ค้นหา :

ผลการค้นหา "เสียชีวิตปริศนา"

อาชญากรรม
18 ก.พ. 63

พบศพหนุ่มเสียชีวิตบนที่นอน หลังเพื่อนบ้านผิดสังเกต คาดไฟช็อตจากการชาร์จมือถือขณะหลับ

เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ตำรวจโรงพักบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งจากนายสุรวุฒิ สุขปัญญา อายุ 36 ปี พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน อนานคร 2 หมู่3 ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบเหตุต้องสงสัยนายสุภเกศ สาระบุญ อายุ 35 ปี อยู่บ้านตรงข้าม หมู่ 3 เปิดแอร์ปิดบ้านเงียบมานานตั้งแต่วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ยังไม่ยอมออกจากบ้าน สงสัยจะมีเหตุร้ายขอให้มาตรวจสอบ   หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยอาสาสมัครกู้ภัยอยุธยารวมใจ เข้ามาตรวจสอบ พบว่าบริเวณบ้านปิดประตูมิดชิดปกติ แอร์ยังเปิดทำงาน ไฟในบ้านยังเปิดอยู่ เจ้าหน้าที่เรียกคนในบ้านไม่มีใครตอบรับเมื่อเปิดหน้าต่างพบว่ามีกลิ่นเหม็นโชยออกมา จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำการสะเดาะกุญแจแต่ไม่ออก จึงตัดสินใจงัดประตูเข้าไปตรวจสอบ   พบในห้องนอนมีร่างของนายนายสุภเกศ สาระบุญ เจ้าของบ้านนอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอนในสภาพขึ้นอืด ถอดเสื้อสวมกางเกงขาสั้นตัวเดียว มือขวาทับโทรศัพท์มือถือ ยังชร์าจไฟอยู่ และเสียบหูฟังพาดกับลำคอ ภายในห้องและภายในบ้านไม่พบร่องรอยการรื้อค้นหรือร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด   เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบที่เกิดอย่างละเอียด โดยได้เก็บโทรศัพท์มือถืออุปกรณ์เครื่องชาร์จและหูฟังเก็บมาเป็นหลักฐาน และเชิญตัวอดีตภรรยาและนายนายสุรวุฒิ สุขปัญญา อายุ 36 ปี เพื่อนบ้าน มาสอบปากคำที่โรงพัก แล้วให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพส่งตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดปทุมธานี   และจากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายเพิ่งเลิกกับภรรยาที่มีลูกด้วยกัน 1 คน เมื่อเดือนกรกฏาคม ปี 62 ที่ผ่านมา อยู่ระหว่างดูใจกับหญิงคนใหม่ ผู้ตายเป็นคนร่างการแข็งแรงชอบเล่นฟุตบอล ชื่นชอบทีมฟุตบอลแมนยูเป็นชีวิตจิตใจ ไม่มีโรคประจำตัว ก่อนเสียชีวิตครั้งสุดท้ายเย็นวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมายังเล่นฟุตบอลอยู่ จากนั้นมาพบอีกทีกลายเป็นศพโดยเพื่อนยังพบว่าผู้ได้เปิดเฟซบุ๊กอยู่ตลอดเวลาจนกระทั้งมาพบศพ ส่วนสาเหตุในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าผุ้ตายเปิดโทรศัพท์ชาร์จเล่นโทรศัพท์แล้วเผลอหลับจะเป็นสาเหตุทำให้เครื่องโทรศัพท์ช็อตจนเสียชีวิตหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ออกมายืนยันอีกครั้งว่าเสียชีวิตจากสาเหตุอะไรกันแน่       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/c_k5agP0bdo

 67,259
สังคม-อาชญากรรม
19 ม.ค. 63

เสียชีวิตปริศนา! ครูสาวนอนเปลือยกาย ถูกรัดคอ น้ำลายฟูมปาก พบโทรศัพท์หายไป ตร.เร่งคลายปม

วันที่ 18 มกราคม 2563 เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ร.ต.อ.ประเสริฐ เดชสุภาพ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตเปลือยภายในห้องน้ำบ้านพัก จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธโสธรและหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เข้าตรวจสอบโดยที่เกิดเหตุภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา    พบรอยเลือดหยดเป็นทางยาวภายในบ้าน เจ้าหน้าตรวจสอบภายในห้องน้ำชั้น 2 ของตัวบ้าน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง ลักษณะนอนหงายเปลือย ไม่สวมเสื้อผ้า มีผ้าขนหนูสีชมพูปกคลุมศีรษะ ลงไปจนถึงขาทั้งสองข้าง    บริเวณลำคอมีผ้าขนหนูสีชมพูผูกรัดอยู่ นอนน้ำลายฟูมปาก เจ้าหน้าตรวจสอบโดยรอบพบบริเวณโถส้วม มีร่องรอยการเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม ในเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้    ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.เนติมา พัฒนากุล ผู้ช่วยคณบดีโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ และอดีตประธานสาขาการสอนภาษาไทย คณะคุรุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ โดยคาดว่าผู้ตายน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ส่วนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของผู้ตายยังจอดอยู่ มีเพียงโทรศัพท์ของผู้ตายที่หายไป    จากการเปิดเผยของเพื่อนบ้าน อ.เนติมา เปิดเผยว่า ผู้ตายอยู่บ้านเพียงลำพัง มักจะเดินทางไปสอนโดยขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักในช่วงเช้า และจะกลับเข้ามาในช่วงมืดของทุกวัน โดยเหตุการณ์เริ่มน่าสงสัยขึ้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อาจารย์ไม่ออกมาจากบ้านพัก ซึ่งเป็นวันครู โดยปกติแล้ว อ.เนติมา ต้องไปร่วมกิจกรรมที่มหาวิทยาลัย แต่เพื่อนบ้านคิดว่า อ.เนติมา อาจจะป่วยเลยไม่ออกมาจากบ้านพัก    จนมาถึงวันนี้เพื่อนๆ ครู ที่มหาวิทยาลัยเห็นผิดสังเกตุ เพราะไม่พบอาจารย์ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จึงโทรศัพท์ติดต่อแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงพากันมาที่บ้านของ อ.เนติมา แต่กลับพบว่าบ้านปิดประตูใส่กุญแจ เหมือนไม่มีใครอยู่บ้าน จึงโทรศัพท์ไปหาแม่ของ อ.เนติมา เพื่อสอบถามว่า อ.เนติมา กลับไปที่บ้านพ่อแม่หรือไม่ แต่ได้รับคำตอบว่าไม่ได้กลับมา จึงรีบนำกุญแจสำรอง มาเปิดบ้าน จนพบร่างของ อ.เนติมา นอนเปลือยตายปริศนาในห้องน้ำ    ร.ต.อ.ประเสริฐ เดชสุภาพ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า เบื้องต้น ยังคงตั้งไว้หลายประเด็น ซึ่งขณะนี้อยู่ในการสอบสวนญาติและคนสนิทของผู้เสียชีวิตอีกจำนวนหลายปาก เนื่องบ้านพักของผู้ตายไม่มีร่องรอยการงัดแงะ และไม่พบร่องรอยการรื้อค้น    จากการตรวจสอบในเบื้องต้น ได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บรอยเลือดที่หยดภายในบ้าน ส่งตรวจว่าเป็นเลือดใคร ส่วนร่างของผู้เสียชีวิต ได้มอบให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา นำส่งสถาบันนิติเวช เพื่อทำการตรวจสอบว่ามีคราบอสุจิในตัวของผู้ตายหรือไม่ และเล็บมือของผู้ตายมีชิ้นเนื้อ หรือ DNA อื่นติดอยู่หรือไม่ เพื่อนำผลมาประกอบหาสาเหตุของการเสียชีวิตต่อไป     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/oCmyiKChjz0    

