ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชดใช้ค่าเสียหาย"

สังคม-อาชญากรรม
24 พ.ค. 62

ญาติพอใจ 'เสี่ยรถเบนซ์' เมาแล้วขับ ชดใช้ครอบครัว 'รองตี๋' 45 ล้าน ทำบุญให้ทุกวัน-เลิกเหล้า-ไม่ขับรถ

จากกรณีเสี่ยรถเบนซ์ นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 56 ปี เจ้าของบริษัท ไทยคาร์บอนแอนด์ การ์ไฟต์ เมาแล้วขับชนรถเก๋งของ รองตี๋-พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก.2 บก.ป. เสียชีวิตพร้อมภรรยา ส่วนลูกสาวอายุ 12 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งหลังเกิดเหตุนายสมชายออกมายอมรับผิดทุกอย่าง โดยไม่คิดจะหลบหนี รวมทั้งบวชหน้าไฟอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุดมีรายงานว่า นายสมชาย พร้อมทนายความ และครอบครัวของรองตี๋ ได้เข้าพบ ตร.สน.ศาลาแดง เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายและเงินดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต   โดยได้ข้อสรุปว่า นายสมชัยจะดูแลค่าไร้อุปการะให้กับมารดาของ พ.ต.ท.จตุพร เป็นเงิน 2.5 ล้านบาท และให้ทางผู้ใหญ่ของนางนุชนาถอีก 2.5 ล้านบาท ส่วนลูกสาวทั้ง 2 คน จะมีการมอบเงินให้อีกจำนวนหนึ่ง โดยคนโตอายุ 15 ปี และคนเล็ก อายุ 12 ปี ซึ่งหายเป็นปกติและไปโรงเรียนได้แล้ว จะได้คนละ 15 ล้านบาท เมื่อบรรลุนิติภาวะ พร้อมรับเข้าทำงานในอนาคตทันทีหากต้องการ   ทั้งนี้ ทุกวันนี้นายสมชายยังรู้สึกผิด ไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนทุกวัน เพราะเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่ เนื่องจากนายสมชายก็มีลูกสาว 2 คนที่ยังเรียนอยู่เช่นกัน ทุกวันนี้นายสมชายเลิกดื่มเหล้า หันมาดื่มกาแฟ เลิกขับรถ แต่มีคนขับรถให้ อยากให้เรื่องนี้จบแบบสมบูรณ์และทุกฝ่ายพอใจมากที่สุด   ด้านมารดาของรองตี๋บอกว่า ลูกชายมีนิสัยชอบให้อภัยคน ลูกชายก็ต้องให้อภัยนายสมชายอย่างแน่นอน และถ้าขึ้นศาลฯ ก็จะแถลงศาลว่าไม่ติดใจใดๆ ให้ด้วย ทางนายสมชายก็ดูแลครอบครัวนี้อย่างดีที่สุด ดูแลทุกอย่างตั้งแต่ค่ารักษาพยาบาล หลานสาวประมาณ 1.5 ล้าน ซื้อรถฟอร์จูนเนอร์ใหม่ป้ายแดงให้ 1 คัน ดูแลเรื่องหนี้สินในบัตรเครดิตให้ทั้งหมด ให้ญาติทั้ง 2 ฝ่าย 5 ล้านบาท ค่าดูแลเด็กอีกคนละ 15 ล้านบาท และอื่นๆ อีก รวมแล้วเกือบ 45 ล้านบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SaA25c60Ubw

 69,690
สังคม-อาชญากรรม
05 ต.ค. 61

ศาลแพ่งสั่ง บขส.ชดใช้ครอบครัวเหยื่อรถตู้มรณะ 26 ล้าน ยกฟ้องบริษัทรถตู้ ทนายจ่ออุทธรณ์

