ค้นหา :

ผลการค้นหา "จับยาเสพติด"

สังคม
16 พ.ย. 62

เปิดเส้นทาง 'ค้ายาข้ามชาติ' พบใช้ชื่อปลอมส่งสินค้า ตร.เร่งขยายผลเครือข่าย

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด เตรียมขยายผลเครือข่ายส่งออกยาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งคาดว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายคน มีข้อมูลว่ามีการส่งยาเสพติดซุกซ่อนไปกับสินค้า ไปยังประเทศออสเตรเลียและประเทศญี่ปุ่นหลายครั้ง โดยใช้ชื่อปลอม เนื่องจากการตบตาเจ้าหน้าที่ด้วยการขนส่งสินค้าชนิดเดียวกันซ้ำๆ เป็นสินค้าชนิดเดิม เพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต เป็นวิธีการหนึ่งของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ แต่เจ้าหน้าที่เห็นความผิดปกติจากค่าขนส่งที่แพงผิดปกติ และสินค้าไม่ได้เป็นที่ต้องการของตลาด   ที่ผ่านมาการยึดของกลางยาเสพติดได้ล็อตมหึมา ถูกระบุว่าต้นทางขนส่งมาจากประเทศไทย โดยเมื่อ 6 เดือนก่อน ทางการออสเตรเลียยึดไอซ์ล็อตใหญ่ถูกซุกซ่อนอยู่ในลำโพงสเตอริโอ ที่ท่าเรือเมลเบิร์น โดยมีต้นทางมาจากประเทศไทย    และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจปราบปราบยาเสพติดได้รับเบาะแสว่า จะมีการส่งสินค้าประเภทเครื่องวิ่งออกกำลังกายไปประเทศญี่ปุ่นหลายสิบเครื่อง เป็นที่น่าสังเกตว่าเครื่องราคาถูก สวนทางกับค่าขนส่งที่สูงเป็นหลักหมื่น อีกทั้งน่าสงสัยว่าเหตุใด สินค้าชนิดนี้จึงเป็นที่ต้องการของตลาดญี่ปุ่น มีรายงานส่งเครื่องออกออกกำลังกายในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา จนผิดปกติเหมือนกับเป็นสินค้าขาดแคลน   ตำรวจปราบปรามยาเสพติดจึงนำกำลังเข้าตรวจค้นภายในโกดังรับฝากส่งสินค้าแห่งหนึ่งริม ถ. มอเตอร์เวย์ เขตประเวศ พบเครื่องออกกำลังกายจำนวนมากบรรจุในลังไม้เตรียมส่งออก เมื่อเปิดดูพบว่ามีน้ำหนักมากผิดปกติ และยังมีฐานเหล็กรองด้านใต้ เมื่อตัดฐานเหล็กออก พบมียาไอซ์บรรจุห่อซ่อนอยู่ภายในเครื่องวิ่งออกกำลังกายจำนวน 12 เครื่อง รวมน้ำหนักกือบ 200 กิโลกรัม    สินค้าทั้งหมดทราบว่า นายปิยะนันท์ พงศ์เศรษฐ์ศิริ เป็นผู้จัดส่ง โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตรวจยึดเครื่องออกกำลังกายซุกซ่อนยาไอซ์ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขยายผลจนพบว่านายปิยะนันท์ใช้ชื่อปลอมในการส่งสินค้า และปฏิเสธว่าไม่ใช่ของตัวเอง   ทั้งนี้ จากการสืบสวนพบว่า เครือข่ายนี้ยังเคยลักลอบส่งเครื่องออกกำลังกายไปยังประเทศออสเตรเลีย แต่ถูกทางการออสเตรเลียจับได้ก่อน โดยนายปิยะนันท์อ้างว่ามีอาชีพขายเครื่องสำอางนำเข้า แต่ตำรวจสืบทราบว่าไม่ได้ประกอบอาชีพใด   ขณะที่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตำรวจปราบปรามยาเสพติดยังได้เข้าตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์ในพื้นที่ จ. ชลบุรี พบยาไอซ์เตรียมส่งออกนอกประเทศเกือบ 1 พันกิโลกรัม โดยมี นายสุบรรณ มหาชนนท์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย ไปเปิดดูสินค้าร่วมกับพวกอีก 3 คน แต่นายสุบรรณปฏิเสธ ซึ่งคดีนี้ตำรวจได้ส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด 4 คนไปแล้ว    นอกจากนี้ สถิติในรอบเพียง 4 เดือน ยังมีผู้ลักลอบนำเข้ายาเสพติดทางพัสดุภัณฑ์เข้ามาในประเทศถี่ขึ้นเช่นกัน โดยจับผู้ต้องหาได้ 123 คน มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

 1,438
สังคม
14 พ.ย. 62

ปส.รวบเครือข่ายไอซ์ซุกลู่วิ่ง ยึด 200 กก. พบเตรียมส่งไปญี่ปุ่น

ตำรวจ ปส. ทลายแหล่งส่งไอซ์ข้ามชาติกว่า 200 กิโลกรัม ใช้วิธีซุกซ่อนในคานเหล็กเครื่องออกกำลังกายลู่วิ่ง ส่งผ่านพัสดุภัณฑ์บริษัทเอกชน ปลายทางประเทศญี่ปุ่น   ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ตรวจหาไอซ์ที่ซุกซ่อนไว้ในแท่งคานเหล็กลู่วิ่งออกกำลังกาย ภายในโกดังให้เช่าแห่งหนึ่งย่านประเวศ โดยการตรวจสอบพบไอซ์จำนวน 170 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในลู่วิ่งจำนวน 10 ลู่ บรรอยู่ในลังไม้ขนาดใหญ่   ขยายผลมาจากการยึดไอซ์ จำนวน 36 กิโลกรัม ที่ซุกซ่อนในแท่งคานเหล็กของเครื่องออกกำลังกายประเภทลู่วิ่งไฟฟ้า ภายในลังไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นพัสดุสินค้าฝากส่งปลายทางประเทศญี่ปุ่น ผ่านบริษัทพัสดุระหว่างประเทศแห่งหนึ่ง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา   โดยพบว่าพัสดุภัณฑ์ดังกล่าว มีนายปิยะนันท์ พงศ์เศรษฐ์ศิริ อายุ 44 ปี เป็นผู้ว่าจ้าง ตำรวจจึงขอศาลอนุมัติหมายจับในข้อหาพยายามส่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งนายปิยะนันท์ ปฎิเสธว่ายาเสพติดไม่ใช่ของตนเอง โดยจะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น   พลตำรวจโทชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเครือข่ายที่นำส่ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้รับการประสานจากทางการญี่ปุ่นว่ามียาเสพติดจากประเทศไทยระบาดเข้ามาจำนวนมาก รวมทั้งของกลางทั้งหมดนำส่งมาจากภาคเหนือ ก่อนที่ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมจะรวบรวมแพ็คยาเสพติดอำพรางการตรวจจับของเจ้าหน้าที่เพื่อส่งไปยังปลายทาง และข้อมูลก่อนหน้านี้พบว่าผู้ต้องหาเคยส่งยาเสพติดไปแล้วในหลายประเทศ ในลักษณะเดียวกัน ตลอดระยะเวลา 1ปี   นอกจากนี้ จะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมศุลกากร ปปส. รวมถึง บ.ขนส่งเอกชน ให้เพิ่มมาตราการในตรวจสอบสินค้าซึ่งหากพบความผิดปกติ ทั้งน้ำหนัก หรือไม่ระบุปลายทางสินค้า ให้แจ้งมาที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

 709
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 62

คลิป ตร.จู่มโจมจับแก๊งยานรก ปืนจ่อหัวกลางเมืองพิจิตร ค้นเจอยาไอซ์ 1 ตัน

กองบังคับการสกัดกั้นและลำเลียงยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เข้าจับกุมนายเกรียงไกร เพชรจันทรังษี อายุ 22 ปี , นายวรชุน แซ่ว่าง อายุ 21 ปี และนายคม แซ่หลี อายุ 35 ปี เชื้อชาติม้ง สัญชาติเมียนมา บริเวณแยกเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ขณะลักลอบขนไอซ์ 1,000 กิโลกรัม บรรจุในถุงชา ซุกซ่อนในกระสอบปุ๋ยสีเหลือง บรรทุกอยู่ท้ายรถยนต์กระบะ    พลตำรวจโทวิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ ตำรวจได้ติดตามสืบสวนพบว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดอยู่ในจังหวัดพะเยา โดยทำหน้าที่รับจ้างขนยาเสพติดจากนายทุนในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งครั้งนี้เตรียมนำของกลางทั้งหมดจากจังหวัดเชียงราย เข้ามาในพื้นที่ภาคกลาง ตามเส้นทางสายรองจนถึงจังหวัดพิจิตร ตำรวจได้แสดงตัวเข้าจับกุม สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน หลบหนีไปได้ 2 คน   ผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่ารับยาไอซ์จากนายทุน พ่อค้ายาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบน  และจะใช้เส้นทาง จ.เชียงราย-พะเยา-แพร่-สุโขทัย-อุตรดิตถ์-พิษณุโลก และนครสวรรค์ เพื่อส่งกระจายต่อกรุงเทพและปริมณฑล แจ้งข้อหา ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมีไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวทั้ง3 ผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8U5jpaWpZmk  

