ค้นหา :

ผลการค้นหา "ขายของออนไลน์"

สังคม-อาชญากรรม
15 ธ.ค. 61

รวบอดีตสจ๊วตสายการบินดัง ตุ๋นเงิน หลอกรับพรีออเดอร์แบรนด์เนม นำเงินไปซื้อที่กว่า 80 ไร่

ตำรวจ ปอท. รวบอดีตสจ๊วตสายการบินดัง หลอกขายสินค้าแบรนด์เนมทางออนไลน์ นำเงินกว่า 7 ล้าน ซื้อที่ดินเกือบ 100 ไร่ ในจังหวัดเชียงราย มีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก   (15 ธ.ค.61) ตำรวจกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. คุมตัวนายอุเทน พรหมเดช อดีตสจ๊วตสายการบินโลว์คอสแห่งหนึ่ง ซึ่งมีพฤติการหลอกลวงขายสินค้าแบรนด์เนมทางออนไลน์ ไปขออำนาจศาลอาญาฝากขัง ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริต หลอกลวง และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์   ผู้เสียหายเล่าว่า นายอุเทน มีพฤติกรรมเป็นพ่อค้าขายของทางออนไลน์ผ่านทางเฟซบุ๊ก และอินสตราแกรมส่วนตัว ซึ่งทั้งหมดเป็นสินค้าแบรนด์เนม โดยมีทั้งรับฝากขายและสั่งซื้อ หรือสั่งพรีออเดอร์ ซึ่งผู้เสียหายจะต้องจ่ายเงินล่วงหน้า แต่กลับไม่ได้รับสินค้าตามที่สั่ง เมื่อทวงถาม นายอุเทน ก็จะบ่ายเบี่ยงอ้างเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ จากนั้นจะไม่สามารถติดต่อได้    สาเหตุที่หลงเชื่อนายอุเทน เนื่องจากนายอุเทน มีอาชีพเป็นสจ๊วตสายการบินที่น่าเชื่อถือ มีการรีวิวรูปภาพสินค้าที่ส่งให้กับลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลา 4-5 ปี อีกทั้งมีคนใกล้ชิดที่เคยได้รับสินค้าแนะนำให้ฝากขายและสั่งซื้อกับนายอุเทน เนื่องจากมีหน้าร้านเป็นร้านสักคิ้วของคนใกล้ชิดนายอุเทน เปิดรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต อยู่ภายในซอยสามัคคี กรุงเทพมหานคร   -พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระบุว่า คดีนี้ตำรวจนำหมายศาลเข้าจับกุมตัวได้ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง ในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา จากการสอบสวนนายอุเทน รับสารภาพว่า นำเงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหายรวมกว่า 7 ล้านบาท ไปซื้อที่ดิน เนื้อที่ 80 ไร่ ในจังหวัดเชียงราย    หลังจากนี้ตำรวจจะเร่งขยายผลสืบทรัพย์สิน และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้ ป.ป.ง. ติดตามยืดทรัพย์เพื่อนำเงินมาใช้คืนให้กับผู้เสียหาย ทั้งนี้ ยังฝากเตือนไปยังวัดหรือศูนย์ปฏิบัติธรรม ขอให้ช่วยสอดส่องและตรวจสอบข้อมูลของประชาชนที่อาจหนีการกระทำความผิด แอบแฝงตัวเข้ามาพักอาศัยในสถานปฏิบัติธรรม  

 2,529
แชร์ออฟเดอะเดย์
07 ธ.ค. 61

อึ้ง! ซิลิโคนจีนแบ่งชั่งกิโลขายในเน็ต หวั่นคลินิกในไทยซื้อมาใช้ ศัลยแพทย์แนะวิธีดู ต้องสีขาวใส อย.รับรอง

