ค้นหา :

ผลการค้นหา "ธรณ์ธำรงนาวาสวัสดิ์"

สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ย. 62

อยู่ยากแล้ว! พบไมโครพลาสติก ในท้องปลาทูทะเลไทย คนกินเสี่ยงเป็นโรคตาม

มีข้อมูลน่าตกใจของปลาทูในทะเลไทย เมื่อแฟนเพจ ReReef เผยแพร่การศึกษาไมโครพลาสติกในปลาทู ของศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ จ.ตรัง บริเวณเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม   พบว่าปลาทูขนาดน้ำหนักเฉลี่ย 66.53 กรัม ความยาวมาตรฐานเฉลี่ย 17.46 เซนติเมตร มีไมโครพลาสติกในกระเพาะของปลาทูเฉลี่ย 78.04 ชิ้นต่อตัว ประกอบไปด้วยลักษณะที่เป็นเส้นใย แท่งสีดำ และกลิตเตอร์ ซึ่งลักษณะของไมโครพลาสติกที่พบมากที่สุดคือ ชิ้นสีดำ ด้วยค่าร้อยละ 33.96   ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า พลาสติกในท้องปลาทูมาจากถุงพลาสติกจากใต้ทะเล ถุงกร่อนแตกตัวเป็นไมโครพลาสติก ลอยขึ้นไปอยู่ในน้ำ    เมื่อปลาทูกินแพลงก์ตอนในน้ำ ก็กินไมโครพลาสติกเข้าไปด้วย จากนั้นก็ไปอยู่ในท้อง บางส่วนสลายตัวกลายเป็นนาโนพลาสติก เข้าสู่กระแสเลือดและเนื้อเยื่อปลาได้ หากเรากินสัตว์น้ำเหล่านี้เข้าไป ก็อาจเป็นสาเหตุเสี่ยงต่อหลายโรค ตามที่องค์การอนามัยโลกเคยเตือนไว้   ดังนั้นการเก็บขยะทะเลจึงเป็นส่วนช่วยลดไมโครพลาสติกโดยตรง และทางที่ดีคือการลดใช้และไม่ทิ้งพลาสติกในทะเล เพื่อความปลอดภัยของทุกชีวิตในทะเล  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9_R9AjKDSuE

 8,986
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ค. 62

ปลาวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ตายเกลื่อน 'ดร.ธรณ์' เผยปลาเยอะอากาศร้อน แนะเพิ่มออกซิเจนในน้ำ

ทีมข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนว่าปลาในบึงน้ำวัดพระศรีมหาธาตุ เขตบางเขน กทม. ตายเกลื่อนส่งเหม็นคลุ้ง คาดว่าเกิดจากอากาศร้อนจัดและน้ำเน่าเสีย จนพระวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เข้าไปดูแลเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว ไม่งั้นปลาอาจตายหมด     จากการลงพื้นที่พบว่า วัดพระศรีมหาธาตุฯ มีบึงน้ำ 2 บึง แต่ละบึงมีปลาจำนวนมาก เช่น ปลาดุก ปลาสวาย  ปลาบึก ปลามังกร รวมถึงเต่า จากการสำรวจพบปลาจำนวนหนึ่งตายเกลื่อน ลอยขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นส่วนใหญ่เป็นปลาดุก ปลาที่ยังไม่ตายตอดกินซากกันเอง ส่วนน้ำเป็นสีเขียวเน่าเสีย และมีเศษขยะลอยอยู่ในบึงทั้ง 2 แห่ง ขณะที่ประชาชนพากันมาให้อาหารปลาตลอดทั้งวันทั้ง อาหารเม็ด ขนมปัง โดยมีคนนำขายอยู่รอบบึง    พระครูปลัดเวชพิสิฐ วราสโย พระลูกวัดพระศรีมหาธาตุ  ระบุว่า  ปลาในบ่อค่อยข้าง เยอะ ส่วนหนึ่งมีคนนำมาปล่อยเพื่อสะเดาะเคราะห์ ที่ผ่านมากรมประมงได้มาตักปลาที่มีชีวิตออกไปแล้วบางส่วน โดยนำไปปล่อยในแหล่งน้ำจืดต่าง ๆ ที่มีน้ำไหล ส่วนที่ปลาตายทุกวัน เพราะออกซิเจนในน้ำน้อย อากาศร้อนเวลาฝนตกทำให้ปลาปรับตัวไม่ทันน็อคตาย กังหันน้ำที่มีอยู่ใช้งานไม่ได้ นอกจากนี้ไม่สามารถระบายน้ำในบึงได้ เดิมมีท่อแต่เกิดการอุด ตันทำให้น้ำไม่ไหล  วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล เพราะอยากให้ปลาอยู่รอด   ด้าน ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้ปลาตามบ่อน้ำต่าง ๆ ตายในช่วงนี้มีหลายสาเหตุ 1.จำนวนปลาในบ่อหนาแน่นเกินไป บางคนนำปลาไปปล่อยในบ่อที่ไม่มีน้ำไหลหรือที่เรียกว่าบ่อปิด 2.การให้อาหารเยอะไป  หากปลาไม่กินก็จะทำให้น้ำเน่า เพราะเมื่อย่อนสลายเกิดแพลงก์ตอน ตะไคร่น้ำเพิ่มขึ้นน้ำ  กลายเป็นสีเขียวจนน้ำเน่าและออกซิเจนก็จะหมดไป 3.อากาศที่ร้อนจัดทำให้ออกซิเจนในน้ำน้อยลง สิ่งที่เห็นคือปลาว่ายน้ำขึ้นมาผิวน้ำอ้าปากพะงาบ ๆ เนื่องออกซิเจนใต้น้ำไม่เพียงพอ  บางตัวทนไม่ไหวก็ตายก็ยิ่งทำให้น้ำเน่า    ส่วนการแก้ไขมีทางเดียวกคือ ต้องรีบตักปลาที่ตายออกให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้น้ำเน่า หากปลาเยอะไปต้องตักออกไปไว้แหล่งน้ำจืดอื่น สำหรับวัดพระศรีมหาธาตุ ปีก่อนเคยตักปลาที่มีชีวิตออกไปไว้ตามแหล่งน้ำอื่นแล้ว  แต่เนื่องด้วยคนนำปลามาปล่อยเพื่อทำบุญจึงทำให้ปลาเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นตามวัดใหญ่ๆ ที่มีสระน้ำที่มีคนไปปล่อยปลาเยอะๆ จะต้องดูแลเป็นอย่างดี  อาจประสานกรมประมงเข้าไปช่วยเหลือ   รวมถึงควบคุมการให้อาหาร บางวัดมีคนนำอาหารปลามาบริจาคหลายตันเพื่อทำบุญซึ่งเป็นตัวเร่งทำให้ปลาตาย และในน้ำต้องไม่มีขยะและใช้กังหันตีน้ำเพิ่มออกซิเจนโดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน ต้องบริหารจัดการร่วมการเพื่อให้การทำบุญไม่เป็นบาป  แต่วัดไหนที่มีบ่อปลาก็ควรหาวิธีจัดการด้วย จะอาศัยหน่วยงานเข้าไปดูแลอย่างเดียวคงไม่ได้    “ถ้าน้ำเน่าปลาชนิดไหนก็ตายหมด จะทยอยตาย อย่างที่วัดพระศรีมหาธาตุ จะเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นปลาดุก เพราะมันอยู่หน้าดิน ออกซิเจนเวลาลดต่ำหน้าดินก็จะหมดก่อน บนผิวน้ำยังมีอากาศถ่ายเทเพราะออกซิเจนอยู่ข้างบน ดังนั้นปลาดุกจึงตายเกลื่อนอย่างที่เห็น รวมถึงปลาที่อ่อนแอ เช่น ปลาใน”     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BFIa9jxjZug

