ค้นหา :

ผลการค้นหา "ข่มขืนเด็ก"

ข่าวภูมิภาค
07 พ.ค. 62

รปภ.เมาหื่น หลอกขอเข้าห้องน้ำที่ห้องเช่าก่อนอุ้ม ด.ญ. 6 ขวบไปข่มขืน พ่อแม่เด็กมาเจอ อ้างแค่ลูบคลำ

ระยอง-พ่อแม่เด็กหญิงวัย 6 ขวบแจ้งความให้ ตร.ดำเนินคดี นายสมคิด เนาถึง อายุ 37 ปี ทำงานเป็น รปภ.บริษัทแห่งหนึ่ง ล่วงละเมิดเด็กหญิงวัย 6 ขวบ   โดยพ่อของเด็กเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสมคิด ได้มานั่งดื่มเหล้าขาวที่หน้าห้องแถว จนเกิดอาการมึนเมา และยังทำทีพูดขอ ด.ญ.เอ ไปเป็นลูกบุญธรรม แต่ตนปฏิเสธไป จนผ่านไปประมาณ 30 นาที นายสมคิด ได้ทำทีขอเข้าห้องน้ำ ขณะนั้นลูกสาวนั่งเล่นอยู่ในบ้านตามลำพัง โดยไม่คิดอะไร จนกระทั่งผิดสังเกตว่าทำไม นายสมคิด เข้าห้องน้ำนาน และเป็นจังหวะที่ภรรยาของนายสมคิด มาตามหา จึงเข้าไปดูในห้อง กลับไม่พบลูกสาวตนและนายสมคิด แต่พบว่าประตูหลังบ้านเปิดอยู่   จึงได้ชวนภรรยาเดินไปดูที่ห้องพักนายสมคิด ก็ได้ยินเสียงลูกสาว จึงรีบเคาะประตูห้อง พอประตูเปิดออกก็แทบช็อค พบลูกสาวอยู่ในสภาพเปลือย อยู่ภายในห้องน้ำ เมื่อลูกสาวเห็นตนจึงรีบวิ่งมาหา ระหว่างนั้นเห็น นายสมคิดนอนหน้าซีดอยู่บนที่นอน จึงสอบถามลูกก็บอกว่าถูก นายสมคิดปลุกปล้ำและใช้อวัยวะเพศสอดใส่เข้าไปด้วย พร้อมทั้งพยายามร้องให้พ่อแม่ช่วยแต่ไม่มีใครได้ยิน กระทั่งพ่อและแมามาพบดังกล่าว   ด้านนายสมคิดให้การว่า ได้อุ้ม ด.ญ.เอ ไปจริง เพราะมีอาการมึนเมาจนเกิดอารมณ์ทางเพศ แล้วพามาที่ห้องพักของตน แต่ตนแค่ลูบคลำเท่านั้นไม่ได้ทำอย่างอื่น เพราะเด็กร้องไห้จนกระทั่งพ่อแม่เด็กมาเคาะประตูเสียก่อน   ขณะที่ภรรยานายสมคิด บอกว่า รับไม่ได้กับการกระทำของสามี และขอให้ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมทั้งขอโทษพ่อและแม่ของ ด.ญ.เอ ด้วย กับการกระทำของสามี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนผู้เสียหายไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะส่งตัวไปตรวจร่างกายที่ รพ.ระยอง และจะประสานอัยการจังหวัดระยอง นักจิตวิทยาสงเคราะห์ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fg-MDoRdNU4

 39,441
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
07 พ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 7 พ.ค.62 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออก ณ สีหบัญชร

-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ให้พสกนิกรเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล โดยเปล่งเสียง ทรงพระเจริญดังกึกก้อง 'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จออกสีหบัญชร พสกนิกรเนืองแน่น พร้อมใจถวายพระพร "ทรงพระเจริญ" ดังกึกก้อง -พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จออกยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศในประเทศไทย รวม 235 คน จาก 130 ประเทศ เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะทูตานุทูต ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก  -ปชช.เนืองแน่นท้องสนามหลวงร่วมชมโดรน 300 ลำ แปรอักษรถวายราชสดุดีจักรีวงศ์ แบ่งขึ้นบินเป็น 2 ชุด 7 รูปแบบ รูปแผนที่ประเทศไทย ธงชาติไทย ช้าง ดอกราชพฤกษ์ คำว่าราชวงศ์จักร เลข ๑๐ ไทย พระปรมาภิไธยย่อ ภปร. พระบรมฉายาลักษณ์ ร.๑๐ และ คำว่าทรงพระเจริญ ด้าน วธ.และมท.พร้อมจัดมหรสพสมโภช 7 วันพร้อมกันทั่วประเทศ 22-28 พ.ค.ที่สนามหลวงและ 76 จังหวัด คลื่นพสกนิกรร่วมเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ชื่นชมพระบารมีในหลวง ร.๑๐ เสด็จออก ณ สีหบัญชร ตระการตา โดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ ถวายราชสดุดีจักรีวงศ์ เหนือท้องฟ้าสนามหลวง  -อุตุฯเตือนพายุฤดูร้อนเหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก โคราชเจอพายุถล่มเมือง โกลบอลเฮ้าส์หลังคาพังถล่มทับรถลูกค้าเสียหาย 20 คัน อุดรพายุถล่มหนองวัวซอ   -กกต.นัดประชุมช่วงสายวันนี้ ตรวจความเรียบร้อยครั้งสุดท้ายก่อนรับรอง ส.ส.เขตอย่างเป็นทางการ 95% และมีแนวโน้มรับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อบ่ายพรุ่งนี้ หลังศาล รธน.มีวินิจฉัยสูตรคำนวณ ส.ส. ด้านเรืองไกรขอให้ กกต.ชะลอรับรองไปก่อน และควรตรวจสอบข้อร้องเรียนหลายร้อยเรื่องให้เรียบร้อยก่อน จับตา กกต.จ่อรับรอง ส.ส.เขต 'เรืองไกร' ยื่นค้านขอให้ชะลอไปก่อน  -คารม พลพรกลาง ว่าที่ ส.ส.อนาคตใหม่ ตอบโต้วิษณุ หลังศาล รธน.มีคำสั่งให้นายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.อนาคตใหม่ ขาดคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง เนื่องจากถือหุ้นสื่อ ชี้ปัญหาถือหุ้นสื่อลามปามไปทุกพรรค ไม่ใช่แค่อนาคตใหม่ 'คารม อนาคตใหม่' โต้ 'วิษณุ' หวั่นปัญหาถือหุ้นสื่อลามทุกพรรค  -รมต.แห่ยื่นลาออกเตรียมไปเป็น สว.เกือบ 20 คน เหลือเพียง 10 กว่าคนอยู่ทำหน้าที่จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ วิป สนช.แนะสมาชิกเตรียมไปรับตำแหน่ง สว.ลาออกแต่เนิ่นๆ ปลอดภัยไว้ก่อน วงในคาด สนช.ลาออก 50-90 คน ลือ รมต.-สนช. แห่ลาออกเพียบจ่อนั่ง ส.ว. ผู้ตรวจการส่งตีความปมสรรหา -สรรพากรตั้งเป้าเก็บภาษีบุคคลธรรมดาเพิ่มอีก 2 แสนคน เป้าหมายหลักอยู่ที่ผู้ค้าออนไลน์และฟรีแลนซ์ เพื่อความเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีถูกต้อง จับตา กม.e-payment สรรพากรตั้งเป้ารีดภาษีเงินได้เพิ่ม 2 แสนราย มุ่งผู้ค้าออนไลน์-ฟรีแลนซ์  -เผยนาทีเครื่องบินแอโรฟลอต สายการบินแห่งชาติรัสเซีย กระแทกรันเวย์ขณะลงจอดฉุกเฉินสนามบินกรุงมอสโก เกิดไฟไหม้ที่ส่วนท้ายของเครื่อง ทำให้มีเสียชีวิตมากถึง 41 คน จากผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 78 คน มีคลิปภายในเครื่องบินที่ผู้โดยสารถ่ายไว้ขณะไฟลุกท่วม   ข้อมูลจากกล่องดำพบเครื่องบินถูกฟ้าผ่า หลังทะยานขึ้นฟ้าได้ไม่นาน ระบบการควบคุมอัตโนมัติใช้งานไม่ได้ ตัดขาดการสื่อสารกับภาคพื้นดิน ต้องลงจอดกะทันหัน ทำให้ไม่ทันจะปล่อยน้ำมันทิ้งก่อนลงจอดฉุกเฉิน ชี้สาเหตุที่มีผู้เสียชีวิตมาก เพราะมีผู้โดยสารพยายามหยิบสัมภาระลงมาด้วย จนกีดขวางทางเดินทางออกฉุกเฉินทำให้การอพยพล่าช้า นายกฯรัสเซียสั่งตรวจสอบตั้ง 3 ประเด็น นักบินขาดประสบการณ์ อุปกณณ์ขัดข้องและสภาพอากาศไม่ดี ผู้โดยสารอัดคลิประทึก ไฟลุกเครื่องบินรัสเซีย เสียชีวิต 41 ราย เหตุบางคนห่วงสัมภาระ ทำอพยพล่าช้า  -หนุ่มขับ GRAB หวิดดับ เจอผู้โดยสารในคราบโจร ลวงให้ไปส่งในที่เปลี่ยว จับปาดคอแทงไม่ยั้ง เจ้าตัวมีสติ หลอกให้โจรพาไปส่ง รพ.เสนอเงินให้ 1 แสน ก่อนให้ญาติช่วยจับส่ง ตร. สารภาพหาเงินไปใช้หนี้ แต่ยังให้การวกวน หนุ่มขับแกร็บหวิดดับ คนร้ายลวงปาดคอชิงทรัพย์ แต่ไหวพริบดีหลอกให้โจรพาส่ง รพ.เสนอเงิน 2 แสน แจ้งญาติล้อมจับ  -รวบไอ้หื่นหลอกขอเข้าห้องน้ำที่ห้องเช่าตั้งวงเหล้ากันอยู่ ก่อนอุ้มด.ญ.6ขวบลูกสาวเจ้าของห้องเช่า ไปข่มขืนในห้องตัวเอง พ่อแม่แทบช็อค เจอลูกในสภาพล่อนจ้อนลูกบอกถูกปล้ำ สารภาพเมาจนเกิดอารมณ์ อ้างแค่ลูบคลำเพราะเด็กร้องไห้และพ่อแม่มาเคาะประตูก่อน เมียผู้ต้องหารับไม่ได้ ขอให้ ตร.ดำเนินคดีสามี รปภ.เมาหื่น หลอกขอเข้าห้องน้ำที่ห้องเช่าก่อนอุ้ม ด.ญ. 6 ขวบไปข่มขืน พ่อแม่เด็กมาเจอ อ้างแค่ลูบคลำ -สาวลำพูนวัย 28 ลูกดก 6 คน ร่วมกับเพื่อนชาย ขี่ จยย.เข้าวัดลักทรัพย์ในย่ามหลวงตา ได้เงินไป 28,000 บาท ตร.จับได้ รับสารภาพมาขโมยวัดนี้เป็นครั้งที่ 2 อ้างหาเงินไปซื้อนมให้ลูกคนเล็กวัย 3 เดือน   -คืบหน้ากระบะขับตกร่องถนนมอเตอร์เวย์ โคราช ญาติข้อใจผู้รับเหมาไม่มีป้ายเตือน เตรียมเจรจาเรียกค่าเสียหาย ผู้รับเหมารีบนำแท่งแบริเออร์มากั้นไว้ ป้องกันเหตุซ้ำ ญาติโวยไม่มีป้ายเตือน ทำกระบะตกร่องมอเตอร์เวย์กำลังก่อสร้าง คนขับเจ็บ เตรียมฟ้องผู้รับเหมา    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/O6TnZRJ3yoU

