ค้นหา :

ผลการค้นหา "ขับปาดหน้า"

อาชญากรรม
05 พ.ย. 62

เปิดคลิปชนสยอง 3 ศพ จยย.กลับรถปาดหน้า กระบะชนขาด 2 ท่อน

จากกรณีเกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดกลับบนถนนสายแยกบางแพ – ดำเนินสะดวก หมู่ 7 ต.วังเย็น อ.บางแพ จ.ราชบุรี เมื่อช่วงเย็นในที่ 4 พ.ย. 62 นายเอกณัฐ เพ็งสว่าง อายุ 30 ปี ขับรถยนต์ปิกอัพ ชนรถจักรยานยนต์ 2 คัน ทำให้ร.ต.ท.อำนาจ มลิวงค์ อายุ 58 ปี รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.บางแพ นางสุภาศิริ มลิวงค์ อายุ 56 ปี ภรรยา ร.ต.ท.อำนาจ เสียชีวิตคาที่ และด.ช.กาโม่ วัย 7 ขวบ หลานชาย เสียชีวิตที่โรงพยาบาล นอกจากนี้ยังมี นายไพโรจน์ เกตุหอม อายุ 51 ปี และด.ญ.ขวัญข้าว วัย 7 ขวบ หลานสาวนายไพโรจน์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งหลังเกิดเหตุชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงที่ไปดูเหตุที่เกิดขึ้นต่างบอกว่าอยากให้ทางกลับรถแห่งนี้ได้มีการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร เพราะนอกจากจะเป็นทางกลับรถแล้ว ริมถนนทั้งสองฝั่ง ยังเป็นทางแยกถนนเข้าในหมู่บ้านที่ผ่านมามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง   ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 5 พ.ย.62 ร.ต.อ.สุทธิพงษ์ สุวรรณโณ รองสว. (สอบสวน) สภ.บางแพ จ.ราชบุรี เจ้าของคดี เปิดเผยว่าจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 4 รายแล้ว โดยร.ต.ท.อำนาจ มลิวงค์ พร้อมภรรยาคือนางสุภาศิริ มลิวงค์ เสียชีวิตคาที่ ด.ช.กาโม่ เสียชีวิตที่โรงพยาบาล และช่วงกลางดึกคืนวันที่ 4 พ.ย.62 นายไพโรจน์ เกตุหอม ผู้บาดเจ็บที่ส่งตัวไปรักษาต่อโรงพยาบาลราชบุรี ได้เสียชีวิตอีกราย ส่วนด.ญ.ขวัญข้าว วัย 7 ขวบ ก็ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลราชบุรี อาการยังสาหัส สำหรับด้านคดีเบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหานายเอกณัฐ เพ็งสว่าง คนขับรถยนต์ปิกอัพคู่กรณี ‘ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บ’ นอกจากนี้ยังนำตัวนายเอกณัฐ ไปเจาะเลือดที่โรงพยาบาลดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เพื่อตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ ซึ่งจะรู้ผลอีก 2 สัปดาห์ ตอนนี้ได้ปล่อยตัวนายเอกณัฐชั่วคราว และจะดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป   ส่วนกรณีที่ชาวบ้านต้องการให้มีสัญญาณไฟจราจรบริเวณทางกลับรถที่เป็นทางแยกด้วย เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย หลังเกิดเหตุได้มีการแชร์คลิปวิดีโอขณะเกิดเหตุ จนมีการแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ทำให้วันเดียวกัน (5 พ.ย.62) เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุม อ.บางแพ นายอรรถพันธ์ สงวนเสริมศรี นอภ.บางแพ พร้อมด้วย ดร.กิตติ ทรัพย์ประสงค์ ผอ.แขวงทางหลวงสมุทรสงคราม ซึ่งรับผิดชอบดูแลถนนสายแยกบางแพ ไปจนถึงจ.