ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทุจริตอาหารกลางวัน"

ข่าวภูมิภาค
13 ก.ย. 62

เดือด! ครูปะทะคารมกลาง ร.ร.โวยเด็กกินไม่อิ่ม อ้างโดนครูการเงินยักยอกเอาไปจ่ายค่างวดรถ

บุรีรัมย์-ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.มณีวรรณ (ครูแอ๊ด) ตระกูลรัมย์ อายุ 59 ปี ครูโรงเรียนวัดบ้านรุน ต.บัวทอง อ.เมืองบุรีรัมย์ ว่าผู้บริหารโรงเรียน และครูฝ่ายการเงินของโรงเรียน มีพฤติกรรมไม่โปร่งใสในการบริหารงาน โดยเฉพาะการยักยอกเงินอาหารกลางวัน แล้วปล่อยให้เด็กกินแบบอดๆ อยากๆ   เมื่อเข้าไปตรวจสอบ พบครูแอ๊ดอยู่กับชาวบ้าน ร้องไห้ฟูมฟาย พร้อมกับพูดว่า "แค่ถามว่าเงินอาหารกลางวันเด็กหายไปเดือนละ 4,800 ไปไหน ก็ถูกครูร่วมโรงเรียนกดดันให้ลาออก"   จากการตรวจสอบพบนักเรียนกำลังกินข้าวเที่ยง อาหารมีแกงหน่อไม้ 1 อย่างและของหวานเป็นขนมวุ้น 2 ชิ้นต่อถาด ใกล้กันมีครูในโรงเรียนกำลังนั่งล้อมวงรับประทานด้วยกัน   ต่อมาได้มีนายรังสรรค์ มโนปราณีต ผอ.โรงเรียน เดินทางมาที่โรงอาหาร พร้อมกล่าวว่า โรงเรียนมีเป้าหมายให้เด็กนักเรียนได้อยู่ดีกินดี อาหารกลางวันทุกมื้อจะต้องดีและมีประโยชน์ ส่วนเรื่องการหักเงินโครงการอาหารกลางวัน ตนไม่ทราบเรื่อง เมื่อครูแอ๊ดได้ยินเสียงสัมภาษณ์ ได้โต้แย้งคำพูดของ ผอ.เป็นระยะ สร้างความไม่พอใจให้กับคณะครูที่นั่งรับประทานอาหาร จนเกิดการทะเลาะกันกลางวงกับข้าว โดยครูแอ๊ดได้ท้าให้ ผอ.และครูการเงินออกมาชี้แจงกรณีการหักเงินค่าอาหารกลางวันเด็กไปจ่ายค่างวดรถ   จากนั้นนางพึงพิศ พันธ์ศรี ครูการเงินของโรงเรียน ออกมาตอบโต้ทันทีว่า อาหารกลางวันก็คืออาหารกลางวัน มันไปเกี่ยวข้องอะไรกับการเงินหากจะตรวจสอบบัญชีก็พร้อมให้ตรวจ   ครูแอ๊ดกล่าวว่า ตนสอนโรงเรียนบ้านรุน มานานกว่า 30 ปี ตั้งแต่มีโครงการอาหารกลางวัน ตนสังเกตเห็นความผิดปกติหลายอย่าง โดยเฉพาะอาหารกลางวันเด็กไม่ได้คุณภาพ จนผู้ปกครองนักเรียนฝากบอกมาว่าลูกหลานกินอาหารเที่ยงไม่อิ่ม แต่ตนทำอะไรไม่ได้เพราะไม่ได้รับมอบหมาย   จนกระทั่ง ผอ.ได้มอบหมายให้ตน รับผิดชอบเรื่องงบอาหารกลางวัน ซึ่งจะมีงบเดือนละ 21,000 บาท เงินจำนวนดังกล่าว สามารถซื้อวัตถุดิบมาประกอบอาหารจนเหลือ เด็กได้กินอิ่ม แต่ในช่วงหลังตนได้ขอเบิกเงินค่าอาหารกลางวันกับการเงิน แต่ได้มาไม่ครบหายไป 4,800 บาท ครูการเงินกลับบอกว่า "เอาไปจ่ายค่างวดรถ กับเลี้ยงครอบครัว" ตนจึงลาออกการรับผิดชอบเพราะรับไม่ได้   ตนรับไม่ได้กับการกระทำของการเงิน พยายามทักท้วง ผอ.มาตลอดแต่กลับไม่มีใครสนใจ จนตัวเองถูกรังเกียจกลายเป็นแกะดำในโรงเรียน แต่ตอนนี้ใกล้เกษียณราชการแล้ว อยากจะออกมาทำเพื่อเด็กนักเรียนและเพื่อความยุติธรรมเป็นครั้งสุดท้าย เพราะมีอีกหลายอย่างในโรงเรียนต้องได้รับการแก้ไข ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KLEotAkCo0c

 13,946
แชร์ออฟเดอะเดย์
30 ส.ค. 62

โวย อาหารกลางวันเด็กห่วย สุนัขไม่รับประทาน หรูสุดข้าวต้มซี่โครงไก่ ผอ.สั่งห้ามเอามือถือเข้าโรงอาหาร

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อ เฮียเอก จี๊ดจ๊าดในย่านนี้ ได้โพสต์ภาพอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนบนถาดหลุม ที่ดูไม่น่ารับประทาน มีสารอาคารไม่ครบ 5 หมู่ พร้อมกับระบุข้อความอ้างว่า   “ผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงจะรู้บ้างไหม ว่าโรงเรียนที่หลานผมเรียนเขาทำกับข้าวแบบนี้ให้นักเรียนกิน   งบอาหารกลางวันที่ได้มาไปไหนหมด ทุกอย่างไม่มีเนื้อสัตว์และเป็นแบบนี้ทุกๆวัน กับข้าวแบบนี้สุนัขยังไม่รับประทาน หรูสุดคือข้าวต้มซี่โครงไก่ ขอคนละ1แชร์ ให้เรื่องถึงผู้ใหญ่ สงสารเด็กตาดำๆอนาคตของชาติ โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านชานเมือง”   โดยล่าสุดพบว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนดังกล่าว ได้เข้ามาระบุต่ออีกว่า ตอนนี้ถ่ายไม่ได้แล้วครับ ผอ.สั่งให้ครูคุมเข้มนักเรียนกินข้าวแล้วสั่งห้ามเอามือถือเข้าโรงอาหารครับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YYijQF1bWVA

 11,849
ข่าวภูมิภาค
30 ส.ค. 62

พิษอาหารกลางวันลาม! ครูขอย้าย 3 ลาออก 1 แม่ครัวสาบานต่อหน้าพระ ยันผัดมาม่าใส่หมู-ไข่จริง