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพซิลิโคนเสริมจมูก จำนวนมากวางเรียงกัน รวมไปถึงมีซิลิโคนเสริมจมูกถูกบรรจุอยู่ในถุงจำนวนมาก พร้อมกับมีข้อความเป็นภาษาจีนเขียนใส่กระดาษ A4 วางอยู่บนถุงดังกล่าว โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า   “วันนี้หาของจะมาลงขาย หาไปหามาเจอนี่ เขาขายเป็นกิโลฯ ซิลิโคนจมูก คางพรีเมี่ยมเมกา เกาหลี พี่จีนมีหมด ขายเป็นกิโลฯ กันเลยจ้า ทุนตกอันละไม่ถึง 100 หมอศัลฯ นี่รวยชิบ สงสัยจมูกตัวเองก็โรงงานนี้มั้ง 5555”   ซึ่งหลังการโพสต์ ชาวเน็ตต่างแห่แชร์ต่อเป็นจำนวนมาก พร้อมพากันวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสังเกตว่า คลินิกเสริมความงามในประเทศไทย อาจนำซิลิโคนจากแหล่งดังกล่าวมาเสริมให้ลูกค้าก็เป็นได้   ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ได้พูดคุยกับคุณลิ้นจี่ ผู้โพสต์ดังกล่าว โดยบอกว่า ตนเข้าไปในเว็บไซต์หนึ่งของจีน เพื่อสั่งซื้อของมาขายทางออนไลน์ แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเจอร้านหนึ่งในเว็บไซต์ ขายซิลิโคนเสริมจมูก หลายแบบหลายทรง โดยขายแบบชั่งกิโล ซึ่งดูจากภาพแล้วเหมือนกับหน่อไม้บ้านเรา พอกดเข้าไปดูก็ตกใจกว่าเดิม เพราะพบว่าราคาถูกมาก ขายปลีกเพียงอันละ 20 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีซิลิโคนเสริมคาง ราคา 400 บาท ซิลิโคนแบบก้อนสำหรับนำมาเหลาเอง ราคา 1,000 บาท และมีอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ขายด้วย   ซึ่งร้านนี้มีคะแนนความนิยมสูง มีลูกค้าสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก ตนรู้สึกกังวล เนื่องจากตนเคยเสริมจมูกและแก้จมูกมาแล้วหลายครั้ง ดูจากภาพแล้วลักษณะเหมือนซิลิโคนที่ตนเคยเสริม จึงนำภาพมาโพสต์เพื่อให้เพื่อนในเฟซบุ๊กดู เนื่องจากมีเพื่อนที่ทำศัลยกรรมเป็นจำนวนมาก ไม่ได้ตั้งใจจะรับมาขายต่อแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากการโพสต์ ก็มีบางคนเข้ามาสอบถามว่าสั่งซื้อที่ไหนอย่างไร แต่ส่วนใหญ่จะวิพากษ์วิจารณ์ว่าคลินิคในไทยอาจจะนำซิลิโคนแบบนี้มาเสริมให้ลูกค้าก็เป็นได้   ด้านนายแพทย์ชลทิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งอาเซียน บอกกับทีมข่าวว่า ซิลิโคนมีหลายแบบ ทั้งซิลิโคนแข็ง ซิลิโคนเหลว และซิลิโคนผง ซึ่งปกติจะทำมาจากทราย เป็นวัสดุที่หาได้ง่าย มีขายทั่วไปในประเทศไทย จึงไม่แปลกที่จะพบในจีน   ขั้นตอนการทำคือนำซิโคนไปผสมและทำให้เหลว จากนั้นนำมาหล่อเป็นบล็อก ซึ่งเป็นประเภทเดียวกันกับซิลิโคนที่ใช้ในงานก่อสร้าง และคอนแทคเลนส์ มีแหล่งผลิตหลายแห่ง ทั้งยุโรป เกาหลี จีน และไทย   สำหรับซิลิโคนที่ใช้ในการแพทย์ สามารถนำเข้าในตัวคนได้นั้น จะเป็นซิลิโคนเกรดดี มีคุณภาพ ซึ่งก่อนนำมาใช้จะต้องขึ้นทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุข และผ่านการรับรองจาก อย. ก่อน ส่วนซิลิโคนของจีนนั้นไม่ใช่ของปลอม แต่เป็นเพียงซิลิโคนคุณภาพต่ำ   ปัจจุบันทางแพทยสภา ได้ห้ามใช้ซิลิโคนเหลวในการฉีดจมูก เนื่องจากมีปฏิกิริยาต่อร่างกาย อาจทำให้เป็นเนื้องอกได้ ซึ่งยังพบว่ามีการใช้ในหมอเถื่อนเป็นจำนวนมาก   ที่ผ่านมาเคยแก้จมูกให้ลูกค้ามากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นซิลิโคนคุณภาพต่ำ ซึ่งตอนแรกจะไม่มีปัญหา แต่พอนานไปจะพบปัญหาตามมา เช่น จมูกทะลุ ซิลิโคนกรอบและเปื่อย ที่หนักที่สุดเคยพบรายหนึ่งใช้ยางลบแทนซิลิโคน ซึ่งหลังจากถอดออก หมอจะนำมาใส่ไว้ในขวดแก้ว   สำหรับคลินิกในประเทศไทยนั้น คาดว่ามีการใช้ซิลิโคนเกรดต่ำ เนื่องจากต้นทุนต่ำ และภาวะการแข่งขันสูง ซึ่งสังเกตได้จากราคาศัลยกรรมที่ถูกเกินไป มีโอกาสที่จะใช้ซิลิโคนเกรดต่ำเสริมให้กับลูกค้า   วิธีการตรวจสอบซิลิโคนนั้น หากเป็นซิลิโคนเกรดดีจะมีสีขาวหรือสีใส เนื่องจากเป็นซิลิโคนบริสุทธิ์ ส่วนซิลิโคนเกรดต่ำนั้นจะมีการผสมสีเพิ่มเข้าไป จึงจะมีสีเข้มขึ้น เช่น สีเนื้อไปจนถึงสีเทา   สำหรับผู้ที่จะทำศัลยกรรม แนะนำให้ศึกษา เช็คข้อมูลแพทย์ให้ดี ระมัดระวังหมอเถื่อน นอกจากนี้การรับบริการควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อความปลอดภัย ใช้ซิลิโคนที่มีคุณภาพ ไม่เสริมจมูกจนโด่งเกินไป เนื่องจากคนเอเชียเนื้อจมูกบาง หากเสริมโด่งเกินไป อาจเกิดปัญหาจมูกทะลุได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mR1CCez3CNA

