ค้นหา :

ผลการค้นหา "เลือกตั้งปี62"

การเมืองเข้มข้น
23 ก.พ. 62

สุดารัตน์-โอ๊ค พานทองแท้ นำทีมหาเสียงหนองคาย ย้ำขอคะแนนถล่มทลายจัดตั้งรัฐบาลแก้จน

คุณหญิงสุดารัตน์ นำทีมหาเสียงช่วยผู้สมัครพรรคเพื่อไทยหนองคาย อ้อนขอคะแนนเสียงถล่มทลายจึงจัดตั้งรัฐบาลได้ มุ่งแก้จน เพิ่มราคาสินค้าเกษตร “อยากฟังเพลงทุกวันศุกร์จมอยู่กับทุกข์ให้เลือกลุง แต่หากอยากก้าวพ้นความจนต้องเลือกเพื่อไทย”   เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 23 ก.พ. 62 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์หาเสียงพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายพานทองแท้ ชินวัตร ได้เดินทางมายังจังหวัดหนองคาย พร้อมทีมงานช่วยผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เขต 1 หนองคา นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์, เขต 2 นางสาวชนก จันทาทอง และเขต 3 นายเอกธนัช อินทร์รอด หาเสียง โดยเริ่มจุดแรกเดินทางไปยังตลาดสดโพธิ์ชัย เขตเทศบาลเมืองหนองคาย พบปะทักทายพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายตลาดอย่างเป็นกันเอง คุณหญิงสุดารัตน์ โชว์ชงกาแฟเย็น โชว์ทำข้าวเกรียบปากหม้อ ก่อนจะรับประทานอาหารเช้าภายในตลาด จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังวัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อ.เมืองหนองคาย กราบนมัสการหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง กราบขอพรพระธรรมมงคลรังษี เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 ก่อนจะขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงที่บริเวณลานเอกชนอยู่ตรงข้ามวัดโพธิ์ชัย ซึ่งมีประชาชนมาร่วมรับฟังการปราศรัยจำนวนมาก   คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ กล่าวบนเวทีหาเสียงว่า นับเป็นครั้งที่ 2 ที่มาหาเสียงช่วยผู้สมัครที่หนองคาย ซึ่งเป็นเรื่องดีที่ผู้สมัครทั้ง 3 เขต ได้หมายเลขเดียวกันหมด การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมาก เพราะ 4-5 ปีที่ผ่านมา ได้ติดตามข่าวสารและเป็นห่วงประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรซึ่งต้องได้รับความเดือดร้อนจากราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ทั้งราคาข้าว ราคายางพารา กระเป๋าแฟบ ขาดเงินทุนหมุนเวียน ยิ่งทำยิ่งจน พ่อค้าก็ลำบากเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ตกอยู่ในวังวนของความทุกข์ รัฐบาลบอกว่าจะทำให้คนจนหมดประเทศไทย ก็ทำได้จริงเพราะทุกคนจนเหมือนกันหมด ไม่มีเงินในกระเป๋าแล้ว 4-5 ปีที่ผ่านมารัฐบาลใช้เงินไปถึง 14.4 ล้านล้านบาท มากกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ทำไมคนไทยยังจนอยู่ พรรคเพื่อไทยอาสาเข้ามาช่วยพี่น้องประชาชน ด้วยการวางมาตรการหลักไว้ 3 ข้อ คือการปรับโครงสร้างหนี้ พักชำระหนี้เกษตรกร 3 ปี , ทำให้ราคาสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นทุกตัว ขอเวลาแค่ 6 เดือน พรรคเพื่อไทยจะทำให้สินค้าเกษตรราคาเพิ่มขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างต่ำ และแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มราคา โดยเฉพาะยางพารา ส่งขายต่างประเทศ มีการเติมเงินทุนให้ประชาชนด้วยการจัดตั้งสถาบันการเงิน เรียกว่า “สถาบันสร้างรายได้ประจำจังหวัด” จะทำให้มีกองทุนปรับเปลี่ยนหน้าดิน เน้นช่วยเหลือเกษตรกรให้ผลผลิตดี ขายข้าวได้ราคาแพง    คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่พูดมาทั้งหมดจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.นี้ พรรคเพื่อไทยสอบตกแล้วลุงได้อยู่ต่อ ถามว่ายังมีความสุขกับการฟังเพลงทุกวันศุกร์อยู่กับลุง หรือจะก้าวออกจากความทุกข์ไปกับเพื่อไทย การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมากเพราะกติกาต่าง ๆ เปลี่ยนไป การนับคะแนนก็เปลี่ยนไป มีกลไกซับซ้อนในการเอื้อประโยชน์ มี ส.ว.250 คนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่ใช้เงินพันกว่าล้านบทเลือกกันเอง คัดสรรกันเอง ประชาชนไม่มีส่วนร่วม ส.ว.250 คนมีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรี อยู่ในอำนาจนานถึง 5 ปี มากกว่า ส.ส.เพราะเขาต้องการอยู่ต่อ 2 สมัย หรือ 8 ปี ดังนั้นแค่เลือกให้เพื่อไทยชนะไม่พอ ต้องให้พรรคเพื่อไทยได้คะแนนถล่มทลายมากกว่า ส.ว.250 คน จึงสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และจะได้แก้ปัญหาความยากจนให้กับประชาชนตามที่พูดไว้.

 5,928
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
23 ก.พ. 62

สุดารัตน์-โอ๊ค พานทองแท้ นำทีมหาเสียงหนองคาย ย้ำขอคะแนนถล่มทลายจัดตั้งรัฐบาลแก้จน

