ค้นหา :

ผลการค้นหา "จับยาเสพติด"

สังคม-อาชญากรรม
11 ม.ค. 62

จับ 'ใบเตย ขอเพลงที่มีงูออกมา' ร่วมแก๊งแฟนหนุ่มค้ายา ใช้ชีวิตหรูหรา-ซื้อทองให้แม่ ยึดทรัพย์ 10 ล้าน

ตำรวจนครบาลแถลงจับกุม นายธนัท เชียงวันนา และนายสุชาติ นิลทอง และ นายสุชาติ หรือชาติ นิลทอง พร้อมของกลาง ไอซ์ 8 กิโลกรัม และยาบ้า 6 พันเม็ด ได้ในซอยรามอินทรา 117 แขวงและเขตมีนบุรี เมื่อกลางดึกวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา       จากนั้นได้ขยายผลไปค้นบ้านพักในซอยรามอินทรา 117 ของผู้ต้องหา ซึ่งใช้เป็นแหล่งพักยาเสพติด ก็พบของกลาง ไอซ์อีก 7 กิโลกรัม และยาบ้า 6 พันเม็ด เมื่อสอบสวนผู้ต้องหาได้ให้การซัดทอดว่า นายพรชัย คุ้มครอง แฟนหนุ่มของ นางสาวสุพัตรา บัวแก้ว หรือ ใบเตย ที่เคยมีชื่อดังที่เคยปรากฎในโลกโซเชี่ยล จากคลิปขอเพลงมีงูในสถานบันเทิง ก่อนที่ผู้ต้องหาจะเต้นเพลงที่มีงูออกมา จนสร้างกระแสโด่งดังไปทั่วโลกออนไลน์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังสั่งการ   ตำรวจจึงเจ้าตรวจค้นบ้านพักของแฟนหนุ่มของใบเตย ก็พบเคตามีน 3.8 กรัม พร้อมกับอายัดรถยนต์มา 3 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน ทองรูปพรรณ นาฬิกาโรเล็กซ์ และทรัพย์สินต่างๆ หลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท   มีรายงานว่าเงินการค้ายาเสพติดของเครือข่ายนี้ใช้บัญชีเงินฝากของใบเตย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ ตามความผิด พ.ร.บ.ฟอกเงิน ต่อไป โดยผู้ต้องหาทั้งหมด ถูกดำเนินคดีข้อหา ร่วมกันครอบครองยาเสพติดประเภทที่ 1 ไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม   จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใบเตยให้การอ้างว่า ตนไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ถูกแฟนหนุ่มคือ นายพรชัย หลอกว่าได้เงินมาจากการทำธุรกิจพนันออนไลน์ และนำเงินและทรัพย์สินมาฝากไว้ที่ตนเท่านั้น ทั้งนี้ที่ผ่านมาผู้ต้องหามักโพสต์ภาพการใช้ชีวิตที่หรูหรา ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และล่าสุดเป็นภาพมอบทองคำให้แม่ ผ่านทางโลกออนไลน์   อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ต้องหาหญิงสาวรายนี้ เจ้าหน้าที่มีข้อมูลพยานหลักฐาน และความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติดกลุ่มนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากทรัพย์สินหลายรายการมีชื่อผู้ต้องหารายนี้เป็นเจ้าของ หลังพบยาเสพติดภายในบ้านพัก   นอกจากนี้ทางตำรวจจะสั่งจับตาเหล่าผู้มีชื่อเสียงในโลกออนไลน์ ที่มีพฤติกรรมใช้ชีวิตหรูหรา แต่ไม่มีงานเป็นหลักแหล่ง ไม่มีที่มมาของรายได้ที่ชัดเจน ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นผู้ค้ายาเสพติด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yB9oYnNCWZw

 30,702
สังคม-อาชญากรรม
10 ม.ค. 62

ตร. รวบ 'น้องใบเตย เพลงที่มีงู' พร้อมแก๊งค้ายาไอซ์-ยาบ้า ยึดทรัพย์10ล้าน

(10 ม.ค.62) พลตำรวจตรีดาวลอย เหมือนเดช รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงจับกุม นายธนัท เชียงวันนา และ นายสุชาติ นิลทอง และ นายสุชาติ หรือชาติ นิลทอง พร้อมของกลาง ไอซ์ 8 กิโลกรัม และยาบ้า 6 พันเม็ด ได้บริเวณหน้าห้างโลตัส เอ็กเพรส ซอยรามอินทรา 117 แขวงและเขตมีนบุรี เมื่อกลางดึกวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา หลังจากตำรวจสืบสวนนครบาล 1 สืบทราบว่า ภายในซอยรามอินทรา 117 มักมีการส่งมอบยาเสพคิดอยู่เป็นประจำ โดยกลุ่มผู้ต้องหาได้มีการนัดส่งมอบยาเสพติดที่หน้าห้างโลตัสเอ็กเพลสในซอยดังกล่าว จึงวางกำลังเฝ้าดูพฤติการณ์ จนกระทั่งผู้ต้องหาขับรถยนต์มากัน 3 คน นำยาไอซ์ น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำมาวางไว้ข้างเสาไฟฟ้าหน้าห้างโลตัสเอ็กเพรส ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุมไว้ได้ 2 คน หลบหนีไปได้ 1 คน คือ พบ นายสรวิชญ์ แดงบุตรดี จากนั้นได้ขยายผลไปค้นบ้านพักในซอยรามอินทรา 117 ของผู้ต้องหา ซึ่งใช้เป็นแหล่งพักยาเสพติด ก็พบของกลาง ไอซ์อีก 7 กิโลกรัม และยาบ้า 6 พันเม็ด     เมื่อสอบสวนผู้ต้องหาได้ให้การซัดทอดว่า นายพรชัย คุ้มครอง แฟนหนุ่มของ นางสาวสุพัตรา บัวแก้ว หรือ ใบเตย เนตไอดอลชื่อดังที่เคยปรากฎในโลกโซเชี่ยลขอเพลงมีงูในสถานบันเทิง เป็นผู้อยู่เบื้องหลังสั่งการ ตำรวจจึงเจ้าตรวจค้นบ้านพักของแฟนหนุ่มของใบเตย ก็พบเคตามีน 3.8 กรัม พร้อมกับอายัดรถยนต์มา 3 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน ทองรูปพรรณ นาฬิกาโรเล็กซ์ และทรัพย์สินต่างๆ หลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ซึ่งตำรวจยืนยันว่าใบเตยก็มีความผิดชัดเจน เพราะมีส่วนรู้เห็นเป็นใจกับแฟนหนุ่มในการค้ายาเสพติด   มีรายงานว่าเงินการค้ายาเสพติดของเครือข่ายนี้ใช้บัญชีเงินฝากของใบเตย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ ตามความผิด พ.ร.บ.ฟอกเงิน ต่อไปโดยผู้ต้องหาทั้งหมด ถูกดำเนินคดีข้อหา ร่วมกันครอบครองยาเสพติดประเภทที่ 1 ไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม    

