ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทุจริตอาหารกลางวัน"

การเมืองเข้มข้น
09 ก.ค. 62

ชงเพิ่มเงื่อนไขสัญญาอาหารกลางวันเด็ก หากผิด ฟันแพ่ง-อาญา-วินัย สั่งตั้ง คกก. สุ่มตรวจเป็นระยะ

ขอบคุณภาพ มติชนออนไลน์   วันที่ 9 ก.ค. 62 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุถึงความคืบหน้าการตรวจสอบปัญหาอาหารกลางวันเด็กว่า มีสาเหตุเกิดจาก ปริมาณอาหารไม่เพียงพอ รวมถึงในแต่ละโรงเรียนก็ดำเนินการไม่เรียบร้อย    ทั้งนี้ ในส่วนของโรงเรียนที่เป็นปัญหาเกิดจากการดำเนินการทำสัญญาเอง ทั้งนี้ ได้สั่งตรวจสอบ ว่ามีใครไปบังคับหรือไม่ และมีมาตรการอย่างไรที่ผู้ทำสัญญาจะสามารถตรวจสอบได้ตามเงื่อนไขที่มีอยู่ ว่าคุณภาพอาหารดีหรือไม่ดีอย่างไร   กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนทุกแห่ง รวมถึงในสังกัด สพฐ. ด้วย โดยกำชับใช้ทุกอย่างดำเนินการตามกฎหมาย การทำสัญญาจะต้องถูกต้อง โดยจะต้องเพิ่มเงื่อนไข หากเจอคุณภาพอาหารไม่ดีหรือมีปริมาณที่ไม่เพียงพอจะสามารถบอกเลิกสัญญาได้    นอกจากนี้ จะต้องตั้งคณะกรรมการในระดับอำเภอและท้องถิ่น ไปสุ่มตรวจเป็นระยะ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการก็ต้องติดรายการอาหารให้รับทราบในแต่ละวันด้วย พร้อมขอให้ผู้ปกครองช่วยกันตรวจสอบ หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิดจะดำเนินการทางกฎหมายทั้งแพ่ง, อาญา และวินัย    ทั้งนี้ หากมีเสียงสะท้อนจากเด็กถึงคุณภาพอาหารและปริมาณที่ไม่เพียงพอนั้น ผู้กำกับดูแลจะต้องรับผิดชอบ ยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยและ ป.ป.ช. นั้นมีความเข้มงวดในการตรวจสอบการทุจริต   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ตรวจ รร.นครราชสีมา พบทุจริตอาหารกลางวันเด็ก 4 แห่ง 'บิ๊กตู่' ยันปราบคนโกงอย่างจริงจัง     

 378
การเมืองเข้มข้น
07 ก.ค. 62

นายกฯ กำชับ! ศธ.-มท. ตรวจสอบทุจริตอาหารกลางวันโรงเรียนทั่วประเทศ

วันที่ 7 ก.ค. 62 พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานกรณีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ตรวจพบโรงเรียนใน จ.นครราชสีมา เข้าข่ายทุจริตโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียน โดยยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง ไม่มีละเว้น พร้อมทั้งกำชับให้กระทรวงศึกษาธิการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยกำกับดูแลและตรวจสอบทุกโรงเรียนทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด   “นายกฯ ให้ความสำคัญกับคุณภาพของเด็กนักเรียนและเยาวชนเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของชาติ และการศึกษาเป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาประเทศเช่นกัน”   สำหรับลักษณะที่เข้าข่ายการทุจริตนั้นพบว่า มีทั้งโรงเรียนขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เช่น มีงบ 10,000 บาท แต่ซื้อไม่ถึง ทำให้มีส่วนต่างเกิดขึ้น และผู้บริหารตอบไม่ได้ว่าเงินส่วนต่างหายไปไหน    นอกจากนี้บางแห่งนำอาหารกลางวันไปเลี้ยงนักเรียนทั้งหมด ทั้งชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา รวมถึงครูด้วย ทั้งที่โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อนักเรียนชั้นประถมเท่านั้น ทำให้เมนูอาหารแต่ละมื้อไม่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ เป็นต้น   

 850
แชร์ออฟเดอะเดย์
04 ก.ค. 62

แฉคลิปอาหารกลางวันเด็ก ต้มจืดฟักวิญญาณไก่ ส่อทุจริตเอกชนรับเหมา 9 ร.ร. แต่ ผอ.เป็นแพะถูกสั่งย้าย

