ค้นหา :

ผลการค้นหา "ประยุทธ์จันทร์โอชา"

การเมืองเข้มข้น
21 ก.ย. 62

'บิ๊กตู่' ยันไม่มีหนี ฝ่ายค้านยื่นสอบจริยธรรม แจงปมเอกสาร 'โครงข่ายขบวนการทำลายประเทศ'

นายกฯ ไม่กังวลกรณี ส.ส.ฝ่ายค้านจะยื่นสอบจริยธรรม และชี้แจงมาแล้วทุกศาลโดยไม่เคยหนี พร้อมย้ำว่ารู้ทันฝ่ายค้านหวังผลจากประเด็นถวายสัตย์   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงกรณีฝ่ายค้านเตรียมเข้าชื่อยื่นเรื่องให้ศาลฎีกา ตรวจสอบจริยธรรมนายกรัฐมนตรีว่า สามารถตรวจสอบได้ ส่วนทางกฏหมายจะทำได้หรือไม่ ก็ต้องสอบถามจากฝ่ายกฎหมาย ซึ่งต้องเคารพกระบวนการยุติธรรมทุกประการ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง รวมไปถึงคดีความต่าง ๆ   ที่ผ่านมาก็ได้ชี้แจงมาแล้วหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พร้อมย้ำไม่เคยหนีไปไหน   พร้อมย้ำว่า เป็นมุมมองของฝ่ายค้านที่ต้องการจะตรวจสอบเพิ่มเติม แต่ยืนยันว่าได้ชี้แจงในสภาฯเท่าที่ชี้แจงได้ รวมทั้งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้ชี้แจงไปหมดแล้ว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะรู้เจตนารมณ์ของฝ่ายค้านที่พยายามจะให้นายกรัฐมนตรีชี้แจงเรื่องประเด็นถวายสัตย์ปฏิญาณ จึงต้องระมัดระวังคำพูดให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้ถูกนำไปเชื่อมโยงกับเรื่องต่าง ๆ ส่วนเรื่อง ประเด็นถวายสัตย์ ฯ ควรจะจบหรือจะถูกขยายผลไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับฝ่ายค้าน แต่ส่วนตัวอยากชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจว่า ประเทศชาติเผชิญหน้ากับอะไร และขออย่าลืมอดีตที่ผ่านมา และทุกคนต้องเรียนรู้อย่าให้เกิดขึ้นอีก   ส่วนกรณีเอกสารโครงข่ายขบวนการทำลายประเทศที่ ปรากฏภาพระหว่างการอภิปรายในสภาฯ นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ไม่ได้เกี่ยวกับนักการเมือง แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคง จังหวัดชายแดนภาคใต้ และความคืบหน้าเกี่ยวกับระเบิด ซึ่งบังเอิญนำติดกระเป๋ามา จึงหยิบขึ้นมาดู ไม่ได้ไปขู่ใคร และมีสื่อมวลชนบันทึกภาพพอดี ซึ่งสื่อถ่ายภาพนายกรัฐมนตรีทุกอิริยาบถ แม้จะอยากพักผ่อนทำหน้าสบายบ้าง   พร้อมย้ำว่า ไม่ได้คิดจะสู้กับคนในชาติ แต่จะไปสู้กับเศรษฐกิจ และสู้ความยากจน มากกว่าสู้กับคนไทยด้วยกันเอง โดยขอให้ทุกคนได้ใคร่ครวญไตร่ตรองให้ดี          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/jZFpFtvQQ-4

 407
การเมืองเข้มข้น
20 ก.ย. 62

'บิ๊กตู่' อุบตอบเอกสารลับฝ่ายความมั่นคง ไม่มีเจตนาให้ภาพเผยแพร่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงเอกสารโครงข่ายขบวนการทำลายประเทศ ว่าเป็นเอกสารลับ เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง เอกสารลับก็คือเอกสารลับจะมาเผยแพร่ได้อย่างไร   ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทราบเพียงว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารชั้นความลับ ไม่มีการเปิดเผย ฝ่ายความมั่นคงเสนอมาให้นายกฯ ไม่ได้เห็นรายละเอียดเนื้อหาข้างในว่าเป็นอย่างไร แต่คิดว่านายกฯไม่มีเจตนาจะให้ปรากฏภาพเอกสารดังกล่าวออกมา คงเพราะการเตรียมเอกสารจำนวนมากคงมีเอกสารดังกล่าวติดเข้าไปด้วย และนายกฯไม่ทราบว่าจะมีช่างภาพมาถ่ายรูปท่าน   ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าไม่ทราบว่าเอกสารดังกล่าวมีนัยยะอะไร แต่โดยส่วนตัวเห็นว่า ทุกคนรักชาติ รักแผ่นดิน เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองอยู่แล้ว นายกฯอาจจะมีความเข้าใจผิดมาโดยตลอดว่า รัฐบาลกับความเป็นรัฐ ซึ่งรัฐคือชาติ แต่รัฐบาลคือคนจำนวนหนึ่งที่มาทำงานแทนประชาชน แต่เวลาที่มีคนพูดติติงนายกฯมักพูดว่า นี่คือการทำลายชาติ ก็อยากให้นายกฯทำความเข้าใจใหม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-Kl4TnXEcRs

