ค้นหา :

ผลการค้นหา "หายออกจากบ้าน"

ข่าวภูมิภาค
06 พ.ค. 62

พบแล้ว 'น้องกัปตัน' หลังหายออกจากบ้าน หลงอยู่ในป่า-ไม่สวมเสื้อผ้า ตร.ยันน้องหลงป่า ไม่ได้ถูกรถตู้ลักพาตัว

พบแล้วน้อง ‘กัปตัน’ วัย 5 ขวบ หลังหายออกจากบ้าน ที่จังหวัดเชียงราย แล้วพ่อแม่ต้องประกาศตามหา อยู่ในสภาพอิดโรย ไม่ใส่เสื้อผ้า ตร.ยันน้องหลงป่า ไม่ได้ถูกรถตู้ลักพาตัว   โดยจุดที่เจอตัวน้องกัปตันอยู่ห่างออกจากบ้านไป 5 ก.ม. อยู่ในป่าลึก โดยมีสภาพไม่ได้สวมเสื้อผ้า ตามร่างกายมีรอยขีดข่วน   ก่อนหน้านี้มีผู้แจ้งเบาะแสว่าน้องอยู่กับผู้ชายสูงอายุ ขับรับส่งนักเรียน จึงคิดว่าน้องถูกลักพาตัว แต่ที่สุดได้รับคำยืนยันว่าไม่ใช่การลักพาตัวอย่างที่เข้าใจกัน   โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าน้องกัปตันหลงป่า เพราะวิ่งตามตาที่กำลังไปสวน แต่ตาไม่ทันเห็นว่าน้องตามมาด้วย จึงหลงเข้าไปในป่า    ส่วนกรณีรถตู้ต้องสงสัย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจเชียงของได้เรียกเจ้าของรถตู้คันดังกล่าวมาพบพร้อมกับน้องที่นั่งเบาะข้างคนขับมายืนยันความบริสุทธิ์ ซึ่งพบว่ารถตู้คันดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของน้องกัปตันแต่อย่างไร     รับชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/LMvd1xnrSZc

 8,152
ข่าวภูมิภาค
18 ก.พ. 62

แรงงานเมียนมาร้องลูกสาววัย 14 หายตัวปริศนา ก่อนส่งข้อความเสียงมาให้ช่วย เปิดวงจรปิดพบขึ้นรถไปกับชายคนหนึ่ง

กาญจนบุรี-แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาที่มาทำงานก่อสร้างและพักอาศัยอยู่ ภายในซอยไปรษณีย์ เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรีว่า มีลูกสาวของแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาร์ อายุเพียง 14 ปี ได้หายตัวออกไปจากบ้าน ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 16 ก.พ. โดยหลังเกิดเหตุ พ่อของเด็กรวมถึงเพื่อนแรงงานต่างด้าวที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ได้ช่วยกันออกตามหา แต่ยังไม่พบร่องรอยแต่อย่างใด   โดยเพื่อนบ้านของเด็กที่หายตัวไปให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า เด็กคนดังกล่าวชื่อเด็กหญิงแท (นามสมมติ)อายุ 14 ปี เป็นเด็กที่รูปร่างหน้าตาดี ปกติจะอยู่บ้านช่วยทำงานบ้านและเลี้ยงน้อง ระหว่างที่พ่อแม่ออกไปทำงาน ก่อนเกิดเหตุเด็กหญิงแท ได้เดินออกจากบ้านเพื่อนำเอาขยะไปทิ้งที่บริเวณถังขยะกลางซอยไปรษณีย์ จากนั้นได้หายตัวไป โดยทิ้งให้น้องชายอยู่บ้านตามลำพัง   น้องชายเมื่อเห็นว่าพี่สาวหายไปนานผิดสังเกต จึงแจ้งให้เพื่อนบ้านทราบและช่วยกันออกตามหา แต่ก็ไม่พบตัว กระทั่งช่วงเย็นของวันที่ 16 ก.พ. เด็กหญิงคนดังกล่าวได้ส่งข้อความเสียง ผ่านแอป Messenger มาหาเบอร์มือถือของแม่ โดยข้อความเสียงดังกล่าวได้บอกว่า เธอถูกชายคนหนึ่งมารับตัวไปและพาไปอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ ซึ่งไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหนและขอให้พ่อแม่ช่วยออกตามหา ก่อนจะขาดการติดต่อไป   ล่าสุด พ่อของเด็กหญิงคนดังกล่าว ได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี พร้อมนำรูปถ่ายของเด็กหญิงแท ข้อความเสียงและข้อความ ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูเพื่อเป็นหลักฐาน ว่าลูกสาวของตนได้หายออกไปจากบ้านและเกรงว่าอาจจะถูกล่อลวงไปทำมิดีมิร้าย   หลังรับแจ้งความพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรีได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรเมืองกาญจนบุรีลงพื้นที่หาข้อมูลพร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ก่อนจะได้หลักฐานสำคัญ เป็นกล้องวงจรปิดของร้านอาหารที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุที่สามารถบันทึกภาพของรถยนต์กระบะคันหนึ่งที่ขับมาวนอยู่บริเวณปากซอยของบ้านเด็กหญิงคนที่หายตัวไป ก่อนจะมาจอดรอ อยู่ประมาณ 2-3 นาที   จากนั้น เด็กหญิงคนที่หายตัวไปได้เดินมาที่รถแล้วเปิดประตู พูดคุยกับคนที่อยู่ภายในรถก่อนจะขึ้นรถคันดังกล่าว ก่อนที่คนขับรถจึงขับรถออกไปจากจุดเกิดเหตุทันที หลังจากนำคลิปดังกล่าวให้พ่อของเด็กและบรรดาญาติๆดู พบว่ารถคันดังกล่าวคล้ายกับรถของคนรู้จักที่ทำงานก่อสร้างร่วมกัน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังหาทางติดต่อผู้ชายซึ่งเป็นเจ้าของรถคันดังกล่าวเข้าให้ข้อมูลเพื่อจะติดตามหาเด็กหญิงคนดังกล่าวต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FS56YHeajAQ

