ค้นหา :

ผลการค้นหา "ขึ้นค่าโดยสาร"

เศรษฐกิจ
08 ส.ค. 62

ไฟเขียวขึ้นค่าแท็กซี่ ถ้ารถติดคิดนาทีละ 3 บาท - ขึ้นค่าเซอร์ชาร์จแท็กซี่สนามบินเป็น 70 คิดค่ายกกระเป๋าถ้าเกิน 2 ใบ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารกรมการขนส่งทางบก หารือผู้ประกอบการแท็กซี่และแท็กซี่สุวรรณภูมิ เพื่อพิจารณาข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการ โดยก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคมรับเรื่องและให้กรมการขนส่งทางบกทำรายละเอียด 1 เดือน   โดยผู้ประกอบการสรุปข้อเรียกร้องเหลือ 4 ข้อ คือ ขอปรับขึ้นค่าโดยสาร เพื่อลดภาระการขอยกเลิกใช้แท็กซี่ OK ที่มีการเก็บค่าใช้ระบบจากผู้ขับรายเดือนคนละ 350 บาท การขอขยายอายุจดทะเบียน จาก 9 ปี เป็น 12 ปี รวมทั้งขอขึ้นค่าเซอร์ชาร์จและค่าขนสัมภาระของแท็กซี่ที่วิ่งให้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ   ภายหลังการหารือ ทั้ง 2 ฝ่ายได้ข้อสรุปที่ผู้ประกอบการแท็กซี่และกรมการขนส่งทางบกที่ทำข้อมูลมา โดยในส่วนค่าโดยสารที่เก็บตามมิเตอร์นั้น ค่าโดยสารเริ่มต้นปัจจุบันเก็บ 35 บาท ขอเป็น 40 บาทนั้น ส่วนนี้จะยังคงไว้ที่ 35 บาท แต่จะอนุมัติให้ปรับขึ้นสำหรับค่าโดยสาร กม.ที่ 1-10 จาก กม.ละ 6 บาท เป็น 6.50 บาท   ส่วนค่าโดยสารที่เก็บตามมิเตอร์ตั้งแต่ กม.ที่ 10-20, 20-40, 40-60, 60-80 และ 80 กม.ขึ้นไปยังคงเก็บอัตราเดิม   ส่วนค่าเซอร์ชาร์จแท็กซี่สุวรรณภูมินั้น จะอนุมัติให้ปรับจาก 50 เป็น 70 บาท และค่าขนกระเป๋าสัมภาระก็จะอนุมัติให้เก็บค่าบริการใบละ 20 บาท สำหรับกระเป๋าที่มีความกว้าง 26 นิ้วขึ้นไป โดยจะเก็บตั้งแต่ใบที่ 3 (2 ใบแรกยกฟรี)   ทั้งนี้ การปรับราคาค่าโดยสารดังกล่าวจะมีผลภายในระเวลา 1 เดือน ซึ่งเป็นกรอบเวลาที่ผู้ประกอบการแท็กซี่ได้ยื่นข้อเรียกร้องขอให้ภาครัฐ ยกเลิกแอพพลิเคชั่น แท็กซี่ OK โดยกรมการขนส่งทางบกจะต้องพัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่ทดแทนเพื่อให้สามารถเชื่อมต่อระบบ GPS ตรวจสอบพฤติกรรมรถแท็กซี่แต่ละคันได้โดยแท็กซี่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม โดยให้กรอบเวลาในการพัฒนาแอพฯ ใหม่ ภายใน 1 เดือนต้องแล้วเสร็จ จากนั้นจะยกเลิกแอพฯ แท็กซี่ OK   นอกจากนี้ ยังอนุมัติให้ผู้ประกอบการแท็กซี่ส่วนบุคคล สามารถจดทะเบียนเป็นแท็กซี่ VIP ได้หลังจากที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกออกกฎหมายบังคับให้ผู้ที่จะให้บริการจะต้องทำการจดทะเบียนในนามนิติบุคคลเท่านั้น แต่ต้องพัฒนามาตรฐานรถที่จะนำมาใช้จดทะเบียนตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ รวมถึงอนุมัติขยายอายุการใช้งานรถแท็กซี่ในระบบจาก 9 ปี เป็น 12 ปี โดยมีเงื่อนไขว่าหลังจากนี้การตรวจสภาพแท็กซี่ที่ให้บริการจะเข้มข้นตั้งแต่ปีแรก โดยรถคันใดไม่ผ่านแม้จะจดทะเบียนปีแรกก็ต้องออกจากระบบ   ส่วนกรณีข้อเรียกร้องที่ผู้ประกอบการขอให้ดำเนินคดีกับบริษัทแกร็บนั้น กรมการขนส่งทางบกนำหลักฐานให้แท็กซี่ทราบว่าเคยมีการแจ้งดำเนินคดีกับบริษัทในข้อหาเชิญชวนให้ผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนรถสาธารณะมาวิ่งให้บริการรถแท็กซี่ ซึ่งการดำเนินคดีดังกล่าวได้ปรับไปแล้ว 4,000 บาท และหลังจากนี้หากมีปัญหาต้องการแจ้งความดำเนินคดี ก็สามารถทำได้เป็นรายกรณีไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8eNbkhWTGd4

 4,993
สังคม-อาชญากรรม
27 เม.ย. 62

ศาลยกคำร้องปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถเมล์

จากกรณีที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ไปยื่นต่อศาลปกครอง ให้ไต่สวนฉุกเฉินทุเลาคำสั่ง ขึ้นค่าโดยสารรถเมล์นั้น ปรากฎว่าศาลยกคำร้อง โดยให้ความเห็นว่า เมื่อคำนึงถึงเหตุผลความจำเป็นของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ที่มีมติเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการบริการสาธารณะต่อไปได้ และเพื่อการปรับปรุงการบริการสาธารณะที่ดีขึ้น รวมไปถึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติก็ได้ปรับราคาขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้จึงฟังได้ว่า การออกคำสั่งขึ้นค่ารถเมล์ ชอบด้วยกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/Tzu_h1sI7cM

