ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทำร้ายเด็ก"

ต่างประเทศ
06 พ.ย. 62

วงจรปิดจับภาพนาทีหมอฟันคาซัคสถานทำร้ายเด็ก ผู้ช่วยอีก 2 คนนิ่งเฉย ไม่ห้าม ไม่ช่วย

คาซัคสถาน-วงจรปิดจับภาพเหตุการณ์นาทีหมอฟันทำร้ายเด็ก ที่ศูนย์ทันตแพทย์แห่งหนึ่งในประเทศคาซัคสถาน โดยหมอฟันจับเด็กโยนลงบนเก้าอี้ตรวจฟัน เอาวัตถุบางอย่างมาขู่ และทุบไปที่ตัวเด็ก   ทั้งนี้ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อผู้ช่วยหญิงอีก 2 คน ที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่ได้ห้าม หรือช่วยเหลือเด็ก   ล่าสุด แม่เด็กไปแจ้งความเอาผิดหมอฟันรายนี้แล้ว หากผิดหมอฟันจะถูกจำคุก 15 วัน และถูกปรับเป็นเงินประมาณ 3,000 บาท  

 1,186
สังคม-อาชญากรรม
16 ต.ค. 62

จับพ่อเลี้ยงโหดเมาทำร้ายเมีย ลูกเลี้ยงวัย 2 ขวบเข้าไปกอด ถูกเตะกระเพาะ-ปอดฉีก-ตับ-ม้ามแตก ดับสลด

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อุษา พริ้มแก้ว โพสต์ภาพเด็กชายคนหนึ่ง ไม่สวมเสื้อผ้า บริเวณลำตัวมีร่องรอยฟกช้ำเป็นรอยขนาดใหญ่ พร้อมระบุข้อความว่า "ขอให้บักหล่าน้องก้องไปสู้ภพภูมิที่ดี ไปเป็นเทวดาน้อยๆข้างบนเด้อ เมื่อวานได้ยินข่าวบักหล่าถูกพ่อเลี้ยงตีจนตับแตกม้ามแตกโรงบาลบึงกาฬส่งตัวไปโรงบาลอุดรก็ยังบ่รอด เด็กน้อยกำลังโตคนเฮ็ดมันเอายั่งเฮ็ดใจน้อ (สังคมทุกวันนี้อยู่ยากขึ้นทุกวันค่ะ)   นางกาญจนา งามวงศ์ อายุ 29 ปี แม่ของน้องก้อง เผยว่า ตนเป็นชาวจังหวัดบึงกาฬ มีลูกชายหนึ่งคนคือน้องก้อง อายุ 2 ขวบ 5 เดือน หลังเลิกรากับสามี ก็ได้มาอยู่กินกับนายณรงศักดิ์ ศรีจันทร์ หรืออ๊อด อายุ 27 ปี ได้ประมาณ 8 เดือน และเพิ่งคลอดลูกอีกหนึ่งคนที่เกิดกับนายอ๊อด   เมื่อวันที่ 12  ต.ค. นายอ๊อดเมาสุรา และทำร้ายร่างกายตน โดยเตะเข้าที่ลำตัว 2 ครั้ง และใช้พลั่วตีอีก 2 ครั้ง จากนั้น น้องก้องได้วิ่งเข้ามากอดตน จนถูกนายอ๊อดเตะเข้าที่ลำตัวอย่างแรง จนน้องถึงกับหน้าซีด จุกจนร้องไม่ออก ตนจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลบึงกาฬ หมอบอกว่าน้องปอดฉีก ต้องเจาะเลือดระบาย และนำตัวส่งต่อไปยังโรงบาลอุดรธานี เนื่องจากเครื่องมือพร้อมกว่า   เมื่อมาถึงโรงพยาบาลอุดรธานี รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู กระทั่ง 15.00 น. ของวันที่ 13 ต.ค. น้องก้องได้เสียชีวิตลง โดยหมอแจ้งว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจาก ตับแตก ม้ามแตก กระเพาะฉีก ปอดฉีก ตนจึงเดินทางไปแจ้งความ ซึ่งตำรวจสามารถจับกุมตัวได้เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา และสำหรับศพน้องก้อง ตนก็จะเดินทางไปรับเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป   ขณะนี้ ตนยังทำใจไม่ได้ ที่ผ่านมายอมรับว่า นายอ๊อดกินเหล้าบ้าง ใช้ยาเสพติดบ้าง แต่ก็ไม่เคยทำร้ายน้องก้อง เพียงตีเบาๆเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น หลังนายอ๊อดถูกจับก็ได้กล่าวขอโทษตน ซึ่งตนก็ไม่ต้องการอะไร ปล่อยให้เขาได้รับผลจากการกระทำของเขาไป   ด้าน พ.ต.อ.ชนินทร์ อิตรแจ้ง ผกก.สภ.บึงกาฬ ระบุว่า เบื้องต้นเจ้าตัวรับสารภาพ ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uiNgk7H8DNY

 19,706
อาชญากรรม
16 ต.ค. 62

จับพ่อเลี้ยงโหดเมาทำร้ายเมีย ลูกเลี้ยงวัย 2 ขวบเข้าไปกอด ถูกเตะกระเพาะ-ปอดฉีก-ตับ-ม้ามแตก ดับสลด

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อุษา พริ้มแก้ว โพสต์ภาพเด็กชายคนหนึ่ง ไม่สวมเสื้อผ้า บริเวณลำตัวมีร่องรอยฟกช้ำเป็นรอยขนาดใหญ่ พร้อมระบุข้อความว่า "ขอให้บักหล่าน้องก้องไปสู้ภพภูมิที่ดี ไปเป็นเทวดาน้อยๆข้างบนเด้อ เมื่อวานได้ยินข่าวบักหล่าถูกพ่อเลี้ยงตีจนตับแตกม้ามแตกโรงบาลบึงกาฬส่งตัวไปโรงบาลอุดรก็ยังบ่รอด เด็กน้อยกำลังโตคนเฮ็ดมันเอายั่งเฮ็ดใจน้อ (สังคมทุกวันนี้อยู่ยากขึ้นทุกวันค่ะ)   นางกาญจนา งามวงศ์ อายุ 29 ปี แม่ของน้องก้อง เผยว่า ตนเป็นชาวจังหวัดบึงกาฬ มีลูกชายหนึ่งคนคือน้องก้อง อายุ 2 ขวบ 5 เดือน หลังเลิกรากับสามี ก็ได้มาอยู่กินกับนายณรงศักดิ์ ศรีจันทร์ หรืออ๊อด อายุ 27 ปี ได้ประมาณ 8 เดือน และเพิ่งคลอดลูกอีกหนึ่งคนที่เกิดกับนายอ๊อด   เมื่อวันที่ 12  ต.ค. นายอ๊อดเมาสุรา และทำร้ายร่างกายตน โดยเตะเข้าที่ลำตัว 2 ครั้ง และใช้พลั่วตีอีก 2 ครั้ง จากนั้น น้องก้องได้วิ่งเข้ามากอดตน จนถูกนายอ๊อดเตะเข้าที่ลำตัวอย่างแรง จนน้องถึงกับหน้าซีด จุกจนร้องไม่ออก ตนจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลบึงกาฬ หมอบอกว่าน้องปอดฉีก ต้องเจาะเลือดระบาย และนำตัวส่งต่อไปยังโรงบาลอุดรธานี เนื่องจากเครื่องมือพร้อมกว่า   เมื่อมาถึงโรงพยาบาลอุดรธานี รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู กระทั่ง 15.00 น. ของวันที่ 13 ต.ค. น้องก้องได้เสียชีวิตลง โดยหมอแจ้งว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจาก ตับแตก ม้ามแตก กระเพาะฉีก ปอดฉีก ตนจึงเดินทางไปแจ้งความ ซึ่งตำรวจสามารถจับกุมตัวได้เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา และสำหรับศพน้องก้อง ตนก็จะเดินทางไปรับเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป   ขณะนี้ ตนยังทำใจไม่ได้ ที่ผ่านมายอมรับว่า นายอ๊อดกินเหล้าบ้าง ใช้ยาเสพติดบ้าง แต่ก็ไม่เคยทำร้ายน้องก้อง เพียงตีเบาๆเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น หลังนายอ๊อดถูกจับก็ได้กล่าวขอโทษตน ซึ่งตนก็ไม่ต้องการอะไร ปล่อยให้เขาได้รับผลจากการกระทำของเขาไป   ด้าน พ.ต.อ.ชนินทร์ อิตรแจ้ง ผกก.สภ.บึงกาฬ ระบุว่า เบื้องต้นเจ้าตัวรับสารภาพ ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uiNgk7H8DNY

