ค้นหา :

ผลการค้นหา "ข่มขืนเด็ก"

ข่าวภูมิภาค
22 พ.ย. 62

เด็กสาววัย 14 โดน นายก อบต.ข่มขืน แลกประกันตัว หลังถูกจับขโมยของในห้าง

นครสวรรค์-นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้พาปู่และพ่อ ของเด็กหญิงหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี เข้าพบตำรวจ เพื่อขอให้การคุ้มครองช่วยเหลือครอบครัวของเด็กหญิงหนึ่ง เนื่องจากเกรงกลัวในความไม่ปลอดภัย หลังลูกสาวได้ถูกนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งใน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ทำการข่มขืน อีกทั้งที่ผ่านมายังมีโทรศัพท์ลึกลับ โทรมาขอเคลียร์เพื่อให้ยอมความ   โดยผู้ปกครองเล่าว่า เด็กหญิงหนึ่งอายุ 14 ปี นักเรียนชั้นม.1 มีพฤติกรรมติดเพื่อนไม่ค่อยกลับบ้าน ไม่เรียนหนังสือ และหายตัวไปร่วม 1 เดือนแล้ว ทางบ้านติดต่อไม่ได้เลย เกรงว่าจะถูกเพื่อนชักชวนไปเสพยาเสพติดมั่วสุมจนเสียคน ที่ผ่านมาพ่อกับแม่แยกทางกันจึงไม่ค่อยมีเวลาดูแลลูก ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือ หลังรับเรื่องนางปวีณา ได้ประสานไปยังตำรวจ ช่วยสืบหาเด็กหญิงหนึ่งจนพบ   ซึ่งข้อมูลจากนักสังคมสงเคราะห์สอบถามเด็กหญิงหนึ่ง เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนไปเที่ยวบ้านเพื่อนและได้รู้จักกับนายก อบต.คนหนึ่ง ที่มานั่งดื่มเหล้ากับพ่อแม่เพื่อน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร หลายวันต่อมาได้ไปเดินห้างสรรพสินค้าเห็นชุดชั้นในผู้หญิงสวยๆ จนเกิดความอยากได้ เพื่อนจึงแอบขโมยจนถูกพนักงานห้างจับได้ และถูกดำเนินคดีส่งตัวเข้าสถานพินิจทั้งหมด   ต่อมา นายก อบต. ได้มาเยี่ยมตนและยื่นข้อเสนอจะช่วยประกันตัวออกมา แต่ต้องยอมไปหลับนอนกับเขาด้วย ตนจึงจำใจต้องยอมตกลงเพื่อให้ได้พ้นจากสถานพินิจ หลังออกมาแล้วนายก อบต. ก็ล่อลวงตนไปกระทำชำเรา หลังจากทำกับตนเสร็จนายก อบต. ก็ปลอบใจและให้เงินตนใช้ 1,000 บาท จากนั้นตนก็ถูกกระทำชำเราเรื่อยมาแต่ต้องยอมทน ทุกครั้งจะได้รับเงินประมาณ 1,000-1,500 บาท เป็นค่าตอบแทน ทั้งที่ตนเองก็อยากเรียนหนังสือแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร   ขณะเดียวกันนายก อบต.ได้เช่าห้องให้ตนอยู่อาศัยกับเพื่อนๆ เวลารวมตัวกับเพื่อนบางครั้งก็ชวนกันเสพไอซ์และสารเสพติดอื่นๆ จนมึนเมา    ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.บรรพตพิสัย ได้ทำการส่งตัวเด็กหญิงหนึ่งไปตรวจร่างกายพบร่องรอยถูกล่วงละเมิดทางเพศ และมีสารเสพติด (ไอซ์) อยู่ในร่างกาย ก่อนจะนัดสอบสหวิชาชีพในวันที่ 20 พ.ย.62 โดยเด็กหญิงหนึ่งให้การชัดเจน   หลังสอบสหวิชาชีพเสร็จ ทางพนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับนายกองค์การบริหารส่วนตำบลที่ก่อเหตุ ในข้อหาพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยหลังตำรวจออกหมายจับ ผู้ต้องหาได้มีการติดต่อว่าจะขอเข้ามอบตัวในวันที่ 21 พ.ย.นี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการทางกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหลังจากนี้ก็จะส่งเจ้าหน้าที่ที่ตำรวจไปคุ้มครองครอบครัวของเด็กหญิงหนึ่งด้วย   ในส่วนของเด็กหญิงหนึ่ง ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ประสานให้เด็กหญิงหนึ่งอยู่ในความคุ้มครองของบ้านพักเด็กฯ นครสวรรค์ เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจและได้กลับไปเรียนหนังสือต่อตามที่เด็กตั้งใจ เพื่อจะได้มีชีวิตปกติสุขเหมือนเด็กคนอื่นๆ   โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะประสานความช่วยเหลือกับ พมจ.นครสวรรค์ และบ้านพักเด็กฯนครสวรรค์อย่างต่อเนื่อง จากนี้นางปวีณาจะได้ประสานกรมคุ้มครองสิทธิฯ กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พาพ่อและปู่ไปติดต่อขอรับเงินเยียวยาผู้เสียหายทางคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yyl7DcPNIb0

 5,752
สังคม
22 พ.ย. 62

เด็กสาววัย 14 โดน นายก อบต.ข่มขืน แลกประกันตัว หลังถูกจับขโมยของในห้าง

นครสวรรค์-นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้พาปู่และพ่อ ของเด็กหญิงหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี เข้าพบตำรวจ เพื่อขอให้การคุ้มครองช่วยเหลือครอบครัวของเด็กหญิงหนึ่ง เนื่องจากเกรงกลัวในความไม่ปลอดภัย หลังลูกสาวได้ถูกนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งใน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ทำการข่มขืน อีกทั้งที่ผ่านมายังมีโทรศัพท์ลึกลับ โทรมาขอเคลียร์เพื่อให้ยอมความ   โดยผู้ปกครองเล่าว่า เด็กหญิงหนึ่งอายุ 14 ปี นักเรียนชั้นม.1 มีพฤติกรรมติดเพื่อนไม่ค่อยกลับบ้าน ไม่เรียนหนังสือ และหายตัวไปร่วม 1 เดือนแล้ว ทางบ้านติดต่อไม่ได้เลย เกรงว่าจะถูกเพื่อนชักชวนไปเสพยาเสพติดมั่วสุมจนเสียคน ที่ผ่านมาพ่อกับแม่แยกทางกันจึงไม่ค่อยมีเวลาดูแลลูก ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือ หลังรับเรื่องนางปวีณา ได้ประสานไปยังตำรวจ ช่วยสืบหาเด็กหญิงหนึ่งจนพบ   ซึ่งข้อมูลจากนักสังคมสงเคราะห์สอบถามเด็กหญิงหนึ่ง เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนไปเที่ยวบ้านเพื่อนและได้รู้จักกับนายก อบต.คนหนึ่ง ที่มานั่งดื่มเหล้ากับพ่อแม่เพื่อน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร หลายวันต่อมาได้ไปเดินห้างสรรพสินค้าเห็นชุดชั้นในผู้หญิงสวยๆ จนเกิดความอยากได้ เพื่อนจึงแอบขโมยจนถูกพนักงานห้างจับได้ และถูกดำเนินคดีส่งตัวเข้าสถานพินิจทั้งหมด   ต่อมา นายก อบต. ได้มาเยี่ยมตนและยื่นข้อเสนอจะช่วยประกันตัวออกมา แต่ต้องยอมไปหลับนอนกับเขาด้วย ตนจึงจำใจต้องยอมตกลงเพื่อให้ได้พ้นจากสถานพินิจ หลังออกมาแล้วนายก อบต. ก็ล่อลวงตนไปกระทำชำเรา หลังจากทำกับตนเสร็จนายก อบต. ก็ปลอบใจและให้เงินตนใช้ 1,000 บาท จากนั้นตนก็ถูกกระทำชำเราเรื่อยมาแต่ต้องยอมทน ทุกครั้งจะได้รับเงินประมาณ 1,000-1,500 บาท เป็นค่าตอบแทน ทั้งที่ตนเองก็อยากเรียนหนังสือแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร   ขณะเดียวกันนายก อบต.ได้เช่าห้องให้ตนอยู่อาศัยกับเพื่อนๆ เวลารวมตัวกับเพื่อนบางครั้งก็ชวนกันเสพไอซ์และสารเสพติดอื่นๆ จนมึนเมา    ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.บรรพตพิสัย ได้ทำการส่งตัวเด็กหญิงหนึ่งไปตรวจร่างกายพบร่องรอยถูกล่วงละเมิดทางเพศ และมีสารเสพติด (ไอซ์) อยู่ในร่างกาย ก่อนจะนัดสอบสหวิชาชีพในวันที่ 20 พ.ย.62 โดยเด็กหญิงหนึ่งให้การชัดเจน   หลังสอบสหวิชาชีพเสร็จ ทางพนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับนายกองค์การบริหารส่วนตำบลที่ก่อเหตุ ในข้อหาพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยหลังตำรวจออกหมายจับ ผู้ต้องหาได้มีการติดต่อว่าจะขอเข้ามอบตัวในวันที่ 21 พ.ย.นี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการทางกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหลังจากนี้ก็จะส่งเจ้าหน้าที่ที่ตำรวจไปคุ้มครองครอบครัวของเด็กหญิงหนึ่งด้วย   ในส่วนของเด็กหญิงหนึ่ง ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ประสานให้เด็กหญิงหนึ่งอยู่ในความคุ้มครองของบ้านพักเด็กฯ นครสวรรค์ เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจและได้กลับไปเรียนหนังสือต่อตามที่เด็กตั้งใจ เพื่อจะได้มีชีวิตปกติสุขเหมือนเด็กคนอื่นๆ   โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะประสานความช่วยเหลือกับ พมจ.นครสวรรค์ และบ้านพักเด็กฯนครสวรรค์อย่างต่อเนื่อง จากนี้นางปวีณาจะได้ประสานกรมคุ้มครองสิทธิฯ กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พาพ่อและปู่ไปติดต่อขอรับเงินเยียวยาผู้เสียหายทางคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yyl7DcPNIb0