 2,585
ข่าวภูมิภาค
14 ก.พ. 62

แม่ป่วยอัลไซเมอร์หายจากบ้านครึ่งปี พบไปโผล่เมืองจีน ‘บิ๊กโจ๊ก’ สั่งการช่วยเหลือ รับตัวกลับไทย

สาวเชียงรายแจ้งความแม่ป่วยอัลไซเมอร์หายออกจากกว่าครึ่งปี ล่าสุดพบไปโผล่ที่นครคุนหมิง เมืองจีน ‘บิ๊กโจ๊ก’ สั่งการช่วยเหลือรับตัวกลับไทย วันพรุ่งนี้ (15 ก.พ.)   วันที่ 13 ก.พ. พล.ต.ท.สุรเชรษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พล.ต.ต.พงค์อนันต์ คล้ายคลึง ผบก.ตม 5 สั่งการให้ พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ ผกก.ตม.จว.เชียงราย ประสานเพื่อให้การช่วยเหลือนำตัวนางแก้วมณี อาจอ อายุ 59 ปี ชาว อ.เมือง จ.เชียงรายซึ่งได้หายตัวไป เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 61 โดยมีนางสุชาดา อาจอ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นบุตรสาวได้ไปแจ้งความคนหายเอาไว้ที่ สภ.เมืองเชียงราย ว่ามารดาของตนได้หายไปจากบ้านอย่างไร้ร่องรอย ขณะที่มารดาของตนเองได้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและมีลักษณะเป็นอัลไซเมอร์   กระทั่งต่อมาทาง ตม.เชียงราย ได้รับแจ้งจากสถานกงสุลไทย ณ นครคุนหมิง ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ว่าได้พบตัวนางแก้วมณีแล้วที่นครคุนหมิง ล่าสุดทาง พล.ต.ท.สุรเชรษฐ์ หักพาล ผบช.สตม ได้สั่งการให้เร่งช่วยเหลือแล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยนางสุชาดาได้เดินทางไปรับตัวที่นครคุนหมิงแล้ว   ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อมูลพร้อมภาพถ่ายรวมถึงคำให้การจากนางสุชาดาว่าได้พบตัวนางแก้วมณีแล้วจริง โดยทางกองหนังสือเดินทาง สถานกงสุลไทย ณ นครคุนหมิง กระทรวงการต่างประเทศ ได้ดูแลนางแก้วมณีให้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังได้รับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจิตเวชที่นครคุนหมิงด้วย    อย่างไรก็ตาม ถือเป็นเรื่องที่แปลกมากที่นางแก้วมณีกลับไปปรากฎตัวอยู่ที่นครคุนหมิงซึ่งห่างไกลจากประเทศไทยมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ เร่งประสานงานเพื่อช่วยเหลือกลับคืนสู่ประเทศไทยดังกล่าว  

