ค้นหา :

ผลการค้นหา "นางนกต่อ"

สังคม-อาชญากรรม
12 มี.ค. 62

เร่งล่าแก๊งลวงหนุ่มอุ้มฆ่าฝังดิน ตร.บอกหากหนีไม่รับรองความปลอดภัย พ่อคนตายลั่นอยากให้ประหาร

จากกรณีนายชัยประสิทธิ์ บุญเลิศ อายุ 34 ปี พนักงานคลังสินสินค้า สถานีส่งน้ำสุวรรณภูมิ ถูกกิ๊กสาวแชทเฟซบุ๊กลวงมาให้แฟนหนุ่มและพวกรวม 8 คน ฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ก่อนนำศพไปฝังดินอำพรางคดีในป่ารกร้าง อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา อ้างชนวนเหตุหึงหวง โดยเจ้าหน้าที่จับคนร้ายได้แล้ว 5 คนประกอบด้วย   1.นางสาวแปทิพย์ โลกรัก หรือปลา ผู้ติดต่อกับผู้ตาย 2.นายกิตติพงษ์จงเจริญพิศาล หรือเป้ ทำหน้าที่ห่อร่างนายตั้มและยกขึ้นรถกระบะ 3.นายจักรกฤษณ์ น้อยสวัสดิ์ หรือบาส ทำหน้าที่หาที่ฝังศพและขุดหลุมและย้ายศพไปฝัง 4.นายทินกร สุขเจริญ หรือเก่ง ทำหน้าที่หาที่ฝังศพและขุดหลุมและย้ายศพไปฝัง 5.นายวิศรุต หีบเงิน หรืออู ทำหน้าที่ห่อร่างผู้ตายยกขึ้นรถกระบะ   ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุมเพื่อนร่วมแก๊งที่เหลืออีก 3 คน อยู่ระหว่างหลบหนี คือ   1.นายถนอมศักดิ์ ดีสละ หรือต้อม ทำหน้าที่มัดมือผู้ตายไขว้หลังขังไว้ในห้องและยืนเฝ้าผู้ตายเพื่อป้องกันการหลบหนี   2.นางสาวปิยะพร เล็ดลอด หรือมด น้องสาวของนายโอ ทำหน้าที่พานายโอ หลบหนี   3.นายสมศักดิ์ เล็ดลอด หรือโอ มือฆ่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตามประกบนายโอ คาดว่าหนีไป จ.อำนาจเจริญ โดยพกพาอาวุธ ปืนติดตัวไปด้วย   ความคืบหน้าทางคดี พ.ต.อ. วิชิต บุญชินวุฒิกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สมุทรปราการ ระบุผู้ก่อเหตุที่หลบหนี ตอนนี้ทราบตัวหมดแล้ว จากการสอบปากคำกลุ่มผู้ก่อเหตุที่จับได้ก่อนหน้านี้ให้การเป็นประโยชน์ค่อรูปคดีพอสมควร ส่วนประเด็นการก่อเหตุคาดเป็นเรื่องชู้สาวมีน้ำหนักที่สุด ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานเพื่อคลี่คลายคดี ขอให้คนร้ายที่หลบหนีมีอาวุธปืนมามอบตัว ถ้าไม่มามอบตัวเจ้าหน้าที่ก็จะใช้มาตรการกดดันเพื่อจับกุม จะไม่รับรองเรื่องความปลอดภัย   จากการสอบปากคำนางสาวแปทิพย์ โลกรัก หรือปลา ได้เปิดเผยเส้นทางการหลบหนี ระบุว่าหลังก่อเหตุ นายโอได้พาตนหนีไปเช่าบ้านอยู่ที่ จ.ปราจีนบุรี 10 วัน เช่าบ้านพักไว้ 2 แห่ง โดยใช้รถยนต์เก๋งของนางสาวมด น้องสาวของนายโอเป็นพาหนะในการหลบหนี จากนั้นเปลี่ยนไปใช้รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส ขับหนีไป จ.อำนาจเจริญ ระหว่างนั้นนายโอนำรถไปจอดซ่อม ร้านซ่อมรถแห่งหนึ่ง ตนจึงตัดสินใจหนีจากนายโอ เพื่อมามอบตัว เพราะระหว่างที่หนีไปด้วยกันถูกนายโอทำร้ายทุกวันทั้งเช้า กลางวัน และเย็น เพราะถ้าทำอะไรไม่ถูกใจ นายโอไม่รู้จะลงที่ใครก็จะมาลงกับตนจนทนไม่ไหว   ขณะที่นางสาวศิรินยา ฆ้องนอก อายุ 21 ปี ภรรยาผู้ตายอุ้มลูกน้อยวัย 2 ขวบ เดินทางมาติดตามคดีและให้ปากคำเพิ่มเติม ที่ สภ.บางเสาธงกล่าวว่า ตนอยู่กินกับผู้ตายประมาณ 2 ปี มีลูกชาย 1 คน อายุ 2 ขวบ โดยผู้ตายทำงานอยู่ที่บริษัทขนส่งแห่งหนึ่งซึ่งไปรู้จักนางสาวปลา อายุ 21 ปี ได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ผู้ตายชอบนำโทรศัพท์แอบไปคุยกับนางสาวปลา ก่อนที่ผู้ตายจะหายตัวไปในวันที่ 2 ก.