 3,442
สังคม-อาชญากรรม
28 เม.ย. 62

ส่งตัวเด็กชายเหยื่อเจ้าของสวนยางส่ง รพ.ด่วน หลังปวดท้องอย่างรุนแรง ญาติเชื่อเป็นเรื่องใส่ร้ายกันเพราะครอบครัวเด็กเคยถูกขอให้ออกจากที่ดิน

จากกรณีนางหญิง (นามสมมติ) อายุ 52 ปี ชาวบ้านอยู่ ต.บางมะพร้าว อ.หลังสวน จ.ชุมพร ร้องเรียนผู้สื่อข่าว ลูกสาวอายุ 14 ปี กับหลานชายอายุ 9 ปี และหลานสาวอีก 2 คน อายุ 7 ขวบ อายุ 5 ขวบ ถูกนายสุรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี นายจ้างเจ้าของสวนยางพาราข่มขืนกระทำชำเรามานานต่อเนื่องหลายครั้ง จนเรื่องมาแดงขึ้นผู้ปกครองได้พาไปแจ้งความที่ สภ.ปากน้ำหลังสวน และจับกุม นายสุรินทร์มาดำเนินคดีแล้วได้รับการประกันตัวในชั้นศาลจังหวัดหลังสวน และออกมาข่มขู่คุกคามจนครอบครัวต้องอยู่กันอย่างหวาดผวาตามข่าวที่เสนอนั้น   เมื่อเวลา 13.00 น.วานนี้ (27 เม.ย.) นางวาสนา ปัจฉิมเพ็ชร รองนายกเหล่ากาชาดชุมพร / นางลีดี ศรีวิหค รองนายกเหล่ากาชาดชุมพร / นางสาววัลภา แก้วสวี พมจ.ชุมพร พร้อมด้วย คณะเหล่ากาชาดชุมพร ตำรวจ สภ.ปากน้ำหลังสวน ได้เดินทางไปเยี่ยมเพื่อหาวิธีการช่วยเหลือ ครอบครัวที่ประสพเหตุการณ์ในครั้งนี้ ซึ่งสภาพจิตใจของทุกคนในครอบครัว เริ่มดีขึ้นบ้างเล็กน้อย เด็กน้อยชายหญิง ทั้ง 3 คน ยังคงวิ่งเล่นในสวนมะพร้าวตามประสาเด็ก แต่ เด็กหญิงสวย อายุ 14 ปี ที่ถูกข่มขืน เมื่อเห็นคนจำนวนมาก เดินทางมาเยี่ยมที่บ้าน ยังคงออกอาการผวา วิ่งหนีเข้าไปในห้องปิดประตูแน่นหนา ไม่ยอมพบหน้าผู้คน   คณะของเหล่ากาชาด และ ตำรวจ สภ.ปากน้ำหลังสวน จนท.พม.จ.ชุมพร ได้สอบถามถึงความต้องการความช่วยเหลือ และเสนอการให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะทางด้านการเรียนหนังสือของ เด็กทั้ง 4 คน และ มอบสิ่งของเครื่องใช้ เงิน แก่ นางหญิง เพื่อไว้ใช้ในครอบครัว ทำให้ บุคคลในครอบครัวมีสีหน้าและแววตาที่อบอุ่น คลายความกังวลลงได้มาก   ในขณะที่คณะเหล่ากาชาดชุมพรกำลังจะเดินทางกลับ ด.ช. อายุ 9 ขวบ ที่ถูกข่มขืนทางทวารหนัก ได้เกิดอาการปวดภายในช่องท้องอย่างรุนแรง ถึงกับตัวงอบิดไปบิดมา อย่างทรมาน และส่งเสียงร้องไห้เสียงดัง สร้างความตื่นตระหนกแก่คณะ หลังจากสอบถามอาการเบื้องต้น จึงให้ ตำรวจสภ.ปากน้ำหลังสวน รีบนำขึ้นรถสายตรวจ พร้อมด้วย แม่ของ ด.ช.อ้วนที่เริ่มร้องไห้ด้วยความสงสารลูก นำตัวส่ง รพ.ปากน้ำหลังสวน เบื้องต้น คาดว่า ความเจ็บปวดภายในช่องท้องในครั้งนี้น่าจะเกิดจากผลกระทบที่เคยโดยข่มขืนทางทวารหนัก ซึ่งแพทย์จะได้ตรวจรักษา ต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Of6_0_y3FWM

 5,035
ข่าวภูมิภาค
26 เม.ย. 62

เจ้าของสวนยางโต้ แม่เด็กแค้นถูกไล่ที่ สร้างเรื่องโกหก 4 เด็กหญิง-ชายถูกทำอนาจาร

ชุมพร-จากกรณีแม่อายุ 52 ปี ร้องเรียนผู้สื่อข่าว ลูกสาวอายุ 14 ปี กับหลานชายอายุ 9 ปี และหลานสาวอีก 2 คน อายุ 7 ขวบ อายุ 5 ขวบ ถูกนายสุรินทร์ อายุ 50 ปี นายจ้างเจ้าของสวนยางพาราข่มขืนมานานต่อเนื่องหลายครั้ง จนเรื่องมาแดงขึ้นผู้ปกครองได้ไปแจ้งความที่ สภ.ปากน้ำหลังสวน และจับกุมนายสุรินทร์มาดำเนินคดีและได้รับการประกันตัวในชั้นศาลจังหวัดหลังสวน และออกมาคุกคามข่มขู่จนครอบครัวต้องอยู่กันอย่างหวาดผวาตามข่าวที่เสนอนั้น   ความคืบหน้า จนท.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยเด็กหญิงอายุ 14 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของนางหญิงที่ถูกข่มขื่นด้วย ไม่ยอมออกมาพบกับเจ้าหน้าที่ได้ปิดประตูห้องและเขียนข้อความในกระดาษติดไว้ที่ประตูห้องว่า “กูขอร้องอย่าเรียกกูได้ไหม อย่าเคาะอย่าเรียกกู อย่าผลัก ไม่ต้องถามอะไรมาก กูรำคาญ ดูอารมณ์กูด้วย แหกตาดู” ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็เคารพสิทธิ์ไม่เรียกออกมาพูดคุยด้วยแต่อย่างใด   ขณะที่เด็กชายวัย 10 ขวบ ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศกล่าวถึงเหตุการณ์ว่าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ก.พ.62 ตนถูกนายสุรินทร์ชักชวนให้ไปกินขนมที่ขนำในสวนยางพารา จากนั้นได้บังคับจับตนถอดกางเกงแล้วจับมือมือไพล่หลังกดคว่ำหน้าใช้อวัยวะเพศ สอดใส่ในช่องทวารหนักตนร้องไห้ก็ถูกมืออุดปาก   กระทั่งตอนเที่ยงจึงปล่อยตนกลับบ้านแล้วบังคับไม่ให้ไปบอกใคร ไม่เช่นนั้นจะฆ่าตากับยายที่ตนอยู่อาศัยด้วยให้ตาย ต่อมายังถูกนายสุรินทร์พาไปข่มขืนทางทวารหนักอีก 3-4 ครั้ง ขณะที่เด็กหญิงอายุ 7 ขวบ และ 5 ขวบ ก็บอกในลักษณะเดียวกันว่าถูกนายสุรินทร์พาไปล่วงละเมิดทางเพศในขนำในสวนยางพาราหลายครั้งเช่นกัน   ด้านเจ้าของสวนยางระบุว่า ไม่เคยทำอนาจารเด็กทั้ง 4 คนตามที่ถูกกล่าวหา แต่ถูกใส่ร้ายเพราะครอบครัวนี้โกรธแค้นตน ก่อนหน้านี้เคยสร้างบ้านในเขตพื้นที่ของตน แต่ตนไล่ให้ออกไปที่อื่น เพราะมีการชวนเพื่อนมามั่วสุม ทะเลาะกันที่บ้าน เมื่อตนเข้าไปตักเตือนก็โดนว่า ครอบครัวเด็กยังพูดท้าทายว่าเดี๋ยวเจอกันที่สถานตำรวจ   ต่อมาตำรวจมาแจ้งข้อหาทำร้ายเด็ก ซึ่งจนก็ยืนยันว่าไม่เคยทำ จากนั้นก็ได้รับหมายศาลคดีอนาจารเด็ก ตนขอยืนยันว่ารักเด็กทุกคนเหมือนลูก เพราะเห็นกันมาตั้งแต่เกิด ชี้เด็กชายพูดโกหก ที่อ้างว่าจนนำขนมไปล่อแล้วลวงไปล่วงละเมิดทางเพศ คาดถูกแม่เด็กสร้างเรื่อง และบังคับให้ลูกพูดโกหก   อย่างไรก็ตามทางตำรวจได้แจ้งข้อหากับเจ้าของสวนยาง ได้แก่ พรากผู้เยาว์ อนาจารและชำเราเด็ก ซึ่งก็ต้องขอเวลารวบรวมหลักฐาน เพราะเป็นเหตุที่เกิดขึ้นหลายปี และมีบางช่วงที่ครอบครัวนี้ย้ายออกจากพื้นที่ไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F8RGjefyxVo

