ค้นหา :

ผลการค้นหา "ข่าวตำรวจทำร้ายร่างกาย"

แชร์ออฟเดอะเดย์
12 มิ.ย. 62

หนุ่มโพสต์ถูกชายคล้าย ตร.ขับรถตราโล่ ปาดหน้า-ใช้ปืนตบหน้าเลือดอาบ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Chaiyut Buakaew แชร์ภาพใบหน้าตัวเองที่เต็มไปด้วยรอยแผล พร้อมกับภาพรถยนต์เก๋งยี่ห้อ นิสสัน และภาพนิ่งชายสูงวัย ตัดผมสั้นเกรียน ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงสีกากี พร้อมระบุข้อความว่าถูกชายคล้ายตรวจขับรถปาดหน้า แล้วเกิดปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน ก่อนที่ชายคู่กรณีจะนำกุญแจมือและปืนมาตบหน้าได้รับบาดเจ็บ   ต่อมานายชัยยุทธ บัวแก้ว อายุ 32 ปี ผู้โพสต์เปิดเผยว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่ได้ขับรถยนต์ส่วนตัวไปตามถนนมิตรภาพมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองนครราชสีมา เมื่อถึงบริเวณช่วงแยกตลาดแค อำเภอโนนสูง ได้มีชายคนหนึ่งแต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจครึ่งท่อน ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน ซันนี่ สีบรอนด์ ข้างประตูรถติสติ๊กเกอร์คำว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมกับติดสัญญาณไฟไซเรน   ชายคนดังกล่าวได้ขับรถปาดหน้าตน หลังจากนั้นตนจึงได้บีบแตรเตือนว่า ชายคนดังกล่าวขับขี่รถอันตราย ตนจึงขับรถตามประกบ พร้อมบอกให้จอดเพื่อพูดคุยเจรจากัน จนไปถึงที่เกิดเหตุบริเวณหน้าโรงเรียนอนุบาลตลาดแค ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง และบริเวณนั้นมีป้อมตำรวจตั้งอยู่ ตนจึงได้เข้าไปบอกชายคนดังกล่าวเพื่อให้มาพูดคุยเจรจากันต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจในป้อม   จากนั้นก็ได้มีปากเสียงทะเลาะกันกับชายคนดังกล่าว ก่อนที่ชายดังกล่าวจะหยิบอาวุธปืนภายในรถมาตีเข้าบริเวณใบหน้าของตนหลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บเลือดอาบ ต่อมาจึงได้ไปแจ้งความเอาเรื่องไว้ที่ สภ.โนนสูง เรียบร้อยแล้ว   ด้านดาบตำรวจกฤษณะ จงกล ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.โนนสูง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในป้อมตำรวจที่เกิดเหตุเปิดเผยว่า วันที่เกิดเหตุมีชายคนหนึ่งซึ่งทราบทีหลังคือ นายชัยยุทธได้เดินเข้ามาในป้อมตำรวจ พร้อมบอกว่ามีเรื่องกับชายดังกล่าวเพราะขับรถปาดหน้ากัน จึงทำให้มีการโต้เถียงกันขึ้น และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเคลียร์ให้ ตนจึงบอกให้ชายคนดังกล่าวไปเรียกคู่กรณีเข้ามาพูดคุยกันในป้อมตำรวจ   จากนั้นนายชชัยยุทธได้เดินเข้าไปหาชายคู่กรณีที่แต่งกายคล้ายตำรวจครึ่งท่อน ก่อนจะมีการลงไม้ลงมือซึ่งตนได้เข้าไปห้ามปรามเพื่อไม่ให้มีการทะเลาะวิวาท โดยตนเห็นชายดังกล่าวใช้กุญแจมือตีเข้าบริเวณใบหน้าของนายชัยยุทธเพราะขณะนั้นมีการยื้อฉุดกระชากกัน แต่ตนไม่เห็นมีการใช้อาวุธปืนแต่อย่างใด ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าชายคนดังกล่าวน่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง แต่ไม่ทราบว่าสังกัดใด โดยในส่วนคดีความก็ขอให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน   ด้าน พ.ต.อ.นิรันดร์ แก้วอิน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนแล้ว ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังรอใบรับรองแพทย์เพื่อประกอบสำนวนคดี และเบื้องต้นพบการกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวพบว่า เป็นรถยนต์ของทางราชการจริง แต่ชายคนดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่ ซึ่งหากพบเป็นตำรวจจริงก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A1uRhv3HFHo

 1,391
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 มิ.ย. 62

สั่งย้าย ร.ต.อ.ในคลิปต่อยวัยรุ่นหน้าผับ พร้อมตั้งกรรมการสอบ เจ้าตัวยันแค่เข้าไปตักเตือน ปัดพกปืน

