ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทำร้ายคนแก่"

สังคม
13 ก.พ. 63

นักร้องก็อปปี้โชว์พร้อมพวก รุมทำร้ายคนแก่ขาพิการ

จันทบุรี-เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันระหว่างชายที่แต่งกายคล้ายนักร้องเพื่อชีวิตพร้อมพวก รุมทำร้ายชายขาพิการ ซึ่งทางลูกเขยของคนเจ็บยอมรับว่ากลัวคดีไม่คืบ จึงพยายามไปตามคดีกับทางตำรวจ หลังคู่กรณีอ้างมีลูกพี่เป็นสารวัตร   คลิปนี้เป็นเหตุการณ์ที่ชายสองคนทะเลาะวิวาทกัน บริเวณลานออกกำลังกาย ริมทะเลสาบทุ่งนาเชย ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ชายทั้ง 2 คนที่ปรากฎในคลิป ปกติก็มานั่งเล่นกันเป็นประจำ    ตอนแรกได้นั่งคุยกันตามปกติ อยู่ ๆ ก็เกิดมีปากเสียงเถียงกันเกี่ยวกับการยกมือถือมาถ่ายรูปผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ต่างมาชอบผู้หญิงคนเดียวกัน จึงเกิดการหึงหวงกันขึ้น จากนั้นจึงได้ชกต่อยกัน ประมาณ 10 นาที ตอนแรกที่ไม่มีคนห้าม เพราะเคยเห็นทั้งสองมานั่งคุยกัน และทะเลาะกันแบบนี้ประจำ    โดยตอนที่สู้กันตัวต่อตัว ฝ่ายชายที่แต่งตัวแบบนักร้องเพื่อชีวิตสู้ไม่ได้ เพราะตัวเล็กกว่า สุดท้ายมีชายอีกคนหนึ่งเข้ามารุมทำร้ายเพิ่ม จนทำให้ชายขาพิการซึ่งตัวใหญ่กว่าถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ  โดยชายคนที่ถุกรุมทำร้ายชื่อ นายทรงวุฒิ กรประวัติ อายุ 60 ปี     หลังจากที่เกิดเรื่อง ครอบครัวผู้บาดเจ็บเข้าแจ้งความที่สน.จันทบุรี และพยายามไปตามหาคู่กรณีให้มามอบตัวและรับผิดชอบ แต่ว่าคู่กรณียังคงกวนไม่หยุด พูดจาไม่ดีใส่ และหลบหนีไปอยู่กับลูกสาวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง   ด้านลูกสาวและลูกเขยของผู้บาดเจ็บบอกว่าเห็นคลิปแล้วทนไม่ได้ พยายามเร่งรัดและติดตามความคืบหน้าของคดี ขณะที่ผู้บาดเจ็บตอนนี้ตามร่างกายยังมีรอยฟกซ้ำดำเขียวและมีอาการเบลอๆ อยู่    โดยผู้ก่อเหตุที่แต่งตัวคล้ายนักร้องเพื่อชีวิต เขาเป็นนักร้องก็อปปี้โชว์น้าแอ๊ด คาราบาว เคยไปโชว์ในรายการดังหลายรายการ ปัจจุบันร้องเพลงตามร้านอาหารตอนกลางคืน   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/YnWxIdx6hEM

 260
สังคม
12 ก.พ. 63

โซเชียลแห่แชร์คลิป 2 ชายรุมทำร้าย 'ลุงขาพิการ' ลูกเขยสุดทน จี้ให้มามอบตัว

เกิดเหตุคนต่อยลุงพิการ ซึ่งในตอนแรกเป็นการดวลหมัดตัวต่อตัว โดยผู้คนที่นั่งอยู่ในบริเวณนั้นไม่มีใครเข้าไปห้ามแต่อย่างใด แต่ในจังหวะที่ลุงพิการล้มลงกับพื้น เพื่อนของคู่กรณีที่อยู่ในบริเวณนั้นก็เข้ามารุมทำร้ายทันที   ภายหลังเจ้าของคลิปดังกล่าวได้ออกมาเผยว่า ลุงพิการในคลิปดังกล่าวเป็นพ่อตาของตน และฝากไปยังคู่กรณีทั้ง 2 คนด้วยว่า “ให้ไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่าให้ตนไปหาด้วยตัวเอง”  

 12,693
สังคม-อาชญากรรม
23 พ.ย. 62

ลุงวัย 52 ปี เล่านาที ‘เสี่ยร้านลาบ’ ยกพวกทำร้าย "จับล็อคตัว-กำกุญแจรถต่อยจนบิดงอ" เหตุไม่พอใจโดนแจ้งจับโกงค่าแรง

