ค้นหา :

ผลการค้นหา "พรรคอนาคตใหม่"

การเมือง
27 ก.พ. 63

'ธีรัจชัย vs ธรรมนัส' แลกหมัดเดือด ปมซักฟอกคุณสมบัติ เคยจำคุกคดีค้ายาที่ออสเตรเลีย

บรรยากาศการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์    ประเด็นความไม่เหมาะสมและมีคุณสมบัติต้องห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 เนื่องจากเคยถูกศาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลียพิพากษาให้จำคุก 6 ปี และ 4 ปี พร้อมกับเนรเทศกลับประเทศฐานความผิดฐานนำเข้าและค้ายาเสพติด   ร.อ.ธรรมนัส ลุกขึ้นชี้แจงรายละเอียด ยกรัฐธรรมนูญของไทยโต้ระบุ อำนาจอธิปไตยบริหารตุลาการนิติบัญญัติ เป็นของใครของมัน รัฐไหนรัฐนั้น เช่นเดียวกับคำพิพากษา ของออสเตรเลียก็คือของออสเตรเลีย เอาคำพิพากษามาใช้ที่ไทยไม่ได้   พร้อมกับชี้แจงถึงการอภิปรายที่ระบุว่า ร.อ.ธรรมนัส รับสารภาพต่อศาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ ว่านำเข้ายาเสพติด ว่าไม่เคยรับสารถาพเช่นนั้น โดยในคำพิพากษาระบุแค่ว่า ร.อ.ธรรมนัสคือผู้รู้เห็นว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่รัฐ  จึงถูกตัดสินโทษไปด้วย   นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยอมรับว่า เรื่องดังกล่าวนับเป็นจุดบอดของตนเอง เป็นตราบาปของตัวเอง พร้อมระบุอีกว่าตอนที่ถูกตัดสินโทษ ด้วยความเขลาของตัวเอง จึงโดนลงโทษ 4 ปี ถูกส่งตัวไปอยู่เมืองโอบารอน เป็นสถานที่ที่นักโทษชาย ที่ทำความผิดแบบลหุโทษ  ถูกส่งเข้าไปทำงานในฟาร์ม ไม่ได้ถูกขำคุกในเรือนจำแต่อย่างใด   นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ลุกขึ้นถามอีกครั้งว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดหรือไม่ และเคยติดคุกที่ออสเตรเลียจริงหรือไม่ สิ้นคำถาม ส.ส.พลังประชารัฐ ลุกขึ้นประท้วงทันที ประธานสภากล่าวว่าเป็นสิทธิของรัฐมนตรีว่าจะลุกขึ้นตอบหรือไม่ และปรากฎว่า  ร.อ.ธรรมนัส ไม่ลุกขึ้นชี้แจงแต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ovYgEI56Is8

 431
การเมือง
26 ก.พ. 63

แฉแบบนอนสต็อป! คลิปเสียง 'ศรีนวล' โทรชวน ส.ส.อดีตอนาคตใหม่ ซบพรรคร่วมรัฐบาล

เมื่อช่วงค่ำ (26 ก.พ.)  ส.ส. อดีตพรรคอนาคตใหม่ ได้แฉคลิปเสียงคล้าย ส.ส. ที่เคยถูกขับออกจากพรรคไปก่อนหน้านี้ ติดต่อมาหาก ส.ส. บางคนเพื่อชวนไปร่วมรัฐบาล และมีการพูดคุยกันถึงผลประโยชน์    ทั้งนี้ ฝ่ายค้านยังจะคงอภิปรายถึงตัวนายกรัฐมนตรีต่อเนื่องไปจนถึงวันพรุ่งนี้ ก่อนจะเข้าสู่การอภิปราย ของรัฐมนตรี อีก 5 คน  

 7,859
การเมือง
26 ก.พ. 63

อภิปรายไม่ไว้วางใจ วันที่ 2 ตอกย้ำประเด็นความเหลื่อมล้ำ ล้มเหลวทางเศรษฐกิจ - แฉขบวนการ io พร้อมแจกคิวอาร์โค้ดกลุ่ม

