ค้นหา :

ผลการค้นหา "ธนาธรจึงรุ่งเรืองกิจ"

การเมือง
22 ม.ค. 63

'ปิยบุตร-ธนาธร' แถลงยัน อนค.ไม่คิดล้มล้างการปกครอง หลังศาลรธน.วินิจฉัยไม่ยุบพรรคอนาคตใหม่

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ไม่ยุบอนาคตใหม่ ชี้ไม่ได้ล้มล้างการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ตามตรามาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญ และ มาตรา 92 ของ กฎหมายพรรคเมือง   โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า การออกข้อบังคับพรรคการเมืองนั้น เป็น ส่วนหนึ่งของการจัดตั้งพรรคการเมือง ที่ถืออำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายพรรคการเมือง และแม้ กฎหมายพรรคการเมืองจะบัญญัติห้ามไม่ให้ข้อบังคับพรรคมีลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง แต่ในขั้นตอนการจัดตั้งพรรคการเมือง นายทะเบียนพรรคการเมือง มีหน้าที่ต้องตรวจสอบอยู่แล้ว หากนายทะเบียนเห็นว่าคำขอจดจัดตั้งพรรคการเมือง ถูกต้อง ครบถ้วน ก็ให้อนุญาตตั้งพรรคการเมืองได้ ซึ่ง กรณีของพรรคอนาคตใหม่ ได้รับการจดทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว จึงแสดงให้เห็นว่า ข้อบังคับของพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบการปกครอง ตามที่ผู้ร้องกล่าวหา   ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่า พรรคอนาคตใหม่ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตลอดจนกรรมการบริหารพรรค คลั่งไคล้ปรัชญาตะวันตก เป็นขบวนการปฏิกษัตริย์นิยมมีแนวคิดต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสังคมไทย ศาลเห็นว่า การพิจารณาเรื่องนี้ จะต้องปรากฏข้อเท็จจริง เพียงพอ แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคดี เป็นเพียงข้อมูลข่าวสารจาก สื่ออินเตอร์เน็ตเท่านั้น โดยมิได้ปรากฏข้อเท็จจริง ว่าผู้ถูกร้อง กระทำการตามที่มีการกล่าวหา จึงฟังไม่ได้ว่า การกระทำดังกล่าว เป็นการใช้สิทธิ เสรีภาพ ในการล้มล้างการปกครอง ส่วนจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากันอีกส่วน   ภายหลังศาลรธน.วินิจฉัย ไม่ยุบอนาคตใหม่ นายธนาธร , นายปิยบุตร พร้อมด้วย ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ได้ร่วมกันแถลงข่าว ณ ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ โดยนายนายปิยบุตรยืนยันว่า นายธนาธร ตน และพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้มีความคิดล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข   สิ่งที่คิดคือการรักษาระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขให้ยั่งยืน มั่นคง แต่การรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญตั้งตัวเองเป็น รัฏฐาธิปัตย์ ต่างหากที่ล้มล้างการปกครอง ส่วนคดีกู้เงินของพรรค ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และหลายพรรคการเมืองก็มีการกู้ยืมเช่นกัน แต่กลับเลือกปฏิบัติกับพรรคอนาคตใหม่พรรคเดียว   ขณะที่นายธนาธร ได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่เป็นแรงผลักดัน ให้มาถึงจุดนี้ พร้อมกับขอสัญญาต่อประชาชนว่า พรรคอนาคตใหม่จะทำงานในสภาผู้แทนราษฎร มุ่งมั่นทำงานในสภาอย่างสร้างสรรค์ และมุ่งมั่นที่จะทำให้คำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน เป็นจริงให้ได้ แม้ตัวเองไม่ได้เข้าสู่สภา แต่ก็จะไปพบประชาชนในทุกภาค เพื่อรับฟังปัญหามาแก้ไขให้ประชาชน   ด้านนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ที่ยื่นเรื่องร้องขอต่อศาลรธน.ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ ได้กล่าวย้ำว่า พอใจกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพียงแต่อยากให้สาธารณชนรับรู้ว่ามีพรรคการเมืองพรรคหนึ่งต้องการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของประเทศ และมีข้อบังคับพรรคซึ่งไม่เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้สนใจว่าจะยุบหรือไม่ยุบพรรค เพราะแม้ยุบพรรคแล้ว ก็ตั้งพรรคใหม่ได้ ส่วนจะมีข้อสังเกตเพิ่มเติมยื่นเอาผิดพรรคอนาคตใหม่ต่อหรือไม่นั้น นายณฐพร บอกว่า ไม่มีข้อสังเกตอะไร เพียงแต่ทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ให้สมบูรณ์ที่สุด แล้วนำเสนอต่อศาล และพอใจในคำตัดสินของศาลวันนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Vxv_5cld0rM

 257
การเมือง
22 ม.ค. 63

‘ธนาธร-ปิยบุตร’ ประกาศ เดินหน้าทำงานการเมืองต่อ หลังศาลยกคำร้องไม่ยุบพรรค ลั่นไม่หวั่นคดีเงินกู้

นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค พร้อม ด้วย สส.พรรคอนาคตใหม่ ร่วมกัน แถลงหลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยกคำร้องยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยนายปิยบุตร เห็นว่าคดีนี้ไม่ควรเป็นคดีแต่แรก ยืนยันว่า นายธนาธร ตน และพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้มีความคิดล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สิ่งที่คิด คือการรักษาระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขให้ยั่งยืน มั่นคง เพราะไม่มีที่อยู่ที่ยืนให้กับการทำรัฐประหาร พรรคการเมือง กลุ่มประชานไม่ได้เป็นผู้ที่คิดล้มล้างการปกครอง แต่การรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญตั้งตัวเองเป็น รัฏฐาธิปัตย์ ต่างหากที่ล้มล้างการปกครอง   แม้วันนี้คำร้องของนายณฐพร โตประยูรจะ ถูกยกออกไป แต่ยังมีคำร้องที่ต้องการทำลายพรรคอนาคตใหม่อยู่ ดังนั้นเชื่อว่ามีแต่การเปิดทางให้คนใหม่ๆ เข้ามาต่อสู้ในกระบวนการประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตย พรรคอนาคตใหม่ไม่ผิด ไม่เป็นเหตุยุบพรรค จึงขอร้องนักร้องเรียนทั้งหลาย ให้ยุติการร้องต่างๆที่ไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ยืนยันว่าจะไม่ฟ้องกลับ นายณฐพร เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะร้องกันไปมา   ส่วนคดีกู้เงินของพรรค ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และหลายพรรคการเมืองก็มีการกู้ยืมเช่นกัน แต่กลับเลือกปฏิบัติกับพรรคอนาคตใหม่พรรคเดียว   ด้าน นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขอบคุณทุกคนที่เป็นแรงผลักดัน ให้มาถึงจุดนี้ วันนี้พรรคอนาคตใหม่ได้รับคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญแล้วว่าให้เดินต่อไป ดังนั้นจึงขอสัญญาต่อประชาชนว่า พรรคอนาคตใหม่จะทำงานในสภาผู้แทนราษฎร มุ่งมั่นทำงานในสภาอย่างสร้างสรรค์ ตรวจสอบรัฐบาลอย่างแข็งขัน ให้สมกับที่ประชานไว้วางใจ และมุ่งมั่นที่จะทำให้คำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน เป็นจริงให้ได้ แม้ตัวเองไม่ได้เข้าสู่สภา แต่ก็จะไปพบประชาชนในทุกภาค เพื่อรับฟังปัญหามาแก้ไขให้ประชาชน  