 215
สังคม
14 พ.ย. 62

คลิป ตร.จู่มโจมจับแก๊งยานรก ปืนจ่อหัวกลางเมืองพิจิตร ค้นเจอยาไอซ์ 1 ตัน

กองบังคับการสกัดกั้นและลำเลียงยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เข้าจับกุมนายเกรียงไกร เพชรจันทรังษี อายุ 22 ปี , นายวรชุน แซ่ว่าง อายุ 21 ปี และนายคม แซ่หลี อายุ 35 ปี เชื้อชาติม้ง สัญชาติเมียนมา บริเวณแยกเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ขณะลักลอบขนไอซ์ 1,000 กิโลกรัม บรรจุในถุงชา ซุกซ่อนในกระสอบปุ๋ยสีเหลือง บรรทุกอยู่ท้ายรถยนต์กระบะ    พลตำรวจโทวิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ ตำรวจได้ติดตามสืบสวนพบว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดอยู่ในจังหวัดพะเยา โดยทำหน้าที่รับจ้างขนยาเสพติดจากนายทุนในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งครั้งนี้เตรียมนำของกลางทั้งหมดจากจังหวัดเชียงราย เข้ามาในพื้นที่ภาคกลาง ตามเส้นทางสายรองจนถึงจังหวัดพิจิตร ตำรวจได้แสดงตัวเข้าจับกุม สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน หลบหนีไปได้ 2 คน   ผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่ารับยาไอซ์จากนายทุน พ่อค้ายาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบน  และจะใช้เส้นทาง จ.เชียงราย-พะเยา-แพร่-สุโขทัย-อุตรดิตถ์-พิษณุโลก และนครสวรรค์ เพื่อส่งกระจายต่อกรุงเทพและปริมณฑล แจ้งข้อหา ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมีไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวทั้ง3 ผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8U5jpaWpZmk  

 215
สังคม
09 พ.ย. 62

ระทึก! 15 ชั่วโมง ล้อมจับ 'เอก หลักแก้ว' ผู้ต้องหายาเสพติด

พ.ต.อ.ดิเรก ชาวสวน ผู้กำกับ สภ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีชายต้องสงสัยและหญิงสาว อายุประมาณ 20-25 ปี เข้ามาพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งริมถนนสายโพธิ์พระยา-อ่างทอง หมู่ 4 ต.วังยาง สงสัยว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจและฝ่ายสืบสวนนำกำลังเข้าตรวจสอบ   ทราบว่าชายคนดังกล่าวพักอยู่ห้องพักเลขที่ 304 กับโดยมีรถกระบะยี่ห้ออีซูซุสีเขียว ทะเบียน บต 8993 สุพรรณบุรี จอดอยู่หน้าห้อง เจ้าหน้าที่จึงเคาะประตูห้องเพื่อขอตรวจสอบแต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมพร้อมชักอาวุธปืนออกมาขู่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้เข้าใกล้     ต่อมาทราบชื่อ คือนายธเนศร์ ชาญวุฒิธรรม หรือเอก หรือกิจ หลักแก้ว อายุ 40 ปีบ้านอยู่หมู่ 3 ต.หลักแก้ว อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เจ้าหน้าที่จึงประสานให้แม่และน้องชายของนายธเนศร์ มาช่วยเจรจาเกลี้ยกล่อมให้มอบตัวแต่ไม่เป็นผล โดยนายธเนศร์ ชาญวุฒิธรรม กลับนำแฟนสาวและแม่มาเป็นเกาะกำบังอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมีอาการหวาดระแวงและขู่ว่าจะยิงตัวเองหากเจ้าหน้าที่บุกเข้ามา       เมื่อการเจรจาล้มเหลวเจ้าหน้าที่จึงตรึงกำลังปิดล้อมโดยให้นายธเนศร์ พร้อมแม่และแฟนสาวนั่งอยู่หน้าห้องพักกระทั่งเวลา 09.00 น.วันที่ 9 พ.ย.เจ้าหน้าที่เข้าเจรจาอีกครั้ง ผู้ต้องหายอมมอบตัวและวางอาวุธ โดยให้กิ๊กสาวเป็นคนนำอาวุธปืนขนาด 9 มม.พร้อมแม็กกาซีน 2 อันกระสุน 28 นัดส่งให้ตำรวจ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเข้าตรวจค้นในห้องพักพบยาเสพติดประเภทยาไอซ์จำนวนหนึ่งพร้อมอุปกรณ์การเสพ        เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภท1 ยาไอซ์ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

 190
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 62

ตร.ล่อซื้อแก๊งค้ายา ก่อนขับล่าระทึก ยิงสกัดยังขับซิ่งชนดะรถอื่นนับสิบ

ตำรวจนครบาล 5 ไล่สกัดจับคนร้ายขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีดำ หลังพบเบาะแสว่าจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงนำกำลังติดตามเพื่อจับกุม แต่ทางคนร้ายไหวตัวทัน ได้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวหลบหนี ระหว่างหลบหนีคนร้ายได้พยายามขับรถหนีสุดชีวิต กระทั่งไปชนรถประชาชนที่สัญจรละแวกตลาดคลองเตยไป 5 คัน จากนั้นคนร้ายได้ขับมาจอดทิ้งที่บริเวณซอยคลองเตย 8 ก่อนวิ่งหลบหนี ทางตำรวจจึงไล่ติดตามแต่ไม่ทัน   ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานรถลากนำรถมาจอดไว้ที่หน้า สน.ท่าเรือ เพื่อทำการตรวจสอบ สำหรับรถยนต์คันดังกล่าว มีสภาพเสียหายบริเวณกันชนหน้าพังยับ กระจกมองข้างพังเสียหายทั้ง 2 ข้าง ส่วนกันชนหลังฝั่งคนขับพังเสียหาย ล้อรถทั้ง 4 ล้อแบน มีร่องรอยของกระสุนปืน   นอกจากนี้มีผู้เสียหายได้นำรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกเฉี่ยวชน มาที่สน.ท่าเรือ ประมาณ 3 คัน ด้านนายธนาวุฒิ เนียมแจ้ง อายุ 17 ปี หนึ่งในผู้เสียหายที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะกำลังขนของอาหารทะเลขึ้นรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่น ไททัน สีเทา เพื่อเตรียมกลับบ้านอยู่บริเวณตลาดคลองเตย ซอย 5 เห็นรถเก๋งขี่เข้ามาลักษณะเหมือนหนีอะไรมาสักอย่าง  ตอนนั้นตนยืนอยู่หน้ารถ แล้วถูกบีบแตรไล่ จึงถอยรถออกมา   จากนั้นจู่ๆ ชายคนขับรถก็เหยียบเร่งคันเร่งชนรถเข้าเต็มๆ ก่อนรถคันดังกล่าวจะขับเข้าไปในตลาดและชนรถคันอื่นอีก รวมถึงชนข้าวของกระจัดกระจาย ทั้งนี้ได้ยินเสียงตำรวจยิงยางรถยนต์คันนั้น 3 นัด เห็นคนที่นั่งมาในรถ 4 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 1 คน โดยมีผู้ชายเป็นคนขับ ผู้หญิงนั่งข้างๆ ส่วนรถของตนได้รับความเสียหายข้างหน้ายุบและพังบางส่วน   ด้าน พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผกก.สน.ท่าเรือ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางตำรวจชุดยาเสพติดบก.น.5 ได้ทำการล่อซื้อจากเครือข่ายยาเสพติด แต่คนร้ายไหวตัวทัน ได้ขับรถหลบหนีจากย่านทองหล่อมาถึงบริเวณ ซอยคลองเตย 8 เจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนยิงสกัดที่ยางรถยนต์ ซึ่งไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่คนร้ายหลบหนีไปได้ หลังจากนี้ทางตำรวจจะนำรถยนต์มาตรวจสอบว่าเป็นรถของใคร ก่อนจะเรียกเจ้าของมาเข้าให้ปากคำ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JK2bKSsiDVo