 3,258
สังคม-อาชญากรรม
26 เม.ย. 62

หนุ่มหัวร้อนตบกระเป๋ารถเมล์ ฉุนถูกเรียกเก็บค่าโดยสารเพิ่มในราคาใหม่ ตร.เตรียมออกหมายเรียก

หลังจากที่มีการปรับราคาค่าโดยสารรถเมล์ ไปเมื่อต้นสัปดาห์ ล่าสุดเกิดเหตุการณ์ที่หนุ่มหัวร้อนคนหนึ่ง ไม่พอใจกระเป๋ารถเมล์ที่เรียกเก็บค่าโดยสาราคาใหม่ ถึงขั้นตบหน้ากระเป๋ารถเมล์   โดยกล้องวงจรปิดในรถเมล์สาย 95 สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ได้ จะเห็นว่ากระเป๋ารถเมล์ผู้หญิงเดินเก็บค่าโดยสาร ในรถตามปกติ แต่พอมาถึงชายเสื้อแดงคนนี้ ก็มีการเก็บค้าโดยสารปกติ แต่อยู่ดีๆ ชายเสื้อแดงคนนี้ ก็ตบเข้าที่ใบหน้ากระเป๋ารถเมล์จนหน้าหัน แล้วก็มีเพื่อนของชายคนนี้เข้ามาห้าม ตอนช่วงชลมุนผู้โดยสารคนอื่นๆก็ลงจากรถ   เหตุเกิดช่วงรามอินทรา กม.4 ถนนรามอินทรา ขาเข้า มุ่งหน้าวงเวียนบางเขน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.เมื่อเวลา 07.45 น.วันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ อู่รถเมล์ สาย95 พูดคุยกับนางนันธีรา เทียนถาวรกิตติ์  หัวหน้ากลุ่มงานปฏิบัติการเดินรถ เขตการเดินรถที่1 กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 22 เม.ย.2562 นางสนธิ์ ใจผา กระเป๋ารถเมล์ สาย 95 ผู้เสียหาย ซึ่งทำหน้าที่เก็บเงินตามปกติ พอเจอชายที่ทำร้ายส่งเงินค่าโดยสารให้ ราคา 6.50บาท กระเป๋ารถเมล์จึงแจ้งว่า ค่าโดยสารมีการปรับราคาแล้ว เป็น8บาท แล้วยื่นเงิน 6.50 คืนไป ชายดังกล่าวก็ตอบว่า พูดกับกูดีๆ กูมีเงิน แล้วก็ตบเข้าที่ใบหน้าตามคลิป   ทางด้านนางสนธิ์ ใจผา อายุ 54 ปี กระเป๋ารถเมล์ผู้เสียหายยืนยันว่า พูดจาสุภาพ และไม่ได้ด่าทอชายที่ก่อเหตุ แต่อยู่ดีๆก็มาทำร้าย ซึ่งตั้งแต่ประกาศแรับค่าโดยสารมาก็จะแจ้งผู้โดยสารบางคนที่ยังจ่ายราคาเดิม ทุกคนก็เข้าใจไม่มีปัญหา   ทางด้านโชเฟอร์รถเมล์สาย 95 เพื่อนร่วมงานผู้เสียหาย บอกว่า การปรับขึ้นราคา ส่วนใหญ่ผู้โดยสารเข้าใจแต่ก็มีบ้างบางส่วนที่ยังจ่ายราคาเดิม  ถึงแม้จะแจ้งราคาใหม่แล้ว ก็จะจ่ายราคาเดิม ทางกระเป๋ารถเมล์ก็ต้องรับไว้ และต้องออกส่วนต่างเองเพราะ ตั๋วโดยสารตีเป็นราคาใหม่แล้ว จึงขอฝากประชาชนที่โดยสาร ยอมรับและจ่ายกับค่าโดยสารอัตราใหม่   สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กลุ่มโชเฟอร์และกระเป๋าเล่าว่า ชายที่ก่อเหตุนั้น เคยทำร้ายร่างกายกระเป๋า รถเมล์ สาย107 มาแล้ว เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยเตะเข้าที่ใบหน้า ขณะที่นั่งเล่นมือถือที่อู่ โดยที่กระเป๋ารถเมล์คนนี้ไม่ได้พูดคุยใดๆกับชายคนนี้มาก่อน   ทางด้าน พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ รอง ผกก.สส.สน.บางเขน  กล่าวว่า จาการสอบสวน ขณะนี้รู้ตัวชายที่ก่อเหตุแล้ว ซึ่งจะเรียกตัวมาสอบสสนดำเนินคดี เพราะเป็นการทำร้ายร่างกายซึ่งหน้า แต่หากไม่มาพบก็จะออกหมายเรียก และหมายจับตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/r1yPJERxJTg

 17,095
เศรษฐกิจ
25 เม.ย. 62

คมนาคมแจงตรึงค่ารถเมล์ตั้งแต่ปี 58 ต้องขึ้นเพราะค่าก๊าซลอยตัว ยันปี 63 ปรับอีก

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงกรณีที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ ขึ้นค่าโดยสารเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ยันตรึงค่าโดยสารมาตั้งแต่ปี 2558 พร้อมเผยสาเหตุที่ต้องปรับขึ้นราคารถเมล์ มาจาก 2 เหตุผล คือ   1.กระทรวงพลังงาน มีนโยบายลอยตัวราคาก๊าซธรรมชาติ ปัจจุบันค่าก๊าซที่ขายให้รถขนส่งสาธารณะอยู่ที่ 19.01 บาท/กิโลกรัม ซึ่งจะมีการปรับราคาขึ้น 3 บาทเป็น 22.01 บาท/กิโลกรัม แบ่งการปรับขึ้นราคาไตรมาสละ 1 บาท ภายในปีนี้ และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่เคยมีนโยบายช่วยอุดหนุนราคาพลังงาน 3 บาท/ลิตร จะงดการสนับสนุนในเดือน พ.ค.นี้   2.ในปี 2558-2559 มีการว่าจ้างที่ปรึกษาศึกษาเรื่องต้นทุนค่าประกอบกิจการของ ขสมก.และรถร่วม พบว่าต้นทุนด้านต่างๆ มีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งได้นำเสนอคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางไปแล้ว   อย่างไรก็ตามจะมีการปรับราคาขึ้นอีกระลอก ในวันที่ 22 เมษายน 2563 เนื่องจากการปรับราคาในปี 62 ยังไม่เต็มเพดาน เพราะราคาก๊าซยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง ซึ่งหากมีการราคาเต็มเพดาน จะทำให้ประชาชนต้องใช้เงินอย่างต่ำ 10 บาท จึงจะโดยสารรถเมล์ร้อนได้   ทั้งนี้ต้องจับตาวันที่ 26 เม.ย.2562 ว่าศาลปกครองจะสั่งคุ้มครองชั่วคราวการขึ้นค่าโดยสารหรือไม่ หลังนายศรีสุวรรณ จรรยา ได้ยื่นเรื่องให้ศาลวินิจฉัย   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดถึงกรณีการปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ ว่าไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลที่ทำหลังการเลือกตั้ง แต่เป็นมติของคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลางได้พิจารณา ซึ่งจะต้องปรับปรุงระบบบริการให้ดีขึ้น พร้อมมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมประเมิน เพื่อหามาตรการลดผลกระทบของประชาชนให้ได้มากที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NpnB_Oipyak

