ค้นหา :

ผลการค้นหา "เสียชีวิตปริศนา"

สังคม
10 พ.ย. 62

สาวใหญ่เสียชีวิตปริศนาหน้าบ้าน พลเมืองดีเร่งช่วยแต่ไม่ทัน ญาติคาดเหตุกินเกลือดำ

สมุทรปราการ-วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ บริเวณใต้ด่วนจอมทอง-บูรณะหลังวัดสารอด แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม.   ตรวจสอบบริเวณทางสะพานเดินเข้าบ้าน พบเป็นหญิง 1 ราย ทราบชื่อ น.ส.บุญยัง สุริยะ อายุ 55 ปี นอนเสียชีวิตอยู่หน้าทางเข้าบ้าน    สอบถามจากคนขับรถแท็กซี่ เล่าให้ฟังว่า พบเห็นผู้เสียชีวิตพร้อมลูกสะใภ้ ซึ่งอยู่ในลักษณะพยุงออกมาอย่างทุลักทุเลและมีเพื่อนบ้านคอยช่วยกันพยุงออกมา พอตนเองเห็นก็ได้ถามว่าเป็นอะไร ได้ความว่าเป็นผู้ป่วยจะพาไปโรงพยาบาลตนเองจึงรีบนำรถออกมาจากบ้านทันที พอเปิดประตูรถเพื่อนำผู้ป่วยขึ้นรถก็สงสัยว่าทำไมถึงเงียบผิดปกติเหมือนคนที่เสียชีวิตแล้ว จึงจับที่แขนดูเลยสังเกตเห็นว่าตัวเย็นผิดปกติแต่ยังนิ่มอยู่ เลยคิดว่าน่าจะไม่หายใจแล้วจึงช่วยกันทำ CPR หน้าบ้าน แต่ไม่เป็นผลจึงโทรแจ้งตำรวจ และขอให้ตำรวจช่วยประสานกู้ภัยมาช่วยทันที   สอบถามจากลูกสะใภ้ เล่าว่า สาเหตุการเสียชีวิตน่าจะมาจากการกินเกลือดำ ผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัว เป็นโรคไต และวัณโรค ล่าสุดเป็นงูสวัด ขึ้นที่คอ    ด้าน เจ้าของบ้านเช่า ที่ผู้เสียชีวิตเช่าพักอยู่ เล่าว่า ผู้เสียชีวิตพักอาศัยที่บ้านของตนเองมานานแล้ว เมื่อก่อนมาอยู่แรก ๆ ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร มีสุขภาพแข็งแรงดี พูดจาดี ร่าเริงแจ่มใส พอมาเมื่อต้นปีนี้เองเห็นว่าพักหลังจะดูผอมผิดปกติจึงสอบถามผู้เสียชีวิตว่าเป็นอะไร จึงทราบว่าป่วยเป็นโรคไต จึงบอกด้วยความเป็นห่วงว่าให้ไปหาหมอ และให้พักผ่อนเยอะ ๆ แล้วก็เห็นว่าไปหาหมอที่ รพ.อยู่เป็นประจำ   จนมาเห็นว่าผู้เสียชีวิตเริ่มไปกินเกลือดำ ตามที่เห็นกันก็รู้สึกว่าร่ายกายของผู้เสียชีวิตเริ่มเปลี่ยนไปดูแล้วว่าเห็นจะบวมขึ้นอย่างผิดตา จึงบอกให้รีบไปหาหมอนะเพราะเห็นว่าอาการเริ่มจะไม่ดีแล้ว และยังสงสัยอยู่ว่าเป็นโรคไตแล้วทำไมถึงไปกินเกลือดำ ก็ยังงงอยู่ว่าเกลือดำจะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตหรือเปล่า   แต่อย่างไรก็ตามญาติยังติดใจสงสัยอยู่ว่าเกี่ยวกับการกินเกลือดำหรือไม่ ซึ่งต้องรอผลชันสูตรจากสถาบันนิติเวช รพ.ศิริราช อีกครั้งถึงสาเหตุที่แท้จริง     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/EBZITgZxVtY