 8,584
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
26 เม.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 26 เม.ย.62 พายุฤดูร้อนถล่มดอนเมือง-ธนาธรกลับถึงไทย-ฆ่าปาดคอ 3 ศพหนีหนี้

-มหาดไทยจัดพิธีปลูกต้นรวงผึ้ง ไม้มงคลประจำรัชกาลที่ 10 หนึ่งจังหวัดหนึ่งถนนเฉลิมพระเกียรติพร้อมกันทั่วประเทศ 29 เม.ย.2562 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ส่วนสถานทูต-สถานกลสุลใหญ่พร้อมนำคนไทยทั่วโลกร่วมถวายพระพรชัยมงคล และรับชมถ่ายทอดสดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพร้อมคนไทย   -พายุฤดูร้อนถล่มดอนเมือง กระทบเที่ยวบินกว่า 70 ไฟลท์ ผู้โดยสารตกค้างกว่า 3 พันคน ลมพัดบันไดชนปีกเครื่องบินนกแอร์ น้ำท่วมลานจอดรถหนัก รถติดขัดยาวหลายกิโล ม.เวสเทิร์น ปทุมฯพายุพัดกำแพงถล่มทับรถพังหลายคัน ที่โคราชหนุ่ม15เกือบตายหลบฝนใต้อาคาร จู่ๆอาคารเคยใช้ต้อนรับครม.สัญจรพังถล่ม อุตุฯเตือนพายุฤดูร้อน 53 จังหวัด ฟ้าผ่า-ลูกเห็บตก ส่วนอากาศร้อนจัด ลพบุรีสัปดาห์เดียว สังเวยร้อน 3 ศพ ลุงอายุ 66 ช็อกขาดน้ำดับ ดอนเมืองวุ่น พายุฤดูร้อนถล่ม เครื่องบินขึ้นลงไม่ได้ ผู้โดยสารตกค้างนับพัน อากาศร้อนจัด คร่าแล้ว 3 ศพ ที่ลพบุรี ลุงวัย 66 ขาดน้ำจนช็อกตายคาบ้าน   -ธนาธรเดินทางกลับจากยุโรปถึงสุวรรณภูมิ ท่ามกลางผู้สนับสนุนไปรอต้อนรับจำนวนมาก ตะโกนเชียร์ธนาธรสู้ๆ เจ้าตัวบอกเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ ไม่มีอะไรกังวล จะเป็นครั้งแรกที่เข้าไปชี้แจงกับ กกต.ด้วยตัวเอง ยันไม่ได้ทำอะไรผิด กระบวนการโอนหุ้นเป็นไปตามกม.และเรียบร้อยไปตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค.   มี จนท.กกต.หลายคนที่ทำงานตรงไปตรงมา หวังว่ากกต.จะมองเห็นว่าการทำงานที่บริสูทธิ์ยุติธรรมจะช่วยเดินหน้าประเทศได้ มั่นใจใบส้มใช้กับตนไม่ได้ ส่วนวันโอนหุ้น 8 ม.ค.ยังหาเสียงที่บุรีรัมย์ ไม่มีใครมีหลักฐานเลยว่าบ่ายวันนั้น ตนอยู่ที่ไหน ถ้ายังเดินหาเสียงที่บุรีรัมย์ก็ต้องมีภาพออกมาแล้ว มั่นใจสามารถชี้แจงได้ เชื่อที่กกต.พยายามเอาผิดเพราะมีแรงกดดัน   ด้านโฆษกพรรคอนาคตใหม่บอก ธนาธรจะเข้าไปชี้แจงกับ กกต.บ่าย 29 เม.ย.เพื่อให้ทัยตามเวลาที่กำหนด ไม่กังวลเพราะเชื่อว่าไม่มีมูลความผิด แต่ถ้าหากได้ใบส้มจริง ธนาธรยินดีทำงานนอกสภา แต่ตอนนี้ขอต่อสู้ให้ถึงที่สุด 'ธนาธร' ไม่กังวลชี้แจง กกต. ยันโอนหุ้นสื่อถูกต้อง "มั่นใจไม่มีอะไรมาเอาผิดเราได้"   -พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี แจงกระแสข่าวลาออกจากอนุกรรมการ กกต. กรณีสืบสวนหุ้นธนาธร เพราะลือว่าที่ประชุม กกต.พยายามกดดันให้แจกใบส้มธนาธร เจ้าตัวไม่ขอพูดสาเหตุลาออก เพราะไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งในหน่วยงาน ตอนนี้ยังไม่ได้ลาออกเป็นทางการ อนาคตอาจเปลี่ยนใจไม่ลาออก เพราะที่ประชุมได้ทบทวนประเด็นที่ตนโต้แย้งแล้ว 'ยุทธนา' ปัดโดน กกต.กดดันมติแจกใบส้ม 'ธนาธร' แย้มอาจเปลี่ยนใจไม่ลาออก   -สรรพากรจ่อออกประกาศฉบับใหม่ ใช้อำนาจสั่งธนาคารส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ทุกบัญชีแก่สรรพากร โดยไม่ต้องให้ผู้ฝากเงินแสดงความยินยอม หากรวมทุกบัญชี ทุกธนาคาร ดอกเบี้ยไม่ถึง 2 หมื่น/ปี ไม่เก็บภาษี แต่ถ้ารวมแล้วเกิน 2 มหื่น ส่งให้แบงก์เก็บภาษีหัก ณ ที่จ่ายส่งสรรพากร   ส่วนเจ้าของบัญชีไม่ต้องการให้แบงก์ส่งข้อมูลให้สรรพากร ต้องไปแจ้งความประสงค์ที่ธนาคารและยอมให้แบงก์หักภาษีเงินฝากทุกกรณีตั้งแต่ดอกเบี้ยบาทแรก สมาคมธนาคารไทยยันส่งข้อมูลให้สรรพากรไม่ขัด กม.เพราะส่งเฉพาะข้อมูลดอกเบี้ยไม่ใช่เงินฝากทั้งหมด สรรพากรปรับใหม่ ดึงข้อมูลดอกเบี้ยโดยตรงจากแบงก์ คนส่วนใหญ่แค่อยู่เฉยๆ - หากไม่ยินยอมต้องไปแจ้ง   -ฆ่าปาดคอ 3 ศพหนีหนี้ท่วม เมีย-ลูกชาย 2 ขวบและ 5 ขวบเสียชีวิต ก่อนใช้มีดแทงตัวเองตามหนีความผิด แต่เจ็บสาหัส พบเป็นเจ้าของร้านติดตั้งเครื่องเสียง กู้เงินนอกระบบผ่อนดอกวันละ 8 พัน ญาติเผยเจ้าหนี้โทรมาทวง ขอผลัดไปก่อนแต่เขาไม่ยอม เจ้าหนี้บอกจะฆ่าตัวตายก็ให้ฆ่าไปเลย ตร.เร่งหาตัวเจ้าหนี้มาสอบสวน หนุ่มเครียดฆ่าปาดคอยกครัวหนีหนี้ สลด เมีย-ลูกดับ 3 ศพ ตัวเองสาหัส แฉต้องจ่ายดอกวันละ 8 พัน   -เถ้าแก่สวนยางหื่น ข่มขืน 4 พี่น้อง 3 ด.ญ. 1 ด.ช.ครอบครัวเดียวกัน ข่มขืนมาราธอนหลายปี ผวาหนักนอนละเมอหวาดกลัว ด.ญ.14 ติดป้ายหน้าประตูขออย่าเรียกอย่าถามไม่ยอมพบปะคน ด.ช.9ขวบบอกใช้ขนมล่อเข้าขนำ ใช้มืออุดปาก จับกดล่วงละเมิด หลังแจ้งความถูกญาติผู้ต้องหาข่มขู่ พ่อชักอัมพฤกษ์กำเริบ ด้านเถ้าแก่สวนยางปฏิเสธ บอกเป็นเรื่องเข้าใจผิด รักเด็กเหมือนลูกแต่ถูกแม่เด็กใส่ร้าย เบื้องต้นตั้ง 4 ข้อหา พรากผู้เยาว์ อนาจาร ชำเราเด็ก เจ้าของสวนยางโต้ แม่เด็กแค้นถูกไล่ที่ สร้างเรื่องโกหก 4 เด็กหญิง-ชายถูกทำอนาจาร   -จับแล้วไอ้ตั้มพร้อมกิ๊กสาว ยิงหัวน้องเอ๋ยแฟนสาววัย 22 ปี กลางคอนโดเมืองขอนแก่น หลังวงจรปิดมัดอุ้มศพลงมา ก่อนเอาขึ้น จยย.ไปทิ้งน้ำอำพราง เจ้าตัวถูกจับที่ตราด ส่วนกิ๊กสาวถูกจับที่ปราจีนฯ ปมเหตุเมาแล้วทะเลาะกันแล้วหึง ที่ผู้ตายไปถ่ายเซลฟี่กับหนุ่มอื่นต่อหน้าต่อตา แถมระแวงไปแจ้งตร.ว่าตัวเองไปพัวพันยาเสพติด แม่คนตายยันเอาเรื่องถึงที่สุด จับ 'ไอ้ตั้ม' พร้อมกิ๊กสาว ยิงหัว 'น้องเอ๋ย' ทิ้งศพอำพราง เหตุหึงหวง-หลอนกลัวผู้ตายแจ้งตร.เอี่ยวค้ายา   -สองสามีภรรยาสูงวัยชาวอเมริกัน เปิดห้องพักโรงแรมกลางเมืองเชียงใหม่ ใช้ถุงคลุมหัวรมแก๊สฆ่าตัวตายพร้อมกัน ก่อนหน้าบ่นกับพนักงานโรงแรมว่า ลูกหลานไม่สนใจ น้อยใจที่ปล่อยให้อยู่ตามลำพัง   -นศ.เอแบคตกคอนโดชั้น 6 ดับ รปภ.เห็นขับรถเข้ามาจอด รุ่งเช้ากลายเป็นศพหลังตึก คนดูแลหอระบุเพิ่งเข้าพักได้ 3 เดือน มีปัญหาจ่ายค่าห้องไม่ตรง ล่าสุดมาขอผลัด คาดอาจเครียดจึงโดดจากดาดฟ้าลงมา แต่ยังไม่ทิ้งปมฆาตกรรม หลังพบพิรุธมือถือหาย   -จับแล้วเพื่อนร่วมห้องทำร้ายนักโทษคาเรือนจำศรีสะเกษ เจ้าตัวอ้างไม่ได้ทำ แต่ ตร.ยันหลักฐานชัด ไม่ผิดตัว อธิบดีกรมราชทัณฑ์ขอโทษญาติผู้ตาย ทั้งหมดเป็นความบกพร่องของกรมราชทัณฑ์ แม่คนตายมั่นใจคนทำมีมากกว่า 1 คนเร่งจับให้ครบ   -อาแค้น หลานท้องโดนกระทืบจนแท้ง ช้ำในเสียชีวิต โพสต์คลิปหลานถูกกระทำแถมครอบครัวเพิ่งรู้ หลานป่วยเป็นมะเร็ง ฝากคนทำดูละครกรงกรรมไว้เยอะๆ คลิปสาวท้องป่วยมะเร็ง โดนกระทืบจนแท้ง-ช้ำในตาย ญาติฝากคู่กรณี "ดูกรงกรรมเยอะๆนะ"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rU6ctkvixqw