คุณหญิงสุดารัตน์ นำทีมหาเสียงช่วยผู้สมัครพรรคเพื่อไทยหนองคาย อ้อนขอคะแนนเสียงถล่มทลายจึงจัดตั้งรัฐบาลได้ มุ่งแก้จน เพิ่มราคาสินค้าเกษตร “อยากฟังเพลงทุกวันศุกร์จมอยู่กับทุกข์ให้เลือกลุง แต่หากอยากก้าวพ้นความจนต้องเลือกเพื่อไทย”   เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 23 ก.พ. 62 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์หาเสียงพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายพานทองแท้ ชินวัตร ได้เดินทางมายังจังหวัดหนองคาย พร้อมทีมงานช่วยผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เขต 1 หนองคา นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์, เขต 2 นางสาวชนก จันทาทอง และเขต 3 นายเอกธนัช อินทร์รอด หาเสียง โดยเริ่มจุดแรกเดินทางไปยังตลาดสดโพธิ์ชัย เขตเทศบาลเมืองหนองคาย พบปะทักทายพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายตลาดอย่างเป็นกันเอง คุณหญิงสุดารัตน์ โชว์ชงกาแฟเย็น โชว์ทำข้าวเกรียบปากหม้อ ก่อนจะรับประทานอาหารเช้าภายในตลาด จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังวัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อ.เมืองหนองคาย กราบนมัสการหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง กราบขอพรพระธรรมมงคลรังษี เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 ก่อนจะขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงที่บริเวณลานเอกชนอยู่ตรงข้ามวัดโพธิ์ชัย ซึ่งมีประชาชนมาร่วมรับฟังการปราศรัยจำนวนมาก   คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ กล่าวบนเวทีหาเสียงว่า นับเป็นครั้งที่ 2 ที่มาหาเสียงช่วยผู้สมัครที่หนองคาย ซึ่งเป็นเรื่องดีที่ผู้สมัครทั้ง 3 เขต ได้หมายเลขเดียวกันหมด การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมาก เพราะ 4-5 ปีที่ผ่านมา ได้ติดตามข่าวสารและเป็นห่วงประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรซึ่งต้องได้รับความเดือดร้อนจากราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ทั้งราคาข้าว ราคายางพารา กระเป๋าแฟบ ขาดเงินทุนหมุนเวียน ยิ่งทำยิ่งจน พ่อค้าก็ลำบากเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ตกอยู่ในวังวนของความทุกข์ รัฐบาลบอกว่าจะทำให้คนจนหมดประเทศไทย ก็ทำได้จริงเพราะทุกคนจนเหมือนกันหมด ไม่มีเงินในกระเป๋าแล้ว 4-5 ปีที่ผ่านมารัฐบาลใช้เงินไปถึง 14.4 ล้านล้านบาท มากกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ทำไมคนไทยยังจนอยู่ พรรคเพื่อไทยอาสาเข้ามาช่วยพี่น้องประชาชน ด้วยการวางมาตรการหลักไว้ 3 ข้อ คือการปรับโครงสร้างหนี้ พักชำระหนี้เกษตรกร 3 ปี , ทำให้ราคาสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นทุกตัว ขอเวลาแค่ 6 เดือน พรรคเพื่อไทยจะทำให้สินค้าเกษตรราคาเพิ่มขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างต่ำ และแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มราคา โดยเฉพาะยางพารา ส่งขายต่างประเทศ มีการเติมเงินทุนให้ประชาชนด้วยการจัดตั้งสถาบันการเงิน เรียกว่า “สถาบันสร้างรายได้ประจำจังหวัด” จะทำให้มีกองทุนปรับเปลี่ยนหน้าดิน เน้นช่วยเหลือเกษตรกรให้ผลผลิตดี ขายข้าวได้ราคาแพง    คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่พูดมาทั้งหมดจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.นี้ พรรคเพื่อไทยสอบตกแล้วลุงได้อยู่ต่อ ถามว่ายังมีความสุขกับการฟังเพลงทุกวันศุกร์อยู่กับลุง หรือจะก้าวออกจากความทุกข์ไปกับเพื่อไทย การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมากเพราะกติกาต่าง ๆ เปลี่ยนไป การนับคะแนนก็เปลี่ยนไป มีกลไกซับซ้อนในการเอื้อประโยชน์ มี ส.ว.250 คนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่ใช้เงินพันกว่าล้านบทเลือกกันเอง คัดสรรกันเอง ประชาชนไม่มีส่วนร่วม ส.ว.250 คนมีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรี อยู่ในอำนาจนานถึง 5 ปี มากกว่า ส.ส.เพราะเขาต้องการอยู่ต่อ 2 สมัย หรือ 8 ปี ดังนั้นแค่เลือกให้เพื่อไทยชนะไม่พอ ต้องให้พรรคเพื่อไทยได้คะแนนถล่มทลายมากกว่า ส.ว.250 คน จึงสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และจะได้แก้ปัญหาความยากจนให้กับประชาชนตามที่พูดไว้.

 5,928
การเมืองเข้มข้น
21 ก.พ. 62

โฆษก คสช. โต้ 'ธนาธร' ยันไม่มีเร่งรัดคดี ย้ำไม่เลือกปฏิบัติ

พันเอก วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีคดีความ ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และพวก ถูก บก.ปอท. กล่าวหาตาม พ.ร.บ.คอมพ์ มาตรา 14(2) กรณีไลฟ์สดวิจารณ์พลังดูด เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 61 ที่ผ่านมา โดยนายธนาธรฯ ได้มองว่าเป็นการเร่งรัดและเลือกปฏิบัตินั้น ขอยืนยันว่า เป็นหน้าที่ของทางตำรวจ คสช.ไม่ได้มีการเร่งรัด และไม่มีเลือกปฏิบัติ ทุกอย่างเป็นไปตามหลักการขั้นตอนปกติทั่วไป พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ก็เป็นกฎหมายปกติ ไม่ใช่กฎหมายที่มีที่มาต้นทางจาก คสช. แล้วนำมาบังคับใช้กับบุคคลในลักษณะเฉพาะเจาะจงใดๆ อาจมีบางบุคคลพยายามบิดเบือน ข้อเท็จจริงโดยให้ข้อมูลออกไปในทำนองว่า เป็นมาตรการของ คสช. กระทำกับบางกลุ่มบางบุคคลอย่างไม่เป็นธรรม   โดยทั่วไปในทุกๆ คดีกรณีศาลยังไม่ตัดสิน ย่อมถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ และเปิดกว้างให้ตัวผู้ถูกกล่าวหาทุกคนสามารถไปแก้ต่างได้ตามช่องทางและกระบวนการ ซึ่งถือเป็นหลักการตามแนวทางสากลส่วนพฤติกรรมทางคดีของนายธนาธร ฯ นั้น เหตุเกิดขึ้นตั้งแต่ 26 มิ.ย.61 โดย นายธนาธรฯ และผู้ร่วมรายการทั้งสามคน ได้ร่วมกันกล่าวบิดเบือนว่า " มีการดูด สส.เข้าไปพรรคใหม่ ที่มีชื่อคล้ายคลึงกับนโยบายรัฐ มีการใช้คดีเก่าๆ ของกลุ่ม สส.ต่างๆ ที่เข้าร่วม โดยขู่ว่าถ้าไม่เข้าร่วม จะดำเนินคดีต่างๆที่ดำรงอยู่” ซึ่งเนื้อหาดังกล่าว เหมือนการกล่าวหาว่ามีการนำกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง รวมถึงที่กล่าวว่า “ความยุติธรรมเกิดขึ้นเฉพาะกับคนรวย แต่กับคนจนไม่มีความยุติธรรมเหลืออยู่ในสังคม แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อำนาจอยู่เหนือกระบวนการยุติธรรม หากกระบวนการยุติธรรมไทย ตัดสินอะไรต่างๆในรอบหลายปีที่ผ่านมาด้วยความยึดมั่นในความยุติธรรม ประเทศไทยคงไม่ต้องเดินมาถึงจุดนี้" ส่วนนี้ก็เหมือนเป็นการหมิ่นในกระบวนการตัดสินของประเทศไทยด้วย เช่นกัน ซึ่งข้อมูลลักษณะดังกล่าวที่นายธนาธร และ พวก ได้ฟันธงออกอากาศผ่านรายการไปนั้นอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ในทางสาธารณะของบางบุคคล บางองค์กร รวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศไทยในหลายมิติด้วยกัน โดยเฉพาะด้วยตัวตนของนายธนาธร ฯ ขณะนี้อยู่ในสถานะผู้มีบทบาทอยู่ในสังคม   ซึ่งคดีนี้ได้เริ่มต้นดำเนินการมาก่อนมีการประกาศวันเลือกตั้ง แต่ความคืบหน้านั้นอาจเป็นที่ความร่วมมือของผู้ถูกกล่าวหาเองด้วย ส่วนที่มีการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อในทำนองกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท.ว่ามีความพยายามที่จะเร่งรัดปิดคดีนั้นเป็นการกลั่นแกล้งกันทางการเมืองนั้น ก็ไม่อยากให้ไปกล่าวหาในลักษณะดูหมิ่นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าทื่ เพราะเชื่อว่าที่ จนท.มีความจำเป็นต้องปฏิบัติให้ทุกอย่างเป็นไปตามหลักขั้นตอนวิธีการ และตามบทบาทหน้าที่ในกรอบกฎหมายของการเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ  

