ค้นหา :

ผลการค้นหา "น้ำกระท่อม"

สังคม-อาชญากรรม
22 ส.ค. 62

ป.ป.ส.ค้นบ้านย่านร่มเกล้า เป้าหมายยาเสพติด เจอจัดปาร์ตี้น้ำกระท่อมขณะบุกจับ

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. สนธิกำลังร่วมตำรวจนครบาล นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 12 จุด ย่านร่มเกล้า และสุวินทวงศ์ ซึ่งเป็นการบูรณาการกำลัง ป้องปรามกลุ่มนักค้ายาเสพติด ที่มีหมายจับและมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมทั้งผู้ที่เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำ ซึ่งเจ้าหน้าที่มีข้อมูลทั้งหมด   โดยเป้าหมายสำคัญ อยู่ในซอยเคหะร่มเกล้า 29 เป็นบ้านพักของนางสาวฤทัย สุดประเวส ผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด ที่ถูกจับเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมยาบ้ากว่า 600 เม็ด ไอซ์ 5 กรัม และศาลสั่งลงโทษจำคุก 10 ปี   จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ พบว่า หลังผู้ต้องหาคนนี้ถูกจับแล้ว ยังมีความเคลื่อนไหวของคนครอบครัว จึงเป็นเป้าหมายให้เข้าตรวจค้น   ขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาเสพยาเสพติดได้ 4 คน พร้อมของกลางใบกระท่อม น้ำกระท่อม และไอซ์จำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบกลุ่มวัยรุ่น 11 คน ภายในบ้านเป้าหมายหลังหนึ่ง มีพฤติกรรมจัดปาร์ตี้น้ำกระท่อม แต่ 1 ในผู้ต้องหา ปฏิเสธว่าไม่ได้รวมกลุ่มกันมั่วสุม ซึ่งบุคคลที่เจ้าหน้าที่พบ เป็นสมาชิกภายในบ้านทั้งหมด ซึ่งตัวเองเป็นผู้เสพน้ำกระท่อมเพียงคนเดียวเท่านั้น โดยเสพมา 3-4 ปีแล้ว อ้างว่าแก้อาการปวดเมื่อย   นายวีวัฒน์ เต็งอำนวย รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า เป้าหมายตรวจค้นวันนี้ มี 6 เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยตรง   ส่วนอีก 6 เป้าหมายพื้นที่สุวินทวงศ์ พบว่าบางจุดเชื่อมโยงกับคดีความมั่นคง เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบหลักฐานรวมทั้งตัวบุคคล เพื่อยืนยันดีเอ็นเอของผู้ต้องหา นำไปเปรียบเทียบกับเหตุระเบิดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดกว่า 10 จุดในกรุงเทพมหานครเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/etI2x1A9uwo