 3,025
เศรษฐกิจ
22 เม.ย. 62

ขสมก.ยันปรับค่าโดยสารรถเมล์-รถ บขส.เริ่ม 22 เม.ย.62 และอีกครั้งปี 63

ขสมก. ยังยืนยันจะปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ในวันที่ 22 เมษายน 2562 เช่นเดิม เนื่องจากเป็นมติของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง แม้ก่อนหน้านี้นายศรีสุวรรณ จรรยา ได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ระงับการปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ทั้งระบบ   สำหรับการปรับขึ้นค่าโดยสารของ ขสมก. นั้น จะทยอยปรับเป็น 2 ช่วง เพื่อบรรเทาผลกระทบให้ผู้โดยสาร โดยจะททอยปรับเป็น 2 ครั้ง คือ ปรับครั้งแรกในวันพรุ่งนี้ (22 เม.ย. 2562) และปรับครั้งที่ 2 ในวันที่ 22 เม.ย. 2563 หรือ ปีหน้า   สำหรับการปรับราคาค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก. ในวันพรุ่งนี้ (22 เม.ย.) มี ทั้งสิ้น 3 ประเภท   1.รถเมล์เก่า ที่เป็นรถเมล์ร้อนจะปรับขึ้นจาก 6.50 บาท เป็น 8 บาท และช่วงวันที่ 22 เม.ย. 2563 จะปรับขึ้นอีกครั้งเป็น 10 บาท   2.รถเมล์แอร์ (ครีมน้ำเงิน) จะปรับขึ้นจากเดิม 10-18 บาทเป็น 12-20 บาท และช่วงวันที่ 22 เม.ย. 2563 จะปรับขึ้นอีกครั้งเป็น 13-21 บาท   และ 3.รถเมล์แอร์จะปรับขึ้นจาก 11-23 บาท เป็น 13-25 บาท และช่วงวันที่ 22 เม.ย. 2563 จะปรับขึ้นอีกครั้งเป็น 14-26 บาท   สำหรับรถเมล์ร่วม ขสมก. ซึ่งเป็นรถของเอกชนจะปรับขึ้นค่าโดยสารเพียงครั้งเดียวในวันที่ 22 เม.ย. นี้ แบบเต็มเพดาน ตามที่คณะกรรมการขนส่งทางบกกลางกำหนด โดยรถเมล์ร้อน จะปรับขึ้น 1 บาท จาก 9 บาท เป็น 10 บาท ส่วนรถเมล์แอร์จะปรับจาก 13-25 บาท เป็น 14-26 บาท   นอกจากนี้รถทัวร์รถร่วม บขส. ให้ปรับราคาขึ้นไม่เกิน 10 % แบ่งเป็น 4 ช่วง ประกอบด้วย   ระยะทาง 40 กิโลเมตร(กม.) แรก เดิม 0.49 บาทต่อ กม. เป็น 0.53 บาทต่อ กม.   ระยะทาง 40-100 กม. เดิม 0.44 บาทต่อกม. เป็น 0.48 บาทต่อกม.    ระยะทาง 100-200 กม. เดิม 0.40 บาทต่อกม. เป็น 0.44 บาทต่อกม.   และระยะทาง เกิน 200 กม. เดิม 0.36 บาทต่อกม. เป็น 0.39 บาทต่อกม. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/P_fSdQSFbF0

 5,028
เศรษฐกิจ
10 ม.ค. 62

ดีเดย์ 21 ม.ค.นี้ ! ขสมก.ขึ้นค่าโดยสารแน่นอน รถเมล์ร้อน 8 บาท / รถแอร์เริ่ม 12-20 บาท เชื่อรัฐบาลไม่ทบทวน

นายกสมาคมรถร่วม ขสมก. ยืนยัน วันที่ 21 มกราคมนี้ ปรับขึ้นค่าโดยสารแน่ เชื่อรัฐบาลไม่ทบทวน เพราะจะกระทบกับจำนวนรถโดยสารที่วิ่งให้บริการ   (10 ม.ค. 62) นางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถร่วมขสมก. ยืนยันว่า ในวันที่ 21 มกราคมนี้ ผู้ประกอบการจะปรับขึ้นค่าโดยสาร 1 บาท สำหรับรถเมล์ร้อน จาก 9 บาท เป็น 10 บาทในส่วนของรถร่วม และระยะละ 1 บาทสำหรับรถโดยสารปรับอากาศ จาก 11-23 บาท เป็น 12-24 บาท ตามมติคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลางที่อนุมัติให้ปรับขึ้นราคาเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งจะมีผลในวันที่ 21 ม.ค.นี้ หลังจากที่ไม่ได้ปรับขึ้นค่าโดยสารมานานหลายปี ซึ่งขณะนี้ได้พิมพ์ตั๋วโดยสารในราคาใหม่ไว้รอแล้ว   ส่วนอัตราค่าโดยสารรถร้อน(ขสมก.) จะขยับขึ้นจาก 6.50 บาท เป็น 7.50 บาท ขณะที่รถปรับอากาศ(รถร่วม) 11-23 บาท เป็น 12-24 บาท ส่วนรถเมล์เอ็นจีวี. จะปรับเป็นราคาเริ่มต้น 4 กม.แรก 15 บาท จากนั้นคิด 25 บาทตลอดสาย    นางภัทรวดี เชื่อว่า ภาครัฐจะไม่ทบทวนมติ หรือมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับการปรับอัตราค่าโดยสาร เพราะจะมีผลต่อจำนวนรถโดยสารที่มาวิ่งให้บริการ เนื่องจากผู้ประกอบการจะไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนได้ และในอนาคตก็จะมีผลต่อการเจรจาหาแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการที่จะมาพัฒนาคุณภาพรถโดยสารให้ดีขึ้นด้วย    ข่าวที่เกี่ยวข้อง ขสมก.ขึ้นค่าโดยสาร 21 ม.ค.นี้ รถเมล์ร้อน 8 บาท / รถแอร์เริ่ม 12-20 บาท

