ค้นหา :

ผลการค้นหา "นันทริกาชันซื่อ"

สังคม-อาชญากรรม
19 ส.ค. 62

นำซาก 'มาเรียม' สต๊าฟที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ดันโปรเจคทะเลไทยต้องไร้ขยะ

คืบหน้าเหตุมาเรียม พะยูนน้อยตาย ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรชายฝั่งทะเลอันดามัน ภูเก็ต, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง และกลุ่มพิทักษ์ดุหยง ได้ช่วยกันนำซากมาเรียม มาล้างทำความสะอาด ก่อนบรรจุร่างลงในถังพลาสติก ซึ่งมีน้ำแข็งแห้งอยู่เป็นจำนวนมาก แล้วนำไปขึ้นเครื่องบินกองทัพเรือ ณ ท่าอากาศยานตรัง เพื่อไปยังองค์การพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ คลอง 5 ปทุมธานี   ทั้งนี้ จะมีการนำซากของมาเรียม ไปทำการสต๊าฟไว้ที่องค์การพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ เนื่องจากเป็นสัตว์ทะเลหายากในโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ หลังจากนั้นจะเปิดให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้ศึกษาเรียนรู้และถอดบทเรียนดังกล่าว เพื่อใช้เป็นแนวทางในการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก และไม่ให้เกิดการตายเนื่องจากกินขยะพลาสติกขึ้นซ้ำอีก รวมทั้งวางมาตรการจัดการขยะในระยะยาวสำหรับแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลหายากต่างๆ โดยเฉพาะพะยูน   ส่วนการตายของพะยูนมาเรียม สัตวแพทย์หญิงดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ทำให้เกิดประโยชน์ต่องานวิชาการด้านสัตว์น้ำ ช่วยเหลือลูกสัตว์ทะเลหายากและกำพร้า ก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่มีมลภาวะขยะในท้องทะเล ควรจะจัดการอย่างไร ตลอดถึงการจัดการปัญหาขยะพลาสติก และจะส่งต่อไปถึงการดูแล ยามีล พะยูนน้อยวัย 4 เดือนที่ จ.ภูเก็ต เพื่อให้ปลอดภัยมากขึ้น   ด้าน น.ส. กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการเสียชีวิตของมาเรียมในครั้งนี้ ว่า ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เดินหน้าผลักดันโครงการมาเรียมโปรเจค เพื่อให้เกิดการกระทำที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น เรื่องรณรงค์การทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง รวมไปถึงการลด ละ เลิก การใช้พลาสติก ที่รณรงค์กันมาระยะหนึ่งแล้ว   ตอนนี้ด้วยกระแสของมาเรียมหวังว่าจะยิ่งช่วยให้เกิดความเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้จะร่วมกับกลุ่มคนรักมาเรียม จะทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้มาเรียมในวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคมนี้ ที่ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ส่วนกำหนดการมีอย่างไรจะได้แจ้งให้ ทราบอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4fFgoMyb6xY

 1,723
สังคม-อาชญากรรม
05 มี.ค. 62

รายการอาหารแจงดราม่าปลากระเบนนก มีขายตามท้องตลาด นักอนุรักษ์ชี้แม้ไม่ผิด กม.แต่ก็ไม่ควร

