ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทำร้ายเด็ก"

แชร์ออฟเดอะเดย์
11 มี.ค. 62

พ่อเลี้ยงโหด โมโหลูกเลี้ยงวัย 13 กลับบ้านช้า เอาเตารีดนาบมือพอง แม่ทำได้แค่ยืนดูเฉยๆ

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก เฌอร์รี่ มะมี๊ของฟีฟ่า ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของเด็กคนหนึ่ง หลังถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกาย โดยระบุว่า เธอไปเจอเด็กแถวบ้านคนหนึ่งอายุ 13 ปี สภาพมือเป็นแผล จึงว่าไปโดนอะไรมา ซึ่งน้องคนดังกล่าวก็ตอบว่า กลับบ้านดึกประมาณ 3 ทุ่ม โดนพ่อเลี้ยงเอาเตารีดนาบที่มือจนเป็นแผลพุพองอย่างที่เห็น นอกจากนี้น้องยังบอกว่า แม่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรแค่ยืนดูเฉยๆ   นอกจากนี้ เด็กชายคนนี้ยังเคยโดยพ่อเลี้ยงทั้งเตะและต่อย แถมยังเคยเอามือไปนาบกับเตาแก๊สร้อนๆ ทำให้ในบางวันเด็กต้องออกไปนอนบ้านคนรู้จัก บางทีก็ไปนอนที่สนามหญ้าตามหมู่บ้าน ซึ่งเธอก็อยากจะช่วย แต่น้องบอกว่าไม่อยากไปอยู่บ้านเด็กกำพร้า   ซึ่งต่อมามีความคืบหน้าเพิ่มเติมว่า แม่ของเด็กมารับตัวกลับไปแล้ว ซึ่งก็ไม่ได้ระบุว่าหลังจากน้องกลับบ้านไปกับแม่ น้องจะถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายหรือไม่ ทำเอาคนในโลกออนไลน์ต่างเป็นห่วง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8byXOM-Ya5I

 3,160
ข่าวต่างประเทศ
13 ก.พ. 62

ผงะ พ่อชาวไต้หวันหัวร้อน ถีบลูกชายล้มลงกลางห้าง ซ้ำขู่โยนลงชั้นล่าง

ไต้หวัน - ผงะพ่อถีบลูกชายกระเด็นล้ม กลางห้างสรรพสินค้า แถมขู่โยนลงชั้นล่าง เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไต้หวัน มีคลิปที่ถ่ายจากด้านหลังของพ่อและลูกอีก 2 คน ที่กำลังเดินอยู่ในห้าง เด็กชายที่สวมหมวก ร้องไห้เดินตามพ่อ และพี่ชาย   ก่อนที่ทั้ง 3 คนจะหยุด แล้วพ่อก็ยกขาถีบไปที่ช่วงอกของลูกชายจนกระเด็นล้มลงไปนั่งกับพื้น และแทบจะทันทีที่เด็กชายลุกขึ้นมาแล้วเดินไปหาพ่อที่ยืนกอดอกอยู่อย่างไม่สะทกสะท้าน พ่อก็คว้าแขนลูก กระชากตัวยกขึ้นไปทางระเบียงและทำท่าเหมือนจะโยนลงไปด้านล่าง     ขณะที่ชายอีกคน ที่เห็นเหตุการณ์รีบพุ่งตัวเข้าไปห้าม เกรงว่าเด็กจะได้รับอันตราย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวนกรณีที่เกิดขึ้น โดยมีชาวเน็ตจำนวนมากเรียกร้องให้ตำรวจดำเนินคดีกับพ่อคนนี้ ฐานทำร้ายร่างกาย และทารุณผู้เยาว์  

 7,011
ข่าวภูมิภาค
11 ม.ค. 62

แม่-พ่อเลี้ยงเมายา ทำร้าย ด.ช.วัย 2 ขวบอาการปางตาย ให้กินแต่บะหมี่สำเร็จรูปจนขาดสารอาหาร

ชุมพร-จนท.บ้านเด็กและครอบครัว รับแจ้งพบเด็กชายเอ อายุ 1 ขวบ 11 เดือน ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ   จากการตรวจร่างกายเบื้องต้น พบว่าที่เบ้าตาทั้งสองข้าง มีรอยเขียวช้ำที่แขนขวา หน้าอก แผ่นหลังมีรอยฟันกัดเขี้ยวคล้ำ ตามร่างกายอีกหลายจุดมีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย นอกจากนั้นบริเวณทรวงอกยังมี่ร่องรอยซ้ำภายใน   จากการตรวจเลือดยังพบว่า พบสภาวะขาดสารอาหารที่จำเป็นสำหรับเด็กในวัยนี้ จนทำให้เกล็ดเลือดต่ำอย่างหนัก จากมาตรฐาน 33 พบว่า มีเพียง 14 ซึ่งถือได้ว่า กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤตอาจช็อค เสียชีวิตได้ แพทย์ลงความเห็นว่า ต้องรีบนำตัวส่งต่อ รพ.ชุมพรที่มีเครื่องมือที่ดีกว่าและมีแพทย์เฉพาะทาง ที่จะรักษาได้ดีกว่า   สืบทราบว่า น.ส.สวย อายุ 19 ปี มีอาชีพเป็นแม่บ้านเป็นแม่ของเด็ก และนายบี อายุ 26 ปี เป็นพ่อเลี้ยง อาชีพรับจ้างตัดปาล์ม อาศัยอยู่ในกระท่อมสภาพเก่า โดยน.ส.สวย เป็นแม่ม่ายเลิกกับสามี มี ด.ช.เอ เป็นลูกติดมาอยู่ด้วย สองสามีภรรยามีพฤติกรรมเสพยาเสพติด ฝ่ายหญิงชอบเสพยาบ้า ส่วนสามีชอบเสพน้ำกระท่อม เมื่อคนทั้งสองอยู่ในอาการเมายา มักมีอารมณ์ร้าย   ในเวลาที่ ด.ช.เอ ร้องไห้ ด้วยความหิวหรือเจ็บป่วย ทั้งสองก็จะทุบตี ด.ช.เอ ด้วยความรุนแรง ในบางครั้งก็ใช้ฟันกัดตามร่างกายจนเป็นรอยเขี้ยวเห็นชัด จนกระทั่งสองสามวันที่ผ่าน ทั้งสองได้ทำร้ายร่างกาย ด.ช.เอ จนพลัดตกจากชั้นบนของบ้าน ทำให้ร่างกายของ ด.ช.เอ สะบักสะบอมอย่างหนัก อีกทั้งยังเลี้ยงลูกด้วยเพียงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเท่านั้น ไม่เคยให้ลูกกินนมหรืออาหารอื่นที่มีประโยชน์เลย   ในขณะที่ พ่อแม่ของนายบี เห็นเหตุการณ์ และทราบการทารุณกรรม ด.ช.เอ มาโดยตลอด แต่ไม่กล้าห้ามปราม เนื่องจากกลัวลูกชายจะทำร้าย แต่เพื่อนบ้านใกล้เคียงที่รู้เรื่องและเห็นเหตุการณ์ทนไม่ไหว จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปนำตัวเด็กออกมาพร้อมแม่ของเด็ก   แต่แม่ของเด็กยังให้การปฏิเสธว่าไมได้ทำร้ายลูก รอยเขี้ยวเกิดจากหยอกล้อลูกรุนแรงไป แต่ร่องรอยทุบตีนั้นก็ยอมรับว่าทำจริงเนื่องจากเด็กร้องไห้งอแง จนท.ที่เกี่ยวข้องจึงขอเอาตัว ด.ช.เอ ไปรักษาพยาบาล ก่อนจะดำเนินการตามกฎหมายกับแม่และพ่อเลี้ยงจอมโหดรายนี้ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y10GfYh_kD0

 7,786
ข่าวต่างประเทศ
18 ธ.ค. 61

สุดสลด! พ่อแท้ๆร่วมมือแม่เลี้ยง ทรมานลูกเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก หนักแค่ 13 ก.ก.