 547
ข่าวภูมิภาค
07 ส.ค. 62

พ่อแม่ติดใจ ลูกชายวัย 2 ขวบเสียชีวิต ขณะรักษาใน รพ.ที่ขอนแก่น

ขอนแก่น-สองสามีภรรยาร้องเรียนหลังน้องโอชิ หรือเด็กชายนฤบดินทร์ ศรีวันทา อายุ 2 ขวบ 20 วัน ลูกชายเสียชีวิตขณะพาเข้ารักษาตัวที่รพ.ของรัฐ ในอำเภอแห่งหนึ่งของ จ.ขอนแก่น   โดยแม่เล่าว่า ก่อนที่ลูกชายจะเสียชีวิตนั้น เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ลูกชายตกเก้าอี้ ริมฝีปากแตก วันที่ 2 ส.ค.ลูกชายมีอาการไข้ตัวร้อน จึงพาไปหาหมอที่ รพ.ประจำอำเภอ ซึ่งมีแพทย์ที่เป็นแพทย์หญิงทำการตรวจร่างกายและซักประวัติ จึงเล่าสาเหตุของการเกิดแผลในปากให้ฟัง และแม่ยังถามหมอว่า ปากแตกมีแผลในปาก จะมีการติดเชื้อหรือเป็นโรคมือเท้าปากหรือไม่   ซึ่งหมอรายดังกล่าวยืนยันว่า ลูกชายเป็นไข้ธรรมดาผลข้างเคียงที่เป็นแผลในปาก กินยาแก้ไข้ก็หาย ส่วนการติดเชื้อหรือการเป็นโรคมือเท้าปากนั้น ไม่มี หรือถ้าเป็น ก็ให้กินยาที่หมอให้ไป เชื้อโรคก็จะหายภายใน 7 วัน และหมอได้สั่งยาแก้ไข้ให้กลับไปกินที่บ้าน พร้อมแนะนำว่า ให้ดูแลลูกเช็ดตัวเมื่อมีอาการตัวร้อน หรือถ้ามีไข้ขึ้นสูง ให้รีบส่งมาที่รพ. ซึ่งการไปหาหมอที่รพ.ครั้งแรกก็เชื่อตามคำแนะนำของหมอทุกอย่างและรับยากลับบ้าน   กระทั่งกลางดึก ลูกชายมีอาการเหงื่อท่วมตัว เหนื่อย และตัวร้อน เช็ดตัวให้กินยาก็ไม่ดีขึ้น จึงรีบพาลูกชายส่งที่รพ.ประจำอำเภอ ซึ่งเป็นรพ.ที่เดิม หมอหญิงรายเดิมมาตรวจและซักประวัติ หมอตรวจร่างกายทำทุกอย่างแล้วบอกว่าต้องพ่นยาเพราะลูกมีอาการเหนื่อยหอบ ในเวลาไล่เลี่ยกันก็ได้ทำการเอกซเรย์ร่างกายลูกชาย จากนั้นหมอก็บอกว่า ลูกชายมีอาการปอดติดเชื้อ ต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่รพ.ขอนแก่น เพราะที่รพ.ดังกล่าวไม่มีหมอเฉพาะทาง   ซึ่งหมอบอกว่า ลูกมีอาการปอดติดเชื้อ และจะส่งตัวไปรพ.ขอนแก่น ก็เอะใจว่า ติดเชื้อได้อย่างไร เพราะสาเหตุใด พยายามถามหมอ แต่ไม่มีคำตอบ ทั้งยังเจาะแขนขาลูก เพื่อจะเข้าน้ำเกลือ แต่เจาะไม่ได้ จึงได้เจาะปลายนิ้วและบอกว่าเป็นการวัดน้ำตาลในเลือด และแจ้งว่าพบผลน้ำตาลในเลือดสูงถึง 480 จังหวะนั้นหมอไม่ให้พ่อแม่อยู่กับลูก แต่สามีไม่ยอมและพยายามอยู่ใกล้ลูกให้มากที่สุด   จนพบว่าลูกมีอาการตาลอย จึงเรียกชื่อลูก ลูกก็ยังมีสติเรียกหาพ่อ และขอกินน้ำปั่น สามีเห็นท่าไม่ดีตะโกนถามหมอว่า ทำไมลูกชายมีอาการเช่นนี้ แต่ไม่มีคำตอบจากหมอ ขณะที่หมอหญิงรายนี้ก็มีอาการวิตกกังวล คุยโทรศัพท์เล่าอาการขอลูกชายกับคนที่คุยโทรศัพท์ด้วยตลอดเวลาคล้ายๆ กับว่าตกใจกับอาการของลูกตนเอง   ช่วงที่ลูกชายถูกเจาะแขนและขาเพื่อให้น้ำเกลือนั้น รพ.ได้ปิดปะตูทางเข้าออกทั้งหมด แต่โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่ของรพ.เปิดออกมา สามีจึงรีบวิ่งสวนเข้าไป จนเห็นอาการผิดปกติของลูก แต่สามีก็ถูกไล่ออกมาอีก ซึ่งครั้งนี้หมอคนเดิมให้สามีมาถามตนว่า จะใส่ท่อช่วยหายใจให้ลูกให้บิดามารดายินยอม ถ้าไม่ยินยอมลูกจะแย่กว่านี้ จึงบอกสามีว่าไม่ยอมให้หมอใส่ท่อเด็ดขาด และพยายามหาทางเข้าไปดูลูกชายในห้องฉุกเฉิน เมื่อเข้าไปได้ก็พบว่าลูกถูกใส่ท่อในช่องปากเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับมีเลือดทะลักออกจากปากลูก และมีพยาบาลทำการดูดเสมหะ พร้อมกับเห็นอาการลูกชายช็อคหมดสติ จึงถามหมอว่า ทำไม ทำแบบนี้ ไหนบอกว่าลูกชายไม่ได้เจ็บป่วยมาก และไหนว่าจะส่งต่อ รพ.ขอนแก่น ทำไมไม่ส่ง   หมอรายนี้บอกว่า วันหยุดหมอใหญ่ไม่อยู่ ต้องรอหมอใหญ่เซ็นอนุมัติก่อนจึงจะส่งต่อได้ พร้อมทั้งไล่ให้ออกจากห้อง และทำการล็อคประตูอีกครั้ง ไม่นานหมอและพยาบาลก็พากันเข็นลูกชายออกจากห้องฉุกเฉินพร้อมทั้งบอกว่าลูกชายอยู่ในภาวะวิกฤติต้องส่งต่อไปยังอีกโรงพยาบาลที่อำเภอใกล้ๆ กันที่มีความพร้อมทางการแพทย์ และนำร่างลูกชายซึ่งเหมือนคนหมดสติและปั้มหัวใจ ชีพจรต่ำมาก ใส่รถพยาบาล ส่งตัวไปยังรพ.ดังกล่าว เมื่อถึงรพ.แห่งใหม่ แพทย์ที่รพ.แห่งใหม่ แจ้งว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว ช่วยไม่ทัน จึงทำเรื่องรับศพลูกออกจากรพ.กลับมาที่บ้าน ซึ่งหมอที่รพ.แห่งใหม่ออกใบรับรองการตายว่า ตายจากสาเหตุปอดติดเชื้อ   ทั้งนี้ทางพ่อแม่จะยังไม่เผาศพลูกชายจนกว่าจะได้คำตอบจากรพ.ว่า ลูกชายตายด้วยสาเหตุใด ถ้าปอดติดเชื้อ ติดจากสาเหตุใด ทั้งที่หมอบอกว่าลูกชายป่วยเป็นไข้ธรรมดา ไม่มีโรคหรือติดเชื้อรุนแรง และเชื่อว่าแพทย์หญิงรายนี้ไม่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาผู้ป่วย หรืออาจจะเป็นแพทย์จบใหม่ ไม่มีประสบการณ์ จึงไม่ควรจะมาแลรักษาผู้ป่วย และจะเดินหน้าร้องเรียนการทำงานของแพทย์รายนี้ไปยัง สสจ.ขอนแก่น และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่นด้วย   ด้านนายสมศักดิ์จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า รพ.ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของ สสจ.ขอนแก่น จะให้ สสจ.ขอนแก่น ทำการตรวจสอบถึงเรื่องที่ถูกร้องเรียน เพื่อจะได้ทราบข้อเท็จจริง ส่วนการตรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่างๆ นั้น มีขั้นตอนอย่างไร จะให้ สสจ.ขอนแก่นรายงานให้ทราบตามลำดับต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Mz-v8IMqmrw

