ค้นหา :

ผลการค้นหา "อาลีบาบา"

ข่าวต่างประเทศ
12 ก.ย. 62

'แจ็ค หม่า' พลิกโฉมเป็นร็อกสตาร์ จัดคอนเสิร์ตอำลาตำแหน่ง ปธ.อาลีบาบา

แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารอาลีบาบา อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน พลิกโฉมเป็นร็อกสตาร์ สวมแจ็คเก็ตหนัง และใส่วิกผมสไตล์ชาวร็อก แสดงจัดเต็ม 4 ชั่วโมง ในฉลองวันเกิดวัย 55 ปี พร้อมทั้งวาระครบรอบ 20 ปีของอาลีบาบากรุ๊ป และการอำลาตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร   มีช่วงไฮไลท์ของการแสดง เขาได้ร้องเพลง You Raise Me Up คู่กับแดเนียล จาง ประธานบริษัทคนใหม่ โดยแจ็ค หม่า กล่าวทั้งน้ำตาว่า "หลังจากคืนนี้ผมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ เชื่อว่าในโลกใบนี้ยังมีอะไรดีๆ และมีโอกาสอีกมากมาย ตนชื่นชอบและรักความตื่นเต้นมาก จึงขอเกษียณตัวเองเร็วขึ้น”  

 3,917
ข่าวต่างประเทศ
11 ก.ย. 62

'แจ็ค หม่า' ประกาศวางมือประธานบริหาร 'อาลีบาบา' เกษียณตัวเองในวัย 55 ปี

แจ็ค หม่า ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโออาลีบาบา บริษัทยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซของจีน ประกาศยุติบทบาทในตำแหน่งประธานบริหารอย่างเป็นทางการแล้ว หลังเคยประกาศเมื่อปีก่อนว่า จะเกษียณตัวเองในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 55 ปี ซึ่งตรงกับวันที่ 10 กันยายน ปี 2562   โดยจะส่งมอบหน้าที่ให้กับ แดเนียล จาง ซีอีโออาบีบาบาคนปัจจุบัน เป็นประธานกรรมการบริหารของอาลีบาบาต่อไป และแจ็ค หม่า จะเป็นสมาชิกตลอดชีวิตของคณะหุ้นส่วนอาลีบาบา ซึ่งเป็นคณะบุคคลทั้งหมด 36 คนที่ทรงอิทธิพลที่สุดของอาลีบาบา   สำหรับอาลีบาบา ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2542 ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก นับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ขณะที่แจ็ค หม่า ถูกจัดอันดับโดยนิตยสารฟอบส์ว่าเป็นนักธุรกิจที่รวยที่สุดของจีน ซึ่งปัจจุบัน บริษัทอาลีบาบามีมูลค่าอยู่ที่ 4 แสน 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 14 ล้านล้านบาท  

 1,898
ข่าวต่างประเทศ
07 ม.ค. 62

หนุ่มจีนเจ้าของร้านชำ ปลื้มหน้าเหมือนมหาเศรษฐีดัง 'แจ็ค หม่า'

โลกโซเชียลจีนฮือฮา ชายชาวจีนชื่อ อู่ เสวี่ยหลิน วัย 39 ปี เจ้าของร้านชำในมณฑลเจ้อเจียง มีใบหน้าเหมือนแจ็ค หม่า เจ้าของอาณาจักรอาลีบาบา อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน จนได้ฉายา 'แจ็ค หม่าน้อย' หรือ Little Jack Ma   ทั้งนี้เจ้าตัวยืนยันว่าจะมุ่งหน้าตั้งใจทำธุรกิจร้านขายของชำของตนต่อไป แม้ว่าแจ็ค หม่า ตัวจริง จะชักชวนไปทำงานด้วยกันก็ตาม  

 4,202
ข่าวต่างประเทศ
13 พ.ย. 61

ควันหลงช็อปวันคนโสด ไปรษณีย์จีนจัดส่งพัสดุล็อตใหญ่ 400 ล้านกล่องในวันเดียว

ควันหลงวันช็อปปิ้งออนไลน์แห่งชาติ 11.11 หรือวันคนโสด เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา ที่มีนักช็อปเข้าไปช็อปผ่านเว็บไซต์อาลีบาบากันอย่างคึกคัก ทำยอดขายนับล้านล้านบาท ซึ่งจากสถิติของกรมไปรษณีย์จีนพบว่า ตลอดทั้งวันเครือข่ายสำนักงานไปรษณีย์ทั่วประเทศต้องรับมือกับพัสดุทั้งหมด 416 ล้านกล่อง เพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 25.68 เปอร์เซ็นต์ หรือเป็นปริมาณที่เยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้  