สหรัฐฯ - ที่รัฐเท็กซัส ด.ช.จอร์แดน ถูกนางแทมมี่ แม่เลี้ยงวัย 37 ปี ขังอยู่ในห้องนอนใต้บันใดบ้าน ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ไม่ปล่อยให้ออกไปไหน ภายในห้องมีตะปูหลายตัว และสายไฟรอบที่นอน นอกจากนี้ ด.ช.จอร์แดน ยังอดอาหารจนเกือบตาย เนื่องจากครอบครัวไม่ให้กินข้าวร่วมโต๊ะอาหาร ได้กินแค่ขนมปังบางๆ วันละแผ่น   ส่วนพ่อแท้ๆ ก็ทารุณลูกชายในไส้ตัวเอง ด้วยวิธีการฉีดยากล่อมให้หลับ เวลาแขกมาเยี่ยมบ้านเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต และยังใช้อาวุธช็อกไฟฟ้ากับโขกหัวลูกชายตัวเองด้วย   แต่สุดท้ายเรื่องราวก็ถูกเปิดเผย โดยลูกชายแท้ๆ ของนางแทมมี่ แม่เลี้ยง ที่ทนเห็นพฤติกรรมไม่ไหว จึงแจ้งหน้าที่ตำรวจว่า พ่อและแม่ ทารุณ ด.ช.จอร์แดน อย่างโหดร้าย   เมื่อตำรวจเข้าควบคุมตัว พบว่า ด.ช.จอร์แดน วัย 9 ขวบ อยู่ในสภาพมีรอยกระแทกและฟกช้ำตามร่างกาย และน้ำหนักตัวน้อยอย่างรุนแรงเพียง 13 กิโลกรัม เท่านั้น   ซึ่งศาลเปรียบเทียบว่าเหมือนสภาพผู้รอดตายจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ สุดท้ายศาลตัดสินคุก นางแทมมี แม่เลี้ยง เป็นเวลา 28 ปี ส่วนพ่อแท้ๆ จำคุกเป็นเวลา 15 ปี  

 9,604
ข่าวภูมิภาค
09 พ.ย. 61

แม่ร้องปวีณา จ้างเพื่อนเลี้ยงลูกวัยขวบเศษ ถูกทำร้ายเลือดคั่งในสมองอาการโคม่า อ้างเด็กพลัดตกเตียงเอง

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้เดินทางไปโรงพยาบาลชลบุรี เพื่อเยี่ยมอาการน้องฟีฟ่า วัย 1 ขวบ 2 เดือน โดยนางสาวปริชาติ  มณีใส อายุ 20 ปี อาชีพรับจ้าง แม่ของเด็ก แจ้งไปยังมูลนิธิปวีณาฯ ว่าได้จ้างเพื่อนเลี้ยงดูลูกชายได้ประมาณ 2 เดือน    โดยน้องได้รับบาดเจ็บเลือดคั่งในสมอง อาการโคม่า รักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลชลบุรี ขอให้ช่วยตรวจสอบและประสานตำรวจค้นหาความจริงว่าสาเหตุที่ลูกชายเจ็บสาหัสเกิดจากอะไร เนื่องจากเพื่อนอ้างว่าน้องฟีฟ่าพลัดตกเตียงเองจนหมดสติ ก่อนเกิดอาการชักเกร็งเลยรีบนำส่งโรงพยาบาล   นางสาวปริชาติ เล่าว่า ตนเองเลิกรากับสามีเก่ามีลูกติด 1 คน คือน้องฟีฟ่า ต่อมาได้มีสามีใหม่ช่วยกันทำมาหากินไม่มีเวลาเลี้ยงลูก เป็นจังหวะที่นางสาวน้อย (นามสมมติ) เพื่อนที่รู้จักกัน ซึ่งมีลูก 2 คน วัยไล่เลี่ยกับลูกชายของตน ประกาศรับจ้างเลี้ยงเด็ก ตนจึงตัดสินใจจ้างเลี้ยงตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยให้ค่าจ้างเดือนละ 4,000 บาท รวมค่าแพมเพิส น้องฟีฟ่าก็กินนอนอยู่กับเพื่อนคนดังกล่าวที่คอนโดแห่งหนึ่งใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี   วันหยุดตนก็จะซื้อของไปเยี่ยมลูก แรกๆทุกอย่างก็เรียบร้อยดี จนวันที่ 4 พ.ย. ตนโทรศัพท์ไปหานางสาวน้อยบอกว่าจะไปเยี่ยมลูก นางสาวน้อยก็บ่ายเบี่ยงบอกว่ายังไม่ต้องมา เพราะจะไปหาญาติ ตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งกลางดึกวันที่ 5 พ.ย. มีคนรู้จักโทรมาบอกว่า “รู้รึยังว่าน้องฟีฟ่าป่วยหนักอยู่ที่โรงพยาบาลชลบุรี” ตนกับสามีตกใจมากรีบไปดูลูกทันที พบสภาพน้องฟีฟ่าตามเนื้อตัวมีแต่รอยฟกช้ำ   เจ้าหน้าที่บอกว่านางสาวน้อยกับสามีที่นำน้องฟีฟ่ามาส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นแจ้งว่าเด็กพลัดตกเตียงจนหมดสติและชักเกร็ง จากนั้นตนก็พยายามสอบถามความจริงจากนางน้อย แต่ก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าน้องฟีฟ่าพลัดตกเตียงเอง ซึ่งตนไม่เชื่อเนื่องจากสภาพลูกที่เห็น ทำให้สงสัยว่าจะมาจากการถูกทำร้ายมากกว่า   ด้านแพทย์เจ้าของไข้ ระบุว่า ได้รับการส่งตัวน้องฟีฟ่าจากโรงพยาบาลบางละมุง เช้าวันที่ 6 พ.ย เวลาประมาณ 02.00 น. เอกซเรย์พบว่ามีเลือดออกบริเวณเยื้อหุ้มสมองด้านซ้าย อาการโคม่า จึงเร่งทำการผ่าตัดเพื่อเปิดกระโหลกเอาเลือดที่คั่งออก ขณะนี้เด็กไม่รู้สึกตัว ใส่ท่อหลอดลมคอ ใส่เครื่องช่วยหายใจและใส่ท่อปัสสาวะ   นอกจากนี้ยังพบร่องรอยฟกช้ำหลายจุดบริเวณศีรษะ และแผลขีดข่วน แขน ขา เท้า และตามลำตัว จอประสาทตามีเลือดออกทั้งสองข้าง ซึ่งเกิดจากการกระแทกกับของแข็งไม่มีคมและเหวี่ยงกระแทก ไม่น่าจะเป็นการตกจากเตียง   ขณะที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ ได้เรียกตัวพี่เลี้ยงคนดังกล่าวพร้อมกับสามีมาสอบปากคำแล้ว ยอมรับว่าได้ทำร้ายน้องฟีฟ่าจริง แต่ไม่ได้ทำร้ายบริเวณศีรษะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ โดยรอผลการตรวจของแพทย์จากมาประกอบการพิจารณาดำเนินคดี เบื้องต้นแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wguyw2Omnrc

 6,342
ข่าวภูมิภาค
06 พ.ย. 61

พ่อแท้ๆ รับสารภาพแล้ว! ทำร้ายลูกวัย 2 ขวบ บาดเจ็บทั้งตัว เผย เป็นอารมณ์ชั่ววูบ-อยากให้เมียกลับมา