 19,706
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 ก.ย. 62

พ่อแอบติดกล้องเห็นคาตา พี่เลี้ยงเด็กโหดเขย่าตัว-ทำร้ายลูกเหตุไม่ยอมกินนม ปรี่เตะคว่ำ ก้มกราบแทบไม่ทัน

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก สุดใจ ต้นทอง โพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิด ภาพเหตุการณ์ขณะพี่เลี้ยงเด็กเป็นหญิงวัยกลางคน กำลังพยายามป้อนนมเด็กทารกอยู่ แต่เด็กไม่ยอมกิน ทำให้พี่เลี้ยงเด็กโมโห จับเด็กขึ้นมาเขย่าอย่างแรงและทุบตีหลายครั้ง จากนั้นภาพตัดไปที่พ่อของเด็กเดินมาข้างหลัง กำลังเปิดดูบางอย่างในโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะปรี่เข้าไปเตะหัวพี่เลี้ยงจนหน้าคว่ำ และเตะซ้ำเข้าที่กกหูอีกครั้ง   ด้านแม่ของเด็กเห็นเหตุการณ์ได้เข้าไปอุ้มลูกน้อยออกมาจากเตียง และเข้าห้ามสามีไม่ให้ทำร้ายร่างกายพี่เลี้ยงอีก ด้านพี่เลี้ยงก็ถึงกับก้มลงกราบขอโทษพ่อเด็กเลยทีเดียว โดยเหตุการณ์นี้เกิดจากที่พ่อเด็กได้ติดกล้องวงจรปิดไว้ แต่พี่เลี้ยงเด็กไม่ทราบ   หลังมีคลิปเผแยพร่ออกไป มีชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก และเป็นอุทาหรณ์ให้กับพ่อแม่ในการไว้วางใจพี่เลี้ยงเด็กในการดูแลบุตรหลาน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QEff7hCdE7Y

 391,004
ข่าวภูมิภาค
06 ก.ย. 62

แม่ฝากเลี้ยงลูกชาย 2 ขวบ แต่พี่เลี้ยงบ่ายเบี่ยงไม่ให้เจอ สุดท้ายสมองบวม โคม่า ตั้งปมถูกทำร้าย

ประจวบคีรีขันธ์-จากกรณีผู้ใช้ชื่อเฟสบุ๊ก Jam Jamjuree ได้โพสต์ภาพลูกชายที่อยู่ในอาการโคม่า สมองบวม โดยมีการระบุว่าอาจโดนพี่เลี้ยงทำร้าย ซึ่งโพสต์ดังกล่าวถูกผู้ใช้รายอื่นเข้ามาดูและแชร์ต่อไปอีกเป็นจำนวนมาก พร้อมสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนเป็นเหตุให้เด็กชายเสียชีวิต ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์   ต่อมาผู้สื่อข่าวสอบถาม น.ส.จามจุรี บุตรเกตุ อายุ 24 ปี ชาวอำเภอบางสะพาน เป็นแม่ของ น้องเนส ด.ช.พีระพล แดงดงยิ่ง อายุ 2 ขวบ 6 เดือน   โดย น.ส.จามจุรี กล่าวว่า ตนเองต้องเดินทางมาทำงานที่ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จำเป็นต้องจ้างพี่เลี้ยง มาช่วยเลี้ยงน้องเนสบุตรชาย วัย 2 ขวบครึ่ง ก่อนหน้านี้ตนได้กลับไปเยี่ยมลูก แต่พี่เลี้ยงกลับบ่ายเบี่ยงมาตลอด ทำให้ไม่ได้พบหน้าน้องเนส กระทั่งรถพยาบาลของหน่วยกู้ภัยใน อ.บางสะพาน ได้มารับน้องเนสที่บ้าน ด้วยสาเหตุเพราะน้องเนสเกิดมีอาการชัก ได้นำส่งแพทย์ที่โรงพยาบาลบางสะพาน แต่อาการไม่ดีขึ้น   จากนั้นได้ส่งต่อมายังโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ทีมแพทย์และพยาบาลได้ทำการรักษาและได้ใช้เครื่องช่วยหายใจน้องเนสไว้ ผ่านมา 2 วัน กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 5 กันยายน น้องเนสอาการทรุดลง ไม่ตอบสนองใดๆ กับการรักษา   ทั้งนี้ตนสงสัยว่า น้องเนสน่าจะถูกพี่เลี้ยงทำร้ายร่างกาย เพราะก่อนหน้านี้ไม่ยอมให้ตนพบลูก ซึ่งตนก็สงสัย โดยพี่เลี้ยงยอมรับว่า ตีน้องเนสบ้างเวลาที่น้องซน   ทางด้านนางปนัดดา หมานหย๊ะ อายุ 34 ปี ป้าของน้องเนส กล่าวด้วยว่า หลังทราบเรื่องตนได้รีบเดินทางจากกรุงเทพ เพื่อมาดูหลานชาย ซึ่งขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่หอผู้ป่วยวิกฤต อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้เครื่องมือแพทย์ สวมสายออกซิเจนช่วยหายใจ   อาการน้องเนสล่าสุดนั้น พบว่า อาการน้องเนสอยู่ในภาวะวิกฤต สมองบวม ไม่ตอบสนองตั้งแต่วันแรกที่มารักษาตัวที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ขณะนี้คงอยู่ในสภาพอาการไม่รู้สึกตัว อยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ ส่วนแม่น้องเนสยังอยู่ในอาการเสียใจ พูดจาไม่รู้เรื่อง ตอบข้อสักถามได้ไม่ชัดเจน ซึ่งได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หอผู้ป่วยวิกฤต ว่ายังคงดูแลน้องเป็นอย่างดี โดยสวมเครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา   จึงอยากให้ตำรวจเร่งรัดติดตามตัวพี่เลี้ยงรายนี้มาสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากครอบครัวสงสัยว่า น้องเนสอาจจะถูกพี่เลี้ยงทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอตำรวจเร่งสอบปากคำพี่เลี้ยงรายนี้เพื่อให้ความจริงปรากฎขึ้นมาโดยเร็วที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HPnSCz49fV8

 2,378
ข่าวภูมิภาค
06 ก.ย. 62

'ครูแนน' จิตใจย่ำแย่ เข้าก้มกราบขอโทษพ่อแม่เด็ก หลังฟาดก้นช้ำ พ่อยันดำเนินคดีตาม กม.

