ค้นหา :

ผลการค้นหา "ข่มขืนเด็ก"

ข่าวภูมิภาค
21 ก.พ. 63

พ่อวอนอดีตเมียคืนเงิน 9 หมื่น หลังคู่กรณีให้ค่าทำขวัญ ลูกสาว ป.1 โดน 3 รุ่นพี่ข่มขืน

โคราช-จากกรณีมีพ่อของเด็กนักเรียนหญิงวัย 7 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอครบุรี เข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณา เนื่องจากลูกสาวถูกรุ่นพี่เป็นเด็กชายชั้น ป.4 – 6 จำนวน 3 คน ทำอนาจารภายในห้องน้ำของโรงเรียนช่วงหลังเลิกเรียน และมีการถ่ายคลิปโพสต์เผยแพร่ลงในโลกโซเชียล โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา   หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยมีการร้องเรียนไปยังทางโรงเรียน และทางแม่ของเด็กหญิงผู้เสียหายได้ไปเจรจาเรียกค่าเสียหายเพื่อยอมความ โดยให้ผู้ปกครองของเด็กที่เป็นฝ่ายกระทำชดใช้ค่าเสียหายรายละ 3 หมื่นบาท รวมเป็นเงินจำนวน 9 หมื่นบาท และแม่ของเด็กหญิงผู้เสียหายได้นำเงินที่ได้มาหลบหนีหายไปพร้อมกับแฟนใหม่ ในขณะที่พ่อของเด็กหญิงไม่ยินยอมจึงนำเรื่องเข้าร้องเรียนกับทางมูลนิธิฯ   ล่าสุด พ่อของเด็กหญิงผู้เสียหายได้นำลูกสาวเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.ประสิทธิ์ เปรมกมล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรครบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับรุ่นพี่เด็กชายคู่กรณีทั้ง 3 ราย โดย ทางผู้กำกับการ สภ.ครบุรี ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.เหรียญ บัวลา รองผู้กำกับสอบสวน ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ดูแลคดีนี้ โดยจะเร่งประสานเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพทำการสอบปากคำเด็กหญิงต่อไป   พ.ต.อ.ประสิทธิ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตนเองก็ทราบข่าวมาจากการประสานของเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณา โดยเมื่อทราบเรื่องแล้วก็ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กรณีที่มีการเรียกร้องเจรจาค่าเสียหายนั้นก็เป็นอีกเรื่อง แต่ในส่วนของคดีความก็ต้องดำเนินคดี เพราะคดีนี้เป็นคดีอาญาไม่สามารถยอมความได้   ด้านนายโชค (นามสมมติ) พ่อของเด็กหญิงชั้น ป.1 ที่ถูกเด็กชายรุ่นพี่รุมกระทำอนาจารในโรงเรียน เปิดเผยว่า ตนได้เลิกรากับอดีตภรรยามานานกว่า 7 เดือนแล้ว ซึ่งลูกสาวของตนอาศัยอยู่กับอดีตภรรยาและยาย โดยหลังเกิดเหตุทางโรงเรียนได้พยายามไกล่เกลี่ยเรื่องที่เกิดขึ้น และทางผู้ปกครองของเด็กชายรุ่นพี่ทั้งสามคนได้เสนอเงินชดใช้ค่าเสียหายรวมจำนวน 9 หมื่นบาท ซึ่งอดีตภรรยาของตนได้รับเงินไป   ทั้งนี้ตนอยากให้อดีตภรรยานำเงินที่รับไปมาคืนให้กับคู่กรณี เพราะตนไม่ได้ต้องการเงิน แต่ตนต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับกลุ่มเด็กชายรุ่นพี่ให้ถึงที่สุด นอกจากนี้ตนอยากให้ทางโรงเรียนมีมาตรการในการดูแลเด็กนักเรียนมากกว่านี้ และหลังจากเกิดเรื่องก็ควรนำตัวคนผิดมาลงโทษ ไม่ใช่หาทางไกล่เกลี่ยเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งหลังจากนี้ตนจะเป็นคนดูแลลูกสาวเอง และก็เตรียมดำเนินเรื่องย้ายลูกสาวไปศึกษาต่อที่โรงเรียนอื่นด้วย   ด้านผู้อำนวยการโรงเรียนนะบุ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เรียกผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายให้มารับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว โดยตนยืนยันว่าทางโรงเรียนไม่ได้มีการเรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ยเจราจาค่าเสียหายกันแต่อย่างใด แต่เป็นฝ่ายผู้ปกครองของกลุ่มเด็กชายรุ่นพี่ และแม่ของเด็กหญิงเป็นคนเจรจากันเอง โดยที่ทางโรงเรียนไม่รู้เรื่องด้วย ส่วนเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้รายงานข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ทางต้นสังกัดรับทราบแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/l5jv85j4agY

 6,259
สังคม
21 ก.พ. 63

พ่อวอนอดีตเมียคืนเงิน 9 หมื่น หลังคู่กรณีให้ค่าทำขวัญ ลูกสาว ป.1 โดน 3 รุ่นพี่ข่มขืน

โคราช-จากกรณีมีพ่อของเด็กนักเรียนหญิงวัย 7 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอครบุรี เข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณา เนื่องจากลูกสาวถูกรุ่นพี่เป็นเด็กชายชั้น ป.4 – 6 จำนวน 3 คน ทำอนาจารภายในห้องน้ำของโรงเรียนช่วงหลังเลิกเรียน และมีการถ่ายคลิปโพสต์เผยแพร่ลงในโลกโซเชียล โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา   หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยมีการร้องเรียนไปยังทางโรงเรียน และทางแม่ของเด็กหญิงผู้เสียหายได้ไปเจรจาเรียกค่าเสียหายเพื่อยอมความ โดยให้ผู้ปกครองของเด็กที่เป็นฝ่ายกระทำชดใช้ค่าเสียหายรายละ 3 หมื่นบาท รวมเป็นเงินจำนวน 9 หมื่นบาท และแม่ของเด็กหญิงผู้เสียหายได้นำเงินที่ได้มาหลบหนีหายไปพร้อมกับแฟนใหม่ ในขณะที่พ่อของเด็กหญิงไม่ยินยอมจึงนำเรื่องเข้าร้องเรียนกับทางมูลนิธิฯ   ล่าสุด พ่อของเด็กหญิงผู้เสียหายได้นำลูกสาวเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.ประสิทธิ์ เปรมกมล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรครบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับรุ่นพี่เด็กชายคู่กรณีทั้ง 3 ราย โดย ทางผู้กำกับการ สภ.ครบุรี ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.เหรียญ บัวลา รองผู้กำกับสอบสวน ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ดูแลคดีนี้ โดยจะเร่งประสานเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพทำการสอบปากคำเด็กหญิงต่อไป   พ.ต.อ.ประสิทธิ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตนเองก็ทราบข่าวมาจากการประสานของเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณา โดยเมื่อทราบเรื่องแล้วก็ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กรณีที่มีการเรียกร้องเจรจาค่าเสียหายนั้นก็เป็นอีกเรื่อง แต่ในส่วนของคดีความก็ต้องดำเนินคดี เพราะคดีนี้เป็นคดีอาญาไม่สามารถยอมความได้   ด้านนายโชค (นามสมมติ) พ่อของเด็กหญิงชั้น ป.1 ที่ถูกเด็กชายรุ่นพี่รุมกระทำอนาจารในโรงเรียน เปิดเผยว่า ตนได้เลิกรากับอดีตภรรยามานานกว่า 7 เดือนแล้ว ซึ่งลูกสาวของตนอาศัยอยู่กับอดีตภรรยาและยาย โดยหลังเกิดเหตุทางโรงเรียนได้พยายามไกล่เกลี่ยเรื่องที่เกิดขึ้น และทางผู้ปกครองของเด็กชายรุ่นพี่ทั้งสามคนได้เสนอเงินชดใช้ค่าเสียหายรวมจำนวน 9 หมื่นบาท ซึ่งอดีตภรรยาของตนได้รับเงินไป   ทั้งนี้ตนอยากให้อดีตภรรยานำเงินที่รับไปมาคืนให้กับคู่กรณี เพราะตนไม่ได้ต้องการเงิน แต่ตนต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับกลุ่มเด็กชายรุ่นพี่ให้ถึงที่สุด นอกจากนี้ตนอยากให้ทางโรงเรียนมีมาตรการในการดูแลเด็กนักเรียนมากกว่านี้ และหลังจากเกิดเรื่องก็ควรนำตัวคนผิดมาลงโทษ ไม่ใช่หาทางไกล่เกลี่ยเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งหลังจากนี้ตนจะเป็นคนดูแลลูกสาวเอง และก็เตรียมดำเนินเรื่องย้ายลูกสาวไปศึกษาต่อที่โรงเรียนอื่นด้วย   ด้านผู้อำนวยการโรงเรียนนะบุ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เรียกผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายให้มารับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว โดยตนยืนยันว่าทางโรงเรียนไม่ได้มีการเรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ยเจราจาค่าเสียหายกันแต่อย่างใด แต่เป็นฝ่ายผู้ปกครองของกลุ่มเด็กชายรุ่นพี่ และแม่ของเด็กหญิงเป็นคนเจรจากันเอง โดยที่ทางโรงเรียนไม่รู้เรื่องด้วย ส่วนเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้รายงานข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ทางต้นสังกัดรับทราบแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/l5jv85j4agY

