ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชาวญี่ปุ่น"

สังคม-อาชญากรรม
23 ส.ค. 62

'มะลิ' นิสิตญี่ปุ่น คนจริงไล่ จยย.ขี่บนฟุตปาธมาเป็น 100 ครั้ง ไม่กลัวแม้เคยโดนทำร้ายมาแล้ว

จากกรณีโลกโซเชียลแห่ชื่นชมนิสิตสาว ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร รายหนึ่งไปยืนห้ามผู้ใช้จักรยานยนต์ที่ขี่ขึ้นมาบนฟุตปาธอย่างกล้าหาญ บริเวณแยกลำสาลี บางกะปิ จนได้รับเสียงชื่นชม เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม   ต่อมาทราบว่านิสิตดังกล่าวเป็นชาวญี่ปุ่น ชื่อคุณเมกุมิ โมริโมโตะ อายุ 46 ปี เพื่อนๆ เรียกว่ามะลิ พื้นเพเป็นคนชนบท อยู่ชานเมืองฮิโรชิมา มีพี่น้องสองคน เดินทางมาอยู่เมืองไทยมาแล้ว 6 ปี   คุณมะลิกล่าวว่า ตนหลงรักเมืองไทย ชอบวัฒนธรรมไทย อาหารการกิน และธรรมชาติ ตนเป็นนักศึกษา ปี 1 ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสกลนคร เพราะมหาลัยที่นี่มีสาขาวิชาที่อยากเรียน คือคณะทรัพยากรธรรมชาติ และอุตสาหกรรมเกษตร สาขาอาหารปลอดภัยและโภชนาการ สำหรับกรณีที่เกิดขึ้น และเป็นข่าวนั้นเหตุเกิดเมื่อ 2 วันก่อน ซึ่งเหตุดังกล่าวถือเป็นปกติของตนเอง ที่จะทนไม่ได้เมื่อเห็นการทำผิดกฎระเบียบ ในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการใช้ถนน   โดยเฉพาะการขับขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นมาบนทางเท้า ซึ่งทุกคนก็รู้ว่าผิดกฎ และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ เฉี่ยวชนคนเดินเท้าได้ อดีตตนก็เคยประสบอุบัติเหตุเมื่อ 5 ปีที่แล้ว จนต้องเข้ารับการตรวจร่างกายอยู่เป็นประจำ ซึ่งวันดังกล่าวตนเดินทางไปรับการตรวจสุขภาพที่กรุงเทพ ขณะที่เดินอยู่บนฟุตปาธ พบรถจักยานยนต์จำนวนมากขึ้นมาขี่บนฟุตปาธ   ตนจึงเข้าไปบอกกล่าวกับคนพวกนั้น ว่าไม่ควรขี่จักรยานยนต์ขึ้นมา ตนไม่รู้ว่ามีคนถ่ายคลิปดังกล่าวอยู่ ตนก็พูดกับเขาดีๆ ว่า หยุดค่ะ มันอันตราย ข้างหน้ามีผู้คนเดินสัญจรอยู่เป็นจำนวนมาก เดี๋ยวจะเกิดอุบัติเหตุเอาได้ บางคนก็รับฟังและยอมเลี้ยวรถกลับ แต่บางคนก็ต่อว่าตน ซึ่งตนก็จะพยายามพูดกับคนนั้นให้ยอมเข้าใจให้ได้ ตลอด 6 ปี ที่อยู่ประเทศไทย ตนทำแบบนี้มาเกือบร้อยครั้ง ตนจำได้ว่าเคยโดนผู้ใช้จักรยานยนต์ทำร้ายมา 4 ครั้ง จากที่เคยห้ามปรามเกือบ 100 ครั้ง ตนโดนต่อย โดนถีบ แต่ตนไม่ยอม   “ตนเป็นห่วงคนเดินเท้า ถึงตนจะโดนทำร้ายก็จะไม่ยอมให้เขาผ่านไป ซึ่งทุกครั้งก็จะมีคนไทยเข้ามาช่วยฉัน ตนยอมรับว่าทุกประเทศมีกฎระเบียบ และอาจมีคนฝ่าฝืนเหมือนกัน สำหรับตนแล้วก็ขอเป็นส่วนหนึ่งในการรักษากฎระเบียบที่ดีเอาไว้ โดยยึดเอาประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง”   ด้าน ดร.อรอนงค์ ฐาปนพันธ์นิติกูล คณบดีคณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร สกลนคร กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยฯ ขอชื่นชมคุณเมกุมิ โมริโมโตะ ซึ่งเป็นนักศึกษาปี 1 ของมหาลัย ที่เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม ตั้งแต่พบเห็นนักศึกษาคนนี้ ก็พบความโดดเด่น เขาเป็นคนอัธยาศัยดี ร่าเริง มีระเบียบวินัยเคร่งครัด ชอบทำกิจกรรมนักศึกษา และตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เป็นที่รักใครของเพื่อนนักศึกษา ตลอดจนครูบาอาจารย์ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/3B4GELg3e-s