กรณีมีการแพร่คลิปอาหารกลางวันนักเรียน ร.ร.เทศบาลวัดมเหยงคณ์ จ.นครศรีธรรมราช ที่เด็กได้กินต้มฟักวิญญาณไก่ ทำให้ถูกวิจารณ์และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการทุกจริตเงินโครงการอาหารกลางวันนักเรียนหรือไม่   จนทาง สพฐ.ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทุจริตโครงการอาหารกลางวันนักเรียน และมีมติให้ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวออกจากราชการ   ต่อมานายครรชิต มนูญผล รองนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ชี้แจงว่า เรื่องอาหารกลางวันของนักเรียนโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครศรีธรรมราช มีคณะกรรมตรวจสอบทุกวันอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องปริมาณอาหาร ความสะอาดและถูกสุขลักษณะ ซึ่งก็ตรงตามสัญญาว่าจ้างที่ทางเทศบาลฯ ได้ว่าจ้างผู้รับเหมาอาหารกลางวันนักเรียน   อย่างไรก็ตามคลิปที่มีการเผยแพร่น่าจะเกิดจากความพลั้งมือของเจ้าหน้าที่เวรตักอาหารในแต่ละวัน ที่อาจจะตักอาหารกลางวันให้นักเรียนห้องแรกๆ หนักมือไป ปริมาณอาหารจึงลดลง ทำให้นักเรียนห้องหลังๆ ได้กับข้าวน้อยกว่าปกติ เบื้องต้นตนได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เวร รวมทั้งครูที่ดูแลอาหารกลางวันในแต่ละวัน ให้ตักอาหารให้กับนักเรียนแต่ละคนในปริมาณที่เหมาะสมและเท่าๆ กัน    ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงคลิปนั้น ตนได้มีคำสั่ง ผ.อ.โรงเรียนชั่วคราว เพื่อให้ทางคณะกรรมการฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริงคลิปที่เกิดขึ้น และให้รายงานผลการสอบให้ทราบภายใน 7 วัน   หลังเกิดเรื่องครูในโรงเรียนหลายคน ให้ข้อมูลว่ารู้สึกสงสารผู้อำนวยการโรงเรียน ที่ได้รับผลกระทบเพียงคนเดียว ปกติเป็นคนตั้งใจทำงาน มีความรับผิดชอบ ไม่เคยทุจริตในหน้าที่การงาน แต่ต้องรับกรรมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง ๆ ที่อีกแค่ 3 เดือนก็จะเกษียณอายุราชการแล้ว   ก่อนหน้านี้เทศบาลฯ มีนโยบายให้โรงเรียนในสังกัดทั้ง 9 โรงเรียน ส่งรายละเอียดเรื่องงบประมาณอาหารกลางวันของนักเรียนในโรงเรียน มารวบรวมที่เทศบาลฯ เพื่อต้องการประมูลอาหารกลางวันนักเรียนรวมกันครั้งเดียวทั้ง 9 โรงเรียน   แต่ทางผู้อำนวยการโรงเรียนคนปัจจุบันไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะเกรงว่านักเรียนอาจได้รับอาหารไม่เพียงพอ หากมีผู้รับเหมาเอกชนดำเนินการเพียงรายเดียว รับผิดชอบอาหารกลางวันนักเรียนทั้ง 9 โรงเรียน หลังจากนั้นผู้อำนวยการโรงเรียนก็ถูกกดดันเรื่อยมาจนสุดท้ายผู้อำนวยการโรงเรียน ต้องยินยอมตามที่ทางเทศบาลฯ ต้องการ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ขึ้น   ทั้งนี้จากคลิปดังกล่าวที่ออกมา เกิดจากกรที่คุณครูจึงถ่ายคลิปดังกล่าวเป็นหลักฐานเพื่อให้ ผอ.เป็นข้อมูลหลักฐานในการเสนอปัญหากับผู้บริหารเทศบาลฯ แต่เรื่องกลับกลายเป็นว่า ผอ.ถูกสั่งย้ายเสียเอง   จึงอยากเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ แต่งตั้งคณะกรรมการลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน โดยเฉพาะกระบวนการให้เอกชนเพียงรายเดียว จัดทำประกอบอาหารให้โรงเรียนสังกัดเทศบาลฯได้ถึง 9 โรงเรียน มีเหตุผลอย่างไร โปร่งใสและเป็นธรรมหรือไม่ หรือมีใครได้ผลประโยชน์จากเรื่องนี้บ้าง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9T3Us2RfmWg  

