ค้นหา :

ผลการค้นหา "วิษณุเครืองาม"

ประชาสัมพันธ์
23 ก.พ. 63

ศธ.ตั้งอนุกรรมการฯ 4 ชุด เตรียมพัฒนาศักยภาพเด็กไทยทุกช่วงวัย สู่ยุคดิจิตอล

กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งคณะอนุกรรมการการเรียนการสอนภาษาคอมพิวเตอร์ 4 ชุด เพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กไทยทุกช่วงวัย สู่ยุคดิจิตอล   นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 โดยมีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ, นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ, นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฯ ผู้บริหารหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม ที่ทำเนียบรัฐบาล   โดยที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการโค้ดดิ้ง 4 ชุด ได้แก่   1.คณะอนุกรรมการจัดทำพัฒนาและติดตามแผนแม่บทการพัฒนาขีดความสามารถทักษะ และการเรียนการสอนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding)   2.คณะอนุกรรมการส่งเสริมการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูล สร้างความตระหนักและการรับรู้ เพื่อการพัฒนาขีดความสามารถ ทักษะและการเรียนการสอนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) สู่ทุกภาคส่วน   3.คณะอนุกรรมการประสานงานร่วมภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อการพัฒนาขีดความสามารถ ทักษะและการเรียนการสอนภาษาคอมพิวเตอร์ (กรอ.Coding)   4.คณะอนกุรรมการรับรองคุณภาพหลักสูตรและมาตรฐานการพัฒนาครูและบุคลากร การพัฒนาการสอนและการเรียนรู้วิทยาการคำนวณและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding)           ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/utYCb6YUTMQ  

 745
การเมือง
18 ก.พ. 63

นายกเผยฯ รอฟังมติ ครม. เคาะข้อเสนอวันหยุดยาว 9 วันสงกรานต์

นายกฯ เผย รัฐบาลยังไม่เคาะหยุดยาว 9 วันสงกรานต์ ต้องรอฟังมติของครม. ซึ่งไม่ใช่การเพิ่มวันหยุด แต่เป็นการเกลี่ยวันหยุดในส่วนอื่น เพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจ   นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าววันหยุดยาว 9 วันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 11-19 เมษายนนี้ ว่า เรื่องนี้เป็นข้อเสนอของฝ่ายเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งได้เคยใช้มาตรการนี้ในอดีตมาแล้ว ส่วนตัวยังไม่ทราบว่ารัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร เพราะคงต้องมาหรือในที่ประชุมครม. เพื่อช่างน้ำหนักข้อดีข้อเสีย และหากจะดำเนินการก็ต้องประกาศให้ประชาชนได้ทราบล่วงหน้า   ส่วนเมื่อถามว่ากังวลจะมีผลกระทบตามมาหรือไม่ นายวิษณุ บอกว่า ทุกครั้งเมื่อมีมติวันหยุดเป็นกรณีพิเศษ อาจจะต้องมีข้อยกเว้นไว้ไม้ให้กระทบ เช่น ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง กับ ธนาคาร, ศาล หรือโรงพยาบาล ซึ่งส่วนตัว ยังไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะพิจารณาอย่างไร แต่คงต้องตัดสินใจให้เร็วเพื่อให้เกิดความชัดเจน   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง ข้อเสนอมาตรการวันหยุดยาว 9 วันสงกรานต์ ว่า เป็นการนำวันหยุดอื่นมาชดเชยแทน ไม่ได้เพิ่มวัน ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณากันอยู่ ส่วนจะเป็นไปได้ว่าจะหยุด 9 วันหรือไม่ ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมครม.    พร้อมย้อนถามผู้สื่อข่าวว่าอยากได้หยุดยาวกันหรือไม่ แต่บางทีนายกรัฐมนตรีก็ไม่อยากได้ เพราะอยากจะทำงาน แต่จะถ้าจะเพิ่มโดยไม่เกลี่ยของเดิมมา ก็จะทำให้วันหยุดมีมากขึ้นอีก ทั้งนี้การเพิ่มวันหยุดในช่วงดังกล่าวเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวที่กำลังมีปัญหา ในช่วงที่โควิด-19 กำลังระบาด ซึ่งต้องดูว่าจะดีหรือไม่ บางอย่างก็จำเป็นต้องทำ ทุกอย่างต้องมีเหตุมีผลกันบ้าง   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/N356P9rvAqw

