ค้นหา :

ผลการค้นหา "กระบะชนเก๋ง"

ข่าวภูมิภาค
11 ม.ค. 63

กระบะดำขาโหดชนเก๋ง ก่อนถอยชน จยย. หวิดเหยียบคนดับ

โลกออนไลน์แชร์คลิปจากเพจเฟซบุ๊กชื่อ ศูนย์ควบคุมความปลอดภัยเทศบาลเมืองจันทบุรี SCC โพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิด การเกิดอุบัติเหตุรถกระบะคันหนึ่งชนกับรถเก๋ง ก่อนถอยหลังมาชนรถจักรยานยนต์ บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ถนนชวนชื่น จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2563 ที่ผ่านมา   โดยเป็นเหตุการณ์รถกระบะสีดำขับมาค่อนข้างเร็ว เลี้ยวเข้าถนนโดยไม่มีการชะลอหรือหยุดดูรถที่มาทางตรง ทำให้ชนกับเก๋งสีเทาที่ขับมาได้รับความเสียหาย หลังจากนั้นกระบะสีดำได้ถอยรถมาชนจยย. ซึ่งหญิง 2 คน กำลังถอยออกมาจากร้านสะดวกซื้อ สติยังดีกระโดดออกมาได้ทัน รอดตายหวุดหวิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ :   https://youtu.be/SpncKKiLqvY

 4,852
สังคม
11 ม.ค. 63

กระบะดำขาโหดชนเก๋ง ก่อนถอยชน จยย. หวิดเหยียบคนดับ

โลกออนไลน์แชร์คลิปจากเพจเฟซบุ๊กชื่อ ศูนย์ควบคุมความปลอดภัยเทศบาลเมืองจันทบุรี SCC โพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิด การเกิดอุบัติเหตุรถกระบะคันหนึ่งชนกับรถเก๋ง ก่อนถอยหลังมาชนรถจักรยานยนต์ บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ถนนชวนชื่น จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2563 ที่ผ่านมา   โดยเป็นเหตุการณ์รถกระบะสีดำขับมาค่อนข้างเร็ว เลี้ยวเข้าถนนโดยไม่มีการชะลอหรือหยุดดูรถที่มาทางตรง ทำให้ชนกับเก๋งสีเทาที่ขับมาได้รับความเสียหาย หลังจากนั้นกระบะสีดำได้ถอยรถมาชนจยย. ซึ่งหญิง 2 คน กำลังถอยออกมาจากร้านสะดวกซื้อ สติยังดีกระโดดออกมาได้ทัน รอดตายหวุดหวิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ :   https://youtu.be/SpncKKiLqvY

 4,852
ข่าวโซเชียล
05 ม.ค. 63

หวิดตายหมู่! เปิดคลิปนาทีกระบะเสียหลักชนเก๋ง พลิกตะแคงเทกระจาด เจ็บ 5

สมุทรสาคร-เปิดคลิปเตือนใจขับรถอย่าประมาท กระบะเสียหลักพุ่งชนเก๋ง รถพลิกตะแคงเทกระจาด หวิดตายหมู่     ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Ampmy Honda โพสต์คลิปจากกล้องหน้ารถ เผยให้เห็นเหตุการณ์รถกระบะที่ขับมาในช่องจราจรตรงกลาง ปาดแซงขวาไม่พ้น เสียหลักพลิกตะแคงหน้ารถอีกคัน บนถนนพระราม 2 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ทำให้คนที่นั่งมาในท้ายรถกระบะกระเด็นตกลงมาบนถนน และรถไถลไปไกลเกือบ 20 เมตร     ทั้งนี้ ทราบว่า วันเกิดเหตุเจ้าของรถกระบะกำลังพาครอบครัวกลับบ้านหลังจากไปเที่ยวทะเลชะอำ จ.เพชรบุรี แต่เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุ รถเกิดเสียหลักพุ่งไปชนด้านข้างของรถเก๋งที่ขับอยู่ทางช่องด้านขวาสุด ทำให้ผู้ที่นั่งมาในรถและผู้ที่นั่งด้านท้ายรถกระบะ รวมทั้งหมด 5 คน เป็นเด็กชายวัยประมาณ 12 ปี 1 คน และผู้ใหญ่อีก 4 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โชคดีที่ไม่สาหัสหรือเสียชีวิต       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/fAASSG0bY30

 19,706
สังคม
02 ธ.ค. 62

เคลียร์แล้ว! กระบะหัวร้อนขับพุ่งชนเก๋งพังยับ ฉุนจอดขวางทางเข้าบ้าน ล่าสุดคู่กรณีตกลงกันได้แล้ว

