ค้นหา :

ผลการค้นหา "รมควันฆ่าตัวตาย"

สังคม
14 ก.พ. 63

สลด! พยาบาลสาวก่อเหตุรมควันฆ่าตัวตายคารถเก๋ง คาดปมเหตุจากปัญหาส่วนตัว

เย็นเมื่อวานนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2563) เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์ชันสูตรโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และหน่วยกู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา ได้เข้าตรวจสอบผู้เสียชีวิตภายในรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชชิ มิราจ สีเทา ทะเบียน งข 9695 นครราชสีมา ซึ่งจอดอยู่ใต้ต้นมะขาม ริมถนนสายตัดใหม่ บ้านธรรมชาติ หมู่ 3 ตำบลไชยมงคล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา     พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง ทราบชื่อ นางสาว ณินันธ์ บำรุงสุข อายุ 31 ปี พยาบาลวิชาชีพประจำห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา สภาพสวมชุดลำลอง ปรับที่นั่งนอนเอนเบาะเสียชีวิตคาที่นั่งคนขับ ภายในรถพบเตาถ่านมีร่องรอยจุดไฟไหม้จนมอดดับ วางอยู่ที่บริเวณที่วางเท้าที่นั่งด้านข้างคนขับ นอกจากนี้ภายในรถยังพบข้าวของสัมภาระ เสื้อผ้า กระเป๋า และรองเท้าวางอยู่เต็มรถ     นางเฉลา บำรุง อายุ 57 ปี ชาวบ้านเห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า พบเห็นหญิงสาวขับรถมาจอดที่เกิดเหตุตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (12 ก.พ.) และเห็นคนขับเปิดประตูเดินลงมาวนเวียนอยู่ใกล้รถ ในมือถือกล่องเทียนไข แต่ตนไม่ได้เอะใจใดๆ จนกระทั่งมาถึงบ่ายวันนี้ตนก็ยังเห็นรถคันเดิมจอดสนิทอยู่ที่เดิม โดยรถจอดดับเครื่อง ประตูปิดสนิท และพบคนขับนอนอยู่ในรถ ตนจึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบก่อนพบร่างหญิงสาวคนขับนอนเสียชีวิตคารถ     ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบเฟซบุ๊กผู้ตาย ก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้โพสต์ภาพโปรไฟล์เป็นรูปภาพขาวดำ พร้อมเขียนข้อความว่า มันจบแล้ว รวมทั้งแชร์ภาพการทำงานในห้องพยาบาล และให้กำลังใจผู้ประสบเหตุกราดยิงกลางเมือง เบื้องต้นสันนิษฐานว่า สาเหตุของการฆ่าตัวตายน่าจะเกิดจากความเครียดและปัญหาส่วนตัว ทำให้ผู้ตายจึงตัดสินใจคิดสั้นดังกล่าว   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/W1U402TyWH0

 2,894
ข่าวภูมิภาค
15 ม.ค. 63

สาวใหญ่ซึมเศร้า ยังทำใจไม่ได้สูญเสียลูก จุดเตารมควันฆ่าตัวตายในรถ

สมุทรสาคร-สาวใหญ่ซึมเศร้า จุดไฟตั้งเตาอั้งโล่ รมควันฆ่าตัวตายในรถ   เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุมีคนเสียชีวิตภายในรถยนต์ จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแพ้ว เข้าตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณลานจอดรถริมคลอง หน้ามูลนิธิเม่งซวงเซี่ยงตั๊ว หมู่ที่ 4 ต.โรงเข้ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร พบรถยนต์สีดำ ยี่ห้อนิสสัน เทียน่า ภายในรถมีผู้เสียชีวิตเป็นหญิง นั่งหงายหน้าอยู่ตรงเบาะนั่งคนขับ ทราบชื่อคือ นางศิริรักษ์ เขื่อนขันธ์ อายุ 55 ปี และพบสุรายี่ห้อดัง ดื่มไปแล้วเกือบหมด 1 ขวด และเตาถ่านอั้งโล่ที่จุดไฟแล้ว วางไว้ตรงที่พักเท้าของคนนั่งข้าง   เมื่อเข้าตรวจบ้านพักของผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุมากนัก ยังพบจดหมายที่ผู้ตายเขียนสั่งเสียไว้หลายฉบับ โดยข้อความนั้นเป็นการสั่งเสียให้มารดาเป็นผู้ดูแลมรดกทรัพย์สินทั้งหมดของตนเอง และยังบอกด้วยว่าการเสียชีวิตนี้เป็นการฆ่าตัวตายด้วยความสมัครใจ ซึ่งวางไว้ตรงหน้ากระถางธูปพร้อมกับชุดขาวที่ผู้ตายใส่อยู่เป็นประจำ   อีกทั้งภายในครัวของบ้านยังพบว่า มีเชือกไนล่อนแขวนอยู่บนขื่อ พร้อมกับเก้าอี้ 1 ตัว คาดว่าผู้ตายอาจจะเตรียมทำการผูกคอก่อน แต่กลับใจหันมาใช้วิธีการรมควันฆ่าตัวตายในรถแทน   ด้าน ญาติของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ผู้ตายมีอาชีพเป็นตัวแทนขายประกันชีวิต โดยเมื่อต้นปีที่แล้ว ผู้ตายได้สูญเสียลูกสาวที่รักมากไปจากการฆ่าตัวตายเหมือนกัน ทำให้ผู้ตายกลายเป็นคนเงียบขรึม มีอาการเครียดบ้างในบางวัน และค่อนข้างจะซึมเศร้าตลอดมา อีกทั้งยังหันมาใส่ชุดขาวเข้าวัดปฏิบัติธรรม ซึ่งญาติ ๆ ก็รู้ว่าผู้ตายยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียในครั้งนั้น เพราะผู้ตายรักลูกมาก และลูกสาวก็กำลังจะเรียนจบรับปริญญาตรีด้วย   โดยที่ผ่านมาเกือบ 1 ปีนั้น ผู้ตายก็เคยคิดจะฆ่าตัวตายมาแล้วแต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเมื่อวานนี้ผู้ตายได้โทรศัพท์ไปหาญาติคนหนึ่ง แต่ทางญาติไม่ได้รับสายเพราะติดธุระพาลูกไปโรงพยาบาล พอตอนเช้ามาหาผู้ตายที่บ้านจึงเห็นว่ามีจดหมายสั่งลาเขียนด้วยลายมือวางไว้ จึงได้ออกตามหาจนกระทั่งพบว่าเสียชีวิตด้วยการรมควันตัวเองในรถ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Y7J9-igMCh0