 1,481
สังคม-อาชญากรรม
05 มี.ค. 62

รายการอาหารแจงดราม่าปลากระเบนนก มีขายตามท้องตลาด นักอนุรักษ์ชี้แม้ไม่ผิด กม.แต่ก็ไม่ควร

จากประเด็นดราม่าเมื่อรายการแข่งขันทำอาหารชื่อดัง ได้เลือกวัตถุดิบ เป็นปลากระเบน โดยให้ผู้เข้าร่วมแข่งขันรายการ นำปลากระเบน มาทำเป็นเมนู เพื่อเฟ้นหาคนที่จะเข้ารอบต่อไป จนเกิดเสียงวิจารณ์ในโลกออนไลน์   ต่อมาทางรายการได้ชี้แจงว่า "ในการนำเสนอวัตถุดิบปลากระเบน ในรายการมาสเตอร์เชฟประเทศไทยในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ปลากระเบนดังกล่าวคือ ปลายี่สน หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ปลากระเบนเนื้อดำ หรือปลากระเบนค้างคาว ถือเป็นวัตถุดิบพื้นบ้านที่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารในหลากหลายเมนู อาทิ  ปลายี่สนฟู  ปลากระเบนดำแดดเดียว ต้มยำเนื้อปลากระเบนดำ    โดยเฉพาะปลากระเบนหวาน ซึ่งมีขายแพร่หลายตามท้องตลาด รวมทั้งใน Website Shopping Online ทั่วไป อีกทั้งยังเป็นส่วนประกอบของอาหารไทย อาทิ ข้าวแช่โดยเป็นเครื่องข้าวแช่ที่เรียกว่า ปลายี่สนผัดหวาน ในปัจจุบันเมนูดังกล่าวยังติดอันดับ OTOP 5 ดาว ของจังหวัดเพชรบุรี อีกด้วย   ในความเป็นจริงแล้ว ปลายี่สน หรือปลากระเบนเนื้อดำนี้ ได้ถูกนำเสนอในรายการอาหารทางโทรทัศน์หลากหลายช่องมาโดยตลอด รายการมาสเตอร์เชฟ ประเทศไทยมิใช่รายการแรกที่นำเสนอวัตถุดิบชนิดนี้ ทางรายการฯ มีจุดยืนในการนำเสนอวัฒนธรรมการรับประทานอาหารและให้ความรู้ด้านต่างๆ ในการประกอบอาหาร   วัตถุดิบที่ใช้ในการถ่ายทำแต่ละครั้งคือวัตถุดิบทั่วไปที่ใช้ในการประกอบอาหารจริงและหาซื้อได้ในท้องตลาด รายการฯ ไม่มีนโยบายในการนำสัตว์ต้องห้ามมาเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร ดังนั้นหากมีวัตถุดิบพิเศษ ทางรายการจึงยึดพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เป็นบรรทัดฐานในการตรวจสอบทุกครั้ง     สุดท้ายนี้ ทางรายการขอขอบคุณทุกความคิดเห็น และจะนำข้อคิดต่างๆ ไปพัฒนารายการต่อไป"   ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า สถานะของกระเบนนกกับเต่ามะเฟืองนั้น ถือว่าเป็นสัตว์อนุรักษ์ที่ใกล้สูญพันธุ์เหมือนกัน แม้จะพบเจอแต่ก็น้อยมากในท้องทะเลไทย สำหรับกระเบนนกยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองในไทย ซึ่งการที่จะออกกฎหมายคุ้มครองสัตว์หายากทุกชนิดนั้น ต้องใช้เวลาและกระบวนการ อย่างไรก็ตามส่วนตัวไม่เคยเห็นว่ามีการเพาะเลี้ยงหรือเพาะพันธุ์กระเบนนกตามหลักประมงสัตว์น้ำแบบครบวงจรแต่อย่างใด   นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า การที่คนอยากทาน หรือชอบทานอะไรถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่กรณีที่เป็นรายการอาหาร ย่อมมีการโน้มน้าวหรือกระตุ้นให้คนอยากทานอาหารประเภทนั้นๆ ได้ ตามที่รายการระบุว่า เป็นปลายี่สน หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ปลากระเบนเนื้อดำ หรือปลากระเบนค้างคาว ซึ่งก็เป็นปลากระเบนนกด้วยเช่นกัน   ตามข้อมูลของสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือไอยูซีเอ็น จัดให้ปลากระเบนนกอยู่ในบัญชีแดง หรือเป็นสัตว์ที่ถูกคุกคาม หรือใกล้สูญพันธุ์ แต่ปลากระเบนนกยังไม่ได้ถูกจัดให้เป็นสัตว์สงวนและคุ้มครองของไทย การที่รายการอาหารนำปลาชนิดนี้มาให้ผู้แข่งขันทำอาหารจึงไม่ผิดกฎหมาย แต่มีความเหมาะสมหรือไม่   ด้านรองศาสตราจารย์สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ บอกว่า ปลากระเนมีหลายชื่อ ทั้งปลายี่สน กระเบนนก กระเบนค้างคาว เป็นหนึ่งในสัตว์ทะเลหายาก ปกติถ้าติดมากับอวนชาวประมง จะขอความร่วมมือให้ปล่อยกลับสู่ทะเล เพราะมันใกล้สูญพันธุ์ ชาวประมงก็ร่วมมือ แต่บางครั้งถ้ามันตายก็จะนำมาขาย ซึ่งข้อติดขัดทางกฎหมาย ทำให้กระเบนไม่ได้รับการคุ้มครอง การนำมาเลี้ยงหรือเพาะพันธุ์เป็นเรื่องยาก ต้องปล่อยให้โตตามธรรมชาติเท่านั้น   ในมุมของดาราหนุ่ม ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย ที่รักการดำน้ำ ได้โพสต์ไอจีแสดงความคิดเห็นว่า   “สำหรับนักดำน้ำคนที่รักทะเลกระเบนเป็นสัตว์ชนิดนึงที่สวยงามและใกล้จะสูญพันธุ์ ทุกอย่างเคยมีเยอะจนกระทั่งมนุษย์เลือกที่จะกินสิ่งมีชีวิตเกือบทุกอย่าง ( หมู เห็ด เป็ด ไก่ ก็น่าจะพอแล้ว ) #อยากแปลกไม่เเ-กคนละครับ บางชนิดเราก็ยังหากินกันได้ ถ้ามันมีเยอะถ้ากระกระเบนมันล้นโลกก็จับมากินกันเถอะครับเพื่อรักษาสมดุล”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6RygLco2t_I

