ค้นหา :

ผลการค้นหา "คนงานพม่า"

ข่าวภูมิภาค
13 ส.ค. 62

รุมจับหนุ่มเมียนมา ทำอนาจาร ด.ญ.ออทิสติก คาห้องน้ำตลาดสี่มุมเมือง

ปทุมธานี-ตำรวจ สภ.คูคต ได้รับแจ้งจากผลเมืองดีว่าได้ร่วมกันจับกุมตัวคนร้ายก่อเหตุละเมิดทางเพศเด็กหญิงออทิสติก ภายในห้องน้ำตลาดสี่มุมเมือง ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยประชาชนช่วยกันจับตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ทราบชื่อนายชาย สัญชาติเมียนมา และน้องแพร (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นออทิสติก จึงนำตัวมาสอบสวนเบื้องต้นที่ตู้ตำรวจประจำตลาดสี่มุมเมือง   จากการสอบถามญาติขอน้องแพร ให้การว่า ได้ออกตามหาเด็กหญิง หลังหายตัไวป จึงเดินไปที่หน้าห้องน้ำของตลาดพบว่าถูกล็อคจากด้านใน จึงได้เคาะประตูอยู่คนที่อยู่ด้านในห้องน้ำจึงเปิดออกมา ทราบชื่อนายชาย สัญชาติเมียนมา อายุ 24 ปี โดยมีน้องแพรอยู่ภายในห้องน้ำนั้นด้วย ผู้ก่อเหตุไม่ตอบแต่พยายามที่จะดันหนีออกมา ตนเองเลยสู้และใช้มือบีบคอและจับตัวเอาไว้ดันเข้าไปในห้องน้ำ ทำให้พบน้องแพรนั่งอยู่พื้นภายในห้องน้ำพบเสื้อผ้า กางเกงมีรอยยับ จากนั้นจึงรีบเรียกคนที่พักอยู่แถวนั้นมาช่วยกันจับและนำตัวส่งตำรวจ   จากการสอบถามแม่ของน้องแพร เล่าว่า ตนเองมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายข้าวแกง เมื่อเช้าก็ได้ลุกไปขายข้าวแกงตามปกติ ก็ไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นกับลูกสาวของตนเอง เพราะตนเองมาทำมาหากินที่นี้ 20 ปีแล้ว ส่วนน้องแพรนั้นได้ป่วยเป็นโรคทางสมอง จะคิดช้า ทำอะไรช้าไปกว่าคนธรรมดา ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชทุกเดือน   ส่วนนายชาย ผู้ต้องหาชาวเมียนมาให้การว่า ได้เข้ามาทำงานแค่ 10 วัน และได้รู้จักกับน้องผู้หญิงคนนี้จากเฟซบุ๊ก วันนี้เลยเข้าไปหาและได้พาน้องเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนล่วงละเมิดทางเพศจนกระทั่งมีคนเข้ามาช่วยเหลือ     ด้านตำรวจได้สอบสวนในเบื้องต้นเท่านั้นยังต้องส่งตัวเด็กไปตรวจร่างกายที่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ก่อนที่นำผู้ก่อเหตุมาสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง และยังไม่ปักใจเชื่อว่ารู้จักกันทางเฟซบุ๊ก ประกอบกับน้องป่วยมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับทางสมองด้วย ผู้ก่อเหตุอาจจะล่อลวงก็เป็นได้ และในเบื้องต้นแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aFj8N_G7m2k

 4,837
ข่าวภูมิภาค
20 ธ.ค. 61

รวบคนงานพม่า ฆ่ายกครัวเพื่อนร่วมชาติ 4 ศพ สลด นำร่างแม่กอดลูก 4 เดือน ใส่โลงเดียวกันตามความเชื่อ