 10,344
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 ส.ค. 62

ไทยแลนด์สุโค่ย! บล็อกเกอร์ญี่ปุ่นตื่นเต้น จ่ายแค่ 11 บาท นั่งเรือคลองแสนแสบ ได้ดูตัวเงินตัวทองระยะประชิด

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Eak SummerSnow ได้โพสต์ข้อความเล่าเรื่องราวสุดน่ารักของนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นรายหนึ่ง ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และรู้สึกตื่นเต้นที่ได้พบเห็น ตัวเงินตัวทอง ได้ในระยะประชิด   โดยนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นรายนี้แนะนำให้นั่งเรือคลองแสนแสบ จากท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศและไปลงที่ท่าเรือประตูน้ำ ซึ่งระหว่างทางจะสามารถพบเห็นตัวเงินตัวทองได้ในระยะประชิด และเสียค่าใช้จ่ายเพียง 11 บาทเท่านั้น หรือเพียง 39 เยน โดยระบุข้อความว่า   บล็อกชาวญี่ปุ่นสุดประทับใจกรุงเทพ เพราะเป็นเมืองที่สามารถชม "ตัวเหี้ย" ระยะประชิด ได้ในราคาเพียงแค่ 39 เยน !!     เรื่องนี้เป็นเรื่องของบล็อกเกอร์ชาวญี่ปุ่นที่เดินทางมาเที่ยวไทยครับ ... ปกติคนที่มาไทยก็มักจะอยากมาเจอชายหาดสวยๆ มาเจออาหารอร่อยๆ มานั่งตุ๊กๆ ฯลฯ แต่สำหรับคนนี้เขามีความประทับใจในการมาเมืองไทยที่ไม่เหมือนใคร นั่นก็คือ   "การได้มาเจอตัวเห้ในระยะประชิด !!"   ห๊ะ !!??   ตัวเห้ภาษาญี่ปุ่นเขาเรียกว่า オオトカゲ โอโตคาเกะ (ก็เพิ่งรู้ศัพท์คำนี้ก็ตอนนี้แหล่ะ 555) ซึ่งเขาบอกมันเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากเลยที่มันมีไอ้ตัวที่เหมือนจระเข้ตัวเล็กๆนี่ใช้ชีวิตอยู่อย่างอิสระในเมืองหลวง เขาก็เลยอยากมาเห็นซักครั้งกับตา แม้จะกลัวอยู่หน่อยๆ   ปกติถ้าพูดถึงตัวเห้เราก็อาจจะนึกถึงสวนลุม แต่สำหรับบล็อกเกอร์คนนี้เขาเขียนว่าที่ๆเธออยากแนะนำเป็นจุดแนะนำสำหรับการชมตัวเห้นั้นก็คือการนั่งเรือจากท่าเรือสะพานผ่านฟ้าไปยังท่าเรือประตูน้ำ โดยจะใช้เวลา 20 นาที และเสียเงินเพียงแค่ 11 บาท (39 เยน) เท่านั้น โอ้วววว นี่มันโคตรพ่อโคตรแม่จะถูก แถมได้ชมตัวเห้ระยะประชิดอีก เมืองไทยนี่มันสุโค้ยยยยยจริงๆ   สุดท้ายเขาก็ได้นั่งเรือชมตัวเห้ที่ว่ายน้ำเคียงคู่ไปกับเรืออย่างสนุกสนาน แล้วก็ถ่ายรูปตัวเห้มาเยอะแยะเลย ตัวเห้ที่นี่ตัวใหญ่มากจนนึกว่าเป็นจระเข้ ความรู้สึกเหมือนได้นั่งเรือล่องแม่น้ำอเมซอนในราคาแค่ 39 เยน !! โอ้โหนี่มันไฮไลท์ของกรุงเทพเลยนะ ถ้าได้กลับมาไทยอีกก็อยากมานั่งเรือเพื่อชมตัวเห้อีก อะไรจะขนาดน้านนนนน   สรุปแล้วตัวเห้ก็ถือเป็นจุดขายอีกอย่างนึงของกรุงเทพไปแล้ว ถึงขนาดมีคนเดินทางมาที่กรุงเทพเพื่อดูมัน ...   แต่จริงๆผมว่าที่สวนลุมมันก็ยังคลาสสิคกว่านะ การได้ปั่นเรือเป็ดไปโดยมีตัวเห้ว่ายน้ำตามช่างเป็นอะไรที่มันโรแมนติกซะเหลือเกิน 555 ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครตามรีวิวของบล็อคเกอร์คนนี้มาเพื่อตามรอยชมตัวเห้ในกรุงเทพหรือไม่   ว่าแต่น่าจะมีคนถือโอกาสนี้จัดทัวร์ลองเรือชมตัวเห้แข่งกับเรือที่แม่น้ำอเมซอนไปซะเลยนะ 55555   ข้อมูลจาก Rena Kamezawa ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OVIm16GoAV4