 1,784
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
12 พ.ย. 61

แห่ช็อปทุบสถิติช็อปปิ้งออนไลน์ 11.11 อาลีบาบายอดพุ่งแสนล้าน เล็งใช้รถไฟความเร็วสูงส่งพัสดุ

ยอดขายการช็อปปิ้งออนไลน์ในวันคนโสด 11.11 (11 พฤศจิกายน 2561) ในประเทศจีน ผ่านเว็บไซต์อาลีบาบา ทำสถิติใหม่กว่า 101,640 ล้านบาทภายใน 24 ชม. ทุบสถิติของปีที่แล้วที่ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท   โดยแบรนด์สินค้าท็อป 3 ยอดฮิตได้แก่ Xiaomi แบรนด์โทรศัพท์ชื่อดังของจีน, Apple แบรนด์โทรศัพท์ดังของสหรัฐฯ และ Dyson แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายประเภท   ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากการที่ อาลีบาบาได้โหมโปรโมทผ่านทุกแพลตฟอร์มของบริษัท โดยจะใช้รถไฟความเร็วสูงในการจัดส่งพัสดุไปถึงมือลูกค้าเพื่อความรวดเร็วเป็นครั้งแรก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dhuTCntYKuA

 1,755
ข่าวต่างประเทศ
12 พ.ย. 61

'แจ็ค หม่า' ท้าประลองสุดยอดผู้ค้าออนไลน์ แพ็คของมือฉมัง-โพสต์ท่าถ่ายแบบสุดเร็ว

ชมภาพที่ถูกบันทึกไว้ในวันที่ 10 พ.ย.นี้ เมื่อแจ็คหม่า ประธานบริษัทอาลีบาบาได้จัดแคมเปญพิเศษออกไปร่วมประลองความสามารถด้านต่างๆ กับบรรดาสุดยอดผู้ค้า-ผู้ส่งใน T-mall เว็บไซต์ซื้อขายออนไลน์ในเครือเว็บ Alibaba   การแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อต้อนรับเทศกาลวันคนโสด หรือเทศกาลสินค้าลดกระหน่ำในวันที่ 11 เดือน 11 นี้ โดยมีผู้เข้าแข่งขันมากมาย เช่น หญิงผู้เชี่ยวชาญด้านการมัดปู ชายนักส่งพัสดุสุดไวแห่งหางโจว หญิงนักแพ็คของมือฉมัง ชายนักขายลิปสติกผ่านเน็ต เป็นต้น   โดยมีหญิงนักแพ็คของ 200 กล่องใน 1 ชม. สร้างสถิติแพ็คของได้มากกว่า 40,000 ชิ้นใน 1 เดือน และยังมีนางแบบโพสต์ท่าถ่ายแบบได้ถึง 30 ท่าใน 15 วินาที ใส่เสื้อผ้าได้มากกว่า 1,000 ชิ้นใน 1 วัน รวมไปถึงคนขายลิปสติกที่สามารถไลฟ์ขายลิปสติกได้กว่า 380 แท่งใน 2 ชม. ขายได้ 15,000 แท่ง ใน 15 นาที  

 3,421
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
12 พ.ย. 61

เผย 3 แบรนด์ดังสุดฮิต ทำยอดช็อปปิ้งออนไลน์วันคนโสดคึกคัก ทุบสถิติแสนล้าน

ยอดขายการช็อปปิ้งออนไลน์ในวันคนโสด 11.11 ในประเทศจีน ทำสถิติใหม่กว่า 101,640 ล้านบาทภายใน 24 ชม. ทุบสถิติของปีที่แล้วที่ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท   ซึ่งภายใน 25 วินาทีแรกที่เปิดระบบการช็อปปิ้ง ยอดการช็อปก็พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 33,000 ล้านบาททันที มูลค่าสูงกว่าการช็อปปิ้งในสหรัฐฯในทุกๆช่วงเทศกาลรวมกัน โดยแบรนด์สินค้าท็อป 3 ยอดฮิตได้แก่ Xiaomi แบรนด์โทรศัพท์ชื่อดังของจีน, Apple แบรนด์โทรศัพท์ดังของสหรัฐฯ และ Dyson แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายประเภท   ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากการที่ อาลีบาบาได้โหมโปรโมทผ่านทุกแพลตฟอร์มของบริษัท โดยจะใช้รถไฟความเร็วสูงในการจัดส่งพัสดุไปถึงมือลูกค้าเพื่อความรวดเร็วเป็นครั้งแรก  