 201,436
ข่าวภูมิภาค
15 ธ.ค. 61

บุกจับผับย่านบางพลัด พบยาเสพติดเกลื่อน นักเที่ยว-รปภ.ร้าน ฉี่ม่วง 6 ราย

บุกจับผับขอนไม้ย่านบางพลัด พบฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. และมีนักท่องเที่ยวและพนักงานร้านฉี่ม่วงรวม 6 คน นอกจากนี้ยังสามารถตรวจยึดยาเสพติดได้อีกจำนวนหนึ่งถูกทิ้งอยู่ตามพื้นของร้าน กรมการปกครองเตรียมเสนอ ผบช.น.เพิกถอนใบอนุญาตร้านต่อไป   กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เจ้าหน้าที่ทหารกองทัพภาคที่ 1 สำนักงาน ปปส. กรมควบคุมโรค กรมสรรพสามิต กรมกิจการเด็กและเยาวชน และสำนักอนามัย กทม. บุกจับผับขอนไม้ ตั้งอยู่ในอาคาร Sun Plaza ติดกับห้างตั้งฮั่วเส็ง เขตบางพลัด หลังได้รับการร้องเรียนว่าร้านดังกล่าวฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2558 ด้วยการเปิดเกินเวลา และมีการใช้ยาเสพติดในสถานบริการ   เจ้าหน้าที่ได้ส่งสายลับเข้าทำการตรวจสอบตามข้อร้องเรียน พบว่าจริงตามข้อมูล จึงได้วางแผนเข้าทำการจับกุม โดยขณะเข้าทำการจับกุม ยังคงมีนักเที่ยวกำลังดื่มสุรา อย่างสนุกสนาน เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอตรวจสอบ ให้ทางร้านเปิดไฟ และหยุดเล่นดนตรี เจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนของนักเที่ยว พบผู้ไม่พกบัตรประจําตัวประชาชนจำนวน 13 ราย พบเสพติด ทั้งยาเคตามีน และยาบ้า พร้อมทั้งอุปกรณ์การเสพ ถูกโยนทิ้งอยู่ตามโต๊ะภายในร้าน เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจปัสสาวะนักเที่ยวทุกคน พบนักเที่ยวมีปัสสาวะสีม่วง ทั้งสิ้นจำนวน 4 ราย เป็นชาย 2 ราย เป็นหญิง 2 ราย และยังตรวจปัสสาวะพลว่ามีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของร้านมีปัสสาวะสีม่วงอีก 2 ราย รวมเป็น 6 ราย และยังพบว่าร้านไม่ได้จัดทำประวัติของพนักงานจำนวน 11 ราย   เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาแก่ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการขอนไม้ จำนวน 7 ข้อหา ได้แก่ 1.เปิดสถานบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด 2.จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด 3.ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานบริการ 4.ไม่จัดทำบัตรประวัติพนักงานก่อนเข้าทำงานในสถานบริการ 5.ไม่ตรวจบัตรประจำตัวของผู้ที่จะเข้ามาใช้บริการ 6.ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย(จัดโปรโมชั่น) 7.ปล่อยให้มีการสูบบุหรี่ในสถานบริการ ทั้งนี้เนื่องจากร้านขอนไม้กระทำการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 22/2558 และอยู่ในเขตโซนนิ่งสถานศึกษา ดังนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะได้เสนอให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสถานบริการพ.ศ. 2509 ออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตร้านขอนไม้ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2558 ต่อไป      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nhdmQgAbI6g