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 2 สำหรับการอภิรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เริ่มตั้งแต่ 09.30 น.   ด้านประธานวิปฝ่ายค้าน นายสุทิน คลังแสง ยอมรับว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจวันแรกไม่สมราคาคุยไว้ ผู้อภิปรายใช้เวลาเกิน รัฐบาลก็ใช้เวลาชี้แจงมาก และมีการประท้วงจำนวนมากเกินที่ตกลงกันไว้ ทำให้การอภิปรายสะดุด วันนี้ (25 พ.ย. 63) จึงต้องมีการปรับรูปแบบการอภิปรายใหม่ โดยจะจัดขุนพลระดับแกนนำขึ้นอภิปราย อาทิ น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา และตนจะร่วมอภิปรายด้วย    โดยที่ประชุมวันนี้ ยังต่อเนื่องประเด็นความล้มเหลวทางเศรษฐกิจ โดย น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย อภิปราย ให้ชื่อรัฐบาลชุดนี้ นิยาม 3 คำว่า "ไร้น้ำยา ไร้ประสิทธิภาพ และไร้วิสัยทัศน์" เพราะมีคนตกงานกว่า 4 แสนคน หนี้ครัวเรือนและความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น คนจนเพิ่มขึ้นจาก 7 ล้านคนเป็น 14 ล้านคน อีกทั้งรัฐบาลยังเอื้อผลประโยชน์ให้กลุ่มทุนบางกลุ่มและบางตระกูล ทำให้ร่ำรวยขึ้น    ซึ่งการตอบคำถามของนายกรัฐมนตรีวันนี้ ได้ใช้สิทธิมอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ถูกอภิปรายชี้แจงแทน ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จนทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนประท้วงประธานสภาผู้แทนราษฎรอย่างต่อเนื่อง ที่ปล่อยให้นายกฯ ใช้สิทธิ์ดังกล่าว โดยนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านเห็นว่า แม้เป็นสิทธิของนายกรัฐมนตรี แต่นายกควรรู้จักกาลเทศะ ว่าเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีควรตอบด้วยตัวเอง ไม่ใช่ให้รํฐมนตรีคนอื่นตอบแทน   ขณะที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าจำเป็นต้องให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องตอบเพื่อให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริง เพราะรัฐบาลทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ ไม่ใช่ตนทำงานเพียงคนเดียว ดังนั้นจำเป็นต้องอาศัยรัฐมนตรีตอบคำถาม   การอภิปรายเริ่มเข้มข้นขึ้นในช่วงค่ำ โดยนายชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นการอภิปรายในประเด็นปัญหาทางการเมือง นายชลน่าน อภิปรายว่าการเข้าสู่อำนาจของพลเอกประยุทธ์ ก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศ ใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรม ออกคำสั่งตามมาตรา 44 เพื่อแสวงหาประโยชน์และอยู่ในอำนาจ ละเมิดอำนาจอธิปไตยและสิทธิเสรีภาพของประชาชน    ขณะที่นายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงนายชลน่าน โดยกล่าวว่า รู้สึกแปลกใจ ตอนกลางวันก็ทักทายกันดี แต่พอช่วงอภิปรายบรรยากาศกลับตึงเครียด ไม่รู้ว่าไปกินอาหารอะไรผิดมาหรือไม่   แต่ว่าไฮไลท์สุดๆ ของการอภิปรายไม่ไว้วางใจคือช่วงดึกที่ผ่านมา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำขบวนการข่าวสาร ไอโอ ยึดโยงใส่ร้ายพรรคการเมืองและฝ่ายตรงข้าม แทรกแซงสร้างวาทกรรมชังชาติ คุกคามสิทธิมนุษชน ทำให้สังคมแปลกแยก มีขบวนการผลิตเนื้อหาโจมตีนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนชายแดนใต้    โดยกล่าวหาว่า กอ.รมน อยู่เบื้องหลังเพจและคอนเท้นท์เหล่านี้ ขยายความเกลียดชังในวงกว้างทำให้การเมืองไทย ประเทศชาติถดถอย อีกทั้งยังมีการกล่าวอ้างว่าพบเอกสารลับการซักซ้อมกับไอโอของกองทัพ โดยมีการแนะนำให้เจ้าหน้าที่มีบัญชีผู้ใช้หลายเฟซอวตาร เพื่อไม่ให้รู้ว่าเป็นเฟซบุ๊กของนายกรัฐมนตรี และให้เจ้าหน้าที่รับทราบภารกิจอีกด้วย    และระหว่างการอภิปราย ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลได้มีการยกมือคัดค้านข้อบังคับ ว่าเรื่องดังกล่าวจะนำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น ขณะที่นายชวนหลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ทำหน้าที่ขณะนั้นได้วินิจฉัย และให้นายวิโรจน์ได้อภิปรายต่อ ซึ่งนายวิโรจน์ได้มีการนำคลิปวีดีโอมาเปิด โดยมีการพูดคุยวิธีการทำงานกับกลุ่มที่ทำเนื้อหาไอโอดังกล่าว ทั้งยังมีการนำคิวอาร์โค้ดกลุ่ม IO ขึ้นมาแสดง ซึ่งก็มีคนจำนวนมากสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อที่จะเข้ากลุ่ม จนกระทั่งล่าสุดตอนนี้กลุ่มดังกล่าวได้หายไปแล้ว   โดยนายวิโรจน์ร้องขอให้ประชาชนมีส่วนร่วมกันทลายกระบวนการดังกล่าว ยุติการสืบทอดอำนาจของรัฐบาล ค.ส.ช ขณะที่นายชวน ได้กล่าวเตือนขึ้นเป็นระยะว่า หากมีการพูดว่านายกรัฐมนตรีอยู่เบื้องหลัง ทุกอย่างจะเป็นการกล่าวหาไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจธรรมดา รวมถึงหลีกเลี่ยงการนำบุคคลที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้อง   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/t0IA7_WeFwU

 292
การเมือง
25 ก.พ. 63

'อนุทิน' ซัดอัดคลิปเสียง "เป็นพฤติกรรมกุ๊ย" หลังอนาคตใหม่แฉซื้อตัว ส.ส.

การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลวันที่ 2 เริ่มเข้มข้นขึ้น หลังฝ่ายค้านปรับทีมอภิปราย เน้นความล้มเหลวทางเศรษฐกิจ และความล้มเหลวในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะเดียวกันมีความเคลื่อนไหวการย้ายพรรคของ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่มี 9 คน ย้ายไปพรรคภูมิใจไทยแล้ว โดยมีการอ้างคลิปเสียงว่ามีการใช้เงินด้วย แต่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์จากการย้านพรรค    โดย นายประเสิรฐพงษ์ ศรนุวัฒน์ ส.ส. อดีตพรรคอนาคตใหม่ นำคลิปเสียงสนทนา ระหว่าง นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 พรรคอนาคตใหม่ กับ นายสำลี รักสุทธี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย    ในคลิปเสียงเป็นการภาษาอีสาน ซึ่งนายสำลี ระบุว่า มีความจำเป็นต้องย้ายพรรค เพื่อที่จะไปผลักดันนโยบายด้านสาธารณสุข และมีตัวเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะต้องการใช้เงินในการทำพืเนที่เตรียมลงสมัคร ส.ส. เขต 1 จ.มหาสารคาม ในอนาคต และยังมีหนี้สินที่ต้องชดใช้ จึงเป็นเหตุผลสำคัญในการไปสมัครพรรคภูมิใจไทย โดยยอมรับว่าสงสาร อดีตหัวหน้าพรรค แต่ไม่สามารถที่จะอยู่กับคณะอนาคตใหม่ได้ ซึ่งนายอดิศักดิ์ พยามเกลี้ยกล่อมนายสำลี โดยระบุว่าประชาชนเลือกพรรคอนาคตใหม่กว่กว่า 8 หมื่น 3 พันคะแนน แต่ไม่เป็นผล   ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ชี้แจงเรื่องนี้ในทันที ยืนยันว่าการย้ายพรรคของ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ 9 คน ไม่มีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้อง โดยระบุว่า คนเหล่านี้ไม่ใช่งูเห่า เพราะไม่มีพรรคสังกัดแล้ว จึงพร้อมเปิดรับเข้ามาช่วยงานพรรค โดยเห็นว่าการอัดคลิปเสียงเป็นพฤติกรรมของกุ๊ย ไม่ใช่อารยธรรม จึงไม่มีประโยชน์จะฟ้อง แต่หากมีหลักฐานก็ดำเนินการทางกฏหมาย หากต้องการทำงานการเมืองใหม่   ก่อนหน้านั้นนายอนุทิน ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าเป็นสมาชิกพรรคของอดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 9 คน ไม่ได้คิดว่าจะมาทำให้พรรคภูมิใจไทยมีส.ส.เพิ่มเป็น 61 ซึ่งจะเป็นพรรคอันดับสองในรัฐบาล ซึ่งนายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อจากพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่ามาเพราะรู้จักกับนายอนุทิน มานานแล้ว ไม่ได้มาเพราะเงินหรือการชักชวนของนางศรีนวล บุญลือ   ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจออก ออกมายืนยันด้วยว่าไม่ใช่คนในคลิปเสียงที่นางสาวเบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ มาเปิดเผยเมื่อวานนี้ จึงจะฟ้องร้องเฟซบุ๊คเพจหนึ่งให้กล่าวขอโทษด้วย ส่วนกรณีคลิปเสียงขอซื้อตัวส.ส.23 ล้านบาทที่ระบุว่า มีอักษรย่อ ศ.จากพรรคแกนนำรัฐบาล เป็นอีกพรรคหนึ่ง ที่ขณะนี้ทาง ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่เตรียมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย   ซึ่งนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ไม่ทราบกรณีคลิปเสียงซื้อตัว ส.ส.อนาคตใหม่ 23 ล้านบาท ที่มีเสียงคล้ายกับส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ จะขอไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนตัวก็ยืนยันไม่เคยส่งคนไปติดต่อใคร และรัฐบาลมีเสียงมั่นคง 263 เสียงมากกว่าฝ่ายค้าน 20 กว่าเสียงไม่เป็นต้องดูดเสียง

 712
การเมือง
25 ก.พ. 63

จุดติดพลังนิสิต-นักศึกษา! รวมตัวแฟลชม็อบในรั้วมหาลัยฯ ผุดแฮชแท็กในโลกออนไลน์ แสดงจุดยืนทางการเมือง

ปฏิกิริยาของนิสิต-นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ ได้นัดกันทำกิจกรรมแสดงออกทางการเมือง ไม่เห็นด้วยหลังศาลสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ แม้ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะออกมาเตือนว่าจะมีอันตรายต่ออนาคตก็ตาม ขณะที่ในโลกออนไลน์ก็ได้มีการสร้างแฮชแท็กของแต่ละสถาบันขึ้นมามากมายเช่นเดียวกัน โดยเบื้องต้นมีการนัดทำกิจกรรมตั้งแต่วันนี้-27 ก.พ.นี้

