ค้นหา :

ผลการค้นหา "ร้องกองปราบ"

สังคม-อาชญากรรม
28 พ.ย. 62

พ่อค้าไก่ย่างร้องกองปราบ ถูกจับเป็นแพะ ติดคุกฟรีคดีฉกเพชร 15 ล้าน

นายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ อายุ 50 ปี พ่อค้าไก่ย่าง พร้อมด้วยภรรยาและทนายความ เข้าร้องกองปราบ เพื่อแจ้งความเอาผิด บริษัทกาแล็คซี่ ไดมอนด์จำกัด น.ส.บุญญรัตน์ รัศมีสุขานนท์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเสาธง ในข้อหา แจ้งความเท็จจนได้รับโทษทางคดีอาญา และเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ   หลังจากที่ นายพิสิษฐ์ ถูกกล่าวหาว่า เป็นคนร้ายวิ่งราวเพชรมูลค่า 15.8 ล้านบาท จนต้องโทษจำคุกอยู่ในเรือนจำเป็นกว่าร่วม 7 เดือน 10 วัน ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งยกฟ้อง โดยนำหลักฐานเป็นเอกสารคำตัดสินในคดีดังกล่าวของศาลมามอบให้กับพนักงานสอบสวนพิจารณา   นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเดือน ก.พ. 2560 ตนเองถูกตำรวจ สน.บางเสาธง จับกุมตัวที่บ้านพัก โดยอ้างว่า ตนเองเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีวิ่งราวเพชรมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2559 ซึ่งมี บริษัทกาแล็คซี่ น.ส.บุญญรัตน์ เป็นผู้แจ้งความไว้ ก่อนที่ตำรวจชุดดังกล่าว จะพาตนไปที่เซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งที่ จ.นครพนม แล้วใช้กำลังทำร้ายร่างกาย บังคับให้ตนยอมรับสารภาพและบอกที่ซ่อนเพชร แต่ด้วยความที่ตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวจึงได้ตอบปฏิเสธกลับไป   ตำรวจชุดดังกล่าว ได้นำตนส่งต่อให้กับพนักงานสอบสวน สน.บางเสาธง ทำการแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินการตามกฎหมาย จนกระทั่งตนต้องถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำนาน 7 เดือน 10 วัน ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว   ต่อมาตน นำเรื่องเข้าร้องเรียนยังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้ช่วยเหลือทางคดี จนมีการสืบหาพยานหลักฐานมาหักล้างและยืนยันว่าตนเป็นแพะไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว จนกระทั่งเมื่อปี 2561 ศาลมีคำสั่งยกฟ้องและเป็นอันสิ้นสุดทางคดี นอกจากนี้ตนยังแปลกใจว่า ภายหลังสิ้นสุดคดีทำไมทางบริษัทเจ้าของเพชร ถึงไม่ได้สนใจที่จะตามหาตัวคนร้ายตัวจริง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ต้องเป็นแพะทางคดีได้รับความเดือนร้อนเป็นอย่างมาก   โดนสังคมตราหน้าว่าเป็นขี้คุก ลูกโดนเพื่อนล้อ ทั้งยังกลายเป็นหนี้สินกว่า 6 แสนบาท ที่ผ่านมามีเพียงเงินเยียวยาช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรม 1 แสนบาท ส่วนคู่กรณีที่กล่าวหานั้น ไม่มีแม้แต่จะมาสนใจหรือคำขอโทษ ในวันนี้ตนจึงได้ตัดสินใจมายังกองปราบเพื่อนแจ้งความเอาผิดกับบุคคลเหล่านี้ที่ทำให้ตนต้องกลายเป็นแพะทั้งที่ตนไม่ได้ทำความผิด   ด้านพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องทำการสอบปากคำนายพิสิษฐ์ เพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐาน ก่อนจะส่งต่อให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8U_6-f6Tjo8

 1,396
สังคม
28 พ.ย. 62

พ่อค้าไก่ย่างร้องกองปราบ ถูกจับเป็นแพะ ติดคุกฟรีคดีฉกเพชร 15 ล้าน

นายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ อายุ 50 ปี พ่อค้าไก่ย่าง พร้อมด้วยภรรยาและทนายความ เข้าร้องกองปราบ เพื่อแจ้งความเอาผิด บริษัทกาแล็คซี่ ไดมอนด์จำกัด น.ส.บุญญรัตน์ รัศมีสุขานนท์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเสาธง ในข้อหา แจ้งความเท็จจนได้รับโทษทางคดีอาญา และเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ   หลังจากที่ นายพิสิษฐ์ ถูกกล่าวหาว่า เป็นคนร้ายวิ่งราวเพชรมูลค่า 15.8 ล้านบาท จนต้องโทษจำคุกอยู่ในเรือนจำเป็นกว่าร่วม 7 เดือน 10 วัน ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งยกฟ้อง โดยนำหลักฐานเป็นเอกสารคำตัดสินในคดีดังกล่าวของศาลมามอบให้กับพนักงานสอบสวนพิจารณา   นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเดือน ก.พ. 2560 ตนเองถูกตำรวจ สน.บางเสาธง จับกุมตัวที่บ้านพัก โดยอ้างว่า ตนเองเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีวิ่งราวเพชรมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2559 ซึ่งมี บริษัทกาแล็คซี่ น.ส.บุญญรัตน์ เป็นผู้แจ้งความไว้ ก่อนที่ตำรวจชุดดังกล่าว จะพาตนไปที่เซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งที่ จ.นครพนม แล้วใช้กำลังทำร้ายร่างกาย บังคับให้ตนยอมรับสารภาพและบอกที่ซ่อนเพชร แต่ด้วยความที่ตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวจึงได้ตอบปฏิเสธกลับไป   ตำรวจชุดดังกล่าว ได้นำตนส่งต่อให้กับพนักงานสอบสวน สน.บางเสาธง ทำการแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินการตามกฎหมาย จนกระทั่งตนต้องถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำนาน 7 เดือน 10 วัน ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว   ต่อมาตน นำเรื่องเข้าร้องเรียนยังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้ช่วยเหลือทางคดี จนมีการสืบหาพยานหลักฐานมาหักล้างและยืนยันว่าตนเป็นแพะไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว จนกระทั่งเมื่อปี 2561 ศาลมีคำสั่งยกฟ้องและเป็นอันสิ้นสุดทางคดี นอกจากนี้ตนยังแปลกใจว่า ภายหลังสิ้นสุดคดีทำไมทางบริษัทเจ้าของเพชร ถึงไม่ได้สนใจที่จะตามหาตัวคนร้ายตัวจริง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ต้องเป็นแพะทางคดีได้รับความเดือนร้อนเป็นอย่างมาก   โดนสังคมตราหน้าว่าเป็นขี้คุก ลูกโดนเพื่อนล้อ ทั้งยังกลายเป็นหนี้สินกว่า 6 แสนบาท ที่ผ่านมามีเพียงเงินเยียวยาช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรม 1 แสนบาท ส่วนคู่กรณีที่กล่าวหานั้น ไม่มีแม้แต่จะมาสนใจหรือคำขอโทษ ในวันนี้ตนจึงได้ตัดสินใจมายังกองปราบเพื่อนแจ้งความเอาผิดกับบุคคลเหล่านี้ที่ทำให้ตนต้องกลายเป็นแพะทั้งที่ตนไม่ได้ทำความผิด   ด้านพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องทำการสอบปากคำนายพิสิษฐ์ เพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐาน ก่อนจะส่งต่อให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8U_6-f6Tjo8