พ.62 ผู้ตายบอกกับตนว่าจะออกไปทำรถ เชื่อว่าถูกลวงให้ออกจากบ้านโดยเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันดังกล่าวยังโทรติดต่อกับผู้ตายได้ปกติหลังจากวางสายก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก กระทั่งมาทราบว่าสามีถูกฆ่าฝังดิน   เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนเคยบอกกับสามีให้เลิกยุ่งกับนางสาวปลาเพราะมีสามีแล้ว กระทั่งเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น ตอนนี้เสียใจร้องไห้ทุกวันจนไม่มีน้ำตา   “วันแรกที่ตนเห็นแชทสามีคุยกับนางสาวปลา รู้สึกแค้นมากไม่อยากให้อภัยที่มาทำกับตนแบบนี้ ในข้อความคุยเหมือนจะพากันหนี คิดว่าสามีจะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียว เห็นสามีถูกทำร้ายจนต้องร้องขอชีวิต จากความแค้นก็กลายเป็นสงสารที่สามีถูกกระทำแบบนี้ วันที่พบศพก็บอกลูกว่าเจอศพพอแล้ว เพราะระหว่างที่สามีหายไปลูกจะถามตนทุกวันว่าไปไหน หลังกลับมาจากจุดพบศพก็มาอาบน้ำแต่ยังมีกลิ่นติดมืออยู่”   ภรรยาของผู้ตาย กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนอยากให้นายโอ และคนยังหลบหนีมามอบตัว หลายคนอยากให้ตำรวจวิสามัญแต่ตนไม่อยากให้เป็นบาปติดตัวผู้ตาย ตนบอกศพสามีว่า จะดูแลครอบครัวและลูกของเขาให้ดีที่สุด เหมือนกับที่เขารักลูกในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ สัญญาจะไม่ทิ้งลูกแน่นอนถึงเขาจะไม่อยู่กับเราแล้ว ส่วนเรื่องคดีให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ   เมื่อวานนี้ (11 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จุดพบศพ พบว่า เด็กซึ่งเรียนอยู่โรงเรียนใกล้จุดดังกล่าวกำลังเล่นฟุตบอล ไปเจอชิ้นส่วนกระดูก 1 ท่อน คาดว่าน่าจะขาหรือแข้ง และพบชิ้นส่วนเล็ก ๆ อีก 9ชิ้น อยู่กลางสนามฟุตบอล คาดว่าถูกสุนัขกัดแทะ โดยครูได้ประสานให้ญาติมารับนำไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นชิ้นส่วนศพของนายชัยประสิทธิ์หรือไม่   โดยนายมานพ บุญเลิศ พ่อของผู้ตายกล่าวว่า ที่มั่นใจว่าเป็นศพลูกชายเพราะจำเสื้อและกางเกงบ็อกเซอร์ได้เสื้อที่พบเป็นสีน้ำเงินลูกชายใส่ไปทำงาน ตอนไปดูเจ้าหน้าที่นำศพขึ้นจากหลุมดิน ทรมานใจมาก เห็นลูกชายถูกฆ่าอย่างทารุณ ทั้งที่ร้องขอชีวิตแล้วแต่กลับยิ่งทำร้ายร่างกาย หนักกว่าเดิมจนกระดูกซี่โครงด้านหลังหัก ไม่คิดว่าจะมาเจอลูกในสภาพนี้มันโหดร้ายเกินไปอยากให้คนร้ายรับโทษประหาร ติดคุกพ้นโทษก็ออกมาใช้ชีวิตเหมือนเดิม ตอนนี้ไม่ติดใจอะไร ใครทำอะไรก็ต้องรับผิดชอบและรับกรรมกันไป   ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของนายโอ ชุมชนแห่งหนึ่งใน ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นบ้านหลังที่นายโอ ลวงผู้ตายมาทำร้าย ได้พบลูกพี่ลูกน้องของนายโอ ให้ข้อมูลว่านายโอมีประวัติยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจึงไม่อยากยุ่งด้วย วันที่ซ้อมทำร้ายผู้ตายคนในบ้านไม่มีใครรู้เห็น   ด้านเพื่อนบ้านบอกว่า นายโอ มีภรรยาแล้วกำลังตั้งท้องได้ 5 เดือน แล้วมาคบหากับนางสาวปลาอีกคน วันเกิดเหตุไม่มีใครเกิดอะไรขึ้น ชาวบ้านไม่มีใครอยากไปยุ่งด้วยเพราะนายโอ วางตัวเป็นผู้มีอิทธิพลทำตัวกร่างหาเรื่องเขาไปทั่ว ชอบพูดเสียงดัง โวยวาย จนชาวบ้านเอือมระอา และไม่มีใครสุงสิงด้วย หากใครทำให้นายโอไม่พอใจ ก็จะด่าทอหรือทำร้ายทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YzYbL7XTWkA