 420
การเมือง
22 ม.ค. 63

ศาล รธน.วินิจฉัย ไม่ยุบ ‘พรรคอนาคตใหม่’ ชี้ไม่ได้ล้มล้างการปกครอง

ที่ศาลรัฐธรรมนูญ องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ออกนั่งบัลลังค์ อ่านคำวินิจฉัย กรณีนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร้องขอ ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยกล่าวหาว่า พรรคอนาคตใหม่ ใช้ สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ตามตรามาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญ และ มาตรา 92 ของ กฎหมายพรรคเมือง เนื่องจากมีข้อบังคับ และสัญลักษณ์ ที่เป็นปฏิปักษ์ ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีประมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า การออกข้อบังคับพรรคการเมืองนั้น เป็น ส่วนหนึ่งของการจัดตั้งพรรคการเมือง ที่ถืออำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายพรรคการเมือง และแม้ กฎหมายพรรคการเมืองจะบัญญัติห้ามไม่ให้ข้อบังคับพรรคมีลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง แต่ในขั้นตอนการจัดตั้งพรรคการเมือง นายทะเบียนพรรคการเมือง มีหน้าที่ต้องตรวจสอบอยู่แล้ว หากนายทะเบียนเห็นว่าคำขอจดจัดตั้งพรรคการเมือง ถูกต้อง ครบถ้วน ก็ให้อนุญาตตั้งพรรคการเมืองได้ ซึ่ง กรณีของพรรคอนาคตใหม่ ได้รับการจดทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว จึงแสดงให้เห็นว่า ข้อบังคับของพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบการปกครอง ตามที่ผู้ร้องกล่าวหา   อย่างไรก็ตาม หากปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลังว่าข้อบังคับของพรรคอนาคตใหม่ไม่เป็นไปตามกฎหมายพรรคการเมืองจริง ก็เป็นหน้าที่และอำนาจของนายทะเบียนพรรคการเมืองที่จะต้องรายงานต่อ กกต. และมีมติให้เพิกถอนข้อบังคับดังกล่าวได้ แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จึงไม่ปรากฏข้อเท็จจริงเพียงพอว่าพรรคอนาคตใหม่ใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครอง   อย่างไรก็ตามศาลเห็นว่าผู้ร้องได้ยื่นคำร้องเพราะห่วงใยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะข้อบังคับใช้ถ้อยที่ไม่ชัดเจน ระบุเพียงว่าพรรคจะยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ถ้อยคำดังกล่าวควรขยายความมาจากมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญที่บัญญัติว่า ประเทศไทย มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำให้อาจก่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างชนในชาติ ตามกฎหมายพรรคการเมืองได้ แต่ทั้งนี้ กกต.มีอำนาจสั่งให้เพิกถอนได้เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญต่อไป   ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่า พรรคอนาคตใหม่ และ นายธนาธร จึงรุ่งเรือกิจ ตลอดจนกรรมการบริหารพรรค คลั่งไคล้ปรัชญาตะวันตก เป็นขบวนการปฏิกษัตริย์นิยมมีแนวคิดต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสังคมไทย ทั้งก่อน และ หลังตั้งพรรคอนาคตใหม่นั้น เห็นว่า การพิจารณาเรื่องนี้ จะต้องปรากฏข้อเท็จจริง เพียงพอ แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคดี เป็นเพียงข้อมูลข่าวสารจาก สื่ออินเตอร์เน็ตเท่านั้น โดยมิได้ปรากฏข้อเท็จจริง ว่าผู้ถูกร้อง กระทำการตามที่มีการกล่าวหา จึงฟังไม่ได้ว่า การกระทำดังกล่าว เป็นการใช้สิทธิ เสรีภาพ ในการล้มล้างการปกครอง ส่วนจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากันอีกส่วน   จากข้อพิจารณาดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญ จึงวินิจฉัยว่า การกระทำของผู้ถูกร้อง ไม่เป็นการใช้สิทธิ และ เสรีภาพ ในการล้มล้างการปกครอง ตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญ แต่อย่างใด  

 422
การเมือง
22 ม.ค. 63

ศาล รธน.วินิจฉัย ไม่ยุบพรรคอนาคตใหม่ 'ปิยบุตร' ชี้ ไม่ควรเป็นคดีตั้งแต่แรก

สำนักงาน กกต. เปิดเผย ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยไม่ยุบพรรคอนาคตใหม่ เพราะไม่มีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามข้อกล่าวหานั้น   แต่ศาลได้มีความเห็นว่าข้อบังคับพรรคอนาคตใหม่ ในข้อ 6 วรรค 2 ที่ระบุว่า พรรคอนาคตใหม่ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ตามรัฐธรรมนูญกำหนด ระบุว่าประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีประมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งถ้อยคำดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความแตกแยกของชนในชาติตามกฎหมายพรรคการเมืองได้นั้น   ล่าสุด คณะกรรมการ กกต. สั่งการให้สำนักงาน กกต.ศึกษาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวแล้ว เตรียมพิจารณาให้มีการเพิกถอนข้อบังคับและแก้ไขให้สอดคล้องตามรัฐธรรมนูญต่อไป ทั้งนี้เงื่อนไขการแก้ข้อบังคับพรรคตามมาตรา 17 วรรค 3 ของกฎหมายพรรคการเมือง เมื่อ กกต. มีมติเพิกถอนแล้ว ให้กรรมการบริหารพรรคไปแก้ไขภายใน 60 วัน และต้องแก้ให้ถูกต้อง หากแก้ไม่ทันหรือไม่ถูกต้องใน 60 วัน กฎหมายให้พรรคการเมืองนั้นสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง‬   นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค พร้อม ด้วย ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ร่วมกันแถลงหลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยกคำร้องยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยนายปิยบุตร เห็นว่าคดีนี้ไม่ควรเป็นคดีแต่แรก ยืนยันว่า นายธนาธร ตน และพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้มีความคิดล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สิ่งที่คิด คือการรักษาระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขให้ยั่งยืน มั่นคง เพราะไม่มีที่อยู่ที่ยืนให้กับการทำรัฐประหาร พรรคการเมือง กลุ่มประชานไม่ได้เป็นผู้ที่คิดล้มล้างการปกครอง แต่การรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญตั้งตัวเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ต่างหากที่ล้มล้างการปกครอง   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/wUuujU84jy0

 36
การเมือง
21 ม.ค. 63

'ธนาธร' นำ สส. ประกาศเดินหน้าทำงานการเมืองต่อ หลังศาล รธน.วินิจฉัยไม่ยุบอนาคตใหม่ ชี้ไม่ได้ล้มล้างการปกครอง