 3,071
การเมืองเข้มข้น
20 ก.ย. 62

'วิษณุ' แจงงบรัฐช่วยน้ำท่วมมีระเบียบขั้นตอน แจกเงินแบบ 'บิณฑ์' ไม่ได้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่อุบลราชธานี ชี้แจงหลังมีเสียงวิจารณ์การช่วยเหลือของรัฐบาลว่า งบของรัฐบาลลงไปช้า   พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะไปลดกฎหมายบางตัวได้ที่ไหน เดี๋ยวก็จะบอกว่าเอาภาษีมาใช้ไม่ถูก แต่ต้องทำให้เร็ว โดยไม่ทิ้งระเบียบขั้นตอนกฎหมาย ไม่ใช่ไปแจก ซึ่งสื่อต้องช่วยกันอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ ไม่ใช่ไม่ได้เงินแล้วจะบอกว่า รัฐบาลชักช้า สู้คนโน้นคนนี้ไม่ได้ งบตรงนี้ไม่ใช่เงินของนายกฯ แต่เป็นเงินของรัฐบาล เป็นภาษีของคนทั้งประเทศ การจะนำมาดูแลพี่น้องประชาชน ต้องมีขั้นตอนตามระเบียบ มิเช่นนั้นวันข้างหน้าจะโดนเรื่องทุจริต แล้วใครจะรับผิดชอบ   ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงการจัดสรรเงินบริจาคน้ำท่วมในโครงการ ร่วมใจพี่น้องไทยช่วยภัยน้ำท่วม จำนวนกว่า 263 ล้านบาทว่า การจัดสรรงบประมาณต้องจัดสรรผ่านกองทุนบรรเทาสาธารณภัยของรัฐที่มีระเบียบปฎิบัติตายตัวอยู่แล้ว จะเอาไปแจกแบบเอกชนไม่ได้ ต้องมีการตรวจสอบความเสียหาย และต้องรายงานผ่านกรมบรรเทาสาธารณภัย หรือทางจังหวัด   จะให้เอาเงินไปเดินแจกแบบที่นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เปิดรับบริจาคคงทำไม่ได้ เพราะเงินส่วนนี้อยู่ภายใต้การตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เพราะถ้าทำเช่นนั้นจะเกิดปัญหาความไม่โปร่งใส เลือกที่รักมักที่ชัง ซึ่งเคยมีคดีความมาแล้วในป.ป.ช. ยืนยันว่า การจัดสรรเงินส่วนนี้จะไม่ซ้ำกับเงินบริจาคของนายบิณฑ์ที่มุ่งเน้นการซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคในการช่วยเหลือ แต่เงินกองทุนของรัฐบาลจะเอาไปช่วยในลักษณะการฟื้นฟู เยียวยา เช่น ซ่อมบ้าน แต่ไม่รวมการซ่อมถนนเพราะต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน   โดยนายกรัฐนตรีได้วางแนวทางการช่วยเหลือแล้ว 3 ระยะ คือ การป้องกันก่อนเกิดเหตุ ระหว่างกำลังเกิดเหตุ และฟื้นฟูหลังเกิดเหตุ ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์เข้าไปช่วยเหลือช้าภาคเอกชนนั้น นายวิษณุ ยอมรับเพราะกลไกของภาครัฐทำให้ต้องเป็นเช่นนั้น ส่วนการที่หน่วยงานราชการและกระทรวงต่างๆนำงบประมาณมาบริจาค ยืนยันว่าสามารถทำได้ เพราะแต่ละหน่วยงานมีงบฯในกรณีจำเป็นฉุกเฉินอยู่แล้ว แม้แต่ตัวเองลงพื้นที่ต่างจังหวัด ยังสามารถอนุมัติงบฯ เขตละ 50 ล้านบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oW-jm9naLtI

 2,263
การเมืองเข้มข้น
20 ก.ย. 62

ส.ส.เพื่อไทยโต้เผ็ดนายกฯ ไม่รู้เทวดาจะมาอุบลฯ 'หญิงหน่อย' แจงยิบ ส.ส.ช่วยชาวบ้านอยู่ที่ไหน

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เดินทางไป จ.อุบลราชธานี แล้วให้สัมภาษณ์ถามหา ส.ส.พรรคเพื่อไทยหายไปไหนหมด โดยระบุว่า   “ไปแค่ชั่วโมงเดียว ยังอวดดีด่าคนอื่นที่เขาทำมาตลอด ส.ส.ในเขตพื้นที่น้ำท่วมที่ จ.อุบลฯ เขาดูแลกันมานานแล้ว ตั้งแต่ก่อนน้ำจะมา พรรคเพื่อไทยเดินกับชาวบ้านครับ ไม่ไช่ไปสิบนาทีระดมทหารตำรวจเกือบครึ่งหมื่นให้เจ้าหน้าที่เดือดร้อน และส.ส.อุบลฯ พรรคเพื่อไทย ไม่มีเวลาไปเลียแข้งเลียขานายกฯ และไม่มีความจำเป็นต้องไปต้อนรับ   “ปกติผมจะไม่ว่ากล่าวคนที่ไปช่วยเหลือพี่น้องไม่ว่าพรรคไหน กลุ่มไหน ผมถือว่าดีทั้งนั้น แต่หากคนเป็นนายกฯ ไม่มีวุฒิภาวะแบบนี้ต้องขอต่อว่าบ้าง ปากคนที่พูดดีก็ทำให้คนผู้นั้นน่าเชื่อถือ มีศักดิ์มีศรี แต่หากปากคนที่กล่าวหาแต่คนอื่น ดูถูกคนอื่น คนแบบนั้นก็ไร้ศักดิ์ศรี อย่าอวดดีว่าชาวบ้านจะเลือกใคร ยุบสภา มาเลือกกันใหม่สิ แน่จริงเอาไหม”   อีกราย นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เห็น พล.อ.ประยุทธ์ มาแจกถุงยังชีพให้ชาวบ้านในพื้นที่แค่ 200 คน แต่มีทหารมากถึง 500 คน ข้าราชการอีก 500 คนมาดูแล ถามว่าใช้บุคลากรมาดูแลมากไปหรือไม่ ทั้งนี้อยากเรียน พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ด้วยสัญชาตญาณของ ส.ส. เมื่อประชาชนเดือดร้อน พวกเราไม่ได้นิ่งดูดาย เราทำงานในพื้นที่มาตลอดตั้งแต่น้ำท่วม อยู่กับชาวบ้านทุกวันมาตลอดเป็นเดือนแล้ว   ดังนั้นอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไปถามชาวบ้านเองว่าเขาจะเลือกใคร ถ้าท่านอยากรู้แน่จริงขอให้ยุบสภาฯ เลย จะได้รู้ว่าประชาชนจะเลือกใคร   ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาตร์พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้นายกฯเช่นกัน โดยระบุว่า     "ช่างกล้าถาม ส.ส.เพื่อไทยอยู่ไหน? ทำไมไม่มารับนายกฯ หน้าที่ของ ส.ส.ที่ดี คือการอยู่เคียงข้างและช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เมื่อยามที่เขามีทุกข์ ไม่ได้มีหน้าที่ต้องไปคอยเอาใจ หรือไปคอยต้อนรับนายกฯ   คนที่เรา ทีมเพื่อไทย ต้องคอยดูแล และเอาใจใส่คือประชาชน วันนี้ที่นายกฯ ไปอุบล ทีมเพื่อไทยจังหวัดอุบล ลุยน้ำท่วมช่วยชาวบ้านทั้งวันค่ะ อยากรู้ว่า ส.ส.เพื่อไทยอยู่ไหน ก็ตามนี้เลยค่ะ   เขต 1 ชื่อ ส.ส.วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ช่วยชาวบ้านอยู่ที่ อำเภอเมือง เขต 2 ชื่อ คุณณรงค์ชัย วีระกุล ผู้สมัครของเรา ช่วยชาวบ้านอยู่ที่อำเภอเขื่องใน เขต 3 ชื่อ ส.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี ช่วยชาวบ้านอยู่ที่อำเภอวารินชำราบ เขต 4 ชื่อ ส.ส.เอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ช่วยชาวบ้านอยู่ที่อำเภอเดชอุดม เขต 5 ชื่อ ส.ส.รัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ ช่วยชาวบ้านอยู่ที่ อำเภอตระการพืชผล เขต 6 ชื่อ คุณพิสิษฐ์ สันตพันธุ์ ผู้สมัครของเรา ช่วยชาวบ้านอยู่ที่อำเภอตระการพืชผล เขต 7 ชื่อ ส.ส.ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ช่วยชาวบ้านอยู่ที่อำเภอตาลสุม,อำเภอดอนมดแดง เขต 8 ชื่อ คุณเอกพล ญาวงศ์ ผู้สมัครของเรา ช่วยชาวบ้านอยู่ที่ ตำบลไร่ใต้ อำเภอพิบูลมังสาหาร,อำเภอสว่างวีระวงศ์ เขต 9 ชื่อ ส.ส.ประภูศักดิ์ จินตเวช ช่วยชาวบ้านอยู่ที่อำเภอวารินชำราบ เขต 10 ชื่อ ส.ส.สมคิด เชื้อคง ช่วยชาวบ้านอยู่ที่ อำเภอวารินชำราบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/20vdQNMO1tI

