ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชูวิทย์กมลวิศิษฎ์"

สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 62

เปิดเรือนจำพิสูจน์คุก vip เคลียร์ปม 'เก่ง ลายพราง' ถือเค้กวันเกิด - 'สนธิ ลิ้ม' พบแพทย์ไร้กุญแจมือ

ความคืบหน้ากรณี สังคมคาใจเกี่ยวกับการควบคุมผู้ต้องขังในเรือนจำ หลังจากที่นายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำพันธมิตร อดีตผู้ต้องขัง ที่พูดในเวทีเสวนาว่า ภายในคุก มีคุกวีไอพี และมีการสร้างรายได้   จากนั้นมาไม่นานในโลกออนไลน์ก็มีการแชร์ภาพ เก่ง ลายพราง ผู้ต้องขังคดียาเสพติด ที่มีภาพถือกล่องเค้กและทำท่าไอเลิฟยู โดยแฟนสาวเป็นคนโพสต์ภาพเนื่องในวันเกิดของนายเก่ง ลายพราง รวมถึงภาพของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ต้องขัง มาพบแพทย์ที่ รพ.ตำรวจ โดยที่ไม่ได้ใส่กุญแจมือ และไม่มีผู้คุมดูแล   เรื่องนี้กลายเป็นดราม่า เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมว่าคุกวีไอพีมีจริงหรือ และเกิดอะไรขึ้นในคุกถึงกับมีการจัดวันเกิดได้หรือไม่   ล่าสุด พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ จัดการแถลงข่าว “ เปิดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครไขข้อสงสัย... มีคุกวีไอพีจริงหรือ " เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปได้รับทราบถึงการควบคุมดูแลและการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังภายในเรือนจำพร้อมนำเยี่ยมสถานที่จริงภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครกรมราชทัณฑ์   โดย พ.ต.อ.ณรัชต์ ชี้แจง ตอบทั้ง 3 กรณีว่า กรณีมีภาพของนักโทษชาย สนธิ ลิ้มทองกุล เดินอยู่ในโรงพยาบาลตำรวจ โดยไร้การควบคุม ขอยืนยันว่า นายสนธิ ยังเป็นผู้ต้องขังอยู่ ไม่ได้ปล่อยหรือลดโทษ แต่ที่ นายสนธิ ไปพบแพทย์ ที่รพ.ตำรวจนั้นเป็นการไปพบแพทย์ เฉพาะทางตามนัด โดยมีการประสานงานกับนายแพทย์ใหญ่รพ.ตำรวจและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ดูแลอย่างเข้มงวด และพอตรวจรักษาเสร็จก็นำกลับมาควบคุมตัวที่เรือนจำ ซึ่งกรณีที่ผู้ต้องขังจำเป็นต้องพบแพทย์เฉพาะทางต่อเนื่อง โดยทางแพทย์ของโรงพยาบาลกรมราชทัณฑ์ ไม่สามารถรักษาได้ เราก็จะส่งตัวไปรักษาตามโรงพยาบาลทางราชการไม่เฉพาะแค่ผู้ต้องขังเรือนจำคลองเปรม เท่านั้น เรือนจำต่างๆ ก็มีการส่งต้องส่งผู้ต้องขังไปยังรักษาเช่นกัน   กรณีที่ 2 เก่ง ลายพราง ผู้ต้องขังคดียาเสพติด ที่มีการถ่ายรูปคู่กับกล่องเค้กและพิซซ่าลงโซเชี่ยล ยืนยันว่า ภาพที่ปรากฎเป็นภาพที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เป็นคนส่งให้กับครอบครัวของนายเก่ง ลายพราง ที่สั่งซื้อขนมเค้กและพิซซ่ากับแผนกคหกรรม ฝ่ายฝึกวิชาชีพ โดยในเรือนจำนั้น จะมีอาหารและขนมจำหน่าย ซึ่งเป็นการจำหน่ายให้กับผู้ต้องขัง โดยญาติที่มาเยี่ยม สามารถสั่งอาหารและขนมให้กับผู้ต้องขังได้ โดยมีรหัสการสั่ง ซึ่งระบบนี้จะหักเงินจากบัญชีของผู้ต้องขัง  โดยผู้ต้องขัง 1 คน สามารถใช้เงินได้วันละ ไม่เกิน 300 บาท และห้ามเกิน 9,000 บาทต่อเดือน   ซึ่งกรณีของนายเก่งนั้น เป็นการสั่งซื้อแบเกอรี่ในเรือนจำโดยญาติเป็นคนสั่งและชำระเงิน เมื่อชำระแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็นำของมาส่งให้ผู้ต้องขัง เมื่อได้รับก็ถ่ายรูปส่งให้ญาติ เพื่อให้ญาติรับทราบว่าของที่สั่งส่งเรียบร้อยแล้ว  ไม่ได้เป็นการนำเค้กจากโรงแรมหรูมาเพื่อฉลองวันเกิด ซึ่งทางกรมราชทัณฑ์ นำเทคโนโลยีใหม่ๆมาช่วยพัฒนา   ทั้งระบบการสั่งอาหาร ขนม และของใช้ และการเปิดให้ญาติเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังทางแอพพลิเคชั่นไลน์ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก ประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่าย สามารถเยี่ยมญาติจากทางไกลได้ โดยการเยี่ยมแบบระบบดังกล่าว ทางญาติจะต้องแสดงเอกสารยืนยันตัวตน ว่าเป็นญาติกับทางผู้ต้องขังจริง แอดมิน ที่เป็นเจ้าหน้าที่ของเรือนจำ ก็จะรับเป็นเพื่อน และอยู่ในกลุ่มไลน์ จะมีการเฟสไทม์คุนกัน โดยระหว่างคุยก็จะอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ตลอด   และกรณีที่พบมีการจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดนั้น ก็ไม่เป็นความจริง แต่เป็นการที่มีผู้มีจิตกุศล ต้องการนำอาหารมาเลี้ยงผู้ต้องขัง โดยมีมาทุกเดือน ทรงกรมราชทัณฑืก็จะตรวจสอบก็จะอนุญาตให้นำอาหารเข้ามาเลี้ยงผู้ต้องขัง พอเลี้ยงเสร็จ ก็มีผู้ต้องขังบางคนบอกว่า การเลี้ยงวันนี้คือวันเกิด   ซึ่งเป็นสังคมภายในเรือนจำ ไม่มีใครสามารถสั่งอาหารมาเลี้ยงวันเกิดได้แน่นอน และหากพบว่า ผู้ต้องขังรายใด เป็นผู้มีอิทธิพลและพยายามทำตัวเป็นขาใหญ่ หรือมีพฤติกรรมดังกล่าวก็จะส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำเขาบิน   กรณีที่ 3 ที่สงสัยว่า ในคุกเป็นแดนสวรรค์ มีห้องพิเศษ วีไอพี หรือไม่นั้น  พ.ต.อ.ณรัตน์ ชี้แจงว่า ภายในเรือนจำทั่วประเทศ มีนักโทษ 350,000 คน จากเรือนจำทั้งหมด 143 แห่ง ไม่มีเรือนจำที่ไหนมีคุกวีไอพี ทุกที่ให้ความเสมอภาคเท่าเทียมกัน  ทันทีที่ผู้ต้องขัง เข้ามา จะ แจกผ้าห่ม 3 ผืน ไว้สำหรับปูนอน ม้วนเป็นหมอน และห่มเวลาหนาว ทุกคนนอนพื้น ไม่มีใครนอนเตียง ห้องแอร์ ห้องน้ำก็ใช้ห้องน้ำรวม แบบนั่งยอง ส่วนแบบนั่งหย่อนขา สำหรับคนชราและป่วย   จากนั้น นายกฤช กระแสทิพย์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พาสื่อมวลชน ไปเยี่ยมชมภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เริ่มตั้งแต่ประตูทางเข้า เราจะพบสถานพยาบาลมีทีมแพทย์ พยาบาลคอยดูแล ผู้ต้องขังที่ป่วยหนักต้องมีการนอนพักที่โรงพยาบาลก็จะได้นอนเตียง มีพัดลม มีแอร์ แต่จะนอนได้ก็ต้องป่วยหนักเท่านั้น   จากนั้นไปยังแดน 1 แดนแรกรับ โดยแดนนี้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นห้องวีไอพี ซึ่งไม่พบห้องวีไอพี มีเพียงห้อง วีไอซี ที่ใช้สำหรับดดูแลผู้ต้องแรกรับ และผู้ต้องขังที่แก่ชรา หรือต้องการความช่วยเหลือ ก็จะอยู่ห้องนี้ โดยภายในห้องก็มีพัดลม ทีวี และห้องน้ำ และกล้องวงจรปิด ภายในห้องยังพบผ้าห่ม 3 ผืนและป้ายชื่อของผู้ต้องขัง วางเตรียมไว้   จากนั้นก็ดูจุดอาบน้ำ และแดนต่างๆ โดยเฉพาะที่แดน 5 ซึ่งเป็นจุดผลิตอาหารและเบอกรี่ ซึ่งที่แดน 5 นี้จะเป็นจุดผลิตเค้กและขนมต่างๆจำนวนมาก ตามออเดอร์ที่สั่ง ซึ่งกรณีของนายเก่งลายพรางก็สั่งจากในเรือนจำลักษณะนี้ ไม่ใช่การนำจากข้างนอกเข้ามา รวมทั้งอาหารต่างๆด้วย   สำหรับการเยี่ยมชมเรือนจำครั้งนี้ เรียกว่าเปิดหมดเปลือกของเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ซึ่งการเยี่ยมชม นอกจาสื่อมวลชนแล้ว นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีต ส.ส.และเป็นอดีตผู้ต้องขังในเรือนจำ เข้าร่วมตรวจสอบด้วย โดยนายชูวิทย์กล่าวว่า เรือนจำยุคนี้ไม่ได้เหมือนในอดีตที่หลายๆคนเข้าใจ เรื่องคุกวีไอพี ไม่มีแน่นอน ผมอยู่มานาน คนที่ออกไปพูด อยู่นานเท่าไหร่ ไม่เข้าใจคำว่าวีไอพีคืออะไร ในคุกมันไม่มี ขาหญ่ มีแต่ขาสั้น สังคมในคุกไม่มีใครอยู่คนเดียวได้ก็มีเพื่อนมีสังคม ผมอยู่มานานเข้าใจสิ่งเหล่านี้ดี และกล้าพูดว่าคุกยุดนี้ บริสุทธิ์ และโปร่งใสที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RH04ajamw6

 8,215
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ค. 62

'ชูวิทย์' แฉ 5 ข้อ ถาม ตร.ค้ามนุษย์ใจกลางรัชดา (แค่นาตารีที่เดียวจริงหรือ?)

