ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฉลามหูดำ"

ข่าวภูมิภาค
14 ก.ค. 62

ฝูงฉลามหูดำนับร้อย ขึ้นมาหาอาหารบริเวณน้ำตื้น หมู่เกาะห้อง จ.กระบี่ บ่งชี้ความสมบูรณ์ทางระบบนิเวศ

ฝูงฉลามหูดำกว่า 100 ตัว ขึ้นมาหาอาหารบริเวณน้ำตื้น หมู่เกาะห้อง บ่งชี้ถึงความสมบูรณ์ทางระบบนิเวศใต้ทะเลบริเวณนี้    วันที่ 14 ก.ค. 62 นายจำเป็น ผอมภักดี หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะห้อง อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีจังหวัดกระบี่ บันทึกภาพฝูงฉลามหูดำกว่า 100 ตัว ว่ายน้ำจับปลาเล็กบริเวณน้ำตื้น ชายหาดข้างท่าเรือ หมู่เกาะห้อง ต.เขาทอง อ.เมืองกระบี่ เขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จังหวัดกระบี่ ช่วงเช้าวันนี้ โดยฉลามฝูงดังกล่าว มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 1-1.50 เมตร โดยฉลามหูดำใช้เวลาขึ้นมาหาอาหาร 30 นาที จึงว่ายน้ำกลับลงไปยังบริเวณน้ำลึก   นายวีระศักดิ์ ศรีสัจจัง อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า พบเห็นฝูงฉลามหูดำขึ้นมาว่ายน้ำหาอาหารริมชายหาดไม่บ่อยนัก ส่วนใหญ่จะในช่วงอากาศเปิด และน้ำขึ้นไม่สูง และจะพบในช่วงเช้าเท่านั้น แต่ครั้งนี้มีจำนวนมาก ที่สุด มีกว่า 100 ตัว ทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ เข้ามากินสัตว์น้ำขนาดเล็ก ใกล้ชายฝั่ง เนื่องจากส่วนใหญ่ฉลามหูดำอาศัยบริเวณน้ำลึกและออกหาอาหารในช่วงกลางคืนรอบๆ หมู่เกาะห้อง ที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์    โดยเจ้าหน้าที่คุมเข้มห้ามทำประมงบริเวณหมู่เกาะแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งฉลามหูดำไม่ทำร้ายคน จึงไม่มีปัญหากับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาและนับว่าน่ายินดี เพราะในการพบฉลามหูดำ บ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของทะเลในบริเวณหมู่เกาะห้อง ภายในอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีแห่งนี้  

 1,711
ข่าวภูมิภาค
29 พ.ย. 61

ตื่นตา! พบฝูงฉลามหูดำแหวกว่ายที่อ่าวมาหยา ชี้บอกถึงความสมบูรณ์ของท้องทะเล

(29 พ.ย.61) นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราและหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ กล่าวว่าได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อ่าวมาหยา ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเดินตรวจตราบริเวณชายหาดของอ่าวมาหยา ได้พบปลาฉลามหูดำชนิดตัวสีน้ำตัวสีดำ มากกว่า 60 ตัว ซึ่งมีลำตัวยาว 100 – 120 เซนติเมตร น้ำหนัก 20 – 25 กิโลกรัม กำลังแหวกว่ายเล่นน้ำและหากินอาหารลูกปลาและแพลงตอน ที่หน้าชายหาดเพียง 2 เมตร ซึ่งมีระดับน้ำลึกเพียง 30 เซนติเมตร โดยแหวกว่ายเป็นเวลานานถึง 4 ชั่วโมง จากนั้นจึงว่ายออกไปสู่แนวปะการังน้ำตื้น   นายวรพจน์ กล่าวต่อไปว่า การที่ฝูงฉลามหูดำเข้ามาแหวกว่ายเล่นน้ำและหากินติดชายหาดอ่าวมาหยา เขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราและหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เป็นจำนวนมากในครั้งนี้ ซึ่งถือว่ามากที่สุดกว่า 60 ตัว จนมองเห็นเต็มชายหาด นับเป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ที่หลายๆสิบปีจะมีให้เห็นฝูงฉลามหูดำ โดยพวกเขาอาศัยหากินกันอย่างมีความสุข ที่ไม่มีสิ่งใดๆมารบกวนความเป็นอยู่ของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบริเวณเทือกเขาของอ่าวมาหยา หรือเกาะพีพีเลบริเวณด้านทิศตะวันตก สาเหตุที่อ่าวมาหยามีฝูงฉลามหูดำเข้ามาถึง 4 ครั้ง และครั้งนี้มีเป็นจำนวนมาก เพราะ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สั่งปิดอ่าวมาหยา เขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราและหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ วันที่ 1 มิถุนายน 2561 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน เข้าเดือนที่ 6    เพื่อฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมใต้ทะเลและบนบก มีสัตว์น้ำขนาดใหญ่และชนิดที่หาดูได้ยากมากหวนกลับคืนมายังถิ่นอาศัยเดิมมากยิ่งๆขึ้น เพราะไม่ถูกรบกวนหรือได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวน้อยลง เนื่องจากในอ่าวมาหยาไม่ให้นำเรือทุกชนิดเข้าไป แต่สามารถจอดเรือให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกได้ที่หน้าปากทางเข้าอ่าวมาหยา จึงทำให้แนวปะการังน้ำตื้นที่กำลังฟื้นฟูเริ่มเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำสัตว์น้ำตัวเล็กและแพงตอนมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งบงบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลอันดามันในพื้นที่เกาะพีพีเล ทำให้ฉลามหูดำเข้ามาอาศัยและหากินได้อย่างมีความสุข