 1,416
ข่าวต่างประเทศ
11 พ.ย. 61

11.11 วันช้อปปิ้งแห่งชาติ ขาช้อปแห่ซื้อสินค้า 11 ชม. อาลีบาบาโกยไปแล้ว 6.9 แสนล้านบาท

วันที่ 11 พ.ย. เป็นการสร้างปรากฏการณ์การขายสินค้าที่ใหญ่ที่สุดบนพื้นพิภพ ของอาลีบาบา ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอีคอมเมิร์ซ ภายใต้การนำของ แจ๊ก หม่า นักธุรกิจจีนชื่อก้องโลก ด้วยการจัดงานช้อปขายของวันคนโสด 11 เดือน 11 ที่นครเซี่ยงไฮ้ของจีน ได้ทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 33,555 ล้านบาท ภายในนาทีแรกของการเริ่มต้น   จากนั้น อาลีบาบา ยังเดินหน้าสร้างความฮือฮาอีก ด้วยยอดขายรวมทะลุ 10,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 330,555 ล้านบาท ภายในเวลา 1 ชั่วโมง 48 วินาที  นับเป็นยอดขายของที่สูงกว่าวันแบล๊กฟรายเดย์ และไซเบอร์มันเดย์รวมกัน   การขายของวันคนโสด ที่อาลีบาบาเริ่มต้นเมื่อปี 2552 เพื่อกระตุ้นการรับรู้ของผู้คนเรื่องอีคอมเมิร์ซ เริ่มต้นด้วยการดึงผู้ประกอบการและพ่อค้าเข้าร่วมเพียง 27 เจ้าเท่านั้น แต่ในปีนี้ มีผู้เข้าร่วมกว่า 180,000 แบรนด์   ในปีนี้ เว็บไซต์ยอดนิยม Youku ถ่ายทอดสดการเปิดช็อปของอาลีบาบา ให้ผู้ชมติดตามทางออนไลน์ ติดต่อเป็นปีที่ 4 เช่นเดียวกับสถานีโทรทัศน์หลักสองช่องของจีน มีการจัดโปรแกรมดึงดูด ด้วยการเชิญดาราอินเตอร์มาร่วมงาน เช่น มาไรห์ แครีย์ มิแรนดา เคอร์ และเซิร์ก ดู โซเลย   อย่างไรก็ตาม ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า สถานการณ์ขายของวันคนโสดปีนี้ อยู่ในช่วงที่การเจริญเติบโตทางธุรกิจของอาลีบาบาถูกกดดันมาก จากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีน การแข่งขันกับบริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหม่ที่ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่ง รวมไปถึงสงครามการค้าที่สหรัฐอเมริกาประกาศศึกกับจีน จนอาลีบาบาลดรายได้คาดการณ์ของบริษัทลงร้อยละ 6 ไปเมื่อต้นเดือนนี้   ทั้้งนี้ ล่าสุดยอดขายทะลุ 20,000 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 696,000 ล้านบาทแล้ว  

 1,134
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
07 พ.ย. 61

ไฟเขียวฟรีวีซ่าหน้าด่าน 2 เดือน ดึง นทท.จีนมาไทย ฝาก 'แจ็ค หม่า' โปรโมทคลิปลงอาลีบาบา

คณะรัฐมนตรึ มีมติให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมตรวจคนเข้าเมืองลงตรา ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa On Arrival) หรือ วีโอเอ 2,000 บาทต่อคน ให้กับนักท่องเที่ยว 21 ประเทศ เป็นเวลา 60 วัน ในระหว่างเดือนพฤศจิกายน 61 ถึงมกราคม 62 แต่ยังไม่ระบุวันบังคับใช้ เพราะต้องรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตั้งเป้ากระตุ้นยอดนักท่องเที่ยวจีน   นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บอกว่า มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียม วีโอเอ 60 วันนี้ จะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในช่วง 2 เดือนสุดท้าย ปรับจากแดนลบมาอยู่ในแดนบวกได้ โดยคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนรวมใน 2 เดือนสุดท้ายเพิ่มเป็น 1.65 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 2% ส่งผลให้ภาพรวมนักท่องเที่ยวจีนตลอดทั้งปี อยู่ที่ 10.77 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนหน้า   ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยหลังหารือกับ แจ๊ค หม่า ประธานบริหารอาลีบาบากรุ๊ป ที่นครเซี่ยงไฮ้เมื่อวานนี้ ว่า ได้ขอให้อาลีบาบาช่วยโปรโมตการท่องเที่ยวของไทยผ่านทางเวบไซต์ของอาลีบาบาที่จะจัดแคมเปญพิเศษ วันคนโสด ในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะมีคนจีนติดตามมากกว่า 800 ล้านคน และแจ๊ค หม่า ได้ให้ไทยเร่งทำคลิปความยาว 20 วินาทีไปเผยแพร่ในช่องทางนี้เพื่อชวนคนจีนมาเที่ยวเมืองไทยด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BGPW817viu0