 19,343
อาชญากรรม
19 ม.ค. 63

เสียชีวิตปริศนา! ครูสาวนอนเปลือยกาย ถูกรัดคอ น้ำลายฟูมปาก พบโทรศัพท์หายไป ตร.เร่งคลายปม

วันที่ 18 มกราคม 2563 เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ร.ต.อ.ประเสริฐ เดชสุภาพ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตเปลือยภายในห้องน้ำบ้านพัก จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธโสธรและหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เข้าตรวจสอบโดยที่เกิดเหตุภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา    พบรอยเลือดหยดเป็นทางยาวภายในบ้าน เจ้าหน้าตรวจสอบภายในห้องน้ำชั้น 2 ของตัวบ้าน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง ลักษณะนอนหงายเปลือย ไม่สวมเสื้อผ้า มีผ้าขนหนูสีชมพูปกคลุมศีรษะ ลงไปจนถึงขาทั้งสองข้าง    บริเวณลำคอมีผ้าขนหนูสีชมพูผูกรัดอยู่ นอนน้ำลายฟูมปาก เจ้าหน้าตรวจสอบโดยรอบพบบริเวณโถส้วม มีร่องรอยการเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม ในเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้    ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.เนติมา พัฒนากุล ผู้ช่วยคณบดีโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ และอดีตประธานสาขาการสอนภาษาไทย คณะคุรุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ โดยคาดว่าผู้ตายน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ส่วนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของผู้ตายยังจอดอยู่ มีเพียงโทรศัพท์ของผู้ตายที่หายไป    จากการเปิดเผยของเพื่อนบ้าน อ.เนติมา เปิดเผยว่า ผู้ตายอยู่บ้านเพียงลำพัง มักจะเดินทางไปสอนโดยขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักในช่วงเช้า และจะกลับเข้ามาในช่วงมืดของทุกวัน โดยเหตุการณ์เริ่มน่าสงสัยขึ้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อาจารย์ไม่ออกมาจากบ้านพัก ซึ่งเป็นวันครู โดยปกติแล้ว อ.เนติมา ต้องไปร่วมกิจกรรมที่มหาวิทยาลัย แต่เพื่อนบ้านคิดว่า อ.เนติมา อาจจะป่วยเลยไม่ออกมาจากบ้านพัก    จนมาถึงวันนี้เพื่อนๆ ครู ที่มหาวิทยาลัยเห็นผิดสังเกตุ เพราะไม่พบอาจารย์ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จึงโทรศัพท์ติดต่อแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงพากันมาที่บ้านของ อ.เนติมา แต่กลับพบว่าบ้านปิดประตูใส่กุญแจ เหมือนไม่มีใครอยู่บ้าน จึงโทรศัพท์ไปหาแม่ของ อ.เนติมา เพื่อสอบถามว่า อ.เนติมา กลับไปที่บ้านพ่อแม่หรือไม่ แต่ได้รับคำตอบว่าไม่ได้กลับมา จึงรีบนำกุญแจสำรอง มาเปิดบ้าน จนพบร่างของ อ.เนติมา นอนเปลือยตายปริศนาในห้องน้ำ    ร.ต.อ.ประเสริฐ เดชสุภาพ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า เบื้องต้น ยังคงตั้งไว้หลายประเด็น ซึ่งขณะนี้อยู่ในการสอบสวนญาติและคนสนิทของผู้เสียชีวิตอีกจำนวนหลายปาก เนื่องบ้านพักของผู้ตายไม่มีร่องรอยการงัดแงะ และไม่พบร่องรอยการรื้อค้น    จากการตรวจสอบในเบื้องต้น ได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บรอยเลือดที่หยดภายในบ้าน ส่งตรวจว่าเป็นเลือดใคร ส่วนร่างของผู้เสียชีวิต ได้มอบให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา นำส่งสถาบันนิติเวช เพื่อทำการตรวจสอบว่ามีคราบอสุจิในตัวของผู้ตายหรือไม่ และเล็บมือของผู้ตายมีชิ้นเนื้อ หรือ DNA อื่นติดอยู่หรือไม่ เพื่อนำผลมาประกอบหาสาเหตุของการเสียชีวิตต่อไป     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/oCmyiKChjz0    

 19,343
สังคม
19 ม.ค. 63

พบศพครูสาวเปลือยในห้องน้ำ ถูกรัดคอ น้ำลายฟูมปาก คาดเสียชีวิตมาแล้ว 3 วัน ตร.เร่งตรวจสอบ

วันที่ 18 มกราคม 2563 เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ร.ต.อ.ประเสริฐ เดชสุภาพ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตเปลือยภายในห้องน้ำบ้านพัก จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธโสธรและหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เข้าตรวจสอบ โดยที่เกิดเหตุภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา    พบรอยเลือดหยดเป็นทางยาวภายในบ้าน เจ้าหน้าตรวจสอบภายในห้องน้ำชั้น 2 ของตัวบ้าน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง ลักษณะนอนหงายเปลือย ไม่สวมเสื้อผ้า มีผ้าขนหนูสีชมพูปกคลุมศีรษะ ลงไปจนถึงขาทั้งสองข้าง    บริเวณลำคอมีผ้าขนหนูสีชมพูผูกรัดอยู่ นอนน้ำลายฟูมปาก เจ้าหน้าตรวจสอบโดยรอบพบบริเวณโถส้วม มีร่องรอยการเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม ในเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้    ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.เนติมา พัฒนากุล ผู้ช่วยคณบดีโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ และอดีตประธานสาขาการสอนภาษาไทย คณะคุรุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ โดยคาดว่าผู้ตายน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ส่วนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของผู้ตายยังจอดอยู่ มีเพียงโทรศัพท์ของผู้ตายที่หายไป    จากการเปิดเผยของเพื่อนบ้าน อ.เนติมา เปิดเผยว่า ผู้ตายอยู่บ้านเพียงลำพัง มักจะเดินทางไปสอนโดยขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักในช่วงเช้า และจะกลับเข้ามาในช่วงมืดของทุกวัน โดยเหตุการณ์เริ่มน่าสงสัยขึ้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อาจารย์ไม่ออกมาจากบ้านพัก ซึ่งเป็นวันครู โดยปกติแล้ว อ.เนติมา ต้องไปร่วมกิจกรรมที่มหาวิทยาลัย แต่เพื่อนบ้านคิดว่า อ.เนติมา อาจจะป่วยเลยไม่ออกมาจากบ้านพัก    จนมาถึงวันนี้เพื่อนๆ ครู ที่มหาวิทยาลัยเห็นผิดสังเกตุ เพราะไม่พบอาจารย์ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จึงโทรศัพท์ติดต่อแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงพากันมาที่บ้านของ อ.เนติมา แต่กลับพบว่าบ้านปิดประตูใส่กุญแจ เหมือนไม่มีใครอยู่บ้าน จึงโทรศัพท์ไปหาแม่ของ อ.เนติมา เพื่อสอบถามว่า อ.เนติมา กลับไปที่บ้านพ่อแม่หรือไม่ แต่ได้รับคำตอบว่าไม่ได้กลับมา จึงรีบนำกุญแจสำรอง มาเปิดบ้าน จนพบร่างของ อ.เนติมา นอนเปลือยตายปริศนาในห้องน้ำ    ร.ต.อ.ประเสริฐ เดชสุภาพ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า เบื้องต้น ยังคงตั้งไว้หลายประเด็น ซึ่งขณะนี้อยู่ในการสอบสวนญาติและคนสนิทของผู้เสียชีวิตอีกจำนวนหลายปาก เนื่องบ้านพักของผู้ตายไม่มีร่องรอยการงัดแงะ และไม่พบร่องรอยการรื้อค้น    จากการตรวจสอบในเบื้องต้น ได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บรอยเลือดที่หยดภายในบ้าน ส่งตรวจว่าเป็นเลือดใคร ส่วนร่างของผู้เสียชีวิต ได้มอบให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา นำส่งสถาบันนิติเวช เพื่อทำการตรวจสอบว่ามีคราบอสุจิในตัวของผู้ตายหรือไม่ และเล็บมือของผู้ตายมีชิ้นเนื้อ หรือ DNA อื่นติดอยู่หรือไม่ เพื่อนำผลมาประกอบหาสาเหตุของการเสียชีวิตต่อไป     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/IQI5Iam7YZU      