ที่ศาลรัฐธรรมนูญ องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ออกนั่งบัลลังค์ อ่านคำวินิจฉัย กรณีนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร้องขอให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยกล่าวหาว่า พรรคอนาคตใหม่ใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามตรามาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญ และ มาตรา 92 ของกฎหมายพรรคเมือง เนื่องจากมีข้อบังคับและสัญลักษณ์ ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีประมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข    โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า การออกข้อบังคับพรรคการเมืองนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการจัดตั้งพรรคการเมือง ที่ถืออำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายพรรคการเมือง และแม้กฎหมายพรรคการเมืองจะบัญญัติห้ามไม่ให้ข้อบังคับพรรคมีลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง แต่ในขั้นตอนการจัดตั้งพรรคการเมือง นายทะเบียนพรรคการเมืองมีหน้าที่ต้องตรวจสอบอยู่แล้ว หากนายทะเบียนเห็นว่าคำขอจดจัดตั้งพรรคการเมือง ถูกต้องครบถ้วน ก็ให้อนุญาตตั้งพรรคการเมืองได้ ซึ่งกรณีของพรรคอนาคตใหม่ ได้รับการจดทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว จึงแสดงให้เห็นว่า ข้อบังคับของพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบการปกครอง ตามที่ผู้ร้องกล่าวหา   อย่างไรก็ตาม หากปรากฎข้อเท็จจริงในภายหลังว่าข้อบังคับของพรรคอนาคตใหม่ไม่เป็นไปตามกฎหมายพรรคการเมืองจริง ก็เป็นหน้าที่และอำนาจของนายทะเบียนพรรคการเมืองที่จะต้องรายงานต่อ กกต. และมีมติให้เพิกถอนข้อบังคับดังกล่าวได้ แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จึงไม่ปรากฏข้อเท็จจริงเพียงพอว่าพรรคอนาคตใหม่ใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครอง   ศาลเห็นว่าผู้ร้องได้ยื่นคำร้องเพราะห่วงใยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะข้อบังคับใช้ถ้อยที่ไม่ชัดเจน ระบุเพียงว่าพรรคจะยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ถ้อยคำดังกล่าวควรขยายความมาจากมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญที่บัญญัติว่า ประเทศไทย มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำให้อาจก่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างชนในชาติ ตามกฎหมายพรรคการเมืองได้ แต่ทั้งนี้ กกต.มีอำนาจสั่งให้เพิกถอนได้เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญต่อไป   ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่า พรรคอนาคตใหม่ และ นายธนาธร จึงรุ่งเรือกิจ ตลอดจนกรรมการบริหารพรรค คลั่งไคล้ปรัชญาตะวันตก เป็นขบวนการปฏิกษัตริย์นิยมมีแนวคิดต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสังคมไทย ทั้งก่อนและหลังตั้งพรรคอนาคตใหม่นั้น เห็นว่าการพิจารณาเรื่องนี้ จะต้องปรากฏข้อเท็จจริงเพียงพอ แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคดีเป็นเพียงข้อมูลข่าวสารจากสื่ออินเตอร์เน็ตเท่านั้น โดยมิได้ปรากฏข้อเท็จจริง ว่าผู้ถูกร้องกระทำการตามที่มีการกล่าวหา จึงฟังไม่ได้ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการล้มล้างการปกครอง ส่วนจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากันอีกส่วน   จากข้อพิจารณาดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยว่า การกระทำของผู้ถูกร้อง ไม่เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพ ในการล้มล้างการปกครอง ตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญ แต่อย่างใด     ทางด้าน นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค พร้อมด้วย สส.พรรคอนาคตใหม่ ร่วมกันแถลงหลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยกคำร้องยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยนายปิยบุตรเห็นว่าคดีนี้ไม่ควรเป็นคดีแต่แรก ยืนยันว่านายธนาธร ตน และพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้มีความคิดล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สิ่งที่คิดคือการรักษาระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขให้ยั่งยืน มั่นคง เพราะไม่มีที่อยู่ที่ยืนให้กับการทำรัฐประหารพรรคการเมือง กลุ่มประชานไม่ได้เป็นผู้ที่คิดล้มล้างการปกครอง แต่การรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญตั้งตัวเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ต่างหากที่ล้มล้างการปกครอง   แม้วันนี้คำร้องของนายณฐพร โตประยูรจะ ถูกยกออกไป แต่ยังมีคำร้องที่ต้องการทำลายพรรคอนาคตใหม่อยู่ ดังนั้นเชื่อว่ามีแต่การเปิดทางให้คนใหม่ๆ เข้ามาต่อสู้ในกระบวนการประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตย   พรรคอนาคตใหม่ไม่ผิด ไม่เป็นเหตุยุบพรรค จึงขอร้องนักร้องเรียนทั้งหลาย ให้ยุติการร้องต่างๆที่ไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ยืนยันว่าจะไม่ฟ้องกลับ นายณฐพร เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะร้องกันไปมา   ส่วนคดีกู้เงินของพรรค ที่อยู่ระหว่้างขั้นตอนการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และหลายพรรคการเมืองก็มีการกู้ยืมเช่นกัน แต่กลับเลือกปฏิบัติกับพรรคอนาคตใหม่พรรคเเดียว   ด้าน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขอบคุณทุกคนที่เป็นแรงผลักดัน ให้มาถึงจุดนี้ วันนี้พรรคอนาคตใหม่ได้รับคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญแล้วว่าให้เดินต่อไป ดังนั้นจึงขอสัญญาต่อประชาชนว่า พรรคอนาคตใหม่จะทำงานในสภาผู้แทนราษฎร มุ่งมั่นทำงานในสภาอย่างสร้างสรรค์ ตรวจสอบรัฐบาลอย่างแข็งขัน ให้สมกับที่ประชานไว้วางใจ และมุ่งมั่นที่จะทำให้คำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน เป็นจริงให้ได้ แม้ตัวเองไม่ได้เข้าสู่สภา แต่ก็จะไปพบประชาชนในทุกภาค เพื่อรับฟังปัญหามาแก้ไขให้ประชาชน   พร้อมกันนี้นายธนาธร ได้กล่าวขอบคุณครอบครัว ทั้งพี่สาวและน้องชาย ที่มาให้กำลังใจ รวมถึงทีมงานพรรค ส.ส.แะสมาชิกพรรคทุกคน บอกการเดินทางนี้เพิ่งเริ่มต้น จากการจดตั้งพรรคจนถึงวันนี้ยังไม่ถึง สองปี ยังมีอีกกหลายเรื่องที่พรรคต้องทำ เพื่อผลักดันให้เป็นจริง เป็นตัวแทนประชนให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า ยืนยันต่อจากนี้จะเดินหน้าเข้าร่วมกิจกรรทางสังคมต่อไป ทั้งกิจกรรมวิ่งไล่ลุง และกิจกรรมอื่นๆ เพราะการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นสิทธิเสรีภาพ ไม่ได้หวังให้กดดันศาล   ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า การแถลงข่าวของพรรคอนาคตใหม่ไม่มีการขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญ เหมือนพรรคการเมือง หรือนักการเมืองอื่นๆที่เวลาศาลยกฟ้องจะขอบคุณกระบวนการยุติธรรม

 1,729
การเมือง
21 ม.ค. 63

ชี้ชะตาวันนี้! ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่ ข้อหาล้มล้างระบอบการปกครอง ลุ้น! ยุบไม่ยุบ?

องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกขึ้นนั่งบัลลังก์ศาลเวลา 11.30 น. บรรยากาศ ณ ศาลรัฐธรรมนูญ มีประชาชนบางส่วนมาให้กำลังใจพรรคอนาคตใหม่ แต่โดยส่วนใหญ่อยู่ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ ขณะที่ทางศาลรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถรับชมการอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคผ่านจอมอนิเตอร์ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางพรรคอนาคตใหม่แจ้งว่าผู้ถูกร้อง ทั้งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และบรรดาแกนนำพรรค จะไม่เดินทางมาฟังคำวินิจฉัยด้วยตัวเอง ส่งเพียงทนายความ ขณะเดียวกันมีตัวแทนองค์กรจากสหภาพยุโรป และสถานทูตอังกฤษเขาสังเกตการณ์การตัดสินคำวินิจฉัยวันนี้ด้วย   โดยคดีนี้ ผู้ร้องคือนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวหาว่า พรรคอนาคตใหม่ และบรรดากรรมการบริหารพรรค กระทำการฝ่าฝืนมาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 92 ของกฎหมายพรรคการเมือง โดยอ้างว่าพรรคอนาคตใหม่มีพฤติการณ์ล้มล้างและเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เนื่องจากในข้อบังคับของพรรคไม่เขียนสนับสนุนระบอบการปกครอง ประกอบกับสัญลักษณ์ 3 เหลี่ยมของพรรคคล้ายคลึง กับ ‘สมาคมอิลูมิเนติ’ ที่เป็นองค์กรอยู่เบื้องหลังการล้มล้างระบอบกษัตริย์ในทวีปยุโรปตลอดจนพฤติกรรมสวนบุคคลภายในพรรค จึงเห็นว่าพรรคอนาคตใหม่มีแนวคิดขบวนการ ‘ปฏิกษัตริย์นิยม’ ซึ่งมีโทษถึงขั้นยุบพรรค   คดีนี้ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้เรียกไต่สวนพยาน ทั้งที่เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง ทำให้ทั้งพรรคอนาคตใหม่เองและฝ่ายต่าง ๆ มั่นใจว่าจะไม่มีถึงขั้นยุบพรรคแต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของศาล   สำหรับแนวทางวินิจฉัยคดีนี้ คือ ยุบพรรค หรือยกคำร้อง หากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบจริงกรรมการบริหารพรรค จะถูกตัดสิทธิทางการเมืองทันที ซึ่งกรรมการบริหารพรรคที่เป็น ส.ส. ก็ต้องพ้นจากความเป็น ส.ส. ด้วย ส่วน ส.ส. ที่เหลือต้องย้ายไปพรรคใหม่ภายใน 60 วัน แต่หากศาลยกคำร้อง ก็จะทำให้ข้อกล่าวหานั้นตกไป   สำหรับพรรคอนาคตใหม่เตรียมประกาศท่าทีหลังทราบผลการตัดสินคดียุบพรรคของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะหากผล ทำให้แกนนำที่เป็น ส.ส. ซึ่งอยู่ในกรรมการบริหารพรรค ต้องพ้นสภาพไปด้วย บรรยากาศที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ ได้จัดพื้นที่ไว้รองรับผู้สนับสนุนที่เดินทางมาให้กำลังใจอย่างคึกคัก โดยมีการติดตั้งจอมอนิเตอร์ 4 จอ เพื่อเกาะติดการอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคของศาลรัฐธรรมนูญแบบนาทีต่อนาที   ส่วนความเคลื่อนไหวของแกนนำ คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค และนายปิยบุตร แสงกนกุล เลขาธิการพรรค ได้นัดหมาย ส.ส. รวมตัวบนชั้น 8 เพื่อประชุมเป็นการภายใน และได้แจ้งสื่อมวลชนว่า ทันทีหลังผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ จะแถลงท่าทีของพรรคไม่ว่าผลจะออกมาในทางบวก หรือลบ แน่นอนประเด็นสำคัญต้องจับตาอนาคตตของพรรคอนาคตใหม่ หากผลออกมาเป็นลบ และถูกยุบพรรค   นอกจากจะส่งผลถึงกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ อาจจะเสี่ยงถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไปด้วย ซึ่งเมื่อไปดูพบว่า จาก 15 คน มีถึง 10 คน ที่เป็นแกนนำ โดยเฉพาะนายปิยบุตร แสงกนกุล เลขาธิการพรรค และนางสาวพรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรคเพื่อไทย มีสถานะเป็นส.ส. ที่ต้องพ้นสภาพไปด้วย ขณะที่อีกด้านต้องจับตาส.ส. ที่เหลือ สามารถย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นได้ภายใน 60 วัน ซึ่งก่อนหน้านี้นายปิยบุตร ประกาศบนเวทีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ว่าได้เตรียมพรรคสำรองไว้แล้วแต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด

 3,026
การเมือง
21 ม.ค. 63

จับตา ศาลรธน.ตัดสินคดีอิลลูมินาติ พรรคอนาคตใหม่ 'ธนาธร-ช่อ-ปิยบุตร' รอฟังที่พรรค

จับตาอนาคตของพรรคอนาคตใหม่ วันนี้ (21 ม.ค.2563) ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยคดีอิลลูมินาติ หลังมีคนร้องว่าการกระทำของพรรคอนาคตใหม่ โดยตีความจากสัญลักษณ์พรรค อาจเชื่อมโยงกับลัทธิล้มล้างการปกครอง   ทั้งนี้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ช่อ-พรรณิการ์ วานิช และนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำพรรคอนาคตใหม่ จะไม่เดินทางไปศาลในวันนี้ จะรอฟังคำตัดสินอยู่ที่ที่ทำการพรรค และได้ส่งทนายความไปเป็นตัวแทน ซึ่งเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา จึงจะแถลงท่าทีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/J3dDXh69wgM

 14,167
การเมือง
21 ม.ค. 63

จับตาวันนี้! ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ชะตา ‘พรรคอนาคตใหม่’ ยุบ-ไม่ยุบ

วันที่ 21 ม.ค. 63 เวลา 11.30 น. ศาลรัฐธรรมนูญนัดตัดสิน คดียุบพรรคอนาคตใหม่ ในข้อหาคดียุบพรรค คือ ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 มาตรา 92 (1)   โดยเมื่อวานนี้ นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า ในวันวันที่ 21 ม.ค. 63 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่ แกนนำพรรคและสส.พรรคอนาคตใหม่ทั้งหมดจะมาร่วมฟังคำตัดสินพร้อมกัน ณ ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ โดยไม่เดินทางไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้หากสมาชิกพรรคหรือผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ต้องการมาร่วมฟังคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญไปพร้อมๆกัน ก็สามารถเดินทางมาแสดงพลังได้ที่สำนักงานใหญ่พรรค อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ ชั้น 5   ทั้งนี้ พรรณิการ์ ระบุเพิ่มเติมว่า การยุบพรรคการเมืองในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งปกติ และไม่ควรเกิดขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติเพียงเพราะพรรคทำไม่ถูกใจคนบางกลุ่มเท่านั้น เพราะพรรคการเมืองเป็นตัวแทนเสียงของประชาชนนับล้านๆคน การทำลายพรรคจึงเท่ากับการทำลายเจตจำนงทางการเมืองของประชาชน และผลักให้คนจำนวนมากรู้สึกไม่พอใจในระบบการเมืองที่เป็นอยู่   ซึ่งหลังจากที่ศาลอ่านคำวินิจฉัยเสร็จ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จะแถลงข่าวเกี่ยวกับแนวทางในอนาคตทันทีว่าจะไปต่อในทิศทางใด  