 14,440
สังคม-อาชญากรรม
28 มิ.ย. 62

ศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง 'พรชนก-สามีชาวไทย' ฆ่าหั่นศพผัวญี่ปุ่น เอาเงินประกัน

จากคดีดังเมื่อปี 2557 นางพรชนก ไชยปะ ร่วมมือกับอดีตสามี นายสมชาย แก้วบางยาง สังหารชายชาวญี่ปุ่นหลายรายอย่างมีเงื่อนงำ   โดยหนึ่งในนั้นคือนายคาซึโตชิ ทานากะ ที่เคยคบหากับนางพรชนก จนมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน จนในปี 2546 นายคาซึโตชิ ได้ประสบอุบัติเหตุตกบันไดเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปความเห็นคดีดังกล่าวว่าเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งจากการเสียชีวิตของนายคาซึโตชิ นางพรชนกได้รับเงินประกันชีวิตกว่า 3 ล้านบาท   ต่อมา ญาติของผู้ตายซึ่งทราบข่าวว่า นางพรชนก เกี่ยวข้องกับการตายของ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น จึงได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อขอให้ตำรวจรื้อฟื้นคดี ชั้นสอบสวน นางพรชนก ยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา มีเพียงแต่นายสมชาย ที่ยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาเพียงแต่ผู้เดียว   โดยศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วให้จำคุกตลอดชีวิต นายสมชาย จำเลยที่ 1 ซึ่งให้การเป็นประโยชน์สั่งลดโทษ เหลือจำคุก 33 ปี 4 เดือน ส่วนนางพรชนก จำเลยที่ 2 โจทก์ไม่สามารถหาพยานหลักฐานว่า จำเลยที่ 2 มีส่วนร่วมเกี่ยวข้อง และโจทก์ไม่มีหลักฐานว่าจำเลยที่ 2 รู้ว่านายคาซึโตชิ ทานากะ มีเงินประกันมาก่อน ถึงแม้จะมีข้อพิรุธเรื่องการสั่งไม่ให้คนอื่นบอกว่า นายสมชาย อยู่ในที่เกิดเหตุ   ต่อมาศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาว่า นายสมชายรับสารภาพ แต่ไม่มีหลักฐานอื่นประกอบ โดยมีข้อมูลว่านายสมชาย นั่งรอดูผู้ตายเดินออกจากห้องเป็นเวลาถึง 4-5 ชั่วโมงตามคำให้การ ซึ่งมูลเหตุจูงใจในการฆ่าที่ให้การไว้ ก็คงมีเพียงเรื่องที่ถึงหึงหวงตายกับนางพรชนก ที่ขึ้นไปนอนพร้อมกันเท่านั้น ไม่ปรากฏว่านายสมชาย ทราบเรื่องเงินที่ทำประกันของผู้ตายแต่อย่างใด ศาลจึงพิพากษายกฟ้องนายสมชายและนางพรชนก แต่อย่างไรก็ตามทั้งคู่ก็ยังต้องโทษคุมจขังจากคดีอื่นต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DSmuG69aiPA