 1,063
ข่าวภูมิภาค
07 ส.ค. 62

หนุ่มพม่าหัวใส เปิดห้องขายน้ำกระท่อมบุฟเฟ่ต์ จ่ายคนละ 50 ตักได้ไม่อั้น

สมุทรสาคร-เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นที่ห้องแถว ซอยณรงค์มิตร 3 ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร หลังจากสืบทราบว่าที่ห้องแถวดังกล่าวมีการลักลอบผลิตน้ำกระท่อมและเสพยาเสพติด โดยขณะเข้าตรวจค้นพบนายอำนาจ ช่างเรือ อายุ 43 ปี รับเป็นเจ้าของห้องเช่าที่มีทั้งหมดกว่า 40 ห้อง ส่วนผู้เช่าพักอาศัยนั้นส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานในจังหวัดสมุทรสาคร   จากการเข้าตรวจค้นที่ห้องพักต้องสงสัยตามที่สายรายงาน สองห้องที่อยู่เกือบด้านในสุด พบว่าประตูหน้าห้องถูกคล้องด้วยกุญแจล็อคปิดไว้ แต่ภายในมีเสียงคนอยู่หลายคน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้คีมมาตัดกุญแจออก แล้วก็เข้าไปควบคุมตัวผู้ที่อยู่ในห้องทั้ง 2 ห้องไว้ได้ทั้งหมดรวม 22 คน   โดยในจำนวนนี้แบ่งเป็นผู้ที่มาเสพยาเสพติด 21 คน เป็นคนไทย 6 คน กับแรงงานข้ามชาติ 15 คน และผู้ผลิตน้ำกระท่อมอีก 1 คน เป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา นอกจากนี้ภายในห้องทั้งสองห้อง ยังพบชุดน้ำกระท่อมห้องละ 3 ชุด โดยใน 1 ชุดประกอบไปด้วย น้ำกระท่อม 3 หม้อเล็ก กับแก้วน้ำคนละ 1 ใบ   จากการสอบสวนเบื้องต้นเจ้าของห้อง ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ผลิตน้ำกระท่อมทั้งหมดเพียงคนเดียว โดยได้เช่าห้องด้านหลังไว้ 1 ห้อง เพื่อใช้ผลิตน้ำกระท่อม และเช่าห้องพักไว้ 2 ห้อง เพื่อเปิดต้อนรับลูกค้าที่มาซื้อน้ำกระท่อมดื่ม   ซึ่งแต่ละห้องจะมีการทำสัญลักษณ์เอาไว้บ่งชัดให้รู้ว่าเป็นห้องที่จำหน่ายน้ำกระท่อมด้วยวิธีการปิดช่องลมของอิฐบล็อกไว้ โดยในแต่ละห้องจะให้ลูกค้าเข้าไปนั่งดื่มกินได้ครั้งละประมาณ 10 – 12 คน คิดเป็นค่าหัวคนละ 50 บาท ใครอยากกินมากกินน้อยก็ตักกินกันเองเอาตามที่สะดวก พอลูกค้าเข้าไปแล้วก็จะใส่กุญแจล็อคประตูด้านนอกเอาไว้ เพื่ออำพรางว่าไม่มีคนอยู่ข้างใน เป็นการตบตาคนภายนอก จะได้ไม่มีใครสงสัย   ส่วนใบกระท่อมสดนั้น รับซื้อมาจากแรงงานข้ามชาติด้วยกันในราคากิโลกรัมละประมาณ 40 บาท จะซื้อครั้งละประมาณ 20 กิโลกรัม โดยมีเพื่อนสัญชาติเดียวกันนำมาส่งให้ถึงหอพัก   แต่ถ้าลูกค้าจะซื้อน้ำกระท่อมกลับบ้าน ก็ขายเป็นชุดละ 150 บาท ประกอบไปด้วย น้ำกระท่อมต้มสุกแล้ว 1 ขวด(น้ำอัดลมขนาดเล็ก) ,น้ำอัดลม(ขนาดเล็ก) 1 ขวด และ ยาแก้ไอ 1 ขวด ให้เอากลับไปผสมกินกันเองที่บ้าน เพื่อที่เวลาดื่มจะได้รสชาติที่อร่อยและให้ความสดชื่นกว่าที่ผสมไปเรียบร้อยแล้ว โดยตนเองนั้นได้ลักลอบต้มน้ำกระท่อมขายให้กับแรงงานข้ามชาติและแรงงานไทยมานานกว่า 1 ปีแล้ว เพราะว่าคนที่ต้องใช้แรงงานถ้าได้ดื่มน้ำกระท่อมจะรู้สึกสดชื่นขึ้น ทำให้ความอ่อนเพลียนั้นหายไปหรือทุเลาลงได้   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้กระทำความผิดทั้งหมดขึ้นรถสองแถว พร้อมกับอุปกรณ์ในการผลิต การเสพหรือการดื่มน้ำกระท่อมทั้งหมด ไปส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีในข้อหา มียาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 5 (กระท่อม) ไว้ในความครอบครองเพื่อผลิต จำหน่าย และเสพยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hhYyJ7DU_Ms