 1,396
สังคม
16 พ.ย. 62

บ่าว-สาวป้ายแดง ร้องกองปราบถูกบริษัทออแกไนซ์แสบ จ่ายเงินแล้วกลับเบี้ยวงานดื้อๆ พบมีผู้เสียหายกว่า 50 คู่

วันที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา คู่บ่าว-สาวป้ายแดง แห่แจ้งจับบริษัทออแกไนซ์ รับจัดงานแต่ง พบมีผู้เสียหายกว่า 50 คู่ จ่ายเงินไปแล้ว แต่กลับไม่มาจัดงานให้ บางรายจัดงานไม่ตรงตามที่คุยกันไว้   โดยคู่บ่าว-สาวทั้งหมด เข้าแจ้งความกองปราบปราม ระบุว่า รู้จักบริษัทรับจัดงานแต่งงาน ผ่านเพจในเฟสบุ๊ก และงานเวดดิ้งแฟร์ ในโรงแรมแห่งหนึ่ง และเคยไปดูการจัดงานให้คู่บ่าวสาวรายอื่น ซึ่งงานก็ออกมาดูดีและน่าเชื่อถือ อีกทั้งให้ข้อเสนอที่พึงพอใจ จึงตัดสินใจว่าจ้างจัดงานแต่ง พร้อมจ่ายเงินมัดจำ แต่พอถึงเวลากลับทิ้งไปดื้อ ๆ ส่วนบางรายจัดงานให้ไม่ตรงตามสเป็คที่ตกลงไว้   ผู้เสียหายรายหนึ่ง ที่ถูกเบี้ยวจัดงานแต่ง เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กล่าวว่า ทั้งที่ได้ตกลงเลือกรูปแบบเเพคเก็จ และส่งตัวอย่างการตกแต่งมุมต่าง ๆ ในงานมาให้ และจ่ายเงินมัดจำล่วงหน้า แต่พอถึงวันจริง กลับไม่มีการจัดงานใด ๆ จนใกล้ถึงเวลางานก็ยังติดต่อบริษัทไม่ได้  โชคดีที่ทางโรงแรม สถานที่จัดงาน ได้ช่วยแก้ปัญหา นำอุปกรณ์ของทางโรงแรม รวมทั้งซุ้มดอกไม้ มาช่วยประดับตกแต่งภายในงาน ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง และเสร็จก่อนงานจะเริ่ม และมาทราบภายหลังว่า มีหลายคู่แต่งงานที่ถูกเบี้ยวงานแบบเดียวกันนี้ บางรายมีการจัดงานไม่ตรงตามสเป็คที่ตกลงกันไว้ โดยทางบริษัทยังไม่ยอมคืนเงินให้ผู้เสียหาย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/59g-1EWhpDU

 1,844
สรุปข่าว
15 พ.ย. 62

เพลิงไหม้โรงแรมมณเฑียร- อดีตภรรยา พล.ต.ต. นำหลักฐานร้องกองปราบฯ - บ่าวสาว 50 คู่แจ้งความถูกบริษัทฯเวดดิ้งทิ้งงาน

ไฟไหม้ รร.มณเฑียร ถ.สุรวงศ์   เกิดเหตุเพลิงไหม้ รร.มณเฑียร ถ.สุรวงศ์ เขตบางรัก เบื้องต้นพบแสงเพลิง และประกายไฟบริเวณชั้น 6 และลุกลามไปยังชั้น 7 ซึ้งกำลังอยู่ในช่วงปรับปรุง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งระดมฉีดน้ำ ล่าสุดสามารถระงับเพลิงเอาไว้ได้แล้ว และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนระดมฉีดน้ำไม่ให้เพลิงปะทุ โดยเจ้าหน้าที่กำลังอพยบผู้คน เนื่องจากมีกลุ่มควันเป็นจำนวนมาก   อดีตภรรยา พล.ต.ต. นำหลักฐานร้องกองปราบฯ   อดีต ภรรยา พล.ต.ต. ที่ก่อเหตุกราดยิงในห้องพิจารณาคดีที่ศาลจังหวัดจันทบุรี นำเอกสารหลักฐานร้องเรียนกับกองปราบปราม โดยยืนยันว่าที่ดิน จำนวน 1800 ไร่ เป็นที่ธรณีสงค์ ไม่ใช่ที่ดินของมูลนิธิ หรือของคู่กรณี   บ่าวสาว ร้องกองปราบ ถูกบริษัทเวดดิ้งชิ่งงาน   คู่บ่าวสาวจำนวนกว่า 50 คู่ เข้าร้องเรียน 3 บริษัทที่รับจัดงานแต่งงาน บางรายจ่ายเงินแล้ว แต่ไม่มาจัดงานตามที่กำหนด ขณะที่บางรายมาจัดงานแต่ก็ไม่ตรงกับที่ตกลงกันไว้ พฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกง เกรงว่าบ่าวสาวคู่อื่นจะตกเป็นเหยื่อเพิ่มเติม

 3,961
สังคม-อาชญากรรม
11 ต.ค. 62

เมียหนุ่มใหญ่วิศวกร ร้องกองปราบ เอาผิดหมอรพ.ดัง วินิจฉัยโรคผิด เป็นเหตุให้สามีเสียชีวิต

ครอบครัวหนุ่มใหญ่วิศวกร บริษัทอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่ง ร้องกองปราบปรามเอาผิดโรงพยาบาลดังย่านประชาชื่น หลังวินิจฉัยโรคผิด ทำให้เสียชีวิต   วันที่ 11 ต.ค. ภรรยาและลูกชายวัย 13 ปี ของนายศุภชัย อธิภาคย์ อายุ 45 ปี อดีตวิศกรไฟฟ้า ปัจจุบันเป็นผู้จัดการฝ่ายอิเล็คทรอนิกส์ของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ แห่งหนึ่ง พร้อมทนายความเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ให้เอาผิดกับแพทย์หญิงโรงพยาบาลย่านประชาชื่น ข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย    จากกรณีเมื่อประมาณ 22 นาฬิกา วันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา ภรรยาได้ขับรถพาผู้ตาย ไปรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการเจ็บหน้าอกด้านซ้าย แขนขาอ่อนแรง แต่รู้สึกตัวดี โดยได้เข้ารับการรักษาที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล ซึ่งมีแพทย์หญิงคนหนึ่งเป็นผู้ทำการตรวจวินิจฉัยโรค ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนระบุว่า ผู้ป่วยมีกรดในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้เกิดการแน่นหน้าอก   โดยเป็นอาการป่วยเกี่ยวกับโรคกระเพาะอาหาร จึงรักษาด้วยการฉีดยาและอนุญาตให้กลับไปพักรักษาตัวต่อที่บ้าน จากนั้นประมาณเที่ยงคืน นายศุภชัย ได้เกิดอาการชักเกร็ง ตาเหลือก น้ำลายฟูมปาก ก่อนที่จะเสียชีวิต และทางครอบครัวได้ส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ รังสิต ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบ ทำให้ครอบครัว เชื่อว่าการเสียชีวิตของสามีครั้งนี้ เกิดจากความผิดพลาดของแพทย์ในการวินิจฉัยโรค   ภรรยาผู้ตายกล่าวทั้งน้ำตา ว่าตั้งแต่สามีเสียชีวิต ไม่เคยได้รับการติดต่อจากโรงพยาบาลเพื่อแสดงความรับผิดต่อกรณีที่เกิดขึ้น และการสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เนื่องจากสามีเป็นเสาหลักครอบครัว ดูแลตัวเอง ที่เป็นแม่บ้าน, ลูกชายวัย 13 ปี, รวมทั้งพ่อ-แม่ อายุกว่า 70 ปี ซึ่งมีอาการป่วยต้องพบแพทย์อยู่เป็นประจำ     ขอบคุณภาพ : เพจ วรกร ทนายวรกร พงศ์ธนากุล  