จากกรณีที่วานนี้ (5 พ.ย.)  ร.ต.อ.สุรชัย กมลวิบูลย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.องครักษ์ จ.นครนายก ได้รับแจ้งจาก รพ.องครักษ์ ว่ามีเด็กถูกทำร้ายมาขอรักษาตัว เมื่อไปตรวจสอบในห้องฉุกเฉินพบเด็กชาย อายุ 2 ขวบ 3 เดือน มีบาดแผลหลายแห่งที่ใบหน้า ตามลำตัว และบริเวณอัณฑะ ไข้ขึ้นสูง โดยขณะนี้เด็กได้รักษาตัวที่ รพ.นครนายก   สอบถามทวดของเด็ก ให้การว่า เด็กชายวัย 2 ขวบ เป็นลูกชายนายวิศรุต อายุ 25 ปี ซึ่งแยกกันอยู่กับแม่ของเด็กได้ปีเศษ ก่อนเกิดเหตุเมื่อวานเย็นเด็กชายคนดังกล่าวได้นั่งเล่นอยู่หน้าบ้านกับเด็กโตและ รุ่นราวคราวเดียวกัน 3 - 4 คน    จนกระทั่งค่ำมีการเรียกหาตัวแต่ไม่พบ นายวิศรุต ผู้เป็นพ่อที่กลับจากทำงาน จึงออกตามหาจนถึงเที่ยงคืนจึงไปพบลูกชายถูกทำร้ายร่างกาย ปากเจ่อ รูจมูกทั้งสองข้างมีเลือดไหลออกมา ตามใบหน้า และบริเวณอัณฑะมีแผลรอยขีดข่วนฟกช้ำ นอนคว่ำหน้าไม่สวมเสื้อผ้าเนื้อตัวร่อนจ่อนอยู่ในป่าหญ้าห่างจากบ้านประมาณ 100 เมตร    ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สงสัยในพฤติกรรมของผู้เป็นพ่อ จึงนำมาตรวจปัสสาวะ พบสารเสพติด แต่ยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ทำร้ายลูกชาย   ล่าสุด วันนี้ (6 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.องครักษ์ ได้ติดตามความคืบหน้าทางคดี จนกระทั่งพบว่าผู้ที่ก่อเหตุทำร้ายเด็กชายวัย 2 ขวบคือพ่อแท้ๆ ซึ่งตัวพ่อเด็กก็ให้การรับสารภาพว่าทำจริง เป็นอารมณ์ชั่ววูบ เพราะลูกซน และประชดเพราะอยากให้เมียกลับมา           

 12,402
ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 61

คุมตัวแม่เลี้ยงโหด-พ่อแท้ๆ ทำร้ายลูกวัย 14 ฝากขังศาล ยังให้การปฏิเสธ บอกเป็นการสั่งสอนเท่านั้น

คุมตัวแม่เลี้ยงโหด-พ่อแท้ๆ ทำร้ายลูกวัย 14 ฝากขังศาล ยังให้การปฏิเสธ บอกเป็นการสั่งสอนเท่านั้น   จากกรณีเด็กชายวัย 14 ปี ถูกพ่อแท้ๆ และแม่เลี้ยง ทำร้ายอย่างทารุณโดยมีบาดแผลเต็มตัว ตั้งแต่ศีรษะไปจนถึงเท้าทั้ง 2 ข้าง ตามร่างกายมีรอยคล้ายถูกของมีคมทำร้ายและมีบาดแผลทั่วร่างกาย ก่อนทนไม่ไหวโทรหาแม่ขอความช่วยเหลือ และปั่นจักรยานจากปทุมธานีไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อให้แม่มารับตัวไปอยู่กับแม่และยายที่ จ.ระยอง (อ่านข่าว ล่าพ่อแท้ๆ-แม่เลี้ยงโหดทำร้าย ด.ช.วัย 14 นาน 3 ปี เตารีดนาบ-คีมหนีบปาก-บีบคอ ปั่นจักรยานหนีกลับหาแม่)   ความคืบหน้า วันนี้ (18 ต.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.คลองหลวง ได้นำตัวแม่เลี้ยงและพ่อแท้ๆ ที่ทำร้ายร่างกาย ด.ช. วัย 14 ปี ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดธัญบุรี    พ.ต.ต.บุญสิงห์ สุทธิ สารวัตรสอบสวนสภ.คลอหลวง เจ้าของคดีบอกเพียงว่าขณะนี้ได้สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไปแล้วซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานทำงานสอบสวนได้แจ้ง 3 ข้อกล่าวหา คือ 1. ทำร้ายร่างกายผู้อื่น 2. กักขังหน่วงเหนี่ยว 3. ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งทางผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การปฏิเสธและทางพ่อของเด็กบอกแต่เพียงว่าเป็นการสั่งสอนเท่านั้น    ซึ่งในวันนี้ ทางพนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไปฝากขังที่ศาลจังหวัดธัญบุรีผลัดแรก ซึ่งในการฝากขังนั้นทำได้จำนวน 3 พลัด ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนจะได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานส่งไปที่อัยการ    ส่วนที่พ่อของเด็กเป็นเจ้าหน้าที่ทหารนั้น ทางพนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือไปยังหน่วยต้นสังกัดให้รับทราบแล้ว ในส่วนของการสอบพยานนั้นก็เป็นการสอบข้างห้อง ที่เกิดเหตุ ส่วนพยานหลักฐานอื่นๆ นั้นก็ได้สอบเด็กไปแล้วและเอกสารต่างๆ รวมทั้งภาพถ่ายที่จะนำมาประกอบสำนวนคดี   ข่าวที่เกี่ยวข้อง จับแล้วพ่อแท้ๆ-แม่เลี้ยงทำร้ายลูกวัย 14 ปี ฉุน! ตบกล้องนักข่าว พ่อสารภาพเป็นคนตีเองเมียไม่เกี่ยว    

 3,523
ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 61

แม่เครียดทะเลาะสามีใหม่ คว้าไม้กวาดกระหน่ำตีลูกชาย 5 ขวบเนื้อแตก พ่อเลี้ยงเข้าห้ามโดนด้วย