 6,259
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.พ. 63

รวบพ่อข่มขืนลูกแท้ๆ วัย 11 ปี อนาจารลูกคนเล็กวัย 4 ขวบ แม่เห็นคาตาตอนย่ำยี อ้างเมาจนขาดสติ

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พานางอร (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี พร้อม ด.ญ.เอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี และ ด.ญ.อ้อย (นามสมมุติ) อายุ 4 ปี ลูกสาว เข้าพบ พ.ต.อ.วาสุเทพ คงกล่อม ผู้กำกับ สน.คันนายาว เพื่อติดตามความคืบหน้า หลังได้แจ้งความดำเนินคดีกับ นายเอก (นามสมมุติ) อายุุ 42 ปี สามีที่ข่มขืนและกระทำอนาจารลูกสาวแท้ๆ วัย 11 ปี และ 4 ปี มานานนับปี พร้อมขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากกลัวจะถูกฆ่าเพราะผู้ต้องหาเคยขู่เอาไว้   โดยแม่เด็กเล่าว่า อยู่กินกับนายเอก มานานกว่า 10 ปี มีลูกสาวด้วยกัน 2 คน อาศัยอยู่ในห้องเช่าแห่งหนึ่งในซอยวัชรพล ย่านบางเขน กรุงเทพฯ โดยตนเองมีอาชีพเป็นพนักงานทำความสะอาดในหมู่บ้าน ขณะที่สามีเป็นคนงานก่อสร้าง มีนิสัยชอบดื่มสุรา วันไหนเมาก็จะไม่ไปทำงาน ระยะหลังมักจะอยู่แต่ในห้องเช่ากับลูกสาวคนโต ซึ่งทีแรกตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร   กระทั่งเมื่อปีที่แล้วตนได้เห็นกับตาว่า นายเอกกำลังกระทำอนาจารลูกสาวคนโต จึงได้ต่อว่าจนทะเลาะกันรุนแรง และนายเอกได้ทำร้ายร่างกายตน พร้อมขู่ฆ่าถ้านำเรื่องนี้ไปบอกใคร ที่ผ่านมาตนพยายามขอร้องให้หยุด แต่ก็ยังทำเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งลูกก็มาบอกกับตนว่าไม่กล้าขัดขืนเพราะกลัวพ่อจะทำร้าย และยังเห็นพ่อทำกับนัองอีกหลายครั้งด้วย ตนจึงมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด   หลังรับเรื่อง เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ พานางอรและลูกสาวทั้งสองคนไปแจ้งความ ส่งเด็กหญิงทั้งสองคนไปตรวจร่างกายที่รพ.ตำรวจ ซึ่งผลตรวจร่างกายเด็กหญิงเอ๋ พบร่องรอยถูกล่วงละเมิดทางเพศ ส่วนเด็กหญิงอ้อย มีร่องรอยบวมแดงบริเวณหว่างขา จากนั้นตำรวจได้นัดสอบสหวิชาชีพเด็กหญิงเอ๋และเด็กหญิงอ้อย ซึ่งเด็กทั้งสองคนให้การยืนยันชัดเจนว่าถูกพ่อกระทำอนาจาร   ล่าสุด ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายเอกได้แล้ว โดยผู้ต้องหายอมรับว่า ล่วงละเมิดทางเพศลูกสาวคนโตจริง เพราะเมาสุราจนขาดสติ แต่คนเล็กไม่ได้ทำ ปัดไม่ได้ข่มขู่ภรรยาและลูก ตอนนี้รู้สึกสงสารลูกและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหากระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำว่า 13 ปี โดยเป็นผู้สืบสันดาน และกระทำอนาจารเด็ก โดยจะนำตัวไปฝากขังต่อศาล พร้อมคัดค้านการประกันตัวต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HOseH2_qjAE

 32,903
สังคม
21 ก.พ. 63

รวบพ่อข่มขืนลูกแท้ๆ วัย 11 ปี อนาจารลูกคนเล็กวัย 4 ขวบ แม่เห็นคาตาตอนย่ำยี อ้างเมาจนขาดสติ

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พานางอร (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี พร้อม ด.ญ.เอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี และ ด.ญ.อ้อย (นามสมมุติ) อายุ 4 ปี ลูกสาว เข้าพบ พ.ต.อ.วาสุเทพ คงกล่อม ผู้กำกับ สน.คันนายาว เพื่อติดตามความคืบหน้า หลังได้แจ้งความดำเนินคดีกับ นายเอก (นามสมมุติ) อายุุ 42 ปี สามีที่ข่มขืนและกระทำอนาจารลูกสาวแท้ๆ วัย 11 ปี และ 4 ปี มานานนับปี พร้อมขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากกลัวจะถูกฆ่าเพราะผู้ต้องหาเคยขู่เอาไว้   โดยแม่เด็กเล่าว่า อยู่กินกับนายเอก มานานกว่า 10 ปี มีลูกสาวด้วยกัน 2 คน อาศัยอยู่ในห้องเช่าแห่งหนึ่งในซอยวัชรพล ย่านบางเขน กรุงเทพฯ โดยตนเองมีอาชีพเป็นพนักงานทำความสะอาดในหมู่บ้าน ขณะที่สามีเป็นคนงานก่อสร้าง มีนิสัยชอบดื่มสุรา วันไหนเมาก็จะไม่ไปทำงาน ระยะหลังมักจะอยู่แต่ในห้องเช่ากับลูกสาวคนโต ซึ่งทีแรกตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร   กระทั่งเมื่อปีที่แล้วตนได้เห็นกับตาว่า นายเอกกำลังกระทำอนาจารลูกสาวคนโต จึงได้ต่อว่าจนทะเลาะกันรุนแรง และนายเอกได้ทำร้ายร่างกายตน พร้อมขู่ฆ่าถ้านำเรื่องนี้ไปบอกใคร ที่ผ่านมาตนพยายามขอร้องให้หยุด แต่ก็ยังทำเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งลูกก็มาบอกกับตนว่าไม่กล้าขัดขืนเพราะกลัวพ่อจะทำร้าย และยังเห็นพ่อทำกับนัองอีกหลายครั้งด้วย ตนจึงมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด   หลังรับเรื่อง เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ พานางอรและลูกสาวทั้งสองคนไปแจ้งความ ส่งเด็กหญิงทั้งสองคนไปตรวจร่างกายที่รพ.ตำรวจ ซึ่งผลตรวจร่างกายเด็กหญิงเอ๋ พบร่องรอยถูกล่วงละเมิดทางเพศ ส่วนเด็กหญิงอ้อย มีร่องรอยบวมแดงบริเวณหว่างขา จากนั้นตำรวจได้นัดสอบสหวิชาชีพเด็กหญิงเอ๋และเด็กหญิงอ้อย ซึ่งเด็กทั้งสองคนให้การยืนยันชัดเจนว่าถูกพ่อกระทำอนาจาร   ล่าสุด ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายเอกได้แล้ว โดยผู้ต้องหายอมรับว่า ล่วงละเมิดทางเพศลูกสาวคนโตจริง เพราะเมาสุราจนขาดสติ แต่คนเล็กไม่ได้ทำ ปัดไม่ได้ข่มขู่ภรรยาและลูก ตอนนี้รู้สึกสงสารลูกและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหากระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำว่า 13 ปี โดยเป็นผู้สืบสันดาน และกระทำอนาจารเด็ก โดยจะนำตัวไปฝากขังต่อศาล พร้อมคัดค้านการประกันตัวต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HOseH2_qjAE

 32,903
สังคม
20 ก.พ. 63

พ่อพาลูกสาว ป.1 เข้าแจ้งความ หลังถูกรุ่นพี่รุมอนาจาร ถ่ายคลิปลงโซเชียล ซ้ำหนักแม่หอบเงินค่าเสียหายหนีไปกับแฟนใหม่

คืบหน้า กรณีพ่อเด็กหญิง ป.1 ที่ถูกรุ่นพี่ 3 คน ล่วงละเมิด และ ถ่ายคลิปแชร์ในโซเชีย ล่าสุดพ่อได้พาลูกเข้าแจ้งความ พร้อมขอเอาเรื่องถึงที่สุด      จากกรณี นายโชค ได้พา น้องนิ่ม ลูกสาว วัย 7 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.1 ใน จ.นครราชสีมา เข้าร้องเรียนกับมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอความเป็นธรรม หลังลูกถูกรุ่นพี่เป็นเด็กชายชั้น ป.4 และ ป.6 จำนวน 3 คน ล่วงละเมิดทางเทศ ในห้องน้ำของโรงเรียน และถ่ายคลิปโพสต์ลงในโลกโซเชียล      และหลังเกิดเหตุได้ร้องเรียนไปยังทางโรงเรียน และแม่น้องนิ่ม ได้ไปเจรจากับผู้ปกครองของกลุ่มเด็กที่กระทำผิด และเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 90,000 บาท เพื่อยอมความ จากนั้นแม่น้องนิ่ม ได้นำเงินหนีไปกับแฟนใหม่ ในขณะที่พ่อ ไม่ยินยอม จึงนำเรื่องเข้าร้องเรียน -ล่าสุด พ่อ ได้พาน้องนิ่ม ไปแจ้งความที่ สภ.ครบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับรุ่นพี่ทั้ง 3 ราย ให้ถึงที่สุด ขณะที่ผู้กำกับ เผยได้สั่งให้พนักงานสอบสวน เร่งประสานสหวิชาชีพมาสอบปากคำน้องนิ่ม      ส่วนที่มีการเรียกร้องเจรจาค่าเสียหายเป็นอีกเรื่อง แต่ในส่วนของคดี ซึ่งเป็นคดีอาญายอมความไม่ได้     ขณะที่ ศึกษาธิการจังหวัดฯ ได้ไปที่โรงเรียนที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว เตรียมส่งเรื่องให้กับกระทรวงศึกษาธิการรับทราบ     ส่วน ผอ.โรงเรียน บอกว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกรณีทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ยเจราจาค่าเสียหาย ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นได้รายงานไปยังต้นสังกัดแล้ว

