ค้นหา :

ผลการค้นหา "จับสึกเจ้าอาวาส"

สังคม-อาชญากรรม
27 ธ.ค. 62

อดีตเจ้าอาวาสวัดป่า บอกสื่อไม่ได้อนาจารเณร ภาพที่เห็นแค่นอนหลับ ศาลอนุญาตให้ประกันตัว

ความคืบหน้าคดี อดีตเจ้าอาวาสวัดป่สชื่อดังในอ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร อนาจารเณรและลูกศิษย์วัดนับสิบราย ซึ่งตร.กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. นำตัวมาสอบสวนดำเนินคดี   ต่อมา ตร.ก็เบิกตัวอดีตพระครูสังฆรักษ์  ศักดิ์สิทธิ์ กิตติโก หรือ พระอาจารย์ปู ผู้ต้องหา มาสอบสวนเพิ่มเติม โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมง ก่อนคุมตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดสมุทรสาคร ฝากขังผัดแรก 12 วัน   ระหว่างถูกคุมตัวไปฝากขัง อดีตพระครูสังฆรักษ์ ได้ยอมรับกับสื่อมวลชน ว่าเป็นบุคคลในภาพที่นอนอยู่กับสามเณรในลักษณะไม่เหมาะสมจริง แต่อ้างว่าเป็นการนอนหลับ ส่วนประเด็นอื่นขอให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ขณะที่เรื่องนี้ ซึ่งทำให้ผู้ปกครองของสามเณร ที่มีเลื่อมใสศรัทธาในตัวเอง รู้สึกผิดหวัง ก็ไม่ขอพูดอะไร นอกจากบอกว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกรรม   อดีตพระครูสังฆรักษ์ ยังบอกด้วยว่า ที่ผ่านมา ตนให้การอุปการะเลี้ยงดูเด็กชายทั้งในรูปแบบการบวชเป็นสามเณร และการเข้ามาเป็นเด็กวัดนานแล้ว โดยเด็กเกือบทั้งหมดมีปัญหาครอบครัวซึ่งมาจากทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อมาอยู่แล้วก็จะส่งให้เรียนหนังสือตามความสามารถของเด็กแต่ละคน ที่ผ่านมาอุปการะเลี้ยงดูและส่งเสียให้เรียนจบปริญญาตรีมาแล้วกว่า 30 คน   สำหรับสามเณร วันนี้ตำรวจได้นิมนต์ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจเพื่อประกอบสำนวนคดี ขณะที่มีพ่อแม่ ผู้ปกครอง เดินทางมีที่ปคม. ต่อเนื่อง เพื่อประสานติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ต้องการพบลูกของตัวเอง เพราะรู้สึกเป็นห่วง โดยบางคนบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือว่าไม่คาดคิด เพราะส่งลูกชายไปบวชเรียนอยู่ที่วัดเกิดเหตุมาประมาณ 3 ปี แล้ว แม้จะเคยพบความผิดปกติอยู่บ้างแต่ก็ไม่เอะใจ ด้วยความศรัทธาที่มีในตัว อดีตพระครูสังฆรักษ์   ต่อมาญาติของผู้ต้องหาได้นำเงินสดจำนวน 400,000 บาท เพื่อยื่นขอประกันตัวนายศักดิ์สิทธิ์ สนบ้านแพ้ว หรือพระอาจารย์ปู ซึ่งทางศาลพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาได้   อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/MYdi6fBBqb4

 1,417
สังคม
27 ธ.ค. 62

อดีตเจ้าอาวาสวัดป่า บอกสื่อไม่ได้อนาจารเณร ภาพที่เห็นแค่นอนหลับ ศาลอนุญาตให้ประกันตัว

ความคืบหน้าคดี อดีตเจ้าอาวาสวัดป่สชื่อดังในอ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร อนาจารเณรและลูกศิษย์วัดนับสิบราย ซึ่งตร.กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. นำตัวมาสอบสวนดำเนินคดี   ต่อมา ตร.ก็เบิกตัวอดีตพระครูสังฆรักษ์  ศักดิ์สิทธิ์ กิตติโก หรือ พระอาจารย์ปู ผู้ต้องหา มาสอบสวนเพิ่มเติม โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมง ก่อนคุมตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดสมุทรสาคร ฝากขังผัดแรก 12 วัน   ระหว่างถูกคุมตัวไปฝากขัง อดีตพระครูสังฆรักษ์ ได้ยอมรับกับสื่อมวลชน ว่าเป็นบุคคลในภาพที่นอนอยู่กับสามเณรในลักษณะไม่เหมาะสมจริง แต่อ้างว่าเป็นการนอนหลับ ส่วนประเด็นอื่นขอให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ขณะที่เรื่องนี้ ซึ่งทำให้ผู้ปกครองของสามเณร ที่มีเลื่อมใสศรัทธาในตัวเอง รู้สึกผิดหวัง ก็ไม่ขอพูดอะไร นอกจากบอกว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกรรม   อดีตพระครูสังฆรักษ์ ยังบอกด้วยว่า ที่ผ่านมา ตนให้การอุปการะเลี้ยงดูเด็กชายทั้งในรูปแบบการบวชเป็นสามเณร และการเข้ามาเป็นเด็กวัดนานแล้ว โดยเด็กเกือบทั้งหมดมีปัญหาครอบครัวซึ่งมาจากทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อมาอยู่แล้วก็จะส่งให้เรียนหนังสือตามความสามารถของเด็กแต่ละคน ที่ผ่านมาอุปการะเลี้ยงดูและส่งเสียให้เรียนจบปริญญาตรีมาแล้วกว่า 30 คน   สำหรับสามเณร วันนี้ตำรวจได้นิมนต์ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจเพื่อประกอบสำนวนคดี ขณะที่มีพ่อแม่ ผู้ปกครอง เดินทางมีที่ปคม. ต่อเนื่อง เพื่อประสานติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ต้องการพบลูกของตัวเอง เพราะรู้สึกเป็นห่วง โดยบางคนบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือว่าไม่คาดคิด เพราะส่งลูกชายไปบวชเรียนอยู่ที่วัดเกิดเหตุมาประมาณ 3 ปี แล้ว แม้จะเคยพบความผิดปกติอยู่บ้างแต่ก็ไม่เอะใจ ด้วยความศรัทธาที่มีในตัว อดีตพระครูสังฆรักษ์   ต่อมาญาติของผู้ต้องหาได้นำเงินสดจำนวน 400,000 บาท เพื่อยื่นขอประกันตัวนายศักดิ์สิทธิ์ สนบ้านแพ้ว หรือพระอาจารย์ปู ซึ่งทางศาลพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาได้   อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/MYdi6fBBqb4