จากกรณีเกิดเหตุสะเทือนขวัญ คนร้ายบุกฆ่ายกครัว 4 ศพ ภายในบ้านพักในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลแม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก โดยมีเด็กชายวัย 4 ขวบ และ เด็กชายวัย 4 เดือนเสียชีวิตรวมอยู่ในนี้ด้วย ซึ่งทั้งหมดเป็นแรงงานสัญชาติเมียนมา และทั้งหมดเสียชีวิตโดยการถูกไม้หน้าสามติดตะปูทุบไปที่บริเวณศีรษะและใบหน้าจนทั้ง 4 เสียชีวิตคาเตียงนอนและสระน้ำ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุด จนท. ได้มีการติดตามจับกุม นางทูนมิต หรือมุ่ย อายุ 60 ปี ภรรยาของนายส่วย และเป็น 1 ในกลุ่มผู้ต้องหาคดี ฆ่ายกครัวสะเทือนขวัญ   จากการสอบสวนเบื้องต้น นางทูนมิต ภรรยาของนายส่วย ยังแบ่งรับแบ่งสู้ในการร่วมก่อเหตุ แต่เผยว่าได้ก่อเหตุในช่วงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม ของวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ได้มีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง กับครอบครัวผู้เสียชีวิต ก่อนที่ตนกับนายส่วย สามี และเพื่อนแรงงานอีกหนึ่งคนชื่อนายซอซอ จะพากันหลบหนีความผิด ก่อนถูกจับกุมได้ในไร่อ้อย พื้นที่ชายแดน   ล่าสุดมีรายงานว่า นายส่วย และนายซอซอ หรือสุ่ย ผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุถูกจับกุมตัวได้แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดผาอ่าง รัฐกระเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ติดตามจับกุมทั้งคู่ได้ขณะหลบซ่อนอยู่ในหมู่บ้านคะเล ริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน โดยการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่เห็นรูปทั้ง 2 คนที่ถูกประกาศจับ จึงแจ้งตำรวจเข้าจับกุม ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศเทศเมียนมาอยู่ระหว่างสอบสวนทั้ง 2 คน   ขณะที่บรรยากาศงานศพครอบครัวผู้ตาย เจ้าหน้าที่ต้องนำศพคู่แม่กับลูกวัย 4 เดือนมาบรรจุในโลงศพเดียวกันตามความเชื่อท้องถิ่นที่แสดงถึงความรักของสองแม่ลูกที่เสียชีวิตในอ้อมกอดของผู้เป็นแม่จนวินาทีสุดท้าย และจัดสวด 1 คืนก่อนทำพิธีเผาศพ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/If50Olrqe3k

 5,545
ข่าวภูมิภาค
12 ธ.ค. 61

หนุ่มพม่าร่ำไห้ถูกหักอก จะฆ่าตัวตายกลางสี่แยก ตร.เข้ากล่อมบอกสาวๆมีอีกเยอะ เลยยอมลุก

ระนอง-พบหนุ่มเมียนมาวัยประมาณ 27 ปี มีอาการเมาสุรา ร่ำไห้กลางสี่แยกตลาดแขก ระนองธานี ต.เขานิเวศน์ อ.เมืองระนอง พยายามจะฆ่าตัวตายโดยให้รถวิ่งชน ตำรวจสายตรวจต้องเข้าระงับเหตุ   โดยมี ร.ต.อ.ธวัฒน์ ทองหยู รอง สวป.สภ.เมืองระนอง เข้ามาเจรจา เพื่อไม่ให้นั่งบนถนนกลางสี่แยก ให้ลุกขึ้นไปคุยกับอาจารย์ ซึ่งเป็นสรรพนามที่แรงงานชาวเมียนมา จะเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจระนองว่าอาจารย์ โดยจะพาไปนั่งคุยกันที่โรงพัก และสัญญาว่าจะไม่จับกุมตัวดำเนินคดี โดยนั่งอยู่ตรงนี้ไม่ได้ ก่อนเจ้าหน้าที่จะช่วยกันพยุงขึ้นนั่งบนท้ายรถยนต์กระบะ   จากการสืบสวนเบื้องต้น และเจรจากันที่ท้ายรถยนต์กระบะสายตรวจ ทราบว่าหนุ่มแรงงานชาวเมียนม รายนี้เป็นลูกเรือประมง แต่ถูกสาวเจ้าเพื่อนร่วมชาติที่เป็นสาวโรงงานแปรรูปอาหารทะเลหักอก จึงไปดื่มสุรา ก่อนจะมาก่อเหตุฆ่าตัวตาย ให้รถชนกลางสี่แยก   ร.ต.อ.ธวัฒน์ ต้องยืนปลอบว่า สาวๆมีเยอะแยะเลย อาจารย์อยากจะเลิกกับเมียทุกวันเลย แต่เมียไม่ยอมเลิก อาจารย์อยากจะหาใหม่ทุกวัน ชวนเลิกแต่เมียไม่ยอมเลิก ถ้าเมียเลิกอาจารย์จะดีใจจังเลย ผู้หญิงเยอะแยะ เราหาใหม่ได้ ไปตอนเมาคืนนี้เดี๋ยวคุยกันไม่รู้เรื่อง พรุ่งนี้ค่อยไปคุยกันนะ โอเคนะครับ จนหนุ่มลูกเรือประมงรายนี้ คลายกังวลลง จึงนำตัวไปสงบสติอารมณ์ และหายจากอาการเมาสุรา ที่ สภ.เมืองระนอง   ด้านมอเตอร์ไซค์รับจ้างผู้เป็นพลเมืองดี ที่มาประสบเหตุกับชาวบ้านอีก 2 รายกล่าวว่า ขณะเกิดเหตุ เห็นนั่งอยู่บนถนน ตนก็จอดรถจักรยานยนต์ลงมาถามว่า มานั่งอยู่ทำไม โดยมีพลเมืองดีอีกรายเข้ามาช่วยพูดคุย เบื้องต้นได้ความว่าเสียใจอยากจะฆ่าตัวตาย แล้วก็คุยว่าอย่านั่งตรงนี้มันอันตราย เพราตรงสี่แยกพอรถเลี้ยวก็อาจจะชนได้ทันที เพราะมองไม่เห็น มันอันตราย ก่อนจะรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาระงับเหตุ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ASnZQ5TcMMQ