เกิดกระวิจารณ์อย่างหนัก ภายหลังจากที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปอ้างว่า ตนเองถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยศร้อยตำรวจเอกของสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ทำร้ายร่างกายด้วยการต่อยเข้าที่ใบหน้า รวมทั้งพูดจาข่มขู่หน้าสถานบันเทิงใจกลางเมืองกาญจนบุรี พร้อมข้อความระบุ   "นี่คือฝีมือผู้กอง สภ.กาญจนบุรี เดินมาทำร้ายร่างกายประชาชนกลางที่สาธารณะซึ่งๆหน้า โดยที่พูดว่า-เป็นตำรวจ จะต่อยใครก็ได้" จนทำให้กลายเป็นกระแสวิจารณ์การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าว   ต่อมาทาง พ.ต.อ.ธีรพงษ์ ฤทธิ์จรูญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี กล่าวว่า ตนได้มีการสั่งการให้ร้อยตำรวจเอกมานิต ทองเพชรพิสิษฐ์ รองสารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ซึ่งเป็นชายใส่เสื้อสีน้ำเงินที่ปรากฏในคลิป และผู้ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้ที่ต่อยชายคนไทยคลิปวีดีโอ ให้ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมให้ทำบันทึกชี้แจงเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุรวมถึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ตนยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน   ด้านร้อยตำรวจเอกมานิต ผู้ที่ถูกกล่าวอ้างได้ชี้แจงต่อผู้สื่อข่าวว่า ในคืนวันเกิดเหตุนั้นตนเดินทางไปเที่ยวที่สถานบันเทิงดังกล่าวกับเพื่อนตำรวจรวมถึงเพื่อนๆ ที่รู้จักกัน โดยนั่งอยู่โต๊ะใกล้เคียงกับชายคนที่ถ่ายคลิป ซึ่งเป็นผู้ที่เคยก่อเหตุขับรถยนต์ชนกับเพื่อนตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ตนก็ไม่ได้มีปากเสียงหรือเข้าไประรานใดๆ เพียงแค่เข้าไปห้ามปรามไม่ให้ก่อความวุ่นวายในร้านเท่านั้น โดยตนขอยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายชายคนที่ถ่ายคลิปและไม่ได้มีการพกปืนข่มขู่ชายคนที่ถ่ายคลิปแต่อย่างใด   ขณะที่นายพรหมมนัส ภูศรี อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นชายคนที่ถ่ายคลิปและอ้างว่าถูกร้อยตำรวจเอกมานิตย์ทำร้ายร่างกายนั้น ล่าสุดได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนาย พรหมมนัส ภูศรี ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปเป็นเหตุการณ์จริงตนไม่ได้ใส่ความเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวแต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fIsdKq4bGgA

 1,684
ข่าวภูมิภาค
02 พ.ย. 61

พ่อร้อง ตร.ทำร้ายลูกชาย ถูกยัดข้อหาพยายามฆ่า งัดหลักฐานวงจรปิด เห็นวิ่งหนีตายจนรถชน

นายบุญยิ่ง งามชื่น อายุ 61 ปี และนายนิรัญ วรสิทธิ์ อายุ 48 ปี รองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายหนังสือพิมพ์เท็จจริงข่าว ได้ร้องเรียนกับสื่อมวลชนเพื่อขอความเป็นธรรม กรณีที่นายอภิชาติ งามชื่น อายุ 29 ปี พร้อมกับเพื่อนๆ รวมทั้งหมด 7 คน ได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงร้านตำนานชล ในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 จนกระทั่งเวลา 02.00 น.จึงได้เดินทางออกจากร้านดังกล่าว   โดยขี่รถจักรยานยนต์จะกลับที่พัก ปรากฏว่าได้มีชายฉกรรจ์ 3 คน ใช้รถยนต์เป็นพาหนะ พยายามขัดขวางไม่ให้กลับบ้าน เกรงว่าจะมีเรื่องตามมาภายหลัง จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์หนีออกมาจากร้าน หลังจากนั้นได้มีเสียงปืนดังขึ้น 3-4 นัด นายอภิชาติ เกรงว่าจะถูกทำร้าย จึงได้นำปืนออกมายิงขึ้นฟ้าขู่ไป 2 นัด หลังจากนั้นชายฉกรรจ์ทั้ง 3 คนได้ขับรถกระบะไล่ตามพร้อมทั้งล็อคตัวเพื่อนนายอภิชาติคนขี่รถจักรยานยนต์ไว้   ส่วนนายอภิชาติพยายามวิ่งหนี โดยมีรถยนต์วิ่งไล่ตามหลังจากนั้นได้เฉี่ยวชน จนล้มลง จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนตบไปที่ศีรษะและใบหน้าจนสลบ และได้มีการจัดฉากว่านายอภิชาติได้ต่อสู้ขัดขวางตำรวจ โดยไม่รู้ว่าชายฉกรรจ์ดังกล่าวเป็นตำรวจ   ต่อมาตำรวจได้ตั้งข้อหา ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพกอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร ต่อสู่ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้าย และพยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ หลังจากนั้นได้มีการส่งฟ้องศาลจังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี   ทางด้านนายอภิชาติกล่าวว่า ตนวิ่งหนีจนกระทั่งถูกรถยนต์ชน หลังจากนั้นได้ถูกปืนตบเข้าบริเวณหลังศีรษะ และใบหน้า และยังถูกทำร้ายจนสลบไป   นายบุญยิ่งกล่าวว่า การร้องเรียนสื่อมวลชนในครั้งนี้ เพื่อขอความเป็นธรรม เนื่องจากเป็นชาวบ้านแต่ต้องต่อสู้กับตำรวจ ซึ่งเป็นพนักงานของรัฐ เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และเหตุที่ร้องเรียนสื่อมวลชนล่าช้า เนื่องจากเพิ่งได้หลักฐานชิ้นสำคัญคือภาพวงจรปิด ช่วงที่ชายฉกรรจ์ได้ขับรถพุ่งชนลูกชาย และลงมือทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาเหตุ ซึ่งตนพร้อมที่จะชี้แจงเรื่องจริงทั้งหมดว่าลูกชายไม่ได้ต่อสู้ขัดขวางตำรวจแต่อย่างใด   ช่วงเกิดเหตุก็ไม่รู้ว่าเป็นตำรวจ ภาพวงจรปิดก็พบแต่ว่าลูกชายวิ่งหนี จนกระทั่งถูกรถชน และถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จฯ ณ ศรีราชา ซึ่งคดีดังกล่าวเป็นการต่อสู้กับพนักงานของรัฐเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็น ซึ่งตนจะได้นำพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อร้องขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/T7BA3LWHQLQ