 1,417
สังคม
26 ธ.ค. 62

จับสึกส่งคุก! เจ้าอาวาส ‘วัดป่าสุวัฑฒนาราม’ ทำเรื่องฉาววงการพระไทย เสพเมถุนสามเณรยกวัด

วันที่ 25 ธ.ค. 62  เจ้าหน้าที่ตำรวจปคม. สนธิกำลังร่วมกับตำรวจภูธรภาค 7 ตำรวจสภ.บ้านแพ้ว เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พร้อมด้วย นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าตรวจค้นวัดป่าสุวัฑฒนาราม (วัดทุ่งอินทรี) หมู่ 11 ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร โดยนำหมายค้นเข้าตรวจสอบภายในวัดเพื่อจับกุมพระครูสังฆรักษ์ ศักดิ์สิทธิ์ กิตติโก หรือ นายศักดิ์สิทธิ์ สนบ้านแผ้ว รักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าสุวัฑฒนาราม (ทุ่งอินทรี) อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาจังหวัดสมุทรสาคร   ข้อหากระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี, พาผู้อื่นไปเพื่อการกระทำอนาจาร โดยใช้กลอุบายหลอกลวงหรือข่มขู่ประทุษร้ายซึ่งเป็นการกระทำต่อผู้สืบสันดานหรือกระทำต่อศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการในลักษณะลามกอนาจาร โดยจับกุมตัวพระครูสังฆรักษ์ ได้ที่บริเวณลานเอนกประสงค์ภายในวัดดังกล่าวขณะกำลังจะออกบิณฑบาต   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเณรที่ตกเป็นเหยื่อของพระครูสังฆรักษ์หรือนายศักดิ์สิทธิ์ โดยมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหว แสดงพฤติกรรมของรักษาการเข้าอาวาส ซึ่งพฤติกรรมไม่เหมาะสม เสพเมถุน กระทำอนาจารต่อสามเณรที่มาบวชเรียนช่วงปิดภาคเรียนและเด็กวัด   โดยรักษาการเจ้าอาวาสจะทำการยึดโทรศัพท์มือถือของสามเณรและเด็กวัดทุกคนเพื่อป้องกันการแอบถ่ายหรือโทรศัพท์ไปบอกให้กับคนอื่นทราบ ซึ่งจะให้เณรใช้โทรศัพท์ได้เฉพาะช่วงเวลา 19.00 - 21.00 น. แต่เรื่องมาแดงขึ้นเมื่อเหยื่อเริ่มทนพฤติกรรมดังกล่าวไม่ไหว จึงได้แอบถ่ายภาพหลักฐานและแอบติดต่อกับผู้ปกครองจนมีการร้องเรียนและนำมาสู่การจับกุมตัวดังกล่าว   จากการตรวจสอบพบว่าวัดดังกล่าวมีสามเณรทั้งหมด 19 รูป แบ่งเป็นสามเณรอายุต่ำกว่า 18 ปี 18 รูป อายุ 19 ปี 1 รูป และเด็กวัดอีกจำนวน 10 คน ซึ่งสามเณรที่อายุน้อยสุดในจำนวนนี้มีอายุเพียงแค่ 8 ขวบเท่านั้น โดยเบื้องต้นได้ประสานเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ช่วยเหลือเยียวยาตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมกับเตรียมประสานไปยังสำนักพระพุทธศาสนา เพื่อให้ช่วยตรวจสอบกลุ่มสามเณรรูปอื่น ๆ ที่เคยมาบวชเรียนอยู่ที่วัดดังกล่าว   โดยขณะเข้าตรวจสอบและตรวจค้นกุฏิต่าง ๆ  ภายในวัดดังกล่าว พบโทรศัพท์มือของสามเณรที่ถูกเก็บไว้จำนวนหลายเครื่อง พร้อมกับตรวจพบถุงยางอนามัยใช้แล้ว ที่บริเวณด้านหลังกุฏิพักของสามเณรตกอยู่ และยังพบถุงยางอนามัยที่ยังไม่ได้ใช้ 3 อัน จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับเชิญตัวพระครูสังฆรักษ์ไปทำการลาสิกขาจากความเป็นพระเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย   ด้านผู้ปกครองของสามเณร อายุ 14 ปี ซึ่งบวชได้ 3 ปี ระบุกับผู้สื่อข่าวว่า “ตนเองรู้สึกเครียดและกังวลกลัวลูกจะตกเป็นเหยื่อหรือถูกกระทำ ที่ผ่านมาลูกไม่เคยเล่าอะไรให้ฟังมีแต่บ่นว่าอยากสึกอย่างเดียว เมื่อถามว่าทำไมถึงอยากสึกก็บอกเพียงว่าเบื่อ และลูกเคยหนีออกจากวัดไปหาญาติที่จังหวัดสมุทรปราการ แต่พ่อกับแม่ก็ไปพาตัวกลับมาที่วัด และไม่คิดว่ามีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น ส่วนที่ต้องให้ลูกมาบวช เพราะตนเองกับสามีทำงานรับจ้างไปวัน ๆ อยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qxZ9MiprG9o