 1,407
เศรษฐกิจ
09 ม.ค. 62

ขสมก.ขึ้นค่าโดยสาร 21 ม.ค.นี้ รถเมล์ร้อน 8 บาท / รถแอร์เริ่ม 12-20 บาท

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ออกประกาศว่า ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางครั้งที่ 10/2561 เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2561 มีมติให้ปรับปรุงอัตราค่าโดยสารรถประจำทางสาธารณะ ดังนั้น ขสมก. จึงขอปรับปรุงค่าโดยสาร ส่งผลทำให้รถโดยสารธรรมดา (ครีม-แดง) จากเดิม 6.50 บาท ตลอดสาย เป็น 8 บาท ตลอดสาย   รถโดยสารปรับอากาศ (ครีม-น้ำเงิน) จากเดิม 10-18 บาท ตามระยะทาง เป็น 12-20 บาท ตามระยะทาง, รถโดยสารปรับอากาศยูโรทู (สีส้ม) และรถปรับอากาศเชื้อเพลิง NGV (สีขาว) จากเดิม 11-23 บาท ตามระยะทาง เป็น 13-25 บาท ตามระยะทาง, รถโดยสารปรับอากาศรุ่นใหม่ (สีฟ้า) ระยะทาง 4 กิโลเมตรแรก เก็บไม่เกิน 15 บาท, ระยะทาง 4-16 กิโลเมตร เก็บไม่เกิน 20 บาท, ระยะทาง 16 กิโลเมตรขึ้นไป เก็บไม่เกิน 25 บาท   ค่าทางด่วนของรถโดยสารปรับอากาศ กรณีที่ผู้โดยสารใช้ทางด่วน ให้เก็บค่าทางด่วนเพิ่มจากค่าโดยสารปกติ 2 บาท ต่อคนต่อเที่ยว ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. 2562 เป็นต้นไป   รายงานข่าวเพิ่มเติม ระบุว่า รถโดยสารธรรมดา กรณีที่ผู้โดยสารใช้ทางด่วน ให้เก็บค่าทางด่วนเพิ่มจากค่าโดยสารปกติ 2 บาท ส่งผลทำให้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากเดิม 8 บาท ต่อคนต่อเที่ยว เป็น 10 บาท ต่อคนต่อเที่ยว ส่วนรถบริการตลอดคืน ช่วงเวลา 23.00 - 05.00 น. ให้เก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม 1.50 บาท ส่งผลทำให้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากเดิม 8 บาท เป็น 9.50 บาท ต่อคนต่อเที่ยว   ส่วนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศแอร์พอร์ต บัส (Airport Bus) ยังคงเก็บค่าโดยสารอัตราเดิม ได้แก่ สาย A1 ท่าอากาศยานดอนเมือง-จตุจักร กับ สาย A2 ท่าอากาศยานดอนเมือง-อนุสาวรีย์ชัยฯ 30 บาทตลอดสาย, สาย A3 ท่าอากาศยานดอนเมือง-สวนลุมพินี กับ สาย A4 ท่าอากาศยานดอนเมือง-สนามหลวง 50 บาทตลอดสาย และสาย S1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-สนามหลวง 60 บาทตลอดสาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rdFFpiLuuvU

 2,520
เศรษฐกิจ
15 ธ.ค. 61

คนกรุงเตรียมอ่วม! เตรียมขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก.-รถร่วม 1 บาท เริ่ม 21 ม.ค.62