 1,958
ต่างประเทศ
01 เม.ย. 62

คุณทวดญี่ปุ่นวัย 116 ปี ชอบเล่นเกมฝึกสมอง ขึ้นแท่นอายุยืนที่สุดในโลก

Adam's Story กับ อ.อดัม แบรดชอว์ มาดูผู้มีอายุยืนที่สุดในโลกในขณะนี้ โดยกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ดยกให้ คุณทวดทาเนะ ทานากะ อายุยืนที่สุดในโลกด้วยวัย 116 ปี 85 วัน ซึ่งคุณทวดเกิดในปี 1903 มีความสุขกับการเรียนเลข เขียนพู่กัน เล่นเกมโอเธลโลได้ขั้นเซียน จนเล่นชนะพยาบาลประจำตัวอย่างง่ายดาย           คุณทวดยังบอกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่มีความสุขที่สุดในชีวิต ได้ตื่นตอนเช้าและเล่นเกมฝึกสมอง ซึ่งหากคุณทวดอยากทำลายสถิติอายุยืนก็ต้องอยู่ต่ออีก 6 ปี เพราะหญิงชาวฝรั่งเศสเสียชีวิตในวัย 112 ปี     เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม              I bet it's a Japanese person! พนันได้เลยว่าเป็นคนญี่ปุ่น I bet พนันได้เลยว่า Guinness World Records กินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ด She was born way back in 1903. เธอเกิดในปี 1903 way back in เป็นการเน้นย้ำว่านานมาก She's become a master of the popular board game Othello. เธอเป็นเซียนในการเล่นโอเธลโล master (n.) เซียน,ผู้เชี่ยวชาญ อ่านว่า แม็สเดอร หรือ มัสเถอะ board game คือ เกมที่มีกระดานวางบนโต๊ะ She says this is the happiest time of her life. เธอบอกว่านี่คือช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cYUWcwdtPUY

 3,596
ต่างประเทศ
22 ต.ค. 61

คุณปู่ญี่ปุ่นวัย 85 ฟิตจัด ทำลายสถิติแข่งไตรกีฬาสุดโหด ว่ายน้ำ-ปั่นจักรยาน-วิ่งมาราธอน เสร็จก่อน 17 ชม.

Adam's Story กับ อ.อดัม แบรดชอว์ สุดยอดคุณปู่พิชิตไตรกีฬา ในรายการ The Kona Ironman World Championship 2018 ที่ผู้เข้าแข่งขันต้องว่ายน้ำ 3.86 กม. ปั่นจักรยาน 180.24 กม. และวิ่งมาราธอนอีก 42.16 กม. ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องทำให้ได้ภายใน 17 ชั่วโมง   โดยคุณปู่ชาวญี่ปุ่นวัย 85 ปี ที่ชื่อว่า Hiromu Inada สามารถทำได้สำเร็จ โดยทำเวลาไป 16.53 นาที ซึ่งทำลายสถิติของตัวเองในปีที่แล้วอีกด้วย   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม Do you think you could do it? คุณคิดว่า คุณทำได้ไหม I'm pretty sure I couldn't do it.  ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าฉันทำไม่ได้ pretty (adv.) ค่อนข้าง อ่านว่า พริดี(US)/พริที(UK) He broke his own record เขาทำลายสถิติของตัวเอง fulfilled (adj.) เติมเต็ม, อิ่มเอม อ่านว่า เฝิ่ลฝิ่ลด You are my inspiration คุณเป็นแรงบันดาลใจของฉัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QeyKhau-7sc