 5,752
สังคม-อาชญากรรม
16 พ.ย. 62

ขืนใจวันลอยกระทง! รวบหนุ่ม 18 พา ด.ญ.วัย 14 ไปข่มขืน อ้างฝ่ายหญิงยินยอม ยันไม่ได้บังคับ

รวบหนุ่ม 18 พาเด็ก 14 ปี ขืนใจในคืนวันลอยกระทง เสร็จกิจพาไปทิ้งไว้ป้ายรถเมล์ ปรากฏน้องไปลงที่หน้ามาบุญครอง นั่งร้องไห้ ตำรวจไปเจอพบว่าน้องถูกข่มขืน   ล่าสุดวันนี้ (16 พ.ย. 62) เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมหนุ่มวัย 18 ปีได้แล้ว พร้อมแจ้งข้อหา และยอมรับสารภาพว่าวันเกิดเหตุรู้จักน้องผ่านทางเฟซบุ๊กได้ไม่นาน เป็นรุ่นน้องของเพื่อนอีกที ซึ่งวันเกิดเหตุน้องได้ทักแชทมารับ ตัวเองจึงขี่มอเตอร์ไซต์ไปรับ ก่อนพาไปยังห้องพักย่าน ลาดพร้าว-วังหิน ซึ่งเป็นของเพื่อน เมื่อไปถึงห้อง จึงออกอุบายให้เพื่อนออกไปจากห้อง ก่อนใช้กำลังบังคับขืนใจ ด.ญ. วัย 14 ปี ทั้งนี้ตนยืนยันว่า ด.ญ.วัย 14 ปี เป็นฝ่ายที่ยินยอมเอง ไม่ได้มีการบังคับแต่อย่างใด     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/VTbp7_L-DVU

 14,042
สังคม
16 พ.ย. 62

ขืนใจวันลอยกระทง! รวบหนุ่ม 18 พา ด.ญ.วัย 14 ไปข่มขืน อ้างฝ่ายหญิงยินยอม ยันไม่ได้บังคับ

รวบหนุ่ม 18 พาเด็ก 14 ปี ขืนใจในคืนวันลอยกระทง เสร็จกิจพาไปทิ้งไว้ป้ายรถเมล์ ปรากฏน้องไปลงที่หน้ามาบุญครอง นั่งร้องไห้ ตำรวจไปเจอพบว่าน้องถูกข่มขืน   ล่าสุดวันนี้ (16 พ.ย. 62) เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมหนุ่มวัย 18 ปีได้แล้ว พร้อมแจ้งข้อหา และยอมรับสารภาพว่าวันเกิดเหตุรู้จักน้องผ่านทางเฟซบุ๊กได้ไม่นาน เป็นรุ่นน้องของเพื่อนอีกที ซึ่งวันเกิดเหตุน้องได้ทักแชทมารับ ตัวเองจึงขี่มอเตอร์ไซต์ไปรับ ก่อนพาไปยังห้องพักย่าน ลาดพร้าว-วังหิน ซึ่งเป็นของเพื่อน เมื่อไปถึงห้อง จึงออกอุบายให้เพื่อนออกไปจากห้อง ก่อนใช้กำลังบังคับขืนใจ ด.ญ. วัย 14 ปี ทั้งนี้ตนยืนยันว่า ด.ญ.วัย 14 ปี เป็นฝ่ายที่ยินยอมเอง ไม่ได้มีการบังคับแต่อย่างใด     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/VTbp7_L-DVU

 14,042
สังคม-อาชญากรรม
09 พ.ย. 62

รปภ.สาววัย 17 ปี ถูกหัวหน้า รปภ.ลวงไปข่มขืน ต่อหน้าลูกวัยขวบเศษ พบประวัติสุดกร่าง อ้างสนิท ตร.

สาว17 ร้องปวีณาถูก หัวหน้ารปภ. ลวงไปข่มขืน สุดหื่น กัดตามร่างกายก่อนข่มขืนต่อหน้าลูกชายวัยขวบเศษ  ตร.ออกหมายจับ พบประวัติสุดกร่างท้าตีต่อยคนเร่ร่อน อ้างสนิทตร. ไม่มีใครทำอะไรไม่ได้    นางสาวกุ้ง และนางสาวก้อย สองพี่น้องพร้อม นางปวีณา หงษ์สกุล ประธานมูลนิธีปวีณาเพื่อเด็กและสตรี เข้าพบ พ.ต.อ. ธรรมนูญ บุญเรือง ผกก.สน. ปทุมวัน เพื่อสอบถามความคืบหน่าคดี ถูกนายเอ็ม อดีตหัวหน้า รปภ.ลวงไปข่มขืนในรีสอร์ท จังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา   โดยนางสาวก้อย  อายุ 17 ปี เล่าว่า ตนเข้ามาทำงานเป็นรปภ.แห่งหนึ่ง โดยมีนายเอ็ม เป็นหัวหน้างาน น้องก้อยเล่าว่าครั้งแรกเรียนที่วิทยาลัยอาชีวะแห่งหนึ่งแต่ด้วยฐานะยากจน จึงลาออกเพื่อมาทำงานเหมือนกับนางสาวกุ้งพี่สาว พอมาทำงานก็ ได้รู้จักกับนายเอ็ม ผตอนแรกๆนายเอ็มก็ทำทีเป็นคนดี เป็นหัวหน้าที่ดูแลลูกน้องคอยช่วยเหลือดี แต่ชอบแตะเนื้อต้องตัว จนกระทั่งวันที่4พย.ตนมาเข้างานสาย ถูกนายเอ็มสั่งพักงาน ทำให้ไม่มีรายได้     จากนั้นนายเอ็มก็ทำทีมาช่วยเหลือโดยหลอกว่าจะต้องไปประชุมที่จังหวัดนครนายกแต่ไม่มีคนดูแลลูกชายวัย 1 ขวบ จึงว่าจ้างให้นางสาวก้อยดูแลแลกกับค่าจ้าง แต่มีข้อแลกเปลี่บนนางสาวก้อยต้องเดินทางไปด้วย    ด้วยความไว้ใจเห็นเป็นคนดี จึงเชื่อใจและเดินทางไปด้วย ตอนแรกก็ไม่มีอะไรยังดูแลลูกชายนายเอ็มดี แต่พอนายเอ็มกลับจากประชุม ก็เข้ามาในห้องพักในรีสอร์ท และอาบน้ำก่อนจะเข้ามาลวนลามและบังคับข่มขืน ตอนนั้นนางสาวก้อย ขัดขืนและพยายามโทรหาเพื่อน แต่นายเอ็มปัดมือถือทิ้ง และลงมือข่มขืน โดยกัดตามร่างกายนางสาวก้อยร้องด้วยความเจ็บปวด จนลูกชายนายเอ็มตื่นและร้องไห้ แต่นายเอ็มไม่สนใจ ลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่    จากนั้นก็ขู่ว่าห้ามไปบอกใครไม่งั้นจะทำร้ายร่างกาย และจะกลั่นแกล้งให้พี่สาวที่ทำงานด้วยกัน ตกงาน ตอนนั้นนสาวก้อยบอกกลัวมากไม่รู้จะทำอย่างไร จะโทรหาพี่สาว ก็ถูกยึดโทรศัพท์ไว้  จากนั้นนายเอ็มก็พากลับเข้ากรุงเทพ  ปล่อยทิ้งไว้ ที่ทางด่วนย่านพระราม 4   ทางด้านนางสาวกุ้งพี่สาวบอกว่า ตอนนี้ทางครอบครัวสงสารน้องมาก และตนก็ต้องมาตกงานเพราะนายเอ็มกลั่นแกล้ง ที่ผ่านมามีพนักงานถูกนายเอ็มลวนลามและข่มขืนหลายคนบางคนได้เงินไปก็ยินยอม ไม่คิดจะมาทำแบบนี้กับน้องสาวตน ที่ตั้งใจทำมาหากิน และยังข่มขู่สารพัด จึงตัดสินใจมาร้องเรียนมูลนิธิปวีณา ช่วยเหลือ    สำหรับความคืบหน้าคดีนั้น พตอ.ธรรมนูญ ระบุว่า ล่าสุดศาลได้ออกหมายจับกุมนาย วัชระ พวงทอง หรือนายเอ็มผู้ก่อเหตุแล้ว ชื่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม จากการตรวจสอบประวัตินายวัชระ พบว่า เคยก่อเหตุ ทะเลาะวิวาทชกต่อยคนเร่ร่อนย่านหัวลำโพง และมักทำตัวกร่างมีลูกน้องรปภ.คอยเดินติดตาม คล้ายเป็นผู้มีอิทธิพล และมักบอกกับคนใกล้ชิดเสมอว่าสนิทกับตำรวจ     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/UZfuXwrU18s

 12,562
อาชญากรรม
09 พ.ย. 62

รปภ.สาววัย 17 ปี ถูกหัวหน้า รปภ.ลวงไปข่มขืน ต่อหน้าลูกวัยขวบเศษ พบประวัติสุดกร่าง อ้างสนิท ตร.