 5,206
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.พ. 63

เด็ก 7 ขวบถูกรุ่นพี่ 3 คน ลวงไปล่วงละเมิด ร.ร.ปิดข่าวกลัวเสียชื่อ ซ้ำแม่ ด.ญ.เรียกค่าเสียหาย ก่อนหอบเงินหนีไปกับผัวใหม่

ผู้ปกครองชาว จ.นครราชสีมา พาลูกสาววัย 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1 เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา ว่าลูกสาวถูกรุ่นพี่ ป.4 และ ป.6 รวม 3 คน หลอกล่อเข้าห้องน้ำโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา แล้วเปิดคลิปโป๊ให้ดูผลัดกันล่วงละเมิดทางเพศและถ่ายคลิปไปเผยแพร่ในโซเชียล   ผู้ปกครองของเด็กหญิงคนดังกล่าว เผยว่า ตนอยู่กินกับแม่ของเด็กมานานกว่า 14 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตเป็นผู้ชายอายุ 13 ปี คนเล็กเป็นผู้หญิงอายุ 7 ขวบ ต่อมาได้แยกทางกันอยู่กับแม่ของเด็กประมาณ 1 ปี  ต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวใหม่ ด้วยลูกทั้งสองคนอาศัยอยู่กับผู้เป็นแม่   เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา โอนเดินทางไปที่บ้านของอดีตภรรยาเพื่อเยี่ยมลูก ได้พูดคุยกับยายของเด็กจนทราบว่าลูกสาววัย 7 ขวบ ถูกรุ่นพี่ในโรงเรียนเดียวกัน 3 คน หลอกล่อไปล่วงละเมิดทางเพศในห้องน้ำของโรงเรียนและได้ถ่ายคลิปไว้ เหตุเกิดช่วงเย็นของวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา   โดย ด.ช.วัย 10 ขวบ 2 คน ซึ่งเรียนอยู่ชั้น ป.4 ได้ใช้อวัยวะเพศสอดใส่จนสำเร็จความใคร่ ส่วน ด.ช.วัย 12 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.6 บังคับให้สำเร็จความใคร่ด้วยปาก หลังเกิดเหตุคลิปถูกแชร์ลงในโซเชียล จนเด็กในโรงเรียนคนอื่นเห็นคลิปแล้วนำคลิปไปบอกแม่ของเด็กที่ถูกกระทำ แม่เด็กจึงนำคลิปไปแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบ   จากนั้นครูและ ผอ.โรงเรียน ได้เรียกเด็กและผู้ปกครองที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยกัน ทางโรงเรียนได้ตักเตือน ด.ช.ทั้ง 3 คน สั่งให้ลบคลิปออกให้หมด และได้เจรจาไกล่เกลี่ยทั้ง 2 ฝ่าย โดยฝ่ายผู้ปกครองของ ด.ช.ทั้ง 3 คน เสนอจะให้เงินคนละ 3 หมื่นบาท แลกกับการไม่ดำเนินคดี ซึ่งแม่ของเด็กได้ถ่ายคลิปตอนที่ ด.ช.ทั้ง 3 คน รับสารภาพว่าก่อเหตุจริง ขณะที่ทางโรงเรียนขอให้ปิดข่าว กลัวว่าโรงเรียนจะเสียชื่อ   พ่อของเด็ก กล่าวเพิ่มเติมว่า แม่ของเด็กได้รับเงินจากผู้ปกครองของ ด.ช.ทั้ง 3 คนแล้ว เป็นเงิน 9 หมื่นบาท ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง อยากเรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาว และให้โรงเรียนหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำกับเด็กคนอื่น ๆ อีก จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ครบุรี จ.นครราชสีมา   นอกจากนี้พ่อของ ด.ญ.วัย 7 ขวบ ได้ไปต่อว่าอดีตภรรยาให้นำเงินไปคืน อดีตภรรยารับปากแต่กลับหายไปกับสามีใหม่ไม่ได้นำเงินไปคืน ตนไม่รู้จะทำอย่างไรจึงเข้าร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอความช่วยเหลือ “ผมไม่ยอมเด็ดขาดจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ตอนนี้ลูกสาวได้มาอยู่กับผมเป็นห่วงสภาพจิตใจมาก ไปถามร้อยเวรเจ้าของคดีก็พูดไม่ดีท้าให้ไปร้องปวีณากับนายกฯ”   นางปวีณา กล่าวว่า เป็นเรื่องร้ายแรงมากเพราะเกิดขึ้นในโรงเรียน หลังรับแจ้งตนได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล และได้ประสานไปยังศูนย์เฉพาะกิจผมครองและช่วยเหลือนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และร่วมกันหามาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นอีก   ทั้งนี้ได้สอบถามไปยังศึกษาจังหวัด ปรากฏว่าไม่ทราบเรื่อง และไม่มีใครรายงานมายังกระทรวงศึกษาธิการ อย่างไรก็ตามเด็กที่ตกเป็นเหยื่อต้องได้รับความเป็นธรรม ไม่ใช่แค่รับเงินแล้วก็ให้ปิดเรื่องเงียบ นอกจากนี้ได้ประสาน พม.จังหวัดนครราชสีมา เข้าไปดูแล ด.ญ. ที่ถูกกระทำ ให้ได้รับการฟื้นฟูสภาพจิตใจ   และต้องมีการสอบสหวิชาชีพ รวมถึง ด.ช.ที่ก่อเหตุทั้ง 3 คนด้วย เพื่อให้การช่วยเหลือที่ถูกต้อง ด.ช.ทั้ง 3 ต้องได้รับการบำบัดจิตใจ ตักเตือนตามกระบวนการยุติธรรมของเด็ก ให้ได้รับรู้ถึงสิ่งที่กระทำไปว่าไม่ถูกต้อง เพื่อจะไม่กลับมาทำซ้ำอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DjmC-mQ1Cyc

 1,281
สังคม
20 ก.พ. 63

เด็ก 7 ขวบถูกรุ่นพี่ 3 คน ลวงไปล่วงละเมิด ร.ร.ปิดข่าวกลัวเสียชื่อ ซ้ำแม่ ด.ญ.เรียกค่าเสียหาย ก่อนหอบเงินหนีไปกับผัวใหม่

ผู้ปกครองชาว จ.นครราชสีมา พาลูกสาววัย 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1 เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา ว่าลูกสาวถูกรุ่นพี่ ป.4 และ ป.6 รวม 3 คน หลอกล่อเข้าห้องน้ำโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา แล้วเปิดคลิปโป๊ให้ดูผลัดกันล่วงละเมิดทางเพศและถ่ายคลิปไปเผยแพร่ในโซเชียล   ผู้ปกครองของเด็กหญิงคนดังกล่าว เผยว่า ตนอยู่กินกับแม่ของเด็กมานานกว่า 14 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตเป็นผู้ชายอายุ 13 ปี คนเล็กเป็นผู้หญิงอายุ 7 ขวบ ต่อมาได้แยกทางกันอยู่กับแม่ของเด็กประมาณ 1 ปี  ต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวใหม่ ด้วยลูกทั้งสองคนอาศัยอยู่กับผู้เป็นแม่   เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา โอนเดินทางไปที่บ้านของอดีตภรรยาเพื่อเยี่ยมลูก ได้พูดคุยกับยายของเด็กจนทราบว่าลูกสาววัย 7 ขวบ ถูกรุ่นพี่ในโรงเรียนเดียวกัน 3 คน หลอกล่อไปล่วงละเมิดทางเพศในห้องน้ำของโรงเรียนและได้ถ่ายคลิปไว้ เหตุเกิดช่วงเย็นของวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา   โดย ด.ช.วัย 10 ขวบ 2 คน ซึ่งเรียนอยู่ชั้น ป.4 ได้ใช้อวัยวะเพศสอดใส่จนสำเร็จความใคร่ ส่วน ด.ช.วัย 12 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.6 บังคับให้สำเร็จความใคร่ด้วยปาก หลังเกิดเหตุคลิปถูกแชร์ลงในโซเชียล จนเด็กในโรงเรียนคนอื่นเห็นคลิปแล้วนำคลิปไปบอกแม่ของเด็กที่ถูกกระทำ แม่เด็กจึงนำคลิปไปแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบ   จากนั้นครูและ ผอ.โรงเรียน ได้เรียกเด็กและผู้ปกครองที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยกัน ทางโรงเรียนได้ตักเตือน ด.ช.ทั้ง 3 คน สั่งให้ลบคลิปออกให้หมด และได้เจรจาไกล่เกลี่ยทั้ง 2 ฝ่าย โดยฝ่ายผู้ปกครองของ ด.ช.ทั้ง 3 คน เสนอจะให้เงินคนละ 3 หมื่นบาท แลกกับการไม่ดำเนินคดี ซึ่งแม่ของเด็กได้ถ่ายคลิปตอนที่ ด.ช.ทั้ง 3 คน รับสารภาพว่าก่อเหตุจริง ขณะที่ทางโรงเรียนขอให้ปิดข่าว กลัวว่าโรงเรียนจะเสียชื่อ   พ่อของเด็ก กล่าวเพิ่มเติมว่า แม่ของเด็กได้รับเงินจากผู้ปกครองของ ด.ช.ทั้ง 3 คนแล้ว เป็นเงิน 9 หมื่นบาท ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง อยากเรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาว และให้โรงเรียนหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำกับเด็กคนอื่น ๆ อีก จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ครบุรี จ.นครราชสีมา   นอกจากนี้พ่อของ ด.ญ.วัย 7 ขวบ ได้ไปต่อว่าอดีตภรรยาให้นำเงินไปคืน อดีตภรรยารับปากแต่กลับหายไปกับสามีใหม่ไม่ได้นำเงินไปคืน ตนไม่รู้จะทำอย่างไรจึงเข้าร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอความช่วยเหลือ “ผมไม่ยอมเด็ดขาดจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ตอนนี้ลูกสาวได้มาอยู่กับผมเป็นห่วงสภาพจิตใจมาก ไปถามร้อยเวรเจ้าของคดีก็พูดไม่ดีท้าให้ไปร้องปวีณากับนายกฯ”   นางปวีณา กล่าวว่า เป็นเรื่องร้ายแรงมากเพราะเกิดขึ้นในโรงเรียน หลังรับแจ้งตนได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล และได้ประสานไปยังศูนย์เฉพาะกิจผมครองและช่วยเหลือนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และร่วมกันหามาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นอีก   ทั้งนี้ได้สอบถามไปยังศึกษาจังหวัด ปรากฏว่าไม่ทราบเรื่อง และไม่มีใครรายงานมายังกระทรวงศึกษาธิการ อย่างไรก็ตามเด็กที่ตกเป็นเหยื่อต้องได้รับความเป็นธรรม ไม่ใช่แค่รับเงินแล้วก็ให้ปิดเรื่องเงียบ นอกจากนี้ได้ประสาน พม.จังหวัดนครราชสีมา เข้าไปดูแล ด.ญ. ที่ถูกกระทำ ให้ได้รับการฟื้นฟูสภาพจิตใจ   และต้องมีการสอบสหวิชาชีพ รวมถึง ด.ช.ที่ก่อเหตุทั้ง 3 คนด้วย เพื่อให้การช่วยเหลือที่ถูกต้อง ด.ช.ทั้ง 3 ต้องได้รับการบำบัดจิตใจ ตักเตือนตามกระบวนการยุติธรรมของเด็ก ให้ได้รับรู้ถึงสิ่งที่กระทำไปว่าไม่ถูกต้อง เพื่อจะไม่กลับมาทำซ้ำอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DjmC-mQ1Cyc

