ค้นหา :

ผลการค้นหา "ร้องกองปราบ"

สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ย. 62

'อดีตพีอาร์สาว' ร้องกองปราบถูกแฟนเก่าผลักตกตึกจนพิการ ซ้ำบอกคนอื่นตกเอง ทำหมดสิทธิรับเงินช่วยเหลือ

อดีตพีอาร์ไนท์คลับพัทยา ร้องกองปราบปรามขอรื้อคดี หลังถูกอดีตแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายจนพลัดตกตึก 5 ชั้น กลายเป็นคนพิการ โดยก่อนหน้าอดีตแฟนหนุ่มชาวฝรั่งเศสแจ้งความตนเองพลัดตกเอง ทำให้ไม่มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม   (13 ก.ย. 62) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม นำนางสาวสุณิสา เชิดสกุล อดีตพีอาร์ไนท์คลับแห่งหนึ่งในจังหวัดพัทยา พร้อม นางสาวณัฐชยา เชิดสกุล พี่สาว นำหลักฐานใบแจ้งความ ภาพถ่ายขณะที่เข้าพักรักษาอาการบาดเจ็บ มาร้องพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ให้ช่วยรื้อคดีที่ถูกอดีตแฟนชาวฝรั่งเศสทำร้ายร่างกายผลักตกคอนโด 5 ชั้น จนทำให้ร่างกายพิการ ที่เคยแจ้งความไว้ในพื้นที่ สภ.เมืองพัทยา ก่อนหน้านี้ 3 เดือน แต่คดีไม่มีความคืบหน้า   นางสาวสุณิสา เล่าให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2562 เวลาประมาณ 03.00 นาฬิกา ตนเองต้องการไปเก็บเสื้อผ้าที่ห้องพี่สาว แต่นายคริสเตียน ฟิลลิปส์ ชอง ชาร์ก อดีตแฟนหนุ่มชาวฝรั่งเศสเข้าใจว่าผู้เสียหายเก็บเสื้อผ้าหนีตามชายอื่น จึงเกิดความหึงหวง และเกิดการทำร้ายร่างกาย ฉุดกระชาก และบีบคอ บริเวณริมระเบียง ก่อนตนเองพลัดตกลงมาจากชั้น 5 ของอพาร์ทเม้นแห่งหนึ่งในพัทยา ส่งผลให้กระดูกสันหลังหัก ขาหัก และลำไส้ฉีกขาด กลายเป็นผู้พิการประเภท 3 ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้   โดยขณะที่ตนเองนอนรักษาตัวอยู่ห้องไอซียู โดยไม่ได้สติ อดีตแฟนหนุ่มชาวฝรั่งเศส ได้เข้าลงบันทึกประจำวัน ที่ สภ.เมืองพัทยา โดยแจ้งพนักงานสอบสวนว่าตนเองเป็นคนพลัดตกลงมาจากระเบียงเอง พร้อมจ่ายเงินช่วยเหลือ จำนวน 6,000 บาท ให้กับมารดา ที่โรงพยาบาล ก่อนเดินทางกลับไปประเทศฝรั่งเศส โดยที่พนักงานสอบสวนไม่ได้มีการสอบปากคำตนเองแต่อย่างใด   ด้าน ทนายความ ระบุว่า ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา สรุปว่าเป็นการพลัดตกลงมาเอง โดยไม่ใช่การถูกทำร้าย ทำให้ผู้เสียหายไม่มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม จึงขอให้ตำรวจกองปราบ รื้อคดีพิสูจน์ว่าเป็นการทำร้ายร่างกาย และรื้อคดีขึ้นมาทำใหม่เนื่องจากผู้เสียหายเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะอดีตแฟนหนุ่มเป็นลูกจ้างเจ้าของคลับหรูหลายแห่งซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

 1,780
สังคม-อาชญากรรม
22 ก.ค. 62

พ่อแม่ ร้องกองปราบฯ คลี่คลายคดี หลังลูกชายเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ เชื่อถูกฆ่า สงสัยลูก ตร.ยศใหญ่

วันที่ 22 ก.ค. 62 เมื่อเวลา 10.00 น. ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมนายเวียง สิทคชวัน และนางเครือวัลย์ สิทคชวัน พ่อแม่ของนายธนวิชณ์ สิทคชวัน อายุ 24 ปี ที่เสียชีวิตในจังหวัดตรังอย่างมีเงื่อนงำ     ซึ่งหลังจากการเสียชีวิตทางโรงพยาบาลสุขภาพชุมชน แห่งหนึ่งในจังหวัดตรังได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการถูกกระแสไฟฟ้าช็อต เนื่องจากในระหว่างการเสียชีวิต ผู้ตายสภาพศพนอนคว่ำหน้าลงไปในน้ำส่วนเท้าอยู่บนดิน สร้างความเคลือบแคลงให้กับพ่อแม่ของผู้ตายก่อนนำศพส่งไปชันสูตรอย่างโรงพยาบาลสงขลาราชนครินทร์    โดยผลการชันสูตรพบว่า ผู้ตายเสียชีวิตจากของแข็งไม่มีคมกระทบถึงศรีษะอย่างรุนแรง จึงได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ขอให้หรือฟื้นคดีที่สถานีตำรวจภูธรรัษฎา อ.รัษฎา จ.ตรัง แต่ทางพนักงานสอบสวนปฏิเสธที่จะหรือฟื้นคดีโดยให้เหตุผลว่ามีหลักฐานไม่เพียงพอ จึงได้เดินทางมายังกองบังคับการปราบปราม รื้อฟื้นคดีเพื่อร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปราม เนื่องจากหนึ่งในผู้ต้องสงสัยเป็นลูกของนายตำรวจยศใหญ่โตในพื้นที่ มีส่วนพัวพัน    หลังจากพบว่าลูกชายเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในลักษณะเชิงชู้สาวกับหญิงสาวคนหนึ่ง จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการถูกฆาตกรรมในครั้งนี้และต้องการให้กองบังคับการปราบปรามเข้าคลี่คลายคดี   ข่าวที่เกี่ยวข้อง พ่อแม่ร้องสื่อเชื่อลูกชายถูกฆ่า แต่ ตร.สรุปคดีเป็นไฟช็อตตาย ทั้งที่ไม่ได้ต่อไฟ คาดปมชู้สาว  

 874
ข่าวภูมิภาค
22 ก.ค. 62

พ่อแม่ร้องสื่อเชื่อลูกชายถูกฆ่า แต่ ตร.สรุปคดีเป็นไฟช็อตตาย ทั้งที่ไม่ได้ต่อไฟ คาดปมชู้สาว