 1,919
สรุปข่าว
26 ธ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 26 ธ.ค.62 - ปรับลดราคาน้ำมัน 1 บาท - ก.คลังเลิกรีดภาษีปล่อยเช่าบ้านและคอนโดฯ - บุกทลายบ่อนใหญ่นนทบุรี

-ตื่นมารับของขวัญปีใหม่ เช้านี้(26 ธ.ค.) ปรับลดราคาน้ำทุกชนิด ลิตรละ 1 บาท มีผลตั้งแต่วันนี้ -10 มกราคม 2563 รวมระยะเวลา 16 วัน ตามนโยบายรัฐบาล   - บุกจับสึกเจ้าอาวาส วัดป่าชื่อดัง ที่ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ช่วยสามเณรออกมาได้ 19 รูป พฤติกรรมสุดวิตถาร ละเมิดสามเณร เซ็กส์หมู่ บังคับร่วมเพศโชว์ตัวเอง ซื้อกามเด็ก และถ่ายคลิป    ล่าสุดพบหลักฐานเพียบ ทั้งคอมพิวเตอร์ ถุงยางใช้แล้ว ทิชชู่เปื้อนเลือด และอสุจิ หวายไม้เหลียว และมือถือสามเณร เจลหล่อลื่น และผ้าปูที่นอน เจ้าตัวไม่ยอมรับอ้างถูกกลั่นแกล้ง แต่สุดท้ายจำนนด้วยหลักฐาน เปิดปากสารภาพ แต่บอกละเมิดสามเณรแค่บางรูป ไม่ใช่ทั้งวัด   พระลูกวัดไม่เชื่อ ทั้งเณรและเด็กวัดเป็นปกติไม่มีใครร้องขอกลับบ้าน ถุงยางไม่รู้ของใคร ส่วนญาติโยมบางส่วนเสียแตก บอกไม่เชื่อ เพราะเป็นพระนักปฏิบัติ บวชมา 20 ปี สั่งสอนชาวบ้านเป็นคนดี แม่สามเณรร่ำไห้ กังวลเณรลูกชายถูกกระทำ เคยหนีออกจากวัด แต่เจ้าอาวาสมาตามกลับ   - ตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) แถลงหลักฐานชัด เสี่ยไฮ้ หรือ สันติ จึงทองดี  และ แจ๊ค นิวัฒน์ เฉลิมวัฒน์ ลูกน้องคนสนิท 2 ผู้ต้องหาคดี ฆ่าเซลล์สาวขายปุ๋ยอำพรางศพหมกรถทิ้งคลองนาน 2 ปี คุมตัวขึ้นรถไปสอบปากคำ ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ ใช้มือปิดบังใบหน้า เลี่่ยงตอบคำถาม   จากการสืบสวนสอบสวนทำให้ทราบข้อเท็จจริงว่าน.ส.กลิ่นเกษร ผู้ตายคบหาเป็นสามีภรรยากับนายสันติ ต่อมาภายหลังมีเหตุขัดแย้งทะเลาะวิวาทกัน เรื่องความหึงหวงแล้วหายตัวไป จึงนำภาพกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยานบุคคลต่างๆ ทำให้เชื่อว่าน่าจะถูกฆาตกรรม โดยใช้ผ้าปูที่นอนในออฟฟิศภายในบ้านของนายสันติ มัดพันห่อศพผู้ตายไว้ โดยไม่ทราบวิธีที่ทำให้ตายที่แน่ชัด แล้วนำศพผู้ตายมาทิ้งน้ำเพื่ออำพรางคดี   พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 เชื่อว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุอีก กำลังระหว่างสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะคุมตัว 2 ผู้ต้องหาไปรอขออำนาจศาลจังหวัดสระบุรีฝากขังผัดแรกในวันนี้ (26 ธ.ค.) พร้อมสั่งค้านประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน    - ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องที่คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ กรณีรับบริจาคเงิน ที่มีเหตุอันสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยหลังจากนี้จะแจ้งไปยังผู้ร้องและส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องยื่นแก้ข้อกล่าวหาได้ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่รับสำเนาคำร้อง   นอกจากนี้กรณีที่ศาลได้รับพิจารณา คำร้องที่นายณฐพร โตประยูร (ผู้ร้อง) ขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย การกระทำของพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ในคดีนี้ มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะ พิจารณาวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องทำการไต่สวน และ และนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันอังคารที่ 21 ม.ค. 63 เวลา 11.30 น.   กรณีนี้นายณฐพร อ้างถึงสัญลักษณ์ของพรรคอนาคตใหม่ เป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่ากลับหัว เหมือนอิลลูมิเนติ ที่หมายถึงแนวคิดยึดมั่นความเป็นอิสระ เป็นอันตรายต่อระบอบการปกครอง เชื่อกันว่าสมาคมอิลลูมิเนติ อยู๋เบื้องหลังการล้มล้างการปกครองระบอบกษัตริย์ของหลายประเทศในยุโรป รวมถึงประกาศอิสระภาพของอเมริกาในปี 1776 ประกอบกับนายธนาธร เป็นนายทุนเว็บไซต์ และหนังสือฟ้าเดียวกัน นำเสนอแนวคิดรัฐไทยใหม่   -หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องกกต.ยุบพรรคอนาคตใหม่ คดีกู้เงิน ว่า ไม่มีความคิดเห็นอะไร เพราะทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ ปากกาและอำนาจอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่วิตก เพราะพรรคอนาคตใหม่คือการเดินทาง และผู้คน คือจิตวิญญาณที่แน่วแน่ที่จะสร้างสรรค์ประชาธิปไตยในประเทศ และทำให้สังคมไทยมีความเสมอภาค ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ ดังนั้นยุบพรรค ยุบได้ แต่จะยุบอุดมการณ์ หรือยุบความตั้งใจแน่วแน่อย่างนี้ไม่ได้ ยุบก็สร้างใหม่ สู้ต่อ ซึ่งหากโดนยุบพรรคเราก็ยังมีส.ส.ในสภาอยู่ ยุบพรรคไม่ได้หมายความว่า ส.ส.ของเราจะหายไป   ขณะที่ช่อ พรรณิการ์ ระบุ ไม่กังวล เป็นเรื่องปกติที่มีการยุบพรรคมาตลอด ถ้ายุบพรรคก็ต้องไปสมัครใหม่ ทำให้ผู้มีอำนาจเห็นว่าการยุบพรรคไม่มีความหมาย   - นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ติดตามแก้ปัญหาภัยแล้ง อนุมัติงบ กว่า 3.1 พันล้านบาท นายกรัฐมนตรี ใช้ลูกอ้อน บอก เป็นลูกหลานพญาแล เพราะมารดาเป็นคนชัยภูมิ คนชัยภูมิเป็นคนสวย ตนหน้าตาเหมือนแม่ ดังนั้น ถ้าหน้าตาดี ก็เพราะเหมือนแม่ มาวันนี้ มีพรรคร่วมรัฐบาล หลายพรรคมาด้วยกัน ช่วนกันทำงาน อย่าไปหวังวันหน้า เอาเท่าที่มีอยู่ ในฐานะนายกรัฐมนตรีจะดูแลประขาชนให้ดีที่สุด แม้ในอีสานจะบอกมีคนไม่ชอบตนเยอะ แต่ตนก็มาเพื่อดูแลประชาชน   ช่วงหนึ่งนายกฯ ระบุ หลายคนบอกตนใช้อำนาจ ถ้าตนใช้จริงคงไม่มานั่งตรงนี้ ใครด่าก็จะเฉย ตั้งฉายา อยากตั้งก็ตั้งไป   - อธิบดีกรมป่าไม้ เข้าชี้แจง กมธ.