ค้นหา :

ผลการค้นหา "รถชนเด็ก"

ต่างประเทศ
08 พ.ย. 62

สลด ปู่ชาวญี่ปุ่นวัย 72 ถอยรถไม่ทันมอง ชนหลานสาว 5 ขวบ อัดกระแทกรถอีกคัน เสียชีวิต

ประเด็นผู้สูงอายุขับรถแล้วเกิดอุบัติเหตุ ยังเป็นปัญหาใหญ่ในญี่ปุ่น ล่าสุดเกิดเหตุนายฮาจิเมะ โมริโอกะ วัย 72 ปี ขับรถยนต์ถอยหลังเพื่อจอดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตนิชิ   แต่ไม่ทันเห็นหลานสาววัย 5 ขวบ ที่ลงจากรถแล้วออกไปยืนอยู่ด้านหลัง จึงถอยชนและอัดกระแทกหนูน้อยเข้ากับรถอีกคันซึ่งจอดอยู่ สุดท้ายเด็กเสียชีวิต เหตุเกิดในเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น  

 7,571
ต่างประเทศ
08 ต.ค. 62

นาทีเฉียดตาย! เด็กสิงคโปร์โดนชน ร่างมุดใต้ท้องรถคาตาแม่ โชคดีรอดมาได้หวุดหวิด

มีคลิปจากกล้องหน้ารถจับภาพการเกิดอุบัติเหตุจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อมีเด็กชายวิ่งออกจากกลุ่มผู้ปกครองไปกลางถนนโดยไม่มองทาง จนถูกรถชนจนตัวมุดไปใต้ท้องรถต่อหน้าแม่   แต่แล้วเด็กชายคนดังกล่าวกลับรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ เพราะเด็กตัวเล็กจนสามารถลอดใต้ท้องรถมาได้และยังโชคดีไม่ล้มกลิ้งไปขวางล้อรถจนถูกทับ ทำให้ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/eIUMpw6I_Nw