 7,250
แชร์ออฟเดอะเดย์
04 มี.ค. 62

ดราม่า! รายการทำอาหารดัง ใช้ปลากระเบนนกทำวัตถุดิบ 'อ.ธรณ์' ชี้เป็นสัตว์หายากของทะเลไทย

เกิดประเด็นดราม่าเมื่อรายการแข่งขันทำอาหารชื่อดัง ได้เลือกวัตถุดิบ เป็นปลากระเบน โดยให้ผู้เข้าร่วมแข่งขันรายการ นำปลากระเบน มาทำเป็นเมนู เพื่อเฟ้นหาคนที่จะเข้ารอบต่อไป   เมื่อออกอากาสไปได้เกิดกระแสวิจารณ์ถึงที่มาของปลากระเบนดังกล่าวว่า เป็นวัตถุดิบที่ได้มาจากแหล่งใด เนื่องจากปลากระเบนนั้น เป็นสัตว์ที่เรียกว่า เริ่มหายากในท้องทะเล แม้จะไม่ได้เป็นสัตว์คุ้มครอง แต่ก็เป็นสัตว์ที่ควรอนุรักษ์ไว้ อย่างไรก็ตาม มีความคิดเห็นอีกส่วนว่า ปัจจุบันปลากระเบนเริ่มเพาะได้ในฟาร์ม ทั้งในบ่อและในตู้ จึงขอรอฟังคำชี้แจงจากรายการอีกครั้ง   ด้านอาจารย์ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กในเรื่องดังกล่าวว่า     “บอกตามตรงว่าผมเหนื่อยมากครับโดยเฉพาะวันนี้ เป็นวัน world wildlife day วันที่คนทั้งโลกหันมาดูแลสัตว์ป่าสัตว์ทะเล แคมเปญประจำปีนี้ยังเน้นสัตว์ทะเลหายาก อีกทั้งลูกเต่ามะเฟืองเพิ่งออกจากไข่ไปเมื่อคืน ความรู้สึกยินดียังมีอยู่เต็มเปี่ยม ก่อนจะมาเห็นภาพเช่นนี้   กระเบนนกเป็นสัตว์หายากของทะเลไทย บางคนดำน้ำกันหลายปี ยังไม่เคยเจอสักตัว เราเคยพยายามผลักดันให้เป็นสัตว์คุ้มครอง แต่ยังติดขัดอยู่บางประการ   เพราะฉะนั้น ยังไม่ผิดกฎหมาย แต่โลกยุคนี้ เพียงคำว่าผิดหรือไม่ผิดกฏหมาย อาจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเมืองไทย เมืองที่ผู้คนกำลังรักทะเลมากมาย อยากขอร้องว่า ช่วยกันบ้างเถิดครับ ช่วยกันรักทะเลบ้างเถอะครับได้โปรด…” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fW-T-n4pZQM

 49,073
ข่าวภูมิภาค
04 ม.ค. 62

'อ.ธรณ์' เตือน 'พายุปาบึก' ทำฝนตกลมแรงติดต่อกันนาน ไม่ได้มาแรงจบไวเหมือน 'พายุเกย์'

