ค้นหา :

ผลการค้นหา "พระมั่วสีกา"

ข่าวภูมิภาค
16 ส.ค. 62

ฉาววงการผ้าเหลือง! พระหนุ่มเสพเมถุนน้องสาวต่างแม่ - สีกาอีกคน อยู่ร่วมสำนักเหมือนเมียหลวงเมียน้อยนาน 3 ปี

อุตรดิตถ์-นางสาวชุติกา (สงวนนามสกุล) ชาวตำบลแม่พริก อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย น้องสาวต่างมารดาของอดีตพระสงฆ์รูปหนึ่ง ออกมาแฉพฤติกกรมของพระหนุ่มรูปดังกล่าว ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่ชาย พ่อเดียวกันแต่ต่างมารดา เจ้าของสำนักปฎิบัติธรรมชื่อดังในตำบลท่าเสา อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มีผู้คนญาติโยมที่ศรัทธาเดินทางเข้าออกวันละหลายสิบคน   โดยพระสงฆ์รูปดังกล่าวได้เสพเมถุนกับน้องสาวต่างมารดา ตั้งแต่ปี 2559 ด้วยความสำนึกหวาดกลัวในพฤติกรรมของตนว่ามีความผิดร้ายแรงถึงขั้นปราชิก จึงได้ทำการแอบลักลอบลาสิกขากลางพรรษาไปเสียก่อนแล้วตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2562 ที่วัดอรัญญิการาม ตำบลท่าเสา   ทั้งนี้ที่ผ่านมา ยังได้ล่อลวงเสพเมถุนกับโยมผู้หญิงฐานะดีอีกรายหนึ่งด้วย ยังมีพฤติกรรมหลอกลวง โดยพระพี่ชายแนะนำว่า จะต้องทำการฝึกจิตด้วยวิธีการเปลื้องผ้าต่อหน้าพระพี่ชายในช่วงเวลากลางคืน เพื่อทำการทดสอบสภาพจิตใจของตนเอง ยอมรับว่าเริ่มรู้สึกหวั่นใจ ทำไมการฝึกจิตถึงต้องทำขนาดนี้คือการเปลื้องผ้า อีกทั้งเชื่อว่าความที่เป็นคนในครอบครัวเดียวกันคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน กระทั่งทำการฝึกแบบนี้อยู่ 3 สัปดาห์ พระพี่ชายก็บอกให้ทำอย่างเดิม แต่ครั้งนี้ให้นอนหงายแล้วปิดไฟฟ้าให้อยู่ในความมืด   จากนั้นพระพี่ชายก็นำมะเขือยาวที่แช่เย็นออกมาให้จับ ขณะนั้นรู้สึกกลัวอย่างมากและเริ่มคิดว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับตัวเองแล้ว สุดท้ายในคืนนั้นพระพี่ชายกับตนก็มีความสัมพันธ์ทางเพศหรือเสพเมถุนด้วยกันตลอดมา ผ่านจากคืนที่พระพี่ชายร่วมเสพถุนแล้ว ก็พยายามกำชับว่า ห้ามพูดหรือนึกถึงเรื่องคืนที่ผ่านมา เพราะจะเสียหายทั้ง 2 คน โดยตนเองและพระพี่ชายเสพเมถุนอยู่ด้วยกันมานานถึง 3 ปี   โดยปีแรกยอมรับว่าลำบากใจและรู้สึกไม่ดีและรู้สึกกลัวทุกครั้งที่ถูกเรียกเข้าไปพบในห้องในช่วงกลางคืน ผ่านไป 3 ปีรู้สึกชินชา แม้จะรู้ว่าไม่ดีและทำลายศาสนา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเกรงว่าชื่อเสียงของพระพี่ชายจะเสียหาย รวมถึงมีญาติโยมมาทำบุญสร้างพระพุทธรูปจำนวนมากกว่า 100 องค์   ช่วง 2 ปีแรกที่มีอะไรกับพระพี่ชาย มีโยมผู้หญิงคนหนึ่งที่ค่อนข้างมีอายุ มาทำบุญที่สำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้ พระพี่ชายกับโยมรายนี้ก็พูดคุยกันถูกคอจนมีความสัมพันธ์กันเกินเลยไปมากกว่าลูกศิษย์กับพระ ตลอด 2 ปีที่ต้องอาศัยอยู่สำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้แบบหวานอมขมกลืน เพราะต้องอยู่แบบไม่ต่างอะไรไปจากเมียหลวงเมียน้อย   เมื่อช่วงต้นปี 2562 พระพี่ชายและโยมซึ่งมีตำแหน่งเป็นประธานมูลนิธิแห่งหนึ่งขอให้ออกจากสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้ โดยให้เงิน 200,000 บาท (สองแสนบาท) จึงตัดสินใจออกมาอยู่กับพ่อที่เชียงราย   ล่าสุดต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาพ่อก็ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วทั้งหมด จึงเดินทางมาพบพระลูกชาย แม้จะอยู่ภายในสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้ แต่นุ่งขาวห่มขาว เนื่องจากทำการลาสิกขาไปก่อนหน้านี้แล้วเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน   โดยอดีตพระพี่ชายหรือพระลูกชายก็ยอมรับกับพ่อว่า มีความสัมพันธ์กับน้องสาวต่างมารดาจริงโดยทางน้องสาวได้นำคลิปภาพขณะพระพี่ชายเสพเมถุนร่วมรักกับตัวเอง และหลักฐานการคุยกันในไลน์ระหว่างพระพี่ชายกับโยมผู้หญิงฐานะดีอีกคนไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมอุตรดิตถ์ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมรับเรื่องโดยให้เหตุผลว่า เป็นเรื่องส่วนตัว และเกรงจะเกิดอันตรายกับตัวผู้ร้อง หรืออาจจะถูกฟ้องร้องได้ ก่อนหน้านี้ก็เคยปรึกษาทางสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งทางผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาก็บอกว่า ทำอะไรไม่ได้ เพราะพระรูปนี้ทำการลาสิกขาไปแล้ว   ด้านนายธนกร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะไม่มีการรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่จะให้นายพิภัช ประจันเขตต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ดูแลงานด้านพระพุทธศาสนา ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งหากเป็นเรื่องจริงก็ถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7U5QnVoVpU8