 12,325
อาชญากรรม
15 ม.ค. 63

สาวใหญ่ซึมเศร้า ยังทำใจไม่ได้สูญเสียลูก จุดเตารมควันฆ่าตัวตายในรถ

สมุทรสาคร-สาวใหญ่ซึมเศร้า จุดไฟตั้งเตาอั้งโล่ รมควันฆ่าตัวตายในรถ   เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุมีคนเสียชีวิตภายในรถยนต์ จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแพ้ว เข้าตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณลานจอดรถริมคลอง หน้ามูลนิธิเม่งซวงเซี่ยงตั๊ว หมู่ที่ 4 ต.โรงเข้ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร พบรถยนต์สีดำ ยี่ห้อนิสสัน เทียน่า ภายในรถมีผู้เสียชีวิตเป็นหญิง นั่งหงายหน้าอยู่ตรงเบาะนั่งคนขับ ทราบชื่อคือ นางศิริรักษ์ เขื่อนขันธ์ อายุ 55 ปี และพบสุรายี่ห้อดัง ดื่มไปแล้วเกือบหมด 1 ขวด และเตาถ่านอั้งโล่ที่จุดไฟแล้ว วางไว้ตรงที่พักเท้าของคนนั่งข้าง   เมื่อเข้าตรวจบ้านพักของผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุมากนัก ยังพบจดหมายที่ผู้ตายเขียนสั่งเสียไว้หลายฉบับ โดยข้อความนั้นเป็นการสั่งเสียให้มารดาเป็นผู้ดูแลมรดกทรัพย์สินทั้งหมดของตนเอง และยังบอกด้วยว่าการเสียชีวิตนี้เป็นการฆ่าตัวตายด้วยความสมัครใจ ซึ่งวางไว้ตรงหน้ากระถางธูปพร้อมกับชุดขาวที่ผู้ตายใส่อยู่เป็นประจำ   อีกทั้งภายในครัวของบ้านยังพบว่า มีเชือกไนล่อนแขวนอยู่บนขื่อ พร้อมกับเก้าอี้ 1 ตัว คาดว่าผู้ตายอาจจะเตรียมทำการผูกคอก่อน แต่กลับใจหันมาใช้วิธีการรมควันฆ่าตัวตายในรถแทน   ด้าน ญาติของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ผู้ตายมีอาชีพเป็นตัวแทนขายประกันชีวิต โดยเมื่อต้นปีที่แล้ว ผู้ตายได้สูญเสียลูกสาวที่รักมากไปจากการฆ่าตัวตายเหมือนกัน ทำให้ผู้ตายกลายเป็นคนเงียบขรึม มีอาการเครียดบ้างในบางวัน และค่อนข้างจะซึมเศร้าตลอดมา อีกทั้งยังหันมาใส่ชุดขาวเข้าวัดปฏิบัติธรรม ซึ่งญาติ ๆ ก็รู้ว่าผู้ตายยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียในครั้งนั้น เพราะผู้ตายรักลูกมาก และลูกสาวก็กำลังจะเรียนจบรับปริญญาตรีด้วย   โดยที่ผ่านมาเกือบ 1 ปีนั้น ผู้ตายก็เคยคิดจะฆ่าตัวตายมาแล้วแต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเมื่อวานนี้ผู้ตายได้โทรศัพท์ไปหาญาติคนหนึ่ง แต่ทางญาติไม่ได้รับสายเพราะติดธุระพาลูกไปโรงพยาบาล พอตอนเช้ามาหาผู้ตายที่บ้านจึงเห็นว่ามีจดหมายสั่งลาเขียนด้วยลายมือวางไว้ จึงได้ออกตามหาจนกระทั่งพบว่าเสียชีวิตด้วยการรมควันตัวเองในรถ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Y7J9-igMCh0

 12,325
ข่าวภูมิภาค
15 ม.ค. 63

ผู้ช่วยพยาบาลเครียด ทิ้งจดหมายลาตายบอกรักลูก ก่อนรมควันดับคารถ

ปทุมธานี-ผู้ช่วยพยาบาลเครียด ทิ้งจดหมายลาตายบอกรักลูก ก่อนรมควันเสียชีวิตในรถ   เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวนพริกไทย ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตภายในรถ บริเวณบ้าน หมู่ 1 ต.บางพูด อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ นางสาวศริญญา ชมบุญ อายุ 36 ปี นอนอยู่ภายในรถฝั่งคนขับ โดยเอนพิงเบาะมาทางด้านหลัง และยังพบรูปลูกสาวของผู้เสียชีวิตอยู่ข้างเบาะ   จากการตรวจสอบพบหม้อไฟฟ้ามีถ่านดับมอดไปแล้วตั้งอยู่หลังรถ ยี่ห้อฟอร์ด สีบรอนด์ รวมถึงยังพบจดหมายลาตายของผู้เสียชีวิต โดยมีข้อความว่า "To น้องเนอส แม่ขอโทษที่เลี้ยงหนูลำบาก แม่ไม่มีอะไรจะให้หนูนอกจากสร้อยเส้นนี้ ดูแลตัวเองดี ๆ นะลูก รักลูกเสมอ"   จากการสอบถามฝาแฝดของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ผู้เสียชีวิตนั้นเป็นแฝดพี่ของตน ทำงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เคยบ่นให้ตนฟังว่ามีปัญหาที่ทำงาน ซึ่งตนได้เจอกันล่าสุดเมื่อเช้านี้ ตนเป็นคนที่เจอศพพี่สาวคนแรก ก่อนหน้านี้ 2-3 วัน พี่ดูซึม ๆ ข้าวก็ไม่กิน ดูเหมือนปกติเวลามีปัญหาเรื่องเครียดเขาก็จะเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ตนเลยไม่ได้เอะใจ   ตอนเช้าพี่สาวบอกว่าไม่ต้องเรียกนะ เขาจะลาพักร้อน ตนก็เลยไปทำงาน พอกลับมา ตนนึกว่าพี่สาวออกไปข้างนอกกับพี่เขย แต่ตนเห็นรถจอดอยู่ เลยเดินขึ้นไปดูข้างบนห้อง ลองฟังเสียงก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร เลยเปิดเข้าไปดู เห็นเศษถ่านมันปลิว แล้วเหลือบไปเห็นจดหมาย ปกติพี่สาวจะไม่เขียนจดหมายให้ลูก คิดว่ามันผิดปกติแล้ว เลยเดินหาแล้วก็โทรหา แต่โทรเท่าไหร่ก็ไม่ติด พอเดินไปดูที่รถเลยเห็น พี่เป็นศพไปแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/qHQhm7olp7o