 2,295
ข่าวต่างประเทศ
10 ก.ย. 61

กลุ่มอาลีบาบาจ่อแถลงยัน 'แจ็ค หม่า' ยังไม่วางมือบริหารบริษัท

หนังสือพิมพ์ South China Morning Post เผยว่ากลุ่มอาลีบาบาจะแถลงยืนยัน 'แจ็ค หม่า' ยังคงทำหน้าที่ประธานบริหารต่อ แต่เตรียมเผยแผนยุทธศาสตร์การสืบทอดการบริหาร 10 ก.ย.นี้ ซึ่งตรงกับวันเกิดของเขา ที่จะอายุครบ 54 ปี   โดยทางบริษัทจะมีการแถลงโครงสร้างของบริษัทแบบใหม่ เปิดทางให้ผู้บริหารรุ่นใหม่เข้ามาทำหน้าที่ดูแลบริษัทและแสดงความสามารถมากขึ้น และตัวแจ็ค หม่า จะยังคงนั่งเก้าอี้ประธานบริหารต่อไป   เป็นการชี้แจงต่อการที่สื่อหลายชาติลงข่าวว่าเขาจะวางมือเพื่อไปทำการกุศลด้านการศึกษานั้นไม่ใช่เรื่องจริง แต่เขาก็จะสานต่อมูลนิธิการศึกษาของชาวชนบทในจีนควบคู่ไปด้วย   ทั้งนี้การประกาศเกษียณของแจ็ค หม่า ก็เรียกความสนใจให้กับทั่วโลกได้เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งปัจจุบันมูลค่าของอาลีบาบามีมากกว่า 4 แสนเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า ไม่ว่าแจ็ค หม่าจะเกษียณหรือไม่ ก็ไม่กระทบกับบริษัทอี คอมเมิร์ซ ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก  

 1,303
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
24 พ.ค. 61

อาลีบาบาเตรียมเหมาทุเรียนไทย ส่งขายจีนปีหน้า 8 แสนลูก

ชาวสวนทุเรียนยิ้มออก เมื่อผู้แทนบริษัทจัดซื้อของบริษัทอาลีบาบา ลงพื้นที่สวนผลไม้ ได้มาตรฐานการผลิตผ่านจีเอพี ของสมาชิกสหกรณ์ในภาคะตะวันออก ระยอง จันทบุรีและตราด     เพื่อเตรียมลงนามข้อตกลงทางการค้าสั่งทุเรียนไม่น้อยกว่า 800,000 ลูก ขายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ Tmall.com ประเทศจีน ในเดือนมิถุนายน 2561 ในกรอบความร่วมมือซื้อขายผลไม้ 5 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด ลำไย มะพร้าวและเสาวรส โดยจะเป็นการเจรจาซื้อขายตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gntd7AzVQF0  

 2,031
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
10 พ.ค. 61

ท้าชนแจ๊คหม่า! jd.com อีคอมเมิร์ซยักษ์ของจีนนำทุเรียนไทย 5 แสนลูกขายออนไลน์ เผยแผนตั้งสนง.ใน eec