สาว17 ร้องปวีณาถูก หัวหน้ารปภ. ลวงไปข่มขืน สุดหื่น กัดตามร่างกายก่อนข่มขืนต่อหน้าลูกชายวัยขวบเศษ  ตร.ออกหมายจับ พบประวัติสุดกร่างท้าตีต่อยคนเร่ร่อน อ้างสนิทตร. ไม่มีใครทำอะไรไม่ได้    นางสาวกุ้ง และนางสาวก้อย สองพี่น้องพร้อม นางปวีณา หงษ์สกุล ประธานมูลนิธีปวีณาเพื่อเด็กและสตรี เข้าพบ พ.ต.อ. ธรรมนูญ บุญเรือง ผกก.สน. ปทุมวัน เพื่อสอบถามความคืบหน่าคดี ถูกนายเอ็ม อดีตหัวหน้า รปภ.ลวงไปข่มขืนในรีสอร์ท จังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา   โดยนางสาวก้อย  อายุ 17 ปี เล่าว่า ตนเข้ามาทำงานเป็นรปภ.แห่งหนึ่ง โดยมีนายเอ็ม เป็นหัวหน้างาน น้องก้อยเล่าว่าครั้งแรกเรียนที่วิทยาลัยอาชีวะแห่งหนึ่งแต่ด้วยฐานะยากจน จึงลาออกเพื่อมาทำงานเหมือนกับนางสาวกุ้งพี่สาว พอมาทำงานก็ ได้รู้จักกับนายเอ็ม ผตอนแรกๆนายเอ็มก็ทำทีเป็นคนดี เป็นหัวหน้าที่ดูแลลูกน้องคอยช่วยเหลือดี แต่ชอบแตะเนื้อต้องตัว จนกระทั่งวันที่4พย.ตนมาเข้างานสาย ถูกนายเอ็มสั่งพักงาน ทำให้ไม่มีรายได้     จากนั้นนายเอ็มก็ทำทีมาช่วยเหลือโดยหลอกว่าจะต้องไปประชุมที่จังหวัดนครนายกแต่ไม่มีคนดูแลลูกชายวัย 1 ขวบ จึงว่าจ้างให้นางสาวก้อยดูแลแลกกับค่าจ้าง แต่มีข้อแลกเปลี่บนนางสาวก้อยต้องเดินทางไปด้วย    ด้วยความไว้ใจเห็นเป็นคนดี จึงเชื่อใจและเดินทางไปด้วย ตอนแรกก็ไม่มีอะไรยังดูแลลูกชายนายเอ็มดี แต่พอนายเอ็มกลับจากประชุม ก็เข้ามาในห้องพักในรีสอร์ท และอาบน้ำก่อนจะเข้ามาลวนลามและบังคับข่มขืน ตอนนั้นนางสาวก้อย ขัดขืนและพยายามโทรหาเพื่อน แต่นายเอ็มปัดมือถือทิ้ง และลงมือข่มขืน โดยกัดตามร่างกายนางสาวก้อยร้องด้วยความเจ็บปวด จนลูกชายนายเอ็มตื่นและร้องไห้ แต่นายเอ็มไม่สนใจ ลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่    จากนั้นก็ขู่ว่าห้ามไปบอกใครไม่งั้นจะทำร้ายร่างกาย และจะกลั่นแกล้งให้พี่สาวที่ทำงานด้วยกัน ตกงาน ตอนนั้นนสาวก้อยบอกกลัวมากไม่รู้จะทำอย่างไร จะโทรหาพี่สาว ก็ถูกยึดโทรศัพท์ไว้  จากนั้นนายเอ็มก็พากลับเข้ากรุงเทพ  ปล่อยทิ้งไว้ ที่ทางด่วนย่านพระราม 4   ทางด้านนางสาวกุ้งพี่สาวบอกว่า ตอนนี้ทางครอบครัวสงสารน้องมาก และตนก็ต้องมาตกงานเพราะนายเอ็มกลั่นแกล้ง ที่ผ่านมามีพนักงานถูกนายเอ็มลวนลามและข่มขืนหลายคนบางคนได้เงินไปก็ยินยอม ไม่คิดจะมาทำแบบนี้กับน้องสาวตน ที่ตั้งใจทำมาหากิน และยังข่มขู่สารพัด จึงตัดสินใจมาร้องเรียนมูลนิธิปวีณา ช่วยเหลือ    สำหรับความคืบหน้าคดีนั้น พตอ.ธรรมนูญ ระบุว่า ล่าสุดศาลได้ออกหมายจับกุมนาย วัชระ พวงทอง หรือนายเอ็มผู้ก่อเหตุแล้ว ชื่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม จากการตรวจสอบประวัตินายวัชระ พบว่า เคยก่อเหตุ ทะเลาะวิวาทชกต่อยคนเร่ร่อนย่านหัวลำโพง และมักทำตัวกร่างมีลูกน้องรปภ.คอยเดินติดตาม คล้ายเป็นผู้มีอิทธิพล และมักบอกกับคนใกล้ชิดเสมอว่าสนิทกับตำรวจ     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/UZfuXwrU18s

 12,562
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ย. 62

จับแล้วปู่ฤๅษีข่มขืนลูกสาววัย 15 เจอ 3 ข้อหาหนัก ป้าเปิดไดอารี่เด็กเล่าถูกชำเรา จนเป็นกามโรค-ตั้งครรภ์

บึงกาฬ-เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม พระไพบูล ฉายา วิปุโลหรือนามสกุล จูมศรีสิงห์ อายุ 45 ปี เจ้าสำนักสงฆ์ถ้ำปู่ฤๅษีภูสิงห์มิ่งมิตร บ้านโนนสง่า อ.เมืองบึงกาฬ ที่ข่มขืนลูกสาวแท้ๆวัย 15 ปี ในข้อหา กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปี / กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้ถูกกระทำนั้นเป็นผู้สืบสันดานของตนเอง   โดยพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ทำการสอบสวนปู่ฤๅษีไพบูล โดยทางลูกศิษย์ปู่ฤๅษีได้เตรียมหลักฐานมาไว้ประกันตัวแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวปู่ฤๅษี ในชั้นสอบสวน และจะได้ควบคุมตัวไปศาลเพื่อฝากขังระหว่างสอบสวนต่อไป   ต่อมาป้าของเด็กหญิงวัย 15 ปี ได้นำไดอารี่ของหลานสาวมาให้ผู้สื่อข่าวดู โดยเป็นไดอารี่ที่เด็กสาวเขียนบันทึกเรื่องราวในชีวิตตั้งแต่เล็กจนปัจจุบันจำนวน 4 แผ่น ทั้งการเรียนหนังสือได้เกรด 4.00 เป็นที่ 1 ของห้องมาโดยตลอดจนจบชั้นป.6 พอขึ้นมัธยมก็รักษาเกรดตัวเองอย่างดีไม่เคยด้อยลงเลย ทำกิจกรรมของโรงเรียนเป็นหัวหน้าการงานเรียนเก่งมากตลอดได้น้อยหน้าใคร จากนั้นได้ระบุว่าถูกปู่ข่มขืนจนเป็นกามโรค และตอนนี้ก็เป็นรอบที่ 3 แล้ว แต่ปู่จะทำร้ายร่างกายหากไปบอกคนอื่น ทำให้ต้องกลายเป็นคนโกหก   ป้าน้อย กล่าวว่า อ่านบันทึกจากไดอารี่ของหลานสาวแล้ว รู้สึกว่า หลานสาวถูกคนเป็นพ่อทำร้ายมาตลอด จนกลายเป็นคนโกหก และยังถูกล่วงละเมิดทางเพศ การกระทำของคนเป็นพ่อ ซึ่งบวชเป็นพระ และชอบแต่งกายเป็นฤๅษี อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดำเนินคดีกับฤๅษีตนนี้ให้ถึงที่สุด   นอกจากนี้ยังมีสองสามีภรรยา ชาว อ.ชุมแพ ซึ่งเป็นน้องสาวของฤๅษีชื่อ บัติ ที่มาลักพาตัวหลานสาวตัวเองไปให้ฤาษีจนเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ซึ่งสามีภรรยาคู่นี้อ้างว่าจะพาไปหาพ่อที่บวชเป็นพระ และป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายใกล้ตาย แต่ครอบครัวไม่ยินยอมให้นำตัวไป แต่สองสามีภรรยาคู่นี้กลับไปเช่ารถตู้และพาหลานสาวตัวเองไปส่งให้ฤๅษี   เชื่อว่าจะเป็นการนำตัวหลานสาวของตัวเองไปแลกกับลูกสาวของนางบัติ ให้ได้รับอิสรภาพแทน เพราะก่อนหน้านี้ลูกสาวนางบัติไปอยู่กับฤๅษีและก็ไม่เห็นกลับมาอีก กระทั่งมาลักพาตัวหลานสาวของตนไปให้ฤๅษี ลูกสาวของนางบัติก็กลับมา พอตนเองไปสอบถามก็บ่ายเบี่ยงบอกไม่รู้ไม่เห็นอย่างเดียว ทำให้เชื่อได้ว่าจะร่วมมือกับฤๅษีทำให้เกิดเรื่องราวมาจนถึงตอนนี้   ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในครอบครัวได้มีการแจ้งความกับ ตำรวจสภ.ชุมแพเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานให้ และขอยืนยันว่า ไม่ได้กล่าวหาหรือใส่ร้ายใคร เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นจริง และเมื่อเรื่องราวมันกลายเป็นเรื่องเลวร้ายกับครอบครัวขนาดนี้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และถ้าสอบสวนแล้วพบว่ามีความผิดก็อยากให้จับกุมตัวดำเนินการตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/frlyM9PWM40  