 3,954
สังคม
08 พ.ย. 62

ตร.ล่อซื้อแก๊งค้ายา ก่อนขับล่าระทึก ยิงสกัดยังขับซิ่งชนดะรถอื่นนับสิบ

ตำรวจนครบาล 5 ไล่สกัดจับคนร้ายขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีดำ หลังพบเบาะแสว่าจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงนำกำลังติดตามเพื่อจับกุม แต่ทางคนร้ายไหวตัวทัน ได้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวหลบหนี ระหว่างหลบหนีคนร้ายได้พยายามขับรถหนีสุดชีวิต กระทั่งไปชนรถประชาชนที่สัญจรละแวกตลาดคลองเตยไป 5 คัน จากนั้นคนร้ายได้ขับมาจอดทิ้งที่บริเวณซอยคลองเตย 8 ก่อนวิ่งหลบหนี ทางตำรวจจึงไล่ติดตามแต่ไม่ทัน   ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานรถลากนำรถมาจอดไว้ที่หน้า สน.ท่าเรือ เพื่อทำการตรวจสอบ สำหรับรถยนต์คันดังกล่าว มีสภาพเสียหายบริเวณกันชนหน้าพังยับ กระจกมองข้างพังเสียหายทั้ง 2 ข้าง ส่วนกันชนหลังฝั่งคนขับพังเสียหาย ล้อรถทั้ง 4 ล้อแบน มีร่องรอยของกระสุนปืน   นอกจากนี้มีผู้เสียหายได้นำรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกเฉี่ยวชน มาที่สน.ท่าเรือ ประมาณ 3 คัน ด้านนายธนาวุฒิ เนียมแจ้ง อายุ 17 ปี หนึ่งในผู้เสียหายที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะกำลังขนของอาหารทะเลขึ้นรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่น ไททัน สีเทา เพื่อเตรียมกลับบ้านอยู่บริเวณตลาดคลองเตย ซอย 5 เห็นรถเก๋งขี่เข้ามาลักษณะเหมือนหนีอะไรมาสักอย่าง  ตอนนั้นตนยืนอยู่หน้ารถ แล้วถูกบีบแตรไล่ จึงถอยรถออกมา   จากนั้นจู่ๆ ชายคนขับรถก็เหยียบเร่งคันเร่งชนรถเข้าเต็มๆ ก่อนรถคันดังกล่าวจะขับเข้าไปในตลาดและชนรถคันอื่นอีก รวมถึงชนข้าวของกระจัดกระจาย ทั้งนี้ได้ยินเสียงตำรวจยิงยางรถยนต์คันนั้น 3 นัด เห็นคนที่นั่งมาในรถ 4 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 1 คน โดยมีผู้ชายเป็นคนขับ ผู้หญิงนั่งข้างๆ ส่วนรถของตนได้รับความเสียหายข้างหน้ายุบและพังบางส่วน   ด้าน พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผกก.สน.ท่าเรือ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางตำรวจชุดยาเสพติดบก.น.5 ได้ทำการล่อซื้อจากเครือข่ายยาเสพติด แต่คนร้ายไหวตัวทัน ได้ขับรถหลบหนีจากย่านทองหล่อมาถึงบริเวณ ซอยคลองเตย 8 เจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนยิงสกัดที่ยางรถยนต์ ซึ่งไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่คนร้ายหลบหนีไปได้ หลังจากนี้ทางตำรวจจะนำรถยนต์มาตรวจสอบว่าเป็นรถของใคร ก่อนจะเรียกเจ้าของมาเข้าให้ปากคำ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JK2bKSsiDVo

 3,954
สังคม
08 พ.ย. 62

ซิ่งหนีตาย! พ่อค้ายา ซิ่งเก๋งผ่าเมืองหนีตร. ชนวินาศ 10 คัน ก่อนทิ้งรถหลบหนี

ตำรวจสืบสวนนครบาล 5 ไล่จับผู้ต้องหาคดียาเสพติดจากย่านทองหล่อ แต่ผู้ต้องหาพยายามขับรถหลบหนีชนรถยนต์ผู้อื่นได้รับความเสียหายหลาย 10 คัน จนถึงตลาดคลองเตย สุดท้ายต้องยิงสกัดและหยุดรถไว้ได้ แต่ผู้ต้องหาทิ้งรถหลบหนีไปได้   สภาพความเสียหายของรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีดำ ทะเบียน 6 กบ 7084 กรุงเทพมหานคร บริเวณด้านหน้ารถ และโดยรอบคันเป็นรอยบุบ และรอยการถูกเฉี่ยวชนกับคันอื่น ถูกตำรวจนำมาไว้รอการตรวจสอบที่สถานีตำรวจนครบาลท่าเรือ หลังตำรวจยิงสกัดจับผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่บริเวณตลาดคลองเตยซอย 5 เหตุเกิดเมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมา   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางตำรวจชุดยาเสพติด กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ได้ทำการล่อซื้อยาเสพติดจากเครือข่ายยาเสพติด แต่ผู้ต้องหาไหวตัวทัน ได้ขับรถหลบหนีจากย่านทองหล่อมาถึงบริเวณ ซอยคลองเตย 8 เจ้าหน้าที่จึงใช้ปืนยิงสกัดที่ยางรถยนต์ แต่ผู้ต้องหาวิ่งหนีลงจากรถไปภายในตลาดคลองเตย และไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ   ขณะที่หนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกรถยนต์คันนี้เฉี่ยวชน ระบุว่าขณะกำลังขนของอาหารทะเลขึ้นรถยนต์ของตัวเอง ก็พบเห็นรถยนต์คันนี้ขับเหมือนหลบหนีอะไรมา บีบแตรไล่ แล้วก็ขับรถเข้ามาชนที่รถและคันอื่นๆ อีกที่อยู่ใกล้เคียง จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนของตำรวจยิงสกัดจับ และเห็นคนที่นั่งมาในรถ 4 คน เป็นผู้ชาย 3 และ ผู้หญิง 1 คน   ภายในรถไม่พบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ แต่จะประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบว่าเป็นรถยนต์ของผู้ใด และจะดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหาภายหลัง ส่วนรถยนต์ของผู้อื่นในพื้นที่ของ สน.ท่าเรือ พบมีเสียหายประมาณ 4 คัน ส่วนในพื้นที่อื่นก็พบว่ารถคันนี้เฉี่ยวชนมาเช่นกัน แต่ยังไม่สามารถระบุจำนวนที่แน่ชัดได้ ซึ่งคาดว่ามีประมาณ 10 คัน

 94
ข่าวภูมิภาค
22 ต.ค. 62

สกัดจับ! ขบวนการลักลอบขนยาเสพติด คนร้ายไหวตัวทันวิ่งหนี ทิ้งยาบ้า 1 ล้านเม็ด

วันที่ 22 ต.ค. 62 ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ต.ยงเกียรติ มนประณีต รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน นายมานิต โกเมศ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 ทหาร แถลงผลการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ยาบ้า 1 ล้านเม็ด    หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 335 สืบทราบว่าจะมีกลุ่มคาราวานลักลอบลำเลียงยาเสพติด โดยใช้เส้นทางธรรมชาติจากบ้านแม่คะนิน ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพื่อหลบด่านตรวจแก่งปันเต๊า และลักลอบเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงทำการดักซุ่งว่ากำลังสังเกตุการณ์บริเวณถนนสายเชียงใหม่-ฝาง ซึ่งทราบว่าเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายยาเสพติด    จนกระทั่งเวลา 02.00 น. เช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นคาราวานดังกล่าว สะพายเป้เดินข้ามแม่น้ำปิงมายังถนน เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดเฝ้าสังเกตุการณ์อยู่ ในขณะนั้นได้มีรถยนต์มิซูบิชิ ปาเจโร่สปอร์ต สีขาว มุ่งหน้ามาจากอำเภอแม่แตง ลดความเร็วและกลับรถเพื่อเข้าทำการจอดในจุดที่เจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตุการณ์ แต่คนขับรถสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่จึงเร่งเครื่องขับหลบหนี ประกอบกับคาราวานลำเลียงยาเสพติดข้ามน้ำมาเห็นสิ่งผิดปกติจึงได้ทิ้งกระสอบพลาสติกที่สะพายมาแล้ววิ่งหลบหนี    เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบพบข้างในบรรจุยาบ้ากระสอบละ 100,000 เม็ด รวมของกลางยาบ้า 1,000,000 เม็ด ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลการข่าวกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดทราบว่า ยาบ้าดังกล่าวเป็นของกลุ่มว้าเหนือ ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาภายในประเทศผ่านชายแดนอำเภอแม่อาย ,ไชยปราการ ,เชียงดาวและจะลำเลียงต่อไปยังภาคใต้ของประเทศไทย แต่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจยึดเสียก่อน  

 1,848
ข่าวภูมิภาค
19 ต.ค. 62

ผกก.สำโรงเหนือ แจงคลิปแก๊งชายฉกรรจ์อ้างเป็น ตร.ถือปืนเอ็ม16 อุ้ม 2 หนุุ่มในอพาร์ทเม้นท์ เป็นปฏิบัติการจับยาเสพติด ปืนที่เห็นเป็นปืนบีบีกัน