อยุธยา-จากกรณี น้องซี เด็กนักเรียนชายอายุ 9 ขวบ ถูกครูแนนตีไม่ยั้งมือ โดยไม้กระบี่กระบองฟาดจนก้นแตกเป็นรอยช้ำ ถึงขนาดนั่งไม่ได้ต้องยืนเรียน สาเหตุจากเด็กไม่ทำการบ้าน   ล่าสุด นายบูรพา พรหมสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยาเขต 2 ผู้บังคับบัญชา พร้อมด้วยเพื่อนๆ ครูโรงเรียนวัดสุคนธารามเดิน พาครูแนน ครูสาวโรงเรียนวัดสุคนธาราม เข้าเยี่ยมอาการของน้องซี และขอโทษพ่อแม่ของเด็กที่ตนเองพลาดพลั้งลงโทษตีจนได้รับบาดเจ็บ   ทันทีที่ครูแนนมาถึง น้องซีได้เดินเข้ามาหาและยกมือไหว้ทำความเคารพครูแนน ทั้งคู่โผเข้าสวมกอดกัน ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างเงียบอึ้งอยู่พักใหญ่ สภาพจิตใจของครูแนนดูจะย่ำแย่อย่างเห็นได้ชัด และเมื่อแม่เด็กเปิดกางเกงให้ครูแนนดูร่องรอยบาดแผลที่เกิดจากการตี ยิ่งทำให้ครูแนนถึงกับนิ่งเงียบอึ้งทำอะไรไม่ถูก ก่อนถอดรองเท้าคลานเข้าไปก้มกราบขอโทษพ่อแม่ของเด็ก   ด้านพ่อเด็กตั้งคำถามต่อหน้าครูแนนว่า หากของของครูถูกกระทำอย่างน้องซี จะมีความรู้สึกนึกคิดอย่างไร ไม่มีครูคนไหนตอบบรรยากาศเงียบกริบอยู่นาน ทางพ่อจึงขอให้ความผิดที่ครูแนนกระทำ เป็นไปตามกระบวนความยุติธรรม รวมทั้งคดีที่แจ้งความไว้ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ครูนำไปเป็นแบบอย่าง   ขณะที่ครูแนนเปิดใจ ยกมือไหว้ผ่านสื่อมวลชนขอโทษสังคม ในสิ่งที่ตัวเองพลาดพลั้งตีน้องซีจนได้รับบาดเจ็บ พูดเพียงถ้อยคำสั้นๆว่า ขอโทษทุกคน ขอโทษในสิ่งที่ตนเองทำ พร้อมจะช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวน้องแนน รับผิดชอบในสิ่งที่ได้กระทำ แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตการณ์ถึงกับน้ำตาซึมเมื่อเห็นภาพทั้งครูแนน ที่รู้สึกผิดอย่างแรง อยู่ในสภาพอิดโรยหมดแรงเพื่อนครูต้องช่วยกันพยุงขึ้นรถตู้กลับ   ต่อมาทางตำรวจ สภ.บางซ้าย ได้เชิญตัวพ่อแม่ของน้องซี เข้าให้ปากคำในคดีในฐานะผู้กล่าวหาครูแนนทำร้ายร่างกายน้องซีลูกชาย หลังจากแพทย์โรงพยาบาลบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ทำการรักษาอาการบาดเจ็บน้องซี ซึ่งแพทย์ระบุบาดแผล ร่องรอยฟกช้ำว่าเกิดจากถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งพนักงานสอบสวนจะนำมาเป็นหลักฐานในการตั้งข้อกล่าวหาครูแนนต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/naexiMyAvTQ

 10,496
แชร์ออฟเดอะเดย์
05 ก.ย. 62

ย้ายแล้ว 'ครูแนน' ตีเด็ก 9 ขวบ ก้นช้ำน่วมทั้งตัว แฉครูถาม "เป็นลูกเทวดาเหรอถึงจะตีไม่ได้"

เพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ มีการแชร์ภาพของนักเรียนคนหนึ่ง มีร่องรอยเขียวช้ำที่ก้น และลำตัวจำนวนมาก โดยระบุว่า ร่องรอยบาดแผลที่เห็นคือการกระทำของครูสอนวิชาภาษาไทยชั้น ป.4 หรือครูแนน เป็นคนตี นร. พอเห็นสภาพบาดแผลที่น้องนักเรียนคนนี้ถูกกระทำก็ต่างวิพากวิจารณ์ถึงการกระทำของครูที่รุนแรงกับนักเรียน   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าที่เกิดเหตุคือโรงเรียน วัดสุคนธารม อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่า ครูที่ก่อเหตุนี้ ไม่ได้สอนที่โรงเรียนนี้แล้ว เพราะทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา มีคำสั่งย้ายครูแนน ให้มาช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯอยุธยาทันที จนกว่าจะมีคำสั่งอื่น   โดยนายกองเหรียญ แสนช่าง ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า ตอนนี้ครูและนักเรียนทุกคนที่ทราบข่าวก็ตกใจ โดยไม่มีใครรู้ว่าครูศิริพร หรือ ครูแนน ตีนร.รุนแรงขนาดนี้ จาการสอบถามครูแนน  ยอมรับว่าตีเด็กจริง เพราะไม่ยอมส่งการบ้าน ซึ่งนักเรียนคนนี้เรียนค่อนข้างอ่อน ไม่ทันเพื่อน และไม่ยอมส่งการบ้านจึงลงโทษ แต่การกระทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ ซึ่งทาง รร.มีนโยบายสั่งห้ามตีนักเรียน ให้ใช้วิธีการอื่นแทน ตอนนี้ครูแนนก็เครียดมาก   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่บ้านของน้องซี อายุ 9 ขวบ ที่ถูกครูตีจนได้รับบาดเจ็บ เห็นร่องรอยบาดแผลที่ก้น หลัง และแขนเป็นรอยเขียวช้ำ น้องซีบอกว่ายังเจ็บและระบม นั่งนานไม่ได้ ต้องนอนคว่ำ ทุกวันนี้ไม่กล้าไปเรียนเพราะกลัว   ทางด้านพ่อแม่ของน้องซีเล่าว่า ตอนนี้ทางครอบครัวรับไม่ได้กับการกระทำของครู ยิ่งเห็นบาดแผลลูกขนาดนี้และลูกก็เจ็บทรมาน ยิ่งรับไม่ได้และสะเทือนใจที่ลูกวัยเพียง 9 ขวบ ต้องถูกตีขนาดนี้ ตนและญาติที่เลี้ยงดูแลลูกมายังมเคยตีขนาดนี้   ลูกชายบอกว่า วันเกิดเหตุคือช่วงสายวันจันทร์ ไม่ได้ทำการบ้านไปส่งครูแนน ครูก็ใช้กระบี่ที่ใช้เรียนวิชากระบี่กระบอง ซึ่งทำจากหวายมาตีที่ก้น ตอนแรกตีไปยี่สิบกว่าครั้ง จนตอนนั้นปลายไม้หัก ครูก็ปล่อยไป จากนั้นไม่นานก็ลากตัวมาตีอีกครั้ง จนไม้หักคามือครู และก็บอกว่า “มึงเป็นลูกเทวดาเหรอกูจะตีไม่ได้” แล้วก็ขู่ว่า มึงจะไปบอกคนอื่นไหม?   ตอนนั้นลูกตนร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด ครูก็ด่าว่าแกล้งร้องไห้ทำไม หากไม้ไม่หักก็คงตีลูกตนต่อไป หลังจากนั้นลูกก็ทนเรียนต่อไปโดยไม่สามารถนั่งเรียนได้ ต้องยืนเรียน เพราะเจ็บแผลที่ก้นอย่างมาก พอกลับมาถึงบ้าน ญาติพี่น้องเห็นสภาพแผลก็ตกใจ พาไปหาหมอ เพราะมีอาการอักเสบและไข้ขึ้น หลังจากนั้นก็ไปแจ้งความ    ทางครอบครัวยอมรับว่าพ่อแม่ไม่ได้มีเวลาเลี้ยงดูลูก เพราะต้องทำงานจึงอยู่กับญาติ ลูกไม่ทำการบ้านก็จริง แต่ครูลงโทษเด็กขนาดนี้ มันเกินกว่าเหตุ รุนแรงเกินไป เด็กแค่ป.4 ทำกันขนาดนี้ อยากถามครูแนนว่า หากลูกครูแนน ถูกกระทำแบบนี้จะรู้สึกอย่างไร จากนี้ตนและครอบครัวก็จะขอเดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมาย และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและลงโทษขั้นเด็ดขาด   ในส่วนของครูแนน ตลอดทั้งวันก็ปิดมือถือไม่สามารถติดต่อได้ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯที่ครูแนนถูกสั่งย้ายมาปฏิบัติงานที่นี้ ก็ไม่พบตัวครูแนน พบเพียงเพื่อนครู เล่าว่า ครูแนนเครียดจัด ร้องไห้ตลอดเวลา สภาพจิตใจย่ำแย่ ยังไม่พร้อมออกมาให้ข้อมูลใดๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/O5X9rFNlPYs

 13,153
ข่าวภูมิภาค
03 ก.ย. 62

ด.ช.วัย 10 ขวบถูกตีน่วม บอกดื้อเองไม่มีใครทำร้าย แม่อ้างแค่ทำโทษหลังขโมยเงิน

สมุทรปราการ-เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน อาทิ ปลัดอำเภอพระสมุทรเจดีย์, เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมตรวจสอบ หลังได้รับแจ้งว่า   มีเด็กชายวัย 10 ปี ถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บ ที่เบ้าตาทั้งซ้ายและขวา มีอาการบวมแดง ตาข้างขวาปิด ตามเนื้อตัวมีบาดแผลถลอกและเขียวช้ำ แขนทั้ง 2 ข้างมีรอยถลอกเป็นแนว  ขาทั้ง 2 ข้างมีบาดแผลเป็นวงหลายจุด อวัยวะเพศและท้องน้อยมีรอยเขียวช้ำ ข้อเท้าทั้ง 2 ข้างมีรอยถลอกและเขียวช้ำ   จากการสอบถาม ด.ช.เบียร์ (นามสมมติ) ให้การด้วยความหวาดกลัวและร้องให้ตลอดเวลาว่า บาดแผลดังกล่าวที่พบ เป็นฝีมือของผมเองไม่เกี่ยวอะไรกับพ่อและแม่ ผมไม่อยากให้ครอบครัวต้องเดือดร้อน ผมดื้อเองไม่มีใครทำ ผมทำเองทั้งหมดอย่ามายุ่งกับครอบครัวผมเลย   ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้นำ ด.ช. เบียร์ ไปพบพนักงานสอบสวน ที่โรงพัก โดยนำตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลบางจาก พร้อมนำตัวไปพักฟื้นที่บ้านพักเด็กจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเยียวยาจิตใจและสอบถามข้อมูลที่แท้จริงอีกครั้ง   จากการสอบถาม แม่ของเด็กอ้างว่า ตนได้เลิกลากับสามีเก่า ซึ่งเป็นคนจังหวัดสุรินทร์มานานหลายปี และนำน้องบียร์ มาเลี้ยงดู กระทั่งมีสามีใหม่และซื้อบ้านหลังดังกล่าวอยู่กัน   ส่วนสาเหตุที่ ลูกชาย มีบาดแผลทั่วร่างกายนั้น เพราะน้องซนและดื้อ ชอบกระโดดโลดเต้นอยู่ไม่เป็นที่ ก่อนหน้านี้ได้กระโดดลงจากรถจักรยานยนต์จนล้มกลิ้งไปกับถนนได้รับบาดเจ็บ ต้องช่วยกันทำแผลและซื้อยามารับประทาน   ตนและสามีใหม่ ทั้งอบรม ทั้งสั่งสอนอยู่บ่อยครั้ง แต่ลูกก็ไม่ยอมเชื่อฟัง เมื่อช่วง 2-3 เดือนก่อน ลูกชายได้ขโมยเงินที่บ้านไปหลายพันบาท โดยนำเงินไปเที่ยวต่างจังหวัดและในกรุงเทพ ตนจับได้ จึงดุและทำโทษไป 2 ครั้ง      ล่าสุดเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ลูกชาย ได้ขโมยเงินไปเที่ยวถึงจังหวัดสุรินทร์ค ไปนเดียว โดยอ้างว่าจะไปหาปู่ทำให้ตนและสามี ต้องขับรถตามหาจนไปพบอยู่ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนจะนำตัวกลับมาบ้านพักและถูกทำโทษ  ยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายร่างกายลูกแต่อย่างใด มีแต่ใช้ไม้ตีที่น่องเท่านั้น   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของแม่เด็ก ต้องรอผลตรวจจากแพทย์ก่อน และจะสอบถามข้อมูลจากเด็กอีกครั้ง จึงสามารถจะดำเนินคดีได้   ซึ่งทางเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กจังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรปราการได้แจ้งลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว เมื่อผลการตรวจและสอบปากคำเด็กเสร็จเรียบร้อยจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/u2wr2kxQhIA