ชัยนาท-จากกรณีนางสาวอ้อมอารีย์ แข็งฤทธิ์ อายุ 32 ปี หรือครูอ้อม ครูสอนอนุบาลโรงเรียนวัดวงเดือน ต.สามง่ามท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท ถูกมือดีปาเลือดสดกระจายเต็มหน้าห้องเรียน หลังออกมาแฉเรื่องอาหารกลางวันเด็กไร้คุณภาพ ต่อมามีคำสั่งย้ายครูอ้อมไปช่วยราชการชั่วคราว ที่ สพป. ชัยนาท แต่ต่อมามีการยกเลิกคำสั่ง และย้าย ผอ.รร.ไปช่วยราชการแทน   ล่าสุดครูอ้อมให้สัมภาษณ์ว่า ขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้กำลังใจ รวมทั้งสื่อชาวโซเชียลที่ให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก ดีใจที่ได้กลับมาสอนนักเรียนอีกครั้ง จะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด รักนักเรียนทุกคนเหมือนลูก   ต่อมา น.ส.ลออ วิลัย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยนาท ได้มากอดครูอ้อมให้กำลังใจ พร้อมบอกว่า ที่มีคำสั่งย้ายครูอ้อมในตอนแรกเพราะ ห่วงเรื่องความปลอดภัย จึงคิดว่าน่าไปทำงานในสำนักงานในช่วงเวลานั้น                  ส่วนการที่เซ็นคำสั่งให้ครูอ้อมกลับมาทำงานอย่างเดิมเนื่องจากให้ครูอ้อมได้กลับมาดูแลนักเรียน และครูอ้อมมีหน้าที่หลายอย่าง ส่วนคำสั่งที่ให้ ผอ.โรงเรียนไปปฏิบัติงานที่สำนักงานเขตฯ เนื่องจากการบริหารงาน ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอาหารกลางวัน อำนาจการตัดสินใจ จัดซื้อจัดจ้างหรืออนุมัติต่างๆ  ขณะนี้กรรมการและคณะผู้เกี่ยวข้องเรื่องการตรวจสอบอาหารกลางวัน จะให้ ผอ.ไปให้ข้อมูลที่ชัดเจน   อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ามีครูของโรงเรียนดังกล่าว ขอย้ายตัวเองจากโรงเรียนแห่งนี้ 3 คน และมีครูที่เป็นรอง ผอ.ยื่นใบลาออกอีก 1 คน โดยทางฝ่ายครูที่จัดทำเอกสารเกี่ยวกับงบประมาณ และพัสดุอาหารกลางวัน ถูกตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกิดความเครียด และยังถูกชาวบ้านกดดันทุกวัน ทำให้รู้สึกเสียใจ ไม่มีกำลังใจ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่มาคอยให้กำลังใจครูอ้อมทุกวัน แต่ไม่เคยมาถามความรู้สึกตนเองบ้าง   หากที่นี่เขาไม่ต้องการ ก็ยินดีไป ยืนยันว่าเอกสารต่างๆ ทำอย่างถูกต้องเป็นปัจจุบันทั้งหมด เรื่องที่จะมีผิดพลาดบ้างอาจจะมี เพราะจบครูมาไม่ได้เรียนกฎหมาย หรือหลักการทำแบบนี้ ทำตามที่ได้รับอบรมมาจะมีตกหล่นบ้าง ก็ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ต้องรอผล ยืนยันว่าไม่มีส่วนได้เสียแต่อย่างใด   ขณะที่นางพันทิพา แม่ครัวของโรงเรียน ได้เดินทางไปสาบานต่อหน้าหลวงพ่อเศียร วัดใหม่วังเดือน ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองที่คนในพื้นที่นับถือ   นางพันทิพา กล่าวว่า ข้าแต่หลวงพ่อเศียรที่ศักดิ์สิทธิ์ สิ่งที่ลูกทำไปในวันที่ผัดมาม่า ที่เป็นข่าวออกมาบอกว่าไม่มีหมู ไข่ ไม่มีผัก ลูกขอสาบานว่าวันนั้นมีทั้งเส้น ทั้งไข่ ทุกอย่าง ถ้ามันไม่มีจริงอย่างที่เขาว่า ขอให้ลูกมีอันเป็นไปภายใน 3 วัน 7 วัน แต่ถ้าลูกไม่ทำผิด ก็ขอคนที่กล่าวหา หรือว่า อะไรก็แล้วแต่ ขอให้ทุกอย่างสะท้อนกลับไปภายใน 3 วัน 7 วัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Tw6-D1Dqc8A  

 37,771
สังคม-อาชญากรรม
29 ส.ค. 62

ลุยเอง!! 'มงคลกิตต์' รุดช่วยสางปมทุจริตอาหารกลางวัน-ให้กำลังใจ 'ครูอ้อม'

ชัยนาท-กรณีที่ น.ส.อ้อมอารีย์ อายุ 32 ปี หรือครูอ้อม ครูนักเรียนชั้นอนุบาล 1 และอนุบาล 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.สามง่ามท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ถูกคนนำเลือดมาปาหน้าห้องเรียนที่สอน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา ก่อนเข้าแจ้งความ คาดสาเหตุมาจากเรื่องอาหารกลางวันของเด็กที่เคยร้องเรียนไปว่าไม่ได้คุณภาพนั้น   (29 ส.ต. 62) ล่าสุด นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์ลงพื้นที่พร้อม เผยว่า นักเรียนมี 100 กว่าคน หัวละ 20 บาท รวม 2,000 กว่าบาท หากปีงบประมาณปี 2563 ถ้าเป็นไปได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดูลักษณะใหม่ของโรงเรียน แล้วค่อยมากำหนดค่ารายหัว โรงเรียนขนาดใหญ่ไม่มีปัญหา โรงเรียนขนาดเล็กจะประสบปัญหานี้ ต้องปรับปรุงการจัดสรรงบประมาณใหม่ให้เหมาะสม รวมถึงสภาพพื้นที่ ที่แตกต่างกัน เช่นโรงเรียนที่ไกล จะเสีนค่าเดินทางหมด บางโรงเรียนต้องเสียเงินส่วนตัวให้นักเรียนได้กินดี การจัดการอาหารกางวันเด็กๆนั้น จะมีเรื่องค่าเดินทางเข้าไปพ่วงด้วย ข้าราชการไม่ได้อยากทุจริต แต่บางครั้งจำเป็นต้องทุจริต เพราะความจำเป็น    ส่วนการตั้งกรรมสอบข้อเท็จจริงเรื่องครูอ้อม ตนว่าไม่น่าใช่เรื่องทุจริต น่าจะเป็นเรื่องปัญหาของการจัดการ ระเบียบ ไม่เอื้ออำนวยมากกว่า   ขอบคุณภาพ ข่าวสด     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เกมพลิก! ยกเลิกคำสั่งย้าย 'ครูอ้อม' แต่ ผอ.โดนเด้งแทน แม่ครัวโอดโดนเลิกจ้าง ยันโพสต์รูปถุงเลือดแค่ขำๆ      