 2,239
การเมืองเข้มข้น
20 ก.ย. 62

นายกฯลงพื้นที่อุบลฯ ถามหา ส.ส.เพื่อไทยอยู่ไหน? ชี้ทุกพรรคต้องร่วมมือกัน

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงจังหวัดอุบลราชธานี ด้วยเครื่องบินลำเลียง C-130 พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ได้กำชับเจ้าหน้าที่ที่มาต้อนรับ ว่าให้มากันแต่น้อย ให้อยู่กับประชาชนในพื้นที่ อย่าให้เสียงาน   จากนั้นนายกรัฐมนตรี เยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่ศูนย์พักพิงบ้านหนองกินเพล อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ที่ผู้ประสบอุทกภัยมากกว่า 500 ครัวเรือน ประชาชนร่วม 600 คน โดยนายกฯได้กล่าวทักทายอย่างเป็นกันเองว่า สวัสดีเด้อ..พร้อมขอประชาชน ให้มีกำลังใจพร้อมรับมือสู้ภัยธรรมชาติ   พร้อมระบุ รัฐบาลจะดูแลเต็มที่ ส่งทหารหลายพันนายลงพื้นที่ พร้อมถามหา ส.ส. เพื่อไทย ในพื้นที่ ว่าไปอยู่ที่ไหน ประชาชนเลือกมา เพื่อเลื่อยขานายกรัฐมนตรีหรืออย่างไร พร้อมย้ำว่าทุกพรรคการเมืองต้องช่วยกัน ก่อนที่จะขอให้ชาวบ้านปรบมือให้กับ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล ที่มาดูแลประชาชน เพราะถือว่าเอาใจใส่ ไม่เหมือน ส.ส. ในพื้นที่ไม่ยอมมา ทั้งนี้ตน ดูแล ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลหมด ถ้าหาก ส.ส. ฝ่ายค้านมาร่วม ตนก็พร้อมดูแล เพื่อทำงานร่วมกัน เดินไปด้วยกัน   ขณะเดียวสั่งให้มีการปรับแผนการทำงานของศูนย์อย่างต่อเนื่อง ให้เข้ากับสถานการณ์ เช่น การระบายน้ำ ให้ประชาชนสำรวจพื้นที่เสียหาย ที่ตนเองได้รับผลกระทบ กำชับเจ้าหน้าที่ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง ซึ่งการช่วยเหลือเป็นหน้าที่ของทุกคนไม่ใช่เพียงผู้ว่าราชการจังหวัด ส.ส. ในพื้นที่ต้องแก้ปัญหาร่วมกัน ส.ส. ต้องลงพื้นที่   ถ้าไม่มาคราวหน้าก็ไม่ต้องเลือก เพราะเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ควรร่วมมือกัน และย้ำว่ารัฐบาลนี้เป็นของคนไทยทุกคน แม้พวกท่านจะไม่เลือกพรรคของตน ก็ต้องยิ่งดูแล ย้ำว่า 5 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาลดำเนินการเต็มที่ตามขั้นตอน เรื่องเงินเยียวยา รัฐพร้อมจ่าย และรัฐบาลไม่ได้ขี้เหนียว แต่การเบิกจ่ายจะต้องเป็นระบบ หากเบิกจ่ายแล้วมีปัญหาคดีความ ใครจะรับผิดชอบ เดี๋ยวจะไม่มีนายกฯ มาดูแลพวกท่าน รวมถึงเงินบริจาค ผมขอให้ประชาชนใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซื่อสัตย์กับตนเอง อย่าให้ใครมาใช้เงินของท่าน เพราะเป็นภาษีของท่าน รวมถึงภาษีของตนด้วย   ทั้งนี้สื่อเสนอข่าวอะไรก็ตรวจสอบหน่อย พร้อมยกตัวอย่าง น้ำสูงไม่ถึงขาสุนัข มีคนเข้าไปช่วยก็ชื่นชม ขณะที่บางคนลุยน้ำเสี่ยงอันตราย กับไม่มีใครพูดถึงนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการตั้งศูนย์ประสานสื่อ ในพื้นที่เพื่อให้สร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ให้เป็นไปในทิศเดียวกัน ประณามโจรขโมย ที่ซ้ำเติมประชาชน ที่ประสบปัญหา รวมถึงกำชับให้ส่วนราชการอัพเดทข้อมูล ให้ประชาชนเข้าใจอย่างง่ายภายในศูนย์พักพิง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rNquNZYs6-c

