ค้นหา :

ผลการค้นหา "โรงพยาบาล"

อาชญากรรม
12 ธ.ค. 62

คนไข้คลั่ง คว้ากรรไกรจ่อคอแพทย์หญิง ลั่น "ถ้าหมอไม่รักษา เราก็มาตายพร้อมกัน" ล่าสุดอ้างแค่ล้อเล่น เจอแจ้งความข้อหาพยายามฆ่า

กรณีแพทย์หญิง รพ.ชุมแพ ถูกคนไข้คลั่ง คว้ากรรไกรจะแทงคอ ล่าสุดคนไข้เปิดใจแค่ล้อหมอเล่น ขณะที่แม่โทษหมอ งดยาซึมเศร้าจึงเกิดเรื่อง สธ.ยัน ดำเนินคดีถึงที่สุด   วงจรปิดในหอผู้ป่วยใน รพ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เผยเหตุการณ์ขณะผู้ป่วยเข้าล็อคคอหมอ ก่อนเงื้อกรรไกรแทงที่ลำคอ แต่โชคดีที่หมอยกแฟ้มขึ้นมาป้องกันตัวได้ทัน   ผู้สื่อข่าวได้คุยผู้ป่วยรายนี้ เธอบอกว่า ไม่มีเจตนาทำร้ายหมอ แต่ตนรอมาทั้งคืน ไม่ได้รับการดูแล ตอนเช้าก็แน่นหน้าอก หมอยังไม่เร่งตรวจ เลยเกิดอารมณ์ชั่ววูบ เห็นกรรไกรก็ดึงขึ้นมาเฉย ๆ ยังไม่ได้ทำอะไร หมอก็ร้อง ส่วนที่บอกว่า "ถ้าหมอไม่รักษา เราก็มาตายพร้อมกัน" ตนพูดเล่น   ขณะที่แม่คนป่วย บอกว่า ลูกสาวเป็นภูมิแพ้ และป่วยซึมเศร้ามานาน เคยรักษาที่ รพ.นครสวรรค์ ตอนหลังย้ายมาที่ รพ.ชุมแพ หมอกลับหักดิบ ไม่ให้กินยาตัวเดิม รักษาแต่ภูมิแพ้   ล่าสุด ผอ.รพ.ชุมแพ แถลงข่าว เผยว่า แพทย์ที่ถูกทำร้ายเป็นแพทย์ใช้ทุนปี 1 คนไข้รายนี้อายุราว 40 ปี เป็นหอบหืด ภูมิแพ้ ไม่ได้ป่วยเป็นจิตเวช แต่เป็นลูกคนเดียว เอาแต่ใจ ทางจิตเวชระบุว่า มีภาวะบุคลิกภาพผิดปกติ โดยมีครอบครัวเป็นสิ่งเร้า วันเกิดเหตุไม่พอใจ ที่หมอตรวจเคสหนักก่อน ตอนลุกไปเข้าห้องน้ำ จึงหยิบกรรไกรจากรถ Emergency โชคดีญาติคนไข้เตียงข้าง ๆ ตะโกนบอก จึงป้องกันตัวทัน    น.พ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ได้นำคลิปวงจรปิดเข้าแจ้งความในข้อหาพยายามฆ่า เนื่องจากคนไข้หวังแทงที่คอ ซึ่งเป็นจุดที่มีเส้นเลือดใหญ่ ส่วนแพทย์ที่ถูกทำร้ายได้สั่งให้หยุดงานไปก่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/h91qP2Sgnm0

 541
สังคม
11 ธ.ค. 62

เตรียมคุมตัวฝากขัง หญิงขโมยทารกแรกเกิดจาก รพ.พังงา หวังตบตาสามีหลังแท้งลูก

พังงา - คืบหน้าขโมยเด็กแรกเกิดอายุ 2 วัน ในโรงพยาบาลตะกั่วป่า ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวหญิงสาวมาสอบสวนเพิ่ม ผู้ต้องหาร่ำไห้สำนึกผิด เตรียมส่งฝากขังศาล ส่วนที่ รพ.ตะกั่วป่า ผอ.ประชุมด่วน เพิ่มกฎคุมเข้ม สั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลหน้าตึกคลอด ใช้คีย์การ์ดเข้า–ออก     เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 62 ที่ สภ.ตะกั่วป่า พ.ต.ท.นิพนธิ์ ญาณไพศาล รอง ผกก.สส.สภ.ตะกั่วป่า พร้อมด้วย พ.ต.ท.สราวุธ สูงสง่า พนังงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้นำตัว น.ส.ศรีวลักษณ์ เอกธรรมเสถียร อายุ 27 ปี ผู้ต้องหา มาทำการสอบสอบเพิ่มเติมอีกครั้ง โดยทางผู้ต้องหาให้การยอมรับ พร้อมทั่งร่ำไห้สารภาพสำนึกผิดที่กระทำลงไป พร้อมกล่าวขอโทษญาติผู้เสียหาย    ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตะกั่วป่า จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่าโดยปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายังไม่เกิด15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ดูแล เตรียมส่งศาลต่อไป    ส่วนที่โรงพยาบาลตะกั่วป่า ทาง นพ.สุรัตน์ ตันติทวีวรกุล ผอ.รพ.ตะกั่วป่า ได้ประชุมด่วนกับหัวหน้างานที่รับผิดชอบ เกี่ยวกับหาทางป้องกันกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเน้นย้ำถึงการดูแลความปลอดภัย และได้กำชับเจ้าหน้าที่พนักงานรักษาความปลอดภัย ให้มาเฝ้าดูแลที่หน้าตึกคลอด   ทางด้าน นพ.สุรัตน์ ตันติทวีวรกุล ผอ.รพ.ตะกั่วป่า กล่าวว่า สำหรับมาตรการในการรักษาความปลอดภัยภายในโรงพยาบาลตะกั่วป่า ทางโรงพยาบาลได้มีการดำเนินการอยู่แล้วในเรื่องการดูแลความปลอดภัยทรัพย์สินและผู้ป่วย ซึ่งเดิมระบบที่ทางโรงพยาบาลได้จัดเตรียมไว้ในระบบกล้องวงจรปิด ที่ได้ติดตั้งตามจุดต่างๆทั้งในอาคารผู้ป่วยและเส้นทางรอบบริเวณโรงพยาบาล ซึ่งสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา พร้อมทั้งทางโรงพยาบาลได้มีการประถมนิเทศมารดาหลังคลอดทุกคน จะมีการเฝ้าระวังดูแลเด็กทารกคลอด พร้อมได้กำชับให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจตรารอบโรงพยาบาลในระยะเวลาที่กำหนด    ซึ่งจากการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ก็ได้มีการป้องกันเพิ่มเติมในการติดตั้งระบบเข้าออกอาคารผู้ป่วย โดยการใช้ประตูสแกนอัตโนมัติ เพื่อจำกัดผู้เข้าและจำกัดผู้เฝ้าไข้ให้มีการแลกบัตรประชาชนและเจ้าหน้าที่พยาบาล เพื่อจะได้ระบุตัวบุคคลที่จะมาเฝ้าไข้ให้แน่ชัด พร้อมจะมีการบันทึกภาพทารกแรกเกิดปั๊มลายเท้าเด็กไว้ในระบบโรงพยาบาล สำหรับการติดตั้งระบบเข้าออกภายในห้องผู้ป่วย และจำกัดเวลาเยี่ยม พร้อมจำกัดจำนวนเพื่อให้ผู้ป่วยได้พักผ่อน โดยมาตรการที่โรงพยาบาลออกกฎระเบียบ เพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์ต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้

 6,207
สังคม
11 ธ.ค. 62

สธ.แจ้งข้อหาพยายามฆ่า คนไข้คลั่งล็อกคอแทงหมอ ลั่น "มาตายพร้อมกัน" เจ้าตัวอ้างแค่ล้อเล่น