 5,579
ข่าวภูมิภาค
29 ส.ค. 62

เกมพลิก! ยกเลิกคำสั่งย้าย 'ครูอ้อม' แต่ ผอ.โดนเด้งแทน แม่ครัวโอดโดนเลิกจ้าง ยันโพสต์รูปถุงเลือดแค่ขำๆ

ชัยนาท-กรณีที่ น.ส.อ้อมอารีย์ อายุ 32 ปี หรือครูอ้อม ครูนักเรียนชั้นอนุบาล 1 และอนุบาล 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.สามง่ามท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ถูกคนนำเลือดมาปาหน้าห้องเรียนที่สอน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา ก่อนเข้าแจ้งความ คาดสาเหตุมาจากเรื่องอาหารกลางวันของเด็กที่เคยร้องเรียนไปว่าไม่ได้คุณภาพ   ต่อมาช่วงเช้าวันนี้ 28 ส.ค. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท ออกหนังสือคำสั่งด่วนที่สุดให้ครูอ้อมไปช่วยปฏิบัติราชการเป็นการชั่วคราว ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท จนทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ และกระแสต่อต้านจากชาวบ้าน ผู้ปกครอง รวมตัวปกป้องครูอ้อมที่โดนคำสั่งย้ายอย่างไม่เป็นธรรม พร้อมขู่จะย้ายลูกหลานออกจากโรงเรียนนี้เช่นกัน   แต่ต่อมาช่วงค่ำ มีรายงานว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท มีการยกเลิกคำสั่งย้ายครูอ้อม ให้ปฏิบัติหน้าที่ที่โรงเรียนเดิม แต่มีการสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียน ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการแทน   ขณะที่มุมของแม่ครัว ที่ถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการปาถุงเลือด โดยระบุว่า เหตุเกิดกับครูอ้อมตอนเช้า แต่ตนโพสต์ถุงเลือดตอนเย็นที่ซื้อมาเตรียมทำก๋วยเตี๋ยว หลังครูอ้อมถูกปาเลือดแล้ว ตนคิดว่าจะโพสต์เล่นๆ ขำๆ อยากให้เขารู้ว่าถุงเลือดยังอยู่นะไม่ได้ทำอะไร ที่ลบโพสต์ออกเพราะเพื่อนเตือนว่ามันไม่ดี แต่ว่าถูกแคปหน้าจอไปแล้วก็ไม่เป็นไร มั่นใจว่าไม่ได้ทำ แต่ไม่เป็นไรสิ่งที่เกิดแล้วก็แล้วไป   ทั้งนี้จะทำอาหารถึงวันศุกร์นี้เท่านั้น เพราะถูกเชิญให้ออกขนาดนี้แล้วเราก็ต้องออก ถ้าเราอยู่ปัญหาก็ไม่จบ อยากบอกกับทุกคนว่า ก่อนจะตัดสินคน ขอให้ดูกันลึกๆนานๆไม่ใช่มากล่าวหาแม่ครัวเลว กินเงินเด็ก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hypEZFASemQ

 48,495
ข่าวภูมิภาค
23 ส.ค. 62

ครูสาวถูกปาเลือดขู่หน้าห้องเรียน ปมโวยอาหารกลางวันคุณภาพต่ำ เด็กร่วมแฉได้กินแต่ของซ้ำๆ

ชัยนาท-ครูสาว โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หันคา ถูกมือดีปาเลือดสดๆกระจายเต็มหน้าห้องเรียนที่สอนประจำชั้น ยันเป็นคนไม่มีศัตรูที่ไหน ผู้ปกครองรักเรา เด็กรักเรา ไม่มีหนี้สิน ไม่มีเรื่องชู้สาว   คาดชนวนเหตุเกิดจากได้พยายามแนะนำผู้บริหารเรื่องของอาหารกลางวันไม่ได้คุณภาพมาเป็นเวลาแรมปี บางมื้อให้เด็กกินมาม่าผัดไร้หมูและไข่ ไม่มีขนมหรือผลไม้   ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ สอบถามนักเรียน และผู้ปกครอง ถึงข้อเท็จจริงของอาหารกลางวันของโรงเรียนแห่งนี้ ผู้ปกครองของนักเรียนชั้น ป.5 รายหนึ่ง กล่าวว่า เรื่องนี้เราพูดเรื่องจริง ปีทั้งปีเด็กไม่เคยได้กินกับข้าวดีๆ เลย มีแต่ต้มจืดเต้าหู้ ก๋วยเตี๋ยวและผัดมาม่า มีการจัดฉากนำถาดหลุมใส่กับข้าวดีๆ ถ่ายลงเฟซบุ๊ก   ด้านเด็กนักเรียน เล่าว่า เขาไม่ค่อยเปลี่ยนกับข้าว มีแต่ต้ม กับก๋วยเตี๋ยว ซ้ำๆ กันไป ข้าวหมูแดงไม่ได้กินแล้ว ตั้งแต่ ป.3 (ปัจจุบันอยู่ ป.5) ข้าวมันไก่ยังพอได้กินบ้าง เมนูซ้ำบ่อยๆ มีก๋วยเตี๋ยวกับต้มจืด ผมเคยไปบอก ผอ.แล้ว ว่า ผอ.ครับ ขอกินข้าวมันไก่ได้ไหมครับ   เขาบอกว่า “อยากกินก็ไปซื้อเอาเอง” ขนมผลไม้ก็ไม่ค่อยมี แต่วันนี้มีเงาะ เพราะมีนักข่าวเข้าไป ขนมเมื่อก่อนมีให้กินแต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว ข้าวที่ได้กินอิ่ม แต่บางวันก็ไม่ได้กินเพราะไม่ชอบกับข้าวซ้ำกันทุกวัน เบื่อ ก๋วยเตี๋ยวกินจนเบื่อ จนหน้าผมจะเป็นเส้นอยู่แล้ว   ด้านรักษาราชการแทน ผอ.โรงเรียนชี้แจงว่า ค่าอาหารของนักเรียนได้หัวละ 20 บาท ตามหลักเกณฑ์ ทางโรงเรียนมีแม่ครัว 2 คน จ้างแบบเหมาจ่าย วันละ 2,080 บาท ยันทุกวันเด็กจะได้กินอิ่ม อาหารที่เคยทำประจำจะเป็นพวกหมู ไก่ เด็กได้กินครบ ได้กินอิ่มทุกวัน บางวันอาหารเหลือก็ตักใส่ถุงให้เด็กไปทานที่บ้าน เพราะเด็กบางคนไม่ค่อยจะมี   สำหรับกรณีที่มีการจัดเมนูมาม่าผัด เนื่องจากวันนั้นเป็นวันสารทจีน ทีนี้คนทำอาหารเขาหาวัสดุไม่ได้ เพราะวันนั้นเขาไหว้ พอวันรุ่งขึ้นเด็กก็มาน้อย ทำให้ไม่สามารถคำนวณได้ว่าเด็กมามากน้อยแค่ไหน และไปหาวัสดุอุปกรณ์อะไรไม่ได้ก็เลยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตรงนั้นไป ซึ่งไม่ค่อยจะมี ก็มีแต่วันนั้น เพราะฉุกระหุก ปกติอาหารจะต้องพร้อมครบ 5 หมู่ และต้องคำนวณจากอายุ น้ำหนัก ส่วนสูงของเด็ก ทำตามนั้นเลย มีเอกสารให้ดูอยู่          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/s0njf6i00cY