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กวิจารร์การทำงานต่อเจ้าหน้าที่ในการกวาดล้างอาบอบนวดผิดกฎหมายและขบวนการค้ามนุษย์ ระบุเนื้อหาว่า   ค้ามนุษย์ใจกลางรัชดา (แค่นาตารีที่เดียวจริงหรือ?) ผมเห็นเรื่องนี้แล้วอดรนทนไม่ไหว มันร้อนวิชา เอากันง่ายๆ หากท่านศรีวราห์เอาจริง ขอให้ตรวจทุกสถานบริการ อาบ อบ นวด ดังนี้   1.ตรวจใบอนุญาตว่า จำนวนห้องที่มีอยู่จริงตรงกับจำนวนห้องตามใบอนุญาตหรือไม่? มีใบอนุญาตให้เปิดแค่ 10 กว่าห้อง แต่ดันเปิดไป 100 กว่าห้อง พอตำรวจมาตรวจก็ปิดห้อง แล้วแปะป้ายว่า “ปิดปรับปรุง” พอตำรวจไป ก็กลับมาเปิดเหมือนเดิม หากตรวจจริง จะเหลือให้เปิดหรือ? โดยเฉพาะสถานบริการ “ม” ใจกลางรัชดา (อันนี้หลับตาลงข้างขวา)   2.ตรวจวัตถุประสงค์การใช้อาคารว่าได้รับอนุญาตให้เปิดเป็นสถานบริการ อาบ อบ นวด หรือไม่? อาคารทุกหลังต้องมีวัตถุประสงค์การใช้อาคาร จะเป็น อาคารพาณิชย์ หรือ อาคารที่พักอาศัย ต้องมีใบอนุญาตก่อสร้างอาคารตามกฎหมายควบคุมอาคาร หากไม่ใช่อาคารที่สร้างมาเพื่อวัตถุประสงค์ อาบ อบ นวด แล้วไปเปิดเป็น อาบ อบ นวด ได้ไง? (อันนี้หลับตาลงข้างซ้าย)   3.ตรวจตาม พรบ.สถานบริการ ว่าได้ทำตามกฎหมายหรือไม่? กฎหมายกำหนดให้มีช่องเจาะที่ประตูห้องนวดขนาด 6x12 นิ้ว เพื่อให้มองเห็นภายในห้อง ประตูห้องห้ามล็อค ห้ามให้มีการค้าประเวณี ล้อเล่นหรือเปล่า? สงสัยกฎหมายเขียนสลับกัน ที่ไหนไม่มีค้าประเวณีถือว่าผิดกฎหมายเสียมากกว่า (อันนี้หลับตาลงสองข้างเลย)   4.เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ห้ามทำงาน ตามกฎหมายค้ามนุษย์ ต่อเนื่องไปถึงการฟอกเงิน สถานบริการ อาบ อบ นวด จะมีห้องลับ มีประตูหลังบ้านไว้ออก ตำรวจเข้าหน้า เด็กออกหลัง ตรวจไปก็เจอแต่คุณน้าแก่ๆ ไม่แปลกที่ตำรวจไปตรวจทุกทีไม่เคยเจอเจ้าของหรือผู้จัดการสักที (อันนี้หลับตาแล้วยังยักคิ้ว รู้ๆกันอยู่)   5.เด็กต่างด้าว มีหรือไม่? แค่ให้ถือบัตรประชาชนอย่างเดียวไม่ได้ ทดลองให้พูดตัวเลข 487 หากไม่ใช่คนไทย จะพูดเพี้ยนเป็น “สิ - แปะ - เจะ” หรือให้ร้องเพลงชาติไทยก็ได้ จะได้รู้ว่า คนไทยจริงหรือเปล่า? ถึงมีใบอนุญาตทำงาน แต่เขาระบุให้มาเป็นหมอนวดด้วยหรือ? (อันนี้มั่ว ไม่ลืมหูลืมตา)   แค่ตรวจ 5 เรื่องนี้ ก็ผิดกันหมด มีที่ถูกอยู่ถึง 10% หรือเปล่า? ยังสงสัย แต่หากท่านศรีวราห์เห็นว่ามีกฎหมายฉบับเดียว กรุณาตรวจให้ครบ ไม่ต้องไปไกล แค่ถนนรัชดาก็แจ็คพอตแล้ว ท่านศรีวราห์เป็นคน ธรรมะ ธรรมโม เรื่องแบบนี้ พับผ่าสิ ท่านคงไม่ถนัดหรอก ถามชูวิทย์สิครับ มองปร๊าดเดียวทะลุกระดูก          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/jmI-ZWbF0-0

 1,120
การเมืองเข้มข้น
02 ก.ค. 62

'ชูวิทย์' วิจารณ์เดือดปมร้าว พปชร. จะเลือกตั้งไปทำไม สุดท้ายก็ 'พลังประชาตู่'

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์บทความวิจารณ์การเมืองดุเดือดตามสไตล์ ถึงปมร้อนการจัดตั้งรัฐบาลและโผครม.ระบุว่า   "โผจบ แต่พวกกูยังไม่จบ   จัดกันเข้าไป โผครม. ให้ทุกคนพอใจ คงเริ่มงานได้ชาติหน้า ตอนนี้ร้าวหนัก ขนาดสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ กลุ่มสามมิตรรวมหัวไล่เลขาฯพรรค แบบนี้คิดจะร่วมทำงานให้ประเทศ จะไหวหรือ?   พรรคพลังประชารัฐ ได้ส.ส. ทั้งหมด 116 คน ถอดเกล็ดทีละกลุ่มได้ ดังนี้   สี่กุมาร ได้ครบ อุตตม ได้คลัง, สนธิรัตน์ ได้พลังงาน (เขี่ยสุริยะไปอุตสาหกรรม), กอบศักดิ์ ได้ดิจิตอลฯ (เขี่ยธรรมนัส), สุวิทย์ ได้อุดมศึกษา อยู่กันพร้อมหน้า ได้หมดทุกคน (ถือเป็นยอดกุมารทองของแท้)   กปปส. ได้ ส.ส. 11 คน ณัฐพล ได้ศึกษา, พุทธิพงศ์ ได้สำนักนายกฯ มีกำลังแค่นี้ ได้ถึง 2 ตำแหน่ง ถือว่า “เหนือมาตรฐาน” (สมแล้วที่ลงแรงประท้วง ปิดถนน วันนี้ถึงเวลาจ่ายคืนพร้อมดอกเบี้ย)   รวมพลังประชาชาติไทย นี่ของแรงเหมือนกัน ฮีโร่ “ลุงกำนัน”   เชียร์ลุงตู่ตั้งแต่ปากซอยยันท้ายซอย แทงหวยเบอร์เดียวไม่เปลี่ยนใจ แม้คนด่าทั้งประเทศ ก็ยอมเดินก้มหน้าคารวะแผ่นดิน   ตอนแรกได้กระทรวงต่างประเทศ แต่โดนผลักไปอยู่แรงงาน กลับดีกว่าเก่า (ได้โปรแถม ไม่เอาก็บ้าแล้ว)   กลุ่มภาคกลาง ได้ส.ส. 16 คน รมต. 2 เก้าอี้ แบบนี้ยังพอทน หยวนๆ เป็นเด็กดีไปก่อน เดี๋ยวคงได้ขนมไว้ขบเคี้ยว   กลุ่มภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคเหนือ ไม่ได้สักเก้าอี้ หาเสียงดี แต่ไม่มีตังค์ ถือเป็นส.ส.นกแล ถูกทอดทิ้ง เมินหน้าไม่หันมามอง (ปั๊ดโธ่ !! ตำแหน่งมีอยู่แค่นี้เอง ทำๆไปก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากัน)   ที่สำคัญ กลุ่มสามมิตร รวบรวมได้ ส.ส. 30 คน สุริยะ ได้อุตสาหกรรม โยกมาจากพลังงาน (รับปากจริง แต่ก็เป็นรมต. เหมือนกัน จะเอาอะไรมากวะ) สมศักดิ์ หวังได้เกษตร สานต่อโคล้านตัว กลับได้ไปอยู่ยุติธรรม แต่ยอมเงียบกลืนเลือด   เป็นนักการเมืองมืออาชีพ ต้องทำได้ทั้งอ้อนทั้งขู่ อกหักให้เป็น รอจังหวะเขาล้ม คงต้องมีลูกตามกระทืบซ้ำ   หาเสียงสู้กันแทบตาย กว่าจะได้ส.ส. เอามาต่อรองเก้าอี้รมต. แต่พอจบ เจ้ามือเอาไพ่มารวมล้างกันใหม่ ไม่ยอมจ่ายตามสัญญา อย่างนี้จะเล่นไปทำไม?   เรียงตามลำดับบุญคุณ เป็นรมต.ได้สัก 6 เดือน ข้าราชการที่กระทรวงยังไม่ทันคุ้นหน้า ศาลพระภูมิยังกินของเซ่นไม่ทันอิ่ม ก็ได้ขนของออกแล้ว ไม่รู้จะแย่งชามข้าวกันไปทำไม?   โผครม.จบแล้ว อุตสาห์ไปเลือกตั้ง หลังรอกันมาตั้ง 5 ปี ได้นักการเมืองมาโชว์ละครบู๊ทะเลาะกันหน้าจอ   ให้ชาวบ้านเขาหัวร่อว่า มันไม่ใช่พรรค “พลังประชารัฐ” นี่หว่า เป็นพรรค “พลังประชาตู่” ต่างหาก เอาใจบิ๊กตู่คนเดียวก็จบ   ไม่รู้จะไปเลือกตั้งกันทำไม? ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/t72DueGo3HU