 4,590
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ย. 61

ทหารร่วมฝ่ายปกครอง บุกรวบหนุ่มเปิดห้องนัดสาวเสพยาไอซ์-แบ่งขายให้กลุ่มวัยรุ่น

วันที่ 30 พ.ย.61 เมื่อเวลา 07.30 น. พ.อ.นุกูล ดำสุวรรณ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาค 4 พร้อม ร.ท.ภูวนัย นาวาแก้ว นายทหารประจำชุดปฏิบัติการ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทีพภาค 4 สนธิกำลังร่วมกับ นายธรรมนูญ สุขเจริฐ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เลขที่ 533103 และชุดเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติด อ.เกาะสมุย ส   ได้นำกำลังเข้าทำการบุกจู่โจม ห้องพักรายวัน ไม่มีเลขที่ ภายในหมู่ 4 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย ทำการจับกุม นายธารพล แซ่ถี่ อายุ 38 ขณะอยู่ในห้องพักกับ น.ส.สุวรรณา พันโนลิต อายุ 31 ปี    จากการตรวจค้นพบ ธนบัตรล่อซื้อยาเสพติดจำนวนหนึ่ง ที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ทำการถ่ายสำเนาธนบัตรเอาไว้ เพื่อให้สายลับเข้าทำการล่อซื้อ โดยตรวจสอบภายในห้องพักพบอุปกรณ์เสพยาเสพติดจำนวนหนึ่ง    จากการสอบปากคำ น.ส.สุวรรณา ให้การรับสารภาพว่า ได้นำยาไอซ์ไปซุกซ่อนไว้ภายในห้องน้ำ พร้อมนำเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดที่ซุกซ่อน พบยาไอซ์ จำนวน 1 ถุง น้ำหนัก 8 กรัม เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง    โดยผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การรับสารภาพว่า ยาไอซ์เป็นของพวกตนจริง โดยได้สั่งซื้อมาจากเพื่อนเพื่อนำมาเสพ และอีกส่วนหนึ่งได้จำหน่ายให้กับกลุ่มเพื่อนๆ ซึ่งนางสาวสุวรรณา ให้การว่า ตนกับนายธารพล เป็นกิ๊กกัน และได้นัดกันมาพบกัน พร้อมเปิดห้องเพื่อเสพยา แต่มาถูกจับกุม   ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้แจ้งข้อกล่าว ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง เพื่อจำหน่าย นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด ดำเนินคดีต่อไป  

 1,301
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ย. 61

ทหารปะทะเดือดริมฝั่งแม่น้ำรวก คนร้ายเสียชีวิต 1 ราย ยึดยาบ้า 3.5 แสนเม็ด

วันที่ 30 พ.ย. 61 พันเอกณฑี ทิมเสน รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารม้าที่ 2 กองกำลังผาเมือง เข้าตรวจสอบพื้นที่กลางทุ่งนา ห่างจากชายแดนไทย-เมียนมา ประมาณ 200 เมตร เขตบ้านศรีป่าแดง หมู่ที่ 9 ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตรงข้ามชุมชนจีนฮ่อ มูเซอร์ หมู่บ้านป่าแลง 3 จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา    หลังเมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา ทหารกองร้อยที่ 3 ลาดตระเวนซุ่มโจมตี ตรวจพบกลุ่มคนต้องสงสัย ประมาณ 15 คน ลักลอบข้ามแม่น้ำรวก ซึ่งเป็นแม่น้ำเส้นกั้นเขตแดน โดยหลังกลุ่มคนดังกล่าว เข้ามาใกล้พื้นที่ซุ่ม จึงให้สัญญานเสียงสั่งให้หยุด แต่กลับมีเสียงปืนยิงออกมาจากฝ่ายตรงข้าม เจ้าหน้าที่จึงทำการยิงโต้ตอบ ประมาณ 20 นาที เสียงปืนทั้งสองฝ่ายสงบลง    โดยจากการตรวจพื้นที่ในช่วงเช้านี้ พบศพคนร้ายเบื้องต้นจากลักษณะการแต่งกาย คาดว่าเป็นชนเผ่าชาติพันธุ์ฝั่งตรงข้าม เสียชีวิต 1 ราย สภาพศพถูกกระสุนปืนบริเวณร่างกาย และส่วนหัว และพบยาบ้า 3 เป้ ซุกซ่อนยาบ้าบนหีบห่อประทับสัญลักษณ์ 999 สีน้ำเงิน และสีแดง รวมประมาณ 350,000 เม็ด  

 2,095
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ย. 61

จับ 2 ผู้ต้องหาไทย-ลาว พร้อมกัญชา 785 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท พบเตรียมส่งลงภาคใต้

วานนี้ (24 พ.ย.) ที่สถานีเรือรัตนวาปี อ.รัตนวาปี จังหวัดหนองคาย เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม ท้าวมน ชูรัด อายุ 36 ปี ชาวลาว และนายจีรศักดิ์ แสวงศรี อายุ 43 ปี พร้อมกัญชาจำนวน 785 แท่ง น้ำหนักรวม 785 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท และรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ แบบตอนเดียว สีเทา   การจับกุมกัญชาครั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา น.ต.อัศวิน อุยสีรักษ์ หัวหน้าสถานีเรือรัตนวาปี ได้รับแจ้งจากสายว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงข้างสถานีสูบน้ำบ้านต้อน เขตรอยต่อพื้นที่ อ.รัตนวาปี จังหวัดหนองคาย กับ อ.ปากคาด จังหวัดบึงกาฬ จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางแผนจับกุม โดยได้มีการจัดแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกเข้าไปดักซุ่มอยู่ใกล้บริเวณที่ได้รับแจ้ง อีกชุดเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วดักซุ่มอยู่ห่างกันจากชุดแรกไม่มากนัก ผ่านไป 2 วันเข้าวันที่ 3 ที่เจ้าหน้าที่ดักซุ่มอยู่ก็ยังไม่มีอะไรเคลื่อนไหว คาดขบวนการลักลอบขนยาเสพติดจะไหวตัวทัน   จนกระทั่งเวลาประมาณ 18.30 น. ของวันที่ 23 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ชุดที่ดักซุ่มจึงได้ซ้อนแผนทำเป็นถอนกำลังกลับหน่วย ไม่ถึง 10 นาที ก็มีเรือเพลายาว (หางยาว) แล่นมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านบนเรือมีกระสอบหลายกระสอบและมีชายหลายคนนั่งมาด้วย มาจอดริมฝั่งโขงพร้อมขนกระสอบลงจากเรือ และในเวลาใกล้เคียงกันก็มีรถกระบะคันดังกล่าวขับเข้ามาจอด กลุ่มชายที่มากับเรือได้ขนกระสอบขึ้นบนรถ พร้อมขึ้นเรือแล่นกลับไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้านอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น และสามารถควบคุมตัวท้าวมน ไว้ได้ จากการตรวจค้นอย่างละเอียดพบกระสอบที่มีกัญชาซุกซ่อนอยู่ภายในจำนวน 18 กระสอบ รวมกัญชา จำนวน 785 แท่ง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ จากนั้นก็ได้มีการขยายผลตามไปจับกุมตัวนายจีรศักดิ์ ได้ที่บ้าน   จากการสอบถามเบื้องต้น ท้าวมน บอกว่าตนได้รับการติดต่อจากท้าวน้อย ชาวลาวที่รู้จักกันบอกให้มาเฝ้ารถขนของให้หน่อย โดยจะได้ค่าจ้างเป็นเงิน 2,000 บาทหลังจากที่มีคนมาขับรถไปแล้ว ตนไม่รู้ว่าสิ่งที่ให้เฝ้าเป็นกัญชา ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกเมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา   ส่วนนายจีรศักดิ์ ผู้ต้องหาอีกคนยังให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่จากการสืบทราบของเจ้าหน้าที่พบว่านายจีรศักดิ์ จะเป็นคนขับรถนำกัญชาไปส่งที่ภาคใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางให้กับพนักงานสอบสวน สภ.รัตนวาปี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0-DsVqP1BNM