ความคืบหน้าจากกรณีที่มีคลิปรถยนต์กระบะขับพุ่งเข้าชนรถยนต์เก๋งที่จอดอยู่ภายในซอยตัน ภายในหมู่บ้านนครทองซิตี้  อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ล่าสุด กระบะหัวร้อนขับพุ่งชนเก๋งพังยับ ฉุนจอดขวางทางเข้าบ้าน ล่าสุดคู่กรณีตกลงกันได้แล้ว     โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.ของวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา กล้องวงจรปิดสามารถจับพฤติกรรมของคนขับรถยนต์กระบะไว้ได้ คล้ายกับตั้งใจพุ่งชน เนื่องจากชนครั้งแรกแล้วยังถอยหลังรถก่อนที่จะพุ่งชนซ้ำเป็นครั้งที่ 2 จนท้ายรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีดำ พังยับเยินและไถลไปชนกับท้ายรถยนต์กระบะยี่ห้อเซฟ สีดำ ที่จอดอยู่ด้านหน้า ก่อนที่รถยนต์กระบะจะถอยหลังรถ และขับหลบหนีไปทางปากซอยหน้าหมู่บ้าน    ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 2 ธันวาคม 2562 นายวิชิต พิลาศรี อายุ 48 ปี เจ้าของรถเก๋ง และนายปรัชญา วงโอษฐ์ อายุ 40 ปี สองเจ้าของรถยนต์เก๋งและรถยนต์กระบะ ที่ถูกกระบะพันธุ์โหดพุ่งชนในหมู่บ้านนครทองซิตี้ ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับ พ.ต.ท.สมัย เจริญราช พนักงานสอบสวน สภ.บางปู สมุทรปราการ เจ้าของคดี   นายปรัชญา ได้เล่าว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จอดยาว ๆ ซึ่งปกติก็เคยจอดแต่จอดพักเดียวและก็ขยับออกมาแต่ก็ไม่เคยปัญหาอะไร แต่ก็มีอยู่ครั้งหนึ่งนานหลายเดือนแล้วเพื่อน ๆ มาสังสรรค์ที่บ้านไปจอดเขาก็มาเรียกให้ไปขยับ ตนก็ไปดูและก็บอกว่าพี่ก็เขาได้นี้ครับ และตรงนี้ก็ที่สาธารณะทุกคนก็จอดได้เพราะที่หน้าบ้านของตนมันเต็ม เขาก็บอกว่าไม่ได้ยังไงก็ต้องขับออกก็เลยมีการโต้ถียงกันแต่ก็ไม่มีการลงไม้ลงมือกัน มีแต่ปะทะอารมณ์กันเฉย ๆ หลังจากนั้นก็เว้นไปนานก็ไม่เคยไปจอดอีก จนกระทั่งในครั้งนี้มีงานงานกีฬาเพื่อมาแต่งตัวแต่งหน้าที่บ้านก็เลยเอารถเข้าไปจอด   ขณะเดียวกันด้านนายวรรณลภ ปิ่นมอญ อายุ 42 ปี เจ้าของบ้านที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเรื่อง และนายภัสกร เพชรชำลิ อายุ 40 ปี คนขับรถกระบะพันธุ์โหดที่พุ่งชน ได้เดินทางพบพนักงานสอบสวนเช่นกันตามหมายเรียกของเจ้าพนักงาน ทางพนักงานสอบสวนได้แยกสอบที่ละชุด โดยให้ทางฝ่ายผู้ก่อเหตุเข้ามานั่งรอให้ห้องเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนก่อนเพื่อรอการสอบปากคำ   โดยนายภัสกร คนขับรถกระบะพันธุ์โหด ได้เล่าว่า วันที่เกิดเหตุตนขับรถมาเพื่อที่จะมาขนของที่บ้านของนายวรรณลภ ต้นไม้ก็ยกไม่ได้เพราะรถเก๋งจอดขวางอยู่จ ะเอารถเข้าบ้านเพื่อยกโซฟาในบ้านก็ไม่ได้อีก ก็เลยรอไปตามก็แล้วก็ไม่อยู่ก็คิดว่าเขาจอดทิ้งเอาไว้ และก็รู้มาว่าเคยมีปัญหากันอยู่กันมาบ้างแล้ว หลายครั้งแล้วในเรื่องจอดรถแบบนี้ ตนก็เลยโมโหเพราะรีบกลับไหนจะต้องขนของลงที่ร้านอีก ก็เลยทนไม่ไหว อารมณ์โมโห ตนยอมรับว่าตัดสินใจทำเอง และตนก็โมโหแทนพี่เขา และเราก็รอนานแล้วด้วย บวกกับเคยมีปัญหากับพี่เขามาก่อน และตนก็ตามเจ้าของรถคันดังกล่าวมาสองครั้งแล้วข้างบ้านเขาก็บอกว่าเขาไปข้างนอกกัน ตนก็เลยคิดว่าอย่างนี้ก็เป็นการจงใจ    และวันนั้นตนก็ไม่รู้ว่ารถเข้าล็อกหรือเปล่าเพราะตนไม่อยากเอามือไปแตะต้องรถเขา พอนานเขามันก็มีอารมณ์ และรถกระบะตนก็ตั้งใจเอามาขนของ เพราะว่าก่อนหน้านั้นก็มีการทยอยขนกันไปบางแล้วเพราะตนทำร้านใหม่ด้วย ก็ตามที่เล่าให้ฟังเพราะรอนานเกินไป ถามว่าทำไมถึงชนถึงสองครั้งก็เพราะอารมณ์โมโห ตนยอมรับว่าโมโหบวกกับว่าเคยมีเรื่องมีราวกันหลายครั้งแล้วเขาเองก็น่าจะเข้าใจกันบ้าง ส่วนที่ตนผิดตนก็ต้องขอโทษจริง ๆ เพราะตนโมโหมากไปหน่อยก็เลยเผลอตัว ซึ่งตนก็คิดว่าว่าเขาน่าจะตั้งใจที่จะจอดรถทิ้งไว้เพราะเขาไม่อยู่บ้าน ตนเขาใจว่าทุกคนก็ธุระ เขาก็ไปธุระของเขา แต่ตนก็มีธุระเหมือนกันต้องย้ายของแล้วต้องรีบกลับ ซึ่งตนยืนยันว่าเราพยายามจะขนของแต่เราเคลื่อนย้ายของไม่ได้เพราะรถเขาขวางอยู่   ด้าน นายวรรณลภ เจ้าของบ้านที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเรื่อง ได้กล่าว ตนยืนยันว่าเขามาแค่ขนของของจริง ๆ คือก่อนหน้านี้ได้มีการขนต้นไม้ออกไปบางส่วนแล้วและเหลือพวกโซฟาที่จะไปอยู่อีกทีหนึ่งให้เท่านั้นเอง แต่ว่าวันนั้นไม่สามมารถเขาไปขนของได้ เพราะว่าของมันชิ้นใหญ่ต้องถอยรถเข้าไปแล้วยกขึ้น แล้วของก็มีเยอะบวกกับมีต้นไม้ด้วย และต้นไม้เราก็ไม่สามารถเอาได้นะตอนนั้นเพราะติดรถที่จอดอยู่ไปตามเขาหลายครั้ง สำหรับตนแล้วไม่มีเจตตนยาอะไรตรงนั้นเลยตนต้องการมาขนของอย่างเดียว แต่ก็มีการเล่าให้น้องฟังบ้างและให้เพื่อนฟังบ้างว่าทำไมเขาไม่เข้าใจเราเลย   ขณะที่  พ.ต.ท.สมัย เจริญราช สารวัตรสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่า ในเบื้องต้นวันนี้ได้เรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้าสอบปากคำเพิ่มเติม แต่ต้องสอบที่ละชุด จึงให้ทางผู้เสียหายเข้าสอบปากคำก่อน ส่วนตัวผู้ก่อเหตุและผู้ที่ถูกกล่าวหา จะเรียกสอบต่อจากที่สอบผู้เสียหายเสร็จแล้ว ซึ่งการกระทำดังกล่าวจากภาพที่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ เข้าข่ายร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และสอบปากคำทั้งสองฝ่ายเรียบร้อยแล้วก็จะส่งตัวผู้ก่อเหตุและผู้ถูกกล่าวหาไปฟ้องศาลเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 6,854
สังคม
02 ธ.ค. 62