ความคืบหน้ากรณีรถตู้โดยสารร่วมบขส.สายจันทบุรี – กทม. ชนกับรถกะบะ ช่วงอ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ไฟลุกไหม้ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 25 ศพ จากรถตู้ 14 ศพ รถกระบะ 11 ศพ   วานนี้ (4 ต.ค.61) ครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง14ครอบครัว เดินทางเข้าฟังคำพิพากษาศาลแพ่ง ซึ่งทางครอบครัวผู้เสียชีวิต ยื่นฟ้องห้างหุ้นส่สนจำกัดพลอยหยก จำเลยที่ 1 นางสาว วาสนา จันทร์เอี่ยมจำเลยที่ 2 และบริษัท ขนส่งจำกัด หรือ บขส. จำเลยที่3เรียกค่าเสียหาย 26 ล้านบาท    ศาลแพ่งชั้นต้น มีคำพิพากษาให้ จำเลยที่ 3 บริษัท บขส. และทายาทของคนขับรถตู้ ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้ง 14 คน โดยคิดคำนวณตามความเหมาะสม ทั้งความสูญเสียและการเลี้ยงดูครอบครัว นอกจากนี้ยังสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายเชิงลงโทษ แก่โจทก์ รายละ 5 แสนบาท โดยแต่ละคนได้นับค่าชดใช้แตกต่างกันไปตามความเหมาะสม ส่วนจำเลยที่ 1 และ 2 ศาลยกฟ้อง เนื่องจากศาลเห็นว่าไม่ได้เป็นผู้เกี่ยวข้องควบคุมรถตู้โดยสารโดยตรง แต่บขส.เป็นคนดูแลรถโดยสารโดยตรง จึงยกฟ้องจำเลยที่ 1 และ 2     ด้าน นายโสภณ หนูรัตน์ ทนายความ สภาทนายความคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า คดีนี้น่าจะมีการยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากเชื่อว่า บริษัท บขส.คงไม่ยินยอมจ่ายค่าสินไหมเพียงรายเดียว และคงจะเรียกร้องให้บริษัทรถตู้มีส่วนร่วมในการจ่ายเงินค่าทดแทนด้วย ซึ่งหากมีการยื่นในชั้นศาลอุทธรณ์ก็ถือว่าคดียังไม่จบ และน่าจะมีการยื่นฟ้องถึงศาลฎีกา โดยคาดว่าศาลฎีกาจะรับพิจารณาคดีเช่นกันเนื่องจากเป็นคดีตัวอย่างที่ก่อประโยชน์แก่ผู้บริโภค และประชาชน   จากการพูดคุยตัวแทนครอบครัวของผู้เสียชีวิต นายสงัด หนุนเกื้อกูล คุณพ่อของนางสาวสิริพร เกื้อกูล เจ้าหน้าที่แบงก์ชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต เล่าว่า แม้ศาลจะสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายให้ครอบครัว แต่ตอนนี้ตนไม่มีครอบครัวอีกแล้ว นอกจากจะเสียลูกไป ก็ต้องมาเสียภรรยาอีก ครอบครัวพัง พังเพราะแค่ความประมาทของคนขับรถตู้   ตั้งแต่วันเกิดเหตุได้รับค่าชดใช้ของประกันภัยเท่านั้น ไม่มีใครมาเหลียวแลสนใจ แม้กระทั่งบริษัทรถตู้เอง ก็ส่งแค่พวงหรีด1พวงมาให้แล้วหายไปเลย ก็ไม่รู้เขาใจดำหรือเปล่า ลูกเราเสียไป เขาเป็นเสาหลักของครอบครัว ตั้งแต่กิดเรื่องจนถึงตอนนี้ก็ยังทำใจไม่ได้ ทนทุกข์ทรมาน จนเกือบเป็นโรคซึมเศร้าทั้งบ้าน จนลูกสาวคนเล็กต้องลาออกจากงานมาดูแล หากย้อนเวลาได้ ถ้าลูกยังอยู่ตอนนี้ครอบครัวเราคงจะมีความสุขมาก   เช่นเดียวกับนางศสินันท์ กอศิริวรานนท์ คุณแม่นายพรหมพต หรือน้องกัน นิสิตแพทย์ จุฬาลงกรณ์ เสียชีวิตขณะที่เรียนอยู่ปี2 คุณแม่เล่าว่า ความเจ็บปวดยังอยู่ในใจตลอดมา แม้ศาลสั่งให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย แต่ปรียบกับชีวิตและอนาคตลูกชายไม่ได้เลย หากลูกไม่เสียชีวิต ป่านนี้ก็คงเรียนใกล้จบแล้ว   ทุกวันนี้เห็นเพื่อนๆลูก ก็น้ำตาซึมคิดถึงลูก แม่เป็นซิงเกิลมัมเลี้ยงลูกคนเดียวกว่าจะเลี้ยงดูลูกให้มาเรียนหมอได้ ผ่านอุปสรรคมามาก แต่ลูกก็มาเสียชีวิตอย่างทรมานกับความประมาท การออกมาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายนี้ ก็เรียกร้องความยุติธรรมให้กับตนและลูก ตอนนี้ใช้ชีวิตคนเดียวแบบทุกทรมาน และบังหวาดผวากับรถตู้โดยสาร ไม่ขึ้นรถตู้โดยสารของจันทบุรีอีกเลย   ด้านผู้โดยสารรถตู้ ส่วนใหญ่ยังกังวลเรื่องความปลอดภัย แม้ว่าบขส.จะมีมาตรากการเข้มงวดดูแลทั้งคนขับและรถโดยสาร แต่ก็เคยมีรถบางคันไม่ปฏิบัติตามกฎ ใช้ความเร็วเกินกำหนด แต่ก็จำเป็นต้องใช้บริการเพราะสะดวก   ทางด้านนายชัยชนะ มิ่งขวัญ คนขับรถตู้สายกทม.-จันทบุรีเล่าว่า ในมุมของคนขับก็เสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้ บขส.ดูแลคนขับอย่างเข้มงวด ในแต่ละวันห้ามรับวิ่งรถเกิน 2 เที่ยวต่อคน ไม่ว่าจะช่วงเทศกาลหรือปกติ เพื่อให้ร่างกายพักผ่อนเต็มที่ และในรถทุกคันก็มีอุปกรณ์เซฟตี้ ตามกฎระเบียบ ทั้งถังดับเพลิง เข็มขัดนิรภัย และบัตรประจำตัวคนขับ เหตุที่เกิดขึ้นทุกคนเสียใจ และเชื่อว่าเป็นอุทาหรณ์เตือนใจคนขับรถโดยสารทุกคน ให้ระมัดระวังเพราะไม่ใช่แค่ชีวิตตัวเอง แต่ต้องรับผิดชอบชีวิตผู้อื่นด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0DdB6wCna7w