แม่ยืนยันลูกสาวป่วยจิตซึมเศร้า  ไม่มีเจตนาทำร้ายหมอ แต่ทำไปไม่รู้ตัว หลังถูกหักดิบไม่ให้กินยาตัวเดิม ด้านคดี ตร.ยืนยันทำตามขั้นตอนกฎหมาย อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะที่เจ้าตัวคนไข้ยืนยันเป็นการพูดเล่นกับหมอไม่ได้ทำร้ายจริงๆ         เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 11 ธันวาคม 2562 ที่ รพ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ รักษาการผกก.สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยพ.ต.ท.กฤติเดช สุพรรณ์ รอง ผกก. สอบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนายลงพื้นที่ตรวจจุดที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ที่ ชั้น 2 อาคารอายุรกรรม ภายในโรงพยาบาลดังกล่าว   พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ รักษาการ ผกก.สภ.ชุมแพ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงการลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุในโรงพยาบาลชุมแพว่า เนื่องจากแพทย์ที่ถูกคนไข้ทำร้ายร่างกายเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชุมแพ เพราะในทางคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรวบรวมพยาน หลักฐานต่างๆให้ครบถ้วน จึงได้ลงมาดูจุดที่เกิดเหตุ และขอวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุจากทางโรงพยาบาล รวมถึงสอบถามพยานแวดล้อมในภาพรวมทั้งหมด   “ในทางคดีนั้นนอกจากจะรวบรวมหลักฐาน และสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์แล้ว ก็ต้องสอบสวนบุคคลใกล้ชิดเพื่อจะได้ทราบว่าผู้ป่วยรายที่ก่อเหตุนั้นมีพฤติกรรม ลักษณะนิสัยเป็นเช่นรัย รวมถึงต้องให้แพทย์ทำการตรวจสภาพจิตใจ เพราะการที่จะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุที่อยู่ในสภาวะที่เป็นผู้ป่วยนั้น จะต้องรู้ว่าช่วงก่อเหตุนั้นผู้ป่วยมีสภาพจิตใจเป็นอย่างไร แพทย์เท่านั้นที่จะสรุปได้ จึงจะนำมาพิจารณาประกอบกันในทางคดีว่า ผู้ป่วยพยายามฆ่า หรือแค่ทำร้ายร่างกาย แต่ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการให้รอบคอบที่สุด”   รักษาการ ผกก.สภ.ชุมแพ กล่าวอีกว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนแพทย์หญิงรายที่ถูกทำร้ายร่างกายไปแล้ว เหลือเพียงสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์ ในส่วนของผู้ป่วยที่ก่อเหตุนั้น ขณะนี้หลังเกิดเหตุ รพ.ชุมแพ ส่งตัวไปตรวจที่รพ.ขอนแก่น จึงยังไม่ได้สอบปากคำ   “หลังเกิดเหตุผู้ป่วยทำร้ายแพทย์ในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะผู้ที่ดูแลรักษาความสงบและความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งเคยประสานงานกับทางโรงพยาบาลชุมแพ ที่จัดเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยดูแลป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทหน้าห้องฉุกเฉิน หรืออาคารผู้ป่วยนอก แต่ยังไม่เคยประสานงานกันที่จะมาช่วยดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และผู้ป่วย หรือญาติของผู้ป่วยที่อยู่ในอาคารผู้ป่วยใน เมื่อเกิดเหตุคนป่วยทำร้ายแพทย์ในอาคารผู้ป่วยใน จึงได้ประสานกับทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมแพว่า จะส่งเจ้าหนาที่ตำรวจสายตรวจที่เข้าเวรยาม ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาตรวจ เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยในอาคารผู้ป่วยในร่วมกับเจ้าหน้าที่ รปภ.   ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ ผู้ป่วยที่ก่อเหตุทางโทรศัพท์ โดยมารดาของผู้ป่วยรับสาย และกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม่ไม่เห็นเหตุการณ์ พอเห็นข่าวก็ถามลูกสาว ลูกสาวบอกว่า ไม่รู้ตัวเพราะกำลังจะเข้าห้องน้ำ   “สาวป่วยเป็นโรคจิตซึมเศร้ามานานเคยรักษาและรับยาจากโรงพยาบาลนครสวรรค์มารับประทาน รวมถึงมีโรคประจำตัวคือโรคภูมิแพ้ ที่จะมีอาการแพ้เฉียบพลันและจะไม่รู้ตัว ซึ่งก็รักษาและกินยามาอย่างต่อเนื่องเช่นกันและลูกสาวก็ไม่เคยเกิดอาการแบบนี้มาก่อน กระทั่งมาอยู่ที่อำเภอชุมแพ แพทย์ที่โรงพยาบาลชุมแพ หักดิบ ไม่ให้กินยาตัวเดิม และทำการรักษาเฉพาะอาการภูมิแพ้ หลังเกิดเหตุ ลูกสาวแม่ก็มีอาการปกติ และถูกส่งตัวมารักษาต่อที่รพ.ขอนแก่น อาการลูกสาวก็ปกติ และไม่มีอาการข้างเคียงใดๆ”   ในก็ได้พูดคุยกับผู้ป่วยรายที่ก่อเหตุด้วย ซึ่งผู้ป่วยกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้ตั้งใจ ไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายหมอ เพราะในความจริงแล้ว ตัวเองมารักษาตัวในโรงพยาบาล ตั้งแต่กลางคืนก็ไมมีใครมาดูแล เช้าแพทย์รายดังกล่าวมาตรวจคนไข้ในห้องดังกล่าว จึงเดินไปบอกหมอให้มาตรวจ แต่หมอบอกว่าคอยก่อน จึงรู้สึกว่าตวเองไม่ได้รับการดูแล ส่วนเหตุการณ์ที่เกดขึ้นนั้น เป็นช่วงที่ตัวเองกำลังจะเข้าห้องน้ำ มองเห็นรถเข็นอุปกรณ์การแพทย์ และมีกรรไกรวางอยู่ จึงหยิบขึ้นมา แต่ไม่ได้จะแทงหมอ เพราะแค่หยิบขึ้นมาดู หมอก็โวยวายขึ้นมาเอง และไม่มีอะไรจะคุยกับหมอ เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้ตั้งใจหรือมีเจตนาจะทำร้ายหมอ จึงไม่จำเป็นที่ต้องคุยกัน เพราะมันจบแล้ว    แต่ยอมรับว่า ได้พูดคำว่า “คุณหมอคะ ถ้าคุณหมอไม่รักษาตุ้งติ้ง งั้นเรามาตายด้วยกันนะ” ได้พูดประโยคนี้กับหมอจริงๆ แต่แค่พูดเล่นเฉยๆ เกิดมาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็ตกใจมากเช่นกัน

 5,528
ข่าวภูมิภาค
11 ธ.ค. 62

ตามล่าหญิงแต่งตัวดีใส่ทองเต็มตัว ตีสนิทญาติก่อนขโมยเด็กวัย 2 วันจาก รพ.ตะกั่วป่า

พังงา-กล้องวงจรปิดภายในโรงพยาบาลตะกั่วป่า จับภาพหญิงสาวได้ขโมยเด็กแรกเกิดอายุประมาณ 2 วัน ออกจากห้องคลอดภายในโรงพยาบาล โดยจากภาพกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพของคนร้ายได้อย่างชัดเจน พบผู้หญิงคลุมผ้าโพกหัวสีดำแบบชาวมุสลิม อุ้มเด็กเดินออกจากห้องคลอด ก่อนขึ้นจักรยานยนต์ และขับออกจากโรงพยาบาลเพื่อให้ไปส่งที่ขึ้นรถ   โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตะกั่วป่า ได้ไล่กล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆสามารถควบคุมตัวนายชาติชัย ธงไชย อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อเวฟสีขาว ทอง ที่เป็นคนขับรถพาหญิงสาวออกจากโรงพยาบาล มาสอบปากคำที่ สภ.ตะกั่วป่า และไปส่งที่หน้าถนนใหญ่ห่างออกจากโรงพยาบาลประมาณ 800 เมตร ก่อนที่ทางหญิงสาวคนดังกล่าวได้อุ้มเด็กขึ้นรถมุ่งหน้าไปทาง อ.ท้ายเหมือง   อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตะกั่วป่า ได้ตรวจสอบพบว่าก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว หญิงสาวคนดังกล่าว ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลตะกั่วป่า ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 9 ธ.ค.62 และได้เดินทางมาที่ห้องคลอดและได้ไปนั่งพูดคุยกับญาติของเด็กทารกเหมือนกับคนสนิท โดยจะแต่งตัวดีใส่ทองเต็มตัวพร้อมกับถุงผ้า ซึ่งได้มีการมานั่งตีสนิทพูดคุยกับญาติและขอชมเด็ก   พ.ต.ท.สราวุธ สูงสง่า พนักงานสอบสวน สภ.ตะกั่วป่า กล่าวว่า ขณะนี้ให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดภายในโรงพยาบาลตะกั่วป่า และตามเส้นทางต่างๆที่คนร้ายอุ้มเด็กหลบหนี ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นวันนี้พบว่าคนร้ายได้เข้ามาทำสนิทกับญาติผู้เสียหาย โดยแต่งตัวดีมีทองใส่ ก่อนที่คนร้ายได้หลอกให้ทางญาติตายใจและได้ขโมยเด็กออกจากโรงพยาบาลตะกั่วป่า พร้อมทิ้งกระเป๋าเสื้อผ้ามีเอกสารตั๋วรถโดยสาร สร้อยคอทองคำปลอมจำนวน 1 เส้น เงินสดจำนวนหนึ่งที่ทิ้งไว้ให้ญาติผู้เสียหายดูซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวคาดว่าจะได้ตัวผู้ก่อนเหตุภายในคืนนี้แน่นอน   ทางนายชาติชัย ธงไชย อายุ 50 ปี คนขับรถที่จักรยานยนต์นำหญิงสาวออกจากโรงพยาบาลตะกั่วป่า กล่าวว่า ขณะตนเองขับรถออกจากโรงพยาบาลตะกั่วป่า ได้มีผู้หญิงที่อุ้มเด็ก ได้โบกรถของตนเพื่อให้ช่วยนำไปส่งที่สถานีเดินรถ แต่เมื่อพานั่งขึ้นรถออกจากโรงพยาบาลได้ประมาณ 800 เมตร ทางผู้หญิงคนดังกล่าวได้ ให้จอดรถลง และผู้หญิงคนดังกล่าวก็ได้ยื่นอุ้มเด็ก ตนเองได้ขับรถออกไป ซึ่งผู้หญิงคนดังกล่าวไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่ตนเองเห็นว่าเป็นผู้หญิงที่อุ้มเด็กเลยส่งสารจึงได้รับขึ้นรถไปด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bbZjurqb2fA