 4,507
ข่าวภูมิภาค
03 ต.ค. 61

รวบแม่เล้าวัย 20 คาร้านหมูกระทะ ลอบส่งเด็กอายุ 13 ปี บำเรอกามให้เฒ่าญี่ปุ่นวัย 71

พัทยา-ตำรวจสภ.เมืองพัทยา นำกำลังจับกุม น.ส.พลอยพรรณ หรื่อปิ่น เมืองดิษฐ์ อายุ 20 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ข้อหาร่วมกันพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปจากบิดามารดาเพื่ออนาจาร โดยเด็กนั้นเต็มใจไปด้วย / ร่วมกันค้ามนุษย์ โดยการเป็นธุระจัดหาชักพาเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เพื่อให้เด็กนั้นกระทำการค้ามนุษย์ ซึ่งสามารถจับกุมตัวได้ที่ ร้านหมูกระทะภายในซอยมาบยายเลีย ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี   สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมาได้ควบคุมตัวนายฮิโรยูกิ นากาชิม่า หรือโนมีตะ สัญชาติญี่ปุ่น อายุ 71 ปี ได้ที่คอนโดมิเนียมย่านจอมเทียน ในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม   โดยนายฮิโรยูกิ มีพฤติกรรมลักลอบซื้อบริการทางเพศจะติดต่อให้แม่เล้าพามาส่งยังที่พัก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม ตรวจสอบพบอุปกรณ์ เซ็กส์ทอย / เจลหล่อลื่น / หนังสือภาพลามก และกล้องแอบถ่ายติดไว้บนเพดานเพื่อแอบบันทึกภาพกิจกรรมทางเพศไว้ด้วย   เมื่อเจ้าหน้าที่จับกุมแล้วจึงวางแผนขยายผลไปจับกุมตัวแม่เล้าที่ลักลอบส่งตัวเด็กสาวให้กับนายฮิโรยูกิ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไปจนพบ น.ส.พลอยพรรณ กำลังนั่งกินหมูกระทะอยู่ภายในร้าน จึงแสดงตัวเข้าจับกุมดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/H2f195D5vXc

 3,130
สังคม-อาชญากรรม
27 มิ.ย. 61

ผวา! พบศพหนุ่มใหญ่ชาวญี่ปุ่นเสียชีวิตภายในรถ หลังหายตัวออกจากบ้าน 3 วัน

ตำรวจเชียงใหม่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบชายญี่ปุ่นวัย 69 ปี กลายเป็นศพนอนขึ้นอืดในรถยนต์ส่วนตัวที่จอดอยู่กลางลานจอดรถร้านนวดแผนโบราณ หลังหายตัวออกไปจากบ้าน 3 วัน    วันนี้(27 มิ.ย.61)เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ รับแจ้งเหตุพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์ที่จอดบริเวณลานจอดรถของสถานบริการนวดแผนโบราณแห่งหนึ่งย่านถนนช้างคลาน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่กู้ภัย พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ ซึ่งเบื้องต้นในที่เกิดเหตุพบรถยนต์  จอดอยู่ ภายในรถด้านหน้าฝั่งคนขับที่ปรับเอนนอนมีศพผู้ชายเสียชีวิตสภาพขึ้นอืดและส่งกลิ่นเน่าเหม็น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน แต่ประตูและกระจกรถปิดสนิททุกด้าน เจ้าหน้าที่ต้องทำการงัดเพื่อเปิดเข้าไปในรถ โดยจากการตรวจสอบเอกสารแสดงตัวผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายโยชิเอกิ เอฮาร่า (Mr.YOSHIAKI AIHARA) อายุ 69 ปี เป็นชาวญี่ปุ่น ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บข้อมูลหลักฐานไว้ก่อนนำศพออกจากที่เกิดเหตุ   ขณะที่จากการสอบถามพี่ภรรยาของผู้เสียชีวิตทราบว่า ผู้เสียชีวิตอยู่อาศัยในประเทศไทยมานานกว่า 40 ปีแล้ว มีภรรยาเป็นคนไทยที่เสียชีวิตไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ก่อนเกิดเหตุได้ออกจากบ้านไปพร้อมกับรถคันดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ 23 มิ.ย.61 ที่ผ่านมา กระทั่งเย็นวันที่ 24 มิ.ย.61 ยังไม่กลับเข้าบ้าน จึงพากันออกติดตามหา และประกาศตามหาคนหาย แต่ยังไม่มีเบาะแสหรือพบตัว จนวันนี้ได้รับแจ้งว่ามีการพบศพผู้เสียชีวิต จึงเข้าตรวจสอบและพบว่าเป็นนายโยชิเอกิ ที่หายออกไปจากบ้านจริง ซึ่งผู้เสียชีวิตนั้น ถือว่าเป็นคนนิสัยดี สุภาพ และพูดภาษาไทยได้ รวมทั้งไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือปัญหาขัดแย้งกับผู้ใด  ด้าน พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ระบุว่า ภายหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการ   ตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นแล้วนั้น ได้ทำการรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด โดยตอนนี้ยังมุ่งประเด็นการเสียชีวิตอยู่ 2 เรื่องคือ เรื่องแรกผู้เสียชีวิตอาจจะเกิดเสียชีวิตเองอย่างกะทันหันขณะหลับภายในรถ หรืออีกเรื่องคืออาจจะเป็นการฆาตกรรม ซึ่งต้องรอผลการตรวจสอบจากทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และผลการชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง พร้อมทั้งจะได้ประสานให้ทางสถานกงสุลญี่ปุ่นเพื่อแจ้งให้ทางญาติผู้เสียชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป

 5,380
สังคม-อาชญากรรม
22 มิ.ย. 61

ชายญี่ปุ่นส่ง จม.เศร้าใจ เห็นไทยบังคับใช้โทษประหาร

นายโทชิ คาซามะ อดีตผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย เครือข่ายญาติและครอบครัวของเหยื่ออาชญากรรมที่สนับสนุนสิทธิมนุษยชน (Murder Victims’ Families for Human Rights) ช่างภาพชาวญี่ปุ่นที่ทำงานรณรงค์ยกเลิกโทษประหารทั่วโลกด้วยภาพถ่าย    เขาเคยถูกคนกลุ่มหนึ่งดักปล้นทำร้ายร่างกายอย่างสาหัสเมื่อราว 14 ปีก่อนที่นิวยอร์ก จนหมดสติไป 5 วัน สมองส่วนหนึ่งเสียหาย และหูข้างหนึ่งไม่ได้ยินถาวร ต่อมาเขาสนใจชีวิตของผู้กระทำผิด จึงเริ่มถ่ายภาพนักโทษประหาร โดยเริ่มจากนักโทษประหารที่เป็นเยาวชน จนถึงครอบครัวนักโทษ ผู้ประหารชีวิต และครอบครัวเหยื่อ จนได้ใช้ภาพของตนเองในการรณรงค์ยกเลิกโทษประหาร และพยายามเข้าไปถ่ายภาพนักโทษประหารในเรือนจำทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย   ล่าสุดได้ออกจดหมายตัดค้านการบังคับใช้โทษประหารในประเทศไทย โดยจดหมายดังกล่าวมีข้อความว่า   ประชาชนไทยที่รัก   ผมได้ทราบวันนี้ว่าคนไทยได้สังหารชายคนหนึ่งในนามของโทษประหารเมื่อบ่ายวานนี้ ด้วยการฉีดสารเคมี   ผมมาที่เมืองไทยเป็นประจำตั้งแต่ปี 2522 ผมประทับใจกับความเมตตากรุณาและความเคารพยำเกรงของคนไทย รวมทั้งวัฒนธรรมที่งดงามที่มีพื้นฐานมาจากความเชื่อทางพุทธศาสนา ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ผมได้ทำงานกับหน่วยงานในประเทศรวมทั้งแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เพื่อรณรงค์ต่อต้านโทษประหาร   ในฐานะเป็นเหยื่อของอาชญากรรม และในฐานะช่างภาพซึ่งมีส่วนรู้เห็นความจริงเกี่ยวกับโทษประหาร จากการถ่ายภาพในระบบที่มีการใช้โทษประหารหลายประเทศทั่วโลก ผมรู้สึกตกใจและเศร้าใจอย่างยิ่งจากการที่ประเทศไทยอันเป็นที่รักของผม ได้บังคับใช้โทษประหารเพื่อสังหารมนุษย์คนหนึ่งเมื่อวานนี้ หลังพักการประหารชีวิตมาเป็นเวลาหลายปี   เมื่อรัฐประหารชีวิตบุคคล ไม่ใช่แค่ว่าเจ้าหน้าที่เป็นผู้สังหารเท่านั้น แต่ประเทศทั้งหมดและพลเมืองเป็นผู้สังหารมนุษย์ โดยอ้างว่าเพื่อปกป้องความยุติธรรม ผมได้พบกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายประหารชีวิตหลายคนซึ่งสังหารมนุษย์ในนามของโทษประหาร   เจ้าหน้าที่เหล่านี้เป็นคนทั่วไปเหมือนคุณกับผม พวกเขาต้องต่อสู้กับบาดแผลในจิตใจของตนเอง ซึ่งนับเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างยิ่ง ถ้าเป็นคุณๆ จะสามารถลั่นไกยิงกระสุนใส่ศีรษะของมนุษย์อีกคนหนึ่งหรือไม่? ถ้าเป็นคุณๆ จะสามารถสอดเข็มเข้าไปในเส้นเลือดเพื่อฉีดสารเคมีที่เป็นพิษร้ายถึงชีวิตได้หรือไม่?   หลังจากได้เป็นประจักษ์พยานพบเห็นห้องประหารในหลายที่ทั่วโลก ผมรู้สึกว่าผมไม่สามารถฆ่าใครได้ด้วยตนเอง ก็ถ้าคุณไม่ต้องการฆ่าคนอื่นด้วยตนเอง เหตุใดคุณจึงยินยอมให้บุคคลอื่นเป็นผู้ฆ่ามนุษย์คนหนึ่งแทนคุณ   ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปในอนาคต ในทิศทางที่สะท้อนความเป็นไทยที่ดีสุด นั่นคือการเคารพต่อชีวิต   ด้วยความเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้ง   โทชิ คาซามะ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jcCyKkZd-Rk