 7,920
ข่าวภูมิภาค
23 พ.ค. 62

ศาลพิพากษาให้ สธ.เยียวยา 'น้องปาล์ม' เหยื่อถูกรถ รพ.ชนขาพิการ 2.8 ล้าน

ขอนแก่น-ศาลอุทธรณ์ภาค 4 นัดฟังคำพิพากษาความแพ่ง คดี ด.ช.ปราบปราม เจิมขุนทด หรือน้องปาล์ม เป็นฝ่ายโจทก์ ที่พิการเนื่องจากถูกรถของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านใหม่ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ขับชนเมื่อปี 2558 เป็นเหตุให้ ด.ช.ปราบปราม ขณะนั้นอายุเพียง 3 ขวบ มีอาการชาตั้งเเต่ราวนมมาถึงช่วงล่าง ไม่มีความรู้สึก และเดินไม่ได้ อีกทั้งเวลาขับถ่ายไม่มีความรู้สึกต้องใส่แพมเพิสและปัสสาวะทางสายยาง   ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลแขวงขอนแก่น ได้มีคำพิพากษาให้นายเกต นาถมทอง อายุ 68 ปี อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านของโรงพยาบาลดังกล่าวและเป็นคนขับรถ ต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน ปรับเป็นเงิน 3,000 บาท รอลงอาญา 2 ปี   แต่คดีแพ่ง ทางผู้เสียหายมีนายศราวุฒิ เจิมขุนทด พ่อของน้องปาล์ม ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ร่วมกับน้องปาล์มเป็นโจทก์ที่ 1 น้องปาล์มเป็นโจทก์ที่ 2 และนางสาวปวีณา หาทรัพย์ แม่ของน้องปาล์ม เป็นโจทก์ที่ 3 ร่วมกันฟ้องกระทรวงสาธารณสุข เป็นจำเลยที่ 1 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นจำเลยที่ 2 โดยฝ่ายโจทก์ได้ยื่นฟ้องค่าเสียหาย 3 ส่วน ประกอบด้วย   โจทก์ที่ 1 คือพ่อน้องปาล์มเป็นเงินจำนวน 21,500 บาท โจทก์ที่ 2 คือน้องปาล์ม เป็นเงินจำนวน 8,371,324 บาท และโจทก์ที่ 3 คือแม่น้องปาล์ม เป็นเงินจำนวน 1,944,000 บาท และมีการไกล่เกลี่ยกันมาหลายครั้ง ลดหย่อนมาต่อเนื่อง จนฝ่ายโจทก์ยื่นขอเงินชดใช้เป็นเงินจำนวน 5,000,000 บาท ซึ่งทางจำเลยได้ไกล่เกลี่ยขอจ่ายเป็นเงินจำนวน 900,000 บาท   แต่ฝ่ายโจทก์ปฏิเสธจึงยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ กระทั่งศาลชั้นต้นได้พิจารณาและมีคำพิพากษาความแพ่งให้จำเลยทั้ง 2 ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ ที่ 2 เป็นเงินทั้งหมด 2,935,700 บาท และยกฟ้องโจทก์ที่ 1 และ 3 โดยจำเลยทั้ง 2 ได้ขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาล   ล่าสุดศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาจำเลยทั้ง 2 คือกระทรวงสาธารณสุข เป็นจำเลยที่ 1 และ สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นจำเลยที่ 2 ว่าสมควรกำหนดค่าเสียหายสำหรับการสูญเสียความสามารถในการประกอบอาชีพของโจทก์ที่ 2 จำนวนเท่าใด โดยศาลเห็นว่า   ดังได้วินิจฉัยมาแล้วว่า นายเกตเป็นผู้กระทำโดยประมาทยิ่งกว่าโจทก์ที่ 1 และสมควรกำหนดให้จำเลยทั้ง 2 ซึ่งต้องรับผิดชอบในการกระทำของนายเกตดังกล่าวรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ที่ 2 แปดในสิบส่วน ฉะนั้นเมื่อโจทก์ที่ 2 เรียกร้องค่าเสียหายส่วนนี้มา 4,302,000 บาท แต่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยทั้ง 2 ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในส่วนที่เป็นค่าสูญเสียความสามารถในการประกอบอาชีพเป็นระยะเวลา 40 ปี ตั้งแต่อายุ 20 ปี ถึง 60 ปี เป็นเงิน 2,000,000 บาท นับว่าเป็นคุณแก่จำเลยทั้งสองอยู่แล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข อุทธรณ์ของจำเลยทั้ง 2 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น   ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายเกต นาถมทอง นำเงินค่าเสียหายจำนวน 104,300 บาท มอบให้แก่โจทก์ที่ 2 เพี่อเยียวยาค่าเสียหายแล้ว จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดค่าเสียหายอันเป็นค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ที่ 2 เป็นเงินทั้งสิ้น 2,834,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 28 ก.ค.2558 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแก่โจทก์ที่ 2   ด้านนายศราวุฒิ พ่อของน้องปาล์มยังบอกอีกว่า ในส่วนหนึ่งก็รู้สึกดีใจที่มีโอกาสได้พูดคุยกับทางนิติกรของฝ่ายจำเลย ที่คาดว่าจะไม่ยื่นฎีกา ส่วนตัวอยากจะขอให้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้พิจารณาชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวให้กับครอบครัว ไม่อยากจะให้ยื่นฎีกาเพราะเป็นเวลามานานร่วม 5 ปีแล้ว ครอบครัวของเราเป็นเพียงประชาชนธรรมดาไม่ได้คิดอยากจะสู้กับใครขอใช้ชีวิตเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวเลี้ยงดูลูก สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็อยากจะให้จบไป   ทางด้าน นางปวีณา หาทรัพย์ แม่ของน้องปาล์ม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า อาการของน้องปาล์มตอนนี้ดีขึ้น มีการพัฒนาระบบไขสันหลัง เริ่มมีการทรงตัวได้ แต่ยังอ่อนแรงอยู่ ไปไหนมาไหนต้องใช้รถเข็นตลอดเวลา   ขณะนี้เรียนที่ศูนย์พิเศษ นนทบุรี ปากเกร็ด โดยช่วงนี้ไปบ้างไม่ไปบ้างเนื่องจากระยะทางที่ไกล โดยหลังจากเกิดเรื่องขึ้นตนเองก็ได้ลาออกจากงานมาดูแลลูกเพียงอย่างเดียว ตอนนี้ภาวนาให้มีปาฏิหาริย์ว่าน้องปาล์มจะสามารถกลับมาเดินได้ตามปกติอีกครั้ง ซึ่งจะดูอาการประมาณ 6-10 ปี หากนานกว่านี้จะต้องเป็นผู้พิการตลอดชีวิต ซึ่งยังมีความหวังเล็กๆ อยู่บ้าง โดยทางครอบครัวก็ได้ทำการกายภาพให้น้องปาล์มทุกวัน   ขณะที่น้องปาล์ม พูดคุยกับผู้สื่อข่าวว่า ตอนนี้ต้องใช้รถเข็นตลอดเวลา อยากเดินได้ อยากวิ่งได้เหมือนเพื่อน และโตขึ้นมาอยากเป็นหมอรักษาคนไข้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NuoZ1U5dN14