 599
การเมือง
20 ม.ค. 63

ลุ้นศาลพิพากษาคดีอิลลูมินาติ 21 ม.ค. 'ธนาธร' ไม่กังวลทำงานนอกสภา ถ้าถูกยุบพรรค

ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังวินิจฉัยคำร้องของนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่าการกระทำของพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ (คดีอิลลูมินาติ) ในวันที่ 21 ม.ค.2563   ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มั่นใจในความบริสุทธิ์ เชื่อว่ากระบวนการทำคดีที่ผ่านมามีมูลเหตุทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง และผลออกมาเป็นอย่างไรจะยังเดินหน้าทำงานทางการเมืองกับประชาชนต่อไปและยังไม่ขอตอบเรื่องพรรคสำรอง แต่ยืนยันว่าได้เตรียมความพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว ถึงจะยุบพรรคอนาคตใหม่ก็ไม่มีความหมาย เพราะตนกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค จะไปเดินสายนอกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อรณรงค์เรื่องต่างๆทั่วประเทศแทน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ymSDNHHbF84

 616
การเมือง
19 ม.ค. 63

อนาคตใหม่ โหมโรงจัดโครงการ 'future is now' เปิดพิมพ์เขียวอนาคตของชาติ 'ปิยบุตร' แถลงปิดคดียุบพรรค ยันไม่ใช่พวกปฏิกษัตริย์นิยม

เมื่อวานนี้ (18 ม.ค.) ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พรรคอนาคตใหม่ มีการจัดกิจกรรม ‘Future is Now’ อย่ากลัวอนาคต ก่อนวันที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดพิจารณาคดียุบพรรคอนาคตใหม่ในวันที่ 21 มกราคมนี้ โดยไฮไลต์สำคัญ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้แถลงปิดคดียุบพรรคอนาคตใหม่และอนาคตการเมืองไทย   ขณะที่นายธนาธร ได้เสนอพิมพ์เขียวประเทศไทยที่จะใช้พัฒนาเศรษฐกิจ ภายใต้โมเดล “สู้ซ่อมสร้าง” พร้อมหยิบยกโมเดลเศรษฐกิจแบบประชารัฐที่กำลังทำอยู่ไม่ตอบโจทย์ปัญหา นำประเทศไทยไปในทิศทางที่กำหนดให้ทุนใหญ่เป็นผู้กำหนดทิศทางประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มการผูกขาดมากขึ้น เป็นการพึ่งพาการลงทุนจากต่างชาติจะทำให้เกิดการเติบโตแบบไร้เทคโนโลยี อำนาจที่มาจากการแต่งตั้งของผู้มีอำนาจอยู่สูงกว่าเสียงของประชาชน จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำรุนแรงขึ้น และการกีดกันเสรีภาพ จะส่งผลให้เกิดอุปสรรคการพัฒนาประเทศ   ทั้งนี้ส่วนตัวและพรรคอนาคตใหม่ อยากเห็นพิมพ์เขียวประเทศไทยที่ประชาชนมีงาน ที่มีคุณภาพสวัสดิการ สร้างความมั่นคงให้ชีวิต และเป็นเจ้าของเทคโนโลยี เพื่อที่จะได้เท่าทันโลก พร้อมเข้าถึงบริการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพอย่างเท่าเทียม มีความเสมอภาคทางสิทธิเสรีภาพได้รับความยุติธรรม มีสังคมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ   โดยนายปิยบุตร ชี้ว่าคำร้องของ นายณฐพร โตประยูร ในฐานะผู้ยื่นคำร้องยุบพรรค เป็นเรื่องไร้สาระ ไม่ต่างจากใบปลิว ยืนยันว่าผลทางคดีไม่ว่าเป็นอย่างไร ไม่สามารถหยุดเส้นทางการเมืองของผม และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจได้ ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นคือความหวาดกลัวในกระแสของพลังหนุ่มสาว และหวาดกลัวพรรคอนาคตใหม่ จึงต้องการกำจัดให้ออกไปจาก อนาคตการเมืองไทย ด้วยข้อหาล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อต้องการซี้ให้สังคมเห็นว่านายธนาธรและนายปิยบุตรคือคนล้มเจ้า   ทั้งนี้ขอยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่คิดไม่เคยคิดที่จะทำลายหรือล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแน่นอน ซึ่งอนาคตใหม่ทุกคนยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ความคิดแบบเผด็จการต่างหากที่บั่นทอนกับสถาบัน โดยเปรียบว่าเป็นพวกความคิดแบบ hyper royalism และ ultra royalism ระบอบแบบนี้ต่างหากที่เป็นอันตราย เพราะพวกที่ใส่ร้ายว่าอนาคตใหม่คือพวกสุดโต่งนั่น เขาใส่แว่นสายตาของอนุรักษ์นิยมสุดโต่ง ขวาสุดขอบ เมื่อเขาใส่แว่นสายตาแบบนี้ เมื่อมองมาที่เราซึ่งเป็นคนปกติ แต่พวกเขาต่างหากคือพวกที่สุดโต่ง   นายปิยบุตร พูดถึงในวันที่ 21 มกราคม ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดีดังกล่าวนั้น มั่นใจว่าเมื่อมองจากข้อเท็จจริงไม่สามารถยุบพรรคอนาคตใหม่รวมถึงตัดสิทธิทางการเมืองของนายธนาธรและตนได้ แต่เมื่อสังคมวิเคราะห์ว่าพรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบแน่ เราจึงต้องทำให้อาวุธยุบพรรคเป็นกระสุนด้าน ดังนั้นขอเรียกร้องให้ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ จะย้ายไปอยู่พรรคการเมืองใหม่ที่มีแนวทางเดียวกัน รวมถึงสมาชิกพรรคกว่า 6 หมื่นคน ย้ายไปสมัครสมาชิกพรรคใหม่อย่างพร้อมเพียง   ขณะที่ตอนท้าย เป็นช่วงถามแรงตอบตรง โดยนายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส ประเด็นสำคัญได้สอบถาม นายธนาธร และนายปิยบุตร กรณีหากถูกยุบพรรค จะพาคนลงถนนหรือไม่ ซึ่งนายธนาธร ย้ำว่าการชุมนุมเป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ส่วนการที่ประชาชนจะลงถนน คงขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจจะตอบสนองปัญหาได้มากน้อยแค่ไหน แต่ยืนยันจะไม่นำสังคมไปสู่การแตกหัก ม้วนเดียวจบให้เกิดรุนแรง และสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดจากการนำของผมแน่นอน   นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีที่ ศาลนัดตัดสินคดียุบพรรคอนาคตใหม่ ในวันที่ 21 มกราคมนี้ ว่า “ความพร้อมและมั่นใจในความบริสุทธิ์ มั่นใจว่ากระบวนการที่ทำให้คดีนี้มาถึงจุดนี้เป็นกระบวนการที่มีมูลเหตุแรงจูงใจทางการเมืองมากกว่า ดังนั้นจึงไม่กังวล และพร้อมกับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร ก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปร่วมกับประชาชน ดังนั้นขอให้ประชาชนยังคงมีความหวัง และตนเองก็ยังมีความหวังต่อการเปลี่ยนแปลงและสร้างสังคมที่ดีกว่านี้เป็นไปได้ขอให้เดินต่อไปด้วยกัน และเราก็เตรียมความพร้อมสำหรับทุกความเป็นไปได้ ที่จะเกิดขึ้นวันที่ 21 นี้ เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นไม่มีความกังวลใจ หากพรรคถูกยุบไปก็ไม่มีความหมาย อุดมการณ์ยังอยู่ ผู้คนยังอยู่ ส.ส. ยังอยู่ ยุบพรรคไป ก็มีแต่การยุบพรรค แถมยังได้ธนาธร และปิยบุตร รณรงค์ทั่วประเทศอีก ดังนั้นเราพร้อมสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”   ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/03nLkPcuZCw    