 3,016
ข่าวภูมิภาค
25 เม.ย. 62

สลด เด็กชาย-หญิง 4 คน ถูกเจ้าของสวนยางล่วงละเมิด ถูกจับแล้วได้ประกันตัว ยังมาขู่ฆ่าเหยื่อ

ชุมพร-นางหญิง อายุ 52 ปี เปิดเผยถึงเหตุการณ์น่ารันทดใจ เมื่อ ลูกสาว หลานชาย และหลานสาว รวม 4 คน อายุตั้งแต่ 6 ขวบ ถึง 14 ปี ถูกชายในหมู่บ้านข่มขืนมาราธอน ไปแจ้งตำรวจให้ดำเนินคดี แต่ผู้ต้องหาได้ประกันตัว ออกมาเที่ยวข่มขู่ฆ่าคนในครอบครัว   โดยนางหญิงเล่าว่า ครอบครัวย้ายมาจาก จ.สกลนคร เมื่อปี พ.ศ. 2550 มีลูกชายและลูกสาวอายุ 2 ขวบ มารับจ้างกรีดยางพารา ใน อ.สวี จนได้รู้จักกับนายริน (ขอสงวนนามสกุล) อายุประมาณ 50 ปี เจ้าของสวนยางพารา ที่ดูเป็นคนดีใจบุญ ชอบช่วยเหลือครอบครัว ให้ความรักความเอ็นดู ลูกสาวของตนเสมอ   ต่อมาได้ชักชวนให้มาสร้างบ้านอยู่ในสวนยางพารา ในพื้นที่ ต.บางมะพร้าว อ.หลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งเป็นของนายริน ตนและสามีได้เก็บเงินจนสร้างบ้านเสร็จ ส่วนนายริน มักจะมาพา ด.ญ.สวย ลูกสาวไปอุ้มเล่น จนเติบโตเป็นสาว ก็เริ่มถูกเมียนายรินด่าอย่างรุนแรงว่าส่งลูกสาวให้ไปเป็นเมียนายริน สอบถามลูกสาวก็ไม่ยอมพูดอะไร จนถูกเมียของนายรินอาละวาดหนักขึ้น   ผ่านไปหลายปี ลูกสาวอายุได้ 14 ปี ได้ชี้หน้านายรินว่าได้สร้างตราบาปให้ ทำเอาทั้งนางหญิงและสามีช็อกล้มป่วย สามีถึงกับเป็นอัมพฤกษ์ โดยนายรินได้มาขอเคลียร์ด้วยเงิน 2 หมื่น ก็จำยอมต้องรับ เพราะเป็นคนต่างถิ่นมาอาศัยแผ่นดินเค้าอยู่ และคอยระวังไม่ให้ลูกสาวถูกรังแก   กระทั่งเมื่อเดือน ก.พ.62 สังเกตเห็น ด.ช.หล่อ อายุ 10 ปี เดินผิดปกติ คาดคั้นจนได้ความจริง ว่าถูกนายรินล่วงละเมิดทางเพศ และยังมี ด.ญ.อ้วน อายุ 9 ขวบ และด.ญ.ดำ อายุ 6 ขวบ ก็ถูกล่วงละเมิดทางเพศเช่นกัน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นต่างวันเวลา และหลายครั้ง   จึงไปแจ้งความที่ สภ.ปากน้ำหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งความ และส่งตัวเด็กไปตรวจที่ รพ.หลังสวน ถึงกับตกตะลึง พบว่าลูกสาววัย 14 ปี มีอาการติดเชื้อในช่องคลอด และปวดท้องอย่างรุนแรง ส่วน ด.ช.หล่อ อายุ 10 ขวบ มีร่องรอยทั้งคราบวาสลิน และครีม ในช่องทวารหนัก ส่วนหลานสาวอีกสองคนมีร่องรอยที่อวัยะเพศ ต้องให้แพทย์รักษา จึงตัดสินใจย้ายบ้านพักมาอาศัยที่ดินของผู้นำท้องถิ่น ในขณะที่ตำรวจได้จับกุมนายรินไปดำเนินคดี แต่ได้รับการประกันตัวออกมา   หลังจากนั้นคนในครอบครัวจะถูกขู่ฆ่า จากญาติของนายริน ทั้งส่งคลิปเสียงทางเน็ต ที่หนักที่สุดเมื่อสามวันที่ผ่านมาได้มีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่ง ขับรถตู้เข้ามาในหมู่บ้านนำภาพถ่ายของเด็กๆ ทั้งหมด มาสอบถามร้านค้า ในหมู่บ้านถึง 2 ร้านว่า รู้จัก เด็กเหล่านี้ไหม ด้วยความหวาดกลัว และเป็นครอบครัวที่ยากจนไม่รู้จะสู้รบตบมือ กับตระกูลของนายรินที่มีฐานะร่ำรวย และ มีอิทธิพลในท้องถิ่นมากได้อย่างไร จึงต้องพึ่งสื่อ และไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดกับครอบครัวของใครอีก   ด้าน พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลป์ชัย ผบก.ตร.ชุมพร ได้รีบเดินทางมายัง สภ.ปากน้ำหลังสวน พร้อมทั้งขอดูสำนวนคดี แต่ยังไม่พอใจได้สั่งการให้ตำรวจเจ้าของคดีนำสำนวนไปพบ ที่กองบังคับการในวันนี้ (25 เม.ย.) เพื่อดำเนินคดีอย่างหนักแก่ นายริน และจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนา เพื่อให้ศาลลงโทษ   ส่วนการข่มขู่ผู้เสียหายจะได้ให้ ผกก. สภ.ปากน้ำหลังสวน ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป พล.ต.สหรัฐ กล่าวว่า รู้สึกตกใจมากที่มีเรื่องอย่างนี้ใน จ.ชุมพร ไม่นึกว่าจะมีคนชั่วช้าก่อเหตุอย่างนี้กับเด็กๆ ตนยอมไม่ได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6a22Vga18-4

 10,980
สังคม-อาชญากรรม
24 เม.ย. 62

รอตรวจ dna ชายวัย 52 ข่มขืน ด.ญ.5 ขวบ คาดเป็นลูกแท้ๆ ญาติอ้างเป็นคนดี แต่ป่วยทางจิต