 307
เศรษฐกิจ
15 ก.พ. 63

'วิษณุ' ชี้เพิ่มวันหยุดสงกรานต์ ต้องดูผลกระทบที่ตามมาด้วย

การระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจ ต่อมามีการเสนอวันหยุดยาว ให้ครม.พิจารณา 2 แบบ คือวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ แบบหัวท้ายวันที่ 10 และ16 เมษายน กับแบบที่ 2 คือ หยุดเพิ่มท้าย 16-17 เมษายน    โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า มันมากไปหรือไม่ เนื่องจากว่าวันหยุดทั้งปี มีหลายวันอยู่แล้ว ต้องไปพิจารณาหลายอย่าง รวมถึงอุบัติเหตุ ดังนั้นต้องฝากกลับไปพิจารณาด้วย ว่าจะเกิดปัญหาตามมาหรือไม่     อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/V1FgD5yF-1o  

 5,293
ข่าวภูมิภาค
14 ก.พ. 63

รัฐเคาะเงินเยียวยาเหยื่อกราดยิงโคราช 27 รายละ 1 ล้าน ส่วนมือยิง - 2คู่กรณี ไม่ได้รับ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะกรรมการติดตามมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา ได้เคาะเงินเยียวยาในส่วนกองทุนสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย โดยเหยื่อ ผู้เสียชีวิตผู้บริสุทธ์ 27 ราย รายละ 1 ล้านบาท ยังไม่พิจารณา 3 ราย คือ ผู้ก่อเหตุ และคู่กรณีอีก 2 ราย ซึ่งต้องพิจารณาสำนวนการสอบสวนก่อน   ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัส 29 คน เยียวยาคนละ 2 แสนบาท ไม่สาหัส 29 คน เยียวยา ไม่เกินคนละ 1 แสนบาท   ซึ่งการเยียวยาในส่วนนี้ เป็นการช่วยเหลือนอกเหนือจากสิทธิที่จะได้รับจากกระทรวงการคลัง ในหลักหมื่นบาท และกระทรวงยุติธรรมในหลักหมื่นบาท ถึงหลักแสน รวมถึงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในหลักหมื่นบาทเช่นกัน   ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เสียชีวิตในการปฎิบัติหน้าที่ 3 นาย รวมถึงตำรวจอาสา อีก 1 นายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้พิจารณาเงินเยียวยาจากกองทุนต่างๆ มอบให้รายละ 3 ล้านบาท   ทั้งนี้จะเริ่มมอบเงินให้ครอบครัว ได้ วันเสาร์ ที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งจะรายงานเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า โดยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้ประสานกับครอบครัวเหยื่อ ทำความเข้าใจว่าประชาชนจะได้รับสิทธิ์ เข้าข่ายในประเภทใด   ขณะที่ทางห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โคราชจะมอบเงินให้กับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต รายละ 1 แสนบาท มอบทุนการศึกษาให้กับบุตรผู้เสียชีวิตคนละ 5 หมื่นบาท ยกเว้นค่าเช่าให้กับร้านค้าทั้ง 500 ราย เป็นระยะเวลา 1 เดือน รวมถึงจัดทำแคปเปญส่งเสริมการขาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XM2vlqnv7UE

 5,695
สังคม
14 ก.พ. 63

รัฐเคาะเงินเยียวยาเหยื่อกราดยิงโคราช 27 รายละ 1 ล้าน ส่วนมือยิง - 2คู่กรณี ไม่ได้รับ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะกรรมการติดตามมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา ได้เคาะเงินเยียวยาในส่วนกองทุนสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย โดยเหยื่อ ผู้เสียชีวิตผู้บริสุทธ์ 27 ราย รายละ 1 ล้านบาท ยังไม่พิจารณา 3 ราย คือ ผู้ก่อเหตุ และคู่กรณีอีก 2 ราย ซึ่งต้องพิจารณาสำนวนการสอบสวนก่อน   ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัส 29 คน เยียวยาคนละ 2 แสนบาท ไม่สาหัส 29 คน เยียวยา ไม่เกินคนละ 1 แสนบาท   ซึ่งการเยียวยาในส่วนนี้ เป็นการช่วยเหลือนอกเหนือจากสิทธิที่จะได้รับจากกระทรวงการคลัง ในหลักหมื่นบาท และกระทรวงยุติธรรมในหลักหมื่นบาท ถึงหลักแสน รวมถึงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในหลักหมื่นบาทเช่นกัน   ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เสียชีวิตในการปฎิบัติหน้าที่ 3 นาย รวมถึงตำรวจอาสา อีก 1 นายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้พิจารณาเงินเยียวยาจากกองทุนต่างๆ มอบให้รายละ 3 ล้านบาท   ทั้งนี้จะเริ่มมอบเงินให้ครอบครัว ได้ วันเสาร์ ที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งจะรายงานเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า โดยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้ประสานกับครอบครัวเหยื่อ ทำความเข้าใจว่าประชาชนจะได้รับสิทธิ์ เข้าข่ายในประเภทใด   ขณะที่ทางห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โคราชจะมอบเงินให้กับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต รายละ 1 แสนบาท มอบทุนการศึกษาให้กับบุตรผู้เสียชีวิตคนละ 5 หมื่นบาท ยกเว้นค่าเช่าให้กับร้านค้าทั้ง 500 ราย เป็นระยะเวลา 1 เดือน รวมถึงจัดทำแคปเปญส่งเสริมการขาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XM2vlqnv7UE