 2,337
ปากท้องร้องทุกข์
24 พ.ค. 62

พ่อแม่ไม่เชื่อ ลูกพลทหารตกตึกตายในค่าย หลังเพื่อนบอกไม่ตรงกัน 'ไฟช็อต-ตกตึก' กองทัพสั่งสอบด่วน

ศรีสะเกษ-กรณีที่นายลือชานนท์ นันทบุตร อายุ 22 ปี ลูกชาย ซึ่งเป็นทหารเกณฑ์ และจะได้รับการปลดประจำการในอีก 4 เดือนข้างหน้า ได้เกิดเหตุพลัดตกตึกบริเวณช่องทางหนีไฟจากดาดฟ้าชั้น 7 ลงมาเสียชีวิตบริเวณระเบียงชั้น 4 ภายในอาคารกองพันทหารสารวัตร สำนักกองบัญชาการกองทัพไทย เขตบางซื่อ ซึ่งพบศพเมื่อวันที่ 21 พ.ค.2562 นั้น   โดยที่บ้านพัก ครอบครัวได้ประกอบพิธีศพอย่างโศกเศร้า เพราะว่าผู้ตายเป็นที่รักของครอบครัวญาติพี่น้องมาก เป็นเด็กหนุ่มนิสัยดี เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ เป็นเด็กเรียนหนังสือ ตั้งใจเรียนจนสำเร็จการศึกษาระดับ ปวส.จากวิทยาลัยเทคนิค ศรีสะเกษ และได้สมัครเข้ารับราชการทหารโดยหวังว่าจะสอบเข้ารับราชการทหารเมื่อมีโอกาส   นายคำแพง นันทบุตร อายุ 48 ปี พ่อของพลทหารลือชานนท์ กล่าวว่า ตนได้ไปรับศพของลูกชายกลับมาถึงบ้านเมื่อช่วงเช้า โดยตนรับศพมาจาก รพ.ตำรวจ ทั้งนี้ตนได้ไปตรวจสอบที่บริเวณที่เกิดเหตุพบว่า บริเวณระเบียงชั้น 3 ของอาคารหลังหนึ่งภายในค่ายทหารมีรอยเลือดกองอยู่และมีการนำเอาเศษดินมาโรยกลบรอยเลือดเอาไว้ ได้สอบถามจากเพื่อนทหารของลูกชายได้รับคำตอบไม่ตรงกัน บางคนบอกว่าลูกชายของตนโดนไฟช็อตเสียชีวิต บางคนก็บอกว่าตกตึกเสียชีวิต   ซึ่งจากการที่ตนได้ตรวจดูร่างกายลูกชายของตนแล้วไม่พบร่องรอยของการถูกไฟช็อตแต่อย่างใด ทำให้ตนสงสัยในสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชายเป็นอย่างมาก ตนมั่นใจว่าลูกชายของตนจะต้องโดนฆ่าแล้วมีการอำพรางศพว่า เสียชีวิตเพราะไฟช็อตและตกตึก เป็นไปไม่ได้ที่ลูกชายของตนจะเสียชีวิตเพราะสาเหตุที่ได้รับทราบมา ตนจึงขอวอนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ได้โปรดสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับตนและครอบครัวด้วย เนื่องจากว่า ครอบครัวของตนมีลูกเพียงคนเดียว   ทั้งนี้ต้นสังกัดแจ้งให้ทราบว่า พลทหารลือชานนท์ และเพื่อนทหาร 20 นาย พักอยู่ชั้น 5 อาคารดังกล่าว เป็นอาคารเก่าเตรียมรื้อถอน พลทหารลือชานนท์ และเพื่อนกลุ่มหนึ่ง ชอบปีนระเบียงบันไดหนีไฟขึ้นไปนอนบนชั้น 6 ที่ถูกปิดล็อกไว้ ปีนเข้าทางระเบียงหน้าต่าง เพื่อเปิดแอร์นอน เพราะชั้น 5 เป็นห้องพัดลมอากาศร้อนอบอ้าว ต่อมาค่ำวันที่ 17 พ.ค.พลทหารลือชานนท์ ได้เงียบหายไปแบบไม่มีใครทราบ กระทั่งมาพบเป็นศพขึ้นอืดบตรงระเบียงชั้น 4 ข้างบันไดหนีไฟ สภาพศพนอนหงาย ไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้น ใส่รองเท้าแตะข้างเดียว ส่วนรองเท้าอีกข้างพบว่าวางอยู่ที่ระเบียงชั้น 6 ลักษณะการนอนเสียชีวิตคล้ายกับจับวาง ไม่น่าเกิดจากอุบัติเหตุพลัดตกตึก   ผลชันสูตรของ รพ.ตำรวจ ระบุว่ากระดูกสันหลังส่วนอกท่อนที่ 3 หักเคลื่อน จากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก พ่อจึงเกิดข้อพิรุธว่าสาเหตุการเสียชีวิตอาจไม่ใช่อุบัติเหตุพลัดตกตึก เพราะช่องทางหนีไฟเป็นช่องแคบประมาณ 60X60 ซม. และมีราวบันไดเหล็กตรงยาวลงไป ถ้าเกิดพลัดตกจากชั้น 7 จริง เชื่อว่าแขนขาต้องหักและมีแผลมากกว่านี้ อีกทั้งท่านอนเสียชีวิตยังเป็นแบบนอนราบกับพื้น คเชื่อว่าลูกชายอาจถูกทำร้ายอำพรางคดีมากกว่า แต่คงทำอะไรไม่ได้   และข้องใจว่าเมื่อลูกชายหายไป ทำไมหัวหน้าต้นสังกัดจึงไม่ติดตามหา หรือไม่แจ้งญาติให้ทราบ แต่กลับปล่อยให้เสียชีวิตจนศพขึ้นอืดนานหลายวัน   ด้านนางรัตนาภรณ์ จันทโคตร อายุ 47 ปี แม่ของพลทหารลือชานนท์ ร่ำไห้กล่าวด้วยน้ำตาว่า ก่อนหน้านี้ ลูกเล่าให้ฟังทางโทรศัพท์ว่า ลูกชายของตนไปห้ามไม่ให้เพื่อนทหารด้วยกันดื่มเหล้าในค่ายทหาร ทำให้กลุ่มเพื่อนทหารด้วยกันโกรธแค้นมาก และได้เอาเหล้ามากรอกปากลูกชายของตนจนทำให้เลือดไหลออกมาจากปาก   อีกทั้งมีเรื่องกับนายทหารคนหนึ่งและโดนทำร้าย จากนั้นถูกนำตัวเข้าไปขังในห้องขัง ทำให้ลูกตัดพ้อว่าอยากกลับบ้าน แต่ตนก็ได้แต่ปลอบใจ ไม่คิดเลยว่าการที่ให้ลูกชายไปสมัครเป็นทหาร เหมือนกับส่งให้ลูกชายของตนไปถูกฆ่าตาย ตนไม่เชื่อว่า ลูกชายของตนจะตายเพราะอุบัติเหตุ จึงร้องขอความเป็นธรรมไปยังนายทหารระดับสูงทุกคนในกองทัพไทยด้วย   ด้านพลตรี กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ชี้แจงว่ามีการสั่งการเร่งด่วนให้มีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงโดยละเอียด ด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อให้ความกระจ่างและเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และได้เน้นย้ำให้หน่วยต้นสังกัดดูแลการจัดงานศพของผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด และอำนวยความสะดวกแก่ญาติในการดำเนินการตามขั้นตอนทางราชการต่อไป   ทั้งนี้ จากการสืบสวนพยานบุคคลที่พบผู้เสียชีวิตครั้งสุดท้ายทราบว่า พบเห็นผู้เสียชีวิตได้ขึ้นไปนั่งคุยโทรศัพท์บนชั้นดาดฟ้า แล้วจากนั้นก็ไม่พบเจอผู้เสียชีวิตอีกเลย ส่วนประเด็นเรื่องการเมาสุราแล้วเกิดเหตุทะเลาะวิวาท หรือการถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตตามที่สื่อสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน เพราะมีเพื่อนพลทหารในหน่วยยืนยันในเวลาที่เกิดเหตุสอดคล้องกัน ซึ่งทางตำรวจจะได้ทำการสอบสวนตามแนวทางต่อไป   ดังนั้นขอให้สังคมอย่าเพิ่งด่วนตัดสินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อนำไปสู่ข้อเท็จจริงต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AF-Ol7169ws