 2,232
เศรษฐกิจ
31 ส.ค. 61

ศาลแพ่งสั่งปรับหยวนต้า 578 ล้าน ฐานขโมยข้อมูล-ดึง พนง.กิมเอ็ง 'บุญพร' ยันขออุทธรณ์ต่อ

ศาลแพ่งอ่านคำพิพากษาคดีบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MBKET ที่มีนายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้รับมอบอำนาจได้ยื่นฟ้อง นางบุญพร บริบูรณ์ส่งศิลป์ กรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) หรือ YUANTA จากกรณีที่มีการลักลอบนำฐานข้อมูลและดึงพนักงานแนะนำการลงทุนของกิมเอ็งไปร่วมงานด้วยกว่า 205 คน   ซึ่งศาลแพ่งมีคำตัดสินให้ นางบุญพร ชดใช้ค่าเสียหายให้กับบริษัทกิมเอ็งเป็นจำนวน 578 ล้านบาท บวกดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ของเงินต้นนับตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2560 พร้อมกับสั่งชดใช้ค่าทนายความให้กับกิมเอ็ง เป็นจำนวนอีก 1 ล้านบาท   โดยนายมนตรี ศรไพศาล จากบริษัทหลักทรัพย์กิมเอ็ง กล่าวว่า ดีใจที่ผลพิพากษาอกมาในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น และสร้างธรรมาภิบาลของบริษัท   ด้านนางบุญพรที่ต้องชดใช้ตามคำพิพากษา ระบุ จะใช้สิทธิ์อุทธรณ์และต่อสู้คดีอย่างถึงที่สุด ยันผลพิพากษาที่ออกไม่กระทบการทำงานของบริษัทและลูกค้า ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/W04_nvhopHY

 3,707
สังคม-อาชญากรรม
10 พ.ค. 61

ตัดสินแล้ว! ศาลสั่งจำคุก 'เปรี้ยว- เอิน' ฆ่าหั่นศพ 34 ปี 6 เดือน พร้อมร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย ครอบครัวน้องแอ๋ม