 4,966
ข่าวภูมิภาค
11 มี.ค. 62

กิ๊กสาวลวงหนุ่มมาให้แฟนฆ่าฝังดิน อ้างแฟนหึงจึงลวงให้มาเจอก่อนตามเพื่อนรุมทำร้ายจนตาย

ฉะเชิงเทรา-ตร.คุมตัวนายสมศักดิ์ เล็ดลอด อายุ 33 ปี และ น.ส.แปลทิพย์ โลกรัก อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่น และซ่อนเร้นอำพรางศพ นายชัยประสิทธิ์ บุญเลิศ อายุ 34 ปี พนักงานคลังสินค้า สถานีส่งน้ำสุวรรณภูมิ ก่อนนำศพฝังดินทิ้งไว้ในที่รกร้าง ม.3 ต.คลองบ้านโพธิ์ อ.บ้านโพธิ์   จากการสอบสวนนางสิรินยา คลองนอก อายุ 21 ปี ภรรยาของผู้ตาย เผยว่า สามีหายตัวไปและไม่ยอมกลับมาบ้าน ตั้งแต่เย็นวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อนชุดสืบสวน สภ.บางเสาธง พบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายทิ้งไว้ในป่าหญ้า บริเวณใกล้เคียงวัดบัวโรยในพื้นที่บางเสาธง และพบโทรศัพท์มือถือของนายชัยประสิทธิ์ ก่อนนำมาตรวจสอบพบมีการติดต่อกับหญิงสาวคนหนึ่งทางเฟซบุ๊ก ตำรวจได้ตามสืบสวนจนพบตัวหญิงสาวต้องสงสัยตามเฟซบุ๊กที่ติดต่อกัน คือ น.ส.แปลทิพย์ ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวน   จากนั้นควบคุมตัวนายสมศักดิ์ แล้วนำตัวมาค้นหาศพนายชัยประสิทธิ์ โดยพบโดนฆ่าฝังดินไว้ในที่ดินรกร้าง อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ขุดดินบริเวณที่คนร้ายนำมาฝังไว้ และพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพเน่าเปื่อยเหลือแต่โครงกระดูก ก่อนนำเก็บร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติเวชชันสูตรต่อไป   สำหรับคดีนี้ ชุดสืบสวนได้ตามแกะรอยจากเฟซบุ๊กของผู้ตาย จนนำไปสู่การจับกุมตัวน.ส.แปลทิพย์ ก่อนตามจับกุมนายสมศักดิ์ได้ที่บ้านพัก โดยทั้ง 2 ยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนฆ่านายชัยประสิทธิ์ ส่วนคนฆ่า คือนายโอ แฟนหนุ่มน.ส.แปลทิพย์ ที่ขณะนี้ยังคงหลบหนีพร้อมเพื่อนอีก 1 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตามติดตามจับกุมตัว   ขณะที่นางสิรินยา คลองนอก ภรรยาของผู้เสียชีวิต ที่อุ้มลูกน้อย วัย 3 เดือน เดินทางมาดูจุดฝังศพ เมื่อเห็นศพสามีถึงกับร้องไห้โฮออกมา พร้อมกล่าวว่า ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รีบนำตัวคนร้าย ทั้ง 2 ออกจากที่เกิดเหตุทันที่หวั่นโดนประชาทัณฑ์ นำตัวไปควบคุมทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.บางเสาธง   รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสืบสวนของตำรวจได้แกะรอบจากมือถือของคนตาย กระทั่งพบเบาะแสเป็นข้อความที่นายชัยประสิทธิ์แชทเฟซบุ๊กคุยกับสาว จนนำมาสู่การจับกุม 2 ผู้ต้องหา โดยฝ่ายหญิงอ้างได้แอบแชทคุยกับคนตาย แต่แฟนหนุ่มจับได้ จึงให้แชทลวงคนตายมาเจอแล้วร่วมกันสังหารโหด โดยตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวแฟนหนุ่มของหญิงสาวที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2_Jaf1CAynk

 17,327
สังคม-อาชญากรรม
20 ธ.ค. 61

ช็อกซ้ำ! เหยื่อแก๊งทรชนโผล่อีก พ่อแฉมี 9 คนร่วมรุมโทรม ปธ.อบต.ยันไม่ได้กร่าง แค่จะช่วยหลาน