 27,018
สังคม
11 ต.ค. 62

เมียหนุ่มใหญ่วิศวกร ร้องกองปราบ เอาผิดหมอรพ.ดัง วินิจฉัยโรคผิด เป็นเหตุให้สามีเสียชีวิต

ครอบครัวหนุ่มใหญ่วิศวกร บริษัทอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่ง ร้องกองปราบปรามเอาผิดโรงพยาบาลดังย่านประชาชื่น หลังวินิจฉัยโรคผิด ทำให้เสียชีวิต   วันที่ 11 ต.ค. ภรรยาและลูกชายวัย 13 ปี ของนายศุภชัย อธิภาคย์ อายุ 45 ปี อดีตวิศกรไฟฟ้า ปัจจุบันเป็นผู้จัดการฝ่ายอิเล็คทรอนิกส์ของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ แห่งหนึ่ง พร้อมทนายความเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ให้เอาผิดกับแพทย์หญิงโรงพยาบาลย่านประชาชื่น ข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย    จากกรณีเมื่อประมาณ 22 นาฬิกา วันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา ภรรยาได้ขับรถพาผู้ตาย ไปรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการเจ็บหน้าอกด้านซ้าย แขนขาอ่อนแรง แต่รู้สึกตัวดี โดยได้เข้ารับการรักษาที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล ซึ่งมีแพทย์หญิงคนหนึ่งเป็นผู้ทำการตรวจวินิจฉัยโรค ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนระบุว่า ผู้ป่วยมีกรดในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้เกิดการแน่นหน้าอก   โดยเป็นอาการป่วยเกี่ยวกับโรคกระเพาะอาหาร จึงรักษาด้วยการฉีดยาและอนุญาตให้กลับไปพักรักษาตัวต่อที่บ้าน จากนั้นประมาณเที่ยงคืน นายศุภชัย ได้เกิดอาการชักเกร็ง ตาเหลือก น้ำลายฟูมปาก ก่อนที่จะเสียชีวิต และทางครอบครัวได้ส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ รังสิต ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบ ทำให้ครอบครัว เชื่อว่าการเสียชีวิตของสามีครั้งนี้ เกิดจากความผิดพลาดของแพทย์ในการวินิจฉัยโรค   ภรรยาผู้ตายกล่าวทั้งน้ำตา ว่าตั้งแต่สามีเสียชีวิต ไม่เคยได้รับการติดต่อจากโรงพยาบาลเพื่อแสดงความรับผิดต่อกรณีที่เกิดขึ้น และการสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เนื่องจากสามีเป็นเสาหลักครอบครัว ดูแลตัวเอง ที่เป็นแม่บ้าน, ลูกชายวัย 13 ปี, รวมทั้งพ่อ-แม่ อายุกว่า 70 ปี ซึ่งมีอาการป่วยต้องพบแพทย์อยู่เป็นประจำ     ขอบคุณภาพ : เพจ วรกร ทนายวรกร พงศ์ธนากุล  

 27,018
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ย. 62

'อดีตพีอาร์สาว' ร้องกองปราบถูกแฟนเก่าผลักตกตึกจนพิการ ซ้ำบอกคนอื่นตกเอง ทำหมดสิทธิรับเงินช่วยเหลือ

อดีตพีอาร์ไนท์คลับพัทยา ร้องกองปราบปรามขอรื้อคดี หลังถูกอดีตแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายจนพลัดตกตึก 5 ชั้น กลายเป็นคนพิการ โดยก่อนหน้าอดีตแฟนหนุ่มชาวฝรั่งเศสแจ้งความตนเองพลัดตกเอง ทำให้ไม่มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม   (13 ก.ย. 62) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม นำนางสาวสุณิสา เชิดสกุล อดีตพีอาร์ไนท์คลับแห่งหนึ่งในจังหวัดพัทยา พร้อม นางสาวณัฐชยา เชิดสกุล พี่สาว นำหลักฐานใบแจ้งความ ภาพถ่ายขณะที่เข้าพักรักษาอาการบาดเจ็บ มาร้องพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ให้ช่วยรื้อคดีที่ถูกอดีตแฟนชาวฝรั่งเศสทำร้ายร่างกายผลักตกคอนโด 5 ชั้น จนทำให้ร่างกายพิการ ที่เคยแจ้งความไว้ในพื้นที่ สภ.เมืองพัทยา ก่อนหน้านี้ 3 เดือน แต่คดีไม่มีความคืบหน้า   นางสาวสุณิสา เล่าให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2562 เวลาประมาณ 03.00 นาฬิกา ตนเองต้องการไปเก็บเสื้อผ้าที่ห้องพี่สาว แต่นายคริสเตียน ฟิลลิปส์ ชอง ชาร์ก อดีตแฟนหนุ่มชาวฝรั่งเศสเข้าใจว่าผู้เสียหายเก็บเสื้อผ้าหนีตามชายอื่น จึงเกิดความหึงหวง และเกิดการทำร้ายร่างกาย ฉุดกระชาก และบีบคอ บริเวณริมระเบียง ก่อนตนเองพลัดตกลงมาจากชั้น 5 ของอพาร์ทเม้นแห่งหนึ่งในพัทยา ส่งผลให้กระดูกสันหลังหัก ขาหัก และลำไส้ฉีกขาด กลายเป็นผู้พิการประเภท 3 ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้   โดยขณะที่ตนเองนอนรักษาตัวอยู่ห้องไอซียู โดยไม่ได้สติ อดีตแฟนหนุ่มชาวฝรั่งเศส ได้เข้าลงบันทึกประจำวัน ที่ สภ.เมืองพัทยา โดยแจ้งพนักงานสอบสวนว่าตนเองเป็นคนพลัดตกลงมาจากระเบียงเอง พร้อมจ่ายเงินช่วยเหลือ จำนวน 6,000 บาท ให้กับมารดา ที่โรงพยาบาล ก่อนเดินทางกลับไปประเทศฝรั่งเศส โดยที่พนักงานสอบสวนไม่ได้มีการสอบปากคำตนเองแต่อย่างใด   ด้าน ทนายความ ระบุว่า ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา สรุปว่าเป็นการพลัดตกลงมาเอง โดยไม่ใช่การถูกทำร้าย ทำให้ผู้เสียหายไม่มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม จึงขอให้ตำรวจกองปราบ รื้อคดีพิสูจน์ว่าเป็นการทำร้ายร่างกาย และรื้อคดีขึ้นมาทำใหม่เนื่องจากผู้เสียหายเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะอดีตแฟนหนุ่มเป็นลูกจ้างเจ้าของคลับหรูหลายแห่งซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

 2,170
สังคม-อาชญากรรม
22 ก.ค. 62

พ่อแม่ ร้องกองปราบฯ คลี่คลายคดี หลังลูกชายเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ เชื่อถูกฆ่า สงสัยลูก ตร.ยศใหญ่