 6,364
สังคม
11 ธ.ค. 62

ตามล่าหญิงแต่งตัวดีใส่ทองเต็มตัว ตีสนิทญาติก่อนขโมยเด็กวัย 2 วันจาก รพ.ตะกั่วป่า

พังงา-กล้องวงจรปิดภายในโรงพยาบาลตะกั่วป่า จับภาพหญิงสาวได้ขโมยเด็กแรกเกิดอายุประมาณ 2 วัน ออกจากห้องคลอดภายในโรงพยาบาล โดยจากภาพกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพของคนร้ายได้อย่างชัดเจน พบผู้หญิงคลุมผ้าโพกหัวสีดำแบบชาวมุสลิม อุ้มเด็กเดินออกจากห้องคลอด ก่อนขึ้นจักรยานยนต์ และขับออกจากโรงพยาบาลเพื่อให้ไปส่งที่ขึ้นรถ   โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตะกั่วป่า ได้ไล่กล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆสามารถควบคุมตัวนายชาติชัย ธงไชย อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อเวฟสีขาว ทอง ที่เป็นคนขับรถพาหญิงสาวออกจากโรงพยาบาล มาสอบปากคำที่ สภ.ตะกั่วป่า และไปส่งที่หน้าถนนใหญ่ห่างออกจากโรงพยาบาลประมาณ 800 เมตร ก่อนที่ทางหญิงสาวคนดังกล่าวได้อุ้มเด็กขึ้นรถมุ่งหน้าไปทาง อ.ท้ายเหมือง   อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตะกั่วป่า ได้ตรวจสอบพบว่าก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว หญิงสาวคนดังกล่าว ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลตะกั่วป่า ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 9 ธ.ค.62 และได้เดินทางมาที่ห้องคลอดและได้ไปนั่งพูดคุยกับญาติของเด็กทารกเหมือนกับคนสนิท โดยจะแต่งตัวดีใส่ทองเต็มตัวพร้อมกับถุงผ้า ซึ่งได้มีการมานั่งตีสนิทพูดคุยกับญาติและขอชมเด็ก   พ.ต.ท.สราวุธ สูงสง่า พนักงานสอบสวน สภ.ตะกั่วป่า กล่าวว่า ขณะนี้ให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดภายในโรงพยาบาลตะกั่วป่า และตามเส้นทางต่างๆที่คนร้ายอุ้มเด็กหลบหนี ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นวันนี้พบว่าคนร้ายได้เข้ามาทำสนิทกับญาติผู้เสียหาย โดยแต่งตัวดีมีทองใส่ ก่อนที่คนร้ายได้หลอกให้ทางญาติตายใจและได้ขโมยเด็กออกจากโรงพยาบาลตะกั่วป่า พร้อมทิ้งกระเป๋าเสื้อผ้ามีเอกสารตั๋วรถโดยสาร สร้อยคอทองคำปลอมจำนวน 1 เส้น เงินสดจำนวนหนึ่งที่ทิ้งไว้ให้ญาติผู้เสียหายดูซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวคาดว่าจะได้ตัวผู้ก่อนเหตุภายในคืนนี้แน่นอน   ทางนายชาติชัย ธงไชย อายุ 50 ปี คนขับรถที่จักรยานยนต์นำหญิงสาวออกจากโรงพยาบาลตะกั่วป่า กล่าวว่า ขณะตนเองขับรถออกจากโรงพยาบาลตะกั่วป่า ได้มีผู้หญิงที่อุ้มเด็ก ได้โบกรถของตนเพื่อให้ช่วยนำไปส่งที่สถานีเดินรถ แต่เมื่อพานั่งขึ้นรถออกจากโรงพยาบาลได้ประมาณ 800 เมตร ทางผู้หญิงคนดังกล่าวได้ ให้จอดรถลง และผู้หญิงคนดังกล่าวก็ได้ยื่นอุ้มเด็ก ตนเองได้ขับรถออกไป ซึ่งผู้หญิงคนดังกล่าวไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่ตนเองเห็นว่าเป็นผู้หญิงที่อุ้มเด็กเลยส่งสารจึงได้รับขึ้นรถไปด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bbZjurqb2fA

 6,364
ข่าวภูมิภาค
11 ธ.ค. 62

พญ.ลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด คนไข้คลั่งล็อกคอใช้กรรไกรแทงกลาง รพ. เช็คแล้วไม่ป่วยทางจิต แต่ชอบอ้างเป็นลูกเทพ

ขอนแก่น-มีคลิปกล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์ ขณะที่แพทย์หญิงถูกผู้ป่วยใช้กรรไกร ทำร้ายร่างกายขณะออกตรวจคนป่วยในหอผู้ป่วยใน ภายในรพ.ของรัฐแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น   ต่อมาแพทย์หญิงคนดังกล่าวระบุว่า คลิปที่ถูกเปิดเผยนั้น เป็นเหตุการณ์จริง เกิดขึ้นในช่วงออกตรวจคนไข้ในหอผู้ป่วยใน ช่วงเวลา 10.00-11.00 วันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา และก่อนเกิดเหตุนั้น เป็นช่วงที่หมอออกตรวจผู้ป่วยตามปกติ เรียงลำดับจากผู้ป่วยหนัก ระดับกลาง และเบา   ขณะตรวจผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยลำดับกลาง ผู้ป่วยรายที่ก่อเหตุได้ตะโกนบ่นนั่นนี่ และโวยวายว่าหมอตรวจช้า จนเกิดความวุ่นวาย หมอทุกคนเข้าใจอารมณ์ของผู้ป่วย ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ได้รายงานให้ผู้บริหารทราบ และมีเจ้าหน้าที่ รปภ.ขึ้นมาดูแลความเรียบร้อยภายในห้องผู้ป่วย ซึ่งรายที่ก่อความวุ่นวายก็สงบและนอนนิ่งที่เตียงของตัวเอง รปภ.จึงกลับไปปฏิบัติหน้าที่ในจุดอื่น    แต่ช่วงจังหวะที่หมอเดินใกล้ถึงเตียงของผู้ป่วยรายดังกล่าว หมอก็ถูกผู้ป่วยล็อคคอ เงื้อกรรไกรแทงที่ลำคอของหมอ แต่โชคดีที่ใช้แฟ้มเหล็กที่มีคลิปเหล็กอันใหญ่หนีบแฟ้ม หมอยกแฟ้มขึ้นมาป้องกันตัว แต่ยังถูกผู้ป่วยแทงซ้ำ และก็ป้องกันตัวเอาไว้ได้อีก พร้อมทั้งร้องขอความช่วยเหลือ กระทั่งพยาบาล รปภ.และญาติผู้ป่วยมาช่วยเอาไว้ ซึ่งขณะล็อคคอหมอ ผู้ป่วยพูดคำว่า "ตรวจช้าแบบนี้ เราก็มาตายพร้อมๆกัน”   แพทย์หญิงกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุญาติของผู้ป่วยได้เข้ามาดูแลและปลอบผู้ป่วยจนมีอาการสงบ และญาติมาขอโทษ แต่ทางนิติกรของรพ.ได้พาตนเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ชุมแพ พร้อมด้วยหลักฐานจากวงจรปิดและพยานที่เห็นเหตุการณ์ทั้งพยาบาล ญาติผู้ป่วยที่อยู่ในห้องและผู้ป่วยอีก 2 ราย เพื่อให้มีการสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายกับผู้ป่วยรายดังกล่าวให้ถึงที่สุด   ซึ่งหลังเกิดเหตุ แพทย์จิตเภทประจำโรงพยาบาลตรวจแล้วก็ไม่พบว่าป่วยทางจิตแต่อย่างใด แต่ก็มีกระแสข่าวว่า ผู้ป่วยรายดังกล่าว มักจะพูดและสื่อสารกับคนอื่นๆว่าตัวเองเป็นลูกเทพ ลูกเทวดา เพราะบิดามารดา มีลูก 5 คน 4 คนตายหมด เหลือตัวเองเป็นลูกคนเดียว และเทพส่งตัวเองมาเกิด หากใครไม่ทำตามความต้องการ จะมีอันเป็นไป และในบางครั้งก็จะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง และว่าตัวเองคุยภาษาเทพ มนุษย์ทั่วไปจะไม่รู้เรื่อง   พร้อมฝากให้โรงพยาบาลมีมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่านี้ เพราะบุคลากรทุกคนล้วนแต่ทำหน้าทีของตัวเอง และไม่อยากให้เกิดความสูญเสีย และหากโรงพยาบาลไม่ดำเนินการใดๆที่เกี่ยวกับการก่อเหตุของผู้ป่วยรายดังกล่าว ขอยืนยันหมอและครอบครัวจะจัดการในทางกฎหมายให้ถึงที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_pF5AfQi07s