เดือด! กระบะโหด พุ่งชนท้ายรถเก๋ง ฉุนจัดจอดขวางหน้าบ้าน

สมุทปราการ - จากกรณีที่เพื่อนผู้เสียหายนำคลิปเหตุการณ์ รถยนต์กระบะขับพุ่งเข้าชนรถยนต์เก๋งที่จอดอยู่ภายในซอยตันภายในหมู่บ้าน โดยพฤติกรรมของคนขับรถยนต์กระบะคล้ายกับตั้งใจพุ่งชน เนื่องจากชนครั้งแรกแล้วยังถอยหลังรถก่อนที่จะพุ่งชนซ้ำเป็นครั้งที่ 2 จนท้ายรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีดำ คันดังกล่าวพังยับเยินและไถลไปชนกับท้ายรถยนต์กระบะยี่ห้อ เซฟ สีดำ ที่จอดอยู่ด้านหน้า ก่อนที่รถยนต์กระบะจะถอยหลังรถและขับหลบหนีไปทางปากซอยหน้าหมู่บ้าน ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.ของวานนี้ที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา   ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายในวันนี้ที่ 1 ธันวาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบผู้เสียหายภายในหมู่บ้านดังกล่าวซึ่งรถเก๋งคันที่ถูกก่อเหตุยังไม่ได้เคลื่อนย้ายออกไปไหน ได้พบนายวิชิต พิลาศรี อายุ 48 ปี เจ้าของรถเก๋งที่ถูกชน ได้กล่าวว่า เมื่อคืนมีกิจกรรมที่สโมสรที่โรงเรียนที่ลูกตนเรียนอยู่ และคนที่ตนรู้จักลูกก็เรียนอยู่ด้วยกันทางสโมสรเข้าจัดกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีระหว่างผู้ปกครองโดยจัดกีฬาสี ก็เลยมีการแต่งแฟนซีไปประกวดกัน ตนก็เลยนำรถมาจอดไว้ที่บ้านเพื่อนเพื่อที่จะนั่งรถคันเดียวกัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นแบบนี้ พองานใกล้จะเลิกมีคนโทรไปบอกว่ารถถูกชน จึงนั่งแท็กซี่เข้ามาดูก็มาเจอสภาพแบบนี้ ตอนแรกก็ไม่ทราบว่าใครเป็นคนชน แต่พอดูกล้องวงจรปิดพบว่าเป็นรถอีซูซุ กระบะคันหนึ่งมาชนคือตั้งใจชน คือชนแล้วครั้งหนึ่ง และก็พุ่งชนซ้ำอีก ซึ่งตนก็ไม่รู้จักคนขับรถคันนี้เลยเพราะตนไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านนี้ผมแค่มาหาเพื่อเฉย ๆ และมาจอดรถไว้ เราก็ไม่รู้ว่าตรงนี้เขาห้ามจอดหรืออะไรเราก็ไม่รู้   ด้านนายปรัชญา วงโอษฐ์ อายุ 40 ปี เจ้าของรถยนต์กระบะที่ก่อนอยู่ด้านหน้าและถูกรถเก๋งไถลมาจนท้ายจนยุบ ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ชักชวนผู้ปกครองของลูกที่เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันมารวมตัวเพื่อแต่งหน้าแต่งกายเพื่อไปประกวดงานแฟนตาซีในงานกีฬาสีของสโมสร ที่จัดอยู่อีกทีหนึ่ง โดยตนได้ขยับรถยนต์กระบะของตนไปจอดยังซอยที่เกิดเหตุซึ่งเป็นซอนตันและเป็นพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน ซึ่งทุกคนสามารถนำไปจอดและใช้พื้นที่ร่วมกันโดยที่ไม่ได้ขวางหน้าบ้านใคร ซึ่งในซอยตันนั้นมีบ้านที่หันหน้าออกมาทางพื้นที่ส่วนกลางดังกล่าวจำนวน 3 หลัง ซึ่งตนได้นำรถไปจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม และผู้ปกครองเพื่อนลูกชายตนที่เดินทางมาช่วยกันแต่งตัวแฟนตาซีได้นำรุยนต์เก๋งมาจอดต่อท้ายรถของตน ซึ่งก็ไม่ได้กรีดขวางหน้าบ้านใครและรถของบ้านทั้ง 3 หลังที่อยู่ในซอยนั้นก็สามารถเข้าออกได้สะดวก หลังจากที่พวกตนแต่งตัวเสร็จจึงได้นั่งรถไปคันเดียวกันโดยที่จอดรถทั้งสองคันไว้ในจุดที่เกิดเหตุ   จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น.ของวันที่เกิดเหตุเพื่อบ้านได้โทรศัพท์บอกตนว่ารถของตนและเพื่อนผู้ปกครองที่จอดอยู่ในซอยที่เกิดเหตุถูกชน ตนก็คิดว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุธรรมดาไม่ร้ายแรงอะไร จึงได้นั่งรถแท็กซี่กลับมาที่บ้าน แต่พอมาเห็นรถเก๋งของเพื่อที่จอดต่อท้ายรถตนถึงกับช็อค ถูกชนจนด้านท้ายพังยับเยิน ตนจึงได้ไปแจ้งนิติของหมู่บ้านเพื่อขอดูกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ที่ปากซอย พบว่า ก่อนเกิดเหตุ มีชายเดินเข้าออกมาจากบ้านหลังที่ 2 ในซอยที่เกิดเหตุก่อนที่จะชายอีก 3-4 คนเดินตามหลังมาพร้อมด้วยอาวุธมีดดาบยาวประมาณ 80 เซนติเมตรมาเดินวนเวียนอยู่ 3-4 รอบ ก่อนที่จะมีรถยนต์กระบะสีดำขับเข้ามาและถอยหลังตั้งลำก่อนที่จะขับพุ่งชนท้ายรถยนต์เก๋งของเพื่อนตนที่จอดอยู่ท้ายรถตนอย่างแรง ก่อนที่จะถอยหลังรถคล้ายออกมาตั้งลำก่อนที่พุ่งชนอีกครั้งเป็นรอบที่สอง ก่อนที่จะขับหลบหนีออกไปทางปากซอยหน้าหมู่บ้าน ก่อนที่ชายเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวจะเดินกลับเข้าบ้านทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   ซึ่งตนจำได้ว่ารถกระบะคันที่พุ่งชนเป็นรถของคนชื่อเก๋ มาเคยเปิดคาร์แคอยู่ที่ปากซอยทางเข้าหมู่บ้าน และก็เป็นเพื่อนของเจ้าของบ้านหลังที่ตนเคยมีปัญหากันมาหลายครั้งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา พอตนเอารถไปจอดฝั่งตรงข้ามหน้าบ้านหลังดังกล่าวก็จะถูกเจ้าของบ้านหลังนั้นมาต่อว่าและไม่ให้จอดโดยอ้างว่าเอารถออกบ้านไม่ได้ทั้ง ๆ ที่ถนนส่วนกลางดังกล่าวมีความกว้างถึงแม้รถมาจอดฝั่งตรงข้ามแต่ก็สามารถเอารถออกจากบ้านได้ หลังเกิดเหตุตนได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บางปู สมุทรปราการ เพื่อให้ติดตามตัวคนขับรถกระบะคันดังกล่าวมาดำเนินคดี เพราะตนเชื่อว่าเป็นการตั้งใจชนมากกว่าเป็นอุบัติเหตุ