สมุทรสงคราม, ผู้แทน สาธารณสุข จ.ราชบุรี ผู้แทน ปภ.ราชบุรี, ผู้แทน รพ.ราชบุรี, ผู้แทน สาธารณสุข อ.บางแพ, ผู้แทน รพ.บางแพ และปลัดอำเภอ ฝ่ายความมั่นคง อ.บางแพ ได้ร่วมประชุมเพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุ โดย นายอรรถพันธุ์ สงวนเสริมศรี นอภ.บางแพ กล่าวว่า หลังเกิดอุบัติเหตุ ทางอ.บางแพได้ประสานไปยังจ.ราชบุรี แขวงทางหลวงสมุทรสงคราม และส่วนงานราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมและลงพื้นที่ดูที่เกิดเหตุ เพื่อวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเบื้องต้นสรุปทางแขวงทางหลวงสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบถนนเส้นดังกล่าว จะดำเนินการปรับรูปแบบ จะมีการตีเส้นจราจรรัมเบิ้ลสตริปเพื่อเป็นการลดความเร็ว และจะติดตั้งป้ายสัญญาณลดความเร็วในบริเวณดังกล่าว อีกทั้งจะนำวิศวกรเข้ามาสำรวจพื้นที่บริเวณจุดดังกล่าว เพื่อติดตั้งสัญญาณไฟจราจร เพื่อเป็นการลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ   ด้านนางสกุลสิน สินทวี อายุ 67 อยู่บ้านเลขที่ 117/1 หมู่ 8 ต.วังเย็น อ.บางแพ มีบ้านอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ บอกว่า ทุกวันนี้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ภายในบริเวณดังกล่าวต้องอาศัยอยู่กันอย่างหวาดระแวง เพราะจุดบริเวณดังกล่าวเป็นจุดทางแยกเข้าหมู่บ้าน และถนนใหญ่เป็นลักษณะ 4 แยก มีชาวบ้านต้องข้ามถนนเส้นนี้เป็นจำนวนมากเพราะอยู่ใกล้โรงเรียนบางแพ และโรงพยาบาลบางแพ เฉพาะแค่ 2 ปีมานี้ เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิตคาที่แล้ว 8 ราย และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีกหลายราย ชาวบ้านเคยรวมตัวกันไปขอให้ทางภาครัฐติดตั้งไฟเขียวไฟแดงให้ แต่ก็เงียบไป ซึ่งชาวบ้านไม่ได้ต้องการอะไรเลยต้องการให้ภาครัฐทำอะไรก็ได้ให้ชาวบ้านปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทุกวันนี้ตนเองก็ยังกลัวเลยว่ารถจะพุ่งเข้ามาในบ้านของตนเอง เพราะเคยเกิดเหตุการณ์มีรถพุ่งชนเข้ามาชนข้าวของหน้าบ้านเสียหายหลายครั้งแล้ว   ส่วนนางพัชรา แก้วเจริญ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 117 หมู่ 8 ต.วังเย็น มีบ้านอยู่บริเวณดังกล่าวเช่นเดียวกัน กล่าวว่าถนนสี่แยกนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก บางคนไม่รู้ว่ามีแยกและวิ่งมาด้วยความเร็วมาก ทำให้เกิดอุบัติเหตุบริเวณหน้าบ้านตนเองหลายครั้ง ทุกครั้งจะมีคนเสียชีวิต ตนเองอยากจะให้มีการติดตั้งไฟแดง บริเวณแยก มันจะได้สะดวกแก่ชาวบ้านและเพื่อลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ส่วนที่จะมีการปิดจุดกลับรถนั้น ตนเองไม่เห็นด้วย ควรติดตั้งไฟแดงดีที่สุด เพราะชาวบ้านจะได้ไม่ต้องไปกลับรถไกล อีกทั้งถ้ามีการปิดจุดกลับรถดังกล่าวจริง ชาวบ้านก็ต้องย้อนศรไปรับส่งนักเรียน และไปโรงพยาบาล ก็จะทำให้เกิดอุบัติเหตุมากขึ้นไปอีก