 890
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ย. 61

ทหารปะทะเดือดกองกำลังติดอาวุธหลังดอยนางนอน เข้าเคลียร์พื้นที่พบดับ 5 ศพ เจอยาบ้า 1 ล้านเม็ด

เมื่อช่วงเวลาหัวค่ำวานนี้ (24 พ.ย.) ขณะที่ทหารม้ากองร้อยที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 กองกำลังผาเมือง ทำการลาดตระเวนซุ่มโจมตี พื้นที่ป่าหลังดอยนางนอน ใกล้ช่องทางป้ายเหลือง เขตบ้านผาหมี หมู่ที่ 6 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย ห่างชายแดนไทยเมียนมา ประมาณ 300 เมตร ตรงข้ามกับบ้านสามปี ชุมชนอาข่า-มูเซอร์ พื้นที่อิทธิพลของพันโทยี่เซ ผู้นำอาสาสมัครทหารบ้านกลุ่มมูเซอร์ดำ   ได้ตรวจพบกองกำลังติดอาวุธไม่ทราบฝ่าย ประมาณ 10 คน มีเป้สะพายอยู่ด้านหลัง คาดเป็นยาเสพติด จึงตะโกนสั่งให้หยุด เพื่อจะขอทำการตรวจค้น แต่กลับมีเสียงปืนดังออกมาจากฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายเจ้าหน้าที่จึงหลบหาที่กำบัง พร้อมทำการยิงตอบโต้นานประมาณ 15 นาที เสียงปืนทั้งสองฝ่ายเงียบสงบลง แต่เนื่องจากทัศนวิสัยการมองเห็นจำกัด ทำให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าเคลียร์พื้นที่โดยรอบ บริเวณจุดปะทะได้   กระทั่งต่อมาเข้าเคลียร์พื้นที่พบศพกองกำลังติดอาวุธไม่ทราบฝ่าย 5 ศพ และพบยาเสพติด เป็นยาบ้า 1 ล้านเม็ด          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mkvXLuxvorM

 21,919
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 61

บุกจับเครือข่าย ‘พีอาร์เงินล้าน’ ใช้พริตตี้กระจายยาเสพติดให้ นทท. เงินหมุนเวียนกว่า 500 ล้าน

วันนี้ (14 พ.ย.) ตำรวจปราบปรามยาเสพติดสนธิกำลังร่วม เจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. และกรมสรรพากร เข้าตรวจค้นภายในห้องพัก คอนโดมิเนียมหรู ย่านวุฒากาศ และจับกุมตัวนายสันติภาพ อำพันเพ็ญโรจน์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ข้อหาสมคบและสนับสนุนค้ายาเสพติด ซึ่งอาศัยอยู่ในห้องพักดังกล่าว   จากการตรวจค้น พบของกลางยาเสพติดไอซ์จำนวนหนึ่งโดยผู้ต้องหารายดังกล่าว เป็นหนึ่งในเครือข่ายยาเสพติดของนายประสงค์ มณีจิตต์ หรือ จ๊ะ ที่มีการกระจายยาเสพติดในพื้นที่ตามสถานบันเทิงในจังหวัดชลบุรี อาศัยพีอาร์ พริตตี้สาวสวย ในสถานบันเทิงทำหน้าที่ติดต่อลูกค้า กระจายยาเสพติด รวมถึงทำธุรกรรมทางการเงินจากการสอบปากคำเบื้องต้นนายสันติภาพ รับสารภาพว่ารับยามาจากนายประสงค์ ก่อนนำมาเก็บไว้ที่ห้องที่เช่าไว้นี้ นานกว่า 5 เดือนแล้ว โดยจะรับยามาครั้งละ 1-2 กระสอบ ภายในแต่ละกระสอบจะบรรจุยาไอซ์ 40-50 กิโลกรัม   พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากการขยายผลการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 294,000 เม็ด ไอซ์กว่า 3 กิโลกรัม เคตามีนกว่า 4 กิโลกรัม และยาอี 4,680 เม็ด เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีพฤติการณ์นำยาเสพติด ชนิดไอซ์ ยาเคจากกรุงเทพมหานคร ไปจำหน่ายให้กับผู้ซื้อรายย่อยในพื้นที่พัทยา และพื้นที่ตำรวจภูธร ภาค 2 โดยเครือข่ายพีอาร์เงินล้าน ตำรวจขอศาลออกหมายจับทั้งหมด 9 คน สามารถจับกุมตัวได้ 4 คน และยังหลบหนีอีก 5 คนในรอบปีที่ผ่านมา    ตรวจสอบพบเครือข่ายนี้มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 500 ล้าน คาดว่าวันนี้จะสามารถยึดทรัพย์สินเพิ่มได้อีกสำหรับปฎิบัติการในครั้งนี้ เป็นการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 25 เป้าหมาย แบ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร22 เป้าหมาย และพื้นที่ตำรวจภูธรภาค1 อีก 3 เป้าหมาย สามารถยึดทรัพย์สิน ทั้งรถยนต์ เงินสด คอนโดมีเนียม. รวมกว่า 25 ล้านบาท   นอกจากนี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 ยังสามารถจับกุมนายอนันต์ ฉิมมิ พร้อมพวกรวม4 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,792,000เม็ด  ไอซ์ 10 กิโล  เคตามีน 1 กิโล ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในรถตู้โดยสารลักษณะนำเที่ยว ที่ถูกดัดแปลงเบาะให้สามารถซุกซ่อนยาเสพติดได้ ทั้ง 3 คัน โดยทางตำรวจได้ติดตามพฤติกรรม ทราบว่าเครือข่ายยาเสพติดจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือ ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ เมื่อรถต้องสงสัยทั้ง 3 คันผ่านบริเวณด่านตรวจยานพาหนะพยุหคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นและจับกุมโดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าจะลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ภาคกลาง ปริมณฑล และภาคใต้      