 3,209
ข่าวภูมิภาค
13 พ.ย. 61

ระทึก ตร.รวบคนงานเมียนมาพกปืน-สะพายกระสุนพาดบ่า ตามหานายจ้างเก่า ยิงขึ้นฟ้า ทำชาวบ้านผวา

ปราจีนบุรี-มีชาวพม่า คือ นายซอ อายุ 32 ปี มีอาวุธปืนลูกซอง พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนมากสะพายพาดบ่า มาตามหานายสมบัติ โสภา นายจ้างเก่า พร้อมใช้อาวุธปืนลูกซองยิงข่มขู่ขึ้นฟ้าเป็นระยะๆ จำนวนหลายนัด จนทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปช่วยระงับเหตุ และติดตามจับกุมตัว   ด้านตัวแทนชาวบ้านบอกว่า นายซอ เป็นชาวพม่า ได้ออกจากบ้านไปเกือบเดือน แต่อยู่ดีๆ ก็มาถามหานายจ้างเก่าพร้อมพกปืนมาด้วย ก่อนใช้ปืนยิงขึ้นฟ้า จนเวลาผ่านไปนับชั่วโมง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า นายซอยังหลบซ่อนอยู่ในป่าช้าบริเวณด้านหลังของวัดเนินดินแดง   ทางชุดสืบสวน ภ.จว.ปราจีนบุรี จึงตัดสินใจเข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณป่าช้า จากด้านข้างไปจนจดเจดีย์ที่เก็บอัฐิ จากด้านหลังไปถึงด้านหน้าก็ยังไม่พบตัวของนายซอ ทางพระภิกษุในวัดได้ร้องขอให้จ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบบริเวณห้องน้ำ เนื่องจากคาดว่าคนร้ายจะหลบซ่อนอยู่ภายในห้องน้ำต่าง ๆ จากการตรวจค้นก็ไม่พบตัวนายซอ แต่อย่างใด   ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจู่โจมเข้าจับกุมตัวนายซอได้ที่บริเวณข้างประตูทางเข้าหน้าวัด พร้อมอาวุธปืนลูกซอง แบบพับฐาน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 17 นัด และจากการตรวจรางกายพบว่า นายซอถูกกระสุนเข้าที่บริเวณ ด้านหลังขวา จำนวน 1 นัด กระสุนฝังใน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาพยาบาลต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RAzqey8TWaQ

 4,222
สังคม-อาชญากรรม
28 ก.ย. 61

สลด ไฟไหม้บ้านสัตวแพทย์ 2 ลูกสาวกอดกันเสียชีวิต คนงานพม่าพังเหล็กดัดเข้าช่วยแต่ไม่ทัน