 2,598
สรุปข่าว
02 ธ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 2 ธ.ค.62 เครื่องเล่นเหวี่ยงเด็กตก- ห้ามขายบุหรี่ซองรูปแบบเก่า-ผัวซ้อมเมียตายคาวงเหล้า

-สั่งระงับเครื่องเล่น เครซี่เวฟ ในงานฤดูหนาวลพบุรี หลังเกิดอุบัติเหตุตัวล็อกเครื่องเล่นหลุด เหวี่ยงเด็กตกจากเครื่องเล่นลงสู่พื้นบาดเจ็บ 6 ราย ด้านผู้ดูแลกิจการเครื่องเล่นยอบรับ อุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากอุปกรณ์ แต่เกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องเล่นดังกล่าว ไม่ล็อกเครื่องก่อนจะเดินเครื่อง พร้อมเยียวยาผู้บาดเจ็บทุกคน ระบุขออนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ยังไม่ได้รับอนุญาต   ขณะคนคุมเครื่องเล่น สารภาพล็อกไม่ครบก่อนเปิดเดินเครื่อง พร้อมขอโทษผู้บาดเจ็บ ด้าน ด.ญ.วัย 13 ปี 1 ใน 6 คน ที่ได้รับบาดเจ็บ บอกเจ้าหน้าที่ยังไม่ทันได้ล็อกตำแหน่งที่นั่งให้ปลอดภัย ซึ่งตนได้พยายามที่จะบอกกับเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ก็ไม่ทัน จนทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว   -ออกหมายจับยกแก๊งอดีตเมียพาผัวใหม่และพวกบุกห้องผัวเก่า ใช้มีดแทงคอเลือดสาดเต็มพื้น ยกพัดลมทุ่มใส่ดับคาห้องพัก มีภาพวงจรปิดคนร้ายขี่ จยย.มาก่อเหตุขึ้นห้องพักผู้ตาย หลังก่อเหตุพากันหนีลงจากตึก ตั้งปมหึงหวง หลังก่อเหตุผัวใหม่ไม่สลด ยังโพสต์เฟซบุ๊กบอกนี่แค่เตือน ถ้ายังไม่คืนเจอของจริงแน่   -ปารีณา เตรียมส่งทนายความแจ้งความอัจฉริยะ-วีระ ฐานแจ้งความเท็จและหมิ่นประมาท หลังกล่าวหาปารีณารุกป่า ล่าสุดอัจฉริยะโพสต์โต้กลับ โคตรกลัวเลย เอาที่สบายใจ ด้านวีระบอกก็แล้วแต่เขา เป็นสิทธิ์ของเขา เดี๋ยวความจริงก็ปรากฏ ส่วนปารีณาเลื่อนฟ้องอธิบดีกรมป่าไม้ เพราะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน   และงานอาจเข้าเพิ่ม หลังมีลุงเลี้ยงหมูอ้างถูกพ่อปารีณาฮุบที่ 30 ไร่ ทั้งแจ้งความ ยื่นศูนย์ดำรงธรรมแล้วแต่เรื่องเงียบ โดนกันหลายราย แต่ไม่มีใครเปิดเผย ทวีโต้ไม่เป็นความจริง เตรียมแถลงขอความเป็นธรรม   -ธนาธรเดินสายทำงานนอกสภาพบ ปชช.โต้ปลุกม็อบ เปิดพื้นที่การเมืองใหม่นอกสภา ไม่เกี่ยวกับคดี ส่วนจะเกิดอะไรขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ ความรู้สึกของประชาชน พร้อมชำแหละงบกลาโหม เงินนอกงบประมาณมองไม่เห็น   -วิรัช รัตนเศรษฐ ปธ.วิปรัฐบาล ดักคอพรรค ปชป. หลังเกิดสภาล่ม 2 วันติด ขอให้รักษาองค์ประชุมให้ครบและอย่าโหวตสวน ขอให้ทำตามมติรัฐบาล เพราะ ปชป.ก็เคยเป็นผู้นำพรรครัฐบาลมาก่อน องอาจ คล้ามไพบูลย์ เผยจะเรียกประชุม ส.ส.พรรค ชี้ที่ผ่านมาเป็นเรื่องสุดวิสัย มีหลายสาเหตุ ไม่ใช่เกมการเมือง เชื่อว่าประชุมสภานัดต่อไปไม่มีปัญหา   -ส.ส.เพื่อไทย 68 คน เดินทางไปหาทักษิณที่ดูไบ ทยอยไปกัน 3 รอบ รอบละ 20 คน เพื่อระบายความในใจรายบุคคล เลี่ยงเข้าพบเป็นกลุ่ม เกรงเรื่องไปถึงหูสุดารัตน์ เพราะส่วนใหญ่ไม่พอใจการบริหารงานของสุดารัตน์ ที่มักแทรกแซงการทำงานจนมีปัญหาสะสม สุดารัตน์พยายามนัด ส.ส.อีสานไปปรับความเข้าใจแต่ไม่มีใครไปร่วม นัดรวมตัวไปดูไบแทน ช่วงเดียวกับที่สุดารัตน์เดินทางไปดูไบด้วยเช่นกัน โดยยกเลิกการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมขอนแก่น   -สมคิดมั่นใจเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว ย้ำเติบโตแบบชะลอตัวลง จีดีพีทั้งปีขยายตัว 2.4% ไม่ถึงขั้นติดลบ มั่นใจไตรมาส 4 จะดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 ชี้ที่ผ่านมารัฐบาลทำพื้นฐานไว้ดี ให้เครดิตรัฐบาลกันบ้าง แต่เกิดความท้าทายนักลงทุน จากปมเสถียรภาพทางการเมือง หลังสภาล่ม 2 ครั้งติด ขอให้ทุกฝ่ายไม่สร้างความแตกร้าว ก้าวข้ามความขัดแย้ง   -รัฐบาลแจ้งร้านค้าปลีกทั่วประเทศ ห้ามขายบุหรี่ซองรูปแบบเก่า หลังกฎหมายซองเรียบบังคับใช้ 9 ธ.ค.นี้ หากพบการขายบุหรี่ซองรูปแบบเก่า จะมีความผิดฐานขายผลิตภัณฑ์ยาสูบที่มิได้จัดให้มีหีบห่อตามกฎหมายกำหนด ระวางโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท เนื่องจากได้มีการแจ้งล่วงหน้าแล้วถึง 1 ปีเพื่อเตรียมการและปรับตัว หากยังมีคงค้างในสต็อก ให้ติดต่อไปยังผู้ผลอต ผู้นำเข้า เพื่อเยียวยาแก้ไขต่อไป   -ผู้โดยสารสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินเชียงใหม่-กรุงเทพ กว่า 170 คนโวยเที่ยวบินล่าช้า เลื่อนเดินทางจาก 5 โมงเย็นเป็น 5 ทุ่มครึ่ง พนง.ไม่ยืนยันว่าจะได้เดินทางหรือไม่ โดยสายการบินแจ้งเพียงว่า เครื่องบินมีปัญหา ไม่สามารถออกเดินทางได้ จำเป็นต้องรอเครื่องจากกรุงเทพฯ แต่หากผู้โดยสารต้องการขอคืนเงิน สามารถทำได้เต็มจำนวนแต่ต้องรอ 45 วัน   -ไฟไหม้ตลาดแม่กิมเฮง ใจกลางเมืองโคราช แผงค้าโดนไหม้กว่า 100 แผง เสียหายกว่า 10 ล้าน ผู้ว่าโคราชบัญชาการดับไฟด้วยตัวเอง ใช้เวลานับ ชม.จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ แม่ค้าระบุได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดหลายครั้ง ก่อนจะเกิดไฟลุกไหม้ ลามอย่างรวดเร็ว   -ผัวเมียตั้งวงกินเหล้า พอเมาได้ที่ผัวซ้อมเมียจนตาย รุ่งเช้าเห็นเมียตายรีบอุ้มลูกวัยขวบเศษหนี ชาวบ้านบอกพอเมาแล้วซ้อมเมียตาเขียวทุกวัน ชอบขโมยเป็ดไก่เพื่อนบ้านไปเชือดแกล้มเหล้า ล่าสุดจับได้แล้วยังเมาให้การวกวน อ้างพลั้งมือไม่คิดว่าเมียจะตาย   -คนขับกระบะฉุนขาด ตั้งใจขับชนเก๋งที่จอดอยู่ในซอยในหมู่บ้านที่สมุทรปราการ วงจรปิดจับภาพไว้ได้ ชนแล้วถอย ก่อนชนอีกที เก๋งกระเด้งไปชนรถคันหน้าอีกคัน เจ้าของเก๋งบอกไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านนี้ ไม่รู้ว่าตรงนี้ห้ามจอด แต่ดูจากภาพแล้วตั้งใจชน ตร.เร่งตามตัวกระบะใจร้อนมาดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F3dBI906Z3E