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘นิสิต พุ่มวิเศษ’ ได้โพสต์คลิปความยาว 1.22 นาที เป็นภาพภาพเหตุการณ์กลุ่มชายฉกรรจ์ 3 คน ยืนล้อมรถเก๋งของผู้เสียหาย เรียกให้ผู้เสียหายเป็นชายวัยกลางคนลงจากรถ ก่อนที่ถ่ายคนเดียวจะเดินเข้าไปล็อคตัวแล้วชายอีกคนหนึ่งก็รัวหมัดใส่ไปที่ใบหน้าของผู้เสียหายหลายครั้ง    โดยผู้เสียหายพยายามใช้มือป้องตัวไว้ แต่ชายคนดังกล่าวก็ไม่หยุดทำร้ายใช้หมัดต่อยไม่ยั้ง จนผู้เสียหายล้มฟุบลงกลางถนน ซึ่งชายคนเดียวกันนั้น ยังได้ใช้เท้าเตะซ้ำไปที่ใบหน้าของผู้เสียหายเกือบ 10 ครั้ง จนเลือดอาบหน้านอนหมดสติ    จากนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินลงมาจากรถกระบะสีดำ ของกลุ่มผู้ก่อเหตุลากแขนชายที่ทำร้ายผู้เสียหายออกไป พร้อมตะโกนบอกว่า “พอ พอ” ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินขึ้นรถขับรถหลบหนีไป ชาวบ้านละแวกนั้นต่างพากันออกมาช่วยเหลือ จดจำทะเบียนรถผู้ก่อเหตุไว้   ล่าสุด วันที่ 23 พ.ย. เจ้าของร้านลาบกับพวกที่รุมทำร้ายลุง ขณะนี้ได้เข้ามอบตัวกับผู้บัญชาการตำรวจภาค 1 แล้ว ซึ่งอยู่ใระหว่างการสอบปากคำ โดยผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น อยากจะขอโทษกับสิ่งที่ทำกับลุงหรือไม่ แต่ไม่ตอบพร้อมกับมีสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา    นายสมบัติ นิยมมาก  อายุ 52 ปี ผู้เสียหาย เผยว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 พ.ย.62 เวลาประมาณ 11.50 น.ใกล้แยกโรงน้ำกรุงเทพน้ำทิพย์  ม.6 ต.สวนพริกไทย อ.เมือง จ.ปทุมธานี ก่อนเกิดเหตุตนได้มาเจรจาแทนพี่สาวของภรรยา เพื่อตกลงค่าจ้างแรงงานของพี่สาวภรรยา ซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวชาวลาว    โดยพี่สาวภรรยา เคยไปทำงานที่ร้านอาหารอีสานของนายธันวา ทรัพย์สินไพบูลย์ อายุ 30 ปี (นายจ้างผู้ก่อเหตุ) แต่ติดค้างค่าแรง 5,400 บาท โดยตนและภรรยาไปเจรจากับนายธันวา บริเวณที่ทำการ ตม.ปทุมธานี เพื่อไกล่เกลี่ยกรณีข้อพิพาทเรื่องค่าแรง ซึ่งก่อนหน้านี้พี่สาวภรรยาได้แจ้งความไว้ที่ สภ.สวนพริกไทย    หลังจากตนได้รับเงินจากฝ่ายนายจ้างแล้วได้เดินทางกลับ ไม่ได้มีปากเสียงอะไรกัน ระหว่างที่ขับรถมาจะถึงแยกโรงน้ำฯ ได้มีรถ จยย.ขี่มาจอดขวางด้านหน้ารถตน 2 คน และมีรถยนต์กระบะตามมาจอดปิดท้าย จากนั้นผู้ขับขี่รถ จยย.ลงมา ตนได้ลดกระจกรถลง คนขับกระบะคือนายจ้าง ก็เดินมาพูดว่า “เฮ้ยมาคุยกันหน่อยสิ” แล้วลากตนออกจากรถดึงกุญแจรถออก กำกุญแจรถมาต่อยศีรษะของตนจนบิดงอ   ขณะที่ผู้ขับขี่รถ จยย.พวกนายจ้าง ได้จับล็อกตัว จากนั้นได้ใช้กำปั้นชกต่อยและเตะตนหลายครั้งตามคลิป ไม่มีโอกาสอ้าปากโต้เถียง คิดจะต่อสู้แต่กลัวลูกเมียมีปัญหา โดยตนได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าปูดบวม ลำคอ รอบดวงตาเป็นรอยฟกช้ำดำเขียว ดั้งหัก ฟันหน้าแตก 1 ซี่ ก่อนเข้าแจ้งความที่ สภ.สวนพริกไทย และไปโรงพยาบาลให้แพทย์ตรวจร่างกาย ตอนนี้ไม่โกรธอะไร เฉย ๆ    พี่สาวภรรยาตนทำงานที่นี่มาได้ 3 เดือนแล้ว ตอนแรกจะลงทุนให้ขายของ พอดีแม่ไม่สบายจึงจะลาออกจากงานเพื่อไปดูแลแม่ โดยเดือนสุดท้าย เพราะแฟนตนไปไม่ได้เนื่องจากลูกยังเล็ก พี่สาวเลยไปลาออกจากงาน แต่นายจ้างบอกว่า ลาออกได้ แต่เงินไมได้ จะโอนให้สิ้นเดือน   จึงแจ้งว่าไม่ได้อยู่ที่เมืองไทยแล้ว นายจ้างจึงบอกว่า งั้นก็ไม่ต้องเอาซักบาท ตนจึงโทรไปคุยอยากรู้เรื่องเงิน ที่ไม่ได้ค่าแรง แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง จึงบอกว่าจะทำแบบของตน ตม.จึงเข้าไปตรวจและจับคนในร้านไป ในส่วนที่แรงงานผิดกฎหมาย พร้อมปรับเงินเจ้าของร้าน ทั้งนี้พี่สาวภรรยาทำงานไป 18 วัน ต้องได้ 5,400 บาท แต่นายจ้างให้มา 2,000 บาท แล้วเก็บคืนไป เมื่อไปเจรจาก็ได้เงินมาครบ 5,400 บาท   ด้านนางสาวแหม๋ง สีพันดอน อายุ 20 ปีทภรรยาผู้เสียหาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนนั่งอยู่เบาะข้างคนขับ นายจ้าง เดินมาพูดกับสามีว่า “พี่ทำอย่างนี้ได้ไง แจ้งความเมียผมทำไม” สามีตนจึงบอกไปว่าก็คุยกับเมียคุณแล้ว จากนั้นนายจ้าง บอกพี่ลงมาคุยกับผม พี่รู้มั้ยผมเป็นใครแล้วก็ดึงกุญแจรถออก แล้วล็อคแขนสามีตนลงจากรถ   ตนพยายามกรี๊ดร้องตกใจให้คนช่วย ไม่ให้ทำร้ายสามีแต่กลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ฟัง ส่วนค่าแรงที่ติดค้างพี่สาวนั้นทวงมาหลายครั้ง แต่นายจ้าง ไม่ยอมให้ จึงได้ไปแจ้งความ ก่อนจะนัดเจรจากันและเหตุดังกล่าว “ตนและพี่สาวเป็นต่างด้าวเงินบาทเดียวก็มีค่า ทำงานก็เหนื่อยไม่ได้หยุด” เชื่อว่านายจ้างไม่พอใจที่พวกตนไปแจ้งความ จึงลงมือก่อเหตุ   จากการตรวจสอบพบว่า หนึ่งในผู้ก่อเหตุเปิดร้านอาหารอีสาน ย่านบางคูวัด จ.ปทุมธานี หลังเป็นข่าวพบว่ามีการปิดเพจเฟซบุ๊ก และเมื่อวานนี้(22 พ.ย.) ปิดร้านหนี สอบถามร้านใกล้เคียงให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้เปิดให้บริการตามปกติ ขณะที่ชาวเน็ตรุมด่ายับถึงประกาศลั่นจะไม่ไปทานอาหารที่ร้านนี้กลัวโดนกระทืบ   ล่าสุดที่เฟซบุ๊กส่วนตัวของชายคนดังกล่าว ซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารอีสาน ได้โพสต์ข้อความระบุ "ให้เป็นหน้าที่ของกฎหมาย อย่ามายุ่งหน้าร้านผม เรื่องอื่นๆไว้รอขั้นตอนทางกฎหมายนะครับ อย่าไประรานหน้าร้านอาหารของผม"    แต่ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ไปไม่นาน ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนท์อย่างรุนแรง ทำให้เสี่ยร้านลาบต้องลบโพสต์ดังกล่าวออกไป พร้อมทั้งได้เปลี่ยนชื่อเฟซบุ๊ก ป้องกันชาวเน็ตสืบหาตัวจนเจอ แต่ก็มีชาวเน็ตหลายรายสามารถแคปเจอร์เอาไว้ได้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/VMPl65aftEc

 16,339
สังคม
23 พ.ย. 62

ลุงวัย 52 ปี เล่านาที ‘เสี่ยร้านลาบ’ ยกพวกทำร้าย "จับล็อคตัว-กำกุญแจรถต่อยจนบิดงอ" เหตุไม่พอใจโดนแจ้งจับโกงค่าแรง

