ค้นหา :

ผลการค้นหา "เศรษฐีนี"

อาชญากรรม
02 พ.ย. 62

'เอ็ม' สารภาพสิ้น พลั้งมือทำร้ายเศรษฐีนีจนตาย เพราะขอเงินแต่ไม่ให้ ยันทำคนเดียว

'เอ็ม' สารภาพลงมือฆ่าเศรษฐีนีจนตาย เพราะขอเงินดาวน์รถแต่ไม่ได้ พร้อมก้มกราบครอบครัวผู้ตาย เผยถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่ทำเด็ดขาด    เมื่อช่วง 10.30 น. ของวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา พลตำรวจโท ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แถลงข่าวผลการจับกุม นายวิฑูรย์ ศรีตะบุตร ผู้ต้องหาฆ่าโบกปูนยัดตู้เย็น น.ส.วรรณี จิระเจริญยิ่ง อายุ 58 ปี เศรษฐีนีสายบุญ ในตึกแถวที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ หลังตำรวจเค้นสอบอย่างหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา นายวิฑูรย์ รับสารภาพว่า ก่อเหตุเมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 ต.ค. ได้ไปเคาะประตู และกดออดเรียก น.ส.วรรณี ที่บ้านพักหลายครั้ง แต่ผู้ตายไม่ยอมเปิด จึงไปเคาะอีกประตูซึ่งอยู่ด้านข้าง ผู้ตายมาแง้มประตูดู จึงออกแรงผลักประตู จนสามารถเข้าไปในบ้านได้     จากนั้นได้ขอให้ผู้ตายช่วยดาวน์รถให้ แต่ผู้ตายไม่ยอม จนมีปากเสียงกัน จึงจับผู้ตายมัดไว้ ก่อนทำร้ายและชิงทรัพย์เป็นบัตรเอทีเอ็ม โดยขู่เอารหัสบัตรจนได้มา จึงเอาถุงดำคลุมศีรษะ น.ส.วรรณี ไว้ แล้วตัวเองก็ขับรถผู้ตาย ออกไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มที่โลตัส สาขาฮอด เมื่อพบว่ารหัสถูกต้อง จึงกลับมาที่เกิดเหตุอีกครั้ง พบว่า น.ส.วรรณี เสียชีวิตแล้ว จึงได้วางแผนอำพรางศพ และย้อนกลับมาอำพรางศพอีกครั้งในวันที่ 12-13 ต.ค. ทั้งนี้กดเงินจากผู้ตายไป 1 ล้าน 7 แสนบาท ใช้ไปประมาณ 5 แสนบาท เหลืออยู่ 1 ล้าน 2 แสนบาท   ระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ นายเอ็มได้เข้ากราบขอโทษพี่ชายและครอบครัวผู้ตาย บอกทำไปเพราะอารมณ์ ชั่ววูบอยากได้เงินเพราะต้องการเงินไปใช้จ่าย ซึ่งครอบครัวกำลังมีปัญหา และพ่อก็ป่วยต้องใช้เงินรักษาตัว ตอนนี้เสียใจมาที่ก่อเหตุลงไป หากย้อนเวลากับไปได้จะไม่ทำเด็ดขาด       รับชมผ่านยูทูบได้ที่  https://youtu.be/V56MPs6NAWU

 684
อาชญากรรม
01 พ.ย. 62

'เอ็ม' มือฆ่าเศรษฐีนียัดตู้เย็น กราบขอขมาญาติเหยื่อ

ฉายวินาทีที่นายเอ็ม ก้มกราบขอขมาพี่ชาย ญาติเศรษฐีนี โดนจวก แก้ปัญหาครอบครัวตัวเอง แต่ไปสร้างปัญหาให้ครอบครัวอื่น     นายวิฑูรย์ ศรีตะบุตร ผู้ต้องหา เข้ากราบขอขมา พี่ชายของ น.ส.วรรณี จิระเจริญยิ่ง เศรษฐีนีสายบุญ หลังลงมือฆ่าพร้อมนำทรัพย์สินของผู้ตาย พากิ๊กสาวไปกิน ไปเที่ยวอย่างมีความสุข ซึ่งพี่ชาย น.ส.วรรณี ขอตำรวจเข้าไปสอบถามนายวิฑูรย์ ถึงการก่อเหตุและได้ต่อว่า นายวิฆูรย์ ที่ก่อเหตุเพื่อไปแก้ปัญหาเรื่องเงินของครอบครัวตัวเอง แต่กลับไปสร้างปัญหาให้ครอบครัวอื่น ทั้งที่ปกติน้องสาวเป็นคนระมัดระวังตัว และเคยพูดถึงนายเอ็มตลอดว่ามาอยู่เชียงใหม่มีความสุข มีกัลยาณมิตรที่ดี คอยดูแลช่วยเหลือ แต่ไม่คิดว่าคนดีที่น้องพูดถึง จะมาลงมือฆ่าน้องสาวได้อย่างโหดเหี้ยม   ซึ่งตอนนี้ครอบครัวยังทำใจไม่ได้ หลังสอบสวนผู้ต้องหาทาง พร้อมถามถึงเรื่องเงินสดที่ได้กดไปและรถยนต์ BMW ได้นำไปจำนำต่อหรือไม่ โดยที่นายวิฑูรย์ ได้ให้การยอมรับว่า ได้เงินไปเป็นจำนวน 1 ล้าน 7 แสนบาท ใช้จ่ายไปแล้วประมาณ 5 แสนบาท เหลือเงินประมาณ 1 ล้าน 2 แสนบาท ส่วนรถยนต์BMWของผู้ตายนั้น ไม่ได้นำไปขายหรือจำนำ เพียงนำไปฝากไว้กับเพื่อนที่รู้จักกันเท่านั้น พร้อมอ้างว่าก่อเหตุไปเพราะอารมณ์ชั่ววูป หลังก่อเหตุนั้นไม่เคยนอนหลับแม้แต่คืนเดียว เพราะภาพที่ก่อเหตุยังติดตา อยู่ถึงแม้มีเงินแต่ก็ไม่มีความสุข  