 1,633
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
06 ธ.ค. 61

เพื่อไทยแขวะรัฐลดแลกแจกแถม แต่มารีดภาษีคนทำมาหากิน ขายของออนไลน์

ปฏิกิริยาหลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  ผ่าน พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ที่ตั้งเป้าเรียกเก็บภาษีจากผู้ขายสินค้าทางออนไลน์ โดยกำหนดให้สถาบันการเงินต้องแจ้งรายละเอียดของบุคคล และนิติบุคคล ที่มีความเคลื่อนไหวทางบัญชีในการรับโอนและฝากเงิน เกิน 3,000 ครั้งต่อปี หรือการรับโอนและฝากเงิน 400 ครั้ง รวมมูลค่า 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี เพื่อให้กรมสรรพากรตรวจสอบการเสียภาษี   นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ประธานคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ บอกว่าการเก็บภาษีสินค้าและบริการออนไลน์ เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะธุรกิจการค้าออนไลน์จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกมากในอนาคต แต่จะต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน และไม่ทำให้การค้าออนไลน์หยุดชะงัก หรือไปกระทบการโอนเงินอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการค้าออนไลน์   นายพิชัย บอกว่า รัฐบาลต้องคิดโครงสร้างการจัดเก็บภาษีที่ไม่ไปขัดขวางการพัฒนาธุรกิจออนไลน์ และเป็นระบบที่มีมาตรฐานสากล ใช้กันทั่วโลก และที่สำคัญ อย่าให้ประชาชนคิดว่านโยบายรัฐบาลที่ไป ลด แลก แจก แถม เหมือนต้องการซื้อเสียงเป็นยอดเงินมหาศาล ทั้งยังจะแจกเงินช็อปช่วยชาติที่เงินเข้ากระเป๋าคนรวยแล้ว ประชาชนนำมาหักภาษีได้ แจกซิมโทรศัพท์มือถือแก้จน เพิ่มเงิน อสม. แต่กลับจะมารีดภาษีคนทำมาหากินด้วยความยากลำบากเพิ่มขึ้น เพราะประชาชนอาจจะทนกันไม่ไหว   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/SYf_D2Uja8s

 923
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
06 ธ.ค. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 6 ธ.ค.61 เปิด รฟฟ.แบริ่ง-สมุทรปราการ-สะเดาะกุญแจฉกทอง200บาท-ช้างศึกน้ำตาตก