 1,512
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ค. 62

สลด ยายปั่นจักรยานไปส่งหลานเปิดเทอมวันแรก ถูกกระบะชนกลางทาง เด็กเสียชีวิต

ปราจีนบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนจักรยานนักเรียน ในที่เกิดเหตุมีนักเรียนได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และผู้สูงอายุ 1 ราย อาการหัสทั้งคู่ และได้มีพลเมืองดีนำส่ง รพ.กบินทร์บุรี ต่อมาเด็กนักเรียนได้เสียชีวิต เหตุเกิดถนนสายบ้านหนองสังข์-วังท่าช้าง ก่อนถึงโรงเรียนบ้านกุงประชาสวรรค์ 50 เมตร ม.3 ต.บ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี   จากการตรวจสอบพบว่ายายอายุ 55 ปี ได้ขี่จักรยานไปส่งหลานวัย 5 ขวบไปโรงเรียนวันแรกในวันเปิดเทอม ก่อนเกิดอุบัติเหตุ ถูกรถกระบะพุ่งชนจนทำให้เด็กเสียชีวิต และยายได้รับบาดเจ็บ   ด้านผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า หลังประสบเหตุได้ลงไปช่วยเหลือทั้งสองคนและมีอาการสาหัส ขณะเดียวกันได้มีพยาบาลสาว รพ.กบินทร์บุรี ขับรถยนต์ผ่านมาเห็นเด็กอาการหนักจึงรีบนำส่ง รพ. ส่วนคนขับเป็นหญิงสาว และเป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ส่วนสาเหตุน่าจะหลับใน หรือวูบ และจะก้มหยิบอะไรสักอย่างจึงมองไม่เห็นเด็กนักเรียน และถนนไม่มีรอยเบรก   เบื้องต้น ตร.สภ.วังตะเคียน กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ควบคุมตัวผู้ขับขี่แต่อย่างใด เพราะต้องรอไปตรวจสอบ ที่ รพ.กบินทร์บุรี ก่อน ส่วนผู้ขับขี่เบื้องต้นทราบชื่อ น.ส.จริยา อิ่มบุญสุ อายุ 34 ปี ส่วนสาเหตุคนขับรับสารภาพว่าวูบ และจะแจ้งข้อกล่าวหาขับรถประมาณทำให้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VXCOGdlPadM

 5,576
ข่าวภูมิภาค
09 พ.ค. 62

สลด รถหัดเดิน เด็กวัย 8 เดือน ไหลออกถนน ถูกรถสิบล้อทับ เสียชีวิต แม่ร่ำไห้แทบขาดใจ