ที่ประชุมกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) มีมติปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก. และรถร่วมบริการฯ ในอัตรา 1 บาท โดยรถเมล์ร้อนจากเดิม 9 บาท เป็น 10 บาท และรถเมล์ ขสมก. จากเดิม 6.50 บาท เป็นไม่เกิน 10 บาท ส่วนรถปรับอากาศเพิ่มระยะละ 1 บาท จากเดิม 11-23 บาทต่อเที่ยว เป็น 12-24 บาทต่อเที่ยว ขณะที่รถร่วม บขส. ให้ปรับราคาขึ้นไม่เกิน 10% แบ่งเป็น 4 ช่วง ประกอบด้วย ระยะทาง 40 กิโลเมตร(กม.)แรก เดิม 0.49 บาทต่อ กม. เป็น 0.53 บาทต่อ กม. , 40-100 กม. เดิม 0.44 บาทต่อกม. เป็น 0.48 บาทต่อกม. , 100-200 กม. เดิม 0.40 บาทต่อกม. เป็น 0.44 บาทต่อกม. และเกิน 200 กม. เดิม 0.36 บาทต่อกม. เป็น 0.39 บาทต่อกม.   นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติปรับอัตราค่าโดยสารสำหรับรถเมล์ปรับอากาศใหม่ อาทิ รถเมล์เอ็นจีวี จากเดิมเก็บในอัตรา 11-23 บาทต่อเที่ยว เป็น 4 กม.แรก 15 บาท, 10-16 กม. 20 บาท และ 16 กม.ขึ้นไป 25 บาท ส่วนรถเมล์ร้อนที่เป็นรถใหม่ สามารถเก็บอัตราค่าโดยสารได้ในราคา 12 บาท โดยรถเมล์ใหม่ทั้งรถร้อน และรถปรับอากาศที่จะเก็บค่าโดยสารในอัตรานี้ได้ต้องเป็นรถที่ติดอุปกรณ์ส่วนควบตามเงื่อนไขที่ ขบ.กำหนด อาทิ ติดจีพีเอส, กล้องซีซีทีวี, อุปกรณ์ความปลอดภัย และติดตั้งระบบอีทิคเก็ต เป็นต้น ทั้งนี้การปรับขึ้นราคาในอัตราใหม่ทั้งหมดนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.62 เป็นต้นไป   นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องปรับค่าโดยสารขึ้น เพราะที่ผ่านไม่ได้มีการปรับอัตราค่าโดยสารให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบันที่ต้นทุนสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการรถโดยสารได้รับผลกระทบถึงขั้นหยุดวิ่ง และเลิกกิจการออกนอกระบบการให้บริการไปแล้ว 565 คัน จากทั้งหมด 3,712 คัน คิดเป็นประมาณ 18% ขณะเดียวกันยังมีรถเมล์บางส่วนที่หยุดวิ่งให้บริการโดยไม่แจ้งอีกกว่า 1,000 คัน ทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชนต้องรอรถเมล์เป็นเวลานาน และต้องไปใช้ระบบขนส่งมวลชนโหมดการเดินทางอื่นที่มีราคาสูงขึ้น ดังนั้นเพื่อไม่ให้ผลกระทบเกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย จึงจำเป็นต้องปรับราคาขึ้น เพราะหากไม่ปรับอาจมีรถเมล์ออกจากระบบการให้บริการอีกจำนวนมาก   นายพีระพล กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมจะนำมติการปรับขึ้นราคาดังกล่าว พร้อมมาตรการเยียวยาประชาชน และผู้ประกอบการ อาทิ การเพิ่มวงเงินค่าเดินทางในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมทั้งการใช้บัตรให้ครอบคลุมทั้งรถเมล์ ขสมก., รถเมล์ร่วมบริการ, รถ บขส. และรถไฟ, การสนับสนุนค่าเชื้อเพลิงให้กับผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิง และลดภาษีการนำเข้ารถโดยสาร เป็นต้น เสนอต่อนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ในสัปดาห์หน้าเพื่อพิจารณาต่อไป ทั้งนี้หากกระทรวงคมนาคม และรัฐบาลเห็นด้วยกับมาตรการเยียวยา หรือมีมาตรการเยียวยาอื่น ๆ เพิ่มเติม ที่ประชุมก็จะพิจารณาเรื่องการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารใหม่อีกครั้ง แต่หากไม่มีมาตรการเยียวยาใด ๆ ก็จะยึดมติที่ประชุมที่ให้ปรับราคาขึ้นในตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.62 ทันที        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4-FgxXk8JEY

 4,223
เศรษฐกิจ
09 ธ.ค. 61

กรมการขนส่งทางบก ยืนยันยังไม่ปรับขึ้นค่าแท็กซี่ เผยอยู่ระหว่างศึกษาข้อมูล

วานนี้ (8 ธ.ค.61) นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวว่าจะปรับค่าโดยสารรถแท็กซี่หลังปีใหม่ โดยยืนยันว่า ยังไม่มีการปรับราคาขึ้น เพราะอยู่ระหว่างการพิจารณาและศึกษาข้อมูลจากทุกฝ่าย โดยคณะทำงานที่มีการประชุมกันเมื่อวานนี้ กำหนดเวลาที่จะได้ข้อสรุปเรื่องนี้ภายใน 60 วัน ว่าจะปรับราคาหรือไม่ และจะปรับรูปแบบใด เพราะมีข้อเสนอหลายแนวทาง เช่น ปรับราคาเริ่มต้น ปรับราคาค่าสัมภาระ หรือปรับราคาในช่วงรถติด ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า เป็นต้น นอกจากนี้ คณะทำงานก็จะพิจารณาข้อเสนอของผู้ประกอบการรถแท็กซี่ภายในสนามบินทั้งดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ที่ขอปรับราคาค่าสัมภาระด้วย คาดว่า จะนัดหารือกันอีกครั้งต้นเดือนหน้า   รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ผู้ประกอบการรถแท็กซี่ ไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบขอให้รัฐบาลปรับราคาขึ้น จากปัญหาค่าครองชีพ จึงมีการส่งเรื่องให้กระทรวงคมนาคม และ กรมการขนส่งทางบก พิจารณา ซึ่งกรมการขนส่งทางบก ได้ตั้งคณะทำงานจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องศึกษาเรื่องนี้ ทั้งตัวแทนจากผู้ประกอบการรถแท็กซี่ ตัวแทนผู้บริโภค และตัวแทนกรมการขนส่งทางบก   รวมทั้งได้ให้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ศึกษาต้นทุนของผู้ประกอบการขับรถรับจ้าง และ ค่าตอบแทนที่จะได้รับ รวมทั้งเรื่องต้นทุนค่าน้ำมันและค่าแก๊ส ที่ปรับราคาสูงขึ้นด้วย ทั้งหมดอยู่ระหว่างการพิจารณาด้วยการนำข้อมูลของทุกฝ่ายมาวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจ      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0m0CWQujC_o