 26,386
สังคม
11 ธ.ค. 62

พญ.ลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด คนไข้คลั่งล็อกคอใช้กรรไกรแทงกลาง รพ. เช็คแล้วไม่ป่วยทางจิต แต่ชอบอ้างเป็นลูกเทพ

ขอนแก่น-มีคลิปกล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์ ขณะที่แพทย์หญิงถูกผู้ป่วยใช้กรรไกร ทำร้ายร่างกายขณะออกตรวจคนป่วยในหอผู้ป่วยใน ภายในรพ.ของรัฐแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น   ต่อมาแพทย์หญิงคนดังกล่าวระบุว่า คลิปที่ถูกเปิดเผยนั้น เป็นเหตุการณ์จริง เกิดขึ้นในช่วงออกตรวจคนไข้ในหอผู้ป่วยใน ช่วงเวลา 10.00-11.00 วันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา และก่อนเกิดเหตุนั้น เป็นช่วงที่หมอออกตรวจผู้ป่วยตามปกติ เรียงลำดับจากผู้ป่วยหนัก ระดับกลาง และเบา   ขณะตรวจผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยลำดับกลาง ผู้ป่วยรายที่ก่อเหตุได้ตะโกนบ่นนั่นนี่ และโวยวายว่าหมอตรวจช้า จนเกิดความวุ่นวาย หมอทุกคนเข้าใจอารมณ์ของผู้ป่วย ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ได้รายงานให้ผู้บริหารทราบ และมีเจ้าหน้าที่ รปภ.ขึ้นมาดูแลความเรียบร้อยภายในห้องผู้ป่วย ซึ่งรายที่ก่อความวุ่นวายก็สงบและนอนนิ่งที่เตียงของตัวเอง รปภ.จึงกลับไปปฏิบัติหน้าที่ในจุดอื่น    แต่ช่วงจังหวะที่หมอเดินใกล้ถึงเตียงของผู้ป่วยรายดังกล่าว หมอก็ถูกผู้ป่วยล็อคคอ เงื้อกรรไกรแทงที่ลำคอของหมอ แต่โชคดีที่ใช้แฟ้มเหล็กที่มีคลิปเหล็กอันใหญ่หนีบแฟ้ม หมอยกแฟ้มขึ้นมาป้องกันตัว แต่ยังถูกผู้ป่วยแทงซ้ำ และก็ป้องกันตัวเอาไว้ได้อีก พร้อมทั้งร้องขอความช่วยเหลือ กระทั่งพยาบาล รปภ.และญาติผู้ป่วยมาช่วยเอาไว้ ซึ่งขณะล็อคคอหมอ ผู้ป่วยพูดคำว่า "ตรวจช้าแบบนี้ เราก็มาตายพร้อมๆกัน”   แพทย์หญิงกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุญาติของผู้ป่วยได้เข้ามาดูแลและปลอบผู้ป่วยจนมีอาการสงบ และญาติมาขอโทษ แต่ทางนิติกรของรพ.ได้พาตนเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ชุมแพ พร้อมด้วยหลักฐานจากวงจรปิดและพยานที่เห็นเหตุการณ์ทั้งพยาบาล ญาติผู้ป่วยที่อยู่ในห้องและผู้ป่วยอีก 2 ราย เพื่อให้มีการสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายกับผู้ป่วยรายดังกล่าวให้ถึงที่สุด   ซึ่งหลังเกิดเหตุ แพทย์จิตเภทประจำโรงพยาบาลตรวจแล้วก็ไม่พบว่าป่วยทางจิตแต่อย่างใด แต่ก็มีกระแสข่าวว่า ผู้ป่วยรายดังกล่าว มักจะพูดและสื่อสารกับคนอื่นๆว่าตัวเองเป็นลูกเทพ ลูกเทวดา เพราะบิดามารดา มีลูก 5 คน 4 คนตายหมด เหลือตัวเองเป็นลูกคนเดียว และเทพส่งตัวเองมาเกิด หากใครไม่ทำตามความต้องการ จะมีอันเป็นไป และในบางครั้งก็จะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง และว่าตัวเองคุยภาษาเทพ มนุษย์ทั่วไปจะไม่รู้เรื่อง   พร้อมฝากให้โรงพยาบาลมีมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่านี้ เพราะบุคลากรทุกคนล้วนแต่ทำหน้าทีของตัวเอง และไม่อยากให้เกิดความสูญเสีย และหากโรงพยาบาลไม่ดำเนินการใดๆที่เกี่ยวกับการก่อเหตุของผู้ป่วยรายดังกล่าว ขอยืนยันหมอและครอบครัวจะจัดการในทางกฎหมายให้ถึงที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_pF5AfQi07s

 26,386
สังคม
03 ธ.ค. 62

สาวโพสต์เตือนภัย หนุ่มช่วยตัวเองหน้าห้องน้ำ รพ.ดังประจวบฯ

โซเซียลแห่แชร์คลิป หลังสาวปราณบุรีโพสต์เตือนภัย เจอหนุ่มจองมองแล้วสไลด์หนอนใน รพ. ด้านโรงพยาบาลยืนยันเอาผิดกับผู้ก่อเหตุ พร้อมเผย รพ.มีมาตราการความปลอดภัยตามมาตราฐานกระทรวงสาธารณสุข     วันที่ 3 ธันวาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์ได้แห่แชร์คลิปเตือนภัยสังคม หลังสาวที่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้โพสต์คลิปนาทีชายแต่งกายด้วยเสื้อยืดสีกลมท่ามีขอบแขนสีขาว สวมกางเกงวอร์มสีน้ำเงิน ก่อเหตุช่วยตัวเองในห้องน้ำชาย ภายในโรงพยาบาลปราณบุรี ซึ่งเมื่อคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไปมีคนเข้ามาแสดงความคิดเหตุเป็นจำนวนมาก    เมื่อเดินทางไปตรวจสอบพบว่า จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณห้องน้ำชายชั้นล่าง อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลปราณบุรี ทั้งนี้นายจรัญ อยู่ศิริ รอง ผอ.รพ.ฝ่ายบริหารงานทั่วไป ได้พาผู้สื่อข่าวเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นห้องน้ำใหญ่ด้านในมี 3 ห้อง และมีโถสำหรับปัสสาวะอีก 2 โถ ซึ่งตามคลิปวีดีโอที่ปรากฎในโลกออนไลน์พบว่า จุดเกิดเหตุอยู่ตรงโถปัสสาวะ โถแรก ซึ่งสามารถมองออกมาที่ประตูได้ ซึ่งผู้หญิงสาวที่ถ่ายคลิปได้นั่งอยู่บริเวณหน้าห้องเจาะเลือด ซึ่งห่างกันประมาณ 15 เมตร โดยที่หน้าห้องน้ำและบริเวณทางเดิน มีกล้องวงจรปิดจำนวน 2 ตัว และพื้นที่โดยรอบอีกหลายตัว    น้องเปิ้ล สาวปราณบุรีผู้ถ่ายคลิป เปิดเผยว่า ตนมาเป็นเพื่อนเพื่อนเพื่อหาหมอเจาะเลือด ขณะเกิดเหตุมีผู้ป่วยมารับบริการมากกว่า 100 คน คนเยอะมาก ซึ่งเวลาที่สามารถบันทึกภาพได้คือประมาณ 11.00 น. เพื่อนสะกิดให้ตนดูว่ามีคนแอบมองจากห้องน้ำ ตนจึงได้หันไปมอง ก็ต้องตกใจที่เห็นภาพคนช่วยตัวเองในสถานที่ราชการ แม้จะมีคนเดินไปมาค่อนข้างเยอะ ตอนนั้นยอมรับว่าตกใจ ตนไม่เคยรู้จักชายคนดังกล่าวมาก่อน จึงได้ถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน ขณะเกิดเหตุไม่กล้าร้องบอกใครเพราะกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย ไม่รู้ว่าเขาตามมาจากที่ไหนหรือเปล่า    ส่วนที่โพสต์ขึ้นสื่อออนไลน์เพราะต้องการเตือนภัยสังคมเท่านั้น อยากให้ทางโรงพยาบาลได้ตรวจกล้องวงจรปิด หากจับตัวไม่ได้ ให้เอาภาพมาติดไว้เตือนภัย คนที่มาโรงพยาบาลจะได้ระวังตัว    นายจรัญ อยู่ศิริ รอง ผอ.รพ.ฝ่ายบริหารงานทั่วไป กล่าวว่า หลังรับแจ้งว่ามีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นภายในโรงพยาบาล ตนได้รีบมาตรวจสอบ แต่ปรากฎว่าชายคนดังกล่าวหายตัวไปแล้ว จึงได้สอบถามข้อมูลจากหญิงสาวคนที่ถ่ายคลิปวีดีโอไว้ได้  ทางโรงพยาบาลรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งทางหญิงสาวคนดังกล่าวมีความเข้าใจโรงพยาบาลเป็นอย่างดี เพียงแต่ต้องการให้มีการตรวจสอบ และดำเนินการกับชายคนดังกล่าวเท่านั้น    ทั้งนี้ ตนได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว พบชายคนดังกล่าวปรากฎตัวในกล้องวงจรปิด บริเวณจุดเกิดเหตุ โดยมีลักษณะจองมองหญิงสาวคนดังกล่าวตลอดเวลาที่เดินเข้าห้องน้ำ แม้จะออกมาแล้วก็ยังมองไปยังจุดที่น้องนั่งอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดนำไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.ปราณบุรี ต่อไป    ตนขอยืนยันว่าทางโรงพยาบาลมีมาตราฐานด้านความปลอดภัย ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุขทุกประการ ทั้งกล้องวงจรปิดทุกจุดสำคัญ มีเจ้าหน้าที่เดินตรวจสอบ ประกอบกับตรงจุดเกิดเหตุ และช่วงเวลาเกิดเหตุ มีคนมาใช้บริการจำนวนมาก ซึ่งไม่น่าจะเกิดเหตุขึ้นได้ แต่ชายคนดังกล่าวอาศัยช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาทีก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ได้เรียนให้ ผอ.รพ.ปราณบุรี ได้ทราบเรื่องแล้ว ซึ่งท่านได้สั่งให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที

 10,412
สังคม
19 พ.ย. 62

สามีพยาบาลแฉ ไม่ใช่ครั้งแรก เพียงแต่ไม่มีหลักฐาน ปมหมอแย่งห้องคลอด

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางกันในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้แชร์คลิปวีดีโอจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งได้โพสคลิปเหตุการณ์ ที่มีผู้ใส่ชุดเจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัดกับพยาบาล กำลังมีปากเสียงกัน โดยระบุข้อความว่า เป็นโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.อำนาจเจริญ เนื่องจากหมอแย่งห้องผ่าตัด แล้วเข้าไปทำร้ายพยาบาลที่ทำหน้าที่จัดคิวห้องผ่าตัด แต่ห้องเต็ม ต้องรอคิวห้องว่าง แต่ไม่ยอมรอ เพราะรับฝากพิเศษคนไข้ ต้องผ่าคลอดตามเวลาฤกษ์ยาม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา   ล่าสุดสามีพยาบาลที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากเกิดเหตุนี้ยังไม่ได้รับคำสั่งจากโรงพยาบาลแต่อย่างได พร้อมระบุว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง เพียงแต่ไม่มีหลักฐาน   โดยเช้าวันนี้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำนาจเจริญได้มีการเข้าหารือกับ นพ.ประภาส วีระพล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ เบื้องต้นได้สั่งแพทย์ที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวไปช่วยราชการที่สำนักงานสาธารณะสุขจังหวัด เพื่อช่วยงานที่อนามัยแม่และเด็ก และตรวจคลินิคฝากครรภ์   ส่วนพยาบาลที่จัดคิวห้องผ่าตัดทำคลอด ให้ย้ายไปที่แผนกผู้ป่วยนอก เพื่อลดปัญหาความขัดแย้ง   ขณะที่ นายกสภาการพยาบาล ดร.ทัศนา บุญทอง ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ โดยบอกยังไม่ทราบข้อเท็จจริง และเกรงว่าจะกระทบกับทั้ง 2 วิชาชีพ   ทางด้าน รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีคำสั่งการพิเศษ ให้ทางผู้ตรวจการเขตสุขภาพที่ 10 ตั้งคณะะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งในวันศุกร์ ที่ 22 พ.ย. นี้จะมีการประชุมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะตั้งคณะกรรมการบูรณาการณ์ของสหวิชาชีพมาร่วมกันวางระบบการบริการให้มีมาตรฐานการจัดการในโรงพยาบาลทั่วประเทศ และลดปัญหาความขัดแย้ง

 347
ต่างประเทศ
13 พ.ย. 62

นาทีระทึก เก๋งแดงพุ่งทะลุกระจก ชนคนไข้นั่งรอหมอกลาง รพ.

ภาพเหตุการณ์ระทึกในจีน กล้องวงจรปิดจับภาพผู้ป่วยแม่และเด็กนั่งรอพบแพทย์ในโรงพยาบาลตามปกติ แต่จู่ๆมีรถเก๋งสีแดง ขับพุ่งมาอย่างแรงพุ่งทะลุกระจกโรงพยาบาล ชนร่างของคนไข้ที่นั่งอยู่กระเด็น   โดยเมื่อคนขับรถเปิดประตูลงมา พบว่าอุ้มเด็กลงมาด้วย ตามรายงานระบุว่าคนขับต้องการพาลูกมาหาหมอ แล้วพลาดเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุนี้  

 4,558
อาชญากรรม
12 พ.ย. 62

รวบ 3 โจ๋ตะลุมบอน รพ.อ่างทอง เตรียมจับเพิ่ม 20 ราย

คืบหน้ากรณีกลุ่มวัยรุ่นกว่า 20 คน ยกพวกตีกันภายในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลอ่างทอง ล่าสุดตำรวจออกหมายจับ และควบคุมตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวน ได้แล้ว 3 ราย   ตำรวจ สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งเหตุกลุ่มวัยรุ่นยกพวกตีกันภายในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลอ่างทอง เร่งประสานกำลังเข้าตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบวัยรุ่นมากกว่า 20 ราย กำลังชกต่อยกันอย่างดุเดือด เจ้าหน้าที่พยายามเข้าห้ามปราม แต่ไม่เป็นผล จนกระทั่งกำลังเสริมมาถึง ทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างแยกย้ายออกจากกัน ท่ามกลางวัยรุ่นหญิง และชายอีกหลายคน ต่างแสดงความไม่พอใจ ด่าทอเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และตำรวจที่เข้ามาห้ามปราม ภายหลังเหตุการณ์ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้    ส่วนสาเหตุนั้น สืบเนื่องจาก เวลา ตี 1 ของวันเดียวกัน ทางตำรวจรับแจ้งมีเหตุวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกันในสถานบันเทิงตัวเมืองอ่างทอง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ปรากฏว่ากลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 ฝ่าย ต่างมาเจอกันอีก ทำให้เกิดมีปากเสียงด่าทอกัน ก่อนจะลงไม้ลงมือตะลุมบอลกันอย่างดุเดือด โดยไม่แคร์ว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นพื้นที่โรงพยาบาล แต่อย่างใด    ล่าสุดทางตำรวจได้ติดตามหาตัวบุคคลที่ก่อเหตุจากกล้องวงจรปิด มาดำเนินคดีได้แล้ว 3 ราย ประกอบด้วย นายนันทวัช สร้างเขต , นายบุญประสิทธิ์ วีระพงศ์ และ นายธนาธิป มุรินทร์จันทร์ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้น คือ ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ และร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปบุกรุกเข้าไปในโรงพยาบาล ใช้กำลังประทุษร้าย ในเวลากลางคืนโทษจำคุก ไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ    ด้านผู้ก่อเหตุที่เหลือ ขณะนี้ทางตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวบพยานหลักฐาน และอาจจะมีการออกหมายจับเพิ่มอีกหลายรายสำหรับสาเหตุทะเลาะวิวาท ดังกล่าว มีพยานซึ่งเป็นญาติผู้บาดเจ็บให้การระบุว่า มาจากวัยรุ่นรายหนึ่งไปสะดุดขาวัยรุ่นคู่กรณี แต่กลับไม่อภัยให้กัน แล้วยังหาเรื่องตีกันจนบาดเจ็บ นอกจากนี้ในพื้นที่โรงพยาบาลอ่างทอง นั้น ก็เพิ่งจะมีข่าวเหตุทะเลาะวิวาทกันหน้าโรงพยาบาลเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา และมาเกิดเรื่องลักษณะเดียวกันในโรงพยาบาลเดิมอีก   ขณะที่ นายแพทย์ ประภาส ลี้สุทธิพรชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอ่างทอง ได้แถลงการณ์กรณีเกิดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล พร้อมทั้งกล่าวว่าได้เข้าแจ้งความเอาผิดกับกลุ่มวัยรุ่นแล้ว และเร่งให้ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้เอาตัวมาลงโทษให้ได้ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องอุกอาจก่อเหตุวิวาทในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสถานที่รักษาผู้ป่วย จึงต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด และขอยืนยันว่าโรงพยาบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้รับบริการทุกคน   โดยวันนี้ พลตำรวจตรี ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมคณะ จะเดินทางมาร่วมประชุมเร่งรัดคดีกลุ่มวัยรุ่นที่ยกพวกตะลุมบอนกันในห้องฉุกเฉิน ของโรงพยาบาลอีกด้วย   ส่วนร้านเหล้าทางผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้มีคำสั่งให้ปลัดฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบ และกำชับให้จัดการคดีนี้อย่างรัดกุม และส่วนทางด้านกฎหมายจะเข้าปรึกษาอัยการฯ เพื่อดำเนินคดีกับร้านเหล้าในขั้นเด็ดขาด เพราะร้านแห่งนี้ เคยเกิดเหตุวัยรุ่นทะเลาะวิวาทมาแล้ว