 65,086
ข่าวภูมิภาค
28 เม.ย. 62

ชาวบ้านสุดเอือมอัดคลิปแฉพระฉาวมั่วสีกา ก่อนนำไปแจ้งความ จนท.กลับไม่เชื่อ

พิษณุโลก - ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ในพื้นที่ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เกี่ยวกับพระรูปหนึ่ง มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับสมณะศักดิ์ พร้อมกับส่งคลิปภาพที่อยู่กับผู้หญิงสองต่อสองภายในบ้านมาให้ เพื่อเป็นหลักฐาน และไม่ได้กล่าวให้ร้ายกับพระรูปนี้แต่อย่างใด จากข้อมูลที่ได้รับ ทราบว่า พระรูปนี้อายุประมาณ 50 ปี มีตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส และเจ้าคณะตำบลแห่งหนึ่งใน อ.นครไทย แต่ชอบมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับผู้หญิงหลายครั้ง โดยคลิปล่าสุด ได้ไปอยู่ที่บ้านของผู้หญิงลำพังสองต่อสอง กระทั่งมีคนไปแอบบันทึกภาพเอาไว้ได้ โดยมีทั้งการโอบกอด หอมแก้ม นอนกจากนั้นยังมีคลิปที่ผู้หญิงนอนอยู่ด้วย ส่วนพระนุ่งแต่สบงผืนเดียว ก่อนจะลุกขึ้นมาปิดไฟจนมืดสนิท จากการสอบถามแหล่งข่าว ทราบว่า พระรูปดังกล่าวมีพฤติกรรมแบบนี้มานานหลายปีแล้ว และมีการย้ายวัดมาจากที่อื่น เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับผู้หญิง จนชาวบ้านเอื้อมระอา ทนพฤติกรรมไม่ไหว ได้นำคลิปไปปรึกษากับทางเจ้าหน้าที่บ้านเมือง แต่กลับถูกหาว่าตัดต่อภาพใส่ร้ายพระรูปนี้ จนชาวบ้านไม่กล้าให้ข้อมูลกับใคร เพราะกลัวว่าจะมีผลกระทบกับตัวเอง นอกจากมีปัญหาเรื่องผู้หญิงแล้ว ยังมีปัญหาเกี่ยวกับเงินผ้าป่าและเงินวัดที่หามาได้ แต่ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียด และมีคณะกรรมการวัดแต่อย่างใด แหล่งข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ พระรูปเดิมยังไม่เข้าวัด เนื่องจากเริ่มไหวตัวแล้ว เพราะเมื่อไม่กี่วันมานี้ มีกลุ่มชาวบ้านจะไปปิดล้อมบ้านผู้หญิง เพื่อจะจับให้คาหนังคาเขา แต่ปรากฏว่ามีคนแจ้งข่าวให้พระรูปดังกล่าวทราบ ทำให้พระรูปนี้ขับรถเก๋งพาผู้หญิงเดินทางไปในที่ต่างๆ เพื่อจะหลบหน้าหลบตาชาวบ้าน ซึ่งทางชาวบ้านกำลังเฝ้าดูอยู่ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/zNy9b0ksnIQ