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายเวียง สิทคชวัน และนางเครือวัลย์ สิทคชวัน ชาว อ.รัษฎา จ.ตรัง ว่าลูกชายคือนายธนวิชณ์  สิทคชวัน อายุ 24 ปี เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ อยู่คลองน้ำภายในพื้นที่บ้านของตนเอง เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2562   สภาพศพนอนคว่ำหน้าศีรษะแช่ลงอยู่ในคลองน้ำ ขาพาดอยู่บนตลิ่ง ห่างจากบ้านพักประมาณ 200 เมตร โดยตำรวจในท้องที่ได้ตรวจสอบจุดพบศพ พบสายไฟต่อตรงมาจากบ้านพัก แต่ไม่มีการเก็บหลักฐานในที่เกิดหรือวัตถุพยานต่างๆ ไปตรวจสอบ ขณะที่แพทย์จาก รพ.รัษฎา ชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ระบุว่า ลูกชายของตนเองเสียชีวิตจากถูกไฟฟ้าช็อต ทั้งที่ลากสายจริงแต่ยังไม่ได้ต่อไฟ   ทางครอบครัวก็ไม่ได้ท้วงติงอะไร แต่แปลกใจทำไมศพส่วนศีรษะแช่อยู่ในคลองน้ำ ซึ่งห่างจากจุดที่พบสายไฟประมาณ 3 เมตร โดยนำศพลูกตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัด ระหว่างตั้งบำเพ็ญกุศล มีเพื่อนบ้านมาบอกได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือหลายครั้ง จึงตัดสินใจส่งศพของลูกชายไปผ่าพิสูจน์ เพื่อหาสาเหตุการตายที่นิติเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์   โดยแพทย์ระบุ สภาพศพภายในมีบาดแผลฟกช้ำใต้หนังศรีษะด้านหน้า มีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นในด้านซ้าย สาเหตุการตายสมองได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกกับวัตถุแข็งไม่มีคม ซึ่งขัดแย้งกับผลชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นของตำรวจท้องที่และแพทย์ รพ.รัษฎา ที่ระบุว่าถูกไฟฟ้าช็อตตาย ทางครอบครัวสงสัยว่าพบนอนคว่ำหน้าศีรษะอยู่ในน้ำ เหตุใดศีรษะจึงถูกกระแทกด้วยวัตถุแข็ง ทั้งที่บริเวณเป็นเนินดินไม่มีก้อนหินขนาดใหญ่   ทั้งนี้ครอบครัวผู้ตายคาดปมเหตุอาจมาจากเรื่องชู้สาวหรือไม่ โดยสงสัยนายเจมส์ ลูกเลี้ยงของนายตำรวจยศใหญ่ในท้องที่ แฟนสาวของนายเจมส์ และแฟนสาวของผู้ตาย เชื่อว่าทั้ง 3 คน อาจรู้เห็นกับการตาย ซึ่งหลังพบศพแฟนสาวของผู้ตายได้โทรศัพท์มาบอกว่า แฟนหนุ่มของตนไม่ได้จมน้ำตาย   และก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยไปทำงานอยู่ที่ จ.ภูเก็ต พร้อมกับแฟนสาว ส่วนนายเจมส์ บ้านอยู่ละแวกเดียวกันและเป็นเพื่อนกับผู้ตาย ก็พาแฟนสาวไปทำงานอยู่ จ.ภูเก็ต เช่นกัน โดยช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ผู้กลับมาอยู่ที่บ้านที่ จ.ตรัง คนเดียวเพื่อเตรียมสอบนายสิบกองหนุน   จากนั้นผู้ตายเล่าให้แม่ฟังว่า แฟนสาวแอบคบหากับนายเจมส์ ถึงขั้นมีความสัมพันธ์กัน ซึ่งแฟนสาวของนายเจมส์ ก็ทราบเรื่องนี้จนทะเลาะกับผู้ตาย ที่แฟนสาวของผู้ตายไปยุ่งกับนายเจมส์  ต่อมาแฟนสาวของนายเจมส์กลับจาก จ.ภูเก็ต มาอยู่บ้านที่ จ.ตรัง เคยตามมาหาผู้ตายที่บ้านถึง 2 ครั้ง โต้เถียงกันเรื่องหึงหวง และเรื่องส่งของอะไรบ้างอย่างซึ่งไม่ทราบเป็นของอะไร   และหลังเกิดเหตุแฟนของลูกชายได้หยิบเอาโทรศัพท์ลูกชายไปจากที่เกิดเหตุ พอตนเริ่มสงสัยการเสียชีวิตของลูกชาย จึงได้ไปขอโทรศัพท์ลูกกลับคืนมา พบว่าข้อความจำนวนมากถูกลบหายไป   แม่ของผู้ตาย กล่าวว่า ตนยังเก็บศพชายไว้ จะไม่เผาจนกว่าคดีจะคลี่คลาย หากถูกฆาตกรรมก็อยากให้ตำรวจเร่งสืบสวนสอบสวนจับกุมตัวคนร้ายมาลงโทษ ลูกชายเสียชีวิต 5 เดือนแล้ว แต่คดีไม่คืบ สอบถามร้อยเวรเจ้าของคดีก็บอกให้ทางครอบครัวไปหาหลักฐานมา อย่างไรก็ตามหลังลูกชายชีวิต ได้ทำเรื่องร้องเรียนไปที่ตำรวจภูธรตรังเพื่อขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวน และรอจนได้เอกสารตอบกลับมาจากตำรวจภูธรตรังว่า พนักงานสอบสวนรอเอกสารผลการชันสูตรจาก รพ.สงขลานครินทร์   ตนจึงสอบถามไปที่ รพ.สงขลานครินทร์ ได้รับคำตอบว่าได้ส่งผลให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว ตนจึงกลับไปขอดูผลชันสูตรจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและติดต่อไปที่ตำรวจภูธรตรังอีกครั้งแต่ได้รับคำตอบว่า ให้ สภ.รัษฎา เป็นผู้ทำคดี ซึ่งมีการบ่ายเบี่ยงกันไปมา   และ 10.00 น.ของวันนี้ (22 ก.ค.) ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม จะพาครอบครัวผู้ตาย เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม ให้ช่วยคลี่คลายคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/C7eYpRT9YZg

 1,360
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ค. 62

ผู้เสียหายโร่ร้องกองปราบ ถูกหลอกลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ขายสินค้า 20 บาท สูญเงินนับ 10 ล้าน

กลุ่มผู้เสียหายร้องกองปราบปราม ดำเนินคดีฉ้อโกงผู้อื่น กับชายหนุ่ม 27 ปี เจ้าของฉายาอายุน้อยร้อยล้าน ที่หลอกลวงให้ร่วมลงทุนธุรกิจร้านขายสินค้า 20 บาท เมี่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินให้ จะทำทีว่าจะส่งของให้ ก่อนบ่ายเบี่ยงและติดต่อไม่ได้ มูลค่าความเสียหายนับสิบล้านบาท    (11 ก.ค.62) โดยกลุ่มผู้เสียหายกว่า 10 คน เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีฉ้อโกงกับนาย นพพล บุญโชคยิ่ง หรือเบนซ์ อายุ 27 ปี เจ้าของเพจโอเค 20 ที่กลุ่มผู้เสียหายอ้างว่า ถูกหลอกให้ร่วมลงทุน ซื้อเฟรนไชส์ธุรกิจขายของราคา 20 บาท โดยเมื่อมีการทำสัญญา ก็อ้างว่าจะส่งสินค้าไปให้ แต่สุดท้ายกลับไม่ส่ง ก่อนพร้อมหลบหนีไป รวมมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท   หนึ่งในผู้เสียหาย นส.นัทชาพัฒน์ หิรัญวรสถิต เล่าว่า ตนเองได้เจอเพจโอเค 20 ผ่านทางเฟซบุ๊ก และเห็นว่าเจ้าของธุรกิจดังกล่าว มีความน่าเชื่อถือ เนื่องจาก มีการไปออกรายการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ SMEs หลายรายการ รวมถึงรายการของคนดัง ทำให้เกิดความเชื่อถือ และติดต่อไปขอร่วมลงทุน ซึ่งจะมีแพ็คเกจต่างๆ เริ่มต้นที่ 9,999 บาท ไปจนถึงหลักแสน หลักล้าน    สำหรับผู้เสียหายรายนี้ ร่วมลงทุนเป็นจำนวนเงินประมาณ 430,000 บาท โดยนายนพพล ระบุว่า จะส่งสินค้าให้หลังจากที่ตนเองทำร้านเสร็จ ระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน พร้อมเร่งให้มีการโอนเงิน เมื่อได้รับเงินไปแล้ว นายนพพล กลับไม่ยอมส่งสินค้าให้ พร้อมบ่ายเบี่ยง และขอเลื่อนเวลาการส่งของ ก่อนจะไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย    เมื่อไปตรวจสอบพบว่าเจ้าของธุรกิจรายนี้ ถูกแบล็กลิสต์ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ในคดีเช็คเด้ง จึงยิ่งทำให้กลุ่มผู้เสียหายมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าถูกหลอก จึงรวมตัวมาร้องทุกข์ และเมื่อตรวจสอบไปที่เจ้าของโรงงานตัวจริง ก็ทำให้ทราบว่า นายนพพล ไม่มีการสต็อกสินค้ารายการใด ๆ ส่งให้กับลูกค้า และเมื่อพูดคุยกับผู้เสียหายรายอื่น ๆ ก็พบว่า เพจนี้ได้เปิดและหลอกลวงประชาชน มานานกว่า 2 ปีแล้ว มีผู้เสียหายหลงเชื่อ ไม่ต่ำกว่า 50 ราย มูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท และปัจจุบันก็ยังคงเปิดเพจหลอกลวงประชาชนอยู่-ผู้เสียหาย จึงอยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีทางอาญา นายนพพรในข้อหาฉ้อโกง พร้อมเร่งดำเนินการปิดเพจโอเค 20 โดยเร็วที่สุด เพราะยังคงมีผู้เสียหายหลงเชื่อ ทยอยโอนเงินร่วมลงทุนอยู่ พร้อมขอให้รายการโทรทัศน์ ที่เคยให้นายนพพล ไปออกรายการ ออกมาชี้แจง และ ยกเลิกการรับรองธุรกิจดังกล่าว เนื่องจากเป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้คนหลงเชื่อ เป็นจำนวนมาก