 126,893
อาชญากรรม
09 ม.ค. 63

หัวใจสลาย! แม่ไปทำงาน กลับมาพบลูกวัย 8 เดือน นอนดับปริศนา

ปทุมธานี - พ.ต.ท.บุญเรือง พันธนู สว.สอบสวน สภ.ธัญบุรี รับแจ้งมีทารกวัย 8 เดือนเสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู แพทย์ รพ.ธัญบุรี   ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวปลูกอยู่ริมคลอง ภายในเปลนอนเด็กพบทารกวัย 8 เดือน เสียชีวิตโดยที่ใบหน้ามีรอยฟกช้ำ ที่ศีรษะมีรอยฟกช้ำ แพทย์ชันสูตรเสียชีวิตมาแล้ว 8-10 ชม.โดยที่บนเตียงนอนข้างเปลเด็กพบนางสาวสุภาพร เปรมประสงค์ อายุ 29ปี มารดาและนายปราโมทย์ คงถาวร อายุ 18 ปีซึ่งเป็นอา นั่งร่ำไห้อยู่   ด้านนางสาวสุภาพร เปรมประสงค์ มารดา เปิดเผยว่า วานนี้ตนเองออกจากบ้านไปเวลาประมาณ 17.00 น.โดยฝากลูกไว้กับอา กระทั่งช่วงเย็นวันนี้มีเพื่อนบ้านโทรไปบอกว่าลูกเสียชีวิตจึงเดินทางกลับมาดู ซึ่งใบหน้าฝั่งซ้ายที่มีรอยฟกช้ำนั้นสาเหตุมาจากตกเตียงนอนที่ความสูงประมาณ 50 ซ.ม. เพราะตนเองเผลอหลับจนลูกหัวทิ่มร่วงลงมากระแทกพื้นกระเบื้องจนใบหน้ามีรอยฟกช้ำ   ส่วน นายปราโมทย์ คงถาวร อาเปิดเผยว่า คืนที่ผ่านมาหลังจากแม่ของหลานออกจากบ้านไป ตนก็ดูแลเพียงคนเดียวและเผลอเลอจนหลานร่วงจากเตียงอีกครั้งหนึ่งและร้องอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ตนเองจะป้อนนมจนหลานหลับไปในเวลาประมาณ 21.00น.โดยนำนมใส่ขวดวางไว้ในเปล 1 ขวด กระทั่งเวลา 11.00 น. วันที่ 8 ม.ค. ตนเองตื่นขึ้นก็พบว่าหลานเสียชีวิตแล้ว แต่ก็ไม่กล้าไปบอกใครเพราะไม่รู้จัก กระทั่งช่วงเย็นจึงตัดสินใจไปบอกเพื่อนบ้าน   ทางด้านพ.ต.ท.บุญเรือง พันธนู สว.สอบสวน สภ.ธัญบุรี เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานเชิญตัวผู้ปกครองไปทำการสอบปากคำเพิ่มเติมและให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

 5,806
สังคม
09 ม.ค. 63

แม่ไปทำงาน กลับมาพบลูกวัย 8 เดือนเสียชีวิตปริศนา

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 8 มกราคม 2563 พ.ต.ท.บุญเรือง พันธนู สว.สอบสวนสภ.ธัญบุรี รับแจ้งมีทารกวัย 8 เดือนเสียชีวิต ที่เกิดเหตุคือบ้านแห่งหนึ่ง ต.บึงสนั่น อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู แพทย์ร.พ.ธัญบุรี   ที่เกิดเหตุ เกิดขึ้นภายในเปลนอนของเด็ก เป็นเด็กทารกวัย 8 เดือน เสียชีวิตโดยที่ใบหน้ามีรอยฟกช้ำ ที่ศีรษะมีรอยฟกช้ำ แพทย์ชันสูตรเสียชีวิตมาแล้วเป็นเวลา 8-10 ชม.    ด้านคุณแม่ เปิดเผยว่าตนเองออกจากบ้านไปทำงาน โดยฝากลูกไว้กับอา กระทั่งช่วงเย็น เพื่อนบ้านโทรไปบอกว่าลูกเสียชีวิตจึงเดินทางกลับมาดู ซึ่งใบหน้าฝั่งซ้ายที่มีรอยฟกช้ำ โดยสาเหตุมาจากลูกตกเตียงนอนที่ความสูงประมาณ 50 ซ.ม. เพราะตนเองเผลอหลับจนลูกหัวทิ่ม ร่วงลงมากระแทกพื้น จนใบหน้ามีรอยฟกช้ำ   ทางด้านอาเปิดเผยว่า หลังจากคุณแม่ของน้องออกจากบ้านไป ตนก็ดูแลเพียงคนเดียวและเผลอหลับอีก จนน้องร่วงจากเตียงอีกครั้งหนึ่งและร้องไห้อยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ตนเองจะป้อนนมจนน้องหลับไป กระทั่งเวลาเที่ยง ตนเองตื่นขึ้นมาก็พบว่าน้องเสียชีวิตแล้ว    ทางด้านพ.ต.ท.บุญเรือง พันธนู สว.สอบสวนสภ.ธัญบุรี เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเชิญตัวผู้ปกครองไปทำการสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xUaWvTUi2gU

