ค้นหา :

ผลการค้นหา "สาวร้องกองปราบ"

สังคม
07 ม.ค. 63

สาวร้องกองปราบ เร่งล่าตัวหนุ่มหลอกให้รักเชิดเงินแสน-สร้างหนี้ ก่อนหนีลอยนวล พบประวัติเคยก่อเหตุเมื่อปี 57

ผู้เสียหายสาว 3 ราย เดินทางร้องกองปราบ หลังถูกนายภัควรรธน์ วัฒนานนท์ หรือ หนึ่ง หลอกให้รักและหลอกยืมเงิน รวมถึงบางรายถึงขั้น แต่งงาน เสียหายนับล้านบาท ตรวจประวัติพบเคยถูกจับกุมคดีลักษณะเดียวกันเมื่อปี 2557    หญิงผู้เสียหาย 3 คน เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยติดตามจับกุม นายภัควรรธ์ วัฒนานนท์ ที่หลอกลวงต้มตุ๋น หลอกเอาเงินและทรัพย์สิน โดยการเข้ามาจีบทางเฟซบุ๊ก    ผู้เสียหาย ระบุว่า ถูกนายภัควรรธ์ เข้ามาจีบทางเฟซบุ๊ก  จนไว้ใจและมีใจให้ จนถึงขั้นขอแต่งงาน ซึ่งมีเหยื่อ 1 ในนั้น ที่หลงเชื่อแต่งงานอยู่กินกับนายภัควรรธ์ ซึ่งจริง ๆ แล้วมีผู้เสียหายทั้งหมด 4 คน    โดยนางสาวบี หนึ่งในผู้เสียหายระบุว่า พฤติการณ์ของนายภัควรรธ์ จะอ้างว่านักเรียนนอก เป็นนักธุรกิจ อยู่ในแวดวงไฮโซ แถมยังเป็นเซียนพระชื่อดัง มีการจัดฉากให้ดูน่าเชื่อถือ แถมแม่ของนายภัควรรธ์ ก็รู้เห็นเป็นใจร่วมเล่นละครตบตาด้วยกัน เมื่อผู้เสียหายตกหลุมพรางเชื่อใจก็จะหลอกให้ผ่อนรถยนต์ รถบิ๊กไบค์ โดยให้เป็นชื่อของผู้เสียหาย แต่นายภัควรรธ์ ก็ไม่ได้ผ่อน ทิ้งภาระให้ฝ่ายหญิงต้องผ่อนแทน มีการนำทรัพย์สินของผู้เสียหายแล้วไม่คืน ขอเงินฝ่ายหญิงใช้ไปวัน ๆ เมื่อเห็นว่าฝ่ายหญิงเริ่มหมดประโยขน์ หรือ เริ่มรู้ทัน ก็จะเลิกราหนีหายไปดื้อ ๆ รวมแล้วสร้างหนี้สิน และได้ทรัพย์สินของผู้เสียหายทั้ง 4 คน ไปเป็นมูลค่ากว่า 2 ล้าน 7 แสนบาท ซึ่งในปี 2562 หลอกผู้เสียหายได้ถึง 4 คน   ต่อมามีหญิงผู้เสียหายไปแจ้งความเอาผิดนายภัควรรธ์ จนถูกออกหมายจับคดีฉ้อโกง และยักยอกทรัพย์ แต่คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า นายภัควรรธ์ ยังอัพโปรไฟล์อยู่ในโลกโซเชียลเหมือนเดิม จึงมาร้องกองปราบปราบ เพื่อช่วยติดตามจับกุม ถ้าปล่อยไว้อาจมีหญิงสาวตกเป็นเหยื่อเพิ่มอีก    ซึ่งผู้เสียหายทั้ง 4 คน ได้ร่วมกันตั้งเงินรางวัลนำจับนายภัควรรธ์ เป็นเงิน 2 หมื่นบาท และสำหรับมูลค่าความเสียหายของผู้เสียหายทั้ง 4 คน หากนับเป็นเงินสดมีมูลค่าเกือบ 1 ล้านบาท ซึ่งยังไม่นับรวมถึงภาระหนี้สิ้นที่ถูกทิ้งไว้กับบางรายที่สูงนับล้านบาท    สำหรับตัวนายภัควรรธน์ เคยถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุม เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2557 ในคดีฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และใช้ยศโดยไม่มีสิทธิ เมื่อปี 2556 นายภัควรรธน์ ยังได้แอบอ้างตัวเป็นนายแพทย์ของโรงพยาบาลศิริราช ทำทีตีสนิทหญิงสาวคนหนึ่ง แล้วขอยืมรถยนต์จากผู้เสียหายก่อนจะเชิดรถหนีไป เหตุเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ 