วันที่ 22 ก.ค. 62 เมื่อเวลา 10.00 น. ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมนายเวียง สิทคชวัน และนางเครือวัลย์ สิทคชวัน พ่อแม่ของนายธนวิชณ์ สิทคชวัน อายุ 24 ปี ที่เสียชีวิตในจังหวัดตรังอย่างมีเงื่อนงำ     ซึ่งหลังจากการเสียชีวิตทางโรงพยาบาลสุขภาพชุมชน แห่งหนึ่งในจังหวัดตรังได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการถูกกระแสไฟฟ้าช็อต เนื่องจากในระหว่างการเสียชีวิต ผู้ตายสภาพศพนอนคว่ำหน้าลงไปในน้ำส่วนเท้าอยู่บนดิน สร้างความเคลือบแคลงให้กับพ่อแม่ของผู้ตายก่อนนำศพส่งไปชันสูตรอย่างโรงพยาบาลสงขลาราชนครินทร์    โดยผลการชันสูตรพบว่า ผู้ตายเสียชีวิตจากของแข็งไม่มีคมกระทบถึงศรีษะอย่างรุนแรง จึงได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ขอให้หรือฟื้นคดีที่สถานีตำรวจภูธรรัษฎา อ.รัษฎา จ.ตรัง แต่ทางพนักงานสอบสวนปฏิเสธที่จะหรือฟื้นคดีโดยให้เหตุผลว่ามีหลักฐานไม่เพียงพอ จึงได้เดินทางมายังกองบังคับการปราบปราม รื้อฟื้นคดีเพื่อร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปราม เนื่องจากหนึ่งในผู้ต้องสงสัยเป็นลูกของนายตำรวจยศใหญ่โตในพื้นที่ มีส่วนพัวพัน    หลังจากพบว่าลูกชายเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในลักษณะเชิงชู้สาวกับหญิงสาวคนหนึ่ง จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการถูกฆาตกรรมในครั้งนี้และต้องการให้กองบังคับการปราบปรามเข้าคลี่คลายคดี   ข่าวที่เกี่ยวข้อง พ่อแม่ร้องสื่อเชื่อลูกชายถูกฆ่า แต่ ตร.สรุปคดีเป็นไฟช็อตตาย ทั้งที่ไม่ได้ต่อไฟ คาดปมชู้สาว  

 921
ข่าวภูมิภาค
22 ก.ค. 62

พ่อแม่ร้องสื่อเชื่อลูกชายถูกฆ่า แต่ ตร.สรุปคดีเป็นไฟช็อตตาย ทั้งที่ไม่ได้ต่อไฟ คาดปมชู้สาว

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายเวียง สิทคชวัน และนางเครือวัลย์ สิทคชวัน ชาว อ.รัษฎา จ.ตรัง ว่าลูกชายคือนายธนวิชณ์  สิทคชวัน อายุ 24 ปี เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ อยู่คลองน้ำภายในพื้นที่บ้านของตนเอง เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2562   สภาพศพนอนคว่ำหน้าศีรษะแช่ลงอยู่ในคลองน้ำ ขาพาดอยู่บนตลิ่ง ห่างจากบ้านพักประมาณ 200 เมตร โดยตำรวจในท้องที่ได้ตรวจสอบจุดพบศพ พบสายไฟต่อตรงมาจากบ้านพัก แต่ไม่มีการเก็บหลักฐานในที่เกิดหรือวัตถุพยานต่างๆ ไปตรวจสอบ ขณะที่แพทย์จาก รพ.รัษฎา ชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ระบุว่า ลูกชายของตนเองเสียชีวิตจากถูกไฟฟ้าช็อต ทั้งที่ลากสายจริงแต่ยังไม่ได้ต่อไฟ   ทางครอบครัวก็ไม่ได้ท้วงติงอะไร แต่แปลกใจทำไมศพส่วนศีรษะแช่อยู่ในคลองน้ำ ซึ่งห่างจากจุดที่พบสายไฟประมาณ 3 เมตร โดยนำศพลูกตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัด ระหว่างตั้งบำเพ็ญกุศล มีเพื่อนบ้านมาบอกได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือหลายครั้ง จึงตัดสินใจส่งศพของลูกชายไปผ่าพิสูจน์ เพื่อหาสาเหตุการตายที่นิติเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์   โดยแพทย์ระบุ สภาพศพภายในมีบาดแผลฟกช้ำใต้หนังศรีษะด้านหน้า มีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นในด้านซ้าย สาเหตุการตายสมองได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกกับวัตถุแข็งไม่มีคม ซึ่งขัดแย้งกับผลชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นของตำรวจท้องที่และแพทย์ รพ.รัษฎา ที่ระบุว่าถูกไฟฟ้าช็อตตาย ทางครอบครัวสงสัยว่าพบนอนคว่ำหน้าศีรษะอยู่ในน้ำ เหตุใดศีรษะจึงถูกกระแทกด้วยวัตถุแข็ง ทั้งที่บริเวณเป็นเนินดินไม่มีก้อนหินขนาดใหญ่   ทั้งนี้ครอบครัวผู้ตายคาดปมเหตุอาจมาจากเรื่องชู้สาวหรือไม่ โดยสงสัยนายเจมส์ ลูกเลี้ยงของนายตำรวจยศใหญ่ในท้องที่ แฟนสาวของนายเจมส์ และแฟนสาวของผู้ตาย เชื่อว่าทั้ง 3 คน อาจรู้เห็นกับการตาย ซึ่งหลังพบศพแฟนสาวของผู้ตายได้โทรศัพท์มาบอกว่า แฟนหนุ่มของตนไม่ได้จมน้ำตาย   และก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยไปทำงานอยู่ที่ จ.ภูเก็ต พร้อมกับแฟนสาว ส่วนนายเจมส์ บ้านอยู่ละแวกเดียวกันและเป็นเพื่อนกับผู้ตาย ก็พาแฟนสาวไปทำงานอยู่ จ.ภูเก็ต เช่นกัน โดยช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ผู้กลับมาอยู่ที่บ้านที่ จ.ตรัง คนเดียวเพื่อเตรียมสอบนายสิบกองหนุน   จากนั้นผู้ตายเล่าให้แม่ฟังว่า แฟนสาวแอบคบหากับนายเจมส์ ถึงขั้นมีความสัมพันธ์กัน ซึ่งแฟนสาวของนายเจมส์ ก็ทราบเรื่องนี้จนทะเลาะกับผู้ตาย ที่แฟนสาวของผู้ตายไปยุ่งกับนายเจมส์  ต่อมาแฟนสาวของนายเจมส์กลับจาก จ.ภูเก็ต มาอยู่บ้านที่ จ.ตรัง เคยตามมาหาผู้ตายที่บ้านถึง 2 ครั้ง โต้เถียงกันเรื่องหึงหวง และเรื่องส่งของอะไรบ้างอย่างซึ่งไม่ทราบเป็นของอะไร   และหลังเกิดเหตุแฟนของลูกชายได้หยิบเอาโทรศัพท์ลูกชายไปจากที่เกิดเหตุ พอตนเริ่มสงสัยการเสียชีวิตของลูกชาย จึงได้ไปขอโทรศัพท์ลูกกลับคืนมา พบว่าข้อความจำนวนมากถูกลบหายไป   แม่ของผู้ตาย กล่าวว่า ตนยังเก็บศพชายไว้ จะไม่เผาจนกว่าคดีจะคลี่คลาย หากถูกฆาตกรรมก็อยากให้ตำรวจเร่งสืบสวนสอบสวนจับกุมตัวคนร้ายมาลงโทษ ลูกชายเสียชีวิต 5 เดือนแล้ว แต่คดีไม่คืบ สอบถามร้อยเวรเจ้าของคดีก็บอกให้ทางครอบครัวไปหาหลักฐานมา อย่างไรก็ตามหลังลูกชายชีวิต ได้ทำเรื่องร้องเรียนไปที่ตำรวจภูธรตรังเพื่อขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวน และรอจนได้เอกสารตอบกลับมาจากตำรวจภูธรตรังว่า พนักงานสอบสวนรอเอกสารผลการชันสูตรจาก รพ.สงขลานครินทร์   ตนจึงสอบถามไปที่ รพ.สงขลานครินทร์ ได้รับคำตอบว่าได้ส่งผลให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว ตนจึงกลับไปขอดูผลชันสูตรจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและติดต่อไปที่ตำรวจภูธรตรังอีกครั้งแต่ได้รับคำตอบว่า ให้ สภ.รัษฎา เป็นผู้ทำคดี ซึ่งมีการบ่ายเบี่ยงกันไปมา   และ 10.00 น.ของวันนี้ (22 ก.ค.) ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม จะพาครอบครัวผู้ตาย เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม ให้ช่วยคลี่คลายคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/C7eYpRT9YZg