-พลุระเบิดกลางงานศาลหลักเมืองสุรินทร์ ชาวบ้านบาดเจ็บ 7 สาหัส 1 เพิ่งจุดได้ 2 ลูกก่อนที่ชุดต่อมาจะระเบิดที่ฐานด้านล่าง สะเก็ดพุ่งใส่คนวิ่งหนีตายอลหม่าน จนท.คาดฐานพลุไม่แน่นขณะจุด (นาทีระทึกพลุระเบิด ในงานเสาหลักเมืองสุรินทร์ ชาวบ้านหนีกระเจิง เจ็บ 7 สาหัส 1 )   -ช้างศึกน้ำตาตก เปิดบ้านทำได้แค่เสมอมาเลเซีย 2-2 แม้จะยิงขึ้นนำได้ 2 ครั้งก็ถูกตีเสมอ และยังมาพลาดจุดโทษช่วงทดเจ็บ ตกรอบรองฯเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ครั้งแรกในรอบ 20 ปี ด้วยกฎประตูทีมเยือน หลังนัดแรกเสมอกันมา 0-0 แฟนบอลแห่โพสต์ระบายความในใจล้นโซเชียล จน #affsuzukicup2018 ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 บางส่วนเรียกร้องให้ซิโก้กลับมาคุมทีม   มิโลวาน ราเยวัช กุนซือช้างศึกบอกมาเลซียกระหายชัยชนะมากกว่า แม้ได้จุดโทษก็พลาดไป ถือเป็นอุบัติเหตุทางฟุตบอล ต้องขอโทษแฟนบอลที่ทำให้ผิดหวัง ชี้นักเตะกรำศึกหนักมาตลอด จากนี้จะไปฟื้นฟูทีม เพื่อโฟกัสไปยังเอเชียนคัพ 2019 ทัวร์นาเม้นต์ที่ใหญ่สุดในเอเชีย จะได้ผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดกลับมา ตอบกลับนักข่าวเรื่องลาออก ชี้ไม่ใช่เรื่องที่จะถามตอนนี้ ถ้าจะดูให้ดี เรายังไม่แพ้ทีมใดเลย ด้านอดิศักดิ์ ไกรศร ผู้ยิงจุดโทษพลาด ยอมรับความผิดพลาดทั้งน้ำตา เพราะคิดเยอะไปหน่อย จะจำเป็นบทเรียน ('ราเยวัช' รับตนเองไม่มีดวงเรื่องจุดโทษ 'อดิศักดิ์' เปิดใจทั้งน้ำตา หลังยิงไม่เข้า ร่วงซูซูกิ คัพ ในรอบ 20 ปี)   -โจรบุกขโมยทองร้านทองดังนครสวรรค์ สะเดาะกุญแจหลังร้าน ปีนกำแพงงัดฝ้าโรยตัวลงหน้าร้าน ฉกทอง 200 บาท รวมมูลค่า 6.5 ล้าน เจ้าของร้านระบชะล่าใจ ไม่ได้เก็บทองหลังปิดร้าน ถอดปลั๊กกล้องวงจรปิดตอนกลางคืน เพราะกลัวไฟช็อต ตร.เร่งเก็บลายนิ้วมือ และตรวจกล้องวงจรปิดใกล้เคียง   -สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำ พรรคพลังประชารัฐ เผยจากประสบกาณณ์การเมืองเชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีโอกาสนั่งนายกฯต่อมากกว่าคนอื่น เพราะคสช.มีสิทธิ์แต่งตั้ง สว.250 คน ตามรัฐธรรมนูญกำหนด และ สว.มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกนายกฯเหมือน ส.ส. เชื่อพรรคพลังประชารัฐจะได้ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 125 ที่นั่ง พร้อมพูดถึงนโยบายของทักษิณว่า ส่วนใหญ่ให้กู้จนเป็นหนี้สะสม ตอนนี้อยากให้ รบ.พักชำระหนี้ พรรคมีแนวคิดสร้างอาชีพเสริมให้มีเงินไปใช้หนี้ ที่ผ่านมามีคนพูดว่าจะเอาทักษิณกลับบ้านแต่ก็ยังทำไม่ได้ จะมีการออก กม.นิรโทษกรรม จนเกิดม็อบ กปปส. ('สมศักดิ์' มั่นใจ 'บิ๊กตู่' นั่งนายกฯต่ออีกสมัย อัดนโยบาย 'ทักษิณ' สร้างหนี้ให้ ปชช.)   -จาตุรนต์ ฉายแสง โพสต์ภาพป้ายบิ๊กตู่จับมือนางเทเรซ่า เมย์ นายกฯอังกฤษ เพื่อหนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ ทำโดยภาคีเครือข่ายภาคประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น ติดอยู่ข้างทาง ถ.เพชรเกษม อ.บางแพ จ.ราชบุรี ถาม กตต.จะว่าไง ถ้าพรรคอื่นจะทำบ้างได้ไหม? สมชัย อดีต กกต.บอกป้ายนี้ยังไม่ผิด เพราะยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาประกาศเลือกตั้ง แต่หาก กม.ออกมาแล้วคนติดมีความผิดทันที (ตั้งป้ายใหญ่หนุน 'บิ๊กตู่' ริม ถ.เพชรเกษม 'จาตุรนต์' ถาม กกต.พรรคอื่นทำบ้างได้ไหม?)   -อภิสิทธิ์ย้ำ ปชป.จะไม่เข้าร่วมรัฐบาลกับ พปชร. เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีก เพราะแนวคิดไม่สอดคล้องกัน ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคุยเรื่องขั้วอำนาจว่าจะสนับสนุนใคร ยันทางพรรคไม่เข้าร่วมประชุมแม่น้ำ 5 สาย เพราะมองไม่เห็นประโยชน์ คสช.