 6,105
ข่าวภูมิภาค
17 ม.ค. 62

สะกดรอยเจ้าอาวาสชอบล่องหนเป็นนินจา เจอนอนกกสีกาคารังรัก ฝ่ายหญิงอ้างไม่รู้เลยว่าเป็นพระ

เพชรบูรณ์-ชาวบ้านตำบลกองทูล อ.หนองไผ่ ทนไม่ไหวกับพฤติกรรมพระชั้นผู้ใหญ่ เป็นถึงเจ้าอาวาส และเจ้าคณะตำบล แต่กลับชอบทำตัวล่องหนเป็นนินจาในยามค่ำคืน ที่จึงพากันสะกดรอยตาม จากอำเภอหนองไผ่ ถึงอำเภอวิเชียรบุรี รวมระยะทาง 40 กิโลเมตร   สุดท้ายพบแอบมาโผล่ที่ห้องเช่า กำลังนั่งดื่มเบียร์อยู่กับสาวคนหนึ่งในห้องดังกล่าว ในชุดกางเกงขาสั้น เสื้อยืดคอกลมสีเทา โดยหลักฐานก็คือเบียร์ 2 ขวด แก้ว 2 ใบ ทราบชื่อต่อมาคือพระครูกมล พัชราไสย อายุ 48 ปี เจ้าคณะตำบลกองทูล ท่าแดงเขต 3 เจ้าอาวาสวัดหนองบัวทอง ต.กองทูล อ.หนองไผ่ หรือ นายจำเนียร ถาวรทรัพย์ ชาวจังหวัดสระแก้ว ซึ่งบวชมาได้กว่า 20 พรรษา จนเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน   โดยชาวบ้านบุกไปพบจนด้วยหลักฐานทั้งถอดจีวรเป็นชุดฆาราวาส ทั้งนั่งดื่มเบียร์ และอ้างว่าสึกไปแล้วตั้งแต่เช้า ตอนนี้ ไม่ได้เป็นพระแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการตรวจค้นภายในห้องพัก รวมทั้งภายในรถยนต์ เพื่อหาชุดจีวร แต่ก็ไม่พบ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะทำการถอดชุดจีวร   ก่อนจะมาพบกับฝ่ายหญิง โดยฝ่ายหญิงเองก็ได้ขอร้องไม่ให้สื่อมวลชน ทำการบันทึกภาพ พร้อมทั้งให้ข้อมูลว่า ตนเองรู้จักกับนายจำเนียร มาได้ราว 2 เดือนเศษ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าที่คบหากันอยู่เป็นพระ เพราะทุกครั้งที่นายจำเนียร เดินทางมาหาก็จะขับรถยนต์เก๋งมาหา โดยจะแต่งกายในชุดปกติ คือนุ่งกางเกงขายาว หรือนุ่งกางเกงขาสั้น และนานๆ ถึงจะแวะเวียนมาหา   เคยถามว่านายจำเนียรทำอาชีพอะไร ก็จะได้รับคำตอบว่าทำงานรับจ้างบ้าง รับเหมาก่อสร้างบ้าง เลยไม่ได้เอะใจอะไร โดยฝ่ายหญิงยืนยันว่าคบกันโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นพระมาก่อนจริง ๆ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิเชียรบุรี จึงเชิญ นายจำเนียร ไปทำการลงบันทึกประจำวัน เพื่อเป็นหลักฐาน ขณะที่ชาวบ้านที่ศรัทธาในตัวพระก็เดินทางมาดูด้วยตา หลายคนถึงกับพูดคำว่าเสียใจ เพราะตอนที่อยู่ภายในวัด ก็ปฏิบัติทำตัวดี ต่อหน้าชาวบ้านมาโดยตลอด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/e-ArAP_pK9g

 51,886
ข่าวภูมิภาค
07 ธ.ค. 61

พระวัดดังพา ด.ญ.วัย 13 เข้าโรงแรม อ้างแค่เอาขนมมาให้ ก่อนโป๊ะแตกเจอถุงยาง-ไดอารี่เด็กพรรณนาความรัก