 13,716
สังคม
07 พ.ย. 62

จับแล้วปู่ฤๅษีข่มขืนลูกสาววัย 15 เจอ 3 ข้อหาหนัก ป้าเปิดไดอารี่เด็กเล่าถูกชำเรา จนเป็นกามโรค-ตั้งครรภ์

บึงกาฬ-เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม พระไพบูล ฉายา วิปุโลหรือนามสกุล จูมศรีสิงห์ อายุ 45 ปี เจ้าสำนักสงฆ์ถ้ำปู่ฤๅษีภูสิงห์มิ่งมิตร บ้านโนนสง่า อ.เมืองบึงกาฬ ที่ข่มขืนลูกสาวแท้ๆวัย 15 ปี ในข้อหา กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปี / กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้ถูกกระทำนั้นเป็นผู้สืบสันดานของตนเอง   โดยพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ทำการสอบสวนปู่ฤๅษีไพบูล โดยทางลูกศิษย์ปู่ฤๅษีได้เตรียมหลักฐานมาไว้ประกันตัวแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวปู่ฤๅษี ในชั้นสอบสวน และจะได้ควบคุมตัวไปศาลเพื่อฝากขังระหว่างสอบสวนต่อไป   ต่อมาป้าของเด็กหญิงวัย 15 ปี ได้นำไดอารี่ของหลานสาวมาให้ผู้สื่อข่าวดู โดยเป็นไดอารี่ที่เด็กสาวเขียนบันทึกเรื่องราวในชีวิตตั้งแต่เล็กจนปัจจุบันจำนวน 4 แผ่น ทั้งการเรียนหนังสือได้เกรด 4.00 เป็นที่ 1 ของห้องมาโดยตลอดจนจบชั้นป.6 พอขึ้นมัธยมก็รักษาเกรดตัวเองอย่างดีไม่เคยด้อยลงเลย ทำกิจกรรมของโรงเรียนเป็นหัวหน้าการงานเรียนเก่งมากตลอดได้น้อยหน้าใคร จากนั้นได้ระบุว่าถูกปู่ข่มขืนจนเป็นกามโรค และตอนนี้ก็เป็นรอบที่ 3 แล้ว แต่ปู่จะทำร้ายร่างกายหากไปบอกคนอื่น ทำให้ต้องกลายเป็นคนโกหก   ป้าน้อย กล่าวว่า อ่านบันทึกจากไดอารี่ของหลานสาวแล้ว รู้สึกว่า หลานสาวถูกคนเป็นพ่อทำร้ายมาตลอด จนกลายเป็นคนโกหก และยังถูกล่วงละเมิดทางเพศ การกระทำของคนเป็นพ่อ ซึ่งบวชเป็นพระ และชอบแต่งกายเป็นฤๅษี อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดำเนินคดีกับฤๅษีตนนี้ให้ถึงที่สุด   นอกจากนี้ยังมีสองสามีภรรยา ชาว อ.ชุมแพ ซึ่งเป็นน้องสาวของฤๅษีชื่อ บัติ ที่มาลักพาตัวหลานสาวตัวเองไปให้ฤาษีจนเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ซึ่งสามีภรรยาคู่นี้อ้างว่าจะพาไปหาพ่อที่บวชเป็นพระ และป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายใกล้ตาย แต่ครอบครัวไม่ยินยอมให้นำตัวไป แต่สองสามีภรรยาคู่นี้กลับไปเช่ารถตู้และพาหลานสาวตัวเองไปส่งให้ฤๅษี   เชื่อว่าจะเป็นการนำตัวหลานสาวของตัวเองไปแลกกับลูกสาวของนางบัติ ให้ได้รับอิสรภาพแทน เพราะก่อนหน้านี้ลูกสาวนางบัติไปอยู่กับฤๅษีและก็ไม่เห็นกลับมาอีก กระทั่งมาลักพาตัวหลานสาวของตนไปให้ฤๅษี ลูกสาวของนางบัติก็กลับมา พอตนเองไปสอบถามก็บ่ายเบี่ยงบอกไม่รู้ไม่เห็นอย่างเดียว ทำให้เชื่อได้ว่าจะร่วมมือกับฤๅษีทำให้เกิดเรื่องราวมาจนถึงตอนนี้   ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในครอบครัวได้มีการแจ้งความกับ ตำรวจสภ.ชุมแพเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานให้ และขอยืนยันว่า ไม่ได้กล่าวหาหรือใส่ร้ายใคร เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นจริง และเมื่อเรื่องราวมันกลายเป็นเรื่องเลวร้ายกับครอบครัวขนาดนี้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และถ้าสอบสวนแล้วพบว่ามีความผิดก็อยากให้จับกุมตัวดำเนินการตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/frlyM9PWM40  

 13,716
สรุปข่าว
07 พ.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 7 พ.ย.62 ปิดฉากไล่ล่า3นักโทษแหกคุก-ตู้โชว์ล้มทับเด็กเจ็บ-ลูกกลับคำคดีพ่อลากศพแม่ไปฝัง