ไม่เปิดโอกาสให้ถามตอบ ('อภิสิทธิ์' ยัน ปชป.ไม่จับมือพลังประชารัฐ ไม่หนุน 'บิ๊กตู่' เป็นนายกฯ)   -คุณหญิงสุดารัตน์ ยันเพื่อไทยไม่ร่วมประชุมแม่น้ำ 5 สาย เพราะรัฐบาลและ คสช.ที่ตั้งพรรคขึ้นมา และจะเป็นแคนดิเดตนายกฯจะมาแทรกแซงจัดการเลือก ใช้ ม.44 ครอบงำ กกต. ทำให้ไม่มีความยุติธรรม โครงการของรัฐก็ชื่อเดียวกับพรรค ('สุดารัตน์' ยันเพื่อไทยไม่ร่วมประชุมแม่น้ำ 5 สาย บอก 'ประยุทธ์' จะลาออกหรือไม่ ก็แล้วแต่จิตสำนึก)   -ก.พาณิชย์ออกกฎเกณฑ์ผู้มีอำนาจเหนือตลาด ให้ผู้ประกอบการที่มีส่วนแบ่งตลาด 50% มียอดขาย 1 พันล้านบาทขึ้นไป หรือธุรกิจ 3 รายแรกมีส่วนแบ่งตลาดรวมกัน 75% ยอดขาย 1 พันล้านบาทขึ้นไป ห้ามมีพฤติกรรมแข่งขันไม่เป็นธรรม เช่นตั้งราคาในระดับต่ำ เพื่อให้คู่แข่งออกจากตลาด แทรกแซงธุรกิจผู้อื่น โทษจำคุก 2 ปี ปรับถึง 10% ของยอดขาย หรือทั้งจำและปรับ พร้อมออกเกณฑ์ควบรวมกิจการ เพื่อป้องกันการผูกขาด มีผลเร็วๆนี้หลังออกประกาศในราชกิจจาฯ (พาณิชย์ออกเกณฑ์อำนาจเหนือตลาด เอาผิดผู้ค้ารายใหญ่ผูกขาดการค้า)   -การเรียกเก็บภาษีผู้ค้าออนไลน์ที่มีความเคลื่อนไหวทางบัญชีโอนฝากเงินเกิน 3,000ครั้ง/ปี และรับโอนเงิน400ครั้ง/ปี มูลค่าเกิน2ล้านบาทขึ้นไป เพื่อให้สรรพากรตรวจสอบ ด้านพิชัย พรรค ทษช.ชี้เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะธุรกิจออนไลน์จะเติบโตขึ้นมาก แต่ต้องมีหลักเกณฑ์ชัดเจน เพื่อไม่ให้ธุรกิจออนไลน์ชะงัด รบ.ต้องคิดโรงสร้างจัดเก็บภาษี ใช้มาตรฐานสากล แขวะนโยบายรัฐลดแลกแจกแถม แต่กลับมารีดภาษีคนทำมาหากิน (เพื่อไทยแขวะรัฐลดแลกแจกแถม แต่มารีดภาษีคนทำมาหากิน ขายของออนไลน์ )   -สิ้นสุดการรอคอย นายกฯตัดริบบิ้น รฟฟ.แบริ่ง-สมุทรปราการ ให้ปชช.นั่งฟรี 4 เดือน ถึง 16 เม.ย.62 จากนั้นเก็บตามระยะทาง เริ่มต้น 15-65 บาท คาดมีคนใช้ 9 หมื่นคน/วัน (นายกฯ เปิดขบวนรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ พร้อมให้ใช้ฟรี 4 เดือน มอบของขวัญปีใหม่ประชาชน )   -กองปราบค้นอู่ซ่อมรถที่ปทุมธานี พบเป็นแหล่งตัดต่อสวมซากรถยนต์ เชื่อมโยงขบวนการขโวยรถรายใหญ่ ขายผ่านเน็ต เตือนซื้อรถต้องดูเลขตัวรถ เลขเครื่องยนต์ (กองปราบฯทลายอู่ปทุมฯ โยงขบวนการสวมซากรถยนต์ ขายเต็นท์มือ 2)   -ทลายแหล่งผลิตยาเสียสาวส่งขายในออนไลน์ สารภาพเป็นเพียงคลอรีนล้างตู้ปลา จนท.ชี้อันตรายถึงชีวิต โดนแจ้งข้อหาขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต คุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท (ทลายแหล่งขายยาเสียสาวออนไลน์ แม่ค้าสารภาพเป็นแค่คลอรีนล้างตู้ปลา)   -สาวอ้างกูเรียนฟิสิกส์มาด่าคนเจ็บ เข้ามอบตัว รับทราบข้อกล่าวหาหลังกลับจากญี่ปุ่น ยอมรับเสียใจ ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลาย เจรจาเยียวยาคนเจ็บแล้วแต่ยังไม่ลงตัว ตร.คุมตัวส่งศาล นัดฟังคำพิพากษา 31 ม.ค.62 (สาวอ้างเรียนฟิสิกส์ด่าคนเจ็บกลางถนน กลับจากญี่ปุ่นเข้าพบ ตร. รับเสียใจเรื่องบานปลาย ยังเคลียร์ค่าเสียหายคู่กรณีไม่จบ)   -ผลบอลพรีเมียร์ลีก ปืนใหญ่ อาร์เซนอลยังไร้พ่าย 20 นัดติด ขึ้นนำแมนยู 2 ครั้ง ก่อนเสมอ 2-2 แบ่งแต้มกันไป ปืนใหญ่หล่นท็อปโพร์ไปอยู่อันดับ 5 ส่วนผีแดงรั้งอันดับ 8 ด้านลิเวอร์พูลเกือบแย่ ส่งแข้งสำรองสู้เบิร์นลีย์ ก่อนเร่งเครื่องแซงได้ 3-1  เก็บ 3 แต้มรั้งรองจ่าฝูง ตามหลังแมนซิตี้ 2 แต้มเหมือนเดิม เชลซีพลาดท่าพ่ายวูลฟ์แฮมป์ตัน 1-2 หล่นไปอยู่อันดับ 4 หลังไก่เดือยทองชนะนักบุญ 3-1 ขยับขึ้นอันดับ 3 แทน (ผลบอลพรีเมียร์ลีก หงส์แดงพลิกชนะเบิร์นลีย์ 3-1 ปืนใหญ่ไร้พ่าย 20 นัดติด เสมอแมนยู 2-2 )   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/fB03ZzeHs00    