 21,607
ข่าวภูมิภาค
24 พ.ย. 62

หนุ่มใหญ่ดับปริศนา หลังไปกินข้าวกับเพื่อน ก่อนชักหมดสติเสียชีวิต

ชลบุรี-เมื่อวันที่ 23 พ.ย.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน รับแจ้งเหตุมีผู้หมดสติภายในร้านก๋วยเตี๋ยวปลาแห่งหนึ่ง ริมถนนสุขุมวิท ม.4 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ชีพ โรงพยาบาลวัดญาณสังวรารามวรวิหารฯ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน   ที่เกิดเหตุพบร่าง นายประเสริฐ แจ่มมณี อายุ 56 ปี สภาพหมดสติ เจ้าหน้าที่ได้ทำการปั๊มหัวใจช่วยชีวิต ก่อนเร่งนำตัวส่งรักษายังห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลฯ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา   จากการสอบถามทางร้าน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เข้ามานั่งสั่งอาหารกินภายในร้าน พร้อมกับเพื่อนที่มาด้วยกัน 4 คน ซึ่ขณะผู้ตายกำลังกินอาหาร ได้มีอาการชักและหมดสติ จึงได้เข้าช่วยเหลือ ก่อนโทรแจ้งแพทย์มาทำการช่วยเหลือ ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบว่าเกิดจากโรคประจำตัว หรืออาหารเข้าไปติดหลอดลม ต้องรอผลผ่าพิสูจน์ของแพทย์ จึงจะสามารถทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/_mvYiOvyLbA

 1,330
สังคม
24 พ.ย. 62

หนุ่มใหญ่ดับปริศนา หลังไปกินข้าวกับเพื่อน ก่อนชักหมดสติเสียชีวิต

ชลบุรี-เมื่อวันที่ 23 พ.ย.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน รับแจ้งเหตุมีผู้หมดสติภายในร้านก๋วยเตี๋ยวปลาแห่งหนึ่ง ริมถนนสุขุมวิท ม.4 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ชีพ โรงพยาบาลวัดญาณสังวรารามวรวิหารฯ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน   ที่เกิดเหตุพบร่าง นายประเสริฐ แจ่มมณี อายุ 56 ปี สภาพหมดสติ เจ้าหน้าที่ได้ทำการปั๊มหัวใจช่วยชีวิต ก่อนเร่งนำตัวส่งรักษายังห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลฯ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา   จากการสอบถามทางร้าน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เข้ามานั่งสั่งอาหารกินภายในร้าน พร้อมกับเพื่อนที่มาด้วยกัน 4 คน ซึ่ขณะผู้ตายกำลังกินอาหาร ได้มีอาการชักและหมดสติ จึงได้เข้าช่วยเหลือ ก่อนโทรแจ้งแพทย์มาทำการช่วยเหลือ ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบว่าเกิดจากโรคประจำตัว หรืออาหารเข้าไปติดหลอดลม ต้องรอผลผ่าพิสูจน์ของแพทย์ จึงจะสามารถทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/_mvYiOvyLbA

 1,330
สังคม
10 พ.ย. 62

สาวใหญ่เสียชีวิตปริศนาหน้าบ้าน พลเมืองดีเร่งช่วยแต่ไม่ทัน ญาติคาดเหตุกินเกลือดำ

สมุทรปราการ-วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ บริเวณใต้ด่วนจอมทอง-บูรณะหลังวัดสารอด แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม.   ตรวจสอบบริเวณทางสะพานเดินเข้าบ้าน พบเป็นหญิง 1 ราย ทราบชื่อ น.ส.บุญยัง สุริยะ อายุ 55 ปี นอนเสียชีวิตอยู่หน้าทางเข้าบ้าน    สอบถามจากคนขับรถแท็กซี่ เล่าให้ฟังว่า พบเห็นผู้เสียชีวิตพร้อมลูกสะใภ้ ซึ่งอยู่ในลักษณะพยุงออกมาอย่างทุลักทุเลและมีเพื่อนบ้านคอยช่วยกันพยุงออกมา พอตนเองเห็นก็ได้ถามว่าเป็นอะไร ได้ความว่าเป็นผู้ป่วยจะพาไปโรงพยาบาลตนเองจึงรีบนำรถออกมาจากบ้านทันที พอเปิดประตูรถเพื่อนำผู้ป่วยขึ้นรถก็สงสัยว่าทำไมถึงเงียบผิดปกติเหมือนคนที่เสียชีวิตแล้ว จึงจับที่แขนดูเลยสังเกตเห็นว่าตัวเย็นผิดปกติแต่ยังนิ่มอยู่ เลยคิดว่าน่าจะไม่หายใจแล้วจึงช่วยกันทำ CPR หน้าบ้าน แต่ไม่เป็นผลจึงโทรแจ้งตำรวจ และขอให้ตำรวจช่วยประสานกู้ภัยมาช่วยทันที   สอบถามจากลูกสะใภ้ เล่าว่า สาเหตุการเสียชีวิตน่าจะมาจากการกินเกลือดำ ผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัว เป็นโรคไต และวัณโรค ล่าสุดเป็นงูสวัด ขึ้นที่คอ    ด้าน เจ้าของบ้านเช่า ที่ผู้เสียชีวิตเช่าพักอยู่ เล่าว่า ผู้เสียชีวิตพักอาศัยที่บ้านของตนเองมานานแล้ว เมื่อก่อนมาอยู่แรก ๆ ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร มีสุขภาพแข็งแรงดี พูดจาดี ร่าเริงแจ่มใส พอมาเมื่อต้นปีนี้เองเห็นว่าพักหลังจะดูผอมผิดปกติจึงสอบถามผู้เสียชีวิตว่าเป็นอะไร จึงทราบว่าป่วยเป็นโรคไต จึงบอกด้วยความเป็นห่วงว่าให้ไปหาหมอ และให้พักผ่อนเยอะ ๆ แล้วก็เห็นว่าไปหาหมอที่ รพ.อยู่เป็นประจำ   จนมาเห็นว่าผู้เสียชีวิตเริ่มไปกินเกลือดำ ตามที่เห็นกันก็รู้สึกว่าร่ายกายของผู้เสียชีวิตเริ่มเปลี่ยนไปดูแล้วว่าเห็นจะบวมขึ้นอย่างผิดตา จึงบอกให้รีบไปหาหมอนะเพราะเห็นว่าอาการเริ่มจะไม่ดีแล้ว และยังสงสัยอยู่ว่าเป็นโรคไตแล้วทำไมถึงไปกินเกลือดำ ก็ยังงงอยู่ว่าเกลือดำจะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตหรือเปล่า   แต่อย่างไรก็ตามญาติยังติดใจสงสัยอยู่ว่าเกี่ยวกับการกินเกลือดำหรือไม่ ซึ่งต้องรอผลชันสูตรจากสถาบันนิติเวช รพ.ศิริราช อีกครั้งถึงสาเหตุที่แท้จริง     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/EBZITgZxVtY

