างละเอียดออกก่อน     นายภูวนาถ  กล่าวต่อว่า ตนได้ขอให้ทางนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะอวัยวะที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารปกติ และ ชื้นเนื้อบริเวณลำไส้เล็กมีสีคล้ำ ซึ่งผลได้ออกมาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า เด็กเสียชีวิตจากภาวะหายใจไหลเวียนล้มเหลว ส่วนอื่นๆไม่พบว่ามีการติดเชื้อแต่อย่างใด ทำให้ตนเชื่อว่าเด็กอาจเสียชีวิตขณะเกิดการสำลักหรือเกิดอะไรขึ้นบางอย่าง โดยการที่เอาจุกนมยัดใส่สำลีทำให้พยาบาลอาจไม่เห็นความผิดปกติจนเด็กขาดอากาศหายใจเสียชีวิต โดยจากนี้จะร้องเรียนกับแพทยสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก   ส่วน นายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ทนายความ กล่าวว่า พนักงานสอบสวน สภ.บางบ่อ ได้สรุปสำนวนส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้วเนื่องจากแพทย์เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ในข้อกล่าวหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและร่วมกันกระทำโดยประมาทให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยตนเกรงว่าจะล่าช้า เพราะเคยไปเรียกร้องที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สมุทรปราการ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า จึงต้องมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมที่ สธ.เพิ่มเติม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-ATUoUUwXXI

 24,116
สังคม-อาชญากรรม
24 พ.ย. 61

สลด! สาวปริศนาเดินออกจาก รพ.โดดลงแม่น้ำปราจีนบุรีดับ ศพลอยติดท่อดูดน้ำประปา

 เมื่อเวลา 0.00 น. วันนี้ (24 พ.ย.61) ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถานปราจีนบุรี  ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล  ว่ามีผู้หญิงวัยกลางคน อายุประมาณ 30 ปี รูปร่างท่วม  ผิวขาว  ได้เดินออกโรงพยาบาลไปลงแม่น้ำปราจีนบุรี  ที่บริเวณท่าน้ำริมเขื่อนหน้าโรงบาลแล้วจมน้ำหายไป      จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่ติดตั้งไว้จำนวนหลายจุด พบว่าผู้สูญหายรายดังกล่าวได้เดินออกมาจากตึกอำนวยการโรงพยาบาลผ่านกล้องวงจรปิดที่ประตูทางเข้า  จากนั้นผู้สูญหายได้เดินไปที่เขื่อนหน้าโรงพยาบาล  ลงไปในแม่น้ำปราจีนบุรีจมน้ำหายไป     หลังจากรับแจ้งทางเจ้าหน้าหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญปราจีนบุรี  ร่วมกับจุดประจันตคามได้นำเรือท้องแบนพร้อมชุดประดาน้ำลงงมหาผู้สูญหายในน้ำ  ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยใช้เวลาไม่นานก็สามารถงมหาร่างผู้สูญหายได้ เนื่องจากร่างของผู้เสียชีวิตจมน้ำไปติดอยู่ที่บริเวณท่อดูดน้ำประปาของโรงพยาบาล โดยมีประชาชนทราบข่าวมียืนดูการค้นหาเป็นจำนวนมาก      ต่อมาทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจึงได้ประสาน ร.ต.อ.เรืองศักดิ์ เนื่องกิจ ร้อยเวร สภ.เมืองปราจีนบุรี  พร้อมแพทย์จากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร  ทำการตรวจพิสูจน์ร่างผู้เสียชีวิตและจากการตรวจผู้เสียชีวิตไม่พบหลักฐานว่าผู้เสียชีวิตเป็นใครมาจากไหนทางเจ้าหน้าที่จึงให้หน่วยกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิต  ไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลเพื่อรอญาติมาติดต่อรับศพและจะดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุต่อไป  