 31,049
สังคม
01 ธ.ค. 62

วงจรปิดจับภาพกระบะขับชนท้ายเก๋งจนยับ ฉุนที่มาจอดขวางหน้าบ้าน

จากกรณีที่เพื่อนผู้เสียหายนำคลิปเหตุการณ์ รถยนต์กระบะขับพุ่งเข้าชนรถยนต์เก๋งที่จอดอยู่ภายในซอยตันภายในหมู่บ้านนครทองซิตี้ ซอย 1 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ      โดยพฤติกรรมของคนขับรถยนต์กระบะคล้ายกับตั้งใจพุ่งชน เนื่องจากชนครั้งแรกแล้วยังถอยหลังรถก่อนที่จะพุ่งชนซ้ำเป็นครั้งที่ 2 จนท้ายรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีดำ คันดังกล่าวพังยับเยินและไถลไปชนกับท้ายรถยนต์กระบะยี่ห้อ เซฟ สีดำ ที่จอดอยู่ด้านหน้า ก่อนที่รถยนต์กระบะจะถอยหลังรถและขับหลบหนีไปทางปากซอยหน้าหมู่บ้าน ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.ของวานนี้ที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา     ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายในวันนี้ที่ 1 ธันวาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบผู้เสียหายภายในหมู่บ้านดังกล่าวซึ่งรถเก๋งคันที่ถูกก่อเหตุยังไม่ได้เคลื่อนย้ายออกไปไหน ได้พบนายวิชิต พิลาศรี อายุ 48 ปี (เสื้อเทา) เจ้าของรถเก๋งที่ถูกชน ได้กล่าวว่า เมื่อคืนมีกิจกรรมที่สโมสรที่โรงเรียนที่ลูกตนเรียนอยู่ และคนที่ตนรู้จักลูกก็เรียนอยู่ด้วยกัน ทางสโมสรเข้าจัดกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีระหว่างผู้ปกครองโดยจัดกีฬาสี ก็เลยมีการแต่งแฟนซีไปประกวดกัน  ตนก็เลยนำรถมาจอดไว้ที่บ้านเพื่อนเพื่อที่จะนั่งรถคันเดียวกัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นแบบนี้      พองานใกล้จะเลิกมีคนโทรไปบอกว่ารถถูกชน จึงนั่งแท็กซี่เข้ามาดูก็มาเจอสภาพแบบนี้ ตอนแรกก็ไม่ทราบว่าใครเป็นคนชน แต่พอดูกล้องวงจรปิดพบว่าเป็นรถอีซูซุ กระบะคันหนึ่งมาชนคือตั้งใจชน คือชนแล้วครั้งหนึ่ง และก็พุ่งชนซ้ำอีก ซึ่งตนก็ไม่รู้จักคนขับรถคันนี้เลยเพราะตนไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านนี้ผมแค่มาหาเพื่อเฉย ๆ และมาจอดรถไว้ เราก็ไม่รู้ว่าตรงนี้เขาห้ามจอดหรืออะไรเราก็ไม่รู้     ด้านนายปรัชญา วงโอษฐ์ อายุ 40 ปี (เสื้อแดง)เจ้าของรถยนต์กระบะที่ก่อนอยู่ด้านหน้าและถูกรถเก๋งไถลมาจนท้ายจนยุบ ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ชักชวนผู้ปกครองของลูกที่เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันมารวมตัวเพื่อแต่งหน้าแต่งกายเพื่อไปประกวดงานแฟนตาซีในงานกีฬาสีของสโมสร ที่จัดอยู่อีกทีหนึ่ง     โดยตนได้ขยับรถยนต์กระบะของตนไปจอดยังซอยที่เกิดเหตุซึ่งเป็นซอนตันและเป็นพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน ซึ่งทุกคนสามารถนำไปจอดและใช้พื้นที่ร่วมกันโดยที่ไม่ได้ขวางหน้าบ้านใคร ซึ่งในซอยตันนั้นมีบ้านที่หันหน้าออกมาทางพื้นที่ส่วนกลางดังกล่าวจำนวน 3 หลัง ซึ่งตนได้นำรถไปจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม และผู้ปกครองเพื่อนลูกชายตนที่เดินทางมาช่วยกันแต่งตัวแฟนตาซี ได้นำรถยนต์เก๋งมาจอดต่อท้ายรถของตน ซึ่งก็ไม่ได้กีดขวางหน้าบ้านใครและรถของบ้านทั้ง 3 หลัง ที่อยู่ในซอยนั้นก็สามารถเข้าออกได้สะดวก      หลังจากที่พวกตนแต่งตัวเสร็จจึงได้นั่งรถไปคันเดียวกันโดยที่จอดรถทั้งสองคันไว้ในจุดที่เกิดเหตุ     จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น.