 1,426
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ค. 62

ผู้เสียหายโร่ร้องกองปราบ ถูกหลอกลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ขายสินค้า 20 บาท สูญเงินนับ 10 ล้าน

กลุ่มผู้เสียหายร้องกองปราบปราม ดำเนินคดีฉ้อโกงผู้อื่น กับชายหนุ่ม 27 ปี เจ้าของฉายาอายุน้อยร้อยล้าน ที่หลอกลวงให้ร่วมลงทุนธุรกิจร้านขายสินค้า 20 บาท เมี่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินให้ จะทำทีว่าจะส่งของให้ ก่อนบ่ายเบี่ยงและติดต่อไม่ได้ มูลค่าความเสียหายนับสิบล้านบาท    (11 ก.ค.62) โดยกลุ่มผู้เสียหายกว่า 10 คน เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีฉ้อโกงกับนาย นพพล บุญโชคยิ่ง หรือเบนซ์ อายุ 27 ปี เจ้าของเพจโอเค 20 ที่กลุ่มผู้เสียหายอ้างว่า ถูกหลอกให้ร่วมลงทุน ซื้อเฟรนไชส์ธุรกิจขายของราคา 20 บาท โดยเมื่อมีการทำสัญญา ก็อ้างว่าจะส่งสินค้าไปให้ แต่สุดท้ายกลับไม่ส่ง ก่อนพร้อมหลบหนีไป รวมมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท   หนึ่งในผู้เสียหาย นส.นัทชาพัฒน์ หิรัญวรสถิต เล่าว่า ตนเองได้เจอเพจโอเค 20 ผ่านทางเฟซบุ๊ก และเห็นว่าเจ้าของธุรกิจดังกล่าว มีความน่าเชื่อถือ เนื่องจาก มีการไปออกรายการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ SMEs หลายรายการ รวมถึงรายการของคนดัง ทำให้เกิดความเชื่อถือ และติดต่อไปขอร่วมลงทุน ซึ่งจะมีแพ็คเกจต่างๆ เริ่มต้นที่ 9,999 บาท ไปจนถึงหลักแสน หลักล้าน    สำหรับผู้เสียหายรายนี้ ร่วมลงทุนเป็นจำนวนเงินประมาณ 430,000 บาท โดยนายนพพล ระบุว่า จะส่งสินค้าให้หลังจากที่ตนเองทำร้านเสร็จ ระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน พร้อมเร่งให้มีการโอนเงิน เมื่อได้รับเงินไปแล้ว นายนพพล กลับไม่ยอมส่งสินค้าให้ พร้อมบ่ายเบี่ยง และขอเลื่อนเวลาการส่งของ ก่อนจะไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย    เมื่อไปตรวจสอบพบว่าเจ้าของธุรกิจรายนี้ ถูกแบล็กลิสต์ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ในคดีเช็คเด้ง จึงยิ่งทำให้กลุ่มผู้เสียหายมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าถูกหลอก จึงรวมตัวมาร้องทุกข์ และเมื่อตรวจสอบไปที่เจ้าของโรงงานตัวจริง ก็ทำให้ทราบว่า นายนพพล ไม่มีการสต็อกสินค้ารายการใด ๆ ส่งให้กับลูกค้า และเมื่อพูดคุยกับผู้เสียหายรายอื่น ๆ ก็พบว่า เพจนี้ได้เปิดและหลอกลวงประชาชน มานานกว่า 2 ปีแล้ว มีผู้เสียหายหลงเชื่อ ไม่ต่ำกว่า 50 ราย มูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท และปัจจุบันก็ยังคงเปิดเพจหลอกลวงประชาชนอยู่-ผู้เสียหาย จึงอยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีทางอาญา นายนพพรในข้อหาฉ้อโกง พร้อมเร่งดำเนินการปิดเพจโอเค 20 โดยเร็วที่สุด เพราะยังคงมีผู้เสียหายหลงเชื่อ ทยอยโอนเงินร่วมลงทุนอยู่ พร้อมขอให้รายการโทรทัศน์ ที่เคยให้นายนพพล ไปออกรายการ ออกมาชี้แจง และ ยกเลิกการรับรองธุรกิจดังกล่าว เนื่องจากเป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้คนหลงเชื่อ เป็นจำนวนมาก

 5,157
สังคม-อาชญากรรม
21 พ.ค. 62

สาวร้องกองปราบ ตามตัวอดีตสามีหายไปกว่า 1 เดือน คาดเอี่ยวพนันออนไลน์

นางสาวปวริศา อภินันท์รัตนกุล อายุ 34 ปี เดินทางเข้าพบตำรวจกองบังคับการปราบปราม ให้ติดตามตัวนายวันชาติ อภินันท์รัตนกุล อายุ 44 ปี อดีตสามี ที่หายตัวไปจาก ห้องพักท่าดินแดงซอย 1 ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา   ตรวจสอบห้องพัก พบว่าภายในห้องเปิดไฟ วิทยุทิ้งไว้ แต่ไม่พบนายวันชาติอยู่ที่ห้องพัก ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ส่วนข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างยังอยู่ครบ รวมถึงกระเป๋าสตางค์ และโทรศัพท์มือถือที่ชาร์จทิ้งไว้ มีเพียงกุญแจห้อง และกุญแจรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เท่านั้นที่หายไป ตนเองจึงได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบุปผารามในวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา   ทั้งนี้ที่ผ่านมา อดีตสามีไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่เชื่อว่าสาเหตุของการหายตัวไปครั้งนี้ อาจเกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอลออนไลน์ เพราะจากที่เพื่อนของนายวันชาติเล่าให้ตนฟัง คือ มักจะไปหยิบยืมเงินจากเพื่อนจ่ายค่าพนันบ้าง รวมถึงครั้งล่าสุดที่ตนเองพบกับนายวันชาติ คือเมื่อวันที่ 15 เมษายน นายวันชาติ มาขอยืมเงินจากตนเองจำนวน 300 บาท   ซึ่งในวันนั้นอดีตสามี ได้มาพบลูก และแม่ของตน ก่อนจะพูดกับลูกว่า อย่าดื้อกับยายนะ แล้วก็น้ำตาซึม ทั้งนี้ไม่เชื่อว่านายวันชาติ ตั้งใจหายตัวไปเอง เพราะเจ้าตัวรักลูกมาก และสามารถจำเบอร์โทรศัพท์ของแม่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากหายตัวไปเองจะต้องโทรศัพท์มาบอกแม่บ้าง หรือติดต่อกลับมาบ้าง แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีเบาะแสใดๆ ทั้งสิ้น   ส่วนบุคคลที่ตนสงสัยว่าจะเกี่ยวกับการหายตัวไปของอดีตสามีคือ เพื่อนผู้ชายของอดีตสามี ที่ทำงานเก่า ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่โทรศัพท์มาในคืนวันเกิดเหตุ ก่อนที่จะหายตัวไป ซึ่งก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม ได้ออกหมายเรียกให้มาพบครั้งแรกแล้ว แต่ก็ยังไม่มาพบ ซึ่งตนเองกังวลเรื่องความปลอดภัยของอดีตสามี จึงตัดสินใจเข้าร้องทุกข์ต่อกองปราบปราม เพื่อให้ติดตามตัวอดีตสามีกลับมา   โดยเมื่อวานนี้ (20 พ.ค.) ได้นำภาพถ่าย และเอกสารทางราชการของสามี มามอบให้กับตำรวจกองปราบปราม ส่วนวงจรปิดที่อยู่ใกล้ที่พักของอดีตสามีนั้นไม่สามารถใช้งานได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2ub_xKKZGYg