 3,607
ข่าวภูมิภาค
06 ส.ค. 62

สั่งย้าย ผอ.ปมไข่พะโล้บูด โอดถูกจัดฉากใส่ร้าย เพราะขัดแย้งส่วนตัว เด็ก-ผู้ปกครองฮือถือป้ายขับไล่

จากกรณีโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี นำไข่พะโล้ที่บูด แล้วไปล้างน้ำก่อนนำกลับมาต้มใหม่ เป็นอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนรับประทาน จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ขอให้มีการตรวจสอบโรงเรียนดังกล่าว            ผู้สื่อข่าวไปเจอ น.ส.ลูกน้ำ สันทาลุนัย แม่ครัวของโรงเรียนยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง โดยเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้รับคำสั่งจาก ผอ.ให้ทำไข่พะโล้ไว้กลัวไม่ทันโดยต้มใส่หม้อเบอร์ 40 จำนวน 4 แผง เพื่อเป็นอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนเกือบ 300 คน ในวันที่ 30 ก.ค. แต่เช้ามาตนพบว่า ไข่พะโล้ที่ต้มใส่หม้อปิดฝาทิ้งข้ามคืนเอาไว้มีฟอง มีกลิ่นเหม็นบูด จึงไปแจ้งครูมาดูรายงานให้ ผอ.โรงเรียนทราบ          จากนั้น ผอ.โรงเรียน ได้สั่งให้ตนนำไข่พะโล้และหมูที่บูดใส่กาละมังนำน้ำร้อนมาล้าง แล้วนำกลับมาต้มปรุงรสใหม่นำไปให้เด็กรับประทาน ตนรู้แต่พูดและทำอะไรไม่ได้ จึงจำเป็นทำอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนกิน ซึ่งอาหารดังกล่าวเป็นโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้น ป.6      เมื่อวานนี้ (5 ส.ค.) ผู้ปกครอง นักเรียน รวมถึงคณะกรรมการสถานศึกษา ได้รวมตัวกันเข้าพบ ผอ.และคณะครู ขอคำชี้แจงสอบถามว่าทำไมถึงปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นพร้อมถือป้ายมีข้อความโจมตีขับไล่ผู้อำนวยการโรงเรียนออกนอกพื้นที่ เช่น ผอ.ออกไป, สงสารหนูไหม ,หนูไม่กินพะโล้บูด หลังจาก ประชุมเสร็จ ผอ.ไม่ยอมออกมาชี้แจงใด ๆ อ้างมวลชนเยอะอารมณ์กำลัวร้อน ทำให้กลุ่มผู้ปกครองไม่พอใจ ตะโกนลั่นหากไม่ชี้แจงจะนำบุตรหลานลาออกไปเรียนที่อื่น      โดยบรรยากาศที่โรงเรียนเป็นไปอย่างโกลาหล ผู้ปกครองบางคนบอกบุตรหลานไม่ต้องเรียนให้ไปเก็บกระเป๋ากลับบ้าน ขณะที่ครูประกาศเสียงตามสายหากจะกลับขอให้ นักเรียนไปทานอาหารกลางวันให้เรียบร้อยก่อน เพราะแม่ครัวทำอาหารไว้รอแล้ว แต่ผู้ปกครองบางคนไม่กล้าให้บุตรหลานไปทานหวั่นท้องเสีย กลัวอาหารบูดเหมือนไข่พะโล้รีไซเคิล        ผู้ปกครองนักเรียน เผยกับผู้สื่อข่าวว่าทำไม ผอ.ใจร้ายทำกับเด็กได้ขนาดนี้ หากบุตรหลานของพวกตนเจ็บป่วยขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ อยากให้มีการตรวจสอบขข้อเท็จจริง เพราะ ผอ.คนนี้มีหลายเรื่องที่กลุ่มผู้ปกครองรับไม่ได้ ทั้งเรื่องอาหาร เสื้อผ้าที่เด็กสวมใส่ โดย ผอ.คนนี้เคยประกาศประจานการแต่งกายของนักเรียนหน้าเสาธง ดูถูกว่าเป็นคนจน ซึ่งผู้ปกครองหลายคนได้ยินกับหู   ด้านนายพงศธร อร่ามวิทยานุกูล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองสิบสอง ยืนยันเรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง ตนไม่ได้สั่งแม่ครัวล้างไข่พะโล้บูดให้เด็กรับประทานท้าพิสูจน์ความจริง เป็นการจัดฉากของผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งและเป็นกรรมการสถานศึกษามีความขัดแย้งส่วนตัวกับตน 5-6 ปี พยายามทำตัวตัวเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่  โดยไม่อยากให้ตนเป็น ผอ.อยู่ที่โรงเรียนนี้ จึงหาเรื่อง ใส่ร้ายจัดมวลชนมาขับไล่ ซึ่งตนรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว     ส่วนประเด็นไข่พะโล้บูดนั้น วันแรกที่เพจหนึ่งนำภาพมาโพสต์แฉเป็นไข่พะโล้กับหมูสามชั้นบูด ภาชนะใส่อาหารที่ปรากฏในภาพไม่ใช่ของโรงเรียน แต่มีการถ่ายภาพกับพื้นเคาน์เตอร์ของ ทางโรงเรียน ซึ่งก็ชี้แจงให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว        ต่อมามีการโพสต์แฉอีกเป็นภาพไข่พะโล้กับไก่ โดยจัดฉากขึ้นมาว่าบูดอาศัยมวลชนมากดดัน ตน ซึ่งเจ้าหน้าที่อาหารกลางวันไม่มีใครทราบและไม่ได้ รับแจ้งว่าอาหารบูด และตนก็ไม่ได้ไปดูหรือสั่งนำพะโล้บูดไปให้เด็กทาน โดยวันเกิดเหตุ (29 ก.ค.) เป็นวันหยุดตนไปราชการที่ จ.กาญจนบุรี     ทั้งนี้มีเพียงคำกล่าวอ้างของแม่ครัวเท่านั้นและไปให้ข่าวดราม่าเสียหายว่า เด็กท้องเสียอนามัยใกล้เคียง ไม่มีข้อมูลนักเรียนไปหาหมอเพราะท้องเสียจากการทานไข่พะโล้แต่อย่างใด จริงๆ ไข่พะโล้ไม่ได้บูด แต่อุกุเรื่องถ่ายภาพขึ้นมาเอง ตนมีหลักฐานไม่ได้พูดลอยๆ ยืนยันไม่มีการทุจริตงบอาหารกลางวันตามที่ถูกกล่าวหา บริสุทธิ์ใจพร้อมชี้แจงทุกอย่าง ยอมรับน้อยใจในการทำงานบ้าง ทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง ส่วนผู้บังคับบัญชาจะมีคำสั่งอย่างไรพร้อมน้อมรับ ไม่กดดันที่ถูกขับไล่      นายทศพล บุญวิทย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.วังท่าช้าง ที่ถูกผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองสิบสอง พาดพิงว่าอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ยืนยันตนเองไม่ได้เป็นคนจัดฉากใส่ร้ายหรือเกณฑ์ชาวบ้านมาขับไล่ ส่วนการสอบสวนข้อเท็จจริง ขอให้ย้าย ผอ.โรงเรียนฯ ออกนอกพื้นที่ไปก่อนตามคำเรียกร้องของผู้ปกครองนักเรียน       ขณะที่นายวัลลพ ประวัติวงศ์ นายอำเภอกบินทร์บุรี เดินทางไปที่โรงเรียนบ้านคลองสิบสอง ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับฟังคำชี้แจงจากทั้งสองฝ่ายเพื่อความเป็นธรรม โดย ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ปราจีนบุรี เขต 2 มีคำสั่งให้ ผอ.โรงเรียนฯ ไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา เขต 2 จนกว่ากระบวนการสอบจะแล้วเสร็จ           ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/h39RYeUP_Ww