ปปช.กรณี ส.ส.ปารีณาบุกรุกพื้นที่ป่า ระบุ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทันทีที่เรื่องนี้ชัดเจน กรมป่าไม้พร้อมดำเนินคดี   ขณะที่ ส.สปารีณา เดินเข้าห้องประชุมและนั่งฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนสอบถามอธิบดีกลางวง กมธ.ว่า ก่อนที่จะมีการปฏิรูปที่ดินของช่วงปี 2527 - 2554 กรมป่าไม้เคยลงสำรวจพื้นที่จริงหรือไม่ ไม่เชื่อว่ามีการลงไปตรวจสอบจริง เนื่องจากตามแผนที่จะเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวครึ่งหนึ่งเป็นภูเขา ไม่สามารถนำไปทำการปฏิรูปที่ดินได้   ขณะที่กรมป่าไม้ยืนยันว่าก่อนส่งมอบพื้นที่ในช่วงปี 2535 มีการลงไปตรวจสอบพื้นที่จริง แต่ให้ระยะเวลาในการสำรวจพื้นที่ทั่วประเทศเพียง 3 เดือน ซึ่งอาจจะมีพื้นที่บางส่วนเป็นทั้งป่าและภูเขา และหลังจากที่มีการส่งมอบที่ดินไปแล้วหากพบว่าเป็นพื้นที่ภูเขา สปก. ก็จะมีการส่งคืนพื้นที่ให้กับกรมป่าไม้   -เจ้าของบ้าน-คอนโดฯ มีเฮ ก.คลัง ออกประกาศร่วม 2 กระทรวง เคลียร์ปมภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การันตีคนปล่อยเช่าบ้าน คอนโด ที่ดินไม่ต้องเสียเชิงพาณิชย์ เริ่มล้านละ 3,000 บาทแล้ว แต่ให้เสียภาษีตามจริงคิดตามการใช้ประโยชน์    นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ระบุ หารือกับมหาดไทยแล้ว เตรียมออกประกาศเป็นกฎกระทรวงเร็วๆนี้ แม้ให้เช่าก็ให้เป็นลักษณะการใช้ประโยชน์ คือเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย เป็นหลัก   ด้านปลัดกระทรวงการคลัง นายประสงค์ พูนธเนศ เปิดเผยว่า บ้านและคอนโดฯทั้งหมด เสียภาษีในอัตราร้อยละ 200 บาท ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ล้านละ 3,000 บาท จดหมายจากสำนักงานเขตทั้งหมด ถือเป็นโมฆะ ไม่ต้องแห่ไปแก้ไขกันแล้ว   - อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หนีผิด ใช้ปืนจ่อขมับดับตัวเอง หลังก่อเหตุกระทำชำเรา เด็กอายุ 13 ปี เจ้าหน้าที่ขอศาลอนุมัติหมายจับ เตรียมทำแผนที่บ้านจุดเกิดเหตุ ได้ยินเสียงปืนดัง บุกเข้าไปตรวจสอบ พบอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ใช้ปืนยิงขมับขวาทะลุซ้าย หนึ่งนัด นอนจมกองเลือด เสียชีวิตคาห้องนอน   จากการสอบสวน ทราบว่า ผู้ตายแอบมีความสัมพันธ์ กับเยาวชน อายุ 12 ปี แถวบ้านมาระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งทางมารดาได้พบความผิดสังเกตุของบุตรสาว จึงได้เค้นถาม จนลูกสาว ยอมเล่าความจริง ว่าถูกกระทำชำเราจาก อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว และเข้าแจ้งความ   หลังถูกจับกุมอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน มีอาการเคลียด ขอเจ้าหน้าที่กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนทำแผน ก่อนจะเกิดเสียงปืนดัง 1 นัด พบผู้ต้องหาใช้ปืนยิงตัวเองดับชีวิต   - แม่ร้องพบศพลูกชายวัย 14 ปี ใช้สายยางพ่นยาฆ่าหญ้า ผูกคอตายกลางป่าในท่านั่ง มีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมที่หน้าแข้ง 2 ข้าง สงสัยถูกฆาตกรรมอำพราง ก่อนเจอศพออกไปหาปลาและด้วงกว่างกับเพื่อนอีก 2 คน เพื่อนรุ่นพี่อ้างไม่รู้เรื่องหายตัวไปติดต่อไม่ได้ ตร.ระบุรอผลตรวจชันสูตรเพื่อชี้ชัดสาเหตุการตาย    - DSl บุกตรวจค้นบ่อนการพนัน อาคารไม่มีเลขที่ ใกล้คอนโดบางใหญ่ซิตี้  จ.นนทบุรี หลังสืบว่าลักลอบเปิดเป็นบ่อนการพนันผิดกฎหมาย ผลการตรวจค้นพบภายในอาคารแบ่งซอยเป็นห้องๆ 3 ห้อง เจ้าหน้าที่ไม่พบนักพนัน หลังเป็นนกรู้เผ่นหนีกันไปหมด ก่อนเจ้าหน้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้น พบเพียงโต๊ะพนันเสือมังกร 2 โต๊ะ โต๊ะไฮโลไฮเทคขน่ดใหญ่ 1 โต๊ะ โต๊ะดัมมี่ 2 โต๊ะ  พร้อมอุปกรณ์ในการเล่นครบครัน โดยเครื่องปรับอากาศยังเปิดอยู่ในสภาพเย็นฉ่ำ ส่วนเซฟเวอร์วงจรปิดถูกถอดทิ้งไป   พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า การตรวจค้นในครั้งนี้แม้จะไม่ได้ตัวผู้ต้องหาก็ตามที โดยทาง DSI จะเน้นตัวผู้มีอิทธิพลและเจ้าของบ่อนที่แท้จริงมากกว่าตัวผู้เล่นซึ่งกฎหมายเอาผิดเพียงเล็กน้อย การตรวจค้นเพื่อนำตัวเจ้าของบ่อนหรือผู้มีอิทธิพลมาสอบสวนหาที่มาของตัวเงินซึ่งอาจเป็นรายได้ที่นำไปสู่การฟอกเงิน   - ศาลให้ประกันตัว 'เคนพอร์ช' อดีตนักฟันดาบทีมชาติไทย ซิ่งเก๋งแหกด่าน ด้วยวงเงิน 1 แสนบาท หลังพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ คุมตัวเคนพอร์ช ฝากขังผัดแรก รอสอบสวนพยานอีก 4 ปาก เจ้าตัวรับที่ต่อสู้ขัดขวางตำรวจ เพราะดื่มสุราและเสพเคตามีน 4-5 วันก่อนที่จะถูกจับกุม ถูกแจ้ง 3 ข้อหา    -พ.ต.ท.ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง พ่อค้าขายลูกชิ้นอุกอาจ กลางเมืองนครสวรรค์ วงจรปิดจับภาพ พ่อค้าลูกชิ้นยืนอยู่กับแม่ โต้เถียงกับ พ.ต.ท.กันชุลมุน สุดท้ายแม่พยายามก้มกราบร้องขอชีวิตกับ พ.ต.ท. แต่ตัว พ.ต.ท.กลับชักปืนยิงใส่ท้องพ่อค้าลูกชิ้น หลังจากนั้นขี่จยย.หลบหนี ล่าสุด พ.ต.ท. ย่องพบตร.ถูกแจ้ง 3 ข้อหา เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b05F3llMOVQ