ความคืบหน้าพายุโซนร้อนปาบึก จ่อขึ้นฝั่งถล่มหลายจังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง และลมกระโชกแรง ในช่วงวันที่ 3-5 ม.ค.2562 นี้ โดยมีทิศทางขึ้นฝั่งที่ จ.นครศรีธรรมราช เป็นที่แรก   ด้านดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ Thon Thamrongnawasawat เกี่ยวกับกรณีการเกิดพายุปาบึกว่า พายุปาบึกจะเริ่มเข้าไทยตั้งแต่เย็นนี้ จึงขอสรุปข้อมูลให้เพื่อนเข้าใจ ตลอดจนไทม์ไลน์ของพายุในช่วงวันที่ 3-4 ม.ค. ข้อมูลที่ผมสรุปมา เกิดจากการพูดคุยกับท่านโฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงการดูจากโมเดลต่างๆ ที่ตอนนี้ผลค่อนข้างใกล้เคียงกัน   รายละเอียดมีดังนี้ ในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา พายุใหญ่ๆ ของไทยมี 4 ลูก ได้แก่ แฮเรียต (แหลมตะลุมพุก) ไต้ฝุ่นเกย์ ไต้ฝุ่นลินดา และปาบึก ในจำนวนนี้ ไต้ฝุ่นเกย์แรงและสร้างความเสียหายมากที่สุด ปาบึกเป็นพายุโซนร้อน แรงลมน้อยกว่าพายุเกย์เยอะ แต่ฝนอาจตกหนักติดต่อกันนาน เพราะปาบึกเคลื่อนที่ช้า ผิดจากเกย์ที่มาเร็ว       จากลินดามาถึงปาบึก เป็นเวลากว่า 20 ปี (ลินดา 2540) เราจึงอาจไม่คุ้นเคยกันเรื่องพายุในอ่าวไทย จึงเกิดความกังวลอยู่บ้าง พายุปาบึกมีแนวพัดไล่มาตามชายฝั่ง จากใต้ขึ้นเหนือ ผลกระทบเรื่องคลื่นลมจะเป็นตลอดชายฝั่งทะเลภาคใต้ตอนล่าง (นรา-สุราษฎร์) ผลกระทบจากฝนที่ตกสะสมตัวกันนาน จะเป็นเขตภาคใต้ จากตอนล่างขึ้นมาจนถึงชุมพรและประจวบ (ไม่รวมอันดามัน ยกเว้นระนอง)   ก่อนหน้าพายุเข้า ลมอาจนิ่ง คลื่นอาจไม่แรง ตามข่าวที่รายงานจากหลายพื้นที่ว่ายังไม่แรง นั่นเป็นเพราะพายุยังมาไม่ถึง อย่าประมาท เมื่อพายุเข้า ลมจะแรงขึ้นมากและแรงติดต่อกันนาน ข้อมูลจากกรมอุตุฯ บอกว่าอาจถึง 60-80 กม./ชม. (ลมเฉลี่ย) และบางจังหวะจะมีลมกระโชกที่แรงเกิน 100 กม./ชม. เนื่องจากปาบึกเคลื่อนที่ช้า ฝนจะตกหนักและลมแรงติดต่อกันหลายชั่วโมง ไม่ใช่มาแรงมากแค่วูบเดียวเหมือนพายุเกย์ (มาเร็วแรงและผ่านไปเร็วครับ)   เมื่อพายุใกล้ฝั่ง อาจเกิดสตอร์ม เซิร์จ เซิร์จอาจดึงน้ำสูงขึ้น 1-2 เมตร ยิ่งหากเข้ามาตอนน้ำขึ้นสูง อาจมีภาวะน้ำทะเลท่วมทะลักฝั่งในบางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มชายฝั่ง พื้นที่อ่าวต่างๆ อาจโดนลมพัดน้ำเข้าไปอัด เกิดน้ำสูงขึ้นได้ ควรระวังเช่นกัน ช่วงที่ต้องระวังคลื่นใหญ่คือชายฝั่งนคร (ไม่ใช่เฉพาะตะลุมพุก) ในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 4) อาจมีคลื่นสูงถึง 5 เมตร   นอกจากนี้ ดร.ธรณ์ ยังระบุถึงไทม์ไลน์ ตามแนวพายุปัจจุบัน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้แต่ไม่มาก ว่าช่วงเย็นวันที่ 3 ม.ค. ฝนที่ตกในภาคใต้ตอนล่าง จะตกไปเรื่อยๆ และตกหนักขึ้นในคืนนี้ ก่อนเริ่มเบาและหมดในวันเสาร์ อีกทั้งค่ำวันนี้คลื่นและลมชายฝั่งนราจะเริ่มแรง ฝนจะเริ่มตกหนัก ส่วนเที่ยงคืนวันนี้ คลื่นและลมแถวปัตตานีจะแรงขึ้น ฝนจะตกหนักติดต่อกัน ลมฝนแถวสงขลาจะแรงขึ้น   ส่วนเช้าวันที่ 4 ม.ค. พายุจ่ออยู่ใกล้สงขลา ฝนและลมแรง คลื่นแรง พรุ่งนี้เที่ยง พายุเข้าใกล้ฝั่งนคร ลมแรงคลื่นแรง (สูง 5 เมตรไม่รวมเซิร์จ) ระวังน้ำทะเลไหลทะลักเข้าฝั่งในที่ลุ่มต่ำ พรุ่งนี้ ค่ำ สุราษฎร์จะได้รับผลกระทบ ขึ้นกับว่าพายุจะเคลื่อนเข้าฝั่งแถวไหน ชุมพร ระนอง ฝนเริ่มตก เรื่อยไปทั้งคืน   ทั้งนี้ ในวันที่หนักสุดคือวันที่ 4 ม.ค.นี้ บริเวณชายฝั่งนครครับ แต่ใกล้เคียงก็โดนบ้าง เราคงต้องติดตามข้อมูลทุกด้านอย่างใกล้ชิดต่อไป เพราะอาจมีความเปลี่ยนแปลงเกิดได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rN_Z4ykH9Oo

 7,001
สังคม-อาชญากรรม
24 ธ.ค. 61

'อ.ธรณ์' วิเคราะห์สึนามิอินโดฯ คลื่นซัดไม่รู้ตัว ภูมิประเทศซับซ้อน ระบบเตือนไม่ทัน ยันไทยแจ้งเตือนล่วงหน้าได้

คืบหน้าคลื่นสึนามิซัดถล่มชายหาดที่อินโดนีเซีย บริเวณช่องแคบซุนดา ระหว่างเกาะสุมาตราและเกาะชวา หลังจากภูเขาไฟอานัคกรากะตัวปะทุ ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 222 คนและบาดเจ็บอีกกว่า 800 คน สูญหายอีกจำนวนมาก   ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไดเโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวว่า ปีนี้อินโดนีเซียโดนสึนามิ 2 ครั้ง หนแรกเกิดจากแผ่นดินไหว มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 800 ราย   หนที่สองคือครั้งนี้เกิดจากภูเขาไฟระเบิด ซึ่งอาจทำให้เกิดแลนด์สไลด์ใต้ทะเล ที่น่าสนใจคือ สึนามิทั้ง 2 ครั้ง ไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ไม่ใช่เพราะระบบแจ้งเตือนมีปัญหา แต่มันมีหลายสาเหตุ   1. สึนามิทั้ง 2 ครั้ง ไม่ได้ส่งผลรุนแรงเป็นวงกว้าง แต่เกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้กับจุดเกิดแผ่นดินไหว/ภูเขาไฟระเบิด คลื่นสึนามิเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง (800 กม./ชม.) ทำให้เข้าฝั่งก่อนแจ้งเตือนทัน เช่น ในกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้น จากภูเขาไฟอานัคการากาตัวไปถึงชายฝั่งรอบช่องแคบซุนดา ระยะทางเพียงไม่กี่สิบกิโลเมตร   2. สภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อน อาจทำให้เกิดสึนามิโดยที่ระบบแจ้งเตือนไม่สามารถวิเคราะห์ได้ เช่น ครั้งที่เกิดช่วงเดือน ต.ค. หนนี้ก็เช่นกัน หากดูแผนที่จะเห็นว่าซับซ้อนมาก ทั้งแหลม ทั้งเกาะ ทั้งช่องแคบ มีอยู่เต็มไปหมด เป็นพื้นที่แห่งเดียวกับที่เคยเกิดมหาภัยพิบัติ 1883 ครั้งที่การากาตัวระเบิด ภูมิประเทศแบบนี้ ทำให้เกิดแรงบีบอัดน้ำบางจุด แต่บางจุดก็อาจไม่โดนหรือโดนน้อย ยากที่จะเจาะจงลงรายละเอียดได้   3. ปัจจุบัน ชายหาดส่วนใหญ่เริ่มกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและมีผู้คนอาศัย ผิดไปจากสมัยก่อน แม้แต่พื้นที่เคยโดนสึนามิ ก็ยังมีคนอาศัยเพิ่มมากขึ้น มีโรงแรมสำหรับผู้อยากไปเที่ยวดูภูเขาไฟการากาตัว อันเป็นตำนาน ยิ่งมีการปะทุเป็นระยะ ก็ยิ่งมีคนอยากดู   ทั้งนี้ ผศ.ดร.ธรณ์ ระบุอีกว่า เมื่อลองดูประเทศไทย จะเห็นว่าสภาพภูมิประเทศของเราต่างจากอินโดนีเซีย สำคัญสุดคือจุดกำเนิดสึนามิ ประเทศไทยไม่ได้มีภูเขาไฟในทะเลเหมือนอินโดนีเซีย ไม่มีการระเบิดแบบฉับพลัน ทำให้เราสามารถทราบก่อน ไม่เหมือนชาวอินโด หนล่าสุดที่คลื่นเข้ามาแบบไม่ทันรู้ตัว   โดยสรุป เมื่อดูจากจุดกำเนิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิด โอกาสที่เกิดสึนามิแบบรุนแรงจนสร้างความเสียหายใน "อ่าวไทย" นับว่ามีน้อยยิ่งนัก และเนื่องจากอยู่ไกลไปถึงอินโดนีเซีย เราจะทราบล่วงหน้าเป็นเวลานานนับสิบชั่วโมง จึงไม่ต้องตื่นตระหนก เมื่อได้ยินข่าวน้ำลดผิดปกติในอ่าวไทย เพราะเกิดขึ้นเป็นระยะ และไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสึนามิ ก่อนสึนามิเข้า น้ำลดต่ำจริง แต่น้ำลดเพราะคลื่นดูดน้ำไป ลดแค่ไม่กี่นาทีคลื่นก็เข้า ไม่ใช่ลดล่วงหน้ากันเป็น 2-3 ชั่วโมงจนเป็นข่าวหรือเป็นภาพในไลน์ส่งมาหาเราได้   ในกรณีทะเล "อันดามัน" เราคงต้องระวังนิด เพราะใกล้กับจุดเสี่ยงแผ่นดินไหว มากกว่าอ่าวไทย แต่เราจะทราบข่าวล่วงหน้าสักแป๊บ และหวังว่าจะมีการตรวจสอบและซักซ้อมระบบเตือนภัยทั้งในทะเลและบนบกอย่างมีประสิทธิภาพ   อย่างไรตาม แฟนเพจ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ระบุว่า เมื่อเวลา 13.00 น.ที่ผ่านมา เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 65 ราย บาดเจ็บกว่า 630 ราย โดยสึนามินี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ให้ติดตามข่าวจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uk6ETKcdjNs