 22,258
การเมือง
09 ก.ค. 62

ชงเพิ่มเงื่อนไขสัญญาอาหารกลางวันเด็ก หากผิด ฟันแพ่ง-อาญา-วินัย สั่งตั้ง คกก. สุ่มตรวจเป็นระยะ

ขอบคุณภาพ มติชนออนไลน์   วันที่ 9 ก.ค. 62 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุถึงความคืบหน้าการตรวจสอบปัญหาอาหารกลางวันเด็กว่า มีสาเหตุเกิดจาก ปริมาณอาหารไม่เพียงพอ รวมถึงในแต่ละโรงเรียนก็ดำเนินการไม่เรียบร้อย    ทั้งนี้ ในส่วนของโรงเรียนที่เป็นปัญหาเกิดจากการดำเนินการทำสัญญาเอง ทั้งนี้ ได้สั่งตรวจสอบ ว่ามีใครไปบังคับหรือไม่ และมีมาตรการอย่างไรที่ผู้ทำสัญญาจะสามารถตรวจสอบได้ตามเงื่อนไขที่มีอยู่ ว่าคุณภาพอาหารดีหรือไม่ดีอย่างไร   กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนทุกแห่ง รวมถึงในสังกัด สพฐ. ด้วย โดยกำชับใช้ทุกอย่างดำเนินการตามกฎหมาย การทำสัญญาจะต้องถูกต้อง โดยจะต้องเพิ่มเงื่อนไข หากเจอคุณภาพอาหารไม่ดีหรือมีปริมาณที่ไม่เพียงพอจะสามารถบอกเลิกสัญญาได้    นอกจากนี้ จะต้องตั้งคณะกรรมการในระดับอำเภอและท้องถิ่น ไปสุ่มตรวจเป็นระยะ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการก็ต้องติดรายการอาหารให้รับทราบในแต่ละวันด้วย พร้อมขอให้ผู้ปกครองช่วยกันตรวจสอบ หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิดจะดำเนินการทางกฎหมายทั้งแพ่ง, อาญา และวินัย    ทั้งนี้ หากมีเสียงสะท้อนจากเด็กถึงคุณภาพอาหารและปริมาณที่ไม่เพียงพอนั้น ผู้กำกับดูแลจะต้องรับผิดชอบ ยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยและ ป.ป.ช. นั้นมีความเข้มงวดในการตรวจสอบการทุจริต   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ตรวจ รร.นครราชสีมา พบทุจริตอาหารกลางวันเด็ก 4 แห่ง 'บิ๊กตู่' ยันปราบคนโกงอย่างจริงจัง     

 508
การเมือง
07 ก.ค. 62

นายกฯ กำชับ! ศธ.-มท. ตรวจสอบทุจริตอาหารกลางวันโรงเรียนทั่วประเทศ

วันที่ 7 ก.ค. 62 พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานกรณีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ตรวจพบโรงเรียนใน จ.นครราชสีมา เข้าข่ายทุจริตโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียน โดยยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง ไม่มีละเว้น พร้อมทั้งกำชับให้กระทรวงศึกษาธิการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยกำกับดูแลและตรวจสอบทุกโรงเรียนทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด   “นายกฯ ให้ความสำคัญกับคุณภาพของเด็กนักเรียนและเยาวชนเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของชาติ และการศึกษาเป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาประเทศเช่นกัน”   สำหรับลักษณะที่เข้าข่ายการทุจริตนั้นพบว่า มีทั้งโรงเรียนขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เช่น มีงบ 10,000 บาท แต่ซื้อไม่ถึง ทำให้มีส่วนต่างเกิดขึ้น และผู้บริหารตอบไม่ได้ว่าเงินส่วนต่างหายไปไหน    นอกจากนี้บางแห่งนำอาหารกลางวันไปเลี้ยงนักเรียนทั้งหมด ทั้งชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา รวมถึงครูด้วย ทั้งที่โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อนักเรียนชั้นประถมเท่านั้น ทำให้เมนูอาหารแต่ละมื้อไม่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ เป็นต้น   