 9,938
ข่าวภูมิภาค
16 พ.ย. 62

แฉอีก! เจ้าอาวาสวัย 80 มั่วสีกา ชอบเปิดหนังโป๊กลางดึก พบสาวพัวพันอายุต่ำสุด 18

ชลบุรี-จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนัสนิคม ได้รับแจ้งจากทางคณะกรรมการของวัดแห่งหนึ่งและชาวบ้านว่า มีพระภิกษุรูปหนึ่งของวัดดังกล่าวพร้อมด้วยคนขับรถได้ขับรถมาหาสีกา ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ท่าบุญมี อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี ซึ่งห่างจากวัดประมาณ 29 กิโลเมตร โดยชาวบ้านได้ปิดล้อมเอาไว้ เพื่อไม่ให้พระและสีกาหลบหนี พร้อมกับได้ถ่ายคลิปมือถือเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน   พบคนภายในห้องคือ เจ้าอาวาสวัด อายุ 80 ปี พร้อมหญิงสาว อายุ 30 ปี ที่ยังอยู่ในสภาพเปลือยกาย จึงได้ควบคุมตัวเจ้าอาวาสไปสอบสวนที่ สภ.เกาะจันทร์ โดยเจ้าวาสยอมสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นิมนต์เจ้าคณะอำเภอพนัสนิคม มาทำการสึกในช่วงเวลา 22.00 น. ในความผิดเสพเมถุน เพื่อให้ขาดจากการเป็นพระทันที ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น    ล่าสุดคนขับรถออกมาแฉเพิ่มเพราะตกกลางคืนที่กุฏิจะได้ยินเสียงหนังโป๊ดังออกมา ซึ่งจากการตรวจค้นบนหนังโป๊เต็มกุฏิ นอกจากนี้ยังมีผู้หญิงเข้ามาติดพันธ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งเด็กสุดอายุเพียง 18 ปี         รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/1qPNfbw5eBA  