 5,695
การเมือง
08 ก.พ. 63

อัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งฟ้อง คดีแฟลชม็อบ 'ธนาธร' พร้อมพวก - ชี้หากถูกยุบพรรค ปมเงินกู้ จะอภิปรายนอกสภาฯ

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เดินทางเข้าพบอัยการ ที่ สำนักงานอัยการคดีแขวงปทุมวัน เพื่อฟังคำสั่งในคดีที่พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้ส่งตัวนายธนาธรพร้อมพวกรวม 5 ราย เป็นผู้ต้องหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ จากการจัดชุมนุมแฟลชม็อบเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 62    ในข้อหาร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยกีดขวางทางเข้าออก หรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการสถานีรถไฟ ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะ ไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และชุมนุมในรัศมีใกล้เขตพระราชฐาน 150 เมตร โดยยังไม่มีคำสั่งฟ้อง เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ จึงให้สอบสวนเพิ่มเติม    โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ต้องหายื่นขอความเป็นธรรมเรื่องการชุมนุมในรัศมีใกล้เขตพระราชฐาน 150 เมตร การกระทำดังกล่าวเป็นเพียงการพบปะประชาชนไม่ใช่การชุมนุมและมีคำสั่งห้ามชุมนุมหรือไม่ จึงได้นัดฟังคำสั่งอีกครั้งในวันที่ 17 มีนาคม 63 ในเวลา 10.00 น.   โดย นายธนาธร ยังกล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านวินิจฉัยคดีเงินกู้ในวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ ว่า หากยุบพรรคจริงจะต้องอภิปรายนอกสภาฯ แต่จะนำไปสู่อะไร ไม่สามารถคาดเดาได้ เนื้อหาทั้งหมดเตรียมงานกันหนักแน่น ทำไมต้องนักฟังคำวินิจฉัย ก่อนวันอภิปรายไม่กี่วัน     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/2-A-Jp0YTOc

 673
การเมือง
08 ก.พ. 63

'วิษณุ' โล่งอก ศาลรธน.ชี้ขาด ร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ไม่เป็นโมฆะ - ฝ่ายค้านจี้รัฐบาลรับผิดชอบ

การประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อลงมติวินิจฉัย ในคดี ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เข้าชื่อขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่ากระบวนการตราและเนื้อหา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ขัดรัฐธรรมนูญ และ ส่งผลให้ตกเป็นโมฆะหรือไม่ กรณี มี ส.ส.เสียบบัตรแทนกันในการลงมติ ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว   โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้ไม่มีประเด็นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับข้อความหรือเนื้อหาสาระของร่างพระราชบัญญัติ และไม่มีประเด็นเกี่ยวกับความผิดทางอาญา หรือทางจริยธรรมของ ส.ส. มีเพียงประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยเฉพาะเรื่องกระบวนการตราร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เท่านั้น ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่า การกระทำโดยไม่สุจริตในการออกเสียงลงมติแทนผู้ที่ไม่ได้อยู่ร่วมประชุมนั้น เป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่   โดยไม่อยู่ในอาณัติมอบหมายของผู้ใด และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความชื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 ที่สมาชิกคนหนึ่งย่อมมีเสียงหนึ่งเสียงในการออกเสียงลงคะแนนตามรัฐธรรมนูญ และการออกเสียงลงคะแนนจะกระทำแทนกันมิได้ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร   ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่า ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณดังกล่าว เป็นการพิจารณาวาระที่ 2-3 ปรากฏการแสดงตนและลงมติของนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย และนายฉลองยอมรับว่า ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมจริง แต่มีการใช้บัตรลงมติแทนกัน ย่อมมีผลเป็นการออกเสียงลงคะแนนที่ไม่สุจริต ทำให้ผลการลงดังกล่าวไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมและไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ   อย่างไรก็ตาม กรณี ไม่ทำให้ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ต้องถูกตีตกทั้งฉบับแบบเดียว กับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นที่มาของ ส.ว. ปี 2556 และ ร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เมื่อปี 2557 เพราะพฤติการณ์แห่งคดี ครั้งนั้น   แตกต่างจากประเด็น พฤติการณ์ในคดีนี้ คือ   1. คดีนี้ไม่มีประเด็นเกี่ยวกับข้อความอันเป็นสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด   2. คดีนี้มีปัญหาเฉพาะกระบวนการตราร่างพระราชบัญญัติเท่านั้น และกระบวนการก่อนลงมติในวาระ2 ก็ชอบด้วยรัฐธรรมนูญทุกประการ   3. กรณีนี้มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่ประเทศชาติจะต้องได้กฎหมายฉบับนี้ไปช่วยแก้ปัญหาความล่าช้าและอุปสรรคในการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินอีกด้วย   จึงให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการให้ถูกต้องเฉพาะลงมติในวาระที่ 2 และวาระที่3 และให้เสนอร่างพระราชบัญญัติให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบอีกครั้งพร้อมทั้งให้สภาผู้แทนราษฎรรายงานผลการปฏิบัติตามคำบังคับต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน30 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำวินิจฉัย   อย่างไรก็ตามคดีนี้ไม่มีประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยเกี่ยวกับความผิดทางอาญา หรือความผิดทางจริยธรรม ซึ่งบุคคลจะต้องรับโทษอย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่ต้องไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ส่วนอีกคำร้องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นำโดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย รวมทุกกรณีที่เกี่ยวข้องกับการเสียบบัตรแทนกัน เห็นว่า เหตุแห่งคำร้องดังกล่าวเป็นเหตุเตียวกันกับที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยไปในคดีนี้แล้ว จึงไม่มีเหตุจำเป็นต้องรับไว้พิจารณาวินิจฉัยให้อีก   ด้าน นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า จะนำเรื่องนี้เข้าสู่วาระการประชุม ในวันที่ 13 ก.พ. 2563 ตั้งแต่เวลา 09.30น. โดยจะเริ่มพิจารณาลงมติในวาระ2 ตั้งแต่มาตราที่ 1 เกี่ยวกับชื่อของร่างพระราชบัญญัติ ไปจนครบทุกมาตรา ส่วนจะใช้เวลาพิจารณากี่วันนั้นขึ้นอยู่กับที่ประชุมต่อไป   ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า คาดว่าทูลเกล้าฯได้ภายในเดือน ก.พ. เมื่อนักข่าวถามว่า ศาลวินิจฉัยออกมาเช่นนี้ถือว่าแฮปปี้หรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า 'รู้สึกโล่งอก'   ด้านฝ่ายค้าน นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย บอกว่า รัฐบาลอย่ามานั่งดูเฉยๆแล้วไม่ต้องรับผิดชอบไม่ได้ เพราะนี่คือการกระทำของรัฐบาลล้วนๆ ดังนั้นไม่ใช่เข้าวาระ 2-3 แล้วจบไม่ได้ ต้องมีความรับผิดชอบทางการเมือง คือรัฐบาลลาออกหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/j1Dh6KRw_1c

 192
การเมือง
07 ก.พ. 63

จับตาศาล รธน.วินิจฉัยปม พ.ร.บ.งบปี 63 'วิษณุ' แย้มมีแผนรับมือ หากเป็นโมฆะ

วันนี้ (7 ก.ค. 63) นัดฟังคำวินิจฉัยกรณี พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ที่เป็นผลพวงจากกรณีส.ส.เสียบบัตรแทนกัน จนกระทั่งฝ่ายค้านและรัฐบาล ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย   โดยนายวิษณุ เครืองาม เผยได้มีการเตรียมแผนสำหรับรองรับแล้ว วันนี้รอฟังผลวินิจฉัยจากศาลว่าจะเป็นอย่างไร   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/3rnI7SoVPik

 489
การเมือง
01 ก.พ. 63

ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 รัฐมนตรี ชี้รัฐบาลอาจรอดในสภาฯ แต่ปชช.มีสิทธิล้มรัฐบาลได้