 958
แชร์ออฟเดอะเดย์
04 ก.ค. 62

แฉคลิปอาหารกลางวันเด็ก ต้มจืดฟักวิญญาณไก่ ส่อทุจริตเอกชนรับเหมา 9 ร.ร. แต่ ผอ.เป็นแพะถูกสั่งย้าย

กรณีมีการแพร่คลิปอาหารกลางวันนักเรียน ร.ร.เทศบาลวัดมเหยงคณ์ จ.นครศรีธรรมราช ที่เด็กได้กินต้มฟักวิญญาณไก่ ทำให้ถูกวิจารณ์และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการทุกจริตเงินโครงการอาหารกลางวันนักเรียนหรือไม่   จนทาง สพฐ.ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทุจริตโครงการอาหารกลางวันนักเรียน และมีมติให้ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวออกจากราชการ   ต่อมานายครรชิต มนูญผล รองนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ชี้แจงว่า เรื่องอาหารกลางวันของนักเรียนโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครศรีธรรมราช มีคณะกรรมตรวจสอบทุกวันอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องปริมาณอาหาร ความสะอาดและถูกสุขลักษณะ ซึ่งก็ตรงตามสัญญาว่าจ้างที่ทางเทศบาลฯ ได้ว่าจ้างผู้รับเหมาอาหารกลางวันนักเรียน   อย่างไรก็ตามคลิปที่มีการเผยแพร่น่าจะเกิดจากความพลั้งมือของเจ้าหน้าที่เวรตักอาหารในแต่ละวัน ที่อาจจะตักอาหารกลางวันให้นักเรียนห้องแรกๆ หนักมือไป ปริมาณอาหารจึงลดลง ทำให้นักเรียนห้องหลังๆ ได้กับข้าวน้อยกว่าปกติ เบื้องต้นตนได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เวร รวมทั้งครูที่ดูแลอาหารกลางวันในแต่ละวัน ให้ตักอาหารให้กับนักเรียนแต่ละคนในปริมาณที่เหมาะสมและเท่าๆ กัน    ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงคลิปนั้น ตนได้มีคำสั่ง ผ.อ.โรงเรียนชั่วคราว เพื่อให้ทางคณะกรรมการฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริงคลิปที่เกิดขึ้น และให้รายงานผลการสอบให้ทราบภายใน 7 วัน   หลังเกิดเรื่องครูในโรงเรียนหลายคน ให้ข้อมูลว่ารู้สึกสงสารผู้อำนวยการโรงเรียน ที่ได้รับผลกระทบเพียงคนเดียว ปกติเป็นคนตั้งใจทำงาน มีความรับผิดชอบ ไม่เคยทุจริตในหน้าที่การงาน แต่ต้องรับกรรมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง ๆ ที่อีกแค่ 3 เดือนก็จะเกษียณอายุราชการแล้ว   ก่อนหน้านี้เทศบาลฯ มีนโยบายให้โรงเรียนในสังกัดทั้ง 9 โรงเรียน ส่งรายละเอียดเรื่องงบประมาณอาหารกลางวันของนักเรียนในโรงเรียน มารวบรวมที่เทศบาลฯ เพื่อต้องการประมูลอาหารกลางวันนักเรียนรวมกันครั้งเดียวทั้ง 9 โรงเรียน   แต่ทางผู้อำนวยการโรงเรียนคนปัจจุบันไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะเกรงว่านักเรียนอาจได้รับอาหารไม่เพียงพอ หากมีผู้รับเหมาเอกชนดำเนินการเพียงรายเดียว รับผิดชอบอาหารกลางวันนักเรียนทั้ง 9 โรงเรียน หลังจากนั้นผู้อำนวยการโรงเรียนก็ถูกกดดันเรื่อยมาจนสุดท้ายผู้อำนวยการโรงเรียน ต้องยินยอมตามที่ทางเทศบาลฯ ต้องการ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ขึ้น   ทั้งนี้จากคลิปดังกล่าวที่ออกมา เกิดจากกรที่คุณครูจึงถ่ายคลิปดังกล่าวเป็นหลักฐานเพื่อให้ ผอ.เป็นข้อมูลหลักฐานในการเสนอปัญหากับผู้บริหารเทศบาลฯ แต่เรื่องกลับกลายเป็นว่า ผอ.ถูกสั่งย้ายเสียเอง   จึงอยากเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ แต่งตั้งคณะกรรมการลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน โดยเฉพาะกระบวนการให้เอกชนเพียงรายเดียว จัดทำประกอบอาหารให้โรงเรียนสังกัดเทศบาลฯได้ถึง 9 โรงเรียน มีเหตุผลอย่างไร โปร่งใสและเป็นธรรมหรือไม่ หรือมีใครได้ผลประโยชน์จากเรื่องนี้บ้าง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9T3Us2RfmWg  

 19,045
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ค. 62

สั่งฟัน ผอ.ขนมจีนคลุกน้ำปลา ไล่ออกจากราชการ เซ่นทุจริตอาหารกลางวันเด็กสุราษฎร์ฯ

วันที่ 15 พ.ค.62 จากกรณีที่มีผู้ปกครองเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าใหม่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี เผยแพร่เด็กนักเรียนชั้นอนุบาลทานขนมจีนกับน้ำปลาเป็นอาหารกลางวัน จนเป็นที่มาของการสั่งสอบการทุจริตของนายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ในหลายๆ เรื่อง ซึ่งต่อมาสำนักงาน ป้องกันและปราบปรามการทุจริตชี้มูลความผิดไปยังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี จนได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบเรื่องดังกล่าวโดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นประธานกรรมการในการตรวจสอบ    ด้านนายชุมพล ศรีสังข์ ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สำหรับเรื่องการพิจจารณาดังกล่าว ได้ผ่านคณะกรรมการ การศึกษาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา จากนี้งานธุรการ จะได้ออกคำสั่งโดยศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ไล่ออก ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ ซึ่งจะเป็นการไล่ออกย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2561 ที่ให้จากราชการไว้ก่อนในตอนนั้น    จากนี้ จะต้องส่งรายงานการดำเนินการทางวินัยทั้งหมดไปยังคณะกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อพิจารณาใหม่ ซึ่งอาจจะเพิ่มหรือลดโทษ ซึ่งผลออกมาอย่างไรถือว่ายุติเพียงเท่านั้น    ซึ่งการดำเนินการในระดับจังหวัดถือว่าสิ้นสุดไปแล้วตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งในเรื่องดังกล่าวผู้ถูกกล่าวหาจะมีสิทธิ์อุทธรณ์ภายใน 30 วันตั้งแต่ที่รับทราบคำสั่ง โดยอุทธรณ์ไปยังคณะกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สูงกว่าหน่วยงานที่ออกคำสั่งเกิดศึกษาธิการจังหวัดฯ  