สมุทรปราการ -ภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ return .v13 นำมาโพสต์พร้อมข้อความว่า อุจอาจขนาดนี้ ตร.สำโรงเหนือว่าไงคะ ?? # แอดช่วยหน่อยคะ อยากให้ตรวจสอบได้ไหมเมื่อคืนมีชายชาย 4-5 คนอ้างเป็นตำรวจค่ะ เรียกห้องพักและพกอาวุธคล้ายปืนเอ็ม 16 มาด้วย ตอนนี้ทำให้คนที่พักอาศัยระแวงกันมาก # เหตุเกิดเมื่อเวลา 23.00 น.ของวันที่ 17 ต.ค.62 สำโรงเหนือ #พิกัดซอยวัดด่านสำโรง 38/1   โดยในภาพที่ปรากฏอยู่ในคลิปจะเห็นได้ว่ามีชาย 2 คน คนแรกสวมเสื้อยึดคอปรกแขนสั้น ใส่กางเกงขาสามส่วน ถือหมวกแก๊ปสีขาว ส่วนคนที่สองที่เดินตามหลังมาสวมเสื้อยึดคอปรก ใส่กางเกงขายาว ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบไว้ที่ศีรษะ ได้เดินขึ้นไปบนอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว พักใหญ่ได้มีชายสวมหมวกกันน็อกจะเดินลงมาตามบันได ก่อนที่จะมีชายอีกสองคนเดินสวนขึ้นมาโดยคนแรกใส่เสื้อยึดคอกลมคาดว่าน่าจะเป็นสีดำใส่กางเกงขาสามส่วน ใส่หมวกนิรภัยแบบเต็มใบสีดำ    ส่วนชายคนที่สองใส่เสื้อยึดคอกลมแขนสั้น ใส่กางเกงสามส่วนได้เดินตามหลังขึ้นมา ก่อนที่ชายคนที่สวมหมวกกันน็อกจะเดินขึ้นมาผลักชายคนที่เดินส่วนลงมาคล้ายจะสอบถามอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะมีการทำร้ายร่างกายชายคนที่เดินส่วนลงมาจากบันใด ขณะที่มีชายอีกคน ที่เดินถือหมวกกันน็อกสีดำแบบเต็มใบมายืนดูอยู่ที่ด้านล่าง และชายคนที่ถูกทำร้ายจะชี้ขึ้นไปด้านบน และชายชุดดำที่ทำร้ายจะรีบเดินขึ้นไปชั้นบนตามที่ชายคนที่ถูกทำร้ายชี้ขึ้นไป โดยมีชายอีกคนที่มาด้วยกันยืนคุมตัวชายที่ถูกทำร้ายเอาไว้ ขณะที่ชายคนที่ยืนดูอยู่ด้านล่างจะเดินตามขึ้นมา    ได้มีชายมาสมทบอีก 2 คน คนแรกสวมเสื้อและกางเกงขายาวสีดำ ส่วนชายคนที่สองใส่แว่นตา ใส่เสื้อยึดแขนสั้นและใส่กางเกงขายาว ที่ในมือถืออาวุธปืนยาวลักษณะคล้าย เอ็ม 16 เดินตามขึ้นมา ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายชุดดำที่วิ่งขึ้นไปจะไปลากคอชายชุดขาวที่ขึ้นไปคนแรกลงมา และถูกพาตัวย้อนกลับขึ้นไปพร้อมด้วยชายที่ถูกอาวุธปืนคล้ายเอ็ม 16 และคนอื่น ๆ ได้พากันเดินขึ้นไปหายไปพักใหญ่ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินกลับลงมา โดยที่ชายที่ถูกทำร้ายทั้งสองจะถูกลากตัวไปด้วย   จากเหตุการณ์ดังกล่าวผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อไปยังเพจดังกล่าว เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ทราบว่าเหตุเกิดที่บริเวณชั้นที่ 3 อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยด่านสำโรง 38 / 1 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยในเพจดังกล่าวยังได้ระบุว่า เด็กที่โดนล็อกคอออกไปไม่รู้ชะตากรรมก่อนหน้าโดนกระทืบมาแล้ว คาดว่าเรื่องยาเด็กมันชี้ห้องมั่วเหมือนเอาตัวรอด พวกที่ตามมาเลยล็อคตัวไปเรียบร้อย   ล่าสุด พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผกก.สภ.สำโรงเหนือ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เป็นปฏิบัติการจับกลุ่มวัยรุ่นค้ายาเสพติด โดยหลังจากจับวัยรุ่นได้ ก็จึงควบคุมตัวมาที่อพาร์ทเมนท์แห่งนี้ เพราะวัยรุ่นให้การว่า มารับยาเสพติดที่นี้ แต่กลุ่มวัยรุ่นชี้ผิดห้อง เกิดความวุ่นวายขึ้น จึงนำอาวุธขึ้นมาขู่ ยืนยันว่า ปืนในคลิปไม่ใช่เอ็ม 16 แต่เป็นปืนบีบีกัน เมื่อวัยรุ่นเห็นปืนบีบีกัน จึงพาไปชี้ห้องที่ถูกต้อง เมื่อมีการชี้ถูกห้องจึงนำตัวกลับลงมา และนำตัวไปดำเนินคดีที่โรงพักต่อไป    ผกก.สภ.สำโรงเหนือ ยืนยันว่า ไม่ใช่เป็นการอุ้มวัยรุ่นไปทำร้าย หรือลักพาตัวตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/7YIEoETaHXw

 572
สังคม
19 ต.ค. 62

ผกก.สำโรงเหนือ แจงคลิปแก๊งชายฉกรรจ์อ้างเป็น ตร.ถือปืนเอ็ม16 อุ้ม 2 หนุุ่มในอพาร์ทเม้นท์ เป็นปฏิบัติการจับยาเสพติด ปืนที่เห็นเป็นปืนบีบีกัน

สมุทรปราการ -ภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ return .v13 นำมาโพสต์พร้อมข้อความว่า อุจอาจขนาดนี้ ตร.สำโรงเหนือว่าไงคะ ?? # แอดช่วยหน่อยคะ อยากให้ตรวจสอบได้ไหมเมื่อคืนมีชายชาย 4-5 คนอ้างเป็นตำรวจค่ะ เรียกห้องพักและพกอาวุธคล้ายปืนเอ็ม 16 มาด้วย ตอนนี้ทำให้คนที่พักอาศัยระแวงกันมาก # เหตุเกิดเมื่อเวลา 23.00 น.ของวันที่ 17 ต.ค.62 สำโรงเหนือ #พิกัดซอยวัดด่านสำโรง 38/1   โดยในภาพที่ปรากฏอยู่ในคลิปจะเห็นได้ว่ามีชาย 2 คน คนแรกสวมเสื้อยึดคอปรกแขนสั้น ใส่กางเกงขาสามส่วน ถือหมวกแก๊ปสีขาว ส่วนคนที่สองที่เดินตามหลังมาสวมเสื้อยึดคอปรก ใส่กางเกงขายาว ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบไว้ที่ศีรษะ ได้เดินขึ้นไปบนอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว พักใหญ่ได้มีชายสวมหมวกกันน็อกจะเดินลงมาตามบันได ก่อนที่จะมีชายอีกสองคนเดินสวนขึ้นมาโดยคนแรกใส่เสื้อยึดคอกลมคาดว่าน่าจะเป็นสีดำใส่กางเกงขาสามส่วน ใส่หมวกนิรภัยแบบเต็มใบสีดำ    ส่วนชายคนที่สองใส่เสื้อยึดคอกลมแขนสั้น ใส่กางเกงสามส่วนได้เดินตามหลังขึ้นมา ก่อนที่ชายคนที่สวมหมวกกันน็อกจะเดินขึ้นมาผลักชายคนที่เดินส่วนลงมาคล้ายจะสอบถามอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะมีการทำร้ายร่างกายชายคนที่เดินส่วนลงมาจากบันใด ขณะที่มีชายอีกคน ที่เดินถือหมวกกันน็อกสีดำแบบเต็มใบมายืนดูอยู่ที่ด้านล่าง และชายคนที่ถูกทำร้ายจะชี้ขึ้นไปด้านบน และชายชุดดำที่ทำร้ายจะรีบเดินขึ้นไปชั้นบนตามที่ชายคนที่ถูกทำร้ายชี้ขึ้นไป โดยมีชายอีกคนที่มาด้วยกันยืนคุมตัวชายที่ถูกทำร้ายเอาไว้ ขณะที่ชายคนที่ยืนดูอยู่ด้านล่างจะเดินตามขึ้นมา    ได้มีชายมาสมทบอีก 2 คน คนแรกสวมเสื้อและกางเกงขายาวสีดำ ส่วนชายคนที่สองใส่แว่นตา ใส่เสื้อยึดแขนสั้นและใส่กางเกงขายาว ที่ในมือถืออาวุธปืนยาวลักษณะคล้าย เอ็ม 16 เดินตามขึ้นมา ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายชุดดำที่วิ่งขึ้นไปจะไปลากคอชายชุดขาวที่ขึ้นไปคนแรกลงมา และถูกพาตัวย้อนกลับขึ้นไปพร้อมด้วยชายที่ถูกอาวุธปืนคล้ายเอ็ม 16 และคนอื่น ๆ ได้พากันเดินขึ้นไปหายไปพักใหญ่ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินกลับลงมา โดยที่ชายที่ถูกทำร้ายทั้งสองจะถูกลากตัวไปด้วย   จากเหตุการณ์ดังกล่าวผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อไปยังเพจดังกล่าว เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ทราบว่าเหตุเกิดที่บริเวณชั้นที่ 3 อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยด่านสำโรง 38 / 1 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยในเพจดังกล่าวยังได้ระบุว่า เด็กที่โดนล็อกคอออกไปไม่รู้ชะตากรรมก่อนหน้าโดนกระทืบมาแล้ว คาดว่าเรื่องยาเด็กมันชี้ห้องมั่วเหมือนเอาตัวรอด พวกที่ตามมาเลยล็อคตัวไปเรียบร้อย   ล่าสุด พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผกก.สภ.สำโรงเหนือ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เป็นปฏิบัติการจับกลุ่มวัยรุ่นค้ายาเสพติด โดยหลังจากจับวัยรุ่นได้ ก็จึงควบคุมตัวมาที่อพาร์ทเมนท์แห่งนี้ เพราะวัยรุ่นให้การว่า มารับยาเสพติดที่นี้ แต่กลุ่มวัยรุ่นชี้ผิดห้อง เกิดความวุ่นวายขึ้น จึงนำอาวุธขึ้นมาขู่ ยืนยันว่า ปืนในคลิปไม่ใช่เอ็ม 16 แต่เป็นปืนบีบีกัน เมื่อวัยรุ่นเห็นปืนบีบีกัน จึงพาไปชี้ห้องที่ถูกต้อง เมื่อมีการชี้ถูกห้องจึงนำตัวกลับลงมา และนำตัวไปดำเนินคดีที่โรงพักต่อไป    ผกก.สภ.สำโรงเหนือ ยืนยันว่า ไม่ใช่เป็นการอุ้มวัยรุ่นไปทำร้าย หรือลักพาตัวตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/7YIEoETaHXw