ลพบุรี-พลเมืองดีแจ้งว่า มีพระลูกวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ทะเลชุบศร ได้พาหญิงสาวมาเปิดห้องพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่กลางเมืองลพบุรี ที่เกิดเหตุอยู่ชั้น 4 ห้อง 420 ของโรงแรมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ให้แม่บ้านของโรงแรมเคาะประตูเรียก เพื่อขอเปลี่ยนผ้าปูที่นอน กระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 20 นาที จึงมีหญิงสาวเปิดประตูออกมา เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำไปภายในห้องพบพระบุญส่ง อายุ 46 ปี พระลูกวัดแห่งหนึ่งในต.ทะเลชุบศร นั่งอยู่หน้าโทรทัศน์ มีสีหน้าซีดเผือด   นอกจากนี้ จากการตรวจค้นยังพบเสื้อชั้นในอยู่ในลิ้นชัก ถุงยางอนามัยที่เปิดกล่องซุกซ่อนไว้ใต้เตียง และสมุดบันทึกของ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี หญิงสาวที่อยู่กับพระบุญส่ง ซึ่งเขียนพรรณนาในความดี ความรัก และความอาทรของตัวพระบุญส่ง ทั้งนี้ ด.ญ.เออยู่ในอาการกระวนกระวาย   จากการสอบปากคำ พระบุญส่ง ให้การปฏิเสธอ้างวกไปวนมา ว่าได้นำข้าวกับขนมมาให้ ด.ญ.เอ กินเมื่อเช้า เนื่องจากสงสารเด็กที่รู้ว่าพ่อชอบดุด่า และด.ญ.เอได้หนีพ่อมา ตนจึงเกิดความสงสารและนำสิ่งของเหล่านี้มาให้ ด้าน ด.ญ.เอ ให้การว่า ตนกับพระบุญส่งได้มาเปิดห้องพักตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา และพระบุญส่งได้กลับวัดไปก่อนจะเช้า ก่อนจะนำอาหารกลับมาให้ในช่วงเช้า ทั้งนี้ ได้ถูกพระบุญส่งพามาหลับนอน โดยพระยอมจ่ายเงินให้ครั้งละมากๆ   หลังการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองป้องกันได้นำตัว ด.ญ.เอ ให้พนักงานสอบสวนสอบสวนปากคำ ก่อนส่งตัว ด.ญ.เอไปบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี เพื่อเยียวยาจนกว่าจะทำการสอบสวนพระบุญส่งเพื่อเอาผิดถึงเหตุการณ์ดังกล่าว   ขณะที่ปลัดฝ่ายปกครองป้องกันอำเภอเมืองลพบุรี และเจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดลพบุรี ได้เดินทางมาทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่ห้องดังกล่าว โดยไม่คิดว่าพระภิกษุ จะกล้าพาเด็กหญิงเข้ามาพักในโรงแรงกลางเมืองลพบุรีเช่นนี้ ทั้งที่มีผู้คนสัญจรไปมามากมาย จึงนับว่าเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีไม่งาม ให้พุทธศาสนาต้องมัวหมอง   จากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า พระบุญส่ง แก้วแช่ม อายุ 46 ปี ชาวจ.ลพบุรี บวชมาแล้ว 2 พรรษา ซึ่งตอนแรกกล่าวกับเจ้าหน้าที่ว่าเป็นคน จ.อุตรดิตถ์ ภายในตัวพบสมุดบัญชีธนาคารมีเงินนับหมื่นบาท และเงินสดจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้บันทึกสถานที่เกิดเหตุ พร้อมนำตัวพระบุญส่งไปให้อุปัชฌาย์ทำการสึก ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าหิน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/m9eqMf3Sngc