ความคืบหน้ากรณี ข่าวช็อกสังคม ที่ ด.ญ.วัย12ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมโทรม ข่มขืนในร้านขายสินค้าทุกอย่าง10บาท ใจกลางเมืองสระบุรี จนพ่อออกมาโพสต์เฟสบุ๊ก หวั่นคดีไม่ได้รับความเป็นธรรม   ล่าสุด มีการเปิดเผยข้อมูลน่าตกใจอีกครั้ง เพราะคนที่ถูกรุมโทรมครั้งนี้ ไม่ได้มีเพียงน้องวัย 12ปี เท่านั้น แต่เพื่อนน้องวัย 14 ปี ที่ไปด้วยกัน ก็ถูกรุมโทรมด้วยเช่นกัน รวมมีผู้ก่อเหตุ ทั้งหมด 9 คน ในร้านที่เกิดเหตุ   โดยเฟซบุ๊กของคุณอาคม พ่อของน้องอายุ 12 ปี ผู้เสียหาย โพสต์คลิปการพูดคุยกับน้องเก๋ นามสมมติ อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนของลูกสาววัย 12 ปี ที่ไปกับลูกสาวในวันเกิดเหตุระบุว่า น้องเก๋ก็ถุกกลุ่มวัยรุ่นพวกนี้รุมโทรม โดยวิธีการสุดป่าเถื่อน โดยน้องวัย 12 ปี ถูกกระทำบริเวณใต้เคาน์เตอร์คิดเงิน แต่น้องเก๋ ถูกกระทำบริเวณ โซฟาในร้าน โดนจับขึงพึด และลงมือข่มขืน หมุนเวียนกัน สลับไปมา แม้ว่าน้องจะร้องขอแล้วแต่กลุ่มวัยรุ่นพวกนี้ก็ไม่หยุด และมีบางช่วงน้องเก๋ขอร้องกลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้ อย่าทำน้องวัย 12 ปี เพราะน้องอยู่ป.5 แต่กลุ่มนี้ก็ไม่ฟัง    นอกจากนี้พ่อของน้องวัย 12 ปี ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อจะแจ้งความดำเนินคดี กับนายสังวาลย์ สิทธิปัญญา อดีตสมาชิก อบต.ผึ้งรวง คนที่เจรจาตามคลิปที่แชร์ ซึ่งมีการพูดไม่เหมาะสม ถามว่าใครเสร็จบ้าง โดยคุณพ่อระบุว่า การกระทำที่นายสังวาลย์มาสอบถามลูกสาวเรื่องมีเพศสัมพันธ์กับใคร และสำเร็จความใคร่หรือไม่เป็นสิ่งไม่สมควร   ส่วนพฤติกรรมที่กลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ทำกับลูกสาวตนและเพื่อนนั้น สุดเกินจะรับได้ และจะขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด  ตอนนี้ก็หวั่นเรื่องการไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะผู้เสียหายมี 2คน แล้วตำรวจจะให้ความเป็นธรรมหรือไม่   ทางด้านคดีความนั้น ตอนนี้ พนักงานสอบสวน นำตัวเยาวชนที่ก่อเหตุ ทั้ง 4 ส่งเข้าสถานพินิจแล้ว ส่วนอีก 1 คน ติดภารกิจที่ต่างจังหวัด จะเข้าพบตำรวจในวันนี้(20) ซึ่งส่วนนี้คือคดีของน้องวัย 12 ปี   ส่วนน้องเก๋วัย 14 ปีที่ถูกกระทำนั้น ตร.ก็จะเรียกวัยรุ่นที่อยู่ในร้านทั้งหมดมาสอบปากคำ ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เมื่อวานนี้ กองพิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจสอบเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในร้านที่เกิดเหตุ   ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายอาม น้องชายเจ้าของร้าน ซึ่งเป็นเพื่อนที่อยู่ก่อนเกิดเหตุ และอ้างว่าเป็นคนห้ามไม่ให้เพื่อนก่อเหตุ นายอามยืนยันว่า ตนไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น และไม่รู้ว่าน้องผู้หญิงถุกรุมโทรม 2 คน เพื่อนบอกว่า ทำน้องวัย 12 ปี คนเดียว และขณะเกิดเหตุ ก็ยอมรับว่ามีเพื่อนนั่งเล่นเกมอยู่ในร้านด้วย คือนายบิ๊ก และนายบิ๊กก็เป็นคน พาน้องทั้งสองคนไปส่งที่บ้าน   ในส่วนของครอบครัวนายเบียร์ หนึ่งในผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็น หลานของนายสังวาลย์ อดีตสมาชิกอบต.รวงผึ้ง เมื่อวานนี้ผู้สื่อข่าวมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณย่าของนายเบียร์ โดยย่าเล่าว่าเลี้ยงดูนายเบียร์ตั้งแต่อายุ 2 เดือน นายเบียร์ไม่ได้มีนิสัยแบบนี้ เป็นเด็กดีคนหนึ่ง   พอเรียนจบม.3 ก็ออกมาทำงานช่วยน้าหาเลี้ยงย่าและครอบครัว ไม่กินเหล้า หรือเสพยาเสพติด แต่มีไปขี่รถจักรยานยนต์กับเพื่อนบ้าง วันเกิดเหตุก็ไม่รู้หลานไปทำอะไรมา แต่พ่อของนายเบียร์ไปเรียก ลุงสังวาลย์ ให้ไปเป็นเพื่อน เพื่อเคลียร์กับครอบครัวของเด็กผู้หญิง ตอนนั้นก็ตกใจ แต่ได้ถามหลานแล้ว หลานบอกว่าไม่ได้ทำ   ในส่วนของนายสังวาลย์ อดีตสมาชิก อบต.ผึ้งรวง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี และมีตำแหน่งเป็นประธานสภา ที่ปรากฎในคลิปว่าเป็นคนเจราจากับน้องผู้เสียหาย อายุ 12 ปี   เมื่อวานก็ยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่ง โดยนางชไมพร ผู้เป็นภรรยา เปิดใจว่า สามีไม่ได้เป็นคนกร่าง วันเกิดเหตุไปเป็นเพื่อนพ่อของนายเบียร์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุง  เรื่องที่เกิดขึ้นก็กระทบกับครอบครัว เครียดทั้งบ้าน และไม่ขอชี้แจงใดๆเพราะหลานของตนก็ทำผิดจริง เรื่องเกิดขึ้นแล้วก็ยอมรับ แต่อยากขอความเป็นธรรมให้กับสามีด้วย เพราะไม่ได้ถูกปลด แต่เป็นคนยื่นขอลาออกเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-rXY0naobsc

 15,110
สังคม-อาชญากรรม
31 ต.ค. 61

'น้องเนย' อดีตแฟน 'เก่ง ลายพราง' ปัดเป็นนางนกต่อ ลวงหนุ่มขึ้นคอนโด ให้เพื่อนฟันหัว