 12,870
การเมือง
25 ก.พ. 63

'อนุทิน' ไม่หวั่นแรงเสียดทาน 9 ส.ส.อนาคตใหม่ ซบภูมิใจไทย

อนุทิน ไม่หวั่นแรงเสียดทานกลุ่มเคยหนุนอนาคตใหม่ผิดหวัง 9 ส.ส.ย้ายซบภูมิใจไทย เชื่อผลงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ย้ำออกจากบ้านเก่ามาอยู่บ้านใหม่อย่าหวังจะได้ประโยชน์ เพราะต้องทำงานเอาประโยชน์ให้ประชาชน   นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทยส่งรายชื่อ 9 ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ สมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ส่งกับให้กับประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ยังไม่ได้มีโอกาสพบกับ 9 คน ทั้งนี้เมื่อเอกสารแจ้งถึงประธานสภาฯ ถือว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ ข้อกฎหมายทุกประการ    ส่วนจะเรียกว่าทั้ง 9 คนเป็น ส.ส.พรรคภูมิใจไทยได้หรือไม่นั้น ต้องส่งใบสมัครและแจ้งให้ กกต.ทราบ ส่วนจะต้อนรับอย่างเป็นทางการและแถลงข่าวหรือไม่นั้น นายอนุทิน ย้ำว่า ทุกคนมาเพื่อทำงาน ไม่มีอะไรต้องฉลอง และทุกอย่างที่ทำไปอยู่ภายใต้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และบทบทบัญญัตินี้ก็ไม่ใช่ว่าเพิ่งเกิดมาในรัฐธรรมนูญปี 60 ว่า ส.ส.ที่พ้นสภาพ จะต้องหาสังกัดภายใน 60 วัน   นายอนุทิน ยังกล่าวด้วยว่า เมื่อทุกคนมาอยู่บ้านหลังใหม่ อย่าคาดหวังว่าบ้านหลังนี้จะให้ในสิ่งที่ตนต้องการ เพราะมีบางคนบอกว่า อยู่พรรคอนาคตใหม่ทำไม่ได้ เพราะบ้านนี้ไม่ใช่บ้านที่จะให้ทุกคนมาอยู่แล้วสุขสบาย แต่มาแล้วต้องทำให้ประชาชนสบายใจ และประโยชน์ทุกอย่างต้องตกอยู่กับประชาชน ไม่ใช่ตกอยู่กับคนในบ้าน “บ้านหลังนี้ให้อาศัยและหลับนอน พักผ่อนตามสภาพของร่างกาย แต่ตื่นเมื่อไหร่ก็ต้องออกไปทำงาน”    พร้อมกล่าวว่า ตนเองไม่คิดว่าได้ ส.ส.มาอรก 9 คนทำให้พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคอันดับ 2 แต่ขอให้เป็นพรรคที่มีบทบาทสามารถทำงานได้ มีหน่วยงานในกำกับดูแล ทำงานให้กับบ้านเมือง    ทั้งนี้ ไม่กังวลต่อแรงเสียดทานของคนในพื้นที่ ที่เคยเลือกในนามพรรคอนาคตใหม่ เพราะที่ผ่านมาตนเองเจอแรงเสียดทานมาเยอะ แต่ก็ก้มหน้าทำงานไป และหวังว่าเมื่อทำงาน มีผลงาน ประชาชนจะเห็นใจ และไว้วางใจ

 450
การเมือง
25 ก.พ. 63

อภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่2 'ประยุทธ์' ยังคงคอนเซปต์เดิม ให้รัฐมนตรีท่านอื่นชี้แจงแทน

การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีตลอดวันนี้ยังเป็นไปอย่างราบรื่น อยู่ในประเด็นความล้มเหลวในการบริหารด้านเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี     ฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก แสดงความรับผิดชอบกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นขณะที่ไฮไท์สำคัญวันนี้ไปอยู่ที่ ส.ส. อนาคตใหม่ ที่เริ่มประกาศตัวย้ายไปยังพรรคร่วมรัฐบาล     การปภิปรายไม่ไว้วางใจจนถึงขณะนี้บรรยากาศก็ยังไม่ได้ดุเดือดอย่างที่คิด แม้ฝ่ายค้านจะปรับแผนการอภิปราย แต่ก็ยังคงวิจารณ์ไปที่ปัญหาภาพรวม ขณะที่นายกรัฐมนตรีก็ยังคงคอนเซปต์ให้รัฐมนตรีคนอื่นชี้แจงแทน จนมีการประท้วงไปมาหลายรอบ     การประชุมวันนี้สื่อมวลชนจับตาไปที่ ที่นั่งของพรรคภูมิใจไทยหลังมีกระแสข่าวว่า ส.ส.ที่เคยสังกัดพรรคอนาคตใหม่ จำนวน9 คน แสดงความประสงค์ขอเข้าสังกัด     โดยเฉพาะ นายวิรัช พันธุมะผล ที่แสดงตัวไปนั่ง ที่นั่งของพรรคภูมิใจไทยอย่างชัดเจนโดยนั่งร่วมกับ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ที่เคยอยู่พรรคอนาคตใหม่ด้วยกัน     ก่อนที่นายวิรัช จะลงมารอรับ นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และเปิดเผยว่า ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้

 1,260
การเมือง
25 ก.พ. 63

'ณัฏฐพล' เตรียมเรียก ส.ส. เสียงคล้าย ปมคลิปล่อซื้อ ส.ส. 23 ล้าน ยันเสียงรัฐบาลเข้มแข็งพอ