ความคืบหน้ากรณี ตร.สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา จับกุมนางสาวศุภลักษณ์ ผาสุข อายุ 28 ปี  แม่ของเด็กหญิงบี (นามสมมติ ) อายุ 5 ปี และนายวินัย พรหมทองสุข อายุ 52 ปี และ 2 ผู้ต้องหาในคดีกระทำชำเราเด็ก   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (23 เม.ย.) ตำรวจควบคุมตัวแม่เด็กและนายนัย ชายที่ก่อเหตุ ไปฝากขังพร้อมคัดค้านการประกันตัว โดยตั้งแต่ช่วงเช้าตำรวจสอบปากคำแม่อย่างเคร่งเครียด ทันทีที่สอบปากคำเสร็จ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนางสาวศุภลักษณ์ ได้แต่ยิ้มก่อนเดินเข้าห้องขังไป   พอช่วงบ่ายตำรวจควบคุมตัวจากห้องขังไปฝากขังที่ศาล จ.ฉะเชิงเทรา นายนัยเดินก้มหน้า กล่าวสั้นๆกับสื่อว่า ผมสนิทกับแม่เด็ก ส่วนเรื่องเด็กเป็นลูกหรือไม่ ยังไม่ยืนยันขอตรวจดีเอ็นเอก่อน จากนี้ไปก็ขอให้ภรรยาดูแลครอบครัว และเป็นห่วงพ่อที่ป่วยติดเตียงรักษาตัวที่บ้าน เมื่อถามว่าทำอนาจารเด็กจริงหรือไม่ นายนัยไม่ตอบได้แต่ก้มหน้า   พนักงานสอบสวน สอบปากคำแม่ของเด็ก และนายนัย โดยนายนัยให้การว่า มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแม่เด็กบ่อยครั้ง และบางครั้งที่กอดเด็ก ก็มีความรู้สึกทางเพศ จึงกระทำอนาจาร และเงินที่ให้แม่เด็กใช้ ไม่ใช่การขายบริการเด็ก แต่เป็นเงินที่ช่วยเหลือแม่และเด็ก ไว้ใช้จ่ายเป็นรายอาทิตย์   ส่วนตัวแม่เด็กระบุว่า ลูกสาวเป็นลูกที่เกิดจากนายนัย เพราะตอนที่คบหากับนายนัยเมื่อปี 2552 ไม่เคยมีสัมพันธ์กับคนอื่น จนต้องท้องก็ขาดการติดต่อไป และบอกกับนายนัยเสมอว่าลูกสาวคือลูกนายนัย แต่นายนัยไม่เชื่อ และทุกวันนี้เด็กก็เรียกนายนัยว่าพ่อ   ทางด้านญาตินายนัย ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ครอบครัวรู้สึกตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทางครอบครัวรู้ว่านายนัยเจ้าชู้ และเคยมีสัมพันธ์กับแม่ของเด็ก แต่ไม่เคยรู้ว่ากระทำกับเด็ก ซึ่งนายนัย มีอาการป่วยทางจิตเวช รักษาตัวที่โรงพยาบาลมาหลายปี ที่ผ่านมา เป็นคนดี รักครอบครัว เป็นคนขยันทำมาหากิน ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสีย อยากขอสังคมให้ความเป็นธรรมด้วย   ด้านพ่อของนางศุภลักษณ์ หรือตาของเด็กหญิง เชื่อว่าหลานสาวเป็นลูกของนายนัย เพราะก่อนที่ลูกสาวจะตั้งท้องก็คบหากับนายนัยมาก่อน และช่วงที่ท้องนายนัยก็ทิ้งไป ตนสอบถามลูกแล้วลูกยืนยันว่าหลานเป็นลูกนายนัย และมาช่วง5-6เดือนที่ผ่านมา นายนัยก็กลับมาดูแลลูกสาวและหลาน   ทั้งซื้อจักรยาน เครื่องซักผ้า และให้เงินใช้ทุกอาทิตย์ จะขี่รถกระบะมาหา ตนก็เห็นมีความสุขดี ไม่เคยคิดว่าจะมีการกระทำอนาจารกับหลานได้ หากตนรู้จะฆ่าทั้งสองทิ้ง รับไม่ได้กับพฤติกรรมแบบนี้ เกินมนุษย์ จากนี้ก็จะขัดตัดขาดกับลูกสาวตลอดชีวิต หากพ้นคุกมาก็ไม่ต้องกลับมาที่บ้านอีก ส่วนตัวหลานนั้น ตนอยากรับกลับมาดูแล แต่ก็มีฐานะยากจน ตอนนี้รู้สึกสงสารหลานอย่างมากต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้   ทางด้านกลุ่มชาวบ้านในหมู่บ้านพอทราบข่าวก็รับไม่ได้กับพฤติกรรมของแม่เด็กและนายนัย และสงสารเด็กหญิงบีซึ่งเป็นเด็กสดใส ร่างเริงคุยเก่ง ที่ผ่านมาแม่ของเด็ก ไม่มีอาชีพ ทำงานรับจ้างในวงปี่พาทย์ ตามงานศพ ไปที่ไหนก็จะพาลูกไปด้วยตลอด ส่วนเรื่องคบกับนายนัยนั้น ชาวบ้านก็รู้ แต่ไม่มีใครกล้ายุ่ง และไม่คิดว่าเห็นรถกระบะมารับแม่และลูกไปข้างนอก จะเป็นการรับเด็กไปกระทำอนาจาร   สำหรับเด็กหญิงบี ขณะนี้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ พม.ประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยน้องบีอาการปลอดภัย และร่าเริงปกติ เจ้าหน้าที่และทีมแพทย์คอยติดตามอาการใกล้ชิด ไม่ให้กระทบกระเทือนจิตใจของเด็ก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xY08uOu9shI

 15,582
สังคม-อาชญากรรม
23 เม.ย. 62

สะเทือนใจซ้ำ คาดหนุ่มใหญ่ที่แม่ ด.ญ. 5 ขวบ พาไปให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย เป็นพ่อแท้ๆ ของเด็ก

จากกรณี น.ส.ศุภลักษณ์ อายุ 28 ปี แม่แท้ๆ ของ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) วัย 5 ขวบ ที่ถูกพาไปขายบริการให้กับนายวินัย อายุ 52 แลกกับเงิน 200-300 บาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น    ความคืบหน้าวันที่ 23 เม.ย. 62 ตำรวจ สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ได้สอบปากคำแม่ของเด็กตลอดทั้งคืน ก่อนที่ช่วงบ่ายจะคุมตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดฉะเชิงเทราฝากขัง และคัดค้านการประกันตัว     ทั้งนี้ จากการสอบปากคำนายวินัย พบว่า ได้แอบคบหาดูใจกับแม่ของเด็กมาตั้งแต่ปี 2552 ต่อมาฝ่ายหญิงได้มีลูก และคาดว่าเป็นลูกของฝ่ายชายด้วย โดย น.ส.ศุภลักษณ์ แม่ของเด็กก็มั่นใจ เพราะไม่เคยมีสัมพันธ์กับคนอื่น ทุกครั้งเมื่อฝ่ายชายมาเยี่ยม ก็ได้เข้าไปกอด ด.ญ.เอ จนเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงได้มีเพศสัมพันธ์กับ ด.ญ.เอ และ น.ส.ศุภลักษณ์ หลังจากนั้นก็จะมีการนัดเจอกันเรื่อยมา   ส่วนกรณีที่ให้เงินครั้งละ 200-300 บาทนั้น เนื่องจากสงสาร ด.ญ.เอ กับ น.ส.ศุภลักษณ์ เนื่องจากต้องการเลี้ยงดู แต่ตนเองมีครอบครัวแล้วจึงไม่สามารถมาอยู่ด้วยกันได้ โดยจะให้เงินทุกครั้งที่นัดมาเจอกัน อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง หลังจากมีเพศสัมพันธ์กัน    นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัตินายวินัย พบว่ามีประวัติการรักษาทางจิตเวช เมื่อปี 2558 เนื่องจากมีอาการหมกหมุ่นทางจิต แต่ตำรวจมั่นใจว่าไม่สามารถนำมาต่อสู้ได้เพราะขณะเกิดเหตุฝ่ายชายมีสติสัมปชัญญะครบทุกอย่าง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง แม่พาลูกสาว 5 ขวบ เร่ขายบริการชายวัย 52 แลกเงินไม่กี่ร้อย ตร.บุกจับขณะล่วงละเมิดทางเพศท้ายรถกระบะ      

 35,806
ข่าวภูมิภาค
23 เม.ย. 62

แม่พาลูกสาว 5 ขวบ เร่ขายบริการชายวัย 52 แลกเงินไม่กี่ร้อย ตร.บุกจับขณะล่วงละเมิดทางเพศท้ายรถกระบะ

ฉะเชิงเทรา-ตำรวจจับกุม นางสาวศุภลักษณ์ ผาสุข อายุ 28 ปี แม่ของ ด.ญ.เอ (นามสมมติ ) อายุ 5 ปี และนายวินัย พรหมทองสุข อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาในคดีกระทำชำเรา ด.ญ.เอ (นามสมมติ)   โดยชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เห็นพฤติกรรมของนายวินัย และนางสาวศุภลักษณ์ มานานแรมปี แต่ก็ไม่มั่นใจและไม่คิดว่าคนเป็นแม่จะกล้าทำแบบนี้ จนชาวบ้านมั่นใจว่า ด.ญ.เอ ถูกนายวินัยกระทำอนาจารจริง จริงร้องขอความช่วยเหลือไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา   ก่อนชุดสืบสวนตำรวจภูธรพนมสารคาม จะลงพื้นที่หาข่าวจนมั่นใจ ว่านางสาวศุภลักษณ์ จะนำ ด.ญ.เอ ซึ่งเป็นลูกสาว มาขายบริการทางเพศให้กับนายวินัย ในราคา 200-300 บาท ในทุกวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังกับทหารชุดรักษาความสงบประจำอำเภอพนมสารคาม , ฝ่ายปกครองและพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา บุกรวบ 2 ผู้ต้องหาและช่วย ด.ญ.เอ วัย 5 ปี เมื่อเวลาประมาณ 19.40 น. คืนวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา   โดยเจ้าหน้าที่พบนายวินัยนั่งอยู่ท้ายรถ ในสภาพนุ่งกางเกงแต่ซิปและตะขอกางเกงหลุดออก ส่วน ด.ญ.เอ นอนอยู่ท้ายรถกระบะ ไม่สวมใส่กางเกงใน โดยมีผ้าห่มคลุมอยู่ จึงได้ควบคุมตัวนายวินัย พร้อมของกลางที่อยู่บริเวณด้านท้ายรถยนต์กระบะ   นายวินัย ผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพว่า ล่วงละเมิดทางเพศ ด.ญ.เอ จริง โดยใช้อวัยวะเพศสอดใส่เข้าไปในช่องทวารหนักทุกครั้ง แต่บางครั้งก็จะใช้อวัยวะเพศชายปลอมแทน โดยมีนางสาวศุภลักษณ์ ซึ่งเป็นแม่ของเด็กพามาส่งในซอยเปลี่ยวนี้ หรือบางครั้งก็จะนัดแนะพากันไปที่โรงแรม ซึ่งหลังเสร็จกิจก็จะให้เงินหรือสิ่งของเป็นการตอบแทน ผู้ต้องหายังเผยอีกว่าตนเอง ได้รู้จักกับนางสาวศุภลักษณ์ แม่ของ ด.ญ.เอ มานานหลายปีและก็คบกันในเชิงชู้สาวโดยไม่มีใครรู้จนมาถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจจับกุมตัวได้   เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ศุภลักษณ์ ผาสุข แม่ของ ด.ญ.เอ ในข้อหาการค้ามนุษย์ กระทำความผิดฐาน เป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่ายพามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยว กักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ้งบุคลคลใด โดยข่มขู่ ใช้กำลัง บังคับ ลักพาตัว ฉ้อฉล หลอกลวง ใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือโดยให้เงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นแก่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลบุคคลนั้น เพื่อให้ปกครองหรือผู้ดูและให้ความยินยอมแก่ผู้กระทำความผิดในการแสวงหาประโยชน์จากบุคคลที่ตนดูแล   ส่วนนายวินัย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหา กระทำความผิดฐาน กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช้ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช้ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้นำตัว ด.ญ.เอ ออกนอกพื้น เพื่อที่ไปดูแลรักษาเยี่ยวยาสภาพจิตใจต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nizurIck0OU