 2,305
ข่าวภูมิภาค
28 ก.ย. 61

คนร้ายอ้างเป็น ป.ป.ส.บุกอุ้มหนุ่มเชียงดาวมัดต้นไม้-หินทุบจนตาย กลางป่าจ.เชียงใหม่

เชียงใหม่-ตร.รับแจ้งพบศพชายถูกสวมกุญแจมือมัดไว้กับต้นไม้แล้วใช้ก้อนหินทุบจนตาย บริเวณสวนป่า บ้านป่าบงงาม หมู่ 11 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่   พบศพ นายอาแล ลีวัวะ อายุ 36 ปี สภาพศพถูกสวมกุญแจมือแล้วมัดติดกับต้นไม้ มีบาดแผลถูกของแข็งทุบเข้าบริเวณใบหน้า ส่วนบริเวณลำตัวมีร่องรอยถูกทำร้าย   จากการสอบสวนญาติ ให้การว่า ผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปทำสวนช่วงบ่าย จนกระทั่งเย็นภรรยาไม่เห็นสามีกลับมาจึงไปตามหา แล้วพบสามีอยู่กับชาย 2 คนไว้ผมทรงรองทรง มีอาวุธปืน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด พูดภาษาสำเนียงภาคกลางบอกว่า “ไม่ต้องเข้ามาอย่ามายุ่ง ให้ไปไกลๆ”   ขณะที่สามีบอกว่า “ไม่ต้องห่วง ไปรออยู่ที่กระต๊อบด้านล่าง แค่เป็นการจับผิดตัว” จนเวลาผ่านไปภรรยาผู้ตายเป็นห่วงสามีจึงพาญาติๆเข้ามาในสวนป่า จนกระทั่งพบสามีถูกทำร้ายเสียชีวิตไปแล้ว   ด้าน ตร.เจ้าของคดีชี้ว่า คดีนี้ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญอย่างมาก เจ้าหน้าที่ได้เร่งรัดสืบสวนคดีตามพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีให้ได้ ส่วนกรณีที่คนร้ายอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐนั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะหากจะทำจริงคงไม่มีเจ้าหน้าที่หน่วยไหนยอมบอกหน่วยงานของตัวเอง แล้วใช้กุญแจล็อกข้อมือเพื่อประจานการกระทำของตัวเอง   ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ต้องตัดผมสั้นเกรียน ไม่มีการไว้ผมยาวหรือรองทรงเด็ดขาด ซึ่งอาจจะเป็นความต้องการของขบวนการค้ายาเสพติดที่ต้องการให้คนในพื้นที่เข้าใจผิด และเกลียดชังไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ คดีนี้คนร้ายมีอาวุธปืนแต่ไม่ใช้อาวุธปืนยิง แต่กลับทำร้ายผู้เสียชีวิตจนถึงแก่ความตาย น่าเชื่อว่าน่าจะเป็นการโกรธแค้นผู้ตายอย่างหนัก จึงทำร้ายจนตายแทนการใช้อาวุธ และที่สำคัญบริเวณนี้เป็นจุดที่มีการตรวจยึดยาเสพติดรายใหญ่ๆได้ 4 ครั้งแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9MEznNdcDeY

 20,940
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ย. 61

ขยายผลยึดยาเสพติดส่งทางพัสดุ ใส่ซองผงซักฟอก-ลูกอม ตบตา จนท.