 5,019
สังคม-อาชญากรรม
21 พ.ค. 62

สาวร้องกองปราบ ตามตัวอดีตสามีหายไปกว่า 1 เดือน คาดเอี่ยวพนันออนไลน์

นางสาวปวริศา อภินันท์รัตนกุล อายุ 34 ปี เดินทางเข้าพบตำรวจกองบังคับการปราบปราม ให้ติดตามตัวนายวันชาติ อภินันท์รัตนกุล อายุ 44 ปี อดีตสามี ที่หายตัวไปจาก ห้องพักท่าดินแดงซอย 1 ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา   ตรวจสอบห้องพัก พบว่าภายในห้องเปิดไฟ วิทยุทิ้งไว้ แต่ไม่พบนายวันชาติอยู่ที่ห้องพัก ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ส่วนข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างยังอยู่ครบ รวมถึงกระเป๋าสตางค์ และโทรศัพท์มือถือที่ชาร์จทิ้งไว้ มีเพียงกุญแจห้อง และกุญแจรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เท่านั้นที่หายไป ตนเองจึงได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบุปผารามในวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา   ทั้งนี้ที่ผ่านมา อดีตสามีไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่เชื่อว่าสาเหตุของการหายตัวไปครั้งนี้ อาจเกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอลออนไลน์ เพราะจากที่เพื่อนของนายวันชาติเล่าให้ตนฟัง คือ มักจะไปหยิบยืมเงินจากเพื่อนจ่ายค่าพนันบ้าง รวมถึงครั้งล่าสุดที่ตนเองพบกับนายวันชาติ คือเมื่อวันที่ 15 เมษายน นายวันชาติ มาขอยืมเงินจากตนเองจำนวน 300 บาท   ซึ่งในวันนั้นอดีตสามี ได้มาพบลูก และแม่ของตน ก่อนจะพูดกับลูกว่า อย่าดื้อกับยายนะ แล้วก็น้ำตาซึม ทั้งนี้ไม่เชื่อว่านายวันชาติ ตั้งใจหายตัวไปเอง เพราะเจ้าตัวรักลูกมาก และสามารถจำเบอร์โทรศัพท์ของแม่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากหายตัวไปเองจะต้องโทรศัพท์มาบอกแม่บ้าง หรือติดต่อกลับมาบ้าง แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีเบาะแสใดๆ ทั้งสิ้น   ส่วนบุคคลที่ตนสงสัยว่าจะเกี่ยวกับการหายตัวไปของอดีตสามีคือ เพื่อนผู้ชายของอดีตสามี ที่ทำงานเก่า ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่โทรศัพท์มาในคืนวันเกิดเหตุ ก่อนที่จะหายตัวไป ซึ่งก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม ได้ออกหมายเรียกให้มาพบครั้งแรกแล้ว แต่ก็ยังไม่มาพบ ซึ่งตนเองกังวลเรื่องความปลอดภัยของอดีตสามี จึงตัดสินใจเข้าร้องทุกข์ต่อกองปราบปราม เพื่อให้ติดตามตัวอดีตสามีกลับมา   โดยเมื่อวานนี้ (20 พ.ค.) ได้นำภาพถ่าย และเอกสารทางราชการของสามี มามอบให้กับตำรวจกองปราบปราม ส่วนวงจรปิดที่อยู่ใกล้ที่พักของอดีตสามีนั้นไม่สามารถใช้งานได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2ub_xKKZGYg

 1,111
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
21 พ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 21 พ.ค.62 กังวลมือถือหัวเว่ยโดนแบน-ลูกสาวครูชลธีเปิดใจ-โผโควต้า รมต.ขั้วพลังประชารัฐ

-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเลี้ยงโต๊ะจีน 700 โต๊ะ ทรงขอบใจแก่ผู้ปฏิบัติงานในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ สนามเสือป่า ภายใต้ชื่องาน 'พระราชทานเลี้ยง ทรงขอบใจ ร่วมแรงร่วมใจถวายงาน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก' มีเจ้าหน้าที่หน่วยราชการในพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ จิตอาสา มาร่วมงานกว่า 7 พันคน บรรยากาศเต็มไปด้วยความรื่นเริง   -ผู้ใช้มือถือหัวเว่ยป่วน พิษสงครามการค้าสหรัฐ-จีนลุกลาม กูเกิลประกาศระงับทำธุรกิจกับหัวเว่ย ส่งผลให้มือถือรุ่นใหม่ของหัวเว่ยไม่สามารถใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ทั้ง Play Store, Google map, Gmail  ด้านหัวเว่ยแถลงยังให้บริการอัพเดทความปลอดภัยและบริการหลังการขายกับอุปกรณ์ในปัจจุบันต่อไป   มีรายงานว่าหัวเว่ยซุ่มพัฒนาระบบปฏิบัติการของตัวเองชื่อ Hongmeng มาตั้งแต่ปี 2012 นอกจากนี้บริษัทชิปในสหรัฐฯอื่นๆร่วมด้วย ไม่ส่งชิปให้หัวเว่ย ขณะที่รัฐบาลจีนอาจตอบโต้ไม่ส่งแร่แรร์เอิร์ธ สำหรับใช้ผลิตชิปมือถือไปยังสหรัฐฯ #Huawei ขึ้นเทรนด์อันดับ 1 ทวิตเตอร์ในไทย ผู้ใช้กังวลโดนแบน หัวเว่ยซุ่มคิดระบบปฏิบัติการ hongmeng ใช้แทนแอนดรอยด์ จีนโต้เผ็ด ขู่งดส่งแร่ผลิตชิปให้สหรัฐฯ พาณิชย์สหรัฐฯชะลอแบน 'หัวเว่ย' 90 วัน จนถึง 19 ส.ค.2019    -ภูมิใจไทยมีมติมอบอำนาจให้อนุทิน หัวหน้าพรรค ประสานงานกับ 2 พรรคที่ยังไม่มีมติชัดเจน ได้แก่ ประชาธิปัตย์-ชาติไทยพัฒนา ในการจัดตั้งรัฐบาล ชี้สมาชิกพรรคอยากอยู่ฝ่ายเดิมเพื่อให้ทำงานต่อเนื่อง แต่บางส่วนอยากให้ไปอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยจะเชิญ 2 พรรคมาหารือเพื่อความชัดเจนก่อนการเลือกปธ.สภา ย้ำจุดยืนพรรค 4 ข้อคือเทิดทูนสถาบัน-ไม่สร้างความขัดแย้ง-รับนโยบายพรรคไปเป็นนโยบายรัฐบาล-ต้องเป็นรัฐบาลเสถียรภาพ มีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง   อนุทินชี้ไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรัดตัดสินใจ เพราะพรรคอื่นยังรอได้ถึง 24 พ.ค. ย้ำรัฐบาลต้องมีเสียงเกินครึ่ง รัฐบาลเสียงข้างน้อยจะไม่มีภูมิใจไทยแน่นอน มติภูมิใจไทยให้ 'อนุทิน' ประสานตั้งรัฐบาล ยันอยู่ฝ่ายเสียงข้างมาก   -ประชาธิปัตย์จัดประชุมพรรคหลังได้กรรมการชุดใหม่ จุรินทร์ยันพรรคยังไม่กำหนดวันประชุม ส.ส.เพื่อตัดสินใจเรื่องร่วมรัฐบาล ชี้เสนอข่าวบัญญัติเป็น ปธ.สภาเป็นเพียงกระแสข่าว ตอนนี้ยังไม่หารืออะไรทั้งสิ้น อะไรที่เคยพูดไว้กับ ปชช.ต้องนำมาพิจารณา ปชป.ดึงเวลาเลือกข้าง อ้างจัดทัพ ยัน 'อภิสิทธิ์' ไม่ลาออก รอลุ้นเป็นนายกฯ    -โผโควต้ารัฐมนตรีขั้วพลังประชารัฐ บิ๊กป้อมเป็นรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง+รมว.กลาโหม, สมคิดรองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ, วิษณุรองนายกฯฝ่ายกฎหมาย, อนุพงษ์ รมว.มหาดไทย, ดอน รมว.ต่างประเทศ, อุตตม รมว.คลัง, สนธิรัตน์ รมว.พาณิชย์, สมศักดิ์ รมว.เกษตร, ณัฏฐพล รมว.คมนาคม, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม, พุทธิพงศ์ รมว.ดีอี, สุชาติ ชมกลิ่น รมช.อุตฯ, กอบศักดิ์/สุวิทย์ รมต.สำนักนายกฯ   โควต้าพรรคภูมิใจไทย รมว.+รมช.สาธารณสุข,รมช.คมนาคม+มหาดไทย+เกษตร+คลัง+พาณิชย์ ชาติไทยพัฒนาได้ รมว.ทรัพยากร+ รมช. 1 กระทรวง ซึ่งจากโผทั้งหมดมีความเป็นไปได้ว่าบิ๊กตู่มีส่วนร่วมตัดสินใจ เปิดโผ ครม.พลังประชารัฐ นั่งกระทรงเกรดเอ 'ตู่-ป้อม-ป๊อก-สมคิด-วิษณุ' อยู่ครบ   -พาณิชย์เอาจริง จัดการรพ.เอกชนรักษาแพง หลังผู้ป่วยร้องเรียน ท้องเสียโดนค่ารักษา 3 หมื่นบาท หากชี้แจงไม่ดุถือว่าค้ากำไรเกินควร โทษ 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท เตรียมเชิญ 70 รพ.เอกชนให้ข้อมูลราคายาแพงเกินจริง หากชี้แจงไม่ได้ ถือว่าผิดกฎหมาย เรียกสอบ รพ.เอกชน หลังโดนร้องเรียน ฟันค่ารักษาท้องเสีย 3 หมื่น    -เมียร้องกองปราบหาอดีตสามี หลังหายตัวลึกลับนานนับเดือน ห้องพักเปิดไฟ-วิทยุทิ้งไว้ มือถือชาร์จในห้อง คาดปมติดพนันออนไลน์ พูดเป็นลางน้ำตาคลอบอกลูกชายให้อยู่กับยายทำตัวดีๆ สงสัยเพื่อนอดีตสามี หลังโทรหาเป็นสายสุดท้าย ตร.ออกหมายเรียกแล้ว ยังไม่มาพบ สาวร้องกองปราบ ตามตัวอดีตสามีหายไปกว่า 1 เดือน คาดเอี่ยวพนันออนไลน์    -แม็ก โสภณ ดารารุ่นใหญ่ ชี้แจงกองปราบไม่ใช่แก๊งแอบอ้างเป็น พล.อ.เก๊ ร่วมงานวันเกิดบิ๊กจิ๋ว ยันรู้จักแค่ผิวเผิน เห็นคนเรียกท่านชายก็เรียกตาม ไปร่วมงานวันเกิดบิ๊กจิ๋วเป็นประจำแล้ว ไม่รู้เรื่องใดๆทั้งสิ้น เป็นคนไทยเคารพสถาบัน ดารารุ่นใหญ่ 'แม็ก โสภณ' แจงสัมพันธ์พลเอกเก๊ ปัดเอี่ยวหมิ่นเบื้องสูง    -สธ.แจ้งความถึงที่สุด เหตุตีกันใน 2 รพ. โดยที่ รพ.เหล่าเสือโก้ก อุบลฯ จับแล้วหนุ่มใหญ่คนก่อเหตุ โดน 4 ข้อหาพร้อมชดใช้เครื่องวัดคลื่นหัวใจมูลค่า 2.5 แสนที่ทำเสียหาย   ส่วน รพ.เลิงนกทา ยโสธร จับได้เช่นกัน แต่ ผกก.โดนสั่งย้าย เพราะไม่ระงับเหตุได้ทันท่วงที ผบ.ตร.กำชับทุกพื้นที่ ตร.เฝ้าระวังป้องกันเหตุซ้ำอีก   รวบชายตีอริคา รพ.ในอุบลฯ แถมชดใช้เครื่องวัดหัวใจ 2 แสน - สั่งย้าย ผกก.เลิงนกทา ระงับเหตุไม่ทันท่วงที   -จับลุงวัย 72 เจ้าของนาที่กาฬสินธุ์ เอาศพพี่น้อง 2 คนไปทิ้งริมน้ำ หลังถูกไฟช็อตในที่นา สารภาพขึงลวดปล่อยไฟป้องกันหนูนา เห็นศพถูกไฟช็อต ตกใจคิดไรไม่ออกเลยเอาศพไปทิ้ง ตร.ตั้ง 2 ข้อหาประมาททำให้คนอื่นเสียชีวิต-ปิดบังซ่อนเร้นศพ รวบพ่อเฒ่าเจ้าของนา โยนศพ 2 พี่น้องทิ้งริมน้ำชี หลังถูกไฟล้อมรั้วที่นาช็อตดับ    -หนุ่มเมืองคอนเคราะห์ร้ายปีนเก็บมะม่วง พลาดกิ่งหักร่วงมาโดนเหล็กเสียบเข้าโคนขาขวาทะลุอวัยวะเพศ ปลายเหล็กไปโผล่โคนขาซ้าย ร้องครวญครางเจ็บปวด กู้ภัยเข้าช่วยนำส่ง รพ.ในสภาพเหล็กยาว 1 ฟุตยังเสียบคาอวัยวะเพศ หวาดเสียว! หนุ่มเคราะห์ร้าย ปีนเก็บมะม่วง กิ่งหักร่วงจากต้น ถูกเหล็กเสียบขาทะลุอวัยวะเพศ   -ลูกสาวครูชลธีเปิดใจหลังพ่อฟ้องหย่าภรรยา ไปอยู่กับสาวคนสนิทรุ่นลูก เผยพ่อเปลี่ยนไปมาก ปิดบังตัวเองไม่ยอมฟังใคร เตือนมาตลอด สุดท้ายติดต่อไม่ได้เหมือนโดนบล็อคเบอร์ เชื่อคนข้างๆเป็นคนทำ เคยคุยกับสาวคนใหม่อย่าเล่นเฟซ ขอให้คบกันอย่าเปิดเผยได้ไหม เป็นห่วงภาพลักษณ์พ่อแต่ก็ไม่ฟัง ลูกสาวเผยติดต่อ 'ครูชลธี' ไม่ได้ เชื่อสาวคนใหม่บล็อกเบอร์-โพสต์เฟซอยากมีตัวตน    -สังคมชื่นชมหมอมน สัตวแพทย์นางฟ้า ช่วยทารกคลอดบนถนน หลังแท็กซี่ไม่ยอมไปส่ง รพ. เจ้าตัวคิดไม่ถึงเป็นคนดังชั่วข้ามคืน รักษาสัตว์มา 10 ปี ไม่เคยทำคลอดคนมาก่อน ใช้ความรู้ทำคลอดหมาแมวมาช่วยชีวิตเด็ก เปิดใจ 'หมอมน' สัตวแพทย์นางฟ้า ช่วยทำคลอดเด็กทารกรอดตาย    -ระทึกกลางกรุง เก๋งพุ่งชน 7-11 หนุ่มยืนเติมเงินถูกชนเจ็บ สาวคนขับบอกตั้งใจจะถอยจอด แต่รถดันพุ่งไปข้างหน้า เก๋งพุ่งทะลุเซเว่นพังยับ หนุ่มยืนเติมเงินซวยเลือดโชก สาวคนขับมึนบอกรถพุ่งเดินหน้าไปเอง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cqIjos-PlHc