 1,416
การเมืองเข้มข้น
20 ก.พ. 62

กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ยื่นยูเอ็น ค้านยุบพรรคไทยรักษาชาติ

นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ยื่นหนังสือต่อสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเพื่อคัดค้านการยุบพรรคไทยรักษาชาติ โดยยืนยันว่าการยุบพรรคดังกล่าวเป็นการสมคบคิดโกงการเลือกตั้งรูปแบบหนึ่งของฝ่ายเผด็จการ เพราะ กกต. ใช้เวลาพิจารณาเพียง 2 วันแล้วยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ดังนั้นกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง จึงมายื่นเพื่อให้ยูเอ็น พิจารณา และยืนยันจุดยืนถ้าพรรคการเมืองอื่นถูกยุบพรรคก็จะดำเนินการเข่นเดียวกัน    ส่วนที่มองว่ามีพระราชโองการอาจทำให้ ยูเอ็นไม่นำมาพิจารณาถือเป็นเรื่องของยูเอ็น ที่จะพิจารณาดำเนินการ แต่ยืนยันการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นคนไทยทุกคนอยากเห็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่มีมานานกว่า 13 ปี และแคนดิเดตนายกฯของพรรคไทยรักษาชาติก็เป็นความหวังที่จะยุติความขัดแย้งของประเทศ   ทั้งนี้ได้มีตำรวจ 1 หมวด จำนวน 45 นาย จาก บกน.1 และ น.6 มาดูแลความสงบเรียบร้อยด้วย อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่าย กลุ่มคนอยากเลิอกตั้ง จะไปยื่นหนังสือคัดค้านต่อตัวแทนสหภาพยุโรป ที่อาคาร Athenee Towerด้วย  

 7,670
การเมืองเข้มข้น
16 ก.พ. 62

'ธนกร' สวน 'ธนาธร' หยุดสร้างวาทกรรมโจมตี 'บิ๊กตู่' ย้ำไม่มีใครเอาเปรียบ

ธนกร สวน ธนาธรหาเสียงสร้างสรรค์ หยุดสร้างวาทกรรมโจมตี พลเอกประยุทธ์รายวัน ย้ำไม่มีใครเอาเปรียบ มั่นใจชาวบ้านตอบรับนโยบายพรรคพลังประชารัฐ   นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง พร้อมทั้งกล่าวหาว่าใช้อำนาจเอาเปรียบทางการเมือง ว่า ตนไม่เข้าใจนายธนาธรที่ออกหาเสียงโดยเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ทั้งที่พล.อ.ประยุทธ์ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนถึงเหตุผลตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ กติกาประเพณี และ ธรรมเนียมปฎิบัติตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และ ทั่วโลกก็เป็นแบบนี้ อีกทั้งต้องเตรียมจัดงานพระราชพิธีที่สำคัญที่คนไทยทั่วประเทศเฝ้ารอ ซึ่งคนทั่วประเทศเข้าใจดี แต่นายธนาธรกลับไม่เข้าใจ ตนผิดหวังกับคนรุ่นใหม่อย่างนายธนาธรมาก นอกจากนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้รัฐบาลไม่ได้ใช้อำนาจอะไรมาช่วยพรรคพลังประชารัฐอย่างที่กล่าวหา เราหาเสียงตามกติกาที่กกต.กำหนดทุกอย่าง   นายธนกร กล่าวอีกว่า นายธนาธรน่าจะทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ นำเสนอนโยบายที่ดีให้กับพี่น้องประชาชนได้พิจารณาเลือก ไม่ใช่การใช้วาทกรรมโจมตีพลเอกประยุทธ์รายวัน เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้นโยบายมีความสำคัญมาก ตนเชื่อว่านโยบายของพรรคพลังประชารัฐจับต้องได้ ทำได้จริง ไม่ว่าจะเป็นต่อยอดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พักหนี้กองทุนหมู่บ้าน เปลี่ยนสปก.เป็นสปก.4.0โอนสิทธิได้ ชาวนาได้ราคาดี และโคบาลประชารัฐ เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนทั่วประเทศจะตอบรับพรรคพลังประชารัฐแน่นอน  

 16,655
การเมืองเข้มข้น
16 ก.พ. 62

พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียง เขตบางแค ชูนโยบาย "กรุงเทพ สะดวก สบาย"

พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ขึ้นก็รถแห่พร้อมผู้สมัคร อ้อนขอคะแนน คนบางแค เช่นกัน ภายใต้แนวนโยบาย "กรุงเทพ สะดวก สบาย" พร้อมพบปะพูดคุยกับผู้ปกครอง และเด็ก ที่โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูอ้วน ชี้แจงนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Digital Home School ด้วยการศึกษาผ่านออนไลน์ ตามโครงการ “Thailand Sharing University เรียนฟรี ตลอดชีวิต” เพื่อสร้างความเท่าเทียมในระบบการศึกษา   โฆษกพรรคภูมิใจไทย มั่นใจ ประชาชนตอบรับนโยบายของพรรคทุกด้านๆ โดยการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร จะเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น และพรรคภูมิใจไทยจะเป็นจุดเปลี่ยน สามารถยึดพื้นที่กรุงเทพได้อย่างแน่นอน ในเขตที่นึกไม่ถึง โดยเฉพาะเขตบางแค มั่นใจในผู้สมัครอย่างมาก อย่างไรก็ตาม แม้ผลสำรวจความคิดเห็นต่างๆ ไม่มีชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกุล เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ใช่ปัญหา และกระทบกับพรรค เพราะผลสำรวจความคิดเห็นไม่ใช่ตัวชี้วัดที่แท้จริง พรรคภูมิใจไทยไม่หวั่นไหว สิ่งสำคัญคือผู้สมัคร ต้องขยันลงพื้นที่แบบเคาะประตูบ้านอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเซอร์ไพรส์ในการเลือกตั้ง พร้อมมั่นใจนอกจากพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้ว ภาคใต้ จะก็เป็นเขตเซอร์ไพรส์ด้วย โดยวันพรุ่งนี้ หัวหน้าพรรคจะลงพื้นที่ภาคใต้ พบปะพี่น้องประชาชนด้วย  

 863
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
16 ก.พ. 62

พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียง เขตบางแค ชูนโยบาย "กรุงเทพ สะดวก สบาย"

พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ขึ้นก็รถแห่พร้อมผู้สมัคร อ้อนขอคะแนน คนบางแค เช่นกัน ภายใต้แนวนโยบาย "กรุงเทพ สะดวก สบาย" พร้อมพบปะพูดคุยกับผู้ปกครอง และเด็ก ที่โรงเรียนกวดวิชาบ้านครูอ้วน ชี้แจงนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Digital Home School ด้วยการศึกษาผ่านออนไลน์ ตามโครงการ “Thailand Sharing University เรียนฟรี ตลอดชีวิต” เพื่อสร้างความเท่าเทียมในระบบการศึกษา   โฆษกพรรคภูมิใจไทย มั่นใจ ประชาชนตอบรับนโยบายของพรรคทุกด้านๆ โดยการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร จะเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น และพรรคภูมิใจไทยจะเป็นจุดเปลี่ยน สามารถยึดพื้นที่กรุงเทพได้อย่างแน่นอน ในเขตที่นึกไม่ถึง โดยเฉพาะเขตบางแค มั่นใจในผู้สมัครอย่างมาก อย่างไรก็ตาม แม้ผลสำรวจความคิดเห็นต่างๆ ไม่มีชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกุล เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ใช่ปัญหา และกระทบกับพรรค เพราะผลสำรวจความคิดเห็นไม่ใช่ตัวชี้วัดที่แท้จริง พรรคภูมิใจไทยไม่หวั่นไหว สิ่งสำคัญคือผู้สมัคร ต้องขยันลงพื้นที่แบบเคาะประตูบ้านอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเซอร์ไพรส์ในการเลือกตั้ง พร้อมมั่นใจนอกจากพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้ว ภาคใต้ จะก็เป็นเขตเซอร์ไพรส์ด้วย โดยวันพรุ่งนี้ หัวหน้าพรรคจะลงพื้นที่ภาคใต้ พบปะพี่น้องประชาชนด้วย  

 863
การเมืองเข้มข้น
15 ก.พ. 62

'สุวัจน์' ปล่อยรถแห่ 30 ผู้สมัคร ส.ส.ชาติพัฒนา อ้อนคนกทม. เชื่อมั่นมีเลือกตั้ง 24 มีนา