 428
อาชญากรรม
01 พ.ย. 62

'เอ็ม' สารภาพสิ้น ฆ่าเศรษฐีนีคนเดียว เหตุมีปัญหาเรื่องเงิน

'เอ็ม' สารภาพสิ้น ฆ่าเศรษฐีนีโบกปูนทับ ยันทำแค่คนเดียว อ้างพ่อป่วยตั้งใจแค่ขอเงิน แต่พลั้งมือ จึงจำใจต้องอำพรางศพ  เมื่อช่วง 10.30 น. ที่ผ่านมา พลตำรวจโท ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แถลงข่าวผลการจับกุม นายวิฑูรย์ ศรีตะบุตร ผู้ต้องหาฆ่าโบกปูนยัดตู้เย็น น.ส.วรรณี จิระเจริญยิ่ง อายุ 58 ปี เศรษฐีนีสายบุญ ในตึกแถวที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ หลังตำรวจเค้นสอบอย่างหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา นายวิฑูรย์ รับสารภาพว่า ก่อเหตุเมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 ต.ค. ได้ไปเคาะประตู และกดออดเรียก น.ส.วรรณี ที่บ้านพักหลายครั้ง แต่ผู้ตายไม่ยอมเปิด จึงไปเคาะอีกประตูซึ่งอยู่ด้านข้าง ผู้ตายมาแง้มประตูดู จึงออกแรงผลักประตู จนสามารถเข้าไปในบ้านได้ จากนั้นได้ขอให้ผู้ตายช่วยดาวน์รถให้ แต่ผู้ตายไม่ยอม จนมีปากเสียงกัน จึงจับผู้ตายมัดไว้ ก่อนทำร้ายและชิงทรัพย์เป็นบัตรเอทีเอ็ม โดยขู่เอารหัสบัตรจนได้มา จึงเอาถุงดำคลุมศีรษะ น.ส.วรรณี ไว้ แล้วตัวเองก็ขับรถผู้ตาย ออกไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มที่โลตัส สาขาฮอด เมื่อพบว่ารหัสถูกต้อง จึงกลับมาที่เกิดเหตุอีกครั้ง พบว่า น.ส.วรรณี เสียชีวิตแล้ว จึงได้วางแผนอำพรางศพ และย้อนกลับมาอำพรางศพอีกครั้งในวันที่ 12-13 ต.ค. ทั้งนี้กดเงินจากผู้ตายไป 1 ล้าน 7 แสนบาท ใช้ไปประมาณ 5 แสนบาท เหลืออยู่ 1 ล้าน 2 แสนบาท   ทั้งนี้ก่อนการแถลงข่าว ตำรวจเปิดโอกาสให้นายวิฑูรย์ได้เผชิญหน้ากับญาติผู้เสียชีวิต นายวิฑูรย์ ยอมรับว่า ก่อเหตุเพียงคนเดียว ทำไปเพราะต้องการเงินไปใช้จ่าย ซึ่งครอบครัวกำลังมีปัญหา และพ่อก็ป่วยต้องใช้เงินรักษาตัว   ทั้งนี้อยากขอโทษครอบครัวของผู้เสียชีวิต แม้จะไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้แล้ว พร้อมยกมือไหว้ครอบครัวผู้ตาย   ย้อนไปดูลำดับเหตุการณ์ ที่ตำรวจกองปราบปรามสามารถแกะรอย จนรวบตัวนายวิฑูรย์ไว้ได้ หลังแยกกับ น.ส.น้ำ แฟนสาว นายวิฑูรย์ไปกบดานที่ จ.กาญจนบุรี ก่อนจะพบความเคลื่อนไหว ว่าไปติดต่อซื้อมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้า สีดำ รุ่นฟอนซ่า จากร้านขายมอเตอร์ไซค์ ที่ อ.เมือง จ.นครปฐม   โดยซื้อในราคา 1 แสน 6 หมื่นบาท โดยมีคนตั้งข้อสังเกตว่า มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ต้องสั่งจองล่วงหน้าจึงจะได้ของ แต่นายวิฑูรย์ซื้อได้ทันทีด้วยเงินสด จึงคาดว่ามีการให้ราคาสูงกว่าปกติ จากนั้นนายวิฑูรย์ถ่ายรูปกับมอเตอร์ไซค์ จะสังเกตว่ามีการสะพายกระเป๋าเป้ตลอดเวลา เตรียมพร้อมหลบหนี   นอกจากนี้นายวิฑูรย์ เกิดความคิดถึงภรรยาเก่า จึงซื้อโทรศัพท์มือถือพร้อมซิม เปิดใช้งานโทรไปหาภรรยาทันที พร้อมกับบอกเป้าหมายว่ากำลังเดินทางหลบหนีไปยัง จ.ตาก เพื่อออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่เพราะไม่รู้จักเส้นทาง จึงต้องเปิดใช้กูเกิ้ลแมพ เพื่อบอกเส้นทางเอาไว้ตลอด ซึ่งนายวิฑูรย์ได้ขี่รถ จากนครปฐม ไปที่ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี จากนั้นใช้เส้นทาง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เข้า จ.ชัยนาท และนครสวรรค์   เมื่อเจ้าหน้าที่ทราบข้อมูลดังกล่าว จึงได้แกะรอยจากโทรศัพท์มือถือ ไล่ไปตามเส้นทางเรื่อย ๆ จนกระทั่งตามถึงตัวได้สำเร็จที่ ริมถนนหมายเลข 1072 ต.หนองกระโดน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ช่วงเวลาประมาณ 14.30 น.ของวันที่ 31 ต.ค. พร้อมของกลางเป็นเงินสดเต็มกระเป๋า นับแล้วมูลค่า 1 ล้าน 2 แสนบาท สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท รถมอเตอร์ไซค์ 1 คัน   ขณะที่เมื่อคืนที่ผ่านมา ตำรวจภูธรภาค 5 ได้เชิญตัว น.ส.น้ำ แฟนของนายวิฑูรย์ไปสอบปากคำอีกครั้ง ในฐานะพยานให้การว่า เป็นพนักงานบริษัทเอกชนทำงานอยู่ในสนามบินเชียงใหม่ เคยหาลูกค้าให้กับนายวิฑูรย์ ช่วงที่นายวิฑูรย์ขับแกร็บคาร์ ตอนไปเที่ยว จ.เชียงราย และ จ.ระยอง ก็ไปกับเพื่อนผู้หญิงอีก 2 คนด้วย คือ น.ส.แอน และน.ส.ใหม่ ส่วนรถ BMW นายเอ็ม อ้างว่าเป็นของเพื่อนและไม่รู้เรื่องที่นายเอ็มไปก่อเหตุ ไม่คิดว่าจะถูกนายเอ็มหลอก   อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าว พูดถึงบุคคลอื่นว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม น.ส.วรรณี หนึ่งในนั้นเป็นสาวทอมคนสนิทชื่อ อ.   ทั้งนี้คุณ อ.ได้ส่งข้อความมาหาหนุ่มกรรชัย ระบุว่า "สวัสดีค่ะคุณหนุ่ม เราชื่อ อ. ที่เป็นข่าว ฆ่ายัดตู้เย็น เราไม่รู้เรื่องนะคะ" ขณะที่หนุ่มกรรชัยได้ตอบกลับไป เพื่อขอให้คุณ อ. ติดต่อกลับมาอีกครั้งเพื่อชี้แจง แต่คุณ อ. ยังไม่ติดต่อกลับมา  

 639
อาชญากรรม
01 พ.ย. 62

'เอ็ม' เล่านาทีก่อเหตุฆ่าเศรษฐีนักบุญ ชกผู้ตายจนสลบ ก่อนเอาถุงมาคลุมหัว

คลิป นายวิฑูรย์ ศรีตะบุตร์ หรือเอ็ม ผู้ต้องหาที่ฆ่าเศรฐีนีนักบุญ คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังถูกจับกุม  โดยเจ้าตัวสารภาพว่า ก่อเหตุวันที่ 11 ต.ค. ช่วงเวลา 7 โมงเช้า ทำร้ายเศรษฐีนีจนสลบ แล้วนำบัตรไปกดเงิน แต่กลับมาผู้ตายยังไม่รู้สึกตัว จึงนำถุงคลุมร่างเอาไว้ แล้วเฝ้าศพไว้ ก่อนจะออกไปซื้อปูน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/29GMlKvy1h0

 11,303
อาชญากรรม
01 พ.ย. 62

บุกรวบ 'เอ็ม' ฆ่าเศรษฐีนีนักบุญ ขณะขี่ จยย. ข้าม 5 จังหวัด พบเงินสด 1.2 ล้าน - สร้อยทองหนัก 5 บาท สารภาพลงมือทำคนเดียว