 572
ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 62

โวย จนท.จับยาเสพติด รัวยิงชายวัย 35 ใส่กุญแจมือรุมกระทืบซ้ำ ญาติขอความเป็นธรรม ลั่นไม่เผาศพ

จากกรณี จนท.ชุดเฉพาะกิจปกครองเมืองเลย 7 คน บุกเข้าตรวจค้นยาเสพติดในบ้านนายเมธารัฐ จันทร์สว่าง หรือตั้น อายุ 35 ปี ก่อนเกิดชุลมุนจนมีเสียงปืนดัง 5-6 นัด ป้าพบว่าหลานวิ่งหนีตายก่อนไปล้มฟุบ โดยถูกกลุ่ม จนท. ตามมาใส่กุญแจมือกระทืบซ้ำและเตะ ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ญาติและลูกชายวัย 6 ขวบพยายามร้องขอชีวิต   นางหนูนี ชุมแวงวาปี ป้าของผู้ตายอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า วันเกิดเหตุมี จนท.ปกครองมาขอตรวจค้น โดยแสดงบัตรอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ปปส.ขอตรวจค้น ตะคอกใส่หลานชายด้วยคำหยาบว่า “มึงจะรับไหม” ขณะนั้นหลานชายยืนเชื่อมเหล็กอยู่หน้าบ้าน    จากนั้น จนท.ได้เข้าตรวจค้นภายในบ้าน หลานชายไม่ได้ขัดขืนอะไร จากการตรวจค้นตัวหลานชายไม่พบยาเสพติด ตนตามเข้าไปดูพบเจ้าหน้าที่กำลังกอดปล้ำหลายชายอย่างชุลมุน  จึงร้องขอให้หยุดแต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมหยุด จนได้ ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด   จากนั้นหลานชายวิ่งหนีตายไปในซอยและได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีกหลายนัด จนหลานชายฟุบ นอนจมกองเลือด จนท.ชุดจับกุมวิ่งตามออกไปใส่กุญแจมือ มีเจ้าหน้าที่เอาเท้าเหยียบคอไว้ 1 คน เพื่อไม่ให้หนีและรุมกระทืบหลานชาย เตะเข้าที่ศีรษะ 3-4 ครั้ง หัวกระแทกกับพื้นปูนจนบาดเจ็บ สาหัส จึงรีบเรียกรถพยาบาลนำตัวไปส่งโรงพยาบาลและมาทราบว่าหลานชายถูกยิงหลายนัดเข้าที่บริเวณหน้าท้องขวา ราวนมขวา หลังหัวเข่า รวม 6 นัด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา   หลังเกิดเหตุยังไม่มีใครติดต่อเข้ามาคุย ยืนยันยังไม่เผาศพ อยากถามว่าทำไมคนของรัฐทำกับหลานตนเช่นนี้ ทำไมยิงแล้วต้องกระทืบซ้ำ จะขอสู้เพื่อหลานจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม   ทางญาติเตรียมนำศพใส่โลงแห่ไปที่ลานวัฒนธรรม อ.เชียงคาน เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้หลาน ต้องการให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองลงโทษ จนท.ปกครองทั้งหมดให้ถึงที่สุด หลังจากที่ครบ 7 วันเเล้ว แต่ตำรวจยังไม่สามารถนำตัวเจ้าหน้าปกครองที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดมาเเจ้งข้อกล่าวหาได้   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนท.ปกครองที่ไปตรวจค้นทั้งหมด 7 คน โดยผู้ลงมือยิง 2 ได้เข้ามอบตัวแล้วคือนายโกเมธ สุทธิรักษ์ หรือกำนันแม็ก กำนันบ้านกำเนิดเพชร และนายบุญเชต สุวรรณพฤษ ผู้ช่วยกำนัน  ยอมรับยิงจริงอ้างว่าป้องกันตัวเพราะผู้ตายมีอาวุธมีด สร้างความไม่พอใจให้กับญาติผู้ตาย ถือป้ายตะโกนด่าทอ จนท.ตำรวจต้องนำตัวกำนันและผู้ช่วยกำนันขึ้นรถออกจากโรงพัก ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมาแล้ว    โดยกำนันคนกล่าวได้รับการช่วยเหลือจากอดีตผู้ว่าฯ จ.เลย คนหนึ่ง ใช้หลักทรัพย์เงินสด 5 แสนบาทในการประกันตัว ส่วนผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้รับการช่วยเหลือจากอดีตผู้ว่าฯ คนเดียวกัน และนายอำเภอคนหนึ่ง โดยใช้เงินสดส่วนหนึ่งและตำแหน่งนายอำเภอค้ำประกัน   ขณะที่บันทึกการจับกุมของ จนท.ปกครองชุดดังกล่าวอ้างว่า ตรวจค้นพบยาบ้า 12 เม็ด อุปกรณ์เสพยา หลอดดูดไม้ไผ่ ไฟแช็ค ใส่ไว้ในกระเป๋าผ้าแบบคาดเอวสีลายพรางเขียว วางอยู่ในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งภายในบ้าน  พร้อมกับมีดปลายแหลม ยาว 60 เซนติเมตร 1 ด้าม อยู่บนพื้นภายในบ้านหลังเกิดเหตุ   โดยก่อนเกิดเหตุ จนท.ชุดดังกล่าวได้ออกหาข่าวผู้กระทำผิดเกี่ยวข้องกับยาเสพติด กระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัยเป็นรถของนายไวคูณ ซึ่งมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องจำหน่ายยาเสพติด จึงขับรถไล่ติดตาม พบว่าไปจอดบริเวณบ้านหลังเกิดเหตุ นายโกเมธ สุทธิรักษ์ กำนันบ้านกำเนิดเพชร จึงแจ้งให้นายอัศวิน หินเธาว์  ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.เมืองเลย ทราบ โดยนายอัศวินได้แสดงบัตรเจ้าพนักงาน ปปส.  ขณะนั้น จนท.เห็นนายตั้น ผู้ตาย นั่งดื่มสุรามึนเมาอยู่หน้าบ้าน   จากการสืบสวนทางลับทราบว่านายไวคูณ และนายตั้น  พฤติกรรมเกี่ยวข้องจำหน่ายยาเสพติด  ซึ่งนายตั้นบอกกับ จนท.ว่าเพิ่งพ้นโทษออกมา 2-3 เดือน คดีพยายามฆ่าโดยใช้อาวุธมีดแทงชายวัยรุ่นบ้านกำเนินพลอย 3 คน ได้รับบาดเจ็บ  ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สอบถามนายตั้น มียาบ้าหรือซุกซ่อนไว้ที่ไหนหรือไม่ ก่อนเข้าไปตรวจค้นบริเวณโต๊ะเครื่องแป้งพบยาบ้า 12 เม็ด ในกระเป๋าสะพาย จากนั้นได้ใส่กุญแจมือนายตั้น   ระหว่างนั้นผู้ตายเดินไปที่ตู้เย็นอ้างไปหยิบยาบ้า แล้วก้มหยิบมีดจะจ้วงแทงปลัดอำเภอแต่หลบทัน และพยายามใช้มีดจ้วงแทงนายโกเมธ สุทธิรักษ์ จึงชักปืนออกมายิงไปด้านข้าง 1 นัด เพื่อป้องกันตัว ส่วนนายตั้น ได้ถีบประตูวิ่งหนีออกไปนอนบ้านไปทางซอยข้างบ้าน  จนท.จึงวิ่งตามไปอย่างกระชั้นชิดได้ประมาณ 20 เมตร   จากนั้นอ้างว่านายตั้นหันกลับมาวิ่งพุ่งใส่นายโกเมธ  แล้วมีเสียงปืนดังขึ้นต่อเนื่อง ไม่ทราบว่าโดนส่วนไหนของร่างกาย นอกจากนี้ จนท.อ้างว่านายตั้น มาโดนปืนทำให้ปืนลั่น ซึ่งบริเวณนั้นมืดไม่มีแสงสว่าง จากนั้น จนท.อีกกลุ่มได้เข้ามาจับกุมนายตั้น ซึ่งพยายามต่อสู้   ปลัดอำเภอได้สอบถามนายบุญเชต สุวรรณพฤษ ผู้ช่วยกำนันซึ่งวิ่งตามหลังนายโกเมธ กำนันบ้านกำเนิดเพชร บอกว่าได้ยิงปืนลงพื้น 2-3 นัด และนายตั้น พยายามแย่งปืน ก่อนมีเสียงปืนดังขึ้น ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมอีกคนได้เข้ามาช่วยนายบุญเชต จนได้รับบาดเจ็บกระดูกนิ้วก้อยขวาหัก   ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของนายตั้น นายไวคูณและแฟนสาว พบข้อมูลการซื้อขายยาเสพติดและมีรายการจ่ายเงินค่ายาเสพติด จากนั้น จนท.ได้ควบคุมตัวนายไวคูณและแฟนสาวทำบันทึกการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yoDGo4FrMMc