 2,062
ข่าวภูมิภาค
07 ส.ค. 62

พ่อแม่ติดใจ ลูกชายวัย 2 ขวบเสียชีวิต ขณะรักษาใน รพ.ที่ขอนแก่น

ขอนแก่น-สองสามีภรรยาร้องเรียนหลังน้องโอชิ หรือเด็กชายนฤบดินทร์ ศรีวันทา อายุ 2 ขวบ 20 วัน ลูกชายเสียชีวิตขณะพาเข้ารักษาตัวที่รพ.ของรัฐ ในอำเภอแห่งหนึ่งของ จ.ขอนแก่น   โดยแม่เล่าว่า ก่อนที่ลูกชายจะเสียชีวิตนั้น เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ลูกชายตกเก้าอี้ ริมฝีปากแตก วันที่ 2 ส.ค.ลูกชายมีอาการไข้ตัวร้อน จึงพาไปหาหมอที่ รพ.ประจำอำเภอ ซึ่งมีแพทย์ที่เป็นแพทย์หญิงทำการตรวจร่างกายและซักประวัติ จึงเล่าสาเหตุของการเกิดแผลในปากให้ฟัง และแม่ยังถามหมอว่า ปากแตกมีแผลในปาก จะมีการติดเชื้อหรือเป็นโรคมือเท้าปากหรือไม่   ซึ่งหมอรายดังกล่าวยืนยันว่า ลูกชายเป็นไข้ธรรมดาผลข้างเคียงที่เป็นแผลในปาก กินยาแก้ไข้ก็หาย ส่วนการติดเชื้อหรือการเป็นโรคมือเท้าปากนั้น ไม่มี หรือถ้าเป็น ก็ให้กินยาที่หมอให้ไป เชื้อโรคก็จะหายภายใน 7 วัน และหมอได้สั่งยาแก้ไข้ให้กลับไปกินที่บ้าน พร้อมแนะนำว่า ให้ดูแลลูกเช็ดตัวเมื่อมีอาการตัวร้อน หรือถ้ามีไข้ขึ้นสูง ให้รีบส่งมาที่รพ. ซึ่งการไปหาหมอที่รพ.ครั้งแรกก็เชื่อตามคำแนะนำของหมอทุกอย่างและรับยากลับบ้าน   กระทั่งกลางดึก ลูกชายมีอาการเหงื่อท่วมตัว เหนื่อย และตัวร้อน เช็ดตัวให้กินยาก็ไม่ดีขึ้น จึงรีบพาลูกชายส่งที่รพ.ประจำอำเภอ ซึ่งเป็นรพ.ที่เดิม หมอหญิงรายเดิมมาตรวจและซักประวัติ หมอตรวจร่างกายทำทุกอย่างแล้วบอกว่าต้องพ่นยาเพราะลูกมีอาการเหนื่อยหอบ ในเวลาไล่เลี่ยกันก็ได้ทำการเอกซเรย์ร่างกายลูกชาย จากนั้นหมอก็บอกว่า ลูกชายมีอาการปอดติดเชื้อ ต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่รพ.ขอนแก่น เพราะที่รพ.ดังกล่าวไม่มีหมอเฉพาะทาง   ซึ่งหมอบอกว่า ลูกมีอาการปอดติดเชื้อ และจะส่งตัวไปรพ.ขอนแก่น ก็เอะใจว่า ติดเชื้อได้อย่างไร เพราะสาเหตุใด พยายามถามหมอ แต่ไม่มีคำตอบ ทั้งยังเจาะแขนขาลูก เพื่อจะเข้าน้ำเกลือ แต่เจาะไม่ได้ จึงได้เจาะปลายนิ้วและบอกว่าเป็นการวัดน้ำตาลในเลือด และแจ้งว่าพบผลน้ำตาลในเลือดสูงถึง 480 จังหวะนั้นหมอไม่ให้พ่อแม่อยู่กับลูก แต่สามีไม่ยอมและพยายามอยู่ใกล้ลูกให้มากที่สุด   จนพบว่าลูกมีอาการตาลอย จึงเรียกชื่อลูก ลูกก็ยังมีสติเรียกหาพ่อ และขอกินน้ำปั่น สามีเห็นท่าไม่ดีตะโกนถามหมอว่า ทำไมลูกชายมีอาการเช่นนี้ แต่ไม่มีคำตอบจากหมอ ขณะที่หมอหญิงรายนี้ก็มีอาการวิตกกังวล คุยโทรศัพท์เล่าอาการขอลูกชายกับคนที่คุยโทรศัพท์ด้วยตลอดเวลาคล้ายๆ กับว่าตกใจกับอาการของลูกตนเอง   ช่วงที่ลูกชายถูกเจาะแขนและขาเพื่อให้น้ำเกลือนั้น รพ.ได้ปิดปะตูทางเข้าออกทั้งหมด แต่โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่ของรพ.เปิดออกมา สามีจึงรีบวิ่งสวนเข้าไป จนเห็นอาการผิดปกติของลูก แต่สามีก็ถูกไล่ออกมาอีก ซึ่งครั้งนี้หมอคนเดิมให้สามีมาถามตนว่า จะใส่ท่อช่วยหายใจให้ลูกให้บิดามารดายินยอม ถ้าไม่ยินยอมลูกจะแย่กว่านี้ จึงบอกสามีว่าไม่ยอมให้หมอใส่ท่อเด็ดขาด และพยายามหาทางเข้าไปดูลูกชายในห้องฉุกเฉิน เมื่อเข้าไปได้ก็พบว่าลูกถูกใส่ท่อในช่องปากเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับมีเลือดทะลักออกจากปากลูก และมีพยาบาลทำการดูดเสมหะ พร้อมกับเห็นอาการลูกชายช็อคหมดสติ จึงถามหมอว่า ทำไม ทำแบบนี้ ไหนบอกว่าลูกชายไม่ได้เจ็บป่วยมาก และไหนว่าจะส่งต่อ รพ.ขอนแก่น ทำไมไม่ส่ง   หมอรายนี้บอกว่า วันหยุดหมอใหญ่ไม่อยู่ ต้องรอหมอใหญ่เซ็นอนุมัติก่อนจึงจะส่งต่อได้ พร้อมทั้งไล่ให้ออกจากห้อง และทำการล็อคประตูอีกครั้ง ไม่นานหมอและพยาบาลก็พากันเข็นลูกชายออกจากห้องฉุกเฉินพร้อมทั้งบอกว่าลูกชายอยู่ในภาวะวิกฤติต้องส่งต่อไปยังอีกโรงพยาบาลที่อำเภอใกล้ๆ กันที่มีความพร้อมทางการแพทย์ และนำร่างลูกชายซึ่งเหมือนคนหมดสติและปั้มหัวใจ ชีพจรต่ำมาก ใส่รถพยาบาล ส่งตัวไปยังรพ.ดังกล่าว เมื่อถึงรพ.แห่งใหม่ แพทย์ที่รพ.แห่งใหม่ แจ้งว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว ช่วยไม่ทัน จึงทำเรื่องรับศพลูกออกจากรพ.กลับมาที่บ้าน ซึ่งหมอที่รพ.แห่งใหม่ออกใบรับรองการตายว่า ตายจากสาเหตุปอดติดเชื้อ   ทั้งนี้ทางพ่อแม่จะยังไม่เผาศพลูกชายจนกว่าจะได้คำตอบจากรพ.ว่า ลูกชายตายด้วยสาเหตุใด ถ้าปอดติดเชื้อ ติดจากสาเหตุใด ทั้งที่หมอบอกว่าลูกชายป่วยเป็นไข้ธรรมดา ไม่มีโรคหรือติดเชื้อรุนแรง และเชื่อว่าแพทย์หญิงรายนี้ไม่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาผู้ป่วย หรืออาจจะเป็นแพทย์จบใหม่ ไม่มีประสบการณ์ จึงไม่ควรจะมาแลรักษาผู้ป่วย และจะเดินหน้าร้องเรียนการทำงานของแพทย์รายนี้ไปยัง สสจ.ขอนแก่น และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่นด้วย   ด้านนายสมศักดิ์จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า รพ.ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของ สสจ.ขอนแก่น จะให้ สสจ.ขอนแก่น ทำการตรวจสอบถึงเรื่องที่ถูกร้องเรียน เพื่อจะได้ทราบข้อเท็จจริง ส่วนการตรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่างๆ นั้น มีขั้นตอนอย่างไร จะให้ สสจ.ขอนแก่นรายงานให้ทราบตามลำดับต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Mz-v8IMqmrw