-ระดมกำลังไล่ล่า รุมประณามกลุ่มความไม่สงบภาคใต้ คนร้ายบุกยิงถล่มฐานจุดตรวจร่วมสะเดา จ.ยะลา ฆ่าหมู่ 15 ศพ เจ็บ 4 คน คนรอดเล่าเหตุการณ์เห็นเพื่อนถูกยิงตายต่อหน้า ทุกคนในป้อม ชรบ.ได้ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้ จนกระสุนปืนหมดทุกกระบอก ต้องแกล้งตายเพื่อไม่ให้ถูกยิงซ้ำ คนร้ายยังปลดปืน จนท.ก่อนหลบหนี   หนึ่งในผู้สูญเสียทั้งพ่อและแม่บอก พ่อแม่เสียสละทำหน้าที่อย่างที่ดีที่สุดแล้ว แม้เสียใจแต่ก็ภูมิใจ แม่ทัพภาค 4 ระบุคนร้ายหวังสร้างข่าวให้ตื่นตระหนก ทำร้ายผู้บริสุทธิ์มากที่สุดในรอบหลายปี ผบ.ตร.บินด่วนตรวจจุดเกิดเหตุ เชื่อคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 10 คน คาด 1-2 วันรู้ตัว ตอนนี้คุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 1 คน นายกฯประณามคนร้าย สั่งเยียวยาผู้บาดเจ็บเต็มที่ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ประณามเหตุบุกยิงถล่มป้อม ชรบ.ยะลา ดับ 15 ศพ ผู้รอดชีวิตเล่าเพื่อนถูกยิงตายต่อหน้า สิ้นเสียงปืนต้องแกล้งตาย   -ปิดฉากไล่ล่า 3 นักโทษแหกคุกจากศาลพัทยา จนมุมที่ป่าอ้อย จ.สระแก้ว นายหน่อย 1ในนักโทษขอเข้ามอบตัว พร้อมหญิงสาว 2 คนที่พาหนี ห่างไป 700 ม.เกิดเหตุระทึก พบนายบาร์ต ชาวอเมริกันจับภรรยาชาวไทยที่เป็นนักโทษด้วยกันเนตัวประกัน ก่อนยิงเมียเจ็บ และยิงขมับตัวเองหวังหนีความผิดแต่เจ็บสาหัส อาการเป็นตายเท่ากัน เร่งขยายผลกลุ่มช่วยหลบหนีอีก 10 คน ด้านแม่นายหน่อยเบาใจลูกไม่ถูกวิสามัญ อยู่ในคุกก็ยังดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่นอนตายเหมือนหมาข้างถนน   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ปิดฉากล่า 3 นักโทษแหกคุกศาลพัทยา มอบตัว 1 ส่วนนักโทษฝรั่งยิงเมียเจ็บสาหัส ก่อนจ่อขมับตัวเองแต่ไม่ตาย    -บริษัทตัวแทนลิขสิทธิ์การ์ตูนกระทงเด็ก 15 ถูกล่อซื้อ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 ยันไม่มีนโยบายเรียกรับเงิน ไม่ได้มีรายได้จากการจับลิขสิทธิ์ผิดกฎหมาย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐาน ด้านประจักษ์ ผู้แจ้งความจับเด็ก โชว์หนังสือ ลั่นได้รับมอบอำนาจจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์จากญี่ปุ่น ปัดนำตัว ด.ญ.วัย 15 เข้าห้องมืดบังคับเซ็นรับสารภาพ ยันทำถูกต้อง เพราะเด็กโพสต์ขายเอง เตรียมสู้คดีหากมีการแจ้งความข้อหากรรโชกทรัพย์ โต้กลับเด็กแตะต้องไม่ได้หรอ   ส่วนเด็กสาววัย 15 เหยื่อล่อซื้อกระทงเข้าแจ้งความเอาผิดกลุ่มตัวแทนลิขสิทธิ์ฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์แล้ว ขณะที่มีเหยื่ออีกกว่า 20 ราย รวมตัวกันเข้าให้ข้อมูลกับสภาทนายความ แต่ละคนโดนกันตั้งแต่หลักพัน-แสน รองผบ.ตร.ลั่นจะหยุดยั้งขบวนการกรรโชกทรัพย์โดยใช้ลิขสิทธิ์บังหน้า ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ตัวแทนลิขสิทธิ์การ์ตูน แถลงปัดเอี่ยวล่อซื้อกระทง 'ประจักษ์' โต้นำเด็กเข้าห้องมืดเซ็นรับสารภาพ ลั่น "เด็กแตะต้องไม่ได้หรอ?"   -สภาผู้แทนราษฎร ยังไม่พิจารณาญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ รอไปพิจารณาสัปดาห์หน้า ขณะที่การเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานกรรมาธิการ ยังไม่ได้รับการตอบรับจากพรรคพลังประชารัฐ ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ บอกว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังต้องพูดคุยกันก่อน   ขณะที่มีรายงานล่าสุดว่า แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ตัดสินใจจะเสนอชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ เข้าชิงตำแหน่งประธานกรรมาธิการศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดย ส.ส.พรรคพลังประชารัฐส่วนใหญ่เห็นว่า ประธานกรรมาธิการควรเป็น ส.ส.และมาจากพรรคแกนนำรัฐบาล เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการแก้รัฐธรรมนูญ และการได้คนกลางอย่างรองประธานสภา มาเป็นประธานเพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยกในสังคมด้วย   -พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โต้ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ที่ประกาศจะเข้ามาเป็นกรรมาธิการ สั่งสอน ส.ส.สมัยแรกที่กร่างและบ้าอำนาจ     ด้านปารีณาย้ำตั้งใจเข้าไปตรวจสอบกรรมาธิการชุดนี้ใช้อำนาจ กมธ.เกินขอบเขต อยากให้วางตัวให้เกียรติคนอื่น พูดจาให้นุ่มนวลลง จะเสนอตรวจสอบจัดซื้อ จยย.ไทเกอร์ สมัยที่เสรีพิศุทธ์ เป็น ผบ.ตร.ด้วย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'เสรีพิศุทธ์' โต้กลับ 'ปารีณา' ลั่นเป็น กมธ.สั่งสอน ส.ส.สมัยแรกกร่างบ้าอำนาจ    -กนง.เสียงแตก มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง หั่นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เหลือ 1.25% ต่ำสุดตั้งแต่เกิดวิฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ปี 2009 เมื่อ 10 ปีก่อน หลังเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมิน และต่ำกว่าศักยภาพมากขึ้น จากการส่งออกที่ลดลง เริ่มกระทบการจ้างงาน การท่องเที่ยวและการลงทุนชะลอตัวลง เงินเฟ้อต่ำกว่ากรอบ 2 ปีซ้อน ธนาคารพาณิชย์ขานรับพร้อมปรับลดดอกเบี้ยเงินฝาก-เงินกู้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กนง.มีมติ 5:2 เสียง หั่นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เหลือ 1.25% ต่ำสุดตั้งแต่เกิดวิฤตเแฮมเบอร์เกอร์ปี 2009     -ดีเอสไอเปิด 11 จุดสอบปากคำผู้เสียหายจากคดีแชร์แม่มณี หลังรับแชร์แม่มณีเป็นคดีพิเศษ นัดหมาย 11-22 พ.ย.นี้ ล่าสุดจับผู้ต้องเพิ่มอีก 1 คน รวม 5 คน ยึดเงินสด เพิ่มอีกเป็นจำนวน 5,500,000 บาท ทองรูปพรรณรวมหนัก 10 บาท และแหวนเพชร 2 วง คาดออกหมายจับเพิ่มอีก 1-2 คน  ส่วนแม่มณีและสามีปรับตัวในเรือนจำได้ดี ไม่เครียด แข็งแรงไร้โรคประจำตัว และไม่พบการตั้งครรภ์ ตรวจโดยชุดทดสอบการตั้งครรภ์ และจะพาไปตรวจอย่างละเอียดที่รพ.แต่แม่มณีไม่ไป   ส่วนแชร์แม่มิ้ง เท้าแชร์บ้านน้องปริมพารวย เข้ามอบตัว หลังโดนกดดันหนัก เหยื่อแชร์เกือบ 400 คน เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี มูลค่าเสียหายเกือบ 100 ล้าน แม่มิ้งถูกคุมตัวสอบเค้น ยังปฏิเสธทุกข้อหา ร่ำไห้ขอโทษเหยื่อ บอกไม่ได้หนี แค่ไปตั้งหลัก ไม่ขอยื่นประกันตัว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ตรวจแล้ว 'แม่มณี' ไม่ได้ท้อง อยู่คุกไม่เครียด จ่อออกหมายจับเพิ่มตัวการใหญ่ 'มะนาว' แชทด่าลูกทีมเดือดโลภเอง / 'แม่มิ้ง' มอบตัวไม่ขอประกัน หวั่นถูกลูกแชร์เช็คบิล เปิดบัญชีไร้เงิน-ทรัพย์สินมีค่า    -คืบหน้าเหตุสลดใจ พ่อลากศพแม่ไปฝัง ลูกชายเห็นแต่เก็บเป็นความลับตลอด 2 ปี  ช็อกซ้ำสอง ลูกชายกลับคำ พ่อไม่ได้ฆ่า แต่แม่เมาตายเอง พร้อมเผยความจริงเพิ่มบอก ตัวเองช่วยกับพ่อเอาศพไปฝัง เพราะแม่เป็นลมตาย แต่ไม่มีเงิน พ่อครวญทำไมลูกไม่พูดความจริง ก่อนที่ลูกจะยอมกลับคำ     -จับแล้ว ปู่ฤาษีข่มขืนลูกสาววัย 15 ปีในสำนักสงฆ์บึงกาฬ เจอ 3 ข้อหาหนัก ตำรวจคัดค้านประกัน สลดเปิดไดอารี่ ด.ญ. ถูกพ่อฤาษีขืนใจ จำนวน 4 แผ่น ทั้งการเรียนหนังสือได้เกรด 4.00 เป็นที่ 1 ของห้องมาโดยตลอด จนจบชั้น ป.6 พอขึ้นมัธยมก็รักษาเกรดตัวเองอย่างดีไม่เคยด้อยลงเลย ระบุถูกพ่อตนเอง ที่เรียกว่าปู่ฤาษี ข่มขืนจนเป็นกามโรคถึง 3 ครั้ง แต่ปู่จะทำร้ายร่างกายหากไปบอกคนอื่น ป้าเด็กวอนดำเนินคดีถึงที่สุด รวมถึงสองผัวเมีย ชาว อ.ชุมแพ ซึ่งเป็นน้องสาวของฤาษีชื่อ บัติ ที่มาลักพาตัวหลานสาวตัวเองไปให้พ่อที่เป็นฤาษี โดยอ้างว่า พ่อป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายใกล้เสียชีวิต ยันไม่ได้ใส่ร้ายใคร ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับแล้วปู่ฤๅษีข่มขืนลูกสาววัย 15 เจอ 3 ข้อหาหนัก ป้าเปิดไดอารี่เด็กเล่าถูกชำเรา จนเป็นกามโรค-ตั้งครรภ์   -หวิดสลด พ่อแม่สั่งตู้โชว์มาติดตั้งไม่ทันข้ามวัน แต่เกิดหตุตู้ล้มทับลูก 2 คน ได้รับบาดเจ็บ เผยลูกดีใจรีบเข้าไปดูตู้โชว์เลโก้ที่ซื้อมาใหม่ ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ตู้ล้มทับลูกทั้ง 2 คน จนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย บริษัทเจ้าของตู้บอกคนติดตั้งไม่ได้ติดน็อตยึดผนัง พร้อมรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด แต่พ่อแม่ไม่รับข้อเสนอดังกล่าว และได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองภูเก็ตแล้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หวิดสลด! สั่งตู้โชว์ติดตั้งในบ้านไม่ทันข้ามวัน ล้มทับลูก 2 คนเจ็บ เหตุคนติดตั้งไม่เจาะผนังยึดน็อตให้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kYWZR0orCXc  

 11,030
ข่าวภูมิภาค
05 พ.ย. 62

จับชายอ้างเป็นตร. หลอกเด็กสาวขึ้นรถไปทำอนาจาร อ้าง "ไม่ได้ข่มขืน แค่เอาอวัยวะเพศไปวางทับ"