ระยอง-เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านตำบลเพ อำเภอเมืองระยอง ว่ามีเด็กถูกตีได้รับบาดเจ็บ พบเด็กชายแมค (นามสมมติ) อายุประมาณ 5 ปี มีบาดแผลตามแขนขา และลำตัว มีเลือดออก เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลระยอง เพื่อให้แพทย์ทำแผล โดยน้องอยู่ในอาการตกใจ และร้องไห้ตลอดเวลา   จากการสอบสวนพ่อเลี้ยงของเด็กบอกว่าก่อนเกิดเหตุ มีปากเสียงกับภรรยา ซึ่งเป็นแม่แท้ๆ ของเด็ก ทำให้ภรรยาเกิดอาการเครียด ประกอบกับเด็กร้องไห้โยเยตลอดเวลา ภรรยาโมโห จึงคว้าไม้กวาดกระหน่ำตีจนด้ามไม้กวาดแตก พ่อเลี้ยงและชาวบ้านที่ได้ยินเสียงเด็กร้องดัง ก็เข้าช่วยเหลือด้วย พร้อมกับช่วยกันควบคุมตัวภรรยาไปสงบสติอารมณ์   สำหรับเหตุการณ์ที่ลงมือตีด้วยความรุนแรง ไม่ใช่ครั้งแรกแต่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งตนในฐานะพ่อเลี้ยงรู้สึกสงสารเด็กจับใจ พยายามเข้าห้ามแต่ก็ไม่เป็นผล กลับถูกตีถูกกัดจนเป็นแผล จึงไม่รู้จะช่วยอย่างไร ส่วนสาเหตุนั้น เนื่องจากลูกชอบตามเวลาที่ตนจะออกไปทำธุระ และแม่เด็กไม่ให้ไปก็จะร้องไห้ จนทำให้โมโหและลงมือตีลูกอย่างรุนแรงทุกครั้ง   บางครั้งรุนแรงถึงขั้นจับศีรษะกระแทกกับผนังปูน โดยที่พ่อเลี้ยงไม่มีสิทธิ์ห้าม เพราะภรรยาเป็นโรคเครียดที่มีอารมณ์โมโหรุนแรง จนกระทั่งได้ตกลงกันว่าจะพาลูกไปอยู่กับยายที่ต่างจังหวัด เพราะสงสารที่เด็กถูกตีเกือบทุกวัน   ขณะที่ประธานชุมชน เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้นำตัวเด็กที่ถูกทำร้ายส่งสถานีอนามัยเพ หลังพบเห็นเด็กกำลังถูกแม่ตีด้วยไม้แขวนเสื้อและด้ามไม้กวาด ตีจนด้ามไม้กวาดฉีกเป็นเสี่ยงๆ และเห็นเด็กมีอาการที่กำลังจะชักเกร็ง เพราะเจ็บจนทนไม่ไหว จึงรีบวิ่งเข้าไปอุ้มตัวเด็กออกมา ก่อนจะรีบนำส่งอนามัยเพทันที   ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เรียกแม่ที่หลบอยู่ในห้องให้ออกมาพูดคุยกัน แต่ปรากฎว่าตะโกนออกมาจากห้องว่า “เรื่องในครอบครัวไม่เกี่ยวกับคนอื่น” ทางตำรวจจึงให้เดินเข้าไปเปิดประตูห้องออก แต่ก็ไม่ยอมออกมา จนกระทั่งตำรวจเคาะประตูเรียก จึงยอมออกมาจากห้อง ในสภาพที่กำลังร้องไห้   พร้อมพูดทั้งน้ำตาว่า ลูกไปไหน คนที่พาไปทำไมไม่บอก เมื่อเจ้าหน้าที่บอกว่ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลระยอง เพราะถูกตี ตัวแม่ก็เปิดเผยว่า ที่ตีเพราะชอบร้องไห้ตามพ่อเลี้ยงที่ออกไปทำงานทุกวัน และแย่งของเล่นของน้องลูกสาววัย 2 ขวบ ที่เกิดจากสามีใหม่ ทั้งๆ ที่ไม่เคยลำเอียง ซื้อของเล่นให้เหมือนกัน แต่ยังแกล้งโดยการนำของเล่นน้องไปทิ้ง จึงเกิดความโมโหจึงตีไปเพราะทำผิด และดื้อร้องตามทั้งที่รู้ว่าพ่อเลี้ยงไปทำงาน   หลังจากสอบสวน เบื้องต้นจะพาเด็กไปอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กฯระยอง เพื่อรักษาบาดแผล และฟื้นฟูจิตใจของเด็กที่ต้งเจอกับความโหดร้ายเกินกว่าที่เด็กวัย 4 ขวบจะรับได้ ส่วนเรื่องคดีคงจะต้องมีการหาหลักฐานข้างเคียงเพิ่มเติม แต่ก็เป็นคดีครอบครัว ซึ่งจะสรุปอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ITt-44ArWLw

 12,844
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
18 ต.ค. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 18 ต.ค.61 อ.มหิดลสิ้นใจ-ผู้พิพากษาเที่ยวอินเดียเสียชีวิต-ผบ.ทบ.คนใหม่-นายกฯเตรียมไลฟ์สด