 27,609
ข่าวภูมิภาค
20 ม.ค. 62

คนขับรถบัสสุดช็อก เดินไปเรียกให้พนักงานหนุ่มลงจากรถ พบเสียชีวิตคาเบาะนั่ง

วันที่ 20 ม.ค.62 เมื่อเวลา 01.00 น. พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง สารวัตรสอบสวน สภ.คลองหลวง รับแจ้งเหตุคนเสียชีวิตอยู่บนรถบัสรับ-ส่งพนักงานบริษัท บริเวณริมถนนในหมู่บ้านไทยธานี นิคมอุตสาหกรรมนวนคร ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู   ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนพบรถบัสรับ-ส่งพนักงานบริษัท จอดติดเครื่องยนต์ซึ่งเป็นรถสองชั้น บริเวณเบาะนั่งชั้นสองของรถพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 รายทราบชื่อนายวัชรพงศ์ สีเกี๋ยง อายุ 34 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูจึงได้ช่วยกันนำร่างของผู้ตายลงมาจากรถจากการจรวจสอบไม่พบบาดแผล   จากการสอบถามนายนิรันดร์ โคตรวงษ์ เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู บอกว่า คนขับรถบัสบอกกับตนว่าผู้ตายพร้อมเพื่อนพนักงานบริษัทไปกินเลี้ยงที่มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ และตนก็ได้ขับรถตระเวนส่งพนักงานทุกคนหมดแล้ว ซึ่งเหลืออยู่อีกคนเดียวไม่ยอมลงจากรถ คนขับรถจึงได้เดินไปเรียกปรากฏว่าพนักงานบริษัทหนุ่มได้เสียชีวิตคาเบาะนั่งแล้ว จึงได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุดังกล่าว   ด้าน พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง สารวัตรสอบสวนสภ.คลองหลวง หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วจึงได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานและได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำผู้เสียชีวิตส่งนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง  

 31,417
ข่าวภูมิภาค
29 ต.ค. 61

พบศพนักศึกษาชายชั้น ปวช. ปี 3 ในห้องน้ำอาคารเรียน ยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิต

วันนี้ (29 ต.ค.) เมื่อเวลา 07.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง  อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้เข้าตรวจสอบศพผู้เสียชีวิตภายในห้องน้ำชั้น 3 ของอาคารเรียนวิทยาลัยอาชีวศึกษาแห่งหนึ่ง ซึ่งพบผู้เสียชีวิตเป็นนักศึกษาชาย 1 ราย อายุประมาณ 20 ปี เรียนอยู่ชั้น ปวช.ปีที่ 3 แผนกวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ นอนเสียชีวิตคว่ำหน้าอยู่บนพื้นห้องน้ำภายในอาคารเรียน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง    ทั้งนี้ จากการสอบสวนทราบว่า นักศึกษาชายผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาเรียนหนังสือเมื่อช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จนกระทั่งเช้าวันนี้มีผู้มาพบศพนักศึกษารายดังกล่าวอยู่ภายในห้องน้ำ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการ และแพทย์โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ    เบื้องต้นจากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ จึงทำให้ยังไม่ทราบสาเหตุของการเสียชีวิตที่แน่ชัด  