 2,796
สังคม
16 พ.ย. 62

แฉอีก! เจ้าอาวาสวัย 80 มั่วสีกา ชอบเปิดหนังโป๊กลางดึก พบสาวพัวพันอายุต่ำสุด 18

ชลบุรี-จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนัสนิคม ได้รับแจ้งจากทางคณะกรรมการของวัดแห่งหนึ่งและชาวบ้านว่า มีพระภิกษุรูปหนึ่งของวัดดังกล่าวพร้อมด้วยคนขับรถได้ขับรถมาหาสีกา ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ท่าบุญมี อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี ซึ่งห่างจากวัดประมาณ 29 กิโลเมตร โดยชาวบ้านได้ปิดล้อมเอาไว้ เพื่อไม่ให้พระและสีกาหลบหนี พร้อมกับได้ถ่ายคลิปมือถือเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน   พบคนภายในห้องคือ เจ้าอาวาสวัด อายุ 80 ปี พร้อมหญิงสาว อายุ 30 ปี ที่ยังอยู่ในสภาพเปลือยกาย จึงได้ควบคุมตัวเจ้าอาวาสไปสอบสวนที่ สภ.เกาะจันทร์ โดยเจ้าวาสยอมสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นิมนต์เจ้าคณะอำเภอพนัสนิคม มาทำการสึกในช่วงเวลา 22.00 น. ในความผิดเสพเมถุน เพื่อให้ขาดจากการเป็นพระทันที ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น    ล่าสุดคนขับรถออกมาแฉเพิ่มเพราะตกกลางคืนที่กุฏิจะได้ยินเสียงหนังโป๊ดังออกมา ซึ่งจากการตรวจค้นบนหนังโป๊เต็มกุฏิ นอกจากนี้ยังมีผู้หญิงเข้ามาติดพันธ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งเด็กสุดอายุเพียง 18 ปี         รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/1qPNfbw5eBA  

 2,796
สังคม-อาชญากรรม
17 ต.ค. 62

รวบเจ้าอาวาสฉาว บังคับสามเณรอมนกเขา ลั่นพร้อมสู้คดีเพราะไม่ผิด แม่-ญาติปล่อยโฮบอก “ความดีมีเยอะทำไมไม่ยอมฟังกันบ้าง” ด้านสามเณรยันไม่ได้โกหก

จากกรณีพ่อของสามเณรนัท (นามสมมติ) วัย 13 ปี พาบุตรชายเข้าแจ้งความ หลังถูกเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี กักขังในกุฏินาน 5 วัน ให้บีบนวดบังคับอมอวัยวะเพศจนสำเร็จความใคร่ทุกวัน จนพระลูกวัดเข้าไปช่วยเหลือพาสามเณรออกมาย่าย้ายไปอยู่ที่วัดอื่น ขณะที่เจ้าอาวาสปฏิเสธ ไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศสามเณรอย่างที่ถูกกล่าวหา   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวานนี้(16 ต.ค.) เวลา 09.30 น.พระครูวิสิฐกาญจนกิจ เจ้าคณะตำบลวังขนาย พร้อมคณะสงฆ์ เดินทางไปไต่สวนพระครูสังฆรักษ์วินัย อินทวินโย เจ้าอาวาสวัดอินทาราม (หนองขาว) ปรากฎว่ากุฏิปิดเงียบไร้วี่แววของเจ้าอาวาส ล็อคประตูแน่นหนา สอบถามพระลูกวัดอ้างว่าเจ้าอาวาสป่วยเกิดอาการเครียดเข้าโรงพยาบาล และเข้าใจผิดคิดว่านัดหมายเวลา 19.00 น.ทั้งที่ในหนังสือนัดหมายแจ้งล่วงหน้าระบุเวลาชัดเจน 09.00 น. ซึ่งทางเจ้าอาวาสก็ได้รับหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรเรียบร้อยแล้ว   เจ้าคณะตำบลวังขนาย กล่าว ถือว่าผิดคำพูดและเข้าข่ายหลบหนีเลี่ยงการไต่สวนข้อเท็จจริง ทั้งนี้กำนันประจำตำบลตรวจสอบกับโรงพยาบาลพบว่าเจ้าอาวาสเข้าโรงพยาบาลจริง ตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวานนี้ (16 ต.