 15,179
ข่าวภูมิภาค
12 มิ.ย. 62

พ่อเลี้ยงโหด ทำร้าย ด.ช. 4 ขวบตับฉีก บังคับดื่มน้ำใบกระท่อม มีร่องรอยล่วงละเมิดทางทวาร

เกิดกรณีเด็กชายวัย 4 ขวบ ถูกนายก้อง (นามสมมติ) พ่อเลี้ยงอายุ 25 ปี ที่เพิ่งอยู่กินกับแม่เด็กได้เพียง 2 เดือนเศษ ทำร้ายร้ายร่างกายจนตับฉีก อัณฑะบวม และทวารหนักมีรอยฉีกขาด คล้ายถูกล่วงละเมิด   โดยแม่เด็กเล่าว่า ตนมีลูกติด ระหว่างที่คบกับนายก้อง ตนไปทำงานก็จะฝากลูกให้นายก้องช่วยดูแล เนื่องจากตนเลิกงานดึก ตลอดเวลาที่คบกัน มักเห็นลูกชายมีรอยเขียวช้ำตามร่างกายอยู่เสมอ เมื่อสอบถามก็มักจะอ้างว่า ลูกชายตนนั้นหกล้มเองบ้าง รถจยย. ล้มบ้าง   กระทั่ง 9 มิ.ย. ขณะตนกำลังทำงานอยู่ จู่ๆนายก้องโทรศัพท์มาบอกว่า ลูกชายตนลื่นล้มในห้องน้ำ พร้อมถ่ายรูปอัณฑะของลูกชายมาให้ดู มีอาการช้ำและบวมแดงอย่างมาก และมีสภาพอิดโรย จึงได้นำตัวลูกชายส่งที่โรงพยาบาลนวมินทร์ 9   แพทย์ระบุว่าเด็กอาการสาหัส ตับฉีก มีเลือดออกในช่องท้อง ลูกอัณฑะช้ำบวมแดง รูทวารฉีก พบเศษใบกระท่อมในช่องท้อง ค่าตับขึ้นสูงซึ่งเกิดจากการที่เด็กได้รับยาแก้ปวดเกินขนาด (คาดพ่อเลี้ยงเป็นคนให้กิน) ทั้งอาเจียนออกมาเป็นเศษใบกระท่อม และอาการของเด็กหวาดผวาอยู่ตลอดเวลา โดยเด็กพูดเสมอว่าพ่อเลี้ยงเป็นคนทำ แพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดทุกชั่วโมง   ภายหลังรับแจ้ง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้เดินทางมาพร้อมกับแม่เด็ก เข้าเยี่ยมอาการของลูกชาย ที่โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา เพื่อสอบถามอาการจากแพทย์ผู้รักษา พร้อมประสานไปยัง พ.ต.อ. คมกฤษณ์ คำบุศย์ ผกก.สน. มีนบุรี เพื่อเร่งติดตามตัวพ่อเลี้ยงมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยสามารถจับกุมตัวพ่อเลี้ยงผู้ก่อเหตุได้แล้ว   ตร.เผยว่า เบื้องต้น พ่อเลี้ยงเด็กได้ให้การรับสารภาพแล้วว่า ทำร้ายเด็กจริง และยอมรับว่าตนชอบดื่มน้ำกระท่อมเป็นประจำ แต่ที่เด็กอาเจียนออกมามีเศษของใบกระท่อมนั้น พ่อเลี้ยงให้การว่า เด็กเป็นคนดื่มเอง ส่วนร่องรอยฉีกขาดทางทวารหนักนั้น ยอมรับว่าใช้นิ้วสอดใส่เบ้าไปเท่านั้น    นอกจากนี้แม่เด็กยังเผยว่า อดีตภรรยาของพ่อเลี้ยงรายดังกล่าวได้โทรศัพท์มาบอกว่า ปกติสามีเก่าเป็นคนไม่ชอบเด็ก มักจะทำร้ายเด็กอยู่เสมอ ส่วนตำรวจจะแจ้งข้อหาใดกับทางพ่อเลี้ยงนั้น ต้องขอดูข้อกฎหมายและผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xu6WpTWn30w