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น มีคำสั่งเบิกตัวผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน คดีเลขดำที่ 1957/60 มาทำการรับฟังคำพิจารณาคดีตามคำสั่งศาลจังหวัดขอนแก่น ลงวันที่ 2 พ.ค.2561 ในการแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนั้นมาฟังคำพิพากษาทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยในวันนี้ เวลา 13.30 น. โดยรถควบคุมตัวของทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นได้นำตัวนายวศิน นามพรม เดินทางมาเป็นคนแรก ซึ่งนั่งปะปนมากับผู้ต้องหาคนอื่นๆที่ถูกเบิกตัวมาขึ้นศาลในคดีต่างๆ ซึ่งรถเลี้ยวเข้ามาบริเวณประตูด้านหน้าศาล ก่อนตรงไปยังจุดรับตัวผู้ต้องหาบริเวณด้านหลังศาลทันที เพื่อส่งมอบให้กับตำรวจศาลควบคุมตัวไปยังจุดพักผู้ต้องหาบริเวณใต้ถุนศาล เพื่อรอการเบิกตัวตามคำสั่งของศาล โดยนายวศินนั้นเดินลงมาจากรถควบคุมตัวผู้ต้องหาเป็นคนแรก จากนั้นประมาณ 20 นาที รถควบคุมตัวผู้ต้องหาของเรือนจำกลางขอนแก่น ควบคุมตัว น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว ,น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิน และ น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ มาทำการรายานตัวต่อศาล ตามการเบิกตัวผู้ต้องหามารับฟังการพิจารณาคดี โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 คนนั้น อยู่ในชุดผู้ต้องหาสีน้ำตาล นั่งปะปนมากับผู้ต้องหา โดยน.ส.เปรี้ยว และน.ส.แจ้ นั่งอยู่ฝั่งด้านซ้ายมือของรถ ขณะที่น.ส.เอินนั่งอยู่ฝั่งด้านขวามือของรถทั้งหมดมีสีหน้าที่สดใส ยิ้มแย้ม และสบตากับผู้ที่สนใจมารอรับฟังคำพิพากษาและติดตามคดีความ   ดังกล่าว อยู่โดยรอบบริเวณของศาล โดยรถบรรทุก 6 ล้อ ควบคุมผู้ต้องหานั้นเลี้ยวเข้าไปบริเวณควบคุมตัวผู้ต้องหาบริเวณใต้ถุนศาลทันที โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่จากกรมราชทัณฑ์และตำรวจศาลคอยรักษาความปลอดภัย  ซึ่งน.ส.เปรี้ยว,น.ส.เอิน และ น.ส.แจ้ ได้เดินลงมาจากรถปะปนกับผู้ต้อหาหญิงรายอื่น และเดินตรงไปยังจุดควบคุมตัวผู้ต้อหาระหว่างรอการพิจารณาคดีทันที โดมีน.ส.สาคร ภาษี มารดาของน.ส.เปรี้ยว ที่มารอพบกับลูกสาวตั้งแต่บริเวณด้านหน้าเรือนจำและตามมาจนถึงศาลได้ขอเข้าเยี่ยมลูกสาว เพื่อให้กำลังใจ โดยบอกสั้นๆว่าให้ น.ส.เปรี้ยวขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้ทุกอย่างนั้นผ่านไปได้ด้วยดี โดยในช่วงของการพูดคุยนั้นทุกคนมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด สำหรับคดีความดังกล่าวนี้นั้น ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้ประทับรับฟ้องผู้ต้อหาทั้ง 5 คน ตามที่พนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น เสนอประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว ผู้ต้องหาที่ 1 , น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิน ผู้ต้องหาที่ 2 , น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ ผู้ต้องหาที่ 3 , น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนท์ ผู้ต้องหาที่ 4 และนายวศิน นามพรม ผู้ต้องหาที่ 5     จากนั้นศาลจังหวัดขอนแก่นเริ่มอ่านคำพิพากษาในเวลา 13.30 น. ก่อนศาลพิพากษายกฟ้องในมาตรา 289 ตามประมวลกฎหมายอาญา ข้อหาร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรอง และพิจารณาตามมาตรา 288 ข้อหาร่วมกันฆ่าโดยเจตนา โดยตัดสินจำคุกตลอดชีวิตเปรี้ยวและเอิน แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ จึงพิจารณาลดโทษเหลือ 1 ใน 3 ให้จำคุกรวม 34 ปี 6 เดือน ส่วนวศินโดนจำคุก 23 ปี 4 เดือน 22 วัน ขณะที่แจ้โดนจำคุก 33 ปี 9 เดือน และเบนท์ข้อหารับของโจร ถูกจำคุก 2 ปี ลดโทษเหลือ 1 ปี ไม่รอลงอาญา พร้อมให้ผู้ต้องหาทั้ง 5 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 1,070,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ ให้กับครอบครัวผู้ตาย     ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 14,978

Top