 43,653
อาชญากรรม
15 ม.ค. 63

ผู้ช่วยพยาบาลเครียด ทิ้งจดหมายลาตายบอกรักลูก ก่อนรมควันดับคารถ

ปทุมธานี-ผู้ช่วยพยาบาลเครียด ทิ้งจดหมายลาตายบอกรักลูก ก่อนรมควันเสียชีวิตในรถ   เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวนพริกไทย ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตภายในรถ บริเวณบ้าน หมู่ 1 ต.บางพูด อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ นางสาวศริญญา ชมบุญ อายุ 36 ปี นอนอยู่ภายในรถฝั่งคนขับ โดยเอนพิงเบาะมาทางด้านหลัง และยังพบรูปลูกสาวของผู้เสียชีวิตอยู่ข้างเบาะ   จากการตรวจสอบพบหม้อไฟฟ้ามีถ่านดับมอดไปแล้วตั้งอยู่หลังรถ ยี่ห้อฟอร์ด สีบรอนด์ รวมถึงยังพบจดหมายลาตายของผู้เสียชีวิต โดยมีข้อความว่า "To น้องเนอส แม่ขอโทษที่เลี้ยงหนูลำบาก แม่ไม่มีอะไรจะให้หนูนอกจากสร้อยเส้นนี้ ดูแลตัวเองดี ๆ นะลูก รักลูกเสมอ"   จากการสอบถามฝาแฝดของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ผู้เสียชีวิตนั้นเป็นแฝดพี่ของตน ทำงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เคยบ่นให้ตนฟังว่ามีปัญหาที่ทำงาน ซึ่งตนได้เจอกันล่าสุดเมื่อเช้านี้ ตนเป็นคนที่เจอศพพี่สาวคนแรก ก่อนหน้านี้ 2-3 วัน พี่ดูซึม ๆ ข้าวก็ไม่กิน ดูเหมือนปกติเวลามีปัญหาเรื่องเครียดเขาก็จะเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ตนเลยไม่ได้เอะใจ   ตอนเช้าพี่สาวบอกว่าไม่ต้องเรียกนะ เขาจะลาพักร้อน ตนก็เลยไปทำงาน พอกลับมา ตนนึกว่าพี่สาวออกไปข้างนอกกับพี่เขย แต่ตนเห็นรถจอดอยู่ เลยเดินขึ้นไปดูข้างบนห้อง ลองฟังเสียงก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร เลยเปิดเข้าไปดู เห็นเศษถ่านมันปลิว แล้วเหลือบไปเห็นจดหมาย ปกติพี่สาวจะไม่เขียนจดหมายให้ลูก คิดว่ามันผิดปกติแล้ว เลยเดินหาแล้วก็โทรหา แต่โทรเท่าไหร่ก็ไม่ติด พอเดินไปดูที่รถเลยเห็น พี่เป็นศพไปแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/qHQhm7olp7o

 43,653
สังคม
12 ม.ค. 63

สาวแม่ค้าผลไม้จุดเตารมควันตัวเองดับคาเก๋ง คาดเครียดปัญหาส่วนตัว

นครปฐม- สภ. เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตจากการรมควันเตาถ่านอั้งโล่ อยู่ภายในรถยนต์ที่ลานจอดรถของโรงพยาบาลกรุงเทพสนามจันทร์ ต.สนามจันทร์ อ.เมืองนครปฐม   หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและเดินทางไปตรวจสอบพร้อม ชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม แพทย์เวรโรงพยาบาลนครปฐม เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐมและกองพิสูจน์หลักฐาน 7 เข้าตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุอยู่ภายในลานจอดรถของโรงพยาบาล พบรถยนต์เก๋ง โตโยต้า วีออส สีขาว จอดอยู่ในลักษณะติดเครื่อง ไฟหน้าเปิด ภายในรถยังพบศพ น.ส.นิลนารีร์ เหล่าจันทร์ อายุ 32 ปี สภาพศพนั่งเสียชีวิตอยู่ภายในรถ ศีรษะเอนชิดประตู สวมใส่เสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำ   จากการตรวจสอบ ตามร่างกายไม่พบบาดแผลและร่องรอยจากการถูกทำร้าย นอกจากนี้ เตาอังโล่ขนาดเล็ก 1 ใบ ที่ จุดเตา ไว้แล้ว ถ่านสีดำ สำหรับเขาจำนวน 1 ถุง วางอยู่ในที่วางเท้า ภายในรถยังมีโทรศัพท์มือถือ power bank ไฟแช็ค กระเป๋าสตางค์ ยานอนหลับ ยี่ห้อวาเลีร่ยนเอ็กซ์ จำนวน 1 กล่องบรรจุ 10 เม็ดแต่ถูกแกะออกไปแล้วจำนวน 4 เม็ด เหลือ 6 เม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บไว้ เป็นหลักฐาน   จากการสอบถามทราบว่าผู้ที่พบเห็นศพเป็นคนแรกคือ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล โดยเผยว่าก่อนเกิดเหตุได้ขับรถวนเวียนอยู่บริเวณลานจอดรถตามปกติเพื่อตรวจดูแลความเรียบร้อย     ในจังหวะนั้นช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 10 ม.ค.62 ได้เห็นรถสีเก๋งขาวของผู้ตายขับเข้ามา จากนั้นรถได้ไปจอดอยู่ที่สุดขอบทางลานจอดรถ แต่คนขับก็ไม่ได้ลงมาจากรถ โดยเปิดไฟหน้าไว้ เข้าใจว่าจะนอนหลับแต่เป็นที่น่าสังเกตว่าเครื่องยนต์นั้นยังติดอยู่และไฟส่องสว่างเปิดอยู่ จนกระทั่งเวลา 06.00 น. รถคันดังกล่าว ยังไม่ได้ขับออกไปไหน แต่กลับพุ่งเข้าไปชนกับก้อนหินก้อนใหญ่ที่บริเวณขอบลานจอดรถใกล้กับทุ่งหญ้า แปลกใจเดินเข้าไปดูพร้อมกับใช้มืออังส่องเข้าไปที่กระจกรถ ปรากฏว่าพบผู้เสียชีวิตนอนแน่นิ่งอยู่ จึง แจ้งเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลมาช่วยกันดูและแจ้งมาตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว   สำหรับผู้ตายเป็นแม่ค้าขายผลไม้อยู่ที่หน้าร้านส้มตำแซ่บนัว ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ. นครปฐม ในเบื้องต้นไม่มีใครทราบถึงสาเหตุในการเสียชีวิตครั้งนี้เนื่องจากทั้งเพื่อนและน้องที่เดินทางมายังจุดเกิดเหตุต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่น่าเลย และไม่มีใครทราบว่าผู้ตายเครียดจากเรื่องอะไร เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดจากความเครียดเกี่ยวกับปัญาหาส่วนตัว ญาติไม่ติดใจการเสียชีวิตพร้อมส่งชันสูตรต่อที่โรงพยาบาลและนำศพกลับไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/mDU-pB1RptA  

 1,646
สังคม
12 ม.ค. 63

แม่ค้าขายผลไม้ รมควันฆ่าตัวตายในเก๋ง กลางลานจอดรถ รพ.