 4,912
สังคม-อาชญากรรม
11 ม.ค. 62

เจอแล้ว 'น้องโยโย่' เด็กสาววัย 14 ปี ตามเจอที่เชียงใหม่ พบไปกับพ่อเพื่อน โดนข้อหาหนักพรากผู้เยาว์

จากกรณีตามหาน้องโยโย่ เด็กสาววัย 14 ปี หายตัวไปจากบ้านในพื้นที่กรุงเทพฯ นานกว่า 10 วันแล้ว โดยทางครอบครัวได้เข้าร้องกองปราบให้ช่วยตามหา   มีรายงานว่าในช่วงค่ำวันที่ 10 ม.ค.62 ทางเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจนพบตัวน้องโยโย่แล้ว ที่แมนชั่นแห่งหนึ่งย่านหนองป่าครั่ง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยให้การช่วยเหลือพร้อมควบคุมตัวนายรณชิต บำรุงจิตร์ อายุ 52 ปี นำไปสอบปากคำที่สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่   จากการสอบสวนในเบื้องต้นนายรณชิต รับสารภาพว่าเป็นคนพาน้องโยโย่ มาจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากที่สอบเสร็จช่วงบ่ายวันที่ 27 ธ.ค.61 ด้วยการชักชวนให้ขับรถจักรยานยนต์เที่ยวไปเรื่อยๆ โดยแวะตามข้างทางจนกระทั่งมาสิ้นสุดที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อ 3 วันก่อน   ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่สืบทราบเบาะแสจึงทำการเข้าตรวจค้นและควบคุมตัวนายรณชิต ที่ถูกแจ้งข้อหาพรากเด็กไม่เกินอายุ 15 ปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันสมควร โดยนำไปฝากขังผู้ต้องหาไว้ที่สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง เพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 มาติดต่อขอรับตัวไปดำเนินคดีในพื้นที่เกิดเหตุต่อไป   สำหรับแรงจูงใจนั้น เบื้องต้นทราบว่า นายรณชิตนั้นมีลูกสาวที่เป็นเพื่อนกับน้องโยโย่ จากนั้นได้สนิทกันในลักษณะชู้สาว ทั้งนี้ จนท.ได้ประสานทางเจ้าหน้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งบ้านพักเด็กจังหวัดเชียงใหม่ มารับตัวน้องโยโย่ ไปอยู่ในความดูแลตามกระบวนการทางกฎหมายที่ต้องมีทั้งนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยาด้วย จากนั้นจะได้ส่งตัวไปตรวจร่างกาย และติดต่อผู้ปกครองมารับตัว                 ทั้งนี้เมื่อย้อนไปช่วงบ่าย  ทางครอบครัวน้องโยโย่ได้เข้าร้องกองปราบ โดยน้าสาวบอกว่า น้องโยโย่เป็นเด็กเรียนดี สอบได้ที่ 1 ของห้องมาตลอด ไม่เคยมีประวัติเสียหาย และจากการสอบถามเพื่อนสนิทของน้องโยโย่ ไม่เคยมีเรื่องชู้สาว หรือคบหาดูใจกับผู้ชายคนไหนมาก่อน   โดยก่อนที่น้องโยโย่จะหายตัวไป ทางครอบครัวสังเกตเห็นความผิดปกติช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ว่าน้องโยโย่ มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป มีการเดินมามองหน้าแม่ด้วยสายตาแปลกๆ เหมือนมีอะไรในใจ แต่ไม่ได้พูดอะไร ซึ่งทางครอบครัวไม่ได้ติดใจอะไร เพราะในครอบครัวไม่เคยมีปัญหาทะเลาะกัน ครอบครัวเราเป็นครอบครัวของคนจีน มีอะไรจะพูดคุยกันเสมอ จึงคิดว่าน้องโยโย่น่าจะน้อยใจที่เป็นพี่สาวคนโต ที่ต้องอยู่บ้านเลี้ยงดูน้องในระหว่างที่พ่อแม่ต้องไปขายของ ซึ่งอาจจะไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่น เหมือนเช่นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน   ในวันที่น้องโยโย่หายตัวไป ทางครอบครัวเข้าไปดูคอมพิวเตอร์ที่น้องใช้เป็นประจำ พบเพียงประวัติการค้นหาสถานที่เรียน ส่วนเฟซบุ๊กและไลน์ถูกปิดไปตั้งแต่วันที่น้องโยโย่หายตัวไป ลักษณะคล้ายวางแผนมาเป็นอย่างดี ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของเด็กอายุ 14 ปีที่จะทำแบบนี้   จึงเชื่อว่าน้องโยโย่น่าจะมีบุคคลอื่นล่อลวงไป เพราะตนคิดว่าเด็กอายุเพียง 14 ปี ไม่น่าจะหนีออกจากบ้านได้นานถึง 15 วัน โดยที่ไม่ได้พกเงินติดตัวไปเลยและปกติ ทางครอบครัวจะไปส่งร้องที่โรงเรียนเป็นประจำ กระทั่งมาช่วงเดือนธ.ค. ครอบครัวเห็นว่าน้องโยโย่โตแล้ว และระยะทางจากโรงเรียนห่างจากบ้านนิดเดียว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาทีเท่านั้น จึงคิดว่าน้องสามารถดูแลตนเองได้   ทั้งนี้หลังจากที่น้องหายไป 1 วัน มีจดหมายของน้องโยโย่ ส่งทางไปรษณีย์พลับพลาไชยมาที่บ้าน เนื้อความในจดหมายเป็นการเขียนตัดพ้อ และบ่นน้อยใจคุณแม่ที่มีความเข้มงวดกวดขัน ร่วมทั้งเรื่องที่ใช้ให้เลี้ยงน้อง พร้อมบอกว่าจะขอไปอยู่ต่างจังหวัดสักพัก เพื่อให้สภาพจิตใจดีขึ้นก่อนแล้วก็จะกลับบ้าน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/p_uK5bx3WNo