 18,322
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ค. 62

สั่งฟัน ผอ.ขนมจีนคลุกน้ำปลา ไล่ออกจากราชการ เซ่นทุจริตอาหารกลางวันเด็กสุราษฎร์ฯ

วันที่ 15 พ.ค.62 จากกรณีที่มีผู้ปกครองเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าใหม่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี เผยแพร่เด็กนักเรียนชั้นอนุบาลทานขนมจีนกับน้ำปลาเป็นอาหารกลางวัน จนเป็นที่มาของการสั่งสอบการทุจริตของนายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ในหลายๆ เรื่อง ซึ่งต่อมาสำนักงาน ป้องกันและปราบปรามการทุจริตชี้มูลความผิดไปยังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี จนได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบเรื่องดังกล่าวโดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นประธานกรรมการในการตรวจสอบ    ด้านนายชุมพล ศรีสังข์ ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สำหรับเรื่องการพิจจารณาดังกล่าว ได้ผ่านคณะกรรมการ การศึกษาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา จากนี้งานธุรการ จะได้ออกคำสั่งโดยศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ไล่ออก ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ ซึ่งจะเป็นการไล่ออกย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2561 ที่ให้จากราชการไว้ก่อนในตอนนั้น    จากนี้ จะต้องส่งรายงานการดำเนินการทางวินัยทั้งหมดไปยังคณะกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อพิจารณาใหม่ ซึ่งอาจจะเพิ่มหรือลดโทษ ซึ่งผลออกมาอย่างไรถือว่ายุติเพียงเท่านั้น    ซึ่งการดำเนินการในระดับจังหวัดถือว่าสิ้นสุดไปแล้วตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งในเรื่องดังกล่าวผู้ถูกกล่าวหาจะมีสิทธิ์อุทธรณ์ภายใน 30 วันตั้งแต่ที่รับทราบคำสั่ง โดยอุทธรณ์ไปยังคณะกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สูงกว่าหน่วยงานที่ออกคำสั่งเกิดศึกษาธิการจังหวัดฯ  

 10,577
สังคม-อาชญากรรม
19 มิ.ย. 61

ผู้ว่าฯ โคราช สุ่มตรวจอาหารกลางวัน สั่ง 32 อำเภอ ตั้งทีมตรวจสอบคุณภาพอาหาร 1,400 โรงเรียน

ผู้ว่าฯ โคราชลงพื้นที่สุ่มตรวจอาหารกลางวันตามโรงเรียน สั่งนายอำเภอทั้ง 32 อำเภอ ตั้งทีมตรวจสอบคุณภาพอาหารกลางวันทั้งจังหวัดกว่า 1,400 โรงเรียน   นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ลงพื้นที่สุ่มตรวจคุณภาพอาหารกลางวันของนักเรียนต่างๆ ตามโรงเรียนหลายแห่งในตัวเมืองนครราชสีมา เพื่อตรวจสอบคุณภาพของอาหารกลางวันเด็กนักเรียนว่าตรงตามหลักโภชนาการหรือไม่ หลังจากมีข่าวโรงเรียนหลายพื้นที่มีการใช้งบประมาณจัดทำอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนไม่ได้คุณภาพ    โดยจากการตรวจสอบพบว่า โรงเรียนทั้งสองแห่งมีการจัดทำอาหารกลางวันเป็นไปตามหลักโภชนาการ และมีครูคอยดูแลควบคุมทุกกระบวนการอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบมีการร้องเรียนการทุจริตโครงการอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนในพื้นที่แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมายังได้สั่งการให้นายอำเภอทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา ตั้งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพอาหารกลางวันตามโรงเรียนทุกแห่งในพื้นที่รับผิดชอบ รวมจำนวนกว่า 1,400 โรง เพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพตามหลักโภชนาการ   นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมามีโรงเรียนทั้งระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา รวมจำนวนมากกว่า 1,400 แห่ง ตนจึงได้สั่งการให้นายอำเภอทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา ตั้งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพอาหารกลางวันตามโรงเรียนต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัด เพื่อป้องกันการทุจริตโครงการอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน  ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 1,108
ข่าวภูมิภาค
18 มิ.ย. 61

ตั้งสอบ ผอ.ร.ร.บ้านตานีอ้างไม่มีงบค่าอาหารกลางวัน เด็กต้องเดินเรี่ยไรรับบริจาค

สุรินทร์-นักเรียนโรงเรียนบ้านตานี ต.ตานี อ.ปราสาท เดินรับบริจาคโครงการอาหารกลางวัน ตามร้านค้าใกล้โรงเรียน หลังผอ.อ้างว่าไม่มีงบประมาณจัดชื้ออาหารกลางวันเลี้ยงเด็กนักเรียนชั้นป.1 ถึง ป.6 รวม 242 คน ได้เงินบริจาคกลับมาราว 5 หมื่นบาท   ล่าสุดทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา สุรินทร์ เขต 3 สั่งย้าย ผอ.และตั้งคณะกรรมการสอบ พร้อมทั้งมอบเงินเบื้องต้นร่วมกับภาคเอกชน ทำให้มีทุนพอให้เด็กรับประทานได้ระยะหนึ่ง ขณะที่เบื้องต้นทาง ผอ.แจ้งว่าเบิกจ่ายเงินไม่ได้ จนไม่มีเงินจัดซื้ออาหารกลางวันให้เด็ก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FnZ1cuiKt60