วันที่ 11 ม.ค. 2563 เมื่อเวลา 07.30 น. ร.ต.อ.สถาพรดวงสี รองสารวัตรสอบสวน สภ. เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตจากการรมควันเตาถ่านอั้งโล่ อยู่ภายในรถยนต์ที่ลานจอดรถของโรงพยาบาลกรุงเทพสนามจันทร์ ต.สนามจันทร์ อ.เมืองนครปฐม    ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง โตโยต้า วีออส สีขาว รถจอดอยู่ในลักษณะติดเครื่อง ไฟหน้าเปิด ภายในรถพบศพ น.ส.นิลนารีร์ เหล่าจันทร์ อายุ 32 ปี นั่งเสียชีวิตอยู่ภายในรถ ศีรษะเอนชิดประตู สวมใส่เสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำ จากการตรวจสอบ ตามร่างกายไม่พบบาดแผลและร่องรอยจากการถูกทำร้าย นอกจากนี้ เตาอังโล่ขนาดเล็ก 1 ใบ ที่จุดเตาไว้แล้ว ถ่านสีดำ สำหรับเขาจำนวน 1 ถุง วางอยู่ในที่วางเท้า ภายในรถยังมีโทรศัพท์มือถือ power bank ไฟแช็ค กระเป๋าสตางค์ ยานอนหลับจำนวน 1 กล่องบรรจุ 10 เม็ดแต่ถูกแกะออกไปแล้วจำนวน 4 เม็ด เหลือ 6 เม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บไว้ เป็นหลักฐาน   จากการสอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล เผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถวนเวียนอยู่บริเวณลานจอดรถตามปกติเพื่อตรวจดูแลความเรียบร้อย ในจังหวะนั้นช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 10 ม.ค. 2563 ได้เห็นรถสีเก๋งขาวของผู้ตายขับเข้ามา    จากนั้นรถได้ไปจอดอยู่ที่สุดขอบทางลานจอดรถ แต่คนขับก็ไม่ได้ลงมาจากรถ โดยเปิดไฟหน้าไว้ เข้าใจว่าจะนอนหลับแต่เป็นที่น่าสังเกตว่าเครื่องยนต์นั้นยังติดอยู่และไฟส่องสว่างเปิดอยู่ จนกระทั่งเวลา 06.00 น. รถคันดังกล่าว ยังไม่ได้ขับออกไปไหน แต่กลับพุ่งเข้าไปชนกับก้อนหินก้อนใหญ่ที่บริเวณขอบลานจอดรถใกล้กับทุ่งหญ้า แปลกใจเดินเข้าไปดูพร้อมกับใช้มืออังส่องเข้าไปที่กระจกรถ ปรากฏว่าพบผู้เสียชีวิตนอนแน่นิ่งอยู่ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลมาช่วยกันดูและแจ้งมาตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว   สำหรับ น.ส.นิลนารีร์ เป็นแม่ค้าขายผลไม้อยู่ที่หน้าร้านส้มตำแห่งหนึ่งในศาลายา อ.พุทธมณฑล จ. นครปฐม แต่มีห้องพักอาศัยอยู่ที่ริมถนนราชมรรคา อ.เมืองนครปฐม เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดจากความเครียดเกี่ยวกับปัญาหาส่วนตัว            ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/R9mkmB5HlE4    

 24,209
สังคม-อาชญากรรม
09 ม.ค. 63

แม่ลูกเครียดธุรกิจพัง รมควันฆ่าตัวตายพร้อมหมาแสนรัก

ตำรวจ สน.คลองตัน รับแจ้งเหตุ มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ภายในบ้านพักในซอยพัฒนาการ 44 แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพฯ       ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณชั้น 3 ของบ้านทาวน์เฮาส์ พบศพนางวรัญญา สามารถ อายุ 51 ปี เสียชีวิตอยู่บนเตียง และน.ส.วรัญญ์ศิชา สามารถ อายุ 28 ปี นอนตายอยู่ข้างเตียง ทั้ง 2 เป็นแม่ลูกกัน ภายในห้องเปิดแอร์และพบควันไฟจากเตาถ่านจุดไว้ ใกล้กันนั้นที่ปลายเตียงยังพบศพสุนัขเพศเมียพันธุ์โกลเด้น รีทีฟเวอร์ โดยมีจดหมายลาตายทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยในบ้านไม่พบร่องรอยรื้อค้นทรัพย์สินแต่อย่างใด     สอบสวนพยานให้การว่าทั้งสองคนเคยทำธุรกิจอยู่ที่ลาว อยู่กันสองแม่ลูก แต่ 3 ปีผ่านมาธุรกิจมีปัญหา จึงเดินทางกลับไทยและเคยบ่นปัญหาธุรกิจ วันนี้ทางญาติติดต่อไปไม่ได้ จึงไปตรวจสอบจนพบเหตุดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำพยานเพื่อหาว่าผู้ตายทำธุรกิจใดและจะส่งตรวจสถาบันนิติเวชก่อนให้ญาติมารับศพตามพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป   ด้านเพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า รู้สึกตกใจมาก ไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนจะรมควันฆ่าตัวตาย เพราะผู้ตายเป็นคนร่าเริง ไม่มีความเครียดหรือเก็บกด และช่วงวันที่ 1-2 ม.ค. ก็ยังพูดคุยสนุกสนานตามปกติ แต่พอเห็นจดหมายลาตาย ที่เขียนเอาไว้เชื่อว่าทั้งหมดคงตั้งใจจะลาโลก ด้วยเหตุผลส่วนตัวบางอย่าง ถ้าจดหมายลาตายเป็นคำสั่งเสียจริง ๆ ตนก็เชื่อเพราะทั้ง 3 ชีวิตรักกันมาก   ส่วนพี่สะใภ้ผู้ตาย เปิดเผยว่า นางวรัญญา ผู้เสียชีวิตได้ส่งข้อความผ่านไลน์มาบอกว่า “ตนเองจะต้องเดินทางไกล บ้านไม่ได้ล็อก เข้าไปเอาได้เลย ลาก่อน” ซึ่งตนมาเห็นข้อความตอน 08.00 น. และตอนนั้นก็เริ่มเอะใจ จึงโทรติดต่อผู้เสียชีวิตแต่ติดต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจไปบ้านผู้เสียชีวิตพร้อมกับตำรวจ ซึ่งประตูบ้านก็ไม่ได้ล็อคตามที่บอกไว้จริง และขึ้นไปถึงห้องนอนชั้น 3 จึงพบศพทั้ง 3 ชีวิตอยู่ภายในห้อง ส่วนสาเหตุของการฆ่าตัวตาย คาดว่ามาจากปัญหารายรับไม่พอกับรายจ่าย หลังจากธุรกิจที่เคยทำต้องปิดตัวลง ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/3yG4Vebn5zo