จากรณีที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ และ ส.ส. ของพรรคทั้งหมดจะต้องหาพรรคใหม่ภายใน 60 วันนั้น ขณะนี้มีรายงานว่ามีงูเห่าเกิดขึ้นแล้ว พร้อมกับมีการออกมาเปิดเผยว่า มีคลิปเสียงการถูกทาบทามด้วยจำนวนเงินสูงถึง 23 ล้านบาท ทั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตุว่าเสียงที่อยู่ในคลิป มีความคล้ายกับเสียงของ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ    วันที่ 25 ก.พ. 63 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่นำคลิปเสียงคล้าย ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เสนอเงินให้มาอยู่กับ พปชร.ว่า เครือข่าย สส.กทม.ของพรรค ไม่ได้ไปดึงใครจากที่ไหน อะไรอย่างไร ตนยืนยันได้เพราะ มีเรื่องอื่นที่ต้องห่วงใยอีกมากมาย เพราะฉะนั้น ในส่วนที่จะไปพิสูจน์ว่าเป็นใคร เป็นหน้าที่ของคนที่ออกมาเปิดเผย    ส่วนจะมีการทำเรื่องไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)นั้นตนเชื่อว่าไม่มีปัญหา เพราะไม่สามารถบอกได้ว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของใคร แต่ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐกำลังตรวจสอบในเรื่องนี้ว่าเป็นคนของพรรคหรือไม่   โดยเมื่อถามว่า ได้เรียก ส.ส. คนที่มีเสียงคล้ายเสียงในคลิปมาสอบถาม หรือไม่ นายณัฏฐพลกล่าวว่า กำลังจะเรียกมาสอบถาม ว่ากระบวนการเป็นอย่างไรและใช่หรือไม่ ส่วนเรื่องตัวเลขการเสนอเงิน 23 ล้านบาทนั้น ตนมองว่า ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะเป็นตัวเลขที่ไม่มีเหตุผลรองรับ ดังนั้นรอให้หลักฐานออกมา รอให้มีการพิสูจน์กันก่อนและมีการพิสูจน์ก่อนเชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร   นายณัฏฐพล กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาล จะดูเรื่องเสียงในการโหวตงบประมาณ ไม่ได้กังวลตรงนั้น แม้จะเสียงปริ่มน้ำ แต่ยังมีความมั่นคงของเสียง ส่วนการเตรียมตัวการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็เห็นความร่วมมือของพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด เราไม่มีความกังวลเรื่องความไม่มั่นคงของเสียง สำหรับการบริหารจัดการภายใน ครม. หากถามนายกรัฐมนตรี และ ครม.ทุกคนเรามีความมั่นคงในการทำงาน ไม่มีคนไหนกังวลว่าจะถูกปรับเปลี่ยน เพราะฉะนั้นอาจเป็นความคิดของคนทั่วไปว่า เมื่อมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการปรับครม. ถือเป็นเรื่องการเมืองธรรมดา   เมื่อถามว่า การให้ตำแหน่งรัฐมนตรีนับจาก ส.ส.ในมือหรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า ในอดีตอาจจะใช่ แต่การทำงานของนายกฯไม่ได้คำนึงถึงตรงนั้น สัดส่วนของ สส.พรรค ไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจของนายกฯซึ่งสามารถสอบถามจากนายกฯได้ เท่าที่ดูจากการจัดคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมาไม่ได้เกี่ยวกับสัดส่วนโควต้าที่ต้องเท่ากัน แต่จะดูที่ความเหมาะสมและความมีเสถียรภาพของรัฐบาล ส่วนกลุ่มไหนที่จะคิดว่ามี ส.ส.อยู่ในมือและสามารถต่อรองได้คิดว่านายกไม่ต่อรองได้แน่นอน     อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการคาดการณ์จะมี ส.ส. งูเห่า จากพรรคอนาคตใหม่อย่างน้อย 9 คน ที่อาจจะมีการย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย เนื่องจากการประชุมอภิปรายวานนี้ (24 ก.พ.63) มีบางคนย้ายไปนั่งกับพรรคภูมิใจไทย     

 640
การเมือง
25 ก.พ. 63

อดีตส.ส.อนค. งัดคลิปแฉถูกล่อซื้อตัวเสนอ 23 ล้านแลกย้ายพรรค 'ปิยบุตร' เตือนอดีตลูกพรรคคิดย้ายขั้วฟังเสียงปชช.บ้าง

อดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ประมาณ 10 คน นำโดย นางสาวเบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ร่วมกันแถลงข่าว เปิดหลักฐานขบวนการซื้อตัว ส.ส.หลังยุบพรรค เป็นคลิปเสียงของผู้ชาย ความยาว 3 นาที มีเนื้อหาเจรจาเชิญชวน โดยเสนอราคา 23 ล้านบาทต่อคน     โดย นางสาวเบญจา ระบุว่า ตนได้รับการติดต่อ หลังถูกยุบพรรค ทำให้เป็นคนมีค่าตัว และตลาดเปิดซื้อขายกันอย่างเสรี ทั้งใต้ถุนสภา  ที่จอดรถ แม้แต่พื้นที่ในสภา มีการซื้อ และ เปิดเผยตัวตนแบบไม่เกรงใจ เป็นเรื่องปกติ สิ่งที่เกิดขึ้นทำลายระบบพรรคการเมือง ระบบรัฐสภา ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน ดังนั้นจึงขอฝากไปยังพรรครัฐบาล ไม่ว่า “จะจ่ายให้เรากี่หมื่นล้าน ดิฉันยืนยัน ว่าซื้ออุดมการณ์ไม่ได้ แม้เราเป็น ส.ส.หน้าใหม่ แต่การก้าวเข้ามาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ทำให้หมดศรัทธา”     ขณะที่ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ อดีตรองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า ขอไม่ให้รายละเอียด ตามกระแสข่าวว่ามี อดีต ส.ส.อนาคตใหม่ ได้ย้ายพรรคไปแล้ว และขอไม่เปิดเผยชื่อคนที่เป็นคลิปเสียงในคลิป รวมถึงพรรคที่ติดต่อเข้ามา พร้อมให้ประชาชนได้จับตาการตัดสินใจของ ส.ส.จากนี้ ส่วนหลักฐานดังกล่าว เตรียมหารือฝ่ายกฎหมายเพื่อดำเนินการต่อไป     นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าว ว่ามี อดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เตรียมย้ายสังกัดไปอยู่พรรคร่วมรัฐบาล ว่า ตนเองได้ยินเรื่องดังกล่าวตั้งแต่เมื่อคืน และขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแต่บะคนจะตัดสินใจอย่างไร แต่อยากให้นึกถึงวันที่สร้างพรรคมาด้วยกัน และสิ่งที่เคยพูดคุยกันไว้ ไม่คิดว่าหลังพรรคถูกยุบ จะลืมทุกอย่างไปหมดรวดเร็วแบบนี้ จึงฝากให้ฟังเสียงประชาชนนอกสภาบ้าง     นายปิยบุตร บอกว่า ส่วนตัว ไม่คิดว่าการเมืองจะมาถึงจุดนี้ ตอนที่รัฐบาลมี 260 เสียง ถามว่าจะเอาอีกกี่เสียง นี่คือสิ่งที่เราปฏิรูปพรรคการเมืองหรือไม่ กับพรรคการเมืองที่ทำงานการเมืองคุณภาพกลับถูกยุบ แต่ปล่อยให้พรรคที่ดึง ส.ส.คงอยู่ สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้น         ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eeBqrI3Mj5w