กรณี น.ส.เอ(นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ชาว อ.สตึก นักศึกษาอาชีวะแห่งหนึ่ง ถูกชายผมเกรียนขับรถเก๋งประกบอ้างเป็นตำรวจขอตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่ และขอตรวจค้นหายาเสพติดตามตัว ลักษณะต้องการอนาจาร แล้วบังคับไปข่มขืนในโกดังร้าง แห่งหนึ่งใน อ.สตึก ก่อนจะมีเด็กหญิงอายุ 14 ปีและ 16 ปี ออกมาเปิดเผยอีกว่าโดนกระทำในลักษณะเดียวกัน    จนกระทั่งศาลจังหวัดบุรีรัมย์ อนุมัติออกหมายจับนายสฐาน อ่อนดีกุล อายุ 54 และสามารถจับกุมได้ขณะพักอยู่ที่บ้านของภรรยา หมู่ 1 บ้านสระบัว ต.สระบัว อ.ประทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด ในเขตพื้นที่ สภ.บัวขาว อ.ประทุมรัตน์ พร้อมของกลางเป็นรถเก๋งสีน้ำเงิน และชุดที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ   ตำรวจ สภ.สตึก อ.สตึก และตำรวจ สภ.แคนดง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ทั้ง 2 แห่ง ได้ร่วมกันสอบสวน นายสฐาน อย่างเคร่งเครียด   จากการสอบสวนนายสฐาน ผู้ต้องหา กลับคำให้การ จากที่รับสภาพตอนจับกุมว่าเป็นผู้กระทำจริง มาเป็นปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่า ได้เป็นคนขับรถไปจริง เป็นบุคคลที่ถูกเด็กกล่าวอ้างจริง นอกจากนี้ผู้ต้องหายังสารภาพเพียงว่า ได้ให้เด็กขึ้นรถจริง แก้ผ้าจริง แต่ไม่ได้ทำการข่มขืน เพียงแค่เอาอวัยวะเพศของตนไปวางไว้ที่อวัยวะเพศของเด็กเพียง 2-3 นาทีเท่านั้น ยังไม่มีการสอดใส่แต่อย่างใด นายสฐาน ผู้ต้องหายังปฏิเสธเสียงกร้าวว่า กรณีเด็กอายุ 14 อีกหนึ่งคนที่แจ้งความไว้ ตนยอมรับว่าพาไปจริงเช่นเดียวกัน แต่เด็กร้องไห้ก่อน จึงปล่อยตัวไปไม่ได้กระทำอนาจารแต่อย่างใด พร้อมสู้ถึงชั้นศาล   ส่วนสาเหตุที่เข้ามาในเขตพื้นที่ อ.สตึก และแคนดง ตนไม่ได้ตั้งใจมาก่อเหตุ แต่ตนมักจะเดินทางมาดูการชนไก่ที่บ่อนไก่ อ.แคนดง เป็นประจำ จึงพอรู้เส้นทางและเห็นเด็กหญิงเลยต้องการจะปรามเรื่องการใส่หมวกกันน็อก จึงอ้างว่าเป็นตำรวจ   อย่างไรก็ตามจากข้อมูลนายสฐาน อ่อนดีกุล เคยต้องโทษคดีอนาจารในเขตพื้นที่ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับ อ.ประทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด บ้านของภรรยานายสฐาน   ต่อมาตำรวจได้นำตัว น.ส.เอ.(นามสมมุติ) เข้าไปชี้ตัวผู้ต้องหา โดยตำรวจได้นำคนขับรถจักรยายนต์รับจ้าง มาปะปนกับตัวผู้ต้องหา ซึ่ง น.ส.เอ ได้ชี้ตัวนายสฐาน ได้อย่างแม่นยำ ว่าเป็นคนกระทำชำเราตนเอง เพราะช่วงเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน   อย่างไรก็ตามตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานแวดล้อม และคำให้การของผู้ต้องหาที่ยอมรับว่าเป็นบุคคลที่เด็กกล่าวอ้างจริง ถึงแม้ผู้ต้องหาจะยังปฏิเสธก็ตาม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RdZX-xssL30

 5,835
สังคม
05 พ.ย. 62

จับชายอ้างเป็นตร. หลอกเด็กสาวขึ้นรถไปทำอนาจาร อ้าง "ไม่ได้ข่มขืน แค่เอาอวัยวะเพศไปวางทับ"

กรณี น.ส.เอ(นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ชาว อ.สตึก นักศึกษาอาชีวะแห่งหนึ่ง ถูกชายผมเกรียนขับรถเก๋งประกบอ้างเป็นตำรวจขอตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่ และขอตรวจค้นหายาเสพติดตามตัว ลักษณะต้องการอนาจาร แล้วบังคับไปข่มขืนในโกดังร้าง แห่งหนึ่งใน อ.สตึก ก่อนจะมีเด็กหญิงอายุ 14 ปีและ 16 ปี ออกมาเปิดเผยอีกว่าโดนกระทำในลักษณะเดียวกัน    จนกระทั่งศาลจังหวัดบุรีรัมย์ อนุมัติออกหมายจับนายสฐาน อ่อนดีกุล อายุ 54 และสามารถจับกุมได้ขณะพักอยู่ที่บ้านของภรรยา หมู่ 1 บ้านสระบัว ต.สระบัว อ.ประทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด ในเขตพื้นที่ สภ.บัวขาว อ.ประทุมรัตน์ พร้อมของกลางเป็นรถเก๋งสีน้ำเงิน และชุดที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ   ตำรวจ สภ.สตึก อ.สตึก และตำรวจ สภ.แคนดง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ทั้ง 2 แห่ง ได้ร่วมกันสอบสวน นายสฐาน อย่างเคร่งเครียด   จากการสอบสวนนายสฐาน ผู้ต้องหา กลับคำให้การ จากที่รับสภาพตอนจับกุมว่าเป็นผู้กระทำจริง มาเป็นปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่า ได้เป็นคนขับรถไปจริง เป็นบุคคลที่ถูกเด็กกล่าวอ้างจริง นอกจากนี้ผู้ต้องหายังสารภาพเพียงว่า ได้ให้เด็กขึ้นรถจริง แก้ผ้าจริง แต่ไม่ได้ทำการข่มขืน เพียงแค่เอาอวัยวะเพศของตนไปวางไว้ที่อวัยวะเพศของเด็กเพียง 2-3 นาทีเท่านั้น ยังไม่มีการสอดใส่แต่อย่างใด นายสฐาน ผู้ต้องหายังปฏิเสธเสียงกร้าวว่า กรณีเด็กอายุ 14 อีกหนึ่งคนที่แจ้งความไว้ ตนยอมรับว่าพาไปจริงเช่นเดียวกัน แต่เด็กร้องไห้ก่อน จึงปล่อยตัวไปไม่ได้กระทำอนาจารแต่อย่างใด พร้อมสู้ถึงชั้นศาล   ส่วนสาเหตุที่เข้ามาในเขตพื้นที่ อ.สตึก และแคนดง ตนไม่ได้ตั้งใจมาก่อเหตุ แต่ตนมักจะเดินทางมาดูการชนไก่ที่บ่อนไก่ อ.แคนดง เป็นประจำ จึงพอรู้เส้นทางและเห็นเด็กหญิงเลยต้องการจะปรามเรื่องการใส่หมวกกันน็อก จึงอ้างว่าเป็นตำรวจ   อย่างไรก็ตามจากข้อมูลนายสฐาน อ่อนดีกุล เคยต้องโทษคดีอนาจารในเขตพื้นที่ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับ อ.ประทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด บ้านของภรรยานายสฐาน   ต่อมาตำรวจได้นำตัว น.ส.เอ.(นามสมมุติ) เข้าไปชี้ตัวผู้ต้องหา โดยตำรวจได้นำคนขับรถจักรยายนต์รับจ้าง มาปะปนกับตัวผู้ต้องหา ซึ่ง น.ส.เอ ได้ชี้ตัวนายสฐาน ได้อย่างแม่นยำ ว่าเป็นคนกระทำชำเราตนเอง เพราะช่วงเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน   อย่างไรก็ตามตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานแวดล้อม และคำให้การของผู้ต้องหาที่ยอมรับว่าเป็นบุคคลที่เด็กกล่าวอ้างจริง ถึงแม้ผู้ต้องหาจะยังปฏิเสธก็ตาม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RdZX-xssL30