ความคืบหน้าหลังออกหมายจับนายวิฑูรย์ ศรีตะบุตร์ อายุ 39 ปี หรือเอ็ม คนขับรถสองแถวสีเหลืองเส้นทางสายจอมทอง-เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม น.ส.วรรณี จิระเจริญยิ่ง เศรษฐินีนักปฏิบัติธรรม อำพรางศพยัดตู้เย็น ก่อนถูกจับกุมได้ที่ จ.นครสวรรค์    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวานนี้ (31 ต.ค.) ก่อนที่นายวิฑูรย์ จะถูกจับกุมได้นำเงินสดจำนวน 1.6 แสนบาท ไปซื้อรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ รุ่นฟอนซ่า ที่ร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าแห่งหนึ่ง พื้นที่ อ.เมือง จ.นครปฐม เพื่อใช้หลบหนี   โดยนายวิฑูรย์ เข้าไปที่ร้านดังกล่าวสวมใส่เสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นครึ่งท่อน ใส่รองเท้าผ้าใบสีดำและสวมหมวกแก๊ป สะพายกระเป๋าเป้ขนาดใหญ่คาดว่าว่าภายในมีเสื้อผ้าสัมภาระที่จำเป็น รวมถึงเงินสด 1,200,000 บาท และสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท ซึ่งเป็นของกลางที่ตำรวจตรวจยึดขณะจับกุม    พนักงานของร้านเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 09.20 น. ก่อนที่หมายจับจะออกช่วงบ่ายวันเดียวกันนั้น นายวิฑูรย์ นั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาจอดหน้าร้าน โดยได้ควักเงินสดซื้อ จยย.คันดังกล่าว หลังจากทำเรื่องจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้ยืนยิ้มกรุ้มกริ่มถือแผ่นป้ายกุญแจรถถ่ายภาพคู่กับรถ จยย.ของตนเองอยู่บริเวณหน้าร้าน เนื่องจากทางร้านจะถ่ายภาพลูกที่มาซื้อรถทุกครั้ง    จากนั้นผู้ต้องหาก็สวมหมวกกันน็อค ขี่รถ จยย.ออกจากร้านไปตามปกติ ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ ใช้เวลาอยู่ในร้านประมาณ 30 นาที ซึ่งพนักงานบอกว่าเห็นข่าวแต่จำใบหน้าไม่ได้ และผู้ต้องหาใส่หมวกไม่ได้เอะใจว่าเป็นคนร้ายในคดีนี้    ขณะที่เจ้าของร้านขาย จยย.ใกล้เคียง เผยว่า เห็นนายวิฑูรย์ เดินผ่านหน้าร้านเข้าไปติดต่อซื้อรถ จยย.ร้านดังกล่าว จากนั้นก็เห็นออกมายืนถ่ายรูปคู่กับรถอยู่ที่บริเวณหน้าร้าน ตนไม่ได้สนใจ ผู้สื่อข่าวเปิดภาพนายเอ็มให้ดู เจ้าของร้านรายนี้ระบุว่าเป็นคนเดียวกันกับที่ตนเห็น จำได้แม่นยำ   ขณะเดียวกันตำรวจเรียก กิ๊กสาวของนายเอ็ม ที่ชื่อน้ำ สอบเพิ่มเติมอีกครั้ง ในฐานะพยาน โดยให้การว่าเป็นพนักงานเอกชน เคยหาลูกค้าให้นายเอ็ม ตอนที่ยังขับแกร็บคาร์ แล้วตอนที่ไปเที่ยวเชียงรายกับระยอง ไปกับเพื่อนผู้หญิงอีก 2 คน ส่วนรถบีเอ็มที่นายเอ็มขับมารถ นายเอ็มบอกว่าเป็นของเพื่อน ตนเองไม่รู้ว่านายเอ็มไปก่อเหตุอะไรมา     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j_lLyMAEgjs

 1,479
สรุปข่าว
29 ต.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 29 ต.ค.62 เร่งล่ามือฆ่าเศรษฐีนียัดตู้เย็น-เหยื่อแห่แจ้งความแม่มณี-เผาศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองให้หวยแม่น