เชียงใหม่-ตร.สภ.แม่ริม นำกำลังเข้าตรวจค้นบริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่ง ในโครงการแม่ริมพลาซ่า หลังได้สืบทราบว่ามีการลักลอบซื้อขายยาเสพติดออนไลน์ผ่านโปรแกรมไลน์และเฟซบุ๊ก หลังจากนั้น เครือข่ายนี้ก็จะมีการส่งสินค้าผ่านบริษัทเอกชนจากต้นทางมายังปลายทาง ในพื้นที่ อ.แม่ริม เพื่อให้เครือข่ายนำไปจำหน่ายต่อให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่   จากการตรวจค้นกล่องพัสดุต้องสงสัย ซึ่งดูลักษณะภายนอกนั้นเหมือนการส่งสินค้าทั่วไป ตำรวจจึงได้นำกล่องพัสดุดังกล่าวไปชั่งน้ำหนัก ก่อนจะเรียกเจ้าหน้าที่บริษัทขนส่งดังกล่าวมารับทราบ และเป็นพยานในการแกะพัสดุตรวจสอบ   โดยภายในกล่องพัสดุสีขาวขนาดใหญ่มีกล่องเล็กสีน้ำตาลอีกหนึ่งกล่องด้านใน เจ้าหน้าที่จึงแกะกล่องสีน้ำตาลเล็ก พบซองลูกอมแต่ด้านในซุกซ่อนยาบ้า ประทับตรา WY สีส้ม 2 ถุงๆ ละ 50 เม็ด รวมทั้งหมด 100 เม็ด ส่วนอีกซองหนึ่งเป็นซองผงซักฟอกภายในนั้นซุกซ่อนยาไอซ์ 2 ถุง บรรจุ ถุงละ 1.2 กรัม รวมแล้ว 2.4 กรัม ถูกส่งมาจากจังหวัดราชบุรี   ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 61 ตร.ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาหญิงอายุ 29 ปี ใน อ.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหาครอบครองยาบ้า 20 เม็ด จึงทำการขยายผลจากแชทไลน์กับเครือข่าวค้ายา   จากการสอบสวนผู้ต้องหา รับสารภาพว่ารู้จักกับเครือข่ายยาเสพติดจากต้นทางนานแล้ว และมีการพูดคุยกันมาตลอดที่ผ่านมามีการฝากยาบ้าและยาไอซ์มาจำหน่ายให้กับกลุ่มวัยรุ่นเมื่อขายได้ก็จะนำเงินฝากเข้าบัญชีให้ และหักค่าคอมมิชชั่นจากการขายกระทั่งมาถูกตำรวจจับกุมตัว   ล่าสุดตำรวจชุดสืบสวน สภ.แม่ริม ได้ประสานไปยังตำรวจท้องที่ต้นทางยาเสพติดแล้วเพื่อให้เข้าจับกุมผู้ต้องหาที่ส่งยาเสพติดจากต้นทางมาขณะเดียวกันก็เตรียมขยายผลหาเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีต่อไปเนื่องจากว่ามีการตั้งกลุ่มซื้อขายยาเสพติดอีกหลายคน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Kl9IS9KX86M

 1,537
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ย. 61

ยิงปะทะขบวนการยาบ้าเชียงราย วิสามัญ 1 ศพยึดยาบ้า 24 กระสอบ เกือบ 3 ล้านเม็ด

เชียงราย-จนท.สนธิกำลังสกัดกั้นกลุ่มขบวนการขนลำเลียงยาเสพติด และได้เกิดการปะทะที่บ้านบ่อทอง หมู่ 5 ตำบลท่าสุด อำเภอเมือง ซึ่งเป็นถนนเข้าออกทุ่งนาและลัดผ่านหมู่บ้าน   โดยกลุ่มคนร้ายได้เปิดฉากยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีเมื่อเห็นจึงเกิดการยิงต่อสู้กัน ซึ่งกองกำลังขนยาเสพติดมีประมาณ 20 คน พร้อมอาวุธสงคราม ส่วนเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการยิงตอบโต้ เพื่อป้องกันตัว ใช้เวลาปะทะกันประมาณ 20 นาที   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทำการวิสามัญกลุ่มขบวนการขนลำเลียงยาบ้า 1 ศพ และสามารถยึดของกลางเป็นยาเสพติด รวม 24 กระสอบ ส่วนกลุ่มขบวนการได้หลบหนีไปกับความมืด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเข้าเคลียร์พื้นที่การยิงปะทะ และลำเลียงของกลางออกมาจากจุดที่เกิดเหตุ เพื่อทำการตรวจนับจำนวนยาเสพติดทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 3 ล้านเม็ด   ทั้งนี้ การยิงปะทะดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. ชุดสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด สืบทราบว่าจะมีการกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติด นำยาเสพติดขนส่งผ่านในจุดดังกล่าว หลังจากนำออกมาจากสถานที่พักคอยยาเสพติด จึงนำกำลังเข้าทำการดักซุ่ม จนพบชายจำนวน 20คน เดินสะพายเป้มาท่ามกลางความมืด   เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดแต่คนร้ายเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อนจึงได้เกิดการยิงปะทะดังกล่าว ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ปลอดภัยทุกนาย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลไล่ติดตามกลุ่มขบวนการที่หลบหนีไปอีกครั้งหนึ่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7qaWPytX-mI