 9,910
ข่าวภูมิภาค
22 เม.ย. 62

สลด แม่แท้ๆ พาลูกสาววัย 5 ขวบ ขายบริการ แลกกับเงิน 200

วันที่ 22 เม.ย. 62 เมื่อเวลา 12.30 น. ที่สถานีตำรวจภูธรพนมสารคาม นายประสงค์ คงเคารพธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกรียงไกร บุญซ้อน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา,พ.ต.อ.สุพล แสงทอง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพนมสารคาม ร่วมแถลงผล หลังทำการจับกุมหญิงอายุ 28 ปี แม่ของ ด.ญ. เอ (นามสมมุติ ) อายุ 5 ปี และนายวินัย พรหมทองสุข อายุ 52 ปี และ 2 ผู้ต้องหาในคดีกระทำชำเรา ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) พร้อมของกลาง อวัยวะเพศชายปลอม, สารหล่อลื่น, และผ้าที่ผู้ต้องหาใช้ปูนอนในการทำอนาจาร    พ.ต.อ.เกรียงไกร บุญซ้อน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า คดีดังกล่าว ชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เห็นพฤติกรรมของนายวินัย และ แม่ของ ด.ญ. เอ มานานแรมปี แต่ก็ไม่มั่นใจและไม่คิดว่าคนเป็นแม่จะกล้าทำแบบนี้    จนชาวบ้านมั่นใจว่า ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) ถูกนายวินัยกระทำอนาจารจริง จึงร้องขอความช่วยเหลือไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนชุดสืบสวนตำรวจภูธรพนมสารคาม จะลงพื้นที่หาข่าวจนมั่นใจ แม่ของ ด.ญ. เอ จะนำลูกสาวมาขายบริการทางเพศให้กับนายวินัย ในราคา 200-300 บาท ในทุกวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังกับทหารชุดรักษาความสงบประจำอำเภอพนมสารคาม, ฝ่ายปกครองและพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา บุกรวบ 2 ผู้ต้องหาและช่วยเด็กหญิง เอ วัย 5 ปี เมื่อเวลา ประมาณ 19.40 น. คืนวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา   เมื่อ ร.ต.อดิพงษ์ สิงขรณ์ หัวหน้าชุดทหารชุดรักษาความสงบเรียบร้อย และ ส.อ.ประเสริฐ โคงาม ทหารชุดรักษาความสงบเรียบร้อบและเจ้าหน้าที่เข้าไปถึงที่เกิดเหตุ ภายในซอยเปลี่ยวหมู่บ้านแหลมไผ่ศรี พื้นที่ ม.3 ต.หนองยาว อ.พนมสารคามฉะเชิงเทรา บริเวณท้ายรถยนต์กระบะ พบนายวินัยนั่งอยู่ท้ายรถ ในสภาพนุ่งกางเกงแต่ซิบและตะขอกางเกงหลุดออก ส่วน ดญ.เอ นอนอยู่ท้ายรถกระบะ ไม่สวมใส่กางเกงใน โดยมีผ้าห่มคลุมอยู่ จึงได้ควบคุมตัวนายวินัยไว้พร้อมของกลาง   นายวินัย ผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพว่า ล่วงละเมิดทางเพศ ด.ญ.เอ จริง โดยใช้อวัยวะเพศสอดใส่เข้าไปในช่องทวารหนักทุกครั้ง แต่บางครั้งก็จะใช้อวัยวะเพศชายปลอมแทน โดยมีแม่ของเด็ก พามาส่งในซอยเปลี่ยวนี้ หรือบางครั้งก็จะนัดแนะพากันไปที่โรงแรม ซึ่งหลังเสร็จกิจก็จะให้เงินหรือสิ่งของเป็นการตอบแทน ผู้ต้องหายังเผยอีกว่าตนเอง ได้รู้จักกับแม่ของ ด.ญ.เอ มานานหลายปี และก็คบกันในเชิงชู้สาวโดยไม่มีใครรู้ จนมาถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจจับกุมตัวได้    เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ แจ้งข้อกล่าวหาแม่ของ ด.ญ.เอ ในข้อหาการค้ามนุษย์ กระทำความผิดฐาน เป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่ายพามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยว กักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ้งบุคลคลใด โดยข่มขู่ ใช้กำลัง บังคับ ลักพาตัว ฉ้อฉล หลอกลวง ใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือโดยให้เงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นแก่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลบุคคลนั้น เพื่อให้ปกครองหรือผู้ดูและให้ความยินยอมแก่ผู้กระทำความผิดในการแสวงหาประโยชน์จากบุคคลที่ตนดูแล    ส่วนนายวินัย พรหมทองสุข ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหา กระทำความผิดฐาน กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช้ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน ๑๕ ปี ซึ่งมิใช้ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม    โดยเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้นำตัว ด.ญ.ออกนอกพื้นที่ เพื่อที่ไปดูแลรักษาเยี่ยวยาสภาพจิตใจต่อไป  

 45,322
ข่าวภูมิภาค
09 เม.ย. 62

จับชายวัย 58 ปีข่มขืนหลานสาว 5 ขวบ เด็กเจ็บทนไม่ไหวบอกยาย สารภาพทำมา 5 ครั้ง บอกทำไปเพราะหน้ามืด

ลำปาง-ตำรวจ สภ.ห้างฉัตร เข้าควบคุมตัวนายพิชัย ปันทะวังกันยา อายุ 58 ปี หลังก่อเหตุล่วงละเมิดและข่มขืนเด็กหญิงน้ำ (นามสมมติ) อายุ 5 ขวบ โดยเด็กอยู่ในช่วงปิดเทอมจึงไปอยู่กับยาย   ในช่วงเย็นของทุกวันยายจะไปตลาดเพื่อซื้อกับข้าว ซึ่งจะพาเด็กหญิงน้ำ ไปฝากไว้กับนายพิชัย ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน และเป็นตาของเด็ก หลังจากยายกลับมาจากตลาด ก็จะมารับหลานกลับบ้าน แต่เด็กหญิงมักจะบ่นเสมอว่าเจ็บบริเวณอวัยวะเพศ เมื่อเปิดออกดูก็จะพบรอยบวม ช้ำแดงจึงนำยามาใส่ให้ และไม่ได้สงสัยอะไรคิดว่าหลานอาจซุกซน วิ่งไปชนอะไร                  จนกระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา นำหลานไปฝากไว้กับนายพิชัยอีกครั้ง และมารับในช่วงเย็นของวันดังกล่าว ซึ่งเมื่อรับกลับมาถึงบ้าน หลานก็บ่นว่าเจ็บที่อวัยวะเพศอีก เมื่อเปิดออกดูก็พบรอยแดงช้ำ และมีเลือดซึมออกมา สอบถามเล่าว่าถูกนายพิชัยจับแก้ผ้า และนำอวัยวะเพศมายัดใส่บริเวณช่องคลอด ซึ่งทำมาแล้วหลายครั้ง จึงรีบพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลลำปาง ซึ่งแพทย์ระบุบว่าพบรอยแดงถลอก บริเวณปากช่องคลอด และเยื่อพรมจารีบวมแดง   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สอบถามนายพิชัย ซึ่งให้การรับสารภาพว่าได้อนาจารและล่วงระเมิดทางเพศ เด็กหญิงน้ำจริง จำนวน 5 ครั้ง และสำเร็จความใคร่ทุกครั้ง ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เพราะความหน้ามืด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว ไปสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YMN4EZzMmok

 35,159
ข่าวภูมิภาค
08 เม.ย. 62

รวบลุงหื่น ข่มขืนหลานวัย 6 ขวบ สารภาพทำมาแล้ว 5 ครั้ง

วันที่ 8 เม.ย. 62 พ.ต.ท.ผดุงศักดิ์ ไชโย พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธร สภ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน เข้าไปตรวจสอบบริเวณบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่ ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง หลังจากได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายข่มขืนเด็กหญิง 6 ขวบ ซึ่งเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2   เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่ามีประชาชนและชาวบ้านกำลังจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ บริเวณศาลาที่พักกลางหมู่บ้านเป็นจำนวนมาก ส่วนผู้ต้องหา อายุ 57 ปี นั่งรอมอบตัวอยู่หน้าบ้านของตนเอง โดยผู้ต้องหามีศักดิ์เป็นของเด็กหญิงคนดังกล่าว    โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้กระทำชำเราเด็กหญิงจริง ก่อเหตุมาแล้วประมาณ 5 ครั้ง ในห้องนอนบ้านของตนเอง หลังเด็กเข้ามาเล่นที่บ้านตนเองบ่อยครั้งในระยะหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเลิกกับภรรยามา 10 ปี ก็เกิดความเหงา เห็นเด็กมีหน้าตาดีและน่ารักน่าเอ็นดู จึงลงมือกระทำชำเราเด็กหญิงดังกล่าว โดยพร้อมชดใช้กรรมในคุก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมไปดำเนินคดีที่โรงพัก สภ. ห้างฉัตร   ด้านญาติของเด็กเผยว่า หลังเกิดเหตุได้เกิดความสงสัย เพราะเด็กบ่นว่าปวดบริเวณอวัยวะเพศบ่อยครั้ง และอาการแสบเมื่อปัสสาวะ ตอนแรกญาติคิดเด็กหญิงเป็นแผลอักเสบ ต่อมาระยะหลังพบว่ามีเลือดไหลที่อวัยวะเพศของเด็กหญิง และมีแผลฉีกขาด ญาติจึงเค้นถามความจริง เด็กหญิงจึงยอมบอกว่าถูกลุงข่มขืน        

