ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทุจริตเงินทอนวัด"

สังคม
20 ก.พ. 63

ศาลฯ พิพากษาจำคุกอดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ 36 เดือน กรณีร่วมกันทุจริตเบียดบังเงินทอนวัด

คดีนี้ต้องย้อนไปปี 2558 - 2559 พระพรหมสิทธิ ธงชัย สุขโข เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ในขณะนั้น ทำเรื่องขอเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม 2 โครงการ เป็นเงิน 62 ล้าน 5 แสนบาท ตามโครงการเงินต้องกระจายไปวัดยัง 13 แห่ง แต่ปรากฎว่ามีวัดเพียง 4 แห่งที่ได้รับเงิน และได้ไปเพียง 8 ล้านบาทเท่านั้น กระทั่งมีการตรวจสอบพบและฟ้องร้อง    ล่าสุดวันนี้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาจำคุก นาย ธงชัย สุขโข หรือ อดีตพระพรหมสิทธิ ในวัย 64 ปี เป็นเวลา 36 เดือน ปรับ 27,000 บาท ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานให้กระทำผิด แต่มีคุณงามความดี และไม่เคยมีความผิดอาญามาก่อน โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี   ขณะที่จำเลยอีก 4 คน มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พิพากษาให้ นาย พนม ศรศิลป์ อายุ 60 ปี อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จำคุก 2 ปี 12 เดือน นาย ชยพล พงษ์สีดา อายุ 64 ปี อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงาน พศ. นาย ณรงค์เดช ชัยเนตร อดีตผู้อำนวยการกองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ นาย พัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อายุ 50 ปี อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา จำคุก 3 ปี 18 เดือน และยกฟ้องในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนโดยทุจริต และไม่ต้องคืนเงินงบประมาณ 69 ล้าน 7 แสนบาท เพราะไม่พบว่ามีการทุจริต เบียดบังไปเป็นของตน       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/SJ791yZxY2M

 264
สังคม
19 ก.พ. 63

จำคุกกอดีตเจ้าคุณธงชัยวัดสระเกศฯ คดีเงินทอนวัด รอลงอาญา 2 ปี

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษาจำคุกอดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ 36 เดือน กรณีร่วมกันเบียดบังเงินงบประมาณ     คดีนี้ต้องย้อนไปปี 2558 - 2559 พระพรหมสิทธิ ธงชัย สุขโข เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ในขณะนั้น ทำเรื่องขอเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม 2 โครงการ เป็นเงิน 62 ล้าน 5 แสนบาท ตามโครงการเงินต้องกระจายไปวัดยัง 13 แห่ง แต่ปรากฎว่ามีวัดเพียง 4 แห่งที่ได้รับเงิน และได้ไปเพียง 8 ล้านบาทเท่านั้น กระทั่งมีการตรวจสอบพบและฟ้องร้อง      ล่าสุดวันนี้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาจำคุก นาย ธงชัย สุขโข หรือ อดีตพระพรหมสิทธิ ในวัย 64 ปี เป็นเวลา 36 เดือน ปรับ 27,000 บาท ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานให้กระทำผิด แต่มีคุณงามความดี และไม่เคยมีความผิดอาญามาก่อน โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี ขณะที่จำเลยอีก 4 คน มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ      พิพากษาให้ นาย พนม ศรศิลป์ อายุ 60 ปี อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จำคุก 2 ปี 12 เดือน / นาย ชยพล พงษ์สีดา อายุ 64 ปี อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงาน พศ. / นาย ณรงค์เดช ชัยเนตร อดีตผู้อำนวยการกองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ นาย พัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อายุ 50 ปี อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา จำคุก 3 ปี 18 เดือน และยกฟ้องในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนโดยทุจริต และไม่ต้องคืนเงินงบประมาณ 69 ล้าน 7 แสนบาท เพราะไม่พบว่ามีการทุจริต เบียดบังไปเป็นของตน

 3,803
สังคม-อาชญากรรม
28 ธ.ค. 62

ศาลสั่งจำคุก 'พนม ศรศิลป์' อดีต ผอ.พศ.-พวก 20 ปี พร้อม ชดใช้ 15 ล้าน ปมทุจริตเงินทอนวัด

(27 ธ.ค.62) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลนัดฟังคำพิพากษาในคดีระหว่างพนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 3 สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.), นายวสวัตติ์ กิตติธีระสิทธิ์ อดีต ผอ.ส่วนบูรณะพัฒนาวัดและการศาสนสงเคราะห์ กองพุทธศาสนสถาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, นายเจษฎา วงศ์เมฆ ฆราวาสติดต่อหาวัด, นายชรินทร์ มิ่งขวัญ ฆราวาส ทำหน้าที่ติดต่อหาวัดเป็นจำเลยที่ 1-4 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่อท. 253/ 2561คดีหมายเลขแดงที่อท. 251/ 2562   เรื่องปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต (กรณีเบียดบังเอาเงินของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติไปเป็นประโยชน์ของตน โดยใช้วัดเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดรับโอนเงินงบประมาณที่มีการเบียดบังไปจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ) ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,86,91,147,157 และขอให้จำเลยที่ 1-3 ร่วมกันคืนหรือใช้เงินจำนวน 15,000,000 บาทและให้จำเลยที่ 4 ร่วมกันคืนหรือใช้เงินจำนวน 3,000,000 บาทแก่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ             ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147(เดิม) ประกอบมาตรา 83 จำเลยที่ 3 และจำเลยที่4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 การกระทำของจำเลยที่ 1-3 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรม เป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 จำคุกจำเลยที่ 1และที่ 2 กระทงละ 5ปีรวม 4กระทงเป็นจำคุกคนละ 20ปี จำคุกจำเลยที่ 3 กระทงละ 3ปี 4เดือนรวม 4 กระทงเป็นจำคุก 12 ปี 16เดือนและจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 3ปี 4 เดือนจำเลยที่ 3 และที่ 4ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก จำเลยที่ 3 มีกำหนด 6ปี 8เดือน และจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 1ปี 8 เดือน ให้จำเลยที่ 1-3 ร่วมกันคืนเงินหรือใช้เงินจำนวน 12,000,000 บาท โดยให้จำเลยที่ 4 ร่วมรับผิดคืนเงินหรือใช้เงินกับจำเลยที่ 1 - 3 จำนวน 3,000,000 บาท แก่ผู้เสียหาย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/tlQ3hkPagss    

 418
สังคม
28 ธ.ค. 62

ศาลสั่งจำคุก 'พนม ศรศิลป์' อดีต ผอ.พศ.-พวก 20 ปี พร้อม ชดใช้ 15 ล้าน ปมทุจริตเงินทอนวัด