 1,207
สรุปข่าว
21 พ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 21 พ.ค.62 กังวลมือถือหัวเว่ยโดนแบน-ลูกสาวครูชลธีเปิดใจ-โผโควต้า รมต.ขั้วพลังประชารัฐ

-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเลี้ยงโต๊ะจีน 700 โต๊ะ ทรงขอบใจแก่ผู้ปฏิบัติงานในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ สนามเสือป่า ภายใต้ชื่องาน 'พระราชทานเลี้ยง ทรงขอบใจ ร่วมแรงร่วมใจถวายงาน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก' มีเจ้าหน้าที่หน่วยราชการในพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ จิตอาสา มาร่วมงานกว่า 7 พันคน บรรยากาศเต็มไปด้วยความรื่นเริง   -ผู้ใช้มือถือหัวเว่ยป่วน พิษสงครามการค้าสหรัฐ-จีนลุกลาม กูเกิลประกาศระงับทำธุรกิจกับหัวเว่ย ส่งผลให้มือถือรุ่นใหม่ของหัวเว่ยไม่สามารถใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ทั้ง Play Store, Google map, Gmail  ด้านหัวเว่ยแถลงยังให้บริการอัพเดทความปลอดภัยและบริการหลังการขายกับอุปกรณ์ในปัจจุบันต่อไป   มีรายงานว่าหัวเว่ยซุ่มพัฒนาระบบปฏิบัติการของตัวเองชื่อ Hongmeng มาตั้งแต่ปี 2012 นอกจากนี้บริษัทชิปในสหรัฐฯอื่นๆร่วมด้วย ไม่ส่งชิปให้หัวเว่ย ขณะที่รัฐบาลจีนอาจตอบโต้ไม่ส่งแร่แรร์เอิร์ธ สำหรับใช้ผลิตชิปมือถือไปยังสหรัฐฯ #Huawei ขึ้นเทรนด์อันดับ 1 ทวิตเตอร์ในไทย ผู้ใช้กังวลโดนแบน หัวเว่ยซุ่มคิดระบบปฏิบัติการ hongmeng ใช้แทนแอนดรอยด์ จีนโต้เผ็ด ขู่งดส่งแร่ผลิตชิปให้สหรัฐฯ พาณิชย์สหรัฐฯชะลอแบน 'หัวเว่ย' 90 วัน จนถึง 19 ส.ค.2019    -ภูมิใจไทยมีมติมอบอำนาจให้อนุทิน หัวหน้าพรรค ประสานงานกับ 2 พรรคที่ยังไม่มีมติชัดเจน ได้แก่ ประชาธิปัตย์-ชาติไทยพัฒนา ในการจัดตั้งรัฐบาล ชี้สมาชิกพรรคอยากอยู่ฝ่ายเดิมเพื่อให้ทำงานต่อเนื่อง แต่บางส่วนอยากให้ไปอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยจะเชิญ 2 พรรคมาหารือเพื่อความชัดเจนก่อนการเลือกปธ.สภา ย้ำจุดยืนพรรค 4 ข้อคือเทิดทูนสถาบัน-ไม่สร้างความขัดแย้ง-รับนโยบายพรรคไปเป็นนโยบายรัฐบาล-ต้องเป็นรัฐบาลเสถียรภาพ มีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง   อนุทินชี้ไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรัดตัดสินใจ เพราะพรรคอื่นยังรอได้ถึง 24 พ.ค. ย้ำรัฐบาลต้องมีเสียงเกินครึ่ง รัฐบาลเสียงข้างน้อยจะไม่มีภูมิใจไทยแน่นอน มติภูมิใจไทยให้ 'อนุทิน' ประสานตั้งรัฐบาล ยันอยู่ฝ่ายเสียงข้างมาก   -ประชาธิปัตย์จัดประชุมพรรคหลังได้กรรมการชุดใหม่ จุรินทร์ยันพรรคยังไม่กำหนดวันประชุม ส.ส.เพื่อตัดสินใจเรื่องร่วมรัฐบาล ชี้เสนอข่าวบัญญัติเป็น ปธ.สภาเป็นเพียงกระแสข่าว ตอนนี้ยังไม่หารืออะไรทั้งสิ้น อะไรที่เคยพูดไว้กับ ปชช.ต้องนำมาพิจารณา ปชป.ดึงเวลาเลือกข้าง อ้างจัดทัพ ยัน 'อภิสิทธิ์' ไม่ลาออก รอลุ้นเป็นนายกฯ    -โผโควต้ารัฐมนตรีขั้วพลังประชารัฐ บิ๊กป้อมเป็นรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง+รมว.กลาโหม, สมคิดรองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ, วิษณุรองนายกฯฝ่ายกฎหมาย, อนุพงษ์ รมว.มหาดไทย, ดอน รมว.ต่างประเทศ, อุตตม รมว.คลัง, สนธิรัตน์ รมว.พาณิชย์, สมศักดิ์ รมว.เกษตร, ณัฏฐพล รมว.คมนาคม, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม, พุทธิพงศ์ รมว.ดีอี, สุชาติ ชมกลิ่น รมช.อุตฯ, กอบศักดิ์/สุวิทย์ รมต.สำนักนายกฯ   โควต้าพรรคภูมิใจไทย รมว.+รมช.สาธารณสุข,รมช.คมนาคม+มหาดไทย+เกษตร+คลัง+พาณิชย์ ชาติไทยพัฒนาได้ รมว.ทรัพยากร+ รมช. 1 กระทรวง ซึ่งจากโผทั้งหมดมีความเป็นไปได้ว่าบิ๊กตู่มีส่วนร่วมตัดสินใจ เปิดโผ ครม.พลังประชารัฐ นั่งกระทรงเกรดเอ 'ตู่-ป้อม-ป๊อก-สมคิด-วิษณุ' อยู่ครบ   -พาณิชย์เอาจริง จัดการรพ.เอกชนรักษาแพง หลังผู้ป่วยร้องเรียน ท้องเสียโดนค่ารักษา 3 หมื่นบาท หากชี้แจงไม่ดุถือว่าค้ากำไรเกินควร โทษ 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท เตรียมเชิญ 70 รพ.เอกชนให้ข้อมูลราคายาแพงเกินจริง หากชี้แจงไม่ได้ ถือว่าผิดกฎหมาย เรียกสอบ รพ.เอกชน หลังโดนร้องเรียน ฟันค่ารักษาท้องเสีย 3 หมื่น    -เมียร้องกองปราบหาอดีตสามี หลังหายตัวลึกลับนานนับเดือน ห้องพักเปิดไฟ-วิทยุทิ้งไว้ มือถือชาร์จในห้อง คาดปมติดพนันออนไลน์ พูดเป็นลางน้ำตาคลอบอกลูกชายให้อยู่กับยายทำตัวดีๆ สงสัยเพื่อนอดีตสามี หลังโทรหาเป็นสายสุดท้าย ตร.ออกหมายเรียกแล้ว ยังไม่มาพบ สาวร้องกองปราบ ตามตัวอดีตสามีหายไปกว่า 1 เดือน คาดเอี่ยวพนันออนไลน์    -แม็ก โสภณ ดารารุ่นใหญ่ ชี้แจงกองปราบไม่ใช่แก๊งแอบอ้างเป็น พล.อ.เก๊ ร่วมงานวันเกิดบิ๊กจิ๋ว ยันรู้จักแค่ผิวเผิน เห็นคนเรียกท่านชายก็เรียกตาม ไปร่วมงานวันเกิดบิ๊กจิ๋วเป็นประจำแล้ว ไม่รู้เรื่องใดๆทั้งสิ้น เป็นคนไทยเคารพสถาบัน ดารารุ่นใหญ่ 'แม็ก โสภณ' แจงสัมพันธ์พลเอกเก๊ ปัดเอี่ยวหมิ่นเบื้องสูง    -สธ.แจ้งความถึงที่สุด เหตุตีกันใน 2 รพ. โดยที่ รพ.เหล่าเสือโก้ก อุบลฯ จับแล้วหนุ่มใหญ่คนก่อเหตุ โดน 4 ข้อหาพร้อมชดใช้เครื่องวัดคลื่นหัวใจมูลค่า 2.5 แสนที่ทำเสียหาย   ส่วน รพ.เลิงนกทา ยโสธร จับได้เช่นกัน แต่ ผกก.โดนสั่งย้าย เพราะไม่ระงับเหตุได้ทันท่วงที ผบ.ตร.กำชับทุกพื้นที่ ตร.เฝ้าระวังป้องกันเหตุซ้ำอีก   รวบชายตีอริคา รพ.ในอุบลฯ แถมชดใช้เครื่องวัดหัวใจ 2 แสน - สั่งย้าย ผกก.เลิงนกทา ระงับเหตุไม่ทันท่วงที   -จับลุงวัย 72 เจ้าของนาที่กาฬสินธุ์ เอาศพพี่น้อง 2 คนไปทิ้งริมน้ำ หลังถูกไฟช็อตในที่นา สารภาพขึงลวดปล่อยไฟป้องกันหนูนา เห็นศพถูกไฟช็อต ตกใจคิดไรไม่ออกเลยเอาศพไปทิ้ง ตร.ตั้ง 2 ข้อหาประมาททำให้คนอื่นเสียชีวิต-ปิดบังซ่อนเร้นศพ รวบพ่อเฒ่าเจ้าของนา โยนศพ 2 พี่น้องทิ้งริมน้ำชี หลังถูกไฟล้อมรั้วที่นาช็อตดับ    -หนุ่มเมืองคอนเคราะห์ร้ายปีนเก็บมะม่วง พลาดกิ่งหักร่วงมาโดนเหล็กเสียบเข้าโคนขาขวาทะลุอวัยวะเพศ ปลายเหล็กไปโผล่โคนขาซ้าย ร้องครวญครางเจ็บปวด กู้ภัยเข้าช่วยนำส่ง รพ.ในสภาพเหล็กยาว 1 ฟุตยังเสียบคาอวัยวะเพศ หวาดเสียว! หนุ่มเคราะห์ร้าย ปีนเก็บมะม่วง กิ่งหักร่วงจากต้น ถูกเหล็กเสียบขาทะลุอวัยวะเพศ   -ลูกสาวครูชลธีเปิดใจหลังพ่อฟ้องหย่าภรรยา ไปอยู่กับสาวคนสนิทรุ่นลูก เผยพ่อเปลี่ยนไปมาก ปิดบังตัวเองไม่ยอมฟังใคร เตือนมาตลอด สุดท้ายติดต่อไม่ได้เหมือนโดนบล็อคเบอร์ เชื่อคนข้างๆเป็นคนทำ เคยคุยกับสาวคนใหม่อย่าเล่นเฟซ ขอให้คบกันอย่าเปิดเผยได้ไหม เป็นห่วงภาพลักษณ์พ่อแต่ก็ไม่ฟัง ลูกสาวเผยติดต่อ 'ครูชลธี' ไม่ได้ เชื่อสาวคนใหม่บล็อกเบอร์-โพสต์เฟซอยากมีตัวตน    -สังคมชื่นชมหมอมน สัตวแพทย์นางฟ้า ช่วยทารกคลอดบนถนน หลังแท็กซี่ไม่ยอมไปส่ง รพ. เจ้าตัวคิดไม่ถึงเป็นคนดังชั่วข้ามคืน รักษาสัตว์มา 10 ปี ไม่เคยทำคลอดคนมาก่อน ใช้ความรู้ทำคลอดหมาแมวมาช่วยชีวิตเด็ก เปิดใจ 'หมอมน' สัตวแพทย์นางฟ้า ช่วยทำคลอดเด็กทารกรอดตาย    -ระทึกกลางกรุง เก๋งพุ่งชน 7-11 หนุ่มยืนเติมเงินถูกชนเจ็บ สาวคนขับบอกตั้งใจจะถอยจอด แต่รถดันพุ่งไปข้างหน้า เก๋งพุ่งทะลุเซเว่นพังยับ หนุ่มยืนเติมเงินซวยเลือดโชก สาวคนขับมึนบอกรถพุ่งเดินหน้าไปเอง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cqIjos-PlHc