วันที่ 9 พ.ค. 62 ร.ต.อ.สุวิทย์ ภูดอนนาง พงส.สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถบรรทุก 10 ล้อทับเด็กเสียชีวิต บริเวณซอยสุขสวัสดิ์ 84 (ซอยวัดคู่สร้าง) หมู่ที่ 8 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ    ที่เกิดเหตุแยกจากถนนสุขสวัสดิ์เข้าไปในซอยสุขสวัสดิ์ 84 ประมาณ 3 กิโลเมตรบริเวณกลางถนนพบรถเด็กหัดเดิน (รถวง) สีฟ้า ถูกทับจนแตก บริเวณหน้าร้านพบนางวิลาวรรณ์ ผิดพันธุ์ อายุ 30 ปี  ยืนร้องไห้ โดยในมืออุ้มร่างไร้วิญญาณของ ดช.นนท์ธวัฒน์ อายุ 8 เดือน พบบาดแผลที่ศีรษะ บริเวณใต้หัวเข่าข้างขวามีบาดแผลฉีกยาวประมาณ 3 ซม.    ห่างกันประมาณ 5 เมตรพบรถคู่กรณีเป็นรถบรรทุก 10 ล้อ จอดชิดไหล่ทางเปิดไฟฉุกเฉินโดยมี นายสนาน โสภาพงษ์ อายุ 61 ปี โชว์เฟอร์รถบรรทุก อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 6 ต.เหล่า อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ   จากการสอบสวนนายสนาน เผยว่า ทราบว่าก่อนเกิดเหตได้ขับรถบรรทุกคันดังกล่าวนำดินไปเทบริเวณสถานที่ก่อสร้างหมู่บ้าน ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 4 กิโลเมตร ระหว่างขับมาถึงที่เกิดเหตุรถวงของเด็กได้ไหลออกมาจากตัวบ้านอย่างรวดเร็ว ตนพยายามหักหลบเกือบชนเสาไฟฟ้าข้างทาง แต่รถวงของเด็กยังวิ่งไหลเข้าไปบริเวณล้อหลังด้านซ้ายของตัวรถ จนถูกล้อรถทับ เสียชีวิต   ด้านนางวิลาวรรณ์ แม่ของเด็ก ให้การทั้งน้ำตานองหน้าว่า ตนพร้อมสามีได้มาเช่าตึกดังกล่าวเปิดเป็นร้านซ่อมแอร์มานานกว่า 3 ปี จนกระทั่งมีลูกชายด้วยกัน ก่อนเกิดเหตตุตนได้พาน้องนนท์ธวัฒน์ ออกมาเล่นบริเวณหน้าร้าน ซึ่งล้อมด้วยรั้วลูกกรงเหล็กสูงประมาณ 1 เมตรพร้อมติดตั้งประตูปิด-เปิด   ก่อนที่ตนจะเอาน้องนั่งอยู่ในรถวงเพื่อให้หัดเดิน โดยตนนั่งดูอยู่ไม่ห่าง ในระหว่างนั้นพี่สาวได้ทักไลน์มาหาคุยเรื่องส่วนตัว ตนพิมพ์ไลน์อยู่ไม่ทันระวัง น้องได้เข็นรถวงกระแทกจนประตูรั้วเปิดออกก่อนที่รถจะไหลออกไปกลางถนนเป็นจังหวะที่รถบรรทุก 10 ล้อวิ่งผ่านมาพอดี   เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบศพให้มูลนิธินำศพส่งสถาบันนิติเวชเพื่อผ่าพิสูจน์ ก่อนคุมตัว นายสนาน โชว์เฟอร์รถบรรทุก 10 ล้อ ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจก่อนจะดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป  

 117,714
ข่าวภูมิภาค
06 ธ.ค. 61

แม่ร้องสื่อลูกสาววัย 7 ขวบถูกเก๋งชนแล้วหนี เด็กโอดชนหนูแล้ว น่าจะลงมาดูหนูสักหน่อย