 2,178
การเมืองเข้มข้น
10 มิ.ย. 62

'ชูวิทย์' ร่ายยาวศึกพรรคร่วม อาการออกตั้งแต่ยังไม่ตั้งรัฐบาล 'บิ๊กตู่' ได้เห็นอิทธิฤทธิ์นักการเมือง

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ สรุปสถานการณ์การเมืองสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่า   "อาการออก ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม ยังไม่ทันได้ตั้งรัฐบาล นั่งทำงานกันเป็นชิ้นเป็นอัน แค่ต่อรองโผ ครม. ว่าพรรคไหน จะได้กระทรวงไหนไป ก็ไล่ฟัดกัดกันให้ชาวบ้านเขาเห็นไส้เห็นพุง   พรรคประชาธิปัตย์ก็ว่า “ตกลงกันไปแล้ว มติพรรคจบไปแล้ว เพราะทั้งในและนอกพรรคก็จบเหมือนกัน เละเทะไปหมดแล้ว อยากกราบ 3 ที ให้จบไปตั้งหลักตั้งตัวกันใหม่เสียทีเถอะ” พรรคนี้ติดที่ “กระทรวงเกษตร” โดนสามมิตรแซะอยู่   ส่วนพรรคภูมิใจไทยปากก็บอก “กระทรวงแลกเปลี่ยนกันไม่ได้ อยากทำงานจนตัวสั่น แผนของโค้ชเนวินชักไม่ขลัง ร้องจบแล้วจบอีกเหมือนกัน” พรรคนี้ติดที่ “กระทรวงคมนาคม” สุดยอดปรารถนาในดวงใจของทุกพรรค ถูกก๊วนสี่กุมารแซะอยู่   ส่วนกระทรวงหลักความมั่นคง ทหารเขาจองตั้งแต่หัววัน ตอนยังไม่ได้เลือกตั้งด้วยซ้ำ ไม่งั้นต้องมาทะเลาะกันอีกว่าใครจะได้ “กระทรวงมหาดไทย” ไป อันนี้จบจริงๆ ไม่มีใครกล้าหือ   ไม่มีใครแย่งกระทรวงวัฒนธรรม อันที่จริงน่าจะทำท่าแย่งให้มันดูสมบทบาทเสียหน่อย อ้างว่านโยบายพรรคให้มีเรื่องอบรมมารยาทนักการเมือง เรื่องแย่งเก้าอี้ จึงต้องได้กระทรวงนี้สนองนโยบายที่รับปากประชาชนไว้ให้ดูดี แต่นี่ไม่มีเกรงใจ “กูจะเอาของกูแบบนี้ ใครจะทำไม?”   ทหารได้ความมั่นคง ส่วนนักการเมืองต้องแทะส่วนที่เหลือ พรรคอื่นก็จะเอาบ้าง ก่อนกับหลังเลือกนายกฯโทนเสียงเริ่มเปลี่ยน เหมือนกับที่ผมว่าไว้ไม่มีผิด “ได้เป็นรัฐบาลเพราะกู” จะให้ทำเป็นเก้าอี้ดนตรี สมบัติผลัดกันชม ก็รู้ว่า “อยู่กันได้ไม่นาน” นั่งไม่ทันก้นร้อน อาจได้ไป ไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ   ชาวบ้านอุตส่าห์รอมาตั้ง 5 ปี นี่หรือ “จะทำตามสัญญา”? ล้อกันเล่นหรือเปล่า? สัญญาโง่ๆแบบนี้แค่ 5 อาทิตย์ก็มากเกินแล้ว ลีลาการเมืองเดิมๆ คนเดิมๆ หน้าเดิมๆ เรื่องเดิมๆ ไม่ได้มีอะไรใหม่ แถมยังได้ตัวตลกนอกสัญญาเพิ่มมาให้อีก เก้ๆ กังๆ เดินเป๋กันเต็มสภา ร้อง “กูก็อยากได้เก้าอี้เหมือนกัน” บ้ากันได้ใจจริงๆ   สมัยก่อนยังดีเสียกว่า หน้าไม่ด้านแบบนี้ ยังมีถอยกันสักก้าว แต่สมัยนี้คงอดอยากมานาน ไม่ยอมเปลี่ยน ไม่ยอมคืน ไม่ยอมแลก ท่าทางอาการหนัก น่าเป็นห่วงเอาเสียจริงๆ รัฐบาล 21 พรรค มันมากเรื่องเหมือนจับปูใส่กระด้ง พรรคพลังประชารัฐ พอตั้งหลักได้หลังเลือกนายกฯ เริ่มแผลงฤทธิ์ มีหลายก๊วน เกลี่ยกันทั้งวัน ถกกันทั้งคืน หมดไวน์ไปหลายลังจนความดันขึ้น เบาหวานเรียกหา ก็ไม่ลงตัวเสียที   นักการเมืองตัวเก๋า เหลี่ยมคูดูพอกัน ยังกินกันไม่ลง แบ่งกันไม่ได้ คนอยากเป็นนายกฯ ในระบอบประชาธิปไตยเก๊ๆ ก็ปวดหัวแบบนี้แหละ ตอนนี้บิ๊กตู่ได้เห็นอิทธิฤทธิ์นักการเมืองแล้ว ไม่ต้องบอกว่า ตอนจบศพคงไม่สวยเสียเท่าไหร่ อาการมันออกตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทำงาน" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nlJKmDcy7cU

 2,137
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
10 มิ.ย. 62

'ชูวิทย์' ร่ายยาวศึกพรรคร่วม อาการออกตั้งแต่ยังไม่ตั้งรัฐบาล 'บิ๊กตู่' ได้เห็นอิทธิฤทธิ์นักการเมือง

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ สรุปสถานการณ์การเมืองสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่า   "อาการออก ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม ยังไม่ทันได้ตั้งรัฐบาล นั่งทำงานกันเป็นชิ้นเป็นอัน แค่ต่อรองโผ ครม. ว่าพรรคไหน จะได้กระทรวงไหนไป ก็ไล่ฟัดกัดกันให้ชาวบ้านเขาเห็นไส้เห็นพุง   พรรคประชาธิปัตย์ก็ว่า “ตกลงกันไปแล้ว มติพรรคจบไปแล้ว เพราะทั้งในและนอกพรรคก็จบเหมือนกัน เละเทะไปหมดแล้ว อยากกราบ 3 ที ให้จบไปตั้งหลักตั้งตัวกันใหม่เสียทีเถอะ” พรรคนี้ติดที่ “กระทรวงเกษตร” โดนสามมิตรแซะอยู่   ส่วนพรรคภูมิใจไทยปากก็บอก “กระทรวงแลกเปลี่ยนกันไม่ได้ อยากทำงานจนตัวสั่น แผนของโค้ชเนวินชักไม่ขลัง ร้องจบแล้วจบอีกเหมือนกัน” พรรคนี้ติดที่ “กระทรวงคมนาคม” สุดยอดปรารถนาในดวงใจของทุกพรรค ถูกก๊วนสี่กุมารแซะอยู่   ส่วนกระทรวงหลักความมั่นคง ทหารเขาจองตั้งแต่หัววัน ตอนยังไม่ได้เลือกตั้งด้วยซ้ำ ไม่งั้นต้องมาทะเลาะกันอีกว่าใครจะได้ “กระทรวงมหาดไทย” ไป อันนี้จบจริงๆ ไม่มีใครกล้าหือ   ไม่มีใครแย่งกระทรวงวัฒนธรรม อันที่จริงน่าจะทำท่าแย่งให้มันดูสมบทบาทเสียหน่อย อ้างว่านโยบายพรรคให้มีเรื่องอบรมมารยาทนักการเมือง เรื่องแย่งเก้าอี้ จึงต้องได้กระทรวงนี้สนองนโยบายที่รับปากประชาชนไว้ให้ดูดี แต่นี่ไม่มีเกรงใจ “กูจะเอาของกูแบบนี้ ใครจะทำไม?”   ทหารได้ความมั่นคง ส่วนนักการเมืองต้องแทะส่วนที่เหลือ พรรคอื่นก็จะเอาบ้าง ก่อนกับหลังเลือกนายกฯโทนเสียงเริ่มเปลี่ยน เหมือนกับที่ผมว่าไว้ไม่มีผิด “ได้เป็นรัฐบาลเพราะกู” จะให้ทำเป็นเก้าอี้ดนตรี สมบัติผลัดกันชม ก็รู้ว่า “อยู่กันได้ไม่นาน” นั่งไม่ทันก้นร้อน อาจได้ไป ไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ   ชาวบ้านอุตส่าห์รอมาตั้ง 5 ปี นี่หรือ “จะทำตามสัญญา”? ล้อกันเล่นหรือเปล่า? สัญญาโง่ๆแบบนี้แค่ 5 อาทิตย์ก็มากเกินแล้ว ลีลาการเมืองเดิมๆ คนเดิมๆ หน้าเดิมๆ เรื่องเดิมๆ ไม่ได้มีอะไรใหม่ แถมยังได้ตัวตลกนอกสัญญาเพิ่มมาให้อีก เก้ๆ กังๆ เดินเป๋กันเต็มสภา ร้อง “กูก็อยากได้เก้าอี้เหมือนกัน” บ้ากันได้ใจจริงๆ   สมัยก่อนยังดีเสียกว่า หน้าไม่ด้านแบบนี้ ยังมีถอยกันสักก้าว แต่สมัยนี้คงอดอยากมานาน ไม่ยอมเปลี่ยน ไม่ยอมคืน ไม่ยอมแลก ท่าทางอาการหนัก น่าเป็นห่วงเอาเสียจริงๆ รัฐบาล 21 พรรค มันมากเรื่องเหมือนจับปูใส่กระด้ง พรรคพลังประชารัฐ พอตั้งหลักได้หลังเลือกนายกฯ เริ่มแผลงฤทธิ์ มีหลายก๊วน เกลี่ยกันทั้งวัน ถกกันทั้งคืน หมดไวน์ไปหลายลังจนความดันขึ้น เบาหวานเรียกหา ก็ไม่ลงตัวเสียที   นักการเมืองตัวเก๋า เหลี่ยมคูดูพอกัน ยังกินกันไม่ลง แบ่งกันไม่ได้ คนอยากเป็นนายกฯ ในระบอบประชาธิปไตยเก๊ๆ ก็ปวดหัวแบบนี้แหละ ตอนนี้บิ๊กตู่ได้เห็นอิทธิฤทธิ์นักการเมืองแล้ว ไม่ต้องบอกว่า ตอนจบศพคงไม่สวยเสียเท่าไหร่ อาการมันออกตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทำงาน" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nlJKmDcy7cU