 2,311
สังคม-อาชญากรรม
13 ธ.ค. 61

ทหารเรือฝึกรบพิเศษ ถูกปลาเต็กเล้ง พุ่งแทงคอ เลือดทะลักดับกลางทะเล ชี้เป็นเหยื่อรายแรกในไทย

ตราด-มีรายงานว่า จ่าโทเกรียงศักดิ์ เพ่งพานิช อายุ 22 ปี หรือ เบสท์ ทหารเรือสังกัด พัน.ส.พล.นย. ประสบอุบัติเหตุถูกปลาเต็กเล้งพุ่งชนบริเวณลำคอจนเสียชีวิต ขณะฝึกรีคอนในทะเล พื้นที่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด   ในระหว่างการฝึกต่อเนื่อง 60 ชั่วโมง เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา หลังจากเกิดเหตุเพื่อนนักเรียน ครูฝึก และ จนท.พยาบาล ได้ทำการปฐมพยาบาลในขั้นต้น และนำขึ้นรถชาวบ้านในพื้นที่และนำส่ง รพ.แหลมงอบ จ.ตราด และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา สาเหตุการเสียชีวิตในขั้นต้นที่แพทย์วินิจฉัย น่าจะเกิดจากเสียเลือดมาก   โดนเพื่อนทหารบอกว่า เหตุเกิดขณะกำลังฝึกภาคทะเลและจะหมดเขตการฝึกเมื่อวานนี้ (12 ธ.ค.)  แต่มาเกิดเหตุเสียก่อน โดยปลาตกใจพุ่งชนขาเพื่อนทหาร ก่อนจะแฉลบเข้าชน จท.เกรียงศักดิ์ ปากปลาแหลมคมปักเข้าบริเวณไหปลาร้าเป็นแผลลึก ทำให้เลือดไหลมาก กว่าจะนำเข้าฝั่งได้ต้องใช้เวลานานกว่าชั่วโมงดังกล่าว   ด้านแม่ผู้ตาย ซึ่งอยู่ในอาการเสียใจเป็นอย่างมากได้เอ่ยปากเมื่อเห็นศพลูกชายว่า “แม่จะอยู่กับใคร กลับบ้านเรานะลูก” ก่อนที่จะนำศพขึ้นรถ บำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไปที่อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี   โดยญาติผู้ตายเปิดเผยว่า แม่เคยขอร้องให้จ่าโทเกรียงศักดิ์ เลิกเป็นทหาร เพราะกลัวเคยประสบอุบัติเหตุมาแล้ว 1 ครั้ง ขณะฝึกซ้อม แต่จ่าโทเกรียงศักดิ์ ไม่ยอม อยากตามรอยพ่อที่เคยเป็นทหารเรือมาก่อนและเพิ่งเสียชีวิตไป   ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก ค่ายพักแรมกองพันทหารสื่อสาร ได้โพสต์ไว้อาลัยระบุว่า “…ไว้อาลัยแก่ Best น้องรัก… น้องเบสท์ เพื่อนเบสท์ น้องเบสท์ และครูเบสท์ ของนักเรียนค่ายพักแรม   วันนี้… น้องเบสท์ จ่าโท เกรียงศักดิ์ เพ่งพินิจ ได้จากพวกเราไปสู่สุขคติ ได้หลับอย่างสบายแล้ว จากไปในขณะปฏิบัติหน้าที่ของน้องอย่างเต็มที่ หน้าที่ที่น้องตั้งใจทำอย่างที่สุด จากความเหนื่อยที่สุด อดทนที่สุด ยากลำบากที่สุด ของชีวิตลูกผู้ชายที่ปรารถนาจะเดินตามรอย เป็นนักรบ Recon เยี่ยงพ่อของน้อง   กำเนิดเส้นทางของเบสท์ เบสท์เลือกที่จะเป็นนักรบ นาวิกเหมือนพ่อ ทหารนาวิกโยธิน แห่งกองทัพเรือ เบสท์เลือกที่จะเป็นทหารสื่อสาร และเบสท์เลือกจะเป็นนักรบนาวิกที่ดีงาม   น้องเบสท์ที่รู้จัก เป็นคนมีความตั้งใจดีมาก มีเป้าหมายที่ดีงาม เขารู้ตัวว่า เขาต้องทำอะไร เขาต้องดูแลใคร เขามีหน้าที่รับผิดชอบอะไร ดังนั้นในภาพที่เห็นชินตา จะเห็นความเป็นเบสท์คือ หน้าตายิ้มแย้ม เหนื่อยก็ยิ้ม ยุ่งยากก็ยิ้ม ตอนเจ็บก็ยังยิ้มเลย การพูดจาของเบสท์ เป็นคนที่พูดจาดีต่อผู้อื่นเสมอ และที่สำคัญคือน้ำใจ   สิ่งที่พบได้เสมอในชีวิตประจำวันที่ร่วมงานกับเบสท์คือความมีน้ำใจ เบสท์มีน้ำใจต่อผู้อื่นเสมอ เขาจะเป็นคนสังเกตคนอื่น เวลาเห็นคนอื่นทำอะไรอยู่วุ่นวาย เขาจะไม่ลังเลเลยในการเข้าไปช่วยเหลือในทุกอย่างที่ทำได้ อย่าได้หิ้วของพะรุงพะรังผ่านหน้าเบสท์เชียว เพราะเบสท์จะกระโดดเข้าไปหา ไปช่วยอย่างทันที   เป้าหมายที่เบสท์ออกไปทำเวลานี้ ไม่ใช่เพื่อตัวเองเลย แต่เป็นไปเพื่อคนที่เบสท์รัก แม้จะไม่ถึงฝั่งในวันนี้ แต่เท่าที่รู้มา สิ่งที่เบสท์ทุ่มเท จะได้ผลที่ดีตามมา   น้องอย่าได้กังวลนะ น้องทำได้ดีที่สุดแล้ว สิ่งที่เห็น ณ เวลานี้คือ มีคนรักเบสท์มากมาย มากมายจริงๆ และคนเหล่านี้ เขาจะร่วมมือกันช่วยเหลือครอบครัวของเบสท์เอง   ….หลับให้สบายนะเบสท์ น้องรัก…นักรบ Recon   ด้านอาจารย์ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ปลาเต็กเล้ง หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในนาม ปลากระทุงเหว จะมีหลายขนาดและหลายชนิด ซึ่งปลาเต็กเล้ง นับเป็นปลากระทุงเหวที่ใหญ่ที่สุด มีขนาดประมาณ 70-80 เซนติเมตร สามารถพบได้ทั่วไปในทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน   ปลากระทุงเหว เป็นปลาที่ว่ายน้ำเร็ว ตกใจง่าย เมื่อตกใจจะว่ายพุ่งพรวดออกไป แต่จะไม่จู่โจมหรือเข้ามาทำร้ายคน เพราะมันกลัวคนและจะว่ายหนีคน ปกติเราจะเจอปลากระทุงเหวเฉพาะที่ผิวน้ำ ไม่ค่อยว่ายลงไปข้างล่าง   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าใจว่าเป็นจังหวะที่เคราะห์ร้าย และเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นยากมาก คาดว่ามันอาจตกใจจากจุดหนึ่ง แล้วพุ่งเข้ามาชนทหารเรือรายดังกล่าวพอดี ขอประชาชนไม่ต้องกลัวหรือไปไล่ล่า เพราะมันไม่ได้ดุร้าย นักดำน้ำจะเจอกันเป็นประจำ    “ในต่างประเทศเคยมีรายงานการเสียชีวิตจากการจู่โจมของปลากระทุงเหว แต่นานมากแล้ว ส่วนในประเทศไทยอาจจะมีบาดเจ็บบ้าง แต่ยังไม่เคยพบรายงานการเสียชีวิต เชื่อว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นผู้เสียชีวิตรายแรกของประเทศไทย” อาจารย์ธรณ์เผย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vdaekyZzghI  