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘นิสิต พุ่มวิเศษ’ ได้โพสต์คลิปความยาว 1.22 นาที เป็นภาพภาพเหตุการณ์กลุ่มชายฉกรรจ์ 3 คน ยืนล้อมรถเก๋งของผู้เสียหาย เรียกให้ผู้เสียหายเป็นชายวัยกลางคนลงจากรถ ก่อนที่ถ่ายคนเดียวจะเดินเข้าไปล็อคตัวแล้วชายอีกคนหนึ่งก็รัวหมัดใส่ไปที่ใบหน้าของผู้เสียหายหลายครั้ง    โดยผู้เสียหายพยายามใช้มือป้องตัวไว้ แต่ชายคนดังกล่าวก็ไม่หยุดทำร้ายใช้หมัดต่อยไม่ยั้ง จนผู้เสียหายล้มฟุบลงกลางถนน ซึ่งชายคนเดียวกันนั้น ยังได้ใช้เท้าเตะซ้ำไปที่ใบหน้าของผู้เสียหายเกือบ 10 ครั้ง จนเลือดอาบหน้านอนหมดสติ    จากนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินลงมาจากรถกระบะสีดำ ของกลุ่มผู้ก่อเหตุลากแขนชายที่ทำร้ายผู้เสียหายออกไป พร้อมตะโกนบอกว่า “พอ พอ” ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินขึ้นรถขับรถหลบหนีไป ชาวบ้านละแวกนั้นต่างพากันออกมาช่วยเหลือ จดจำทะเบียนรถผู้ก่อเหตุไว้   ล่าสุด วันที่ 23 พ.ย. เจ้าของร้านลาบกับพวกที่รุมทำร้ายลุง ขณะนี้ได้เข้ามอบตัวกับผู้บัญชาการตำรวจภาค 1 แล้ว ซึ่งอยู่ใระหว่างการสอบปากคำ โดยผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น อยากจะขอโทษกับสิ่งที่ทำกับลุงหรือไม่ แต่ไม่ตอบพร้อมกับมีสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา    นายสมบัติ นิยมมาก  อายุ 52 ปี ผู้เสียหาย เผยว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 พ.ย.62 เวลาประมาณ 11.50 น.ใกล้แยกโรงน้ำกรุงเทพน้ำทิพย์  ม.6 ต.สวนพริกไทย อ.เมือง จ.ปทุมธานี ก่อนเกิดเหตุตนได้มาเจรจาแทนพี่สาวของภรรยา เพื่อตกลงค่าจ้างแรงงานของพี่สาวภรรยา ซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวชาวลาว    โดยพี่สาวภรรยา เคยไปทำงานที่ร้านอาหารอีสานของนายธันวา ทรัพย์สินไพบูลย์ อายุ 30 ปี (นายจ้างผู้ก่อเหตุ) แต่ติดค้างค่าแรง 5,400 บาท โดยตนและภรรยาไปเจรจากับนายธันวา บริเวณที่ทำการ ตม.ปทุมธานี เพื่อไกล่เกลี่ยกรณีข้อพิพาทเรื่องค่าแรง ซึ่งก่อนหน้านี้พี่สาวภรรยาได้แจ้งความไว้ที่ สภ.สวนพริกไทย    หลังจากตนได้รับเงินจากฝ่ายนายจ้างแล้วได้เดินทางกลับ ไม่ได้มีปากเสียงอะไรกัน ระหว่างที่ขับรถมาจะถึงแยกโรงน้ำฯ ได้มีรถ จยย.ขี่มาจอดขวางด้านหน้ารถตน 2 คน และมีรถยนต์กระบะตามมาจอดปิดท้าย จากนั้นผู้ขับขี่รถ จยย.ลงมา ตนได้ลดกระจกรถลง คนขับกระบะคือนายจ้าง ก็เดินมาพูดว่า “เฮ้ยมาคุยกันหน่อยสิ” แล้วลากตนออกจากรถดึงกุญแจรถออก กำกุญแจรถมาต่อยศีรษะของตนจนบิดงอ   ขณะที่ผู้ขับขี่รถ จยย.พวกนายจ้าง ได้จับล็อกตัว จากนั้นได้ใช้กำปั้นชกต่อยและเตะตนหลายครั้งตามคลิป ไม่มีโอกาสอ้าปากโต้เถียง คิดจะต่อสู้แต่กลัวลูกเมียมีปัญหา โดยตนได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าปูดบวม ลำคอ รอบดวงตาเป็นรอยฟกช้ำดำเขียว ดั้งหัก ฟันหน้าแตก 1 ซี่ ก่อนเข้าแจ้งความที่ สภ.สวนพริกไทย และไปโรงพยาบาลให้แพทย์ตรวจร่างกาย ตอนนี้ไม่โกรธอะไร เฉย ๆ    พี่สาวภรรยาตนทำงานที่นี่มาได้ 3 เดือนแล้ว ตอนแรกจะลงทุนให้ขายของ พอดีแม่ไม่สบายจึงจะลาออกจากงานเพื่อไปดูแลแม่ โดยเดือนสุดท้าย เพราะแฟนตนไปไม่ได้เนื่องจากลูกยังเล็ก พี่สาวเลยไปลาออกจากงาน แต่นายจ้างบอกว่า ลาออกได้ แต่เงินไมได้ จะโอนให้สิ้นเดือน   จึงแจ้งว่าไม่ได้อยู่ที่เมืองไทยแล้ว นายจ้างจึงบอกว่า งั้นก็ไม่ต้องเอาซักบาท ตนจึงโทรไปคุยอยากรู้เรื่องเงิน ที่ไม่ได้ค่าแรง แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง จึงบอกว่าจะทำแบบของตน ตม.จึงเข้าไปตรวจและจับคนในร้านไป ในส่วนที่แรงงานผิดกฎหมาย พร้อมปรับเงินเจ้าของร้าน ทั้งนี้พี่สาวภรรยาทำงานไป 18 วัน ต้องได้ 5,400 บาท แต่นายจ้างให้มา 2,000 บาท แล้วเก็บคืนไป เมื่อไปเจรจาก็ได้เงินมาครบ 5,400 บาท   ด้านนางสาวแหม๋ง สีพันดอน อายุ 20 ปีทภรรยาผู้เสียหาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนนั่งอยู่เบาะข้างคนขับ นายจ้าง เดินมาพูดกับสามีว่า “พี่ทำอย่างนี้ได้ไง แจ้งความเมียผมทำไม” สามีตนจึงบอกไปว่าก็คุยกับเมียคุณแล้ว จากนั้นนายจ้าง บอกพี่ลงมาคุยกับผม พี่รู้มั้ยผมเป็นใครแล้วก็ดึงกุญแจรถออก แล้วล็อคแขนสามีตนลงจากรถ   ตนพยายามกรี๊ดร้องตกใจให้คนช่วย ไม่ให้ทำร้ายสามีแต่กลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ฟัง ส่วนค่าแรงที่ติดค้างพี่สาวนั้นทวงมาหลายครั้ง แต่นายจ้าง ไม่ยอมให้ จึงได้ไปแจ้งความ ก่อนจะนัดเจรจากันและเหตุดังกล่าว “ตนและพี่สาวเป็นต่างด้าวเงินบาทเดียวก็มีค่า ทำงานก็เหนื่อยไม่ได้หยุด” เชื่อว่านายจ้างไม่พอใจที่พวกตนไปแจ้งความ จึงลงมือก่อเหตุ   จากการตรวจสอบพบว่า หนึ่งในผู้ก่อเหตุเปิดร้านอาหารอีสาน ย่านบางคูวัด จ.ปทุมธานี หลังเป็นข่าวพบว่ามีการปิดเพจเฟซบุ๊ก และเมื่อวานนี้(22 พ.ย.) ปิดร้านหนี สอบถามร้านใกล้เคียงให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้เปิดให้บริการตามปกติ ขณะที่ชาวเน็ตรุมด่ายับถึงประกาศลั่นจะไม่ไปทานอาหารที่ร้านนี้กลัวโดนกระทืบ   ล่าสุดที่เฟซบุ๊กส่วนตัวของชายคนดังกล่าว ซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารอีสาน ได้โพสต์ข้อความระบุ "ให้เป็นหน้าที่ของกฎหมาย อย่ามายุ่งหน้าร้านผม เรื่องอื่นๆไว้รอขั้นตอนทางกฎหมายนะครับ อย่าไประรานหน้าร้านอาหารของผม"    แต่ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ไปไม่นาน ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนท์อย่างรุนแรง ทำให้เสี่ยร้านลาบต้องลบโพสต์ดังกล่าวออกไป พร้อมทั้งได้เปลี่ยนชื่อเฟซบุ๊ก ป้องกันชาวเน็ตสืบหาตัวจนเจอ แต่ก็มีชาวเน็ตหลายรายสามารถแคปเจอร์เอาไว้ได้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/VMPl65aftEc

 16,339
ข่าวโซเชียล
22 พ.ย. 62

เย้ยกฎหมาย! แก๊งนายจ้างรุมซ้อมคนแก่สลบกลางถนน คาดเจรจาค่าแรงไม่เคลียร์

จากรณีคลิปวีดีโอกลุ่มชายรุมทำร้ายคนขับรถเก๋งจนหมดสติ บริเวณที่เกิดเหตุใกล้แยกโรงน้ำกรุงเทพน้ำทิพย์ ม.6 ต.สวนพริกไทย อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งคลิปดังกล่าวถูกแชร์ต่อไปและเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก   พ.ต.อ.พงศ์พัชร์ แจ้งหมื่นไวย์ ผกก.สภ.สวนพริกไทย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 21 พ.ย.62 เวลาประมาณ 11.50 น. บริเวณใกล้แยกโรงน้ำกรุงเทพน้ำทิพย์ อ.เมือง จ.ปทุมธานี ผู้เสียหายคือ นายสมบัติ นิยมมาก อายุ 52 ปี โดยก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายได้มาเจรจาแทนพี่สาวของภรรยา เพื่อตกลงค่าจ้างแรงงานของพี่สาวภรรยาที่ตกค้าง โดยเจรจากับนายจ้างพี่สาวภรรยา (ซึ่งเป็นกลุ่มที่ก่อเหตุทำร้าย) บริเวณที่ทำการ ต.ม.ปทุมธานี เพื่อให้ทาง ตม.ไกล่เกลี่ยกรณีข้อพิพาทเรื่องค่าแรง    หลังจากผู้เสียหายได้รับเงินจากฝ่ายนายจ้างแล้วได้เดินทางกลับ ระหว่างที่ขับรถมาจะถึงแยกโรงน้ำน้ำกรุงเทพน้ำทิพย์  ได้มีรถจักรยานยนต์ขับมาจอดขวางด้านหน้ารถผู้เสียหาย และมีรถยนต์กระบะตามมาจอดปิดท้าย จากนั้นผู้ขับขี่รถ จักรยานยนต์ลงมา ผู้เสียหายได้ลดกระจกรถลง ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จับล็อกผู้เสียหาย ก่อนที่นายจ้างชายได้เข้าใช้กำปั้นชกต่อยและเตะผู้เสียหาย โดยกลุ่มวัยรุ่นเป็นชายหญิงรวม 4 คน สาเหตุคาดว่าไม่พอใจที่ผู้เสียหายไปเรียกร้องค่าจ้างให้พี่สาวของภรรยา    ส่งผลให้ผู้ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลที่ใบหน้าและดั้งจมูก ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวไปตรวจร่างกายไว้เป็นหลักฐาน และในวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เชิญตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาทำการสอบสวน และดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