-เร่งตามล่าคนร้ายฆ่าเศรษฐีนีนักบุญยัดตู้เย็นโรยปูนซีเมนต์ทับ พบเบาะแสผู้ต้องสงสัยแล้ว โดยพบว่าช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนนำบัตร ATM ของผู้ตายไปตระเวนกดเงินสดรับล้าน กล้องวงจรปิดจับภาพผู้ต้องสงสัยขับเก๋งผู้ตายออกจากบ้านที่เกิดเหตุ ยื่นมือออกมามีนาฬิกาสีดำ   ตร.ตั้งเป้าประเด็นเดียวฆ่าชิงทรัพย์ เชื่อมีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 คน จับทรมานเค้นรหัส ATM แล้วฆ่าอำพราง คาดมีสาวทอมคนสนิททำหน้าที่บอดี้การ์ด ขับรถให้ผู้ตาย อีกคนเป็นคนขับสองแถวสีแดงสาวจอมทอง คาดเป็นคนรับโทรศัพท์อ้างตัวเป็นหลาน บอกผู้ตายเดินทางไปอินเดีย ตร.ปูพรมระยอง จุดสุดท้ายที่พบเบาะแสวงจรปิด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : คลี่ปมฆ่าโหดเศรษฐีนีนักบุญ คนร้ายตระเวนกด atm นับล้าน สวมรอยส่งข้อความหาญาติ อ้างไปอินเดีย    -เหยื่อแชร์ลูกโซ่แม่มณีเกือบ 300 คน แห่แจ้งความถูกหลอกให้ออมเงินได้ดอกเบี้ยสูง 93% ก่อนเชิดเงินหนี ที่อุดรธานี มีเหยื่อเข้าแจ้งความเพิ่ม เป็น 120 คน ยอดความเสียหายทะลุกว่า 80 ล้านบาท ตะลึง ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา ส่วนที่บ้านหรูแม่มณีย่านลาดพร้าวปิดเงียบ เพื่อนบ้านเล่าเมื่อก่อนเป็นเด็กสาวในชุมชนธรรมดา แต่ไม่ถึง 2 ปี น้องเดียร์ก็ขับรถหรูหลายคัน ถามไปทำอะไรมาก็อ้างว่าถูกหวยลาว เริ่มขนของหนีหลังเป็นข่าว   DSI จ่อออกหมายเรียกมาสอบปากคำสัปดาห์นี้ เชื่อยังอยู่ไทย ล่าสุดมีการแชร์ภาพรถเบนซ์สปอร์ตหรูสีเหลือง 2 ที่แม่มณีเคยโพสต์อยู่บริเวณด่านเก็บเงินทางด่วนด่านลาดกระบัง ส่วนมะนาวหนึ่งในเครือข่าย โพสต์เฟซระบุยังอยู่ราชบุรีไม่ได้หนี รอหารือทนาย หาเงินมาคืน แชทไลน์กับเหยื่อเตือนใครแจ้งความระวังไม่ได้เงินคืน ล่าสุดนักข่าวโทรหา ตัดสายทิ้ง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เปิดใจเหยื่อ 'แม่มณี' ลงทุนจนหมดตัว อึ้ง นศ.โดนด้วยเพียบ ด้าน 'แม่มณี' โพสต์รัวยันไม่หนี เตรียมไลฟ์สด    -นายกฯระบุไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นตระหนก หลังสหรัฐฯตัดสิทธิ GSP ไทย อย่าคาดเดา อย่าพูดให้ทุกอย่างเลวร้ายกระทบความสัมพันธ์ ยังมีเวลาอีก 6 เดือนเจรจา ไม่ได้ก็คือไม่ได้ ก.แรงงานบอกเคยชี้แจงสหรัฐฯก่อนตัดสิทธิ แต่ไม่มีการตอบรับ ก.พาณิชย์เร่งเจรจาขอคืนสิทธิจากสหรัฐฯช่วงอาเซียนสัมมิต พ.ย.นี้ ยันไม่เกี่ยวแบน 3 สารพิษเกษตร แต่ไทยไม่ตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าว เพราะกลัวประท้วงกระทบนายจ้าง อนุทินลั่นไทยไม่ใช่เมืองขึ้น ถ้าสินค้าเราดีก็ไม่ต้องไปกลัว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯ ขออย่าตื่นตระหนก สหรัฐฯตัด gsp ไทย 'อนุทิน' ลั่นถ้าสินค้าเราดี ไม่ต้องไปกลัว   - 30 อดีตผู้สมัคร ส.ส.และ 90 สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ นำโดยนิพนธ์ แจ่มจำรัส อดีตผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 2 รวมตัวกันยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง แจงมีความคิดและอุดมการณ์ต่างจากพรรคอนาคตใหม่ในปัจจุบันแล้ว เพราะพรรคอนาคตใหม่ก่อนเลือกตั้งกับหลังการเลือกตั้งแตกต่างกัน ยืนยันไม่มีการต่อรองตำแหน่ง แต่สัญญาและสัจจะของผู้นำพรรคเป็นเรื่องสำคัญ พวกตนไม่เคยเรียกร้องตำแหน่ง แต่เป็นสัญญาจากผู้นำพรรคที่ให้ไว้ในที่ประชุม เรื่องเล็กน้อยยังรักษาคำพูดไม่ได้ แล้วจะไปทำนโยบายลงไปสู่ประชาชน 60 ล้านคนได้อย่างไร ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สมาชิกอนาคตใหม่ลาออก 120 คน 'ธนาธร' ยันไม่กระทบพรรค ให้เวลาพิสูจน์คนอุดมการณ์ตรงกัน   -ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สวนกลับไม่กระทบพรรค ระบุเป็นสิทธิที่จะลาออกจากพรรค พรรคมีสมาชิกกว่า 6 หมื่นคนที่จะเดินหน้าต่อไปโดยให้สมาชิกได้มีบทบาทมีสิทธิมีเสียง การสร้างพรรคในเวลาเพียง 1 ปีครึ่ง ที่ผ่านมา ไม่มีทางทำได้สมบูรณ์แบบ ที่แล้วมามีเวลาสั้นมากในการคัดสรรผู้สมัคร ส.ส. ทำให้ไม่สามารถคัดกรองคนที่มีอุดมการณ์มีหลักการความเชื่ออย่างที่พรรคเชื่อได้ 100% เวลาจึงเป็นสิ่งพิสูจน์ และการเข้าการออกจากพรรคการเมืองเป็นเรื่องปกติ ทุกวันนี้ยังมีคนจำนวนมากขอสมัครเข้าพรรคอนาคตใหม่ ย้อนถาม ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นที่พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคอื่นๆ จะเป็นเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้ไหม ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สมาชิกอนาคตใหม่ลาออก 120 คน 'ธนาธร' ยันไม่กระทบพรรค ให้เวลาพิสูจน์คนอุดมการณ์ตรงกัน   -ต้อม ยุทธเลิศ ผกก.ดัง ทวีตชี้แจงและขออภัยต่อศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า 25ต.ค.62 ได้ไปพบเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ข้อเท็จจริงกรณีที่ผมใช้ข้อความในทวีตเตอร์ สอบถามเพื่อนในทวิตเตอร์ โดยอาจเป็นถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมไปสู่สาธารณะ ซึ่งผมไม่ได้มีเจตนาต่อว่าศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ยินดีสื่อสารให้ประชาชนได้ทราบถึงสิทธิหน้าที่ ขอบเขตทางกฎหมาย ในการแสดงความคิดเห็น ขอขอบคุณศาลที่ให้โอกาสผมได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ต้อม ยุทธเลิศ' ทวีตชี้แจงปมดูหมิ่นศาล รธน.   -ทอท. แจงปมยุบ 2 สนามบินหาดใหญ่-เชียงรายเพราะขาดทุนไม่จริง ยันยังไม่ยุบแต่เร่งปรับแผนสนามบิน อีก 5-6 ปีมีแผนรวมสนามบินหาดใหญ่กับภูเก็ต เพราะหาดใหญ่ไม่ใช่ฮับการเดินทาง เตรียมตอกเสาเข็มสู้ไฮสปีด ศักดิ์สยามยันด้วยไม่มีแผนยุบสนามบิน ทอท. มีแผนพัฒนาท่าอากาศยาน ในความรับผิดชอบระยะยาวถึง 20 ปี   -พบแล้ว น้องไฮเตอร์ ด.ช.11ปี หายจากบ้านที่อยุธยานับเดือน เด็กกลับมาบ้านเอง บอกไปกับชายวัย 48 ปี ตร.ตามรวบชายคนดังกล่าวได้ ปฏิเสธเสียงแข็งบอกแค่พาเด็กไปเที่ยวหลายจังหวัด สุดท้ายถูกเค้นสอบหนัก เปิดปากสารภาพล่วงละเมิดทางเพศเด็กจริง 11 ครั้งใน 28 วัน ตรวจสอบประวัติมีคดีติดตัวเพียบ ด้านแม่ยันแจ้งความเอาผิดเต็มที่ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ชายวัย 45 เปิดปากสารภาพ ล่วงละเมิด ด.ช. หลังพาเล่นเกม หายออกจากบ้านนับเดือน   -ชายโหดใช้มีดแทงเมียเข้าที่ท้องทะลุเจ็บสาหัส หลานเห็นเข้ามาห้ามโดนมีดสวนดับคาที่ในบ้านพักบุรีรัมย์ หลังก่อเหตุมือมีดหลบหนี คาดยังอยู่ในพื้นที่ ญาติระบุผัวเมียคู่นี้ทะเลาะกันประจำ เมียมักถูกทำร้าย ทนไม่ไหวหนีกลับมาอยู่กับแม่ 4-5 เดือน ก่อนเกิดเหตุสลด   -เด้งกราวรูด ผกก. ยัน ดต.7นาย เซ่นปมคลิปแฉปล่อยโรงพักร้าง ประชาชนต้องนั่งรอนอนรอแจ้งความ ผู้การปทุมตั้งคณะตรวจสอบหาข้อเท็จจริง และให้รายงานผลภายใน 3 วันโดยให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย แต่เท่าที่ชาวบ้านพูดกันบริการมีความบกพร่องจริง มากน้อยค่อยว่ากัน โดยที่ต้องมีคำสั่งช่วยราชการมาก่อนนั้น   -หนุ่มขี่รถจักรยานยนต์หัวร้อน ฉุนเก๋งเบรคกะทันหัน ทำรถเกือบล้ม คว้าขอแข็งทุบกระจกรถแตก ก่อนขี่รถหนี ภรรยาคนขับเก๋งร้องลั่น ขอสามีอย่าไล่ล่า เก๋งยอมรับเปลี่ยนใจไม่ขึ้นทางด่วนจึงเบรค จยย.เกือบล้มเลยมีปากเสียงกัน แจ้งความไว้ที่ สน.ตลิ่งชน ทะเบียน จยย. 8กฌ16 กทม.     -ปู่ฤาษีตบะแตก ฉะเต้นท์รถปะทะคารมพนักงานปมหลอกซื้อรถไร้ดอกเบี้ย ปู่ฤๅษีนารอด อายุ 60 ปี แห่งอาศรมวัดเจดีย์ พร้อมด้วยกลุ่มลูกศิษย์ เข้าแจ้ง ที่สภ.เมืองเพชรบูรณ์ระบุ ถูกเต้นท์รถมือสองแห่ง หลอกขายรถให้แบบผ่อนชำระโดยไม่มีดอกเบี้ย กำหนดชำระภายใน 3 ปี ตกลงพร้อมกับวางเงินดาวน์ 150,000 บาท และผ่อนชำระเรื่อยมาครั้งละ 30,000 บาทบ้าง 50,000 บาท   ถูกขอให้นำโฉนดที่ดินมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันรถอีกด้วย แต่พอจะปิดยอดกลับคิดดอกเบี้ยร่วมแสน และยังทำผิดเงื่อนไขอีกหลายเรื่อง ตร.เข้าไกล่เกลี่ย แต่ทั้งสองฝ่ายต่างโต้เถียงกันจนไม่สามารถตกลงกันได้ โดยฝ่ายกลุ่มปู่ฤๅษีนารอด ยันจะจ่ายเงินที่เหลือ 50,000 บาทเท่านั้น แต่ฝ่ายเต้นท์รถไม่ยอมรับ โต้ไม่มีเต้นท์ที่ไหนหรอกที่จะให้ออกรถโดยไม่มีดอกเบี้ย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ปู่ฤๅษีตบะแตก! ปะทะเดือดเต็นท์รถ ปมหลอกซื้อรถไร้ดอกเบี้ย   -ยายใจสลาย หลานชายวัย 3 ขวบ หัวทิ่มถังน้ำดับ สอบสวน เด็กป่วยหยุดเรียน อยู่บ้านกับน้า 2 คน แต่น้าชายเผลอหลับ คาดเด็กเดินไปอาเจียนแล้วพลาดตกถังสูง 70 ซม.หัวทิ่ม หมดสติ แจ้งกู้ภัยเข้าช่วย ทำการปั๊มหัวใจอยู่หลายครั้ง แต่ชีพจรไม่ตอบสนอง สุดท้ายเสียชีวิต ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เศร้า หนูน้อยวัย 3 ขวบ หัวทิ่มถังน้ำสูง 70 ซม. เสียชีวิตสลด   -ชาวบ้านโกรธจัด มือดีแอบเผาศาลเจ้าแม่คุ้งตะเคียนทองที่ชลบุรี ถูกเผาไปเกือบครึ่ง ชุดไทยที่นำมาแก้บนไหม้เสียหาย พยานเผยมีคนคล้ายคนเมากำลังใช้ฟ้า 3 สี มาจุดไฟเผาในศาลแม่ตะเคียนจึงรีบไปดู และตะโกนให้ชาวบ้านช่วยกันดับ เมื่อไปถึงก็ไม่พบคนก่อเหตุแล้ว เลยไม่รู้ว่ามาเผาทำไม หรือเป็นพวกเสียผลประโยชน์ ซึ่งศาลเจ้าแม่ตะเคียน เป็นที่นับถือของชาวบ้านมากว่า 15 ปี และให้เลขแม่น จนมีการนำของมาแก้บนกันเป็นจำนวนมาก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : มือดีแอบเผาศาลเจ้าแม่คุ้งตะเคียนทอง คาดเจ้ามือแค้น เจ้าแม่ให้หวยแม่น    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gKY_7DD17jo