 22,949
อาชญากรรม
09 ม.ค. 63

แม่ลูกเครียดธุรกิจพัง รมควันฆ่าตัวตายพร้อมหมาแสนรัก

ตำรวจ สน.คลองตัน รับแจ้งเหตุ มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ภายในบ้านพักในซอยพัฒนาการ 44 แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพฯ       ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณชั้น 3 ของบ้านทาวน์เฮาส์ พบศพนางวรัญญา สามารถ อายุ 51 ปี เสียชีวิตอยู่บนเตียง และน.ส.วรัญญ์ศิชา สามารถ อายุ 28 ปี นอนตายอยู่ข้างเตียง ทั้ง 2 เป็นแม่ลูกกัน ภายในห้องเปิดแอร์และพบควันไฟจากเตาถ่านจุดไว้ ใกล้กันนั้นที่ปลายเตียงยังพบศพสุนัขเพศเมียพันธุ์โกลเด้น รีทีฟเวอร์ โดยมีจดหมายลาตายทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยในบ้านไม่พบร่องรอยรื้อค้นทรัพย์สินแต่อย่างใด     สอบสวนพยานให้การว่าทั้งสองคนเคยทำธุรกิจอยู่ที่ลาว อยู่กันสองแม่ลูก แต่ 3 ปีผ่านมาธุรกิจมีปัญหา จึงเดินทางกลับไทยและเคยบ่นปัญหาธุรกิจ วันนี้ทางญาติติดต่อไปไม่ได้ จึงไปตรวจสอบจนพบเหตุดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำพยานเพื่อหาว่าผู้ตายทำธุรกิจใดและจะส่งตรวจสถาบันนิติเวชก่อนให้ญาติมารับศพตามพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป   ด้านเพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า รู้สึกตกใจมาก ไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนจะรมควันฆ่าตัวตาย เพราะผู้ตายเป็นคนร่าเริง ไม่มีความเครียดหรือเก็บกด และช่วงวันที่ 1-2 ม.ค. ก็ยังพูดคุยสนุกสนานตามปกติ แต่พอเห็นจดหมายลาตาย ที่เขียนเอาไว้เชื่อว่าทั้งหมดคงตั้งใจจะลาโลก ด้วยเหตุผลส่วนตัวบางอย่าง ถ้าจดหมายลาตายเป็นคำสั่งเสียจริง ๆ ตนก็เชื่อเพราะทั้ง 3 ชีวิตรักกันมาก   ส่วนพี่สะใภ้ผู้ตาย เปิดเผยว่า นางวรัญญา ผู้เสียชีวิตได้ส่งข้อความผ่านไลน์มาบอกว่า “ตนเองจะต้องเดินทางไกล บ้านไม่ได้ล็อก เข้าไปเอาได้เลย ลาก่อน” ซึ่งตนมาเห็นข้อความตอน 08.00 น. และตอนนั้นก็เริ่มเอะใจ จึงโทรติดต่อผู้เสียชีวิตแต่ติดต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจไปบ้านผู้เสียชีวิตพร้อมกับตำรวจ ซึ่งประตูบ้านก็ไม่ได้ล็อคตามที่บอกไว้จริง และขึ้นไปถึงห้องนอนชั้น 3 จึงพบศพทั้ง 3 ชีวิตอยู่ภายในห้อง ส่วนสาเหตุของการฆ่าตัวตาย คาดว่ามาจากปัญหารายรับไม่พอกับรายจ่าย หลังจากธุรกิจที่เคยทำต้องปิดตัวลง ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/3yG4Vebn5zo

 22,949
สังคม
09 ม.ค. 63

แม่ลูกรมควันฆ่าตัวตายพร้อมสุนัข ทิ้งจม.ขอให้เผาศพพร้อมกัน 3 ชีวิต

แม่ลูกรมควันดับ พร้อมสุนัข 1 ตัว พร้อมทิ้งจม.หากใครมาเจอขอให้ดำเนินการตามสมควร ไม่มีญาติพี่น้อง วอนเก็บร่างหรือเผาพร้อมกัน 3 ชีวิต   เหตุเกิดขึ้นในความรับผิดชอบของสน.คลองตัน ไปเจอศพของ 3 ชีวิต ประกอบด้วยแม่ ลูกสาว และสุนัข 1 ตัว รมควันเสียชีวิตพร้อมกันที่ตึกแถว 3 ชั้น การฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้น ทางตำรวจสน.คลองตันได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ     จากการตวรจสอบพบศพ นางวรัญญา สามารถ อายุ 51 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียง และ น.ส.วรัญญ์ศิชา สามารถ ลูกสาวอายุ 28 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณข้างเตียง ส่วนที่ปลายเตียงยังพบศพสุนัขเพศเมียพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ นอนเสียชีวิตอยู่ด้วยกัน และพบอุปกรณ์รมควันวางอยู่ นอกจากนี้ ยังพบจดหมายลาตายเขียนทิ้งไว้ ใจความในจดหมายระบุว่า    “ดิฉัน นางวรัญญา สามารถ นางสาววรัญญ์ศิชา สามารถ ญาญ่า (โกลเด้น รีทรีฟเวอร์) หากผู้ใดพบเห็นทั้ง 3 ชีวิต ขอให้ท่านดำเนินการตามที่เห็นสมควร เพราะดิฉันและลูกไม่มีญาติพี่น้อง ขอขอบคุณ ขอให้ท่านมีความสุข ความเจริญ ทั้งตัวท่านและครอบครัว หากเป็นไปได้ขอให้เก็บหรือเผาพร้อมกัน 3 ชีวิตค่ะ เพราะพวกเราต้องการอยู่ด้วยกัน”       จากการสอบสวนพยานทั้ง 2 คนที่เคยรู้จักกับผู้เสียชีวิต ให้การว่า ทั้ง 2 คน เคยทำธุรกิจอยู่ที่ สปป.ลาว แต่เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาธุรกิจมีปัญหา จึงเดินทางกลับไทยและเคยบ่นปัญหาเรื่องธุรกิจ น.ส.เนาวรัตน์ เงินเนย พี่สะใภ้ของผู้เสียชีวิต บอกว่า น้องชายของตนเองเลิกลากับนางวรัญญาตั้งแต่สมัยที่ลูกยังเล็ก อยู่ดีๆ เมื่อตอน 03.00 น. นางวรัญญาส่งไลน์มาบอกว่า "เดินทางไกล ให้มาเอาของที่บ้าน ลาก่อน"   ตัวเองเกิดความสงสัย โทรหาก็ไม่ติด สุดท้ายจึงมาเจอว่าเป็นศพ โดยบอกว่า สองแม่ลูกเคยทำธุรกิจค้าไม้และขนไก่ที่สปป.ลาว แต่หลังจากนั้นรู้สึกว่าจะโดนโกงไปหลายสิบล้าน คาดว่านี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัดสินใจจบชีวิตลง   ด้วยหลักฐานต่างๆ ในจุดเกิดเหตุ ทางญาติจึงไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต ตอนนี้ส่งสพไปนิติเวชรพ.จุฬาฯ เพื่อชันสูตรศพต่อไป        ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/tkXw2YBGgZI  