 2,486
สังคม-อาชญากรรม
20 พ.ค. 62

ร้องกองปราบ อดีตสามีหายตัวลึกลับกว่า 1 เดือน คาดอาจเกี่ยวกับพนันออนไลน์

วันที่ 20 พ.ค. 62 น.ส.ปวริศา อภินันท์รัตนกุล อายุ 34 ปี เดินทางเข้าพบตำรวจกองบังคับการปราบปราม ให้ติดตามตัวนายวันชาติ อภินันท์รัตนกุล อายุ 44 ปี อดีตสามี ที่หายตัวไปจากห้องพักท่าดินแดงซอย 1 ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา   โดยก่อนหน้านั้นที่ทำงาน และเพื่อนของนายวันชาติ ได้โทรศัพท์มาหาตน ว่าเพราะเหตุใดนายวันชาติจึงไม่มาทำงาน ตนจึงได้ไปดูที่ห้องพัก พบว่าภายในห้องเปิดไฟ วิทยุทิ้งไว้ แต่ไม่พบนายวันชาติอยู่ที่ห้องพัก ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ส่วนข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างยังอยู่ครบ รวมถึงกระเป๋าสตางค์ และโทรศัพท์มือถือที่ชาร์ตทิ้งไว้ มีเพียงกุญแจห้อง และกุญแจรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เท่านั้นที่หายไป ตนจึงได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบุปผารามในวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา   ที่ผ่านมา อดีตสามีไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่เชื่อว่าสาเหตุของการหายตัวไปครั้งนี้ อาจเกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอลออนไลน์ เพราะจากที่เพื่อนของนายวันชาติเล่าให้ตนฟัง คือ มักจะไปหยิบยืมเงินจากเพื่อนจ่ายค่าพนันบ้าง    รวมถึงครั้งล่าสุดที่ตนพบกับนายวันชาติ คือเมื่อวันที่ 15 เม.ย. นายวันชาติ มาขอยืมเงินจากตน จำนวน 300 บาท ซึ่งในวันนั้นอดีตสามี ได้มาพบลูก และแม่ของตน ก่อนจะพูดกับลูกว่า อย่าดื้อกับยายนะ แล้วก็น้ำตาซึม   ทั้งนี้ ตนไม่เชื่อว่านายวันชาติ ตั้งใจหายตัวไปเอง เพราะเจ้าตัวรักลูกมาก และสามารถจำเบอร์โทรศัพท์ของแม่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากหายตัวไปเองจะต้องโทรศัพท์มาบอกแม่บ้าง หรือติดต่อกลับมาบ้าง แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีเบาะแสใดๆ ทั้งสิ้น   ส่วนบุคคลที่ตนสงสัยว่าจะเกี่ยวกับการหายตัวไปของอดีตสามี ก็คือ เพื่อนผู้ชายของอดีตสามี ที่ทำงานเก่า ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่โทรศัพท์มาเวลาประมาณ 20.00 น. ของคืนวันเกิดเหตุ ก่อนที่นายวันชาติจะหายตัวไป ซึ่งก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม ได้ออกหมายเรียกให้มาพบครั้งแรกแล้ว แต่ก็ยังไม่มาพบ ตนกังวลเรื่องความปลอดภัยของอดีตสามี จึงตัดสินใจเข้าร้องทุกข์ต่อกองปราบปราม เพื่อให้ติดตามตัวอดีตสามีกลับมา   โดยวันนี้ได้นำภาพถ่าย และเอกสารทางราชการของสามี มามอบให้กับตำรวจกองปราบปราม ส่วนวงจรปิดที่อยู่ใกล้ที่พักของอดีตสามีนั้นไม่สามารถใช้งานได้    