 10,991
ข่าวภูมิภาค
28 ต.ค. 62

ฆ่าโหดเศรษฐีนีนักปฏิบัติธรรม มัดมือเท้าศพยัดตู้เย็น พบรถ bmw - มือถือหายด้วย

เชียงใหม่-ตำรวจ สภ.จอมทอง รับแจ้งเหตุพบคนถูกฆ่ายัดตู้เย็นส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง เหตุเกิดที่ตึกแถวในซอยตรงข้ามวัดพระธาตุศรีจอมทอง ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ โดยตึกแถวดังกล่าวเป็นตึกแถวสองชั้นสร้างใหม่ตั้งอยู่ตรงข้ามร้านรับทำกุญแจ ที่เกิดเหตุมีชาวบ้านที่ทราบเหตุการณ์จำนวนมากมายืนมุงดูอยู่ เจ้าหน้าที่จึงต้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกมา   พบตู้เย็นบริเวณห้องครัวมีกลิ่นโชยออกมา จึงทำการตรวจสอบพบ ศพหญิงสาวสภาพถูกมัดมือมัดเท้า ยัดอยู่ในตู้เย็นถูกโบกด้วยปูนทับอีกชั้นนึง ทราบชื่อภายหลังว่า นางสาววรรณี จิระเจริญยิ่ง อายุ 58 ปี คาดว่าเสียชีวิตมาสองอาทิตย์ นอกจากนี้ยังพบว่ากล้องวงจรปิดทุกตัวในตึกแถวดังกล่าวถูกคนร้ายถอดอออกจนหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจึงเก็บหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุเพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุต่อไป   จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าบ้านหลังนี้มีผู้ตายคือ นางสาววรรณี เจริญยิ่ง อายุ 58 ปี ชาว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้มาซื้ออาคารพาณิชย์หลังนี้ได้ประมาณ 1 ปี โดยผู้ตายเป็นคนมีฐานะ ชอบปฏิบัติธรรมและเป็นลูกศิษย์ของวัดพระธาตุศรีจอมทอง จึงได้มาซื้ออาคารพาณิชย์หลังนี้เพื่อพักอาศัยระหว่างเดินทางมาปฏิบัติธรรมที่วัดระหว่างอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยยังติดต่อพูดคุยกับญาติพี่น้องตามปกติ   กระทั่งวันที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา นางสาววรรณีขาดการติดต่อกับครอบครัว ญาติพี่น้องโทรศัพท์มาหาก็ติดต่อไม่ได้ จนทำให้พี่ชายได้เดินทางมาหาที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่เมื่อมาถึงบ่านกลับพบว่าประตูบ้านถูกปิดล็อคไว้ และยังมีกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง จึงให้ช่างกุญแจมาเปิด และ พบตู้เย็นนอนอยู่ ส่งกลิ่นเหม็น และ ยังมีเลือดและน้ำเหลืองไหลออกมาจากตู้เย็น จึงแจ้งตำรวจให้เข้าตรวจสอบ เมื่อเปิดดูแทบช็อคเมื่อพบว่าน้องสาวถูกฆ่าเป็นศพในตู้เย็น   ด้านพล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภาค 5 เผยว่า ตนได้รับรายงานเบื้องต้นแล้ว และจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่ารถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับบิวซีรีย์ 3 ของผู้ตายได้หายไปด้วย คาดว่าคนร้าย น่าจะเป็นคนรู้จักกับผู้ตายและประสงค์ต่อทรัพย์ ตอนนี้ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวนทั้งของภาค 5 ของจังหวัดเชียงใหม่และท้องที่ ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวอย่างละเอียดแล้ว คาดว่าคดีนี้น่าจะรู้ตัวคนร้ายและจะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีกันต่อไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/hb7DnRLVP1M  

 11,407
อาชญากรรม
28 ต.ค. 62

ฆ่าโหดเศรษฐีนีนักปฏิบัติธรรม มัดมือเท้าศพยัดตู้เย็น พบรถ bmw - มือถือหายด้วย

เชียงใหม่-ตำรวจ สภ.จอมทอง รับแจ้งเหตุพบคนถูกฆ่ายัดตู้เย็นส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง เหตุเกิดที่ตึกแถวในซอยตรงข้ามวัดพระธาตุศรีจอมทอง ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ โดยตึกแถวดังกล่าวเป็นตึกแถวสองชั้นสร้างใหม่ตั้งอยู่ตรงข้ามร้านรับทำกุญแจ ที่เกิดเหตุมีชาวบ้านที่ทราบเหตุการณ์จำนวนมากมายืนมุงดูอยู่ เจ้าหน้าที่จึงต้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกมา   พบตู้เย็นบริเวณห้องครัวมีกลิ่นโชยออกมา จึงทำการตรวจสอบพบ ศพหญิงสาวสภาพถูกมัดมือมัดเท้า ยัดอยู่ในตู้เย็นถูกโบกด้วยปูนทับอีกชั้นนึง ทราบชื่อภายหลังว่า นางสาววรรณี จิระเจริญยิ่ง อายุ 58 ปี คาดว่าเสียชีวิตมาสองอาทิตย์ นอกจากนี้ยังพบว่ากล้องวงจรปิดทุกตัวในตึกแถวดังกล่าวถูกคนร้ายถอดอออกจนหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจึงเก็บหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุเพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุต่อไป   จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าบ้านหลังนี้มีผู้ตายคือ นางสาววรรณี เจริญยิ่ง อายุ 58 ปี ชาว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้มาซื้ออาคารพาณิชย์หลังนี้ได้ประมาณ 1 ปี โดยผู้ตายเป็นคนมีฐานะ ชอบปฏิบัติธรรมและเป็นลูกศิษย์ของวัดพระธาตุศรีจอมทอง จึงได้มาซื้ออาคารพาณิชย์หลังนี้เพื่อพักอาศัยระหว่างเดินทางมาปฏิบัติธรรมที่วัดระหว่างอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยยังติดต่อพูดคุยกับญาติพี่น้องตามปกติ   กระทั่งวันที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา นางสาววรรณีขาดการติดต่อกับครอบครัว ญาติพี่น้องโทรศัพท์มาหาก็ติดต่อไม่ได้ จนทำให้พี่ชายได้เดินทางมาหาที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่เมื่อมาถึงบ่านกลับพบว่าประตูบ้านถูกปิดล็อคไว้ และยังมีกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง จึงให้ช่างกุญแจมาเปิด และ พบตู้เย็นนอนอยู่ ส่งกลิ่นเหม็น และ ยังมีเลือดและน้ำเหลืองไหลออกมาจากตู้เย็น จึงแจ้งตำรวจให้เข้าตรวจสอบ เมื่อเปิดดูแทบช็อคเมื่อพบว่าน้องสาวถูกฆ่าเป็นศพในตู้เย็น   ด้านพล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภาค 5 เผยว่า ตนได้รับรายงานเบื้องต้นแล้ว และจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่ารถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับบิวซีรีย์ 3 ของผู้ตายได้หายไปด้วย คาดว่าคนร้าย น่าจะเป็นคนรู้จักกับผู้ตายและประสงค์ต่อทรัพย์ ตอนนี้ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวนทั้งของภาค 5 ของจังหวัดเชียงใหม่และท้องที่ ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวอย่างละเอียดแล้ว คาดว่าคดีนี้น่าจะรู้ตัวคนร้ายและจะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีกันต่อไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/hb7DnRLVP1M  