 2,736
ปากท้องร้องทุกข์
24 พ.ค. 62

พ่อแม่ไม่เชื่อ ลูกพลทหารตกตึกตายในค่าย หลังเพื่อนบอกไม่ตรงกัน 'ไฟช็อต-ตกตึก' กองทัพสั่งสอบด่วน

ศรีสะเกษ-กรณีที่นายลือชานนท์ นันทบุตร อายุ 22 ปี ลูกชาย ซึ่งเป็นทหารเกณฑ์ และจะได้รับการปลดประจำการในอีก 4 เดือนข้างหน้า ได้เกิดเหตุพลัดตกตึกบริเวณช่องทางหนีไฟจากดาดฟ้าชั้น 7 ลงมาเสียชีวิตบริเวณระเบียงชั้น 4 ภายในอาคารกองพันทหารสารวัตร สำนักกองบัญชาการกองทัพไทย เขตบางซื่อ ซึ่งพบศพเมื่อวันที่ 21 พ.ค.2562 นั้น   โดยที่บ้านพัก ครอบครัวได้ประกอบพิธีศพอย่างโศกเศร้า เพราะว่าผู้ตายเป็นที่รักของครอบครัวญาติพี่น้องมาก เป็นเด็กหนุ่มนิสัยดี เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ เป็นเด็กเรียนหนังสือ ตั้งใจเรียนจนสำเร็จการศึกษาระดับ ปวส.จากวิทยาลัยเทคนิค ศรีสะเกษ และได้สมัครเข้ารับราชการทหารโดยหวังว่าจะสอบเข้ารับราชการทหารเมื่อมีโอกาส   นายคำแพง นันทบุตร อายุ 48 ปี พ่อของพลทหารลือชานนท์ กล่าวว่า ตนได้ไปรับศพของลูกชายกลับมาถึงบ้านเมื่อช่วงเช้า โดยตนรับศพมาจาก รพ.ตำรวจ ทั้งนี้ตนได้ไปตรวจสอบที่บริเวณที่เกิดเหตุพบว่า บริเวณระเบียงชั้น 3 ของอาคารหลังหนึ่งภายในค่ายทหารมีรอยเลือดกองอยู่และมีการนำเอาเศษดินมาโรยกลบรอยเลือดเอาไว้ ได้สอบถามจากเพื่อนทหารของลูกชายได้รับคำตอบไม่ตรงกัน บางคนบอกว่าลูกชายของตนโดนไฟช็อตเสียชีวิต บางคนก็บอกว่าตกตึกเสียชีวิต   ซึ่งจากการที่ตนได้ตรวจดูร่างกายลูกชายของตนแล้วไม่พบร่องรอยของการถูกไฟช็อตแต่อย่างใด ทำให้ตนสงสัยในสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชายเป็นอย่างมาก ตนมั่นใจว่าลูกชายของตนจะต้องโดนฆ่าแล้วมีการอำพรางศพว่า เสียชีวิตเพราะไฟช็อตและตกตึก เป็นไปไม่ได้ที่ลูกชายของตนจะเสียชีวิตเพราะสาเหตุที่ได้รับทราบมา ตนจึงขอวอนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ได้โปรดสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับตนและครอบครัวด้วย เนื่องจากว่า ครอบครัวของตนมีลูกเพียงคนเดียว   ทั้งนี้ต้นสังกัดแจ้งให้ทราบว่า พลทหารลือชานนท์ และเพื่อนทหาร 20 นาย พักอยู่ชั้น 5 อาคารดังกล่าว เป็นอาคารเก่าเตรียมรื้อถอน พลทหารลือชานนท์ และเพื่อนกลุ่มหนึ่ง ชอบปีนระเบียงบันไดหนีไฟขึ้นไปนอนบนชั้น 6 ที่ถูกปิดล็อกไว้ ปีนเข้าทางระเบียงหน้าต่าง เพื่อเปิดแอร์นอน เพราะชั้น 5 เป็นห้องพัดลมอากาศร้อนอบอ้าว ต่อมาค่ำวันที่ 17 พ.ค.พลทหารลือชานนท์ ได้เงียบหายไปแบบไม่มีใครทราบ กระทั่งมาพบเป็นศพขึ้นอืดบตรงระเบียงชั้น 4 ข้างบันไดหนีไฟ สภาพศพนอนหงาย ไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้น ใส่รองเท้าแตะข้างเดียว ส่วนรองเท้าอีกข้างพบว่าวางอยู่ที่ระเบียงชั้น 6 ลักษณะการนอนเสียชีวิตคล้ายกับจับวาง ไม่น่าเกิดจากอุบัติเหตุพลัดตกตึก   ผลชันสูตรของ รพ.ตำรวจ ระบุว่ากระดูกสันหลังส่วนอกท่อนที่ 3 หักเคลื่อน จากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก พ่อจึงเกิดข้อพิรุธว่าสาเหตุการเสียชีวิตอาจไม่ใช่อุบัติเหตุพลัดตกตึก เพราะช่องทางหนีไฟเป็นช่องแคบประมาณ 60X60 ซม. และมีราวบันไดเหล็กตรงยาวลงไป ถ้าเกิดพลัดตกจากชั้น 7 จริง เชื่อว่าแขนขาต้องหักและมีแผลมากกว่านี้ อีกทั้งท่านอนเสียชีวิตยังเป็นแบบนอนราบกับพื้น คเชื่อว่าลูกชายอาจถูกทำร้ายอำพรางคดีมากกว่า แต่คงทำอะไรไม่ได้   และข้องใจว่าเมื่อลูกชายหายไป ทำไมหัวหน้าต้นสังกัดจึงไม่ติดตามหา หรือไม่แจ้งญาติให้ทราบ แต่กลับปล่อยให้เสียชีวิตจนศพขึ้นอืดนานหลายวัน   ด้านนางรัตนาภรณ์ จันทโคตร อายุ 47 ปี แม่ของพลทหารลือชานนท์ ร่ำไห้กล่าวด้วยน้ำตาว่า ก่อนหน้านี้ ลูกเล่าให้ฟังทางโทรศัพท์ว่า ลูกชายของตนไปห้ามไม่ให้เพื่อนทหารด้วยกันดื่มเหล้าในค่ายทหาร ทำให้กลุ่มเพื่อนทหารด้วยกันโกรธแค้นมาก และได้เอาเหล้ามากรอกปากลูกชายของตนจนทำให้เลือดไหลออกมาจากปาก   อีกทั้งมีเรื่องกับนายทหารคนหนึ่งและโดนทำร้าย จากนั้นถูกนำตัวเข้าไปขังในห้องขัง ทำให้ลูกตัดพ้อว่าอยากกลับบ้าน แต่ตนก็ได้แต่ปลอบใจ ไม่คิดเลยว่าการที่ให้ลูกชายไปสมัครเป็นทหาร เหมือนกับส่งให้ลูกชายของตนไปถูกฆ่าตาย ตนไม่เชื่อว่า ลูกชายของตนจะตายเพราะอุบัติเหตุ จึงร้องขอความเป็นธรรมไปยังนายทหารระดับสูงทุกคนในกองทัพไทยด้วย   ด้านพลตรี กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ชี้แจงว่ามีการสั่งการเร่งด่วนให้มีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงโดยละเอียด ด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อให้ความกระจ่างและเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และได้เน้นย้ำให้หน่วยต้นสังกัดดูแลการจัดงานศพของผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด และอำนวยความสะดวกแก่ญาติในการดำเนินการตามขั้นตอนทางราชการต่อไป   ทั้งนี้ จากการสืบสวนพยานบุคคลที่พบผู้เสียชีวิตครั้งสุดท้ายทราบว่า พบเห็นผู้เสียชีวิตได้ขึ้นไปนั่งคุยโทรศัพท์บนชั้นดาดฟ้า แล้วจากนั้นก็ไม่พบเจอผู้เสียชีวิตอีกเลย ส่วนประเด็นเรื่องการเมาสุราแล้วเกิดเหตุทะเลาะวิวาท หรือการถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตตามที่สื่อสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน เพราะมีเพื่อนพลทหารในหน่วยยืนยันในเวลาที่เกิดเหตุสอดคล้องกัน ซึ่งทางตำรวจจะได้ทำการสอบสวนตามแนวทางต่อไป   ดังนั้นขอให้สังคมอย่าเพิ่งด่วนตัดสินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อนำไปสู่ข้อเท็จจริงต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AF-Ol7169ws