 19,173
ข่าวภูมิภาค
28 มี.ค. 62

คุมตัวทำแผนเฒ่าวัย 60 ข่มขืน ด.ญ.วัย 13 ตั้ง 4 ข้อหา ค้านประกันตัว

ขอนแก่น-กรณีชายวัย 60 ปี ข่มขืนเด็กหญิงวัย 13 ปี และมารดาพาเข้าแจ้งความกับตำรวจสภ.สีชมพู จ.ขอนแก่น และพนักงานสอบสวนได้เรียกมารดากับลูกสาวเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งในเบื้องต้นผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า ถูกนายส่ง พิมพ์แหวน อายุ 60 ปี มีบ้านอยู่ติดกัน ฉุดไปข่มขืนตั้งแต่อยู่ป.6 จนถึงปัจจุบัน ทั้งในไร่อ้อยและในห้องน้ำร้าง ให้เงินครั้งละ 20 บาท 100 บาท และข่มขู่ห้ามบอกพ่อแม่ ถ้าบอกจะฆ่าทิ้งทั้งครอบครัว   กระทั่งเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 22 มีนาคม มารดาเห็นนายส่งและลูกสาวออกจากห้องน้ำร้างมาด้วยกัน จึงเกิดความสงสัยและถามเค้นเอาความจริงจากลูกสาว จึงทราบเรื่อง และแจ้งตำรวจจับกุมตัว   คืบหน้าตำรวจได้ควบคุมตัวนายส่ง พิมพ์แหวน อายุ 60 ปี ทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุจำนวน 2 จุด จุดแรกคือบริเวณไร่อ้อย ห่างจากหลังบ้านผู้เสียหายไปประมาณ 100 เมตร จุดที่ 2 คือในห้องน้ำร้างห่างจากบ้านผู้เสียหายไปประมาณ 20 เมตร ใช้เวลาทำแผนประมาณ 30 นาทีก็แล้วเสร็จ ท่ามกลางความสนใจของชาวบ้านและญาติของผู้ต้องหา ในขณะที่ภายในบ้านของผู้เสียหาย บ้านเงียบไม่มีคนอยู่บ้าน   ทั้งนี้ตำรวจได้แจ้ง 4 ข้อหา คือข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี เด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตามและข้อหา ข่มขืนเด็กอายุ 13 ปี ไม่เกิน 15 ปี เด็กจะยินยอมหรือไม่ ข้อหาล่อลวงไปเพื่อทำอนาจารเด็กไม่เกิน 15 ปี และข้อหาพรากผู้เยาว์ไปเสียจากบิดามารดา ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา จึงได้คุมตัวมาทำแผนยังจุดที่เกิดเหตุจำนวน 2 จุดดังกล่าว   ภายหลังการทำแผน พนักงานสอบสวนจะคุมตัวไปสอบสวนให้แล้วเสร็จ เพื่อจะได้นำตัวส่งฟ้องศาลตามขั้นตอน ซึ่งในชั้นพนักงานสอบสวนนั้น ไม่ให้ประกันตัว เพราะเกรงจะไปข่มขู่พยาน แต่เมื่อนำตัวส่งศาลแล้วนั้นก็อยู่ที่ดุลยพินิจขอศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VqILtHUr3ew

 6,972
ข่าวภูมิภาค
27 มี.ค. 62

แม่แจ้งจับเพื่อนบ้านวัย 60 ข่มขืนลูกสาวร่วม 2 ปี เจรจาให้เงินแสนกว่า ยังขู่เสียเงินแล้วจะเอาเป็นเมียทั้งแม่ทั้งลูก

ขอนแก่น-แม่อายุ 36 ปี นำตัว ด.ญ.บี ลูกสาว วัย 13 ขวบ แจ้งความ ตร.สภ.สีชมพู เพื่อให้ดำเนินคดีกับถูกนายส่ง พิมพ์แหวน อายุ 60 ปี เพื่อนบ้านที่ข่มขืนลูกสาวมาตั้งแต่เรียนชั้นป.6 จนถึงปัจจุบัน โดยแม่เผยเห็นคาตาว่าคนร้ายเดินออกมาจากห้องน้ำหลังข่มขืนลูกสาวในสภาพสะบักสะบอม   จากการสอบถามลูกสาวทราบว่า นายส่งจะเข้ามาฉุดลูกสาวในช่วงที่พ่อแม่และน้องไม่อยู่บ้าน เพราะมีบ้านอยู่ใกล้กัน บังคับลูกสาวไปร่วมหลับนอนในป่าอ้อยและตามที่ต่างๆ หลายครั้ง รวมถึงในห้องน้ำร้างก็หลายครั้ง ทุกครั้งจะให้เงิน 20 บาทและ 100 บาท และข่มขู่ไม่ให้บอกใคร ถ้าบอกจะฆ่าทิ้งทั้งครอบครัว ลูกสาวจึงไม่กล้าบอกใคร เมื่อเรื่องแดง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็เรียกมาเคลียร์กัน แต่ฝ่ายนายส่งบอกว่า ถ้าจ่ายเงินให้แล้ว จะเอาทั้งแม่ทั้งลูกทำเมีย ทำให้เกิดความรู้สึกว่า ถูกดูหมิ่น ดูแคลน จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความให้ตำรวจจับกุมนายกอ ดำเนินการตามกฎหมาย   ในขณะที่เด็กหญิงกล่าวว่า ไม่กล้าบอกแม่เพราะกลัวถูกฆ่าตาย ทุกครั้งที่นายส่งต้องการหลับนอนด้วย จะมาฉุดลากเอาจากในบ้าน ถ้าไม่ยอมไปก็ถูกขู่ฆ่า จึงต้องยินยอม และอยากให้ตำรวจจับนายส่งเข้าคุก   จากการสอบถามป้าของผู้เสียหายทราบว่า หลานสาวเรียนหนังสือไม่เก่ง จบ ป.6 จึงไม่ไปเรียนหนังสือต่อ กลางวันก็อยู่บ้านคนเดียว น้องสาววัย 10 ขวบไปเรียนหนังสือ พ่อแม่ไปจ้างตัดอ้อย ซึ่งอาจจะเป็นโอกาสที่ถูกพาตัวไปข่มขืนก็เป็นได้ หลังทราบเรื่องพ่อ แม่ ได้พาหลานสาวไปฝากที่บ้าน จึงมีโอกาสคุยกับหลานทำให้ทราบว่า หลานสาวถูกข่มขืนมาตั้งแต่เรียน ป.6 จนถึงปัจจุบัน   ขณะที่ลูกชายนายส่ง พิมพ์แหวน ผู้ที่ถูกกล่าวหาบอกว่า ได้พูดคุยกับบิดา บิดาก็ยอมรับว่ามีอะไรกับผู้เสียหายวัย 13 ปีจริง แต่ไม่ได้บังคับข่มขืน เป็นการยินยอม บางครั้งผู้เสียหายก็เรียกไปพบและนัดเจอกัน ซึ่งเมื่อทราบเรื่องราวต่างๆ ก็ยอมรับความผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งได้มีการเจรจาพูดคุยกับทางมารดาของน้องวัย 13 ปี ขอทำขวัญน้องและครอบครัว ด้วยเงิน จำนวน 140,000 บาท แต่ขอจ่ายจำนวน 40,000 บาทในเดือนเมษายนนี้ ที่เหลืออีก 100,000 บาท จะจ่ายในเดือนเมษายนปีหน้า และมีการทำข้อตกลงกันทั้งสองฝ่าย ต่อหน้าผู้นำชุมชนและผู้ที่เคารพนับถือ ผ่านไปไม่กี่วัน แต่จู่ๆ มารดาก็พาน้องเข้าแจ้งความ เมื่อแจ้งความแล้ว ก็ว่ากันตามกฎหมาย และจะไม่จ่ายเงินให้   ด้านกำนัน ต.ซำยาง บอกว่าหลังทราบเรื่องได้ให้ทั้งสองฝ่ายเจรจากัน ตนเองอธิบายให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกี่ยวกับคดีอาญา หากผู้เสียหายต้องการดำเนินคดีตามกฎหมายเอาผิดกับนายส่ง ก็สามารถแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจได้ แต่ถ้าจะเจรจาไกล่เกลี่ยกันก็สามารถทำได้ ปรากฏว่าทั้งสองฝ่ายเจรจาไกล่เกลี่ยกัน   โดยฝ่ายผู้เสียหายเรียกร้องเงินทำขวัญ จำนวน 150,000 บาท ทางผู้ก่อเหตุต่อรองเหลือ 140,000 บาท และขอแบ่งจ่าย โดยจะจ่ายในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ 40,000 บาท ที่เหลือจะจ่ายในเดือนเมษายนปีหน้า จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ลงลายมือชื่อในหนังสือดังกล่าว แต่มาวันนี้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความเอาผิดตามกฎหมายก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้   ขณะที่แม่ของเด็กหญิงที่ถูกข่มขืน กล่าวว่า ยืนยันว่าได้ขอชดใช้ค่าเสียหายเป็น 150,000 บาท แต่ทางฝั่งผู้กระทำขอลดลงเหลือ 120,000 บาท จึงคุยกันกระทั่งสิ้นสุดตกลงกันว่าชดใช้ 140,000 บาท ซึ่งทางฝั่งผู้กระทำหาเงินไม่ทัน จึงต่อรองลงมา ซึ่งตนเองก็เห็นใจจึงตกลงกันปีเมษายนนี้ให้ 40,000 บาท และปีหน้าให้อีก 100,000 บาท ซึ่งหลังจากตกลงกันแล้ว นายส่งได้พูดขึ้นมาว่าถ้าเสียหมื่นหนึ่งจะข่มขืนทั้งปี ถ้าเสียแสนกว่าจะข่มขืนทั้งแม่ทั้งลูก ซึ่งความเป็นจริงควรจะขอโทษทางฝั่งเราไม่ใช่พูดจาดูหมิ่นดูแคลนกันเช่นนี้ จึงตัดสินใจว่าไม่เอาเงิน และได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด   ทางด้าน พ.ต.อ.ไพโรจน์ โคตรธรรม ผกก.สภ.สีชมพู กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รับเรื่องร้องทุกข์เป็นคดีอาญาเรียบร้อยแล้ว จากนี้ก็จะมีการประสานฝ่ายที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นทีมสหวิชาชีพร่วมกันสอบปากคำผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเยาวชนวัย 13 ปี เพื่อสรุปรายละเอียดการเกิดเหตุทั้งหมด   จากนั้นพนักงานสอบสวนก็จะรวบรวมพยานหลักฐาน ออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี และเด็กนั้นไม่ใช่ภริยา เด็กจะยินยอมหรือไม่ ก็ยังถือว่าเป็นความผิด ต้องรับโทษ ซึ่งถ้าออกหมายเรียกไปแล้ว 2 ครั้ง ยังไม่มาพบพนักงานสอบสวน ครั้งที่ 3 จะเป็นการออกหมายจับ จับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rHRB0TSa1BA