 2,033
ปากท้องร้องทุกข์
28 พ.ย. 61

สาวร้องกองปราบฯ เอาผิดคลินิกทำหน้าอกเน่า ด้านเอเจนซี่ออกตัว ขอโทษแทนหมอ บอกยินดีรับผิดชอบ

  เมื่อวานนี้ (27 พ.ย.) นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม พาผู้เสียหาย 2 คน เดินทางไปที่กองบังคับการปราบปราม เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของคลินิก ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน  นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และโฆษณาเกินจริง    หลังผู้เสียหายทั้ง 2 ไปเสริมหน้าอกจากคลินิกแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ปรากฎว่าหน้าอกเน่า  หนองทะลัก เลือดคั่ง  ต้องการให้เอเจนซี่และคลินิกรับผิดชอบ ภายหลังทราบว่าหมอที่ทำการผ่าตัดไม่ใช่แพทย์เฉพาะทาง โดยไม่ได้ประจำอยู่คลินิกแห่งนี้แล้วแต่ไปเปิดคลินิกแห่งใหม่ ทั้งนี้มีผู้เสียหายนมเน่าอีกหลายรายที่ไปเสริมหน้าอกกับหมอคนดังกล่าว ซึ่งไม่กล้าแจ้งความเพราะอับอาย บางรายกลัวครอบครัวรู้เพราะแอบไปเสริมหน้าอก   น.ส.แนน อายุ 23 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เผยว่า ตนติดตามเพจๆ หนึ่ง รีวิวศัลยกรรมหน้าอก ตนเห็นว่าทำแล้วสวยดี กระทั่งคลินิกมีโปรโมชั่นจึงตัดสินใจเสริมหน้าอก 350 CC เมื่อต้นเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา โดยติดต่อผ่านเซลล์ให้ไปทำที่คลินิกย่านปทุมธานี เสียค่าใช้จ่ายรวมยา 36,000 บาท  ระหว่างที่ทำการเสริมหน้าอกเหมือนหมอไม่มีความเชี่ยวชาญ  หลังจากผ่าตัดเสร็จส่งกระจกดูปรากฎว่าฐานนมทั้งสองข้างไม่เท่ากัน จึงแจ้งหมอแต่หมอบอกว่ารอให้อาการบวมมันยุบก่อนเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง     ตนกลับบ้านผ่านไป 3 วัน เลือดไหลออกเยอะมากบริเวณแผลที่เกิดจากการเย็บ สอบถามไปยังคลินิกระบุว่ามันเป็นเลือดเสียที่ต้องไหลออก ตนคิดว่าไม่ปกติจึงไปโรงพยาบาลใกล้บ้านแต่ไม่ได้รับรักษาเพราะเป็นเคสศัลยกรรม  ตอนที่ตนไปเสริมหน้าอกก็เซ็นสัญญาเป็นเวลา 1 ปี กับคลินิกดังกล่าวเพื่อให้เขาดูแล   หากเปลี่ยนหมอคนใหม่มาดูแล ตนเกรงว่าคลินิกจะไม่รับผิดชอบ จึงกลับไปที่คลินิกเดิม เขาทำการกดซิลิโคนที่เต้านมเอาลิ่มเลือดที่คั่งออก  โดย 3-4 วันแรกบวม ช้ำ เขียวทั้งตัว จากนั้นก็กลับบ้านซึ่งทางคลินิกบอกไม่ได้ผิดปกติ ถ้าปวดให้กินยา เวียนหัวให้กินน้ำหวานตนทนนอนเจ็บอยู่ที่บ้านทำอะไรไม่ได้ ผ่านไป 2-3 อาทิตย์ แผลติดเชื้อ มีน้ำหนองไหลออกมา ติดต่อไปทางคลินิกเหมือนเดิม และถ่ายรูปให้ดู เขาก็แจ้งว่ามันเป็นปกติเดี๋ยวก็หาย เป็นเลือดที่ใกล้จะหมด ตนสังเกตแผลทุกวัน มันมีกลิ่นเหม็นรู้เลยว่าเป็นหนองตนจึงตัดสินใจไปคลินิก หมอเปิดดูแผลก็ตกใจเพราะแผลติดเชื้อ จึงทำการกรีดเต้านมถอดซิลิโคนออกมาล้างฆ่าเชื้อ คว้านหนองออก แล้วยัดซิลิโคนอันเดิมใส่เข้าไปใหม่ ตอนนี้แผลหายดีแล้วแต่รอยเย็บไม่สวย ฐานนมที่แก้ไขก็ไม่เท่ากันเหมือนเดิม หัวนมข้างซ้ายชี้ขึ้น ตนอยากให้เข้าไปตรวจสอบว่าเป็นหมอเฉพาะทางตามที่โฆษณาหรือไม่    ส่วน น.