เกิดเหตุเพลิงไหม้ ภายในหมู่บ้านซื่อตรง ซอย14 ถนนสุวินทวงศ์29 แขวงลำผักชี เขตหนองจอก โดยในที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นปลูกติดกันกับโรงพยาบาลสัตว์ซื่อตรง ซึ่งเป็นอาคารปูนชั้นเดียว นอกจากนี้ในรั้วเดียวกันยังมีอาคารต่อเติมด้านหลังโรงพยาบาลสัตว์ เป็นอาคารเหล็ก 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักสัตว์ที่มารักษาด้านล่างและเป็นที่พักคนงานด้านบน เพลิงได้ลุกไหม้บ้านพักอาศัย 2 ชั้น ซึ่งเป็นอาคารปูนด้านบนเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด   จากการตรวจสอบภายในพบศพเด็กหญิงจำนวน 2 ราย ทราบชื่อ น.ส.ธารวีธ์ (มีน) โภคานิตย์ อายุ 16 ปี และ ด.ญ.นิชชานีร์ (มีมี่) โภคานิตย์ อายุ 13 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณชั้น 2 บ้านพักคนงาน   จากการสอบสวนคนงานชาวพม่า ทราบว่าก่อนเกิดเหตุพักอาศัยอยู่บริเวณบ้านพักคนงาน กระทั่งเวลา 05.00 น.ได้ลุกขึ้นมาตามปกติ เพื่อทำความสะอาด แต่ได้กลิ่นและพบเห็นเพลิงไหม้ภายในตัวบ้านหลังใหญ่ จึงตะโกนและพยายามที่จะเข้าไปในตัวบ้าน แต่ประตูล็อคจากข้างใน จนกระทั่งได้ยินเสียงคนกระโดดจากชั้น 2 ลงมาด้านล่างบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นคุณหมอเจ้าของบ้านและภรรยา   คนงานพร้อมเพื่อนอีก 2 คน จึงพยายามเข้าไปช่วยน้อง 2 คน ซึ่งเป็นลูกของคุณหมอ ที่อยู่ภายในห้องนอนเพราะไฟลุกไหม้จากด้านล่าง บริเวณบันไดทางขึ้นชั้นสอง ซึ่งคาดว่าน้องทั้งสองยังไม่สามารถลงมาได้ โดยใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำห่อตัวกระโดดจากชั้น 2 ของอาคารที่พักคนงาน เข้าไปยังตัวบ้านชั้นที่ 2 ก่อนใช้ค้อนพังเหล็กดัดเข้าไปภายในห้อง เมื่อเข้าไปถึงพบเด็กนั่งกอดกันอยู่บริเวณหน้าประตู จึงอุ้มและนำตัวออกมาก่อน แต่เมื่อมาถึงอาคารที่พักพบว่าเด็กทั้ง 2 เสียชีวิตแล้ว   จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าบ้านหลังดังกล่าวมีการดัดแปลงเปิดเป็นโรงพยาบาลสัตว์ซื่อตรง โดยมี นายสัตวแพทย์ชาติชัย โภคานิตย์ พ่อของน้องที่เสียชีวิตเป็นเจ้าของ และมี สัตวแพทย์หญิงกันยวีร์ สุจิพงศ์ เป็นภรรยา ทั้งคู่ได้กระโดดลงบ่อปลา ขณะที่ฝ่ายชายถูกไฟคลอกตามร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนฝ่ายหญิงบาดเจ็บเล็กน้อย พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร บริเวณเบรกเกอร์ด้านล่าง ก่อนไฟไหม้ลุกลามบันไดและชั้นที่ 2 อย่างไรก็ตามต้องรอให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง   ขณะที่ทีมข่าวได้สำรวจพื้นที่ภายในหมู่บ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งต่างจับกลุ่มวิจารณ์ถึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่ภายในบ้านได้มีสัตวแพทย์ ซึ่งทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลที่เกิดเหตุ ได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบพร้อมเก็บหลักฐานเพื่อนำไปให้กับนายสัตวแพทย์เจ้าของโรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้พักรักษาตัว เนื่องจากได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 คน รู้สึกหดหู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเสียใจกับการทราบข่าวการจากไปของน้องมีน และน้องมีมี่   ส่วนนายมิว คนงานชาวเมียนมา ที่เข้าไปช่วยเหลือน้องมีน และน้องมีมี่ เปิดใจ หลังเปลี่ยนใจที่จะไม่เข้าไปเยี่ยมเจ้านายทั้งสอง เพราะกลัวถูกถามถึงน้องทั้ง 2 คน ซึ่งตนเองทำใจไม่ได้ พร้อมเผยว่า น้องทั้ง 2 คน ตนเองเลี้ยงเติบโตมาด้วยกัน ระหว่างเกิดเหตุได้กลิ่นไฟไหม้ และเห็นแสงเพลิง จึงเรียกคนงานเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ แต่ประตูถูกล็อก   ทำให้ตัดสินใจกระโดดข้ามหลังคา และใช้ค้อนทุบหน้าต่างที่ติดเหล็ดดัด เพื่อเข้าช่วยเหลือทั้ง 2 คน ที่อยู่นอนอยู่ในห้องเดียวกัน ขณะเข้าไปในห้องพบทั้ง 2 คนนั่งอยู่ที่มุมห้องในสภาพไม่ได้สติ และไม่รู้ว่าเสียชีวิตหรือไม่ ก่อนที่จะใช้ผ้าห่มคลุมนำน้องทั้ง 2 คนออกมา ซึ่งขณะเล่าเหตุการณ์ นายมิว ถึงกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ไม่สามารถช่วยเหลือไว้ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fMqgJWEKtqw  