จากประเด็นดราม่าเมื่อรายการแข่งขันทำอาหารชื่อดัง ได้เลือกวัตถุดิบ เป็นปลากระเบน โดยให้ผู้เข้าร่วมแข่งขันรายการ นำปลากระเบน มาทำเป็นเมนู เพื่อเฟ้นหาคนที่จะเข้ารอบต่อไป จนเกิดเสียงวิจารณ์ในโลกออนไลน์   ต่อมาทางรายการได้ชี้แจงว่า "ในการนำเสนอวัตถุดิบปลากระเบน ในรายการมาสเตอร์เชฟประเทศไทยในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ปลากระเบนดังกล่าวคือ ปลายี่สน หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ปลากระเบนเนื้อดำ หรือปลากระเบนค้างคาว ถือเป็นวัตถุดิบพื้นบ้านที่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารในหลากหลายเมนู อาทิ  ปลายี่สนฟู  ปลากระเบนดำแดดเดียว ต้มยำเนื้อปลากระเบนดำ    โดยเฉพาะปลากระเบนหวาน ซึ่งมีขายแพร่หลายตามท้องตลาด รวมทั้งใน Website Shopping Online ทั่วไป อีกทั้งยังเป็นส่วนประกอบของอาหารไทย อาทิ ข้าวแช่โดยเป็นเครื่องข้าวแช่ที่เรียกว่า ปลายี่สนผัดหวาน ในปัจจุบันเมนูดังกล่าวยังติดอันดับ OTOP 5 ดาว ของจังหวัดเพชรบุรี อีกด้วย   ในความเป็นจริงแล้ว ปลายี่สน หรือปลากระเบนเนื้อดำนี้ ได้ถูกนำเสนอในรายการอาหารทางโทรทัศน์หลากหลายช่องมาโดยตลอด รายการมาสเตอร์เชฟ ประเทศไทยมิใช่รายการแรกที่นำเสนอวัตถุดิบชนิดนี้ ทางรายการฯ มีจุดยืนในการนำเสนอวัฒนธรรมการรับประทานอาหารและให้ความรู้ด้านต่างๆ ในการประกอบอาหาร   วัตถุดิบที่ใช้ในการถ่ายทำแต่ละครั้งคือวัตถุดิบทั่วไปที่ใช้ในการประกอบอาหารจริงและหาซื้อได้ในท้องตลาด รายการฯ ไม่มีนโยบายในการนำสัตว์ต้องห้ามมาเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร ดังนั้นหากมีวัตถุดิบพิเศษ ทางรายการจึงยึดพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เป็นบรรทัดฐานในการตรวจสอบทุกครั้ง     สุดท้ายนี้ ทางรายการขอขอบคุณทุกความคิดเห็น และจะนำข้อคิดต่างๆ ไปพัฒนารายการต่อไป"   ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า สถานะของกระเบนนกกับเต่ามะเฟืองนั้น ถือว่าเป็นสัตว์อนุรักษ์ที่ใกล้สูญพันธุ์เหมือนกัน แม้จะพบเจอแต่ก็น้อยมากในท้องทะเลไทย สำหรับกระเบนนกยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองในไทย ซึ่งการที่จะออกกฎหมายคุ้มครองสัตว์หายากทุกชนิดนั้น ต้องใช้เวลาและกระบวนการ อย่างไรก็ตามส่วนตัวไม่เคยเห็นว่ามีการเพาะเลี้ยงหรือเพาะพันธุ์กระเบนนกตามหลักประมงสัตว์น้ำแบบครบวงจรแต่อย่างใด   นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า การที่คนอยากทาน หรือชอบทานอะไรถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่กรณีที่เป็นรายการอาหาร ย่อมมีการโน้มน้าวหรือกระตุ้นให้คนอยากทานอาหารประเภทนั้นๆ ได้ ตามที่รายการระบุว่า เป็นปลายี่สน หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ปลากระเบนเนื้อดำ หรือปลากระเบนค้างคาว ซึ่งก็เป็นปลากระเบนนกด้วยเช่นกัน   ตามข้อมูลของสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือไอยูซีเอ็น จัดให้ปลากระเบนนกอยู่ในบัญชีแดง หรือเป็นสัตว์ที่ถูกคุกคาม หรือใกล้สูญพันธุ์ แต่ปลากระเบนนกยังไม่ได้ถูกจัดให้เป็นสัตว์สงวนและคุ้มครองของไทย การที่รายการอาหารนำปลาชนิดนี้มาให้ผู้แข่งขันทำอาหารจึงไม่ผิดกฎหมาย แต่มีความเหมาะสมหรือไม่   ด้านรองศาสตราจารย์สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ บอกว่า ปลากระเนมีหลายชื่อ ทั้งปลายี่สน กระเบนนก กระเบนค้างคาว เป็นหนึ่งในสัตว์ทะเลหายาก ปกติถ้าติดมากับอวนชาวประมง จะขอความร่วมมือให้ปล่อยกลับสู่ทะเล เพราะมันใกล้สูญพันธุ์ ชาวประมงก็ร่วมมือ แต่บางครั้งถ้ามันตายก็จะนำมาขาย ซึ่งข้อติดขัดทางกฎหมาย ทำให้กระเบนไม่ได้รับการคุ้มครอง การนำมาเลี้ยงหรือเพาะพันธุ์เป็นเรื่องยาก ต้องปล่อยให้โตตามธรรมชาติเท่านั้น   ในมุมของดาราหนุ่ม ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย ที่รักการดำน้ำ ได้โพสต์ไอจีแสดงความคิดเห็นว่า   “สำหรับนักดำน้ำคนที่รักทะเลกระเบนเป็นสัตว์ชนิดนึงที่สวยงามและใกล้จะสูญพันธุ์ ทุกอย่างเคยมีเยอะจนกระทั่งมนุษย์เลือกที่จะกินสิ่งมีชีวิตเกือบทุกอย่าง ( หมู เห็ด เป็ด ไก่ ก็น่าจะพอแล้ว ) #อยากแปลกไม่เเ-กคนละครับ บางชนิดเราก็ยังหากินกันได้ ถ้ามันมีเยอะถ้ากระกระเบนมันล้นโลกก็จับมากินกันเถอะครับเพื่อรักษาสมดุล”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6RygLco2t_I

 7,777
แชร์ออฟเดอะเดย์
01 มิ.ย. 61

คืบหน้าอาการ เต่าถูกฉมวกแทงทะลุกระดองในวันเต่าโลก ดีขึ้นกว่า 70% ตั้งชื่อ 'เจ้าเหล็กเสียบ'