 4,179
ข่าวภูมิภาค
29 ส.ค. 62

พี่เลี้ยงปัดทำร้ายเด็กวัย 5 เดือน หลังแม่ร้องปวีณา เลือดคั่งในสมองขณะฝากเลี้ยง

น.ส.ธิดารัตน์ พานพ่วง อายุ 34 ปี อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.จันทบุรี พร้อมด้วยสามี นายณัฐพงษ์ บุญลิขิต อายุ 35 ปี ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ฉะเชิงเทรา เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กรณี น้องสมาร์ท ลูกชายวัย 5 เดือน เกิดเลือดคั่งในสมอง ขณะฝากเลี้ยงไว้กับพี่เลี้ยงเด็กชื่อนางกั้ง อายุ 62 ปี ต้องนำส่งและนอนพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลนานกว่า 20 วันแล้ว อาการก็ยังไม่ดีขึ้น   น.ส.ธิดารัตน์ กล่าวว่า ตนเริ่มนำน้องสมาร์ท ไปฝากเลี้ยงกับนางกั้ง ตั้งแต่ 27 พ.ค.62 หลังได้รับคำแนะนำจากคนรู้จัก โดยไปส่งตอนเช้าและรับกลับตอนเย็น ค่าจ้างวันละ 250 บาท หากวันไหนฝากเลี้ยงค้างคืน คิดเพิ่มอีก 250 บาท ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาอะไร   ต่อมาวันที่ 1 ส.ค. 62 ตนนำลูกไปฝากนางกั้งเลี้ยงค้างคืน เนื่องจากต้องไปทำธุระ วันที่ 2 ส.ค. ตนได้แวะไปหาลูกก็ยังพบว่าปกติดี ตนจึงฝากเลี้ยงอีกต่ออีกวัน เพราะตนต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อไปสอนเด็กพิเศษทุกวันเสาร์ พอวันเสาร์ที่ 3 ส.ค. ขณะที่ตนกำลังสอนเด็กพิเศษอยู่ นางกั้งได้โทรมาแจ้งว่า ลูกชายเป็นอะไรไม่รู้ มีอาการคออ่อน ตาลอย ตัวอ่อนนิ่มไม่มีแรง ตนจึงบอกให้รีบพาไปโรงพยาบาล เมื่อไปถึงรพ. น้องสมาร์ทมีอาการชักเกร็ง ชีพจรเต้นเร็วกว่าปกติมาก แพทย์จึงฉีดยากันชักให้ ก่อนส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี   แพทย์ทำการเจาะเลือด เอ็กซเรย์ปอด ตรวจซีทีสแกนสมอง พร้อมให้ยากันชัก แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น ขยับตัวได้แต่ไม่ลืมตา ตั้งแต่วันที่ 5-6 ส.ค. เด็กมีอาการชักเกร็งมากกว่า 20 ครั้ง จนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และนำตัวเข้าห้องไอซียู ตั้งแต่วันที่ 5-13 ส.ค. ผลการทำซีทีสแกนสมอง พบว่ามีเลือดออกในสมอง มีทั้งเลือดเก่าและเลือดใหม่ สาเหตุคาดว่าเกิดจากสมองถูกกระทบกระเทือน อาจถูกทำร้าย หรือเขย่าศีรษะอย่างรุนแรง   ตนได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมือง จ.จันทบุรี ซึ่งตำรวจได้สอบปากคำนางกั้ง โดยนางกั้งให้การปฏิเสธ ล่าสุดตำรวจแจ้งว่า ต้องรอผลตรวจจากแพทย์ก่อน จึงยังไม่สามารถแจ้งข้อหากับใครได้  ตนจึงมาขอความช่วยเหลือกับมูลนิธิปวีณาฯ   อาการล่าสุดของน้องสมาร์ทยังคงน่าเป็นห่วง โดยตรวจพบเลือดออกที่จอประสาทตาเพิ่มด้วย โดยแพทย์ระบุว่า ไม่มีทางรักษาได้ และอาจส่งผลให้ตาบอดในอนาคต ส่วนอาการเลือดคั่งในสมองอาจส่งผลให้พิการทางสมองได้ ยังคงต้องให้ยารักษาต่อไปพร้อมกับทำกายภาพบำบัด ในเรื่องพัฒนาการต้องเริ่มกระตุ้นใหม่หมด ตั้งแต่การฝึกดูดนม ฝึกกลืน และอื่นๆ เพราะน้องมีพัฒนาการถดถอย   ทั้งนี้ตนรู้สึกช็อค เสียใจ และสะเทือนใจมาก ตนเพิ่งมีลูกชายคนแรก ไม่คิดว่าจะมาเกิดเรื่องแบบนี้กับลูกตน และไม่สมควรที่จะเกิดกับลูกคนอื่นด้วย   ด้านนางกั้ง พี่เลี้ยงรายดังกล่าว ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ตนเลี้ยงเด็กมานานกว่า 30 ปี ส่วนใหญ่ล้วนเป็นลูกของอาจารย์ ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดปัญหา แต่สำหรับน้องสมาร์ทนั้น เป็นเด็กที่ไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนเด็กคนอื่นในวัยเดียวกัน เป็นเด็กติดมือต้องอุ้มตลอดเวลา   วันเกิดเหตุ ตนเลี้ยงเด็กสองคน คือน้องสมาร์ท และน้องอลิน ขณะที่ตนกำลังบดข้าวในครัวเพื่อจะนำมาป้อนให้เด็กๆ ได้จับน้องสมาร์ทนอนคว่ำไว้บนเบาะนอน ซึ่งน้องสมาร์ทร้องไห้ตลอดเวลา แต่ต่อมาประมาณ 3 นาทีก็หยุดร้อง พอตนบดข้าวเสร็จกลับมาอุ้มพบว่าน้องมีอาการมือเกร็งแต่แขนขาอ่อนแรง นึกว่าน้องหิวนมจึงเอานมมาป้อนแต่น้องไม่ยอมกิน จึงโทรไปแจ้งแม่ของน้องและพาน้องไปโรงพยาบาล   หลังจากนั้นตนก็ได้ไปเยี่ยม แต่แม่ของน้องไม่ได้ถามอะไรตนเลย ไม่บอกด้วยซ้ำว่าจะไปแจ้งความ มาทราบเรื่องหลังจากที่ตำรวจมาหาที่บ้านแล้ว ตนรู้สึกเสียใจ แต่ไม่โกรธ ยืนยันว่าตนไม่ได้ทำร้ายน้องจริงๆ อยากให้แม่น้องคุยกับตน เพราะตนก็อยากรู้สาเหตุว่าน้องเป็นอะไร ซึ่งตนโทรไปก็ไม่รับสายเลย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2Kd-OP7R8bI