(27 ธ.ค.62) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลนัดฟังคำพิพากษาในคดีระหว่างพนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 3 สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.), นายวสวัตติ์ กิตติธีระสิทธิ์ อดีต ผอ.ส่วนบูรณะพัฒนาวัดและการศาสนสงเคราะห์ กองพุทธศาสนสถาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, นายเจษฎา วงศ์เมฆ ฆราวาสติดต่อหาวัด, นายชรินทร์ มิ่งขวัญ ฆราวาส ทำหน้าที่ติดต่อหาวัดเป็นจำเลยที่ 1-4 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่อท. 253/ 2561คดีหมายเลขแดงที่อท. 251/ 2562   เรื่องปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต (กรณีเบียดบังเอาเงินของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติไปเป็นประโยชน์ของตน โดยใช้วัดเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดรับโอนเงินงบประมาณที่มีการเบียดบังไปจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ) ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,86,91,147,157 และขอให้จำเลยที่ 1-3 ร่วมกันคืนหรือใช้เงินจำนวน 15,000,000 บาทและให้จำเลยที่ 4 ร่วมกันคืนหรือใช้เงินจำนวน 3,000,000 บาทแก่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ             ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147(เดิม) ประกอบมาตรา 83 จำเลยที่ 3 และจำเลยที่4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 การกระทำของจำเลยที่ 1-3 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรม เป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 จำคุกจำเลยที่ 1และที่ 2 กระทงละ 5ปีรวม 4กระทงเป็นจำคุกคนละ 20ปี จำคุกจำเลยที่ 3 กระทงละ 3ปี 4เดือนรวม 4 กระทงเป็นจำคุก 12 ปี 16เดือนและจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 3ปี 4 เดือนจำเลยที่ 3 และที่ 4ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก จำเลยที่ 3 มีกำหนด 6ปี 8เดือน และจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 1ปี 8 เดือน ให้จำเลยที่ 1-3 ร่วมกันคืนเงินหรือใช้เงินจำนวน 12,000,000 บาท โดยให้จำเลยที่ 4 ร่วมรับผิดคืนเงินหรือใช้เงินกับจำเลยที่ 1 - 3 จำนวน 3,000,000 บาท แก่ผู้เสียหาย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/tlQ3hkPagss    

 418
สังคม
28 ธ.ค. 62

พิพากษาจำคุก 'พนม ศรศิลป์' 20 ปี คดีโกงเงินทอนวัด

ความคืบหน้ากรณีโกงเงินทอนวัด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำตัดสินคดีโกงเงินทอนวัด จำคุก 20 ปี นายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมกับพวกรวม 4 คน ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต   กรณีเบียดบังเอาเงินของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติไปเป็นประโยชน์ของตน โดยใช้วัดเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด รับโอนเงินงบประมาณที่มีการเบียดบังไปจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา ขอให้จำเลยที่ 1-3 ร่วมกันคืนหรือใช้เงินจำนวน 12,000,000 บาทและให้จำเลยที่ 4 ร่วมกันคืนหรือใช้เงินจำนวน 3,000,000 บาทแก่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/CXSoYquS8AY

 1,062
การเมือง
04 ก.ย. 62

‘เทวัญ’ รับปากกลางสภาฯ หลังจากนี้ จะไม่มีทุจริตเงินทอนวัดเกิดขึ้นอีก

วันที่ 4 ก.ย. 62 นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้ถามทั่วไปถึงความคืบหน้าคดีเงินทอนวัด ของนายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย โดยยืนยันว่า หลังจากนี้จะไม่มีเหตุการณ์เงินทอนวัดขึ้นอีก ด้านนายนิยมก็พยักหน้ารับทราบในทันที    จากนั้น นายเทวัญ ชี้แจงความคืบหน้าคดีดังกล่าวอีกว่า ได้รับรายงานจากตำรวจ ทั้งดีเอสไอ กองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ว่า ส่วนใหญ่พระเถรผู้ใหญ่ได้รับการประกันตัวได้    ปัจจุบันความคืบหน้าการตรวจสอบที่เป็นเรื่องร้องเรียนอยู่ใน ป.ป.ช. ทั้งหมด 91 เรื่อง โดยอยู่ระหว่างดำเนินการของ ป.ป.ช.58 เรื่อง ,ดำเนินการแล้วเสร็จ 32 เรื่อง, ป.ป.ช.มีมติไม่รับ 1 เรื่อง, อยู่ระหว่างการสืบสวนของกองปราบ 2 เรื่อง, บก.ปปป.ดำเนินการสอบสวนการดำเนินคดีแล้ว 46 เรื่อง อยู่ระหว่างสอบสวนในส่วนของ ปปป.อีก 6 เรื่อง    ทั้งนี้ จากการสอบสวนของ ปปป.พบผู้กระทำผิดทั้งหมด 34 คน เป็นเจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนา 15 คน พระ 11 รูป ประชาชน 8 คน วงเงินทุจริตทั้งหมด 351 ล้าน 7 แสน 6 ร้อย 35 บาท ยึดทรัพย์มาได้แล้ว 228 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินอุดหนุนศึกษาพระปริยัติธรรม 115 ล้านบาท เงินอุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา 127 ล้านบาท เงินอุดหนุนการบูรณะปฏิสังขรณ์ 108 ล้านบาท    ส่วนคำถามที่ระบุว่า เหตุใดมีวัดถูกดำเนินคดีเพียงแค่สองวัด ทั้งที่มีโครงการเหล่านี้ในหลายวัดนั้น นายเทวัญ ยอมรับว่า ตนเพิ่งมารับตำแหน่งในข้อคำถามที่ว่า จึงไม่ทราบในรายละเอียดของวัดที่เหลือ หลังจากนี้ ตนจะรีบไปตรวจสอบว่า เหตุใดวัดที่เหลือยังไม่ได้ถูกดำเนินคดีหรืออย่างไร ทั้งนี้ อาจจะเป็นเรื่องในชั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่สามารถเปิดเผยได้    นายนิยม ได้สอบถามถึงสำนักพุทธฯยังจัดสรรงบประมาณ 70 กว่าล้านบาทให้ 4 หน่วยงาน คือ ป.ป.ช. 3 ล้านบาท สำนักงานส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมที่ตั้งอยู่วัดสระเกศฯซึ่งแต่งตั้งดยเถรสมาคม 20 ล้าน 9 แสน 5 หมื่นบาท สำนักงานศาลยุติธรรม 5 ล้านบาท และสำนักงานอัยการสูงสุด 2 ล้านบาท จึงตั้งคำถามว่า สำนักงานเหล่านี้มีสิทธิ์รับเงินจากสำนักพุทธฯด้วยหรือไม่ แต่เหตุใดจึงดำเนินคดีเพียงวัดสระเกศฯ   นายเทวัญ จึงชี้แจงว่า เป็นเรื่องของงบประมาณปีก่อนๆ ตนจะรับเรื่องนี้ไว้และจะแจ้งข้อมูลมายังประธานสภาฯต่อไปว่าเหตุใดสำนักพุทธฯจึงจัดสรรงบประมาณไปแต่ละหน่วยงาน ส่วนพระพรหมเมธี หากจะกลับมาต่อสู้คดีในไทยและเป็นห่วงใยความปลอดภัยนั้น ยืนยันว่า หากกลับมาสู้คดีก็จะได้รับความปลอดภัยเหมือนกับพระทุกรูปเหมือนประชาชนคนไทย โดยจะดูแลเป็นพิเศษ ยินดีที่จะไปรับที่สนามบินให้ความเป็นธรรมสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้  