 1,941
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ย. 61

นายกเล็กบึงยี่โถ แจง รถพยาบาลขนยาเสพติดไม่ใช่ของเทศบาล เป็นของคู่สัญญาเอกชน

นายกเล็กแจงเรื่องรถแอมบูแลนซ์ขนยาไม่เกี่ยวกับเทศบาล เป็นเพียงคู่สัญญาเอกชน พร้อมเตรียมสั่งยุบ และจัดหาชุดใหม่   จากกรณีที่ ตร.ปส ปปส.ภาค 5 สภ.ดอกคำใต้ ร่วมกันสกัดรถตู้ ที่ดัดแปลงเป็นแเอมบูแลนซ์ 1669 ขนยาเสพติดยาไอซ์จำนวนมาก หลังเจ้าหน้าที่ออกติดตามมาจาก จ.เชียงราย และพอถึง จ.พะเยา คนร้ายไหวตัวพยายามหลบหนี จนสามารถจับกุมได้พบของกลางยาไอซ์ จำนวนมาก พร้อมผู้ต้องหา 3 ราย และรถตู้ หมายเลขทะเบียน ฮบ 7896 กรุงเทพมหานคร ที่ใช้ในการดัดแปลง เป็นรถแอมบูแลนซ์ 1669    โดยจับกุมได้ บริเวณถนนสายสันช้างหิน-ศรีชุม หมู่ที่ 2 ตำบลดอกคำใต้ อ.ดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ในสภาพรถยนต์ยางด้านหลังระเบิดทั้ง 2 ข้าง และพุ่งชนรั้วของชาวบ้าน หลังได้ทำการพยามหลบหนี เข้าสู่หมู่บ้านในชุมชนเทศบาลเมืองดอกคำใต้ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปส.ออกติดตามมาจากจังหวัดเชียงราย นอกจากนั้นยังสามารถสกัดจับรถตู้อีกคันได้ที่บริเวณด่านตรวจแม่ต๋ำ อำเภอเมืองพะเยา และพบยาไอซ์อีกเป็นจำนวนมาก ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว   จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า รถตู้แอมบูแลนซ์ทั้งสองคัน อยู่ภายใต้สังกัดของเทศบาลเมืองบึงยี่โถ ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปสอบถามเรื่องดังกล่าวกับ นายรังสรรค์ นันทกาวงศ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบึงยี่โถ โดยเปิดเผยว่า รถทั้งสองคันที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้นั้น เป็นรถที่วิ่งอยู่ในเขตเทศบาลจริง แต่ไม่ใช่เป็นรถของเทศบาล คือว่ารถที่เข้ามาวิ่งนั้นเป็นลักษณะของเอกชน ที่ได้รับการคัดสรรจากสาธารณสุขจังหวัด (สสจ) ที่ทำการฝึกอบรมก่อนที่จะคัดสรรให้มาลงในแต่ละพื้นที่ โดยทางเทศบาลมีหน้าที่ทำเรื่องเคสอุบัติเหตุว่ามีทั้งหมดกี่เคลส โดยถ้าเป็นเครสเบา อย่างเช่นรถล้ม แผลถลอก ตรวจเช็คร่างการ จะมีค่าใช้จ่าย 350 บาท แต่ถ้าเป็นเคลสหนักถึงขั้นนอนโรงพยาบาลจะได้รับ 500 บาท    และเมื่อทางเทศบาลทำเรื่องส่งให้ สสจ. แล้วก็จะได้รับโอนเงินมายังบัญชีของทางเทศบาล และทางเทศบาลจะสั่งจ่ายเงินดังกล่าวตามที่เบิกจริง เป็นเช็ค ให้ไป ซึ่งทางเทศบาลเป็นเพียงแต่คนรับเงินและจ่ายเงินเท่านั้น และรถแอมบูแลนซ์ ที่วิ่งอยู่ในเขตไม่ใช่ลูกน้องที่ขึ้นตรงกับทางเทศบาล แต่ขึ้นตรงกับ สสจ.    ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องที่ทำให้ทางเทศบาลเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ในเบื้องต้นทางเทศบาลจะได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวัน และจะส่งยุบหน่วยกู้ชีพเทศบาลบึงยี่โถออกไปจากเทศบาล และจะแจ้งไปยังหน่วยงานใกล้เคียงเช่น มูลนิธิร่วมกตัญญู และ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ให้เข้ามาบริการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ก่อน และจะทำเรื่องถึง สสจ. ให้ดำเนินการจัดสรร และคัดบุคลากร ที่จะเข้ามาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บในพื้นที่ต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง มุกใหม่! ดัดแปลงรถพยาบาลขนยาบ้า ซุกเต็มคัน 3 กระสอบ 5 แสนเม็ด  

 3,888
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ย. 61

มุกใหม่! ดัดแปลงรถพยาบาลขนยาบ้า ซุกเต็มคัน 3 กระสอบ 5 แสนเม็ด

พะเยา-ตร.ปส ปปส.ภาค 5 สภ.ดอกคำใต้ ร่วมกันสกัดรถตู้ ที่ดัดแปลงเป็นแเอมบูแลนซ์1669 ขนยาเสพติด ยาไอซ์จำนวนมาก หลังเจ้าหน้าที่ออกติดตามมาจากจังหวัดเชียงราย และพอถึงจังหวัดพะเยา ไหวตัวพยายามหลบหนี จนสามารถจับกุมได้พบของกลางยาไอซ์ จำนวนมาก พร้อมผู้ต้องหา 3 ราย และรถตู้ ที่ใช้ในการดัดแปลง เป็นรถแอมบูแลนซ์ 1669   โดยจับกุมได้บริเวณถนนสายสันช้างหิน-ศรีชุม หมู่ที่ 2 ตำบลดอกคำใต้ อ.ดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ในสภาพรถยนต์ยางด้านหลังระเบิดทั้ง 2 ข้าง และพุ่งชนรั้วของชาวบ้าน หลังได้ทำการพยามหลบหนี เข้าสู่หมู่บ้านในชุมชนเทศบาลเมืองดอกคำใต้ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปส.ออกติดตามมา จากจังหวัดเชียงราย หลังทราบเบาะแสว่ารถยนต์ดังกล่าว มีจำนวน 2 คันที่ทำการดัดแปลงเป็นรถ ทำการขนยาเสพติด เพื่อที่จะเข้าสู่ภาคกลาง จึงได้ออกติดตามมา   จนถึงที่เกิดเหตุในพื้นที่จังหวัดพะเยา กลุ่มผู้ขนยาเสพติด คาดรู้ตัวจึงพยายามหลบหนี โดยมีเจ้าหน้าที่ทำการไล่ล่า และยิงยางรถยนต์ จนรถขนยาเสพติดดังกล่าวไม่สามารถเดินทางต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบพบภายในรถมีการซุกซ่อนยาเสพติด คือยาบ้า 3 กระสอบ 5 แสนเม็ด และยาไอซ์อีกจำนวนหนึ่ง   นอกจากนั้นยังพบว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการไล่ล่ากลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ได้นำยาเสพติดดังกล่าวทิ้งตามบริเวณริมถนนรายทางอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ทำการออกค้นหาและพบบางส่วน นอกจากนั้นยังสามารถสกัดจับรถตู้อีกคันได้ที่บริเวณด่านตรวจแม่ต๋ำ อำเภอเมืองพะเยา และพบยาไอซ์อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปส.จะนำส่งเข้าดำเนินคดี ที่ ตำรวจภูธรภาค 5 ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F9DKp4S3XPE

 4,791
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
10 ก.ย. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 10 ก.ย.61 โอ วรุฒ ป่วยโคม่า-พีทลวงโลก จ่อมอบตัว-คำพูดสุดท้ายเก๋ เลเดอเรอร์