 2,647
สังคม-อาชญากรรม
20 พ.ค. 62

ร้องกองปราบ อดีตสามีหายตัวลึกลับกว่า 1 เดือน คาดอาจเกี่ยวกับพนันออนไลน์

วันที่ 20 พ.ค. 62 น.ส.ปวริศา อภินันท์รัตนกุล อายุ 34 ปี เดินทางเข้าพบตำรวจกองบังคับการปราบปราม ให้ติดตามตัวนายวันชาติ อภินันท์รัตนกุล อายุ 44 ปี อดีตสามี ที่หายตัวไปจากห้องพักท่าดินแดงซอย 1 ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา   โดยก่อนหน้านั้นที่ทำงาน และเพื่อนของนายวันชาติ ได้โทรศัพท์มาหาตน ว่าเพราะเหตุใดนายวันชาติจึงไม่มาทำงาน ตนจึงได้ไปดูที่ห้องพัก พบว่าภายในห้องเปิดไฟ วิทยุทิ้งไว้ แต่ไม่พบนายวันชาติอยู่ที่ห้องพัก ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ส่วนข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างยังอยู่ครบ รวมถึงกระเป๋าสตางค์ และโทรศัพท์มือถือที่ชาร์ตทิ้งไว้ มีเพียงกุญแจห้อง และกุญแจรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เท่านั้นที่หายไป ตนจึงได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบุปผารามในวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา   ที่ผ่านมา อดีตสามีไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่เชื่อว่าสาเหตุของการหายตัวไปครั้งนี้ อาจเกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอลออนไลน์ เพราะจากที่เพื่อนของนายวันชาติเล่าให้ตนฟัง คือ มักจะไปหยิบยืมเงินจากเพื่อนจ่ายค่าพนันบ้าง    รวมถึงครั้งล่าสุดที่ตนพบกับนายวันชาติ คือเมื่อวันที่ 15 เม.ย. นายวันชาติ มาขอยืมเงินจากตน จำนวน 300 บาท ซึ่งในวันนั้นอดีตสามี ได้มาพบลูก และแม่ของตน ก่อนจะพูดกับลูกว่า อย่าดื้อกับยายนะ แล้วก็น้ำตาซึม   ทั้งนี้ ตนไม่เชื่อว่านายวันชาติ ตั้งใจหายตัวไปเอง เพราะเจ้าตัวรักลูกมาก และสามารถจำเบอร์โทรศัพท์ของแม่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากหายตัวไปเองจะต้องโทรศัพท์มาบอกแม่บ้าง หรือติดต่อกลับมาบ้าง แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีเบาะแสใดๆ ทั้งสิ้น   ส่วนบุคคลที่ตนสงสัยว่าจะเกี่ยวกับการหายตัวไปของอดีตสามี ก็คือ เพื่อนผู้ชายของอดีตสามี ที่ทำงานเก่า ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่โทรศัพท์มาเวลาประมาณ 20.00 น. ของคืนวันเกิดเหตุ ก่อนที่นายวันชาติจะหายตัวไป ซึ่งก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม ได้ออกหมายเรียกให้มาพบครั้งแรกแล้ว แต่ก็ยังไม่มาพบ ตนกังวลเรื่องความปลอดภัยของอดีตสามี จึงตัดสินใจเข้าร้องทุกข์ต่อกองปราบปราม เพื่อให้ติดตามตัวอดีตสามีกลับมา   โดยวันนี้ได้นำภาพถ่าย และเอกสารทางราชการของสามี มามอบให้กับตำรวจกองปราบปราม ส่วนวงจรปิดที่อยู่ใกล้ที่พักของอดีตสามีนั้นไม่สามารถใช้งานได้    