จากกรณีที่นายวุฒิชัย หรือเป๋า ดาวเรือง อายุ 25 ปี  ได้เข้าความว่า ถูกกลุ่มวัยรุ่นใช้มีดฟันได้รับบาดเจ็บภายในห้องพักชั้น 8 คอนโด ย่านถนนแจ้งวัฒนะ เขตบางเขน โดยมีการอ้างว่า น้องเนย เน็ตไอดอล อดีตแฟนสาว เก่ง ลายพราง ซึ่งเจอกันที่สถาบันเทิง ได้ชวนไปดื่มกินต่อที่คอนโดดังกล่าวนั้น   วานนี้ (30 ต.ค.) นายวุฒิชัย หรือ เป๋า ผู้เสียหายได้เดินทางมาให้ผากคำเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน พร้อมให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ตนเองรู้จักกัน นางสาวสายธาร หรือ น้องเนย เป็นการส่วนตัว เนื่องจากว่า น.ส.แนน เพื่อนของน้องเนยเคยเป็นแฟนเก่าตน   โดยในวันเกิดเหตุ ตนได้ไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านรามอินทรา และได้มาเจอกับกลุ่มของน้องเนย ซึ่งได้มาเที่ยวกับเพื่อนเช่นกัน จนกระทั่งก่อนกลับน้องเนยได้มาชักชวนตนให้ไปนั่งดื่มต่อที่คอนโด ในตอนแรกได้ตอบปฏิเสธไป แต่น้องเนยก็มาคะยั้นคะยอขอให้ไปดื่มต่อด้วย ตนเห็นว่าเป็นคนรู้จักกันจึงได้ตอบตกลงไป   จากนั้นน้องเนยได้พาขึ้นไปบนคอนโด ชั้น 8 ที่เป็นห้องของเพื่อน พอนั่งดื่มได้ไม่นานก็มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 10 คน เดินเข้ามาในห้องซึ่งมีการพูดคุยกันตามปกติ ก่อนที่น้องเนยและกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดจะขอตัวกลับพร้อมกับ น.ส.แนน อดีตแฟนสาวด้วย เมื่อทั้งหมดกลับไปไม่ถึง 20 นาที กลุ่มวัยรุ่นกลุ่มเดิมก็กลับเข้ามาใหม่ พร้อมกับนายแบงค์ ซึ่งเป็นคนที่เคยมีเรื่องทะเลาะโต้เถียงกันทางเฟซบุ๊กมาก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือน   เนื่องจากตนได้ทักแชทไปหา น.ส.แนน ซึ่งเป็นอดีตแฟนเก่าของตน เพื่อถามไถ่ตามปกติ แต่นายแบงค์มาเห็นและเข้าใจผิดคิดว่าตนจะไปจีบ น.ส.แนน ที่เป็นแฟนปัจจุบันของนายแบงค์ จึงทำให้นายแบงค์เกิดความไม่พอใจ และวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวหมดก็เข้ามารุมทำร้ายและใช้มีดฟันที่ศีรษะรวมถึงลำตัวหลายครั้ง เพื่อนของตนที่อยู่ในเหตุการณ์จึงรีบเข้ามาช่วย แต่กลุ่มวัยรุ่นไม่ยอมหยุด จนต้องแกล้งตายในที่เกิดเหตุ กลุ่มคนร้ายจึงยอมกลับออกไป   นายวุฒิชัย กล่าวด้วยว่า ตนขอยืนยันว่าน้องเนยเป็นคนชวนและคะยั้นคะยอให้มากินต่อที่ห้อง และมั่นใจว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน   ขณะที่ พ.ต.ท.สราวุธ บุตรดี หัวหน้าพนักงานสอบสวน สน.บางเขน กล่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อหากลุ่มผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ แต่หากดูบาดแผลของผู้บาดเจ็บแล้ว สามารถดำเนินคดีในข้อหาพยายามฆ่าได้ เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหามีการใช้อาวุธ และฟันเข้าที่ศีรษะ สามารถทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ และข้อหาพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนข้อสันนิษฐานปมครั้งนี้คาดว่ามาจากเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องชู้สาว ทั้งนี้เมื่อหลักฐานพยานชัดเจน เจ้าหน้าที่ฯ จะทำการออกหมายจับได้ทันที   ต่อมาน้องเนย ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับตำรวจ สน.บางเขน พร้อมชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นคนเอ่ยปากชวนผู้เสียหายมาดื่มต่อที่ห้อง แต่คนที่ชวนคือ น.ส.ปลา เพื่อนอีกคน ซึ่งตนก็ได้นำหลักฐานข้อความแชทที่ น.ส.ปลา ได้ทักมาขออนุญาตเพื่อนเจ้าของห้องชั้น 8 ก่อน รวมไปถึงยังมีคลิปเสียงที่ น.ส.ปลา ยอมรับกับตนเมื่อหลายวันก่อนว่าเป็นคนที่ชวนนายเป๋าเอง ส่วนที่นายเป๋าออกมาให้ข่าวว่าตนเป็นคนชวนนั้นก็ไม่ทราบเช่นกันว่าเพราะอะไร   น้องเนยยังกล่าวอีกว่า สาเหตุที่กลุ่มของนายแบงค์ผู้ก่อเหตุขึ้นมาบนห้องของตนที่ ชั้น 9 ได้ เนื่องจากว่าห้องดังกล่าวตนได้หารอยู่กันกับเพื่อนหลายคน และนายแบงค์ก็สนิทกับเพื่อนของตน จึงมีการชวนกันมานั่งเล่นที่ห้อง ต่อมาเมื่อนายแบงค์เห็นตนและ น.ส.แนน ที่เพิ่งจะเลิกกันได้ไม่นานทำให้มองหน้ากันไม่ติด กลับจากชั้น 8 กำลังเข้าห้องมานายแบงค์จึงขอตัวกลับ และก่อนที่จะปิดประตูตนได้ยินนายแบงค์ถามเพื่อนว่าที่ชั้น 8 มีใครอยู่บ้าง เพื่อนตนจึงตอบว่ามีกลุ่มเพื่อนคนอื่นๆ รวมถึงนายเป๋าอยู่ ซึ่งตนเองก็ทราบว่าก่อนหน้านี้นายแบงค์และนายเป๋ามีปัญหากัน แต่ก็ผ่านมาสักพักแล้วจึงคิดว่าไม่น่าจะมีอะไร กระทั่งมาทราบอีกทีก็หลังเกิดเหตุแล้ว   ทั้งนี้ยืนยันว่าตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับกรณีที่นายเป๋าถูกทำร้าย รวมไปถึงไม่ได้หลอกล่อให้นายเป๋ามาที่คอนโดดังที่เป็นข่าว จึงเดินทางมาแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่คิดจะแจ้งความกลับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LcHECfNGA1Q