สุวัจน์ ปล่อยรถแห่ 30 ผู้สมัคร ส.ส.ชาติพัฒนา อ้อนคนกทม. ขอโอกาสพรรคน้องใหม่สางปัญหา เชื่อมั่นมีเลือกตั้ง 24 มีนา ไม่หวั่นกระแสรัฐประหาร ด้านเสธเอ็ก แจง 3 ว่าที่ผู้สมัครอีสานขาดคุณสมบัติ เป็นเรื่องส่วนตัว เชื่อไม่กระทบคะแนนภาพรวม   (15 ก.พ. 62)นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา พร้อมนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นำคณะผู้บริหารพรรค สักการะบูชาพระบรมชาราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี ก่อนปล่อยขบวนคาราวานรถแห่ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. ทั้ง 30 เขต 30 คัน   โดยหัวหน้าพรรค ได้ขึ้นรถแห่ขบวนที่ 1 ตั้งแต่ถนนสีลม จนถึงแยกเจริญกรุง สิ้นสุดที่ถนนพระราม 3 ช่วยลูกพรรคหาเสียง ประกาศนโยบาย 9 ด้าน ขณะที่ รถแห่ขบวนที่ 2 นำโดย นายดล เหตระกูล เลขาธิการพรรค ผู้สมัครบัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 ของพรรค นำผู้สมัคร ส.ส. กทม. ผ่านเส้นถนนพระราม 4 ผ่านหน้าอาคารมาลีนนท์ สามแยกพระโขนง ถนนสุขุมวิท สิ้นสุดหน้าสถานีขนส่งเอกมัย    สำหรับบรรยากาศการปล่อยขบวนวันนี้ มีนายภราดร ศรีชาพันธุ์ นักกีฬาเทนนิสชื่อดัง ร่วมขบวนหาเสียง ในฐานะไอดอลคนกีฬา สอดคล้องกับพรรคชาติพัฒนาที่ชูนโยบายกีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ ซึ่งมีนโยบายสร้างมินิสปอร์ต คอมเพล็ก ทุกเขต ทุกอำเภอ ทั่วประเทศ     ทั้งนี้นายสุวัจน์ กล่าวว่าสำหรับพื้นที่ กทม. ทางพรรคเคยมี ส.ส. เพียง 1 คน ซึ่งถือว่าเป็นน้องใหม่ แต่อยากที่จะเสนอตัวเพื่อให้คนกทม. ได้มีทางเลือกมากขึ้น อีกทั้งระบบการเลือกตั้ง หากได้ ส.ส. ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าไม่ได้ ทุกคะแนนก็มีความหมาย ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เราเป็นพรรคการเมือง ก็อยากสร้างความเป็นสากล เพื่อ เป็นพรรคของประชาชนในทุกพื้นที่ และเชื่อว่านโยบาย 9 สมาร์ทของ กทม. ในการพัฒนากรุงเทพฯ จะช่วยแก้ปัญหาให้ กทม. ได้อย่างแท้จริง ทั้งหมดขึ้นอยู่กับประชาชนในการตัดสินใจ ทั้งนี้จัดการที่พักได้ลงพื้นที่ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนดีมากโดยเฉพาะประชาชนประชาชนที่ไม่อยากเห็นความขัดแย้ จัดการที่พักได้ลงพื้นที่ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนดีมากโดยเฉพาะประชาชน ที่อยากเห็นการยุติความขัดแย้ง และการเมทองไม่มีปัญหา ซึ่งตีงกับแนวทางของพรรค    เมื่อถามว่า ยังเชื่อมั่นถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม หรือไม่หลังเกิดกระแสปฏิวัติ รัฐประหารเกิดขึ้นหนาหู นายสุวัจน์ เชื่อมั่นว่า ขณะนี้น่าจะสบายใจได้ เพราะเหตุการณ์ต่างๆ เป็นไปในทิศทางที่เข้าสู่วันที่ 24 มีนาคม ส่วนตัวยังคงเชื่อมั่นจะมีการเลือกตั้งแน่นอน แม้อาจจะมีข่าวออกมา แต่ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ก็ล้วนออกมายืนยันแล้ว คิดว่า แระชาชนทุกคนอยากเห็นบ้านเมืองเรียบร้อย และเดินหน้าสู่สนามเลือกตั้ง ซึ่ง เป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องช่วยกันสร้างบรรยากาศเพื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง ทางพรรคคิดว่าเราพร้อม ในการเดินหน้าเข้าสู่เลือกตั้ง และเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ ขอให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันมากๆ เพื่อให้ผู้แทนที่ดี มาแก้ไขปัญหา    ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า กกต. อาจจะ ไม่ประกาศรับรอง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 3 คน ของพรรคชาติพัฒนานั้น ตนยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ทางพรรคส่งผู้สมัคร เกือบ 270 เขต สมมุติว่าถ้ามีผู้สมัครขาดคุณสมบัติ 3 คน ก็เพียง 1 เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่เป็นอะไร ซึ่งตอนนี้คงอยู่ในขั้นของการชี้แจง กกต. ทั้งนี้พลเอกฐิติวัจน์ กำลังเอก รองหัวหน้าพรรค ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่ง 2 ใน 3 คน คือนายชัยชนะ รัตนชัยฤทธิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ร้อยเอ็ด เขต 4 และนายวรเดช เศรษฐภักดี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่น เขต 9 มีเหตุผลส่วนตัว โดยได้ไปยื่นถอนใบสมัครจาก กกต. ซึ่งก็ได้ชี้แจงมาที่พรรคก่อนหน้านี้แล้ว ว่ายังไม่พร้อม ที่จะลงสมัครเลือกตั้งครั้งรี้ แต่ยังคงเป็นสมาชิกพรรคอยู่ และสามารถช่วยหาเสียงได้ ขณะที่ นายปรัชญา ฝว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อุดรธานี น่าจะเกิดข้อผิดพลาด เข้าข่ายขาดคุณสมบัติ สมัครเป็นสมาชิกพรรคไม่ถึง 90 วัน นับจนถึงวันเลือกตั้ง ทั้งนี้ก็ยอมรับว่า ต้องปล่อย 3 พื้นที่ ว่างไป เชื่อมั่นไม่เกิดผลกระทบต่อพรรค และคะแนนในภาพรวม 

 721
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
15 ก.พ. 62

'สุวัจน์' ปล่อยรถแห่ 30 ผู้สมัคร ส.ส.ชาติพัฒนา อ้อนคนกทม. เชื่อมั่นมีเลือกตั้ง 24 มีนา