-อาจารย์ ม.มหิดล ประสบเหตุรถชนจนเกิดไฟลุก บนถนนคู่ขนานลอยฟ้าเสียชีวิตแล้ว เหตุอวัยวะภายในบอบช้ำ แม้จะได้พลเมืองดีเข้าช่วย ตร.ฮีโร่ช่วยทุบกระจกบอกว่าทำทุกอย่างเพื่อเอาคนเจ็บออกมาให้ได้ (สุดยื้อ! อ.มหิดล ขับเก๋งชนกระบะไฟลุกท่วมบนทางลอยฟ้า ตร.-พลเมืองดีทุบกระจกช่วย ก่อนสิ้นใจที่ รพ.)   -ผู้พิพากษาหนุ่ม จ.อุดรธานี วัย 37 เสียชีวิตกะทันหันจากการขาดออกซิเจน ขณะไปเที่ยวเมืองเลห์ ลาดัก ประทศอินเดีย เพื่อนเผยมีอาการไข้ขึ้นหลังอาหารเย็นก่อนเสียชีวิต คาดสาเหตุเกิดจากสภาพอากาศ เนื่องจากภูมิประเทศสูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,500 เมตร และมีสภาพอากาศเบาบาง กต.ประสานนำศพกลับไทย   -เศรษฐีนีเสียชีวิตปริศนาในห้องนอน มีบาดแผลที่คอ ส่วนลูกสาวถูกแทงที่ท้องและอกสาหัส พบร่องรอยต่อสู้ในห้องน้ำ คนงานเห็นลูกสาววิ่งกุมท้องขอความช่วยเหลือ ตร.คาดแม่ลูกทะเลาะกันแล้วพลั้งมือฆ่า ด้านอดีตสามีเผยลูกสาวมีอาการทางประสาท เคยพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง อาจเป็นได้ผู้ตายเข้าไปห้ามแย่งอาวุธกัน และช็อกจากโรคความดัน   -พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.คนใหม่ แถลงนโยบายครั้งแรก ไม่เน้นย้ำอะไรมาก ขอสานต่อจาก ผบ.ทบ.คนเดิม ย้ำกองรักษาความสงบต้องทำงานอย่างระมัดระวัง เพราะถูกจับจ้องจากนักการเมือง ลั่นจะไม่ให้การเมืองมาใช้ประโยชน์จากกองทัพ ยันทหารช่วย ปชช.ไม่ใช่หาเสียง ช่วยด้วยหัวใจไม่ได้หวังผล ขอให้มั่นใจกองทัพเป็นกลาง ชี้ถ้าการเมืองไม่เป็นต้นเหตุของการจลาจล ก็จะไม่เกิดการปฏิวัติ ย้ำจุดยืนกองทัพเทิดทูนปกป้องสถาบัน ชี้คนหมิ่นสถาบันคือคนสติไม่สมประกอบ คนสติดีก็หนีไปต่างประเทศ (ผบ.ทบ.เปิดใจสื่อครั้งแรก แทงกั๊กปฏิวัติ เตือนการเมืองอย่าสร้างความแตกแยก)   -สุเทพ เทือกสุบรรณ เปิดตัวแคมเปญ ชวนคนมาเป็นสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย พูดถึง ผบ.ทบ.คนใหม่ที่ไม่รับปากว่าจะไม่มีการปฏิวัติ เชื่อหลังเลือกตั้งบ้านเมืองจะไม่วุ่นวาย และหากปฏิวัติก็จะไม่มี ปชช.ร่วมด้วย จาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำเพื่อไทย ถามกลับ ผบ.ทบ.ว่า ความวุ่นวายของบ้านเมืองในอดีต เกิดจากความสมคบกันของหลายฝ่าย และความนิ่งเฉยของกองทัพ ที่ไม่ช่วยรัฐบาลรักษาความสงบเรียบร้อย ('สุเทพ' เชื่อหลังเลือกตั้งบ้านเมืองไม่วุ่นวาย 'จาตุรนต์' สวนกลับ ผบ.ทบ.ปมต้นเหตุรัฐประหาร 57)   -นายกฯในยุคตู่ดิจิตอล โพสต์ภาพและข้อความบนเพจ เตรียมตัวไปประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรปที่เบลเยี่ยม ขณะที่ยอดกดไลค์หลังเปิดเพจ 3 วันทะลุ 2 แสน พุทธิพงษ์เผย นายกฯเริ่มตอบคำถามผ่าน inbox ด้วยตัวเองบ้างแล้ว เร็วๆนี้จะไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก เช่น ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว, การเดินทางไป ตปท. ซึ่งจะไม่เป็นทางการแบบรายการคืนความสุข ยันไม่ได้หวังผลทางการเมือง ('ลุงตู่' เริ่มตอบอินบ็อกซ์แฟนเพจ เตรียมไลฟ์สดเฟซบุ๊ก ไม่เครียดเหมือนคืนวันศุกร์ )   -บก.ลายจุด หัวหน้าพรรคเกียน ทวงถามนายกฯที่ทำเนียบ ปมอายัดบัญชีธนาคารมานาน 4 ปี แสดงออกเชิงสัญลักษณ์แต่งตัวเป็นคนตกงาน หอบกระเป๋าเอกสารมาสมัครงานกับนายกฯ เสนอตัวเป็นแอดมินเพจ เพราะประสบการณ์ด้านโซเชียลโชกโชน     -กรมการค้าภายใน เสนอขึ้นบัญชีมะพร้าวเป็นสินค้าควบคุม ต้องแจ้งรายละเอียดการขนย้าย ป้องกันลักลอบนำเข้าจนล้นตลาด ราคาตกต่ำ ฝ่าฝืนโนโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ด้านชาวสวนปาล์มกว่า 500 คน มาพร้อมรถบรรทุก หลายร้อยคันมาชุมนุมหน้าศาลากลางกระบี่ หลังราคาปาล์มตกต่ำเหลือโลละ 2.50 บาท ขอให้รัฐรับซื้อ 4.50 บาท ปักหลักค้างคืนชุมนุม ด้านกรมการค้าภายในเสนอใช้งบกลาง 525 ล้านบาท ทำโครงการเร่งรัดส่งออกปาล์มน้ำมันดิบ 3 แสนตัน ภายใน 3-4 เดือน (ม็อบสวนปาล์มเทปาล์มทิ้ง-เผาโลงประท้วงราคาตก พาณิชย์เร่งผลักดันส่งออก 3 แสนตันใน 3 เดือน )   -กสทช.เผย 5G ยุค AI ทำให้คนไทยตกงาน 10-30%  เริ่มทดลองใช้ระบบปีหน้า จะใช้เต็มรูปแบบปี 63 ชี้กระทบกลุ่มอุตสาหกรรม ธนาคาร แพทย์และสาธารณสุข ทยอยปิดตัว แนะรัฐบาลต้องช่วยสร้างงาน   -ศาลสั่งจำคุก 16 ปี นายวิรพล สุขผล หรืออดีตเณรคำ คดีพรากผู้เยาว์ข่มขืนเด็กม.2 จนตั้งครรภ์ ให้นับโทษรวมกับคดีฉ้อโกงที่ตัดสินไปแล้ว รวมจำคุก 36 ปี ผู้เสียหายปัจจุบันอายุ 32 ปี พอใจผลคำตัดสิน หลังจากนี้เดินห้น้าฟ้องแพ่ง เพราะเคยบอกว่าจะจ่ายค่าเลี้ยงดูเดือนละ 1 หมื่นบาท แล้วก็เงียบหาย จ่อเรียกค่าเลี้ยงดูบุตร 40 ล้าน (จำคุกอดีตเณรคำ 16 ปี คดีพรากผู้เยาว์ สาวคู่กรณีจ่อฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตร 40 ล้าน )   -แม่ใช้ไม้กวาดกระหน่ำตีลูกวัย 5 ขวบ เหตุเครียดทะเลาะกับสามี ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของเด็ก จนเด็กเจ็บ เลือดออกทั้งตัว พ่อเลี้ยงสงสารเข้าไปช่วย ก็ถูกแม่ตีและกัดจนเป็นแผล จนท.เข้าควบคุมตัวเผยตีเพราะโมโห เด็กชอบร้องตามพ่อเลี้ยงและ แกล้งน้อง จนท.บ้านพักเด็กระยองรับเด็กไปดูแล (แม่เครียดทะเลาะสามีใหม่ คว้าไม้กวาดกระหน่ำตีลูกชาย 5 ขวบเนื้อแตก พ่อเลี้ยงเข้าห้ามโดนด้วย)   -อัยการสั่งฟ้อง ฟิล์ม รัฐภูมิ พร้อมพวกรวม 4 คน เปิดบริษัทบัตรเติมเงินไม่ได้รับอนุญาต และแอพบนมือถือ PayAll ทั้งหมดสารภาพไม่ต่อสู้คดี ศาลให้ประกันตัวคนละ 2 แสนบาท นัดฟังคำพิพากษา 6 ธันวาคมนี้ ('ฟิล์ม รัฐภูมิ' โพสต์แจงหลังอัยการสั่งฟ้องคดี เปิดบริษัท pay all ไม่ได้รับอนุญาต ศาลให้ประกัน 2 แสน)     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SH1NOYOhetA

 5,479
สังคม-อาชญากรรม
17 ต.ค. 61

จับแล้วพ่อแท้ๆ-แม่เลี้ยงทำร้ายลูกวัย 14 ปี ฉุน! ตบกล้องนักข่าว พ่อสารภาพเป็นคนตีเองเมียไม่เกี่ยว