 2,378
สังคม-อาชญากรรม
28 ส.ค. 62

หนุ่มเมาคลั่ง ไล่ฟันเด็ก 11 เจ็บสาหัส แค้นหลานได้ของกินเยอะกว่า

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี รับแจ้งเหตุชายคลั่งทำร้ายเด็กชาย อายุ 11 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่เกิดเหตุอยู่ภายในซอยรามคำแหง 164   โดยย่าของ ด.ช.ธนัท สุขใจอารี อายุ 11 ปี ซึ่งเป็นผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ชายคลุ้มคลั่งคือนายณัฐพงษ์ ขำวิลัย ซึ่งเป็นเครือญาติกัน ในช่วงเกิดเหตุ ด.ช.ธนัทนั่งเล่นมือถืออยู่ในห้องนอน เมื่อผู้ก่อเหตุเห็นไม่มีใครอยู่กับคนเจ็บจึงสบโอกาสก่อเหตุใช้มีดด้ามยาว ซึ่งปกติจะมีไว้ตัดหญ้า ฟัน ด.ช.ธนัทไม่ยั้ง จนกระทั่งเป็นแผลฉกรรจ์   หลังถูกฟัน หลานวิ่งออกมานอกบ้าน เพื่อร้องให้คนช่วย ก่อนจะวิ่งมาหมดสติที่บริเวณหน้าบ้าน ส่วนคนก่อเหตุยังคลั่งอยู่ โดยตาของเด็ก ซึ่งเป็นพ่อคนก่อเหตุ พยายามห้ามไว้ ก็ถูกทำร้ายไปด้วยเช่นกัน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมา จึงคุมตัวไปที่โรงพัก   เบื้องต้นตรวจเจอสารเสพติดในร่างกาย แต่ก็ไม่ทราบว่าคนก่อเหตุเสพยา เพราะปกติเห็นแต่จะดื่มสุราเป็นประจำเท่านั้น ปกติไม่เคยทำร้ายคนในครอบครัว ส่วนตัวคิดว่าเป็นปมมาจากคนก่อเหตุน้อยใจและแค้นเด็ก เนื่องจากแม่ของคนก่อเหตุมักจะให้ของกินกับเด็กทุกอย่าง   ขณะนี้อาการคนเจ็บค่อนข้างสาหัส เนื่องจากแผลค่อนข้างกว้าง อีกทั้งแพทย์ระบุว่าอาจจะต้องพิการ แขนใช้งานไม่ได้ คนเจ็บยังมีแผลตามใบหน้า และร่างกายอีกหลายแห่ง ซึ่งคนก่อเหตุเคยอยู่สถานพินิจมาแล้วครั้งหนึ่ง เนื่องจากมีปัญหาเรื่องยาเสพติด เพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่นานก็มาก่อเหตุซ้ำอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EakC20aiUjg

 1,536
สังคม-อาชญากรรม
27 ก.ค. 62

คุมตัวพี่เลี้ยงโหดทำร้ายเด็กวัย 2 ขวบฝากขัง ล่าสุดน้องเสียชีวิตแล้ว หลังพ่อแม่ให้ยุติการรักษา

กรณีเด็ก 2 ขวบ 5 เดือน ที่ถูกพี่เลี้ยงทำร้าย บาดเจ็บทั้งตัว ก้านสมองตาย ล่าสุดน้องเสียชีวิตแล้ว ท่ามกลางความเสียใจของครอบครัว เนื่องจากต้องตัดสินใจถอดเครื่องช่วยหายใจ เพราะก้านสมองตายแล้ว   ส่วนตัวพี่เลี้ยงโหด ตำรวจ สภ.พระสมุทรเจดีย์ สมุทรปราการ ได้ควบคุมตัวนางมยุรี ทวงเกษร อายุ 34 ปี เดินทางมาขออำนาจศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อฝากขังเป็นผลัดแรก 

 4,205
สังคม-อาชญากรรม
26 ก.ค. 62

จับพี่เลี้ยงเด็กโหด ทำร้ายเด็ก2 ขวบก้านสมองตาย อ้างฉุนเด็กอึฉี่บนที่นอน แม่สุดช้ำไว้ใจมากเกินไป