 1,878
เศรษฐกิจ
08 ธ.ค. 61

เคาะแล้ว! แท็กซี่จ่อขึ้นค่าโดยสาร 10% เริ่มต้นปี 2562

นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกได้เรียกประชุมคณะทำงานศึกษาอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารและค่าเซอร์ชาร์ต สำหรับรถยนต์รับจ้าง หรือแท็กซี่มิเตอร์ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งคณะทำงานประกอบด้วยตัวแทนจากกรมการขนส่งทางบก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)และตัวแทนสมาคมแท็กซี่   นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร หนึ่งในคณะกรรมการ เปิดเผยถึงผลการประชุมว่าที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการปรับขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่ โดยที่ประชุมมีมติเห็นสอดคล้องกันให้มีการปรับขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่ทั้งระบบในช่วงหลังปีใหม่หรือช่วงต้นปี 2562 เพื่อบรรเทาผลกระทบการเดินทางช่วงปีใหม่ ส่วนอัตราค่าโดยสารที่ให้ปรับขึ้นคาดว่าจะอนุมัติให้ปรับขึ้นมากกว่า 5% ตามอัตราที่เคยตกลงไว้ เนื่องจากเป็นอัตราต้นทุนที่ต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะเป็นตัวเลขค่าโดยสารที่คำนวณไว้ตั้งแต่ปี 2557 หรือ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในปัจจุบันที่ ราคาเชื้อเพลิงมีการปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งในส่วนของน้ำมันและก๊าซ   “ที่ประชุมได้พูดคุยกันแล้วเห็นร่วมกันว่าคงต้องปรับขึ้นค่าโดยสารให้แท็กซี่มากกว่า 5% โดยเห็นชอบร่วมกันว่าอาจจะต้องให้ปรับขึ้นค่าโดยสารประมาณ 10% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ ทั้งกรมการขนส่งทางบก สคบ. และผู้ขับขี่แท็กซี่ เพราะเป็นตัวเลขที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ใช้ก๊าซ นั้นในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ราคาก๊าซปรับเพิ่มสูงขึ้นถึงก.ก.ละ 4 บาท ทำให้แท็กซี่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นวันละ 100 บาท ต่อวัน ขณะที่รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายของคนขับแท็กซี่ในปัจจุบันยังต่ำกว่าอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ที่วันละ 405 บาท ตามที่ ทีดีอาร์ไอ ศึกษาและวิจัยได้ศึกษาและวิจัยให้กับ ขบ.ด้วย” นายวิฑูรย์ กล่าว   ส่วนรูปแบบการปรับขึ้นค่าโดยสารขณะนี้มีหลายทางเลือก เช่น  -ปรับขึ้นค่าโดยสารระยะเริ่มต้นจากปัจจุบันที่มีอัตราเริ่มต้นที่ 35 บาท  -ปรับอัตราค่าโดยสารเฉพาะในระยะที่รถติด -ปรับอัตราค่าโดยสารแบบขั้นบันไดเหมือนรูปแบบในอดีต  -ปรับอัตราค่าโดยสารตามพื้นที่ชั้นใน และชั้นนอก เป็นต้น ซึ่งคณะทำงานมีมติให้สรุปแนวทางให้ชัดเจนให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน   นายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า การปรับขึ้นค่าโดยสารของแท็กซี่ครั้งนี้จะต้องมีการปรับจูนมิเตอร์เพื่อให้คำนวนอัตราค่าโดยสารถูกต้องตามอัตราค่าโดยสารใหม่ เบื้องต้นคณะทำงานได้มอบหมายให้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ไปศึกษาแนวทางในการปรับจูนและพัฒนาประยุกต์ใช้มิเตอร์ตัวใหม่ให้รองรับการปรับเปลี่ยนค่าโดยสารครั้งนี้ รวมทั้งหารูปแบบมิเตอร์ที่มีความทันสมัยด้วย   ทั้งนี้ ในการประชุมตัวแทนแท็กซี่สุวรรณภูมิยังได้มีการนำเสนอข้อเรียกร้องเพิ่มเติมในหลายประเด็นสำหรับแท็กซี่ที่ให้บริการภายในสนามบินดอนเมือง และสุวรรณภูมิ โดยในส่วนของค่าโดยสารนั้น เสนอให้มีการจัดแบ่งเป็น2ชนิด คือรถแท็กซี่ขนาดเล็ก ขนาดไม่เกิน 1,600 ซีซีและแท็กซี่ขนาดใหญ่ ที่ขนาดเกิน 2,000 ซีซี และเสนอให้มีการปรับขึ้นค่าโดยสารภาพรวมมากกว่า 20%   โดยเสนอให้มีการปรับอัตราเริ่มต้นค่าโดยสารเพิ่มจาก 35 บาท เป็น 40 บาท และเสนอขอปรับขึ้นอัตราค่าโดยสาร ช่วงระยะกม.ที่ 2-10 เป็น 8.50 บาท จาก ปัจจุบันอยู่ที่กม.ละ 5.50 บาท ซึ่งคณะทำงานได้รับไว้พิจารณาและจะสรุปทั้งหมดภายใน 60 วัน          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fqwykeIJHmY

 2,057
เศรษฐกิจ
21 พ.ย. 61

กรมขนส่งฯสวนกระแส จ่อปรับขึ้นราคา 'รถเมล์-รถร่วม-รถตู้' เว้นแท็กซี่

กรมการขนส่งสวนกระแส มีรายงานว่าเตรียมเสนอขึ้นค่าโดยสาร มีผลต้นปีหน้า ทั้งรถเมล์ รถร่วม รถตู้ ยกเว้นแค่แท๊กซี่ ที่อยู่ระหว่างพิจารณาข้อมูล โดยคณะกรรมการฯ จะพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 11 ธ.ค. นี้ ว่าจะอนุมัติอัตราค่าโดยสารตามที่เรียกร้องกันมาหรือไม่   หากได้รับการอนุมัติ รถบขส.จะเพิ่ม 10 สต./กม. รถตู้กรุงเทพ-ปริมณฑลขึ้น 5 บาท/เที่ยว/คน รถเมล์ NGV เป็น 13-25 บาท/เที่ยว รถร่วมเมล์ร้อนขึ้น 3 บาท รถเแอร์เพิ่มระยะทางละ 2 บาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LXizA87YxII