 552
การเมือง
25 ก.พ. 63

สรุปภาพรวมอภิปรายฯ ทั้งวันราบรื่นไม่ดุเดือดตามคาด ฝ่ายค้านฟาดเรื่องเก่าขุดอดีตนายกฯ

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็น รายบุคคล จำนวน6คน ประกอบด้วย - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี - พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย - นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ - ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   เมื่อวานนี้เริ่มขึ้นในเวลา 13.30น. โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถูกอภิปรายเป็นรายแรก ซึ่งฝ่ายค้านตั้งเป้าใช้เวลาอภิปรายพลเอกประยุทธ์ จำนวน 2 วันด้วยกัน มี ส.ส.ลงชื่อขออภิปรายทั้งหมด 42 คน   เปิดการอภิปรายวันนี้ฝ่ายค้านนำ โดย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อภิปราย กล่าวหา พลเอกประยุทธ์ ที่บริหารราชการแผ่นดิน ล้มเหลว ใน 5 ประการ - โดยเฉพาะความล้มเหลวต่อความเชื่อมั่นทางการเมืองที่เข้ามาเป็นรัฐมนตรีได้เพราะรัฐธรรมนูญฉบับมัดมือชก บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนและนานาชาติ   - ความล้มเหลวทางเศรษฐกิจ ที่มีการเอื้อกลุ่มทุนขนาดใหญ่ อัตราการฟื้นตัวของเศรษฐกิจตกต่ำสุดในรอบ 5 ปี   - ความล้มเหลวด้านการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น การใช้อำนาจตามมาตรา 44 ที่กลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม แต่กลับคนใกล้ชิดแวดล้อมไม่ได้มีการตรวจสอบ ส่งผลให้สถานการณ์คอร์รัปชั่นไทยที่สูงขึ้น   - และที่สำคัญ คือความล้มเหลวในเรื่องภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรี ที่อาจจะเป็นผู้นำกองทัพที่ดี แต่การบริหารประเทศสอบตก ไม่ต้องการให้มีการทักท้วงหรือเห็นต่าง มีพฤติกรรมและคำพูดที่สะท้อนวุฒิภาวะทางปัญญาและอารมณ์ เห็นได้จากการใช้อารมณ์กับสื่อมวลชน   บรรยากาศการประชุมบางช่วงบางตอนยังเรียกเสียงหัวเราะ โดยเฉพาะเมื่อนายสมพงษ์ กล่าวหา พลเอกประยุทธ์ ว่าเป็นบุคคลที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย จนทำให้ นายชวน หลีกภัย ทักท้วง ว่าตกคำว่า “ไม่” ไปหรือไม่   จากนั้นบรรยากาศเหมือนจะดุเดือดขึ้น เมื่อนายกรัฐมนตรี ขอใช้สิทธิ์ชี้แจงทันที แต่ผิดคาด กลับขึ้นมาตอบคำถามด้วยท่าทียิ้มแย้ม และบอกว่าจะไม่โกรธ เพราะเห็นว่าการอภิปรายในวันนี้เป็นกลไกประชาธิปไตย แต่ข้อเท็จจริงที่อภิปรายของฝ่ายค้านหลายเรื่องไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะการกล่าวหาว่าไม่ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตย   โดยนายกรัฐมนตรี สะท้อนกลับไปที่ฝ่ายค้าน ว่าเป็นเพราะเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วงที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล มีทั้งปัญหาทุจริตคอรัปชั่น ปัญหาทำลายอำนาจตุลาการ คนผิดไม่ยอมติดคุก จนทำให้ต้องมายืนจุดนี้ และที่ต้องตัดสินใจเข้ามาก็เพราะทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ   การอภิปรายดุเดือนขึ้นในช่วงการอภิปรายของ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวหา นายกรัฐมนตรีว่าร่ำรวยผิดปกติจากการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ต่อ ป.ป.ช. ว่ามีรายรับจากการเป็นผู้บัญชาการทหารบกทั้งสิ้น 128 ล้านกว่าบาท แต่กลับมีการใช้จ่ายสูงถึง 466 ล้านบาท ซึ่งเป็นความผิดปกติที่รายได้กับรายจ่ายไม่สัมพันธ์กัน ทำให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลหลายคนนำโดย ส.ส.พรรคภูมิใจไทย พยายามหาเรื่องประท้วง โดยหยิบประเด็นที่ นายยุทธพงศ์ เรียก พลเอกประยุทธ์ ว่าคุณประยุทธ์ ไม่เรียกว่าพลเอกนำหน้าทั้งที่เป็นยศ ซึ่งได้รับการโปรดเกล้า แต่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ วินิจฉัย ว่าไม่ผิด หากไม่ใช้คำหยาบคาย ทำให้ นายยุทธพงษ์ เรียกต่อไป และมีการประท้วงปะเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง   การอภิปรายของนายยุทธพงศ์ยังโยงไปถึงการขายที่ดินของ พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา บิดา พล.อ.ประยุทธ์ มูลค่า 600 ล้านบาท ในปี 2556 ที่ขายให้กับ บริษัท ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าสัวคนดังซึ่งตั้งขึ้นมาเพียง 7 วัน ทั้งที่ที่ดินเป็นเพียงแค่บ่อตกปลา เข้าข่ายเอื้อผลประโยชน์ให้นายทุนหรือไม่ ซึ่งบางช่วงนายยุทธพงศ์ พาดพิงถึงเรื่องที่พลเอกประยุทธ์ขายที่บิดาตี่ไม่แบ่งเงินในพี่น้องตามที่ บิดาสั่งไว้ กลับนำเงินไปให้บุตรสาว จนทำให้ นายชวน ถึงขั้นตำหนิ นายยุทธพงศ์ ว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัวไม่ควรไปยุ่งเพราะเป็นสมบัติของพลเอกประยุทธ์จะมอบให้ใครก็ได้   อีกคนที่ลุกขึ้นมาอภิปรายและเป็นที่สนใจคือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯด้วยการลุกขึ้นมาประกาศว่า ตนเป็นส.ส.พรรคที่ประชาชนเลือกมากว่า 6 ล้านเสียงแล้วถูกยุบไปด้วยบุคคลเพียง 7 คน ต่อจากนั้นบอกว่านายกฯ ขาดความรู้ความสามารถ ใช้อำนาจตำแหน่งหน้าที่เพื่อประโยชน์พวกพ้องโดยไไม่คำนึงถึงความผาสุขของประเทศ คนจนเพิ่มขึ้น 2 ล้านคนใน 5 ปีที่ผ่านมา และปัญหาต่างๆ มากมายรวมถึงปัญหาธุรกิจในค่ายทหารส่งผลให้เกิดเหตุกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากเป็นผลจากการบริหารราชการของพล.อ.ประยุทธ ซึ่งเหมือนใช่ยาแก้ปวดบรรเทาอาการไปเรื่อยจนกว่าจะหมดลมหายใจ              ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_3SyYINJHJU