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านและแกนนำพรรค ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายทั้งหมด 6 คน ประกอบด้วย   1.พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 2.พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  3.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี  4.พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  5.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  6.ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   นายสมพงษ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 6 คน นั้นฝ่ายค้านทั้งหมดได้พิจารณาตรวจสอบแล้ว พบมีข้อมูลมากพอที่จะชี้ให้เห็นถึงการบริหารงานที่ผิดพลาด ล้มเหลวของรัฐบาล แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด และการอภิปรายครั้งนี้ไม่ได้คาดหวังว่าจะคว่ำรัฐบาลได้ เพราะเสียงฝ่ายค้านในสภามีไม่มากพอ แต่จะขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน และย้ำว่าไม่มีการต่อรองใดๆกับนัฐมนตรีคนใดในรัฐบาล ส่วนจำนวนวันอภิปรายเบื้องต้นได้พูดคุยกับประธานสภาฯไปก่อนหน้านี้แล้วว่าฝ่ายค้านต้องการวันอภิปราย 3-4 วัน   ส่วนพรรคเศรษฐกิจใหม่แม้จะขอถอนตัวจากพรรคร่วมฝ่ายค้านแล้วแต่จะไม่กระทบต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และส.ส.ทุกคนก็ยังมีสิทธิที่จะร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเศรษฐกิจใหม่   ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รอวนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมีชื่อเป็นรัฐมนตรีที่ถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า มีรายชื่อตนเองมาก่อนหน้านี้ และจากญัตติที่กำหนดไว้ว่าเป็นการทำลายนิติรัฐนั้น ยังไม่ขอบอกรายละเอียดของการชี้แจงในขณะนี้ เพราะเมื่อฝ่ายค้านกลัวคำถามรั่ว ตนเองที่เหมือนเป็นนักเรียนก็ต้องเกรงคำตอบจะรั่ว แต่ข้อเท็จจริงแล้ว เมื่อฝ่ายค้านยังไม่ได้ถาม จึงยังไม่ทราบว่าจะตอบอย่างไร และเมื่อถามถึงความมั่นใจ ในการตอบอภิปราย นายวิษณุได้ยกเอาบทกลอนในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ที่ให้ความสำคัญกับการใช้สติในการแก้ปัญหา    ส่วนที่มีการเปิดเผยว่า นายปิยะบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่จะเป็นผู้อภิปรายตนเองนั้น ไม่แสดงความกังวล และเปิดเผยว่าส่วนตัวแล้วก็รู้จักกับนายปิยะบุตร การตอบอภิปรายก็คงเป็นไปตามขั้นตอน    มีรายงานว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนเข้าการประชุมว่า ขอให้มีการเตรียมข้อมูล ก่อนเข้าอภิปรายด้วย สรุปการทำงานของชุดต่างๆ ว่ามีความคืบหน้าเป็นอย่างไร      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/0cTBEa7ON80

 540
การเมือง
01 ก.พ. 63

ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 รัฐมนตรี - พรรคเศรษฐกิจใหม่ ประกาศถอนตัวออกจากฝ่ายค้าน

แกนนำ 6 พรรคฝ่ายค้าน นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภา ได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร    โดย 6 รัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประกอบด้วย  - พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  -พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี - พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย - นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  และร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   โดยหลังจากนี้ นายชวน จะให้สำนักเลขานุการสภาผู้แทนราษฏร ไปตรวจสอบความถูกต้อง แล้วแจ้งให้รัฐบาลและฝ่ายค้านรับทราบ เพื่อนัดหารือกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ   มีรายงานว่า ฝ่ายค้านจะอภิปรายในประเทศการบริหารราชการแผ่นดินโดยขาดความรู้ความสามารถ แก้ปัญหาเศรษฐกิจล้มเหลว ไม่รักษาวินัยทางการเงินการคลัง ใช้งบประมาณแผ่นดินเพื่อสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเองและพรรค มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ ร่ำรวยผิดปกติ ก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม และก้าวก่ายการทำงานของข้าราชการท้องถิ่น รวมถึงมีพฤติกรรมทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ปกป้องพวกพ้องโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศ   ขณะเดียวกันพรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้มีมติถอนตัวออกจากฝ่ายค้าน เนื่องจากอยากมีอิสระในการทำงาน โดยขณะนี้ ยังไม่มีการตัดสินใจว่าจะอยู่กับรัฐบาลหรือกลับมาเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ แต่ก็มีกระแสข่าวว่า สัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนเรื่องของการย้ายขั้ว     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/HzNnTfbcnao

 2,634
การเมือง
30 ม.ค. 63

'วิษณุ' หาทางออกหากงบปี 63 สะดุด ชี้ ส.ส.กดบัตรแทนต้องรับผิดชอบ-ถูกลงโทษ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมทางออกไว้แล้ว เข้าใจว่าสัปดาห์หน้าสำนักงบประมาณจะเสนอมาตรการรองรับบางอย่างเข้ามา เขาต้องรอฟังศาลฯก่อน ทางออกคิดไว้มากกว่า 3 ทาง   คนที่เคยเป็นรัฐบาลจะรู้ว่ามีวิธีการอยู่ สิ่งที่รัฐบาลต้องระวังคือเรื่องวินัยการเงินการคลัง ที่พูดมาทั้งหมดคือทางแก้เรื่องงบประมาณ ไม่เคยพูดว่าการเสียบบัตรแทนกันไม่ใช่ปัญหาร้ายแรง ต้องไม่ละเลยการตรวจสอบหาผู้กระทำผิดในเรื่องนี้ คนทำผิดทำไมจึงยังลอยนวลอยู่   คนเสียบบัตรแทนกันนั้นผิด แน่นอนว่าเขาต้องรับผิดชอบในเมื่อเป็นต้นเหตุ แม้ไม่เกิดความเสียหายก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำนั้น และเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นต้องเป็นความรับผิดชอบอีกหลายเท่า ขณะเดียวกันต้องเตรียมมาตรการป้องกันในอนาคต   สภาฯต้องสอบข้อเท็จจริง กำลังบอกว่าต้องมีการดำเนินคดี เมื่อมีผลออกมาอย่างไรต้องดำเนินการฟ้อง จะเป็นใครฟ้องก็ได้ อาจต้องฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือจะเป็นคดีอาญาธรรมดา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CETJliiLQcA