 1,164
เศรษฐกิจ
19 พ.ย. 61

'รถร่วมฯ ขสมก.-แท็กซี่สุวรรณภูมิ' ทวงสัญญารัฐ ขอขึ้นค่าโดยสาร

นางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง (สมาคมรถร่วมฯ) เปิดเผยว่า เวลา 9.00 น. วันจันทร์ที่ 19 พ.ย.61 ตัวแทนจากสมาคมพัฒนารถร่วมบริการเอกชนและผู้ประกอบการรถร่วม ขสมก. รายย่อยหมวด 1 จำนวนประมาน 300 คน จะรวมตัวกันเดินทางไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อทวงถามกรณีที่ได้ยื่นขอปรับขึ้นค่าโดยสารรถธรรมดา (รถร้อน) 3 บาท จาก 9 บาทต่อเที่ยว เป็น 12 บาทต่อเที่ยว   รถปรับอากาศ (รถแอร์) ขอปรับเพิ่มระยะทางละ 2 บาท หรือราคาเริ่มต้นจะเพิ่มจาก 13 บาทต่อเที่ยว เป็น 15 บาทต่อเที่ยว โดยจะยืนหนังสือทวงถาม 2 ฉบับ โดยยื่นหนังสือทวงถามต่อนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ คมนาคม 1 ฉบับ และส่งตัวแทนไปยื่นถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีอีก 1 ฉบับ   เนื่องจากกระทรวงคมนาคมไม่ทำตามสัญญาที่บอกไว้ ซึ่งเดินบอกจะปรับราคาให้เดือน มิ.ย. ก็ไม่ดำเนินการแม้ว่าผลการศึกษาเรื่องโครงการสร้างค่าโดยสารจะแล้วเสร็จแล้ว   ขณะนี้สมาชิกร่วมร่วม ขสมก. เดือดร้อนมาก รอต่อไปไม่ไหวแล้ว เพราะเราไม่ได้รอมาแค่เดือนหรือ 2 เดือน แต่รอมา 4 ปีแล้ว ตั้งเดือนก.พ. ปี 58 รัฐบาลก็ยังไม่ปรับราคาให้ ซึ่งการยื่นข้อเรียกร้องปรับราคาครั้งนี้เราจะให้เวลากระทรวงคมนาคมในการพิจารณาภายใน 15 วัน หลังจากได้รับหนังสือจากเรา หากภายใน 15 วัน ถ้ากระทรวงไม่อนุมัติให้เราปรับขึ้นค่าโดยสาร   ตั้งแต่ต้น ธ.ค. นี้เป็นต้นไป สมาชิกรถร่วม ขสมก. ขณะนี้มีรถประมาณ 4,000 คัน จำนวน กว่า 100 เส้นทางในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจำเป็นจะต้องหยุดวิ่งให้บริการ เพราะแบกรับต้นทุนไม่ไหว เราไม่ได้ตั้งใจทำให้ประชาชนเดือนร้อน แต่อยากให้เห็นใจผู้ประกอบการบ้าง เรายอมให้บริการประชาชนโดยไม่ปรับราคามานานเกือบ 4 ปีแล้ว   ขณะเดียวกันรถแท็กซี่สุวรรณภูมิ ก็รอให้กระทรวงคมนาคมปรับขึ้นค่าโดยสารราคารอบ 2 อีก 5% ซึ่งล่าสุดกรมการขนส่งทางบกก็ยื้อไม่ให้ปรับขึ้นค่าโดยสาร   จึงอยากให้รัฐบาลบอกมาให้ชัดเจนเลยว่าจะให้ขึ้นหรือไม่ให้ขึ้นค่าโดยสาร ถ้าไม่ให้ขึ้น แท็กซี่ป้ายเหลืองที่ทำถูกกฎหมายแบบพวกผม ก็จะหันไปขับแท็กซี่ป้ายดำ มันผิดกฎหมายให้หมด เพราะมีต้นทุนที่ถูกกว่าแท็กซี่ป้ายเหลืองที่ต้องขึ้นทะเบียนและเสียภาษี   ถึงจะเป็นรถผิดกฎหมายก็ไม่ถูกจับ และยังสามารถเรียกค่าบริการแบบเหมาจ่ายได้ด้วย มีรายได้ต่อวันที่ดีกว่าแท็กซี่ถูกกฎมาย เพราะเหลือเงินส่วนต่างเยอะไม่ต้องมีรถเป็นของตัวเองด้วย เพราะทุกวันนี้ใครอยากขับแกร็บ มีรถให้เช่าวันละ 500 บาท เท่านั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/62kYQT-rSBw

 3,222
เศรษฐกิจ
01 พ.ย. 61

ขนส่งยันแท็กซี่เหมาจ่าย 12,000 ผิด กม.เพราะใช้รถผิดประเภท เจ้าของไอเดียแจงยังวิ่งปกติ แต่รับสมาชิกหารายได้เสริม