 11,407
สังคม-อาชญากรรม
03 เม.ย. 62

รวบแก๊ง 18 มงกุฎสร้างเรื่องมรดกพันล้าน หลอกเศรษฐีนีโอนเงิน 232 ล้าน

ตำรวจกองปราบปรามรวบ 4 ผู้ต้องหา ตุ๋นเหยื่อสร้างเรื่องมรดกพันล้าน หลอกเศรษฐีนีอสังหาริมทรัพย์ให้หลงเชื่อโอนเงินให้ 597 ครั้ง เป็นเงินกว่า 232 ล้านบาท   ผู้ต้องหากลุ่มนี้ประกอบด้วย นางสาวสุภิช นิมิตนิวัช , นางสาวผาณิตา นารถไพรินทร์ , นายชัยชนะ จันทรา และนางสาวมาริษา โสมบ้านกรวย ถูกศาลจังหวัดนครปฐม ออกหมายจับข้อหา ร่วมกันฉ้อโกง หลอกลวงผู้เสียหาย ออกอุบายให้ช่วยเหลือเงินค่าดำเนินการเรื่องมรดก สร้างตัวละครต่าง ๆ จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงิน   โดย 1 ในผู้ต้องหา สร้างเรื่องหลอกลวงผู้เสียหายว่า กำลังดำเนินการเรื่องมรดกของแพทย์หญิงสุวิภา ศรีภูมิเศรษฐ์ ที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดของผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้ และทำพินัยกรรม ตลอดจนสิทธิรับเงินช่วยเหลือจากกระทรวงกลาโหม และหน่วยงานต่าง ๆ รวม 14 หน่วยงาน เป็นเงินกว่า 1 พันล้านบาท ให้กับนางสาวผาณิตา เพื่อนร่วมแก๊ง แต่ไม่มีเงินดำเนินการเรื่องพินัยกรรม   ซึ่งผู้เสียหายหลงเชื่อ ถอนเงินสดให้ครั้งแรก 5 แสนบาท อีก 4 วันต่อมาผู้ต้องหาแจ้งว่า ต้องการเงินอีก 5 แสน 2 หมื่นบาท ครั้งนี้ ผู้ต้องหาได้สั่งจ่ายเช็คธนาคาร 2 ฉบับ เพื่อเป็นหลักประกัน แต่เมื่อเช็คถึงกำหนดชำระกลับบอกว่า "อย่าเพิ่งนำเช็คไปขึ้นเงิน" ทำให้ผู้เสียหายเริ่มสงสัย   นอกจากนี้ยังมีการแอบอ้างบุคคล เป็นนายทหารยศ พันโท ว่าเป็นผู้ดูแลพินัยกรรม และผู้ต้องหาที่สร้างมาเป็นตัวละครเพื่อหลอกลวง นัดพูดคุย ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และโอนเงินให้อีก 597 ครั้ง เป็นเงินกว่า 232 ล้านบาท โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ นำเงินทีได้ซื้อบ้าน ที่ดิน รถหรู จำนวนมาก ซึ่งทาง จนท.เตรียมไล่ยึดทรัพย์สินขายทอดตลาด คืนเงินให้ผู้เสียหายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dcVwsYyjXdY

 1,495
ต่างประเทศ
01 เม.ย. 62

เครื่องบินตกในเยอรมัน คร่าเศรษฐินีรัสเซีย รถตร.รุดไปจุดเกิดเหตุ ชนซ้ำดับอีก รวมเสียชีวิต 3

เกิดโศกนาฏกรรมซ้อนในประเทศเยอรมนี เมื่อเครื่องบินเล็กเครื่องยนต์เดี่ยว 6 ที่นั่ง ตกกลางทุ่ง คร่าชีวิตนาง นาตาเลีย ฟิเลวา มหาเศรษฐีรัสเซีย อายุ 55 ติดอันดับท็อปโฟร์ ผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดของรัสเซีย จากนั้นเมื่อรถตำรวจรุดไปยังที่เกิดเหตุ ยังชนกับรถอีกคันอย่างแรง จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย บาดเจ็บหนักอีก 3 คน   สำหรับนางฟิเลวา เจ้าของร่วมบริษัทสายการบิน เอส 7 กรุ๊ป ผู้ที่นิตยสารฟอร์บส์ ประเมินว่ามีทรัพย์สินราว 600 ล้านดอลลาร์ หรือราว 18,600 ล้านบาท ส่วนสายการบินเอส 7 เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทวันเวิลด์ บินไปยังจุดหมายกว้า 150 แห่งใน 35 ประเทศ   อุบัติเหตุดังกล่าวยังเกิดโศกนาฏกรรมตามมาอีก เมื่อรถยนต์ของตำรวจที่กำลังรุดไปจุดเกิดเหตุ ชนเข้ากับรถอีกคันกลางทาง มีผู้เสียชีวิต 2 รายอยู่ในรถที่ชนกับตำรวจ ส่วนรถตำรวจ มีผู้บาดเจ็บ 3 คน  

 3,287
สรุปข่าว
18 ต.ค. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 18 ต.ค.61 อ.มหิดลสิ้นใจ-ผู้พิพากษาเที่ยวอินเดียเสียชีวิต-ผบ.ทบ.คนใหม่-นายกฯเตรียมไลฟ์สด