ของวันที่เกิดเหตุเพื่อบ้านได้โทรศัพท์บอกตนว่ารถของตนและเพื่อนผู้ปกครองที่จอดอยู่ในซอยที่เกิดเหตุถูกชน ตนก็คิดว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุธรรมดาไม่ร้ายแรงอะไร จึงได้นั่งรถแท็กซี่กลับมาที่บ้าน แต่พอมาเห็นรถเก๋งของเพื่อที่จอดต่อท้ายรถตนถึงกับชอค ถูกชนจนด้านท้ายพังยับเยิน ตนจึงได้ไปแจ้งนิติของหมู่บ้านเพื่อขอดูกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ที่ปากซอย      พบว่า ก่อนเกิดเหตุ มีชายเดินเข้าออกมาจากบ้านหลังที่ 2 ในซอยที่เกิดเหตุก่อนที่จะชายอีก 3-4 คนเดินตามหลังมาพร้อมด้วยอาวุธมีดดาบยาวประมาณ 80 เซนติเมตรมาเดินวนเวียนอยู่ 3-4 รอบ ก่อนที่จะมีรถยนต์กระบะสีดำขับเข้ามา และถอยหลังตั้งลำก่อนที่จะขับพุ่งชนท้ายรถยนต์เก๋งของเพื่อนตนที่จอดอยู่ท้ายรถตนอย่างแรง ก่อนที่จะถอยหลังรถคล้ายออกมาตั้งลำก่อนที่พุ่งชนอีกครั้งเป็นรอบที่สอง ก่อนที่จะขับหลบหนีออกไปทางปากซอยหน้าหมู่บ้าน และะชายเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวจะเดินกลับเข้าบ้าน ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น      ซึ่งตนจำได้ว่ารถกระบะคันที่พุ่งชนเป็นรถของคนชื่อเก๋ มาเคยเปิดคาร์แคอยู่ที่ปากซอยทางเข้าหมู่บ้าน และก็เป็นเพื่อนของเจ้าของบ้านหลังที่ตนเคยมีปัญหากันมาหลายครั้งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา พอตนเอารถไปจอดฝั่งตรงข้ามหน้าบ้านหลังดังกล่าวก็จะถูกเจ้าของบ้านหลังนั้นมาต่อว่าและไม่ให้จอดโดยอ้างว่าเอารถออกบ้านไม่ได้ทั้ง ๆ ที่ถนนส่วนกลางดังกล่าว มีความกว้างถึงแม้รถมาจอดฝั่งตรงข้ามแต่ก็สามารถเอารถออกจากบ้านได้      หลังเกิดเหตุตนได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บางปู สมุทรปราการ เพื่อให้ติดตามตัวคนขับรถกระบะคันดังกล่าวมาดำเนินคดี เพราะตนเชื่อว่าเป็นการตั้งใจชนมากกว่าเป็นอุบัติเหตุ

 27,954
ข่าวภูมิภาค
28 ม.ค. 62

กระบะเสยท้ายรถจอดติดไฟแดง พังยับ 3 คัน คาดคนขับหลับใน

ชลบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถชนกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บบริเวณแยกคีรีนคร ต.เสม็ด อ.เมือง ฝั่งมุ่งหน้าเข้าบางแสน พบรถชนกันเสียหายจำนวน 3 คัน คันแรกเป็นรถกระบะโตโยต้าวีโก้สีบรอนซ์ คันที่ 2 เป็นฟอร์ดเอฟเวอร์เรสต์สีดำป้ายแดงและเก๋งโตโยต้าอัลติส รวม 3 คัน   สภาพพังยับเยินทั้ง 3 คัน โดยมีคนเจ็บติดคาอยู่ในรถกระบะวีโก้ และเก๋งอัลติส กู้ภัยจึงรีบให้การช่วยเหลือออกจากรถและรีบนำส่งโรงพยาบาล   ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เปิดภาพวงจรปิดบริเวณแยกที่เกิดเหตุดูก็พบว่า รถเก๋งโตโยต้าอัลติสและฟอร์ดเอฟเวอร์เรดจอดติดไฟแดงอยู่ปกติ จู่ๆรถกระบะวีโก้ก็ขับพุ่งเข้ามาชนเต็มแรงแบบไม่มีเบรคชน กระทั่งรถไถลไปชนปีนขึ้นฟุตปาธ สภาพพังยับเยินดังกล่าว ซึ่งคาดว่าคนขับกระบะน่าจะหลับใน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ng31alKWF2k