สมุทรปราการ-จากกรณีผู้ปกครองผู้ปกครอง น้องดิว เด็กชายวัย 2 ขวบ 5 เดือน  เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.พระสมุทรเจดีย์ หลังลูกชายถูกพี่เลี้ยงทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส อาการโคม่า แพทย์ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจไม่มีอาการตอบสนอง รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ โดยตามลำตัวน้องดิว มีบาดแผลคล้ายร่องรอยถูกกัดและถูกทุบตีจนบอบช้ำหลายแห่ง   ต่อมาตำรวจ สภ.พระสมุทรเจดีย์ จับกุมพี่เลี้ยงโหดรายนี้ได้แล้ว ทราบชื่อ น.ส.มยุรี  ทองเกษร หรือปลา อายุ 35 ปี โดยจับได้ที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ ขณะที่กำลังเดินทางไปเยี่ยมน้องดิว โดยแม่ของเด็กเป็นคนโทรศัพท์ล่อให้น.ส.มยุรี มาเฝ้าเด็ก บอกจะไม่เอาความ พอมาถึงได้ประสานตำรวจเข้ารวบตัว   สอบสวนน.ส.มยุรี  อ้างเครียดป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ปากมดลูกและที่กรวยไตระยะสุดท้าย รักษามาแล้ว 4 ปี นอกจากนี้อ้างว่าเด็กดื้อ ปัสสาวะ อุจจาระราดนอนเปรอะเปื้อนบ้าน จึงใช้ปากกัดตามร่างกายติดต่อกันนาน 7 วัน หยิกใบหูและใช้มือทุบตีหลัง ใช้ขวดน้ำพลาสติกตีศีรษะ ต้องการให้หลาบจำ     “อยากขอโทษที่กัดเด็ก แต่ไม่ได้ทำร้ายขนาดนั้น ตนก็สงสารเด็ก อยากไปเยี่ยมเด็กทุกวัน แต่พ่อแม่เด็กขู่ว่าจะทำศาลเตี้ยกับตนจึงไม่กล้าไป ตนไม่ได้หนีไปไหน นัดกับญาติไว้จะเข้ามอบตัว แต่มาถูกจับกุมก่อน”   ส่วนสมองบวมอ้างเด็กพลัดตกบันได ปฏิเสธไม่ได้ใช้ของแข็งทุบตีศีรษะเด็กแต่อย่างใด ไม่เคยจับเด็กทุ่มกับพื้น เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ ได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเกิดเหตุ พบว่าเป็นเพียงกระต๊อบทรุดโทรมมีบันไดเพียง 3 ขั้น ที่พื้นเป็นดินซึ่งไม่น่าจะเป็นเหตุให้ถึงกับเลือดคั่งในสมอง   พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส  และจะคุมตัวไปฝากขังศาลจังหวัดสมุทรปราการในวันพรุ่งนี้ (26 ก.ค.)   ทั้งนี้ผู้ใหญ่บ้านเผยว่า น.ส.มยุรี ป่วยเป็นโรคมะเร็ง อยู่บ้านว่างๆ จึงลงข้อความประกาศรับจ้างเลี้ยงเด็กเล็กทางเฟซบุ๊ก เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งแม่ของน้องดิว ได้ติดต่อ น.ส.มยุรี ผ่านเฟซบุ๊ก ว่าจ้างให้เลี้ยงน้องดิวแบบให้ไปอยู่กินด้วยกัน ราคาเดือน 6,500 บาท  เพราะพ่อแม่ของน้องดิว ต้องทำงานหาเช้ากินค่ำไม่มีเวลาดูแลลูก กระทั่งเกิดเหตุสามีของน.ส.มยุรี โทรศัพท์ไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน  ก่อนที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาล   ด้านแม่ของน้องดิว เผยว่า ช่วงแรกให้ทดลองงานเลี้ยงน้องดิวที่ห้องของตน และให้พี่เลี้ยงวีดิโอคอลเพื่อดูพฤติกรรมและลักษณะการทำงาน เมื่อเห็นว่าเลี้ยงลูกของตนได้ดี จึงตัดสินใจนำลูกไปฝากเลี้ยงที่บ้านของน.ส.มยุรี  แรกๆก็มีการวิดีโอคอลอัพเดทชีวิตประจำวันของลูกชายตลอด พักหลังติดต่อมาขอเบิกเงิน    ตนถามถึงลูกชายก็บอกว่าไม่สบาย จึงบอกไปว่าจะไปรับลูกชายไปหาหมอแต่ถูกบ่ายเบี่ยงว่า จะพาไปเองให้โอนค่าใช้จ่ายมาแทน กระทั่งทราบเรื่องเพราะหมอโทรมาแจ้งว่าลูกชายอยู่ รพ. ไม่รู้สึกตัว ตามตัวมีร่องรอยถูกทำร้าย อย่างไรก็ตามจะดำเนินคดีกับพี่เลี้ยงโหดรายนี้ให้ถึงที่สุด    “ตนเองไว้ใจพี่เลี้ยงมากเกินไป อยากถามว่าลูกตนผิดอะไรโกรธเคืองอะไรตนถึงต้องมาทำขนาดนี้ พี่เลี้ยงเองบอกเหตุผลเพียงสั้นๆว่า น้องอึใส่ที่นอน แค่เหตุผลเดียว ไม่อยากให้พี่เลี้ยงใจยักษ์คนนี้ได้ประกันตัว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเกินที่จะให้อภัยได้ อยากฝากเตือนทุกคนว่าอย่าไว้ใจ คนแปลกหน้ามากเกินไปถึงแม้เราจะรู้จักเขานานแค่ไหนก็ตาม เราไม่สามารถรู้ใจได้ว่าเขาจะเลี้ยงลูกเราได้ดีแค่ไหน ก็ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะมาเกิดขึ้นกับครอบครัว”   ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวไปที่บ้านของ น.ส.มยุรี  ซึ่งต้องนั่งเรือเข้าไปเท่านั้น พบเป็นกระต๊อบยกพื้นสูงประมาณ 1.50 เมตร ภายในบ้านรกเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงเสื้อผ้าของเล่น เด็ก โดยรอบเป็นบ่อเลี้ยงปลา (ชาวบ้านเรียกวังปลา) หลังบ้านเป็นป่าชายเลน มีบ้านเรือนอยู่ ละแวกนั้นไม่ถึง 10 หลัง ฝาบ้านและหลังคาบ้านมุงด้วยใบจาก    เพื่อนบ้านกล่าวว่า เห็นน.ส.มยุรี มานั่งเล่นที่บ้านของตนประจำ ตนจะถามหาเด็กน้องดิวทุกครั้งเพราะเป็นห่วง เอาลูกเขามาเลี้ยงตกน้ำไปจะทำยังไง เขาบอกว่าเด็กหลับ พอทราบว่าทุบตีเด็กจนโคม่า รับไม่ได้จริงๆ ตนเคยเห็นจูงมือน้องดิวมาเรียกลูกทุกคำ ไม่นึกว่าจะกล้าทำขนาดนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_3SbJL8zVGQ

 4,476
ข่าวภูมิภาค
19 ก.ค. 62

แม่ร้องปวีณา พ่อตีลูกประชด ส่งคลิปให้ดู อ้างแค่สั่งสอนเด็ก กินขนมหกบนที่นอน

โลกโซเชียลมีการแชร์คลิปชายคนหนึ่ง กำลังข่มขู่ทำร้ายเด็กหญิงตัวน้อยจนหวาดกลัว ร้องไห้ยกมือไหว้ขอโทษเป็นที่น่าสงสารอย่างมาก จนเกิดกระแสเรียกร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและช่วยเหลือเด็กหญิงคนดังกล่าว   จากการตรวจสอบพบว่าผู้ชายในคลิป คือนายเวคิน พ่อแท้ๆที่ทำร้ายลูกสาว วัย 5 ขวบ เพราะโมโหที่เด็กกินขนมหกบนที่นอน แล้วอัดคลิปประชดภรรยาที่เลิกราหันไป   โดยนายเวคินสารภาพว่า ตนยอมรับตีลูกสาวเอง เพราะอยากจะวางกรอบให้ลูกสาวว่าควรจะเป็นอย่างไร เมื่อบอกไม่ฟังก็ต้องลงโทษ ต้องไปดูคลิปดีๆ ว่าตนดีแต่ขาลูก แต่เสียงตนมันดังเฉยๆ และพูดจาไม่เพราะ สิ่งที่ตนตีเพื่อสั่งสอนลูกเพื่ออยากให้เขาโตมาในสังคมที่ดีๆ ตนเคยบอกให้ลูกสาวไปอยู่กับแม่แต่เขาไม่ไป เขาบอกจะอยู่กับพ่อ อดีตภรรยาบอกว่าส่งเงินมาให้ลูกทุกเดือน แต่ตนถามว่า เดือนละ 1,000 บาท หรือบางเดือนไม่ส่งตนเองต้องรับภาระเองหมด   ยันทำไปเหมือนพ่อสั่งสอนลูก ไม่คิดจะทำร้ายไห้ตายเลย ตนเองก็เอาผ้าห่มรองก่อนตีอยู่ ไม่ได้ตีหรือทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บมากมาย อยากจะวอนสังคมโซเซียลให้เข้าใจบ้าง   ด้านแม่ของเด็กหลังเห็นคลิปดังกล่าว ได้เข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณา พร้อมเล่าว่า ได้อยู่กินกับอดีตสามีที่ จ.อุดรธานี จนมีลูกด้วยกัน 1 คน อดีตสามีเป็นคนโมโหร้าย เมื่อไม่ได้ดังใจหรือโมโหอะไรมาก็จะลงที่ลูก และตีลูกอยู่บ่อยครั้ง ปัจจุบันตนได้เลิกรามาได้ประมาณ 1 ปีเศษ ที่ผ่านมาตนยอมให้ลูกอยู่กับพ่อก่อนเพราะว่ายังไม่พร้อม   จากนั้นตนก็มาหางานทำในพื้นที่จ.นนทบุรี โดยส่งเงินให้ลูกอยู่เป็นประจำทุกเดือนและคิดหาทางจะรับลูกมาอยู่ด้วย แต่อดีตสามีก็ปฎิเสธไม่ยอมให้ และได้ส่งคลิปขณะตีลูกสาวส่งมาให้ตนดู อ้างว่าเป็นการลงโทษลูกเพราะทำขนมหกใส่ที่นอน ซึ่งตนเห็นว่าเป็นการทำรุนแรงเกินไปและเกรงว่าลูกจะเป็นอันตราย จึงขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือลูกสาวตนด้วย   ต่อมาทางมูลนิธิปวีณาได้ประสานกับหัวหน้าบ้านพักเด็กฯ อุดรธานี ขณะนี้ได้ช่วยเหลือเด็กแล้ว และรับเข้าอยู่ในความคุ้มครองของบ้านพักเด็กฯ อุดรธานี ก่อนจะให้เด็กวีดีโอคอลกับผู้เป็นแม่ ซึ่งจะเดินทางไปตกลงกับอดีตสามี เพื่อจะขอรับตัวลูกสาวกลับมาเลี้ยงดูส่งให้เล่าเรียนที่บ้านเกิดใน จ.นนทบุรีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BOf1eJFaKQI