สุวัจน์ ปล่อยรถแห่ 30 ผู้สมัคร ส.ส.ชาติพัฒนา อ้อนคนกทม. ขอโอกาสพรรคน้องใหม่สางปัญหา เชื่อมั่นมีเลือกตั้ง 24 มีนา ไม่หวั่นกระแสรัฐประหาร ด้านเสธเอ็ก แจง 3 ว่าที่ผู้สมัครอีสานขาดคุณสมบัติ เป็นเรื่องส่วนตัว เชื่อไม่กระทบคะแนนภาพรวม   (15 ก.พ. 62)นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา พร้อมนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นำคณะผู้บริหารพรรค สักการะบูชาพระบรมชาราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี ก่อนปล่อยขบวนคาราวานรถแห่ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. ทั้ง 30 เขต 30 คัน   โดยหัวหน้าพรรค ได้ขึ้นรถแห่ขบวนที่ 1 ตั้งแต่ถนนสีลม จนถึงแยกเจริญกรุง สิ้นสุดที่ถนนพระราม 3 ช่วยลูกพรรคหาเสียง ประกาศนโยบาย 9 ด้าน ขณะที่ รถแห่ขบวนที่ 2 นำโดย นายดล เหตระกูล เลขาธิการพรรค ผู้สมัครบัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 ของพรรค นำผู้สมัคร ส.ส. กทม. ผ่านเส้นถนนพระราม 4 ผ่านหน้าอาคารมาลีนนท์ สามแยกพระโขนง ถนนสุขุมวิท สิ้นสุดหน้าสถานีขนส่งเอกมัย    สำหรับบรรยากาศการปล่อยขบวนวันนี้ มีนายภราดร ศรีชาพันธุ์ นักกีฬาเทนนิสชื่อดัง ร่วมขบวนหาเสียง ในฐานะไอดอลคนกีฬา สอดคล้องกับพรรคชาติพัฒนาที่ชูนโยบายกีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ ซึ่งมีนโยบายสร้างมินิสปอร์ต คอมเพล็ก ทุกเขต ทุกอำเภอ ทั่วประเทศ     ทั้งนี้นายสุวัจน์ กล่าวว่าสำหรับพื้นที่ กทม. ทางพรรคเคยมี ส.ส. เพียง 1 คน ซึ่งถือว่าเป็นน้องใหม่ แต่อยากที่จะเสนอตัวเพื่อให้คนกทม. ได้มีทางเลือกมากขึ้น อีกทั้งระบบการเลือกตั้ง หากได้ ส.ส. ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าไม่ได้ ทุกคะแนนก็มีความหมาย ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เราเป็นพรรคการเมือง ก็อยากสร้างความเป็นสากล เพื่อ เป็นพรรคของประชาชนในทุกพื้นที่ และเชื่อว่านโยบาย 9 สมาร์ทของ กทม. ในการพัฒนากรุงเทพฯ จะช่วยแก้ปัญหาให้ กทม. ได้อย่างแท้จริง ทั้งหมดขึ้นอยู่กับประชาชนในการตัดสินใจ ทั้งนี้จัดการที่พักได้ลงพื้นที่ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนดีมากโดยเฉพาะประชาชนประชาชนที่ไม่อยากเห็นความขัดแย้ จัดการที่พักได้ลงพื้นที่ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนดีมากโดยเฉพาะประชาชน ที่อยากเห็นการยุติความขัดแย้ง และการเมทองไม่มีปัญหา ซึ่งตีงกับแนวทางของพรรค    เมื่อถามว่า ยังเชื่อมั่นถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม หรือไม่หลังเกิดกระแสปฏิวัติ รัฐประหารเกิดขึ้นหนาหู นายสุวัจน์ เชื่อมั่นว่า ขณะนี้น่าจะสบายใจได้ เพราะเหตุการณ์ต่างๆ เป็นไปในทิศทางที่เข้าสู่วันที่ 24 มีนาคม ส่วนตัวยังคงเชื่อมั่นจะมีการเลือกตั้งแน่นอน แม้อาจจะมีข่าวออกมา แต่ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ก็ล้วนออกมายืนยันแล้ว คิดว่า แระชาชนทุกคนอยากเห็นบ้านเมืองเรียบร้อย และเดินหน้าสู่สนามเลือกตั้ง ซึ่ง เป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องช่วยกันสร้างบรรยากาศเพื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง ทางพรรคคิดว่าเราพร้อม ในการเดินหน้าเข้าสู่เลือกตั้ง และเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ ขอให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันมากๆ เพื่อให้ผู้แทนที่ดี มาแก้ไขปัญหา    ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า กกต. อาจจะ ไม่ประกาศรับรอง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 3 คน ของพรรคชาติพัฒนานั้น ตนยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ทางพรรคส่งผู้สมัคร เกือบ 270 เขต สมมุติว่าถ้ามีผู้สมัครขาดคุณสมบัติ 3 คน ก็เพียง 1 เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่เป็นอะไร ซึ่งตอนนี้คงอยู่ในขั้นของการชี้แจง กกต. ทั้งนี้พลเอกฐิติวัจน์ กำลังเอก รองหัวหน้าพรรค ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่ง 2 ใน 3 คน คือนายชัยชนะ รัตนชัยฤทธิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ร้อยเอ็ด เขต 4 และนายวรเดช เศรษฐภักดี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่น เขต 9 มีเหตุผลส่วนตัว โดยได้ไปยื่นถอนใบสมัครจาก กกต. ซึ่งก็ได้ชี้แจงมาที่พรรคก่อนหน้านี้แล้ว ว่ายังไม่พร้อม ที่จะลงสมัครเลือกตั้งครั้งรี้ แต่ยังคงเป็นสมาชิกพรรคอยู่ และสามารถช่วยหาเสียงได้ ขณะที่ นายปรัชญา ฝว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อุดรธานี น่าจะเกิดข้อผิดพลาด เข้าข่ายขาดคุณสมบัติ สมัครเป็นสมาชิกพรรคไม่ถึง 90 วัน นับจนถึงวันเลือกตั้ง ทั้งนี้ก็ยอมรับว่า ต้องปล่อย 3 พื้นที่ ว่างไป เชื่อมั่นไม่เกิดผลกระทบต่อพรรค และคะแนนในภาพรวม 

 721
การเมืองเข้มข้น
15 ก.พ. 62

'อภิสิทธิ์' นำทีม สส.พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ เขตบึงกุ่ม ดักขอคะแนนติดแยกไฟแดง

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุยหาเสียงเขตบึงกุ่ม คันนายาว ขอคะแนนแยกไฟแดง ประขาขนอยากได้พื้นที่สีเขียวเพิ่มและเร่งแก้จราจร. ระบุ สส. เขต มีปัญหาคุณสมบัติ 1 เขต เร่งชี้แจง กกต. ส่วนปัญหาขัดแย้งผู้สมัคร สส. ระบบบัญชีรายชื่อไม่พอใจการจัดลำดับ พร้อมพูดคุยทำความเข้าใจ   (15 ก.พ. 62) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำ นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส. เขต 14 บึงกุ่ม คันนายาว ลงพื้นที่ ขอคะแนนเสียง ทักทายแนะนำ นายพรพรหม กับผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจรไปมาบริเวณถนนประเสริฐมนูกิจ แยกไฟแดงถนนเกษตร-นวมินทร์ตัดใหม่ โดยได้รับความสนใจจากผู้ใช้รถใช้ถนน ขอถ่ายรูปเซลฟี่ บางคนก็ขอจับมือระหว่างเดินแจกใบแนะนำตัว    โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ประขาขนให้การตอบรับ มีความตื่นตัวทางการเมือง และหวังให้ทุกเขตตื่นตัว เพราะประขาชนอยากให้มีการเลือกตั้งเพื่อทำให้ชีวิตดีขึ้น และบรรยากาศการหาเสียงมีความราบรื่นอยากให้ทุกพรรครักษาบรรยากาศทางการเมืองแบบนี้ และจากการพูดคุยกับประขาชนปัญหาการจราจร ถือเป็นปัญหาหนัก ของ กทม. ฝั่งตะวันออก แม้ประขาชนจะเข้าใจว่ามีการก่อสร้างรถไฟฟ้า แต่ก็อยากให้แล้วเสร็จหรือเร็วกว่ากำหนด ซึ่งพรรคมีนโยบายชัดเจนในเรื่องขนส่งมวลชนที่ผลักดันมาตลอด และจะต้องคุยกับผู้ประกอบการเรื่องค่าโดยสาร รวมถึงความต้องการประชาชน อยากได้สวนสาธารณะเพิ่มพื้นที่สีเขียว    ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยด้วยว่า ได้รับรายงาน มีผู้สมัคร สส. เขตของพรรคมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ 1 เขต ซึ่งจะให้เจ้าตัวทำหนังสือชี้แจง กกต. ภายในวันนี้ ซึ่งหากชี้แจงไม่ได้จะกระทบกับจำนวน สส. เพราะไม่มีคะแนนในเขตนั้น ส่วนปัญหาความขัดแย้งไม่พอใจการจัดลำดับ สส. ระบบบัญชีรายชื่อพรรค    ทั้งนางภักดิพร สุจริตกุล มารดา นายสุรบถ หลีกภัย นายวิฑูรย์ นามบุตร และนายโกวิทย์ ธารณา ขณะนี้ทุกคนร่วมมือกันเดินหน้าหาเสียงเป็นอย่างดี ซึ่งตนพร้อมพูดคุยทำความเข้าใจกับทุกคน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้คุย เพราะติดภาระกิจ ยุ่งอยู่ทุกวัน แต่หวังให้ทุกคนมาช่วยกันทำงาน ซึ่งในส่วนของนายโกวิทย์ ที่ยื่นใบลาออก แม้พรรคจะยับยั้งแค่เมื่อยืนยันจะลาออก คงทำอะไรไม่ได้ 0