 2,453
ข่าวภูมิภาค
20 ม.ค. 62

กระบะชนเก๋งสนั่น พังยับ เสียชีวิต 2 สาหัส 3

วันที่ 20 ม.ค. 62 เมื่อเวลา 11.00 น. ร.ต.อ.ทวีสิทธิ์ ชูศรี พงส.สภ.สาขลา จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถเก๋ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณถนนแยกลูกวัว-ชงโคห่างจาก สภ.สาขลาประมาณ 1 กิโลเมตร หมู่ที่ 4 ต.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ   ที่เกิดเหตุแยกเข้าในซอยประชาอุทิศ 90 ประมาณ 17 กิโลเมตรซึ่งเป็นถนน 2 เลนรถวิ่งสวนทางกัน บริเวณกลางแยกพบรถเก๋ง จอดขวางกลางแยกในลักษณะท้ายรถเกือบหล่นลงไปในน้ำ สภาพด้านขวาพังยับเยิน พบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย นั่งอยู่ในรถอาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงรีบช่วยกันปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง    ใกล้กันบนพื้นถนนพบร่าง ด.ช.ภาคิน คงอ้วน อายุ 6 ปี บริเวณคันน้ำ ใกล้ล้อหลังของตัวรถพบร่างนางสนิท คงอ้วน อายุ 80 ปี  ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นคนในครอบครัวของ ร.ต.อ.บัณดิษฐ์ คงอ้วน รอง.สวป.สภ.พระประแดง    ห่างกันประมาณ 150 เมตรบริเวณภายในวังเลี้ยงกุ้ง พบรถกระบะ สีบรอนท์-เทา จอดแช่น้ำอยู่ครึ่งคันสภาพด้านหน้ารถพังยับเยินล้อขวาหลุด พบผู้ได้รับบาดเจ็บกำลังคลานขึ้นมาจากน้ำทราบชื่อ นายขจรศักดิ์ คำพิมูล อายุ 23 ปี พนักงานบริษัท บาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล   ร.ต.อ.ทวีสิทธิ์ ชูศรี พงส.สภ.สาขลา จ.สมุทรปราการ เผนว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่ารถเก๋งคันเกิดเหตุเป็นของพี่ชาย ร.ต.อ.บัณดิษฐ์ ได้ขับออกมาจากบ้านพักซึ่งอยู่ใกล้วัดศรีคงคาราม เพื่อจะพาหลานและญาติไปหาหมอก่อนที่จะนำรถไปหา ร.ต.อ.บัณดิษฐ์ ที่บ้านพักย่านพระประแดง   เมื่อมาถึงบริเวณทางแยกได้มีรถกระบะของนายขจรศักดิ์ วิ่งมาด้วยความเร็วและอาจไม่คุ้นเคยเส้นทางทำให้มองไม่เห็นรถเก๋ง ที่กำลังชะลอจะเลี้ยวขวาออกไปทางถนนประชาอุทิศจนชนกันเสียงดังสนั่นทำให้รถเก๋งหมุนคว้าง ก่อนที่หลานชายและแม่ที่นั่งมาเบาะหลังกระเด็นออกมานอนเสียชีวิตนอกรถ   ส่วนพี่ชายที่เป็นคนขับและป้าที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนรถกระบะพลิกคว่ำหลายตลบกลิ้งไปไกลกว่า 150 เมตรก่อนที่จะลงไปสงบแน่นิ่งอยู่ในน้ำส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน   หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพพร้อมลงบันทึกเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่จะเดินทางไปสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่ายที่โรงพยาบาลเพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้พร้อมดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  

 15,211
ข่าวภูมิภาค
19 พ.ย. 61

กระบะพุ่งชนประสานงาเก๋ง 2 สามี-ภรรยาดับคู่ บนสะพานข้ามมอเตอร์เวย์

วันที่ 19 พ.ย. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะชนประสานงากับรถยนต์เก๋ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบนสะพานข้ามมอเตอร์เวย์ หนองขาว-ท่าม่วง พื้นที่ ม.7 ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี    ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งสีดำ สภาพด้านหน้าพังยับ ภายในรถพบผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 1ราย ติดคาซากรถ เจ้าหน้าที่จึงนำอุปกรณ์ตัดถ่าง นำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากซากรถ ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ นายทรงธรรม ผึ่งผาย อายุ 36 ปี ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี และ นางสาวนันทยา เผือกเงิน อายุ 34 ปี ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี    นอกจากนี้ ภายในที่เกิดเหตุ ยังพบรถยนต์กระบะ สีดำ สภาพด้านหน้าพังยับเช่นกัน ภายในรถพบผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อนายประกอบ สุวรรณประเสริฐ อายุ 44 ปี คิ้วด้านซ้ายมีแผลฉีกขาด เจ้าหน้าที่จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล    จากการสอบถามญาติผู้เสียชีวิต ทราบว่าทั้งคู่เป็นสามี-ภรรยากัน ก่อนเกิดเหตุ กำลังเดินทางกลับบ้าน ที่อยู่ใน ต.หนองขาว ส่วนผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนขับรถยนต์กระบะ กล่าวว่า ตนเองกำลังขับรถมุ่งหน้ากลับบ้านที่อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ก่อนมาถึงกลางสะพานได้ชนประสานงากับรถเก๋งคันดังกล่าว    ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการตรวจสอบพยานแวดล้อมและสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายต่อไป  