 817
การเมือง
18 ม.ค. 63

'ธนาธร-ปิยบุตร' โหมโรงเวที “future is now อย่ากลัวอนาคต” ก่อนวันชี้ชะตายุบพรรค 27 ม.ค.นี้

ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่  ในวันที่ 21 มกราคมนี้ พรรคอนาคตใหม่ได้เปิดเวทีแถลงปิดคดียืนยันว่า ไม่มีความคิดล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อกล่าวหาของนายณัฐพร โตประยูร เป็นเหมือนใบปลิวเท่านั้น แต่ยอมรับว่าได้เตรียมพรรคการเมืองใหม่ไว้แล้ว หากถูกยุบพรรคทั้ง ส.ส.และสมาชิกพรรคจะย้ายไปพรรคการเมืองใหม่ทั้งหมด   โดยงาน Future is now อย่ากลัวอนาคต ของพรรคอนาคตใหม่ จัดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวไว้เมื่อวานนี้ว่าอาจเป็นการปราศัยครั้งสุดท้ายในฐานะหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ หากถูกศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินให้ยุบพรรคในวันที่ 21 มกราคมนี้ นายธนาธร จึงตั้งใจโชว์วิสัยทัศน์ในการพัฒนาประเทศไทย ผ่านพิมพ์เขียวประเทศไทย ที่พรรคอนาคตใหม่ได้ทำขึ้นเพื่อสู้ กับความไม่เป็นธรรมในสังคม ซ่อมความล้มเหลวของประเทศ และสร้างสังคมไทยที่น่าอยู่ โดยชี้ให้เห็นโมเดลเศรษฐกิจแบบประชารัฐ ที่ทำให้เกิดการผูกขาดในภาคธุรกิจ   สิ่งที่พรรคอนาคตใหม่ อยากเห็นคือ ประชาชนเป็นเจ้าของเทคโลโยยี มีสิทธิเสรีภาพ และลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ และต้องมีพิมพ์เขียวของการบริหารภาครัฐจัดสรรงบประมาณให้เป็นประโยชน์กับประชาชน   นอกจากนี้ ยังต้องมีพิมพ์เขียวในการพัฒนาคน และเผยถึงแบบบ้านนโยบาย ที่พรรคเคยนำเสนอไว้กับประชาชน เช่น ร่าง พระราชบัญญัติ สุราก้าวหน้า, พระราชบัญญัติรับราชการเกณฑ์ทหาร, และพระราชบัญญัติ ประกาศยกเลิกคำสั่ง คสช. 17 ฉบับ ซึ่ง 88 ปีประชาธิปไตยไทย ประเทศจะไม่สามารถพัฒนาไปไกลกว่านี้ได้หากไม่แก้ปัญหาโครงสร้าง   ขณะที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงปิดคดียุบพรรคอนาคตใหม่ ที่นายณัฐพร โตประยูร ร้องต่อ กกต. นายธนาธร และนายปิยบุตร มีพฤติกรรมล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข โดยนำเอางานวิชาการ บทสัมภาษณ์ และนโยบายของพรรคที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการลงนามในธรรมนูญกรุงโรม มากล่าวหาว่าต้องการล้มล้างการปกครอง ทั้งๆที่การยึดอำนาจของทหารกลุ่มหนึ่งที่ฉีกรัฐธรรมนูญต่างหากที่เรียกว่าล้มล้างการปกครอง และมีความพยายามกล่าวหาว่า ต้องการเปลี่ยนไปสู่ระบอบประธานาธิบดี หรือสร้างภาพให้เป็นกลุ่มล้มเจ้า คำร้องเช่นนี้จึงไม่ต่างจากใบปลิว    นายปิยบุตร มั่นใจว่า ในคดีวันที่ 21 มกราคมนี้ ไม่มีหลักฐานเพียงพอได้ว่าจะยุบพรรคได้ แต่คดีนี้ไม่ใช่เรื่องของกฏหมายแต่มีเป้าหมายทางการเมือง ใช้การยุบพรรคเป็นอาวุธ แต่อาจกระสุนด้าน เพราะหากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ส.ส.และสมาชิกพรรคจะย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่   นายปิยบุตร เห็นว่าการยุบพรรคจะยิ่งผลักให้คนหนุ่มสาวเห็นถึงความอยุติธรรมและหลักให้เกิดรอยแตกแยกระหว่างรุ่นกับรุ่น และไม่ควร นำประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองกำจัดศัตรู ซึ่งในช่วงการสัมภาษณ์ที่มีนายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส มาตั้งคำถามถึงอนาคตของพรรคอนาคตใหม่ หากตัดสินยุบพรรค จะนำประชาชนลงถนนหรือไม่ นายธนาธร ไม่ปฏิเสธเพราะการชุมนุมเป็นแนวทางตามระบอบประชาธิปไตย แต่สิ่งที่จะทำคือการเมืองที่เป็นของประชาชน   ทั้งนี้ นายธนาธร และ นายปิยบุตร ย้ำด้วยว่า การตัดสินคดียุบพรรคอนาคตใหม่วันที่ 21 มกราคม เป็นที่จับตาของประชาชน เชื่อมั่นว่าหากศาลรับฟังคำชี้แจง ข้อกล่าวหาของนายณัฐพร เป็นเพียงเรื่องที่เชื่อมโยงขึ้นมาเองเท่านั้น

 308
การเมือง
18 ม.ค. 63

'ธนาธร' ชวนฟังปราศรัย อาจเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะหัวหน้าพรรค 'ปิยบุตร' ชี้ยุบอนาคตใหม่ จะเกิดผลร้าย 3 ด้าน