 10,726
สังคม-อาชญากรรม
19 มิ.ย. 61

ผู้ว่าฯ โคราช สุ่มตรวจอาหารกลางวัน สั่ง 32 อำเภอ ตั้งทีมตรวจสอบคุณภาพอาหาร 1,400 โรงเรียน

ผู้ว่าฯ โคราชลงพื้นที่สุ่มตรวจอาหารกลางวันตามโรงเรียน สั่งนายอำเภอทั้ง 32 อำเภอ ตั้งทีมตรวจสอบคุณภาพอาหารกลางวันทั้งจังหวัดกว่า 1,400 โรงเรียน   นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ลงพื้นที่สุ่มตรวจคุณภาพอาหารกลางวันของนักเรียนต่างๆ ตามโรงเรียนหลายแห่งในตัวเมืองนครราชสีมา เพื่อตรวจสอบคุณภาพของอาหารกลางวันเด็กนักเรียนว่าตรงตามหลักโภชนาการหรือไม่ หลังจากมีข่าวโรงเรียนหลายพื้นที่มีการใช้งบประมาณจัดทำอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนไม่ได้คุณภาพ    โดยจากการตรวจสอบพบว่า โรงเรียนทั้งสองแห่งมีการจัดทำอาหารกลางวันเป็นไปตามหลักโภชนาการ และมีครูคอยดูแลควบคุมทุกกระบวนการอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบมีการร้องเรียนการทุจริตโครงการอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนในพื้นที่แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมายังได้สั่งการให้นายอำเภอทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา ตั้งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพอาหารกลางวันตามโรงเรียนทุกแห่งในพื้นที่รับผิดชอบ รวมจำนวนกว่า 1,400 โรง เพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพตามหลักโภชนาการ   นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมามีโรงเรียนทั้งระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา รวมจำนวนมากกว่า 1,400 แห่ง ตนจึงได้สั่งการให้นายอำเภอทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา ตั้งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพอาหารกลางวันตามโรงเรียนต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัด เพื่อป้องกันการทุจริตโครงการอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน  ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 1,155
ข่าวภูมิภาค
18 มิ.ย. 61

ตั้งสอบ ผอ.ร.ร.บ้านตานีอ้างไม่มีงบค่าอาหารกลางวัน เด็กต้องเดินเรี่ยไรรับบริจาค

สุรินทร์-นักเรียนโรงเรียนบ้านตานี ต.ตานี อ.ปราสาท เดินรับบริจาคโครงการอาหารกลางวัน ตามร้านค้าใกล้โรงเรียน หลังผอ.อ้างว่าไม่มีงบประมาณจัดชื้ออาหารกลางวันเลี้ยงเด็กนักเรียนชั้นป.1 ถึง ป.6 รวม 242 คน ได้เงินบริจาคกลับมาราว 5 หมื่นบาท   ล่าสุดทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา สุรินทร์ เขต 3 สั่งย้าย ผอ.และตั้งคณะกรรมการสอบ พร้อมทั้งมอบเงินเบื้องต้นร่วมกับภาคเอกชน ทำให้มีทุนพอให้เด็กรับประทานได้ระยะหนึ่ง ขณะที่เบื้องต้นทาง ผอ.แจ้งว่าเบิกจ่ายเงินไม่ได้ จนไม่มีเงินจัดซื้ออาหารกลางวันให้เด็ก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FnZ1cuiKt60

 1,789
สังคม-อาชญากรรม
15 มิ.ย. 61

เทศบาลคลองหลวงแจงปม อาหารกลางวัน-เครื่องนอนศูนย์เด็กเล็ก ยันจ่ายงบช้าเพราะเบิกซ้ำซ้อน