 2,929
ปากท้องร้องทุกข์
25 เม.ย. 62

นักธุรกิจหญิงร้องกองปราบ ถูกมิจฉาชีพ อ้างเป็น ตร.คอมมานโด ตุ๋นขายรถหลุดจำนำผ่าน fb เชิดเงินกว่าล้านบาท

ที่กองบังคับการปราบปราม นางสาวณีรตรี ศรีมูลดา อายุ 40 ปี เจ้าของธุรกิจส่วนตัว ชาว จ.หนองบัวลำภู พร้อมผู้เสียหายรวม 6 ราย เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.อัครวุฒิ จันทร์เจริญ รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับชายคนหนึ่ง มาหลอกขายรถยนต์หลุดจำนำและเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านเฟซบุ๊ก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท   นางสาวณีรตรี กล่าวว่า ตนรู้จักกับชายคนดังกล่าว ผ่านคนรู้จักที่ประกอบอาชีพขายเครื่องใช้ไฟฟ้า จึงเกิดความสนใจและติดต่อไปหาคนร้าย ผ่านเฟซบุ๊กชื่อ มิ๊กซ์ มิ๊กซ์ เพื่อสั่งซื้อรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า คลิ๊ก ในราคา 8,000 บาท โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ภรรยาของชายคนดังกล่าว ซึ่งตนได้รับรถจริงจึงหลงเชื่อ   ทั้งนี้ตนเห็นว่าโปรไฟล์เฟซบุ๊กมีความน่าเชื่อถือ ตนและญาติจึงสั่งซื้อรถยนต์หรูมาใช้รวม 5 คัน  จ่ายเงินมัดจำในราคาคันละ 5 หมื่นบาท โดยที่ชายคนดังกล่าว ให้เหตุผลว่ารถมีราคาถูกเพราะเป็นของหลุดจำนำ เมื่อถึงกำหนดนัดหมายรับรถ กลับไม่ยอมนำรถมาส่งมอบให้ตามที่ตกลงกันไว้ บ่ายเบี่ยงที่จะส่งรถมาให้ตลอด อ้างว่ากลัวด่านตรวจ   จากนั้นชายคนดังกล่าวได้ปิดเฟซบุ๊กหนี และโทรศัพท์ติดต่อกลับไม่ได้ ตนเริ่มสงสัยเกรงว่าจะถูกหลอก  จึงขอให้ชายคนดังกล่าวคืนเงินให้ แต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยงอีก ตนชายคนดังกล่าว จะไปแจ้งความ แต่เขากลับขู่ว่าไม่กลัวเพราะเป็นตำรวจคอมมานโดและรู้จักกับคนใหญ่โตในกองปราบ อีกทั้งยังจะแจ้งความฐานแจ้งความเท็จกลับอีกด้วย   ตนจึงตัดสินใจไปแจ้งความที่ สภ.เมืองอุดรธานี แต่เวลาล่วงเลยมานานกว่า 4 เดือนแล้ว คดีกลับไม่มีความคืบหน้า ทำให้ต้องเดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม พร้อมให้ช่วยตรวจสอบบุคคลดังกล่าวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดจริงหรือไม่และขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหาย พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป   นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายถูกสองสามีภรรยาคู่นี้หลอกในลักษณะเดียวกัน หลงเชื่อเกือบ 20 คน ส่วนใหญ่ถูกหลอกขายเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ บางรายโอนเงินไปไม่ได้รับของ บางรายรับเงินไปแต่ส่งของไม่มีคุณภาพมาให้เหยื่อ เมื่อติดต่อไปกลับบ่ายเบี่ยงต่าง ๆ นานา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aMaUo51h5wo

 7,830
ปากท้องร้องทุกข์
28 มี.ค. 62

พ่อแม่หนุ่ม วัย 20 ร้องกองปราบลูกชายดับเพราะชักตกเตียงหัวฟาดพื้น ขณะฉีดฮอร์โมนคลินิกย่านธนบุรี แต่คดีไม่คืบ

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมนายสุรศักดิ์ โยนอก และนางสาวกรรณิการ์ เจาะจิต บิดาและมารดาของนายธรณ์ธันย์ โยนอก อายุ 20 ปี ผู้เสียชีวิต ไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม เพื่อขอความเป็นธรรมให้สืบสวนคดีว่ามีผู้ใดประมาท เป็นเหตุให้นายธรณ์ธันย์เสียชีวิตจากการฉีดฮอร์โมนที่คลินิกแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากพนักงานสอบสวน สน.หนองค้างพลู ท้องที่ที่เกิดเหตุ ไม่รับแจ้งความ   นางสาวแก้วกรรณิการ์ เจาะจิต มารดาผู้เสียชีวิต เล่าว่า นายธรณ์ธันย์ป่วยเป็นเนื้องอกใต้ต่อมสมอง ทำให้การเจริญเติบโตของร่างกายช้ากว่าปกติ ซึ่งต้องฉีดฮอร์โมนทุก 5 สัปดาห์ โดยเมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา นายธรณ์ธันย์ไปฉีดฮอร์โมนที่คลินิกดังกล่าว หลังฉีดได้ 3 นาที นายธรณ์ธันย์ก็เกิดอาการชักเกร็งแล้วตกจากเตียง จากนั้นจึงได้นำส่งรักษาที่โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม และเสียชีวิตในเวลาต่อมา   ส่วนผลชันสูตรศพของโรงพยาบาลศิริราชระบุว่าสาเหตุการเสียชีวิตว่า เลือดออกใต้เนื้อหุ้มสมองชั้นหนา จากศีรษะได้รับบาดเจ็บ    ถือเป็นความประมาทของเจ้าหน้าที่คลินิกที่ปล่อยปละจนทำให้นายธรณ์ธันย์ตกจากเตียงจนเสียชีวิต จึงมาร้องเรียนที่กองบังคับการปราบปรามให้ได้รับความเป็นธรรม   จากนั้นพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามก็ได้ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. เพื่อทำคดีต่อไป  

 9,613

Top