 1,790
การเมือง
26 ม.ค. 63

'วิษณุ' แจงปมเด้ง 2 บิ๊กตำรวจเข้ากรุ ชี้เด้ง 'วิระชัย' แค่ชั่วคราว ส่วน 'บิ๊กโจ๊ก' แค่เตือนให้รู้ตัว

จากกรณีมีคำสั่งเด้ง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และให้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงเตือน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ห้ามประพฤติตัวชั่วร้ายนั้น   นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณี พล.ต.อ.วิระชัย เป็นการให้มาช่วยราชการที่สำนักนายกฯเป็นการชั่วคราว โดยจะมีกรอบระยะเวลาไม่นาน เนื่องจากยังมีการสอบสวนอยู่ที่สำนักงานตำรวจ เพื่อให้สะดวกต่อการสอบสวน    ส่วนกรณี พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เป็นเรื่องภายในของสำนักงานตำรวจ ไปอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการฯเป็นการใช้อำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่องของความเหมาะสม โดยไม่ได้มีการสอบสวนอะไร      ขณะที่กรณี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียน และการสอบสวน ไม่ใช่เรื่องของทางตำรวจ แต่เป็นเรื่องของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ขณะนี้ยังสอบอะไรไม่ได้เพราะยังไม่มีการร้องเรียนที่ชัดเจนมากพอ ดังนั้นจึงมีคำสั่งเป็นการเตือนและปรามไว้ก่อนเท่านั้น ไม่ได้มีการลงโทษอะไร เจ้าตัวรับทราบแล้ว   การที่คำสั่งต้องระบุอะไรหลายอย่างเพราะมีเรื่องร้องเรียนที่เข้าข่ายจึงต้องเตือนให้รู้ตัว และการปฎิบัติหน้าที่ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ก็ไม่มีรถ และเงินเดือนประจำตำแหน่ง ไม่มีสิทธิอะไร เมื่อมาอยู่ตรงนี้ปลัดสำนักนายกฯ ได้มอบหมายงาน และจะลดการมอบหมายลงไประยะหนึ่ง ก่อนจะพิจารณาว่าจะคืนงานกลับให้หรือไม่ค่อยว่ากันอีกที   ทั้งนี้ ที่มีคำถามว่าทำไมถึงไม่เตือนที่เจ้าตัวแต่ออกเป็นคำสั่ง เพราะเป็นเรื่องที่จำเป็น เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจที่อ้างตามกฏหมายและต้องการส่งสัญญาณไปถึงหลายคน เพื่อให้รับทราบเอาไว้และที่ผ่านมาก็เคยมีการเตือนในลักษณะนี้ แต่เป็นระดับอธิบดีจึงไม่ได้รับความสนใจอะไรเหมือนกับกรณีนี้ ที่นายกฯเป็นผู้บังคับบัญชาจึงต้องลงมาเซ็นเอง       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/epsSg0hbNFM

 9,751
การเมือง
25 ม.ค. 63

'วิษณุ' แย้มมีทางออก พ.ร.บ.งบ 63 ไม่มีวิบัติแน่นอน 'ชวน' ชี้เสียบบัตรแทนกัน มีปัญหาแน่นอน!