 2,137
การเมืองเข้มข้น
08 มิ.ย. 62

ชูวิทย์ โพสต์ "มันยังไม่จบนะครับนาย" ปมดีลการเมือง

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ "มันยังไม่จบนะครับนาย"   ถึงแม้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯต่อ แต่ดีลที่รับปากเอาไว้ ไม่ได้มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร มารยาททางการเมืองมันมีเสียตั้งแต่เมื่อไหร่?   พรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย คงติดใจมาตั้งแต่สมัยก่อน สุเทพไปดีลกับเนวิน ให้แยกตัวออกจากทักษิณ แล้วยกกระทรวงคมนาคมกับกระทรวงมหาดไทยตอบแทน   สุเทพพูดเองว่า “อภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯเพราะผม”   แล้วเนวินก็ยกหูบอกทักษิณว่า “มันจบแล้วครับนาย”   แต่ตอนนี้เงื่อนไขต่างกัน บรรดาสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ รวมหัวกันบอกว่า “มันยังไม่จบนะครับนาย”   พรรคเรากว่าจะโตมาขนาดนี้ รวมก๊วน รวมก๊ก มีทั้ง สามมิตร สี่กุมาร กปปส. และอื่นๆอีกหลายจังหวัด หลายตระกูล จะไปยอมง่ายๆแบบนี้ มันเสียยี่ห้อบิ๊กตู่ ที่ยืนขาแข็งมาได้ตั้ง 5 ปี ไม่มีใครกล้าแหยม   นายจะเอากระทรวงคมนาคม ไปยกให้พรรคที่มีหัวหน้าเป็นบริษัทรับเหมาใหญ่โตระดับชาติ มันจะดีหรือนาย? โปรเจ็คหมื่นล้านแสนล้าน ทั้งถนน สะพาน รถไฟ ทางด่วน ทำแบบนี้ชาวบ้านเขาจะร้อง “ยี้”   จู่ๆให้นักการเมืองมาต่อรอง เสียศักดิ์ศรีชายชาติทหารหมดนะครับนาย   ไหนนายบอกว่า นายไม่ใช่นักการเมือง นายไม่ดีลกับใครทั้งสิ้น   แล้วที่พวกประชาธิปัตย์บอกว่าจะเอานโยบายที่ใช้หาเสียง เพื่อยกระดับราคาเกษตรพืชผลยางพารา สวนปาล์ม นายอย่าไปเชื่อมัน นายก็เห็นฝีมือมันแล้ว ว่าที่ผ่านมาเป็นยังไง ไม่อย่างงั้นคนใต้เค้าจะหันมาเลือกพรรคเราหรือ?   เสาไฟฟ้าล้มระเนระนาด แล้วไปยกให้มันทำคะแนนเสียงได้ยังไง สมัยหน้าก็เอาไปอวดอ้างหาคะแนน แบบนี้พวกเราก็แย่สิครับนาย   กระทรวงคมนาคมกับกระทรวงเกษตร 2 กระทรวงนี้ต้องกลับมาอยู่กับเรา ตามที่นายวางยุทธศาสตร์ไว้ ประเทศเราจะได้ “มั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน”   หรือนายอยากให้ประเทศเรา “ยากจน อ่อนแอ ยวบยาบ” มันไม่ดีนะครับนาย   สมัยหน้าเดี๋ยวเราได้กลับไปแพ็คเป็นคู่ขากับพวกพรรค 50 อีก ยิ่งมีพวกไร้สาระมาเป็นพวก ล้วนแต่ทำให้เราถูกชาวบ้านหัวเราะเยาะอยู่   ถึงเราจะเป็นพรรคเฉพาะกิจ แต่ก็มีศักดิ์ศรี มาจากรัฐธรรมนูญ แม้พรรคพวกเราจะร่างเอาไว้เอง แต่เรื่องมันก็แล้วไปแล้ว ใครจะไปแก้อะไรได้?   พวกมันก็ทำเป็นหาเรื่อง เอาหน้าไปอย่างงั้นเอง นายทำเป็นเออออเล่นละครไปกับมันสักหน่อย เดี๋ยวต่างคนก็ต่างลืมๆไป   หากไม่ทำ เดี๋ยวพวกผมเดือดร้อนต้องไปหาเสียงอีก อย่าทำเป็นล้อเล่นไปนะครับนาย   ยิ่งเที่ยวหน้าประชาชนเขารู้ทันแล้ว ไม่รู้ว่าจะได้คะแนนเท่านี้หรือเปล่า? ถึงมี สว. ช่วยก็เถอะ   มันจะพังเอานะนาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/888KGAYGV9c

 721
การเมืองเข้มข้น
26 พ.ค. 62

'ชูวิทย์' วิเคราะห์เลือกประธานสภา บอกประชาธิปัตย์งัดไม้เด็ดแผนเซียนเหยียบเมฆ ใครเขี้ยวใครอ่อนหัดคงได้เห็นแล้ว

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงการเลือกประธานสภา ระบุว่า    "ใครเขี้ยวกว่าใคร?   ผมจะเล่าให้คุณฟัง แล้วอย่าอุดหู ว่านักการเมืองเขาเอาผลประโยชน์ของบ้านเมืองมาต่อรองเพื่อตัวเองกันมากขนาดไหน ?   ประเพณีปฎิบัติแต่ก่อน เลือกตำแหน่งประธานสภาแค่ชั่วโมงเดียว ก็รู้เรื่องกันแล้ว แต่พรรคพลังประชารัฐออกลีลากับพรรคประชาธิปัตย์ ต่อรองร่วมรัฐบาลถึงเช้านี้ยังไม่ยอมสะเด็ดน้ำเสียที   เพื่อป้องกันเอาไว้ก่อน พรรคประชาธิปัตย์จึงงัดไม้เด็ด แผนเซียนเหยียบเมฆดัน “นายชวน” ขึ้นเป็น “ประธานสภา” เพื่อรับประกันการโดนเบี้ยว   หากได้นายชวนเป็นประธานสภา ก็ได้เสียงพรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาล แล้วค่อยเอาเรื่อง “แก้รัฐธรรมนูญ” มาบังหน้า แก้ตัวเอาหน้ารอดกับประชาชน   แต่หากไม่ได้ ”นายชวน” เป็นประธานสภาก็อย่าหวังว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมรัฐบาล   เพื่อให้ “นายชวน” เป็นตัวประกันนำรายชื่อ “นายกฯ” ทูลเกล้าฯ ไม่เปลี่ยนโผ แต่ต้องแลกกับเก้าอี้กระทรวงเกรดเอ ตามที่พรรคประชาธิปัตย์ต่อรองเอาไว้ อันได้แก่ มหาดไทย พาณิชย์ พลังงาน   ดูความ “เขี้ยว” ของพรรคประชาธิปัตย์ว่ามีขนาดไหน เดินมาพรมขาดกลางเป็นสองผืนกลางห้องประชุม   ดัดหลังทหาร สร้างหลักประกัน เผื่อถูกหักหลัง   พรรคพลังประชารัฐ จึงต้อง “ยื้อเกม” ขอเลื่อนการเลือกประธานสภาไว้ก่อน เพราะยังต่อรองเก้าอี้กันไม่สุดกับพรรคประชาธิปัตย์ จึงเป็นสาเหตุรวมหัวกันเลื่อนลงคะแนนประธานสภาเพื่อจะได้มีเวลาต่อรองเพิ่ม   แต่ดันไม่เสร็จสมอารมณ์หมาย ชนะเฉือนกันเพียง 2 คะแนน จึงจำต้องเดินหน้าหาประธานสภาให้ได้ภายในวันนี้   และในที่สุด “นายชวน” ก็ได้ตำแหน่งไป   แบบนี้รู้หรือยังว่า ใครร่วมกับใคร ?   แค่เห็นชื่อประธานสภาคนใหม่ คงร้อง “อ๋อ” แล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ร้อยเปอร์เซ็นต์   แต่อย่าได้แปลกใจไป ที่ได้เห็น พรรคประชาธิปัตย์ “ดึงเช็ง” โก่งราคากันสุดฤทธิ์ ทั้งที่เงินในกระเป๋ามีแค่ 51 บาท   ใครเขี้ยว ใครอ่อนหัด วันนี้คงได้เห็นเกมการเมืองวันเลือกประธานสภากันแล้ว   คิดดูเอาเองว่า “รัฐบาลใหม่” จะมีสภาพเป็นอย่างไร คงเดินหันหลังให้พรรคพวกไม่ได้ เพราะจะถูก “แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ”   รับประกันแปะไว้ได้ที่กลางหน้าผาก อยู่ไม่ถึง 6 เดือน   ชาวบ้านรอถูมือ เอาไว้ล้างแค้น “รอบหน้าสูญพันธุ์แน่มึง”"            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :   https://youtu.be/ET_lrjQse4w

 12,348
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
26 พ.ค. 62

'ชูวิทย์' วิเคราะห์เลือกประธานสภา บอกประชาธิปัตย์งัดไม้เด็ดแผนเซียนเหยียบเมฆ ใครเขี้ยวใครอ่อนหัดคงได้เห็นแล้ว