 1,281
สังคม
20 ก.พ. 63

สุดสลด! พ่อร้องปวีณาลูกสาวป.4 ถูกเพื่อน-รุ่นพี่ 3 คนล่วงละเมิดทางเพศคาห้องน้ำรร. พร้อมถ่ายคลิปลงโซเชียล แม่กลุ่มเด็กชายเสนอเงิน 9 หมื่นแลกยอมความ

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 13.00 น. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นายโชค (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี ชาวจ.นครราชสีมา พาด.ญ.นิ่ม (นามสมมุติ) อายุ 7 ปี ลูกสาวซึ่งเรียนอยู่ชั้นป.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ขอความเป็นธรรม    กรณี ด.ญ.นิ่ม ถูกรุ่นพี่ 3 คนในโรงเรียนเดียวกัน ซึ่งอยู่ชั้นป.4 จำนวน 2 คน อายุ 10 ปีเท่ากัน ชื่อด.ช.เอ กับ ด.ช.บี และด.ช.ซี รุ่นพี่ป.6 อายุ 12 ปี ล่วงละเมิดทางเพศในห้องน้ำของโรงเรียนและถ่ายคลิปขณะก่อเหตุไปเผยแพร่ในโซเชียล   นายโชค กล่าวว่า ตนกับนางนวล (นามสมมุติ) แม่ของด.ญ.นิ่ม เคยอยู่กินกันมานานกว่า 14 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตเป็นผู้ชายอายุ 13 ปี และคนเล็กก็คือด.ญ.นิ่ม ต่อมาตนกับนางนวลได้แยกกันอยู่มาประมาณ 1 ปีแล้ว และต่างคนก็ต่างไปมีแฟนใหม่ ส่วนลูกทั้ง 2 คน อาศัยอยู่กับนางนวล เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนเดินทางไปที่บ้านนางนวลเพื่อหวังจะเยี่ยมลูกทั้ง 2 คน และได้พบพูดคุยกับแม่ของนางนวลจนทราบว่าลูกสาวของตนถูกรุ่นพี่ 3 คน หลอกล่อไปล่วงละเมิดทางเพศในห้องน้ำของโรงเรียนและถ่ายคลิป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ม.ค.63 ช่วงเย็นหลังเลิกเรียนเวลาประมาณ 17.00 น.    โดยด.ช.เอ, ด.ช.บี, และด.ช.ซี ได้หลอกล่อให้ด.ญ.นิ่ม ไปที่ห้องน้ำของโรงเรียนแล้วให้ดูคลิปโป๊ก่อนที่ด.ช.เอ และด.ช.บี จะผลัดกันกระทำกับด.ญ.นิ่มจนสำเร็จความใคร่ ส่วนด.ช.ซี ไม่สามารถสอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปได้จึงบังคับให้ด.ญ.นิ่มอมอวัยวะเพศของตัวเอง และด.ช.ทั้ง 3 คนก็ถ่ายคลิปเก็บไว้ หลังเกิดเหตุคลิปถูกแชร์ลงในโซเชียลจนมีเด็กในโรงเรียนเห็นคลิปแล้วนำคลิปไปบอกผู้ปกครอง จากนั้นผู้ปกครองจึงได้นำคลิปไปแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบ ก่อนที่ครูและผู้บริหารโรงเรียนจะเรียกเด็กและผู้ปกครองที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาพูดคุย โดยทางโรงเรียนได้ตักเตือนด.ช.ทั้ง 3 คน และสั่งให้ลบคลิปออกให้หมด พร้อมเจรจาไกล่เกลี่ยทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งฝ่ายผู้ปกครองของด.ช.ทั้ง 3 คน เสนอจะให้เงินคนละ 3 หมื่นบาท เพื่อที่นางนวลจะได้ไม่ต้องแจ้งความดำเนินคดี      ขณะเดียวกันนางนวลก็ได้ถ่ายคลิปตอนด.ช.ทั้ง 3 คนรับสารภาพไว้ด้วย นายโชค กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุนางนวลกลับไปเจรจารับเงินจากทางฝ่ายผู้ปกครองของด.ช.ทั้ง 3 คน เป็นเงิน 9 หมื่นบาท เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี ซึ่งตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และควรจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกสาว ตนจึงได้ไปต่อว่านางนวลและบอกให้นำเงินไปคืน ซึ่งทีแรกนางนวลก็ทำทีเป็นรับปากแต่จู่ๆ ก็หายไปกับสามีใหม่ ตนไม่รู้จะทำอย่างไรจึงตัดสินใจพาลูกมาร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่างไม่ให้เกิดขึ้นกับเด็กคนอื่นอีก       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/txIOvOzkMk8  

 445
สรุปข่าว
20 ก.พ. 63

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 20 ก.พ.63 จับหนุ่มหึงโหดยิงอดีตเมียกลางห้าง-แห่จองรถเชฟโรเลต-จีนอนุมัติยาต้านไวรัสโควิด-19