 5,693
สังคม-อาชญากรรม
18 พ.ย. 62

ช่างแอร์หัวร้อน ทำร้ายป้าข้างบ้านวัย 67 ฉุนด่าแมวสุดที่รัก ก่อนหอบเสื้อผ้าหนีไปศรีธัญญา

คลิปวงจรปิดภายในหมู่บ้านมั่นคง ซอยบุญชู เพชรเกษม 48 แยก 4-7 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ บันทึกภาพขณะที่ นางสมศรี สดคง วัย 67 ปี ถูกนายพงศ์พรรณ ผลมูล ช่างซ่อมแอร์ทำร้ายร่างกายทั้งตบและเตะเข้าก้านคอ จนหน้าล้มคะมำไปกับพื้นถนนได้รับบาดเจ็บ   จนลูกชายผู้ก่อเหตุและภรรยาต้องเข้ามาห้าม แต่ชายคนนี้ยังไม่หยุดเข้าไปอาละวาดต่อในบ้านทำลายข้าวของจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นพอตำรวจนครบาลภาษีเจริญมาถึง แทนที่จะหยุด กลับนอนลงกับพื้นอาละวาดร้องโวยวายราวกับเด็ก บอกว่าไม่ยอมไป จนภรรยาต้องบอกกับตำรวจว่า จะพาไปพบที่โรงพักเอง กระทั่งช่วงเย็น ชายผู้ก่อเหตุกลับขนเสื้อผ้าใส่กระเป๋าขึ้นรถตู้ออกจากบ้านไป ซึ่งภรรยาอ้างว่าไปพบหมอที่โรงพยาบาลศรีธัญญา   ขณะที่นางสมศรี ผู้บาดเจ็บ เล่าว่า เห็นแมวของคู่กรณีมาฉี่ที่ตู้กดน้ำอัตโนมัติหน้าบ้าน จึงพูดว่าแมวใครมาฉี่แถวบ้าน จะตีให้หลังหักเลย ทำให้คู่กรณีไม่พอใจ เข้าทำร้ายทันที   หลังเกิดเหตุ ทางฝ่ายคู่กรณียังไม่เคยเข้ามาเยี่ยม มีเพียงโทรศัพท์มาเจรจาว่าขอรับผิดชอบค่าเสียหาย และค่ารักษาพยาบาล โดยบอกว่าที่สามีทำลงไป เป็นเพราะอาการป่วยทางจิต แต่ทางครอบครัวยืนยันว่าจะไม่ยอมให้อภัยเด็ดขาด ยิ่งครอบครัวผู้ก่อเหตุรู้ว่าป่วยควรต้องหาคนมาดูแลใกล้ชิด ไม่ใช่ปล่อยให้ออกมาทำร้ายคนอื่น และนี่จะเป็นกรณีตัวอย่าง จะไม่ยอมให้เอาคำว่าผู้ป่วยจิตเวชมาอ้างในการทำร้ายคนอื่น   ด้านตำรวจเจ้าของคดีระบุ ต้องรอผลการตรวจของแพทย์ว่าเป็นอย่างไรเข้าข่ายบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ จากนั้นจึงจะเรียกคู่กรณีมารับทราบข้อกล่าวหา แต่จากการตรวจสอบภายในบ้านผู้ก่อเหตุ พบว่ามียาด้านจิตประสาทจำนวนมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QSp2STnZWgM

 1,356
สังคม
18 พ.ย. 62

ช่างแอร์หัวร้อน ทำร้ายป้าข้างบ้านวัย 67 ฉุนด่าแมวสุดที่รัก ก่อนหอบเสื้อผ้าหนีไปศรีธัญญา

คลิปวงจรปิดภายในหมู่บ้านมั่นคง ซอยบุญชู เพชรเกษม 48 แยก 4-7 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ บันทึกภาพขณะที่ นางสมศรี สดคง วัย 67 ปี ถูกนายพงศ์พรรณ ผลมูล ช่างซ่อมแอร์ทำร้ายร่างกายทั้งตบและเตะเข้าก้านคอ จนหน้าล้มคะมำไปกับพื้นถนนได้รับบาดเจ็บ   จนลูกชายผู้ก่อเหตุและภรรยาต้องเข้ามาห้าม แต่ชายคนนี้ยังไม่หยุดเข้าไปอาละวาดต่อในบ้านทำลายข้าวของจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นพอตำรวจนครบาลภาษีเจริญมาถึง แทนที่จะหยุด กลับนอนลงกับพื้นอาละวาดร้องโวยวายราวกับเด็ก บอกว่าไม่ยอมไป จนภรรยาต้องบอกกับตำรวจว่า จะพาไปพบที่โรงพักเอง กระทั่งช่วงเย็น ชายผู้ก่อเหตุกลับขนเสื้อผ้าใส่กระเป๋าขึ้นรถตู้ออกจากบ้านไป ซึ่งภรรยาอ้างว่าไปพบหมอที่โรงพยาบาลศรีธัญญา   ขณะที่นางสมศรี ผู้บาดเจ็บ เล่าว่า เห็นแมวของคู่กรณีมาฉี่ที่ตู้กดน้ำอัตโนมัติหน้าบ้าน จึงพูดว่าแมวใครมาฉี่แถวบ้าน จะตีให้หลังหักเลย ทำให้คู่กรณีไม่พอใจ เข้าทำร้ายทันที   หลังเกิดเหตุ ทางฝ่ายคู่กรณียังไม่เคยเข้ามาเยี่ยม มีเพียงโทรศัพท์มาเจรจาว่าขอรับผิดชอบค่าเสียหาย และค่ารักษาพยาบาล โดยบอกว่าที่สามีทำลงไป เป็นเพราะอาการป่วยทางจิต แต่ทางครอบครัวยืนยันว่าจะไม่ยอมให้อภัยเด็ดขาด ยิ่งครอบครัวผู้ก่อเหตุรู้ว่าป่วยควรต้องหาคนมาดูแลใกล้ชิด ไม่ใช่ปล่อยให้ออกมาทำร้ายคนอื่น และนี่จะเป็นกรณีตัวอย่าง จะไม่ยอมให้เอาคำว่าผู้ป่วยจิตเวชมาอ้างในการทำร้ายคนอื่น   ด้านตำรวจเจ้าของคดีระบุ ต้องรอผลการตรวจของแพทย์ว่าเป็นอย่างไรเข้าข่ายบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ จากนั้นจึงจะเรียกคู่กรณีมารับทราบข้อกล่าวหา แต่จากการตรวจสอบภายในบ้านผู้ก่อเหตุ พบว่ามียาด้านจิตประสาทจำนวนมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QSp2STnZWgM

 1,356
สรุปข่าว
18 พ.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 18 พ.ย.62 เปิดใจครูวานางฟ้าบิ๊กไบค์-ลุงขาอ่อนชอบล้มหน้ารถ-เรียกสอบ ดาราชาย ฟ.เอี่ยวมอมยาสาว