 107
สังคม-อาชญากรรม
20 ต.ค. 62

ยิงสนั่น กระบะเจ้าถิ่นเดือดกระบะขนของ ปาดกันไปมา ชักปืนไล่ยิงนับสิบนัด ก่อนเรียกพวกมากระทืบซ้ำ

ยิงสนั่นถนนสายเอเชีย กระบะเจ้าถิ่นเดือดกระบะขนของ ปาดกันไปมา ชักปืนไล่ยิงนับสิบนัด ก่อนเรียกพวกมากระทืบซ้ำ ตร.เร่งตรวจกล้องวงจรปิดล่าคนก่อเหตุมาดำเนินคดี พบเบาะแสแล้วเป็นคนในพื้นที่    ที่ถนนสายเอเชียขาออก ช่วงหลักกิโลเมตรที่19 ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดเหตุรถกระบะบรรทุกต้นโกโก้มาเต็มคันรถ ถูกอาวุธปืน ขนาด 9 มม. ยิงที่ประตูรถและด้านข้างนับสิบนัด กระจกฝั่งคนขับแตกละเอียด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือนายจักรพันธุ์ สุขสมพล คนขับรถ ถูกยิงที่หน้าอกซ้าย และแขนขวาฟกช้ำ เหตุเกิดเวลาประมาน 02.00 น. วันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา   สอบถาม นายจักรพันธุ์ หลังจากเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยยืนยันว่า ตนเองไม่ใช่ฝ่ายเริ่มก่อน ขับรถมาตามปกติไม่ได้ใช้ความเร็วมาก ขับมาพร้อมกับคันของพี่ชาย จากนั้นเห็นรถคู่กรณี เป็นรถกระบะอีซูซุ ออนิว สีขาว จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ขับแช่ในเลนส์ขวา จึงเปิดไฟกระพริบขอทาง แต่กลับกลายเป็นไม่พอใจ ขับปาดหน้าตนไปมา     จากนั้นก็เรียกพวกตนจอดคุยกันข้างทาง โดยชายคนขับรถคู่กรณี มีท่าทางคล้ายคนเมา บอกว่า อย่าขับแบบนี้ จะเอายังไง และบอกให้ขอโทษตอนนั้นมีท่าทางคล้ายจะทะเลาะวิวาท ตนและพี่ชายจึงแยกย้าย และขับรถออกไป   ขับไปไม่ถึง 2 กิโล คู่กรณีก็ยิงปืนกระหน่ำใส่รถตน จนกระสุนทะลุหน้าอก โยนขวดเหล้าใส่ ตนจึงหักหลบลงข้างทาง ก็ถูกคู่กรณีและพวกที่ขับรถตามมา ทุบกระจกรถ ต่อยและเตะทำร้ายร่างกายซ้ำ จนต้องวิ่งเข้าไปหลบในป่ากกข้างทาง ตกใจกับเหตุที่เกิดขึ้นมาก ถึงขั้นต้องไล่ยิงขนาดนี้เลยเหรอ คนที่ทำหากเป็นลูกผู้ชายพอ กล้าทำก็ออกมายอมรับผิด   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปดูจุดเกิดเหตุ ยังพบเศษกระจกรถและขวดสุราแตกกระจาย ซึ่งเส้นทางถนนสายเอเชียช่วงที่เกิดเหตุ รถมักใช้ความเร็วสูง และเกิดปัญหาขับปาดกันบ่อยครั้ง    อาสากู้ภัยมูลนิธิพุทไธสวรรค์ เล่าว่า ตอนเข้าไปช่วยเห็นสภาพแล้วต้องตกใจเพราะคนเจ็บลงไปแอบข้างป่ากก ในสภาพมีรอยถูกยิง 1 นัด และหัวไหล่ขวาฟกช้ำ และสภาพร่องรอยกระจกรถแตกกระจายเกลื่อนถนน ปลอกกระสุนปืนนับสิบปลอก พฤติกรรมของคนยิงและพวก เชื่อว่าไม่น่าจะใช่คนธรรมดา อาจเป็นกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่น ที่กลับจากสถานบันเทิงเพราะเมื่อคืนมีคอนเสิร์ตด้วย และจุดนี้ก็มักเกิดเหตุบ่อยครั้ง   สำหรับแนวทางการสืบสวน ตำรวจได้เบาะแสรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุแล้ว โดยกล้องวงจรปิดสามารถเก็บภาพเหตุการณ์ได้ เป็นคนในพื้นที่ จ.อยุธยา และเชื่อว่าอีกไม่นานจะสามารถจับกุมคนก่อเหตุได้อย่างแน่นอน          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/nWlbVXaqXUY

 617
อาชญากรรม
20 ต.ค. 62

ยิงสนั่น กระบะเจ้าถิ่นเดือดกระบะขนของ ปาดกันไปมา ชักปืนไล่ยิงนับสิบนัด ก่อนเรียกพวกมากระทืบซ้ำ