 11,748
สังคม-อาชญากรรม
01 ส.ค. 61

ผลชันสูตรชี้ชัด 'น้องหญิง' ถูกฆ่าทุบหัว กะโหลกแตก 'เป็ด-ออฟ' คอตกศาลค้านประกัน

จากกรณี น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือน้องหญิง อายุ 19 ปี เสียชีวิตอย่างปริศนา หลังจากเดินทางกลับจากเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายสุรพล ดาราคำ หรือออฟ อายุ 23 ปี เป็นผู้อาสาขับรถเทเลอร์ พาน้องหญิงส่งกลับบ้าน แต่นายออฟอ้างว่าน้องหญิง ได้กระโดดลงจากรถจนเสียชีวิต แต่ญาติไม่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ เป็นการฆาตกรรมอำพราง   ล่าสุดมีความชัดเจนว่า น้องหญิง ถูกฆาตกรรม หลังแพทย์ชันสูตรศพยืนยันลักษณะอาจจะถูกค้อนทุบศรีษะหลายครั้ง พบ 2 จุดต้องสงสัย ตั้งแต่ (1)รอยช้ำตามร่างกาย ลักษณะถูกกระแทกตรงๆ ไม่ใช่รอยถลอกหรือรอยครูดอย่างอุบัติเหตุจราจร กับ (2) ร่องรอยกระโหลกยุบที่ท้ายทอยหลังศรีษะ หลักษณะเหมือนโดนวัตถุทรงกลมกระทบ 2 ครั้งเป็นรูปเลข 8 และรอยกระโหลกแตกเป็นรูปใยแมงมุม   ถ้าเทียบตำราการแพทย์ต่างประเทศระบุว่าเกิดจากการถูกตีด้วยค้อน หรือตกจากที่สูงมากๆ มาใส่วัตถุทรงกลม เคลื่อนศพไปตรวจซ้ำที่สถาบันนิติเวช รวมทั้งส่งค้อนที่พบข้างบันไดฝั่งคนขับรถเทรลเลอร์ ไปตรวจหาดีเอ็นเอของน้องหญิง   พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า มีแนวโน้มว่ารูปคดีจะมีการเปลี่ยนแปลง ส่วนในรายละเอียดจะไม่สามารถเปิดเผยได้ เบื้องต้น ตร.มาร่วมหารือกับแพทย์ผู้ชันสูตร พร้อมสั่งให้ตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์เข้ามาตรวจสอบคดีนี้ด้วย หลังทางครอบครัวตั้งข้อสังเกตว่านางสาวเป็ด และแฟนหนุ่มมีพฤติกรรมเข้าข่ายค้ามนุษย์ หลอกลวงหญิงสาวไปกับคนขับรถเทรลเลอร์เพื่อค้าบริการ   ส่วนกางเกงในที่ทางนายอัจฉริยะระบุว่าหายไปนั้น ตัวเองได้สั่งการให้หาหลักฐานมาให้ครบถ้วนเพื่อนำมาใช้ตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมยืนยันว่า ผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการน่าจะแล้วเสร็จภายใน 24 วัน ส่วนสำนวนคดีที่ขณะนี้ยังแยกอยู่ระหว่างตำรวจภูธรภาค 1 กับกองปราบปราม จะนำมารวมกันหรือไม่อยู่ระหว่างพิจารณาโดยยึดประโยชน์ของผู้เสียหายเป็นหลัก   ขณะที่รายงานจากการประชุมที่มีการหารือร่วมกันระหว่างแพทย์ชันสูตร และตำรวจคดีนี้ พบว่า มีบางช่วงของการสนทนา แพทย์ให้ความเห็นถึงบาดแผลที่อยู่บนศรีษะของน้องหญิง เกิดสิ่งของไม่มีคมที่มีรูปทรง และจากการตรวจสอบตามร่างกายยังไม่พบบาดแผลถลอก ที่อาจจากการเสียดสีกับผิวถนน จึงถือเป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกับข้อสงสัยของทางครอบครัว   ทั้งนี้ศาลไม่ให้ประกันตัวนายออฟ คนขับรถเทรลเลอร์ กับเป็ด เพื่อนน้องหญิงที่ต้องสงสัยเป็นนกต่อ และตำรวจยังเตรียมเรียก ท็อปแฟนเป็ดกับกลุ่มคนขับรถรถเทรลเลอร์ร่วมโต๊ะกับน้องหญิงในสถานบันเทิงวันเกิดเหตุสอบความเกี่ยวพันต่อด้วย เปิดคลิปเสียง 'พ่อน้องหญิง' โทรคุย 'ออฟ' อ้างจู่ๆกระโดดจากรถลงมาเอง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FHb095vTtr4

 38,794
สังคม-อาชญากรรม
07 มิ.ย. 61

ญาติแก๊งโจ๋ข่มขืน 'น้องกิ๊ฟ' วอนสังคมอย่าเพิ่งรีบตัดสิน คาใจหากทำคนตายทำไมไม่หนี ด้านรุ่นพี่แจงปมยาสลบช้างแค่พูดเล่น