-อาจารย์ ม.มหิดล ประสบเหตุรถชนจนเกิดไฟลุก บนถนนคู่ขนานลอยฟ้าเสียชีวิตแล้ว เหตุอวัยวะภายในบอบช้ำ แม้จะได้พลเมืองดีเข้าช่วย ตร.ฮีโร่ช่วยทุบกระจกบอกว่าทำทุกอย่างเพื่อเอาคนเจ็บออกมาให้ได้ (สุดยื้อ! อ.มหิดล ขับเก๋งชนกระบะไฟลุกท่วมบนทางลอยฟ้า ตร.-พลเมืองดีทุบกระจกช่วย ก่อนสิ้นใจที่ รพ.)   -ผู้พิพากษาหนุ่ม จ.อุดรธานี วัย 37 เสียชีวิตกะทันหันจากการขาดออกซิเจน ขณะไปเที่ยวเมืองเลห์ ลาดัก ประทศอินเดีย เพื่อนเผยมีอาการไข้ขึ้นหลังอาหารเย็นก่อนเสียชีวิต คาดสาเหตุเกิดจากสภาพอากาศ เนื่องจากภูมิประเทศสูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,500 เมตร และมีสภาพอากาศเบาบาง กต.ประสานนำศพกลับไทย   -เศรษฐีนีเสียชีวิตปริศนาในห้องนอน มีบาดแผลที่คอ ส่วนลูกสาวถูกแทงที่ท้องและอกสาหัส พบร่องรอยต่อสู้ในห้องน้ำ คนงานเห็นลูกสาววิ่งกุมท้องขอความช่วยเหลือ ตร.คาดแม่ลูกทะเลาะกันแล้วพลั้งมือฆ่า ด้านอดีตสามีเผยลูกสาวมีอาการทางประสาท เคยพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง อาจเป็นได้ผู้ตายเข้าไปห้ามแย่งอาวุธกัน และช็อกจากโรคความดัน   -พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.คนใหม่ แถลงนโยบายครั้งแรก ไม่เน้นย้ำอะไรมาก ขอสานต่อจาก ผบ.ทบ.คนเดิม ย้ำกองรักษาความสงบต้องทำงานอย่างระมัดระวัง เพราะถูกจับจ้องจากนักการเมือง ลั่นจะไม่ให้การเมืองมาใช้ประโยชน์จากกองทัพ ยันทหารช่วย ปชช.ไม่ใช่หาเสียง ช่วยด้วยหัวใจไม่ได้หวังผล ขอให้มั่นใจกองทัพเป็นกลาง ชี้ถ้าการเมืองไม่เป็นต้นเหตุของการจลาจล ก็จะไม่เกิดการปฏิวัติ ย้ำจุดยืนกองทัพเทิดทูนปกป้องสถาบัน ชี้คนหมิ่นสถาบันคือคนสติไม่สมประกอบ คนสติดีก็หนีไปต่างประเทศ (ผบ.ทบ.เปิดใจสื่อครั้งแรก แทงกั๊กปฏิวัติ เตือนการเมืองอย่าสร้างความแตกแยก)   -สุเทพ เทือกสุบรรณ เปิดตัวแคมเปญ ชวนคนมาเป็นสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย พูดถึง ผบ.ทบ.คนใหม่ที่ไม่รับปากว่าจะไม่มีการปฏิวัติ เชื่อหลังเลือกตั้งบ้านเมืองจะไม่วุ่นวาย และหากปฏิวัติก็จะไม่มี ปชช.ร่วมด้วย จาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำเพื่อไทย ถามกลับ ผบ.ทบ.ว่า ความวุ่นวายของบ้านเมืองในอดีต เกิดจากความสมคบกันของหลายฝ่าย และความนิ่งเฉยของกองทัพ ที่ไม่ช่วยรัฐบาลรักษาความสงบเรียบร้อย ('สุเทพ' เชื่อหลังเลือกตั้งบ้านเมืองไม่วุ่นวาย 'จาตุรนต์' สวนกลับ ผบ.ทบ.ปมต้นเหตุรัฐประหาร 57)   -นายกฯในยุคตู่ดิจิตอล โพสต์ภาพและข้อความบนเพจ เตรียมตัวไปประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรปที่เบลเยี่ยม ขณะที่ยอดกดไลค์หลังเปิดเพจ 3 วันทะลุ 2 แสน พุทธิพงษ์เผย นายกฯเริ่มตอบคำถามผ่าน inbox ด้วยตัวเองบ้างแล้ว เร็วๆนี้จะไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก เช่น ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว, การเดินทางไป ตปท. ซึ่งจะไม่เป็นทางการแบบรายการคืนความสุข ยันไม่ได้หวังผลทางการเมือง ('ลุงตู่' เริ่มตอบอินบ็อกซ์แฟนเพจ เตรียมไลฟ์สดเฟซบุ๊ก ไม่เครียดเหมือนคืนวันศุกร์ )   -บก.ลายจุด หัวหน้าพรรคเกียน ทวงถามนายกฯที่ทำเนียบ ปมอายัดบัญชีธนาคารมานาน 4 ปี แสดงออกเชิงสัญลักษณ์แต่งตัวเป็นคนตกงาน หอบกระเป๋าเอกสารมาสมัครงานกับนายกฯ เสนอตัวเป็นแอดมินเพจ เพราะประสบการณ์ด้านโซเชียลโชกโชน     -กรมการค้าภายใน เสนอขึ้นบัญชีมะพร้าวเป็นสินค้าควบคุม ต้องแจ้งรายละเอียดการขนย้าย ป้องกันลักลอบนำเข้าจนล้นตลาด ราคาตกต่ำ ฝ่าฝืนโนโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ด้านชาวสวนปาล์มกว่า 500 คน มาพร้อมรถบรรทุก หลายร้อยคันมาชุมนุมหน้าศาลากลางกระบี่ หลังราคาปาล์มตกต่ำเหลือโลละ 2.50 บาท ขอให้รัฐรับซื้อ 4.50 บาท ปักหลักค้างคืนชุมนุม ด้านกรมการค้าภายในเสนอใช้งบกลาง 525 ล้านบาท ทำโครงการเร่งรัดส่งออกปาล์มน้ำมันดิบ 3 แสนตัน ภายใน 3-4 เดือน (ม็อบสวนปาล์มเทปาล์มทิ้ง-เผาโลงประท้วงราคาตก พาณิชย์เร่งผลักดันส่งออก 3 แสนตันใน 3 เดือน )   -กสทช.เผย 5G ยุค AI ทำให้คนไทยตกงาน 10-30%  เริ่มทดลองใช้ระบบปีหน้า จะใช้เต็มรูปแบบปี 63 ชี้กระทบกลุ่มอุตสาหกรรม ธนาคาร แพทย์และสาธารณสุข ทยอยปิดตัว แนะรัฐบาลต้องช่วยสร้างงาน   -ศาลสั่งจำคุก 16 ปี นายวิรพล สุขผล หรืออดีตเณรคำ คดีพรากผู้เยาว์ข่มขืนเด็กม.2 จนตั้งครรภ์ ให้นับโทษรวมกับคดีฉ้อโกงที่ตัดสินไปแล้ว รวมจำคุก 36 ปี ผู้เสียหายปัจจุบันอายุ 32 ปี พอใจผลคำตัดสิน หลังจากนี้เดินห้น้าฟ้องแพ่ง เพราะเคยบอกว่าจะจ่ายค่าเลี้ยงดูเดือนละ 1 หมื่นบาท แล้วก็เงียบหาย จ่อเรียกค่าเลี้ยงดูบุตร 40 ล้าน (จำคุกอดีตเณรคำ 16 ปี คดีพรากผู้เยาว์ สาวคู่กรณีจ่อฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตร 40 ล้าน )   -แม่ใช้ไม้กวาดกระหน่ำตีลูกวัย 5 ขวบ เหตุเครียดทะเลาะกับสามี ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของเด็ก จนเด็กเจ็บ เลือดออกทั้งตัว พ่อเลี้ยงสงสารเข้าไปช่วย ก็ถูกแม่ตีและกัดจนเป็นแผล จนท.เข้าควบคุมตัวเผยตีเพราะโมโห เด็กชอบร้องตามพ่อเลี้ยงและ แกล้งน้อง จนท.บ้านพักเด็กระยองรับเด็กไปดูแล (แม่เครียดทะเลาะสามีใหม่ คว้าไม้กวาดกระหน่ำตีลูกชาย 5 ขวบเนื้อแตก พ่อเลี้ยงเข้าห้ามโดนด้วย)   -อัยการสั่งฟ้อง ฟิล์ม รัฐภูมิ พร้อมพวกรวม 4 คน เปิดบริษัทบัตรเติมเงินไม่ได้รับอนุญาต และแอพบนมือถือ PayAll ทั้งหมดสารภาพไม่ต่อสู้คดี ศาลให้ประกันตัวคนละ 2 แสนบาท นัดฟังคำพิพากษา 6 ธันวาคมนี้ ('ฟิล์ม รัฐภูมิ' โพสต์แจงหลังอัยการสั่งฟ้องคดี เปิดบริษัท pay all ไม่ได้รับอนุญาต ศาลให้ประกัน 2 แสน)     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SH1NOYOhetA

 6,447
ข่าวภูมิภาค
02 ก.ค. 61

อุกอาจ! บุกยิงหัวเศรษฐีนีเมืองคอน เสียชีวิตต่อหน้าลูกสาว 5 ขวบ ตั้งปมขัดแย้งธุรกิจ