ยิงสนั่นถนนสายเอเชีย กระบะเจ้าถิ่นเดือดกระบะขนของ ปาดกันไปมา ชักปืนไล่ยิงนับสิบนัด ก่อนเรียกพวกมากระทืบซ้ำ ตร.เร่งตรวจกล้องวงจรปิดล่าคนก่อเหตุมาดำเนินคดี พบเบาะแสแล้วเป็นคนในพื้นที่    ที่ถนนสายเอเชียขาออก ช่วงหลักกิโลเมตรที่19 ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดเหตุรถกระบะบรรทุกต้นโกโก้มาเต็มคันรถ ถูกอาวุธปืน ขนาด 9 มม. ยิงที่ประตูรถและด้านข้างนับสิบนัด กระจกฝั่งคนขับแตกละเอียด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือนายจักรพันธุ์ สุขสมพล คนขับรถ ถูกยิงที่หน้าอกซ้าย และแขนขวาฟกช้ำ เหตุเกิดเวลาประมาน 02.00 น. วันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา   สอบถาม นายจักรพันธุ์ หลังจากเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยยืนยันว่า ตนเองไม่ใช่ฝ่ายเริ่มก่อน ขับรถมาตามปกติไม่ได้ใช้ความเร็วมาก ขับมาพร้อมกับคันของพี่ชาย จากนั้นเห็นรถคู่กรณี เป็นรถกระบะอีซูซุ ออนิว สีขาว จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ขับแช่ในเลนส์ขวา จึงเปิดไฟกระพริบขอทาง แต่กลับกลายเป็นไม่พอใจ ขับปาดหน้าตนไปมา     จากนั้นก็เรียกพวกตนจอดคุยกันข้างทาง โดยชายคนขับรถคู่กรณี มีท่าทางคล้ายคนเมา บอกว่า อย่าขับแบบนี้ จะเอายังไง และบอกให้ขอโทษตอนนั้นมีท่าทางคล้ายจะทะเลาะวิวาท ตนและพี่ชายจึงแยกย้าย และขับรถออกไป   ขับไปไม่ถึง 2 กิโล คู่กรณีก็ยิงปืนกระหน่ำใส่รถตน จนกระสุนทะลุหน้าอก โยนขวดเหล้าใส่ ตนจึงหักหลบลงข้างทาง ก็ถูกคู่กรณีและพวกที่ขับรถตามมา ทุบกระจกรถ ต่อยและเตะทำร้ายร่างกายซ้ำ จนต้องวิ่งเข้าไปหลบในป่ากกข้างทาง ตกใจกับเหตุที่เกิดขึ้นมาก ถึงขั้นต้องไล่ยิงขนาดนี้เลยเหรอ คนที่ทำหากเป็นลูกผู้ชายพอ กล้าทำก็ออกมายอมรับผิด   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปดูจุดเกิดเหตุ ยังพบเศษกระจกรถและขวดสุราแตกกระจาย ซึ่งเส้นทางถนนสายเอเชียช่วงที่เกิดเหตุ รถมักใช้ความเร็วสูง และเกิดปัญหาขับปาดกันบ่อยครั้ง    อาสากู้ภัยมูลนิธิพุทไธสวรรค์ เล่าว่า ตอนเข้าไปช่วยเห็นสภาพแล้วต้องตกใจเพราะคนเจ็บลงไปแอบข้างป่ากก ในสภาพมีรอยถูกยิง 1 นัด และหัวไหล่ขวาฟกช้ำ และสภาพร่องรอยกระจกรถแตกกระจายเกลื่อนถนน ปลอกกระสุนปืนนับสิบปลอก พฤติกรรมของคนยิงและพวก เชื่อว่าไม่น่าจะใช่คนธรรมดา อาจเป็นกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่น ที่กลับจากสถานบันเทิงเพราะเมื่อคืนมีคอนเสิร์ตด้วย และจุดนี้ก็มักเกิดเหตุบ่อยครั้ง   สำหรับแนวทางการสืบสวน ตำรวจได้เบาะแสรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุแล้ว โดยกล้องวงจรปิดสามารถเก็บภาพเหตุการณ์ได้ เป็นคนในพื้นที่ จ.อยุธยา และเชื่อว่าอีกไม่นานจะสามารถจับกุมคนก่อเหตุได้อย่างแน่นอน          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/nWlbVXaqXUY

 617
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ค. 62

คุก 1 เดือน หนุ่มแลนด์โรเวอร์ ขับรถปาดหน้า ‘หลุยส์ สก๊อต-นักร้องสาว’