 5,835
อาชญากรรม
04 พ.ย. 62

จับแล้ว! ชายอ้างเป็นตร. หลอกเด็กไปลวนลาม-ข่มขืน ล่าสุดพบมีเหยื่อเพิ่มอีก 2 ราย

วันที่ 3 พ.ย.62 จากกรณีที่ผู้ปกครองนักศึกษาสาว 16 ปี เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.สตึก บุรีรัมย์ หลังกลับจากเดินพาเพรดงานแข่งเรือ ถูกชายผมเกรียนขับเก๋งปาดหน้าอ้างเป็นตำรวจขอตรวจหมวกกันน็อคและค้นยาเสพติดก่อนลากขึ้นรถไปข่มขืนที่โกดังล้าง กลางวันแสกๆ จากข้อมูลคาดว่ามีคนถูกกระทำในลักษณะดังกล่าวหลายราย   ขณะที่ความคืบหน้าล่าสุด นางนอ(นามสมมุติ)ยายของ ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ14ปี อ.แคนดง ได้พาหลานเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท ธนาคม สาธรพิทักษ์ สารวัตร(สอบสวน)สภ.แคนดง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ว่าวันที่ 2 พ.ย.62 เวลา 12.00 น.ได้ถูกคนร้ายซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับหลานสาวในข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อคและขอตรวจค้นยาเสพติดโดยบังคับหลานสาวขึ้นรถยนต์เก๋งพร้อมทำอนาจารภายในรถก่อนนำตัวมาส่งคืน   นางนอ (นามสมมุติ)อายุ 62 ปี ยายของ ด.ญ.บี (นามสมมุติ) เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ให้หลานไปกดเงินในตัวอำเภอแคนดง พอหลานกลับก็เอาแต่ร้องไห้และบอกให้ยายพาไปโรงพัก จึงได้ถามหลานว่ามีเรื่องอะไรมา หลานบอกว่ามีตำรวจจับหน้าอกหนู จึงได้รีบพาหลานเข้าแจ้งความที่ สภ.แคนดง ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะเป็นตำรวจจริง ซึ่งตนเสียใจมาก รู้สึกและสงสารหลาน ที่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ วอนเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามจับ เพราะกลัวหลานสาวจะได้รับอันตราย   ด.ญ.บี(นามสมมุติ) เล่าว่าเมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ยายให้ตนเองไปกดเงินในตัว อ.แคนแดง โดยขากลับใช้เส้นทางถนนสายแคนดง-สตึก โดยเมื่อขี่รถจักรยานยนต์ มาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านดงพลอง ต.ดงพลอง ก่อนถึงศูนย์เด็กเล็กวัดประชาชาติ ได้มีรถยนต์เก๋งสีน้ำเงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน บีบแตรให้ตนเองจอด โดยมีชายดังกล่าวอายุประมาณ50ปี ผิวดำแดง ตัดผมเกรียน อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะจับตนเองในข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อค โดยบังคับให้ตนเองขึ้นรถยนต์เก๋ง   เนื่องจากจะพาไปเปรียบเทียบปรับและตรวจหาสารเสพติด แล้วขับพาตนเองไปที่หลังศูนย์เด็กเล็กวัดประชาชาติซึ่งเป็นที่เปลี่ยว โดยบังคับให้ตนเองปรับเบาะนอนลง แล้วทำการตรวจค้นโดยจับบริเวณหน้าอก ตนเองตกใจจึงเอามือกอดอกและร้องไห้ ทำให้คนร้ายเปลี่ยนใจนำตนเองไปส่งคืนบริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านดงพลอง หลังจากนั้นจึงได้นำเรื่องดังกล่าวมาเล่าให้ยายฟังว่าถูกตำรวจจับบริเวณหน้าอก และให้ยายพาไปแจ้งความ   ด้าน น.ส.ซี (นามสมมุติ)อายุ 16 ปี เหยื่ออีกราย เล่าว่าเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาเวลา 01.00 น. ตนเองกับน้าสาวอายุ 19 ปี ได้ขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านที่อ.แคนดง โดยใช้เส้นทางถนนสายบ้านนาลาว-บ้านหัวฝาย โดยมาถึงบริเวณบ้านดอนมนต์ ต.ดอนมนต์ อ.สตึก ได้ถูกรถยนต์เก๋ง ขับเข้ามาปาดหน้าให้ตนเองจอด แล้วมีผู้ชายอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงมาจากรถพร้อมนำไฟฉายมาส่องที่หน้าตนและได้แจ้งว่าได้รับรายงานจากสายลับว่าจะมีผู้หญิจำนวน 2 คน อายุประมาณ16-18ปี นำยาเสพติดมาส่งที่บริเวณดังกล่าว โดยจะขอตรวจค้นตัว ตนเองก็ให้ค้นตัว เนื่องจากบริสุทธิ์ใจ เพราะว่าไม่เคยมีประวัติยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด   โดยชายคนดังกล่าวได้ทำการตรวจค้นที่บริเวณยกทรงของตนเอง ซึ่งไม่พบอะไร ตนเองจึงรีบขับรถจักรยานยนต์ โดยสังเกตเห็นรถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับตามมาและบังคับให้จอดอีก และขอดูใบอนุญาติขับขี่ โดยในระหว่านั้นชายคนดังกล่าวได้ขอค้นตัวที่บริเวณยกทรงของตนเองอีกรอบ ซึ่งตนเองและน้าสาวตกใจมากเนื่องจากเป็นเวลาดึกมากแล้ว กลัวจะเกิดอันตรายจึงไม่กล้าขัดขืน เบื้องต้นในใจคิดว่าชายคนดังกล่าวน่าจะไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนั้นยังไม่ได้เข้าแจ้งความ เพราะตนเองรู้สึกกลัวมากจนคิดอะไรไม่ออก และทุกวันนี้ยังผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ล่าสุดมีรายงานว่าตำรวจสามารถจับกุมตัวชายคนกล่าวได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. ที่ผ่านมา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vNdFpC2bGkc

 809
สังคม
03 พ.ย. 62

ชายอ้างเป็นตำรวจ ขับรถปาดหน้าสาว 16 ลวงไปข่มขืนกลางวันแสกๆ

บุรีรัมย์ - ร.ต.อ เกรียงศักดิ์ กิจไธสง รองสารวัตร(สอบสวน) สภ. สตึก อ. สตึก จ. บุรีรัมย์ นำ น.ส. เอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี นักศึกษาอาชีวะแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ พร้อมผู้ปกครองไปชี้จุดที่เกิดเหตุริมถนนสาย สตึก-แคนดง หมู่ที่7 ต.นิคม ระหว่างบ้านตลาดในบริเวณโกดังร้าง หลังถูกชายอายุประมาณ 50 ปี ผิวดำแดงตัดผมเกรียน สูงประมาณ 170-180 เซนติเมตร ข่มขืนภายในโกดังร้างจนสำเร็จความใคร่    น. ส.เอ (นามสมมุติ) เล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 พ. ย. 62 เวลาประมาณ 11.00 น. วันเกิดเหตุตนได้ขับรถจักรยานยนต์ไปร่วมกิจกรรมเดินพาเพรดงานแข่งเรือที่อำเภอสตึก ซึ่งเป็นวันแรก ช่วงขากลับตนขับรถจักรยานยนต์มาตามถนนปกติ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำเงินเข้ม จำหมายทะเบียนไม่ได้ขับรถมาปาดหน้ารถของตนให้จอด เมื่อตนเองจอดข้างทางได้มีชายรูปร่างสันทัด ตัดทรงผมเกรียนลงมาจากรถแล้วขอดูใบอนุญาต ขับรถพร้อมกับบอกว่าทำไมไม่ใส่หมวกกันน็อค พร้อมบอกว่ามีความผิดตามกฎหมาย    จากนั้นได้บังคับให้ตนให้ขึ้นรถยนต์เก๋ง เพื่อจะเอาไปสถานีตำรวจโดยให้ตนจอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ข้างทาง ในระหว่างที่ตนเองอยู่บนรถชายคนดังกล่าวอ้างว่ามีสายรายงานว่าตนเป็นกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ตนตกใจมากเพราะไม่เคยไปยุ่งเกี่ยว    จากนั้นชายคนดังกล่าวได้ทำการตรวจค้นตามตัวคล้ายกับลวนลาม จากนั้นได้พาตนเข้าไปในโกดังร้างซึ่งอยู่ข้างทางแล้วทำการบังคับคืนใจจนสำเร็จความใคร่ ซึ่งในจังหวะนั้นมีชาวบ้านขับรถไถเข้ามาทำให้คนร้ายรีบนำตน ไปส่งที่จุดเดิม    ขณะที่ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นขับรถยนต์กระบะผ่านมาช่วงเวลาเกิดเหตุ เล่าว่าช่วงเวลา 11.00 น. เห็นรถยนต์เก๋งจอดคุยกับรถจักรยานยนต์บริเวณข้างทางแต่ตนเองก็ไม่สนใจเนื่องจากคิดว่าเป็นอุบัติเหตุหรือเรื่องภายในครอบครัว    อย่างไรก็ตามตำรวจกำลังเร่งติดตามชายต้องสงสัยตามคำให้การของผู้เสียหายโดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีจากข้อมูลทราบว่าคนร้ายเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/G_oZMued0Xw

 12,565
สังคม-อาชญากรรม
22 ต.ค. 62

ตร.ข่มขืนเด็ก 12 เครียดผูกคอตายในป่า ญาติเหยื่อแค้นใจแต่อโหสิกรรมให้

กรณีอดีต ผบ.หมู่ สภ.สอยดาว จ.จันทบุรี ถูกจับคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงวัย 12 ปี หลังได้ประกันตัวในชั้นศาล ตัดสินใจลาออกจากราชการ กลับไปอยู่บ้านเกิด จ.ร้อยเอ็ด เครียดใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตายในป่า   เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ต.ค.62 นางแหม่ม (นามสมมุติ) อายุ 57 ปี ผู้เป็นยาย ร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ด.ญ.หนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี หลานสาวเป็นเด็กพิเศษ ถูก ด.ต.วิเชียร (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี อดีต ผบ.หมู่ สภ.สอยดาว จ.จันทบุรี  ข่มขืนจนอวัยวะเพศฉีกขาดและอักเสบรุนแรง ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี เด็กยังมีอาการหวาดผวาอยู่ตลอดเวลา   ต่อมาดาบตำรวจคนดังกล่าวยังได้มาดักรอหน้าบ้านตอนกลางคืนข่มขู่ครอบครัว ยกมือไหว้ไม่ให้เอาเรื่องจนหวาดผวา และบอกให้ยายพาเด็กออกจากโรงพยาบาล โดยจะขอไกล่เกลี่ยจ่าย 2 แสน อยากให้เรื่องเงียบและจะเลี้ยงเด็กหญิงคนนี้ไปตลอดชีวิตแต่ยายไม่รับเงิน ที่แจ้งความเพราะไม่อยากให้ไปทำกับเด็กหญิงคนอื่นอีก เนื่องจากทราบว่าเคยมีเด็กหญิงหลายคนถูกดาบตำรวจคนดังกล่าวกระทำลักษณะนี้   ยายของเด็ก เผยกับผู้สื่อข่าวว่า พ่อแม่ของ ด.ญ.หนึ่ง ต้องโทษอยู่ในเรือนจำ ตนจึงรับภาระเลี้ยงดูหลานทั้ง 3 คน โดย ด.ญ.หนึ่ง เป็นหลานคนที่ 2 กำลังเรียนอยู่ชั้นป.6 หลังเกิดเหตุ หลานสาวอาบน้ำร้องไห้หน้าตื่น บอกตนว่ามีเลือดออกที่อวัยวะเพศ ตนจึงได้สอบถามว่าไปทำอะไรมา   ตอนแรกหลานไม่ยอมบอก เมื่อคาดคั้นจึงรู้ว่าหลานถูกดาบตำรวจล่อลวงไปข่มขืนหลายครั้งที่ห้องพักของดาบตำรวจซึ่งเป็นแฟลตตั้งอยู่ในโรงพักสอยดาว จากนั้นตนจึงได้พาหลานไปโรงพยาบาลสอยดาวเพื่อตรวจร่างกายก่อนจะถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี   ยายของเด็กหญิง เล่าต่อว่า ดาบตำรวจคนดังกล่าวรู้จักกับแม่ของเด็ก เป็นคนพูดจาไพเราะ โดยจะแวะเวียนมาที่บ้านเป็นประจำ รับหลานออกไปข้างนอก บางครั้งเลิกเวรดึกก็มาเคาะบ้านรับหลานออกไป อ้างพาไปซื้อขนม เวลากลับมาส่งหลานจะมีขนมและเงินติดมือมาทุกครั้ง แต่ไม่ได้เอะใจกระทั่งทราบความจริง รู้สึกตกใจไม่คิดว่าคนที่ไว้ใจจะกล้าทำกับหลานแบบนี้ยอมรับโกรธมาก  ดาบตำรวจผูกคอตายตนรู้สึกเฉย ๆ ถือว่าเป็นกรรม   ด้านตาของเด็กหญิงคนดังกล่าวเผยว่า หลานสาวเล่าให้ฟังตอนอยู่โรงพยาบาล พอทราบเรื่องโกรธมาก เพราะคนคุ้นเคยรู้จักกัน ตนกับหลานอยู่บ้านคนละหลังกันจึงไม่ทราบว่าหลานออกไปกับดาบตำรวจคนดังกล่าวเมื่อไหร่บ้าง หลังเกิดเรื่องไม่เคยได้พูดคุยกับดับตำรวจคนนี้เลย คุณก็ไม่อยากคุยเช่นกันและไม่อยากมองหน้าด้วย แต่ตนอโหสิกรรมให้ ไม่อยากมีเวรกรรมต่อกัน   ขณะนี้เด็กหญิงอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าหน้าที่สำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.จันทบุรีได้ ประมาณสัปดาห์กว่าแล้วสภาพร่างกายแข็งแรงดีเป็นปกติแล้ว   ส่วนสภาพจิตใจ ยังคงมีความวิตกกังวล หวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทาง พม.ได้ส่งมาพบจิตแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมพบแพทย์เป็นประจำทุกวันเพื่อรักษาควบคู่กันไป และมีการประเมินทั้งด้านจิตใจ  สุขภาพ และพฤติกรรม   พ.ต.อ.นิตย์ วิธินันทกิตต์ ผกก.สภ.สอยดาว เผยว่า ตนได้เรียกตัวดาบตำรวจที่ก่อเหตุมาพบและสอบสวน ให้การรับสารภาพว่าข่มขืน ด.ญ.หนึ่งจริง พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งดำเนินคดีข้อหา พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร และกระทำชำเรา ก่อนควบคุมตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดจันทบุรี   ต่อมา ด.ต.วิเชียร ได้ประกันตัวในชั้นศาล โดยก่อนจะถูกแจ้งความดำเนินคดี ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ กลับไปบ้านเกิดที่ จ.ร้อยเอ็ด ก่อนที่ชาวบ้านจะไปพบผูกคอเสียชีวิตในป่าชุมชนช่วงบ่ายของวันที่ 20 ต.ค.   ผู้กำกับการ สภ.สอยดาว กล่าวว่า ทางคดีซึ่งเป็นคดีอาญา เมื่อผู้ต้องหาเสียชีวิตก็ต้องระงับไป คดีถือว่าจบไม่สามารถเอาผิดใครได้ สำนวนคดีก็ส่งอัยการตามกระบวนการ แม้ ด.ต.วิเชียร จะเสียชีวิตแล้วแต่ครอบครัวของเด็กวัย 12 สามารถฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tNCCvRA6u5w