-รวบหนุ่มมือยิงอดีตภรรยา เสียชีวิตทันทีในคลินิกเสริมความงาม กลางห้างดัง ขณะหนีกบดานใน จ.เพชรบุรี เจ้าตัวสะอื้น ขอโทษกับทุกสิ่ง ไม่ได้ตั้งใจ ผบช.น.ระบุผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ อ้างทำไปเพราะหึงหวง ไม่ขอทำแผน สงสัยปืนที่มีสวมทะเบียน เป็นปืนที่ไม่อนุญาตให้ ปชช.ทั่วไปครอบครอง   ด้านลูกพี่ลูกน้องผู้ตายเล่า สาเหตุการหย่าร้างของน้องสาวหลังอยู่กินมา 10 ปี จนมีลูก 1 คน ฝ่ายชายอารมณ์ร้อน หึงหวง ลงไม้ลงมือ พร้อมข่มขู่พ่อกับแม่ของผู้ตาย มา4-5 ปี จนผู้ตายทนไม่ไหวต้องตัดขาดจากครอบครัว เพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาตามมาข่มขู่ได้อีก แม่ผู้ตายบอกไม่ยกโทษให้ ไม่ต้องมาขอขมาศพ ขอให้ได้โทษประหารชีวิต ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อดีตผัวสะอื้น อ้างไม่ตั้งใจยิงสาวคลินิก เพื่อนแฉขี้หึงจัด ชอบทำร้าย เคยขู่ถ้าเลิกจะตามยิง   -ทางการแพทย์แห่งชาติของจีน ได้อนุมัติให้บริษัทยาในมณฑลเจ้อเจียง ผลิตยาต้านไวรัสฟาวิลาเวียร์ (Favilavir) ใช้รักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ซึ่งถือเป็นยาต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ชนิดแรกที่ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการ หลังทดสอบยากับผู้ป่วย 70 คนในเซินเจิ้นได้ผลน่าพอใจ   ขณะที่อิสราเอล ออกกฎเหล็กห้ามคนทุกสัญชาติที่เคยเดินทางมาไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก๊า ในช่วง 14 วันที่ผ่านมาเข้าประเทศ ยกเว้นผู้มีสัญชาติอิสราเอล หรือมีถิ่นพำนักในอิสราเอล กรณียกเว้นต้องถูกกักตัว 14 วัน   ล่าสุดผู้ติดเชื้อทั่วโลก 75,280 คน เสียชีวิต 2,014 คน รักษาหายแล้ว 15,090 คน พบผู้เสียชีวิตนอกจีนเพิ่มที่อิหร่าน 2 คน และฮ่องกง 1 คน ส่วน 137 คนไทยที่กลับจากอู่ฮั่น ครบกำหนดกักตัว 14 วัน ได้กลับบ้านแล้ว สธ.แถลงยอดผู้ติดเชื้อเท่าเดิม 35 คน หายแล้ว 17 คน รักษาตัว 18 คน มี 2 คนอาการวิกฤตแต่ยังคงที่ มีแพทย์ดูแลใกล้ชิด เตือน 8 จังหวัดท่องเที่ยว กทม. เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ ประจวบ ชลบุรี สมุทรปราการ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :  กรมการกงสุลประกาศด่วน ให้คนไทยออกจากจีน ขณะยังมีสายการบิน-อิสราเอลเข้มห้ามคนมาจากไทยเข้าประเทศ   137 คนไทยกลับจากอู่ฮั่น ครบกำหนดกักตัว ได้กลับบ้านแล้ว - สธ.ยันไม่ปกปิดตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19   จีนอนุมัติใช้ยา favilavir ต้านไวรัสโควิด-19 อิหร่านติดเชื้อดับวันเดียว 2 ราย  ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อญี่ปุ่นอาสาขึ้นเรือสำราญ ชี้สถานการณ์น่าห่วงเปรียบเป็นตู้ฟักเชื้อ ไร้การกักตัวผู้ติดเชื้อ  หญิงมะกันเชื้อสายไทย โดนเหยียดชาติบนรถไฟสหรัฐฯ กล่าวหาแพร่เชื้อโควิด-19 ร้านขายไข่ยันเรื่องจริง ชาวจีนซื้อไข่ 2 แสนฟองถวายหลวงพ่อโสธร วิจารณ์วัดเอาไข่ไปขายแทนที่จะแจก    -ที่ประชุม กมธ.ป.ป.ช.เดือดอีก โดยมีวาระพิจารณาตรวจสอบการบุกรุกที่ป่าของปารีณาและพ่อ โดยเชิญนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายต้านคอร์รัปชั่น ฐานะผู้ร้องเรียนแถลงข้อเท็จจริง   ที่ประชุมขอให้มีการตรวจสอบบุคคลที่มีพฤติกรรมบุกรุกที่ป่าใกล้เคียงกับที่ดินของปารีณา ซึ่งเป็นของมารดานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ความวุ่นวายเกิดขึ้น หลังกรรมาธิการฝั่งรัฐบาล นำโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน และนายสิระ เจนจาคะ ได้ซักถามนายวีระ ตั้งข้อสังเกตเป็นการเลือกปฏิบัติเจาะจงเฉพาะพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ และที่ผ่านเคยตรวจสอบพรรคการเมืองอื่นหรือไม่   พร้อมยกกรณีที่ดินของมารดานายธนาธร ซึ่งเป็นที่ดินที่มีสถานะเดียวกันกับที่ดินของปารีณา และอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ช่วงหนึ่งนายสิระ ได้ประกาศพร้อมออกเงินจ้างให้นายวีระ ไปตรวจสอบ ทำให้นายวีระไม่พอใจ และมีการชี้หน้าตอบโต้ ยืนยันการที่ตนเองออกมาตรวจสอบไม่มีใครมาว่าจ้าง แต่เป็นการปกป้องผล   หลังประชุมปารีณาแถลงระบุ เสรีพิศุทธิ์ตีรวน ขอดึงเรื่องที่ตนกำลังดำเนินการตรวจสอบคืนทั้งหมด ทั้งคดีของเสรีพิศุทธ์เองที่ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นเบื้องสูง และคดีมารดาของนายธนาธร ขอเรียกร้องทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา อย่าใช้อำนาจหน้าที่ของประธานเพื่อปกป้องตนเอง   ด้านธนาธรเชื่อว่านางสมพร มารดาพร้อมให้ตรวจสอบ เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เชิญปารีณาทำตามสะดวก ไม่ใช่เฉพาะนักการเมืองรายใดรายหนึ่ง อีกทั้งยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่มีกรณีพิพาทอยู่ จึงอยากเห็นการตรวจสอบที่ไม่เลือกปฏิบัติไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือนักการเมือง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ปารีณา' จี้สอบที่ดิน 'แม่ธนาธร' เข้าข่ายรุกป่าไม่ต่างกัน วงประชุม กมธ.ป.ป.ช.ป่วนซัดกันเดือด   -นายกฯลงติดตามความคืบหน้างานติดตั้งระบบเดินรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ บอกว่า ขอให้เชื่อมั่นในรัฐบาล เชื่อมั่นในตัวของตน วตนไม่ต้องการเงินแม้แต่บาทเดียว หลายคนบอกตนปล่อยปละละเลย มีการทุจริต ถามว่าตนมีคดีหรือไม่ ยังไม่มี แต่คดีในฐานะเป็นนายกฯ 300 กว่าคดี แต่สู้ได้ ไม่มีปัญหา สามารถชี้แจงได้ก็จบ คดีในฐานะเป็นนายกฯ ต้องรับผิดชอบทุกอัน แต่ในเรื่องของนโยบายถ้าผิดก็ต้องรับผิดชอบ แล้วก็ไม่หนีด้วย หนีไม่ได้อยู่แล้ว   นายกฯยังพูดถึง การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้น ในวันที่ 24 ก.พ.นี้ว่า  ขอให้รอฟังว่าท่านจะเชื่อเขาหรือเชื่อผม ผมทำด้วยใจ เจ็บตัวบ้างอะไรบ้างผมทนได้ ถ้าพูดกันไปไม่มีหลักฐานไม่มีเหตุผลก็อย่าไปเชื่อกันมาก ตอนนี้เฟคนิวส์มันก็เยอะ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : พปชร.สวนกลับเปิดยุทธการ 'ดับสุริยาก่อนอรุณรุ่ง' นายกฯพ้อ "เกิดที่นี่ ขอตอบแทนคุณแผ่นดิน"   -โชว์รูมแทบแตก คนแห่จองรถเชฟโรเลต หลังหั่นราคาเชฟโรเลต แคปติวา LS เหลือ 499,000 บาท รถหมดแล้วทั่วประเทศ ลูกค้าบางคนไม่หวั่นแม้จะมีข่าว GM หยุดทำตลาดรถในไทย ขณะที่บางไฟแนนซ์หยุดจัดสินเชื่อซื้อรถเชฟโรเลตชั่วคราว เต็นท์รถมือ 2 ในกระบี่โอด หลังเชฟโรเลตปิดตัว ไฟแนนซ์ไม่รับจัดทุกรุ่น ทำใจยอมรับสภาพขาดทุน จำเป็นที่จะต้องลดราคาลงและขายเงินสดเท่านั้น ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หั่นราคาเชฟโรเลต แห่จองแน่นโชว์รูม ไม่หวั่นบริการหลังการขาย-ไฟแนนซ์บางเจ้าหยุดให้สินเชื่อ    -กองทัพเปิดศูนย์คอลเซ็นเตอร์ ให้กำลังพลที่มีปัญหาได้รับการแก้ไขจนเป็นที่พอใจ ย้ำเรื่องที่รับไว้ทั้งหมด จะเป็นความลับ และถูกส่งตรงไปถึง ผบ.ทบ. ส่วนแนวทางปฏิบัติของทหารเกษียณอายุราชการไปแล้วให้ออกจากบ้านพักหลวง ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป ส่วนกลางมีประมาณ 100 หลัง ตั้งแต่ระดับชั้นนายพล / พันเอกพิเศษ ขีดเส้นตายมีนาคมต้องออก แต่ยังยืดหยุ่นเปิดช่องให้ผ่อนผันได้ตามเหตุจำเป็น พร้อมย้ำว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะนายพลที่ยังอยู่บ้านหลวง ก็กระทบกับบ้านของชั้นนายพล ไม่เกี่ยวกับชั้นประทวน   -พ่อพาลูกสาววัย 7 ขวบ ร้องมูลนิธิปวีณา ถูกรุ่นพี่ ป.4 และ ป.6 รวม 3 คน หลอกล่อเข้าห้องน้ำโรงเรียน เปิดคลิปโป๊ให้ดูผลัดกันล่วงละเมิดทางเพศถ่ายคลิปไปเผยแพร่ในโซเชียล ทางโรงเรียนเรียกทั้ง 2 ฝ่าย ไกล่เกลี่ยขอให้ปิดข่าวกลัวโรงเรียนเสียชื่อ ด้านผู้ปกครอง ด.ช.ทั้ง 3 ยอมจ่ายคนละ 3 หมื่นบาท ให้กับแม่ของเด็กแลกกับการไม่แจ้งความ แต่พ่อไม่ยอม ลั่นจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเป็นสภาพจิตใจลูก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : พ่อพาลูก 7 ขวบ แจ้งความถูก รุ่นพี่ 3 คน ลวงไปล่วงละเมิด ร.ร.ปิดข่าวกลัวเสียชื่อ ซ้ำแม่ ด.ญ.เรียกค่าเสียหายก่อนหอบเงินหนีไปกับผัวใหม่    -รวบแล้วหนุ่มวัย 31 ปี เจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ หลานของผม อัพโหลดคลิปหวิว ภาพแอบถ่ายลงบนทวิตเตอร์ เจ้าตัวสารภาพ ไม่ใช่หลานแต่เป็นแฟนสาว ที่ทำเพราะอยากให้คนติดตามทวิตเตอร์เยอะๆ ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่โต   นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังจับหนุ่มพนักงานแกร็บคาร์ ก็อปปี้คลิปหลานของผม แล้วสวมรอยเป็นเจ้าของแอคเคาน์เดิมมาสร้างแอคเคาน์ใหม่ โพสต์คลิปและภาพซ้ำ โดยรับสารภาพว่า ชื่นชอบเนื้อหาจึงนำมาทำซ้ำ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับเจ้าของบัญชี #หลานของผม แอบถ่ายหวิวแฟน แล้วอ้างเป็นหลาน หนุ่มเปิดทวิตเลียนแบบโดนโทษด้วย    -ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษา จำคุก 36 เดือน ปรับ 2.7 หมื่นบาท อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ร่วมกับพวกทุจริตเงินทอนวัด แต่เพราะเคยทำคุณงามความดีมาก่อน โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี และพิพากษาให้ นายพนม ศรศิลป์ อายุ 60 ปี อดีต ผอ.สำนักพุทธ จำคุก 2 ปี 12 เดือน ไม่รอลงอาญา หลังร่วมกันทุจริตเงินทอนวัด 69 ล้านบาท ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : รอลงอาญา 2 ปี อดีตเจ้าคุณธงชัย วัดสระเกศฯ คดีเงินทอนวัด ส่วนอดีต ผอ.สำนักพุทธฯ พร้อมพวกโดนคุก    -ใบเฟิร์น พัสกร ถอยสัมพันธ์เจโม่ แฟนหนุ่มหลังคบซ้อนมีแฟนอีกคนมานับ 10 ปี เจ้าตัวไม่คิดว่าจะถูกหลอก เคยเห็นแต่ข่าวทั่วไป ไม่คิดเลยว่าจะเป็นตัวเอง พร้อมย้ำรู้เรื่องจริงนี้จากปากแฟนเจโม่ ที่ตนโทรไปถามเอง ส่วนจะให้โอกาสเจโม่อีกหรือไม่ คงไม่ใช่เรื่องง่าย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ใบเฟิร์น' ขอถอยความสัมพันธ์ 'เจโม่' หลังโดนแฉคบซ้อน แต่ยอมรับฝ่ายชายกำลังง้อ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Yqrj-OPZFQk