 20,271
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
27 มี.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 27 มี.ค.62 เพื่อไทยชิงแถลงตั้งรัฐบาล-แมวดำวิ่งตัดหน้านายกฯ-กกต.ไม่นับบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์

-เพื่อไทยนัดแถลงจับมือ 6 พรรคเสียงเกินครึ่งตั้งรัฐบาล คาดประกอบด้วยเพื่อไทย 137 เสียง อนาคตใหม่ 87 เสรีรวมไทย 11 ประชาชาติ 6 เพื่อชาติ 5 เท่ากับมีเสียงรวม 246 เสียง ยังไม่รวมเศรษฐกิจใหม่ 6 ที่นั่ง ซึ่งจะทำให้รวมกันแล้วได้ 251 ที่นั่ง   แม้ไม่มีรายงานว่ามิ่งขวัญจะไปร่วมแถลงข่าวด้วย แต่เจ้าตัวได้โพสต์เฟซยืนยันเป็นคนรักษาคำพูดและจุดยืนทางการเมือง ยันพรรคเศรษฐกิจใหม่อยู่ฝั่งประชาธิปไตย และไม่สนับสนุนสืบทอดอำนาจ   ส่วนพรรคประชาชาติ แถลงข่าวยันจะอยู่เคียงข้างประชาธิปไตยและประชาชน ด้านเสรีพิศุทธิ์ แถลงจุดยืนอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย การจัดตั้งรัฐบาลควรให้พรรคที่ได้รับเลือกตั้งอันดับ 1 หากพรรคที่ 2-3 มาจัดตั้งถือว่าเสียมารยาท ควรเคารพกติกา   ภูมิธรรม เลขาพรรคเพื่อไทยบอกอยู่ในขั้นตอนคุยกับพรรคอื่น ยกเว้นพลังประชารัฐและรวมพลังประชาชาติไทย ที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. ส่วนภูมิใจไทยคุยแล้วอยู่ในทิศทางที่ดี ส่วนกระแสข่าวให้อนุทินเป็นนายกฯ พรรคเพื่อไทยไม่ยึดติดและไม่มีเงื่อนไข เพราะต้องการให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ การจัดตั้งรัฐบาลต้องยึดหลักปัจจัยสำคัญ ต้องได้ 251 เสียงในสภา และได้เสียง 376 ในการเสนอชื่อนายกฯ หากไม่สามารถทำได้ทั้งคู่ อาจทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ เชื่อ พปชร.ยังรวบรวมเสียงได้ไม่ถึง 251 เสียง เพราะถ้ารวมได้คงประกาศตั้งรัฐบาลไปแล้ว   -สนธิรัตน์มั่นใจพลังประชารัฐจะรวมเสียงได้ในเวลาไม่นาน ตอนนี้ประสานพูดคุยกับพรรคอื่นแล้ว แต่ขอสงวนชื่อไว้ก่อน โต้สุดารัตน์ เพราะรธน.ฉบับนี้แก้ปัญหาพวกมากลากไป ต้องเคารพทุกเสียงของปชช. ที่สำคัญพลังประชารัฐ ต่างจากพรรคอื่น เพราะได้ ส.ส.จากทุกภาค ดังนั้นเสียงที่ได้รับสะท้อนความต้องการของ ปชช. พรรคเคารพเจตนารมณ์ของ รธน.   ส่วนข้อเสนอที่เพื่อไทยเสนอให้อนุทินเป็นนายกฯ สนธิรัตน์บอกก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่พปชร.ไม่ใช้วิธีแบบนี้ เพราะตอนหาเสียงกับ ปชช.บอกจะเสนอบิ๊กตู่เป็นนายกฯเท่านั้น จะไม่เอาตำแหน่งนายกฯไปแลกกับใครเพื่อเป็นรัฐบาล เพราะต้องเคารพเสียง ปชช. ยอมรับว่ามีทิศทางที่เป็นบวก แต่เร็วเกินไปmจะบอกเรื่องโควต้า รมต.   -กกต.แถลงไม่นับคะแนนบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์ พร้อมแจงข่าวลือในโลกออนไลน์หลายประเด็น เช่น ปลด 2 กกต.สลับรถขนบัตร, แกะหีบนำบัตรมานั่งนับที่เพชรบูรณ์, ทหารชะโงกดูเพื่อนลงคะแนน ส่วนกรณีบัตรเลือกตั้งมากกว่าคนมาใช้สิทธิ์ ชี้เป็นผลอย่างไม่เป็นทางการ เลยไม่สมบูรณ์ครบถ้วน มีข้อขัดข้องทางเทคนิค ทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน บิ๊กโจ๊กช่วยยืนยันบอกมีแฮกเกอร์   -อนุทิน พรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เฟซบุ๊กจากรูปตัวเอง เป็นรูปพริกจินดาแดงหลายเม็ด กลายเป็นปริศนา เจ้าตัวตอบฮอตแอนด์สไปซี่ ร้อนแรงและเผ็ดร้อน   ด้านสรอรรถ คณะกรรมการพรรคภูมิใจไทย บอกแนวโน้มไปทางพลังประชารัฐ เพราะพรรคไม่จำเป็นต้องมี ส.ส.มากเป็นอันดับ 1 ถึงเป็นแกนนำ ที่ผ่านมารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำก็มีมาแล้ว แต่ยังย้ำว่าอนุทินพร้อมเป็นนายกฯ   -รัฐบาลสหราชอาณาจักรแถลงเรียกร้องไทยให้ตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้ง อย่างรวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม เพื่อให้การเลือกตั้งน่าเชื่อถือ และการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างเหมาะสม สะท้อนเสียง ปชช.ผู้ลงคะแนน   เช่นเดียวกับอียูแถลงหวังว่าจะมีการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเร็วที่สุด หวังว่าประเด็นความไม่โปร่งใสต่างๆจะได้รับการสอบสวนอย่างโปร่งใส การตั้งรัฐบาลจะเป็นไปตามเสียงของ ปชช.   -นายกฯประกาศคืนวันศุกร์ให้ ปชช.ยกเลิกจัดรายการคืนวันศุกร์ที่จัดต่อเนื่องมา 5 ปี ต่อไปจะเป็นรายการเสนอความคืบหน้าพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นายกฯจะพูดอีกครั้งเพื่อขอบคุณครั้งสุดท้าย หลังจากนี้ให้ฟังรัฐบาลใหม่ต่อไป   -นายกฯบอกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจัดรัฐบาล เป็นหน้าที่ของฝ่ายการเมือง วันนี้สบายใจมากขึ้น ยันไม่ได้ต้องการรักษาหรือสืบทอดอำนาจ ทุกอย่างเป็นไปตาม รธน. เคารพเสียง ปชช.บ้าง อย่าทะเลาะกันอีก   -แมวดำวิ่งตัดหน้านายกฯที่ทำเนียบ ตรงจุดต้นอโศกน้ำก่อนวิ่งไปหลังศาลพระภูมิ สนธิรัตน์บอกแมวไม่ได้วิ่งตัดหน้า อยู่ห่างจากนายกฯพอสมควร มองว่าเป็นแมวที่กำลังวิ่งไล่จับหนู ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะแมวกำลังจะจับหนูได้ ทำให้เชื่อมโยงว่านายอนุทินชื่อเล่นชื่อหนู   -ฆ่าลูกจ้างยัดถังน้ำมันโบกปูนทับฝังดิน ทิ้งในบึงน้ำท้องที่ สน.บางเขน หลังญาติแจ้งความคนหาย คาดถูกญาติห่างๆคนที่ชวนมาทำงานและทำทีไปแจ้งความคนหายเป็นมือฆ่า ให้น้ำหนักเรื่องชู้สาว   -ลุงเพื่อนบ้านวัย 60 ปี ข่มขืน ด.ญ.13 ให้เงิน 20 ปิดปาก แถมขู่ซ้ำจะจับแม่และลูกทำเมียแล้วฆ่าทิ้ง แม่เห็นคาตาออกมาจากห้องน้ำ เด็กสะบักสะบอม ตกลงค่าเสียหาย 1.5 แสน กลับถูกขู่ ตร.บอกถ้าออกหมายเรียกครบ 3 ครั้งยังไม่มาจะออกหมายจับ   -จับแล้วหนุ่มผิวสีชาวแอฟริกาใต้ ฆ่าชิงทรัพย์สาวไทยนักธุรกิจจิวเวอรี่ หมกโรงแรมย่านบางกะปิ จนมุมที่แคนาดา เตรียมประสานส่งตัวกลับดำเนินคดีในไทย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y98T4VEzQrU

 4,832

Top