 2,863
ปากท้องร้องทุกข์
25 เม.ย. 62

นักธุรกิจหญิงร้องกองปราบ ถูกมิจฉาชีพ อ้างเป็น ตร.คอมมานโด ตุ๋นขายรถหลุดจำนำผ่าน fb เชิดเงินกว่าล้านบาท

ที่กองบังคับการปราบปราม นางสาวณีรตรี ศรีมูลดา อายุ 40 ปี เจ้าของธุรกิจส่วนตัว ชาว จ.หนองบัวลำภู พร้อมผู้เสียหายรวม 6 ราย เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.อัครวุฒิ จันทร์เจริญ รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับชายคนหนึ่ง มาหลอกขายรถยนต์หลุดจำนำและเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านเฟซบุ๊ก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท   นางสาวณีรตรี กล่าวว่า ตนรู้จักกับชายคนดังกล่าว ผ่านคนรู้จักที่ประกอบอาชีพขายเครื่องใช้ไฟฟ้า จึงเกิดความสนใจและติดต่อไปหาคนร้าย ผ่านเฟซบุ๊กชื่อ มิ๊กซ์ มิ๊กซ์ เพื่อสั่งซื้อรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า คลิ๊ก ในราคา 8,000 บาท โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ภรรยาของชายคนดังกล่าว ซึ่งตนได้รับรถจริงจึงหลงเชื่อ   ทั้งนี้ตนเห็นว่าโปรไฟล์เฟซบุ๊กมีความน่าเชื่อถือ ตนและญาติจึงสั่งซื้อรถยนต์หรูมาใช้รวม 5 คัน  จ่ายเงินมัดจำในราคาคันละ 5 หมื่นบาท โดยที่ชายคนดังกล่าว ให้เหตุผลว่ารถมีราคาถูกเพราะเป็นของหลุดจำนำ เมื่อถึงกำหนดนัดหมายรับรถ กลับไม่ยอมนำรถมาส่งมอบให้ตามที่ตกลงกันไว้ บ่ายเบี่ยงที่จะส่งรถมาให้ตลอด อ้างว่ากลัวด่านตรวจ   จากนั้นชายคนดังกล่าวได้ปิดเฟซบุ๊กหนี และโทรศัพท์ติดต่อกลับไม่ได้ ตนเริ่มสงสัยเกรงว่าจะถูกหลอก  จึงขอให้ชายคนดังกล่าวคืนเงินให้ แต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยงอีก ตนชายคนดังกล่าว จะไปแจ้งความ แต่เขากลับขู่ว่าไม่กลัวเพราะเป็นตำรวจคอมมานโดและรู้จักกับคนใหญ่โตในกองปราบ อีกทั้งยังจะแจ้งความฐานแจ้งความเท็จกลับอีกด้วย   ตนจึงตัดสินใจไปแจ้งความที่ สภ.เมืองอุดรธานี แต่เวลาล่วงเลยมานานกว่า 4 เดือนแล้ว คดีกลับไม่มีความคืบหน้า ทำให้ต้องเดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม พร้อมให้ช่วยตรวจสอบบุคคลดังกล่าวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดจริงหรือไม่และขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหาย พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป   นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายถูกสองสามีภรรยาคู่นี้หลอกในลักษณะเดียวกัน หลงเชื่อเกือบ 20 คน ส่วนใหญ่ถูกหลอกขายเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ บางรายโอนเงินไปไม่ได้รับของ บางรายรับเงินไปแต่ส่งของไม่มีคุณภาพมาให้เหยื่อ เมื่อติดต่อไปกลับบ่ายเบี่ยงต่าง ๆ นานา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aMaUo51h5wo

 6,952
ปากท้องร้องทุกข์
28 มี.ค. 62

พ่อแม่หนุ่ม วัย 20 ร้องกองปราบลูกชายดับเพราะชักตกเตียงหัวฟาดพื้น ขณะฉีดฮอร์โมนคลินิกย่านธนบุรี แต่คดีไม่คืบ

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมนายสุรศักดิ์ โยนอก และนางสาวกรรณิการ์ เจาะจิต บิดาและมารดาของนายธรณ์ธันย์ โยนอก อายุ 20 ปี ผู้เสียชีวิต ไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม เพื่อขอความเป็นธรรมให้สืบสวนคดีว่ามีผู้ใดประมาท เป็นเหตุให้นายธรณ์ธันย์เสียชีวิตจากการฉีดฮอร์โมนที่คลินิกแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากพนักงานสอบสวน สน.หนองค้างพลู ท้องที่ที่เกิดเหตุ ไม่รับแจ้งความ   นางสาวแก้วกรรณิการ์ เจาะจิต มารดาผู้เสียชีวิต เล่าว่า นายธรณ์ธันย์ป่วยเป็นเนื้องอกใต้ต่อมสมอง ทำให้การเจริญเติบโตของร่างกายช้ากว่าปกติ ซึ่งต้องฉีดฮอร์โมนทุก 5 สัปดาห์ โดยเมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา นายธรณ์ธันย์ไปฉีดฮอร์โมนที่คลินิกดังกล่าว หลังฉีดได้ 3 นาที นายธรณ์ธันย์ก็เกิดอาการชักเกร็งแล้วตกจากเตียง จากนั้นจึงได้นำส่งรักษาที่โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม และเสียชีวิตในเวลาต่อมา   ส่วนผลชันสูตรศพของโรงพยาบาลศิริราชระบุว่าสาเหตุการเสียชีวิตว่า เลือดออกใต้เนื้อหุ้มสมองชั้นหนา จากศีรษะได้รับบาดเจ็บ    ถือเป็นความประมาทของเจ้าหน้าที่คลินิกที่ปล่อยปละจนทำให้นายธรณ์ธันย์ตกจากเตียงจนเสียชีวิต จึงมาร้องเรียนที่กองบังคับการปราบปรามให้ได้รับความเป็นธรรม   จากนั้นพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามก็ได้ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. เพื่อทำคดีต่อไป  

 8,464
ปากท้องร้องทุกข์
21 ก.พ. 62

น้องต๊ะ ร้องกองปราบตามคดีพ่อถูกรถชนเสียชีวิต ที่ จ.ราชบุรี ผ่านมา 9 เดือน คดีไม่คืบ

(21ก.พ.62) ครอบครัวของนายประกอบ หมื่นอร่าม ที่ถูกรถชนเสียชีวิต ในพื้นที่ สภ.เมืองราชบุรี ผ่านมากว่า 9 เดือน คดีไม่คืบ ทั้งที่มีพยานหลักฐานหลายอย่างในที่เกิดเหตุ จึงต้องมาร้องขอความเป็นธรรมที่นี่า 9 เดือนไม่มีความคืบหน้า   โดยครอบครัวหมื่นอร่าม เดินทางมาที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อขอความเป็นธรรมให้ช่วยตรวจสอบกรณีที่นายประกอบ หมื่นอร่าม บิดาและเพื่อน ถูกรถชนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ในพื้นที่ของ สภ.เมืองราชบุรี โดยขณะนี้ผ่านมา 9 เดือน คดีไม่คืบหน้า และไม่สามารถติดตามตัวคนผิดมารับผิดชอบได้    ซึ่งวันเกิดเหตุนายประกอบ ขี่รถจักรยานยนต์มากับเพื่อน บนถนนเพชรเกษม อำเภอเมืองราชบุรี เมื่อรถวิ่งมาถึงหน้าร้านอาหารทิพมณฑา รถบรรทุกก๊าซที่ขับอยู่ด้านหน้าได้หักกระทันหัน ทำให้รถจักรยานยนต์ของนายประกอบ จึงพุ่งชนท้าย และเสียหลักล้มลง และมีรถยนต์ที่วิ่งตามมา ทับร่างทั้งสองคนซ้ำเสียชีวิตทั้งคู่ โดยรถบรรทุกก๊าซได้หลบหนีไป    ส่วนคนขับรถยนต์ที่วิ่งตามมาทับร่างซ้ำ ได้ให้การช่วยเหลือเงิน 1 แสนบาท แต่ฝ่ายรถบรรทุกก๊าซ กลับไม่แสดงความรับผิดชอบใด ๆ หลังเกิดเหตุทางครอบครัว ได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองราชบุรี ซึ่งมีหลักฐานเป็นบังโคลนล้อรถบรรทุกก๊าซ ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เมื่อตำรวจส่งหนังสือสอบถามข้อมูลจากบริษัทรถก๊าซ ต้นสังกัด ถึง 2 ฉบับ ที่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อมูลแต่อย่างใด และคดีก็ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เมื่อสอบถามไปยังร้อยเวร เจ้าของคดีก็ไม่ได้รับคำตอบ ขณะที่กล้องวงจรปิด เห็นภาพเพียงรถยนต์ขับทับร่างเท่านั้น จึงอยากเรียกร้องให้รถบรรทุกก๊าซคันดังกล่าว มารับผิดชอบกับกรณีที่เกิดขึ้น 

 4,339
สังคม-อาชญากรรม
08 ก.พ. 62

กลุ่มลูกทัวร์รวมตัวร้องกองปราบ ถูกอดีตนักการเมืองท้องถิ่นหลอกขายทัวร์ สุดท้ายไม่มีชื่อ-กำหนดการบิน