 5,896
ข่าวภูมิภาค
18 ก.ค. 62

แม่ช้ำใจ ฝากคนรู้จักเลี้ยงลูกวัยขวบเศษ จ้างวันละ 200 กลับทำร้ายเด็กน่วม แผลเต็มตัว

น.ส.จิราภรณ์ วงศ์เดช หรือมายด์ อายุ 18 ปี แม่ของ ด.ญ.นาราภัทร กลางตำบล หรือน้องลูกตาล อายุ 1 ขวบ 8 เดือน เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ. เสม็ด หลังฝากลูกให้แม่ของเพื่อนเลี้ยง ให้ค่าจ้างวันละ 200 บาท มานานกว่า 1 ปี ล่าสุดมาพบลูกสาวมีรอยบาดแผลถูกทำร้ายทั่วตัว ปากเจ่อ ศีรษะแตก มีรอยกัด จึงต้องนำส่งโรงพยาบาลชลบุรี พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับพี่เลี้ยงใจโหด   แม่ของเด็กกล่าวว่า ตนทำงานร้านเสริมสวยย่านมหาวิทยาลัยบูรพา ส่วนสามีเลิกรากันไปแล้ว และได้ให้คนรู้จักซึ่งเป็นแม่ของเพื่อนอาศัยอยู่ห้องแถวย่านตลาดจตุจักร ชลบุรี เลี้ยงลูกสาว จ้างวันละ 200 บาท โดยให้ลูกสาวอยู่กินกับคนเลี้ยงสัปดาห์ละ 6 วัน ซึ่งวันหยุดตนจะมารับลูกสาวมาเลี้ยงเอง 1 วัน ฝากเลี้ยงมาประมาณ 1 ปีแล้ว ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาอะไร   กระทั่งล่าสุดมาหาลูกสาว พบว่ามีรอยบาดแผลถูกทำร้ายทั่วตัว ตาเขียวช้ำ ศีรษะแตก ปากเจ่อเป็นแผล มีรอยกัด ตนตกใจมาก จึงสอบถามกับนางเป้า ที่เป็นคนเลี้ยงลูกสาว ซึ่งนางเป้ายอมรับว่าทำร้ายลูกจริง เนื่องจากลูกสาวตนดื้อ ตนรับไม่ได้ จึงเข้าแจ้งความเพื่อเอาเรื่องให้ถึงที่สุด   ต่อมาพี่เลี้ยงเด็กรายดังกล่าว เดินทางเข้าพบตำรวจพร้อมยอมรับสารภาพว่าทำร้ายเด็กจริง เนื่องจากเด็กดื้อ ทำนมผงหก แล้วละเลงเล่น ด้วยความโมโหจึงใช้ไม่แขวนเสื้อตีที่หน้าอกไป 3 ที ส่วนบาดแผลที่ใบหน้าและศีรษะนั้น อ้างว่าเกิดจากเด็กตกรถ จยย.เอง   ด้าน พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการของน้องน้ำตาล พร้อมมอบตุ๊กตาบาร์บี้ กระเช้าดอกไม้ และเงินสดจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือครอบครัว   พร้อมระบุ หลังทราบเรื่อง ไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมเร่งสืบสวนกระทั่งออกหมายเรียกผู้กระทำผิดมาพบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย จากการสอบปากคำแม้ว่าผู้ต้องหาจะรับสารภาพว่าทำร้ายเด็กเพียงเล็กน้อย ส่วนบาดแผลอื่นเด็กตกรถเองนั้น ตำรวจไม่ได้ปักใจเชื่อ   เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนจะเข้าข่ายทารุณกรรมเด็กหรือไม่นั้น ต้องรอผลตรวจร่างกายและผลชันสูตรบาดแผลให้ครบถ้วนก่อน ทั้งนี้ ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ พม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อเข้าช่วยเหลือและเยียวยาสภาพจิตใจของเด็กต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HdcY-084r9w

 2,364
ข่าวภูมิภาค
17 ก.ค. 62

แม่สุดช้ำ จ้างดูแลลูกสาววัยขวบเศษ พบมีแผลเต็มตัว พี่เลี้ยงยอมรับ ทำร้ายเด็กจริง

วันที่ 17 ก.ค. 62 ผู้ใช้เฟซบ๊กชื่อ Naluemon Mittapap ได้โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความระบุว่า ใจทำด้วยอะไร ทำได้แม้กระทั่งเด็ก ( ฝากเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่เอาลูกไปฝากเลี้ยงนะคะ ) พร้อมกับโพสต์ภาพ ด.ญ.อายุประมาณ 1 ขวบเศษ ที่ทั้งตัวมีรอยยบาดแผลถูกทำร้าย   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี เดินทางไปที่ ตึกกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลชลบุรี เพื่อไปพบกับ น.ส.เอ (นามสมมุติ) แม่ของ ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 1 ขวบ 8 เดือน ที่โดนทำร้าย   โดย น.ส.เอ ระบุว่า ได้นำลูกไปฝากเลี้ยงกับคนรู้จัก โดยจ่ายค่าเลี้ยงลูกสาววันละ 200 บาท เพราะตนเองทำงานเสริมสวย ส่วนสามีแยกทางกัน เมื่อวานกลับมารับลูกตกใจมาก เพราะเห็นรอยบาดแผลโดนทำร้ายทั่วร่างกาย มีรอยถูกกัดด้วย    เมื่อสอบถาม นางจงลักษณ์ เส็งหนู อายุ 34 ปี ก็ยอมรับว่าตีเด็กที่หน้าอก ส่วนที่อื่นเป็นรอยช้ำไม่ยอมรับ เพียงบอกว่าเด็กตกรถจักรยานยนต์เอง ตนไม่ยอมเด็ดขาด รู้สึกสงสารลูกสาวมาก จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ซึ่งตนได้แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เสม็ด ไว้แล้ว   ด้าน พ.ต.ท.สมนึก มุมทอง สว. (สอบสวน ) สภ.เสม็ด เผยว่า ได้เห็นรอยช้ำทั่วร่างกายเด็กแล้ว จะได้เรียกตัวคนทำมาสอบสวนในวันนี้และเตรียมดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  

 5,998

Top