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงการเลือกประธานสภา ระบุว่า    "ใครเขี้ยวกว่าใคร?   ผมจะเล่าให้คุณฟัง แล้วอย่าอุดหู ว่านักการเมืองเขาเอาผลประโยชน์ของบ้านเมืองมาต่อรองเพื่อตัวเองกันมากขนาดไหน ?   ประเพณีปฎิบัติแต่ก่อน เลือกตำแหน่งประธานสภาแค่ชั่วโมงเดียว ก็รู้เรื่องกันแล้ว แต่พรรคพลังประชารัฐออกลีลากับพรรคประชาธิปัตย์ ต่อรองร่วมรัฐบาลถึงเช้านี้ยังไม่ยอมสะเด็ดน้ำเสียที   เพื่อป้องกันเอาไว้ก่อน พรรคประชาธิปัตย์จึงงัดไม้เด็ด แผนเซียนเหยียบเมฆดัน “นายชวน” ขึ้นเป็น “ประธานสภา” เพื่อรับประกันการโดนเบี้ยว   หากได้นายชวนเป็นประธานสภา ก็ได้เสียงพรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาล แล้วค่อยเอาเรื่อง “แก้รัฐธรรมนูญ” มาบังหน้า แก้ตัวเอาหน้ารอดกับประชาชน   แต่หากไม่ได้ ”นายชวน” เป็นประธานสภาก็อย่าหวังว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมรัฐบาล   เพื่อให้ “นายชวน” เป็นตัวประกันนำรายชื่อ “นายกฯ” ทูลเกล้าฯ ไม่เปลี่ยนโผ แต่ต้องแลกกับเก้าอี้กระทรวงเกรดเอ ตามที่พรรคประชาธิปัตย์ต่อรองเอาไว้ อันได้แก่ มหาดไทย พาณิชย์ พลังงาน   ดูความ “เขี้ยว” ของพรรคประชาธิปัตย์ว่ามีขนาดไหน เดินมาพรมขาดกลางเป็นสองผืนกลางห้องประชุม   ดัดหลังทหาร สร้างหลักประกัน เผื่อถูกหักหลัง   พรรคพลังประชารัฐ จึงต้อง “ยื้อเกม” ขอเลื่อนการเลือกประธานสภาไว้ก่อน เพราะยังต่อรองเก้าอี้กันไม่สุดกับพรรคประชาธิปัตย์ จึงเป็นสาเหตุรวมหัวกันเลื่อนลงคะแนนประธานสภาเพื่อจะได้มีเวลาต่อรองเพิ่ม   แต่ดันไม่เสร็จสมอารมณ์หมาย ชนะเฉือนกันเพียง 2 คะแนน จึงจำต้องเดินหน้าหาประธานสภาให้ได้ภายในวันนี้   และในที่สุด “นายชวน” ก็ได้ตำแหน่งไป   แบบนี้รู้หรือยังว่า ใครร่วมกับใคร ?   แค่เห็นชื่อประธานสภาคนใหม่ คงร้อง “อ๋อ” แล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ร้อยเปอร์เซ็นต์   แต่อย่าได้แปลกใจไป ที่ได้เห็น พรรคประชาธิปัตย์ “ดึงเช็ง” โก่งราคากันสุดฤทธิ์ ทั้งที่เงินในกระเป๋ามีแค่ 51 บาท   ใครเขี้ยว ใครอ่อนหัด วันนี้คงได้เห็นเกมการเมืองวันเลือกประธานสภากันแล้ว   คิดดูเอาเองว่า “รัฐบาลใหม่” จะมีสภาพเป็นอย่างไร คงเดินหันหลังให้พรรคพวกไม่ได้ เพราะจะถูก “แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ”   รับประกันแปะไว้ได้ที่กลางหน้าผาก อยู่ไม่ถึง 6 เดือน   ชาวบ้านรอถูมือ เอาไว้ล้างแค้น “รอบหน้าสูญพันธุ์แน่มึง”"            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :   https://youtu.be/ET_lrjQse4w

 12,348
การเมืองเข้มข้น
19 พ.ค. 62

'ชูวิทย์' วิเคราะห์อนาคต 'ประชาธิปัตย์' ต้องพบกับทางสามแพร่ง ที่ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เฟซบุ๊กวิเคราะห์อนาคตพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุข้อความว่า     "“ทางสามแพร่ง“   ผมหนักใจแทนพรรคประชาธิปัตย์ แม้ว่าจะมีหัวหน้าพรรคคนใหม่แล้ว เพราะอย่างที่อดีตหัวหน้าอภิสิทธิ์พูดไว้ว่า พรรคประชาธิปัตย์เหมือนถูกบังคับให้ต้องเลือกข้าง   ใครจะคิดว่าวันนี้ประชาธิปัตย์ต้องพบกับทางสามแพร่ง ที่ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ?   แพร่งแรก ไปอยู่กับพลังประชารัฐ ได้ร่วมรัฐบาล คนในพรรคมากกว่าครึ่งคงชอบ มีตำแหน่งรัฐมนตรีจัดสรรให้ตามโควต้าที่ต่อรองได้ตามสไตล์เดิมๆ แต่ถึงขนาดจะเอาไปทั้ง คลัง มหาดไทย ศึกษา เกษตร คงฝันไป เพราะได้แค่ 52 ที่นั่ง แม้จะยื้อเวลาต่อรองเต็มที่ ก็หนีความจริงไม่พ้น แต่หากเลือกเดินทางนี้ ครั้งหน้าภาคใต้แตกลึกหนักกว่าเดิม ชาวบ้านไปเลือกพลังประชารัฐเลยดีกว่า ซื้อตรง ไม่ต้องผ่านคนกลางอย่างประชาธิปัตย์ ส่วนกรุงเทพฯก็คงไม่เหลือคะแนนเหมือนเดิม ถือว่าแบไต๋ไปร่วมสืบทอดอำนาจเผด็จการแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่พรรคเก่าแก่อย่างประชาธิปัตย์มักอ้างเสมอมาแต่อดีตว่า ต่อต้านระบอบเผด็จการ ตั้งแต่หัวหน้าพรรคคนแรกยันคนล่าสุดที่เพิ่งออก ต่อไปจะพูดกับรุ่นลูกรุ่นหลานเรื่องอุดมการณ์มั่นคงไม่ได้เสียแล้ว   แพร่งสอง ไปอยู่ร่วมปั้นรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ ทางนี้ จบสั้น เที่ยวหน้าคงไม่ต้องบรรยายว่าประชาธิปัตย์จะออกมาสภาพไหน พูดภาษาชาวบ้าน “นรกมีจริง” สูญพันธุ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แบบที่สุเทพเคยแหลงใต้บอกอภิสิทธิ์ว่า “ไม่เอาประยุทธ์ แปลว่าไปอยู่กับทักษิณแล้วใช่ไหม ?“   แพร่งสาม เป็นฝ่ายค้านอิสระ คิดโดยนิวเด็ม ก็ไม่รู้ว่าประเทศประชาธิปไตยที่ไหนเขามี “ฝ่ายค้านสเปเชียล” จะทำงานอย่างไร? เพราะที่ไหนๆ เขาก็มีแค่ 2 ฝั่ง ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่ซ้าย ก็ขวา ไม่มีมัวๆ มั่วไปเข้าข้างไหนก็ได้ เฮไหน เฮนั่น ไปไหนไปด้วยช่วยบาทเดียว ภาษาจีนเรียกว่า “บ่อเถ่าโหล่ว“ (ไม่มีทางไป) แกว่งไปแกว่งมาเป็นสนลู่ลม และถึงแม้เป็นฝ่ายค้านก็ต้องทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ ฝ่ายค้านชุดนี้คงดูไม่จืด   สรุปทั้งสามแพร่งไม่ได้ดีกับประชาธิปัตย์สักทาง ไม่มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ทุกซอยติดป้ายบอก “ทางตัน”   แม้รู้อยู่เต็มอกว่า ประชาธิปัตย์มีใจเลือกทางเดินแรกแหงๆ เพราะต้องแก้ผ้าเอาหน้ารอดไว้ก่อน ภารกิจแรกของคุณจุรินทร์ หัวหน้าพรรคคนใหม่คงต้องไม่ให้พรรคแตก หากดันไปเลือกทางอื่น มีหวังพัง ต้องเลือกทางที่ไปตายเอาดาบหน้า   นึกไม่ถึงว่าประชาธิปัตย์จะมีวันนี้ ต่อให้กรรมการบริหารพรรคประชุมหารือทุกวัน วันละ 24 ชั่วโมง ก็ไม่เหลือทางเลือกอื่นให้อีกแล้ว หากเลือกทางแรกคงต้องสรรหาคำพูดสวยหรู สร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง มาแก้ตัวให้ชาวบ้านฟัง   ตอนนี้ต้องก้มหน้าก้มตาเลือกไปก่อน แล้วรอไปวัดดวงเลือกตั้งครั้งใหม่"   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/ls5HAxvisNo