จากกรณีเด็กชายวัย 14 ปี ถูกพ่อแท้ๆ และแม่เลี้ยง ทำร้ายอย่างทารุณโดยมีบาดแผลเต็มตัว ตั้งแต่ศีรษะไปจนถึงเท้าทั้ง 2 ข้าง ตามร่างกายมีรอยคล้ายถูกของมีคมทำร้ายและมีบาดแผลทั่วร่างกาย ก่อนทนไม่ไหวโทรหาแม่ขอความช่วยเหลือ และปั่นจักรยานจากปทุมธานีไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อให้แม่มารับตัวไปอยู่กับแม่และยายที่ จ.ระยอง   ความคืบหน้าเมื่อวานนี้ (16 ต.ค.) ชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.ปทุมธานี และชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง ได้จับกุมนายอัครเศรษฐ์พร เชิญสุวรรณรัตน์ อายุ 47 ปี และนางสาวนรินทร แขกกาฬ อายุ 32 ปี พ่อและแม่เลี้ยงของเด็กคนดังกล่าว ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ / หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร้างกาย / กระทำการอันเป็นความรุนแรงในครอบครัว โดยจับกุมได้ที่หมู่บ้านพฤกษาวิลล์พหลโยธิน-เพิ่มสิน เขตสายไหม กทม. ซึ่งได้หลบหนีไปอยู่กับญาติ   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนติดตามผู้ต้องหาทั้งสองเรื่อยมา กระทั่งทราบว่าทั้งคู่พักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านพฤกษาวิลล์พหลโยธิน-เพิ่มสิน และใช้รถยนต์เก๋งเป็นพาหนะ ฝ่ายสืบสวนจึงได้ไปที่บ้านหลังดังกล่าว พบรถยนต์จอดอยู่ที่บริเวณหน้าบ้าน จึงวางแผนเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองตามหมายจับ   ด้านพ่อแท้ๆของเด็ก ให้การรับสารภาพว่าตนเองเป็นคนตีลูกเองไม่เกี่ยวกับแม่เลี้ยง ทำไปแค่เป็นการสั่งสอนเท่านั้น ส่วนตัวแม่เลี้ยงให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา ก่อนที่จะควบคุมตัวทั้งสองเข้าห้องขังเพื่อรอสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใด ๆ กับผู้สื่อข่าว ขณะที่คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เดินเข้าห้องขัง แม่เลี้ยงได้วิ่งเข้าไปตบกล้องของผู้สื่อข่าวที่กำลังถ่ายภาพอยู่ แต่โชคดีที่กล้องไม่ร่วงหล่นเสียหาย   ด้าน ตร.สภ.คลองหลวง เผยว่า วันนี้ (17 ต.ค.) พนักงานสอบสวนจะไปสอบปากคำเด็กอีกครั้งต่อหน้าคณะอัยการและสหวิชาชีพ ในชั้นของพนักงานสอบสวนมีอำนาจการควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 48 ชั่วโมง และในวันที่ 18 ต.ค. เวลา 10.00 น. จะนำทั้งสองคนส่งฟ้องศาลจังหวัดธัญบุรี ทั้งนี้มีญาติของผู้ต้องหามาติดต่อขอประกันตัว แต่พนักงานสอบสวนได้แจ้งกับญาติไปว่า การสอบสวนยังไม่เรียบร้อยและให้ไปยื่นประกันตัวในชั้นศาล ส่วนทรัพย์สินหรือหลักทรัพย์ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล   ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของพ่อและแม่เลื้ยงที่หมู่บ้านเอื้ออาทร กม.44 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี  ซึ่งเป็นสถานที่ที่เด็กชายวัย 14 ปี ถูกแม่เลี้ยงทำร้ายร่างกาย เพื่อนบ้านเล่าว่า เจอเด็กที่ถูกทำร้ายเป็นประจำและเห็นบาดแผลตามลำตาม เมื่อสอบถามว่าไปโดนอะไรมา เด็กก็บอกว่ารถจักรยานล้ม ไม่เคยบอกว่าถูกพ่อและแม่เลี้ยงตี    นอกจากนี้ตนเห็นแม่เลี้ยงใช้ฝ่ามือตบหน้าลูกเลี้ยงจนหน้าแดง โดยตบต่อหน้าสามีและปู่ของเด็ก ตนไม่รู้ตบเพราะอะไรหรือเด็กทำผิดอะไรมา ขณะที่พ่อของเด็กก็ไม่ห้ามปรามแต่อย่างใดคิดว่าน่าจะกลัวเมีย ห้องพักดังกล่าวก่อนหน้านี้อาศัยอยู่ 4 คน ประกอบด้วย พ่อแท้ๆ  แม่เลี้ยง ปู่ของเด็ก และเด็กชายวัย 14 ปี ต่อมาปู่ของเด็กได้ไปบวชอยู่ที่ จ.สุพรรณบุรี   ขณะที่เพื่อนบ้านอีกรายหนึ่งเล่าว่า เด็กเคยไปที่บ้านของตนบ่อยครั้งสังเกตเห็นบาดแผล  ตนถามว่าเป็นอะไรเด็กก็บอกว่ารถล้ม ซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะเป็นแผลฟกช้ำตามร่างกายและตามแขนมีรอยคล้ายถูกมีดกรีด ตนได้ไปถามปู่ของเด็กซึ่งเล่าว่า ถูกแม่เลี้ยงตีแต่แม่เลี้ยงไม่ให้นำเรื่องไปเล่าให้ใครฟังหากเล่าหลานจะถูกตีหนักกว่าเดิม   ปู่ของเด็กทนดูพฤติกรรมแม่เลี้ยงทุบตีหลานของตนเองไม่ได้ เวลามีปัญหาอะไรก็จะมาลงกับลูก ปู่อึดอัดใจเห็นหลานถูกตีช่วยเหลืออะไรไม่ได้จึงหนีออกจากห้องพักไปบวช และเพื่อนบ้านห้องข้าง ๆ ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ประจำแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZgtzkyHb2ck

 31,434
ปากท้องร้องทุกข์
16 ต.ค. 61

ล่าพ่อแท้ๆ-แม่เลี้ยงโหดทำร้าย ด.ช.วัย 14 นาน 3 ปี เตารีดนาบ-คีมหนีบปาก-บีบคอ ปั่นจักรยานหนีกลับหาแม่

ปทุมธานี-เด็กชาย อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ถูกพ่อ และแม่เลี้ยง ทำร้ายอย่างทารุณ โดยมีบาดแผลเต็มตัว อาศัยช่วงพ่อ และแม่เลี้ยงไม่อยู่บ้านจึงหลบหนีโดยปั่นจักรยาน 2 ล้อ มาหาแม่ที่จังหวัดระยอง ก่อนที่แม่ของเด็กชายได้โพสต์ข้อความลงในโซเชียล เพื่อขอความช่วยเหลือ และดำเนินคดีกับอดีตสามี พร้อมทั้งแม่เลี้ยงใจโหดที่ทำรุณทำร้ายบุตรชาย   โดยเด็กชายเล่าว่าตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ไปอาศัยอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยงที่ จ.ปทุมธานี ถูกแม่เลี้ยงทำร้ายร่างกายไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งที่ไม่มีความผิด พฤติกรรมการทำร้ายใช้เตารีดที่กำลังร้อนนาบที่แขน ใช้คีมหนีบริมฝีปากจนปากแหว่ง ใช้ของแข็งทุบตีศีรษะจนเลือดอาบ รวมถึงบีบคอจนสลบ   ด้านแม่เด็กบอกว่าได้แยกทางกับสามี ซึ่งรับราชการเป็นทหารเรือมานานร่วม 10 ปีแล้ว มีลูกด้วยกัน 2 คน เป็นหญิง 1 คน และชาย 1 คน และลูกทั้ง 2 ได้อยู่กับพ่อ และก่อนหน้านี้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ลูกสาวได้ถูกแม่เลี้ยงทุบตีทำร้ายจนทนไม่ได้หนีมาอยู่กับตน   ก่อนที่ลูกชายจะถูกแม่เลี้ยงทำร้ายจนทนไม่ได้หนีออกจากบ้านมาเป็นรายที่ 2 เมื่อพบหน้าลูกชายและถอดเสื้อผ้าออกมาพบเห็นบาดแผลเต็มตามร่างกายตนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว กอดลูกร้องไห้โฮทันที และไม่เชื่อว่าพ่อแท้ๆ ของลูกจะปล่อยให้แม่เลี้ยงมาทำร้ายรังแกลูกในไส้ของตัวได้ถึงขนาดนี้ พร้อมยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด   ต่อมาเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง พร้อมด้วยแม่และเด็กชายวัย 14 ปี ได้เดินทางไปที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อเข้าแจ้งความเอาผิดกับทางผู้กระทำกับเด็ก ซึ่งเป็นพ่อและแม่เลี้ยง   จนท.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อ.คลองหลวง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบยังห้องที่เกิดเหตุ พบว่าห้องล็อก ไม่มีคนอาศัยอยู่จึงสอบถามข้อมูลจากนิติบุคคลฯ ว่าชื่อที่อาศัยอยู่เป็นผู้ซื้อหรือผู้เช่า พบว่าไม่ตรงกับเจ้าของห้อง และได้สอบถามคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างข้างเคียง ทราบว่าห้องดังกล่าวมีลูก 2 คน ชายหญิง ส่วนเด็กหญิงได้หนีออกไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว   ส่วนรายละเอียดยังไม่ทราบมากนัก เนื่องจากสังคมผู้ที่อยู่อาศัยดังกล่าวต่างคนต่างอยู่ เมื่อมีปัญหาครอบครัวมักจะไม่ได้ยุ่งหรือข้องเกี่ยวด้วย พบว่ามีคนได้ยินว่าห้องดังกล่าวส่งเสียงดัง แต่ไม่ทราบว่ามีเด็กถูกทำร้ายร่างกายมาก่อน และไม่เห็นว่าถูกกระทำอย่างไร อยากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่าหากรู้หรือพบเห็นการกระทำที่รุนแรง สามารถแจ้งมาที่กรรมการชุมชน หรือ ศูนย์ประชาบดี โทร 1300 สายด่วน 24 ชั่วโมง โดยบอกข้อมูลและที่อยู่ให้ละเอียดเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ   ขณะที่ ตร.สภ.คลองหลวง ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมงสอบสวนเด็กชายอายุ 14 ปี รวมถึงมารดา พร้อมกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ระยอง และพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์ จ.ปทุมธานี หลังจากทางพนักงานสอบสวนสอบปากคำเสร็จแล้วก็ได้เดินทางกลับไปที่บ้านพักเด็ก จ.ปทุมธานี พร้อมทั้งไล่ล่าพ่อแท้ๆและแม่เลี้ยงโหดมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3n7YREIijSc