-ครูวา สาวสองสุดแสบ ฉายานางฟ้าบิ๊กไบค์ หลอกหนุ่มแก๊งบิ๊กไบค์ให้รักก่อนยักยอกทรัพย์ ล่าสุดเปิดใจสื่อ เป็นครูจริงที่ ร.ร.เอกชน ไม่เคยบอกใครว่าเป็นผู้หญิง แต่ก็ไม่ได้บอกใครว่าเป็นสาวสอง คนอื่นเข้าใจกันไปเอง ส่วนเรื่องยักยอกทรัพย์แฟนหนุ่ม ยันไม่เคยขโมย แต่ฝ่ายชายให้เองโดยเสน่หา แต่แค้นที่ตนจะตีตัวออกห่าง   ส่วนเรื่องหนุ่มอีกคนที่ชื่อเบียร์หาว่าตนขโมยบิ๊กไบค์ไป ยันไม่ได้ขโมย ล่าสุดส่งรถคืนกลับแล้ว ขอยังไม่พบตร.เพราะป่วยเป็นงูสวัด จะรอให้หายก่อน ขณะที่เหยื่อทยอยแจ้งความต่อเนื่องอย่างน้อย 4 ราย โดนแบบเดียวกันหมด ตร.เตรียมออกหมายจับข้อหาลักทรัพย์ต่อไป   -ดีเอสไอ ขอศาลถอนประกันชัยวัฒน์ วันนี้ (18 พ.ย.) หลังเดินสายให้สัมภาษณ์สื่อ เข้าข่ายยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน พูดดิสเครดิตพนักงานสอบสวน ในคดีร่วมกันฆ่าบิลลี่ ข้องใจผู้บริหารก.ทรัพย์วางเฉยไม่ให้ออกจากราชการ   -สุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน เผยพรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปราย รมต.ไม่น้อยกว่า 5 คน หนึ่งในนั้นคือนายกฯ เนื้อหาผิดพลาดล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ญัตติอภิปรายจะเขียนเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ เตรียมยื่นไม่เกิน 5 ธ.ค.เพื่อให้มีการอภิปรายกลางเดือน ธ.ค.   วันนอร์เชื่องูเห่าผุดแสดงตัวช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจเดือนหน้าแน่ เป็นส.ส.มาหลายสมัยเคยเห็นแต่ ส.ส.ย้ายข้างช่วงเปลี่ยนรัฐบาล ไม่เคยเห็นการตั้งตลาดซื้อ ส.ส.รายตัวเหมือนตลาดสดกลางสภา ต่อรองให้เรื่องใหญ่ๆผ่านสภา ท้ารอดูผลโหวตฟ้องงูเห่าว่าจะมีกี่ตัว   -ชิมช้อปใช้เฟส 3 โควต้าผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไป ไม่คึกคัก มียอดแค่ 90,175 คน โดยจะเปิดให้ครบ 5 แสนคน หลายคนบ่นใช้งานยากเกินไป ลงทะเบียนทางมือถือไม่เป็น เป็นภาระลูกหลาน   -หนุ่มซิ่งปอร์เช่ชน จยย.ทำหนุ่มคนขับบาดเจ็บสาหัส สาววัย 24 ปีคนซ้อนท้ายเสียชีวิต ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เผยคนขับไม่ยอมลงมาช่วยคนเจ็บ แต่ยืนอยู่ข้างรถตัวเอง ก่อนโทรศัพท์ให้เพื่อนมารับไปซื้อของกิน ซ้ำยังได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากคนขับรถหรู   พ่อคนตายเผยรู้สึกโกรธ ทำไมรวยแต่ไม่มีน้ำใจ ไม่เคยมาดูแล แม้แต่วันรดน้ำศพก็ยังไม่มาขอขมาศพ อยากให้ตร.ทำงานคดีตรงไปตรงมา เพราะวันเกิดเหตุก็ไม่มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์ของผู้ก่อเหตุ ตร.อ้างผู้ก่อเหตุไม่มีกลิ่นเหล้า ไม่จำเป็นต้องตรวจ ซ้ำยังปิดห้องคุยกันเองระหว่างตร.กับผู้ก่อเหตุ และประกันรถยนต์ โดยไม่อนุญาตให้เข้าไปฟัง ยันยังไม่เผาศพลูกจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม   -อดีต รปภ.เครียดปีนเสาสปอร์ตไลท์สูงกว่า 30 เมตร ภายในสนามกีฬาธูปะเตมีย์ จ.ปทุมธานี จนท.ประสานรถกระเช้า-เบาะลม  เจรจาไม่สำเร็จ พลาดตกลงมาหมดสติ อาการสาหัส ปมเครียดต้องขึ้นศาลคดีบุกรุก   -อุบัติเหตุรถเมล์ชนท้ายรถเมล์ที่ ถ.พระราม 3 ผู้โดยสารเจ็บ 11 อ้างสิบล้อพุ่งปาดหน้ารถเมล์กระชั้นชิด จนรถเมล์เบรคไม่ทันพุ่งชนท้ายรถเมล์อีกคันเสียงดังสนั่น   -สาวลำปางวัย 40 รุมตบ ด.ญ.วัย 10 กว่าปี 10 ต่อ 2 ด.ญ.ผู้เสียหายเผยปมเหตุมาจากเรื่องผู้ชาย ที่ตนเองได้โพสต์เฟซบุ๊กต่อว่าเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง จากนั้นเรื่องก็บานปลายจนมีการนัดเจอกันเพื่อเคลียร์ปัญหา พอถึงที่เกิดเหตุอีกฝ่ายก็กรูเข้ามาทำร้ายทันที   -วงจรปิดจับภาพ ช่างซ่อมแอร์อารมณ์ร้าย ไม่พอใจที่ป้าข้างบ้านต่อว่าแมวตัวโปรดเรื่องขับถ่ายเรี่ยราด ปรี่เข้าไปตบ เตะซ้ำ ก่อนจะหอบเสื้อผ้าหนีไปรักษาอาการทางประสาทที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ครอบครัวป้ายันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด   -ผวาทั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านโคกสว่าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้ยินเสียงเด็กร้องในป่า ระดมกันออกตามหา 5 วัน 5 คืน ไม่เจอ มีแต่ซากศาลพระภูมิเก่า และเครื่องรางของขลังจำนวนมาก ชาวบ้านเชื่อน่าจะเป็นกุมารทอง ร่างทรงเผยคนได้ยินเสียงน่าจะหลอนไปเอง แนะให้ทำความสะอาด จับเก็บศาลเพียงตาให้เรียบร้อย เพราะคนใช้เส้นทางเห็นศาลก็กลัว ไม่กล้าขับผ่าน   -เตรียมเรียกสอบ ดาราชาย อักษรย่อ ฟ. วันพุธนี้เอี่ยวมอมยา นศ.สาวหลังวงจรปิดเห็นชัดเดินออกมาจากร้านอาหารด้วยกัน โดยไปพร้อมกับรุ่นพี่ที่ฝึกงานก่อนไปเจอดาราชาย ตร.รอผลตรวจร่างกายจากแพทย์เตรียมเชิญตัวรุ่นพี่และดารา ฟ.สอบปากคำ   -ชาวบ้านสุดเอือม ชายชราชอบล้มหน้ารถเกือบโดนรถชน แรกๆสงสารก็ให้เงิน พักหลังผิดสังเกตเพราะล้มบ่อย เจ้าตัวอ้างที่ล้มเพราะหน้ามืด ไม่ได้แกล้งเรียกร้องความสนใจ เพื่อนบ้านแฉลุงเป็นคนเจ้าชู้ ชอบเดินออกไปเหล่สาว เคยอยู่บ้านพักคนชรา สุดท้ายหนีออกมา จนลูกสาวให้มาอยู่ในห้องพัก คล้องกุญแจไม่ให้ออกไปไหน มีคนเอาข้าวเอาน้ำไปให้กิน ยันไม่มีปัญหาด้านการเงิน เพราะลูกสาวส่งเงินให้ใช้ทุกเดือน   -เจ็บหนักมาก! นักร้องลูกทุ่งดัง ฮาย-อาภาพร นครสรรค์ โพสต์คลิปนั่งมองลอตเตอรี่กว่า 300 ใบ แต่ไม่เข้าเป้ารางวัลใหญ่ เจ้าตัวเผยกว้านซื้อหมดไป 3 หมื่นกว่าบาท แต่ถูกใบเดียว ได้มา 2 พันบาท ถามว่าเข็ดไหม? เจ้าตัวบอกเจ็บหนักขนาดนี้ เข็ดนะ! งวดนี้ น่าเกลียดไปหน่อย ซื้อมา 300 กว่าใบ ถูกอยู่ใบเดียว โพสต์ฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่ อยากให้ช่วยจัดการเรื่องหวยที่ออกไม่ตรงกับเลขที่ซื้อ ตอนนี้เดือดร้อนมาก   -ร้องไห้หนักมาก! คลิปหนุ่มกู้ภัยโคราชอ้วนจ้ำม่ำ นั่งร้องลั่นบนเตียงพยาบาล ขณะถูกหมอกำลังเย็บแผลจากเหตุที่เจ้าตัวระงับเหตุกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะกันในงานประจำปี จนตัวเองได้รับบาดเจ็บ เพื่อนแซวเป็นกู้ภัยเก็บศพมานับไม่ถ้วน แต่มากลัวเลือดของตัวเอง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JOIuxjvj4mE

 41,064
สังคม
17 พ.ย. 62

หนุ่มช่างแอร์กระทืบป้าวัย 67 ปี เหตุฉุนมาด่าแมวสุดที่รัก ภรรยาอ้างสามีป่วยทางจิตส่งเข้าศรีธัญญาแล้ว