ค.) โดยเดินทางออกจากวัดตั้งแต่ 07.00 น. ก่อนที่เจ้าคณะตำบลและคณะสงฆ์จะเดินทางมาถึงที่วัด หากเป็นตามที่สามเณรกล่าวอ้างถือว่าผิดวินัยสงฆ์ร้ายแรง   โดยช่วงเย็นของเมื่อวาน (16 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองขาว ได้นำหมายจับไปเชิญตัว พระครูสังฆรักษ์วินัย อินทวินโย เจ้าอาวาสวัดอินทาราม ไปที่โรงพักขณะกำลังนอนพักรักษาอาการป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ตัวเมืองกาญจนบุรี ก่อนจะนำตัวไปลาสิกขาที่วัดวังขนายทายิการาม ต.วังขนาย อ.ท่าม่วง เพื่อให้พระครูกาญจนสุตาคม เจ้าคณะอำเภอท่าม่วง ทำการสึกให้   ทั้งนี้เจ้าอาวาสฉาวรูปดังกล่าวไม่ยอมกล่าวคำลาสิกขาบท ทางเจ้าคณะอำเภอท่าม่วงจึงได้แจ้งว่า เมื่อมีหมายศาลออกมาแล้วอย่างไรก็ต้องสึก  แต่เมื่อไม่ยอมกล่าวคำลาสิขาจึงให้ทางเจ้าอาวาสวัดอินทารามนุ่งขาวห่มขาวแทน     หลังจากเปลี่ยนผ้าเหลืองมาใส่ชุดขาวแล้ว อดีตเจ้าอาวาสวัดอินทารามได้เดินออกจากห้องโดยตำรวจได้นำตัวขึ้นรถไป สภ.หนองขาว เพื่อดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากระทำชำราและอนาจารเด็ก อายุไม่เกิน 13 ปี และสอบปากคำเพิ่มเติม   อดีตเจ้าอาวาสฯ เผยกับผู้สื่อข่าวสั้น ๆ ว่า “พร้อมสู้คดีเพราะไม่ผิดขอความเป็นธรรมเพราะยังไม่มีการสอบข้อเท็จจริงเลย”         ขณะที่บรรดาพระลูกวัดและบรรดาญาติ ๆ ของเจ้าอาวาสวัดอินทาราม เดินทางมาเฝ้าดูปล่อยโฮ ตะโกนขอความเป็นธรรมพร้อมต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและคณะสงฆ์ที่จะให้เจ้าอาวาสวัดฯ ลาสิกขา พร้อมพูดว่า “ความดีเขาก็มีเยอะทำไมไม่ยอมฟังกันบ้าง หลักฐานการสอบก็ยังไม่ออกมาเลย”   ญาติของอดีตเจ้าอาวาสฯ คนหนึ่ง กล่าว แม้ชาวบ้านจะเชื่อแต่ตนไม่เชื่อว่าอดีตเจ้าอาวาสฯ จะมีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหา อยากให้ทางคณะสงฆ์และตำรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่าง หากไม่ผิดจะเป็นการประจานทำให้เสื่อมเสีย สังคมตัดสินว่าผิดไปแล้วอยากให้ทราบข้อเท็จจริงก่อนที่จะกล่าวหากัน อยากให้ฟังหูไว้หู    พร้อมระบุว่าคนไม่ชอบอดีตเจ้าอาวาสฯ ก็มี ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดเรื่องฉาวแบบนี้  หลังทราบข่าวทางญาติก็มาให้กำลังใจอดีตเจ้าอาวาสฯ  หวั่นมีคนอยู่เบื้องหลังให้สามเณรพูดโกหกใส่ร้ายกลั่นแกล้งมันไม่เป็นธรรม  ต้องให้อดีตเจ้าอาวาสฯ ได้ชี้แจงบ้าง แต่หากผิดจริงก็ต้องยอมรับผิด   ขณะที่สามเณร ยืนยัน เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นจริงไม่ได้โกหกหรือมีใครสั่งให้พูด โดยอดีตเจ้าอาวาสฯ ใช้ให้บีบนวดก่อนจะบังคับให้อมนกเขา ครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 62 โดยช่วงนั้นถูกกักขังอยู่ในกุฏิไม่ให้ออกไปไหน ให้นอนอยู่ในกุฏิด้วยและบังคับให้อมนกเขาตลอดระหว่างที่ถูกกักขัง 5 วัน  ที่ยอมทำตามเพราะกลัวเนื่องจากเห็นมีดอยู่ใต้เตียงและอดีตเจ้าอาวาสฯ ขู่ว่ามีปืน ถ้าไม่ทำก็ถูกดุด่า บังคับให้ถอดซิมโทรศัพท์ออกไม่ให้โทรหาใคร ตนแอบแชทบอกโยมน้าเพราะทนไม่ไหว   กระทั่งมีพระลูกวัดช่วยเหลือออกมาย้ายไปอยู่วัดอื่น หลังเป็นข่าวดังอดีตเจ้าอาวาสฯ  ก็ยังตามมาหาที่วัดที่สามเณรย้ายมาอยู่ แต่สามเณรพยายามหลบเลี่ยง อย่างไรก็ตามทราบว่ามีสามเณรถูกอดีตเจ้าอาวาสฯ กระทำลักษณะเดียวกันนี้อีกหลายรูป         ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_IexCx1VF0A