 27,528
สังคม-อาชญากรรม
10 ต.ค. 61

สลด พ่อแท้ๆข่มขืนลูกสาววัย 12 นาน 5 ปี แม่รู้เห็นให้ลูกสมยอม โกรธสามีโดนจับเข้าคุก

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชลิดา วัฒนะ ได้โพสต์เรื่องราวสุดหดหู่หลังได้เข้าช่วยเหลือเด็กหญิงวัย 12 ชาว จ.สกลนคร ที่ถูกพ่อแท้ๆข่มขืนมานานกว่า 5 ปี อีกทั้งยังกักขังเวลาไม่อยู่บ้านไม่ได้เรียนหนังสือ โดยผู้เป็นแม่รับรู้ถึงพฤติกรรมดังกล่าวด้วย และเมื่อไม่สมยอม ผู้เป็นพ่อแม่ก็จะทุบตีลูกสาวจนด้ามไม้กวาดหัก จนเด็กหญิงต้องหนีไปอยู่บ้านญาติ และเข้าแจ้งความ จากการตรวจร่างกายเด็กพบว่า ถูกละเมิดทางเพศจริง   ขณะที่พ่อของเด็กได้ไปตามหาลูกสาวที่บ้านญาติ มีการทำร้ายตบตีลูกสาว จนเกิดการโต้เถียงกัน และถูกแจ้งข้อหาบุกรุก ด้านผู้เป็นแม่พยายามขอประกันตัวสามี และรู้สึกโกรธลูกที่ทำให้สามีต้องติดคุก ขณะที่เด็กยังบอกอีกว่า ถ้าพ่อกับแม่โดนจับ ขอให้ติดคุกให้นานที่สุด เพราะหวาดกลัวว่าจะโดนกระทำอีก ซึ่งทาง จนท.จะพาเด็กหญิงไปที่ศูนย์คุ้มครองบ้านเด็กและเยาวชน เพื่อให้เด็กได้พบกับนักจิตวิทยาต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_mT3uL469Tk

 70,381
ปากท้องร้องทุกข์
10 ต.ค. 61

แม่ยกลูก 8 เดือนให้แม่บุญธรรม สลด เด็กถูกทำร้ายอยู่ icu เลือดคั่งในสมอง เพื่อนบ้านแฉเป็นคนอารมณ์ร้าย

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุล พาแม่แท้ๆ ของเด็กชายเจเจ วัน 8 เดือน เดินทางไปที่สน.หัวหมาก เพื่อติดตามคดี ที่แม่บุญธรรมทำร้ายเด็กได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ต้องรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง โดยแพทย์ระบุมีบาดแผลฟกช้ำตามตัวหลายแห่งและเลือดคั่งในสมอง   ล่าสุดตำรวจได้เชิญนางดวงหทัย พานิช อายุ 32 ปี แม่บุญธรรมมาทำการสอบสวนพร้อมแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และความผิดตามพรบ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว กระทำหรือละเว้นการกระทำอันเป็นการกระทำทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจของเด็ก ตามพรบ.คุ้มครองเด็ก 2556 โดยแม่เลี้ยงยังให้การปฎิเสธ   ทั้งนี้มีพลเมืองดีที่อาศัยในคอนโดเดียวกันแจ้งเรื่องมาที่มูลนิธิให้ช่วยเหลือเด็ก เนื่องจากไม่ดูแลถูกปล่อยปละละเลยเกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงประสานงานพาแม่เด็กเข้าแจ้งความเพื่อเอาผิดกับแม่บุญธรรมดังกล่าว ทั้งนี้ภายหลังการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เจ้าหน้าจึงคุมตัวไปขออำนาจฝากขังศาลอาญารัชดาภิเษก   ทั้งนี้ แม่แท้ๆน้องเจเจ เล่าว่า ตนมีและสามีมีลูกด้วยกัน 3 คน ทางบ้านมีฐานะยากจน และหลังคลอดน้องเจเจออกมาตนต้องอยู่ลี้ยงลูก สามีทำงานคนเดียวซึ่งรายได้ไม่พอใช้จ่ายเลี้ยงปากท้อง 5 ชีวิต กระทั่งน้องเจเจอายุได้ 5 เดือน (เมื่อ มิ.ย.61) ตนเล่นเฟซบุ๊กและเข้าไปโพสต์ในเพจของบ้านเด็กอ่อนปากเกร็ด ว่าหากใครสนใจรับน้องเจเจเป็นลูกบุญธรรมให้ติดต่อกลับ และแม่บุญธรรมคนนี้ก็ได้ติดต่อมาพูดคุยกันอยู่หลายวัน   ซึ่งบอกว่าทำอาชีพขายของออนไลน์โดยสั่งของจากประเทศญี่ปุ่นมาขายรายได้ดี และมีลูกชายกับสามีชาวญี่ปุ่น 1 คน อายุ 2 ขวบ อยากได้น้องเจเจไปเลี้ยงเพื่อจะได้เป็นเพื่อนกับลูกของตัวเอง ตนคิดว่าเป็นคนรักเด็กและสามารถให้อนาคตที่ดีกับลูกตนได้ จึงตัดสินใจยกลูกให้ไป ซึ่งแม่บุญธรรมคนดังกล่าว มารับตัวน้องเจเจเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม จากบ้านพักในจังหวัดมหาสารคาม ในวันแรกโทรผ่านวีดิโอคอลมาหาตนเพื่อให้พูดคุยกับลูกแค่ครั้งเดียว แต่จากนั้นตนก็พยายามขอดูหน้าลูกทางวีดีโอคอลโทรศัพท์ แต่โดนบ่ายเบี่ยงอ้างว่าติดธุระตลอด และส่งเพียงรูปมาให้เท่านั้น   จนวันที่ 26 ก.ย. 61 แม่บุญธรรมโทรมาบอกว่าน้องเจเจไม่ได้สติร่างกายอ่อนปวกเปียก และมีอาการชักเกร็งและอาเจียนอยู่โรงพยาบาลรามคำแหง โดยอ้างว่าสาเหตุเกิดจากที่น้องเจเจ ตกจากที่นอนระหว่างที่ตนเองพาลูกชายวัย 2 ขวบ ลงมาทานข้าวที่ข้างล่างคอนโดฯ และอยากมาเยี่ยมลูกมากแต่ก็ไม่มีเงิน กระทั่งทางมูลนิธิปวีณาฯติดต่อมาว่ามีพลเมืองดีเข้าร้องเรียน ให้ช่วยตรวจสอบแม่บุญธรรมคนดังกล่าว และไปรับตนจากจังหวัดมหาสารคามเพื่อมาเยี่ยมลูก ก่อนจะพาเข้าแจ้งความ   แม่น้องเจเจ ยังบอกอีกว่า ตนเชื่อใจมอบลูกให้ไปด้วยความยากจนของครอบครัว อยากให้ลูกเติบโตมามีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าที่ตนเป็นอยู่ แต่พอทราบเรื่องตนเสียใจมากไม่คิดว่าจะเป็นบบนี้ เพราะก่อนที่จะมารับไปกับหลังจากที่มารับไปแล้วเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ และอยากถามว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นทำไปเพื่ออะไร   ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพูดคุยกับเพื่อนบ้านของนางดวงหทัยที่คอนโด โดยหนึ่งในเพื่อบ้านเล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ก่อนหน้าที่นี้นางดวงหทัยเคยมาปรึกษากับตนเรื่องที่จะไปรับเด็กมาเลี้ยง ซึ่งตนก็เคยออกความคิดเห็นไปว่าไม่เห็นด้วย แต่ถึงกระนั้นนางดวงหทัยยังยืนยันที่จะไปรับมาเลี้ยงตนจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ   หลังจากที่ไปรับน้องเจเจมาเลี้ยงแล้ว ในช่วงแรกเห็นว่านางดวงหทัยทั้งรักและเอ็นดูเด็กมาก มักจะอุ้มลงมาเดินเล่นข้างล่างคอนโดฯ ทักทายคนนั้นคนนี้ทุกวัน จนน้องเจเจเป็นที่รู้จักและเป็นที่รักของชาวบ้านในละแวกนั้น   แต่พอผ่านไปไม่นานก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ให้ความรัก ความสนใจเท่าที่ควร เพราะมักจะฝากน้องเจเจไว้ให้คนอื่นที่อยู่ภายในคอนโดเลี้ยงแทน โดยอ้างว่าจะต้องไปทำธุระบ่อยๆ และชอบเอาน้องเจเจใส่รถเข็นแล้วมาทิ้งไว้ด้านล่างคอนโดเกือบทุกวัน วันละ 3-4 ชั่วโมง จนคนในคอนโดฯหลายคนพบเห็นน้องเจเจนอนตากแดดเป็นที่เวทนา จึงได้ช่วยอุ้ม ป้อนข้าวป้อนน้ำ ช่วยดูแลให้แทน   และในช่วง 3 สัปดาห์ก่อนเกิดเหตุเป็นที่น่าแปลก เพราะไม่เห็นนางดวงหทัยพาน้องเจเจ ลงมาจากห้องเลย เวลาใครต่อใครถามถึงน้องเจเจ ก็จะบอกเพียงแต่ว่าเด็กนอนหลับอยู่บนห้องตลอดเวลา จนกระทั่งมาเห็นอีกที่ตอนที่นางดวงหทัยอุ้มเด็กลง แล้วขอให้คนอื่นพาเด็กไปส่งโรงพยาบาลแทน โดยให้เหตุผลที่ไม่พาไปเองว่าแต่งตัวไม่เรียบร้อย ไม่ได้สวมเสื้อชั้นใน และก็ยังเป็นห่วงลูกชายวัย 2 ขวบที่อยู่ข้างบนเพียงลำพัง จากนั้นนานพอสมควรถึงจะตามไปที่โรงพยาบาล   นอกจากนี้เพื่อนบ้านหลายคนยังบอกอีกว่า นางดวงหทัยคล้ายเป็นคนสองบุคลิก มีอารมณ์รุนแรงและชอบทำร้ายลูกชายวัย 2 ขวบของตัวเองบ่อยๆ เช่น เวลาเด็กไม่ยอมกินข้าวก็มักจะโมโห และตีเด็กจนตกเก้าอี้ก็มีในบางครั้ง แต่ในส่วนของการทำร้ายน้องเจเจหรือไม่นั้นยังไม่เคยเห็น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZFCYe9GirNE