 113,400
แชร์ออฟเดอะเดย์
26 ก.ย. 61

หนุ่มโพสต์อวดจับ 'ปลาโรนิน' สัตว์คุ้มครอง เอาชิ้นส่วนทำเครื่องประดับ ชาวเน็ตสืบพบเป็นทหารเรือ

เพจเฟซบุ๊กอยากดังเดี๋ยวจัดให้ return ได้เผยภาพหนุ่มรายหนึ่ง โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพพร้อมกับข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า "ได้มาตัวนึงไม่กล้าไปแจ้งทำพรื้อดีนิ" ซึ่งเป็นภาพที่เจ้าตัวกำลังอุ้มปลาโรนินตัวหนึ่ง   นอกจากนี้ในคอมเม้นท์ยังได้มีการพูดคุยกับเพื่อนฝูง ว่าจะมีการแบ่งชิ้นส่วนต่างๆของปลาไปทำเครื่องประดับ ทำให้เรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นที่วิจารณ์ไปทั่วสังคมออนไลน์ จนชาวเน็ตต่างเข้าไปคอมเม้นท์ต่อว่า รวมทั้งได้มีการสืบประวัติ คาดว่าหนุ่มเจ้าของโพสต์ดังกล่าวนั้นเป็นทหารเรือ   ขณะที่ก่อนหน้านี้ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เคยโพสต์ข้อความถึงความสำคัญของปลาโรนินไว้ว่า เป็นปลาที่หายากมาก ทั้งชีวิตเคยเห็นใต้น้ำเพียงครั้งเดียว เมื่อถามนักดำน้ำด้วยกัน เท่าที่รู้ก็มีคนเคยเห็นเพียง 3-4 ราย และเป็นสมัยก่อนทั้งนั้น เพราะปัจจุบัน ปริมาณโรนินน้อยลงจนแทบไม่มีข้อมูล   ในยุคที่มีการผลักดันวาฬบรูด้าเป็นสัตว์สงวน เราก็ใส่ชื่อปลาโรนินในฐานะสัตว์คุ้มครอง และผ่านทุกกระบวนการในเวลาไม่ถึงปี ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย จนสามารถผลักดันจนผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสำเร็จ โดยมีการเห็นชอบให้ วาฬบรูด้า วาฬโอมูระ ฉลามวาฬ และเต่ามะเฟือง เป็นสัตว์สงวน และยังมีมติให้สัตว์ทะเลอีก 12 ชนิดเป็นสัตว์คุ้มครอง โดยมีโรนินเป็นหนึ่งในจำนวนนั้นเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 59 ที่ผ่านมา และแน่นอนว่ายังมีคนรักทะเลจำนวนมากกว่า 50,000 ราย ที่ลงนามเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการผลักดันครั้งนี้ พร้อมส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการต่อไป   ด้านนายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า 1 ก.ย.- 29 พ.ย.นี้ กรมประมงเปิดให้ขึ้นทะเบียนสัตว์น้ำ 12 ชนิด หลังถูกประกาศขึ้นบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยการแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราว ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง ขอให้ประชาชนที่ครอบครองพันธุ์สัตว์น้ำตามที่ประกาศในกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว ได้จัดเตรียมเอกสาร หลักฐานการได้มา ภาพถ่าย หรือสิ่งอื่นใดที่สามารถยืนยัน เพื่อนำมาแจ้งครอบครองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีปลาโรนินรวมอยู่ด้วย   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากความเชื่อเรื่องของกระดูกส่วนหลังหัวที่ยื่นออกมาจากหลังปลาโรนิน หรือ กระเบนท้องน้ำ บางคนก็เรียก คดกระเบน ที่ชาวใต้เชื่อในอิทธิฤทธิ์ว่า สามารถป้องกันผีพราย ป้องกันภัยทางน้ำ ป้องกันคุณไสย หรือ ป้องกันให้แคล้วคลาดจากพายุทั้งปวง ส่งผลทำให้ปลาชนิดนี้เป็นปลาหายาก เพราะมักถูกคนล่า เพื่อเอาหัวไปทำหัวแหวนหรือนำมาห้อยคอ เรียกกันว่าแหวนหัวกระเบน หรือ หลายๆ คนอาจเรียกแหวนโรนัน   ดังนั้นหากใครมีในครอบครองต้องแจ้ง โดยกรมประมงได้เปิดรับแจ้ง ผู้มีแหวนหัวกระเบน หรือ ส่วนหนามบนหัวปลาโรนินให้แจ้งครอบครองตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.-29 พ.ย.นี้ โดยวันที่ 29 พ.ย.2561 ถือเป็นวันสุดท้ายของการรับแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราว หรือ ผู้ครอบครองแหวนหัวกระเบนท้องน้ำ หากไม่แจ้งมีโทษปรับ 40,000 บาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TIsSQqqiAtk