หนุ่มทำร้ายป้าข้างบ้านเจ็บหนัก สาเหตุเพราะไม่พอใจมาต่อว่าแมวที่มาขับถ่ายเรี่ยราดหน้าบ้าน ล่าสุดญาติส่งตัวรักษาโรงพยาบาลศรีธัญญาแล้ว    เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วง 8 โมงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา ชายที่ปรากฎในภาพ คือ นาย พงศ์พรรณ เป็นช่างซ่อมแอร์ เข้ามาทำร้ายร่างกาย นาง สมศรี วัย 67 ปี เพื่อนบ้าน เพราะไม่พอใจที่ไปต่อว่าแมวของเขาว่าขับถ่ายเรี่ยราด จากนั้นลูกชายและภรรยาผู้ก่อเหตุเข้ามาห้าม ก่อนที่เขาจะอาละวาดทำลายข้าวของในบ้านเสียหาย แล้วช่วงเย็นก็เก็บข้าวของหลบหนีไป ซึ่งทางภรรยาของผู้ก่อเหตุอ้างว่า ไปรักษาอาการป่วยทางจิตที่โรงพยาบาลศรีธัญญา    ส่วน นาง สมศรี ผู้บาดเจ็บ ขณะนี้ยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ใบหน้ามีแผลถลอกและเขียวช้ำ ที่สีข้างซ้ายมีรอยบวมช้ำ    จากนั้นภรรยาผู้ก่อเหตุโทรศัพท์มาเจรจาเรื่องค่าเสียหาย แต่ทางญาติยืนยันไม่ยอมความ หลานผู้บาดเจ็บขณะที่ตำรวจนครบาลภาษีเจริญเข้าไปสอบปากคำผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลแล้ว แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา นาย พงศ์พรรณ

 3,646
สรุปข่าว
17 พ.ย. 62

เตรียมออกหมายเรียกชายทำร้ายหญิงสูงอายุ - เร่งรักษาแมวดาวของกลางวัดหลวงตาบัว - เดโมแครตชนะเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐหลุยเซียน่า

เตรียมออกหมายเรียกชายทำร้ายหญิงสูงอายุ   ตำรวจสน.ภาษีเจริญ เตรียมออกหมายเรียกชายก่อเหตุทำร้ายร่างกายหญิงอายุ 67 ปี ในคลิปที่ปรากฏในโลกออนไลน์ ญาติเผยผู้ก่อเหตุมีอาการป่วยทางจิต ขณะนี้เข้ารับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีธัญญา โดยสาเหตุที่เข้าทำร้าย เพราะไม่พอใจที่ไปต่อว่าแมวออกไปขับถ่ายหน้าบ้าน     เร่งรักษาแมวดาวของกลางวัดหลวงตาบัว   เพจกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โพสคลิปแมวดาวพร้อมระบุเป็นสัตว์ป่าของกลางที่รับมาจากวัดหลวงตาบัว จังหวัดกาญจนบุรี ระบุดูแล้วไม่รู้ว่าป่วย ทั้งนี้ได้วางยาสลบและตรวจวินิจฉัย พบเป็นต้อหินและตาอักเสบทั้งสองข้าง พร้อมเร่งรักษา โดยให้ทานยาอย่างต่อเนื่อง     เดโมแครตชนะเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐหลุยเซียน่า   พรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะอีกหนึ่งสนามเลือกตั้งหลังนาย จอห์น เบล เอ็ดเวิร์ดส์ คว้าชัยชนะเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐหลุยเซียน่าไปเมื่อวานนี้ ผลการเลือกตั้งเป็นไปอย่างสูสี นับเป็นความปราชัยอีกครั้งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ลงพื้นที่ช่วยนายเอ็ดดี้ ริสโพน ผู้สมัครรีพับลิกันหาเสียงถึงสองครั้งในรอบสองสัปดาห์ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ริสโพนคว้าชัยชนะได้

 1,051
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 พ.ย. 62

คลิปสะเทือนใจ ชายทำร้ายคนแก่ ตบคว่ำ-เตะซ้ำ เมียอ้าง ผัวเป็นบ้า

โลกออนไลน์เผยคลิป คุณป้าคนหนึ่งกำลังตากผ้า ปรากฏว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเดินปรี่เข้ามาตบคุณป้าจนล้มคว่ำ ทั้งยังเตะซ้ำอีก 2 ครั้งก่อนที่จะมีคนเข้ามาห้าม หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ภรรยาของชายที่เตะคุณป้า เข้ามาบอกว่า สามีหนูเป็นบ้า สติไม่ดี โดยผู้โพสต์ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ ซอยวัดจันทร์ เพชรเกษม 48 แยก 4-7 หน้าซอยมี 7-11 ซอยบุญชู     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/_xJfkyZZ__g

 5,590
ข่าวโซเชียล
17 พ.ย. 62

คลิปสะเทือนใจ ชายทำร้ายคนแก่ ตบคว่ำ-เตะซ้ำ เมียอ้าง ผัวเป็นบ้า

โลกออนไลน์เผยคลิป คุณป้าคนหนึ่งกำลังตากผ้า ปรากฏว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเดินปรี่เข้ามาตบคุณป้าจนล้มคว่ำ ทั้งยังเตะซ้ำอีก 2 ครั้งก่อนที่จะมีคนเข้ามาห้าม หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ภรรยาของชายที่เตะคุณป้า เข้ามาบอกว่า สามีหนูเป็นบ้า สติไม่ดี โดยผู้โพสต์ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ ซอยวัดจันทร์ เพชรเกษม 48 แยก 4-7 หน้าซอยมี 7-11 ซอยบุญชู     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/_xJfkyZZ__g

 5,590
ข่าวภูมิภาค
16 ส.ค. 62

ลูกสะใภ้ปัดทารุุณแม่สามีวัย 85 แจงแค่ดุเพราะหงุดหงิด หลังถูกเพื่อนบ้านแฉจับหัวโขก-ปล่อยนอนหน้าห้อง