นายวินเซ็นต์ หยาง ซีอีโอบริษัทเจดี เซ็นทรัล คอมเมิร์ช บริษัทลูกในเครือ JD.com บริษัทค้าปลีกสินค้าออนไลน์และออฟไลน์ยักษ์ใหญ่ของจีนและเป็นคู่แข่งรายสำคัญของกลุ่มอาลีบาบาของนายแจ๊ค หม่า เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนจีนนิยมสินค้าไทยเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นบริษัทจึงเล็งเห็นความสำคัญและพร้อมที่จะช่วยผลักดันสินค้าไทยให้บุกตลาดจีนได้มากขึ้น จึงมีแผนที่จะมาตั้งสำนักงานของ JD.com ในไทย โดยจะตั้งอยู่ในพื้นที่ EEC เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้กับบริษัท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่งการเจรจากับรัฐบาลถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ อยู่ ทั้งนี้เชื่อว่าหากดำเนินการได้จะทำให้ทั้ง 2 ประเทศได้ประโยชน์ร่วมกัน   พร้อมกันนี้ JD.com ยังมีแผนที่จะนำสินค้าไทยไปกระจายในจีนมากขึ้น โดยในวันที่ 18 พ.ค.นี้ จะใช้เว็บไซต์ของ JD.com เปิด Thailand Day เพื่อเปิดขายทุเรียนนำเข้าจากไทย 500,000 ลูก และข้าวหอมมะลิ 20,000 ตัน โดยคาดว่าจะสินค้าจะหมดภายใน 2-3 สัปดาห์อย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน ยังในเร็วๆ นี้ ยังเตรียมที่จะพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการจีนได้นำสินค้าอุปโภค และสินค้าเกษตรไปจัดจำหน่ายในเว็บไซต์ของ JD.com ได้อีกด้วย ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้มูลค่าการค้าระหว่างผู้ปะกอบการไทยกับ JD.com เพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ล้านบาทในอีก 3-5 ปีข้างหน้าได้    ด้านนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานหอการค้าไทย-จีน ระบุว่า เพื่อเป็นการผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยที่เป็นสามชิกกว่า 7,000 ราย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีมีความสามารถในการแข่งขันและนำสินค้าไปจำหน่ายใน JD.com ได้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีจำนวนน้อยมาก ทางหอการค้าฯ จะมีการฝึกอบรมผู้ประกอบการพร้อมนำไปเปิดตลาดที่จีนมากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังจะจัดตั้ง Thai Pavillage ที่เมืองเซิ่นเจิ้น ประเทศจีน เพื่อจัดแสดงสินค้าไทยให้คนจีนได้รู้จักและต้องการมากขึ้นด้วย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จใน 2-3 เดือนข้างหน้า    ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เชื่อว่า จีนเป็นประเทศที่สำคัญมากของโลก ซึ่งเมื่อรวมกับการค้าผ่านระบบอีคอมเมิร์ช จะทำให้ไทยได้ประโยชน์มากเมื่อทำการค้าร่วมกัน ซึ่งปัจจุบันไทยกับจีนมีการค้าระหว่างกันอยู่ที่ 73,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมั่นใจว่าหากมีความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้น จะทำให้มูลค่าการค้าระหว่างไทย-จีน เพิ่มขึ้นเป็น 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในอีก 2 ปีข้างหน้า   อนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับ JD.com นั้นก่อตั้งโดย “ริชาร์ด หลิว” หรือหลิว เชียงตง ในปี 1988 เริ่มจากการเป็นร้านขายอุปกรณ์ไอทีในย่านจงกวานซุนของปักกิ่ง ก่อนที่จุดพลิกผันจะเกิดขึ้นในปี 2003 ที่เกิดเหตุโรคซาร์สระบาดในเอเชีย ทำให้หลิวตัดสินใจก่อตั้งร้านค้าออนไลน์ jdlaser.com ในปี 2004 และพัฒนาต่อมาเป็น JD.com ซึ่งปัจจุบันถือเป็นอีคอมเมิร์ซอันดับ 2 ของจีน ที่มีการเปรียบเปรยว่าคือ Amazon.com เวอร์ชั่นจีน เพราะ JD.com มีการลงทุนโครงข่ายโลจิสติกส์จำนวนมหาศาล ทั้งศูนย์กระจายสินค้าในจีนกว่า 6,900 แห่ง และพนักงานส่งสินค้ากว่า 7 หมื่นคน (จากพนักงานราว 120,000 คน) รวมถึงการจัดแพ็กเกจ ตลอดการสต๊อกสินค้าด้วยตัวเอง ทำให้สามารถส่งของด่วนในเขตประเทศจีนได้ ซึ่งลักษณะธุรกิจของ JD.com แตกต่างจากอาลีบาบา ที่เป็นอีคอมเมิร์ซในลักษณะของ Marketplace ที่ให้ผู้ค้ารายย่อยเข้ามาใช้เป็นช่องทางขายสินค้า   และก่อนหน้านี้กลุ่มอาลีบาบาก็เพิ่งเปิดตัว "Thai Rice Flagship Store" บนเว็บไซต์ Tmall.com เพื่อสนับสนุนการขายข้าวไทยทางออนไลน์ในจีน รวมทั้งมีการนำทุเรียนไทยไปจำหน่ายบน Tmall.com และมีการประกาศจะลงทุนในพื้นที่ EEC มาก่อนด้วย  