 1,429
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
15 ก.พ. 62

'อภิสิทธิ์' นำทีม สส.พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ เขตบึงกุ่ม ดักขอคะแนนติดแยกไฟแดง

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุยหาเสียงเขตบึงกุ่ม คันนายาว ขอคะแนนแยกไฟแดง ประขาขนอยากได้พื้นที่สีเขียวเพิ่มและเร่งแก้จราจร. ระบุ สส. เขต มีปัญหาคุณสมบัติ 1 เขต เร่งชี้แจง กกต. ส่วนปัญหาขัดแย้งผู้สมัคร สส. ระบบบัญชีรายชื่อไม่พอใจการจัดลำดับ พร้อมพูดคุยทำความเข้าใจ   (15 ก.พ. 62) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำ นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส. เขต 14 บึงกุ่ม คันนายาว ลงพื้นที่ ขอคะแนนเสียง ทักทายแนะนำ นายพรพรหม กับผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจรไปมาบริเวณถนนประเสริฐมนูกิจ แยกไฟแดงถนนเกษตร-นวมินทร์ตัดใหม่ โดยได้รับความสนใจจากผู้ใช้รถใช้ถนน ขอถ่ายรูปเซลฟี่ บางคนก็ขอจับมือระหว่างเดินแจกใบแนะนำตัว    โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ประขาขนให้การตอบรับ มีความตื่นตัวทางการเมือง และหวังให้ทุกเขตตื่นตัว เพราะประขาชนอยากให้มีการเลือกตั้งเพื่อทำให้ชีวิตดีขึ้น และบรรยากาศการหาเสียงมีความราบรื่นอยากให้ทุกพรรครักษาบรรยากาศทางการเมืองแบบนี้ และจากการพูดคุยกับประขาชนปัญหาการจราจร ถือเป็นปัญหาหนัก ของ กทม. ฝั่งตะวันออก แม้ประขาชนจะเข้าใจว่ามีการก่อสร้างรถไฟฟ้า แต่ก็อยากให้แล้วเสร็จหรือเร็วกว่ากำหนด ซึ่งพรรคมีนโยบายชัดเจนในเรื่องขนส่งมวลชนที่ผลักดันมาตลอด และจะต้องคุยกับผู้ประกอบการเรื่องค่าโดยสาร รวมถึงความต้องการประชาชน อยากได้สวนสาธารณะเพิ่มพื้นที่สีเขียว    ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยด้วยว่า ได้รับรายงาน มีผู้สมัคร สส. เขตของพรรคมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ 1 เขต ซึ่งจะให้เจ้าตัวทำหนังสือชี้แจง กกต. ภายในวันนี้ ซึ่งหากชี้แจงไม่ได้จะกระทบกับจำนวน สส. เพราะไม่มีคะแนนในเขตนั้น ส่วนปัญหาความขัดแย้งไม่พอใจการจัดลำดับ สส. ระบบบัญชีรายชื่อพรรค    ทั้งนางภักดิพร สุจริตกุล มารดา นายสุรบถ หลีกภัย นายวิฑูรย์ นามบุตร และนายโกวิทย์ ธารณา ขณะนี้ทุกคนร่วมมือกันเดินหน้าหาเสียงเป็นอย่างดี ซึ่งตนพร้อมพูดคุยทำความเข้าใจกับทุกคน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้คุย เพราะติดภาระกิจ ยุ่งอยู่ทุกวัน แต่หวังให้ทุกคนมาช่วยกันทำงาน ซึ่งในส่วนของนายโกวิทย์ ที่ยื่นใบลาออก แม้พรรคจะยับยั้งแค่เมื่อยืนยันจะลาออก คงทำอะไรไม่ได้ 0

 1,429
การเมืองเข้มข้น
14 ก.พ. 62

'เรืองไกร' ร้องศาล รธน. ขอให้ถอนคำร้อง กกต. ปมยุบพรรคไทยรักษาชาติ ชี้เป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เรืองไกร ร้องศาล รธน. ขอให้ ถอนคำร้อง กกต. ปมยุบพรรคไทยรักษาชาติ ชี้ เป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย   (14 ก.พ. 62) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนา สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ  ยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ไม่รับคำร้อง ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ให้วินิจฉัยสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ จากกรณีเสนอชื่อแคนดิเนตนายกรัฐมนตรีเข้าข่าย กระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเนื่องจากเห็นว่า หาก กกต. อาศัยเพียง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 ที่ระบุว่า “เมื่อคณะกรรมการมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ...” มาใช้ในการลงมติและมอบหมายให้นายทะเบียนมายื่นคำร้องอาจจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการพิจารณาของกกต.จะต้องมีการไต่สวน สอบสวนให้ผู้ถูกกล่าวหาใช้สิทธิชี้แจงแสดงหลักฐาน ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยกกต .หมวด 2 การสืบสวน การไต่สวน และการดำเนินคดี และระเบียบคณะกกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561  แต่เมื่อไม่ดำเนินการย่อมอาจเข้าข่ายลักษณะกระทำการหรือละเว้นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ตามมาตรา 69 พ.ร.ป.กกต.ได้   และหากศาลรัฐธรรมนูญดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป กรณีย่อมอาจขัดต่อหลักนิติธรรม ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง กำหนดไว้   ดังนั้น เมื่อคำร้องของ กกต.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณามีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือจำหน่ายคดี ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 โดยเร็ว