กลุ่มผู้เสียหายถูกหลอกขายทัวร์ร้องกองปราบ ถูกอดีตนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดสุรินทร์ขายทัวร์เที่ยวต่างประเทศ สุดท้ายไม่มีชื่อและกำหนดการบิน พยายามติดต่อขอเงินคืนแต่ไม่สามารถติดต่อได้   กลุ่มผู้เสียหายที่ถูกหลอกขายทัวร์ท่องเที่ยวต่างประเทศ ผ่านทางเฟซบุ๊กชื่อ ทัวร์โดนตา ราคาโดนใจเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน บก.ป. ให้ดำเนินคดีกับเจ้าของบริษัททัวร์ดังกล่าว ในความผิดฐานฉ้อโกงฯ    โดยนายสุทธินันท์ มณีวงษ์ ตัวแทนผู้เสียหาย ระบุว่าได้ซื้อทัวร์ท่องเที่ยวเทศกาลตกปลาน้ำแข็งที่ประเทศเกาหลีใต้ เป็นเวลา 5 วัน 4 คืน จำนวนเงิน 2 คนรวมแล้ว 32,800 บาท ซึ่งสาเหตุที่ตนตัดสินใจซื้อทัวร์ เนื่องจากเป็นบริษัทที่น่าเชื่อถือ ทั้งยังมีที่ตั้งอยู่ชัดเจน แต่เมื่อได้โอนเงินเข้าบัญชีของนายภูวนาท ประคำ เจ้าของบริษัททัวร์ เดอะเกรทราชพฤษ์ จำกัด แล้วเมื่อถึงวันเดินทางได้นัดหมายเจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ไม่พบลูกทัวร์คนอื่นๆ เมื่อตรวจสอบชื่อและสายการบินจินแอร์ กลับไม่มีรายชื่อบนเที่ยวบิน ส่วนเจ้าหน้าที่ของบริษัทที่มารับก็หลบหนีไปในทันทีเมื่อมีการตรวจสอบ และรู้ความจริง ทั้งนี้ เมื่อได้ตรวจสอบชื่อเจ้าของบริษัทในภายหลัง พบว่านายภูวนาท เคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ และยังประกอบธุรกิจเกี่ยวกับค่ายเพลงดอกคูณเอ็นเตอร์เทรนเมนต์ อีกด้วย   ด้าน นางสาววิไลวรรณ พรมมิภักดิ์ ผู้เสียหายอีกราย ระบุว่า ได้ซื้อทัวร์ท่องเที่ยวไปยังประเทศออสเตรเลียจำนวน 3 ที่นั่ง มูลค่ารวมกว่า 3 แสนบาท แต่นายภูวนาทอ้างว่าพวกตนทำวีซ่าไม่ผ่าน และผลัดวันเดินทางมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2561 จนสุดท้ายตนจึงตัดสินใจขอคืนเงินทั้งหมด ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน กระทั่งตอนนี้ยังไม่ได้รับคืนแต่อย่างใด เมื่อพยายามติดต่อกลับไปยังบริษัทก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงรวมกลุ่มกันเข้าแจ้งความดำเนินคดีในวันนี้ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนรับเรื่องไว้ก่อนทำการรวบรวมพยานหลักฐานจากผู้เสียหาย เพื่อดำเนินการติดตามตัวผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินคดีในกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

 2,798
ปากท้องร้องทุกข์
30 ม.ค. 62

พ่อแม่หนุ่ม 16 ร้องกองปราบ ถูกตร.ถีบรถจยย.ล้มคอหักตาย คดีไม่คืบ

จากกรณีตำรวจ สภ.บ้านโป่ง ใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ล้ม เป็นเหตุให้เด็กอายุ16 ปีเสียชีวิต และเด็กอายุ 13 ปี บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2561 ในพื้นที่ สภ.บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ขณะนี้ผ่านมากว่า 5 เดือน คดียังไม่มีความคืบหน้า ส่วนร่างเด็กชายอายุ 16 ปี ครอบครัวยังคงไม่เผา เพื่อรอความเป็นธรรมให้แก่บุตรชาย   วานนี้ (29 ม.ค.) ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยนางจารีย์ มูลมะณี แม่เด็กอายุ16 ปี ผู้เสียชีวิต และนายนัฐวุฒ สุธาพจน์ บิดาของเด็กอายุ 14 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บขาหัก เข้าร้องเรียนยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม   โดยแม่ของเด็กชายอายุ 16 ปี ที่เสียชีวิตจากกรณีดังกล่าวระบุว่า หลังเกิดเหตุได้มีการพยายามจะแจ้งความเอาผิดกับตำรวจคนที่เป็นผู้ถีบรถจักรยานยนต์ของลูกชาย แต่ตำรวจเจ้าของพื้นที่เกิดเหตุไม่ยอมรับลงคดี และลงบันทึกประจำวันเป็นเพียงอุบัติเหตุขี่รถจักรยานยนต์พุ่งชนกำแพง ซึ่งไม่ได้มีการระบุถึงการถีบ ทั้งที่ตัวของผู้บาดเจ็บที่เป็นเด็กชายอายุ 13 ปี ที่ซ้อนท้ายมาด้วย   ยืนยันชัดเจนว่ามีการถีบจนทำให้เสียหลักล้มจริง ซึ่งในส่วนของตำรวจที่ก่อเหตุอ้างแต่เพียงว่าได้ยินเสียงท่อรถของผู้ตายดังจึงขี่รถจักรยานยนต์มาเรียกให้จอด แต่ผู้ตายไม่ยอมจอด และขี่หนีจึงขี่ไล่ก่อนที่จะประสบอุบัติเหตุดังกล่าว   ส่วนสาเหตุที่ลูกชายไม่ยอมจอดรถให้ตรวจ จากการที่ครอบครัวสอบถามน้องอายุ 13 ปี บอกว่าสาเหตุที่ลูกชายไม่ยอมจอดเพราะกลัวโดนจับในเรื่องของท่อดังเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีการกระทำผิดในเรื่องอื่นๆ ทางครอบครัวจึงยังไม่มีการดำเนินการกับศพของลูกชายตามพิธีทางศาสนา เพราะคิดว่ายังไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งเวลาได้ผ่านมานานกว่า 5 เดือนแล้ว   ทนายรณรงค์ ระบุว่า นอกจากนี้ทางครอบครัวยังได้พยายามเข้าร้องต่ออัยการจังหวัด จนมีการกลับไปให้การเพิ่มเติมที่ โรงพักบ้านโป่ง แต่ก็กลับเป็นเพียงการท้าทายจากตำรวจที่ก่อเหตุให้สาบานกันว่าไม่ได้เป็นผู้ลงมือถีบตามคำอ้างของผู้บาดเจ็บ และสุดท้ายก็ไม่ได้มีการลงคดี และไม่มีการส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. ทั้งๆ ที่ความผิดลักษณะนี้ต้องส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. พิจารณาว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหรือไม่   ขณะที่ในส่วนการช่วยเหลือของทางตำรวจกับทางครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ก็ไม่ได้มีการช่วยเหลือใดๆ มีแต่แจ้งกับทางครอบครัวว่า จะช่วยเหลือให้ทางครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับเงินช่วยเหลือจาก พ.ร.บ. มากขึ้นจากเดิมหากเป็นผู้ขับขี่จะได้รับเงินช่วยเหลือ 30,000 บาท แต่ถ้าเป็นคนซ้อนจะได้รับเงินช่วยเหลือมากถึง 300,000 บาท   ซึ่งทางตำรวจที่ก่อเหตุเสนอจะเป็นผู้สลับชื่อผู้ขับขี่รถในวันเกิดเหตุให้โดยอ้างว่าเป็นการช่วยเหลือด้านเงินเยียวยาให้ได้มากกว่าปกติ แต่ทางครอบครัวไม่ยินยอมเพราะตัวน้องอายุ 13 ปีขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่เป็นและไม่อยากโกหก ในวันนี้จึงเดินทางมาร้องยังกองปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยเข้ามาดำเนินคดีนี้เนื่องจากในพื้นที่ไม่ให้ความเป็นธรรม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uEMK60_-154

 4,481
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
30 ม.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 30 ม.ค.62 พระราชทานเพลิงหลวงพ่อคูณ-4 รมต.พลังประชารัฐลาออก-วิกฤตฝุ่นพระราม2สาหัส