เทศบาลคลองหลวง จ.ปทุมธานี ออกโรงแจงปมอาหารกลางวันศูนย์เด็กเล็ก และอุปกรณ์เครื่องนอน หลังพบผู้ปกครองร้องเรียน  ผอ.คลังยันจ่ายงบช้า หวั่นผิดกฎหมายเพราะเบิกซ้ำซ้อน ด้านผู้ปกครองย้อนถาม ถ้ามีงบเสริมทำไมต้องมาเก็บเพิ่ม   จากกรณีปมปัญหาการทุจริตอาหารกลางวันเด็กนักเรียนในหลายจังหวัด ซึ่งรายล่าสุดมีการร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดปทุมธานี เรื่องโครงการอาหารกลางวันและชุดเครื่องนอนเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดเทศบาลคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี  โดยมีการแชร์ภาพอาหารกลางวันที่มีปริมาณน้อยและที่เด็กเล็กไม่มีที่นอนต้องนอนกับพื้น   ล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปศูนย์เด็กเล็กวัดกล้าชอุ่ม จังหวัดปทุมธานี โดยตัวแทนครูยืนยันว่าภาพข่าวที่ปรากฎเรื่องอาหารกลางวัน ไม่ใช่ที่ศูนย์แห่งนี้ แต่เป็นที่อื่น ส่วนเรื่องที่นอนนั้น มีเด็กบางคนยังไม่มีที่นอนเพราะเพิ่งเปิดเทอมได้ไม่นาน ก็มีนอนพื้นบ้าง ตอนนี้ทางต้นสักงัดกำลังจัดหา แต่รองบประมาณจากผู้บริหาร   เรื่องนี้นายนพพร ฤกษ์สังเกต รองนายกเทศมนตรีคลองหลวงชี้แจงว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะเกิดจากการจ่ายงบประมาณล่าช้า เพราะทางกองคลังและหน่วยที่เกี่ยวข้องไม่จ่ายงบประมาณ ตามที่ตั้งขอไปจำนวน 2 ล้านบาท ซึ่งงบส่วนนี้นำมาซื้ออุปกรณ์การเรียน ชุดไทย ชุดพละ อื่นๆที่นอกเหนือจากงบสนับสนุนของรัฐบาล ส่วนการเก็บเงินจากผู้ปกครองรายละ 1,200-1,500 บาทต่อปีการศึกษา ซึ่งผู้ปกครองทุกคนเข้าใจดี แต่เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกิดจาการจ่ายงบล่าช้า ที่มีปัญหาระหว่างผู้บริหาร จนส่งผลกระทบกับเด็ก   ด้านนางสิริธัมม์ ธัมมรีวานนท์ ผู้อำนวยการคลัง เทศบาลคลองหลวง ยืนยันไม่ได้จ่ายงบล่าช้า แต่งบที่ขอเบิกมาเป็นงบซ้ำซ้อน จำนวน 2 ล้านบาท แยกเป็นชุดนักเรียน เอี๊ยม ที่นอนและอุปกรณ์ของเด็กเล็ก กระเป๋าหนังสือ หนังสือแบบเรียน และอุปกรณ์การเรียน รวมทั้งสิ้น 1,971,600 บาท งบประมาณนี้มาใช้กับเด็กนักเรียนจำนวน 406 คน     ซึ่งทางเทศบาลมองว่างบนี้เป็นการเบิกซ้ำซ้อนเพราะมีเงินสนับสนุนของรัฐบาล แล้วมีการเก็บเงินจากผู้ปกครอง แล้วมาเบิกงบส่วนน้ำอีก จึงเกรงว่าจะไม่ถูกต้องตามกฎหมายจึงชะลอเรื่องไว้ และจะเข้าปรึกษากรมการปกครองและต้นสังกัดพิจารณาก่อน เพราะหากอนุมัติไปแล้วพบว่าเป็นงบที่ไม่ถูกต้อง คนที่จะถูกดำเนินคดีก็คือคนอนุมัติ ส่วนเรื่องอาหารกลางวัน ทางเทศบาลก็พิจรณางบประมาณไปให้แล้ว ขึ้นอยู่กัศูนย์บริหารจัดการเด็กเล็กแต่ละศูนย์บริหารจัดการ   เรื่องที่เกิดขึ้นฝ่ายกองคลังเป็นข้าราชการ กับรองนายกเทศมนตรี คือนักการเมือง ซึ่งไม่ใช่การบริหารงานผิดพลาดล่าช้า แต่เป็นการตรวจสอบความถูกต้อง   เรื่องการเก็บเงินเพิ่มกับผู้ปกครองนั้น ผู้สื่อข่าวสอบถามกับคุณกอล์ฟ ผู้ปกครองเล่าว่า ถูกเรียกเก็บเงิน 1,500 บาท ครูบอกว่าเป็นเงินซื้ออุปกรณ์การเรียน ที่นอกเหนือจากงบรัฐสนับสนุน แต่ก็แปลกใจว่า ศูนย์เด็กเล้กที่อื่นไม่มีการเก็บแบบนี้ แต่ก็ได้รับอุปกรณ์การเรียน เครื่องเขียน และเครื่องนอน เหมือนกัน ส่วนเรื่องอาหารกลางวัน ไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกกินอย่างไรเพราะต้องทำงาน อยากขอให้จนท.ที่เกี่ยข้องเรื่องนี้ทำอะไรคิดถึงเด็กบ้าง   ผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบที่ศูนย์เด็กเล็ก ซอยคุณพระ เป็นอีกแห่งในสังกัดเทศบาลคลองหลวง หลังพบว่าภาพอาหารกลางวันเด็กที่มีปริมาณน้อย เป็นภาพที่ศูนย์แห่งนี้ แต่คุณครูในศูนย์ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ ยืนยันว่าไม่ใช่ที่ศูนย์นี้   ทางผู้สื่อข่าวสอบถามผู้ปกครองเด็กที่เรียนในศูนย์นี้ โดยคุณตาน้องสแตมป์ เปิดภาพอาหารกลางวันให้ผู้สื่อข่าวดู เล่าว่าบางวันเมนูเป็นไข่พะโล้ มีหมูชิ้นเล็กๆชิ้น ผลไม้1ชิ้น บางวัน ก็เป็นข้าวกับกุนเชียงชิ้นเล็กๆ และแอปเปิ้ล 2 ชิ้น ซึ่งอาหารที่ให้เด็กจะตักให้ทีละน้อยก่อนแต่หากไม่อิ่มก็เพิ่มได้ ภาพอาหารกลางวันที่แชร์ก็คล้ายๆกับสถานที่ที่ศูนย์แห่งนี้   ส่วนเงินที่ทางศูนย์เก็บเพิ่มจำนวน 1,200 บาท ทางผู้ปกครองก็เต็มใจจ่ายเพราะนำไปซื้ออุปกรณ์ส่งเสริมการเรียนที่นอกเหนือจากงบของรัฐบาล แต่ไม่เคยรู้ว่ามีงบของเทศบาลเพิ่มมาอีก ซึ่งหากมีงบมาสนับสนุนแล้ว ทำไมต้องมาเก็บกับผู้ปกครองเพิ่ม แล้วงบประมาณเกือบ2ล้านมันเยอะมากกับเด็ก 406 คน    เรื่องนี้ก็ต้องรอตรวจสอบว่าแท้จริงแล้วเป็นการเบิกงบซ้ำซ้อนและเกินความจำเป็นหรือไม่และที่สำคัญ ปัญหานี้เด็กได้รับผลกระทบโดยตรง จาการบริหารจัดการของผู้ใหญ่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mpvrH3PqkSc

 3,830
ข่าวภูมิภาค
13 มิ.ย. 61

สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ผอ.ร.ร.ขนมจีนคลุกน้ำปลา เซ่นปมฉาวทุจริตอาหารกลางวัน

สุราษฎร์ธานี-ผจว.และศึกษาธิการจังหวัด เห็นชอบให้ ผอ.ร.ร.บ้านท่าใหม่ ที่มีการทุจริตโครงการอาหารกลางวัน ต้องให้เด็กกินขนมจีนคลุกน้ำปลา ออกจากราชการไว้ก่อน ตามความเห็นของ สพฐ.เขต 2 พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการโดยเร็วที่สุด   โดยเบื้องต้นพบว่าการซื้อของในโครงการอาหารกลางวันน่าจะไม่ครบตามจำนวนที่ระบุตามรายการเบิกจ่ายเงิน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าในแต่ละวันเงินหายไปจำนวนเท่าไร โดยขอรวบรวมเอกสารให้แน่นหนาและครอบคลุมมากขึ้นก่อนจะส่งสำนวนให้คณะกรรมการส่วนกลางพิจารณาตามลำดับ   ขณะที่ จ.พิจิตร มีการออกหนังสือคำสั่ง ขอตัวช่วยราชการ ผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองตะพานหิน หลังพบมีความผิดปกติมีการจัดซื้อสินค้า เพื่อมาประกอบอาหารกลางวัน ให้กับเด็กนักเรียน มีน้ำหนักไม่ครบตามจำนวน ตามใบสั่งซื้อของโรงเรียน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กำชับให้เร่งทำรายงานชี้แจง แต่กลับนิ่งเฉย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lxs9JZGdbkE

 2,332

Top