 2,364
อาชญากรรม
09 ม.ค. 63

สุดสลด! 2 แม่ลูก พร้อมใจรมควันฆ่าตัวตาย เหตุโดนโกงธุรกิจหลายสิบล้าน

กรุงเทพมหานคร – เกิดเหตุสลดที่บ้านหลังหนึ่ง ในซอยพัฒนาการ 44 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม. หลังญาติพบศพ 2 แม่ลูกตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการรมควัน   จากการตรวจสอบพบจดหมาย 1 ฉบับ ภายในห้องนอนชั้นที่ 3 ระบุว่า “ดิฉัน นางวรัญญา สามารถ นางสาววรัญญ์ศิชา สามารถ ญาญ่า (โกลเด้น รีทรีฟเวอร์) หากผู้ใดพบเห็นทั้ง 3 ชีวิต ขอให้ท่านดำเนินการตามที่เห็นสมควร เพราะดิฉันและลูกไม่มีญาติพี่น้อง ขอขอบคุณ ขอให้ท่านมีความสุข ความเจริญ ทั้งตัวท่านและครอบครัว หากเป็นไปได้ขอให้เก็บหรือเผาพร้อมกัน 3 ชีวิตค่ะ เพราะพวกเราต้องการอยู่ด้วยกัน”   สภาพศพนางวรัญญา สามารถ อายุ 51 ปี ผู้เป็นแม่ นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียง ส่วน น.ส.วรัญญ์ศิชา สามารถ อายุ 28 ปี ลูกสาว นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณข้างเตียง และศพสุนัขเพศเมียพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ชื่อ ‘ญาญ่า’ พร้อมกับมีเตาอั้งโล่ที่เป้นอุปกรณ์ในการรมควันจนเสียชีวิต   ทั้งนี้ด้านญาติของผู้เสียชีวิต เผยว่า ทั้ง 2 คน เคยไปทำธุรกิจขายไม้และขนไก่ ที่ฝั่ง สปป.ลาว แต่โดนโกงเงินหลายสิบล้าน พอกลับมาประเทศไทยจึงหมดหนทางและมีอาการเครียด จึงเกิดเหตุสลดดังกล่าว  

 1,922
สรุปข่าว
08 ม.ค. 63

'ดอน' รับข้อมูลคลาดเคลื่อนปมสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน / เศรษฐกิจใหม่แฉจ้างเลือกหัวหน้าพรรค / แม่ลูกรมควันฆ่าตัวตาย

'ดอน' ยอมรับข้อมูลคลาดเคลื่อน สหรัฐไม่เคยแจ้งเตือนก่อนถล่มในอิรัก นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการให้สัมภาษณ์กรณีปฏิบัติการของสหรัฐในอิรักเมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมาว่า สิ่งที่ปรากฏเป็นข่าวเมื่อวานและวันนี้มาจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ไม่มีใครแจ้งการปฎิบัติการให้ไทยทราบก่อนแต่อย่างใด       พิษเศรษฐกิจ แม่ลูกรมควันฆ่าตัวตาย แม่-ลูกสาว เขียนจดหมายลา  ระบุ ใครมาเจอดำเนินการตามสมควร ไม่มีญาติพี่น้อง วอนเก็บร่างหรือเผาพร้อมกัน 3 ชีวิต ก่อนรมควันดับพร้อมหมาอีกตัว ภายในบ้านเลขที่ 442 ซอย 4 หมู่บ้านวราธรวิลล์ ซอยพัฒนาการ 44 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม.    จากการสอบสวนพยานให้การว่า ทั้ง 2 คน เคยทำธุรกิจอยู่ที่ สปป.ลาว อยู่กันสองแม่ลูก แต่เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาธุรกิจมีปัญหา จึงเดินทางกลับไทยและเคยบ่นปัญหาเรื่องธุรกิจ กระทั่งวันนี้ญาติไม่สามารถติดต่อทั้งคู่ได้ จึงเดินทางมาที่บ้าน ก็พบภาพสลดดังกล่าว เบื้องต้นจ้าหน้าที่จะเรียกญาติและผู้ที่รู้จักคุ้นเคยมาสอบปากคำอย่างละเอียด ก่อนส่งศพไปชันสูตรเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งก่อนดำเนินการต่อไป       พรรคเศรษฐกิจใหม่ระส่ำ แฉจ้าง 500 เลือกหัวหน้าพรรค นายเกียรติภูมิ สิริพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ พร้อมชาวบ้านประมาณ 10 คน แถลงข่าว แฉว่ามีขบวนการจัดประชุมเลือกหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ เมื่อ 31สิงหาคม 2562 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และกรรมการการเลือกตั้งได้สั่ง เมื่อ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา ให้การประชุมครั้งนั้นเป็นโมฆะ ไม่รับรองกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่มี ด็อกเตอร์ อักษรย่อ ม. เป็นหัวหน้า   โดยนายเกียรติภูมิ ระบุว่า มีการนำชาวบ้านซึ่งมีการระบุว่าถูกจ้างกว่า 200 คนด้วยเงินคนละ 500 บาทมาร่วมประชุมและโหวตเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งสมาชิกพรรคไม่ได้มีส่วนร่วม และมีการส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชันไลน์ให้ไปประชุมกันเงียบๆ อย่าไปบอกใคร เหตุการณ์นี้ทำให้พรรคเสียหาย เป็นขบวนการอุปโลกน์ ไม่เป็นสุภาพบุรุษทางการเมือง จึงไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ 7 ม.ค.และศาลประทับรับฟ้อง มีจำเลย 6 คน   แม้ว่าบางคนจะมีเอกสิทธิ์ ส.ส. ก็ต้องได้รับโทษหากกระทำผิด ทั้งนี้หากมีการแอบอ้างเป็นหัวหน้าพรรคก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ทันทีอย่างไรก็ตามขอให้จับตาว่าจะมีการแอบจัดประชุมเลือกกรรมการบริหารใหม่อีกครั้งหรือไม่ หากมีก็พร้อมลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ทั้งนี้ขอให้ ด็อกเตอร์ ม. จัดประชุมให้ถูกต้อง ตรงไปตรงมา และเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวจะไม่นำไปสู่การยุบพรรคเพราะเป็นความปิดส่วนบุคคล       รับชมผ่านยูทูปที่ : https://youtu.be/qFIQrVW1ir0