 1,009
สังคม-อาชญากรรม
14 พ.ย. 61

ลุยเอาผิด! 'อัจฉริยะ' เดินหน้าร้องเขตบางขุนเทียน จี้ตรวจสอบแบบอาคาร รพ.พระราม 2

 ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้ายื่นหนังสือกับนายประเสริฐ ฉวีอินทร์ ผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน เพื่อให้ตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้างดัดแปลงอาคาร ตรวจสอบอาคาร และใบอนุญาตเปิดใช้อาคารของโรงพยาบาลพระราม 2    (14 พ.ย.61) นายอัจฉริยะ เผยว่าเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2557 โรงพยาบาลพระราม 2 ได้เกิดเหตุไหม้ และมีผู้ป่วยเสียชีวิต 1 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบในครั้งนั้นทราบว่าไม่มีการติดตั้งสปริงเกอร์ จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาคารดังกล่าวว่าภายหลังเกิดเหตุได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขแล้วหรือไม่ นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่ามีการต่อเติมอาคารที่ผิดไปจากแบบที่วางไว้ ส่วนจะมีความผิดหรือไม่นั้นก็ต้องในทางสำนักงานเขตและกรมโยธาเข้าตรวจสอบ   นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า สำหรับโรงพยาบาลสหวิทยาการมะลิ นั้นเป็นโรงพยาบาลลูกในเครือของโรงพยาบาลพระราม 2 ซึ่งหากใครใช้ประกันสังคมก็จะให้ไปใช้บริการที่โรงพยาบาลสหวิทยาการมะลิ นอกจากนี้ยังพบว่าทั้ง 2 โรงพยาบาลมีการทุจริตในการใช้หมอปลอมและพยาบาลปลอม จากนั้นเมื่อมีการรักษาก็ไปเบิกเงินกับหลวงที่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ตนก็จะทำการยื่นเรื่องตรวจสอบเช่นกัน    ด้านนายประเสริฐ กล่าวว่า ภายหลังจากรับเรื่องร้องเรียนเสร็จสิ้นภายในวันนี้ก็จะให้ทางเจ้าหน้าที่ของทางสำนักงานเขตและกรมโยธาเข้าตรวจสอบในรายละเอียดเบื้องต้น โดยจะทำเป็นหนังสือยื่นไปทางโรงพยาบาลเพื่อขอตรวจสอบตามกฎหมาย ซึ่งทางโรงพยาบาลพระราม 2 จะต้องนำหนังหนังสือใบอนุญาตการก่อสร้างมาแสดง ว่าได้มีการก่อสร้างถูกต้องตามแบบหรือไม่ และการต่อเติมอาคารนั้นได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่ หากพบว่ามีการกระทำผิดก็จะต้องมีคำสั่งห้ามใช้อาคารและทำการแก้ไขให้ถูกต้องตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้

 1,878
ข่าวต่างประเทศ
29 ส.ค. 61

ลูกสาวฉุน คนขับรถ รพ. พาพ่อวัย 96 มาส่งทั้งชุดคนไข้ - ปล่อยให้นอนขดบนโซฟา

สำนักข่าว metro เผยแพร่ภาพที่กำลังถูกส่งต่อในโซเชียลมีเดียขณะนี้ กรณีคุณทวดชาวอังกฤษวัย 96 ปี นอนอยู่บนเก้าอี้ในบ้านทั้งชุดคนไข้ของโรงพยาบาล หลังถูกคนขับรถนำมาทิ้งเอาไว้     รายงานข่าวระบุว่า คุณทวดถูกปล่อยตัวออกจากโรงพยาบาลในเมืองร็อตเธอร์แฮม คนขับรถจึงพาตัวมาส่งที่บ้าน ก่อนที่ลูกสาวจะไปรับตัวพ่อที่โรงพยาบาล แต่เมื่อเธอมาเห็นพ่อนอนขดตัวบนโซฟาแคบๆ ก็รู้สึกไม่พอใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะห่างออกไปไม่กี่ก้าวก็มีเก้าอี้ตัวใหญ่ แต่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลกลับเพิกเฉย ไม่ใส่ใจต่อสวัสดิภาพของคนไข้สูงอายุ ซึ่งกว่าที่เธอจะมาถึงพ่อก็ต้องอยู่ในสภาพนี้นานกว่าครึ่งชั่วโมง     ลูกสาวของคุณทวดยังเปิดเผยอีกว่า ทันทีที่ทางโรงพยาบาลแจ้งว่าพ่อได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ เธอก็รีบไปหาพร้อมกับนำเสื้อผ้าไปให้เปลี่ยน แต่เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่กลับไม่รู้ว่าพ่อของเธออยู่ที่ไหน กระทั่งมาเจอพ่อที่บ้าน ซึ่งสภาพของพ่อที่เห็นทำให้เธอรู้สึกโกรธมากจึงถ่ายรูปส่งไปให้ทางโรงพยาบาล เพราะอยากทราบว่าทำไมพ่อจึงออกจากโรงพยาบาลทั้งชุดผู้ป่วย และเหตุใดเจ้าหน้าที่ถึงทิ้งเขาเอาไว้เพียงลำพัง                      

 3,798
สังคม-อาชญากรรม
07 ส.ค. 61

ผอ.รพ.เผยกางเกงใน 'น้องหญิง' ถูกเก็บทำลายเป็นขยะติดเชื้อแล้ว ญาติเตรียมแจ้งความพยาบาล ทำลายหลักฐาน