จากกรณีพบเต่าถูกฉมวกแทงทะลุกระดอง ปลายฉมวกเสียบอยู่ที่ขาหลัง ได้รับบาดเจ็บในวันเต่าโลก โดยเรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจาก รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ซึ่งเบื้องต้นระบุว่าเต่าตัวนี้มีโอกาสรอดเพียงแค่ 51% เพราะแผลลึกและอักเสบมาก   ล่าสุด รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ได้โพสต์วิดีโอลงในเฟซบุ๊ก Nantarika Chansue เผยให้เห็นอาการล่าสุดของเต่าตัวดังกล่าว ซึ่งมีข้อความระบุว่า “ฉลองกัน! เจ้าเต่าเหล็กเสียบเดินได้ค่ะ ต่อไปจะเริ่มซ้อมวิ่งแข่งกับกระต่าย”   วานนี้ (31 พ.ค.) ทีมข่าวเรื่องเช้านี้เดินทางไปที่ ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่บสอบถามอาการล่าสุดเพิ่มเติม โดยได้พบกับทีมสัตวแพทย์ผู้รักษา นำโดย รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ, นสพ. นรภัทร โตวณะบุตร และ นสพ.ปฏินันท์ รุกขชาติ กำลังทำแผลให้เต่าตัวดังกล่าวอยู่ ซึ่งคุณหมอได้ตั้งชื่อให้เต่าตัวนี้ว่า ‘เจ้าเหล็กเสียบ’   และได้เปิดเผยอาการล่าสุดให้ทีมข่าวฟังว่า ขณะนี้ อาการของเจ้าเหล็กเสียบดีขึ้นมาก โอกาสรอดจากที่มีแค่ 51% ตอนนี้ มีมากถึง 70% แล้ว เจ้าเหล็กเสียบพยายามกินน้ำด้วยตัวเอง ร่าเริงขึ้น ไม่มีอาการซึมเหมือนตอนแรกซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี แผลข้างในที่ถูกเสียบทะลุกระดองตื้นขึ้นมาก ตอนนี้ลึกเพียงแค่ 5 เซนติเมตรเท่านั้น ส่วนแผลที่ขาก็ตื้นขึ้นเช่นกัน คาดว่า 1 อีกสัปดาห์อาการคงดีขึ้นจนสามารถพาออกไปเดินที่สนามหญ้าได้   ส่วนการให้อาหาร ยังไม่สามารถให้อาหารปกติได้ ต้องให้เป็นวิตามินและน้ำเกลือก่อน เพราะไม่แน่ใจว่าตอนถูกฉมวกเสียบไปนั้นโดนลำไส้หรือไม่ จึงไม่อยากให้ลำไส้ทำงานหนัก เพราะจะเกิดการอักเสบเพิ่ม ซึ่งคาดว่าอีกประมาณ 1 อาทิตย์ น่าจะได้รับข่าวดีเพิ่มเติม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0BiCgUsx4O0  

 2,590
แชร์ออฟเดอะเดย์
24 พ.ค. 61

ส่งใจช่วย เต่าถูกฉมวกแทงทะลุกระดองในวันเต่าโลก สัตวแพทย์คาดโอกาสรอด 51%

สัตวแพทย์หญิงนันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เคยรักษาเต่าออมสิน ได้โพสต์ภาพบนเฟซบุ๊ก Nantarika Chansue ของเต่าที่โดนฉมวกแทงทะลุกระดอง ในวันเต่าโลก 23 พ.ค.2561 มีข้อความระบุว่า   "เคสฉลองวันเต่าโลก! โดนฉมวกแทงทะลุกระดองบนผ่านเข้าช่องท้องเฉี่ยวปอดทะลุออกมาแทงขาหลังแล้วทะลุต่อไปยังช่องท้องด้านท้ายปักลงบนกระดองล่างบริเวณเชิงกราน....ปักแน่นมากต้องใช้คีมพยายามบิดดึงอยู่พักใหญ่กว่าจะออก...   ขนาดวางยาสลบแล้วยังเจ็บจนตื่น... พอเอาออกมาได้ก็หลับต่อ....   ทำแผลยากมากเพราะข้างในน่าจะติดเชื้อและแผลเล็กมาก ระบายไม่ได้ ต้องขยายแผลด้านล่างแล้วทำ seton ทั้งที่ท้องและขา อัดยาเต็มที่ แล้วสวดมนต์...   ขอบคุณคุณหมอปิ้ว หมออ้าย และน้องหมอฝึกงาน ช่วยกันทำและลุ้นกันจนจบค่ะ ต่อไปนี้ก็คงหนักที่หมอปิ้วนะคะ ... เพี้ยง! รอด!"   จากการสอบถามไปยังสัตวแพทย์หญิงนันทริกา เปิดเผยว่า ตอนนี้เต่ายังมีอาการซึมอยู่ มีโอกาสรอด 51% ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของเต่าเอง ถ้าร่างกายฟื้นฟูดี มีความพยุงตัวเองเข้ามาก็มีโอกาสหาย ใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อดูอาการอย่างใกล้ชิด ชี้เต่าตัวนี้ถูกแทงมานานนับอาทิตย์ ก่อนมาถึงมือหมอจนแผลเน่า พร้อมเผยตอนนี้เจอเต่าถูกทำร้ายในประเทศไทยเยอะมาก     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zjATlR8KMLA  

 6,512

Top