 2,087
อาชญากรรม
18 ต.ค. 62

โวย จนท.จับยาเสพติด รัวยิงชายวัย 35 ใส่กุญแจมือรุมกระทืบซ้ำ ญาติขอความเป็นธรรม ลั่นไม่เผาศพ

จากกรณี จนท.ชุดเฉพาะกิจปกครองเมืองเลย 7 คน บุกเข้าตรวจค้นยาเสพติดในบ้านนายเมธารัฐ จันทร์สว่าง หรือตั้น อายุ 35 ปี ก่อนเกิดชุลมุนจนมีเสียงปืนดัง 5-6 นัด ป้าพบว่าหลานวิ่งหนีตายก่อนไปล้มฟุบ โดยถูกกลุ่ม จนท. ตามมาใส่กุญแจมือกระทืบซ้ำและเตะ ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ญาติและลูกชายวัย 6 ขวบพยายามร้องขอชีวิต   นางหนูนี ชุมแวงวาปี ป้าของผู้ตายอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า วันเกิดเหตุมี จนท.ปกครองมาขอตรวจค้น โดยแสดงบัตรอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ปปส.ขอตรวจค้น ตะคอกใส่หลานชายด้วยคำหยาบว่า “มึงจะรับไหม” ขณะนั้นหลานชายยืนเชื่อมเหล็กอยู่หน้าบ้าน    จากนั้น จนท.ได้เข้าตรวจค้นภายในบ้าน หลานชายไม่ได้ขัดขืนอะไร จากการตรวจค้นตัวหลานชายไม่พบยาเสพติด ตนตามเข้าไปดูพบเจ้าหน้าที่กำลังกอดปล้ำหลายชายอย่างชุลมุน  จึงร้องขอให้หยุดแต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมหยุด จนได้ ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด   จากนั้นหลานชายวิ่งหนีตายไปในซอยและได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีกหลายนัด จนหลานชายฟุบ นอนจมกองเลือด จนท.ชุดจับกุมวิ่งตามออกไปใส่กุญแจมือ มีเจ้าหน้าที่เอาเท้าเหยียบคอไว้ 1 คน เพื่อไม่ให้หนีและรุมกระทืบหลานชาย เตะเข้าที่ศีรษะ 3-4 ครั้ง หัวกระแทกกับพื้นปูนจนบาดเจ็บ สาหัส จึงรีบเรียกรถพยาบาลนำตัวไปส่งโรงพยาบาลและมาทราบว่าหลานชายถูกยิงหลายนัดเข้าที่บริเวณหน้าท้องขวา ราวนมขวา หลังหัวเข่า รวม 6 นัด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา   หลังเกิดเหตุยังไม่มีใครติดต่อเข้ามาคุย ยืนยันยังไม่เผาศพ อยากถามว่าทำไมคนของรัฐทำกับหลานตนเช่นนี้ ทำไมยิงแล้วต้องกระทืบซ้ำ จะขอสู้เพื่อหลานจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม   ทางญาติเตรียมนำศพใส่โลงแห่ไปที่ลานวัฒนธรรม อ.เชียงคาน เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้หลาน ต้องการให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองลงโทษ จนท.ปกครองทั้งหมดให้ถึงที่สุด หลังจากที่ครบ 7 วันเเล้ว แต่ตำรวจยังไม่สามารถนำตัวเจ้าหน้าปกครองที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดมาเเจ้งข้อกล่าวหาได้   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนท.ปกครองที่ไปตรวจค้นทั้งหมด 7 คน โดยผู้ลงมือยิง 2 ได้เข้ามอบตัวแล้วคือนายโกเมธ สุทธิรักษ์ หรือกำนันแม็ก กำนันบ้านกำเนิดเพชร และนายบุญเชต สุวรรณพฤษ ผู้ช่วยกำนัน  ยอมรับยิงจริงอ้างว่าป้องกันตัวเพราะผู้ตายมีอาวุธมีด สร้างความไม่พอใจให้กับญาติผู้ตาย ถือป้ายตะโกนด่าทอ จนท.ตำรวจต้องนำตัวกำนันและผู้ช่วยกำนันขึ้นรถออกจากโรงพัก ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมาแล้ว    โดยกำนันคนกล่าวได้รับการช่วยเหลือจากอดีตผู้ว่าฯ จ.เลย คนหนึ่ง ใช้หลักทรัพย์เงินสด 5 แสนบาทในการประกันตัว ส่วนผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้รับการช่วยเหลือจากอดีตผู้ว่าฯ คนเดียวกัน และนายอำเภอคนหนึ่ง โดยใช้เงินสดส่วนหนึ่งและตำแหน่งนายอำเภอค้ำประกัน   ขณะที่บันทึกการจับกุมของ จนท.ปกครองชุดดังกล่าวอ้างว่า ตรวจค้นพบยาบ้า 12 เม็ด อุปกรณ์เสพยา หลอดดูดไม้ไผ่ ไฟแช็ค ใส่ไว้ในกระเป๋าผ้าแบบคาดเอวสีลายพรางเขียว วางอยู่ในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งภายในบ้าน  พร้อมกับมีดปลายแหลม ยาว 60 เซนติเมตร 1 ด้าม อยู่บนพื้นภายในบ้านหลังเกิดเหตุ   โดยก่อนเกิดเหตุ จนท.ชุดดังกล่าวได้ออกหาข่าวผู้กระทำผิดเกี่ยวข้องกับยาเสพติด กระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัยเป็นรถของนายไวคูณ ซึ่งมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องจำหน่ายยาเสพติด จึงขับรถไล่ติดตาม พบว่าไปจอดบริเวณบ้านหลังเกิดเหตุ นายโกเมธ สุทธิรักษ์ กำนันบ้านกำเนิดเพชร จึงแจ้งให้นายอัศวิน หินเธาว์  ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.เมืองเลย ทราบ โดยนายอัศวินได้แสดงบัตรเจ้าพนักงาน ปปส.  ขณะนั้น จนท.เห็นนายตั้น ผู้ตาย นั่งดื่มสุรามึนเมาอยู่หน้าบ้าน   จากการสืบสวนทางลับทราบว่านายไวคูณ และนายตั้น  พฤติกรรมเกี่ยวข้องจำหน่ายยาเสพติด  ซึ่งนายตั้นบอกกับ จนท.ว่าเพิ่งพ้นโทษออกมา 2-3 เดือน คดีพยายามฆ่าโดยใช้อาวุธมีดแทงชายวัยรุ่นบ้านกำเนินพลอย 3 คน ได้รับบาดเจ็บ  ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สอบถามนายตั้น มียาบ้าหรือซุกซ่อนไว้ที่ไหนหรือไม่ ก่อนเข้าไปตรวจค้นบริเวณโต๊ะเครื่องแป้งพบยาบ้า 12 เม็ด ในกระเป๋าสะพาย จากนั้นได้ใส่กุญแจมือนายตั้น   ระหว่างนั้นผู้ตายเดินไปที่ตู้เย็นอ้างไปหยิบยาบ้า แล้วก้มหยิบมีดจะจ้วงแทงปลัดอำเภอแต่หลบทัน และพยายามใช้มีดจ้วงแทงนายโกเมธ สุทธิรักษ์ จึงชักปืนออกมายิงไปด้านข้าง 1 นัด เพื่อป้องกันตัว ส่วนนายตั้น ได้ถีบประตูวิ่งหนีออกไปนอนบ้านไปทางซอยข้างบ้าน  จนท.จึงวิ่งตามไปอย่างกระชั้นชิดได้ประมาณ 20 เมตร   จากนั้นอ้างว่านายตั้นหันกลับมาวิ่งพุ่งใส่นายโกเมธ  แล้วมีเสียงปืนดังขึ้นต่อเนื่อง ไม่ทราบว่าโดนส่วนไหนของร่างกาย นอกจากนี้ จนท.อ้างว่านายตั้น มาโดนปืนทำให้ปืนลั่น ซึ่งบริเวณนั้นมืดไม่มีแสงสว่าง จากนั้น จนท.อีกกลุ่มได้เข้ามาจับกุมนายตั้น ซึ่งพยายามต่อสู้   ปลัดอำเภอได้สอบถามนายบุญเชต สุวรรณพฤษ ผู้ช่วยกำนันซึ่งวิ่งตามหลังนายโกเมธ กำนันบ้านกำเนิดเพชร บอกว่าได้ยิงปืนลงพื้น 2-3 นัด และนายตั้น พยายามแย่งปืน ก่อนมีเสียงปืนดังขึ้น ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมอีกคนได้เข้ามาช่วยนายบุญเชต จนได้รับบาดเจ็บกระดูกนิ้วก้อยขวาหัก   ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของนายตั้น นายไวคูณและแฟนสาว พบข้อมูลการซื้อขายยาเสพติดและมีรายการจ่ายเงินค่ายาเสพติด จากนั้น จนท.ได้ควบคุมตัวนายไวคูณและแฟนสาวทำบันทึกการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yoDGo4FrMMc