ส.เมย์  อายุ 33 ปี  ผู้เสียหายอีกรายหนึ่ง เผยว่า เมื่อต้นเดือนสิงหาคม ตนก็ไปเสริมหน้าอกที่คลินิกดังกล่าวเหมือนกัน โดยเสริมขนาด 400 CC ค่าใช้จ่ายและสเปคซิลิโคนเหมือนกันกับ น.ส.แนน หลังจากที่เสริมหน้าอกเสร็จกลับมาบ้านเริ่มมีอาการบวม  สอบถามหมอบอกว่าไม่เป็นไร วันที่ไปคลินิกเพื่อคลายผ้าพันหน้าอกออก มีเจ้าหน้าที่ที่อยู่เคาน์เตอร์เป็นคนคลายผ้าไม่ใช่หมอหรือพยาบาล เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวดูแผลบอกว่าปกติ ตนรู้สึกว่ามันไม่ปกติ จากนั้นกลับตกกลางคืนพบว่าแผลเริ่มม่วงช้ำลามไปตามตัว บวมไปจนถึงอวัยวะเพศ  ผ่านไปไม่ถึงอาทิตย์เต้านมบวม  หมอบอกต้องเจาะเอาเลือดออก  โดยการเปิดแผลเอาซิลิโคนออกแล้วใช้มือกวาดเลือดออก 4-5 ถ้วยกาแฟ แล้วก็ยัดซิลิโคนอันเก่าเข้าไป พอกลับมาถึงบ้านมีอาการหน้ามืด มีเลือดและน้ำใส ๆ ไหลออกจากแผล  จึงตัดสินใจไปโรงพยาบาล หมอแจ้งว่าหน้ามืดเพราะเกิดจากความเข้มข้นของเลือดต่ำฉับพลันอันตรายถึงชีวิต แอดมิดนอนโรงพยาบาล 9 วัน 8 คืน  ตนไลน์ติดต่อคลินิกตั้งแต่เข้าโรงพยาบาล เขาบอกจะดูแลค่าใช้จ่ายให้ และจะออกค่านวดหน้าอกให้ 1 ครั้ง มูลค่า 900 บาท   ด้านนายรณรงค์ กล่าวว่า ตรวจสอบแพทย์ที่ศัลยกรรมผ่าตัดเสริมหน้าอกให้ผู้เสียหาย เบื้องต้นพบว่าเป็นแพทย์รักษาโรคทั่วไปไม่ใช่แพทย์เฉพาะทาง นอกจากนี้พบว่ามีผู้เสียหายหลายคนที่เข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอกกับแพทย์คนดังกล่าวแล้วหน้าอกเน่า อย่างไรก็ตามต้องตรวจสอบคลินิกว่ามีใบอนุญาตเปิดดำเนินการถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจะยื่นหนังสือให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ตรวจสอบต่อไป      โดย 10.00 น ของวันนี้ (28 พ.ย.) จะพาผู้เสียหายเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค  มีรายงานว่าจะมีผู้เสียหายรายใหม่ เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม  ก่อนจะลงพื้นที่ตรวจค้นคลินิกดังกล่าว  เอเจนซี่หรือผู้จัดการเซลล์หาลูกค้าให้คลินิก ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า ผู้เสียหายจองทำหน้าอกผ่านเซลล์ ตนก็เพิ่งทราบจากเซลล์ว่ามีเคสหน้าอกเน่า ซึ่งได้คุยกับผู้เสียหายแล้วบอกมีอะไรให้มาคุยกันพร้อมเคลียร์ ยินดีรับผิดชอบและขอโทษแทนหมอ  ส่วนใหญ่คนที่ไปทำหน้าอกไม่ได้ติดต่อมาหาตน จึงไม่ทราบว่าใครหน้าอกเน่าบ้าง     หากใครเสริมหน้าอกแล้วมีปัญหาก็จะให้รีบกลับมาที่คลินิกไม่ปล่อยทิ้งไว้นานจนเน่า อย่างไรก็ตามตนยังไม่ได้เจอผู้เสียหายจึงไม่รู้ว่าหน้าอกเน่าอย่างไร  เชื่อว่ายังไงหมอก็ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ อาจต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งเอเจนซี่และคลินิก แต่ที่คุยกันเบื้องต้นผู้เสียหายอยากแก้หน้าอกใหม่แต่ไม่อยากแก้ที่คลินิกเดิม ยืนยันคลินิกเปิดดำเนินการถูกต้อง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SdvBUHUCluU