 1,732
สังคม-อาชญากรรม
15 มิ.ย. 61

เทศบาลคลองหลวงแจงปม อาหารกลางวัน-เครื่องนอนศูนย์เด็กเล็ก ยันจ่ายงบช้าเพราะเบิกซ้ำซ้อน

เทศบาลคลองหลวง จ.ปทุมธานี ออกโรงแจงปมอาหารกลางวันศูนย์เด็กเล็ก และอุปกรณ์เครื่องนอน หลังพบผู้ปกครองร้องเรียน  ผอ.คลังยันจ่ายงบช้า หวั่นผิดกฎหมายเพราะเบิกซ้ำซ้อน ด้านผู้ปกครองย้อนถาม ถ้ามีงบเสริมทำไมต้องมาเก็บเพิ่ม   จากกรณีปมปัญหาการทุจริตอาหารกลางวันเด็กนักเรียนในหลายจังหวัด ซึ่งรายล่าสุดมีการร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดปทุมธานี เรื่องโครงการอาหารกลางวันและชุดเครื่องนอนเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดเทศบาลคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี  โดยมีการแชร์ภาพอาหารกลางวันที่มีปริมาณน้อยและที่เด็กเล็กไม่มีที่นอนต้องนอนกับพื้น   ล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปศูนย์เด็กเล็กวัดกล้าชอุ่ม จังหวัดปทุมธานี โดยตัวแทนครูยืนยันว่าภาพข่าวที่ปรากฎเรื่องอาหารกลางวัน ไม่ใช่ที่ศูนย์แห่งนี้ แต่เป็นที่อื่น ส่วนเรื่องที่นอนนั้น มีเด็กบางคนยังไม่มีที่นอนเพราะเพิ่งเปิดเทอมได้ไม่นาน ก็มีนอนพื้นบ้าง ตอนนี้ทางต้นสักงัดกำลังจัดหา แต่รองบประมาณจากผู้บริหาร   เรื่องนี้นายนพพร ฤกษ์สังเกต รองนายกเทศมนตรีคลองหลวงชี้แจงว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะเกิดจากการจ่ายงบประมาณล่าช้า เพราะทางกองคลังและหน่วยที่เกี่ยวข้องไม่จ่ายงบประมาณ ตามที่ตั้งขอไปจำนวน 2 ล้านบาท ซึ่งงบส่วนนี้นำมาซื้ออุปกรณ์การเรียน ชุดไทย ชุดพละ อื่นๆที่นอกเหนือจากงบสนับสนุนของรัฐบาล ส่วนการเก็บเงินจากผู้ปกครองรายละ 1,200-1,500 บาทต่อปีการศึกษา ซึ่งผู้ปกครองทุกคนเข้าใจดี แต่เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกิดจาการจ่ายงบล่าช้า ที่มีปัญหาระหว่างผู้บริหาร จนส่งผลกระทบกับเด็ก   ด้านนางสิริธัมม์ ธัมมรีวานนท์ ผู้อำนวยการคลัง เทศบาลคลองหลวง ยืนยันไม่ได้จ่ายงบล่าช้า แต่งบที่ขอเบิกมาเป็นงบซ้ำซ้อน จำนวน 2 ล้านบาท แยกเป็นชุดนักเรียน เอี๊ยม ที่นอนและอุปกรณ์ของเด็กเล็ก กระเป๋าหนังสือ หนังสือแบบเรียน และอุปกรณ์การเรียน รวมทั้งสิ้น 1,971,600 บาท งบประมาณนี้มาใช้กับเด็กนักเรียนจำนวน 406 คน     ซึ่งทางเทศบาลมองว่างบนี้เป็นการเบิกซ้ำซ้อนเพราะมีเงินสนับสนุนของรัฐบาล แล้วมีการเก็บเงินจากผู้ปกครอง แล้วมาเบิกงบส่วนน้ำอีก จึงเกรงว่าจะไม่ถูกต้องตามกฎหมายจึงชะลอเรื่องไว้ และจะเข้าปรึกษากรมการปกครองและต้นสังกัดพิจารณาก่อน เพราะหากอนุมัติไปแล้วพบว่าเป็นงบที่ไม่ถูกต้อง คนที่จะถูกดำเนินคดีก็คือคนอนุมัติ ส่วนเรื่องอาหารกลางวัน ทางเทศบาลก็พิจรณางบประมาณไปให้แล้ว ขึ้นอยู่กัศูนย์บริหารจัดการเด็กเล็กแต่ละศูนย์บริหารจัดการ   เรื่องที่เกิดขึ้นฝ่ายกองคลังเป็นข้าราชการ กับรองนายกเทศมนตรี คือนักการเมือง ซึ่งไม่ใช่การบริหารงานผิดพลาดล่าช้า แต่เป็นการตรวจสอบความถูกต้อง   เรื่องการเก็บเงินเพิ่มกับผู้ปกครองนั้น ผู้สื่อข่าวสอบถามกับคุณกอล์ฟ ผู้ปกครองเล่าว่า ถูกเรียกเก็บเงิน 1,500 บาท ครูบอกว่าเป็นเงินซื้ออุปกรณ์การเรียน ที่นอกเหนือจากงบรัฐสนับสนุน แต่ก็แปลกใจว่า ศูนย์เด็กเล้กที่อื่นไม่มีการเก็บแบบนี้ แต่ก็ได้รับอุปกรณ์การเรียน เครื่องเขียน และเครื่องนอน เหมือนกัน ส่วนเรื่องอาหารกลางวัน ไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกกินอย่างไรเพราะต้องทำงาน อยากขอให้จนท.ที่เกี่ยข้องเรื่องนี้ทำอะไรคิดถึงเด็กบ้าง   ผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบที่ศูนย์เด็กเล็ก ซอยคุณพระ เป็นอีกแห่งในสังกัดเทศบาลคลองหลวง หลังพบว่าภาพอาหารกลางวันเด็กที่มีปริมาณน้อย เป็นภาพที่ศูนย์แห่งนี้ แต่คุณครูในศูนย์ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ ยืนยันว่าไม่ใช่ที่ศูนย์นี้   ทางผู้สื่อข่าวสอบถามผู้ปกครองเด็กที่เรียนในศูนย์นี้ โดยคุณตาน้องสแตมป์ เปิดภาพอาหารกลางวันให้ผู้สื่อข่าวดู เล่าว่าบางวันเมนูเป็นไข่พะโล้ มีหมูชิ้นเล็กๆชิ้น ผลไม้1ชิ้น บางวัน ก็เป็นข้าวกับกุนเชียงชิ้นเล็กๆ และแอปเปิ้ล 2 ชิ้น ซึ่งอาหารที่ให้เด็กจะตักให้ทีละน้อยก่อนแต่หากไม่อิ่มก็เพิ่มได้ ภาพอาหารกลางวันที่แชร์ก็คล้ายๆกับสถานที่ที่ศูนย์แห่งนี้   ส่วนเงินที่ทางศูนย์เก็บเพิ่มจำนวน 1,200 บาท ทางผู้ปกครองก็เต็มใจจ่ายเพราะนำไปซื้ออุปกรณ์ส่งเสริมการเรียนที่นอกเหนือจากงบของรัฐบาล แต่ไม่เคยรู้ว่ามีงบของเทศบาลเพิ่มมาอีก ซึ่งหากมีงบมาสนับสนุนแล้ว ทำไมต้องมาเก็บกับผู้ปกครองเพิ่ม แล้วงบประมาณเกือบ2ล้านมันเยอะมากกับเด็ก 406 คน    เรื่องนี้ก็ต้องรอตรวจสอบว่าแท้จริงแล้วเป็นการเบิกงบซ้ำซ้อนและเกินความจำเป็นหรือไม่และที่สำคัญ ปัญหานี้เด็กได้รับผลกระทบโดยตรง จาการบริหารจัดการของผู้ใหญ่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mpvrH3PqkSc