 12,862
ข่าวภูมิภาค
23 ส.ค. 61

แม่แค้นคนงานพม่าข่มขืนลูกสาว ลอบฆ่ามัดถ่วงน้ำ

ชลบุรี-จากกรณีพบศพหนุ่มคนงานชาวพม่าลอยอืดในสระน้ำ โรงงานผลิตไม้พาเลทในพื้นที่อำเภอบ้านบึง สภาพศพมีทั้งไม้และถังมัดถ่วงน้ำด้วยเชือกติดที่ลำตัวในบ่อน้ำขุดขนาดใหญ่ประมาณ 1 ไร่ มีหญ้าปกคลุม ที่คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 3 วัน ทราบชื่อคือนายอู เป็นชาวพม่า อายุ 38 ปี   ต่อมา ตร.คุมตัวนางหนู อายุ 40 ปี ชาวพม่า ซึ่งเป็นคนงานและญาติพักอาศัยอยู่ห้องเดียว มาทำแผนประกอบรับสารภาพ ที่ยอมรับเป็นคนลงมือฆ่า โดยได้ใช้เหล็กตีเข้าหัว และใช้สายไฟรัดคอจนหมดอากาศหายใจภายในห้องที่ผู้ตายกับตนอยู่ จากนั้นได้ใช้โสร่งคล้องกับตัวแล้วลากไว้ข้างบ่อน้ำในช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 16 สิงหาคม 2561   และได้ใช้ท่อนไม้ผูกติดกับมือทั้ง 2 ข้าง และผูกกระป๋องสีถ่วงให้จมน้ำ ก่อนที่จะนำพาสปอร์ต และโทรศัพท์ของนายอู ผู้ตายไปเผาในเตาอบไม้ แล้วไปบอกกับเพื่อนคนงานด้วยกันว่านายอูกลับบ้านไปแล้ว จนตำรวจทำการสอบสวนกับทางลูกสาวผู้ต้องหาได้เล่าว่าแม่เป็นคนทำ   จากการสอบสวนผู้ต้องหาแล้ว ให้การรับสารภาพว่า ไม่ได้ตัดอวัยวะผู้ตายก่อนทิ้งน้ำ จึงคาดว่าอาจจะมีสัตว์ที่อยู่ในน้ำแทะกินไป ส่วนสาเหตุการโกรธแค้นมาจากในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผู้ต้องหากลับบ้านและทิ้งให้ลูกสาวอยู่ตามลำพังกับผู้ตาย ซึ่งเป็นญาติ   แต่พอกลับมาลูกสาวบอกว่าถูกข่มขืน จึงทำให้เกิดความแค้นเรื่อยมา และหาโอกาสที่จะฆ่าทิ้งหลายครั้ง จนสบโอกาสที่ผู้ตายเมากลับมานอนในห้อง จึงลงมือฆ่าในช่วงที่คนงานออกไปทำงานกันหมด และนำศพไปทิ้งน้ำในช่วงกลางดึก หลังจากนั้นก็ทำงานปกติ จนมาถูกตำรวจจับกุมดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KVnmTiKVVk4