 971
การเมืองเข้มข้น
19 ก.ย. 62

ส่องนายกฯ อ่านรายงานขบวนการทำลายประเทศในสภา โฆษกชี้เป็นความลับด้านความมั่นคง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั่งฟังการอภิปรายอยู่ในที่ประชุมสภานั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังนั่งอ่านรายงานฉบับหนึ่งที่หน้าปกเขียนว่า “โครงข่ายขบวนการทำลายประเทศ” ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับบรรดาช่างภาพและสื่อมวลชนที่สังเกตเห็น โดยเป็นข้อมูลที่หน่วยข่าวความมั่นคงทำสรุปขึ้นมาเสนอรายงานตามปกติ มีเนื้อหารายละเอียดเกี่ยวข้องโยงเครือข่ายไปถึงฝ่ายการเมือง และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นสถาบันรวมอยู่ด้วย   ขณะที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่ฝ่ายความมั่นคงสรุปข้อมูลส่งให้กับนายกฯ ถือเป็นความลับไม่สามารถเปิดเผยได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eOOmeKqTPBU

 2,999
การเมืองเข้มข้น
19 ก.ย. 62

นายกฯส่งยิ้มก่อนออกสภา ชี้เป็นสิทธิที่จะไม่ตอบปมถวายสัตย์

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงเฉพาะเรื่องการไม่แจ้งที่มาของรายได้ในการทำงบประมาณ โดยระบุว่า   ขอพูดเรื่องการไม่แจ้งที่มาของงบประมาณในการทำนโยบาย รัฐบาลไม่อาจระบุได้ว่าจะนำรายได้จากจุดใดมาใช้ในเรื่องใดบ้าง ขอให้ไปรอดูตอนทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จึงจะรู้ว่าเอางบประมาณจากที่ไหนมาทำบ้าง แต่ยืนยันได้ว่ารัฐบาลไม่ได้มุ่งหวังรีดภาษีคนจนนำมาเป็นรายได้ อย่างรัฐบาลก่อนหน้านี้มีโครงการจำนำข้าว ก็เห็นกันอยู่ว่าเป็นอย่างไร   ส่วนนโยบายที่พรรคการเมืองต่างๆหาเสียงกันไว้ หากนำมารวมกันจะใช้เงินมากกว่า 2.2 ล้านล้านบาท ต้องมาดูรายละเอียดว่าทำได้หรือไม่ แต่นโยบายอะไรที่คล้ายกันจะจัดมาอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ไม่เกี่ยงว่าเป็นของรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ส่วนทุนสำรองระหว่างประเทศ รัฐบาลไม่เคยปิดบัง ขณะนี้มีทุนสำรองอยู่ 220,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถือว่าสูงในระดับต้นๆ ของโลก เช่นเดียวกับการก่อหนี้สาธารณะ รัฐบาลนี้กู้เงินน้อยกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆมา ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในเศรษฐกิจประเทศบ้าง ยืนยันว่าทุกอย่างทำถูกต้องทุกประการ   เรื่องตัวเลขคนว่างงานให้ไปดูว่าเกิดจากอะไร เกิดจากคนเลือกงานไหม หรือหนี้ครัวเรือนต้องไปดูว่าเป็นหนี้จากอะไร เรื่องรัฐธรรมนูญที่พูดกันว่าร่างมาเพื่อตนนั้น ไม่จริง แต่เป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ร่าง อย่ามาโยงตน เคารพในหลักการรัฐธรรมนูญทุกตัว ไม่เคยล่วงละเมิดหรือทำให้เสียหาย ส่วนเรื่องน้ำท่วมขณะนี้มีพื้นที่น้ำท่วม 30 กว่าจังหวัด แต่ยังมีอีก 30 กว่าจังหวัดที่ไม่ท่วม จะไม่ไปสนใจเขาเลยหรือไง ยืนยันรัฐบาลไม่ได้ดูแลเฉพาะพื้นที่ตัวเอง   วันนี้ดุเดือดน้อยกว่าเก่าเยอะ รักทุกคนเพราะนี่คือประเทศไทย ก่อนทิ้งท้ายด้วยการส่งยิ้มให้ ส.ส.ในห้องประชุม รวมใช้เวลาชี้แจงราว 25 นาที แต่ไม่ได้ชี้แจงประเด็นการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณ ได้มอบให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ชี้แจงต่อ ประเด็นปมถวายสัตย์ฯ และจะไม่กลับเข้ามาที่รัฐสภาแล้ว เนื่องจากติดภารกิจร่วมพิธีมหามงคล ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AfOSuHaWiuU

 1,296
การเมืองเข้มข้น
19 ก.ย. 62

ศาล รธน.วินิจฉัย 'บิ๊กตู่' ไม่ขาดคุณสมบัตินายกฯ ชี้ตำแหน่งหัวหน้าคสช. ไม่ถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ

องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำวินิจฉัยกรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง( 4) ประกอบมาตรา 160(6) และมาตรา 98 (15) หรือไม่ กรณีดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ   ทั้งนี้ นายวรวิทย์  กังศศิเทียม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัย ว่า คดีนี้ส.ส.จำนวน 110 คน เข้าชื่อยื่นคำร้องต่อประธานสภาฯโดยระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ ผู้ถูกร้องมีคุณสมบัติต้องห้าม เพราะเหตุเป็นเจ้าหน้าทีอื่นของรัฐ ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าตำแหน่งหัวหน้า คสช.มาจากการยึดอำนาจการปกครองประเทศเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557   ต่อมามี พระบรมราชโองการโปรดเกล้า แต่งตั้งพล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้า คสช. เพื่อบริหารราชการแผ่นดิน การแต่งตั้งตำแหน่งหัวหน้าคสช.เป็นผลสืบเนื่องมาจากการยึดอำนาจและเป็นตำแหน่งที่ใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งมีอำนาจสูงสุดของการปกครองประเทศ โดยเห็นได้จากการออกประกาศและคำสั่งหลายฉบับ หัวหน้าคสช.ไม่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาหรือกำกับกับดูแลของรัฐหรือหน่วยงานใด   ทั้งเป็นตำแหน่งที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งโดยกฎหมาย ไม่มีกฎหมายกำหนดวิธีการได้มาหรือการเข้าสู่ตำแหน่งโดยมีอำนาจหน้าที่เป็นการเฉพาะชั่วคราวในช่วงระยะเวลาหนึ่งเพื่อให้มีอำนาจในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงปลอดภัยของประเทศและประชาชน   ดังนั้น ตำแหน่งหัวหน้าคสช.จึงไม่มีสถานะหน้าที่ หรือลักษณะงานทำนองเดียวกันกับพนักงาน ลูกจ้างของหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ตามมาตรา 98 (15) พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160(6) ประกอบมาตรา 98 (15) อาศัยเหตุผลดังกล่าวจึงวินิจฉัยว่า  ความเป็นรัฐมนตรีไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวเพราะเหตุเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4)  ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา 98(15) ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/toftPM1owoE

 3,285
การเมืองเข้มข้น
19 ก.ย. 62

'บิ๊กตู่' บินลงอุบลฯ ฟังแผนเยียวยา-เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมบ่ายนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เตรียมเดินทางไปตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่จังหวัดอุบลราชธานี วันนี้ (19 ก.ย.62) ในเวลา 13.00 น จากนั้นเวลา 14.00 น นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ เดินทางโดยรถยนต์ไปยังศูนย์พักพิงมณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ เพื่อรับฟังบรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำ การเตรียมแผนฟื้นฟูเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย   จากนั้นจะตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยพร้อมมอบถุงยังชีพ จำนวน 83 ราย หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีจะเดินทางโดยรถยนต์ ไปยังตลาดสดเทศบาล 3 สถานีวัดระดับน้ำ M7 เพื่อลงเรือตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยชุมชนริมแม่น้ำมูล และมอบถุงยังชีพผู้ประสบภัยที่ยังอาศัยอยู่ในบ้านเรือน และการลงพื้นที่ครั้งนี้นายกรัฐมนตรีจะเก็บขยะในแม่น้ำมูลด้วย ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯในเวลา 17.30 น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HDS9GO7Ggy4

 1,004
การเมืองเข้มข้น
18 ก.ย. 62

‘บิ๊กตู่’ รอด ศาล รธน. วินิจฉัย ไม่ขาดคุณสมบัติ นั่งนายกฯ ชี้ หัวหน้า คสช.ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ

‘บิ๊กตู่’ รอด ศาล รธน. วินิจฉัย ไม่ขาดคุณสมบัติ นั่ง ‘นายกรัฐมนตรี’ ชี้ ตำแหน่งหัวหน้า คสช.ไม่ถือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ    วันที่ 18 ก.ย. 62 องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำวินิจฉัยกรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง( 4) ประกอบมาตรา 160(6) และมาตรา 98 (15) หรือไม่    กรณีดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ โดยวันนี้นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนของฝ่ายประธานสภาผู้แทนราษฎร มาร่วมฟังการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่ฝ่ายนายกรัฐมนตรีมีพล.ต.วิรัช โรจนวาช คณะทำงานนายกรัฐมนตรี มาร่วมฟัง   ทั้งนี้ นายวรวิทย์  กังศศิเทียม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัย ว่า คดีนี้ส.ส.จำนวน 110 คน เข้าชื่อยื่นคำร้องต่อประธานสภาฯ โดยระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ ผู้ถูกร้องมีคุณสมบัติต้องห้าม เพราะเหตุเป็นเจ้าหน้าทีอื่นของรัฐ ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าตำแหน่งหัวหน้า คสช.มาจากการยึดอำนาจการปกครองประเทศเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ต่อมามี พระบรมราชโองการโปรดเกล้า แต่งตั้งพล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้า คสช. เพื่อบริหารราชการแผ่นดิน การแต่งตั้งตำแหน่งหัวหน้าคสช.เป็นผลสืบเนื่องมาจากการยึดอำนาจและเป็นตำแหน่งที่ใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งมีอำนาจสูงสุดของการปกครองประเทศ    โดยเห็นได้จากการออกประกาศและคำสั่งหลายฉบับ หัวหน้าคสช.ไม่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาหรือกำกับกับดูแลของรัฐหรือหน่วยงานใด ทั้งเป็นตำแหน่งที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งโดยกฎหมาย ไม่มีกฎหมายกำหนดวิธีการได้มาหรือการเข้าสู่ตำแหน่งโดยมีอำนาจหน้าที่เป็นการเฉพาะชั่วคราวในช่วงระยะเวลาหนึ่งเพื่อให้มีอำนาจในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงปลอดภัยของประเทศและประชาชน   ดังนั้น ตำแหน่งหัวหน้า คสช.จึงไม่มีสถานะหน้าที่ หรือลักษณะงานทำนองเดียวกันกับพนักงาน ลูกจ้างของหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ตามมาตรา 98 (15) พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160(6) ประกอบมาตรา 98 (15) อาศัยเหตุผลดังกล่าวจึงวินิจฉัยว่า  ความเป็นรัฐมนตรีไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวเพราะเหตุเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4)  ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา 98(15)   ส่วนกรณีที่นางอุบลกาญจน์ อมรสิน  ประธานองค์กรตรวจสอบการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม ยื่นคัดค้าน 7 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ  ไม่ให้วินิจฉัยคดีนี้ ศาลมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง เนื่องจากไม่ได้เป็นคู่กรณีโดยตรง  

 2,226
การเมืองเข้มข้น
18 ก.ย. 62

นายกฯ แจงรัวกลางสภา ปมใช้งบดำเนินนโยบาย ก่อนชิ่งออกจากห้องประชุม ไม่ชี้แจงปมถวายสัตย์