-คลื่นมหาชนนับแสนเนืองแน่นร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ ก้มกราบส่งเสียงสาธุดังกึกก้องขณะขบวนผ่านไปยังฌาปนสถานชั่วคราว ณ วัดหนองแวง พระองค์โสมประทานดอกไม้จันทน์ นายกฯเป็นประธานทอดผ้า ผู้ว่าฯขอนแก่นเป็นประธานจุดไฟในพิธี เผาจริง 22.15 น.   เกิดอัศจรรย์ฝูงนกนานาชนิดกว่า 100 ตัว บินเหนือเมรุลอยนกหัสดีลิงค์ เชื่อโผบินส่งดวงวิญญาณหลวงพ่อคูณ ช่วงเที่ยงคืนเกิดควันหน้าเตาเผาลอยหมุนวนเป็นเกลียวเหนือท้องฟ้า เชื่อเป็นดวงวิญญาณหลวงพ่อคูณขึ้นสู่สรวงสวรรค์ เช้านี้ทำพิธีเก็บอัฐิ ก่อนไปลอยอังคารกลางแม่น้ำโขง จ.หนองคาย สาธุชนคับคั่ง ก้มกราบรถเคลื่อนสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ-แย่งเหรียญคูณบุญ เต็ม 2 ฟากฝั่งถนน  / พิธีฆ่านกหัสดีลิงค์งานพระราชเพลิงศพ 'หลวงพ่อคูณ' เปิดตำนานนางสีดา สืบเชื้อสายรุ่นที่ 6  / ถวายเพลิงจริง 'หลวงพ่อคูณ' อัศจรรย์ควันหมุนเป็นเกลียวพุ่งขึ้นฟ้า เชื่อวิญญาณสู่สรวงสวรรค์ / ประมวลภาพ พิธีถวายเพลิงสรีรสังขาร 'หลวงพ่อคูณ' เทพเจ้าด่านขุนทดสู่สรวงสรรค์   -รัฐบาลประกาศกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เริ่มจากพลีกรรมตักน้ำทั่วประเทศในวันที่ 6 เม.ย. ต่อเนื่องอีกหลายพิธีกรรม และจะมีพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 4 พ.ค. พร้อมประกาศให้วันจันทร์ที่ 6 พ.ค.เป็นวันหยุดราชการ หมายกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัฐบาลประกาศ 6 พ.ค.เป็นวันหยุดราชการ    -4 รมต.พรรคพลังประชารัฐยื่นใบลาออกแล้ว ขึ้นไปลานายกฯที่ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนมาแถลงอย่างเป็นทางการ อุตตมเผยเวลาเหมาะสมแล้ว จึงลาออกเพื่อทำงานพรรคเต็มตัว นายกฯอวยพรให้สำเร็จ คำนึงถึงประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก สนธิรัตน์บอกจะได้รับการเลือกตั้งหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประชาชน ไม่ยอมโบกมือลาและเปลี่ยนมากดไลค์แทน สื่อว่าจะกลับมาใหม่ เตรียมพิจารณาแคนดิเดตนายกฯว่าจะเสนอ 3 หรือ 1 รายชื่อ เตรียมเชิญนายกฯมาอยู่บัญชีพรรค 4 รมต.พลังประชารัฐยื่นลาออก ไม่ยอมโบกมือลาสื่อ บอกจะกลับมาใหม่   -นายกฯยันยังไม่ลาออกจากตำแหน่ง แม้จะตอบรับอยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคก็ตาม ชี้ถ้าลาออกใครจะทำงาน กม.ไม่ได้บอกให้ต้องออก และการเป็นหัวหน้า คสช.ต้องอยู่จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ถ้าจะอยู่ต้องอยู่ในบัญชีพรรค ไม่ใช่นายกฯคนนอก ขอเวลาพิจารณาสักนิดอย่าเร่งรัด 'บิ๊กตู่' ยันไม่ลาออก ชี้ต้องเป็น หน.คสช.จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ขอเวลาคิดเรื่องอนาคตการเมือง    -อภิสิทธิ์พูดถึง 4 รมต.ลาออก เรื่องดี ที่ผ่านมายังมีข้อกังขาการใช้อำนาจรัฐ ทำให้เลือกตั้งไม่เป็นธรรม หากนายกฯจะเข้าสู่สนามเลือกตั้งก็ต้องเป็นธรรม ยอมรับกติกา วัฒนธรรมประชาธิปไตยที่ต้องมีการวิจารณ์ ยันพรรคเสนอชื่อตนเป็นนายกฯในบัญชีพรรคเพียงคนเดียว 'อภิสิทธิ์' มอง 4 รมต.พลังประชารัฐลาออกเป็นเรื่องดี ย้ำ ปชป.ส่งแคนดิเดตนายกฯคนเดียว   -พรรคไทยรักษาชาติบอกจากนี้คงถึงคิวนายกฯลาออกบ้าง ไม่ใช่แค่เรื่องจริยธรรม แต่เกี่ยวเรื่องข้อกฎหมาย พรรคการเมืองเข้าข่ายมีความผิดเพราะใช้ชื่อในสถานะนายกฯเอื้อประโยชน์ให้บางฝ่าย คาดนายกฯคงกังวลว่าหากลาออก ต้องเป็นครม.รักษาการณ์ อนุมัติงบไม่ได้ ถ้าไม่ออกก็เหมือนใส่เสื้อกรรมการไปเตะบอลด้วย   นอกจากนี้พรรคยังประกาศสานต่อพรรคไทยรักไทย เพราะอุดมการณ์เดียวกัน จะทำให้ประชาธิปไตยกินได้ ทำลายเผด็จการ ยันไม่มีการหารือแบ่งพื้นที่กับเพื่อไทย ไม่ใช่แค่ต่อสู้กับพลังประชารัฐเท่านั้น แต่ต้องสู้กับพรรคเก่าแก่ และพรรคที่สมคบคิดกับรัฐประหาร ไทยรักษาชาติ ประกาศสานต่อไทยรักไทย ชี้นายกฯลังเลไม่ลาออก เพราะอนุมัติงบไม่ได้    -องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติประกาศอันดับคอร์รัปชั่นไทยร่วง ความโปร่งใสลด ปี 61 ไทยอยู่อันดับที่ 99 จากทั้งหมด 180 ประเทศ คะแนนความโปร่งใส 36 คะแนน หล่นจากปี 60 อยู่อันดับที่ 96 คะแนน 37 คะแนน ชี้มีการคอร์รัปชั่นเพิ่ม จากสาเหตุสินบนข้าราชการ องค์กรตรวจสอบทุจริตอ่อนแอ ขาดความชัดเจนในการเลือกตั้ง ดัชนีคอร์รัปชั่นไทยร่วงจาก 96 ไปอยู่ลำดับ 99 เหตุติดสินบน ขรก.-การเลือกตั้งไม่ชัดเจน    -วิกฤตฝุ่นพระราม 2 สาหัสหนักค่าฝุ่นพุ่งกว่า 200 เกินมาตรฐาน 4 เท่า นายกฯเผยแผนพ่นละอองน้ำจากตึกใบหยก ขอความร่วมมืองดเผากระดาษเงินทองช่วงตรุษจีน ก.ทรัพย์ฯหารือผู้ว่า กทม.และอีก 5 จังหวัดปริมณฑล เตรียมประกาศเขตควบคุมมลพิษทางอากาศ ถ้าจุดไหนเกินค่ามาตรฐาน 3 วันติด เสนอลดมาตรฐานค่าฝุ่นจาก 50 เหลือ 25 ไมโครกรัมตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ พระราม 2 ค่าฝุ่นพุ่งเกิน 4 เท่า นายกฯแนะฉีดน้ำจากตึกสูง-งดเผากระดาษช่วงตรุษจีน    -ปปส.จับตากลุ่มค้ายาทางโซเชียล คาดมี 1 หมื่นเครือข่าย จะไม่ล่อซื้อเพราะจับได้แค่รายย่อย จะวิเคราะห์พฤติกรรมเชื่อมโยงแต่ละกลุ่ม ส่วนใหญ่เป็นรายย่อย รายใหญ่ไม่แสดงตัว เตือนผู้ปกครอง โซเชียลทำให้เด็กตกเป็นเหยื่อค้ายาโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์   -พ่อแม่ร้องกองปราบ ลูกชายอายุ 16 ถูกไล่ถีบจยย.จนชนกำแพงเสียชีวิตแต่คดีไม่คืบ เพื่อนซ้อนท้ายอายุ 14 เจ็บขาหัก ตร.บ้านโป่งไม่รับแจ้งความ ทำแค่ลงบันทึกประจำวันว่าเป็นอุบัติเหตุ ทนายบอก ตร.แค่ท้าสาบานไม่ทำคดีให้ จะไปร้องกองปราบ ส่งเรื่องไป ปปช. พ่อแม่หนุ่ม 16 ร้องกองปราบ ถูกตร.ถีบรถจยย.ล้มคอหักตาย คดีไม่คืบ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DwpQe_8VFTo

 2,370
ปากท้องร้องทุกข์
29 ม.ค. 62

ครอบครัวเด็ก 16 ร้องกองปราบ ถูกตร.ถีบรถจยย. ล้มคอหักตายคดีไม่คืบ ยันไม่เผาศพแน่นอน