 23,844
สังคม-อาชญากรรม
07 ม.ค. 62

ปส. เปิดปฏิบัติการค้นยาเสพติด ปิดล้อม 3 ชุมชนย่านลาดกระบัง รวบผู้ต้องหาได้ 17 คน

วันที่ 7 ม.ค. 62 ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. และทหาร เปิดปฏิบัติการตรวจค้นยาเสพติดปิดล้อมแหล่งแพร่ระบาด 21 เป้าหมาย ใน 3 ชุมชน ย่านลาดกระบัง คือ ชุมชนริมคลองลาดบัวขาว, ชุมชนฟื้นนครร่มเกล้า ระยะ 4 โซน 10 และ ชุมชนประชาร่วมใจ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการมั่วสุมยาเสพติด   ปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังตรวจค้น 21 เป้าหมาย ใน 3 ชุมชน ได้ผู้ต้องหา 17 คน ใน 23 คดี พบยาบ้า 246 เม็ด, ไอซ์ 43 กรัม, ต้นกระท่อม 18 ต้น ใบกระท่อม และน้ำกระท่อม 1.5 ลิตร เตรียมบรรจุลงขวดขาย ที่ชาวบ้านบอกว่าปลูกเพื่อเป็นยารักษาโรค และได้รับอนุญาตปลดล็อคทางกฎหมายแล้ว ทำให้สามารถปลูกได้    เจ้าหน้าที่จึงชี้แจงว่ากระท่อมถือเป็นยาเสพติดผิดกฎหมายไม่สามารถปลูกได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายฐานผลิตและครอบครองยาเสพติดประเภท 5 เช่นเดียวกับกัญชา มีโทษทางอาญา ทั้งปรับและจำคุก ก่อนจะนำตัว ลูกบ้านทั้งหมดไปตรวจปัสสาวะ และสารเสพติด นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังยึดรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ที่ผู้ต้องหาใช้ส่งยาบ้าไว้ตรวจสอบด้วย    พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ทำการตัดต้นกระท่อมที่ปลูกอยู่ในชุมชนริมคลองลาดบัวขาว ย่านลาดกระบัง หลังตำรวจปราบปรามยาเสพติดสนธิกำลังเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. และทหาร เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นยาเสพติดแหล่งแพร่ระบาดชุมชนลาดกระบัง และตรวจพบว่ามีการลักลอบปลูกต้นกระท่อมมานานหลายสิบปี   นายบุญส่ง ยะรังวงษ์ อายุ 74 ปี เจ้าของบ้านที่ปลูกต้นกระท่อม ระบุว่า ลูกเขยเป็นคนปลูก จำนวน 2 ต้น เพื่อนำใบมาบริโภค ปลูกมานานกว่า 20 ปี แล้ว ไม่มีการนำมาผลิตเป็นน้ำกระท่อมขาย   ด้าน พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า ปฎิบัติการดังกล่าวนับเป็นการกดดัน และปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยที่อาศัยชุมชนเป็นที่ลักลอบจำหน่ายและแฝงตัวเพื่อขายยาเสพติดในชุมชน ซึ่งทำให้คนในชุมชนเกิดความไม่ปลอดภัยและหวาดกลัว ซึ่งปฎิบัติการดังกล่าวก็จะไปตามชุมชนเป้าหมายต่างๆ อีก      