 7,058
ข่าวภูมิภาค
22 มิ.ย. 61

ชาวบ้านแตกตื่น น้ำทะเลแหลมสมิหลาลดฮวบ นักวิชาการชี้เป็นปรากฏการณ์น้ำลงช่วงมรสุม ไม่อันตราย

สงขลา-จากกรณีชาวบ้านแชร์ภาพ ปรากฏการณ์น้ำทะเลในอ่าวไทยบริเวณชายหาดชลาทัศน์ หรือที่ชาวบ้านปักษ์ใต้เรียกกันว่า แหลมสมิหลา โดยเฉพาะหน้าฐานทัพเรือภาคที่ 2 สงขลา ลดลงต่ำมากผิดปกติ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีการส่งต่อไปกันไปในโลกโซเชียลเป็นจำนวนมาก ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ร่ำลือ กันไปต่างๆ นานา ตามความเชื่อ บ้างก็ว่าจะเกิดสึนามิ หรือจะเกิดภัยร้ายแรงธรรมชาติ   ด้านอาจารย์ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง ศูนย์เรียนรู้วิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า จากปรากฏการณ์น้ำทะเลในอ่าวไทยลดลงอย่างผิดปกติเกิดจากเหตุการณ์ทางธรรมชาติที่เสริมกัน 2 เหตุการณ์   คือ เป็นช่วงน้ำเกิด คือ น้ำในช่วงข้างขึ้น 1-3 ค่ำเดือน 8 ทำให้เวลาเกิดน้ำลง น้ำจะต่ำลงมาก ปรากฏที่สองคือ มรสุมตระวันตกเฉียงใต้กำลังแรงเป็นตัวดันน้ำออกจากชายฝั่งอ่าวไทยตั้งแต่จังหวัด นราธิวาส ถึงชุมพร ทำให้น้ำทะเลในอ่าวไทยลดลงต่ำมากกว่าปกติ ซึ่งไม่เหตุการณ์ร้ายๆ ไม่มีลางบอกเหตุภัยธรรมชาติรุนแรง ส่วนการกรมเจ้าท่านำเรือดูทรายเพื่อถมชายหาดชลาทัศน์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์นี้   ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม อธิบายว่าปรากฏการณ์น้ำลงต่ำในอ่าวไทยยังเกิดต่อเนื่อง ผมจึงนำแผนที่ของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ มาให้ดูกันชัดๆ เพื่อช่วยอธิบาย เราจะได้ไม่ตื่นตระหนกหรือเข้าใจผิดว่าเป็นสัญญาณเตือนภัยพิบัติโน่นนี่   แผนที่มีสีต่างๆ นั่นคือสีของระดับน้ำ ดูเสกลสีข้างล่างได้ว่าระดับน้ำทะเลเฉลี่ยสูงหรือต่ำแค่ไหน หากดูฝั่งอันดามัน เราจะเห็นสีส้มตรงชายฝั่ง เทียบจากสเกล จะเห็นว่าน้ำสูงกว่าปกติ   หากดูอ่าวไทยฝั่งตะวันตก จะเห็นสีเขียวเข้มตลอดชายฝั่ง เช่น ประจวบยาวไปจนสุดชายแดน เมื่อเทียบจากสเกลจะเห็นว่าตัวเลขติดลบ หมายความว่าระดับน้ำเฉลี่ยต่ำกว่าปรกติ อาจจะถึง 50 เซนติเมตร   แผนที่มีคำว่า surge หมายถึงเกิดจากแรงลม ช่วงนี้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดเข้าเมืองไทย ลมมรสุมพัดเข้าอันดามัน ดันน้ำมากองริมชายฝั่ง น้ำย่อมสูงกว่าปกติ   ลมมรสุมพัดข้ามแผ่นดินภาคใต้ เข้ามาในอ่าวไทย ผลักน้ำออกไปจากชายฝั่ง ทำให้ระดับน้ำเฉลี่ยต่ำกว่าปกติ นอกจากแรงลมแล้ว ระดับน้ำยังมีขึ้นลงเป็นประจำทุกวัน ซึ่งมากน้อยต่างกันไปในรอบเดือน   ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เป็นช่วงที่น้ำลงต่ำเป็นพิเศษของรอบเดือนนี้ ประจวบกับแรงลมมรสุม ทำให้น้ำที่ลงต่ำอยู่แล้ว ลดต่ำลงไปอีก ปะการังอยู่ริมฝั่ง ย่อมโผล่พ้นน้ำมามากกว่าปรกติ ติดต่อกันเป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง   แต่ถ้าถามว่าปะการังเป็นอะไรไหม ? คำตอบคือไม่เป็น   ปะการังและสิ่งมีชีวิตริมฝั่ง อยู่ในเขตน้ำขึ้นน้ำลงอยู่แล้ว จึงมีการปรับตัวตามธรรมชาติ สามารถทนต่อการโผล่พ้นน้ำได้ในระดับหนึ่ง   จึงอยากเน้นย้ำว่า นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดได้ แม้อาจไม่เป็นประจำทุกเดือน เพราะต้องเป็นจังหวะที่ลมแรงมาตอนที่น้ำลงต่ำสุดในรอบเดือน จึงจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เมื่อลมมรสุมอ่อนกำลังลงในเดือนกันยา ลักษณะเช่นนี้ก็จะหมดไปครับ ขอบคุณแผนที่จากกรมอุทกศาสตร์ครับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/P2cfjV3LuK4