วันที่ 18 ก.ย. 62 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงในสภาฯ กรณีที่ถูกพรรคฝ่ายค้านอภิปรายโจมตี โดยนายกรัฐมนตรีขอชี้แจง สัดส่วนงบประมาณด้านต่างๆ ในการดำเนินนโยบายรัฐบาล หลังพรรคฝ่ายค้านอภิปรายซักฟอก ถึงการไม่ชี้แจงการรายละเอียดงบประมาณในการแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 25-27 ก.ค.ที่ผ่านมา มีการเปรียบเทียบการดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลปัจจุบัน และ รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร    โดยยืนยันว่า หนี้สาธารณะ ของรัฐบาลเพิ่มขึ้นน้อยกว่า รัฐบาลปี 2556-2557 สำหรับการชี้แจงครั้งนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันว่า การชี้แจงวันนี้ไม่ได้พูดเสียงดังแต่ต้องพูดเพราะฟังมาตั้งแต่เช้า ยืนยันว่าวันนี้ไม่ได้หงุดหงิด รู้สึกสบายใจ ก่อนที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ลุกขึ้นประท้วงมองว่านายกรัฐมนตรีกำลังชี้แจงนอกประเด็น    ซึ่งนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ได้วินิจฉัยยืนยันว่า นายกรัฐมนตรียังชี้แจงอยู่ในประเด็น จึงขอให้สมาชิกอดทนฟังนายกรัฐมนตรี เพราะนายกรัฐมนตรีฟังสมาชิกมาตั้งแต่เช้าแล้ว จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ขอจบการชี้แจง โดยกล่าวว่าขอจบการชี้แจงเพียงเท่านี้ ก่อนลุกออกจากห้องประชุมทันที โดยที่ยังไม่ได้ชี้แจงประเด็นถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน   จากนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและบรรดาคณะรัฐมนตรีค่อยๆ ออกทีละคน  

 3,371
การเมืองเข้มข้น
18 ก.ย. 62

'ปิยบุตร' ตั้งคำถามปมถวายสัตย์ถึง 'บิ๊กตู่' 4 ข้อ ซัดป่วย 2 โรค จี้ ให้ลาออก เรียกร้อง 'วิษณุ' ยุติการช่วยเหลือ

'ปิยบุตร' ตั้งคำถาม 'พล.อ.ประยุทธ์' ปมถวายสัตย์ 4 ข้อ ชี้ ต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองด้วยการลาออก ระบุ ร่างรัฐธรรมนูญเองแต่กลับทำผิดเอง   วันที่ 18 ก.ย. นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อภิปรายถึงเหตุผลที่เป็นผู้เปิดประเด็น หยิบยก เรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณของ พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นอภิปราย เพราะเห็นว่าเป็นประเด็น สำคัญ และส่งผลต่อความสมบูรณ์ของการถวายสัตย์ปฏิญาณ ทำให้คณะรัฐมนตรียังไม่สามารถเข้ารับหน้าที่ได้   ดังนั้นต้องหาทางแก้ไขให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ และคณะรัฐมนตรี แต่ไม่ได้รับโอกาสให้อภิปรายชี้แจงมากพอ และนายกรัฐมนตรีไม่ตอบให้กระจ่าง จนประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เตือนว่า หากจะอภิปรายเรื่องนี้ เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง ผู้พูดต้อง รับผิดชอบ ซึ่งตนในฐานะผู้เปิดประเด็น พร้อมรับผิดชอบอย่างแน่นอน แต่ไม่มั่นใจว่า พล.อ. ประยุทธ์ ผู้กล่าวนาการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดจะกล้ารับผิดชอบในการ กระทาของตนเองบ้างหรือไม่     นายปิยบุตร กล่าวว่า หากวันนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณของตนไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ปัญหาต่างๆก็คงไม่ยุ่งยากเท่ากับตอนนี้ และสามารถหาทางแก้ไขได้ทัน เช่น หยุดการแถลงนโยบายในรัฐสภาไว้ก่อน ทำเรื่องขอพระบรมราชานุญาตเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ให้ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ จากนั้นจึงกลับมาแถลงนโยบาย และเข้ารับหน้าที่อย่างสมบูรณ์ แต่เมื่อนายกฯ นิ่งเงียบ ไม่ชี้แจง จนผ่านไปสองสัปดาห์จึงออกมายอมรับอย่างชัดแจ้ง ปัญหาทาง กฎหมายที่จะตามมา ก็พัวพันอีรุงตุงนังไปหมด เพราะคณะรัฐมนตรี ได้เข้ารับหน้าที่ ใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดิน ออกมติ ครม แล้วหลายเรื่อง   ทั้งนี้ตนเองได้ศึกษาวิชากฎหมาย รัฐธรรมนูญมาค่อนชีวิต เรียนและใช้วิชานี้ประกอบอาชีพเป็นอาจารย์ ทราบดีว่า ทุกองค์กร ต้องมีการถวาย สัตย์ และถ้อยคาถวายสัตย์จะลงท้ายเหมือนกันหมดว่า “ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทยทุกประการ” เมื่อทราบเรื่องก็ตรวจสอบข้อมูลอีกหลายทาง   เพราะงง และสงสัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทำแบบนั้นได้อย่างไร เช็คแล้วเช็คอีก ว่าโดนวางยาหรือไม่ จึงตั้งใจสอบถามในวันแถลงนโยบายว่า ผิดพลาด บกพร่องเพราะอะไร จะได้ร่วมหาทางแก้ไขปัญหากัน ซึ่งเจตนาของตนเองมีเพียงเท่านี้ ไม่ได้คิดจะล้มรัฐบาล เมื่อไม่ได้รับคำตอบฝ่ายค้านจึงเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวันนี้     นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีตอนนี้มี 2 โรค คือโรคไม่แยแสรัฐธรรมนูญ เพราะพฤติกรรมของนายกฯแสดงให้ประชาชนเห็นว่าไม่แยแสรัฐธรรมนูญ จากข้อความที่กล่าวคำปฏิญาณไม่ครบ ทำให้ประชาชนสงสัยว่าจะไม่รักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งรัฐธรรมนูญ 2560 รัฐบาลเป็นผู้ร่างมาแต่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ จนถูกชาวเนตตั้งฉายาว่าเป็น “บิดาแห่งข้อยกเว้น”   อีกโรคคือโรคไม่รับผิดชอบ ซึ่งจากข่าวนายกฯออกมายอมรับว่ากล่าวคำถวายสัตย์ไม่ครบ แต่ยังไม่เห็นความรับผิดชอบใด ไม่ว่าจะทางกฎหมาย หรือทางการเมือง คือ การลาออก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าขาดภาวะความเป็นผู้นำ   นายปิยบุตร ตั้งคำถามถึงนายกรัฐมนตรี ว่า นายกรัฐมนตรี 4 ข้อ คือ ข้อ 1. พล.อ.ประยุทธ์ ได้เตรียมข้อความการถวายสัตย์มาเองในกระดาษแข็งที่เสียบไว้อยู่ในกระเป๋าเสื้อด้านข้างใช่หรือไม่ เขียน ข้อความการถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ ที่ไม่ตรงตามรัฐธรรมนูญลงไปใช่หรือไม่ เหตุใดจึงไม่อ่านจากกระดาษแข็ง ใส่แฟ้มจากสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเตรียมมาให้ ทั้งๆท่ีในการถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนหน้านั้นทั้ง 5 ครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็อ่านจากแฟ้มและถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ   ข้อ 2.หากมีรัฐมนตรีคนในคนหนึ่งลาออก มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งรัฐมนตรีคนใหม่รับตำแหน่งแทน หาก พล.อ.ประยุทธ์ นำรัฐมนตรีคนใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ ถามว่า พล.อ.ประยุทธ์จะกล่าวถ้อยคำตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา 161 หรือไม่ หรือจะอ่านในแบบที่อ่านเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562   ข้อ 3. หากรัฐมนตรีคนอื่น กล่าวถ้อยคาในการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 นายกรัฐมนตรี เห็นว่า ทำได้หรือไม่   และข้อ 4. ถามไปยัง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมาแล้วกลายรัฐบาล เคยเห็นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาทำแบบ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ และทำได้หรือไม่   นายปิยบุตร ยังกล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยมีข้อเสนอให้ นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบโดยการขอพระรมราชานุญาตถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ ส่วนการกระทำทิ่กมา อย่าง มติ ครม.ต่างๆ ก็ให้ออกใหม่ทั้งหมด แต่เป็นที่น่าเสียดาย ที่นายกรัฐมนตรีเพิกเฉยและไม่แสดงความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นการจงใจระเมิดรัฐธรรมนูญ และทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน   นายปิยบุตร กล่าวทิ้งท้าย โดยขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองด้วยการลาออก และเรียกร้องนายวิษณุ ให้ยุติการช่วยเหลือทางกฎหมาย และกลับมาเป็นนายวิษณุคนเดิม    