 1,523
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
02 ต.ค. 61

5 หน่วยงานรัฐจับมือดันร้านโชห่วยขายออนไลน์ 750 ร้าน ในปีหน้า

5 หน่วยงานรัฐจับมือดันศักยภาพร้านค้าโชห่วย ขายสินค้าผ่านออนไลน์ ตั้งเป้าระยะแรก750 ร้านค้าภายในเดือนมกราคมปีหน้า และมีกำไรเพิ่มขึ้น10%   นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีลงนาม บันทึกข้อตกลงร่วมกัน ในโครงการสนับสนุน โชว์ห่วยชุมชน ระหว่างจาก 5 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัด ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือธ.ก.ส โดยจัดขึ้นเพื่อพัฒนาช่องทางการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์แบบ B2B หรือธุรกิจต่อธุรกิจผ่านแอพพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ เพิ่ม ความสะดวก ในการสั่งซื้อสินค้าจากร้านโชห่วยในชุมชนต่างๆไปยังผู้ผลิต ที่ไม่สามารถแข่งขันในตลาดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคได้ โดยเฉพาะร้านโชห่วยที่อยู่ห่างไกลเนื่องจากมีต้นทุนในการซื้อและสต๊อกสินค้า ที่จะนำมาจำหน่ายในร้านเนื่องจากมีกำลังซื้อจำกัดทำให้ไม่สามารถต่อรองเรื่องราคาต้นทุนกับผู้ผลิตและส่วนใหญ่ยังไม่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสั่งซื้อสินค้า อย่างเป็นระบบ   ทั้งนี้บริษัทไปรษณีย์จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางหลักระหว่างร้านโชห่วยกับผู้ผลิต บริหารคำสั่งซื้อสินค้า บริหารคลังสินค้า และจัดส่ง รวมทั้งชำระเงินจากร้านค้าโชว์ห่วยแบบออนไลน์ โดยมีกระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาและประชาสัมพันธ์ให้ร้านค้าต่างๆรับรู้รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ส่วนธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส จะร่วมสนับสนุนสินเชื่อให้แก่ร้านโชห่วยในระยะสั้น    โครงการนี้นอกจากจะช่วยให้ร้านโชห่วยสามารถลดต้นทุนสินค้าจากการรวมซื้อได้แล้วยังเป็นการสร้างกลไกในการนำสินค้าจากชุมชนให้สามารถนำออกมาจำหน่ายทั่วประเทศได้อีกด้วย การขายบนออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่น เพื่อให้ร้านโชว์ห่วยอื่นๆสามารถสั่งสินค้าไปขายได้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยขยายตลาดสินค้าชุมชนให้แพร่หลายโดยในระยะแรกจะนำร่อง 3 จังหวัดคือจังหวัดสมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี กำหนดเป้าหมายร้านค้าเข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 750 ร้านภายในเดือนมกราคม 2562 โดยตั้งเป้าให้ร้านค้ามีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์และคาดว่าจะขยายให้ครอบคลุมร้านโชห่วยในทุกจังหวัดได้ประมาณ 4หมื่น ร้านภายใน 3 ปี

 1,876
ปากท้องร้องทุกข์
10 ก.ย. 61

สาวสั่งซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมเกือบ 4 หมื่น เปิดกล่องออกมาได้แค่ขวดน้ำกังฟูแพนด้า