 2,327
ข่าวภูมิภาค
25 ธ.ค. 62

สองผัวเมียธุรกิจพัง รมควันจบชีวิตคาเก๋ง ทิ้งลูกแฝดวัย 10 ขวบอยู่ลำพัง

เชียงใหม่-พบผู้เสียชีวิตในรถเก๋ง 2 ศพ ในห้างหุ้นส่วนจำกัดโฟร์ไฟว์วิศวกรรม ซอย 10 หมู่บ้านชัยพฤกษ์ หมู่ 7 ต.หนองหอย อ.เมือง   ที่เกิดเหตุพบศพหญิงชาย นอนเสียชีวิตบริเวณด้านหน้าของรถเก๋ง และบริเวณเบาะหลังรถพบเตาอั้งโล่ มีถ่านไฟที่ยังคุกรุ่นเป็นเถ้าในเตา ทราบชื่อผู้ตายต่อมาว่า นายสมพร ชำลอง อายุ 43 ปี และนางสาวพิมพร กิติ อายุ 39 ปี เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ตามตัวไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้ายแต่อย่างใด   ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า ผู้ตายได้ขับรถเข้ามาที่ห้างหุ้นส่วนดังกล่าวซึ่งทั้งสองเป็นเจ้าของ มีการเขียนจดหมายขึ้นมา 2 ฉบับ ข้อความเขียนร่ำลาพ่อแม่ ขอโทษพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายมีรูปภาพพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายในพานด้วยมีพวงดอกไม้ และอีกฉบับเขียนระบุเรื่องการจัดการศพของทั้งสอง วางไว้บนโต๊ะทำงาน   ระบุว่า "เรื่องงานศพ หากทำพิธีจัดการศพใกล้ ๆ วัดระแวกนี้ ก็ให้เอาศพตั้งบำเพ็ญไว้ 1 วันและทำการเผาเลย โดยให้ตั้งศพไว้คู่กัน " ส่วนจดหมายในพานได้ระบุ "พ่อจ๋า แม่จ๋า ลูกกราบขอเขมา ขอโหสิกรรม กราบลาแล้ว พ่อครับ แม่ครับ ลูกกราบขอขมา ขอโหสิกรรม กราบลาแล้ว"   จากการสอบสวนนางสาวกานดา จินดาพันธุ์ อายุ 69 ปี พยานที่ไปพบศพคนแรก ได้ให้การว่า พ่อแม่ของฝ่ายหญิงได้โทรศัพท์มาหาตนเพื่อขอให้ไปดูลูกสาวที่ห้างหุ้นส่วนหน่อย เพราะตนมีบ้านอยู่ใกล้กับห้างหุ้นส่วนของผู้ตาย โดยพ่อแม่ของฝ่ายหญิงได้บอกว่าโทรเข้ามือถือลูกสาวและสามีของลูกสาวแล้วไม่รับสายทั้งคู่ ตนจึงได้ไปดูที่ยังห้างหุ้นส่วนดังกล่าวไปดูที่ห้องทำงาน ห้องรับแขกทุกห้องสอบถามพนักงานก็ไม่มีใครเห็น   กระทั่งเปิดรถเก๋งดูก็พบว่าทั้งสองนอนอยู่ในรถแล้วและพบเตาอั้งโล่ในรถ แน่ใจว่าทั้งคู่จากไปแล้วแน่นอน จึงได้แจ้งให้กับทางผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว ผู้ตายทั้งสองประกอบอาชีพธุรกิจ ประกอบอะไหล่ รถบรรทุกน้ำ,รถดับเพลิง,รถขยะ,และเครื่องยนต์ ยานพาหนะต่าง ๆ ของหน่วยงานราชการต่าง ๆ และเทศบาล อบต.ต่าง ๆ ที่ไปประมูลมา   ผู้ตายมีโรงงานประกอบอะไหล่ยานพาหนะต่าง ๆ ที่ใช้เกี่ยวกับงานของหน่วยงานเทศบาล อบต.และของภาครัฐบางแห่ง โรงงานอยู่ที่กรุงเทพเป็นบริษัทใหญ่ ส่วนห้างหุ้นส่วนที่เชียงใหม่เป็นสาขาเพื่อจัดทำเรื่องเอกสารต่าง ๆ และการเข้าประมูลงาน ผู้ตายทั้งสองได้เดินทางจากกรุงเทพด้วยรถเก๋งดังกล่าวมาเชียงใหม่ถึงตอนกลางคืน   ก่อนหน้าที่จะมาเสียชีวิตนั้น ธุรกิจของผู้ตายไปได้ด้วยดี ได้ประมูลงานจากหน่วยงานภาครัฐมาตลอด พาพนักงานไปเที่ยวต่างประเทศทุกปี แต่พักหลังผู้ตายบ่นเสมอว่า ธุรกิจย่ำแย่ลงต่อเนื่อง ทางเพื่อนและญาติก็ได้เพียงให้กำลังใจปลอบใจ และหวังว่าคงจะดีขึ้นสักวัน แต่ก็ให้กำลังใจได้ในระดับหนึ่ง แต่ธุรกิจก็ไม่ดีขึ้นมาเลย ทำให้ทั้งสองบ่นให้พนักงานและญาติเพื่อนฟังเสมอ กระทั่งมาก่อเหตุดังกล่าว ทั้งคู่นั้นมีลูกแฝดเป็นชาย 2 คน อายุประมาณ 10 ปี การตัดสินใจแบบนี้คิดว่า ผู้ตายทั้งสองคงสู้ไม่ไหวกับเศรษฐกิจและธุรกิจที่ทั้งสองทำไปไม่ไหว จึงได้คิดสั้นดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CfbcUNWyw1U