 20,715
ข่าวภูมิภาค
28 มิ.ย. 61

คนงานพม่าผวาจระเข้ 2 เมตรโผล่คลอง รุมตีหัวแตกเลือดอาบ ตายสลด

ชลบุรี-คนงานเมียนมาผวา เจอจระเข้ยาว 2 เมตร น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม โผล่จากคลองสาธารณะหลังหมู่บ้านใน ศรีราชา ก่อนช่วยกันรุมตีที่หัว จนเห็นกะโหลก มีเลือดไหลออกมา   สอบถามคนไทยผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะขับรถเข้าบริษัทโดยผ่านถนนเส้นเป็นประจำ ขับรถมาถึงเกิดเหตุเห็นจระเข้วิ่งขึ้นจากคลองสาธารณะ โดยมีคนงานชาวพม่าวิ่งไล่จับ จระเข้พยายามจะวิ่งลงคลอง แต่ก็ไม่พ้นถูกคนงานพม่ารุมจนแน่นิ่ง ก่อนจะลากมาวางไว้ข้างกำแพง ขณะที่คนงานต่างแยกย้ายกันกลับบเข้าแคมป์   ตนเองจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ ต่อมาพบว่าจระเข้สิ้นใจแล้ว ทั้งนี้เมื่อเดินสำรวจที่คลองสาธารณะ พบว่ามีความยาวหลายกิโลเมตร ไม่ทราบจระเข้มาอาศัยอยู่ได้ยังไง คาดว่าไม่น่าจะมีตัวเดียว ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บซากจระเข้ไปเพื่อทำลายด้วยวิถีฝั่งกลบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-22sFQ-RlK0

 20,191
ข่าวภูมิภาค
12 มิ.ย. 61

ไฟไหม้หอพักคนงานโรงงานสับปะรด วอด 15 ห้อง โชคดี พนง.ทำโอทีเลยไม่มีคนเจ็บ

ประจวบคีรีขันธ์-เกิดเหตุเพลิงไหม้หอพักคนงานของบริษัท อุตสาหกรรมสับปะรดกระป๋องไทย จำกัด ตั้งอยู่หลังวัดเขาน้อยล่าง ม.2 ต.เขาน้อย อ.ปราณบุรี ต้องระดมรถดับเพลิงจากหลายหน่วยงานมาช่วยสกัดเพลิง      โดยจุดที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบว่าเป็นหอพักคนงานลักษณะบ้านชั้นเดียวปลูกติดกันหลายห้อง แบ่งออกเป็นห้องๆเล็กกั้นด้วยไม้อัด จำนวน 46 ห้อง โดยมีคนงานพักรวมอยู่ประมาณ 50 คน ของโรงงานสับปะรดกระป๋อง เพื่อให้พนักงานที่เป็นแรงงานชาวพม่าอยู่อาศัย โดยปลูกมานานหลายสิบปี   พบว่าต้นเพลิงมาจากลางหอพัก ซึ่งหอพักสร้างด้วยไม้เก่าจึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี โดยไฟกำลังลุกไหม้บริเวณกลางหอพักอย่างรุนแรง และลุกลามขึ้นบนหลังคาอย่างรวดเร็ว และมีเสียงดังจากภายในเป็นระยะ แต่พบว่าขณะเกิดเหตุไฟไหม้ไม่มีคนงานพักอาศัยอยู่ภายในหอพักเพราะกำลังทำงานล่วงเวลาหรือโอทีอยู่ ทำให้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต   จนท.ใช้เวลาฉีดน้ำสกัดไฟอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบเพลิงได้ ตรวจสอบพบว่าไฟไหม้เสียหายไปประมาณ 15 ห้อง ซึ่งทรัพย์สินที่เสียหายส่วนใหญ่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนอน และเสื้อผ้า   ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า ขณะนั่งคุยกันอยู่ที่หน้าบ้านใกล้หอพักก็สังเกตไปควันไฟลอยขึ้นมาที่หอพักไม่นานก็มีไฟลุกขึ้นมาอย่างรุนแรง ด้วยความตกใจจึงรีบตะโกนบอกเพื่อนบ้านใกล้เคียงว่า มีไฟไหม้หอพัก ก่อนรีบโทรศัพท์เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบดังกล่าว ความเสียหายขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_YOLqXe80Qc