ขอนแก่น-หญิงอายุ 25 ปี เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ระบุว่าถูกคนขายสินค้าออนไลน์หลอกขายกระเป๋าแบรนด์เนม พอโอนเงินไปให้กลับส่งชุดขวดน้ำกังฟูแพนด้ามาให้แทน พร้อมนำหลักฐานเป็นข้อความการตกลงซื้อขายกระเป๋าแบรนด์เนม ผ่านแชทในแอพพลิเคชั่นไลน์ เอกสารหลักฐานอื่นๆ และชุดขวดน้ำกังฟูแพนด้ามาแสดง   โดยผู้เสียหายกล่าวว่า ตัวเองได้ทำการสั่งซื้อกระเป๋ามือสอง ยี่ห้อ Celine ผ่านทางอินสตราแกรม brandnameby_0a เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นทางร้านตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 40,000 บาท ก่อนที่จะมีเจ้าของร้านที่ใช้ชื่อไลน์ว่า b.promote เขามาพูดคุยเพื่อเจรจาต่อรองสินค้า จนได้ข้อสรุปตกลงกันในการซื้อกระเป๋าใบดังกล่าวในราคา 37,000 บาท จึงได้ทำการโอนเงินไปในช่วงเย็นของวันเดียวกันตามที่ไลน์ b.promote ส่งมาให้ (ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 0393207086)   ซึ่งเหตุผลที่รีบโอนให้เพราะว่าในบรรดานักช็อปออนไลน์ของแบรนด์เนมนั้นมีคนรอต่อคิวจำนวนมาก เมื่อทำการโอนเงินไปก็พบว่าเลขที่บัญชีดังกล่าวมีชื่อบัญชีว่า น.ส.รัตนาวดี สมนึก และเมื่อได้ทำการโอนเงินไปแล้วเต็มจำนวน จึงได้ส่งเอกสารการโอนเงินกลับไปทางไลน์เพื่อยืนยันสถานะ แต่เจ้าของร้านได้แจ้งว่าไลน์มีปัญหาขอเปลี่ยนไลน์ใหม่ ซึ่งได้เปลี่ยนไลน์ถึง 3 ครั้ง   จนกระทั่งล่าสุด ข้อความที่ติดต่อได้คือการส่งเลขรหัสพัสดุที่ใช้ส่งมาให้ โดยเจ้าของร้านบอกว่าได้ทำการส่งสินค้ามาให้แล้ว ผ่านบริษัท KERRY ซึ่งในช่วงระหว่างที่มีการติดต่อพูดคุยกับทางร้านนั้นก็พบพิรุธหลายอย่าง ทั้งการเปลี่ยนไอดีไลน์ใหม่ การยกเลิกข้อความของเจ้าของร้าน ซึ่งตนเองได้แจ้งไปยังเพจเพื่อให้ทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อให้ช่วยตรวจสอบ จนกระทั่งวันที่ 5 ก.ย.ก็ไม่สามารถติดต่อเจ้าของร้านได้   จึงนำรหัสส่งสินค้าไปตรวจสอบกับบริษัท KERRY ซึ่งก็พบว่ามีการส่งสินค้ามาจริง จึงได้ติดต่อขอรับสินค้า ซึ่งในช่วงที่พนักงานมาส่งสินค้านั้นได้ถ่ายคลิปภาพไว้ด้วยเพื่อเอาผิดกับร้านดังกล่าวและสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเปิดกล่องพัสดุที่ส่งมาก็พบว่าเป็นชุดขวดน้ำพลาสติกที่มีภาพตัวการ์ตูนกังฟูแพนด้า ทำให้เสียความรู้สึกอย่างมากที่ถูกหลอก ซึ่งโดยส่วนตัวนั้น ตัวเองได้สั่งสินค้าแบรนด์เนมผ่านเพจต่างๆบ่อยครั้ง แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับตัวเองจริงๆ   จากการพูดคุยร่วมกันของผู้ที่ชื่นชอบการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ก็พบว่า มี 1 คน ถูกหลอกในลักษณะเดียวกันสูญเงินไป 77,000 บาท คือสั่งซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม แต่ได้เป็นแก้วและเสื้อแทน ซึ่งได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และอีกรายที่ถูกร้านเดียวกันหลอกอยู่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ก็ได้เข้าแจ้งความแล้วเช่นกัน   ดังนั้นจากนี้ไปหวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมคนร้าย ที่คาดว่ากระทำการเป็นขบวนการมาลงโทษทางกฎหมายให้ได้ และขอฝากเตือนผู้ที่ชื่นชอบการสั่งสินค้าออนไลน์นั้นให้เก็บหลักฐานต่างๆไว้ให้หมด ตั้งแต่การเริ่มการสนทนา เอกสารการชำระเงิน รวมไปถึงการส่งสินค้า เพราะหากเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน และไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทใด ทั้งหมดจะเป็นหลักฐานสำคัญในการที่จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นดำเนินการเอาผิดได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Rz-PPsF2Qms

 6,875
ครอบครัวบันเทิง
29 มิ.ย. 61

'แม่หมู พิมพ์ผกา' งัดหลักฐานแถลงโต้คู่กรณีนำภาพ 'นาย ณภัทร' แอบอ้างโฆษณา

แม่หมู-พิมพ์ผกา เสียงสมบูรณ์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมทนายความ กรณีบริษัทเว็บไซต์ดิสช็อป นำภาพลูกชาย นาย ณภัทร ไปแอบอ้างขายสินค้าออนไลน์ ทั้งๆ ที่ได้ยกเลิกสัญญาคืนเงิน 5.8 ล้านบาทกันไปแล้วเมื่อ 23 พค.61 โดยมีลูกชายมานั่งให้กำลังใจ พร้อมไลฟ์สดอยู่ไม่ห่าง   แจงหลักฐาน เป็นข้อความแชทคุยกับคนประสานงาน ตั้งแต่เรื่องสัญญา ไปจนถึงเหตุผลของการขอยกเลิกสัญญา เพราะอีกฝ่ายเจตนาให้ขายสินค้าในเว็บไซต์ ไม่ใช่ให้มาประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ตามที่ตกลงกันไว้ และเดินหน้าเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 3 ล้านบาท   ขอดูแพลนตารางงานของบริษัทคู่กรณีใน 2เดือนต่อไป เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการนำรูปไปใช้อีก พร้อมให้คู่กรณีออกสื่อแถลงการณ์ขอโทษแม่หมู กับสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เชื่อทุกอย่างหากผิดพลาดก็แค่ขอโทษ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/szaVCQqrmJo

 2,116
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
14 พ.ค. 61

เตือน! พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ 'ไลฟ์ขายของ-ชิงโชค-แจกสินค้า' ไม่ขออนุญาตผิดกฎหมาย