 16,133
ข่าวต่างประเทศ
18 มิ.ย. 61

จนท.จีนรุดช่วย ด.ญ.4ขวบ โดนต่อยตาเขียว-บุหรี่จี้หลัง สลดฝีมือพ่อแท้ๆ

สำนักข่าว metro เผยแพร่ภาพสะเทือนใจของเด็กหญิงชาวจีนวัยเพียง 4 ขวบ อยู่ในสภาพร่างกายบอบช้ำอย่างหนัก โดยเฉพาะใบหน้าที่ถูกชกจนบวมเป่ง ส่วนแผ่นหลังยังมีบาดแผลถูกบุหรี่จี้จากฝีมือของคนเป็นพ่อ     รายงานข่าวระบุว่า เด็กหญิงเคราะห์ร้ายถูกขังอยู่ในห้องน้ำและถูกบังคับให้ซักผ้า ก่อนที่ญาติคนหนึ่งจะไปเห็นแล้วรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วย โดยญาติคนดังกล่าวเปิดเผยว่า พ่อของเด็กซึ่งมีพฤติกรรมติดเหล้าจะจับลูกล่ามโซ่ไว้ในห้องน้ำทุกวัน ก่อนจะออกไปทำงานตอน 6-7 โมงเช้า แล้วกลับมาให้อาหารลูกเพียงมื้อเดียวช่วง 4-5 ทุ่ม     ภายหลังได้รับแจ้งเพียง 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ได้รุดไปตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าวซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลกุ้ยโจ จนนำมาสู่การจับกุมตัวพ่อของเด็กหญิงซึ่งมีอาชีพเป็นคนขับรถแบคโฮ ขณะที่เด็กหญิงถูกส่งไปรักษาในโรงพยาบาล                

 24,610
สังคม-อาชญากรรม
05 มิ.ย. 61

แม่เลี้ยงแจ้งจับน้าสาวโหด ทำร้าย ด.ช. 7 ขวบใบหน้าบวมปูด

อยุธยา-น้องเอิร์ท เด็กชายอายุ 7 ขวบ ถูกทำร้ายจนใบหน้าบวมปูดผิดรูป แม่เลี้ยงได้นำตัวส่งรักษาที่ รพ.บางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน โรงพักบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   โดยทางแม่เลี้ยงได้นำน้องเอิร์ท ฝากให้น้าสาวที่จังหวัดนครปฐมเลี้ยงดูแล เพราะเห็นว่าชอบและรักเด็กเป็นเวลานานกว่า 2 ปี ไม่มีเหตุการอะไรเกิด จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา น้องเอิร์ทได้ร้องไห้โทรศัพท์มาหา บอกว่าถูกลูก และ สามีของน้าสาวตีทำร้ายได้รับบาดเจ็บ และไม่อยากอยู่แล้ว ให้มารับกลับ เมื่อไปถึงก็พบว่าน้องเอิร์ทถูกทำร้ายบาดเจ็บ ใบหน้าบวมบูด เขียวช้ำ ตาบวมลืมไม่ขึ้นและอยู่ในอาการหวาดผวาอยู่ตลอดเวลา   ทั้งนี้พ่อแม่แท้จริงของเด็กได้มาจ้างให้เลี้ยงตั้งแต่อายุ 3 เดือน แล้วปล่อยทิ้งไม่เคยมาหาลูกอีกเลย ทางแม่เลี้ยงจึงได้เลี้ยงดูแลเหมือนลูก ต่อมาน้าสาวได้มาขอไปเลี้ยงและอยากให้น้องได้เรียนหนังสือ จึงฝากน้าสาวดูแลอยู่ที่จังหวัดนครปฐม จนมาเกิดเรื่องดังกล่าว   ด้านแพทย์ รพ.บางปะหัน ได้ตรวจสอบอาการของเด็กแล้วเปิดเผยว่า บาดแผลที่ได้รับบาดเจ็บเกิดจากแรงกระแทกวัตถุชนิดใดชนิดหนึ่ง กระทบใบหน้าอย่างรุนแรง ส่วนบาดแผลที่พบบนใบหน้า และลำตัวเป็นบาดแผลเดิม อาการที่พบช้ำบวมและหวาดระแวง ยังคงต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.อีกประมาณ 2-3 วัน จึงจะให้กลับบ้านได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LZeGYfsg_uk  

 11,668

Top