ครอบครัวผู้ต้องหาข่มขืนน้องกิ๊ฟเสียชิวิต วอนสังคมอย่าพึ่งตัดสินลูกหลานเลว รอผลชันสูตรการตายให้ชัดเจน ย้อนถาม หากรู้ว่าทำคนอื่นตายในบ้านตัวเอง ทำไมไม่หนี กลับโทรแจ้งตำรวจมาตรวจที่เกิดเหตุ  ด้านเพื่อนสนิทกิ๊ฟยัน ยาสลบช้างแค่คำบอกเล่า งงสื่อประคมข่าววส่งผลกระทบชีวิต   ความคืบหน้ากรณี การเสียชีวิตของน้องกิ๊ฟ ที่ถูกผู้ต้องหา 4 คน อุ้มจากสถานบันเทิงมาข่มขืนในล้งผลไม้ อ.มะขาม จ.จันทบุรี  ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้ง4คน ถูกคุมขังในเรือนจำจังหวัจันทบุรี ประกอบด้วย นายณัฐพล แสนกล้า หรือโอ้ต , นายปัฐวี บุญธรรม หรือทีม, นายสุรสิทธิ์ จำคำมี หรือบอล และนายปัญญา จันสมี หรือวิว  ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับคนก่อเหตุเพิ่มอีก 2 คน   ล่าสุดทางผู้สื่อข่าวมีโอกาสได้คุยกับป้าของนายวิว หนึ่งในผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุ โดยป้าของวิวกล่าวว่า ตอนนี้ครอบครัวเครียดมาก เพราะไม่รู้ว่าหลานไปร่วมข่มขืนเขาจริงหรือไม่  หรือแค่ติดร่างแหไปกับกลุ่มเพื่อน ซึ่งจากการเลี้ยงดูวิวจนโต หลานไม่เคยมีนิสัยแบบนี้ และไม่มีทางที่จะนำยาสลบมาให้ผู้ตายกิน และร่วมลงมือข่มขืน ซึ่งไม่ได้ออกมาแก้ตัวแทนหลาน แต่อยากให้สังคมอย่ารีบตัดสินว่าหลานเป็นคนเลว ทุกวันนี้เวลาตาไปเยี่ยมที่เรือนจำ หลานก็จะร้องไห้ แล้วบอกว่าช่วยด้วยผมอยากกลับบ้าน    เช่นเดียวกับยายของนายทีม หนึ่งในผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้ครอบครัวเครียดกินไม่ได้นอนไม่หลับ สงสารหลาน โดยนิสัยของหลานไม่ใช่คนเลวร้ายตามข่าว เป็นคนดีช่วยงานครอบครัว พอปลดประจำการทหารก็มาอยู่บ้านช่วยงานที่สวน  ปกติจะนอนที่บ้านหลังนี้ แต่วันเกิดเหตุไปนอนที่ล้งกับเพื่อน   เรื่องที่เกิดขึ้นก็รอผลการชันสูตรว่าน้องกิ๊ฟตายเพราะอะไร แต่ก็เกิดความสงสัยว่า หากหลานทำให้น้องกิ๊ฟตายจริง ทำไมหลังเกิดเหตุถึงโทรแจ้งตำรวจ และยังอยู่ที่เกิดเหตุ ไม่ได้หลบหนี หากปกติคนที่ทำความผิดถึงขั้นทำคนตายจะกล้าโทรตามตำรวจมาและไม่ได้หลบหนี หรือไม่ ก็ยังสงสัยเรื่องนี้ แต่มาถึงจุดนี้ก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น หากหลานทำผิดจริงก็ถือว่าไปชดใช้กรรม   ส่วนกระแสข่าวว่าน้องกิ๊ฟอาจถูกววางยาสลบช้าง จากกณีที่มีภาพแชทหลุดจากกลุ่มเพื่อน เรื่องนี้แอร์เพื่อนสนิทกิ๊ฟ ชี้แจงว่า เป็นการแชทพูดคุยกับคนที่รู้จักกับน้องกิ๊ฟเป็นการบอกเล่าปากต่อปาก ไม่รู้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ พอตนทราบเรื่องก็ให้ข้อมูลกับสื่อเพื่อหวังจะช่วยกันหาสาเหตุการเสียชีวิตของน้องกิ๊ฟและจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด   แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นตน ถูกตราหน้าเป็นนางนกต่อ ทำให้น้องกิ๊ฟเสียชีวิต ทั้งๆที่ตำรวจก็หมดข้อสงสัยกับตนไปแล้ว จากนี้จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว และหากใครมากล่าวหาหรือดึงตนเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมาย   ส่วนความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้ตำรวจพยายามเร่งหาหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับหลังจากขอหมายจับไปแล้ว1ครั้งแต่ถูกตีกลับเพราะหลักฐานยังไม่แน่นหนา ซึ่งมีรายงานว่าคนที่จะถูกออกหมายจับรายต่อไป เป็นรุ่นน้องของกลุ่มผู้ต้องหา ที่ ขับรถจักรยานยนต์ตามรถกะบะวันเกิดเหตุ ซึ่งสองคนนี้กันกับผู้ต้องหาที่ลานจอดรถสถานบันเทิง นานกว่า 20นาทีก่อนจะขับรถออกไป  ซึ่งเฝ้าจับตาว่าภายในสัปดาห์นี้ตำรวจจะสามารถขอศาลอนุมัติหมายจับได้หรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ElsoH8V20Og  

 9,094
สังคม-อาชญากรรม
01 มิ.ย. 61

เปิดไทม์ไลน์ 'น้องกิ๊ฟ' โดนอุ้มออกจากผับ สาวสายเดี่ยวปัดเป็นนางนกต่อ คลิปเสียงแฉตายเพราะน็อคยาเค