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความในหัวข้อ “วันพรุ่งนี้ อาจเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้ปราศรัยต่อหน้าประชาชนในฐานะหัวหน้าพรรคการเมือง”โดยระบุถึงคดี “อิลลูมินาติ” ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยในวันที่ 21 มกราคมนี้ และเชิญชวนร่วมงาน “ Future Is Now #อย่ากลัวอนาคต ” ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ จะจัดขึ้นวันเสาร์ที่ 18 มกราคม เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ณ อาคาร SC3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต   ผมไม่อาจทราบได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยในวันที่ 21 มกราคมนี้ออกมาเป็นอย่างไร จากกรณีที่มีผู้ร้องว่าผม, อาจารย์ปิยบุตร และพรรคอนาคตใหม่มีทัศนคติ  ปฏิกษัตริย์นิยม, ล้มล้างการปกครองฯ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าคดี “อิลลูมินาติ” หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเป็นโทษต่อเรา ผมอาจถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองและพรรคอนาคตใหม่อาจถูกยุบ   ถึงแม้ผมยังเชื่อในความถูกต้องของเรา และยังเชื่อว่าทั้งหลักฐานและกระบวนการของคดีนี้ มาจากแรงจูงใจในการกำจัดศัตรูทางการเมืองมากกว่าเป็นเรื่องของความผิดชอบชั่วดี แต่หากเป็นเช่นนั้นจริง นั่นหมายความว่างาน “ Future Is Now #อย่ากลัวอนาคต ” จะเป็นโอกาสสุดท้ายที่ผมจะได้พูดคุยกับประชาชนในฐานะหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่   ดังนั้น ผมอยากใช้โอกาสนี้เล่าให้ทุกท่านฟังอีกครั้งว่าทำไมเราถึงตั้งพรรคนี้ขึ้นมา ผมอยากเล่าให้ทุกท่านฟังว่าสังคมไทยที่ผมอยากร่วมสร้างกับทุกท่านมีหน้าตาแบบไหน เราจะจัดการกับเศรษฐกิจของเราเช่นใด และเราจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร   ในงานเดียวกัน อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค จะกล่าวแถลงปิดคดีนอกศาล ท่านจะได้รับฟังข้อเท็จจริงจากปากของเราแบบสดๆ รวมถึงการชวนคิดว่าทัศนคติ “ปฏิกษัตริย์นิยม” คืออะไร และเรามีทัศนคติเช่นนั้นจริงหรือไม่ นอกจากนี้ เรายังต้องการตอบคำถาม คำถามที่ยังมีผู้คลางแคลงสงสัยในเจตนาของเราต้องการรู้ เช่น เราชังชาติหรือไม่? เราต้องการล้มล้างการปกครองฯ หรือเปล่า? เราต้องการเห็นสังคมวุ่นวายหรือไม่? เป็นต้น ในการนี้เราได้รับเกียรติจากคุณสุทธิชัย หยุ่น ผู้จะมาทำหน้าที่ตัวแทนประชาชน ถามคำถามกันแบบตรงๆ   ไม่ว่าผลการวินิจฉัยจะเป็นอย่างไร ผมขอสัญญาว่าผมจะต่อสู้ต่อไป ทำงานการเมืองต่อไป จะไม่ถอยไม่ทน - และไม่ยอมแพ้ - ต่ออำนาจอยุติธรรมอำมหิต เพื่อให้ได้มาซึ่งสังคมที่เราใฝ่ฝันร่วมกัน กลุ่มผู้มีอำนาจที่สืบทอดอำนาจมาจากการทำรัฐประหารปี 2557 พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาอำนาจของตนเอง พวกเขาไม่สนว่าราคาที่ต้องจ่ายคือความล้มเหลวของประเทศไทยและอนาคตของลูกหลานของเรา ดั้งนั้น สิ่งที่ประชาชนต้องกลัวจึงไม่ใช่อนาคต แต่เป็นปัจจุบันและอนาคตแบบปัจจุบัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับพวกเรา ประชาชนทุกคนต้องร่วมก้าวไปต่อด้วยกัน #อย่ากลัวอนาคต”    นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ บอกว่า หากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ จะเกิดผลร้าย 3 ด้าน การทำลายความหวังและความฝันของคนไทยทั้งประเทศ, เกิดการแบ่งแยกกันของช่วงวัยของคนในสังคม หรือที่เรียกว่า 'Clash of Generations' และสำคัญที่สุด นี่จะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เรานำสถาบันมาเป็นเครื่องมือทำลายล้างศัตรูทางการเมือง       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ https://youtu.be/Kb_q244X7oA

 3,041
การเมือง
14 ม.ค. 63

'บิ๊กตู่' ไม่ติดใจใครจะเชียร์-วิ่งไล่ 'ธนาธร' ชี้คนอัดอั้นรัฐบาลล้มเหลว

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดตัวแคมเปญ ยุวชนสร้างชาติ ในช่วงหนึ่งเปิดเผยว่า ยืนยันว่าไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร ไม่ว่าจะพรรคใดก็เชื่อทุกคนทำเพื่อประเทศ ใครจะเชียร์หรือมาวิ่งไล่ก็เคารพความเห็นทุกฝ่าย แต่ไม่อยากให้มาเสียเวลากับเรื่องเหล่านี้ หากมีเรื่องไหนที่เห็นต่างกันก็ควรจะมาพูดคุยกัน ไม่อยากให้กลับไปใช้กำลังฆ่ากันเหมือนอดีตที่ผ่านมา   ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เผยว่า กิจกรรมวิ่งไล่ลุง เป็นการตื่นตัวของภาคประชาชน และเป็นการส่งเสียงให้รัฐบาลได้ยิน ถึงความล้มเหลวของรัฐบาล ต้องการระบายความอัดอั้นตันใจ ถือเป็นการชุมนุมทางการเมืองที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่รัฐประหาร 2557   น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า งานวิ่งไล่ลุง มีคนทุกช่วงวัย ทั้งรุ่นคุณป้า คุณลุง คนทำงาน ไปยันเด็กมัธยมต้น ถ้าจะประเมินคิดว่ากลุ่มที่เป็นวัยรุ่นมี 60% ที่เหลือเป็นคนที่มีอายุอาจจะ 30-40% เป็นภาพของสังคมที่มีคนทุกวัยมาร่วม อย่างน้อยในวันที่ 12 ม.ค. ได้เห็นเรื่องที่ดีคือไม่มีฝ่ายใดพยายามจัดงานให้ชนในสถานที่เดียวกัน แม้จะชนวันเวลาแต่คน 2 กลุ่มไม่มีทางมาปะทะกันแน่นอน   ภาพที่เกิดขึ้นอาจจะดูเป็นการวัดมวลชนกันแต่เป็นสัญญาณที่ดีว่า คงจะหมดสมัยแล้วที่จะนำมวลชนมาปะทะกัน ทุกคนคงไม่อยากให้เกิดความรุนแรงขึ้น ความเห็นแตกต่างเป็นเรื่องปกติที่ควรจะเป็น สิ่งที่เราอยากเห็นคือ อย่าเอาคนมาปะทะกันให้เกิดความรุนแรง อย่าไปใช้วาจาดูถูก ดูหมิ่น ยุยงกันไปมาทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายเกลียดกันมากขึ้น เพราะคนที่ความเห็นต่างกันมีแนวโน้มที่จะเกลียดกันง่ายอยู่แล้ว อีกอย่างคือ รัฐบาลเองควรจะอำนวยความสะดวกให้แสดงออกอย่างเท่าเทียมกัน   ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กิจกรรมวิ่งไล่ลุงและวิ่งเชียร์ลุงว่า น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์ความขัดแย้งในสังคมรอบใหม่ระหว่างกลุ่มคน 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์กับกลุ่มสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ แสดงให้เห็นว่า 5 ปีที่ผ่านมาได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า การบริหารประเทศภายใต้ คสช.ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ไม่สามารถปลดล็อกความขัดแย้งของสังคมได้ ทำให้การรัฐประหารเมื่อปี 2557 เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยที่ไม่คุ้มค่า เป็นการยึดอำนาจที่เสียของอีกครั้งหนึ่ง ไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งในสังคมไทยตามเป้าหมายที่ คสช.ประกาศไว้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/3kIJslbj2Hk