 1,133
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
14 ก.พ. 62

'เรืองไกร' ร้องศาล รธน. ขอให้ถอนคำร้อง กกต. ปมยุบพรรคไทยรักษาชาติ ชี้เป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เรืองไกร ร้องศาล รธน. ขอให้ ถอนคำร้อง กกต. ปมยุบพรรคไทยรักษาชาติ ชี้ เป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย   (14 ก.พ. 62) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนา สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ  ยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ไม่รับคำร้อง ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ให้วินิจฉัยสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ จากกรณีเสนอชื่อแคนดิเนตนายกรัฐมนตรีเข้าข่าย กระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเนื่องจากเห็นว่า หาก กกต. อาศัยเพียง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 ที่ระบุว่า “เมื่อคณะกรรมการมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ...” มาใช้ในการลงมติและมอบหมายให้นายทะเบียนมายื่นคำร้องอาจจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการพิจารณาของกกต.จะต้องมีการไต่สวน สอบสวนให้ผู้ถูกกล่าวหาใช้สิทธิชี้แจงแสดงหลักฐาน ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยกกต .หมวด 2 การสืบสวน การไต่สวน และการดำเนินคดี และระเบียบคณะกกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561  แต่เมื่อไม่ดำเนินการย่อมอาจเข้าข่ายลักษณะกระทำการหรือละเว้นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ตามมาตรา 69 พ.ร.ป.กกต.ได้   และหากศาลรัฐธรรมนูญดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป กรณีย่อมอาจขัดต่อหลักนิติธรรม ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง กำหนดไว้   ดังนั้น เมื่อคำร้องของ กกต.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณามีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือจำหน่ายคดี ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 โดยเร็ว

 1,133
การเมืองเข้มข้น
14 ก.พ. 62

จาตุรนต์-ณัฐวุฒิ ประกาศยุติหาเสียง ไทยรักษาชาติ ยืนยันไม่มีรอยร้าวภายในพรรค ย้ำจะอยู่จนนาทีสุดท้าย

จาตุรนต์-ณัฐวุฒิ ประกาศยุติกิจกรรมหาเสียงของพรรคทั้งพบปะประชาชนและเปิดเวทีปราศรัย ยืนยันไม่มีรอยร้าวภายในพรรค ย้ำจะอยู่กับพรรคไทยรักษาชาติจนนาทีสุดท้าย   นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรค นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณงค์หาเสียงและคณะทำงานพรรคไทยรักษาชาติ ยืนยันไม่มีรอยร้าวภายในพรรค แม้หลายวันที่ผ่านไม่ได้เข้ามาทำงานที่พรรคแต่ก็ได้มีการหารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับพรรคตลอด เมื่อเรื่องการยุบพรรคเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญแล้วเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการพิจารณาคดีคณะทำงานจึงเห็นว่าพรรคควรยุติกิจกรรมหาเสียง ทั้งการพบปะประชาชน และการเปิดเวทีปราศรัย เพื่อไม่ให้มีปัญหาแทรกซ้อน และจะไม่แสดงความคิดเห็นใดๆนอกศาลจนว่าจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาดจากศาลรัฐธรรมนูญ    นายจาตุรนต์ กล่าวเพิ่มเติมไม่ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไรก็ไม่รู้สึกเสียดายที่ตัดสินใจมาอยู่พรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งจะยังอยู่เป็นสมาชิกพรรคจนนาทีสุดท้าย และเชื่อว่าการยุติกิจกรรมทางการเมืองจะไม่ส่งผลต่อคะแนนเสียงของพรรคเพราะที่ผ่านมาได้ทำความเข้าใจกับประชาชนมาตลอดและพร้อมช่วยกรรมการบริหารพรรคแก้ปัญหาสิ่งที่เกิดขึ้น   ขณะที่นายณัฐวุฒิ ย้ำว่าจะไม่ทิ้งพรรคแน่นอน เพียงแต่การเปิดเวทีปราศรัยขณะนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม และยืนยันว่าทุกคนยังอยู่ในตำแหน่งที่พรรคมอบหมายให้ เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพรรคไทยรักษาชาติจะไม่สิ่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในวันที่ 24 มีนาคม กับประชาชนที่อยู่ฝั่งประชาธิปไตยแม้จะมีหรือไม่มีพรรคไทยรักษาชาติก็ตาม  

 6,811
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
14 ก.พ. 62

จาตุรนต์-ณัฐวุฒิ ประกาศยุติหาเสียง ไทยรักษาชาติ ยืนยันไม่มีรอยร้าวภายในพรรค ย้ำจะอยู่จนนาทีสุดท้าย

จาตุรนต์-ณัฐวุฒิ ประกาศยุติกิจกรรมหาเสียงของพรรคทั้งพบปะประชาชนและเปิดเวทีปราศรัย ยืนยันไม่มีรอยร้าวภายในพรรค ย้ำจะอยู่กับพรรคไทยรักษาชาติจนนาทีสุดท้าย   นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรค นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณงค์หาเสียงและคณะทำงานพรรคไทยรักษาชาติ ยืนยันไม่มีรอยร้าวภายในพรรค แม้หลายวันที่ผ่านไม่ได้เข้ามาทำงานที่พรรคแต่ก็ได้มีการหารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับพรรคตลอด เมื่อเรื่องการยุบพรรคเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญแล้วเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการพิจารณาคดีคณะทำงานจึงเห็นว่าพรรคควรยุติกิจกรรมหาเสียง ทั้งการพบปะประชาชน และการเปิดเวทีปราศรัย เพื่อไม่ให้มีปัญหาแทรกซ้อน และจะไม่แสดงความคิดเห็นใดๆนอกศาลจนว่าจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาดจากศาลรัฐธรรมนูญ    นายจาตุรนต์ กล่าวเพิ่มเติมไม่ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไรก็ไม่รู้สึกเสียดายที่ตัดสินใจมาอยู่พรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งจะยังอยู่เป็นสมาชิกพรรคจนนาทีสุดท้าย และเชื่อว่าการยุติกิจกรรมทางการเมืองจะไม่ส่งผลต่อคะแนนเสียงของพรรคเพราะที่ผ่านมาได้ทำความเข้าใจกับประชาชนมาตลอดและพร้อมช่วยกรรมการบริหารพรรคแก้ปัญหาสิ่งที่เกิดขึ้น   ขณะที่นายณัฐวุฒิ ย้ำว่าจะไม่ทิ้งพรรคแน่นอน เพียงแต่การเปิดเวทีปราศรัยขณะนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม และยืนยันว่าทุกคนยังอยู่ในตำแหน่งที่พรรคมอบหมายให้ เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพรรคไทยรักษาชาติจะไม่สิ่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในวันที่ 24 มีนาคม กับประชาชนที่อยู่ฝั่งประชาธิปไตยแม้จะมีหรือไม่มีพรรคไทยรักษาชาติก็ตาม  

 6,811

Top