ประเด็นทางการเมือง กรณีปมปัญหาเสียบบัตรแทนกัน จนต้องนำเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่ากระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่   ล่าสุด นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า ต้องรอผลตรวจสอบจากสภาฯ ว่าบัตรประจำตัวของ ส.ส.ว่ามีการทำผิดจริงหรือไม่ ซึ่งจริงๆแล้วบัตรประจำตัวของ ส.ส.ใช้ได้ 2 กรณี แสงตน กับลงมติ ทางออกมีอยู่ แต่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาก่อน ว่าผิดตรงไหน   ส่วนกรณีที่มีการบอกกันว่า ออกเป็น พ.ร.ก.เงินกู้ จะทำได้หรือไม่นั้น นายวิษณุ บอกว่า ไม่ใช่ทางที่ดีที่สุด นั้นจะเป็นทางสุดท้าย   ส่วนเรื่องที่ 2 ใช้มาตรา 143 ที่เขียนไว้ใน พ.ร.บ.งบ ได้หรือไม่ หากพิจารณาไม่เสร็จภายใน 105 วัน ก็ให้ถือว่าสภาฯเห็นชอบนั้น เรื่องนี้ นายวิษณุ บอกว่า มันก็ไม่ใช่ทางออกสุดท้าย แต่มันก็เป็นทางออกหนึ่ง   ด้าน นายโภคิน พลกุล อดีตประธานสภาฯ บอกว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ถ้าผิดจริง ต้องตกไปทั้งฉบับ ไม่สามารถใช้มาตรา 143 ได้ เพราะสภาฯกำหนดไว้แล้วว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้เสร็จภายใน 105 วัน มันเป็นอีกเรื่อง แต่ถ้ามันผิดกฎหมาย มิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เป็นคนละกรณี   ส่วนจะใช้ พ.ร.ก.แทน พ.ร.บ.ได้หรือไม่ นายโภคิน บอกว่า ไม่ได้ เพราะกฎหมายบังคับแล้วว่า งบประมาณต้องเป็น พ.ร.บ.เท่านั้น   นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร บอกว่า กรณีฝากให้คนอื่นเสียบบัตร แต่ตัวไม่อยู่ในห้องประชุม มีปัญหาแน่นอน แต่กรณีที่ตัวอยู่ในที่ประชุม แล้วให้บุคคลอื่นเสียบบัตรลงคะแนนแทน ต้องดูที่เจตนาและต้องตักเตือน ถึงแม้สถานที่จะไม่เอื้ออำนวย แต่ก็อยากให้หลีกเลี่ยงการเสียบบัตรแทนกัน เดี๋ยวปัญหามันจะน้อยลง ถ้าใช้ห้องประชุมสุริยัน เพราะมีจำนวนที่นั่งและเครื่องลงมติเพียงพอกับจำนวนสมาชิก    ส่วนที่มีคนแนะนำใช้การสแกนม่านตา หรือลายนิ้วมือแทน นายชวน บอกว่า งบประมาณสิ้นเปลืองเกินจำเป็นหรือเปล่า    มีรายงานว่าที่ศาลรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่รัฐสภา มีการนำคำร้องของ ส.ส.174 คน ไปยื่นเป็นที่เรียบร้อย โดยคาดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะนำคำร้องดังกล่าวพิจารณากันภายในสัปดาห์หน้า เพราะถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ   ขณะที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ บอกว่า คำร้องของทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยกรณีการเสียบบัตรแทนกันในการลงมติร่างพระราชบัญญัตินำเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ไม่เป็นเหตุให้ร่างงบประมาณต้องตกไปทั้งฉบับ    เนื่องจากไม่มีข้อความขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ และกระบวนการตรากฎหมายก็ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาในการวินิจฉัยประเด็นนี้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน   ส่วนกรณีประเด็นเรื่องเสียบบัตรแทนกันนั้น ศาลน่าจะพิจารณาตามข้อกฎหมาย โดยดูเหตุและผลของการกระทำ ซึ่งหากมีการกระทำเกิดขึ้นจริง ก็เป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆเท่านั้น ไม่น่าจะมีผลต่อเสียงข้างมาก จนทำให้เปลี่ยนแปลงเจตนารมณ์ของส.ส.ทั้งหมดที่ร่วมกันลงมติได้ แต่สำหรับส.ส.ที่เสียบบัตรแทนกันจะมีความผิดหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องของกระบวนการอาญา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการลงมติ   ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กบอกว่า การเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.นั้น คือการโกงประชาชนที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา    ส่วน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย บอกว่า กรณีนี้เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ เตรียมร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อทำการไต่สวน สอบสวนต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/J0_9CTBnz5o