 100,807
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ค. 61

ญาติออกตามหา 2 ด.ญ.หายจากบ้าน สลด กลายเป็นศพจมน้ำดับคู่

เพชรบูรณ์-เด็กหญิงวัย 5 ขวบและ 7 ขวบ หายจากบ้าน ผู้ปกครองแจ้งเพื่อนบ้านช่วยออกตามหา สงสัยจมน้ำ ก่อนระดมกำลังงมหา พบร่างจมน้ำเสียชีวิตทั้งคู่ ไม่พบบาดแผลถูกทำร้าย สลดปู่ร่ำไห้ กอดศพ เรียกให้หลานฟื้น   จากการสอบสวนเบื้องต้น เด็กทั้งสองคนพากันไปเล่นน้ำในสระหลังบ้านที่เกิดเหตุ โดยไม่มีผู้ปกครองดูแล จนกระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. ผู้ปกครองไม่เห็นเด็กอยู่ในบ้าน ได้ออกตามหา คาดว่าน่าจะจมน้ำ จึงขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ลงไปช่วยกันงมหาเด็กในสระน้ำ ขนาดความกว้าง 10 เมตร ยาว 20 เมตร ลึก 5 เมตร ก่อนพบร่างเด็กน้อย นำขึ้นมาบนฝั่งได้สำเร็จ พบร่างพี่กอดน้องไว้แน่น ท่ามกลางความเสียใจของผู้ปกครอง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AmROI3bCCwo  

 5,343
ข่าวภูมิภาค
27 มี.ค. 61

หนุ่มถูกหลอกหาปลากลางทะเลโหด 30 ปี ไม่ได้เงินสักบาท ต้องหนีขึ้นฝั่งปั่นจักรยานกลับบ้าน 15 วัน