 2,087
สรุปข่าว
18 ต.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 18 ต.ค.62 จับเสี่ยท็อปคาสนามบิน-ถกพรบ.งบประมาณปี63วันแรก-พักร.ร.ศรีพันวาจ่ายแค่ร้อยเดียว

-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย ให้เลื่อนการพระราชพิธี เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จากวันที่ 24 ตุลาคม 2562 เป็นวันที่ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 15:30 น. ตามที่รัฐบาลกราบบังคมทูล ฝ่าอะอองธุลีพระบาท ขอพระราชทาน พระบรมราชวินิจฉัย เนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวและสภาพอากาศไม่อำนวย     ขณะที่วานนี้ กองทัพเรือ ได้จัดการฝึกซ้อมขบวนเรือพระราชพิธีในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยเป็นการฝึกซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งที่ 1 มีกำลังพลฝีพายเรือ 2,200 นายเข้าร่วมฝึกซ้อม ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : โปรดเกล้าฯ เลื่อนพระราชพิธี เสด็จฯเลียบพระนคร โดยขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค จาก 24 ต.ค. เป็น 12 ธ.ค.   -แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา ได้รายงานว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระอาการเจ็บพระนาภี (ท้อง) และมีพระปรอท (ไข้)     ผลการตรวจพบว่ามีการอักเสบติดเชื้อของกระเปาะของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) คณะแพทย์จึงกราบบังคมทูล ขอพระราชทานประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อถวายการรักษาด้วยพระโอสถปฏิชีวนะ และขอพระราชทานให้ทรงงดพระราชกรณียกิจสักระยะหนึ่ง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯประทับ ณ รพ.จุฬาลงกรณ์ จากพระอาการประชวรติดเชื้อพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่)    -ถกพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 วันแรก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม แจกแจงงบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท ยืนยันถ้าความมั่นคงไม่เกิด เสถียรภาพไม่เกิด เศรษฐกิจก็พัฒนาไม่ได้ ก่อนหยอดมุกถาม สส.ในสภาฯ ปิดท้าย เราคนไทยด้วยกัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯเปิดฉากแจง พรบ.งบปี 63 'สมพงษ์' อัดใช้งบมักง่าย อีกไม่นานประเทศล้มละลาย   -นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภา อภิปรายชี้ร่าง พรบ.งบประมาณฉบับนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้เลย งบประมาณถูกใช้ไปกับภาคส่วนที่ไม่ส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซื้อยุทโธปกรณ์ที่ไม่ได้สร้างความอยู่ดีกินดีให้ประชาชน ทุ่มเงินมหาศาลไปในด้านความมั่นคงที่ไม่ได้จำเป็นเร่งด่วน จัดสรรงบกลางสูงจนน่าเป็นห่วง ใช้อัดฉีดแจกฟรีตามอำเภอใจเกินตัว จนขาดดุลเรื้อรังเพิ่มทุกปี ถ้าไม่หยุดแนวทางนี้ ไม่นานประเทศจะล้มละลาย   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯเปิดฉากแจง พรบ.งบปี 63 'สมพงษ์' อัดใช้งบมักง่าย อีกไม่นานประเทศล้มละลาย   - เกิดการโต้เถียงกันระหว่าง พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กับนายศุภชัย โพธิ์สุรองประธานสภาฯ หลัง พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ อภิปรายว่า รัฐบาลไม่มีอำนาจและความชอบธรรมในการจัดทำร่างงบมาณรายจ่ายประจำปี เพราะพลเอกประยุทธ์ กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน กระทั่งถูกรองประธานสภาฯ เตือนให้อภิปรายให้เข้าประเด็นเนื้อหาของพรบ.งบประมาณ   -มาตรการร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย ททท. ยกตัวอย่างยั่วน้ำลายนักเที่ยว ร.ร.หรูศรีพันวา ภูเก็ต ราคากว่า 40,000 บาท เหลือ 100 บาท นั่งเครื่องบินส่วนตัวชมทะเลอันดามันเหลือแค่ 100 บาท 1 คนได้ 1 สิทธิ ลงทะเบียน 11-12 พ.ย.และ 11-12 ธ.ค. หากแย่งลงทะเบียนไม่ทัน สามารถเข้าร่วมแคมเปญ เที่ยววันธรรมดาราคาช๊อกโลก ได้โดยซื้อไม่จำกัด ย้ำต้องเที่ยวก่อนสิ้นปีเท่านั้น   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ททท.เปิดตัว 'ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย' งัดโปรยั่วนักเที่ยว นอนศรีพันวาแค่คืนละร้อย    -เสี่ยท็อปเดินทางถึงไทย ก่อนถูกรวบตัวส่งขัง สน. ดอนเมือง รอส่งตัวพรุ่งนี้เช้า ในคดีพ.ร.บ.เช็ค หลังกลับจากฮ่องกง เจ้าตัวยืนยันคดีเช็คจบไปแล้ว แต่คู่กรณีไม่ยอมถอนคดี ส่วนหลอกสาวบุรีรัมย์แต่งงาน แจงมีบันทึกชำระหนี้สินทุกอย่างแล้ว ฝ่ายสาวไม่ต้องจ่ายอะไร พร้อมยันฝ่ายที่ถูกหลอกแต่งงานคือตนเองไม่ใช่ฝ่ายสาว เตรียมปรึกษาทนายความต่อสู้ทุกคดีที่เป็นข่าว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับ 'เสี่ยท็อป' คาดอนเมือง ตามหมายจับคดีเช็คเด้ง โต้ตัวเองต่างหากที่ถูกหลอกแต่งงาน    -ศาลอนุมัติหมายจับ 5 ผู้ต้องหาแก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง ได้แก่ คิว-ตี๋-เฟิร์ส-ปิงปอง-โนบิตะ โดน 4 ข้อหาหนัก ร่วมทำลัลลาเบลเสียชีวิต ตี๋เครียดหนักเพิ่งทราบเรื่องหมายจับ เหนื่อยที่ต้องทนเป็นจำเลยสังคม อยากผูกคอตายแต่คิดได้ว่าต้องสู้ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ยันจะสู้ถึงที่สุด เตรียมมอบตัววันนี้ 4 คน ยกเว้นโนบิตะที่มีธุระที่อุดรฯ หวังไม่ถูกค้านประกันตัว   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ตี๋' แก๊งบ้านบางบัวทอง เครียดหนัก อยากฆ่าตัวตาย หลังศาลออกหมายจับ 4 ข้อหาเอี่ยวคดี 'ลัลลาเบล'   -อเมซอนออกโรงชี้แจง หลังลูกค้าเผยคลิปสุดสะพรึง เจอเกล็ดของแข็งคล้ายพลาสติกใสในแก้วโกโก้ถึง 2 แก้ว สั่งปิดสาขาต้นเรื่องแล้ว พบสาเหตุมาจากน้ำแข็งไม่ได้คุณภาพ ผู้ผลิตน้ำแข็งแจงเกิดจากบรรจุภัณฑ์ในน้ำแข็ง ตอนนี้เปลี่ยนเป็นถุงพลาสติกใสแทนแล้ว ผู้เสียหายบอกได้รับกระเช้าและกล่องกิฟท์เซ็ตรวมทั้งคำขอโทษ ทางร้านยืนยันจะรับผิดชอบการตรวจร่างกาย แต่ยังกังวลว่าสิ่งนั้นคืออะไรกันแน่ เพราะกินไปแล้วตั้งครึ่งแก้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อเมซอนสั่งปิดสาขา ขอโทษลูกค้าเจอพลาสติกในแก้วน้ำปั่น ชี้น้ำแข็งไม่ได้มาตรฐาน   -แตกตื่นทั้งคัน หลวงพี่เครียดประสาทหลอน ขณะกำลังไปทอดกฐิน คว้ามีดจี้คอตัวเองและพนักงานบนรถทัวร์ ภายในสถานีขนส่งชัยภูมิ บอกให้รถทัวร์พาไปส่งที่วัด ตำรวจใช้เวลาเกลี้ยกล่อมนาน 3 ชั่วโมง แต่ไม่เป็นผล อาศัยทีเผลอตำรวจเข้าชาร์จตัวพระได้อย่างปลอดภัย ค้นย่ามเจอยารักษาโรคเพียบ พนง.