 1,326
สังคม-อาชญากรรม
17 พ.ค. 62

ทนายจ่ออุทธรณ์-ยื่นประกัน 'อดีตพระพรหมดิลก' เจ้าอาวาสวัดสามพระยา หลังศาลสั่งจำคุก 6 ปี คดีเงินทอนวัด

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษาจำคุกอดีตเจ้าอาวาส 6 ปี และผู้ช่วยวัดสามพระยา 3 ปี ในคดีร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กรณีร่วมกันฟอกเงิน จากการทุจริตเงินทอนวัดในส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม ส่วนคดีอื่นให้ยกฟ้อง ขณะที่ทนายความเตรียมขอยื่นอุทธรณ์ และประกันตัว   โดยกลุ่มภิกษุสงฆ์และศิษยานุศิษย์ ของนายเอื้อน กลิ่นสาลี อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา และอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม หรือ มส. และอดีตเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และนายสมทรง อรรถกฤษณ์ อดีตพระอรรถกิจโสภณและอดีตเลขาเจ้าคณะกรุงเทพ วัดสามพระยา เข้าร่วมรับฟังคำพิพากษา คดีร่วมฟอกเงินทุจริตงบประมาณ สำนักพระพุทธศาสนา ให้วัดสามพระยา   โดยทั้ง 2 ตกเป็นจำเลยในคดี ร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กรณีร่วมกันฟอกเงิน จากการทุจริตเงินทอนวัดในส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม และอดีตเจ้าอาวาส ถูกฟ้องอีกคดี ในฐานความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเพื่อให้ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และเป็นผู้สนับสนันเจ้าพนักงานฯ , ร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542   ศาลพิเคราะห์จากพยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามฟ้อง ในความผิดร่วมกันฟอกเงิน เนื่องจากงบประมาณ ที่ได้รับมาจากสำนักพระพุทธศาสนา หรือ พศ. จำนวน 5 ล้านบาทนั้น เป็นงบที่ให้สนับสนุนการศึกษาโรงเรียนปริยัติธรรม แต่วัดสามพระยาไม่มีโรงเรียนปริยัติธรรม แต่จำเลยไม่ส่งคืน พศ. แต่กลับมอบอำนาจให้ผู้อื่นเบิกถอนเงินไปใช้ ก่อสร้างและบูรณาการสิ่งปลูกสร้างในวัด โดยอ้างว่าเข้าใจว่าเป็นงบบูรณาการที่เคยขอไป   แต่ในการสืบพยานนัดแรกจำเลยไม่ได้นำเอกสารของบ และ รับงบมายื่นต่อศาล แต่ขอเพิ่มเติมภายหลัง ทั้งที่เป็นเอกสารสำคัญ อีกทั้ง มีการเบิกงบไปฝากบัญชีประจำ รวม 2 บัญชี เพื่อเอาดอกเบี้ยเงินฝาก การกระทำของจำเลยทั้ง 2 จึงเป็นการ ยักย้าย เปลี่ยนทรัพย์สินซึ่งได้มาจากการทุจริต ของคดีมูลฐานความผิดทุจริตงบประมาณสนับสนุนการศึกษาวัดของ พศ.   ศาลจึงลงโทษ ให้จำเลย ที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ต้องรับโทษ 2 เท่า ของโทษทางคดี ลงโทษจำคุกรวม 6 ปี และยกฟ้อง ใน คดีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเพื่อให้ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ส่วนจำเลยที่ 2 ตัดสินลงโทษจำคุก 3 ปี   ขณะที่นายอรรณพ บุญสว่าง ทนายความของ นายสมทรง จำเลยที่ 2 เตรียมยื่นขอประกันตัวภายใน 2-3 วันและขออุทธรณ์ ตามขั้นตอนกระบวนการคาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่เกินหนึ่งปีอย่างไรก็ตามมีข้อสงสัยในเรื่องการของบสนับสนุนในการก่อสร้างที่จำเลยทั้ง 2 ขอไปยังสำนักพุทธ ว่ามีการเซ็นอนุมัติออกมาอย่างถูกต้องหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2Jdy7syy_8I

 1,646
สรุปข่าว
17 พ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 17 พ.ค.62 ธนาธรประกาศจัดตั้งรัฐบาล-ผัวเมียมอดไม้ได้อภัยโทษ-วัน อยู่บำรุง vs มงคลกิตติ์