นครศรีธรรมราช-มือปืนเหี้ยมบุกจ่อยิงหัวนางกนกนิษฐ์หรือเจ๊น๊อก ชำนาญกิจ เศรษฐีนีวัย 27 ปี ต่อหน้าลูกสาววัย 5 ขวบ เสียชีวิตคาแปลงขายพันธุ์ยางพาราริมถนนเอเชีย   สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายเป็นผู้มีฐานะดีคนหนึ่ง ระดับเศรษฐีนี เป็นเจ้าของแปลงขายพันธุ์ยางพาราดังกล่าว แล้วยังเป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์แห่งหนึ่งใน อ.นาบอน และยังมีรถยนต์รับจ้างให้เช่ารับขนสินค้าอีกหลายคัน เป็นที่รู้จักกันดีใน อ.นาบอน   ก่อนเกิดเหตุขณะที่ผู้ตาย กำลังนั่งอยู่บนแคร่ไม้อยู่ภายในร้านแปลงขายพันธุ์ยางพาราของตัวเอง โดยมีลูกสาววัย 5 ขวบนอนอยู่บนตัก และมีลูกน้องผู้หญิงนั่งอยู่ใกล้อีก 2-3คน ส่วนสามีกำลังทำงานอยู่ในแปลงขายพันธ์ยางพารา อยู่ไม่ห่างมากนัก   ทันใดนั้นได้มีคนร้ายจำนวน 2 คนขับรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า 4 ประตู สีดำไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาจอดหน้าร้านริมถนนเอเชียขาล่อง จากนั้น 1 ใน 2 คนร้ายอายุไม่เกิน 30 ปี ได้เดินลงจากรถทำทีเป็นลูกค้ามาหาซื้อพันธุ์ยางพาราในร้าน ก่อนที่คนร้ายดังกล่าวจะเดินตรงไปหาผู้ตาย แล้วคนร้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้นขนาด.38ออกมาจ่อยิงหัวจำนวน1นัด กระสุนเจาะหัวเสียชีวิตต่อหน้าลูกสาว   ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งไปขึ้นรถยนต์กระบะขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็วทันที โดยมีคนงานในร้านใช้อาวุธปืนยิงใส่รถคนร้ายถูกบริเวณประตูจำนวน 1 นัด จากนั้นสามีและคนงานในร้านได้รีบนำร่างส่ง รพ.นาบอนและเสียชีวิตเวลาต่อมาดังกล่าว   สำหรับสาเหตุการบุกสังหารโหดเศรษฐีนีรายนี้ เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากผู้ตายทำธุรกิจหลายอย่างทั้งเปิดแปลงขายพันธุ์ยางพารารายใหญ่ในพื้นที่แล้ว แล้วยังเปิดอู่ซ่อมรถยนต์และมีรถรับจ้างขนส่งสินค้าทั่วไปอีกหลายคน ซึ่งอาจจะไปทำธุรกิจขัดประโยชน์กับคู่อริบางคนบางกลุ่มก็ได้จึงถูกยิงโหดดังกล่าว   จากการสอบสวนปากคำพยานทราบว่ารถของคนร้ายดังกล่าวได้มาขับวนเวียนหน้าร้าน 2-3 วันที่ผ่านมาแต่ไม่มีใครนึกเอะใจจนมาเกิดเหตุดังกล่าว นอกจากนี้จากการสอบสวนปากคำญาติสนิทคนหนึ่งพบว่า   ก่อนหน้านี้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ผู้ตายเคยทำธุรกิจรับจำนำรถยนต์มีลูกค้าจำนวนมากมาก่อน และได้เลิกธุรกิจดังกล่าวไปแล้ว อาจจะมีความขัดแย้งกับลูกน้องเก่าบางคนจึงตามมายิงล้างแค้นก็ได้ ซึ่งทางตำรวจจะเร่งทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อเร่งคลี่คลายคดีติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกม.ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XvdliMquUZg

 6,338
ข่าวภูมิภาค
04 มิ.ย. 61

รวบอดีตสามี ฆ่าโหดเผานั่งยางเศรษฐีนีเมืองสงขลา หลังเจอหลักฐานมัดตัว

สงขลา-รองผบ.ตร.เตรียมรวบสามีโหด ฆ่าเผานั่งยางเศรษฐีนีเมืองสงขลา หลังพบหลังฐานสำคัญ ขู่ดำเนินคดีกับผู้พาหลบหนียกทีม   จากคดีฆ่าเผานั่งยาง น.ส.ภิญญาดา แป้นจันทร์ หรืออ้อย นักธุรกิจสาวชื่อดังเมืองสงขลา ซึ่งถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมและเผานั่งยาง ก่อนที่ญาติจะไปพบชิ้นส่วนกระดูกและแหวนเพชรในป่าพรุ บ้านท่าหอม อ.หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 1 พ.ค.61ที่ผ่านมา โดยผู้ก่อเหตุคือนายกฤษฎา ไหมขาว อดีตสามี ซึ่งตร.ขอหมายจับกุม คดีฆ่าคนตาย   โดยพลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผบตร.ลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุ พบว่ามีชิ้นส่วนหลักฐานสำคัญเพิ่มอีกกว่า 15 ชิ้น โดยมีเจ้าหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน และฝ่ายสืบสวนร่วมตรวจสอบ โดยพบว่าจุดเกิดเหตุ เป็นป่ารก ทางเข้าเปลี่ยวและมึด ซึ่งจากการคาดการณ์เชื่อว่าคนร้ายไม่น่าก่อเหตุเพียงคนเดียว และใช้เวลาในการเผาผู้ตายไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง   จากนั้นพลตำรวจเอกวิระชัยเดินทางไปตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติมที่บ้านของผู้เสียชีวิต บ้านน้ำกระจาย อ.เมือง จังหวัดสงขลา พบหลักฐานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการตายและการเผานั่งยาง โดยเฉพาะบังโคนรถบิ๊กไบค์ ซึ่งยางที่ใช้เผาบางส่วนก็คือยางจากรถบิ๊กไบค์ และหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับการฆาตกรรม   ทางด้านเพื่อนบ้านผู้ตายซึ่งมีความสนิทสนมกับ นายกฤษฎา ผู้ก่อเหตุเล่าว่า หลังเกิดเหตุนายกฤษฎา ก็ยังวนเวียนแถวบ้าน โดยไม่มีท่าทีหวาดกลัว หรือตกใจใดๆทั้งสิ้น โดยเช้าวันที่ 26 พ.ค. ยังขับรถเบนซ์ของผู้ตายสวนทางกับป้าสุ และยังทักทายกัน จากนั้นไม่ถึง 5 นาที รถตำรวจก็ตามมา และในช่วงค่ำวันเดียวกันก็เห็นนายกฤษฎา มาขับรถกระบะ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไปและไม่กลับมาอีก   เช่นเดียวกับญาติของคุณอ้อยผู้เสียชีวิตเล่าว่า มาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่อยากเชื่อว่านายกฤษฎาจะเป็นคนฆ่าภรรยาย เพราะโดยนิสัยส่วนตัวไม่มีท่าทางโหดร้าย หรือเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ตรงกันข้ามกลับเป็นอารมณ์ดี และมีอัธยาศัยดีกับเพื่อนบ้าน แต่ยอมรับว่าเรื่องมีปากเสียงทะเลาะวิวาทเรื่องสามีภรรยากับผู้ตายนั่นมีบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่คิดว่าถึงขั้นจะต้องฆ่าให้ตายและยังนำไปเผานั่งยางแบบโหดเหี้ยม   สำหรับคดีนี้ ชุดสืบสวนเกาะติดคนร้ายแต่ก็คลาดกัน โดยพบว่าคนร้ายหลบหนีวนเวียนไปมาระหว่าง จ.สงขลา จ. พัทลุง และจ.ภูเก็ต และมีรายงานว่าผู้ต้องหาถูกเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกดดันอย่างหนัก  ทางญาติจึงประสานขอเข้ามอบตัวกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9   ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่านายกฤษฎาได้เข้ามอบตัวแล้ว เบื้องต้นให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XRxoB7JoCmg    

 8,856

Top