 2,751
สังคม-อาชญากรรม
24 พ.ค. 61

สาวคนงานเมียนมาโดดสะพานซังฮี้ประชดแฟน เพื่อนคนงานลงช่วยจมน้ำดับคู่

เกิดเหตุชายหญิงพลัดตกจากสะพาน และมีพลเมืองดีกระโดดลงไปช่วย ก่อนจมหายไปด้วยกัน ที่บริเวณกลางสะพานกรุงธน (ซังฮี้) แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม. โดยมีคลิปจากกล้องมือถือที่ผู้เห็นเหตุการณ์ถ่ายไว้ได้ ขณะที่ชายพลเมืองดีลงไปช่วย ก่อนที่จะจมหายไปทั้งคู่   โดยผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า มานั่งตกปลาอยู่บริเวณท่าน้ำ ได้ยินเสียงดังตูมจากกลางสะพาน ตอนแรกคิดว่าคนเล่นน้ำ ตนจึงหันไปถามรุ่นน้องว่าตกน้ำ หรือเล่นน้ำ จากนั้นสักครู่ก็ได้มีชายอีกคนหนึ่งกระโดดลงไปในน้ำ และว่ายไปประชิดตัวหญิงสาว ประมาณ 2 นาที ทั้งคู่ก็จมหายไป ต่อมามีชายคนงาน จำนวน 3 คนกระโดดไปช่วยแต่ไม่ทันการณ์ ทั้งคู่ถูกกระแสน้ำพัดจมหายไปทั้งคู่   ต่อมาเจ้าหน้าที่ใช้ชุดประดาน้ำลงไปงมค้นหาบริเวณกลางแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีผู้พบเห็นครั้งสุดท้าย กว่า 2 ชั่วโมง จนกระทั่งพบร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 อยู่ในสภาพกอดคอกันอยู่ที่ก้นแม้น้ำลึกถึง 10 เมตร ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร   ทราบชื่อต่อมา ชื่อ นายไซบะอ่อง หรือ แสง อายุ 20 ปี สภาพศพโพกผ้าสีดำบนศีรษะ สวมเสื้อยืดคอกรมแขนยาว สีน้ำเงิน ของห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.กีรติ นุ่งกางเกงยีนส์ ส่วนฝ่ายหญิงชื่อ น.ส.ขิ่น อายุ 22 ปี สวมเสื้อยืดคอปกแขนสั้น สีเทา นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ซึ่งทั้งสองรายเป็นคนงานชาวเมียนมาที่กำลังทาสีซ่อมแซ่มสะพานกรุงธน   จากการสอบสวน นายปาน อายุ 31 ปี ชาวเมียนมา ให้การว่า ตนเป็นแฟนหนุ่มของ น.ส.ขิ่น เป็นคนงานก่อสร้างซ่อมแซมสะพานซังฮี้ โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้มีปากเสียงกับ น.ส.ขิ่น เนื่องจากแฟนสาวมีรอยช้ำบริเวณคอด้านซ้าย จึงได้สอบถามว่ารอยซ้ำดังกล่าวเกิดจากอะไร จนกระทั่งมาถึงไซต์งานก่อสร้าง ตนก็ยังพยายามถามสาเหตุดังกล่าว    ทาง น.ส.ขิ่นขู่ว่าถ้าพูดไม่รู้เรื่อง จะกระโดดน้ำ ตนก็ไม่คิดว่าแฟนสาวจะทำจริง ชั่ววินาทีเดียวแฟนสาวก็กระโดดลงไปในน้ำ แต่ตนว่ายน้ำไม่แข็ง จึงวิ่งไปเอาเสื้อชูชีพเพื่อจะเอามาใส่ และจะกระโดดลงไปช่วย แต่นายแสง ซึ่งเป็นเพื่อนของตนอาสากระโดดลงไปช่วยก่อน ตนจึงได้แต่ยืนดูเหตุการณ์ เห็นทั้งคู่ลอยไปไกลประมาณ 100 เมตร ก่อนจะจมหายไป   เบื้องต้นทางตำรวจสันนิษฐานสาเหตุจากการหึงหวง ก่อนฝ่ายหญิงจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย แต่อย่างไรก็ตามต้องทำการสอบสวนพยานแวดล้อม รวมทั้งรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริง ก่อนจะให้ญาตินำศพไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/43a0Y2UVAWo    

 8,935

Top