 1,641
ข่าวภูมิภาค
25 ธ.ค. 61

โจ๋ 17 ซ่า ควักปืนโชว์ ลั่นใส่ตัวเองโดนมือทะลุ หัวกระสุนเจาะฝังอัณฑะรุ่นพี่

วันที่ 25 ธ.ค.61 เมื่อเวลา 03.30 น. ร.ต.อ.นิพนธ์ คงพูล รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางปู สมุทรปราการ รับแจ้งมีชายถูกยิงด้วยอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ภายในบ้านหลังหนึ่ง ถ.ลำบางผี ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ    ที่เกิกเหตุพบผู้บาดเจ็บ 2 ราย เป็นชายชื่อนายอาย (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 ที่ฝ่ามือซ้ายทะลุหลังมือ และนายดอน (นามสมมุติ ) อายุ 18 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกันที่บริเวณต้นขาซ้ายกระสุนเข้าไปฝังอยู่ในลูกอัณฑะ เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ    จากการตรวจค้นภายในบ้านพบอาวุธปืนขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนพกสั้นบีบีกันขนาด 99 มม. ดัดแปลง จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืนกลสั้น บีบีกัน แบบพับฐานดัดแปลงอีกจำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 32 นัด กระสุนปืนซึ่งเป็นลูกแบงค์มีแต่เสียงไม่มีหัวกระสุนจำนวน 19 นัด ลูกกระสุนปืนขนาด .38 อีก จำนวน 4 นัด กระท่อมสดจำนวน 45 ใบ จึงยึดไว้เป็นของกลาง    โดยได้ควบคุมตัววัยรุ่นที่มีอายุ 17 และ 18 ปี ที่นั่งมั่วสุมดื่มน้ำใบกระท่อมต้มอยู่ในบ้าน เอาไว้ได้จำนวน 8 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นนักเรียนอาชีวะ ปี 1 และปี 2 ของวิทยาลัยชื่อดังรวม 3 สถาบันในจังหวัดสมุทรปราการ จึงคุมตัวมาทำการสอบสวนที่โรงพัก    จากการสอบสวนทราบว่าบ้านหลังที่เกิดเหตุเป็นบ้านพ่อแม่ของนายต๋อง (นายสมมุติ ) อายุ 17 ปี โดยเมื่อช่วงกลางดึกคืนวานนี้นายต๋อง ได้ชักชวนเพื่อนรุ่นเดียวกันมานั่งดื่มน้ำใบกระท่อมต้มที่บ้านของตัวเอง ซึ่งในขณะนั้นพ่อและแม่ของนายต๋อง ได้ขึ้นนอนหลับพักผ่อนที่ห้องนอนบนชั้นสองแล้ว ส่วนอาวุธปืนที่พบทั้งหมดเป็นของนายอาย ที่หอบเอาฝากไว้ที่บ้านของตน    โดยขณะที่นายอายเอาปืนออกมาโชว์ให้พวกตนดูเป็นปืนขนาด .38 ซึ่งปืนเกิดลั่นใส่ฝ่ามือตัวเองจนทะลุ และหัวกระสุนได้ไปถูกที่ต้นขาของนายดอน ทะลุเข้าไปฝังอยู่ในอัณฑะ หลังเกิดเหตุได้อ้างว่าขี่รถจักรยานยนต์ออกไปโยนทิ้งแต่จำไม่ได้ว่าโยนทิ้งบริเวณใด    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่วัยรุ่นทั้ง 10 คนว่า ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมียาเสพติดประเภทที่ 5 ใบกระท่อมไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมั่วสุมเสพยาเสพติดประเภทที่ 5 ใบกระท่อมก่อนควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป    

 22,434
แชร์ออฟเดอะเดย์
20 เม.ย. 61

เปิดคลิปโจ๋ซิ่งจยย.หนีการไล่ล่าตร. ใช้เทคนิคแพรวพราวทำวุ่น ตร.ต้องตะโกนขอพลเมืองดีช่วยจับ

สงขลา-เปิดคลิปคนร้ายซิ่งรถจักรยานยนต์หนีการไล่ล่าของตำรวจ ทั้งใช้เทคนิคหลอกล่อ ย้อนศร ซิ่งจยย.เข้าไปในตลาด ก่อนวิ่งหนีวุ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตะโกนขอให้พลเมืองดีช่วยจับ สุดท้ายกว่าจะจับได้เล่นเอาเหนื่อย ทั้งนี้พบคนร้ายหนีเพราะมีน้ำกระท่อม หรือสี่คูณร้อย       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QF7Y1__1LVE  

 9,302

Top