 3,235
ปากท้องร้องทุกข์
01 มิ.ย. 61

สาวร้องกองปราบ ถูกผู้กอง สภ.ราชบุรี ทำร้ายร่างกายพยายามข่มขืน ผ่านมากว่า 1 เดือน คดีไม่คืบ

สาวราชบุรี ร้องกองปราบ หลังถูกตำรวจยศร้อยตำรวจเอก ทุบตี พยายามข่มขืน เกรงกลัวอิทธิพลข่มขู่ ข้อมูลทราบว่ามีตำรวจคนดังกล่าวเคยทำร้ายผู้หญิงมาแล้ว 3-4 ราย   ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม นำสาวราชบุรี ผู้เสียหายจากการถูกนายตำรวจ ยศร.ต.อ. สังกัดสภ.เมืองราชบุรี ใช้กลอุบายหลอกลวงทุบตีจนบาดเจ็บสาหัส เพื่อพยายามข่มขืนทารุณกรรมทางเพศ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียน พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม ที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยดำเนินคดีและจับกุมนายตำรวจคนดังกล่าว เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพล    ผู้เสียหาย ระบุว่ารู้จักกับร้อยเวรนายนี้จากการแจ้งความดำเนินคดีในคดีหนึ่ง โดย 27 เมษายน 2561 ตำรวจนายนี้ได้เชิญตนเองมาที่สถานีตำรวจ โดยได้ใช้กลอุบายอ้างว่าจะให้คำแนะนำเกี่ยวคดีความ เมื่อมาถึงนายตำรวจคนดังกล่าวได้ข่มขู่ขอกุญแจรถ และทำร้ายร่างกาย ก่อนจะบังคับให้ตนเองไปนั่งฝั่งข้างคนขับ แล้วขับรถไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี เพื่อหวังจะข่มขืน และ มีการกักขังหน่วงเหนี่ยว กระทั่งมีพนักงานโรงแรมเข้ามาช่วยเหลือ ตนเองจึงไปแจ้งความที่ สภอ.ราชบุรี แต่ผ่านมากว่า 1 เดือนคดีไม่มีความคืบหน้า และตนเองก็ถูกตำรวจยศร้อยตำรวจเอกคนดังกล่าวข่มขู่ ให้ถอดแจ้งความ    วันนี้ตนเองจึงเข้ามาร้องเรียนที่กองปราบ เพื่อขอความเป็นธรรม นอกจากนี้ตนเองทราบว่า ร.ต.อ.คนดังกล่าวมีประวัติเคยทำร้ายผู้หญิงได้รับบาดเจ็บคล้ายตนเอง 3-4 ราย ซึ่งคิดว่าตนเองเป็นรายล่าสุด และอยากให้คดีนี้เป็นตัวอย่างของสังคมต่อไป    ขณะที่ทนายรณณรงค์ ระบุว่า อาการล่าสุดของผู้เสียหายรายนี้ บริเวณศรีษะด้านซ้ายมีรอยช้ำ และ แก้วหูได้รับการกระทบกระเทือนไม่สามารถใช้การได้ จากการตรวจสอบร้อยตำรวจเอกคนดังกล่าวยังคงทำงานตามปกริในสภอ.ราชบุรี อยู่ซึ่งไม่ได้รับโทษแต่อย่างใด ตนเองเกรงว่าตำรวจรายนี้จะเข้ามายุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และ ข่มขู่พยาน พร้อมเกรงว่าผู้เสียหายจะไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยวันนี้ได้เดินทางมาขอคุ้มครองพยานด้วย  

 3,987

Top