 36,683
ข่าวภูมิภาค
20 ม.ค. 62

คนขับรถบัสสุดช็อก เดินไปเรียกให้พนักงานหนุ่มลงจากรถ พบเสียชีวิตคาเบาะนั่ง

วันที่ 20 ม.ค.62 เมื่อเวลา 01.00 น. พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง สารวัตรสอบสวน สภ.คลองหลวง รับแจ้งเหตุคนเสียชีวิตอยู่บนรถบัสรับ-ส่งพนักงานบริษัท บริเวณริมถนนในหมู่บ้านไทยธานี นิคมอุตสาหกรรมนวนคร ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู   ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนพบรถบัสรับ-ส่งพนักงานบริษัท จอดติดเครื่องยนต์ซึ่งเป็นรถสองชั้น บริเวณเบาะนั่งชั้นสองของรถพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 รายทราบชื่อนายวัชรพงศ์ สีเกี๋ยง อายุ 34 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูจึงได้ช่วยกันนำร่างของผู้ตายลงมาจากรถจากการจรวจสอบไม่พบบาดแผล   จากการสอบถามนายนิรันดร์ โคตรวงษ์ เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู บอกว่า คนขับรถบัสบอกกับตนว่าผู้ตายพร้อมเพื่อนพนักงานบริษัทไปกินเลี้ยงที่มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ และตนก็ได้ขับรถตระเวนส่งพนักงานทุกคนหมดแล้ว ซึ่งเหลืออยู่อีกคนเดียวไม่ยอมลงจากรถ คนขับรถจึงได้เดินไปเรียกปรากฏว่าพนักงานบริษัทหนุ่มได้เสียชีวิตคาเบาะนั่งแล้ว จึงได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุดังกล่าว   ด้าน พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง สารวัตรสอบสวนสภ.คลองหลวง หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วจึงได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานและได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำผู้เสียชีวิตส่งนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง  

 31,490
ข่าวภูมิภาค
29 ต.ค. 61

พบศพนักศึกษาชายชั้น ปวช. ปี 3 ในห้องน้ำอาคารเรียน ยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิต

วันนี้ (29 ต.ค.) เมื่อเวลา 07.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง  อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้เข้าตรวจสอบศพผู้เสียชีวิตภายในห้องน้ำชั้น 3 ของอาคารเรียนวิทยาลัยอาชีวศึกษาแห่งหนึ่ง ซึ่งพบผู้เสียชีวิตเป็นนักศึกษาชาย 1 ราย อายุประมาณ 20 ปี เรียนอยู่ชั้น ปวช.ปีที่ 3 แผนกวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ นอนเสียชีวิตคว่ำหน้าอยู่บนพื้นห้องน้ำภายในอาคารเรียน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง    ทั้งนี้ จากการสอบสวนทราบว่า นักศึกษาชายผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาเรียนหนังสือเมื่อช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จนกระทั่งเช้าวันนี้มีผู้มาพบศพนักศึกษารายดังกล่าวอยู่ภายในห้องน้ำ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการ และแพทย์โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ    เบื้องต้นจากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ จึงทำให้ยังไม่ทราบสาเหตุของการเสียชีวิตที่แน่ชัด  

 10,058
ข่าวภูมิภาค
27 ก.ย. 61

เมียนอนข้างสามีทั้งคืน ไม่รู้เสียชีวิต คาดหัวใจวาย ชาวบ้านเชื่ออาถรรพ์ผีแม่ม่าย

นครพนม-พบศพชายอายุ 31 ปีเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุภายในบ้าน โดยไม่พบร่องรอยการต่อสู้ สันนิษฐานว่าเสียชีวิตมา ตั้งแต่ 8-12 ชั่วโมง ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว ญาติไม่ติดใจการตายจึงมอบศพให้ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี   ด้านภรรยาของผู้ตายเปิดเผยว่า ตนกับสามีมีอาชีพขายเสื้อผ้าแฟชั่นตามตลาดนัด มีบุตร 2 คน ปกติสามีสุขภาพแข็งแรง ไม่เคยเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล ก่อนเป็นศพได้ไปขายเสื้อผ้าที่ตลาดนัดบ้านนาโพธิ์ แล้วกลับบ้านกินข้าวอาบน้ำและเข้านอนตามปกติ ในเวลาประมาณ 21.30 น. กระทั่งตีห้า ตนตื่นมาเตรียมจะออกไปขายของ เรียกชื่อสามีเท่าไหร่ก็ไม่ขานจึงเขย่าตัวให้ตื่น ปรากฏว่าร่างของสามีแข็งทื่อแล้ว จึงรีบไปบอกพ่อที่นอนอยู่อีกห้องหนึ่งทราบ ก่อนจะแจ้งผู้นำหมู่บ้านตามลำดับ   ขณะที่ชาวบ้านต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ว่า ผีแม่ม่ายหวนกลับมาออกอาละวาดอีกแล้ว หลังหายเงียบไปหลายปี ซึ่งเชื่อกันว่าผีแม่ม่ายชอบผู้ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา และจะออกตระเวนหาชายหนุ่มรูปงามในเวลากลางคืน เพื่อเอาไปเป็นสามีในยมโลก ตามความเชื่อกล่าวไว้หากครอบครัวใดไม่อยากให้ผู้ชายในหมู่บ้านตายไปเป็นผัวผีแม่ม่าย ให้สร้างหุ่นผู้ชายไว้หน้าบ้าน   เมื่อผีแม่ม่ายออกมาเห็นก็จะคิดว่าหุ่นนั้นเป็นชายหนุ่ม จึงนำกลับไปเอยู่ด้วยกันที่เมืองผี ทำให้ผู้ชายในครอบครัวนั้นไม่ต้องเสียชีวิต จึงนิยมสร้างหุ่นไว้หน้าบ้านของคนโดยพบเห็นอยู่ทั่วไป บางบ้านก็ทำปลัดขิก อันใหญ่โตทาด้วยสีแดง หลังจากนี้ก็จะเชิญผู้เชี่ยวชาญทางไสยศาสตร์มาทำพิธีขับไล่ผีแม่ม่ายออกจากหมู่บ้านต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RMttFLq6Ml8

 8,139
ปากท้องร้องทุกข์
18 ก.ย. 61

พ่อแม่ร้องเรียนลูกวัย 11 ขวบ ปวดท้องเสียชีวิต- ไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก รพ.