 3,734
ข่าวภูมิภาค
13 มิ.ย. 61

สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ผอ.ร.ร.ขนมจีนคลุกน้ำปลา เซ่นปมฉาวทุจริตอาหารกลางวัน

สุราษฎร์ธานี-ผจว.และศึกษาธิการจังหวัด เห็นชอบให้ ผอ.ร.ร.บ้านท่าใหม่ ที่มีการทุจริตโครงการอาหารกลางวัน ต้องให้เด็กกินขนมจีนคลุกน้ำปลา ออกจากราชการไว้ก่อน ตามความเห็นของ สพฐ.เขต 2 พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการโดยเร็วที่สุด   โดยเบื้องต้นพบว่าการซื้อของในโครงการอาหารกลางวันน่าจะไม่ครบตามจำนวนที่ระบุตามรายการเบิกจ่ายเงิน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าในแต่ละวันเงินหายไปจำนวนเท่าไร โดยขอรวบรวมเอกสารให้แน่นหนาและครอบคลุมมากขึ้นก่อนจะส่งสำนวนให้คณะกรรมการส่วนกลางพิจารณาตามลำดับ   ขณะที่ จ.พิจิตร มีการออกหนังสือคำสั่ง ขอตัวช่วยราชการ ผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองตะพานหิน หลังพบมีความผิดปกติมีการจัดซื้อสินค้า เพื่อมาประกอบอาหารกลางวัน ให้กับเด็กนักเรียน มีน้ำหนักไม่ครบตามจำนวน ตามใบสั่งซื้อของโรงเรียน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กำชับให้เร่งทำรายงานชี้แจง แต่กลับนิ่งเฉย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lxs9JZGdbkE