 1,141
การเมือง
13 ม.ค. 63

'วิ่งไล่ลุง' คึกคักชู 3 นิ้ว ตะโกนไล่นายกฯหลายจังหวัด จัดอีก 2 ก.พ.ที่เชียงใหม่

บรรยากาศงาน วิ่งไล่ลุง ที่สวนรถไฟ ช่วงเช้าวันที่ 12 ม.ค.63 มีประชาชนที่ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมทยอยเดินทางเข้าร่วมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงก่อนเวลา 05.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเปิดประตูซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบดูแลความปลอดภัยเป็นจำนวนมาก และมีการตั้งจุดตรวจคัดครองในหลายจุดเพื่อความปลอดภัย   แต่ก็ยังมีประชาชน เข้าปั่นป่วนกิจกรรมวิ่งไล่ลุง พร้อมสวมเสื้อสีเหลือง ระบุข้อความ "รักษ์ ม.44 ยิ่งชีพ" และเป่านกหวีดแสดงเชิญสัญลักษณ์ ก่อนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะเชิญตัวให้ข้อมูลกับตำรวจ   ขณะที่กลุ่มการเมืองมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งมาพร้อมกับภรรยาและลูกสองคน นางสาวพรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ นายรังสิมันต์ โรม และส.ส.ของพรรคอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากยังมีนายกิตรัตน์ ณ ระนอง แกนนำพรรคเพื่อไทย และกลุ่มเพื่อพลัส มาร่วมวิ่งด้วย โดยบรรยากาศการวิ่งมีผู้เข้าร่วมได้ชูสามนิ้วเป็นระยะ และตะโกนคำว่า “ประยุทธ์ ออกไป เผด็จการจงพินาศ”   ทั้งนี้นายธนาธร ให้สัมภาษณ์ก่อนปล่อยตัววิ่งว่า รู้สึกตื่นเต้น เพราะมีประชาชนมาร่วมงานจำนวนมากมาย แสดงให้เห็นว่า วันนี้ประชาชนตื่นตัว และเข้าใจสถานการณ์การเมือง และเข้าใจว่ามีลุง ที่เป็นตัวฉุดรั้งความเจริญก้าวหน้าของประเทศ จึงมาแสดงพลังร่วมกัน   และวันนี้อยากส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลว่า ตนและพรรคอนาคตใหม่ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับประชาชนที่ต้องการเห็นความก้าวหน้า ความเปลี่ยนแปลง ของประเทศไทย ซึ่งมีแต่การที่ประชาชนเท่านั้นจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพราะนี่คือเสียงของประชาชนที่บอกว่าไม่พอใจ กับการสืบทอดอำนาจของ คสช. ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ต้องการประชาธิปไตยกลับคืนมา   นอกจากที่สวนรถไฟ กทม.แล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในหลายจังหวัด เช่น ปทุมธานี พัทยา กาฬสินธุ์ พังงา พิษณุโลก สระบุรี เชียงใหม่ เป็นต้น    นายธนวัฒน์ วงค์ไชย แกนนำจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง กล่าวขอบคุณประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมวันนี้ และหลังจากวันนี้จะมีคดีตามมาหรือไม่ ตนไม่กลัวเพราะมีประชาชนอยู่เคียงข้าง เพราะการออกมาวิ่งไล่วันนี้ไม่ได้วิ่งไล่ลุงคนใดคนหนึ่ง แต่ออกมาวิ่งไล่การเมืองแบบลุงๆ ไล่ความอยุติธรรม สองมาตรฐาน ไล่ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ไล่รัฐบาลที่บริหารไม่เป็น หลังจากนี้ขอเชิญชวนทุกคนวิ่งไล่ลุงทุกวัน เพื่อไล่ลุงให้ออกไปในปีนี้ และกิจกรรมวิ่งไล่ลุงจะจัดขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XIaszjMwbeo

 1,446
การเมือง
13 ม.ค. 63

'สนธิรัตน์' ค้านการเมืองบนถนน ไม่อยากเห็น 'วิ่งไล่ลุง-เดินเชียร์ลุง' เตือน 'ธนาธร' อย่าล้ำเส้นไล่บิ๊กตู่

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวถึงกิจกรรมวิ่งไล่ลุง และเดินเชียร์ลุง เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ว่า เป็นกิจกรรมที่ทุกฝ่ายสามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบกฎหมาย แต่ที่ไม่อยากเห็นคือการนำกิจกรรมไปสู่การทำการเมืองบนถนน เราต้องทบทวนบทเรียนของประเทศไทย เราอยู่ในวังวนการใช้การเมืองนอกระบบ และนำปัญหามาให้ประเทศมาตลอดในระยะสิบกว่าปีที่ผ่านมา   วันนี้ประเทศก้าวมาสู่ประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายเรียกร้อง มีกลไกในการแก้ปัญหา มีสภาผู้แทนราษฎร มีการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้น อยากเห็นกิจกรรมที่อยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่อยากเห็นกิจกรรมใดๆ นำไปสู่กลไกนอกสภา นำไปสู่การแตกแยก เกลียดชังระหว่างประชาชน เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็นความสงบของประเทศ ความขัดแย้งไม่เกิดประโยชน์กับใครบนโลกใบนี้ จะทำให้การแก้ปัญหายากขึ้นกว่าเดิม   เมื่อถามถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไปร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุง พร้อมตะโกน "ประยุทธ์ออกไป เผด็จการจงพินาศ" นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เวลาแสดงออกต่างๆ ขอให้อยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่อยากนั้นจะล้ำเส้นกัน เพราะประชาชนมีสองฝ่าย ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ถ้าเราปล่อยให้ล้ำกรอบของกฎหมายวันหนึ่งจะนำไปสู่การเผชิญหน้าของประชาชนสองฝ่าย เรามีกลไกในระบอบประชาธิปไตยเป็นทางออกอยู่แล้ว อะไรที่เกินกรอบกฎหมายพึงระวัง   เมื่อถามว่า การที่ทั้งสองฝ่ายจัดกิจกรรม รัฐบาลจะดูแลอย่างไรในระยะยาว นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ในนามรัฐบาลไม่อยากเห็นการสร้างกิจกรรมลักษณะเผชิญหน้ากัน อยากเห็นการพูดคุยกัน อยากเห็นการใช้ระบบของสภา ที่เราเคยเรียกร้องกัน ไม่อยากเห็นกิจกรรมอะไรก็ตามที่สร้างความแตกแยก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xeIzWyxtYIg

 1,471

Top