 3,803
ข่าวภูมิภาค
19 พ.ย. 61

กระบะขับกลับจากงานศพเสียหลักปีนเกาะข้ามถนน ชนเก๋ง-บิ๊กไบค์ เสียชีวิต 2 สาหัส 1

วานนี้ (18 พ.ย.) พ.ต.ท.ณัฐกมล ท้าวกลาง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเลย ได้รับแจ้งมีเหตุรถกระบะเสียหลักปีนเกาะกลางถนนข้ามเลน ชนรถเก๋งและจักรยานยนต์มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณถนนมลิวรรณ เส้นทางออกเมืองเลย ไป อ.วังสะพุง ต.นาโป่ง อ.เมืองเลย    ที่เกิดเหตุพบกระบะ สภาพประตูด้านขวาฝั่งคนขับยุบอยู่กลางถนน พบผู้บาดเจ็บเป็นคนขับชื่อ นางสุนิพรรณ อายุ 66 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ห่างออกไปพบนางสาคร อายุ 63 ปี ผู้โดยสารรถกระบะกระเด็นออกมาจากที่นั่งแค๊ปกระบะกระแทกพื้นบาดเจ็บสาหัส   ส่วนใต้ท้องรถกระบะพบจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ และผู้บาดเจ็บนอนแน่นิ่งอยู่ใต้ท้องรถ กู้ภัยใช้เครื่องตัดถ่างยกตัวรถกระบะนำร่างคนเจ็บออกมาจากใต้ท้องรถกระบะทราบชื่อคือนายศตวรรษ อายุ 27 ปี บาดเจ็บสาหัส และห่างออกไปพบ 5 เมตร พบหญิงที่นั่งซ้อนท้ายมสากับ จยย. นอนอยู่กลางถนนบาดเจ็บสาหัส กู้ภัยรีบปั้มหัวใจและนำผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่ง รพ.เลย แต่นางสาคร ผู้โดยสารรถกระบะ และนายศตวรรษ คนขี่ จยย. ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่ รพ.เลย   ทั้งนี้ ในที่เกิดเหตุบริเวณเกาะกลางถนน ยังพบรถเก๋งสีดำ สภาพรถด้านขวาฝั่งคนขับพังยุบอยู่เกาะกลางถนน มีนายสันติ ดีวิเศษ อายุ 35 ปี คนขับบาดเจ็บเล็กน้อย ยืนตกใจอยู่ในที่เกิดเหตุ    จากการสอบสวน ทราบว่านางสุนิพรรณ คนขับกระบะ ได้ไปงานศพญาติที่ จ.อุดรธานี กำลังกลับบ้านที่ อ.เชียงคาน เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุฝนตกถนนลื่น รถเกิดเสียหลักพุ่งชนเกาะกลางถนนจนข้ามเลนไปฝั่งตรงข้าม พุ่งชนรถเก๋ง จนพังรถหมุนหลายตลบไปอยู่เกาะกลางถนน    จากนั้นพุ่งชนรถ จยย.ที่วิ่งตามหลังรถเก๋งมาอย่างจังจนคนขี่ จยย.อยู่ใต้ท้องรถ ส่วนคนซ้อนกระเด็นกระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บสาหัส จนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย สาหัส 1 เจ็บเล็กน้อย 2     

 1,347
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ค. 61

หนุ่มเมาซิ่งกระบะชนแล้วหนี คู่กรณีโดดเกาะท้ายรถพลัดร่วงเจ็บ สุดท้ายจนมุม ถูกชาวบ้านล้อมจับ

สมุทรปราการ-เกิดเหตุรถกระบะชนเก๋งได้รับความเสียหายแล้วหลบหนี ผู้เสียหายได้กระโดดเกาะท้ายกระบะหลัง แล้วร่วงลงมาได้รับบาดเจ็บ บริเวณกลางซอยวัดด่านสำโรง ช่วงระหว่างซอยด่านสำโรง 40-38 ตำบลด่านสำโรง อำเภอเมือง ก่อนที่กลุ่นวิน จยย.จะล้อมรถกระบะคันดังกล่าวได้ที่บริเวณหมู่บ้านกัญญาเฮ้าส์   ในที่เกิดเหตุพบกลุ่มจักรยานยนต์รับจ้างภายในซอยวัดด่านสำโรง ได้ล้อมรถยนต์กระบะที่จอดอยู่ในสภาพ ด้านหน้ามีรอยเฉียวชน ยางหน้าซ้ายแตก กระจกมองข้างฝั่งขวาหัก ตรวจสอบภายในรถพบวิทยุสื่อสาร เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการยึดไว้ รอการตรวจสอบว่ามีเอกสารการครอบครองถูกต้องหรือไม่ และสังกัดหน่วยงานใด ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้นำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงไปก่อนหน้าแล้ว   เจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมตัวนายบัญชา ลี้พล อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถกระบะ อยู่ในอาการมึนเมาสุรา มาที่สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ จากการตรวจวัดแอลกฮอล์วัดได้ 171 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงทำการควบคุมตัวเข้าห้องขัง เพื่อรอสอบปากหลังคำต่อไป   การสอบถามผู้เสียหายเล่าว่า ตนและครอบครัวได้มารับประทานอาหารกัน ที่ร้านอาหารตรงจุดที่เกิดเหตุช่วงระหว่างซอยด่านสำโรง 40-38 และกำลังจะกลับที่พักโดยตนละครอบครัวได้ขึ้นรถกันหมดแล้ว ภายในรถเด็กเล็กถึง 4 คน จู่ ๆ ก็มีรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ขับเข้ามาชนด้านหน้ารถของตน ตนกับผู้บาดเจ็บลงไปคุย โดยคนขับรถกระบะได้ลดกระจกลงมาคุยและจะขยับรถ ตนจึงบอกว่าลงมาก่อนไม่ต้องขยับรถ   แต่คนขับรถได้เร่งเครื่องออกไปจากจุดเกิดเหตุโดยพวกตนพยายามดึงประตูรถไว้แต่ไม่ไหวจึงปล่อยมือ แต่หลานสาวได้กระโดดเกาะท้ายกระบะไปโดยตัวยังห้อยอยู่ข้างรถ รถได้วิ่งไปประมาณ 500 เมตร หลานสาวตัดสินใจปล่อยมือจากท้ายกระบะ ทำให้กลิ้งไปกับพื้นถนนได้รับบาดเจ็บ ตนจึงกระโกนเรียกให้จักรยานยนต์รับจ้างตามรถกระบะคันดังกล่าวไป จนจับได้ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านกัญญาเฮ้าส์ ตนพยายามเรียกให้คนขับลงจากรถแต่ไม่เป็นผลจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายบัญชา แจ้งขอกล่าวหาเมาแล้วขับ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนนายบัญชา อีกครั้ง พร้อมสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vJlA_DpTNGk    

 3,028

Top