 2,258
สังคม-อาชญากรรม
12 มิ.ย. 61

สั่งสอบวินัยร้ายแรง ผอ.รร.ให้เด็กกินขนมจีนคลุกน้ำปลา พร้อมให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ผู้ว่าราชการจังหวัดและศึกษาธิการจังหวัด เห็นชอบให้ ผอ.รร.บ้านท่าใหม่ ออกจากราชการไว้ก่อนตามความเห็นของ สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2 พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง   (คลิปข่าวที่เกี่ยวข้องจากรายการ 11 มิ.ย. 61)   นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี หารือร่วมกับ นายชุมพล ศรีสังข์ ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พิจารณาสรุปสำนวนสอบสวนของ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2 (สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2) ที่ดำเนินการสอบสวนตามข้อร้องเรียน 10 ข้อจากชาวบ้านที่ร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ หลังจากที่ศึกษาธิการจังหวัดได้ตรวจสอบแล้วเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมาก่อนนำเข้าปรึกษาผู้ว่าฯ เพื่อพิจารณาผลการสอบสวนเบื้องต้น ซึ่งได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง และมีความเห็นว่าควรให้ ผอ.รร.บ้านท่าใหม่ออกจากราชการไว้ก่อน ระหว่างการสอบสวนวินัยร้ายแรง ตามความเห็นจากสพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2 ที่ยื่นต่อท้ายสำนวน 586 หน้า   ซึ่งหลังจากนี้ทางศึกษาธิการจังหวัดจะได้ดำเนินการด้านธุรการออกหนังสือ ให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามระเบียบราชการ พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงประกอบด้วยกรรมการ 5 คน เพื่อพิจารณาเรื่องวินัยร้ายแรงตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการโดยเร็วที่สุด สำหรับการดำเนินการของ ป.ป.ช.สุราษฎร์ฯ ขณะนี้ยังคงดำเนินการตรวจเรื่องอาหารกลางวันเพียงเรื่องเดียว ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมสำนวนการทุจริตโครงการอาหารกลางวัน ส่งให้ส่วนกลาง ที่เบื้องต้นพบว่าการซื้อของในโครงการอาหารกลางวันน่าจะไม่ครบตามจำนวนที่ระบุตามรายการเบิกจ่ายเงิน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าในแต่ละวันเงินหายไปจำนวนเท่าไร โดยขอรวบรวมเอกสารให้แน่นหนาและครอบคลุมมากขึ้นก่อนจะส่งสำนวนให้คณะกรรมการส่วนกลางพิจารณาตามลำดับ

 1,432
สังคม-อาชญากรรม
11 มิ.ย. 61

โดนอีก! ลงดาบทางวินัยร้ายแรง ผอ.ร.ร.ขนมจีนคลุกน้ำปลา เจอทุจริตอีก 5 โครงการ

นายประทีป ทองด้วง ผู้นวยการการศึกษาประถมศึกษาเขต 2 สุราษฎร์ธานีกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่าการรวบรวมเอกสาร และพิจจารณารายระเอียดต่างๆ ที่ได้จากการสอบสวน ซึ่งยังไม่เรียบร้อย เนื่องจากมีเอกสารมากถึง 600 หน้า อย่างไรก็ตามจะให้แล้วเสร็จและจะได้นำเสนอ นายชุมพล ศรีสังข์ ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อพิจารณาตรวจสอบและนำหารือผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนจะมีความเห็นสั่งให้นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ ออกจากราชการต่อไป    และการสืบสวนข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียนของผู้ปกครองพบมีมูลการทุจริต จำนวน 5 เรื่อง 1.โครงการตั้งเสาไฟฟ้าในโรงเรียน จำนวน 8 ต้น แต่มีจริง 6 ต้น 2.โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตในโรงเรียน มีการเบิกงบประมาณซ้ำซ้อนและนำเงินจากการจัดงานการกุศลไปด้วย รวมเกือบ 3 แสนบาท 3.โครงการอาหารกลางวันที่เป็นปัญหาจัดอาหารไม่มีคุณภาพและมีการทุจริตจัดซื้อวัสดุ 4.การขายผลผลิตปาล์มน้ำมันไม่นำเงินรายได้เข้าโรงเรียน 5.การจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลม ที่กระทรวงศึกษาธิการได้มีคำสั่งห้ามไว้ก่อนแล้ว ซึ่งเป็นความผิดวินัยร้ายแรงทั้งสิ้น   ด้านนายวิชวุทย์ จินโต กล่าวว่าในส่วนของการดำเนินการ ขณะนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต2 กำลังดำเนินการ รวบรวมเอกสาร หลังจากได้สอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เนื่องจากมีหลายประเด็นและเอกสารมีจำนวนมาก ซึ่งกำลังตรวจสอบความถูกต้องทั้งหมด ก่อนที่จะนำเสนอต่อศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และทางศึกษาธิการจังหวังสุราษฎร์ธานี จะต้องตรวจสอบความถูกต้องทั้งหมดก่อนนำเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งในข้อร้องเรียนมีหลายประเด็น ทำให้การตรวจสอบต้องใช้เวลาพอสมควร และหากการตรวจสอบพบว่ามีความผิดก็จะได้สั่งการให้มีการดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 2,898
สังคม-อาชญากรรม
11 มิ.ย. 61