 6,780
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
19 พ.ค. 62

'ชูวิทย์' วิเคราะห์อนาคต 'ประชาธิปัตย์' ต้องพบกับทางสามแพร่ง ที่ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เฟซบุ๊กวิเคราะห์อนาคตพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุข้อความว่า     "“ทางสามแพร่ง“   ผมหนักใจแทนพรรคประชาธิปัตย์ แม้ว่าจะมีหัวหน้าพรรคคนใหม่แล้ว เพราะอย่างที่อดีตหัวหน้าอภิสิทธิ์พูดไว้ว่า พรรคประชาธิปัตย์เหมือนถูกบังคับให้ต้องเลือกข้าง   ใครจะคิดว่าวันนี้ประชาธิปัตย์ต้องพบกับทางสามแพร่ง ที่ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ?   แพร่งแรก ไปอยู่กับพลังประชารัฐ ได้ร่วมรัฐบาล คนในพรรคมากกว่าครึ่งคงชอบ มีตำแหน่งรัฐมนตรีจัดสรรให้ตามโควต้าที่ต่อรองได้ตามสไตล์เดิมๆ แต่ถึงขนาดจะเอาไปทั้ง คลัง มหาดไทย ศึกษา เกษตร คงฝันไป เพราะได้แค่ 52 ที่นั่ง แม้จะยื้อเวลาต่อรองเต็มที่ ก็หนีความจริงไม่พ้น แต่หากเลือกเดินทางนี้ ครั้งหน้าภาคใต้แตกลึกหนักกว่าเดิม ชาวบ้านไปเลือกพลังประชารัฐเลยดีกว่า ซื้อตรง ไม่ต้องผ่านคนกลางอย่างประชาธิปัตย์ ส่วนกรุงเทพฯก็คงไม่เหลือคะแนนเหมือนเดิม ถือว่าแบไต๋ไปร่วมสืบทอดอำนาจเผด็จการแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่พรรคเก่าแก่อย่างประชาธิปัตย์มักอ้างเสมอมาแต่อดีตว่า ต่อต้านระบอบเผด็จการ ตั้งแต่หัวหน้าพรรคคนแรกยันคนล่าสุดที่เพิ่งออก ต่อไปจะพูดกับรุ่นลูกรุ่นหลานเรื่องอุดมการณ์มั่นคงไม่ได้เสียแล้ว   แพร่งสอง ไปอยู่ร่วมปั้นรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ ทางนี้ จบสั้น เที่ยวหน้าคงไม่ต้องบรรยายว่าประชาธิปัตย์จะออกมาสภาพไหน พูดภาษาชาวบ้าน “นรกมีจริง” สูญพันธุ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แบบที่สุเทพเคยแหลงใต้บอกอภิสิทธิ์ว่า “ไม่เอาประยุทธ์ แปลว่าไปอยู่กับทักษิณแล้วใช่ไหม ?“   แพร่งสาม เป็นฝ่ายค้านอิสระ คิดโดยนิวเด็ม ก็ไม่รู้ว่าประเทศประชาธิปไตยที่ไหนเขามี “ฝ่ายค้านสเปเชียล” จะทำงานอย่างไร? เพราะที่ไหนๆ เขาก็มีแค่ 2 ฝั่ง ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่ซ้าย ก็ขวา ไม่มีมัวๆ มั่วไปเข้าข้างไหนก็ได้ เฮไหน เฮนั่น ไปไหนไปด้วยช่วยบาทเดียว ภาษาจีนเรียกว่า “บ่อเถ่าโหล่ว“ (ไม่มีทางไป) แกว่งไปแกว่งมาเป็นสนลู่ลม และถึงแม้เป็นฝ่ายค้านก็ต้องทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ ฝ่ายค้านชุดนี้คงดูไม่จืด   สรุปทั้งสามแพร่งไม่ได้ดีกับประชาธิปัตย์สักทาง ไม่มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ทุกซอยติดป้ายบอก “ทางตัน”   แม้รู้อยู่เต็มอกว่า ประชาธิปัตย์มีใจเลือกทางเดินแรกแหงๆ เพราะต้องแก้ผ้าเอาหน้ารอดไว้ก่อน ภารกิจแรกของคุณจุรินทร์ หัวหน้าพรรคคนใหม่คงต้องไม่ให้พรรคแตก หากดันไปเลือกทางอื่น มีหวังพัง ต้องเลือกทางที่ไปตายเอาดาบหน้า   นึกไม่ถึงว่าประชาธิปัตย์จะมีวันนี้ ต่อให้กรรมการบริหารพรรคประชุมหารือทุกวัน วันละ 24 ชั่วโมง ก็ไม่เหลือทางเลือกอื่นให้อีกแล้ว หากเลือกทางแรกคงต้องสรรหาคำพูดสวยหรู สร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง มาแก้ตัวให้ชาวบ้านฟัง   ตอนนี้ต้องก้มหน้าก้มตาเลือกไปก่อน แล้วรอไปวัดดวงเลือกตั้งครั้งใหม่"   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/ls5HAxvisNo

 6,780
การเมืองเข้มข้น
29 เม.ย. 62

'ชูวิทย์' แนะ 'อนาคตใหม่' ฟ้องกลับ บอกอย่าทำตัวเป็นพระเอกหนังไทย ขืนมัวแต่ใจดีมีหวังเป็นอนาคตดับ

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เฟซบุ๊กวิเคราะห์พรรคอนาคตใหม่ เผยข้อความระบุว่า      "อนาคตใหม่ อย่าเป็น อนาคตดับ   ทั้งคดีความมั่นคง คดีหุ้น คดีหมิ่นศาล และอื่นๆที่จะทะยอยมา หากมัวแต่นั่งรับหมายเรียกทุกวันคงอิ่มพอดี   บรรดานักร้อง (เรียน) พวกสัมภเวสี เจ้าไม่มีศาล วิญญาณเร่ร่อน คอยฉกฉวยแย่งชิงกินของเซ่นไหว้ ร้องทุกเรื่องที่จะทำให้ตัวเองดัง แม้แต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ร้องไปเรื่อยเปื่อย คงมีสักเรื่องที่เป็นเรื่อง   ต้องวิ่งสู้ฟัด ไม่นิ่งเฉย ฟ้องกลับข้อหา แจ้งความอันเป็นเท็จเพื่อกลั่นแกล้งให้บุคคลอื่นต้องได้รับโทษทางอาญา แลกกันคนละหมัด อย่าทำตัวเป็นพระเอกหนังไทย ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามขย้ำเช้าเย็น   อีกสักพักหากได้เข้าสภาคงเข้าใจว่าเป็นนักการเมืองไทยต้อง โหด ดี เลว ขืนมัวแต่เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ใจดี มีหวังเป็นอนาคตดับ ต้องหน้าด้าน หน้าทน แทงหน้า แทงหลัง หากไม่ทำอาจตกม้าตาย เพราะถูกเล่นอยู่ฝ่ายเดียว   วังวนของการเมืองไทยยังไม่พ้นแปรรูปเป็นการเมืองใหม่ร้อยเปอร์เซ็นต์   อนาคตใหม่ จะกลายเป็น อนาคตดับ หรือไม่ อีกไม่นานคงได้รู้กัน"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/V9e5HzI8a1E

 6,754
การเมืองเข้มข้น
17 เม.ย. 62

ปชป.แฉใช้นอมินี ยึดพรรคอีกรอบ ขอ 'ชูวิทย์' วิจารณ์อย่างให้เกียรติ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหาที่พรรคกำลังเผชิญคือ คนที่ลาออกจากพรรคไปแล้วกำลังทุ่มยุทธปัจจัยรอบใหม่ เพื่อใช้นอมินีกลับมายึดพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง หลังจากล้มเหลวมาตลอด คนที่ลาออกจากพรรคไปสมคบคิดกับนายทหารการเมือง เอาเงินมาใช้ในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคครั้งใหม่   เพื่อหวังยึดพรรคให้ไปเป็นฐานอำนาจให้อดีตนายทหารบางคน แต่เชื่อว่าแผนการยึดพรรคของคนกลุ่มนี้จะล้มเหลวอีกครั้ง เพราะสมาชิกพรรคที่มีอุดมการณ์ย่อมไม่เห็นด้วย อย่าให้ผลประโยชน์และตำแหน่งที่เขาเสนอล่อลวงอยู่เหนือเหตุผลและความเป็นจริง   ด้านนายธนา ชีรวินิจ รักษาการโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์ ว่า พรรคประชาธิปัตย์อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงตัวเอง เพื่อให้พรรคกลับมาเป็นที่ยอมรับของประชาชนอีกครั้ง พรรคได้เรียนรู้บทเรียนและประสบการณ์ที่เกิดขึ้น และให้ความเคารพความคิดเห็นของประชาชน   แม้ภายในพรรคจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย ทุกคนเป็นเจ้าของพรรคอย่างเท่าเทียม การที่นายชูวิทย์พาดพิงถึงพรรค เรารับฟัง แต่ขอให้นายชูวิทย์ให้เกียรติกับพรรคการเมืองและองค์กรอื่นด้วย ควรติชมด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่ใช่สร้างความเสียหายให้บุคคลอื่น เรารับฟังความเห็นต่างอย่างเข้าใจ และยอมรับความคิดเห็นที่ไม่เหมือนกับตัวเอง ในการประชุมกรรมการบริหารพรรค เมื่อมีมติออกมาสมาชิกพรรคจะเคารพมตินั้นทุกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OIheK_6Arrw

 3,565
การเมืองเข้มข้น
16 เม.ย. 62

'ชูวิทย์' โพสต์ยาวอัดประชาธิปัตย์ บอกตอนนี้เละเป็นโจ๊ก ไม่สงสัยเลยทำไมถึงแพ้เลือกตั้งครั้งแล้วครั้งเล่า