 5,219
แชร์ออฟเดอะเดย์
01 มิ.ย. 61

วางแผนช่วย ฉลามวาฬมีเชือกผูกติดปลายหาง ว่ายวนใกล้แท่นขุดเจาะน้ำมันอ่าวไทย

ผู้ใช้ Facebook สิทธิโรจน์ แก้วหนองเสม็ด โพสต์เฟซบุ๊กพบฉลามวาฬ ขนาดใหญ่ ประมาณ 4-5 เมตร ใกล้แท่นขุดเจาะปิโตเลียมแห่งหนึ่งฝั่งอ่าวไทย ห่างจากชายฝั่งทะเล จ.นครศรีธรรมราช ประมาณ 200 กิโลเมตร บริเวณหางมีเชือกเส้นใหญ่ความยาวประมาณ 10 เมตร   สภาพเชือกยังใหม่อยู่ ผูกติดอยู่ที่บริเวณโคนหาง ปลาว่ายวนอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของแท่น จนท.ประจำแท่นพยายามหาทางช่วยเหลือแต่เป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงฝากถึงเจ้าหน้าที่ทางทะเลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ     ด้านนางสาววัชรา สากรวิมล นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ จากศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพย์กรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลางกล่าวว่า ทางศูนย์รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว คาดว่าปลาตัวดังกล่าวน่าจะว่ายไปติดอ้วนของชาวประมง แล้วชาวประมงได้ให้การช่วยเหลือด้วยการตัดเชือกออก แต่ไม่สามารถตัดที่โคนหางของปลาได้จึงทำให้เชื่อมติดกับตัวปลาไปตลอด   สำหรับการวางแผนของทีมงานช่วยเหลือ จะมีอุปกรณ์พิเศษที่ใช้ในการตัดเชือกที่โคนหางแต่ต้องทำด้วยความระมัดระวัง แม้นิสัยของฉลามวาฬจะชอบอยากรู้อยากเห็นก็ตาม หากทำให้ตกใจก็อาจจะว่ายน้ำหนียากแก่การเข้าใกล้ตัวปลาได้ แต่เรื่องดังกล่าวอยู่ในระหว่างการวางแผนเพื่อที่จะเข้าช่วยเหลือแต่บังเอิญต้องเข้าช่วยเหลือวาฬเกยตื่น ที่จังหวัดสงขลาก่อน ซึ่งหลังจากนี้จะได้วางแผนเข้าช่วยเหลือฉลามวาฬต่อไป   จากเรื่องดังกล่าวนายจูเหลียง พึ่งวิริยะตน ผู้ประกอบการเรือบริการนักดำน้ำสำหรับนักท่องเที่ยว ที่เกาะเต่ากล่าวว่า เดิมที่บริเวณรอบๆเกาะเต่าโดยเฉพาะที่หัวเกาะนางยวนห่างออกไปประมาณ 3 ไมล์ทะเล ซึ่งเป็นบริเวณที่เรียกว่าหินกองชุมพร จะมีความลึกของน้ำประมาณ 40 เมตรนักดำน้ำจะพบกับฉลามวาฬบ่อยครั้ง ชอบมาแหวกว่ายน้ำเล่นให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอยู่บ่อยครั้ง   จนนักท่องเที่ยวสามารถถ่ายคลิปฉลามวาฬได้อยู่บ่อยครั้ง แต่ระยะนี้ลมเปลี่ยนทิศทางทำให้นักดำน้ำไม่พบเห็นปลาฉลามวาฬออกมาว่ายน้ำเล่นกับนักท่องเที่ยวเป็นเวลานานแล้ว และจากคลิปวิดีโอที่มีการแชร์กันใน Facebook นั้นตนไม่แน่ใจว่าเป็นตัวเดียวกันกับที่เคยมาเล่นน้ำกับนักท่องเที่ยวหรือไม่   ด้าน ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการทางทะเล โพสต์ว่ากรณีฉลามวาฬมีเชือกติดหางเกิดขึ้นอีกแล้ว หลังจากที่เพิ่งรายงานตัวที่ชุมพร (คาดว่าเป็นอีกตัวครับ) ตัวนี้พบที่แท่นผลิตปิโตรเลียมกลางอ่าวไทย เมื่อ 2 ปีก่อนเราเคยช่วยปลดได้ 1 ตัวในบริเวณแถวแท่นเช่นกัน ผมมีความคิดเห็นดังนี้ครับ   1. หากฉลามวาฬวนเวียนอยู่แถวนั้น เราอาจประสานทีมผู้เชี่ยวชาญ ทั้งสัตวแพทย์จากกรมทะเล สมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเล ทีมนักดำน้ำ ฯลฯ ทำงานในลักษณะเดียวกับครั้งก่อน โดยการสนับสนุนของบริษัทที่เป็นเจ้าของแท่นผลิต   เรามีอุปกรณ์ตัดเชือกที่ใช้กับวาฬบรูด้า แต่การนำมาใช้กับฉลามวาฬไม่ง่ายแน่นอน อาจต้องประยุกต์ใช้เครื่องมืออื่นๆ ด้วยครับ   2. ในกรณีที่เธอไม่โผล่มาประจำ แต่เป็นนานๆ ครั้ง อันนี้ยุ่งแล้วครับ คงต้องช่วยกันดูว่าไปไหนบ้าง   3. ผมคิดว่ากรณีแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกเรื่อยๆ เพราะฉลามวาฬติดอวนแล้วชาวประมงลากออกมา แต่ดิ้นจนเชือกขาดติดหาง   เราอาจต้องเริ่มแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ โดยร่วมกันหาแนวทางปล่อยฉลามออกจากอวนด้วยวิธีที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ก่อนประชาสัมพันธ์ให้ชาวประมงทราบ   หวังว่าเธอคงยังสู้ไหว การจัดการปัญหาแบบนี้ยากมากมาย และทุกฝ่ายต้องร่วมกันเพื่อช่วยเธอครับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-ZZVD7R0tSc    

 2,555

Top