 44,441
ข่าวภูมิภาค
13 มิ.ย. 61

พระแชทไลน์โชว์ของลับ-ชวนสีกาหลับนอน ก่อนถูกจับสึก สารภาพโดนยั่วเลยทนไม่ไหว

นครศรีธรรมราช-มีภาพของพระภิกษุเผยแพร่ในโซเชียล โดยมีข้อความชวนสีการ่วมหลับนอน และวิดีโอคอลโชว์ของลับให้สีกาดู จนถูกวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม   ต่อมาทหารเข้าตรวจสอบภายในกุฏิของพระบุญชิต ฐานิสสโร อายุ 64 ปี หรือพระบุญชิต จิตนุกูล ก่อนพระบุญชิต ยอมรับว่าเป็นบุคคลในคลิปดังกล่าว และเป็นผู้ที่แชทไลน์ชักชวนหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดร่วมหลับนอนด้วย เพราะสาวคนดังกล่าวให้ท่าจึงตอบสนอง   นอกจากนั้นมีการตรวจค้นภายในกุฏิของพระบุญชิต แต่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ขอตรวจโทรศัพท์มือถือพบว่า มีข้อความที่ตรงกับแชทที่หลุดออกไปจริงๆ จึงเชิญพระบุญชิต เข้าพบพระสมุห์มงคล อุตฺตโม รักษาการเจ้าอาวาสวัดน้ำรอบ เพื่อจะได้รับทราบถึงพฤติการณ์ของพระบุญชิต ก่อนมีการพูดคุยอยู่นาน ซึ่งตอนแรกพระบุญชิต จะขอสึกจากการเป็นพระ   โดยพระบุญชิต ยอมรับทุกประการโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ก่อนยอมสึกแต่โดยดี ทั้งนี้ไม่มีการดำเนินคดีเนื่องจากพฤติการณ์ดังกล่าว เข้าข่ายผิดวินัยสงฆ์เท่านั้น และไม่มีผู้เสียหายแจ้งความในฐานความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ แต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7eCCli-k98c

 6,716
สังคม-อาชญากรรม
28 พ.ค. 61

กองปราบฯเล็งเอาผิดหลักฐาน พระวิ่งเต้นสมณศักดิ์-มั่วสีกา

ตำรวจกองปราบปราม พบหลักฐานว่ามีพระผู้ใหญ่ทั้ง 3 รูปยังมีส่วนพัวพันกับการวิ่งเต้นการเลื่อนตำแหน่ง หรือสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ โดยมีการเรียกรับผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ที่เอื้อประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง มีการวิ่งเต้นเพื่อขอเลื่อนสมณศักดิ์ในแต่ละปีอีกด้วย   จากการสืบสวนในส่วนของวัดสามพระยายังทราบอีกว่า พระพรหมดิลก นั้นมีความสนิทสนมกับสีกาเจ้าของร้านสังฆภัณฑ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ที่ค้าขายเกี่ยวกับเครื่องอัฐบริขาร ในระดับที่ใกล้ชิดกันมาก ทำให้สีกาคนนี้สามารถเข้านอกออกในกุฏิของพระพรหมดิลกได้มานานกว่า 10 ปี   ล่าสุดสีกาคนดังกล่าว ได้ส่งลูกเขยคนหนึ่งมาบวชที่วัดสามพระยา เพื่อปรนนิบัติดูแลพระพรหมดิลกโดยตรง นอกจากนี้จากการตรวจสอบการเดินทางในรอบปีที่ผ่านมาพบว่า สีกาคนดังกล่าวเดินทางไปต่างประเทศกับพระพรหมดิลก มากกว่า 10 ครั้ง แต่ละครั้งมีการระบุที่นั่งคู่กันอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าสีกาคนนี้จะมีครอบครัวแล้วก็ตาม นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางทางการเงินยังพบว่า บัญชีของสีกาคนดังกล่าวยังมีความสัมพันธ์ในการโยกย้ายถ่ายเงินกับวัดสามพระยา และวัดอื่น ๆ ภายใต้การปกครองของพระพรหมดิลกด้วย   หลังจากพบความสัมพันธ์ทางการเงินแล้ว ชุดสืบสวนจึงเข้าตรวจสอบรายละเอียดและสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องบางคนจนพบว่า มีวัดอย่างน้อยประมาณ 10 แห่งในเขตกรุงเทพฯ ที่สั่งซื้อเครื่องสังฆภัณฑ์จากร้านของสีกาคนนี้อย่างต่อเนื่องมานานนับ 10 ปี   ทั้งใช้เงินของวัดเองที่ได้รับจากการบริจาค และเงินที่ได้รับอุดหนุนจาก พศ. โดยวัดแต่ละแห่งมีการสั่งซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่องนั้น จากการตรวจสอบพบว่า ส่วนใหญ่เจ้าอาวาสผู้ปกครองวัด หรือผู้ช่วยเจ้าอาวาสของวัดเหล่านี้มักจะมีความสนิทสนมกับพระพรหมดิลก และพระอรรถกิจโสภณ อีกทั้งยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า พระสงฆ์ที่สั่งซื้อสินค้าจากร้านสังฆภัณฑ์แห่งนี้ ส่วนใหญ่มักจะได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์ ตั้งแต่ระดับเจ้าคุณชั้นสามัญขึ้นไปอย่างต่อเนื่องในรอบเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AagpkpVPLw8    

 3,018

Top