 491
การเมือง
24 ม.ค. 63

'วิษณุ' ยันไม่เคยบอก ส.ส.เสียบบัตรแทนกันเป็นเรื่องเล็กน้อย

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและประธานคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคออกมากล่าวถึง การเสียบบัตรแทนกันในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ว่า   เมื่อกระบวนการไม่ชอบกฎหมายก็จะไม่ชอบตามด้วยไม่ต้องไปตีความว่าเนื้อหาไม่ชอบนั่น ว่า ก็ถูกตามที่กล่าวมา แต่ตนอยากจะชี้แจงถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า การเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่เป็นไร ยืนยันว่าไม่เคยพูด แต่ตนบอกว่าให้แยกเป็น 2 เรื่อง คือการเสียบบัตร และผลกระทบต่อ พ.ร.บ.งบ   ย้ำว่าเรื่องการเสียบบัตรถือเป็นความเสียหายร้ายแรง และมีความผิดและบทลงโทษด้วย แต่ที่ตนบอกว่าไม่ถึงวิบัติหรือความเสียหายนั้น คือเรื่องของ พ.ร.บ.งบ ในเรื่องการเสียบบัตรถือว่าเป็นกระบวนการไม่ถูกต้อง และต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าชอบหรือไม่ด้วยกฎหมาย และจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_T7izqRGgtw

 3,635
การเมือง
23 ม.ค. 63

วิปรัฐบาลชิงส่งศาล รธน.ตีความ ปม ส.ส.กดบัตรแทนกัน 'วิษณุ' รับกระทบงบล่าช้า

จากการที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงชี้แจงรายละเอียดการกดบัตรแทนกันของนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ และ นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย   นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่าการที่กังวลว่างบประมาณปี 63 จะเป็นโมฆะ พรรคภูมิใจไทยต้องยอมเสียสละอวัยวะเพื่อรักษาร่างกาย ให้ประเทศเดินหน้าไปได้ ด้วยการให้นางนาที และนายฉลอง เทิดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ที่พบว่ามีการกดบัตรแทนกันชัดเจนออกมายอมรับว่า ทั้งสองคนลงมติมาตราใดบ้างและไม่ลงติดในมาตราใดบ้าง เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ แยกมาตราที่มีปัญหาออก แต่หากทั้งสองคนไม่ยอมรับ ก็อาจจะเข้าข่ายคดีที่ศาลเคยวินิจฉัยก่อนหน้านี้และศาลคงไม่มีทางอื่นนอกจากให้พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 เป็นโมฆะ   แต่อย่างไรก็ตามหากทั้งสองรู้เห็นเป็นใจให้ผู้อื่นนำบัตรไปกดแทนก็จะต้องมีความผิดทางอาญาในฐานะเจ้าของบัตร   นายนิพิฏฐ์ ยืนยันที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกับ ส.ส.คนใด แต่ทำหน้าที่ตรวจสอบในฐานะประชาชนเท่านั้น และจะไม่ยื่นเรื่องให้ประธานสภาฯเพราะเป็นหน้าที่ของ ส.ส.ที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบ   ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการลงมติในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จากการกดบัตรแทนกัน   โดยได้รวบรวมรายชื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ดังนี้ 1.กระบวนการตราร่างกฎหมายดังกล่าวขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ มาตรา 120 หรือไม่ 2.หากมีปัญหาจะมีปัญหาทั้งฉบับหรือเฉพาะมาตราที่มีปัญหาและถ้าร่าง พ.ร.บ.นี้ตกไปจะถือว่าสภาฯพิจารณาร่างกฎหมายนี้ไม่แล้วเสร็จภายใน 105 วันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 143 หรือไม่ 3.หากร่างกฎหมายตกทั้งฉบับหรือบางมาตราที่มีปัญหาจะดำเนินการอย่างไร   ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ากรณีดังกล่าวนี้เป็นเรื่องสภา จึงต้องให้สภาไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งจะมีความผิดหรือไม่นั้น ต้องดูว่ามีการใช้สิทธิของการเสียบบัตรโหวตลงคะแนนถูกต้องหรือไม่ และจะส่งผลกระทบต่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ทำให้โมฆะหรือไม่   ตนมองว่าการกระทำผิดในเรื่องการเสียบบัตรแทนกันเป็นเรื่องที่สภาต้องตรวจสอบ เพราะที่ผ่านมาเคยเกิดคล้ายกับกรณีดังกล่าวที่เคยส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ในปี 2556 และ 2557 ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้มีการกระทำเสียบบัตรแทนกัน แต่รายละเอียดของทั้งสองไม่เหมือนกัน ต่างกันในข้อกล่าวหาอื่นๆ ขณะเดียวกัน   นายวิษณุยังกล่าวด้วยว่า หากมีข้อสงสัย ก็ต้องส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้ ส.ส. รวบรวมรายชื่อ ส่งเรื่องให้ประธานสภา เพื่อส่งต่อศาลรัฐธรรมนญ เพื่อวินิจฉัย ส่วนการที่กฏหมายจะมีความเป็นโมฆะหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับมติในการลงคะแนนว่าถูกต้องหรือไม่ ซึ่งการต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ยอมรับว่าส่งผลกระทบต่องบประมาณ ปี 2563 ทำให้เกิดความล่าช้า ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9dodSOvTvkc

 1,441

Top