 3,067
ปากท้องร้องทุกข์
01 มิ.ย. 61

สาวร้องกองปราบ ถูกผู้กอง สภ.ราชบุรี ทำร้ายร่างกายพยายามข่มขืน ผ่านมากว่า 1 เดือน คดีไม่คืบ

สาวราชบุรี ร้องกองปราบ หลังถูกตำรวจยศร้อยตำรวจเอก ทุบตี พยายามข่มขืน เกรงกลัวอิทธิพลข่มขู่ ข้อมูลทราบว่ามีตำรวจคนดังกล่าวเคยทำร้ายผู้หญิงมาแล้ว 3-4 ราย   ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม นำสาวราชบุรี ผู้เสียหายจากการถูกนายตำรวจ ยศร.ต.อ. สังกัดสภ.เมืองราชบุรี ใช้กลอุบายหลอกลวงทุบตีจนบาดเจ็บสาหัส เพื่อพยายามข่มขืนทารุณกรรมทางเพศ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียน พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม ที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยดำเนินคดีและจับกุมนายตำรวจคนดังกล่าว เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพล    ผู้เสียหาย ระบุว่ารู้จักกับร้อยเวรนายนี้จากการแจ้งความดำเนินคดีในคดีหนึ่ง โดย 27 เมษายน 2561 ตำรวจนายนี้ได้เชิญตนเองมาที่สถานีตำรวจ โดยได้ใช้กลอุบายอ้างว่าจะให้คำแนะนำเกี่ยวคดีความ เมื่อมาถึงนายตำรวจคนดังกล่าวได้ข่มขู่ขอกุญแจรถ และทำร้ายร่างกาย ก่อนจะบังคับให้ตนเองไปนั่งฝั่งข้างคนขับ แล้วขับรถไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี เพื่อหวังจะข่มขืน และ มีการกักขังหน่วงเหนี่ยว กระทั่งมีพนักงานโรงแรมเข้ามาช่วยเหลือ ตนเองจึงไปแจ้งความที่ สภอ.ราชบุรี แต่ผ่านมากว่า 1 เดือนคดีไม่มีความคืบหน้า และตนเองก็ถูกตำรวจยศร้อยตำรวจเอกคนดังกล่าวข่มขู่ ให้ถอดแจ้งความ    วันนี้ตนเองจึงเข้ามาร้องเรียนที่กองปราบ เพื่อขอความเป็นธรรม นอกจากนี้ตนเองทราบว่า ร.ต.อ.คนดังกล่าวมีประวัติเคยทำร้ายผู้หญิงได้รับบาดเจ็บคล้ายตนเอง 3-4 ราย ซึ่งคิดว่าตนเองเป็นรายล่าสุด และอยากให้คดีนี้เป็นตัวอย่างของสังคมต่อไป    ขณะที่ทนายรณณรงค์ ระบุว่า อาการล่าสุดของผู้เสียหายรายนี้ บริเวณศรีษะด้านซ้ายมีรอยช้ำ และ แก้วหูได้รับการกระทบกระเทือนไม่สามารถใช้การได้ จากการตรวจสอบร้อยตำรวจเอกคนดังกล่าวยังคงทำงานตามปกริในสภอ.ราชบุรี อยู่ซึ่งไม่ได้รับโทษแต่อย่างใด ตนเองเกรงว่าตำรวจรายนี้จะเข้ามายุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และ ข่มขู่พยาน พร้อมเกรงว่าผู้เสียหายจะไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยวันนี้ได้เดินทางมาขอคุ้มครองพยานด้วย  

 4,010

Top