 1,472
สังคม
17 ก.พ. 63

ฝากขังแล้ว! ครูสอนดนตรีหื่นลวงลูกศิษย์วัย 12 ปี ล่วงละเมิด ขณะครอบครัวส่งเด็กรักษาสภาพจิตใจนอกพื้นที่

ชุมพร - ความคืบหน้ากรณีครูสอนดนตรี ล่อลวงลูกศิษย์วัย 12 ปี ไปล่วงละเมิดที่รีสอร์ท ล่าสุดตำรวจควบคุมตัวครูหื่นไปส่งฟ้องศาลแล้ว   วันที่ 17 ก.พ. เมื่อช่วงเช้า ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.ปะทิว ได้ควบคุมตัวครูสอนดนตรี ผู้ที่ถูกกล่าวหา ว่า ล่อลวงลูกศิษย์วัย 12 ปี ไปล่วงละเมิดที่รีสอร์ท ไปส่งฟ้องศาล แล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะให้ประกันตัว หรือ ไม่    ซึ่งคดีนี้สืบเนื่องจาก พันตำรวจเอก ศุภเกียรติ เทิดตะกูล ผู้กำกับการ สภ.ปะทิว พร้อมด้วย ตำรวจชุดสืบสวน และ น.ส.พวงเพ็ญ ใจกว้าง หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ชุมพร นำหญิงสาววัย 31 ปี และเด็กหญิงวัย 12 ปี ผู้ปกครองและนักเรียนชั้น ม.1 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในอำเภอปะทิว เข้าตรวจสอบหาหลักฐานที่เกสต์เฮ้าส์แห่งหนึ่ง ในตำบลทรัพย์อนันต์ อำเภอท่าแซะ   หลังเด็กบอกผู้ปกครองว่า ถูกครูลวงไปล่วงละเมิดในเกสต์เฮ้าส์ดังกล่าว เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังผู้ปกครองพาเข้าแจ้งความที่ สภ.ปะทิว และตำรวจได้ส่งตัวเด็กหญิงวัย 12 ปี ให้แพทย์ตรวจร่างกาย โดยผลการตรวจยืนยันว่ามีร่องรอยถูกล่วงละเมิดจริง จึงประสานสหวิชาชีพ และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ชุมพร เพื่อสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น   โดยพ่อเด็กได้เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมาทางโรงเรียนได้ติดต่อมาว่าเด็กได้หายออกจากโรงเรียนไป 2 คาบแล้วเพราะว่าเริ่มจัดสอบกันแล้ว จึงออกไปตามหาที่โรงเรียนแต่ไม่พบและเมื่อสอบถามจากเพื่อนโดยบอกว่าได้ขึ้นรถตู้ออกไปด้วยกันกับครู แต่ตัวครูที่กลับมาก่อนอ้างว่าไม่ได้ไปกับเขา หลังจากนั้นประมาณช่วงเที่ยงลูกสาวได้กลับมาที่บ้านแล้ว จึงคาดคั้นสอบถามลูกสาวจึงบอกว่าออกไปกับครูจริง แต่ช่วงจังหวะที่ขึ้นรถไปนั้นครูคนดังกล่าวให้ลูกสาวหมอบหลังรถเพื่อไม่ให้มีใครเห็น โดยครูบอกว่ากลัวเสียหายและครูบอกอีกว่าที่ให้ลูกสาวขึ้นรถไปนั้นเพื่อไปขนกล้วยด้วยกันจึงหลงเชื่อ แต่พามาที่รีสอร์ทแต่ไม่รู้ว่าที่ไหน ครูบอกให้ลูกสาวไปรอในห้องก่อนเดี่ยวจะไปเอาของหลังจากนั้นกลับเข้ามากระทำชำเราลูกสาว เสร็จแล้วครูคนดังกล่าวได้กลับไปโรงเรียนปล่อยให้ลูกสาวอยู่โดยลำพัง    ต่อมาครูให้คนอื่นขี่จักรยายนต์มารับไปส่งที่โรงเรียนและได้เดินกลับบ้าน หลังจากนั้นผู้เป็นแม่ได้พยายามสอบถามว่าหายไปไหนมาแต่ลูกสาวไม่กล้าเปิดปากบอกและอยู่ในอาการเงียบมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ตอนเย็นวันเดียวกันได้พาไปแจ้งความที่ สภ.ปะทิวและไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลปะทิวซึ่งงงด้าน พ.ต.อ.ศุภเกีงยรติ เทิดตะกูล ผงงกก.สภ.ปะทิว กล่าวขณะนำเด็กหญิงชี้จุดที่เกสต์เฮ้าส์แห่งหนึ่งว่า ขณะนี้ขอยังไม่ให้รายละเอียดใดๆ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการสอบสวนและยังไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา แต่ได้ออกหมายเรียกครูผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนเบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ    โดยคดีนี้ทาง บิดาของคุณครูดนตรีได้ พาตัวลูกชายเข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจ และทางเจ้าตัวหลังจากที่สอบปากคำ และแจ้งข้อกล่าวหาก็ปฏิเสททุกข้อกล่าวหา และยืนยัวว่าตนเองบริสุทธิ์ โดยพนักงานสอบสวนก็บันทึกเก็บไว้ในสำนวนก่อนที่จะปล่อยตัวกลับไป โดยทางเจ้าหน้าที่มั่นใจในหลังฐานที่มีอยู่ โดยเฉพาะกล้องวงจรปิดของทางรีสอทร์ที่เปิดให้บริการห้องพัก เตรียมส่งสำนวนคดีฟ้องศาลในวันพรุ่งนี้ ซึ่งคดีนี้ถือว่าเป็นคดีที่ทำร้ายจิตใจเด็กเป็นอย่างมาก    นางสาววัลภากล่าวว่า วันนี้ตนเองร่วมกับบ้านพักเด็กได้มาเยียวยาสภาพจิตใจและครอบครับของเด็กหญิงรายดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เด็กยังไม่พร้อม โดยต้องระมัดระวังเพราะในกลุ่มเพื่อนของน้องที่ โรงเรียน ก็ไม่เชื่อว่าจะเกิดเหตุการนี้ขึ้นโดยยังเชื่อว่าคุณครูไม่ใช่คนผิด ซึ่งทางเราได้เตรียมที่พักชั่วคราวที่ให้เราได้หางจากสังคมและโรงเรียน คือบ้านพักเด็ก แต่ทางครอบครัวขอดูแลน้องด้วยตนเอง ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้ที่จะสอบแล้วก็ต้องประสานขอให้ทางโรงเรียนนำข้องสอบมาสอบให้ที่บ้าน เพราะสังคนของโรงเรียนต่อน้องคงที่จะไม่เหมาะสมแล้ว ในขณะนี้ เด็กคงเปราะบางเกินไปกับเหตุที่เกิดขึ้น ยังมีการบลูลี่กันระหว่างเพื่อนๆ อีกทั้งยังต้องวางแผนเรื่อการศึกษาต่อ ซึ่งทราบว่ามาคุณป้าอาศัยอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็จะมารับเด็กหญิงไปศึกษาต่อที่จังหวัดอุบลราชธานี    ซึ่งก่อนหน้านี้ตัวน้องเองก็เคยอาศัยอยู่กับคุณป้าอยู่แล้ว ก่อนที่คุณแม่จะรับตัวมาเลี้ยงดู แต่กลับกลายเป็นยิ่งวิตกกังวลมากขึ้นไปอีกเนื้งจากเหตุที่เกิดขึ้นแล้วผู้เป็นแม่ไม่สามารถดูแลและปกป้องลูกได้ ซึ่งทางด้านคนเป็นแม่ก็ยังคงโทษตัวเองอยู่ส่วนผู้เป็นพ่อก็คงเก็บอาการอยู่เช่นเดียวกัน ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร ก็ได้แต่เพียงให้คำแนะนำว่าให้เด็กอยู่ที่ไหนก็ได้ที่ทำให้เด็กมีความสุข ทางด้านตัวเด็กเองก็สมัครใจที่กลับไปอาศัยอยูกับป้าที่ จ.อุบลราชธานีต่อ    โดยทางคุณพ่อและคุณแม่อาจะไปเยี่ยมบ่อยๆ ในส่วนของทางสถานศึกษาก็ไม่ได้มีการติดต่อเข้ามาเพราะอาจจะเป็นวันหยุดราชการ พรุ่งนี้เป็นวันทำงานปกติทางด้าน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร ก็จะลงมาที่โรงเรียนด้วยตัวเองอีกครังหนึ่งเพื่อพูดคุยกับทางผู้บริการของทางโรงเรียนซึ่งจากที่ทางเจ้าหน้าที่ให้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดก็ดูแปลกๆ มันผิดจากเรื่องที่เคยพบเจอมา ที่สามารถดักซุ่ม หรือจับได้ในระหว่างเดินทาง แต่ในครานี้นั้น ทางคุณครูขับรถออกไปก่อนแล้วให้เด็กหญิงรอด้านใน ก่อนที่จะ ให้บุคคลอื่นมารับซึ่งเป็นเหตุที่ดูมีพิรุธ เป็นอย่างมากเพราะไม่ใช่เรื่องขอคน 2 คนแล้ว ต้องมีบุคคล ที่ 2 หรือ 3 มาเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก  