จากกรณีที่ เมื่อช่วงวันที่ 19 กันยายน 2561 เกิดเหตุตำรวจสภ.บ้านโป่ง ใช้เท้าถีบรถมอเตอร์ไซค์จนเป็นเหตุให้เด็กอายุ16 ปี เสียชีวิต และมีเด็กอายุ 13 ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี แต่จนถึงขณะนี้ผ่านมานานกว่า 5 เดือน คดียังไม่มีความคืบหน้าครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจึงเข้าร้องกองปราบเพื่อขอความช่วยเหลือ ส่วนร่างเด็กชายอายุ 16 ปีที่เสียชีวิตครอบครัวยังคงไม่เผาเพื่อรอความเป็นธรรมให้แก่บุตรชาย   ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยนางจารีย์ มูลมะณี แม่เด็กอายุ16ปีผู้เสียชีวิต และนายนัฐวุฒ สุธาพจน์ บิดาของเด็กอายุ14 ปีผู้ได้รับบาดเจ็บขาหัก เข้าร้องเรียนยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม    โดยนางจารีย์ แม่ของเด็กชายอายุ 16 ปี ที่เสียชีวิตจากกรณีดังกล่าวระบุว่า หลังเกิดเหตุได้มีการพยายามจะแจ้งความเอาผิดกับตำรวจคนที่เป็นผู้ถีบรถจักรยานยนต์ของลูกชาย แต่ตำรวจเจ้าของพื้นที่เกิดเหตุไม่ยอมรับลงคดี และลงบันทึกประจำวันเป็นเพียงอุบัติเหตุขี่รถจักรยานยนต์พุ่งชนกำแพง ซึ่งไม่ได้มีการระบุถึงการถีบ ทั้งไที่ตัวของผู้บาดเจ็บที่เป็นเด็กชายอายุ 13 ปี ที่ซ้อนท้ายมาด้วย ยืนยันชัดเจนว่ามีการถีบจนทำให้เสียหลักล้มจริง ซึ่งในส่วนของตำรวจที่ก่อเหตุอ้างแต่เพียงว่าได้ยินเสียงท่อรถของผู้ตายดังจึงขี่รถจักรยานยนต์มาเรียกให้จอด แต่ผู้ตายไม่ยอมจอด และขี่หนีจึงขี่ไล่ก่อนที่จะประสบอุบัติเหตุดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่ลูกชายไม่ยอมจอดรถให้ตรวจ จากการที่ครอบครัวสอบถามน้องอายุ 13 ปี บอกว่าสาเหตุที่ลูกชายไม่ยอมจอดเพราะกลัวโดนจับในเรื่องของท่อดังเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีการกระทำผิดในเรื่องอื่นๆ ทางครอบครัวจึงยังไม่มีการดำเนินการกับศพของลูกชายตามพิธีทางศาสนา เพราะคืดว่ายังไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งเวลาได้ผ่านมานานกว่า 5 เดือนแล้ว    ทนายรณรงค์ ระบุว่า นอกจากนี้ทางครอบครัวยังได้พยายามเข้าร้องต่ออัยการจังหวัด จนมีการกลับไปให้การเพิ่มเติมที่ โรงพักบ้านโป่ง แต่ก็กลับเป็นเพียงการท้าทายจากตำรวจที่ก่อเหตุให้สาบานกันว่าไม่ได้เป็นผู้ลงมือถีบตามคำอ้างของผู้บาดเจ็บ และสุดท้ายก็ไม่ได้มีการลงคดี และไม่มีการส่งเรื่องไปยัง ปปช. ทั้งๆที่ความผิดลักษณะนี้ต้องส่งเรื่องให้ ปปช. พิจารณาว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหรือไม่    ขณะที่ในส่วนการช่วยเหลือของทางตำรวจกับทางครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ก็ไม่ได้มีการช่วยเหลือใดๆ มีแต่แจ้งกับทางครอยครัวว่า จะช่วยเหลือให้ทางครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับเงินช่วยเหลือจาก พ.ร.บ. มากขึ้นจากเดิมหากเป็นผู้ขับขี่จะได้รับเงินช่วยเหลือ 30,000 บาทแต่ถ้าเป็นคนสอนจะได้รับเงินช่วยเหลือมากถึง 300,000 บาทซึ่งทางตำรวจที่ก่อเหตุเสนอจะเป็นผู้สลับชื่อผู้ขับขี่รถในวันเกิดเหตุให้โดยอ้างว่าเป็นการช่วยเหลือด้านเงินเยียวยาให้ได้มากกว่าปกติ แต่ทางครอบครัวไม่ยินยอมเพราะตัวน้องอายุ 13 ปีขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่เป็นและไม่อยากโกหก ในวันนี้จึงเดินทางมาร้องยังกองปราบปรามเพื่อขอให้ช่วยเข้ามาดำเนินคดีนี้เนื่องจากในพื้นที่ไม่ให้ความเป็นธรรม  

 4,984
สังคม-อาชญากรรม
28 ธ.ค. 61

ทนายรณรงค์ ร้องกองปราบช่วยสืบคดี 'น้องต้าแง' เชื่อเด็กไม่สามารถเดินได้ไกล รับยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนในข้อสงสัย

ทนายรณรงค์ เข้าร้องกองปราบปราบให้ช่วยสืบสวนคดีเด็กหายในไร่อ้อย เชื่อเด็กไม่สามารถเดินได้ไกลขนาดนั้น แต่รับยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนในข้อสงสัย   (28 ธ.ค. 61) ในช่วงเช้าวันนี้ นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อขอให้มีการจัดคณะทำงานจากส่วนกลางลงพื้นที่ตรวจสอบคดีนี้ ทนายรณรงค์ ระบุว่า แม้ตอนนี้จะยังไม่มีหลักฐานใดชัดเจนพอน่าสงสัยว่าคดีนี้เป็นการฆาตกรรมหรือไม่ แต่จากสภาพร่างกายของเด็กชายที่ป่วยเป็นโปลิโอ ประกอบกับระยะห่างจากจุดที่หายไปถึงจุดที่พบศพ ที่ห่างออกไปกว่า 2 กิโลเมตร อีกทั้งพื้นที่เกิดเหตุเป็นป่าอ้อย ทำให้เกิดข้อสงสัยความเป็นไปได้ว่าเด็กอาจถูกคนล่อลวง หรืออุ้มพาไปในจุดที่พบศพ    นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตร่องรอยการเผาสถานที่เกิดเหตุ 3 จุด ในช่วงไม่กี่วันหลังพบศพ ซึ่งส่วนนี้ได้ประสานไปยังแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจจนะสุนันท์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ส่งทีมเก็บพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เข้าไปค้นหาความผิดปกติเป็นการเร่งด่วนแล้ว ทั้งนี้มองว่าคดีนี้ตำรวจในพื้นที่เอง ก็ทำงานอย่างหนักไม่มีข้อบกพร่องใด แต่อยากขอให้ทางกองปราบปรามจัดส่งทีมเข้าร่วมตรวจสอบคู่ขนาน เผื่อมีมุมมองต่อคดีนี้ที่แตกต่างกันออกไป ส่วนหากว่าผลการชันสูตรจากทางนิติวิทย์ฯ จะออกไปในแนวทางเดียวกับ นิติเวช ทางครอบครังก็ยังต้องการคำตอบในเรื่องของระยะทาง ซึ่งต้องหาข้อพิสูจน์ต่อไป    นอกจากนี้ทราบว่าในส่วนของทางสถานฑูต ยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติมที่ต้องการให้กองปราบดำเนินการตรวจสอบ แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นจ้อสงสัยใดเนื่องจาก    ขณะนี้ทางสถานฑูตยังเดินทางมาไม่ถึง โดยพลตำรวจโทสุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งเดินทางมาประชุมภายในที่กองบังคับการปราบปราม บอกว่า ทราบเรื่องที่จะมีผู้เสียหายจะมาร้องขอให้ทางกองปราบปรามคลี่คลายปมความสงสัยนี้แล้ว ซึ่งเรื่องนี้ต้องให้ทางผู้บังคับการกองปราบปรามเป็นผู้พิจารณา ส่วนแนวทางการรับคลี่คลายคดีของตำรวจสอบสวนกลาง ต้องพิจารณาจากหลักฐานที่น่าเชื่อถือ เช่นผลทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่การสันนิฐาน หรือคิดไปเอง ไม่มีหลักฐานสนับสนุน ขณะที่ทางด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ วรวีร์ ไวยวุฒิ ผู้อำนวยการกองสารพันธุ์กรรม สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ หัวหน้าคณะทำงานในการชันสูตรเด็กชายต้าแง หรือซูลุย พิว ระบุว่าในเบื้องต้นวันนี้คณะทำงานที่ตั้งขึ้นทั้งหมดจะดำเนินการผ่าชันสูตรโดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการผ่าได้ในช่วงเวลาเที่ยงของวันนี้ โดยยังยืนยันว่าการดำเนินการชันสูตรจะดำเนินการพิสูจน์ในข้อสงสัยที่ทาวครอบครัวมีข้อสงสัยก่อน เบื้องต้นคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันนี้ซึ่งหากไม่มีข้อสงสัยพิเศษเพิ่มเติม ก็จะสามารถส่งร่างคืนให้กับทางครอบครัวหรือพนักงานสอบสวนได้ทันทีในช่วงเย็นวันนี้  

 7,645

Top