 7,152
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
25 เม.ย. 61

อานิสงส์แจ็ค หม่า! ยอดจองทุเรียนไทยผ่านทีมอลล์ทะลุ 1.3 แสนลูก สวนทุเรียนจันท์ยิ้มราคาพุ่ง

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความร่วมมือกับอาลีบาบา ยักษ์ใหญ่ e-commerce ของจีน ภายใต้การดำเนินงานของแจ็ค หม่าว่า ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ธุรกิจไทยสามารถนำเสนอสินค้าออกสู่ตลาดจีนได้โดยมีการลงทุนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งการเปิดให้ผู้บริโภคจีนสั่งจองทุเรียนไทยผ่านทางทีมอลล์ แพลตฟอร์ม ที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับผู้ประกอบการค้าปลีก ในเครืออาลีบาบา   ทำให้เกิดกระแสความสนใจอย่างท่วมท้นด้วยยอดจองทุเรียนรวมถึง 130,000 ลูก ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นทุเรียนหมอนทองจากช่วงเวลา 1 นาทีแรกของการเปิดจองถึง 80,000 ลูก ซึ่งทุเรียนไทยถือเป็นสินค้าคุณภาพระดับพรีเมี่ยมและความร่วมมือดังกล่าวจะสามารถเพิ่มมูลค่าของทุเรียน และสินค้าเกษตรอื่นๆ จากประเทศไทยบนเวทีโลก ซึ่งจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเกษตรกร และธุรกิจไทย   พร้อมกันนี้ได้เตรียมจัดทำโครงการส่งเสริมการตลาดทุเรียน เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้มีการบริโภคทุเรียนเพิ่มขึ้นรองรับผลผลิตทุเรียนที่กำลังจะออกสู่ตลาดปีนี้ประมาณ 7.65 แสนตัน โดยจะเปิดตัวโครงการในวันที่ 18 พ.ค. 2561 ซึ่งจะเชิญโป๊ป ธนวรรธน์ - เบลล่า ราณี นักแสดงชื่อดังจากละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส มาร่วมโปรโมทการจัดงานและมีแผนที่จะจัดบุฟเฟ่ต์ทุเรียนในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ต่อไป เพื่อโปรโมทและกระตุ้นการบริโภคทุเรียน เช่น ที่ จ.เชียงใหม่ ภูเก็ต จันทบุรี ชลบุรี เป็นต้น   ขณะที่ชาวสวนทุเรียนเมืองจันท์ ระบุทีมงานของแจ็ค หม่า ได้ลงมาดูสวนทุเรียนพร้อมสั่งซื้อทุเรียนพันธุ์หมอนทองจำนวน 100 ตัน ในราคา 110 บาทต่อ ก.ก. ขณะนี้ทางบริษัททีมอลล์ เป็นตัวแทนซื้อทุเรียนส่งให้ในกลุ่มเครือข่ายอาลีบาบา   ซึ่งทุเรียนสวนของตนเป็นทุเรียนที่มีคุณภาพและแก่จัดมากกว่า 90 เปอร์เซนต์ ผู้บริโภคสามารถรับประทานได้หลังตัดไม่เกิน 4 วัน จึงต้องพยายามแขวนลูกทุเรียนไว้กับต้นเพื่อให้ได้แก่เต็มที่ผู้บริโภครับประทานแล้วอร่อย ถึงแม้ว่าน้ำหนักผลทุเรียนจะลดน้อยลงแต่เราสามารถรักษาคุณภาพและราคายังอยู่ที่ 110 บาทเหมือนเดิม ในขณะที่เวลานี้ท้องตลาดขายส่งทั่วไปจากสวนขายในราคาก.ก.ละ 70 บาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VEaHYEDkSXk  

 11,324
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
19 เม.ย. 61

"แจ๊ค หม่า" นักธุรกิจจีนชื่อดังพบ "ประยุทธ์" วันนี้ ขนเมกะโปรเจกต์บุก eec ด้านส.อีคอมเมิร์ซหวั่นสินค้าจีนทะลัก