 1,390
ข่าวสีสัน
15 พ.ย. 61

คลิปฝูงฉลามหูดำแหวกว่ายกลางทะลเกาะห้อง กระบี่

คลิปฝูงฉลามหูดำหลายตัว แหวกว่ายไปมาและขึ้นมาว่ายน้ำหาอาหารจับปลาเล็กอยู่บริเวณน้ำตื้นชายหาด ข้างท่าเรือที่หมู่เกาะห้อง ต.เขาทอง อ.เมืองกระบี่ แสดงให้เห็นว่ารอบเกาะห้อง ยังมีความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากเจ้าหน้าที่คุมเข้มห้ามเข้ามาทำประมงในบริเวณหมู่เกาะ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wtoorAqDHMg

 1,965
ข่าวสีสัน
19 ต.ค. 61

ฝูงฉลามหูดำ แหวกว่ายโชว์ตัวหน้าอ่าวมาหยา หลังปิดฟื้นฟูนานกว่า 4 เดือน

ฝูงฉลามหูดำกว่า 10 ตัว แหวกว่ายโชว์ตัวหน้าอ่าวมาหยา อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ หลังปิดฟื้นฟูธรรมชาติกว่า 4 เดือน ขอบคุณคลิปจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

 2,890
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 เม.ย. 61

หนุ่มนอร์เวย์ถูกฉลามกัดที่หัวหินขาเหวอะ 'อ.ธรณ์' คาดฉลามหูดำ ชี้โอกาสโดนกัดแค่ 1 ต่อ 200 ล้าน

จากกรณีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถูกฉลามกัด ขณะลงเล่นน้ำที่หาดทรายน้อย หมู่บ้านเขาเต่า อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับบาดเจ็บขาก่อนชาวบ้านช่วยกันปฐมพยาบาลและนำตัวส่งโรงพยาบาล เมื่อเย็นวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นวงกว้าง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ล่าสุด นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบถามข้อมูลจากชาวบ้าน    จากการสอบถามชาวบ้านเล่าว่า เห็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรายนี้กระโดดน้ำอยู่ตรงโขดหิน 2-3 รอบแล้ว จนกระทั่งมีนักท่องเที่ยวที่บริเวณชายหาดได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือ เมื่อเข้าไปดูพบว่าที่ขาดมีบาดแผลเหวอะหวะ มีเลือดไหล จึงเข้าไปช่วยกันนำร่างนักท่องเที่ยวรายนี้ส่งโรงพยาบาล โดยระหว่างช่วยกันพยุงร่างนักท่องเที่ยวระบุว่าถูกปลาทำร้าย จนชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเข้าใจว่าเป็นนักท่องเที่ยวถูกฉลามกัด                                ด้าน ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงกรณีนี้ว่าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร แต่จากรูปเห็นสภาพเลือด สันนิษฐานว่า ไม่น่าจะเกิดจากตัวเพรียง แต่น่าจะเป็นฉลามหูดำมากกว่า เพราะเวลานี้มีฉลามหูดำว่ายน้ำอยู่ตามชายหาดต่างๆเยอะ   เมื่อถามว่า ไหนบอกว่า ฉลามหูดำน่ารักเหมือนแมว เหมือนหมา ไม่ดุ ผศ.ธรณ์ กล่าวว่า น่ารัก ไม่ได้หมายความว่าไม่กัดใคร ก็เหมือนหมาแมวที่น่ารักก็กัดคนเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามไม่ใช่การกัดแบบมุ่งทำร้าย แต่ฉลามตัวดังกล่าวอาจจะคิดว่าเท้าของนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเป็นปลาก็ได้จึงลองงับดู ทั้งนี้ฉลามทุกตัวทุกชนิดมีฟันแหลมคมทั้งสิ้น เมื่อกัดใครย่อมมีเลือดออกมากเสมอ   “แต่อย่าไปกลัวนะครับ เรื่องแบบนี้นานๆเกิดขึ้นสักครั้ง ในประเทศไทยเราปีหนึ่งๆมีการท่องเที่ยวทะเลเกิดขึ้นปีละประมาณหนึ่งร้อยล้านครั้ง โอกาสที่จะถูกฉลามกัดมีแค่ปีละครั้งเท่านั้น หรือมีสัดส่วนแค่ 1 ต่อ สองร้อยล้านครั้ง ต่อปี และยังยืนยันว่า ฉลามหูดำไม่ใช่ฉลามอันตราย และไม่ได้ทำร้ายคน ตามสถิติแล้วในประเทศไทย เคยมีคนถูกฉลามกัดตายครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2508 ชื่อนายแฉล้ม ถูกกัดที่ จ.ชลบุรี โดยฉลามเสือ หลังจากนั้นก็มีนักท่องเที่ยวถูกกัดที่น่อง ได้รับบาดเจ็บ ไม่ตาย ที่เกาะพะงัน สำหรับผมแล้ว การเที่ยวทะเลในเมืองไทยฉลามไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวเลย นักดำน้ำอยากเห็นด้วยซ้ำ”    รองคณะบดีคณะประมง กล่าวว่า สิ่งที่น่ากลัวและต้องระวังมากๆสำหรับการเที่ยวทะเลในประเทศไทยแล้ว มี 6 อย่าง ที่อยากจะเตือนนักท่องเที่ยว ซึ่งน่ากลัวกว่าฉลามมากนัก ประกอบด้วย 1.เรือเร็ว หรือสปีดโบ้ท โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุถูกเรือเร็วชนมีมากกว่าถูกฉลามกัดหลายเท่า ซึ่งสถิตินักท่องเที่ยวถูกเรือชนตายระหว่างเล่นน้ำมีอย่างน้อยปีละ 2 คน และได้รับบาดเจ็บสาหัสปีละหลายคน โดยเฉพาะพื้นที่ ที่มีเรือเร็ววิ่งเยอะๆ ไม่ต้องให้ตนบอกว่าที่ไหนบ้าง 2.แมงกะพรุนกล่อง ที่ตอนนี้เพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆพบอยู่หลายหาด ที่ผ่านมามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสัมผัสแมงกะพรุนกล่องแล้วหลายร้อยคน แต่แค่ได้รับบาดเจ็บ หนักบ้าง เบาบ้าง แต่ยังไม่มีใครเสียชีวิต 3.การเหยียบขยะทะเล โดยเฉพาะแก้ว หรือวัตถุแหลมๆ แต่ละปีพบผู้ได้รับบาดเจ็บเรื่องนี้ไม่ใช่น้อย 4.ปลากระเบนตัวเล็กๆที่เรียกว่า ปลาจ้องม้อง ซึ่งมักจะอยู่ตามหาดทรายน้ำตื้นๆ หากไปเหยียบหรือทำให้ตกใจอาจจะถูกเงี่ยงแทงเอาได้ 5.สิ่งมีพิษตามแนวปะการัง ไม่ว่าจะเป็นหอยเม่น หรือปะการังไฟ                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/kAr9ifkhCJ0          

 93,118

Top