สาวไส้ ผอ.ร.ร.ขนมจีนคลุกน้ำปลา เจอทุจริตอีก 5 โครงการ ลอบขายน้ำอัดลมให้เด็ก

ความคืบหน้าปมทุจริตอาหารกลางวันเด็กโรงเรียนบ้านท่าใหม่ ที่ ผอ.ให้เด็กกินขนมจีนคลุกน้ำปลา   ล่าสุดทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฏร์ธานีเขต 2 ได้สืบสวนหาข้อเท็จจริง ส่งเอกสาร 600 หน้าให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดแล้ว ซึ่งจะเร่งพิจารณาตรวจสอบและหารือผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนจะมีความเห็นสั่งการภายในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ เพื่อพิจารณาขั้นตอนเกี่ยวกับนายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ต่อไป   รายงานข่าวแจ้งว่า การสืบสวนข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียนของผู้ปกครองพบมีมูลการทุจริต จำนวน 5 เรื่อง ได้แก่   1.โครงการตั้งเสาไฟฟ้าในโรงเรียน จำนวน 8 ต้น แต่มีจริง 6 ต้น   2.โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตในโรงเรียน มีการเบิกงบประมาณซ้ำซ้อนและนำเงินจากการจัดงานการกุศลไปด้วย รวมเกือบ 3 แสนบาท   3.โครงการอาหารกลางวันที่เป็นปัญหาจัดอาหารไม่มีคุณภาพและมีการทุจริตจัดซื้อวัสดุ   4.การขายผลผลิตปาล์มน้ำมันไม่นำเงินรายได้เข้าโรงเรียน   5.การจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลม ที่กระทรวงศึกษาธิการได้มีคำสั่งห้ามไว้ก่อนแล้ว ซึ่งเป็นความผิดวินัยร้ายแรงทั้งสิ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3_52mbim1fs

 8,662
ข่าวภูมิภาค
08 มิ.ย. 61

ร.ร.วัดราษฎร์ศรัทธาราม ลำลูกกา คลอง 7 ยันไม่มีปัญหาทุจริตอาหารกลางวันเด็ก

โรงเรียนวัดราษฎร์ศรัทธาราม ลำลูกกา คลอง 7 จ.ปทุมธานี ยันไม่มีปัญหาทุจริตอาหารกลางวันแต่อย่างใด โดยทางรายการเรื่องเล่าเช้านี้ต้องขออภัยที่นำภาพเด็กนักเรียนของโรงเรียนวัดราษฎร์ศรัทธารามไปประกอบข่าว จนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mfMYohaGR0Y

 4,164
สังคม-อาชญากรรม
08 มิ.ย. 61

แฉอีก ร.ร.ขนมจีนคลุกน้ำปลา ขายขนมปังให้เด็ก หาเงินเป็นค่าอาหารครู - สร้างโรงเลี้ยงไก่ แต่เด็กไม่ได้กินไข่สักฟอง