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พูดถึงประเด็น การเมืองของประชาธิปัตย์ โดยระบุข้อความว่า    "การเมืองของประชาธิปัตย์   สภาพของแต่ละพรรคการเมืองหลังผ่านการเลือกตั้ง ทำให้เราในฐานะผู้ลงคะแนน ได้เห็นถึงความเป็นไป   พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่มีสภาพระส่ำระสายที่สุด มีความคิดเห็นแตกต่างกันภายในพรรค ไม่เว้นแต่ละวัน   คนหนึ่งบอกว่า จะร่วมรัฐบาลบิ๊กตู่   อีกคนบอกว่า จะร่วมก็ได้ แต่ขอนายกฯคนกลาง   สักพักกลุ่มคนรุ่นใหม่บอกว่า อยากเป็นฝ่ายค้านอิสระ ไม่ร่วมทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านในสภา   เดี๋ยวก็จะเอา “นายชวน” กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค พอนายชวนปฏิเสธ ก็จะรอเลือกกรรมการบริหาร   นี่ยังไม่รวมพวกเดินเกมใต้ดินเงียบๆ รอจังหวะบวกอีก   สรุปตอนนี้ พรรคประชาธิปัตย์ “เละเป็นโจ๊ก” เสียงแตก ต่างคนต่างเดิน ไม่มีใครคุมพรรคได้จนทุกคนเป็นหัวหน้าพรรคหมด ทั้งๆที่พรรคประชาธิปัตย์มักจะอ้างทุกครั้งว่า   1.พรรคไม่มีใครเป็นเจ้าของสั่งได้ (แต่หากไม่มีใครสั่งได้ แล้วต่างคนต่างสั่ง ก็คงยุ่งเละเทะแบบนี้นี่เอง)   2.เป็นพรรคสถาบันทางการเมือง จัดตั้งมานานกว่าทุกพรรค ยืนหยัดมาทุกสมัย (แต่หากเป็นสถาบัน แล้วเหตุใดถึงยึดติดตัวบุคคล ไม่มีนายชวนพรรคจะไปอย่างไร? กล้าให้คนรุ่นใหม่มาเป็นคนบริหารจริงๆ ไหม? ไม่ใช่ เป็นแค่หุ่นกระบอก)   3.มักอ้างมติพรรค (แต่เที่ยวนี้ พนัน 100 บาท เอาขี้หมากองเดียว หากมติพรรคไม่ถูกใจ ไม่ร่วมรัฐบาล สมาชิก ส.ส.พรรค ได้รังแตกแน่นอน)   4.ทะเลาะกันในพรรค มักบอกแค่ความคิดเห็นที่แตกต่าง (แต่เล่นกันถึงตาย เที่ยวก่อน พวกไม่เอาอภิสิทธิ์ ไม่ได้ลง ส.ส. บ้าง หรือลำดับปาร์ตี้ลิสต์ อยู่แถวบ๊วยตอนท้ายบ้าง พรรคอื่นแม้ไม่ได้อ้างเป็นสถาบันอย่างประชาธิปัตย์ ก็ไม่เล่นกันน่าเกลียด หน้าเนื้อ ใจเสือ แบบนี้เสียด้วยซ้ำ)   5.บอกว่ามี “อุดมการณ์ทางการเมืองมั่นคง” เคยขึ้น เคยลง และกลับมาทุกครั้ง (แต่กลับเป็นพรรคที่ทะเลาะกันเรื่องการจะไปร่วมรัฐบาลมากที่สุด เสียงแตกมากที่สุด ไม่รู้จะเอาอย่างไรแน่? ตอนอดีตหัวหน้าพรรค อภิสิทธิ์ หาเสียง บอกไม่ร่วมบิ๊กตู่สืบทอดอำนาจ ก็ไม่มีใครในพรรคโต้แย้ง พอตอนแพ้หลังเลือกตั้ง กลับบอกว่า เป็นเพราะไปพูดแบบนั้นถึงแพ้ อุดมการณ์ไม่พูดถึง แต่ต้องเอาตัวรอดกันก่อน ผู้ใหญ่ในพรรคถูกมองข้ามหัว ไม่ฟังกันแล้ว)   ผมพูดตรงๆ ในฐานะประชาชนผู้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ย่อมรู้สึกผิดหวัง เพราะเขาเลือกเพื่อไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์สืบทอดอำนาจ อย่างที่หาเสียง โชว์วิสัยทัศน์เอาไว้ ประชาชนเขาเชื่อในคำพูดของหัวหน้าพรรคตามระบอบประชาธิปไตย   แต่พอหลังเลือกตั้ง ผลออกมาได้น้อย กลับมาบอกว่าอดีตหัวหน้าอภิสิทธิ์พูดคนเดียว ไม่ใช่มติพรรค ต้องไปร่วมรัฐบาลกับลุงตู่ เรื่องสืบทอดอำนาจลืมๆไปได้แล้ว แถมยังมี ว่าที่ ส.ส. ประชาธิปัตย์บางคนบอก สนับสนุนให้จัดรัฐบาลแห่งชาติไปเลย แล้วแบบนี้จะมีเลือกตั้งไปทำไม?   เสียงของประชาชนที่เขาเลือก และมั่นใจในพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะน้อย แต่อย่างที่นายชวนย้ำเสมอว่า “เป็นคะแนนบริสุทธิ์” จะต้องถูกเหยียบย่ำ มองข้ามหัว แล้วไปร่วมกันสืบทอดอำนาจ ขัดแย้งกับตอนหาเสียงไว้ประเภทหน้ามือเป็นหลังเท้า ต้มคนเลือกทั้งประเทศหน้าตาเฉยกันเลยหรือ?   ผมไม่สงสัยเลยว่า ทำไมพรรคประชาธิปัตย์ถึงแพ้การเลือกตั้งครั้งแล้วครั้งเล่า มันแพ้มาจากภายในพรรคนี่เอง และหากยังไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง (ซึ่งผมเชื่อว่าเปลี่ยนไม่ได้ด้วยคุณสมบัติของบรรดารายชื่อแคนดิเดตหัวหน้าพรรคที่เห็น) ก็คงยังแพ้ต่อไป ในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มีแต่จะซำ้เติมให้ตกต่ำ จนวันหนึ่งอย่าได้ฝันว่าจะกลับมาครองใจประชาชนอีก แค่ยังคงมีชื่อประดับไว้ว่า ครั้งหนึ่งพรรคประชาธิปัตย์เคยเป็นพรรคคุณภาพก็บุญโข   พรรคประชาธิปัตย์ต้องไม่เล่นการเมืองมากเกินไป ฆ่ากันเอง แบ่งพรรคแบ่งพวกภายใน ก๊วนสำคัญกว่าพรรค และที่สำคัญ “ปฎิเสธความจริง”   หากเป็นผม หาเสียงไว้ยังไง เมื่อได้รับเลือกมาก็ต้องทำตามคนที่เขาเลือก ส่วนคนที่ไม่ได้เลือก เพราะเขาไปเลือกพรรคอื่น ก็เรื่องของเขาว่าต้องการแบบไหน นี่เป็นระบอบประชาธิปไตย ใครๆ ก็มีความคิดเป็นของตัวเอง ไปบังคับไม่ได้   แต่เมื่อประชาชนตัดสินแล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องเป็นฝ่ายค้าน เหมือนผมที่เคยหาเสียงไว้ พอคะแนนออกมา จะกลับไปร่วมรัฐบาลกับเขา ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น ด่าเขาว่าเป็น “เผด็จการ” แบบนี้ก็ได้หรือ?   เรื่องนี้ เป็นจุดยืนที่สำคัญ แม้แต่พรรคเล็ก บางพรรคยังต้องมี แต่ถ้า “พรรคเก่าแก่” อย่างประชาธิปัตย์จะทำตามใจตัวเอง หรือมติพรรค ก็ช่วยไม่ได้ครับ ประชาชนเขาลงคะแนนไปแล้ว   การเป็นฝ่ายค้านไม่ได้หมายความว่าไม่ประสบความสำเร็จ หากเป็นฝ่ายค้านที่มีคุณภาพ ไม่ใช่ค้านทุกเรื่องตั้งแต่ตะปูไปยันเรือรบแบบในอดีต ที่พรรคประชาธิปัตย์ชอบเล่นการเมืองในสภา   คนไทยมีนิสัยขี้สงสาร มีความเมตตา ให้โอกาสคน พรรคประชาธิปัตย์ควรก้มหน้าก้มตารับชะตากรรมที่ตกต่ำเสีย แล้วเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่ใช่มัวแต่ทะเลาะกัน แก่งแย่ง แตกแยก ชิงดีชิงเด่น อยากได้อยากมี มันผิดที่ ผิดเวลา   คนเขาเห็น แทนที่จะสงสาร กลับสมเพช.."

 14,391
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
16 เม.ย. 62

'ชูวิทย์' โพสต์ยาวอัดประชาธิปัตย์ บอกตอนนี้เละเป็นโจ๊ก ไม่สงสัยเลยทำไมถึงแพ้เลือกตั้งครั้งแล้วครั้งเล่า