-รถตำรวจทางหลวงนำขบวนผู้แทนพระองค์ชนประสานงากระบะที่วิ่งสวนมา พ.ต.อ.ผู้บังคับการพิษณุโลก นั่งมาในรถเสียชีวิตทันที ส่วนร.ต.ต.คนขับเจ็บสาหัส ด.ต.ที่นั่งมาด้วยเสียชีวิตที่ รพ. กระบะคู่กรณีเสียชีวิต 1 ราย รวมดับ 3 ศพ สาเหตุฝั่งกระบะแซงรถคันหน้าแต่ไม่พ้น จึงพุ่งชนรถตร.อย่างจัง กระบะแซงไม่พ้น ชนรถตร.นำขบวน รองผู้การตร.พิษณุโลก-นายดาบนั่งมาด้วยเสียชีวิต   -ศาลสั่งจำคุก 6 ปี อดีตพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา ไม่รอลงอาญา ส่วนอดีตผช.เจ้าอาวาสโดน 3 ปี ฐานร่วมกันฟอกเงิน 5 ล้านบาททุจริตเงินทอนวัด รับงบพัฒนาร.ร.ปริยัติธรรมทั้งที่วัดสามพระยาไม่มี ร.ร. ทนายยันจะอุทธรณ์สู้คดีเพราะเห็นว่ารอลงอาญาได้ และจะยื่นประกันต่อไป ทนายจ่ออุทธรณ์-ยื่นประกัน 'อดีตพระพรหมดิลก' เจ้าอาวาสวัดสามพระยา หลังศาลสั่งจำคุก 6 ปี คดีเงินทอนวัด    -กกต.ยื่นคำร้องต่อศาล รธน.ขอให้วินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดลง ตาม รธน.มาตรา 82 วรรค 4 หรือไม่ กรณีถือหุ้นสื่อวีลัคมีเดีย เพราะวันที่ยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งยังถือหุ้นอยู่ กกต.ยื่นศาล รธน.วินิจฉัย ถอด 'ธนาธร' ออกจาก ส.ส. ปมถือหุ้นสื่อ   -ธนาธรแถลงประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ คสช. เชื่อว่ามีแต่พรรคอนาคตใหม่เท่านั้นที่จะดึงความสามัคคีร่วมกันได้ ดึงมาทำงานร่วมกัน หากรวมเสียงข้างมากได้ก็พร้อมเป็นนายกฯ เตรียมพบจุรินทร์-อนุทิน-กัญจนา โดยจะดำเนินงานให้เสร็จภายใน 23 พ.ค.   ทั้งนี้ไม่หนักใจโดน กกต.ยื่นคำร้องต่อศาล รธน.ปมถือหุ้น มั่นใจในพยานหลักฐาน และเชื่อว่าศาลจะให้ความเป็นธรรม จะเดินหน้าต่ออย่างมั่นคง 'ธนาธร' ประกาศจัดตั้งรัฐบาล พร้อมนั่งนายกฯ ไม่กังวล กกต.ส่งเรื่องให้ศาล รธน.    -อนุทิน ยัน 20 พ.ค.พรรคจะมีคำตอบชัดเจนว่าจะจับขั้วรัฐบาลกับฝ่ายใด จากการประชุมพรรค เพราะตอนนี้มีความกดดันมาก มีการแบ่งฝ่ายประชาธิปไตย-เผด็จการ ทั้งที่มีการเลือกตั้ง การตัดสินใจจึงต้องหารือกันในพรรคอย่างรอบคอบ ต้องมีเป้าหมายร่วมกันคือ สถาบัน-ไม่สร้างความขัดแย้ง-สร้างความสุขให้ ปชช. 'อนุทิน' กดดันจับขั้วตั้งรัฐบาล ยันทุกวันนี้ยังไม่มีใครติดต่อมา ให้รอดูมติพรรค 20 พ.ค.นี้    -จุรินทร์ บอกยังไม่กำหนดวันหารือกรรมการพรรค ปชป.ชุดใหม่ เพื่อหาท่าทีร่วมรัฐบาล ขณะที่อภิสิทธิ์บอกพรรคต้องรักษาคำพูดที่เคยประกาศจะไม่สนับสนุนบิ๊กตู่ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับมติของพรรค ทั้งนี้คะแนน 3.9 แสนเสียงมีไม่น้อยที่เลือก ปชป.เพราะจุดยืนไม่เอาลุงตู่ ตอนนี้เหมือนถูกบังคับให้เลือกข้าง แต่ทั้ง 2 ข้างก็ราบรื่นยาก ถ้าไปจับขั้วที่ 3 กับอนุทินก็เสียงไม่ถึง ปิดสวิทช์ ส.ว.ไม่ได้ 'อภิสิทธิ์' ชี้คนเลือก ปชป.3.9 ล้านเสียง เพราะจุดยืนไม่หนุน 'บิ๊กตู่' เชื่อขั้วที่ 3 ตั้งไม่ได้จริง   -ผู้ว่าแบงก์ชาติเตือนอย่าตกใจ กรณีสหรัฐฯจัดไทยอยู่ในประเทศแทรกแซงค่าเงิน ยันไม่ได้ปั่นค่าเงินเพื่อหวังการค้า แต่ต้องดูแลเพื่อลดความผันผวนเท่านั้น ย้ำไม่มีผลต่อการทำนโยบายการเงิน อภิศักดิ์ รมว.คลังยังมั่นใจไร้ผลกระทบ ลั่นเศรษฐกิจไทยแกร่งรับมือการค้าโลกป่วนได้ หอการค้าไทยหั่นเป้า GDP ลง 3.5% จี้ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่เร่งสร้างความมั่นใจ แบงก์ชาติยันไม่ได้ปั่นค่าเงินเอาเปรียบสหรัฐฯ หอการค้าหั่นเป้า gdp ไทยปี 62 เหลือ 3.5%   -สองผัวเมียมอดไม้ที่เคยเป็นคดีคึกโครมอ้างเข้าไปเก็บเห็ด ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ก่อนหน้านี้ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกทั้งคู่คนละ 5 ปี ฐานบุกรุกตัดไม้สัก-ไม้หวงห้ามกว่า 700 ต้น แปรรูปนับพันท่อนในป่าสงวนแห่งชาติดงระแนง จำคุกมาแล้ว 4 ปี หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ สองผัวเมียมอดไม้ ที่อ้างเข้าไปเก็บเห็ด ซาบซึ้งได้รับพระราชทานอภัยโทษ หลังติดคุกนาน 4 ปี   -ได้ทองคืนแล้ว กรณีหนุ่มถ่ายคลิปแฉร้านทองไม่ให้ไถ่ทองจำนำคืน ล่าสุดได้คืนแล้ว พบร้านทองเอาไปจำนำกับร้านอื่นอีกทอด เพื่อเอาเงินมาหมุน ล่าสุดมีเหยื่ออีก 6 ราย ตร.เตรียมตรวจสอบร้านทอง ถ้าไม่เจอทองเข้าข่ายยักยอกทรัพย์ ผู้เสียหายได้ทองคืน หลังร้านทองเบี้ยวรับจำนำไม่ยอมให้ไถ่ เหตุไปจำนำร้านอื่นต่อ เอาเงินมาหมุน   -ได้ตัวครบแล้ว แก๊งวัยรุ่นมองหน้าแล้วฆ่าเลย เอาหินทุบหัวน้องอาร์ม วัย 13 ปีเสียชีวิต ก่อนหน้านี้จับได้ 2 ส่วนอีก 2 ทนแรงกดดันไม่ไหวเข้ามอบตัว เช้านี้พาทำแผน แม่น้องอาร์มขอบคุณตำรวจช่วยจับคนฆ่าลูก อยากถามคนร้ายว่าแค่มองหน้าทำให้โกรธถึงขั้นต้องฆ่ากันเลยหรือ จับได้ครบแก๊ง โจ๋ฆ่า 'น้องอาร์ม' หลังทนแรงกดดันไม่ไหว ชาวบ้านเผยพฤติกรรมชอบมั่วสุม สร้างความเดือดร้อน   -จับนายทุนเงินกู้นอกระบบ ขณะขับรถไล่เก็บดอกเบี้ยในหมู่บ้านดังชานกรุง สารภาพคิดดอกโหดร้อยละ 20 ต่อ 24 วัน เคยถูกจับมาแล้วที่สุพรรณฯ ศาลปรับ 6 หมื่น โทษคุก 2 ปีไม่รอลงอาญา แต่ก็ยังไม่เลิกอาชีพเดิม   -นักมวยจะไม่ทน แห่เม้นท์คลิปมงคลกิตติ์ ผมกลัวแล้วครับ คนแบบนี้ไม่เกิน 60 วินาที หลังหน.พรรคไทยศรีวิไลย์ ระบุในคลิปไม่ใช่คนติ๋ม อายุ 16 เคยต่อยชนะนักมวย ไม่ฆ่ามันก็ดีแล้ว เจ้าตัวยังเมินกระแสดราม่า เดินหน้าโพสต์ภาพออกกำลังกายทั้งวิดพื้น-ยกเวท บอกฟิตใกล้เปิดประชุมสภาเตรียมแก้ปัญหาให้พี่น้องปชช.   ด้านวัน อยู่บำรุง โพสต์อีก ผมเป็นนักการเมืองครับ ไม่ใช่นักเลง อย่าเอาไปเปรียบกับขาใหญ่พระราม 7 พร้อมโพสต์วลีเด็ดจากหนังแสบสนิทที่โก๊ะตี๋พูด ตีรันฟันแทงไปทั่ว มีดปืนไม่ได้กินเค้าหรอก จะมีก็แผลเดียว เมาตกรถเมล์ไหลฉีกเย็บ 5 เข็ม ร้องยังกับหมา ไม่รู้ว่าวันโพสต์ถึงมงคลกิตติ์หรือไม่ แต่คู่นี้มัน บันเทิงการเมือง บันเทิงการเมือง! 'วัน อยู่บำรุง' โพสต์แซะ 'มงคลกิตติ์' ศิษย์พระจอมฯ ล่าชื่อถอดเสียชื่อสถาบัน     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/o5Xdx-QWSn0