เล่าพระนั่งรถตามปกติไม่โวยวาย กระทั่งถึง บขส. คนขับรถมาเรียกกลับเจอมีด   -สุดอำมหิต คนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ 2 ตายายในร้านขายของชำที่ราชบุรี ทุบหัวยายตายคาที่ ทำร้ายตาที่ป่วยติดเตียงเจ็บสาหัส เด็กชายอายุ 9 ปี ที่เป็นลูกค้าที่เข้าไปซื้อลูกอมภายในร้านเล่าว่า ตะโกนเรียกยายจะจ่ายเงินค่าลูกอมแต่ไม่มีเสียงตอบกลับ เดินไปหลังร้านเห็นเลือดท่วม จึงวิ่งมาบอกพี่สาว ตร.คาดคนร้ายทำทีมาซื้อของ เห็นยายอยู่คนเดียวจึงก่อเหตุ แต่ยายฮึดสู้จึงโดนฆ่าจนตาย และทำร้ายตาที่เห็นเหตุการณ์ เกิดเหตุช่วงฝนตกหนักไม่มีคนได้ยินเสียงร้อง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อำมหิต! ฆ่าชิงทรัพย์ ทุบหัวยายดับคาร้านขายของชำ - ตาป่วยติดเตียงเจ็บสาหัส   -จนท.ปกครองเมืองเลย บุกจับกุมผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด รัวยิงหนุ่มวัย 35 ล้มฟุบจมกองเลือด ใส่กุญแจมือรุมกระทืบซ้ำสุดท้ายเสียชีวิต ป้าผู้ตายเล่า จนท.แสดงบัตรอ้างเป็น ปปส.ได้ยินเสียงปืนหลายนัด เห็นจนท.ทำร้ายหลานชายทารุณ ร้องขอชีวิตหลานไม่มีใครฟัง ยันไม่เผาศพ จะสู้จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม ด้าน 2 ใน 7 ผู้ก่อเหตุเป็นกำนันและผู้ช่วยกำนันเข้ามอบตัว ยอมรับยิงจริงเพื่อป้องกันตัว เพราะผู้ตายมีมีด พบยาบ้าในบ้าน 12 เม็ด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : โวย จนท.จับยาเสพติด รัวยิงชายวัย 35 ใส่กุญแจมือรุมกระทืบซ้ำ ญาติขอความเป็นธรรม ลั่นไม่เผาศพ    -เปิดคลิปหลอนชวนขนลุกที่อ่างทอง เด็กหญิงวัย 14 ปี นั่งร้องไห้ กรีดร้องโหยหวน ญาตินำพระเครื่อง สายสิญจน์มาคล้องคอ อาการจึงสงบลง แม่เด็กเล่าลูกปวดหัว ปวดท้อง พาไปหาหมอที่โรงพยาบาล แต่ระหว่างทางเกิดกรีดร้องขึ้นว่าบอกว่าพบเห็นวิญญาณที่อยู่ข้างทางจะนำตัวไปอยู่ด้วย หมอดูบอกมีสัมภเวสีเข้ามาแฝงร่าง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านไม่ปกป้อง เนื่องจากตะเคียน 2 ท่อนอยู่ใต้บ้านอยากขึ้นมาอยู่ข้างบน วอนผู้เชื่อสิ่งลี้ลับมาช่วยขุดต้นตะเคียน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : คลิปหลอน ด.ญ.วัย 14 ร้องโหยหวนคล้ายถูกผีเข้า หมอดูชี้มีสัมภเวสีแฝงเข้าร่าง แนะขุดต้นตะเคียนใต้บ้าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UWdukJsz1cg

 10,344
ข่าวภูมิภาค
16 ต.ค. 62

ตร.ไล่ล่ากระบะต้องสงสัยไกลกว่า 20 กม. ยิงสกัด กระสุนถูกหัว ด.ช. วัย 13 ในรถดับ ค้นรถเจอแค่เหล้าเถื่อน

ลำปาง-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา ตั้งจุดตรวจ - จุดสกัด อยู่บนถนนพะเยา - วังเหนือ เขต สภ.แม่กา พบรถยนต์กระบะต้องสงสัยขนยาเสพติด ขับวกรถกะทันหัน แล้ววิ่งย้อนกลับไปทาง อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นาย ได้ไล่ติดตามมาไกลกว่า 20 กิโลเมตร ตามเส้นทางถนนสายวังเหนือ - พะเยา   กระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุทางเข้าแยกวังทอง ต.วังทอง อ.วังเหนือ จ.ลำปาง รถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้ชนรถไถนาของชาวบ้านที่กำลังวิ่งผ่านถนนอยู่ ก่อนรถยนต์ตำรวจที่ไล่ติดตามมา จะขับมาปิดท้าย และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงมายิงด้านท้ายรถกระบะ วิถีกระสุนเจาะที่ยาง ตัวรถด้านซ้าย และเข้าที่กระจกหลัง วิถีกระสุนเข้าที่ด้านกระจกหลัง ทะลุเบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านข้างคนขับ จนถูกศีรษะเด็กชายวัย 13 ปีเสียชีวิต     จากการตรวจสอบรถกระบะคันดังกล่าว ไม่พบยาเสพติด แต่พบสุรากลั่นชุมชน หรือสุราเถื่อน จำนวนกว่า 10 ถุงใหญ่ วางอยู่ท้ายกระบะ สอบสวนคนขับ ทราบชื่อ นายมานพ สูงขาว อายุ 35 ปี ทราบว่ากำลังจะขับรถไปส่งสุรากลั่นที่ จ.พะเยา แต่เจอจุดตรวจจึงวกรถกลับ เพื่อหวังหลบหนีกลับบ้าน และไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไล่ติดตามมา และเกิดการใช้อาวุธปืนยิงขึ้น จนลูกชายที่นั่งข้างถูกกระสุนปืนจนเลือดไหลเต็มรถ ขณะนั้นตนเองตกใจมาก   ทั้งนี้ หลังจากเหตุการณ์ขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่กา จ.พะเยา ทั้ง 4 นาย ก็มามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังเหนือ จ.ลำปาง ทันที โดยให้การภาคเสธ ซึ่งในคดีนี้ทาง พล.ต.ต.อนุชา อ่วมเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง จึงได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าของคดี และการสอบสวน พร้อมพบกับญาติของเด็กที่เสียชีวิตด้วย โดยที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ยังจะได้เข้าร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพเด็กชายที่เสียชีวิตด้วย       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fhLQgnLOsa8

 13,536

Top