 10,905
อาชญากรรม
22 ต.ค. 62

ตร.ข่มขืนเด็ก 12 เครียดผูกคอตายในป่า ญาติเหยื่อแค้นใจแต่อโหสิกรรมให้

กรณีอดีต ผบ.หมู่ สภ.สอยดาว จ.จันทบุรี ถูกจับคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงวัย 12 ปี หลังได้ประกันตัวในชั้นศาล ตัดสินใจลาออกจากราชการ กลับไปอยู่บ้านเกิด จ.ร้อยเอ็ด เครียดใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตายในป่า   เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ต.ค.62 นางแหม่ม (นามสมมุติ) อายุ 57 ปี ผู้เป็นยาย ร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ด.ญ.หนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี หลานสาวเป็นเด็กพิเศษ ถูก ด.ต.วิเชียร (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี อดีต ผบ.หมู่ สภ.สอยดาว จ.จันทบุรี  ข่มขืนจนอวัยวะเพศฉีกขาดและอักเสบรุนแรง ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี เด็กยังมีอาการหวาดผวาอยู่ตลอดเวลา   ต่อมาดาบตำรวจคนดังกล่าวยังได้มาดักรอหน้าบ้านตอนกลางคืนข่มขู่ครอบครัว ยกมือไหว้ไม่ให้เอาเรื่องจนหวาดผวา และบอกให้ยายพาเด็กออกจากโรงพยาบาล โดยจะขอไกล่เกลี่ยจ่าย 2 แสน อยากให้เรื่องเงียบและจะเลี้ยงเด็กหญิงคนนี้ไปตลอดชีวิตแต่ยายไม่รับเงิน ที่แจ้งความเพราะไม่อยากให้ไปทำกับเด็กหญิงคนอื่นอีก เนื่องจากทราบว่าเคยมีเด็กหญิงหลายคนถูกดาบตำรวจคนดังกล่าวกระทำลักษณะนี้   ยายของเด็ก เผยกับผู้สื่อข่าวว่า พ่อแม่ของ ด.ญ.หนึ่ง ต้องโทษอยู่ในเรือนจำ ตนจึงรับภาระเลี้ยงดูหลานทั้ง 3 คน โดย ด.ญ.หนึ่ง เป็นหลานคนที่ 2 กำลังเรียนอยู่ชั้นป.6 หลังเกิดเหตุ หลานสาวอาบน้ำร้องไห้หน้าตื่น บอกตนว่ามีเลือดออกที่อวัยวะเพศ ตนจึงได้สอบถามว่าไปทำอะไรมา   ตอนแรกหลานไม่ยอมบอก เมื่อคาดคั้นจึงรู้ว่าหลานถูกดาบตำรวจล่อลวงไปข่มขืนหลายครั้งที่ห้องพักของดาบตำรวจซึ่งเป็นแฟลตตั้งอยู่ในโรงพักสอยดาว จากนั้นตนจึงได้พาหลานไปโรงพยาบาลสอยดาวเพื่อตรวจร่างกายก่อนจะถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี   ยายของเด็กหญิง เล่าต่อว่า ดาบตำรวจคนดังกล่าวรู้จักกับแม่ของเด็ก เป็นคนพูดจาไพเราะ โดยจะแวะเวียนมาที่บ้านเป็นประจำ รับหลานออกไปข้างนอก บางครั้งเลิกเวรดึกก็มาเคาะบ้านรับหลานออกไป อ้างพาไปซื้อขนม เวลากลับมาส่งหลานจะมีขนมและเงินติดมือมาทุกครั้ง แต่ไม่ได้เอะใจกระทั่งทราบความจริง รู้สึกตกใจไม่คิดว่าคนที่ไว้ใจจะกล้าทำกับหลานแบบนี้ยอมรับโกรธมาก  ดาบตำรวจผูกคอตายตนรู้สึกเฉย ๆ ถือว่าเป็นกรรม   ด้านตาของเด็กหญิงคนดังกล่าวเผยว่า หลานสาวเล่าให้ฟังตอนอยู่โรงพยาบาล พอทราบเรื่องโกรธมาก เพราะคนคุ้นเคยรู้จักกัน ตนกับหลานอยู่บ้านคนละหลังกันจึงไม่ทราบว่าหลานออกไปกับดาบตำรวจคนดังกล่าวเมื่อไหร่บ้าง หลังเกิดเรื่องไม่เคยได้พูดคุยกับดับตำรวจคนนี้เลย คุณก็ไม่อยากคุยเช่นกันและไม่อยากมองหน้าด้วย แต่ตนอโหสิกรรมให้ ไม่อยากมีเวรกรรมต่อกัน   ขณะนี้เด็กหญิงอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าหน้าที่สำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.จันทบุรีได้ ประมาณสัปดาห์กว่าแล้วสภาพร่างกายแข็งแรงดีเป็นปกติแล้ว   ส่วนสภาพจิตใจ ยังคงมีความวิตกกังวล หวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทาง พม.ได้ส่งมาพบจิตแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมพบแพทย์เป็นประจำทุกวันเพื่อรักษาควบคู่กันไป และมีการประเมินทั้งด้านจิตใจ  สุขภาพ และพฤติกรรม   พ.ต.อ.นิตย์ วิธินันทกิตต์ ผกก.สภ.สอยดาว เผยว่า ตนได้เรียกตัวดาบตำรวจที่ก่อเหตุมาพบและสอบสวน ให้การรับสารภาพว่าข่มขืน ด.ญ.หนึ่งจริง พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งดำเนินคดีข้อหา พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร และกระทำชำเรา ก่อนควบคุมตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดจันทบุรี   ต่อมา ด.ต.วิเชียร ได้ประกันตัวในชั้นศาล โดยก่อนจะถูกแจ้งความดำเนินคดี ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ กลับไปบ้านเกิดที่ จ.ร้อยเอ็ด ก่อนที่ชาวบ้านจะไปพบผูกคอเสียชีวิตในป่าชุมชนช่วงบ่ายของวันที่ 20 ต.ค.   ผู้กำกับการ สภ.สอยดาว กล่าวว่า ทางคดีซึ่งเป็นคดีอาญา เมื่อผู้ต้องหาเสียชีวิตก็ต้องระงับไป คดีถือว่าจบไม่สามารถเอาผิดใครได้ สำนวนคดีก็ส่งอัยการตามกระบวนการ แม้ ด.ต.วิเชียร จะเสียชีวิตแล้วแต่ครอบครัวของเด็กวัย 12 สามารถฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tNCCvRA6u5w

 10,905

Top