นครปฐม-เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่บ้านเอื้ออาทร พุทธมณฑลสาย 5 ต.ไร่ขิง อ.สามพราน แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือนางทองลักษณ์  พาหา อายุ 85 ปี หรือยายลักษณ์ ว่าอาจถูกลูกชายและลูกสะใภ้ทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ใบหน้าปูดบวมร่างกายบอบช้ำ ปล่อยให้นอนหน้าห้องอย่างทรมาน ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล   โดยเพื่อนบ้านข้างห้องแจ้งว่า เห็นยายลักษณ์ ถูกลูกชายและลูกสะใภ้ซึ่งพักอยู่ห้องด้วยกันทำร้าย โดยปล่อยให้ออกมานอนอยู่หน้าห้องพักตามทางเดิน บางวันยายก็ไปนอนที่บันไดหนีไฟอย่างเวทนา มีเพียงแผ่นยางรองนอน หมอน 1ใบ ผ้าห่มผืนเล็ก 1 ผืน  ตามร่างกายและที่ใบหน้ามีร่องรอยฟกช้ำ ปากมีคราบเลือด เบลอพูดจาไม่รู้เรื่อง จึงพากันให้การช่วยเหลือ ซึ่งไม่มีใครถ่ายภาพขณะที่ยายโดนทำร้ายไว้เป็นหลักฐาน   จากนั้นเพื่อนบ้านได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.โพธิ์แก้ว ให้ดำเนินการเอาผิดลูกชายและลูกสะใภ้ แม้เป็นเรื่องในครอบครัวก็อยากให้ตรวจสอบพฤติกรรม ตนเคยถามลูกสะใภ้ว่าทำไม่ไม่เอาน้ำวางไว้ให้ยาย ลูกสะใภ้บอกว่ายายทำหกเลอะเทอะมดมันขึ้น ต้องไปทำงานใครจะดูแล ก็ไม่ได้มีความผูกพันธ์เพราะไม่ใช่ญาติ ขนาดยายลักษณ์เข้าโรงพยาบาล ลูกชายกับลูกสะใภ้ก็ไม่อยู่เฝ้า ทิ้งให้เพื่อนบ้านเฝ้าแทน   จากการตรวจสอบบ้านเอื้ออาทรดังกล่าว พบหน้าห้องมีเสื้อผ้าของยายลักษณ์แขวนอยู่  2-3 ผืน กระเป๋าใส่ของใบเล็กๆ ผ้าปูนอนเปื้อนเลือด จานข้าวและถังน้ำสำหรับซักผ้าวางอยู่ที่พื้น และมีไม้ที่ลูกสะใภ้ใช้ตีวางอยู่หน้าห้อง   เพื่อนบ้านเล่าว่า ห้องพักของตนอยู่ชั้น 4 ได้ยินเสียงยายลักษณ์ถูกทุบตีแทบทุกวัน จึงแอบขึ้นไปดูอยู่ที่บันได เห็นลูกสะใภ้ใช้ไม้ไผ่ฟาดตียายลักษณ์ ตะคอกเสียงใส่ หากใครยืนมองก็จะถูกลูกสะใภ้ด่าทอ ตนและเพื่อนบ้านคนอื่นๆ ไม่กล้าเข้าไปช่วย จึงนำเรื่องไปแจ้งนิติฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือ   ก่อนหน้านี้มีเพื่อนบ้านข้างห้องได้ยินเสียงเหมือนจับศีรษะโขกผนังห้อง และเคยเห็นยายลักษณ์ ลากสังขารตัวเองคลานไปที่หน้าห้องเพื่อนบ้าน ไปกินน้ำในกระถางใส่น้ำสำหรับให้สุนัขกิน เพราะลูกชายกับลูกสะใภ้ไม่เอาข้าวน้ำให้กิน อ้างว่ายายลักษณ์ทำหกเลอะเทอะ หากยายไปขอข้าวเพื่อนบ้านกินก็จะถูกดุด่าว่าเป็นขอทาน โดยวันไหนที่ลูกชายและลูกสะใภ้ไม่อยู่ห้อง เพื่อนบ้านก็จะพากันไปดูแล นำข้าวและน้ำมาให้ดื่ม   หนำซ้ำลูกสะใภ้ยังใช้เท้าเขี่ยให้ยายลักษณ์ออกไปอยู่นอกห้อง และยังเคยเห็นใช้ไม้ตีจนยายก้มหน้าฟุบไปปิดหน้าปิดตากับพื้น วันไหนลูกสะใภ้หยุดงานอยู่ห้องก็จะโดนทุบตีทั้งวัน เพื่อนบ้านเคยเข้าไปช่วยเหลือพาส่งโรงพยาบาลหลายครั้ง พอกลับออกมาก็โดนลูกสะใภ้ทุบตีอีก   ด้านลูกสะใภ้วัย 39 ปี ยืนยันไม่เคยทำร้ายทุบตีแม่สามี แค่ถือไม่ชี้ดุด่าเท่านั้นเวลาดื้อพูดไม่ฟังคลานไปทั่ว ที่พูดเสียงดังเพราะแม่สามีไม่ค่อยได้ยินและตนเองเป็นคนพูดไม่เพราะ  ที่กล่าวหาว่าตนทำร้ายแม่สามีมีหลักฐานมั้ย ยอมรับบางครั้งหงุดหงิดมีอารมณ์ แต่ไม่เคยใช้ไม้บทุบตีขนาดนั้น   ส่วนบาดแผลและคราบเลือดเป็นเพราะแม่สามีหกล้ม และที่กล่าวหาว่าจับหัวโขกผนังก็ไม่เป็นความจริง เพื่อนบ้านได้ยินเสียงตีความกันไปเอง ภายในห้องเกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีใครเห็น ให้ข่าวได้อย่างไรว่าตนจับหัวโขกนั้นมันตั้งใจฆ่าแล้ว  ส่วนเรื่องข้าวน้ำเอาให้กินตลอดแต่บางครั้งวางทิ้งไว้ให้ แม่สามีก็เทน้ำลงพื้น ตนไปทำงานกลัวจะกลับถึงห้องน้ำมันก็หมด ยอมรับดูแลไม่เต็มที่   เหตุผลที่ปล่อยให้นอนหน้าห้อง เพราะในห้องมีปลั๊กไฟ เนื่องจากแม่สามีชอบรื้อห้องดึงโน้นดึงนี่ ห่วงเรื่องความปลอดภัยจึงให้ออกมานอนหน้าห้องในตอนกลางวัน ช่วงที่ตนกับสามีออกไปทำงาน ส่วนกลางคืนก็พาเข้าไปนอนในห้อง  เพื่อนบ้านให้ข่าวแรงไปจนรับไม่ได้ วอนเห็นใจตนบ้าง ความดีที่ตนทำทำไมไม่พูดถึงบ้าง ไม่เคยมาถามหรือมาดูว่าตนเป็นอย่างไรแต่เอาไปพูดทำให้ตนเสียหาย เสียใจที่ถูกกล่าวหาเป็นลูกสะใภ้โหด พูดจนเหมือนว่าตนเองผิดมาก   ขณะที่ลูกชายของยายลักษณ์ ยอมรับว่าตนไม่มีเวลาดูแลแม่ เพราะต้องเข้างานตั้งแต่ ตี 5 ถึง 3 ทุ่ม ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ภรรยาประสบอุบัติเหตุต้องหยุดงานอยู่ห้อง ไม่รู้ว่าภรรยาทำร้ายแม่ของตนหรือไม่เพราะไม่เห็นกับตา แต่ลับหลังไม่รู้  ส่วนบาดแผลที่เห็นบนใบหน้า เนื่องจากแม่ของตนหัวทิ่มตกบันไดหนีไฟเพราะพยายามจะเก็บขวดน้ำที่ทำตก   ภรรยาของตนเป็นคนดี ช่วยอาบน้ำเตรียมอาหารให้แม่กินไม่ได้ปล่อยทิ้งแต่อย่างใด แต่งงานอยู่ด้วยกันมา 10 กว่าปี ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ โดยภรรยาเพิ่งดุด่าแม่รุนแรงหลังจากที่ประสบอุบัติเหตุ อาจเป็นเพราะความเครียดเรื่องงาน ส่วนตนเองไม่เคยทำร้ายแม่แค่พูดเสียงดังใส่เพราะ แม่แก่ชราหูไม่ค่อยได้ยิน คนเป็นลูกทำร้ายร่างกายแม่ไม่น่าเป็นมนุษย์ ตนมีสัญชาตญาณของความเป็นคน   ทั้งนี้ตนได้สอบถามภรรยาก็ยอมรับว่าเคยตีบ้าง แต่ได้คุยกันแล้วบอกมันไม่ถูกต้อง พร้อมบอกภรรยาให้ปรับเปลี่ยนอารมณ์ หากมีพฤติกรรมแบบนี้ไร้มนุษยธรรมป่าเถื่อนทำให้แม่ของตนเดือดร้อน ตนจะดำเนินคดีจับภรรยาเข้าคุกเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/I2etbB_UTRw

 111,616
ข่าวภูมิภาค
02 ส.ค. 62

ป้าวินจยย.วัย 63 ถูกโจรลวงให้ไปส่งป่า ก่อนทำร้ายชิงทรัพย์ หวิดโดนปาดคอ ต้องทำทีแกล้งตายจึงรอดมาได้