จากกรณีกรมการขนส่งทางบกเตรียมเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารประมาณ 8% ให้เฉพาะรถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการแท็กซี่โอเคประมาณ 1.3 หมื่นคัน จากทั้งหมดที่มีประมาณ 8 หมื่นคัน   จากนั้นได้มีกระแสข่าวว่าทางนายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ จะร่วมมือกับนักลงทุนรายใหญ่ภายในประเทศเปิดให้บริการรถแท็กซี่รูปแบบใหม่ในกลุ่มของบริษัท มายแท็กซี่ ที่ไม่ต้องพึ่งพาการปรับค่าโดยสาร โดยให้บริการในรูปแบบของเหมาจ่ายเป็นรายเดือนๆละ 12,000 บาท ใช้บริการได้ไม่จำกัดเที่ยววิ่งในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล พร้อมแถมน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ 6 ขวดด้วย จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากนั้น   ล่าสุดนายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า  หากผู้ประกอบการจะนำแท็กซี่มิเตอร์มาวิ่งให้บริการแบบเหมาจ่ายนั้นทำไม่ได้ ถือว่าผิดกฎหมายใช้รถผิดประเภท เพราะหากเป็นรถแท็กซี่มิเตอร์ก็ต้องเก็บค่าโดยสารตามมิเตอร์ ในราคาที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น แต่หากผู้ประกอบการจะดำเนินการแบบเหมาจ่าย ก็ต้องไปจดทะเบียนใหม่ให้ถูกต้อง อาจต้องปรับเป็นรถเช่า รถลีมูซีน หรือ รถบริการธุรกิจ (รถป้ายเขียว) แทน   จากนั้น ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ได้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับ นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ โดยยืนยันว่ารูปแบบที่ตนเปิดเผยไปไม่ใช่การเหมาจ่าย แต่เป็นรูปแบบการขายสิทธิ์เดือนละ 12,000 บาท สามารถใช้บริการเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลได้ 3 เที่ยวต่อวัน หรือ 90-93 เที่ยวต่อเดือน   พร้อมกันนี้จะแถมน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ 6 ขวด ซึ่งกลุ่มเป้าหมายช่วงแรกคือระดับกลางขึ้นไปที่ต้องเดินทางประจำ หรือปัจจุบันอาจจ้างคนขับรถอยู่ ซึ่งเชื่อว่าจะคุ้มค่าเพราะไม่ต้องมีภาระเรื่องค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษารถ ค่าจอดรถ หรือค่าอื่นๆในการดูแลรถ   ส่วนการดำเนินการจะผ่านบริษัทที่การจดทะเบียนทำธุรกิจการขนส่งต่างๆแล้วคือ บริษัท มายแท็กซี่ โดยรูปแบบผู้โดยสารเมื่อเรียกรถจะมีแอพลิเคชั่น หรือโทรศัพท์มาที่คอลเซนเตอร์ในการเรียก ตอนนี้มีรถมาร่วมและผ่านการอบรมรวมทั้งการตรวจมาตรฐานรถแล้วเกือบ 1 พันคันและยังรับเพิ่มตลอด โดยรถที่มาวิ่งในโครงการคนขับจะได้ค่าตอบแทนต่อวันขั้นต่ำ 1,500 บาท และสูงสุดคือ 2,000 บาท หากสามารถรับส่งผู้โดยสารในแพ็กเก็จได้ตามเที่ยวที่กำหนด และทุกเที่ยวจะมีการกดมิเตอร์ปกติ แต่ผู้โดยสารไม่ต้องจ่ายเพราะได้จ่ายค่าบริการในแพ็คเก็จแล้ว   ดังนั้นการดำเนินการจึงไม่ผิดกฎหมายของกระทรวง เพราะรถที่ใช้ก็เป็นรถแท็กซี่คันใหม่ป้ายเหลืองและเข้าร่วมในโครงการแท็กซี่โอเคด้วย และคนขับก็รับส่งผู้โดยสารกดมิเตอร์ได้ตามปกติทั่วไป เพียงแต่โครงการนี้ถือเป็นรายได้เสริมของพี่น้องคนขับแท็กซี่ ซึ่งคาดว่าจะเปิดได้ในช่วงเดือน ม.ค. ปีหน้า   ส่วนที่ขนส่งทางบกเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารประมาณ 8% ให้รถแท็กซี่ที่เข้าร่วมแท็กซี่โอเคนั้น ตนมองว่าทำให้รถแท็กซี่ในโครงการเสียเปรียบ เพราะผู้โดยสารสามารถเลือกรถที่ไม่ได้อยู่ในโครงการซึ่งขณะนี้มีจำนวนมากกว่าและยังมีราคาที่ถูกกว่าด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Rc5QPu9hrns

 15,614
เศรษฐกิจ
25 ต.ค. 61

แท็กซี่สนามบินทวงสัญญา ขอปรับขึ้นราคารอบ 2 โวย grab ออกโปรแย่งลูกค้า

แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร เตรียมที่จะนัดหารือร่วมกับตัวแทนแท็กซี่ที่ให้บริการในกรุงเทพมหานคร เช่น แท็กซี่ประจำสนามบินสุวรรณภูมิและที่อื่นๆ เพื่อกำหนดท่าทีและยื่นข้อเรียกร้องที่กระทรวงคมนาคมอีกครั้ง   โดยประเด็นที่จะเรียกร้องคือการขอปรับขึ้นราคารอบที่ 2 ที่เหลืออีก 5% ตามที่เคยสัญญาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว และขอให้เร่งปราบปรามแท็กซี่ป้ายดำผิดกฎหมายที่ออกมาวิ่งในรูปแบบของแกร็บแท็กซี่อย่างจริงจัง เพราะแท็กซี่ป้ายเหลืองที่ถูกกฎหมายถูกกระทบอย่างหนัก   โดยสมาชิกผู้ขับขี่แท็กซี่สุวรรณภูมิคันหนึ่ง กล่าวว่า ขณะนี้แท็กซี่สุวรรณภูมิเดือดร้อนหนัก เนื่องจากไม่ได้ปรับราคาขึ้นตามที่รัฐบาลสัญญาไว้ ขณะที่ราคาน้ำมันก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องและยังมีคู่แข่งเข้ามาดัมพ์ราคาอีก โดยเฉพาะแท็กซี่ป้ายดำที่เรียกผ่านแอปพลิเคชันแกร็บ   ซึ่งปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในไทยมักจะมีการจองล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันแกร็บมาแล้ว ทำให้แท็กซี่ป้ายเหลืองที่สนามบินไม่มีงานและขาดรายได้ ขณะที่ราคาค่าโดยสารปัจจุบันก็ตํ่ากว่าความเป็นจริง ซึ่งล่าสุดแกร็บยังได้เปิดให้บริการแท็กซี่ไฟฟ้าวีไอพี ให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิด้วย โดยหากเรียกแท็กซี่ไฟฟ้าวีไอพีผ่านแอปพลิเคชันแกร็บจากสนามบิน ผู้โดยสารจะได้ส่วนลดค่าบริการ 150 บาท หากมีการใส่รหัส EV TAXI VIP ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PdisAokO02o

 2,151
เศรษฐกิจ
12 ต.ค. 61

ขสมก.ชะลอขึ้นค่าโดยสาร รถเมล์ ngv 2 บาท รอทบทวนก่อนประกาศใหม่

จากกรณีที่ ขสมก.ประกาศกำหนดอัตราค่าโดยสาร รถปรับอากาศรุ่นใหม่ปรับอากาศชานต่ำใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 100 คัน อีก 2 บาท/เที่ยว โดยปรับค่าโดยาสารจาก อัตราเที่ยวละ 11 -23 บาท เป็นเที่ยวละ 13-25 บาท ซึ่งเป็นรถที่วิ่งให้บริการ สาย 20, 21, 37, 105, 138 และสาย 140 ที่จะเริ่มใช้อัตราค่าโดยสารใหม่ ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.61 เป็นต้นไปนั้น   แต่ล่าสุด ขสมก.ขอชะลอประกาศดังกล่าวไปก่อน โดยจะยังไม่ปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์เอ็นจีววีตามที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อให้ผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางอีกครั้งจึงจะปรับขึ้นได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N3fVU1lB1gY

 1,499

Top