มูลนิธิผู้บริโภคเผย 'ไลฟ์ขายของ' กว่า 36% เป็นสินค้าอาหาร พบแนวโน้มชิงโชคแจกของรางวัลมากขึ้น เตือน “พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์” ไม่ขออนุญาตโฆษณาอาหารและชิงโชค มีความผิดตามกฎหมายของ อย. และ กม.การพนัน ขู่โฆษณาแล้วไม่แจกจริงผิด กม.คุ้มครองผู้บริโภคด้วย แนะหน่วยงานเกี่ยวข้องจับตา   น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) กล่าวว่า นอกจากการตลาดชิงโชคในเครื่องดื่มชาเขียว และน้ำอัดลมที่น่าเป็นกังวลแล้ว ยังมีเรื่องของการไลฟ์สดขายสินค้าผ่านทางโซเชียลมีเดียด้วย เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูป ซึ่งทุกวันนี้พบเห็นได้มากขึ้น และมีประเด็นที่น่าจับตา คือ เรื่องของการโฆษณาขณะการไลฟ์สดขายสินค้า โดยพบว่ากว่าร้อยละ 35-36 สินค้าจะเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งตามหลักแล้วต้องมีการขออนุญาตโฆษณาอาหารจากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อน ซึ่งควรมีการตรวจสอบว่า การไลฟ์สดและขายของเหล่านี้ที่มีการโฆษณาได้มีการขออนุญาต อย.แล้วหรือไม่ และโฆษณาเกินจริงหรือไม่   น.ส.สารีกล่าวว่า ขณะเดียวกันยังมีเรื่องของการโฆษณาว่า จะมีการชิงโชคแจกของรางวัลด้วยวิธีต่างๆ ตรงนี้ก็ต้องมีการขออนุญาตการชิงโชคจากทางกระทรวงมหาดไทยตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 ด้วย มิเช่นนั้นถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่ง มาตรา 12 กำหนดว่า ผู้ใดจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่น ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานหรือรับอนุญาตแล้วแต่เล่นพลิกแพลง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปจนถึง 3 ปี และปรับตั้งแต่ 500 บาท ขึ้นไปจนถึง 5,000 บาท   การชิงโชคแจกของผ่านทางไลฟ์สดต่างๆ ของคนขายของออนไลน์ ทุกวันนี้ยังมีช่องว่างอยู่ เพราะไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า มีการขออนุญาตการชิงโชคจากทางมหาดไทยจริงหรือไม่ และที่น่ากังวลคือ การโฆษณาว่าจะแจกของหรือชิงโชคต่างๆ นั้น มีการให้ของรางวัลแก่ผู้บริโภคจริงหรือไม่ ซึ่งการโฆษณาจะยึดหลักว่าจะต้องไม่เกินจริง ไม่เป็นเท็จ หรือทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ ดังนั้น เมื่อมีการโฆษณาว่าจะแจกของก็ต้องมีการแจกจริง มิเช่นนั้นก็ถือว่าเข้าข่ายโฆษณาหลอกลวง ซึ่งจะมีเรื่องของกฎกระทรวงฉบับที่ 5 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย” น.ส.สารีกล่าว และว่า การตรวจสอบว่าการไลฟ์สดขายสินค้านั้น ได้รับขออนุญาตการโฆษณาอาหารและการชิงโชคแล้วหรือไม่นั้นเป็นเรื่องยาก ดังนั้น ผู้บริโภคต้องพิจารณาให้ดีว่าจะได้ตามนั้นจริงหรือไม่ หรือหากมีการโฆษณาแบบโอเวอร์ก็ต้องระมัดระวัง   ผู้สื่อข่าวถามว่ามีผู้ร้องเรียนเข้ามามากหรือไม่ กรณีเป็นผู้โชคดีได้ของรางวัลแล้วไม่ได้รับรางวัลตามที่โฆษณา น.ส.สารีกล่าวว่า มีผู้ร้องเรียนเข้ามาเช่นกัน แต่ต้องไปรวบรวมข้อมูลก่อนว่ามีมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ซึ่งจริงๆ แล้วประเด็นเหล่านี้มองว่าทาง สคบ.ต้องออกมาตรวจสอบและจับตาเฝ้าระวังด้วย   อนึ่ง กฎกระทรวงฉบับที่ 5 (2534) ที่ออกตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 เกี่ยวกับเรื่องการเสี่ยงโชค กำหนดให้ข้อความโฆษณาสินค้าหรือบริการที่ระบุหรือประกาศว่าผู้ประกอบธุรกิจจัดให้มีการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชค ต้องระบุรายละเอียด ได้แก่ 1. หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข หรือข้อกำหนดในการเสี่ยงโชคหรือชิงรางวัล 2. วัน เดือน ปีที่เริ่มต้นและสิ้นสุดของการจัดให้มีการเสี่ยงโชค 3. ประเภทและลักษณะของแถมพกหรือรางวัล จำนวนและมูลค่าของแถมพก หรือรางวัลแต่ละสิ่งหรือมูลค่ารวมในแต่ละประเภท 4. เขตหรือถิ่นที่มีการจัดให้มีการเสี่ยงชิงโชคหรือการประกวดชิงรางวัล เว้นกรณีที่เป็นการจัดให้มีขึ้นทั่วราชอาณาจักร และ 5. สื่อโฆษณาที่จะใช้ในการประกาศรายชื่อผู้ได้รับของแถมพกหรือรางวัลจากการเสี่ยงโชคหรือการประกวดชิงรางวัล   ขณะที่เรื่องการขายของปลอมผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา พยายามเร่งจับกุมเพื่อไม่ให้กระทบผู้เป็นเจ้าของสินค้าจริงหรือเจ้าของลิขสิทธิ์

 119,316

Top