แจ็ค หม่า นักธุรกิจชื่อดังชาวจีน และประธานกรรมการบริหารอาลีบาบา กรุ๊ป (Alibaba Group) พร้อมคณะ เดินทางเข้าพบและคารวะนายกรัฐมนตรีวันนี้ (19 เมษายน 2561) พร้อมกับโครงการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ของไทย ด้วยเม็ดเงินลงทุนรวมกว่าหมื่นล้านบาท กับเป้าหมายปั้นไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจอีคอมเมิร์ซในภูมิภาค   โดยหลังการเข้าพบนายกรัฐมนตรี ช่วงบ่าย "แจ็ค หม่า" จะมีการประกาศแผนการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC รวมถึงโครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลและส่งเสริมบุคลากรไทยในการพัฒนาทักษะและขีดความสามารถด้านดิจิทัลอีคอมเมิร์ซ ซึ่งจะมีการลงนามความร่วมมือ 4 ฉบับ    1. โครงการลงทุนสร้างศูนย์ “สมาร์ท ดิจิทัล ฮับ” ในพื้นที่ EEC มูลค่า 11,000 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างทันทีในปีนี้ แล้วเสร็จและเปิดดำเนินการในปี 2562 โดยจะใช้เทคโนโลยีของอาลีบาบาในด้านการประมวลข้อมูลโลจิสติกส์ เพื่อทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างไทยและจีน และไปยังที่อื่นๆ ทั่วโลก และที่สำคัญการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว จะช่วยสนับสนุนให้สตาร์ทอัพและเอสเอ็มอีของไทยพัฒนาสินค้าและบริหารใหม่ๆ โดยอาศัยดิจิทัลให้เข้าถึงตลาดทั่วโลก คาดว่าโครงการนี้จะทำให้เอสเอ็มอีได้รับประโยชน์ในการขายสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าวในระยะแรก 30,000 กิจการ    2. โครงการความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากรในด้านดิจิทัล และการส่งเสริมธุรกิจผ่าน อี-คอมเมิร์ซ ซึ่งอาลีบาบาจะร่วมกับไทยในการพัฒนากลุ่มคนเก่ง หรือดาวเด่นด้านดิจิทัล (Digital Talent)   3. โครงการร่วมส่งเสริมพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลอีคอมเมิร์ซ สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพของไทย เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัล    4. อาลีบาบาจะร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการจัดทำ Thailand Tourism Platform โดยเฉพาะ เพื่อจัดกิจกรรมด้านการตลาดร่วมกันบนออนไลน์แพลทฟอร์มที่สามารถเชื่อมโยงกับสื่อและช่องทางต่างๆ   และหลังการลงนาม จะมีการแนะนำ Thai Rice Tmall Flagship Store และจะมีการเปิดการซื้อขายข้าวไทยผ่าน Tmall.com ด้วย โดย Tmall.com เป็นแพลตฟอร์มค้าออนไลน์ของอาลีบาบา ซึ่งกำลังจะก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของจีน   ขณะที่นายภาวุธ พงศ์วิทยภาณุ นายกสมาคมพาณิชย์อิเล็กทรอนิคส์ไทย มองว่าการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยของเจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซ "แจ็ค หม่า" ที่ได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากรัฐบาล ถือเป็นเรื่องดีที่ประเทศไทยจะมีเงินลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านออนไลน์และดันให้ธุรกิจบนออนไลน์เติบโตมากขึ้น    แต่ขณะเดียวกัน ยอมรับว่า มีความกังวลเรื่องการผูกขาดจากผู้ประกอบการรายใหญ่ และโอกาสที่สินค้าจีนจะทะลักเข้าไทยมีสูง จนส่งผลให้เกิดการขาดดุล รวมถึงผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีจะไม่สามารถแข่งขันได้แม้จะพยายามกระตุ้นผู้ประกอบการ แต่ขณะนี้ผู้ประกอบการอย่าง อาลีบาบา,ลาซาด้า ก็รุกตลาดเมืองไทยอย่างเต็มที่แล้ว ส่วนความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรด้านอีคอมเมิร์ซ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีแต่จะทำได้มากน้อยเพียงใดอาจต้องติดตามในระยะต่อไป    (แฟ้มภาพจากมติชน)

 8,642

Top