 13,671
สังคม-อาชญากรรม
19 เม.ย. 62

ศาลทุจริตฯ พิพากษาจำคุก 26 ปี 'อดีตเจ้าคณะอำเภอชนแดน' คดีทุจริตเงินทอนวัด

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษา คดีทุจริตเงินทอนวัด สำนวนแรกเมื่อวานนี้(18 เม.ย.) ศาลตัดสินจำคุก 13 กระทง 39 ปี พระครูกิตติ พัชรคุณ อดีตเจ้าคณะอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ฐานร่วมกันกับนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ฟอกเงินทอนวัด แต่เนื่องจากคำให้การของพระครูเป็นประโยชน์จึงลดโทษเหลือจำคุก 26 ปี   โดยที่มาคือพระครู ร่วมมือกับ อดีตผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดสรรเงินไปให้กับวัด 12 แห่ง ในจังหวัดเพชรบูรณ์ / นครสวรรค์ / ตาก และชุมพร โดยแต่ละวัดไม่ได้ทำคำของบแต่อย่างใด แต่นายนพรัตน์ ให้นำบัญชีของวัดมาเพื่อจะโอนเงินให้แต่ละวัดนับล้านบาท แต่เมื่อโอนเงินแล้วให้แต่ละวัดโอนเงินกลับส่งคืนให้จำเลย เพื่อส่งต่อให้นายนพรัตน์ โดยอ้างว่าจะนำไปให้วัดจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งที่ไม่มีการนำไปดำเนินการดังกล่าวจริง และมีการแบ่งเงินกันเองกับอดีตผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ   หลังคำพิพากษาออกมา พระครู ต้องการจะขออุทธรณ์ แต่เนื่องจากศาลอาญาฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าควรให้เป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์พิจารณา ว่าจะให้ประกันหรือไม่ให้ประกัน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวจำเลยไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯจนกว่าศาลจะมีคำสั่ง ซึ่งคาดว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งว่าจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่ในสัปดาห์หน้า   โดยก่อนหน้านี้พระครู เคยถูกฟ้องในคดีอนาจารเด็กหญิง 3 คนด้วย ช่วงปี 2548-2549    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PAgys_XJm10

 2,397
สรุปข่าว
19 เม.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 19 เม.ย.62 ยื่นยุบพรรคเศรษฐกิจใหม่-ฆ่าข่มขืนสาวริมหาดจอมเทียน-ปลดล็อกซื้อชุดตรวจhivได้เอง