ชัยนาท-พบการเสียชีวิตของ น้องวิว - ด.ญ.ภคพร ลือพักตร์ อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 หลังเสียชีวิตจากอาการปวดท้อง แล้วเข้ารักษาตัวที่ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยนาท ได้เพียง 1คืน ท่ามกลางความสงสัย ของพ่อแม่ และญาติ เนื่องจาก ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากโรงพยาบาล เพราะในเอกสารหลักฐานใบมรณบัตร ไม่ระบุชื่อแพทย์ผู้ทำการรักษาก่อนตาย และลงความเห็นว่าไม่ทราบสาเหตุการตาย   และต้องส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จังหวัดนครสวรรค์ ระบุว่า ระบบไหลเวียนโลหิตและหายใจล้มเหลว ทำให้ทางญาติ สงสัยว่าทำไมแพทย์ในโรงพยาบาลที่ชัยนาท ไม่สามารถหาสาเหตุการป่วยได้ตั้งหลายวัน อีกทั้งไม่เอาใจใส่คนไข้ จึงอยากให้ส่วนที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจง โดยพิธีฌาปนกิจศพน้องวิวได้มีขึ้นในช่วงบ่ายเมื่อวานนี้ (17 ก.ย.)   ด้านยายของน้องวิว เผยว่า เช้าวันพุธที่ 12 ก.ย.61 ได้พาน้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หมอเจาะเลือดตรวจแล้วบอกว่าไม่มีเชื้อไข้เลือดออก จึงบอกหมอว่าน้องปวดท้องด้วย หมอถามว่ามีอาการไอหรือไม่ จึงบอกว่ามีไอด้วย หมอจึงบอกว่าที่ปวดท้องน่าจะเกิดจากการที่น้องไอมาก ซึ่งตอนที่ไปรักษามีอาการมึนหัว ไอนิดหน่อย และปวดท้อง หลักๆ คือน้องปวดท้อง หมอบอกว่าเจาะเลือดแล้วไม่เป็นไข้เลือดออก น้องเขาน่าจะเป็นไข้หวัดธรรมดา หมอจึงให้ไปพ่นยาแล้วสั่งยา จากนั้นรับยากลับบ้าน   เมื่อถึงบ้านให้น้องกินข้าวแล้วกินยาตามที่หมอสั่ง พอกินยาเสร็จมีอาการอาเจียนช่วงบ่ายๆ ตั้งแต่นั้นน้องกินอะไรไม่ได้อีกเลยอาเจียนออกหมด ปวดท้องตลอด จนถึงตอนเย็นประมาณ 19.00 น. พากลับไปหาหมอที่โรงพยาบาลอีกครั้ง เข้าห้องฉุกเฉิน หมอสั่งให้นอนโรงพยาบาล ตอนเข้าห้องฉุกเฉินก็อาเจียนตลอด ต้องนั่งรอหมอเพราะมีคนไข้เข้ามาใหม่อีก ช่วงนั่งรอก็อาเจียน พอหมอตรวจแล้วให้ไปนอนให้น้ำเกลือ และฉีดยา ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าของโรงพยาบาล จากนั้นก็ไม่มีหมอมาตรวจอีก น้องยังปวดท้องอาเจียนตลอด ได้ไปตามพยาบาลมาดูบอกว่าปวดท้องมาก พยาบาลได้นำยามาให้กิน ก็อาเจียนออกมาอีกปวดท้องไม่หาย   สักพักหนึ่งพยาบาลมาวัดไข้ บอกกับพยาบาลไปอีกว่าน้องยังปวดท้องไม่หาย พยาบาลบอกว่าให้ยากินไปแล้วน้องเขาก็หลับได้นี่ จะให้หายก็ต้องรอ ก็เลยไม่ได้พูดอะไรอีก จนตีห้า น้องอาการหนักขึ้นเหมือนหายใจไม่ได้ หายใจทางปาก จึงพาตัวไปให้ออกซิเจน ประมาณใกล้ 6 โมงเช้าหมอมาตรวจสั่งเอกซเรย์ ได้เอกซเรย์ตอน 11 โมง   หลังเอกซเรย์ก็ไม่ทราบผลว่าเป็นอะไร ผลเลือดเราก็ไม่รู้ผล มาบอกจนน้องเขาชักและขาดใจไปแล้ว ตอนนั้นหมอมาพอดีแต่ช่วยไม่ได้แล้ว ก่อนไปโรงพยาบาลน้องมีไข้ปวดท้อง ตอนเย็นของวันอาทิตย์ ( 9 ก.ย.61) และวันจันทร์ไม่มีไข้ แต่ปวดท้องเป็นๆ หายๆ วันอังคารขอไปโรงเรียน มีอาการปวดท้องอีก ครูให้กินยาธาตุ กลับบ้านมาท้องเสีย รุ่งขึ้นวันพุธจึงพาไปหาหมอ และเสียชีวิตในวันรุ่งขึ้นตอนบ่าย   ด้านแม่ของน้องวิว เปิดเผยว่า หมอควรใส่ใจตั้งแต่เริ่มเข้าไปในโรงพยาบาล เพราะลูกของตนไม่ได้รับการดูแล เท่าที่ควร หมอน่าจะมีความใส่ใจคนไข้และมีความแม่นยำมากกว่านี้ บอกให้รอดูอาการ จนน้องเสียชีวิต โดยเฉพาะตอนสั่งยาจ่ายยาด้วยช้ามาก คนเราถ้าป่วยเล็กๆ น้อยๆ ไม่มีใครอยากไปโรงพยาบาล ทุกคนที่ไปโรงพยาบาลก็หวังว่าหมอจะช่วยรักษาได้อยากให้เคสของลูกสาวเป็นตัวอย่างไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใครอีก   ด้านพ่อของน้องวิว เผยว่า ตอนนี้ติดใจสงสัยในใบมรณบัตร ที่ไม่ระบุชื่อแพทย์ผู้รักษาก่อนตาย และระบุว่าไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิต ลูกปวดท้องไปโรงพยาบาลไม่คิดว่าจะต้องถึงกับเสียชีวิต อยากเรียกร้องความยุติธรรมให้ลูก ไม่ได้อยากได้เงินทองอะไร เพราะเงินนั้นไม่สามารถแลกชีวิตลูก หรือซื้อลูกกลับมามีลมหายใจต่อได้ เพียงอยากได้คำชี้แจกจากโรงพยาบาลและแพทย์ผู้ทำการรักษา เพื่อจะได้ไม่มีคนไข้รายอื่นๆ มาเสียชีวิตแบบนี้อีก อยากให้มีการดูแลใส่ใจในการรักษามากกว่านี้ ไม่อยากให้ครอบครัวอื่นมาประสบแบบนี้   ส่วนทางด้านโรงพยาบาลที่เกิดเหตุนั้น ขณะนี้ได้มีการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาประชุม แต่ก็ยังไม่สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนแก่ทางผู้สื่อข่าวได้ ต้องรอผลพิสูจน์ เนื้อเยื่อของน้องวิว ที่ส่งไปหาสาเหตุการเสียชีวิต เชิงประจักษ์เสียก่อนจึงจะสามารถแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WLhE8Sd2jbc

 3,504

Top