-โอ วรุฒ วรธรรม อดีตพระเอกดัง วูบหมดสติ หัวใจหยุดเต้น หมอต้องปั๊มหัวใจกู้ชีวิต ตั้ม สมประสงค์เผยสมองไม่รับรู้ ไตวาย ติดเชื้อในกระแสเลือด ต้องขอให้ทุกคนช่วยภาวนาให้เกิดปาฏิหาริย์ แฟนคลับเผย ต้องปั๊มหัวใจ 3 ครั้ง อาการทรงตัว ยังฟอกไตไม่ได้ เพราะความดันและชีพจรไม่คงที่ ระบบร่างกายล้มเหลว คาดสาเหตุเครียดเรื่องงาน   -เตรียมตั้ง 2 ข้อหาเพิ่ม พ่อค้าหวยลวงโลก พีท แผงแตก ฐานปลอมเอกสารตัดแปะลอตเตอรี่ และฉ้อโกงประชาชน เพิ่มจาก พรบ.คอมฯ เจ๊เรียง ยี่ปั๊วะ ไปถอนแจ้งความหลังแม่พีทโอนเงินค่าสลากให้แล้ว  เจ้าตัวยังเก็บตัวเงียบ ล่าสุดมีรายงานว่าจะเข้ามอบตัววันนี้   -จับยาเสพติดล็อตมโหฬารที่พะเยา ได้ยาบ้า 7 ล้านเม็ด ยาไอซ์อีก 500 กก. มูลค่า 2 พันล้านบาท ซุกรถบรรทุก เครือข่ายยาเสพติดชาวม้ง อีกรายที่สิงห์บุรียาบ้า 8 ล้านเม็ด เตรียมขยายผลเพิ่ม   -อภิสิทธิ์ ให้สมาชิกพรรค ปชป.เลือกหัวหน้าพรรคได้ ให้หยั่งเสียงได้ผ่านแอพในโทรศัทพ์มือถือ พร้อมเปิดโรดแมป นัดประชุมสมาชิกพรรคครั้งแรกปลายเดือนกันยายน ก่อนจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค อลงกณณ์เผยได้รับทาบทามจากสาขาพรรคให้กลับไปเป็นหัวหน้าพรรคและทำงานให้พรรค ปรับท่าทีพรรคให้ดูทันสมัย   -ลูกค่าดีแทคที่ใช้คลื่น 850 MHz ส่อซิมดับ กสทช.ชี้แจงไม่เข้าข่ายได้รับการเยียวยา เพราะจำนวนประชาชนที่จะได้รับผลกระทบมีน้อย สามารถซื้อซิมใหม่ได้   -คืบหน้าเก๋ เลเดอเรอร์ กินยาฆ่าตัวตายและโดดตึก เพื่อนเผย เก๋พูดกับ จนท.นำส่งโรงพยาบาลว่าไม่อยากตายแล้ว แสบท้องมาก ชี้มีอาการป่วยซึมเศร้า พยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง เพราะเครียดเรื่องธุรกิจที่ทำการใหญ่ มีปัญหากับเอิร์ก แต่ไม่รู้สาเหตุ เครียดธุรกิจและเรื่องส่วนตัว   -ชาวบ้านเชียงรายร้องเรียน ร.ร.มีพฤติกรรมปลอมเอกสารกู้เงิน กยศ. ทั้งที่เด็กไม่ได้กู้จริง พ่อแม่ร้องเรียนมานาน 2 ปี แต่เรื่องยังเงียบอยู่ ชี้มีการเอาเงิน กยศ.มาปล่อยกู้ ทำเป็นขบวนการ มีการเซ็นรับรองโดยผู้ใหญ่บ้านที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QqUJIuki_FI

 10,695
สังคม-อาชญากรรม
19 มิ.ย. 61

ให้ออกจากราชการ หัวหน้าชุดจู่โจม สน.สุทธิสาร โดนจับฐานร่วมค้ายาเสพติดผ่านไปรษณีย์

ร้อยตำรวจเอกสัมพันธ์ กันทะสอน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม หัวหน้าชุดจู่โจม สถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร ถูกตำรวจปราบปรามยาเสพติดสนธิกำลังร่วมกับตำรวจนครบาล นำกำลังเข้าจับกุมขณะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ หลังมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับค้ายาเสพติด และศาลได้ออกหมายจับในข้อหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด   โดยพลตำรวจตรียิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 ระบุว่า การจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. จับกุมนายอนุสรณ์ ทองสว่าง และนางสาวอี่กองคำ ชาวเมียนมา ได้ขณะนำยาเสพติดบรรจุใส่ซองพัสดุ เตรียมส่งให้กับลูกค้า ผ่านร้านไปรษณีย์เอกชน ย่านห้วยขวาง ซึ่งผู้ต้องหาได้ให้การซัดทอดว่ารับยาเสพติดมาจากร้อยตำรวจเอกสัมพันธ์   ป.ป.ส. จึงได้ร่วมตำรวจปราบปรามยาเสพติด ขยายผลเส้นทางการเงินและการติดต่อสื่อสาร กระทั่งพบหลักฐานชัดเจน จึงได้ออกหมายจับผู้ต้องหาและสนธิกำลังเข้าจับกุม เบื้องต้น ร้อยตำรวจเอกสัมพันธ์ ปฏิเสธเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จับกุมผู้ต้องหา 2 คนได้ก่อนหน้านี้ แต่ยอมรับว่ารู้จักกันมาประมาณ 2 ปี จากการเข้าตรวจค้นสถานบันเทิงในท้องที่   ขณะเดียวกันหลังถูกอายัดบัญชีก็อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเข้าชี้แจง พร้อมอ้างว่ามีเงินอยู่ในบัญชีประมาณ 1 แสนบาท ซึ่งได้มาการเล่นแชร์ ล่าสุดพลตำรวจตรีฤชากร จรเจวุฒิ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล2 มีคำสั่งให้ร้อยตำรวจเอกสัมพันธ์ ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nlEzqVUVlUo

 5,041

Top