ชลบุรี-น.ส.คถพร สุภพร อายุ 37 ปี ร้องสื่อว่า ตนได้ขับขี่รถยนต์เก๋ง พร้อมด้วยลูกสาว อายุ 7 ขวบ มาจอดที่บริเวณคิวรถสองแถว ข้างตลาดสดศรีราชา ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา ซึ่งเป็นถนนเลนเดียว ขับขี่ทางเดียว หลังจากนั้นลูกสาวตนได้เปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับ แล้วกำลังจะเดินข้ามถนนเพื่อซื้อลูกชิ้น โดยยืนอยู่บริเวณหน้ารถ   จู่ๆ ก็ได้มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีเทา ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับขี่มาด้วยความเร็ว ก่อนจะเฉี่ยวชนลูกสาวตน จนล้มลงกระแทบพื้น มีเลือดไหลที่บริเวณจมูกและช่องปาก หลังจากนั้นตนจึงได้รีบนำส่งโรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา ซึ่งหลังเกิดเหตุรถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับหลบหนีไปมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองศรีราชา มีภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพขณะหลบหนีได้เป็นบางจุด และหลังจากที่เกิดเหตุ ตนได้นำหลักฐานใบรับรองแพทย์ ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ศรีราชา   ผู้เป็นแม่กล่าวต่อว่า คนขับรถเก๋งคันดังกล่าว หลังจากก่อเหตุก็ไม่ได้เหลียวดูลูกสาวตนเลย ซ้ำยังขับหลบหนีไปหน้าตาเฉย โดยตนอยากจะฝากถึงคนขับรถเก๋งคันดังกล่าวว่า คุณลองคิดดูว่าหากเป็นญาติพี่น้องของคุณที่ถูกชนแล้วหนีแบบนี้คุณจะมีความรู้สึกอย่างไร โดยตนยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เนื่องจากหลังจากที่เกิดเหตุทางคู่กรณีไม่จอดรถลงมาดูตนเลยแม้แต่นิดเดียว และยังถือว่าโชคดีที่ศีรษะลูกสาวตน ไม่ได้กระแทกพื้น แต่มีบาดเจ็บที่บริเวณจมูก ช่องปาก   ด้านหนูน้อยวัย 7 ขวบ กล่าวต่อว่า คู่กรณีน่าจะจอดรถยนต์ลงมาดูหนู สักหน่อย ไม่น่าใจดำแบบนี้ ขับรถหนีไปเฉยเลย เค้าต้องรู้ตัวว่าขับรถชนหนูแน่นอน เพราะลักษณะการชนค่อนข้างแรง จนตนได้รับเจ็บที่บริเวณจมูกและช่องปาก จนฟันหน้าโยก และมีเลือดไหลออกมา   ในขณะเดียวกันล่าสุดด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้ลงพื้นที่ติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว ทราบว่า ผู้ขับขี่รถยนต์คันกล่าว ได้ขับขี่ไปตามเส้นทางในตัวเมือง ก่อนหลบหนีออกไปทางถนนสุขุมวิท อย่างไรก็ตามคาดว่าน่าจะติดตรวจสอบป้ายทะเบียนคันดังกล่าวได้ ชลบุรี-น.ส.คถพร สุภพร อายุ 37 ปี ร้องสื่อว่า ตนได้ขับขี่รถยนต์เก๋ง พร้อมด้วยลูกสาว อายุ 7 ขวบ มาจอดที่บริเวณคิวรถสองแถว ข้างตลาดสดศรีราชา ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา ซึ่งเป็นถนนเลนเดียว ขับขี่ทางเดียว หลังจากนั้นลูกสาวตนได้เปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับ แล้วกำลังจะเดินข้ามถนนเพื่อซื้อลูกชิ้น โดยยืนอยู่บริเวณหน้ารถ   จู่ๆ ก็ได้มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีเทา ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับขี่มาด้วยความเร็ว ก่อนจะเฉี่ยวชนลูกสาวตน จนล้มลงกระแทบพื้น มีเลือดไหลที่บริเวณจมูกและช่องปาก หลังจากนั้นตนจึงได้รีบนำส่งโรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา ซึ่งหลังเกิดเหตุรถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับหลบหนีไปมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองศรีราชา มีภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพขณะหลบหนีได้เป็นบางจุด และหลังจากที่เกิดเหตุ ตนได้นำหลักฐานใบรับรองแพทย์ ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ศรีราชา   ผู้เป็นแม่กล่าวต่อว่า คนขับรถเก๋งคันดังกล่าว หลังจากก่อเหตุก็ไม่ได้เหลียวดูลูกสาวตนเลย ซ้ำยังขับหลบหนีไปหน้าตาเฉย โดยตนอยากจะฝากถึงคนขับรถเก๋งคันดังกล่าวว่า คุณลองคิดดูว่าหากเป็นญาติพี่น้องของคุณที่ถูกชนแล้วหนีแบบนี้คุณจะมีความรู้สึกอย่างไร โดยตนยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เนื่องจากหลังจากที่เกิดเหตุทางคู่กรณีไม่จอดรถลงมาดูตนเลยแม้แต่นิดเดียว และยังถือว่าโชคดีที่ศีรษะลูกสาวตน ไม่ได้กระแทกพื้น แต่มีบาดเจ็บที่บริเวณจมูก ช่องปาก   ด้านหนูน้อยวัย 7 ขวบ กล่าวต่อว่า คู่กรณีน่าจะจอดรถยนต์ลงมาดูหนู สักหน่อย ไม่น่าใจดำแบบนี้ ขับรถหนีไปเฉยเลย เค้าต้องรู้ตัวว่าขับรถชนหนูแน่นอน เพราะลักษณะการชนค่อนข้างแรง จนตนได้รับเจ็บที่บริเวณจมูกและช่องปาก จนฟันหน้าโยก และมีเลือดไหลออกมา   ในขณะเดียวกันล่าสุดด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้ลงพื้นที่ติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว ทราบว่า ผู้ขับขี่รถยนต์คันกล่าว ได้ขับขี่ไปตามเส้นทางในตัวเมือง ก่อนหลบหนีออกไปทางถนนสุขุมวิท อย่างไรก็ตามคาดว่าน่าจะติดตรวจสอบป้ายทะเบียนคันดังกล่าวได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/dxliqlrERG0    