 9,901
ข่าวภูมิภาค
27 ก.ย. 61

เมียนอนข้างสามีทั้งคืน ไม่รู้เสียชีวิต คาดหัวใจวาย ชาวบ้านเชื่ออาถรรพ์ผีแม่ม่าย

นครพนม-พบศพชายอายุ 31 ปีเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุภายในบ้าน โดยไม่พบร่องรอยการต่อสู้ สันนิษฐานว่าเสียชีวิตมา ตั้งแต่ 8-12 ชั่วโมง ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว ญาติไม่ติดใจการตายจึงมอบศพให้ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี   ด้านภรรยาของผู้ตายเปิดเผยว่า ตนกับสามีมีอาชีพขายเสื้อผ้าแฟชั่นตามตลาดนัด มีบุตร 2 คน ปกติสามีสุขภาพแข็งแรง ไม่เคยเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล ก่อนเป็นศพได้ไปขายเสื้อผ้าที่ตลาดนัดบ้านนาโพธิ์ แล้วกลับบ้านกินข้าวอาบน้ำและเข้านอนตามปกติ ในเวลาประมาณ 21.30 น. กระทั่งตีห้า ตนตื่นมาเตรียมจะออกไปขายของ เรียกชื่อสามีเท่าไหร่ก็ไม่ขานจึงเขย่าตัวให้ตื่น ปรากฏว่าร่างของสามีแข็งทื่อแล้ว จึงรีบไปบอกพ่อที่นอนอยู่อีกห้องหนึ่งทราบ ก่อนจะแจ้งผู้นำหมู่บ้านตามลำดับ   ขณะที่ชาวบ้านต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ว่า ผีแม่ม่ายหวนกลับมาออกอาละวาดอีกแล้ว หลังหายเงียบไปหลายปี ซึ่งเชื่อกันว่าผีแม่ม่ายชอบผู้ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา และจะออกตระเวนหาชายหนุ่มรูปงามในเวลากลางคืน เพื่อเอาไปเป็นสามีในยมโลก ตามความเชื่อกล่าวไว้หากครอบครัวใดไม่อยากให้ผู้ชายในหมู่บ้านตายไปเป็นผัวผีแม่ม่าย ให้สร้างหุ่นผู้ชายไว้หน้าบ้าน   เมื่อผีแม่ม่ายออกมาเห็นก็จะคิดว่าหุ่นนั้นเป็นชายหนุ่ม จึงนำกลับไปเอยู่ด้วยกันที่เมืองผี ทำให้ผู้ชายในครอบครัวนั้นไม่ต้องเสียชีวิต จึงนิยมสร้างหุ่นไว้หน้าบ้านของคนโดยพบเห็นอยู่ทั่วไป บางบ้านก็ทำปลัดขิก อันใหญ่โตทาด้วยสีแดง หลังจากนี้ก็จะเชิญผู้เชี่ยวชาญทางไสยศาสตร์มาทำพิธีขับไล่ผีแม่ม่ายออกจากหมู่บ้านต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RMttFLq6Ml8

 7,740
ปากท้องร้องทุกข์
18 ก.ย. 61

พ่อแม่ร้องเรียนลูกวัย 11 ขวบ ปวดท้องเสียชีวิต- ไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก รพ.