 250
ข่าวภูมิภาค
12 ก.พ. 63

ศาลฎีกาพิพากษายืนประหารชีวิต อดีต ผญบ. พยายามข่มขืน-ทำร้าย 'น้องสโนว์'

ศาลฎีกาพิพากษายืนประหารชีวิตนายกฤติเดช ระเวงวรรณ อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน จ.กาฬสินธุ์ หลังก่อเหตุทำร้าย น.ส.ฤดีวัลย์ พลประสิทธิ์ หรือน้องสโนว์ อายุ 18 ปี ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับจากโรงเรียน แต่ถูกคนร้ายถีบรถจนล้ม หวังข่มขืน แต่น้องสโนว์ขัดขืน จึงถูกทำร้ายร่างกาย จนตับแตก และมีเลือดออกในช่องท้อง โดยเหตุการณ์เกิดบริเวณถนนสายบ้านสีถาน-บ้านโนนเมือง หมู่ 8 ต.ดงลิง อ.กมลาไสย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.58   ศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ผ่านทางวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ให้กับจำเลยฟัง ชี้สาระสำคัญที่จำเลยฎีกามีความขัดแย้งกันหลายอย่าง ถึงแม้ฝ่ายโจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานแน่ชัด แต่ปรากฏพยานแวดล้อมหลายปากที่ให้การสอดคล้องกัน ร่วมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะรอยแผลที่บริเวณนิ้วมือ ซึ่งเป็นรอยกัดของฟันของมนุษย์ และลูกอัณฑะที่บวม เป็นร่องรอยที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้   ศาลพิจารณาแล้วเป็นพยานและหลักฐานที่มั่งคง จึงตัดสินให้ลงโทษตามศาลศาลอุทธรณ์ คือประหารชีวิตนายกฤติเดช ระเวงวรรณ จำเลย และให้ชดใช้ค่าสินไหม 2,390,000 บาท   ด้านแม่ของน้องสโนว์ กอดรูปลูกสาว พร้อมบอกว่าคนร้ายได้ถูกรับโทษอย่างสาสมแล้ว และอยากให้น้องสโนว์ไปสู่สุขคติ ขณะที่พี่สาวของน้องสโนว์ กล่าวว่า ประเด็นที่หยิบยกมาในชั้นฎีกาก็จะเป็นประเด็นของรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งทางจำเลยอ้างว่าไม่ได้ใช้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาก่อเหตุ แต่ด้วยพยานโจทก์ที่เป็นตำรวจมีความเชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์ของรถยนต์โดยตรง โดยจากการพิสูจน์หลักฐานพบว่าร่องรอยการเฉี่ยวชนตรงกันถึง 5 จุด   ส่วนอีกประเด็นเป็นร่องรอยของนิ้วมือที่จำเลยบอกว่าเกิดจากรอยหนูกัด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยให้การในชั้นสอบสวน 2 ครั้ง แต่ให้การไม่ตรงกันและเบิกความที่ศาลยังให้การไม่ตรงกันอีก ศาลเลยวินิจฉัยว่าให้การไม่อยู่กับร่องกับรอย   ส่วนประเด็นอื่นๆที่ทางฝั่งจำเลยยื่นต่อชั้นฎีกา ก็ไม่มีเหตุที่ต้องวินิจฉัยเพิ่ม และพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ คือประหารชีวิต ซึ่งทางญาติได้ฟังคำตัดสินก็ต่างดีใจที่ได้รับความเป็นธรรม พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยเหลือและทุกกำลังใจจนคนร้ายได้รับโทษประหารชีวิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GLE09EAtjMo

 2,400
สังคม
12 ก.พ. 63

ศาลฎีกาพิพากษายืนประหารชีวิต อดีต ผญบ. พยายามข่มขืน-ทำร้าย 'น้องสโนว์'

ศาลฎีกาพิพากษายืนประหารชีวิตนายกฤติเดช ระเวงวรรณ อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน จ.กาฬสินธุ์ หลังก่อเหตุทำร้าย น.ส.ฤดีวัลย์ พลประสิทธิ์ หรือน้องสโนว์ อายุ 18 ปี ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับจากโรงเรียน แต่ถูกคนร้ายถีบรถจนล้ม หวังข่มขืน แต่น้องสโนว์ขัดขืน จึงถูกทำร้ายร่างกาย จนตับแตก และมีเลือดออกในช่องท้อง โดยเหตุการณ์เกิดบริเวณถนนสายบ้านสีถาน-บ้านโนนเมือง หมู่ 8 ต.ดงลิง อ.กมลาไสย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.58   ศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ผ่านทางวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ให้กับจำเลยฟัง ชี้สาระสำคัญที่จำเลยฎีกามีความขัดแย้งกันหลายอย่าง ถึงแม้ฝ่ายโจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานแน่ชัด แต่ปรากฏพยานแวดล้อมหลายปากที่ให้การสอดคล้องกัน ร่วมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะรอยแผลที่บริเวณนิ้วมือ ซึ่งเป็นรอยกัดของฟันของมนุษย์ และลูกอัณฑะที่บวม เป็นร่องรอยที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้   ศาลพิจารณาแล้วเป็นพยานและหลักฐานที่มั่งคง จึงตัดสินให้ลงโทษตามศาลศาลอุทธรณ์ คือประหารชีวิตนายกฤติเดช ระเวงวรรณ จำเลย และให้ชดใช้ค่าสินไหม 2,390,000 บาท   ด้านแม่ของน้องสโนว์ กอดรูปลูกสาว พร้อมบอกว่าคนร้ายได้ถูกรับโทษอย่างสาสมแล้ว และอยากให้น้องสโนว์ไปสู่สุขคติ ขณะที่พี่สาวของน้องสโนว์ กล่าวว่า ประเด็นที่หยิบยกมาในชั้นฎีกาก็จะเป็นประเด็นของรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งทางจำเลยอ้างว่าไม่ได้ใช้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาก่อเหตุ แต่ด้วยพยานโจทก์ที่เป็นตำรวจมีความเชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์ของรถยนต์โดยตรง โดยจากการพิสูจน์หลักฐานพบว่าร่องรอยการเฉี่ยวชนตรงกันถึง 5 จุด   ส่วนอีกประเด็นเป็นร่องรอยของนิ้วมือที่จำเลยบอกว่าเกิดจากรอยหนูกัด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยให้การในชั้นสอบสวน 2 ครั้ง แต่ให้การไม่ตรงกันและเบิกความที่ศาลยังให้การไม่ตรงกันอีก ศาลเลยวินิจฉัยว่าให้การไม่อยู่กับร่องกับรอย   ส่วนประเด็นอื่นๆที่ทางฝั่งจำเลยยื่นต่อชั้นฎีกา ก็ไม่มีเหตุที่ต้องวินิจฉัยเพิ่ม และพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ คือประหารชีวิต ซึ่งทางญาติได้ฟังคำตัดสินก็ต่างดีใจที่ได้รับความเป็นธรรม พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยเหลือและทุกกำลังใจจนคนร้ายได้รับโทษประหารชีวิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GLE09EAtjMo