-เชิญน้ำอภิเษกไปวัดพระแก้วไปวันนี้ 7.30 น. จะมีการเชิญน้ำสรงมุรธาภิเษก และน้ำอภิเษกจำนวน 86 ใบจากวิหารหลวงวัดสุทัศน์ฯไปวัดพระแก้ว สำหรับใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 4 พ.ค.2562 แจ้งปิดการจราจร 16 เส้นทางวันนี้ ตั้งแต่ 06.00-11.00 น. แจ้งปิด 16 เส้นทางเช้า 19 เม.ย. ขบวนเชิญน้ำอภิเษกจากวัดสุทัศน์ฯ ไปวัดพระแก้ว   -อากาศร้อนปีนี้รุนแรง อุตุฯพยากรณ์เหนือทะลุ 43 องศา อีสาน-กลาง 41 องศา กทม.ทะลุ 40 องศาวันนี้ ลำปางอุณหภูมิพุ่ง 43 องศาต่อเนื่อง 6 วัน อ.เถินพุ่ง 43.7 องศา ลำปางสบายดีไหม? เจอครบวันเดียว แผ่นดินไหว-พายุถล่ม-อากาศร้อนจัดพุ่ง 43.7 องศา   -เกิดเหตุแปลก เมื่อผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจใหม่ของมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ มายื่นหนังสือต่อ กกต.ขอให้ยุบพรรคเศรษฐกิจใหม่ของตัวเองและระงับผลการเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรค อ้างว่าถูกครอบงำจากคนภายนอกที่สั่งการชี้นำ ทำให้พรรคไม่ได้ดำเนินการโดยอิสระ   ระบุผู้สมัครแบบเขต 350 เขต มิ่งขวัญให้เงินสมัครคนละ 15,000 บาท นัดประชุมผู้สมัครเพื่อแนะแนวทางอีกครั้ง แต่นายมิ่งขวัญไม่ได้นัดจนถึงวันเลือกตั้ง ผู้สมัครรู้มาว่าเป็นเพราะมีนายทุนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค บงการควบคุมชี้นำพรรค เช่น สนับสนุนงบผู้สมัคร ทำป้ายหาเสียง จัดตั้งแกนนำต่างๆ ซึ่งเป็นการขัดรธน. ด้านนายวีระ สมความคิด โพสต์แสดงความเห็นว่า รู้ว่าพรรคถูกครอบงำตั้งนานแล้ว แต่ทำไมเพิ่งมาแฉตอนนี้ ลูกพรรคเศรษฐกิจใหม่ยื่นยุบพรรคตัวเอง อ้างมีคน'บงการ-ครอบงำ' กก.บห.เตรียมแถลงบ่ายวันนี้!   -กกต.มีมติให้นับคะแนนใหม่เขต 1 นครปฐมทั้ง 236 หน่วยเลือกตั้ง และอีก 9 เขตเลือกตั้งนอกเขตและนอกราชอาณาจักร หลังมีหลักฐานว่าอาจมีการนับคะแนนไม่ถูกต้อง มีผลต่อผู้ชนะ โดยผู้สมัครอนาคตใหม่ที่ได้ลำดับที่ 2 ห่างจากผู้ได้ลำดับที่ 1 จำนวน 147 คะแนน มายื่นเรื่องต่อ กกต.   พร้อมมีมติให้เลือกตั้งใหม่ เฉพาะหน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 2 จ.ชุมพร 28 เม.ย.นี้ เนื่องจากจำนวนคนมาใช้สิทธิไม่ตรงกับบัตรเลือกตั้ง กกต.สั่งนับคะแนนใหม่เขต 1 นครปฐม - เลือกตั้งใหม่เขต 2 ชุมพร   -ปิยบุตร อนาคตใหม่วิจารณ์ข้อเสนอของไพบูลย์ นิติตะวัน ที่ให้ใช้บทเฉพาะกาลของมาตรา 270 ให้ส.ว.ร่วมโหวตกม.งบประมาณและ กม.ต่างร่วมกับ ส.ส.ได้ เพื่อแก้รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ระบุ ม.270 ที่ยกขึ้นมาเป็นบทเฉพาะกาล ถ้าเช่นนี้ก็มีแค่ ส.ว.จากการที่ คสช.แต่งตั้งอย่างเดียวจบ ไม่ต้องมีการเลือกตั้ง การตีความรธน.ต้องเริ่มจากหลักก่อนไม่ใช่ข้อยกเว้นมาใช้ตลอด   นิพิฏฐ์ ปชป.ชี้เป็นการขัดรธน. ส่วนทางออกของรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำตอนนี้ยังไม่มีทางออก แต่ทางที่ดีที่สุดอย่าทำให้ประเทศอยู่ในความเสี่ยง   ชูศักดิ์ ศิรินิล เพื่อไทย ระบุถ้าดู รธน.ดีๆการให้ ส.ว.พิจารณากม.ช่วง 5 ปี เกี่ยวกับการปฏิรูป ไม่ใช่กม.งบประมาณ นายไพบูลย์อาจมีเจตนาช่วยให้รัฐบาลปริ่มน้ำบริหารงานได้ แต่อย่าตีความให้เลยเถิด   วิษณุ เครืองาม ระบุใช้ ม.270 กับกม.งบประมาณและกม.ทุกฉบับที่เสนอไม่ได้ มองเป็นอันธพาลเสียงข้างมากลากไป มาตราดังกล่าวเป็นทางออกที่ใช้ได้กับกม.บางฉบับเท่านั้น 'ไพบูลย์' เสนอใช้มาตรา 270 แก้ปมรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ เชื่อลุงตู่ได้เสียงหนุนเกิน 500 เสียง 'วิษณุ - 3 พรรคการเมือง' ตอกกลับ 'ไพบูลย์' ชี้ ม.270 ใช้กับ กม.งบประมาณไม่ได้   -เปิดชื่อ 6 บิ๊กเนมประมูลดิวตี้ฟรีสนามบินสุวรรณภูมิ มีทั้งกลุ่มเซ็นทรัล, คิงพาวเวอร์, ไมเนอร์, บางกอกแอร์เวย์, รอยัลออคิด เชอราตัน และเดอะมอลล์กรุ๊ป กำหนดยื่นข้อเสนอ 22 พ.ค.นี้ และประกาศผู้ชนะ 31 พ.ค. เปิดชื่อ 6 บิ๊กเนมยื่นซื้อซองประมูลดิวตี้ฟรีและพื้นที่เชิงพาณิชย์ สนามบินสุวรรณภูมิ   -ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษาคดีเงินทอนวัดสำนวนแรก จำคุก 13 กระทง 39 ปี พระครูกิตติพัชรคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดลาดแค และอดีตเจ้าคณะอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ฐานร่วมกับผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาฟอกเงินทอนวัด แต่คำให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ลดโทษเหลือจำคุก 26 ปี คอตกถอดจีวรเข้าเรือนจำ ยังไม่ได้ประกันตัว ศาลทุจริตฯ พิพากษาจำคุก 26 ปี 'อดีตเจ้าคณะอำเภอชนแดน' คดีทุจริตเงินทอนวัด   -จับหนุ่มท้ายเรือขืนใจแหม่มสาวชาวอังกฤษวัย 21 ปี บนเกาะพีพี เห็นเมาหลับหน้าร้านอาหาร เอามีดไปกรีดเป้ากางเกงขาสั้น ก่อนปลดบิกีนี แล้วลงมือล่วงละเมิดทางเพศ เจ้าตัวให้การภาคเสธอ้างแค่ลูบคลำ ตร.ระบุหลักฐานชัดทั้งวงจรปิดและผลตรวจร่างกาย แจ้งข้อหาข่มขืน รวบทันควัน เด็กท้ายเรือเกาะพีพี ข่มขืนแหม่มสาวอังกฤษ ยังปฏิเสธอ้างแค่ลูบคลำ   -หนุ่มลูกจ้างฆ่าข่มขืนสาวริมหาดจอมเทียน ก่อนเอาทรายฝังกลบอำพราง เจ้าตัวปฏิเสธ อ้างสมยอมมีเพศสัมพันธ์ ฝ่ายหญิงตายเอง ใช้ทรายกลบหวังดูดพิษไม่ใช่อำพราง ตร.ตามจับได้เพราะมีพิรุธ แอบนั่งมองตอน ตร.มาดูศพ ตัวเลอะทราย ซิปไม่รูด และที่อวัยวะเพศก็เลอะทราย หนุ่มลูกจ้างฆ่าข่มขืนสาวริมหาดจอมเทียน ก่อนฝังทรายอำพราง อ้างผู้ตายสมยอม แล้วชักดับเอง   -คดีเสี่ยเบนซ์เมาขับชน พ.ต.ท.และภรรยาเสียชีวิต ล่าสุดรอง ผบ.ตร.ยืนยันดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพยายามฆ่า ระบุยังไม่ถอนข้อหาใดออก ศาลเพียงแนะนำให้เพิ่มข้อหาขับรถโดยประมาท รอง ผบ.ตร.ยันแจ้งข้อหาพยายามฆ่า-เจตนาฆ่า แก่ 'เสี่ยเบนซ์' เมาแล้วขับชนรองตี๋และภรรยา   -สธ.มีคำสั่งให้รถพยาบาลห้ามใช้ความเร็วเกิน 80 กม./ชม.และห้ามฝ่าไฟแดงทุกกรณี ผู้โดยสารรวมคนขับในรถไม่เกิน 7 คน ทุกคนต้องขาดเข็มขัดนิรภัย พนง.ขับรถต้องผ่านหลักสูตรอบรม ตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง รถต้องติด GPS-วงจรปิด-ทำประกันชั้น 1  เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ญาติและจนท. สธ.สั่งรถพยาบาล 'ห้ามใช้ความเร็วเกิน 80 กม./ชม. -ห้ามฝ่าไฟแดงทุกกรณี'   -อย.ออกประกาศปลดล็อกให้ ปชช.ซื้อชุดตรวจคัดกรอง HIV ด้วยตัวเอง ช่วยให้รู้ผลตรวจไว ลดความเสี่ยงแพร่เชื้อ เข้าถึงการรักษาได้เร็วจากเดิมที่ต้องตรวจในสถานพยาบาลเท่านั้น ซื้อได้ในร้านขายยา แต่ถ้าพบการติดเชื้อ ต้องตรวจซ้ำที่ รพ. อย.ประกาศปลดล็อก ปชช.ซื้อชุดตรวจ hiv ได้ในร้านขายยา หากพบเชื้อให้ตรวจซ้ำที่ รพ.   -ฟ้าผ่ากลางสำนักปฏิธรรมที่ปากช่อง โคราช ไฟลุกไหม้ศาลาไม้มะค่ามูลค่า 30 ล้านเสียหายทั้งหมด พยานบอกก่อนเกิดเหตุมีพายุลมแรง ก่อนฟ้าผ่าลงมาหลังพระประธาน จนเกิดประกายไฟและลามไหม้ทั้งหลัง ฟ้าผ่าสำนักปฏิบัติธรรมโคราชไฟไหม้วอด ขณะที่อีกจุดเพลิงไหม้กุฏิพระวัดปราจีนฯเสียหายยับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pe7tH6u3QK0