ชัยนาท-พบการเสียชีวิตของ น้องวิว - ด.ญ.ภคพร ลือพักตร์ อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 หลังเสียชีวิตจากอาการปวดท้อง แล้วเข้ารักษาตัวที่ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยนาท ได้เพียง 1คืน ท่ามกลางความสงสัย ของพ่อแม่ และญาติ เนื่องจาก ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากโรงพยาบาล เพราะในเอกสารหลักฐานใบมรณบัตร ไม่ระบุชื่อแพทย์ผู้ทำการรักษาก่อนตาย และลงความเห็นว่าไม่ทราบสาเหตุการตาย   และต้องส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จังหวัดนครสวรรค์ ระบุว่า ระบบไหลเวียนโลหิตและหายใจล้มเหลว ทำให้ทางญาติ สงสัยว่าทำไมแพทย์ในโรงพยาบาลที่ชัยนาท ไม่สามารถหาสาเหตุการป่วยได้ตั้งหลายวัน อีกทั้งไม่เอาใจใส่คนไข้ จึงอยากให้ส่วนที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจง โดยพิธีฌาปนกิจศพน้องวิวได้มีขึ้นในช่วงบ่ายเมื่อวานนี้ (17 ก.ย.)   ด้านยายของน้องวิว เผยว่า เช้าวันพุธที่ 12 ก.ย.61 ได้พาน้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หมอเจาะเลือดตรวจแล้วบอกว่าไม่มีเชื้อไข้เลือดออก จึงบอกหมอว่าน้องปวดท้องด้วย หมอถามว่ามีอาการไอหรือไม่ จึงบอกว่ามีไอด้วย หมอจึงบอกว่าที่ปวดท้องน่าจะเกิดจากการที่น้องไอมาก ซึ่งตอนที่ไปรักษามีอาการมึนหัว ไอนิดหน่อย และปวดท้อง หลักๆ คือน้องปวดท้อง หมอบอกว่าเจาะเลือดแล้วไม่เป็นไข้เลือดออก น้องเขาน่าจะเป็นไข้หวัดธรรมดา หมอจึงให้ไปพ่นยาแล้วสั่งยา จากนั้นรับยากลับบ้าน   เมื่อถึงบ้านให้น้องกินข้าวแล้วกินยาตามที่หมอสั่ง พอกินยาเสร็จมีอาการอาเจียนช่วงบ่ายๆ ตั้งแต่นั้นน้องกินอะไรไม่ได้อีกเลยอาเจียนออกหมด ปวดท้องตลอด จนถึงตอนเย็นประมาณ 19.00 น. พากลับไปหาหมอที่โรงพยาบาลอีกครั้ง เข้าห้องฉุกเฉิน หมอสั่งให้นอนโรงพยาบาล ตอนเข้าห้องฉุกเฉินก็อาเจียนตลอด ต้องนั่งรอหมอเพราะมีคนไข้เข้ามาใหม่อีก ช่วงนั่งรอก็อาเจียน พอหมอตรวจแล้วให้ไปนอนให้น้ำเกลือ และฉีดยา ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าของโรงพยาบาล จากนั้นก็ไม่มีหมอมาตรวจอีก น้องยังปวดท้องอาเจียนตลอด ได้ไปตามพยาบาลมาดูบอกว่าปวดท้องมาก พยาบาลได้นำยามาให้กิน ก็อาเจียนออกมาอีกปวดท้องไม่หาย   สักพักหนึ่งพยาบาลมาวัดไข้ บอกกับพยาบาลไปอีกว่าน้องยังปวดท้องไม่หาย พยาบาลบอกว่าให้ยากินไปแล้วน้องเขาก็หลับได้นี่ จะให้หายก็ต้องรอ ก็เลยไม่ได้พูดอะไรอีก จนตีห้า น้องอาการหนักขึ้นเหมือนหายใจไม่ได้ หายใจทางปาก จึงพาตัวไปให้ออกซิเจน ประมาณใกล้ 6 โมงเช้าหมอมาตรวจสั่งเอกซเรย์ ได้เอกซเรย์ตอน 11 โมง   หลังเอกซเรย์ก็ไม่ทราบผลว่าเป็นอะไร ผลเลือดเราก็ไม่รู้ผล มาบอกจนน้องเขาชักและขาดใจไปแล้ว ตอนนั้นหมอมาพอดีแต่ช่วยไม่ได้แล้ว ก่อนไปโรงพยาบาลน้องมีไข้ปวดท้อง ตอนเย็นของวันอาทิตย์ ( 9 ก.ย.61) และวันจันทร์ไม่มีไข้ แต่ปวดท้องเป็นๆ หายๆ วันอังคารขอไปโรงเรียน มีอาการปวดท้องอีก ครูให้กินยาธาตุ กลับบ้านมาท้องเสีย รุ่งขึ้นวันพุธจึงพาไปหาหมอ และเสียชีวิตในวันรุ่งขึ้นตอนบ่าย   ด้านแม่ของน้องวิว เปิดเผยว่า หมอควรใส่ใจตั้งแต่เริ่มเข้าไปในโรงพยาบาล เพราะลูกของตนไม่ได้รับการดูแล เท่าที่ควร หมอน่าจะมีความใส่ใจคนไข้และมีความแม่นยำมากกว่านี้ บอกให้รอดูอาการ จนน้องเสียชีวิต โดยเฉพาะตอนสั่งยาจ่ายยาด้วยช้ามาก คนเราถ้าป่วยเล็กๆ น้อยๆ ไม่มีใครอยากไปโรงพยาบาล ทุกคนที่ไปโรงพยาบาลก็หวังว่าหมอจะช่วยรักษาได้อยากให้เคสของลูกสาวเป็นตัวอย่างไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใครอีก   ด้านพ่อของน้องวิว เผยว่า ตอนนี้ติดใจสงสัยในใบมรณบัตร ที่ไม่ระบุชื่อแพทย์ผู้รักษาก่อนตาย และระบุว่าไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิต ลูกปวดท้องไปโรงพยาบาลไม่คิดว่าจะต้องถึงกับเสียชีวิต อยากเรียกร้องความยุติธรรมให้ลูก ไม่ได้อยากได้เงินทองอะไร เพราะเงินนั้นไม่สามารถแลกชีวิตลูก หรือซื้อลูกกลับมามีลมหายใจต่อได้ เพียงอยากได้คำชี้แจกจากโรงพยาบาลและแพทย์ผู้ทำการรักษา เพื่อจะได้ไม่มีคนไข้รายอื่นๆ มาเสียชีวิตแบบนี้อีก อยากให้มีการดูแลใส่ใจในการรักษามากกว่านี้ ไม่อยากให้ครอบครัวอื่นมาประสบแบบนี้   ส่วนทางด้านโรงพยาบาลที่เกิดเหตุนั้น ขณะนี้ได้มีการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาประชุม แต่ก็ยังไม่สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนแก่ทางผู้สื่อข่าวได้ ต้องรอผลพิสูจน์ เนื้อเยื่อของน้องวิว ที่ส่งไปหาสาเหตุการเสียชีวิต เชิงประจักษ์เสียก่อนจึงจะสามารถแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WLhE8Sd2jbc

 3,440
สังคม-อาชญากรรม
07 ส.ค. 61

'เอ็ม' รับมีเพศสัมพันธ์อ้าง 'น้องน้ำหวาน' สมยอม บอกไม่เห็นใส่ กกน.แต่แรก แม่ยันไม่เผาศพหากความจริงไม่ปรากฏ

ความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาของน้องน้ำหวาน อายุ 21 ปี นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง จากการนั่งอยู่ในรถเก๋งที่ประสบอุบัติเหตุชนต้นไม้ข้างทางหลังกลับจากเที่ยวผับแห่งหนึ่งใน จ.หนองบัวลำภู โดยญาติพบปมสงสัยหลายอย่างได้แก่   1.ทำไมกางเกงของน้องน้ำหวานกลับด้าน 2.กางเกงในหายไปไหน 3.ทำไมเพื่อนบอกว่ามาส่งเบาะหลังแตไปเสียชีวิตที่เบาะหน้าด้านข้างคนขับ 4.คนขับหายไปไหนขณะเกิดเหตุ 5.สภาพศพที่ดูไม่เหมือนว่าเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นตอนญาติพบศพซีดเหมือนว่าตายมานานแล้วทั้งที่เพิ่งเกิดเหตุ ตัวน้องน้ำหวานไมได้คาดเข็มขัดนิรภัย แต่สภาพศพกลับนอนพิงเบาะธรรมดาไม่เหมือนว่าถูกแรงกระแทกจากการชน  รวมทั้งใบหน้าของน้องน้ำหวานกลับไม่มีบาดแผล และตามลำตัวก็ไม่มีบาดแผลจากเศษกระจกหรือรอยช้ำทั้งที่เกิดอุบัติเหตุรุนแรง   ต่อมา ตร.ได้แจ้งข้อกล่าวหา นายพลสันต์ รัตนพลที หรือนายเอ็ม อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถคันที่เกิดเหตุในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต โดยนายเอ็มได้รับสารภาพก่อนประกันตัวต่อไป ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอผลการชันสูตรจาก รพ.ตำรวจ เพื่อพิจารณาถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง จนถึงการตั้งข้อกล่าวหาอื่นๆต่อไป   ด้านนายเอ็มก็รับสารภาพว่าได้มีเพศสัมพันธ์กับผู้ตายจริง แต่เป็นการสมยอมไม่ใช่การข่มขืน ไม่รู้จักกับผู้ตายมาก่อน แต่รู้จักน้องอายสาวทอมที่พาผู้ตายมาเที่ยว โดยหลังจากดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์ร่วมกันก่อนจะพากันขึ้นรถคันเกิดเหตุมาเที่ยวสถานบันเทิงในตัวเมืองหนองบัวลำภู จากนั้นประมาณตีหนึ่งได้ออกมาที่รถโดยมีผู้ตายนั่งมาด้วย แต่ระหว่างทางได้แวะที่บริเวณโรงเรียนแห่งหนึ่งก่อนมีเพศสัมพันธ์กันบนรถในลักษณะสมยอม   โดยยืนยันว่าขณะนั้นผู้ตายเมาแต่มีสติและไม่ได้ปัดป้องหรือขัดขืน โดยได้รับว่าได้เป็นคนถอดเสื้อ, ยกทรงของผู้ตาย และกางเกงของผู้ตาย และอ้างว่าไม่พบกางเกงชั้นในคาดว่าจะไม่ได้สวมใส่ พอมีเพศสัมพันธ์กันเสร็จผู้ตายเป็นคนสวมใส่กางเกงเอง ส่วนตนก็ได้ขับรถไปส่งผู้ตายที่บ้านก่อนจะประสบอุบัติเหตุตรงจุดเกิดเหตุ ส่วนหลังเกิดเหตุที่ไม่พบเพราะออกไปหาคนช่วย ซึ่งได้ให้ทางญาติมาแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราโดยบุคคลนั้นอยู่ในสภาวะขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อแจ้งข้อหาไม่ได้ควบคุมตัวไว้ โดยให้ผู้ต้องหาสาบานตนว่าจะมาพบพนักงานสอบสวนตามนัด   ส่วน เพจเฟซบุ๊กอีจัน ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ อาย สาวทอมที่ชวนผู้ตายออกไปเที่ยวว่า คืนวันเกิดเหตุได้ชวนผู้ตายไปดูหมอลำก่อนจะไปต่อที่ร้านเหล้าปั่นและสถานบันเทิงในตัวเมืองหนองบัวลำภู ซึ่งตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าผู้ตายจะเมาหรือไม่ และคืนนั้นผู้ตายก็พบนายเอ็มเป็นครั้งแรก ซึ่งตนมองว่านายเอ็มเป็นสุภาพบุรุษและก็ไม่ได้สังเกตว่าเขามีทีท่าจะชอบผู้ตายหรือไม่ ส่วนตนพอรู้ว่าผู้ตายมีแฟนแล้วก็คุยกันแบบพี่น้อง ซึ่งวันนั้นตนเมาไม่รู้เรื่องจนมารู้อีกทีว่าน้ำหวานเสียชีวิตในภายหลัง และยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนหลอกหรือเป็นนกต่อให้ผู้ตายมาพบกับนายเอ็ม   ด้านแม่ผู้ตายกล่าวว่า การที่นายเอ็มรับว่ามีเพศสัมพันธ์จริงแต่อ้างว่าเป็นการสมยอมนั้น ส่วนตัวไม่เชื่อเพราะทราบว่าลูกสาวตนมีแฟนอยู่แล้ว คงจะไม่ได้มีนิสัยแบบนั้น   วันนี้ตนได้พบกับนายเอ็มเป็นครั้งแรกที่โรงพักและไม่ได้มีการพูดคุยอะไร ส่วน อาย สาวทอมนั้นก็ไม่ได้รู้จักส่วนตัว แต่รู้จักแค่เพียงเป็นลูกค้าที่ร้านขายอาหารตามสั่งของตนเท่านั้น ซึ่งบางครั้งตนก็ให้น้องน้ำหวานไปส่งข้าวให้กับสาวทอมด้วย แต่ทั้งน้ำหวานและสาวทอมคนนี้ไม่เคยไปเที่ยวด้วยกันมาก่อนจนกระทั่งมาครั้งนี้ที่ไป และสัปดาห์สุดท้ายก่อนลูกสาวเสียชีวิตน้องน้ำหวานยังเคยเล่าว่าทอมคนนี้พูดลักษณะมาจีบ แต่ลูกสาวก็ไม่ได้อะไรด้วย   พอครอบครัวเห็นสภาพศพคิดว่าไม่ใช่แค่อุบัติเหตุธรรมดาแน่นอน ทั้งนี้ตนยังทำใจไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะลูกสาวตนกำลังเรียนปีสุดท้าย แต่เนื่องจากมีปัญหาเรื่องเงินตนจึงตัดสินใจไปทำงานต่อที่ต่างประเทศ เพื่อหวังเก็บเงินส่งลูกเรียนให้จบแล้วลูกจะได้กลับมาเป็นเสาหลักของครอบครัว ซึ่งตลอดเวลา 1 สัปดาห์ก่อนเกิดเหตุตนพูดคุยกับลูกตลอด มีเพียงช่วงวันที่เกิดเหตุที่ไม่ได้คุย ก็ไม่คิดว่าจะไม่ได้พูดคุยกับลูกสาวไปตลอด     ด้านพ่อน้องน้ำหวาน เชื่อนายเอ็มข่มขืนลูกสาว และทำให้ลูกตาย อ้างน้องสมยอมเป็นไปไม่ได้ คำพูดของนายเอ็มไม่ใช่ลูกผู้ชาย นอกจากจะทำให้ลูกตนตายแล้ว ยังไม่ให้เกียรติศพ ที่พูดไม่ได้ ตนจะขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และจะไม่ยอมเผาศพน้องน้ำหวานจนกว่าจะได้รับความชัดเจนของคดีนี้   ทางด้านพ่อค้าขายไข่ พยานคนสำคัญที่เห็นเหตุการณ์คนแรกเล่าว่า วันเกิดเหตุ เห็นรถเก๋งของนายเอ็มขัยบมาคู่กับรถกะบะแต่งซิ่ง และแซงรถตนไป จากนั้นไม่นาน ก็เห็นว่ารถเก๋งชนต้นไม้ ไฟยังเปิดค้างจึงลงไปให้ความช่วยเหลือ พบสภาพรถชวงที่นั่งข้างคนขับฟาดกับต้นไม้ แต่ร่างของน้องน้ำหวาน นอนนิ่งในรถ ในสภาพไม่มีรอยบาดแผล คอเอียงไปทางคนขับ ไม่รัดเข็มขัด ตอนนั้นเข้าใจว่า คนขับอาจกระเด็นออกจากรถ ก็ตะโกนถามแต่ไม่มีเสียงตอบบรับ จึงกลับมาดูร่างน้องน้ำหวานอีกครั้งก็พบว่าเสียชีวิตก็ตกใจ จึงเดินออกจากป่าข้างทาง เพื่อมาโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที   พอโทรไปแจ้ง1669 ก็ระบุว่า มีคนโทรแจ้งขอความชวยเหลือก่อนหน้านี้แล้ว ตนก็งงว่า ใครแจ้งเพราะในจุดเกิดเหตุ มีตนแค่คนเดียว จากนั้นตนก็ขับรถออกไป ก็เห็นนายเอ็มเดินอยู่ข้างทาง ในลักษณะเดินจ้ำเร่งรีบ ตนก็พยายามจะถามว่ามีไรให้ช่วยไหม แตนายเอ็มหน้าตาตื่นตกใจและไม่ตอบ ตนจึงขับรถออกมา   ตอนนั้นคิดในใจว่า หากนายเอ็มเป็นแฟนหรือคนขับกับน้องคนตายในรถ ทำไมไม่ขอความชวยเหลือ หรือดูน้องก่อน กลับเลือกเดินหนี แตก็ไม่รู้ว่าที่เดินไปนั้นเพื่อหนีหรือจะไปขอความช่วยเหลือ เพราะจากจุดเกิดเหตุอีกไม่ไกลก็จะถึงหมู่บ้านที่นายเอ็มอาศัยอยู่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DntzjfRxXFM