จากกรณี น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือน้องหญิง อายุ 19 ปี เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา หลังเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนที่นายสุรพล ดาราคำ หรือออฟ อายุ 23 ปี อาสาขับรถเทรลเลอร์จะพาไปส่งที่หอพัก   แต่กลับอ้างว่าน้องหญิงกระโดดลงจากรถเสียชีวิตระหว่างทาง แต่ญาติไม่ปักใจเชื่อ มั่นใจว่าเป็นคดีการฆาตกรรมแน่นอน กระทั่งมีการจับกุมผู้ต้องหา ขณะที่ล่าสุดพบว่ากางเกงในของน้องหญิงถูกพยาบาลอ้างว่าทิ้งในถังขยะระหว่างการรักษาที่โรงพยาบาล   จากการตรวจสอบไปยังนายแพทย์ธนะวัตร วัฒนวงษ์ภิญโญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลการุญเวช จังหวัดพระครศรีอยุธยา ได้รับคำตอบยืนยันว่ากางเกงในของน้องหญิงคืนวันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฏาคม วันเกิดเหตุ แพทย์ พยาบาลที่รับน้องหญิงเข้าทำการรักษาอย่างเร่งด่วนในห้องฉุกเฉิน   ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าของน้องหญิงที่เปียกออกและกางเกรงในเปรอะเปื้อนติดเชื้อจากสภาพที่พบ จึงได้นำกางเกงชั้นในไปแยกทิ้งไว้ในถังแดง ซึ่งเป็นถังขยะติดเชื้ออันตรายต้องส่งไปกำจัดตามระบบมาตรฐานการกำจัดขยะติดเชื้ออันตราย นำไปเก็บไว้ในอาคารเก็บขยะติดเชื้อ ซึ่งทุกวันพุธจะมีรถของบริษัทรับจ้างทำลายขยะติดเชื้อเข้ามารับขนไปทำลาย   สำหรับขยะติดเชื้อที่มีกางเกงในของน้องหญิงรวมอยู่ด้วย บริษัทได้เข้ามาเก็บรับไปทำลาย เมื่อวันพุธที่ 25 กรกฏาคมที่ผ่านมาไปแล้ว และต่อมาวันที่ 26 กรกฏาคมระยะเวลาห่างกันเพียงวันเดียว ทางญาติได้เข้ามาติดต่อโรงพยาบาลตามหากางเกงในน้องหญิงจึงไม่พบ เพราะถูกส่งให้บริษัทรับไปทำลายแล้ว และหลังจากที่มีข่าวการตามหากางเกงในน้องหญิงเพื่อนำมาเป็นหลักฐาน ก็ไม่พบว่าจะมีตำรวจหรือใครติดตามไปทางบริษัทรับกำจัดทำลายขยะติดเชื้อ เพื่อที่จะขอตรวจสอบติดตามหากางเกงในของน้องหญิงแต่อย่างไร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cbFtDdfYE94

 6,372
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ค. 61

พ่อเด็กลูกครึ่งตกตึก โอดโดนกีดกันไม่ได้เยี่ยมลูก ตั้งข้อสงสัยอดีตเมียอาจมีส่วนก่อเหตุ