 4,559
สังคม-อาชญากรรม
16 ส.ค. 61

ศาลไม่ให้ประกันตัว อดีตเจ้าอาวาสวัดดังพร้อมคณะ เกรงหลบหนี คดีทุจริตเงินทอนวัด

คืบหน้าคดีทุจริตเงินทอนวัด พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 2 ได้ยื่นฟ้อง 8 จำเลย ได้แก่   1.นายธงชัย สุขโข (อดีตพระพรหมสิทธิ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร   2.นายบุญทวี คำมา (อดีตพระศรีคุณาภรณ์) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ   3.นายสมจิตร จันทร์ศรี (อดีตพระครูสิริวิหารการ) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ   4.นายเทอด วงศ์ชอุ่ม (อดีตพระวิจิตรธรรมาภรณ์) หรือเจ้าคุณเทอด อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ   5.นายสังคม สังฆะพัฒน์ (อดีตพระเมธีสุทธิกรและอดีตพระราชอุปเสณาภรณ์) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ   6.น.ส.นุชรา สิทธินอก แม่บ้านร่วมรับโอนเงิน 25 ล้านบาท   7.นายทวิช สังข์อยู่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ บริษัท ดีดีทวีคูณ ที่รับผลิตสื่อให้กับวัดสระเกศ   8.น.ส.ฑัมม์พร นิพนธ์พิทยา (มารดาของ ร.ท.ฐิติทัศน์)   ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (5) ,มาตรา 5 (1)(2)(3) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , มาตรา 91 กรณีร่วมกันฟอกเงิน การทุจริตเงินทอนวัด ในส่วนโครงการศูนย์กลางเผยแพร่พระพุทธศาสนา   โดยปัจจุบันอดีตพระเถระทั้ง 8 ราย ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างการฝากขัง และไม่ได้รับการประกันตัวเช่นกัน ศาลได้รับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อท.197/2561   ต่อมาทั้ง 8 คน ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฟ้องคดีนี้ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของจำเลยทั้ง 8 ราย   โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพฤติการณ์กระทำความผิดของจำเลยกับพวกมีลักษณะร่วมกันกระทำความผิด เป็นขบวนการโดยแบ่งหน้าที่กันทำ ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเป็นเงินงบประมาณแผ่นดิน ความเสียหายก็เป็นเงินจำนวนสูง   อีกทั้งยังเป็นการกระทบกระเทือนต่อพระพุทธศาสนา พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรงและความผิดตามฟ้อง มีอัตราโทษสูง หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวก็มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า จำเลยกับพวกจะหลบหนี ทำให้จำเลยทั้ง 8 ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LqICHTdb-08

 1,782
สังคม-อาชญากรรม
03 ส.ค. 61

ฝากขัง 8 ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด หลังศาลไม่ให้ประกันตัว ชี้โทษสูงเกรงหลบหนี

จากกรณีกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นำกำลังเจ้าหน้าที่จู่โจมตรวจค้น 10 จุดทั่วประเทศ เพื่อจับกุมบุคคลตามหมายจับที่เป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในคดีเงินทอนวัด เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น   ล่าสุด พนักงานสอบสวน บก.ป. ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 8 คน ได้แก่ นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ., นายแก้ว ชิดตะขบ ผอ.การสำนักงานพระพุทธศาสนา, นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อดีต พศจ.นครปฐม, นายบุญเลิศ โสภา ผอ.พศจ.ลำปาง, นายชยพล พงษ์สีดา อดีต รองผอ.พศ., นางพรเพ็ญ กิติธรางกูร ผอ.กลุ่มระบบพัฒนาระบบบริหาร พศ., นายณรงค์เดช ชัยเนตร ผอ.พศจ.สิงห์บุรี และนายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ ผอ.ส่วนบรูณะพัฒนาวัด พศ. เพื่อนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง   โดยคดีนี้ยังคงมีผู้ต้องหา 3 ราย ที่อยู่ระหว่างหลบหนี ได้แก่ น.ส.ประนอม คงพิกุล อดีตรอง ผอ.พศ. ที่พบข้อมูลว่าหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว, นายเจษฎา วงศ์เฆม นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งมีเพียงกระแสข่าวว่าหลบหนีอยู่พื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช แต่ยังไม่มีการควบคุมตัวมาดำเนินคดี และนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.พศ. ผู้ต้องหารายสำคัญ ซึ่งถือเป็นตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังกรณีเงินทอนวัดทั้งหมด ที่พบว่าหลบหนีอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างประสานเพื่อขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน กลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย   ทั้งนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พนักงานสอบสวน บก.ป. ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 2-13 ส.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานเพิ่มเติม และรอผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือจากกองทะเบียนประวัติอาชญกร โดยพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการให้ประกันตัวด้วย เนื่องจากผู้ต้องหามีหมายจับหลายคดี และมีพฤติการณ์อาจหลบหนี อีกทั้งผู้ต้องหาบางคนมีหมายจับติดตัวหลายคดี   ซึ่งต่อมา ศาลออกนั่งบัลลังฆ์อ่านคำสั่ง หลังญาติของผู้ต้องหาขอยื่นประกันตัว โดยพิเคราะห์ข้อเท็จจริงตามคำร้องฝากขังเเล้วเห็นว่า กลุ่มผู้ต้องหาร่วมกับวัดสมคบกันวางเเผนโดยอาศัยฐานะความเป็นเจ้าหน้าที่ของ สำนักพุทธศาสนาฯอนุมัติงบประมาณสนับสนุนการจัด การศึกษาพระปริยัติธรรม เเผนกสามัญให้กับวัดที่ไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมเเผนกสามัญศึกษา สังกัด หรือตั้งอยู่ เเล้วกลุ่มผู้ต้องหาก็ให้วัดคืนเงินงบประมาณบางส่วนให้กับกลุ่มผู้ต้องหาอันเป็นการเบียดบังงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จึงเป็นต้นตอทำให้เกิดความเสียหายเเก่พุทธศาสนา   นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ต้องหาบางคนร่วมกระทำผิด ในลักษณะนี้อีกหลายคดีพฤติการณ์เเห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายเเรง อีกทั้งคดีมีอัตราโทษสูงเเละพนักงานสอบสวนก็คัดค้านการปล่อยชั่วคราว เชื่อว่าหากให้ปล่อยชั่วคราวเเล้วผู้ต้องหาอาจหลบหนีดังนั้นจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้องของผู้ต้องหาที่ยื่นขอปล่อยชั่วคราว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯเเละทัณฑ์สถานหญิงกลางต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZwRKYeTpZNE

 1,164
สังคม-อาชญากรรม
02 ส.ค. 61

จับ 10 ฆราวาส 'พนม ศรศิลป์' อดีต ผอ.สำนักพุทธฯ พร้อมพวกทุจริตเงินทอนวัด

เจ้าหน้าที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และกองบังคับการปราบปราม (บก.ป. ) ได้เข้าจับกุมคดีเงินทอนวัด ประกอบไปด้วยพระชั้นผู้ใหญ่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่ผ่านมา ต่อมาเจ้าหน้าที่บก.ป.ได้สืบสวนขยายผล พร้อมรวบรวมหลักฐานขอศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 10 ราย เป็นข้าราชการสำนักพุทธ ประกอบไปด้วย   1. นายพนม ศรศิลป์ กทม./อดีตผอ.พศ. 2. นายแก้ว ชิดตะขบ นครปฐม อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(ผอ.พศจ.)สมุทรสงคราม 3. นางสาวประนอม คงพิกุล อดีตรอง ผอ.พศ./ผอ.พศจ.สมุทรปราการ 4. นายณรงค์เดช ชัยเนตร ขอนแก่น/ ผอ.พศจ.สิงห์บุรี 5. นายชยพล พงษ์สีดา อุบลราชธานี/รองผอ.พศ. 6. นายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ นครปฐม/ผอ.ส่วนบรูณะพัฒนาวัด 7. นายบุญเลิศ โสภา นนทบุรี/ผอ.พศจ.ลำปาง 8. นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี นครปฐม/ พศจ.นครปฐม 9. นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร สมุทรสาคร/นักวิชาการศาสนา 10. นายเจษฎา วงศ์เฆม ธุรกิจส่วนตัว/รับเหมา   ซึ่งการเข้าจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่กระจายกำลังเข้าตรวจค้นทั้งหมด 10 จุด ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยการเข้าจับกุมเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา(พศ.) นั้นเป็นการเข้าจับกุมตามหมายจับใหม่และหมายจับค้างเก่า ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวเข้ามาสอบสวนที่ บก.ป. ต่อไป ขณะที่การบุกบ้านของนายพนม ศรศิลป์ ย่านพุทธมณฑลสาย 4 นั้น ทางเจ้าตัวไม่ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าไปให้พื้นที่บริเวณบ้าน   ด้านพลตำรวจตรีไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม ระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ทางกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. ทำสำนวนคดีและส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช.พิจารณาไต่สวนชี้มูลความผิด และทางปปช. ได้ส่งเรื่องกลับมาให้กองปราบปรามดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาหมายจับ   เบื้องต้นมีทั้งหมด 10 คน ที่มีความเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด 10 แห่ง โดยวัด 10 แห่งนี้เกี่ยวข้องกับการจับกุมพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ที่ดำเนินการจับกุมไปก่อนหน้านี้ ซึ่งข้อหาที่จะแจ้งแก่ผู้ต้องหาที่เป็นอดีตข้าราชการสำนักพุทธศาสนา คือข้อหาส่วนใหญ่ดำเนินคดีตามมาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่มิชอบและในส่วนของผู้ที่เกี่ยวข้องที่ไม่ใช่ข้าราชการ แจ้งข้อหาสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด ซึ่งการจับกุมดังกล่าว ยังเป็นการแสดงให้สังคมเห็นว่า คดีนี้ไม่ได้จับกุมเฉพาะพระที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ใน พศ. ที่เป็นต้นทางของการทุจริตด้วย   ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามี 1 ในผู้ต้องหาเดินทางไปต่างประเทศนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง และในส่วนของผู้ต้องหาทั้งหมดที่จับกุม คาดว่าจะต้องใช้เวลาสอบสวนก่อนจึงจะสามารถส่งตัวฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้ในช่วง 10.00 น. วันนี้ (2 ส.ค.)   นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า จนถึงตอนนี้ตำรวจกองปราบปรามสามารถดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้แล้วทั้งสิ้น 9 คน ยังเหลืออีก 1คน คือนางสาวประนอม คงพิกุล อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ยังหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/91Z6XlLHcxY

 1,698
สังคม-อาชญากรรม
21 มิ.ย. 61

ผอ.พศ.แจงตรวจสอบทุจริตเงินทอนวัด ยังไม่เผยข้อมูลจับล็อต 4

พลตำรวจโทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ชี้แจงถึงการตรวจสอบทุจริตเงินทอนวัดและดำเนินคดีออกหมายจับอดีตพระชั้นผู้ใหญ่และถูกต้องขังขณะนี้ว่า   สามารถทำได้ เพราะการทุจริตได้เข้าข่ายการฟอกเงินสามาถดำเนินคดีทางอาญาได้ ซึ่งหากไม่มีมูลตำรวจคงไม่ออกหมายจับ ส่วนการตรวจสอบข้าราชการพศ.ที่ทุจริตก็เป็นหน้าที่ของ ปปช.และตำรวจ ซึ่งที่ผ่านมาทางพศ.มีหลายคนที่ถูกไล่ออก และถูกโยกย้าย แต่ไม่เป็นข่าวและส่วนไม่ขอพูดถึงให้เป็นไปตามกฎหมาย   ส่วนการทุจริตเงินทอนวัดในล็อตที่ 4 ที่มีข่าวว่า ตนจะไปร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดเพิ่มนั้น ต้องรอทางตำรวจมีหนังสือสรุปแจ้งมาก่อน ซึ่งหากมีมูลก็ถึงจะร้องทุกข์กล่าวโทษ จึงขอให้สื่อระวังการนำเสนอข่าวลือ โดยใช้หลักกาลามสูตร พิจารณาพิสูจน์ให้ท่องแท้   สำหรับหนังสือแจ้งให้วัดทั่วประเทศส่งระบบบริหารจัดการเงินในบัญชีของวัดมาที่ พศ.นั้น ขอยืนยันว่าไม่ได้เข้าไปตรวจสอบเงินของวัดแต่อย่างใด แต่เพื่อหาตัวอย่างวัดที่พระไม่จับเงินเพื่อใช้เป็นแนวทางต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IPkgjsnJIrs

 1,320
สังคม-อาชญากรรม
19 มิ.ย. 61

ลือ 'อดีตพระพรหมเมธี' ได้สิทธิลี้ภัยเยอรมันแล้ว ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามเเดนกับไทย

ความคืบหน้ากรณีพระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินทอนวัด ที่หลบหนีไปเยอรมนีนั้น ล่าสุดมีรายงานข่าวจากแหล่งข่าวในกระบวนการยุติธรรมว่า ได้เข้าสู่ขั้นตอนของการขอพิจารณาลี้ภัยในประเทศเยอรมนีเเล้ว จึงย่อมมีสิทธิได้รับความคุ้มครอง ตามหลักเกณฑ์การขอลี้ภัยที่จะมีผลเริ่มคุ้มครองทันที   การที่มีข่าวว่าจะมีการประสานขอความร่วมมือกับทางตำรวจสากลเพื่อขอออกหมายจับ หรือขอส่งตัวพระพรหมเมธีกลับประเทศไทยในขณะนี้นั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ที่ตัวพระพรหมเมธีจะถูกส่งตัวกลับ เเม้หากมีการประสานขอความร่วมมือกับตำรวจสากลจริงๆ อีกทั้งการที่ดำเนินการลักษณะนี้อาจจะส่งผลทำให้เกิดข้อพิรุธสงสัยว่าคดีที่ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตระดับชาติ ถ้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติประสานไป จะมีส่วนทำให้สำนักงานผู้ลี้ภัยของเยอรมนีมองว่าเป็นเรื่องการเมืองได้อีกด้วย   สำหรับการตามตัวพระพรหมเมธี โดยใช้วิธีส่งผู้ร้ายข้ามเเดนนั้น วิธีดังกล่าวก็มีโอกาสยากมากที่จะประสบความสำเร็จ เนื่องจากพระพรหมเมธี ยังติดอยู่ขั้นตอนผู้ลี้ภัยอยู่รวมถึงประเทศไทยไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามเเดนกับทางเยอรมนี เมื่อไม่มีสนธิสัญญาดังกล่าวก็จะต้องกระทำโดยวิธีทางการทูต หรือการใช้หลักเเลกเปลี่ยนต่างตอบเเทน ซึ่งประเทศไทยกับเยอรมนีไม่เคยทำกันมาก่อน ทำให้วิธีการขั้นตอนอาจจะยากยิ่งกว่าการส่งผู้ร้ายข้ามเเดน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3XkIJLtez0E

 2,289

Top