 181
สังคม
11 พ.ย. 62

หมายจับ! แก๊งวัยรุ่นยกพวกตีกันในห้องฉุกเฉินในรพ.อ่างทอง

วันที่ 11 พ.ย. 62 – เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นจำนวนประมาณ 20 คนก่อเหตุทะเลาะวิวาทในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลอ่างทอง โดยเจ้าหน้าที่การห้ามปรามเพื่อระงับเหตุแต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมงเหตุการณ์จึงสงบลง สาเหตุเกิดจากทะเลาะกันในสถานบันเทิงและนำคนเจ็บไปส่งที่โรงพยาบาลแต่ก็เจอกันอีก จึงทำให้เกิดเหตุดังกล่าว ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้วจำนวน 3 คน คือ นาย นันทวัช สร้างเขต, นาย บุญประสิทธิ์ วีระพงศ์ และ นาย ธนาธิป มุรินทร์จันทร์ โดนแจ้งจับข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรื จิตใจและร่วมกันบุกรุกเข้าไปในสถานที่ราชการ โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายในเวลากลางคืน โดยร่วมกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โทษคือจำคุกไม่เกิน 5 ปี จำคุก ไม่เกิ 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ทางเจ้าหน้าที่กล่าวต่ออีกว่า ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนรอบรวมพยานหลักฐานและอาจมีการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่ม ญาติของผู้เจ็บได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เหตุเกิดจากวัยรุ่นคนหนึ่งเดินสะดุดข้างอีกคนในบริเวณสถานบันเทิง ไม่มีการยอมความกัน ตีกันจนได้รับบาดเจ็บตั้งแต่สถานบันเทิงจนถึงห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล นพ.ประภาส ลี้สุทธิพรชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอ่างทอง ได้ออกมาแถลงการณ์ ได้มีการแจ้งความเอาผิดกับผู้กระทำความผิด อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด เอาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ ต้องได้การลงโทษอย่างหนัก ทางนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุ ช่วยกันจัดให้หนัก เราควรจะทำอย่างไร กับอันธพาลกระจอก ที่ชอบยกพวกมาก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล “กี่ครั้งแล้ว ที่ห้องฉุกเฉิน และโรงพยาบาล ต้องเสียหาย แพทย์ เจ้าหน้าที่ ต้องเสี่ยงบาดเจ็บ ทำงานไม่ได้ ทรัพย์สินโรงพยาบาล เครื่องมือแพทย์ เสียหาย ผู้ป่วยคนอื่นๆ เดือดร้อน” นายอนุทิน บอกว่า ขอแบบเอาให้เข็ดหลาบ ไม่แสดงสันดานหยาบช้าป่าเถื่อนแบบนี้อีก เพราะในสงคราม ยังเว้นพื้นที่ปลอดภัยให้โรงพยาบาล แพทย์ และ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ แต่ในหัวใจอันธพาลกระจอกพวกนี้ ไม่มีอะไรเลย รวมทั้งคำสอนของพ่อแม่ แย่จริงๆ กระทรวงสาธารณสุข จะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างเลวร้าย อีกต่อไป พร้อมติด แฮชแท็ก #saveโรงพยาบาล  