 1,629
การเมือง
25 ก.พ. 63

'ปิยบุตร' เจ็บใจอดีต ส.ส.ย้ายขั้ว หวังว่าจะไปได้ดี - 'ธนาธร' โพสต์ 23 ล้าน หอมหวนเกินห้ามใจ

นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เผยการที่ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่จะไปสังกัดกับพรรคภูมิใจไทย ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละคน แต่อยากให้คนที่ไปทั้งหมดนึกถึงวันที่สร้างพรรคมาด้วยกัน ให้นึกถึงอุดมการณ์ที่เคยพูดไว้ เราเคยให้สัตยาบันว่าจะสู้ด้วยกันจนกว่าจะได้มาซึ่งประชาธิปไตย ไม่นึกเลยว่าเมื่อยุบพรรคพรรคทุกสิ่งทุกอย่างจะลืมไปหมดได้รวดเร็วแบบนี้   ถึงอย่างไรก็ตาม "หากย้ายสังกัดไปร่วมรัฐบาลแล้ว หวังว่าจะไปได้ดี ไม่ได้ไปเพื่อปลประโยชน์ และขอให้โชคดี ขอให้มีบทบาทในพรรคใหม่จริงๆ ขอให้ไม่เป็น ส.ส.ถูกหวย เหมือนที่พรรคอื่นเขามานินทาให้ฟัง"   นอกจากนี้อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก ถึงกรณีคลิปที่เป็นเหมือนการซื้อขายงูเห่า ระบุว่า  "น้อยคนในประเทศนี้ ทั้งชีวิตจะมีเงิน 23 ล้านบาทได้ ดังนั้น จำนวนเงินที่หอมหวนเช่นนี้ย่อมสามารถชักจูงโน้มน้าวใจคนหลายคนได้   เหตุผลคือผู้ยื่นข้อเสนอต้องการรวบรวม ส.ส. ให้ครบจำนวนหนึ่งเพื่อต่อรองรัฐบาลให้ตนได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ผมสงสัยว่าหาก ส.ส. คนใดมีพฤติกรรมเช่นนี้ หากได้เป็นรัฐมนตรี ย่อมต้องการถอนทุนคืน ด้วยภาษีประชาชน   เราเคยพูดในหลายครั้งหลายโอกาสว่าเรามีหลายคลิปของหลายคน นี่เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น   นี่คือการทำลายระบบรัฐสภาโดยใช้อำนาจเงินเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว นี่คือการกระทำที่ไร้ยางอายที่พร้อมทำลายเสียงของประชาชนเพื่อประโยชน์ส่วนตน นี่คือการแสวงหาความมั่นคงในสภาโดยไม่สนใจเจตนาของประชาชน   ผมฝากประชาชนและสื่อมวลชนช่วยถามแกนนำพรรคที่ยื่นข้อเสนอว่าจะจัดการอย่างไรกับ ส.ส. ของพรรคที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ พรรคนั้นจะมีท่าทีต่อ ส.ส. ท่านนั้นอย่างไร   สำหรับคลิปเสียงที่เพิ่งมีการแถลงข่าวไปเมื่อสักครู่นั้น มีองค์ประกอบความผิดครบทางกฎหมาย ตาม พรป. พรรคการเมือง มาตรา 30 “ห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ใดให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมเพื่อจูงใจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดสมัครเข้าเป็นสมาชิก ทั้งนี้ เว้นแต่สิทธิหรือประโยชน์ซึ่งบุคคลจะพึงได้รับในฐานะที่เป็นสมาชิก”   และมาตรา 31 “ห้ามมิให้ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากพรรคการเมืองหรือจากผู้ใดเพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิก”   คุณเบญจา แสงจันทร์ ผู้เปิดหลักฐาน คือผู้ที่กล้าหาญ กล้าที่จะแลกความปลอดภัยส่วนตัวเพื่อเปิดเผยความจริงที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องการให้ประชาชนรู้ ผมขอขอบคุณคุณเบญจาสำหรับความกล้าหาญนี้ และฝากให้พวกเราดูแลความปลอดภัยให้เธอ อย่าให้เธอถูกทำร้ายจากอำนาจทมิฬเพียงเพราะเธอพูดเรื่องจริงและเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชน   รัฐธรรมนูญ 2560 ออกแบบมาให้พรรคการเมืองอ่อนแอ การยุบพรรคและการซื้อ ส.ส. คือตอนจบที่เผด็จการอยากเห็น คุณเบญจาเป็นคนหนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้จบไม่เหมือนเดิม   นอกจากเธอจะไม่ไปแล้ว เธอยังกล้าหาญที่จะเปิดเรื่องราวที่ชั่วร้ายให้เป็นสาธารณะ   เราทุกคนมีพลังที่จะทำให้เรื่องนี้จบไม่เหมือนเดิม เราทุกคนมีพลังที่จะเปลี่ยนตอนจบของเรื่องให้ผู้ชนะคือประชาชน   Down with Dictatorship. Long Live Democracy.   เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ" ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/nS2tUaXc0ww