 1,234
ต่างประเทศ
23 พ.ย. 61

สุดสลด รถยนต์พุ่งชนกลุ่มนักเรียนจีนข้ามถนน ดับ 5 ศพ บาดเจ็บ 18

เกิดเหตุสลด รถยนต์พุ่งชนกลุ่มนักเรียน ขณะกำลังข้ามถนนหน้าโรงเรียน ในมณฑลเหลียวหนิงของจีน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บ 18 คน ส่วนคนขับรถถูกควบคุมตัวไปสอบสวน และดำเนินคดีตามกฎหมาย  

 1,753
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ค. 61

นักเรียน ป.3 ปั่นจักรยานไปโรงเรียน ถูกกระบะชนเสียชีวิต

หนองบัวลำภู-เกิดอุบัติเหตุรถปิกอัพพุ่งชน ด.ช.อายุ 8 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านดอนยานาง กำลังขี่จักรยานไปโรงเรียน เสียชีวิตคาชุดนักเรียน   ด้านญาติต่างร่ำไห้สลดใจกับผู้ตาย เนื่องจากอยู่กับตายายตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ไปทำงานรับจ้างที่ต่างจังหวัด ฐานะทางบ้านยากจน เด็กคนนี้ต้องช่วยเหลือตนเองและครอบครัว ตอนนี้ตรวจสอบทราบว่าโรงเรียนไม่ได้ทำประกันอุบัติเหตุให้นักเรียน   ขณะที่ชายอายุ 28 ปี คนขับรถคันเกิดเหตุบอกว่า ขับมาเห็นเด็กปั่นจักรยานอยู่ แต่จู่ ๆ เด็กก็ปั่นข้ามถนนและข้างหน้ามีรถสวนมาจึงชนเข้าเต็มแรง หลังเกิดเหตุก็รอมอบตัวกับตำรวจในที่เกิดเหตุ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-TVLB7dAZZU

 5,484

Top