 2,026
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.ย. 62

'บิณฑ์' ยันมาด้วยใจ ไม่มีใครบังคับ ร่วมรายการรัฐบาลบริจาคช่วยน้ำท่วม 'บิ๊กตู่' รับโทรศัพท์เอง ยอดทะลุ 263 ล้าน

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะรัฐมนตรี ร่วมจัดรายการพิเศษ ร่วมใจ พี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม ที่จัดโดยรัฐบาล สำนักนายกรัฐมนตรี อสมท และกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย   ซึ่งนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะรัฐมนตรี ได้รับโทรศัพท์ด้วยตนเองเพื่อรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ทั่วประเทศ จำนวน 30 คู่สาย สมทบเข้า กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี บัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 067-0-06895-0 ที่เบอร์ 02-354-0101 โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพ ดารารักแสดง ร่วมรายการด้วย ซึ่งล่าสุดยอดเงินบริจาคทั้งสิ้นกว่า 263 ล้านบาท   นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการระดมกำลังทุกภาคส่วนช่วยเหลือ และติดตามสถานการณ์ทุกพื้นที่ มีการปรับแผนช่วยเหลือ ซึ่งล่าสุดบางพื้นที่น้ำลดลงแล้ว ซึ่งรัฐบาลจะทำทุกวิธีทางให้ประชาชนก้าวพ้นวิกฤตภัย ขณะเดียวกันรัฐบาลไม่สามารถทำงานเพียงคนเดียวได้ จึงขอความร่วมมือจากประชาขน และทำการจัดรายการในคืนนี้ จึงขอเชิญชวนร่วมบริจาคเงินเพื่อข่วยเหลือผู้ประสบภัย หวังว่าพลังน้ำใจของประชาชน และหน่วยงาน จะเป็นกำลังใจสำคัญให้ประชาชนกลับมาปกติสุข โดยขณะที่ความเสียหายประเมินคร่าวๆในวันนี้ความเสียหายไม่ต่ำว่า 2-3 หมื่นล้านบาท การเกษตรคาดเสียหายเกือบล้านไร่   ขณะที่นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นักแสดงชื่อดัง ในฐานะมูลนิธิร่วมกตัญญุ ให้สัมภาษณ์ก่อนร่วมรายการพิเศษ ร่วมใจ พี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม ว่า การเดินทางมาในวันนี้มาด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่มีใครบังคับ เพราะอยากจะมาช่วยเหลือประชาชน รวมถึงไม่มีใครขอร้องหรือ บังคับ เพราะมาด้วยใจ ซึ่งรัฐบาลไม่มีการประสานไปและเป็นการเดินทางมาด้วยตนเอง ในฐานะนักแสดง   ส่วนประเด็นดราม่าที่เปรียบการช่วยเหลือของตนเองและรัฐบาลนั้น นายบิณฑ์ ยืนยันว่า สิ่งที่ทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้คิดถึงเกี่ยวกับรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรี เพียงแต่เห็นภาพประชาชนในพื้นที่และรู้สึกสงสารเลยอยากช่วยก่อน เพราะคิดว่าเงิน1พันบาทสำคัญต่อผู้ประสบภัย และเงินถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในขณะนี้ พร้อมกล่าวว่ารู้สึกอึดอัดที่มีการโยงหลายประเด็นในโซเชียลมีเดีย เพราะส่วนตัวก็เชียร์พลเอกประยุทธ์มาโดยตลอด และไม่มีอะไรเกี่ยวกับเรื่องการเมือง รวมถึงไม่มีการเคลียร์ใจกับรัฐบาล และถ้าเจอกับพลเอกประยุทธ์ก็จะมีการกล่าวทักทาย เพราะนายกรัฐมนตรีทราบดีว่าตนเองไม่มีเจตนาในเรื่องอื่น   ส่วนในวันนี้จะมีการบริจาคเงินสมทบด้วยหรือไม่ยังไม่ทราบ เพราะมองว่าเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีในการหาเงิน ซึ่งขอพิจารณาก่อนว่าจะนำเงินบริจาคมารวมกับรายการพิเศษนี้หรือไม่ แต่ยืนยันว่าบริจาคเงินบริจาคที่ได้มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ ในรายการบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้นั่งรับโทรศัพท์ร่วมกับนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข   สำหรับผู้บริจาคเงินกับรัฐบาล สามารถนำหลักฐานในการบริจาคไปใช้แสดงการลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองคลัง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หมายเลขโทรศัพท์ 0 2283 4318-24   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OVGj_pmSDkI