 1,631
อาชญากรรม
17 ต.ค. 62

รวบเจ้าอาวาสฉาว บังคับสามเณรอมนกเขา ลั่นพร้อมสู้คดีเพราะไม่ผิด แม่-ญาติปล่อยโฮบอก “ความดีมีเยอะทำไมไม่ยอมฟังกันบ้าง” ด้านสามเณรยันไม่ได้โกหก

จากกรณีพ่อของสามเณรนัท (นามสมมติ) วัย 13 ปี พาบุตรชายเข้าแจ้งความ หลังถูกเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี กักขังในกุฏินาน 5 วัน ให้บีบนวดบังคับอมอวัยวะเพศจนสำเร็จความใคร่ทุกวัน จนพระลูกวัดเข้าไปช่วยเหลือพาสามเณรออกมาย่าย้ายไปอยู่ที่วัดอื่น ขณะที่เจ้าอาวาสปฏิเสธ ไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศสามเณรอย่างที่ถูกกล่าวหา   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวานนี้(16 ต.ค.) เวลา 09.30 น.พระครูวิสิฐกาญจนกิจ เจ้าคณะตำบลวังขนาย พร้อมคณะสงฆ์ เดินทางไปไต่สวนพระครูสังฆรักษ์วินัย อินทวินโย เจ้าอาวาสวัดอินทาราม (หนองขาว) ปรากฎว่ากุฏิปิดเงียบไร้วี่แววของเจ้าอาวาส ล็อคประตูแน่นหนา สอบถามพระลูกวัดอ้างว่าเจ้าอาวาสป่วยเกิดอาการเครียดเข้าโรงพยาบาล และเข้าใจผิดคิดว่านัดหมายเวลา 19.00 น.ทั้งที่ในหนังสือนัดหมายแจ้งล่วงหน้าระบุเวลาชัดเจน 09.00 น. ซึ่งทางเจ้าอาวาสก็ได้รับหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรเรียบร้อยแล้ว   เจ้าคณะตำบลวังขนาย กล่าว ถือว่าผิดคำพูดและเข้าข่ายหลบหนีเลี่ยงการไต่สวนข้อเท็จจริง ทั้งนี้กำนันประจำตำบลตรวจสอบกับโรงพยาบาลพบว่าเจ้าอาวาสเข้าโรงพยาบาลจริง ตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวานนี้ (16 ต.ค.) โดยเดินทางออกจากวัดตั้งแต่ 07.00 น. ก่อนที่เจ้าคณะตำบลและคณะสงฆ์จะเดินทางมาถึงที่วัด หากเป็นตามที่สามเณรกล่าวอ้างถือว่าผิดวินัยสงฆ์ร้ายแรง   โดยช่วงเย็นของเมื่อวาน (16 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองขาว ได้นำหมายจับไปเชิญตัว พระครูสังฆรักษ์วินัย อินทวินโย เจ้าอาวาสวัดอินทาราม ไปที่โรงพักขณะกำลังนอนพักรักษาอาการป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ตัวเมืองกาญจนบุรี ก่อนจะนำตัวไปลาสิกขาที่วัดวังขนายทายิการาม ต.วังขนาย อ.ท่าม่วง เพื่อให้พระครูกาญจนสุตาคม เจ้าคณะอำเภอท่าม่วง ทำการสึกให้   ทั้งนี้เจ้าอาวาสฉาวรูปดังกล่าวไม่ยอมกล่าวคำลาสิกขาบท ทางเจ้าคณะอำเภอท่าม่วงจึงได้แจ้งว่า เมื่อมีหมายศาลออกมาแล้วอย่างไรก็ต้องสึก  แต่เมื่อไม่ยอมกล่าวคำลาสิขาจึงให้ทางเจ้าอาวาสวัดอินทารามนุ่งขาวห่มขาวแทน     หลังจากเปลี่ยนผ้าเหลืองมาใส่ชุดขาวแล้ว อดีตเจ้าอาวาสวัดอินทารามได้เดินออกจากห้องโดยตำรวจได้นำตัวขึ้นรถไป สภ.หนองขาว เพื่อดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากระทำชำราและอนาจารเด็ก อายุไม่เกิน 13 ปี และสอบปากคำเพิ่มเติม   อดีตเจ้าอาวาสฯ เผยกับผู้สื่อข่าวสั้น ๆ ว่า “พร้อมสู้คดีเพราะไม่ผิดขอความเป็นธรรมเพราะยังไม่มีการสอบข้อเท็จจริงเลย”         ขณะที่บรรดาพระลูกวัดและบรรดาญาติ ๆ ของเจ้าอาวาสวัดอินทาราม เดินทางมาเฝ้าดูปล่อยโฮ ตะโกนขอความเป็นธรรมพร้อมต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและคณะสงฆ์ที่จะให้เจ้าอาวาสวัดฯ ลาสิกขา พร้อมพูดว่า “ความดีเขาก็มีเยอะทำไมไม่ยอมฟังกันบ้าง หลักฐานการสอบก็ยังไม่ออกมาเลย”   ญาติของอดีตเจ้าอาวาสฯ คนหนึ่ง กล่าว แม้ชาวบ้านจะเชื่อแต่ตนไม่เชื่อว่าอดีตเจ้าอาวาสฯ จะมีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหา อยากให้ทางคณะสงฆ์และตำรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่าง หากไม่ผิดจะเป็นการประจานทำให้เสื่อมเสีย สังคมตัดสินว่าผิดไปแล้วอยากให้ทราบข้อเท็จจริงก่อนที่จะกล่าวหากัน อยากให้ฟังหูไว้หู    พร้อมระบุว่าคนไม่ชอบอดีตเจ้าอาวาสฯ ก็มี ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดเรื่องฉาวแบบนี้  หลังทราบข่าวทางญาติก็มาให้กำลังใจอดีตเจ้าอาวาสฯ  หวั่นมีคนอยู่เบื้องหลังให้สามเณรพูดโกหกใส่ร้ายกลั่นแกล้งมันไม่เป็นธรรม  ต้องให้อดีตเจ้าอาวาสฯ ได้ชี้แจงบ้าง แต่หากผิดจริงก็ต้องยอมรับผิด   ขณะที่สามเณร ยืนยัน เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นจริงไม่ได้โกหกหรือมีใครสั่งให้พูด โดยอดีตเจ้าอาวาสฯ ใช้ให้บีบนวดก่อนจะบังคับให้อมนกเขา ครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 62 โดยช่วงนั้นถูกกักขังอยู่ในกุฏิไม่ให้ออกไปไหน ให้นอนอยู่ในกุฏิด้วยและบังคับให้อมนกเขาตลอดระหว่างที่ถูกกักขัง 5 วัน  ที่ยอมทำตามเพราะกลัวเนื่องจากเห็นมีดอยู่ใต้เตียงและอดีตเจ้าอาวาสฯ ขู่ว่ามีปืน ถ้าไม่ทำก็ถูกดุด่า บังคับให้ถอดซิมโทรศัพท์ออกไม่ให้โทรหาใคร ตนแอบแชทบอกโยมน้าเพราะทนไม่ไหว   กระทั่งมีพระลูกวัดช่วยเหลือออกมาย้ายไปอยู่วัดอื่น หลังเป็นข่าวดังอดีตเจ้าอาวาสฯ  ก็ยังตามมาหาที่วัดที่สามเณรย้ายมาอยู่ แต่สามเณรพยายามหลบเลี่ยง อย่างไรก็ตามทราบว่ามีสามเณรถูกอดีตเจ้าอาวาสฯ กระทำลักษณะเดียวกันนี้อีกหลายรูป         ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_IexCx1VF0A

 1,631
สังคม-อาชญากรรม
24 พ.ค. 61

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ไม่ให้ประกัน5พระผู้ใหญ่คดีโกงเงินทอนวัด-จับสึก ก่อนคุมส่งเรือนจำฯ

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง  หลังจากตำรวจกองบังคับการปราบปราม นิมนต์เชิญ  พระศรีคุณาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ, พระครูสิริวิหารการสมจิตร จันทร์ศรี ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสระเกศ, พระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ // พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร  และ พระอรรถกิจโสภณ เลขาเจ้าคณะกรุงเทพฯ วัดสามพระยา   ผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินทอนวัด  มาฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง          ศาลฯใช้เวลาพิจารณานานหลายชั่วโมงกระทั่งล่าสุด ศาลได้มีคำสั่ง ไม่ให้ประกันพระผู้ใหญ่ทั้ง 5 รูป ทำให้ตามกระบวนการต้องสึกจากความเป็นพระ และคุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ        ขณะที่ น.ส.ฑัมม์พร นิพนธ์พิทยา มารดาของร.ท.ฐิติทัศน์ พิพนธ์พิทยา นาย ทหารสังกัด ศรภ. และ น.ส.นุชรา สิทธินอก ศาลไม่ให้ประกันตัวเช่นกัน  ก่อนจะคุมตัวทั้งหมด เข้าเรือนจำฯ      

 8,796

Top