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางชูศรี ศักดิ์รัตนพิบูลย์ หรือป้าจ๊อด อายุ 63 ปี ชาวบ้าน ต.หนองใหญ่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี พิการหลังค่อม อาชีพขับขี่รถ จยย.รับจ้าง อยู่วินหน้าปากทางแยกอำเภอหนองใหญ่     ให้ข้อมูลว่าเมื่อเวลา 08.45 น.ของวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา คนร้ายผู้ชายทำทีเป็นผู้โดยสารว่าจ้าง อ้าง จยย.ซาเล้งเสียงให้ไปส่งหาเพื่อนมาซ่อมรถ โดยตนรับคนร้ายริมถนนตรงข้าม รพ.หนองใหญ่ ไปส่งที่ไร่มันสำปะหลังตรงข้ามที่ว่าการอำเภอหนองใหญ่   จากนั้นคนร้ายให้วกไปส่งยังจุดเกิดเหตุหมู่ที่ 5 ต.หนองใหญ่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี พื้นที่ดังกล่าวเปลี่ยว สภาพเป็นป่ายางพารา สวนปาล์มและไร่มันสำปะหลัง อยู่ห่างจากโรงพักประมาณ 5 กิโลเมตร โดยป่ายางจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนใหญ่ลึกเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร   ตนไม่ได้เอะใจอะไร พอคนร้ายลงรถตนกำลังจะขี่ จยย. กลับ คนร้ายได้ใช้มีด 2 คม มาจี้ที่ลำคอและพยายามจะใช้มีดฆ่าปาดคอตนจากด้านหลัง ตนจึงบอกว่ามีอะไรคุยกันได้ อย่าปาดคอหรือแทงป้าเลยป้าแก่แล้วและพิการด้วย ให้เงินให้รถพอมั้ยอยากได้อะไรก็เอาไป เขาบอกไม่พอหรอกจะเอาคนด้วย   จากนั้นก็นำปลอกแขนมามัดเท้า มัดมือ ใช้ผ้าพันคอรัดคอ และนำผ้าคาดผมมาปิดปาก บังคับให้ไปนอนตะแคงใต้ต้นปาล์ม คนร้ายเดินไปหยิบหมวกกันน็อคที่รถ จยย.ถามตนว่า “ป้ากลัวตายไหม?” จึงตอบไปว่าไม่กลัวแล้วนาทีนี้  พยายามตั้งสติในใจคิดว่าต้องตายแน่ๆ   คนร้ายพูดว่า "ถ้าไม่ฆ่าป้าผมก็ไปไม่รอด เพราะป้าก็ต้องไปแจ้งตำรวจจับ ผมทำมาเยอะแล้วไม่มีใครจับผมได้หรอก เพราะฉะนั้นป้าก็ต้องตาย" จากนั้นคนร้ายก็นำหมวกกันน็อกกระหน่ำฟาดไปที่ศีรษะอย่างแรง 6 ครั้ง  ตนยกมือขึ้นมาบังจนได้รับบาดเจ็บที่มือซ้ายบวมเป็นแผลเลือดไหล   จังหวะนั้นตนเอาเลือดมาปาดที่หน้า กลั้นหายใจแกล้งตาย คนร้ายเห็นเลือดเต็มหน้านอนแน่นิ่ง รีบขี่ จยย.ของตนหนีไป โดยถอดป้ายทะเบียนโยนทิ้งในป่ายางพารา พอเขาไปก็ลุกมาแกะผ้าที่มัดมือมัดเท้าออก เดินออกมาขอความช่วยเหลือ เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.หนองใหญ่  โชคดีไม่ถูกฆ่าหมกป่า รอดมาได้เพราะแกล้งเสียชีวิต     ส่วนทรัพย์สินที่คนร้ายชิงไปประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเงินสดจำนวน 1,300 บาท ตนกลัวจะไม่ปลอดภัยเพราะอยู่บ้านคนเดียว หลังเกิดเหตุได้ย้ายไปอยู่บ้านของลูกชายที่ อ.ศรีราชา จนกว่าตำรวจจะจับกุมคนร้ายได้   สำหรับคนร้ายตนเคยเห็นหน้าเพราะรู้จักกับพี่สาวของเขา ทราบว่าหลังก่อเหตุทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขี่รถ จยย.ของตนที่คนร้ายขี่หนี พาภรรยาไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ส่วนรถ จยย.ซาเล้งของคนร้ายที่อ้างว่าเสีย นำไปจอดทิ้งไว้ที่บ้านของพี่สาว โดยภรรยและพี่สาวของคนร้ายอ้างไม่ทราบเรื่อง   พ.ต.ท.ธีรชัย มานิพพาน รองผู้กำกับการ สภ.หนองใหญ่ เผยว่า เจ้าหน้าที่รู้ตัวผู้ก่อเหตุทราบชื่อนายศักดิ์นรินทร์ สุภพร หรือโอ๋ อายุ 25 ปี ชาว จ.จันทบุรี มาอาศัยอยู่กับพี่สาวและภรรยาขายส้มตำอยู่ที่ อ.หนองใหญ่  ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้ขอศาลอนุมัติออกหมายจับแล้ว ข้อหาชิงทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย     ตรวจสอบไม่พบประวัติอาชญากรรม แต่จากการสืบสวนพบว่าติดยาเสพติด โดยเจ้าหน้าที่ไล่กล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี พร้อมทั้งประสานญาติเกลี้ยกล่อมเข้ามอบตัว คาดน่าจะหลบหนีไปอยู่ที่ จ.จันทบุรี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xQL-TEJjeow

 3,225
ข่าวภูมิภาค
19 ก.ค. 62

ลูกสาวปัดทำร้ายแม่ชราป่วยติดเตียง แจงต้องฉีดน้ำล้างอึ-พูดเสียงดังเพราะแม่หูไม่ดี

สุพรรณบุรี-จากกรณีที่โลกโซเชียลแชร์คลิป หญิงวัยกลางคนทำร้ายหญิงชรา ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงด้วยการใช้ถังน้ำสาด ใช้สายยาง ฉีดใช้มือตีที่หัวไหล่และพูดเสียงดังใส่ ทำให้ผู้ที่เข้าไปดูคลิปดังกล่าวต่างวิพากษ์วิจารณ์    จากการตรวจสอบพบผู้ที่อยู่ในคลิปคือนางมล (นามสมมติ) อายุ 50 ปี ชี้แจงว่า ไม่ได้ทำร้ายแม่อายุ 80 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงมากว่า 3 ปี ที่มีภาพตนใช้น้ำสาด และใช้สายยางฉีดน้ำใส่แม่นั้น เนื่องจากเนื้อตัวของแม่เปื้อนอุจจาระทั้งตัว จึงต้องใช้น้ำสาด ส่วนที่เห็นภาพตนใช้มือตีแม่นั้น ตนไม่ได้ตีทำร้ายแต่ตีเพื่อบอกแม่ ซึ่งหูไม่ค่อยได้ยินจึงใช้มือตีแปะๆ บอกให้แม่รู้ ว่ามีอุจจาระเปื้อนตรงไหนบ้างเพราะแม่ เริ่มมีอาการหลงลืมตนขอยืนยันและสาบานได้ว่าไม่เคยทำร้ายแม่   ที่ผ่านมา 10 กว่าปีตนดูแลแม่เป็นอย่างดี กระทั่งเมื่อเมื่อประมาณ 1 เดือนก่อน ตนได้ไปผ่าตัดหลังทำให้ยกของหนักไม่ได้ แต่ก็ต้องดูแลแม่อย่างดีและเต็มความสามารถที่มี ทุกวันนี้มีตนกับสามี ซึ่งอยู่กินกันมา 10 กว่าปี และพี่ชายซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน อยู่ต่างหมู่บ้านได้ช่วยกันดูแลแม่ ไม่เคยรังเกียจแม่ เพิ่งมีครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ตนใช้ถังน้ำสาดแม่ แต่ที่ทำแบบนี้ไม่ใช่ทำร้ายแม่ แม่ก็รู้ รวมทั้งเพื่อนบ้านและญาติพี่น้องซึ่งอยู่ใกล้กันและเห็นเหตุการณ์ เห็นตนดูแลแม่ว่าเป็นอย่างไร   ส่วนที่มีคลิปภาพไปปรากฏบนโลกโซเชียลนั้นเป็นเพราะลูกชายแท้ๆ ของตนอายุ 32 ปี ร่วมมือกับผู้หญิงคนหนึ่งอายุ ประมาณ 20 กว่าปีที่มาอยู่กินกับลูกชายของตนแต่ไม่เคยช่วยทำมาหากินอะไรเลย ทั้งลูกชายตนและผู้หญิงคนดังกล่าว นอกจากไม่ทำงานแล้วตัวผู้หญิงคนนี้ยังเคยทะเลาะตบตีกับตนซึ่งเป็นแม่ผัว ลูกชายก็เข้าข้างผู้หญิงคนนี้รุมด่าทอตนด้วยถ้อยคำหยาบคาย   ที่ผ่านมา ลูกชายนอกจากไม่ช่วยทำมาหากินแล้วยังเอาหลานวัย 5 ขวบและ 11 ขวบ มาทิ้งให้ตนเลี้ยง แต่ไม่เคยส่งเสีย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนรู้เสียใจมาก เนื่องจากคนที่ทำร้ายตนด้วยวิธีนี้ คือลูกชายที่ตนเป็นคนให้กำเนิดรวมหัวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่มากินอยู่บนบ้านตน ทั้งที่คนอื่นซึ่งเป็นเพื่อนบ้านและญาติพี่น้องต่างก็เข้าใจและรู้ความจริงทุกอย่าง ตนขอยืนยันว่าตนไม่ได้ทำร้ายแม่บังเกิดเกล้า แม้กระทั่งคิดก็ไม่เคยคิด   ด้านคุณยาย วัย 80 ปีกล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า นางมล ลูกสาวไม่ได้ทำร้ายตนที่ผ่านมาก็ไม่เคยทำร้าย เลี้ยงดูตนอย่างดี คอยหาข้าวหาน้ำให้ตนกิน ส่วนที่นางมล ใช้น้ำสาดเป็นเพราะว่าตนเนื้อตัวของตนสกปรก เปื้อนอุจจาระของตนเอง รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกสาวซึ่งคนดี อย่างไรก็ตามทาง จนท.ได้ว่ากล่าวตักเตือนนางมล ซึ่งได้รับปากว่าต่อไปจะไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-b8ZxfodkMw

 2,335

Top