จากกรณี 4 พี่น้องลูกครึ่งไทย-สวิส พลัดตกระเบียงที่พักย่านหัวหมาก ทางพ่อแม่และของเด็กที่แยกทางกัน ได้มาเจรจาไกล่เกลี่ยกันต่อหน้าตำรวจ ก่อนทำบันทึกข้อตกลงกัน และจัดงานศพให้ลูกชายคนเล็กที่เสียชีวิต   ด้านนายมาร์เชล เลออง โบเรล สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นพ่อของเด็ก อาชีพครูสอนภาษาต่างชาติ  ได้เดินทางมาที่ รพ.แพทย์ปัญญาเพื่อขอเข้าเยี่ยมอาการของ ด.ช.ลูก้า โบเรล หรือน้องต้นกล้า อายุ 10 ขวบ ที่ขณะนี้กำลังรักษาอาการอยู่ที่ห้องไอซียู และ ด.ญ.พาเมลา โบเรล หรือน้องดีดี้ อายุ 11 ปี ที่วันนี้เพิ่งได้รับการผ่าตัดเพิ่มเติม แต่ทางนายแพทย์ไม่อยู่ ทำให้ไม่สามารถเข้าเยี่ยมลูกได้ ตามข้อตกลงที่ทำไว้กับอดีตภรรยา   นายมาร์เชล เปิดเผยว่า ในวันนี้ตนเดินทางมาเพื่อมาเยี่ยมลูกทั้ง 2 คน แต่ตนถูกกีดกันทุกวิถีทางจากแม่ของเด็ก ซึ่งตนต้องการแค่ได้พบหน้าเด็ก ตนพยายามจะพบเจอลูกตั้งแต่วันแรก หลังเกิดเหตุตนเสียใจมาก เพราะทางครอบครัวของตนก็ได้เดินทางมาเพื่อมาพบหน้าเด็ก แต่ตนก็ไม่ได้พบเด็กๆ   ทั้งที่ตนก็มีเอกสารที่ศาลได้ตัดสินให้ตนมีสิทธิ์ดูแลเด็กครบทุกอย่าง แต่ตนก็ยังไม่ได้พบหน้าเด็กสักครั้ง ส่วนอีกเรื่องในเมื่อเรื่องทางคดียังไม่สิ้นสุด แล้วทางแม่เขาอาจจะมีส่วนในการเสียชีวิตของลูกเขาก็ได้ แต่ทำไมเขาถึงยังได้ใกล้ชิดเด็กๆอยู่   ทุกวันนี้ ตนนอนไม่เคยหลับ มีความรู้สึกเหมือนถูกมัดแล้วโยนลงไปในน้ำ แต่ทำไมแม่ของเขา ได้อยู่ใกล้ชิดลูก รู้สึกได้ถึงความไม่เป็นธรรม แต่ตนเป็นพ่อ ทำไมถึงไม่ได้สิทธิ์นี้เลย ซึ่งในขณะนี้มีผู้ใหญ่บางคนได้ช่วยเหลือ ช่วยคุยกับผู้อำนวยการของโรงพยาบาลแพทย์ปัญญาเพื่อให้ตนได้เข้าเยี่ยมอาการลูกทั้ง 2 คน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N1M8QMgD0AE  

 12,325
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ค. 61

ญาติเศร้าร่วมงานศพ 'น้องกวาง' ช็อกเสียชีวิตเหตุห้องฉุกเฉินปิด แม่ยันไม่เผาศพลูกจนกว่าเรื่องจะเรียบร้อย

จากกรณีโลกโซเชียลมีการแชร์เรื่องราวสะเทือนใจ ของเด็กหญิงญานิศา หรือน้องกวาง ทัดละมัย อายุ 1 ปี 6 เดือน ที่มีอาการป่วยไข้ขึ้นสูงพ่อแม่นำส่ง รพ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว จ.สระแก้ว   แพทย์ระบุผู้ป่วยยังอาการไม่ถึงขั้นช็อกให้กลับไปรอดูอาการที่บ้าน กระทั่งตกดึกวันเดียวกันเด็กมีอาการทรุดหนัก จึงได้นำกลับมา รพ.อีกครั้งเวลาตี 5 แต่ จนท.รพ.เวรเปลได้แจ้งว่าตึกอุบัติเหตุปิด ให้ไปทำประวัติตึกถัดไปและก็ไม่สามารถเข้าไปยังตึกอุบัติเหตุได้ เพราะประตูปิดมีรหัสเข้าประตูด้วย จึงนำตัวน้องกวางมาเช็ดตัวรอนาน 2 ชั่วโมง มีผู้ป่วยรายอื่นเข้าไปยังตึกอุบัติเหตุได้แล้วก็รีบนำน้องเข้าไปรักษา   ต่อมาเด็กเกิดช็อก อาการหนักและแพทย์ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ทัน สร้างความเสียใจและไม่พอใจกับพ่อแม่และญาติของผู้เสียชีวิต จึงได้เรียกร้องขอความเป็นธรรม และทาง รพ.ได้ออกมาแถลงรับผิดกับเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเกิดจากความผิดพลาดของทาง รพ.จริง ซึ่งจะเยียวยาในวงเงิน 4 แสนบาท ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น   ซึ่งบรรยากาศงานศพของน้องกวาง ตั้งไว้ในบ้านพัก มีเหล่าญาติพี่น้องมาอยู่ร่วมพิธีจำนวนมาก และพ่อแม่น้องกวางโดยเฉพาะยายยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้า เนื่องจากเป็นลูกและหลานคนแรกของครอบครัวประกอบกับมีความน่ารักน่าเอ็นดูชอบยิ้มเลี้ยงง่าย   ด้านแม่ของน้องกวางกล่าวว่า จัดงานศพไปตามมีตามเกิด ไม่ได้จัดใหญ่โตทำแบบเรียบง่าย เมื่อ 2 คืนที่ผ่านมามีหมอมาจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว นำพวงหรีดมามอบให้ 1พวง และเงินทำบุญใส่ซองถวายพระ 2,000 บาท จากนั้นก็ไม่มีใครมาอีก ยังยืนยันว่าจะเก็บศพน้องเอาไว้ที่วัดคลองยาง อยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านพักที่ตั้งศพน้องเอาไว้ก่อน ในวันที่ 7 พ.ค.จะยังไม่ทำการเผาจนกว่าเรื่องจะจบเรียบร้อย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9FD8jAPapi8      