วันที่ 10 ก.ค. ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถ.สรรพวุธ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ค. พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายภาณุ พงษ์วัฒนานุสรณ์ อายุ 43 ปีหนุ่มแรนโรเวอร์ ขับรถปาดหน้าหลุยส์ สก็อตต์ เป็นจำเลย คดีหมายเลขดำ อ.1913/2562 ในฐานความผิดขับรถประมาทหรือหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน,ขับรถโดยไม่คำนึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43(3),(4),(8),160,157    โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2562 จำเลยได้ขับขี่รถยนต์ยี่ห้อแรนโรเวอร์ หมายเลขทะเบียน กฉ 181 สมุทรปราการ ไปตามถนนทางด่วนพิเศษสายบางนา-ดินแดง มุ่งหน้าไปดินแดง ก่อนเข้าด่านเก็บเงินทางด่วนบางนา ซึ่งมีช่องทางเดินรถหลายช่องที่จะเสียเงินวิ่งบนทางด่วน จำเลยได้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ กล่าวคือ จำเลยได้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวด้วยความเร็วสูง กล่าวคือจำเลยได้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวด้วยความเร็วสูงเกินสมควร จนไม่สามารถหยุดรถหรือลดความเร็วของรถให้ช้าลงพอที่จะขับหลบหลีกไม่ชนบุคคลอื่น หรือสิ่งอื่นใดที่กีดขวางอยู่ทางข้างหน้าได้ทัน   โดยจำเลย ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวอยู่ในช่องทางเดินรถหน้ารถยนต์ของ นายหลุยส์ สก็อตต์ ซึ่งขณะนั้นกำลังจะเข้าช่องจ่ายเงินทางด่วนโดยจำเลยขับรถเบรกอย่างกะทันหันทำให้นายหลุยส์ สก็อตต์ ขับรถหลบเข้าไปในช่องทางเสียเงินพิเศษ (อีซีพาส) แล้วนายหลุยส์ สก็อตต์ ได้ขับรถยนต์ในช่องทางขวาของทางด่วนบางนา-ดินแดง แต่จำเลยยังคงได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวติดตาม และได้เปลี่ยนช่องทางเดินรถจากช่องทางกลางเข้ามาในช่องทางเดินรถด้านขวา ตัดหน้ารถยนต์ของนายหลุยส์ สก็อตต์ ที่กำลังขับขี่อย่างกะทันหันแล้วได้เบรกหยุดรถอย่างกะทันหัน เพื่อให้รถยนต์นายหลุยส์ สก็อตต์ ขับเคลื่อนรถยนต์ไปไม่ได้และจะทำให้รถยนต์ของนายหลุยส์ สก็อตต์ ชนท้ายรถยนต์ของจำเลย    และจำเลยยังคงขับรถในช่องเปลี่ยนช่องทางเดินรถจากช่องทางขวามาช่องทางกลาง ในขณะที่นายหลุยส์ สก็อตต์ ได้ขับรถยนต์อยู่ด้านหลังรถของจำเลย เพื่อที่หลบหลีกรถยนต์ของจำเลย ที่ขับในลักษณะเปลี่ยนช่องทางเดินรถช่องทางขวา ช่องทางซ้าย อยู่ด้านหน้ารถของนายหลุยส์สก็อตต์ เป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ในขณะที่การจราจรบนทางด่วนสายดังกล่าวมีรถวิ่งพลุกพล่านไปมาเป็นจำนวนมาก อันเป็นการขับรถยนต์กีดขวางการจราจรโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นอันเป็นการขับรถประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของนายหลุยส์ สก็อตต์ หรือของบุคคลอื่นที่ขับรถยนต์อยู่บนทางด่วนบางนา-ดินแดงได้ เหตุเกิดที่แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร ต่อมาวันที่ 8 ก.ค. จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาแก่จำเลยแล้ว โดยในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา    ก่อนเริ่มพิจารณา ศาลถามจำเลยว่ามีทนายความหรือไม่ จำเลยแถลงว่าไม่มีและไม่ต้องการทนายความ และให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา    ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของบุคคลอื่น จำคุก 1 เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ภายหลังฟังคำพิพากษานายภาณุ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ 20,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี ซึ่งศาลอนุญาต    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภาณุ ยังปรากฎในคลิปโด่งดัง กรณีขับรถคันดังกล่าวปาดหน้ารถของ น.ส.อลิสรา เกษมรัตนพาณิชย์ อายุ 29 ปี นักร้องอิสระ  โดย น.ส.อลิสรา ระบุว่านายภาณุได้ขับรถปาดหน้าและลงมาต่อว่าก่อนถุยน้ำลายลงพื้นถนนและเมื่อชายคนดังกล่าวเห็นว่าผู้ขับขี่เป็นผู้หญิง เหตุเกิดบริเวณปากซอยเอกมัย 5 เมื่อกลางดึกวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา    ข่าวที่เกี่ยวข้อง สาวโพสต์เจอหนุ่มขับรถหรูปาดหน้า-ถุยน้ำลายใส่ ก่อนบอก 'ขอโทษครับเบบี๋' ชี้เป็นคันเดียวกับเคยขับปาด 'หลุยส์ สก๊อต'    