 53,173
อาชญากรรม
25 ธ.ค. 62

สองผัวเมียธุรกิจพัง รมควันจบชีวิตคาเก๋ง ทิ้งลูกแฝดวัย 10 ขวบอยู่ลำพัง

เชียงใหม่-พบผู้เสียชีวิตในรถเก๋ง 2 ศพ ในห้างหุ้นส่วนจำกัดโฟร์ไฟว์วิศวกรรม ซอย 10 หมู่บ้านชัยพฤกษ์ หมู่ 7 ต.หนองหอย อ.เมือง   ที่เกิดเหตุพบศพหญิงชาย นอนเสียชีวิตบริเวณด้านหน้าของรถเก๋ง และบริเวณเบาะหลังรถพบเตาอั้งโล่ มีถ่านไฟที่ยังคุกรุ่นเป็นเถ้าในเตา ทราบชื่อผู้ตายต่อมาว่า นายสมพร ชำลอง อายุ 43 ปี และนางสาวพิมพร กิติ อายุ 39 ปี เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ตามตัวไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้ายแต่อย่างใด   ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า ผู้ตายได้ขับรถเข้ามาที่ห้างหุ้นส่วนดังกล่าวซึ่งทั้งสองเป็นเจ้าของ มีการเขียนจดหมายขึ้นมา 2 ฉบับ ข้อความเขียนร่ำลาพ่อแม่ ขอโทษพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายมีรูปภาพพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายในพานด้วยมีพวงดอกไม้ และอีกฉบับเขียนระบุเรื่องการจัดการศพของทั้งสอง วางไว้บนโต๊ะทำงาน   ระบุว่า "เรื่องงานศพ หากทำพิธีจัดการศพใกล้ ๆ วัดระแวกนี้ ก็ให้เอาศพตั้งบำเพ็ญไว้ 1 วันและทำการเผาเลย โดยให้ตั้งศพไว้คู่กัน " ส่วนจดหมายในพานได้ระบุ "พ่อจ๋า แม่จ๋า ลูกกราบขอเขมา ขอโหสิกรรม กราบลาแล้ว พ่อครับ แม่ครับ ลูกกราบขอขมา ขอโหสิกรรม กราบลาแล้ว"   จากการสอบสวนนางสาวกานดา จินดาพันธุ์ อายุ 69 ปี พยานที่ไปพบศพคนแรก ได้ให้การว่า พ่อแม่ของฝ่ายหญิงได้โทรศัพท์มาหาตนเพื่อขอให้ไปดูลูกสาวที่ห้างหุ้นส่วนหน่อย เพราะตนมีบ้านอยู่ใกล้กับห้างหุ้นส่วนของผู้ตาย โดยพ่อแม่ของฝ่ายหญิงได้บอกว่าโทรเข้ามือถือลูกสาวและสามีของลูกสาวแล้วไม่รับสายทั้งคู่ ตนจึงได้ไปดูที่ยังห้างหุ้นส่วนดังกล่าวไปดูที่ห้องทำงาน ห้องรับแขกทุกห้องสอบถามพนักงานก็ไม่มีใครเห็น   กระทั่งเปิดรถเก๋งดูก็พบว่าทั้งสองนอนอยู่ในรถแล้วและพบเตาอั้งโล่ในรถ แน่ใจว่าทั้งคู่จากไปแล้วแน่นอน จึงได้แจ้งให้กับทางผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว ผู้ตายทั้งสองประกอบอาชีพธุรกิจ ประกอบอะไหล่ รถบรรทุกน้ำ,รถดับเพลิง,รถขยะ,และเครื่องยนต์ ยานพาหนะต่าง ๆ ของหน่วยงานราชการต่าง ๆ และเทศบาล อบต.ต่าง ๆ ที่ไปประมูลมา   ผู้ตายมีโรงงานประกอบอะไหล่ยานพาหนะต่าง ๆ ที่ใช้เกี่ยวกับงานของหน่วยงานเทศบาล อบต.และของภาครัฐบางแห่ง โรงงานอยู่ที่กรุงเทพเป็นบริษัทใหญ่ ส่วนห้างหุ้นส่วนที่เชียงใหม่เป็นสาขาเพื่อจัดทำเรื่องเอกสารต่าง ๆ และการเข้าประมูลงาน ผู้ตายทั้งสองได้เดินทางจากกรุงเทพด้วยรถเก๋งดังกล่าวมาเชียงใหม่ถึงตอนกลางคืน   ก่อนหน้าที่จะมาเสียชีวิตนั้น ธุรกิจของผู้ตายไปได้ด้วยดี ได้ประมูลงานจากหน่วยงานภาครัฐมาตลอด พาพนักงานไปเที่ยวต่างประเทศทุกปี แต่พักหลังผู้ตายบ่นเสมอว่า ธุรกิจย่ำแย่ลงต่อเนื่อง ทางเพื่อนและญาติก็ได้เพียงให้กำลังใจปลอบใจ และหวังว่าคงจะดีขึ้นสักวัน แต่ก็ให้กำลังใจได้ในระดับหนึ่ง แต่ธุรกิจก็ไม่ดีขึ้นมาเลย ทำให้ทั้งสองบ่นให้พนักงานและญาติเพื่อนฟังเสมอ กระทั่งมาก่อเหตุดังกล่าว ทั้งคู่นั้นมีลูกแฝดเป็นชาย 2 คน อายุประมาณ 10 ปี การตัดสินใจแบบนี้คิดว่า ผู้ตายทั้งสองคงสู้ไม่ไหวกับเศรษฐกิจและธุรกิจที่ทั้งสองทำไปไม่ไหว จึงได้คิดสั้นดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CfbcUNWyw1U

 53,173
สังคม-อาชญากรรม
03 ธ.ค. 62

ผู้รับเหมาเครียดเรื่องงาน-หนี้เพิ่ม รมควันฆ่าตัวตาย ส่งไลน์ลาพ่อ "แล้ววันหนึ่งเราจะได้พบกัน"

ตำรวจ สน.ทุ่งครุ รับแจ้งเหตุมีผู้รมควันตัวเองตายที่บ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ถนนประชาอุทิศ ซอย 131 แขวงและเขตทุ่งครุ กทม.     ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น ชั้นล่างทำเป็นออฟฟิศบริษัทรับเหมาตกแต่งภายใน จากการตรวจสอบบนห้องนอนชั้น 2 ซึ่งเปิดแอร์เย็นฉ่ำ พบศพนายอภิเทพ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี เจ้าของบ้านและเป็นเจ้าของบริษัท ใช้เตาอั้งโล่ติดไฟ รมควันตัวเองเสียชีวิตบนที่นอนปิกนิก แพทย์สันนิษฐานเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน   ภายในห้องที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ พบโทรศัพท์มือถือไม่ได้เปิดเครื่องวางอยู่ใกล้ศพผู้ตาย 1 เครื่อง และเตาอั้งโล่ซึ่งไฟมอดดับไปแล้ววางอยู่ตรงมุมห้อง 1 ใบ อย่างไรก็ตามพบว่าตามขอบประตูและหน้าต่างทุกบานภายในห้องดังกล่าว ถูกปิดไว้ด้วยเทปกาวเพื่อป้องกันอากาศเข้าและออกไว้อย่างมิดชิด เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมรายละเอียดทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวนบิดาผู้ตายซึ่งเป็นผู้พบศพ ให้การว่าบ้านหลังนี้มีลูกชายพักเพียงลำพัง โดยก่อนหน้านี้ลูกชายก็เคยมีครอบครัว ต่อมาก็เลิกรากับภรรยามาได้ 2 ปีแล้ว ล่าสุดเมื่อกลางดึกวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ลูกชายส่งข้อความทางไลน์มาหาในทำนองว่า รักพ่อกับแม่ ให้พ่อแม่ดูแลรักษาสุขภาพ   โดยบอกอีกว่า จำเป็นจะต้องเดินทางและสักวันจะได้มาพบกัน ตอนนั้นตนไม่ได้เอะใจอะไรเพราะคิดว่าลูกจะไปเที่ยวต่างประเทศ กระทั่งไม่สามารถติดต่อได้หลายวันจึงชักชวนญาติๆ เดินทางมาหาและแจ้งตำรวจสายตรวจเข้าร่วมตรวจสอบ   ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากความเครียด เพราะก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยบ่นว่าเครียดงานไม่ค่อยมี และมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นจากสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างที่เป็นอยู่   เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะมอบศพให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวช ร.พ.ศิริราช ผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนให้ญาติไปติดต่อขอรับศพกลับมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/y4heFpeM8hU

 12,501

Top