อุตรดิตถ์-ชายวัย 54 ปี ถูกหลอกลงเรือหาปลากลางทะเลโหดนาน 30 ปี ต้องใช้ชีวิตสุดทรมาน หมดสิทธิ์รับรู้ข่าวสาร ไม่สามารถติดต่อญาติได้เลย แถมไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียว ต้องหาทางขึ้นบกปั่นจักรยานกลับบ้านนาน 15 วัน เพื่อพบหน้าลูกสาวที่ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งแต่ 2 ขวบ จนปัจจุบันอายุ 31ปีแล้ว   โดยชายคนดังกล่าวเล่าว่า แรกเริ่มไปหางานทำเป็นช่างเชื่อมโลหะที่จังหวัดระยองเมื่อปี พ.ศ.2532 จากนั้นเปลี่ยนงานหลายแห่งกระทั่งไปที่จังหวัดสมุทรสาคร แต่ไม่ได้รับค่าจ้างและมีคนมาติดต่อชักชวนให้ไปลงเรือหาปลาในทะเล จึงได้ไปลงเรือที่จังหวัดพังงาโดยบอกว่าจะดำเนินการด้านเอกสารและหลักฐานย้อนหลังให้ ซึ่งต่อมาเรื่องทั้งหมดก็เงียบหาย หากสอบถามก็ถูกด่าและข่มขู่   จากนั้นก็ลงเรือเล็ก ออกจากฝั่งไปขึ้นเรือใหญ่ที่จอดรออยู่กลางทะเลไกลมากและมีผู้ชายอยู่ในเรือประมาณ 60คน ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ลงเรือหาปลากลางทะเลอยู่กลางทะเลนับว่าสุดแสนทรมานทั้งอาหาร น้ำดื่ม เสื้อผ้าและการพักผ่อนที่มีข้อจำกัดแต่ต้องทำงานอย่างหนักและต่อเนื่อง แต่ไม่มีค่าตอบแทนให้แม้แต่บาทเดียวโทรศัพท์ถูกยึดและทำลาย ไม่มีข้อต่อรองใดๆแม้ขอขึ้นฝั่งเกรงจะหลบหนี มีชาวมอญและเขมรบางรายเจ็บป่วย เนื่องจากอุบัติเหตุขณะเก็บกู้อวน และไม่สามารถทำงานนานเกิน 3 วันแต่กลับถูกถีบลงทะเลลึกหายไป หลายอย่างล้วนเป็นเหตุที่สะพรึงกลัวและระแวงแม้คนงานในเรือเดียวกัน   หากมีเจ้าหน้าที่ทางการของพม่า หรือ อินโดนีเซียแล่นเรือมาดำเนินการตรวจสอบเรือ คนงานจะถูกเปิดหวอให้รีบลงไปอยู่ใต้ท้องเรือรวมกับสัตว์ทะเลที่จับได้ วันเวลาไม่สามารถรับรู้ได้ต่อมามีเรือขนาดเล็กมารับปลาจากเรือใหญ่ที่ตนอยู่ จึงได้ฉกฉวยโอกาสที่ไต๊ก๋งเรือใหญ่เผลอและขออาศัยเรือรับปลากลับเข้าฝั่ง ซึ่งตนเองคิดว่าขึ้นบกเมื่อไหร่ตนจะรอดตาย แม้จะไม่มีเงินติดตัวจากการลงเรือเลย   จึงเดินรับจ้างเป็นช่างเชื่อม ช่างอ็อกโลหะอยู่นานเกือบเดือนและย้ายที่ทำงานอีกหลายแห่งกระทั่งมีเงินเก็บอยู่เกือบ 1,000บาท จึงพร้อมที่จะตีตั๋วขึ้นรถกลับบ้าน แต่ตนเองไม่มีบัตรประจำตัวและบัตรใดๆแสดงที่ห้องจำหน่ายตั๋ว จึงตัดสินใจนำเงินที่เหลืออยู่ซื้อจักรยานคันเก่าจากชาวบ้านเพื่อปั่นกลับบ้านที่ อ.ทองแสนขัน อุตรดิตถ์   โดยหลังจากกราบขอพรพระร่วงโรจนฤทธิ์ที่นครปฐมเจดีย์ ก็ปั่นจักรยาน ระหว่างทางเจออุปสรรคทั้งร้อน หิวโหย ยางรถรั่ว พายุฝน กว่าจะถึงบ้านใช้เวลาปั่นจักรยานนานถึง 15 วัน หลังจากญาติและบรรดาเพื่อนๆทราบว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่และขี่จักรยานกลับถึงบ้านราวอย่างปาฎิหาริย์ ต่างเดินทางไปสอบถามถึงชีวิตและความเป็นอยู่ที่ขาดการติดต่อคล้ายเกิดใหม่และแสดงความยินดีกันมากมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/H9tuieGtyqs    

 218,256

Top