 849
การเมืองเข้มข้น
18 ก.ย. 62

'บิ๊กตู่' ไม่ตื่นเต้นศึกซักฟอกปมถวายสัตย์ ยันจะอยู่ฟังให้นานที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือฝ่ายค้านในการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติว่า พร้อมเสมอเมื่อไรที่ดำเนินการได้ ตนจะไปตอบและไปรับฟังความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์จากทุกคน จึงไม่มีอะไรตื่นเต้นสักอย่าง เพราะมันเลยเวลาเกินขั้นตอนที่จะตื่นเต้นแล้ว   ยันจะอยู่ฟังให้ได้นานที่สุด แต่ต้องทำงานด้วย การอภิปรายไม่ได้ขัดข้องหรือขัดแย้งกับใคร เพราะไม่ว่านายกฯจะอยู่หรือไม่อยู่ อภิปรายกันได้อยู่แล้ว แต่คิดว่าอยากอยู่ให้ได้มากที่สุด ข้อมูลที่จะชี้แจงมีอยู่แล้ว ฝ่ายกฎหมายเตรียมข้อมูลทั้งหมดให้ ไม่ได้เตรียมข้อมูลเอง จึงต้องฟังข้อมูลจากฝ่ายกฎหมายและคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่าความมุ่งหมายวัตถุประสงค์แต่ละอย่างเป็นอย่างไร และคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญมีผลในส่วนนี้ด้วยขอให้ฟังกันบ้างก็แล้วกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PE64ER7YJoA

 936
สังคม-อาชญากรรม
17 ก.ย. 62

นายกฯ ใจป้ำ! ควักเงินแสนประเดิมบริจาคช่วยน้ำท่วม ก่อนจัดรายการพิเศษคืนนี้

นายกรัฐมนตรี ประเดิม บริจาค เงินช่วยน้ำท่วม 1 แสนบาท ก่อนจัดรายการพิเศษ รับบริจาคเงินช่วยเหลือผ่านโครงการ ร่วมใจพี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม คืนนี้ ขณะที่การประชุมกรมอวันนี้ต้องจับตาการแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ตรวจราชการรวม 9 ตำแหน่ง   วันที่ 17 ก.ย. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยก่อนการประชุม นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มาประชาสัมพันธ์ เปิดศูนย์รับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยนายกรัฐมนตรีได้ประเดิม มอบเงินส่วนตัวจำนวน 100,000 บาท ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในเบื้องต้น พร้อมระบุว่า อยากให้นำเงินดังกล่าวไปช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้าน พร้อมกำชับการใช้เงินบริจาค ให้สอบถามความต้องการประชาชนว่า ต้องการสิ่งของ หรือเงินในการช่วยเหลือ    ขณะที่วันนี้ในเวลา 19.00 น. จะมีรายการพิเศษรับบริจาคเงินช่วยเหลือผ่าน "โครงการ ร่วมใจพี่น้องไทยช่วยภัยน้ำท่วม" ออกอากาศทางช่อง 9 MCOT HD พร้อมบอก สิ่งดีๆ นั้นมีทุกวันแต่ไม่ค่อยมีคนสนใจ ก่อนจะร่วมประชาสัมพันธ์สืบสาน เทศกาล ประเพณี วิถีไทย ประเพณีทำบุญสารทเดือนสิบ ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ โดยนายกรัฐมนตรี ได้อุ้มพระในเทศการอุ้มพระดำน้ำ จ.เพชรบูรณ์ พร้อมอธิฐานให้ข้าราชการทั้งหมดทำงานสำเร็จทุกประการเช่นเดียวกับรัฐบาล ส่วนการประชาสัมพันธ์งานประเพณีทำบุญสารท เดือน 10 จ.นครศรีธรรมราช นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ใช้หญ้าหวาน แทนน้ำตาลเพื่อสุขภาพ    จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้ทำท่าเล่นงิ้วโชว์สื่อ พร้อมถาม ท่านี้คือท่าอะไร โดยท่าที่นายกทำเป็นท่ายกทัพ พร้อมระบุ เป็นศิลปะวัฒนธรรม อัตลักษณ์ความเป็นไทย ประเทศไทยมีความเป็นมา คนเราถ้าลืมประวัติศาสตร์ชาตติพันธุ์ก็ไม่รู้จะรักประเทศไทยได้อย่างไร มีคนบางคนจะพยายามยกเลิกทุกอย่าง เพราะไทยมีสิ่งที่น่าสนใจ ทั้งโบรารณสถาน ประเพณีวัฒนธรรม แต่หลายคนต้องการแต่สิ่งใหม่ๆ ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ บางคนลืมความเป็นมาของตนเอง คนเราต้องมีรากเหง้ากันทุกคน    ขณะเดียวกันการประชุม ครม. วันนี้ มีวาระที่น่าสนใจ คือ การแต่งตั้งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทน นางพัชรีภรณ์ ยงอินทรีย์ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย นี้ โดย คาดว่าจะแต่งตั้ง นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ ผู้ตรวจราชการพิเศษ สปน. และกระทรวงมหาดไทยจะเสนอ แต่งตั้งโยกย้ายข้าราขการระดับบริหารสูงในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ตรวจราชการกระทรวง 9 ตำแหน่ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเสนอรายชื่อผู้บริหารระดับซี 10 จำนวน 4 ตำแหน่ง แทนผู้เกษียณราชการ        

 7,660

Top