 7,361
สังคม-อาชญากรรม
10 พ.ค. 61

จับหนุ่มญี่ปุ่น ขนอาวุธสงครามขึ้นเครื่องดอนเมือง ยันใช้งานไม่ได้ ชอบสะสมเป็นการส่วนตัว

พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวแถลงข่าว เจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานดอนเมืองตำรวจ สน.ดอนเมือง ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวจับกุมชาวต่างชาติ ขนวัตถุต้องสงสัยเป็นวัตถุระเบิดเพื่อนำขึ้นเครื่องบินกลับไปญี่ปุ่น ก่อนควบคุมตัวนายทาเครุ ฮิราโน 27 ปีชาวญี่ปุ่นเจ้าของ มาสอบปากคำ   ทราบว่านายทาเครุ ได้ไปเที่ยวเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม แล้วสั่งซื้อของจำนวนดังกล่าวแล้วนำเข้ามาก่อนจะถูกจับกุม   พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หลังตรวจสอบวัตถุของกลางแล้วพบว่า เป็นเปลือกของระเบิดเครโมที่เป็นระเบิดสังหาร ที่ไม่มีดินระเบิดไม่สามารถใช้การได้แล้ว นอกจากนี้ยังพบเเม็กกาซีนบรรจุลูกปืนเอ็ม 16 จำนวน 15 ชิ้น และแมกกาซีนสำหรับปืนอาก้าจำนวน 8 ชิ้น   โดยนายทาเครุ ซึ่งเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกันนั้น เป็นนักท่องเที่ยว เดินทางเข้ามาพักผ่อนในประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจสอบที่พักย่านสุทธิสาร ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย เบื้องต้นได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี 3 ข้อหา   1.มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้   2.พายุทธภัณฑ์หรือวัตถุอันตรายซึ่งเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานหรือบุคคลไปกับอากาศยาน   และ 3.นำเข้ายุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sLZonhnFi9s    

 2,237

Top