จันทบุรี-คืบหน้าคดีน้องกิ๊ฟ อายุ 21 ปี หมดสติถูกอุ้มออกจากผับดังกลางเมืองจันทบุรี โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ ก่อนไปรุมโทรมจนเสียชีวิต จนเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 4 คน ทำการสอบสวนพร้อมหาหลักฐานจากถุงยางอนามัย จนกระทั่งผู้ต้องหารับสารภาพทั้งหมดว่าร่วมกันข่มขืน   ด้านพี่ชายผู้เสียชีวิตกล่าวว่า ติดใจกับพฤติกรรมของหญิงสาวเสื้อสายเดี่ยวสีดำที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด ที่ประคองผู้ตายออกไป โดยที่ไม่แจ้ง จนท.ร้าน ขณะที่กลุ่มคนร้ายซึ่งขับผ่านโรงพยาบาลหลายแห่ง แต่ก็ไม่แวะพาผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาล   พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นการฆ่าปิดปาก เพราะยายไปเจอเงินในบัญชีผู้ตายหมุนเวียนหลักล้าน ซึ่งผู้ตายอาจไปรู้เห็นสิ่งผิดกฎหมาย จนถูกฆาตกรรม เพราะผู้ตายไม่ได้กินยาลดความอ้วนหรือเสพยาเสพติดแต่อย่างใด ยันไม่เผาศพ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด พร้อมชี้ให้เป็นอุทาหรณ์ของสังคม ให้วัยรุ่นระมัดระวังในการเที่ยวกลางคืน   ด้านหญิงสาวเสื้อสายเดี่ยวสีดำที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด ที่อยู่ในเหตุการณ์ที่ผู้เสียชีวิตถูกอุ้มออกจากผับ ระบุว่าเต้นอยู่โต๊ะข้างๆผู้ตายในผับ โดยที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน และไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนร้าย หรือนางนกต่อใดๆ เมื่อเห็นผู้ตายหมดสติก็ช่วยพยุง ช่วยถือของของผู้ตายไปส่งที่รถโดยไม่รู้ว่าจะพาไปข่มขืน เมื่อตนไปส่งที่รถแล้ว ตนก็แยกกลับบ้าน นับว่าเป็นบทเรียนของชีวิตที่เจตนาดีเข้าไปช่วยเหลือคน แต่ต้องกลับตกเป็นจำเลยของสังคม   ขณะเดียวกันยังมีเพื่อนของผู้ตายชื่อแอร์ ที่อยู่ในผับด้วยคืนนั้นด้วย กล่าวว่าไม่เคยรู้จักกับกลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้เป็นการส่วนตัวเพียงแต่รู้จักกันในเฟซบุ๊กเท่านั้น ในคืนเกิดเหตุผู้ตายได้แยกตัวออกไป และได้ชวนให้ไปนั่งร่วมโต๊ะแต่ตัวเองไม่ไป ก่อนกลับมาที่โต๊ะโดยไม่มีอาการเมาแต่อย่างใด ก่อนที่แอร์จะบอกกิ๊ฟว่าจะนอนรอในรถ จากนั้นก็ติดต่อผู้ตายไม่ได้อีกและมาทราบว่าเสียชีวิต   นอกจากนี้ยังมีคลิปเสียงของคนชื่อแพรว ที่อ้างว่าผู้ตายเสียชีวิตจากการน็อคยาเค แต่เพื่อนไม่รู้ จึงทิ้งเอาไว้ในผับ จนเกิดเรื่องดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1OPaPyIwEco

 41,324
สังคม-อาชญากรรม
19 มี.ค. 61

ระทึก นักธุรกิจโดนจับรีดทรัพย์ 5 ล้าน หลบหนีออกมาขอความช่วยเหลือ จนรวบคนร้ายได้พร้อมยาเสพติด

ตำรวจกองปราบแถลงเหตุกลุ่มคนร้ายจำนวน 4 คน ร่วมกันจับตัวสามีภรรยา นักธุรกิจเครื่องสำอาง และได้ร่วมกันเรียกเงินเพื่อเป็นค่าไถ่ 5 ล้านบาท แต่ผู้เสียหายทั้ง 2 คน สามารถหลบหนีมาได้ และได้มาแจ้งความที่ สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนจับกุมคนร้ายได้   นอกจากนี้ยังพบยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 0.35 กรัม , ธนบัตรรัฐบาลไทยปลอม ฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 50 ฉบับ และวิทยุสื่อสารในรถของกลาง   จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพ โดยได้มีการชักชวนให้มาร่วมกันอุ้มผู้เสียหาย เพื่อเรียกค่าไถ่ โดยนัดหมายกับผู้เสียหายเพื่อติดต่อซื้อขายที่ดินกันที่จังหวัดชลบุรี โดยได้มีการเช่าบ้านไว้ก่อนในอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรีเพื่อทำทีเป็นสำนักงานหลอกให้ผู้เสียหายมาติดต่อซื้อขายที่ดิน จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้รวมตัวกันเดินทางมาโดยรถแท็กซี่เมื่อมาถึงบ้านที่ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ได้มีนางนกต่อ ทำหน้าที่เป็นนกต่อคอยโทรศัพท์นัดแนะเจรจาต่อรองเรื่องซื้อขายที่ดินกับผู้เสียหายทางโทรศัพท์   เมื่อตกลงตามแผนแล้วผู้เสียหายหลงเชื่อเดินทางมาถึงบ้านหลังดังกล่าว จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาพาผู้เสียหายทั้ง 2 ขึ้นรถเก๋งบีเอ็มดับเบิ้ลยูของผู้เสียหาย และให้เบิกเงินจากตู้เอทีเอ็มจำนวน 1 แสนบาท และทรัพย์สินมีค่าอื่นของผู้เสียหายทั้ง 2 ไปด้วย อาทิ แหวนทอง สร้อยคอทองคำ โทรศัพท์มือถือ หลังจากที่กดเงินเสร็จแล้วผู้ต้องหาได้พาผู้เสียหายขับรถไปทางวังน้อยเมื่อถึงบริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. ผู้เสียหายได้ขอเข้าห้องน้ำกลุ่มผู้ต้องหาจึงจอดแวะพัก ก่อนสบโอกาสหลบหนีวิ่งเข้าไปในร้านสะดวกซื้อเพื่อขอความช่วยเหลือ ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะหลบหนีไปละมาถูกจับได้ดังกล่าว ซึ่ง ตร.จะได้ไล่ล่าตัวนางนกต่อ คนร้ายร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีอยู่มาดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Jb4Dvzn7T4I    

 30,226

Top