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พูดถึงประเด็น การเมืองของประชาธิปัตย์ โดยระบุข้อความว่า    "การเมืองของประชาธิปัตย์   สภาพของแต่ละพรรคการเมืองหลังผ่านการเลือกตั้ง ทำให้เราในฐานะผู้ลงคะแนน ได้เห็นถึงความเป็นไป   พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่มีสภาพระส่ำระสายที่สุด มีความคิดเห็นแตกต่างกันภายในพรรค ไม่เว้นแต่ละวัน   คนหนึ่งบอกว่า จะร่วมรัฐบาลบิ๊กตู่   อีกคนบอกว่า จะร่วมก็ได้ แต่ขอนายกฯคนกลาง   สักพักกลุ่มคนรุ่นใหม่บอกว่า อยากเป็นฝ่ายค้านอิสระ ไม่ร่วมทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านในสภา   เดี๋ยวก็จะเอา “นายชวน” กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค พอนายชวนปฏิเสธ ก็จะรอเลือกกรรมการบริหาร   นี่ยังไม่รวมพวกเดินเกมใต้ดินเงียบๆ รอจังหวะบวกอีก   สรุปตอนนี้ พรรคประชาธิปัตย์ “เละเป็นโจ๊ก” เสียงแตก ต่างคนต่างเดิน ไม่มีใครคุมพรรคได้จนทุกคนเป็นหัวหน้าพรรคหมด ทั้งๆที่พรรคประชาธิปัตย์มักจะอ้างทุกครั้งว่า   1.พรรคไม่มีใครเป็นเจ้าของสั่งได้ (แต่หากไม่มีใครสั่งได้ แล้วต่างคนต่างสั่ง ก็คงยุ่งเละเทะแบบนี้นี่เอง)   2.เป็นพรรคสถาบันทางการเมือง จัดตั้งมานานกว่าทุกพรรค ยืนหยัดมาทุกสมัย (แต่หากเป็นสถาบัน แล้วเหตุใดถึงยึดติดตัวบุคคล ไม่มีนายชวนพรรคจะไปอย่างไร? กล้าให้คนรุ่นใหม่มาเป็นคนบริหารจริงๆ ไหม? ไม่ใช่ เป็นแค่หุ่นกระบอก)   3.มักอ้างมติพรรค (แต่เที่ยวนี้ พนัน 100 บาท เอาขี้หมากองเดียว หากมติพรรคไม่ถูกใจ ไม่ร่วมรัฐบาล สมาชิก ส.ส.พรรค ได้รังแตกแน่นอน)   4.ทะเลาะกันในพรรค มักบอกแค่ความคิดเห็นที่แตกต่าง (แต่เล่นกันถึงตาย เที่ยวก่อน พวกไม่เอาอภิสิทธิ์ ไม่ได้ลง ส.ส. บ้าง หรือลำดับปาร์ตี้ลิสต์ อยู่แถวบ๊วยตอนท้ายบ้าง พรรคอื่นแม้ไม่ได้อ้างเป็นสถาบันอย่างประชาธิปัตย์ ก็ไม่เล่นกันน่าเกลียด หน้าเนื้อ ใจเสือ แบบนี้เสียด้วยซ้ำ)   5.บอกว่ามี “อุดมการณ์ทางการเมืองมั่นคง” เคยขึ้น เคยลง และกลับมาทุกครั้ง (แต่กลับเป็นพรรคที่ทะเลาะกันเรื่องการจะไปร่วมรัฐบาลมากที่สุด เสียงแตกมากที่สุด ไม่รู้จะเอาอย่างไรแน่? ตอนอดีตหัวหน้าพรรค อภิสิทธิ์ หาเสียง บอกไม่ร่วมบิ๊กตู่สืบทอดอำนาจ ก็ไม่มีใครในพรรคโต้แย้ง พอตอนแพ้หลังเลือกตั้ง กลับบอกว่า เป็นเพราะไปพูดแบบนั้นถึงแพ้ อุดมการณ์ไม่พูดถึง แต่ต้องเอาตัวรอดกันก่อน ผู้ใหญ่ในพรรคถูกมองข้ามหัว ไม่ฟังกันแล้ว)   ผมพูดตรงๆ ในฐานะประชาชนผู้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ย่อมรู้สึกผิดหวัง เพราะเขาเลือกเพื่อไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์สืบทอดอำนาจ อย่างที่หาเสียง โชว์วิสัยทัศน์เอาไว้ ประชาชนเขาเชื่อในคำพูดของหัวหน้าพรรคตามระบอบประชาธิปไตย   แต่พอหลังเลือกตั้ง ผลออกมาได้น้อย กลับมาบอกว่าอดีตหัวหน้าอภิสิทธิ์พูดคนเดียว ไม่ใช่มติพรรค ต้องไปร่วมรัฐบาลกับลุงตู่ เรื่องสืบทอดอำนาจลืมๆไปได้แล้ว แถมยังมี ว่าที่ ส.ส. ประชาธิปัตย์บางคนบอก สนับสนุนให้จัดรัฐบาลแห่งชาติไปเลย แล้วแบบนี้จะมีเลือกตั้งไปทำไม?   เสียงของประชาชนที่เขาเลือก และมั่นใจในพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะน้อย แต่อย่างที่นายชวนย้ำเสมอว่า “เป็นคะแนนบริสุทธิ์” จะต้องถูกเหยียบย่ำ มองข้ามหัว แล้วไปร่วมกันสืบทอดอำนาจ ขัดแย้งกับตอนหาเสียงไว้ประเภทหน้ามือเป็นหลังเท้า ต้มคนเลือกทั้งประเทศหน้าตาเฉยกันเลยหรือ?   ผมไม่สงสัยเลยว่า ทำไมพรรคประชาธิปัตย์ถึงแพ้การเลือกตั้งครั้งแล้วครั้งเล่า มันแพ้มาจากภายในพรรคนี่เอง และหากยังไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง (ซึ่งผมเชื่อว่าเปลี่ยนไม่ได้ด้วยคุณสมบัติของบรรดารายชื่อแคนดิเดตหัวหน้าพรรคที่เห็น) ก็คงยังแพ้ต่อไป ในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มีแต่จะซำ้เติมให้ตกต่ำ จนวันหนึ่งอย่าได้ฝันว่าจะกลับมาครองใจประชาชนอีก แค่ยังคงมีชื่อประดับไว้ว่า ครั้งหนึ่งพรรคประชาธิปัตย์เคยเป็นพรรคคุณภาพก็บุญโข   พรรคประชาธิปัตย์ต้องไม่เล่นการเมืองมากเกินไป ฆ่ากันเอง แบ่งพรรคแบ่งพวกภายใน ก๊วนสำคัญกว่าพรรค และที่สำคัญ “ปฎิเสธความจริง”   หากเป็นผม หาเสียงไว้ยังไง เมื่อได้รับเลือกมาก็ต้องทำตามคนที่เขาเลือก ส่วนคนที่ไม่ได้เลือก เพราะเขาไปเลือกพรรคอื่น ก็เรื่องของเขาว่าต้องการแบบไหน นี่เป็นระบอบประชาธิปไตย ใครๆ ก็มีความคิดเป็นของตัวเอง ไปบังคับไม่ได้   แต่เมื่อประชาชนตัดสินแล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องเป็นฝ่ายค้าน เหมือนผมที่เคยหาเสียงไว้ พอคะแนนออกมา จะกลับไปร่วมรัฐบาลกับเขา ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น ด่าเขาว่าเป็น “เผด็จการ” แบบนี้ก็ได้หรือ?   เรื่องนี้ เป็นจุดยืนที่สำคัญ แม้แต่พรรคเล็ก บางพรรคยังต้องมี แต่ถ้า “พรรคเก่าแก่” อย่างประชาธิปัตย์จะทำตามใจตัวเอง หรือมติพรรค ก็ช่วยไม่ได้ครับ ประชาชนเขาลงคะแนนไปแล้ว   การเป็นฝ่ายค้านไม่ได้หมายความว่าไม่ประสบความสำเร็จ หากเป็นฝ่ายค้านที่มีคุณภาพ ไม่ใช่ค้านทุกเรื่องตั้งแต่ตะปูไปยันเรือรบแบบในอดีต ที่พรรคประชาธิปัตย์ชอบเล่นการเมืองในสภา   คนไทยมีนิสัยขี้สงสาร มีความเมตตา ให้โอกาสคน พรรคประชาธิปัตย์ควรก้มหน้าก้มตารับชะตากรรมที่ตกต่ำเสีย แล้วเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่ใช่มัวแต่ทะเลาะกัน แก่งแย่ง แตกแยก ชิงดีชิงเด่น อยากได้อยากมี มันผิดที่ ผิดเวลา   คนเขาเห็น แทนที่จะสงสาร กลับสมเพช.."

 14,391
การเมืองเข้มข้น
07 เม.ย. 62

'ชูวิทย์' วิเคราะห์ อนาคตของ 'อนาคตใหม่' - อดีตของ 'ไทยรักไทย'

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า   "อนาคต ของ “อนาคตใหม่ “ - อดีต ของ “ไทยรักไทย”   สมัยทักษิณตั้งพรรคไทยรักไทยใหม่ๆ ไม่มีใครคาดคิดว่า จะได้ที่นั่งถึง 248 ที่นั่ง   เลือกตั้งครั้งแรก ปี 2544 ได้คะแนนเสียงถล่มทลาย ครองอำนาจเป็นรัฐบาลครบสมัย 4 ปีเต็ม   เลือกตั้งครั้งต่อมา ความแรงยังไม่หดหาย ได้ ส.ส. ถึง 377 ที่นั่ง เกินครึ่งสภามากว่าร้อย อำนาจเหลือล้น ถนนทุกสายมุ่งสู่ “ทักษิณ”   แต่ในขณะเดียวกัน ดุลอำนาจดั้งเดิมถูกท้าทาย จุดจบคงไม่ต้องบอกว่าทักษิณอยู่ไหน และพรรคไทยรักไทยต้องผ่านประสบการณ์ล้มลุกคลุกคลานกี่ครั้ง ตกทอดมาจนถึงพรรคเพื่อไทยทุกวันนี้   เวลาผ่านไป 15 ปี พรรคอนาคตใหม่ ถูกจัดตั้งโดยธนาธร แม้ผลลัพธ์การเลือกตั้งจะไม่เท่าพรรคไทยรักไทยในอดีต แต่ถือว่าคะแนนเสียงที่ได้ถล่มพรรคเก่าแก่จนหัวหน้าพรรคอย่างอภิสิทธิ์ต้องไขก๊อกลาออก เพราะตกใจกับคะแนนเสียงของพรรค   แต่การเมืองไทย ตกผลึกผ่านการแบ่งแยก จนคนเริ่มเบื่อการประท้วงที่ท้องถนน พรรคอนาคตใหม่ ถูกผลักให้เป็นฝ่ายค้านแน่นอน และหากเดินไม่ดี มีโอกาสที่ธนาธรและเลขาฯพรรคอย่างปิยบุตร จะถูกกำหนดเกมเร็ว การเมืองเล่นงานจนไม่ทันตั้งตัว พรรคร่วมอุดมการณ์หายหน้า ถูกโดดเดี่ยวกลางทะเล   พรรคเพื่อไทยเริ่มหายไปกับสายลมแรง จนอาจต้องกำหนดทิศทางใหม่กับพรรคพลังประชารัฐ ที่จบด้วย “นายกฯคนนอก” ที่ไม่ใช่ชื่อ “ลุงตู่”   ให้คุณหญิงสุดารัตน์พัก เพื่อไม่ให้เสียคน รักษาตัวเผื่อเหลือเผื่อขาดแล้วดันชัยเกษมขึ้นแทน ส่วนพรรคจากปักษ์ใต้ หากยังเงื้อง้าราคาแพง ระวังจะตกรถไฟเที่ยวสุดท้าย   เรื่องพวกนี้กระพริบตาไม่ได้ ขนาด “บิ๊กโจ๊ก” วันก่อนเห็นเปล่งประกายอยู่หลัดๆ วันนี้หายไปเสียแล้ว   สวรรค์มีตา เทวดาไม่ตกสำรวจ"          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Bjaipo4SwXs

 11,030

Top