 88
สังคม
07 พ.ย. 62

แม่โวย! ลูกชักเกร็ง ปากเขียวคล้ำจนเสียชีวิต ไร้คำขอโทษจากโรงพยาบาล

จากรณีที่เพจเฟซบุ๊ก ข่าวสารเมืองปราการ โพสต์เรื่องราวของคุณแม่รายหนึ่งที่พาลูกชายวัย 3 ขวบไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ย่านเทพารักษ์ หลังลูกมีอาการอาเจียนไม่หยุดและกระหายน้ำตลอดเวลา แต่หมอกลับไม่ตรวจเช็คอาการใดๆ เพียงให้เด็กพ่นยาและฉีดยา กระทั่งเด็กตัวซีด ปากเขียวคล้ำ และชักเกร็ง เสียชีวิตคาโรงพยาบาลนั้น    ล่าสุด วันที่ 7 พ.ย.  รายการโหนกระแส ได้เปิดใจสัมภาษณ์ คุณแม่เด็กถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมยังนี้ยังมี ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์  ทนายความชื่อดังจาก ทนายคลายทุกข์ ที่มาช่วยแนะนำให้ส่วนของสิทธิต่างๆ ที่สามารถทำการเรียกร้องได้ เข้าร่วมพูดคุยด้วย    คุณแม่มีลูกกี่คน? แม่รุ่ง : "3 คนค่ะ น้องที่ไปรักษาตัวเป็นลูกคนสุดท้อง อายุ 2 ขวบ 8 เดือน น้องแข็งแรงมากค่ะ ป่วยก็เป็นไข้ตัวร้อนธรรมดา ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยแอดมิด ไม่เคยพ่นยาอะไรทั้งนั้นเลยค่ะ"   เหตุการณ์เกิดขึ้นวันไหน? แม่รุ่ง : "5 กันยายนค่ะ ตอน 8 โมงเช้าพาน้องไปหาหมอ ยื่นเอกสารเสร็จก็พาน้องขึ้นไปชั้น 2 เพื่อซักประวัติน้อง พยาบาลก็ถามว่าน้องเป็นอะไร ก็บอกว่าน้องอาเจียนทั้งคืน ขอกินแต่น้ำ ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก วัดไข้ตอนนั้น 37.5 น้องไม่มีประวัติแพ้ยา ไม่เคยป่วย เขาบอกให้นั่งรอหมอ เพราะหมอยังไม่ลงมา ก็รอหมอจนประมาณ 10 โมง"   คุณหมอตรวจอะไรบ้าง? แม่รุ่ง : "หมอไม่ตรวจค่ะ เห็นนั่งดูหน้าคอมพ์ แล้วถามว่าน้องอาการเป็นยังไง ก็บอกว่าน้องอาเจียนเยอะ ขอกินแต่น้ำ หนูบอกว่ากลัวน้องเป็นไข้เลือดออก เขาบอกว่าไม่ใช่หรอกมั้ง ก็ให้เจาะเลือด แล้วพาไปตรวจไข้หวัดใหญ่และพ่นยา"   หมอบอกหรือไม่ น้องเป็นอะไร ทำไมต้องเจาะเลือด? แม่รุ่ง : "ไม่เลยค่ะ ตอนแรกหนูแย้งหมอ หนูกลัวน้องจะเป็นไข้เลือดออก เขาบอกไม่ใช่หรอก หมอก็ไม่ได้แจ้งอาการ ไม่ได้อธิบาย"   แล้วปกติหมอก็ต้องอธิบายไหม? ทนายเดชา : "ในคดีทางการแพทย์ มีขึ้นสู่ศาลเยอะมาก คำพิพากษาฎีกาวางหลักไว้ชัดเจน ขั้นตอนการตรวจร่างกายสำคัญ คนซักประวัติต้องเป็นแพทย์เท่านั้น ไม่ใช่พยาบาล ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่หมอต้องทำ คำพิพากษาศาลฎีกาวางหลักว่าต้องอธิบายให้หมดว่าเป็นอะไร วิธีการรักษา ผลกระทบ ต้องบอกให้หมด"   แล้วคุณแม่ทำยังไงต่อ? แม่รุ่ง : "พยาบาลก็ตรวจไข้หวัดใหญ่ก่อนเลย แล้วพาน้องไปเจาะเลือด พ่นยา ประมาณ 30 นาที รอผลเลือด ณ ช่วงรอนั้น น้องเริ่มหน้าซีดลง แต่น้องคุยโต้ตอบได้ เขาขอกินแต่น้ำ ดูดนมไปนิดหน่อยก็อาเจียนออก เขาเพลีย พอถึงเวลาที่พยาบาลเรียกชื่อน้องให้ไปพบหมอ ปรากฎว่าหมอน่าจะไปเข้าห้องน้ำ ตอนนั้นน้องหน้าซีด หนูแจ้งพยาบาลแล้วว่าน้องหน้าซีด พยาบาลบอกว่าน้องยังไหวอยู่ ใจเย็นๆ   หนูก็ถามน้อง น้องก็บอกว่าไหวครับ (ร้องไห้) สู้ๆ ครับแม่ เขานอนลงไป พอหมอเดินมาหนูก็แจ้งหมอว่าน้องหน้าซีด ปากเขียวแล้ว หมอบอกไม่ใช่หรอก แอร์ในห้องมันเย็น หนูบอกว่าน้องหายใจเร็วด้วย เขาก็ให้เปิดเสื้อน้อง แล้วมองน้องด้วยสายตา ทั้งที่เขาน่าจะจับชีพจรน้องหรือฟังปอดของน้อง   สักพักเขาก็หันหน้ากลับไป แล้วบอกว่าให้พาไปพ่นยาอีกรอบ รวมทั้งฉีดยาให้อีกเข็มนึง หนูถามว่าจะให้น้องแอดมิดไหม เขาก็ถามกลับว่าจะให้นอนหรือไม่ หนูก็บอกว่าให้นอน เพราะกลัวกลับไปแล้วกลัวว่าจะเป็นเยอะ เขาบอกให้ลงไปพ่นยา ฉีดยา แล้วกลับมาส่งตัวนอน เดี๋ยวมันจะช้า   พอพาน้องลงไป หนูไปเบิกยา เอาน้องนั่งเก้าอี้ มาห้องพ่นยา หนูเอาน้องนั่งบนโต๊ะ แล้วหันหลังเอาเอกสารยายื่นให้พยาบาล พอเอาน้องนั่ง พยาบาลมาเอาตัวครอบใส่น้อง น้องได้กลิ่นยาเขาก็ดึงออก เขาเรียกเราว่า "แม่ๆ" สองคำ แล้วขาเหยียดเกร็ง หนูก็เรียกพยาบาล ถามว่าลูกเป็นอะไร พยาบาลก็วิ่งมากระชากตัวน้อง พาน้องไปห้องติดกัน ปล่อยให้เราอยู่ข้างนอก หนูตะเกียกตะกายดู ลูกชักแบบตาค้างตาเหลือก ตอนนั้นสติหนูแตกไปแล้ว ยังเป็นภาพติดตาเราตลอด (ร้องไห้)"   ในตอนนั้นแม่คิดถึงขนาดว่าน้องจะไม่อยู่กับเราหรือเปล่า? แม่รุ่ง : "ไม่ค่ะ หนูคิดว่ายังไงน้องก็ไม่เป็นเยอะขนาดนั้น หมอพยาบาลก็บอกว่าไม่เป็นอะไรนะ พูดคำนี้ หนูก็เชื่อมั่นในคำพูดเขา หนูตั้งสติไม่ได้ จังหวะนั้นพ่อน้องมาถึงโรงพยาบาลพอดี สติหนูแตกไปแล้ว หนูเห็นลูกชักตาเหลือก เราช่วยอะไรไม่ได้เลย เราเข้าไปไม่ได้ (ร้องไห้) เขาปั๊มหัวใจลูกหนู ประมาณชั่วโมงถัดไป ถึงเข้าไปดูลูกได้ เขาพูดตลอดว่าลูกไม่เป็นอะไร เป็น 1 ชั่วโมง หลังเจอหมอ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก (ร้องไห้) แค่ 2-3 ชั่วโมงต่อมา ลูกหนูก็จากหนูไปแล้ว (ร้องไห้)"   หมอปั๊มหัวใจนานอยู่นานแค่ไหน? แม่รุ่ง : "หนูติดใจว่าเด็กตัวแค่นั้น ทำไมถึงใช้คนตัวโตๆ เป็นผู้ชายขึ้นปั๊ม ขึ้นขย่มเต็มที่เลย แฟนบอกว่าให้พอหมอเถอะ สงสารลูก เลือดน้องออกปากหมดแล้ว ลูกเจ็บ หนูดูไม่ได้ (ร้องไห้)"   ตอนนี้หมอบอกว่าน้องเสียเพราะอะไร? แม่รุ่ง : "เขาบอกตอนน้องเสียว่าเป็นภาวะหัวใจล้มเหลวแค่นั้น แต่น้องติดใจว่าน้องเป็นภาวะหัวใจล้มเหลวได้ยังไง เพราะน้องไม่ได้เป็นโรคหัวใจ หนูติดใจตรงนี้ ตอนรับส่งน้อง โรงพยาบาลบอกว่าจะช่วยเหลือเต็มที่เรื่องเงินเยียวยา ให้แม่ทำงานศพน้องให้เสร็จก่อน เดี๋ยวโรงพยาบาลจะรีบดำเนินการให้ เขาโทรหาหนู 2 ครั้งและส่งแชทหาหนู วันที่ 18 กันยายน หนูเข้าไปเอาเอกสารไปส่งให้หัวหน้าพยาบาล เขาบอกว่าจะยื่นเรื่องให้"   ทั้งนี้ทางรายการยังได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง "นพ.วิเชษฐ พัวพันกิจเจริญ" ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางพลี หลังจากที่คุณแม่ยืนยันไม่เคยได้รับคำขอโทษหรือคำชี้แจงใดๆ จากทางโรงพยาบาลเลย   นพ. วิเชษฐ : "ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับคณแม่กับสิ่งที่เกิดึ้น เป็นความสูญเสียที่เราก็เสียใจด้วย อาการน้องวันนั้นที่มา น้องเขาไข้ ไอ และหอบ หมอตรวจเบื้องต้นคิดว่าเป็นปอดอักเสบ เตรียมการให้นอนโรพยาบาล ช่วงพ่นยา น้องเขามีอาการเปลี่ยนแปลง และหยุดหายใจ คุณหมอก็ช่วยกัน แต่สุดท้ายน้องก็เสียชีวิต   ในตรงนี้เรามีการพูดคุยกับทางคุณพ่อคุณแม่เบื้องต้นไปแล้ว และสาเหตุที่แท้จริง ก็ขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ไปชันสูตรศพ คาดว่าผลจะออกสัปดาห์หน้า ทางโรงพยาบาลก็เสียใจ และได้ช่วยเหลือเบื้องต้นไปแล้ว เรื่องค่าทำศพ เรื่องการดำเนินการขอรับการช่วยเหลือการเยียวยา ตรงนี้ก็เร่งรัดให้ และประชุมไปแล้ว มีมติให้อนุมัติเงินช่วยเหลือ 4 แสน เมื่อวานส่งทีมงานไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ วันนี้นัดหมายคุณพ่อคุณแม่มารับเช็คเงินเยียวยาตอนบ่ายได้เลย"   เป็นจำนวนเงิน 4 แสนบาท? นพ. วิเชษฐ : "ตามมติกรรมการ เรียนเชิญคุณพ่อคุณแม่มารับที่รพ. เราอยากแสดงความเสียใจ และอยากหาทางช่วยเหลืออื่นด้วย ก็เชิญมาที่โรงพยาบาล เดี๋ยวจะพูดคุยกันในครอบครัวว่ามีอะไร"   ทำไมเกือบ 2 เดือนแล้ว ผลชันสูตรน้องยังไม่ออก? นพ.วิเชษฐ : "ขั้นตอนทางการแพทย์ ผมไม่แน่ใจ แต่เราเพิ่งส่งไปทางโรงเรียนแพทย์ ประสานงานล่าสุด ก็เขาบอกว่าจะออกอาทิตย์หน้า ตอนนี้กรรมการมีมติเรียบร้อยแล้วว่าจะช่วยเหลือครอบครัวโดยไม่สนผลชันสูตรใดๆ ทั้งสิ้น"   ทนายคะ 2 เดือนนานไปหรือไม่? ทนายเดชา : "ก็ถือว่านานครับ เพราะมันไม่ได้มีอะไรซับซ้อน"   ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับคนไข้รายอื่น ต้องทำยังไง? ทนายเดชา : "ต้องดูว่ารักษาช้าหรือเปล่า สองรักษาผิดวิธีจนทำให้เด็กตายหรือเปล่า ประมาทมั้ย การประมาทอาจนำสืบยากในทางปฏิบัติทางการแพทย์ เช่น ความบกพร่องในการทำงาน ถ้ามีความบกพร่อง โรงพยาบาลก็ต้องรับผิด หมอต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว"   เงินจำนวน 4 แสนน่าพอใจไหม? ทนายเดชา : "เงิน 4 แสนนี่ถ้าเทียบกับชีวิตคนไม่โอเค 4 แสนนี่ไม่ใช่เงินโรงพยาบาลนะ เป็นเงินหลักประกันสุขภาพ ส่วนทางโรงพยาบาลต้องรับผิดอะไรต้องไปเจรจา และฟ้องร้องกันต่อไป ขอบเขตเบื้องต้นของเงิน 4 แสนมีเพียงเท่านั้นเอง"    

 757
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ย. 62

แม่ร่ำไห้ลูกชายวัย 3 ขวบ อาเจียน-ชักดับคา รพ. หมอบอกแม่ยังสาว ยังมีโอกาสมีลูกได้อีก