 2,400
ข่าวภูมิภาค
07 ก.พ. 63

ญาติแค้นตามล็อคตัวไอ้หื่นลวง ด.ญ.ป.6 หวังข่มขืน อ้างเห็นเด็กมีประจำเดือนเลยหมดอารมณ์

สงขลา-มีคลิปเหตุการณ์ไลฟ์สด ขณะญาติของเด็กหญิงวัย 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ใน อ.หาดใหญ่ เข้าไปล็อคคอจับตัว นายเฉลิมพล คำนิยม อายุ 37 ปี ขณะนั่งอยู่ในร้านค้าหน้าสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอหาดใหญ่ แห่งที่ 1 อ.หาดใหญ่ และกำลังรอขึ้นรถโดยสารหลบหนีไป จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนที่จะแจ้งตำรวจประจำสถานีขนส่งให้มาจับกุมตัว   หลังจากที่ได้ก่อเหตุหลอกเด็กหญิงอายุ 12 ปี ไปล่วงละเมิดทางเพศ โดยแม่ของเด็กได้เข้าแจ้งความไว้กับตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ต่อมาศาลจังหวัดสงขลา ได้ออกหมายจับนายเฉลิมพล ในข้อหาพรากและพาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจารโดยขู่เข็นใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หลังญาติๆ ทราบเรื่องจึงได้พยายามตามหาตัว จนกระทั่งมาพบนั่งรอรถอยู่ที่สถานีขนส่งหาดใหญ่   เบื้องต้นนายเฉลิมพล ยอมรับสารภาพว่า ได้ล่วงละเมิดเด็กหญิงวัย 12 ปี จริง แต่ไม่ได้ข่มขืน และเมื่อกลับไปถึงบ้านก็ยังถูกต่อยและเตะด้วยความโกรธ เนื่องจากน้าของเด็กได้นำเรื่องนี้ไปโพสต์ในเฟซบุ๊กด้วยความแค้น   พร้อมเล่าว่า ในวันเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ไปพบกับเด็กหญิงคนนี้ ขณะกำลังเดินอยู่คนเดียว จึงออกอุบายหลอกเด็กว่าจะพาไปส่งโรงเรียนที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งเด็กหลงเชื่อขึ้นซ้อนท้ายไป แต่ตนได้ขับพาเข้าไปในป่าแถวสนามบินหาดใหญ่ ซึ่งขณะนั่งรถไปเด็กได้ด่าตลอดทาง แต่ตนได้ขับเร็ว เพื่อไม่ให้เด็กหนี กระทั่งพาเข้าไปในป่า และใช้กรรไกรขนาดเล็กจี้คอเด็กถอดเสื้อนักเรียนออก และขยำนม แต่ตอนกำลังจะลงมือข่มขืน เห็นเด็กมีประจำเดือน จึงหมดอารมณ์ไม่ได้ข่มขืน และขับรถพามาส่งที่โรงเรียน   กระทั่งมาทราบภายหลังว่า เด็กนำเรื่องไปบอกพ่อแม่และน้า รวมทั้งมีการเข้าแจ้งความ และโพสต์เรื่องนี้พร้อมภาพของตนลงในสังคมออนไลน์ จึงกบดานเงียบ และในวันนี้กำลังจะเดินทางไป จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อให้เรื่องเงียบ แต่ญาติตามมาพบเสียก่อน   จากการตรวจสอบประวัติของ นายเฉลิมพล ว่าเคยติดคุกมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกคดีวิ่งราวทรัพย์ ศาลตัดสินจำคุก 2 ปีกว่า แต่ขณะอยู่ในเรือนจำได้ก่อเหตุแทงเพื่อนนักโทษด้วยกันศาลลงโทษเพิ่มอีก 12 ปี พอออกมาไม่นานก็ถูกจับคดีค้ายาเสพติด และออกมาได้ 2 ปี กว่า กระทั่งมาก่อนเหตุพยายามข่มขืนเด็กหญิง ป.6 ดังกล่าว      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/P1u_CBmz044

 1,874
สังคม
07 ก.พ. 63

ญาติแค้นตามล็อคตัวไอ้หื่นลวง ด.ญ.ป.6 หวังข่มขืน อ้างเห็นเด็กมีประจำเดือนเลยหมดอารมณ์

สงขลา-มีคลิปเหตุการณ์ไลฟ์สด ขณะญาติของเด็กหญิงวัย 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ใน อ.หาดใหญ่ เข้าไปล็อคคอจับตัว นายเฉลิมพล คำนิยม อายุ 37 ปี ขณะนั่งอยู่ในร้านค้าหน้าสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอหาดใหญ่ แห่งที่ 1 อ.หาดใหญ่ และกำลังรอขึ้นรถโดยสารหลบหนีไป จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนที่จะแจ้งตำรวจประจำสถานีขนส่งให้มาจับกุมตัว   หลังจากที่ได้ก่อเหตุหลอกเด็กหญิงอายุ 12 ปี ไปล่วงละเมิดทางเพศ โดยแม่ของเด็กได้เข้าแจ้งความไว้กับตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ต่อมาศาลจังหวัดสงขลา ได้ออกหมายจับนายเฉลิมพล ในข้อหาพรากและพาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจารโดยขู่เข็นใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หลังญาติๆ ทราบเรื่องจึงได้พยายามตามหาตัว จนกระทั่งมาพบนั่งรอรถอยู่ที่สถานีขนส่งหาดใหญ่   เบื้องต้นนายเฉลิมพล ยอมรับสารภาพว่า ได้ล่วงละเมิดเด็กหญิงวัย 12 ปี จริง แต่ไม่ได้ข่มขืน และเมื่อกลับไปถึงบ้านก็ยังถูกต่อยและเตะด้วยความโกรธ เนื่องจากน้าของเด็กได้นำเรื่องนี้ไปโพสต์ในเฟซบุ๊กด้วยความแค้น   พร้อมเล่าว่า ในวันเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ไปพบกับเด็กหญิงคนนี้ ขณะกำลังเดินอยู่คนเดียว จึงออกอุบายหลอกเด็กว่าจะพาไปส่งโรงเรียนที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งเด็กหลงเชื่อขึ้นซ้อนท้ายไป แต่ตนได้ขับพาเข้าไปในป่าแถวสนามบินหาดใหญ่ ซึ่งขณะนั่งรถไปเด็กได้ด่าตลอดทาง แต่ตนได้ขับเร็ว เพื่อไม่ให้เด็กหนี กระทั่งพาเข้าไปในป่า และใช้กรรไกรขนาดเล็กจี้คอเด็กถอดเสื้อนักเรียนออก และขยำนม แต่ตอนกำลังจะลงมือข่มขืน เห็นเด็กมีประจำเดือน จึงหมดอารมณ์ไม่ได้ข่มขืน และขับรถพามาส่งที่โรงเรียน   กระทั่งมาทราบภายหลังว่า เด็กนำเรื่องไปบอกพ่อแม่และน้า รวมทั้งมีการเข้าแจ้งความ และโพสต์เรื่องนี้พร้อมภาพของตนลงในสังคมออนไลน์ จึงกบดานเงียบ และในวันนี้กำลังจะเดินทางไป จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อให้เรื่องเงียบ แต่ญาติตามมาพบเสียก่อน   จากการตรวจสอบประวัติของ นายเฉลิมพล ว่าเคยติดคุกมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกคดีวิ่งราวทรัพย์ ศาลตัดสินจำคุก 2 ปีกว่า แต่ขณะอยู่ในเรือนจำได้ก่อเหตุแทงเพื่อนนักโทษด้วยกันศาลลงโทษเพิ่มอีก 12 ปี พอออกมาไม่นานก็ถูกจับคดีค้ายาเสพติด และออกมาได้ 2 ปี กว่า กระทั่งมาก่อนเหตุพยายามข่มขืนเด็กหญิง ป.6 ดังกล่าว      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/P1u_CBmz044

 1,874
ต่างประเทศ
07 ก.พ. 63

อินเดียช็อก! หนุ่มคนขับรถ ข่มขืน ด.ญ.วัย 5 ขวบ ภายในรั้วสถานทูตสหรัฐฯ

คดีข่มขืนในอินเดียยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดตำรวจอินเดียจับชายคนหนึ่ง หลังเขาก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงวัยเพียง 5 ขวบภายในเขตพื้นที่ของสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงนิวเดลี   โดยเด็กหญิงคนนี้เป็นลูกสาวของพนักงานทำความสะอาดของสถานทูต ส่วนคนร้ายเป็นคนขับรถวัย 25 ปี ซึ่งไม่ใช้ลูกจ้างของสถานทูต แต่อาศัยอยู่ในอาคารที่พักเจ้าหน้าที่สถานทูต เช่นเดียวกับครอบครัวของเด็กหญิง เนื่องจากพ่อของเขาก็ทำงานที่นี่   ทั้งนี้คนร้ายฉวยโอกาสที่พ่อแม่ของเด็กหญิงไม่อยู่ ล่อลวงเธอไปที่ห้องพักของตัวเองและก่อเหตุข่มขืน เมื่อเด็กหญิงกลับถึงบ้านเธอก็เล่าให้แม่ฟัง แม่จึงพาลูกไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ซึ่งหมอยืนยันว่า มีการข่มขืนจริง   ล่าสุดโฆษกสถานทูตสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์จะให้ความร่วมมือในการสืบสวนของตำรวจอย่างเต็มที่  

 1,492

Top