 5,827
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 มิ.ย. 62

หนุ่มโพสต์ถูกชายคล้าย ตร.ขับรถตราโล่ ปาดหน้า-ใช้ปืนตบหน้าเลือดอาบ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Chaiyut Buakaew แชร์ภาพใบหน้าตัวเองที่เต็มไปด้วยรอยแผล พร้อมกับภาพรถยนต์เก๋งยี่ห้อ นิสสัน และภาพนิ่งชายสูงวัย ตัดผมสั้นเกรียน ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงสีกากี พร้อมระบุข้อความว่าถูกชายคล้ายตรวจขับรถปาดหน้า แล้วเกิดปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน ก่อนที่ชายคู่กรณีจะนำกุญแจมือและปืนมาตบหน้าได้รับบาดเจ็บ   ต่อมานายชัยยุทธ บัวแก้ว อายุ 32 ปี ผู้โพสต์เปิดเผยว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่ได้ขับรถยนต์ส่วนตัวไปตามถนนมิตรภาพมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองนครราชสีมา เมื่อถึงบริเวณช่วงแยกตลาดแค อำเภอโนนสูง ได้มีชายคนหนึ่งแต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจครึ่งท่อน ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน ซันนี่ สีบรอนด์ ข้างประตูรถติสติ๊กเกอร์คำว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมกับติดสัญญาณไฟไซเรน   ชายคนดังกล่าวได้ขับรถปาดหน้าตน หลังจากนั้นตนจึงได้บีบแตรเตือนว่า ชายคนดังกล่าวขับขี่รถอันตราย ตนจึงขับรถตามประกบ พร้อมบอกให้จอดเพื่อพูดคุยเจรจากัน จนไปถึงที่เกิดเหตุบริเวณหน้าโรงเรียนอนุบาลตลาดแค ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง และบริเวณนั้นมีป้อมตำรวจตั้งอยู่ ตนจึงได้เข้าไปบอกชายคนดังกล่าวเพื่อให้มาพูดคุยเจรจากันต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจในป้อม   จากนั้นก็ได้มีปากเสียงทะเลาะกันกับชายคนดังกล่าว ก่อนที่ชายดังกล่าวจะหยิบอาวุธปืนภายในรถมาตีเข้าบริเวณใบหน้าของตนหลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บเลือดอาบ ต่อมาจึงได้ไปแจ้งความเอาเรื่องไว้ที่ สภ.โนนสูง เรียบร้อยแล้ว   ด้านดาบตำรวจกฤษณะ จงกล ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.โนนสูง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในป้อมตำรวจที่เกิดเหตุเปิดเผยว่า วันที่เกิดเหตุมีชายคนหนึ่งซึ่งทราบทีหลังคือ นายชัยยุทธได้เดินเข้ามาในป้อมตำรวจ พร้อมบอกว่ามีเรื่องกับชายดังกล่าวเพราะขับรถปาดหน้ากัน จึงทำให้มีการโต้เถียงกันขึ้น และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเคลียร์ให้ ตนจึงบอกให้ชายคนดังกล่าวไปเรียกคู่กรณีเข้ามาพูดคุยกันในป้อมตำรวจ   จากนั้นนายชชัยยุทธได้เดินเข้าไปหาชายคู่กรณีที่แต่งกายคล้ายตำรวจครึ่งท่อน ก่อนจะมีการลงไม้ลงมือซึ่งตนได้เข้าไปห้ามปรามเพื่อไม่ให้มีการทะเลาะวิวาท โดยตนเห็นชายดังกล่าวใช้กุญแจมือตีเข้าบริเวณใบหน้าของนายชัยยุทธเพราะขณะนั้นมีการยื้อฉุดกระชากกัน แต่ตนไม่เห็นมีการใช้อาวุธปืนแต่อย่างใด ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าชายคนดังกล่าวน่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง แต่ไม่ทราบว่าสังกัดใด โดยในส่วนคดีความก็ขอให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน   ด้าน พ.ต.อ.นิรันดร์ แก้วอิน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนแล้ว ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังรอใบรับรองแพทย์เพื่อประกอบสำนวนคดี และเบื้องต้นพบการกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวพบว่า เป็นรถยนต์ของทางราชการจริง แต่ชายคนดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่ ซึ่งหากพบเป็นตำรวจจริงก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A1uRhv3HFHo

 1,391
ข่าวภูมิภาค
02 ก.พ. 62

วงจรปิดเผยนาทีกระบะซิ่งแซงรถตู้ ก่อนปาดหน้าแต่ไม่พ้น พากันข้ามเกาะกลางชนยับ เจ็บ 4