จากกรณีทุจริตอาหารกลางวัน ให้เด็กกินขนมจีนคลุกน้ำปลา ล่าสุดทางเพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้โพสต์แฉต่อเนื่อง เป็นภาพขนมปั้งปิ้งโรยน้ำตาลชิ้นละ 5 บาท  โดยระบุว่า   "ถามความเห็น ขายแผ่นละ 5 บาท มันโอไหม   ขนมของโรงเรียนบ้านท่าใหม่ จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าของตำนาน #ขนมจีนคลุกน้ำปลา ผอ.ให้ครูขายให้กับเด็กนักเรียน ซึ่งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีบอกว่าทำขายเด็กเพื่อเป็นค่าอาหารกลางวันให้ครู และเพื่อให้เด็กได้กินขนมที่มีประโยชน์   #อาหารกลางวันเด็ก #โรงเรียนบ้านท่าใหม่ #สุราษฏร์ธานี #ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน #กัดไม่ปล่อย 61-06-002   นอกจากนี้ยังมีกรณีโครงการเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ เพื่อเป็นอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียน แต่เด็กไม่เคยได้กินไข่สักฟอง ส่อเค้าทุจริตอีก   "ผอ. กินไก่   โรงเรียนบ้านท่าใหม่ ได้ของบประมาณทำโครงการเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ เพื่อเป็นอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียน มีการสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ 200 ตัว แต่ปรากฎว่า เด็กไม่ได้กินไข่ซักฟอง ผอ.เอาไปขายหมด เงินก็ไม่เข้าโรงเรียน ตอนหลังเหลือไก่ 62 ตัว ผอ.ก็เอาไก่ไปขาย แต่เงินก็ไม่รู้หายไปไหนอีก ปัจจุบันเหลือแต่โรงเรือนร้างสภาพผุพัง   หลังประเด็นขนมจีนคลุกน้ำปลากลายเป็นเรื่องฉาว ผอ.เอาเงิน 18,000 บาท มาให้เข้าบัญชีโรงเรียน แต่ไม่มีครูกล้ารับ เงินก้อนนี้ไปอยู่ในมือ “ครูแมว” ซึ่งเป็นหลาน และเป็นมือเป็นไม้ขายขนม ขายน้ำในโรงเรียน ให้กับ ผอ.   #ผอ_กินไก่ #โครงการไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวัน #ขนมจีนคลุกน้ำปลา #สพป_สุราษฎร์ธานี #โรงเรียนบ้านท่าใหม่ #สุราษฏร์ธานี #ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน #กัดไม่ปล่อย 61-06-002 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jJBE6I46e8w

 19,688
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
07 มิ.ย. 61

เปิดสูตรอาหารกลางวันเด็กสไตล์ 'ชูวิทย์' งบ 20 บาท/คน ไม่ต้องกินขนมจีนคลุกน้ำปลา

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ตามประเด็นฉาวทุจริตงบประมาณค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียนในหลายพื้นที่ จากจุดเร่มต้นที่เริ่มการแฉให้เด็กกินขนมจีนคลุกน้ำปลาที่ จ.สุราษฎร์ธานี         ก่อนลามมาพบในโรงเรียนอีกหลายจังหวัด ทั้งผัดมาม่าที่อ่างทอง ต้มข่าไก่ติดก้นหลุม จ.ลพบุรี ส่งผลให้เด็กขาดสารอาหาร และส่งผลกระทบต่อการทำงานของร่างกายและสมองของเด็ก   ทั้งนี้ชูวิทย์ขอเสนอสูตรอาหารกลางวันสไตล์ชูวิทย์ งบ 20 บาท/คน ได้แก่ แกงจืดผักกาดเต้าหู้หมูสับ 4.67 บาท ข้าว 2.40 บาท ไก่ทอดกระเทียม 4.95 บาท ขนม 3 บาท รวมต้นทุน 15.02 บาท/คน เหลือ 4.98 บาท เป็นค่าแรง ค่าแก๊ส ฯลฯ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RO1962SACPk    

 25,791
สังคม-อาชญากรรม
06 มิ.ย. 61

คาดสัปดาห์นี้ได้ข้อสรุป ปม'ทุจริตอาหารเด็ก' จ.พิจิตร กำชับทุกจังหวัดเพิ่มความเข้มงวด

อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คาดภายในสัปดาห์นี้ จะได้ข้อสรุปข้อเท็จจริง กรณีร้องเรียนทุจริตอาหารกลางวันโรงเรียนในสังกัด อปท. กำชับทุกจังหวัดเพิ่มความเข้มงวดขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมจัดชุดสุ่มตรวจลงพื้นที่เป็นระยะ   นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้า กรณีร้องเรียนเรื่องการทุจริตงบประมาณค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียนในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ว่า ขณะนี้ ย้งไม่มีรายงานพบความผิดปกติเพิ่มเติม นอกจากจังหวัดพิจิตร ที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ ซึ่งล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้สั่งเร่งรัดการสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้ พร้อมกันนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก ก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ให้เพิ่มมาตรการกำกับดูแลให้รัดกุมมากขึ้น โดยเฉพาะขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง และการตรวจรับ ที่ต้องเคร่งครัดตามระเบียบ พร้อมสลับหมุนเวียนคนที่มาทำหน้าที่ดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาด    นอกจากนี้ ยังขอให้ ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วม กำหนดรายการอาหารแต่ละมื้อ พร้อมปิดประกาศรายการอาหาร และจำนวนวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ประกอบอาหาร เพื่อความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้    ขณะเดียวกัน กำชับให้แต่ละจังหวัด จัดตั้งชุดคณะทำงานสุ่มตรวจการจัดซื้อจัดจ้างเป็นระยะ เพื่อป้องปราม และสร้างเชื่อมั่นว่าเด็กจะได้รับอาหารที่ดี ครบถ้วน    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 2,857

Top