เพจเฟซบุ๊ก ข่าวสารเมืองปราการ โพสต์เรื่องราวของคุณแม่รายหนึ่งที่พาลูกชายวัย 3 ขวบไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ย่านเทพารักษ์ หลังลูกมีอาการอาเจียนไม่หยุดและกระหายน้ำตลอดเวลา แต่หมอกลับไม่ตรวจเช็คอาการใดๆ เพียงให้เด็กพ่นยาและฉีดยา กระทั่งเด็กตัวซีด ปากเขียวคล้ำ และชักเกร็ง เสียชีวิตคาโรงพยาบาล   นางนิศรา จ่าทองคำ อายุ 37 ปี แม่ของน้องมิ๊ก วัย 3 ขวบ เล่าว่า เมื่อกลางดึกของวันที่ 4 ก.ย.ลูกอาเจียนหนัก หิวน้ำตลอดเวลา รุ่งขึ้นจึงพาไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน เมื่อเข้าไปห้องตรวจ หมอไม่ตรวจเช็คอาการลูกแต่อย่างใด ไม่แตะเนื้อต้องตัวลูกด้วยซ้ำ เพียงบอกให้พ่นยาและเจาะเลือดตรวจหาไข้หวัดใหญ่   หลังพ่นยาเสร็จ ระหว่างรอผลตรวจเลือด ลูกมีอาการตัวซีด ตัวเย็น ริมฝีปากเขียวคล้ำ หายใจเร็วจึงรีบแจ้งพยาบาลและเข้าพบหมออีกครั้ง โดยหมอบอกว่าที่ตัวเย็นเป็นเพราะแอร์ในห้องตรวจ และบอกให้ไปพ่นยาอีกครั้ง ฉีดยาหนึ่งเข็ม และอนุญาตให้ลูกนอนโรงพยาบาลได้   ระหว่างพ่นยาครั้งที่ 2 ลูกพยายามดึงเครื่องพ่นยาออก จากนั้นเริ่มมีอาการชักเกร็ง จนพยาบาลและหมอรีบเข้ามาทำการช่วยเหลือ ฉีดยาที่ขมับเพื่อกระตุ้นหัวใจ และปั๊มหัวใจ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ เสียชีวิตคาโรงพยาบาล   ซึ่งหมอได้ระบุสาเหตุการตายด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน และส่งชันสูตรศพ แต่ผ่านมา 2 เดือนแล้ว ผลชันสูตรก็ยังไม่ออก จึงอยากรู้ว่าลูกเป็นอะไรกันแน่   วันต่อมา โรงพยาบาลได้ช่วยค่าทำศพจำนวน 30,000 บาท และทำเรื่องรับเงินเยียวยาให้ จำนวน 400,000 บาท แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับเงิน จึงได้ร้องเรียนไปยังเพจข่าวสารเมืองปราการ V2   สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนรับไม่ได้ เสียใจมาก ลูกชายเป็นเด็กน่ารัก แข็งแรง ไม่เคยป่วยมาก่อน ซึ่งวันเกิดเหตุ ลูกอดทนจนวินาทีสุดท้าย โดยคำพูดสุดท้ายที่ได้ยิน ลูกบอกว่า “แม่ครับ ผมไหว ผมสู้” ก่อนจะชักเกร็งและเสียชีวิตลง   สิ่งที่ตนต้องการมากที่สุดตอนนี้ คือคำขอโทษจากหมอ ซึ่งตนเคยบอกทางโรงพยาบาลไปแล้ว แต่ก็ได้รับคำตอบว่า “แค่นี้หมอก็เสียใจมากแล้ว” ซ้ำยังพูดว่า “ตนยังสาว ยังมีโอกาสมีลูกได้อีก” ทำให้ตนรู้สึกแย่มากกับคำพูดดังกล่าว   ทั้งนี้ตนอยากให้โรงพยาบาลปรับปรุงเกี่ยวกับบุคลากร อยากให้เอาใจใส่คนไข้มากกว่านี้ และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดผลชันสูตร และเงินเยียวยาให้เร็วที่สุด   ล่าสุด เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้นำกระเช้ามาเยี่ยมแม่ของเด็กที่บ้าน โดยแจ้งว่า ขณะนี้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้เปลี่ยนทีมที่ทำเรื่องขอรับเงินเยียวยาให้แล้ว ซึ่งจะเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bjBvCLTN7ik  

 26,991
สังคม
06 พ.ย. 62

โรงพยาบาลไล่สาวท้องคลอด รพ.ตามสิทธิ สุดท้ายเด็กเสียชีวิต

สาวท้องชาวสมุทรปราการ โพสต์เฟซบุ้ก โรงพยาบาลไล่ให้รักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม ขณะที่ตนตกเลือดอาการหนัก สุดท้ายเด็กเสียชีวิต       จากกรณีที่หญิงสาววัย 22 ปี ได้เขียนข้อความพร้อมรูปถ่ายมาโพสต์ลงเฟสบุ๊กส่วนตัวชื่อ Sirikarn Ruamsampao โดยมีข้อความว่า หลังจากที่ตนได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งใน อ.เมืองสมุทรปราการ ซึ่งอยู่ใกล้บ้านในอาการตกเลือดเกือบถึงแก่ชีวิตแต่หลังจากแพทย์ได้ทำการตรวจรักษาในเบื้องต้นซึ่งเด็กในครรภ์นั้นยังหัวใจเต้นตามปกติ ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจะผลักไสให้ตนให้นั่งรถแท๊กซี่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนอีกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิ์ประกันสังคม ซึ่งระหว่างนั้นตนปวดท้องมากจนแทบจะหมดสติ และถูกเข็นมาทิ้งไว้ข้างทางขึ้นโรงพยาบาลให้นั่งรถ หรือติดต่อญาติให้มารับตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ประกันสังคม จนตนต้องเสียลูกในครรภ์ไป หลังข้อความดังกล่าวถูกโพสต์บนโลกออนไลน์ จนได้รับความสนใจและมีการแชร์ไปตามสื่อต่าง ๆ และมีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก         ล่าสุดวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับนางสาว สิริกาญจน์ ร่วมสำเภา อายุ 22 ปี เจ้าของโพสต์ที่บ้านพักซึ่งอยู่ภายในซอยเจริญสุข ถนนจักรพาก ต.ปากน้ำ อ.เมืองจ.สมุทรปราการ เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยนางสาวสิริกาญจน์ ได้เล่าว่า ตนตั้งครรภ์ได้ประมาณ 4 เดือนแล้ว เมื่อช่วงประมาณ 07.10 น. ของวันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ตนมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง มีน้ำคล่ำและเลือดไหลออกจากช่องคลอด ทางสามีจึงรีบพาไปโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้บ้าน เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ได้รีบนำตนเข้าห้องฉุกเฉิน และพาไปทำการอัลตร้าซาวด์เพื่อฟังเสียงหัวใจของลูกในครรภ์โดยผลการเต้นของหัวทารกที่อยู่ในครรภ์เป็นปกติ แต่ทางแพทย์ที่ทำการอัลตร้าซาวด์ ได้แนะนำว่าทางที่ดีเพื่อความปลอดภัยของเด็กในครรภ์ควรฉีดยาระงับคลอดและมีการเคลื่อนย้ายตนขึ้นไปพักบนตึกผู้ป่วยแต่เมื่อขึ้นไปบนตึกผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล กลับมาถามตนว่าทำไมตนไม่ไปรักษาที่โรงพยาบาลที่ตนมีสิทธิ์รักษา เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการรักษาและพยายามพูดย้ำว่าหากรักษาตัวที่โรงพยาบาลนี้จะต้องจ่ายค่ารักษาเอง พร้อมทั้งถามย้ำตนว่าจะย้ายโรงพยาบาลหรือไม่ ซึ่งในใจตนคิดว่าอาการตนหนักขนาดนี้ มีเลือดไหลมากขนาดนี้ทางโรงพยาบาล คงจะมีรถพยาบาลไปส่งยังโรงพยาบาลที่ตนมีสิทธิ์รักษาเพราะมีระยะทางห่างกันประมาณ 12 กิโลเมตร ซึ่งไม่ใช้ระยะทางที่ใกล้สำหรับผู้ป่วยอาการหนัก ตนจึงรับปากไปว่าจะย้ายโรงพยาบาลซึ่งตนเองก็ได้โทรศัพท์ปรึกษาคุณแม่ และทางคุณแม่เองก็ถามย้ำว่าตนไหวเหรอ ซึ่งตนได้ตอบแม่ไปว่าไม่ไหวก็ต้องไหว เพราะทางเจ้าหน้าที่เขาให้ย้าย     จากนั้นเวลาประมาณ 09.00น. ตนได้โทรศัพท์ไปตามพี่สะใภ้ให้มาอยู่เป็นเพื่อนและมีทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลพาตนนั่งรถเข็นของโรงพยาบาล ลงมารอเรียกรถแท๊กซี่ที่หน้าโรงพยาบาลจุดรับส่งผู้ป่วยจนพี่สะใภ้ทนเห็นสภาพตนไม่ไหว จึงได้โวยวายขึ้นว่าผู้ป่วยหนักขนาดนี้ไม่มีรถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแต่กลับให้เรียกรถแท็กซี่ย้ายโรงพยาบาลเอง และในระหว่างทางที่ตนนั่งรถแท็กซี่ไปถึงโรงพยาบาลที่มีสิทธิ์ประกันสังคม ก็ได้คลอดลูกออกมาและเสียชีวิตลงในเวลาประมาณ 10.00 น. โดยตนเองเสียเลือดมากจนต้องมีการรับบริจาคเลือด ล่าสุดอาการปลอดภัย และได้ออกจากโรงพยาบาลมาเมื่อวานนี้ อย่างไรก็ตามในส่วนเรื่องลูกของตนนั้น ตนทำใจไว้แล้ว เนื่องจากทางห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลรัฐได้แจ้งว่าถ้าจะยื้อชีวิตต้องให้ยาระงับคลอด ซึ่งตนเองก็ยังมีความหวัง แต่ที่ติดใจ คือเรื่องที่ละเลยคนไข้และทำไมต้องย้ายโรงพยาบาลเร่งด่วนขนาดนั้น ทั้งที่ตนเองก็ยินดีที่จะจ่ายเงินเองอยู่แล้วเพราะตนห่วงชีวิตของตัวเองเหมือนกัน ทั้งนี้อยากเตือน การเลือกโรงพยาล ก็ควรที่ศึกษาขั้นตอนการเข้ารักษาเพราะแม้ตนป่วยฉุกเฉินก็ยังถูกละเลยเพราะเพียงสาเหตุที่ตนไม่ใช่คนไข้ที่มีสิทธิรักษาที่โรงพยาบาลเท่านั้น

 604

Top