กาญจนบุรี-เปิดวงจรปิดอุบัติเหตุ บริเวณหน้าโรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม อ.ท่ามะกา โดยรถกระบะคันหนึ่งพยายามขับแซงรถตู้ของนักท่องเที่ยวที่อยู่ด้านหน้า ก่อนจะพยายามหักรถปาดขึ้นมาอยู่ด้านหน้าของรถตู้ แต่ปรากฏว่าแซงไม่พ้น และรถกระบะคันดังกล่าวได้เบียดรถตู้จนเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางถนนมายังถนนฝั่งตรงข้าม และพุ่งชนเข้ากับรถตู้โดยาสารและรถยนต์กระบะที่แล่นสวนมาในฝั่งตรงข้ามเข้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้โดยสารในรถตู้คันที่ถูกปาดหน้า ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย และคนขับรถกระบะคันก่อเหตุได้รับบาดเจ็บสาหัส   จากการสอบถาม คนขับรถตู้คันที่ถูกปาดหน้า ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถพาผู้โดยสาร จำนวน 6 คน มาเที่ยวที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ จู่ ๆ ได้มีรถกระบะสีบรอนซ์แซงขึ้นมาจากทางด้านซ้ายด้วยความเร็วสูงและพยายามที่จะปาดขึ้นหน้ารถของตน แต่เนื่องจากรถยังแซงไม่พ้น จึงทำให้รถของตนถูกรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเบียด จนเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางถนน ไปชนกับรถรถกระบะ 4 ประตู และรถตู้อีกหนึ่งคันที่อยู่ฝั่งตรงข้าม จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/YSw_eDbod3Q

 7,061
ข่าวภูมิภาค
02 ก.พ. 62

รวบแล้วมือมีดโหดกระหน่ำแทง จยย.ขับปาดหน้า เสียชีวิต 2 ศพ เผยวงจรปิดขณะเกิดเหตุ

ชลบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสนสุข ตามรวบมือมีดแทงจยย.ขับปาดหน้าเสียชีวิต 2 ศพได้แล้ว เผยภาพวงจรปิดขณะเกิดเหตุ      จากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสนสุข รับแจ้งมีเหตุใช้อาวุธมีดแทงกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าห้างแหลมทองบางแสน ถนนลงหาดบางแสน ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ถูกแทงหลายจุดเลือดนองเต็มถนน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงรีบให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลและรีบนำส่งโรงพยาบาลมหาวิทยาบูรพา ก่อนที่ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายจะเสียชีวิตในเวลาต่อมานั้น   จากการสอบสวนพบว่า ผู้ตายทั้ง 2 ราย ไปเที่ยวสถานบันเทิง และขี่รถจักรยานยนต์ออกมาบนถนนลงหาดมุ่งหน้าออกสุขุมวิท และมีรถเก๋งสีดำขับมาเส้นทางเดียวกันแล้วเกิดมีการขับปาดหน้ากัน จึงจอดรถลงมาคุยกัน โดยผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าเหมือนมีการคุยกันและมีปากเสียงกัน จนกระทั่งทั้ง 2 ราย ขี่รถออกมาพอถึงหน้าห้างบางแสน รถเก๋งก็ขับปาดหน้าแล้วลงมาใช้อาวุธมีดจ้วงแทงไม่ยั้งจำนวนหลายแผล จนกระทั่ง 2 คน ล้มฟุบลงนอนจมกองเลือด เพื่อนที่ขับตามมาจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือรีบนำส่งโรงพยาบาล และทั้งคู่เสียชีวิตในเวลาต่อมา   หลังเกิดเหตุชุดสืบสวน สภ.แสนสุข ได้ลงพื้นที่ทำการสืบสวนหาข้อมูล และตามจากกล้องวงจรปิดเส้นทางหลบหนี จนกระทั่งติดตามจับกุมตัวคนก่อเหตุได้แล้ว โดยใช้เวลา 3 วัน ซึ่งผู้ต้องหา 2 คน รับสารภาพ อ้างไม่พอใจเพราะถูกขับปาดหน้า           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/YRMIGBhQGVY  