 9,922
สังคม-อาชญากรรม
06 พ.ค. 61

รพ.เมืองสระแก้วแถลงปมแม่พาลูกสาว 2 ขวบป่วยไปหาหมอแต่ห้องฉุกเฉินปิดสุดท้ายเสียชีวิต

จากกรณีชาวเน็ตโพสต์ร้องทุกข์ ด.ญ.วัย 2 ขวบ เสียชีวิตหลังแม่พามาตรวจที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว แต่เจ้าหน้าที่รพ.ไม่ยอมรักษาช่วงตี 5 อ้างว่าแผนกฉุกเฉินปิดทำการ จนทำให้เด็กเสียชีวิต เมื่อไปแจ้งความตำรวจไม่ยอมรับแจ้งนั้น     ล่าสุด นพ.อภิรัต กตัญญุตานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วย นพ.ภูวดล กิตติวัฒนาสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ได้เปิดแถลงข่าวชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยเชิญ ครอบครัวของดญ.ญาณิศา นำโดย จ.ส.อ.มารุต คุณมี อายุ 44 ปี พ่อแม่และญาติๆ รวมกว่า 10 มาร่วมรับฟังการแถลงด้วย     นพ.อภิรัต กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2561 เวลา 14.00 น. ด.ญ.ญาณิศา มีอาการไข้สูง หนาวสั่น อาเจียน และถ่ายท้อง ตรวจพบไข้ 40 องศา ชีพจร 110 ครั้งต่อนาที เด็กรู้สึกตัวและตื่นดี แพทย์วินิจฉัยว่า ลำไส้อักเสบ ให้การดูแลรักษาโดยการให้ยาลดไข้ ยาแก้อาเจียน และเกลือแร่ไปรับประทาน พร้อมเช็ดตัวลดไข้จนอาการดีขึ้น ให้คำแนะนำและให้กลับไปรักษาต่อที่บ้าน 4 พ.ค. เวลาประมาณ 6.13 น. คุณแม่เด็กพาผู้ป่วยมาที่ห้องฉุกเฉินแล้วพบพนักงานที่หน้าห้องฉุกเฉินที่เป็นเวรเปล พูดคุยกับแม่ ซึ่งทำให้เข้าใจว่าห้องฉุกเฉินปิดบริการ และเปิดบริการอีกครั้งตอน 07.00 น. แม่จึงอุ้มลูกไปรับบริการที่ตึกผู้ป่วยนอก     ต่อมาเวลา 07.02 น. เห็นว่าลูกไม่ดีขึ้น จึงพามาตรวจที่ห้องฉุกเฉิน พบว่าเด็กตัวเขียว ชีพจรเบา ตัวลายและมีภาวะขาดน้ำมาก (sunken eyeball, severe dehydration) แพทย์และเจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือโดยให้น้ำเกลือและยาปฏิชีวนะ และใส่ท่อช่วยหายใจ หลังใส่ท่อเด็กมีอาการหัวใจหยุดเต้นและช่วยฟื้นคืนชีพ ซึ่งฟื้นมาเป็นช่วงๆ ทำการช่วยฟื้นคืนชีพทั้งหมด 3 ครั้ง ตั้งแต่ 07.35-08.57 น. และเสียชีวิต 09.35 น.   จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางโรงพยาบาลรู้สึกเสียใจอย่างมาก และน้อมรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น และจะนำข้อผิดพลาดดังกล่าวไปแก้ไขเพื่อให้เกิดการพัฒนาไปในทางที่ดียิ่งขึ้นไป ซึ่งกรณีดังกล่าวเข้าข่ายมาตรา 41 ทางผู้เสียหายจะได้รับเงินเยียวยา เบื้องต้นในวงเงินไม่เกิน 4 แสนบาท โดยจะเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดคาดว่าไม่เกิน 2 เดือน   โดยทางญาติก็ยอมรับข้อตกลงในกรณีการเสียชีวิตและเซ็นรับทราบ แต่ยืนยันจะยังไม่เผาศพน้องกวาง จนกว่าจะได้รับการเยียวยาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าการดำเนินการจะไม่เกิน 2 เดือน                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/-53r8Sr8f0k

 19,545

Top