 77,408
ข่าวภูมิภาค
29 พ.ค. 61

ตร.จันทบุรีเร่งคลี่คลายคดีสาวกลายเป็นศพดับปริศนา ตรวจวงจรปิดพบถูก5โจ๋อุ้มออกจากผับ

ตำรวจเมืองจันทบุรีเร่งคลี่คลายคดีหญิงสาววัย 21 ปี เสียชีวิตปริศนาอยู่กลางบ้าน หลังกล้องวงจรปิดในผับจับภาพก่อนเกิดเหตุพบเมาหมดสติถูกชายวัยรุ่น  5 คนอุ้มตัวออกมาจากผับและหายตัวไปในช่วงกลางดึก ก่อนจะมาพบกลายเป็นศพอยู่ในบ้านพักในพื้นที่ สภ.มะขาม เบื้องต้นตรวจสอบพบมีร่องรอยคล้ายถูกบีบคอ แต่ยังต้องรอผลการชันสูตรจากสถาบันนิติเวชและสอบปากคำกลุ่มวัยรุ่นที่ปรากฏในคลิป                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/w42BX65qgsg

 21,652
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ค. 61

หนุ่ม ม.ดังเสียชีวิตปริศนาคาห้องน้ำ คาดกินยาสมุนไพรรีดไขมันจนช็อก

สมุทรปราการ-พบศพนักศึกษาชายอายุ 19 ปี มหาวิทยาลัยดังย่านบางนา นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำของห้องพัก ในสภาพเปลือย คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องลอยหรือบาดแผลการถูกทำร้ายแต่อย่างใด   แต่บนหลังตู้เย็นพบขวดยาสมุนไพรรีดไขมันลดน้ำหนัก ที่มีการเปิดใช่แล้ว วางอยู่ 2 ขวด มีฉลากสีเขียว และสีส้ม จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูตรหลักฐานและแพทย์เวรของโรงพยาบาลสมุทรปราการ เข้าร่วมตรวจสอบและเก็บหลักฐาน และมอบศพให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช     จากการสอบถามเพื่อนผู้ตายเล่าว่า ผู้ตายไม่มีโรคประจำตัวอะไร แต่มาช่วงประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาผู้ตายมีอาการแปลกดื่มน้ำมากผิดปกติ ดื่มวันละ 4-5 ลิตร และต้องแวะซื้อน้ำมาดื่มตลอด และก่อนหน้านี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้ตายได้กินหมูกระทะและเกิดอาการแน่นหน้าอกผู้ตายจึงขอกลับก่อน และไม่สามารถติดต่อได้ จึงแจ้ง จนท.ตรวจสอบและพบเป็นศพดังกล่าว      เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายอาจซื้อยาสมุนไพรรีดไขมันลดความอ้วนมาทานลดน้ำหนักของตัวเอง หลังจากทานยาดังกล่าวเข้าไปแล้วมีอาการถ่ายและทำให้ผู้ตายเสียน้ำในร่างกายมาก จึงดื่มน้ำมากผิดปกติและเกิดอาการช็อก ขณะเดินไปเข้าห้องน้ำทำให้ใบหน้าฟาดกับพื้นห้องน้ำจนทำให้เสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงและรอผลการชันสูตรของสถาบันนิติเวชออกมาเสียก่อนถึงจะสามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ตายได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FYtXI0lU6gM  

 3,085

Top