 1,807
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 เม.ย. 61

'ผู้พัน' อ้างเจอให้ของลับทำฟิวส์ขาด ขอโทษสังคม-รับผิดเองที่ไม่ยอมระงับอารมณ์

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างคนขับรถ จยย. กับกระบะ หลังขับรถปาดหน้ากัน โดยช่วงหนึ่งฝ่ายคนขับกระบะได้ตะโกนใส่คู่กรณีว่า “รู้ไหมว่าเป็นผู้พัน” หลังอ้างว่าถูกฝ่ายมอเตอร์ไซค์ชูนิ้วกลางใส่ พร้อมกับพูดท้าทายว่า “ถ่ายไปเลยไม่กลัวหรอก” นั้น   ล่าสุดตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้เชิญตัวทั้งสองฝ่ายมาสอบปากคำ แต่ปรากฏว่ามีเพียง พ.ต.สิรภพ มธุรส หน.งานธุรการ โรงงานวัตถุระเบิดทหารในพื้นที่ ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ มาเข้าพบเพียงรายเดียว เนื่องจาก  น.ส.ปทุมวรรณ ผู้ถ่ายคลิป อ้างว่าติดธุระอยู่ที่ต่างจังหวัด      จากการสอบสวน พ.ต.สิรภพ เปิดเผยว่า ตนขับรถกระบะพาภรรยาและบุตรสาวอีก 2 คนเดินทางไปซื้อของที่ห้าง ขณะกำลังขับรถลงสะพานเดชาติวงศ์ ปรากฏว่ารถข้างหน้ามีการชะลอตัวเพราะติดไฟแดงสี่แยก จึงทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนเลนไปทางซ้าย แล้วก็ถูกรถจักรยานยนต์ของคู่กรณีตามหลังมาบีบแตรใส่พร้อมขี่มาประกบให้ของลับ ท้าทายให้ขับตามไปจึงรู้สึกโมโห ขับไล่ตามไปทันที จนกระทั่งจอดรถแล้วไปมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างดุเดือดตามที่ปรากฏอยู่ในคลิปดังกล่าว   ตนยอมรับว่า รู้สึกโมโหมากที่ถูกคู่กรณีให้ของลับ และระหว่างที่จอดรถลงมาทะเลาะกันฝ่ายของคู่กรณีก็ใช้วาจายั่วยุอยู่ตลอด พร้อมกับมาถามว่าเป็นใคร จึงตัดสินใจบอกว่าเป็นผู้พัน โดยหวังให้อีกฝ่ายเกรงใจจะได้หยุดทะเลาะกันเพียงเท่านั้น แต่สุดท้ายก็รู้สึกผิดที่ไม่ยอมระงับอารมณ์ หากไม่สนใจกับการถูกยั่วยุ เรื่องก็คงไม่เกิดขึ้นเช่นนี้ อยากฝากขอโทษสังคมกับพฤติกรรมที่ดูไม่เหมาะสมรวมถึงฝากขอโทษคู่กรณีที่ใช้กิริยาวาจาไม่สุภาพด้วย      ด้านเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาฐานทะเลาะวิวาทกันในที่สาธารณะกับทั้ง 2 ฝ่าย มีโทษปรับรายละ 500 บาท ส่วนการที่ น.ส.ปทุมวรรณ ฝ่ายมอเตอร์ไซค์ยังไม่เข้ามาพบเจ้าหน้าที่นั้น จะมีการนำหมายเรียกส่งไปถึงบ้านเพื่อเชิญมาสอบปากคำก่อนแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป    ขณะที่ น.ส.ปทุมวรรณ ยืนยันว่าไม่ได้ให้ของลับตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด                          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/DJBk35PEPUw    

 10,780
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 เม.ย. 61

วิวาทเดือด! 'ผู้พัน' ในคลิปทะเลาะสาวขับจยย. ปัดขับปาด - คู่กรณียันอีกฝ่ายไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ฝันให้ไกล ไปให้ถึง โพสต์คลิปวิดีโอลงกลุ่ม แจ้งข่าวสถานการณ์น้ำนครสวรรค์ 24 ชั่วโมง จับภาพเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างคนขับรถ จยย. กับกระบะ หลังขับรถปาดหน้ากัน โดยช่วงหนึ่งฝ่ายคนขับกระบะได้ตะโกนใส่คู่กรณีว่า “รู้ไหมว่าเป็นผู้พัน” หลังอ้างว่าถูกฝ่ายมอเตอร์ไซค์ชูนิ้วกลางใส่ พร้อมกับพูดท้าทายว่า “ถ่ายไปเลยไม่กลัวหรอก”    ล่าสุดตำรวจเตรียมเรียกทั้งสองฝ่ายเข้าให้ปากคำแล้ว ส่วนชายที่อ้างเป็นผู้พันจากการตรวจสอบพบว่าเป็นทหารจริง มียศ "พันตรี" ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่ายังไม่พร้อมให้ข้อมูล ขอไปให้ปากคำกับตำรวจก่อน ยืนยันเปิดไฟเลี้ยวแล้วและไม่ได้ขับปาดหน้าตามที่ถูกกล่าวหา ขณะที่สาวคู่กรณียืนยันอีกฝ่ายเปลี่ยนเลนกะทันหันและไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว    

 9,343

Top