 4,955
การเมือง
25 ก.พ. 63

9 อดีต ส.ส.อนาคตใหม่ ย้ายซบภูมิใจไทย - กลุ่มมั่นคงอุดมการณ์ แฉขบวนการซื้องูเห่า 23 ล้าน

มีรายงานว่า อดีต ส.ส.อนาคตใหม่ 9 ราย ส่อเค้าย้ายขั้วหนีฝ่ายค้าน ย้ายฝั่งซบภูมิใจไทย โดยความเคลื่อนไหว ที่ห้องประชุมรัฐสภา ระหว่างที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ   ปรากฏว่า มีส.ส. อดีตพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 9 คน ไปนั่งอยู่ฝั่งเดียวกับที่นั่ง ส.ส.พรรคภูมิใจไทย รวมทั้งบางคนยังไปร่วมรับประทานอาหารกับพรรคภูมิใจไทย โดย ส.ส.ทุกคนได้ติดบัตรที่หน้าอก แต่ได้คว่ำบัตรปิดชื่อของตัวเองไว้ ทั้ง 9 คน ประกอบด้วย    1.นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภนมณี ส.ส.กทม. เขต 23  2.ร.ต.ต.มณฑล โพธิ์คาย ส.ส.กทม เขต10 3.นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ส.ส.กทม. เขต 21 4.นายเอกการ ซื่อทรงธรรม ส.ส.แพร่ เขต 1   5.นายอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี เขต 3 6.นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 1 7.นายฐิตินันท์ แสงนาค ส.ส.ขอนแก่น เขต 1 8.นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ 9.นายสำลี รักสุทธี ส.ส.บัญชีรายชื่อ   ทั้งนี้ ส.ส. อดีตอนาคตใหม่ให้เหตุผลที่ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย เพราะเป็นพรรคที่เน้นการทำงาน อยู่กันแบบพี่แบบน้อง ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นหรือยศถาบรรดาศักดิ์ จึงทำให้ส.ส.เหล่านี้เกิดความสบายใจ   ขณะที่ อดีต สส.พรรคอนาคตใหม่ กลุ่มที่ยังคงมั่นคงในอุดมการณ์พรรค เปิดแถลงข่าวด่วน เปิด​โปงพร้อมเปิดหลักฐานการเจรจาต่อรอง มีการติดต่อซื้อขาย ให้ราคาสูงลิ่วระบุ เจรจาทุกที่ ไม่เว้นแม้ลานจอดรถ แลกกับตำแหน่งในรัฐบาล พร้อมเรียกร้องระบอบรัฐสภาที่มีศักดิ์ พร้อมแฉคลิปเสียง ที่มีการต่อรองซื้อตัว ส.ส. แต่ไม่เปิดเผยเสียงคนในคลิป ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/lQputzJ3fVI

 214
การเมือง
23 ก.พ. 63

ก.ต่างประเทศ แถลงกรณีการยุบอนาคตใหม่ ย้ำคำวินิจฉัยเป็นไปตามกฎหมาย-ปราศจากอคติ

กระทรวงการต่างประเทศ ออกถ้อยแถลงกรณีการยุบอนาคตใหม่ ผ่านเวปไซต์ของกระทรวง เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ถ้อยแถลง 3 ข้อระบุว่า    1. ประเทศไทยรับทราบความสนใจของบางประเทศต่อกรณีคดีความ ซึ่งนำไปสู่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓    2. คำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นไปตามกระบวนการในรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยปราศจากอคติต่อการกระทำหรือผู้กระทำที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ควรคำนึงด้วยว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้รับความเห็นชอบจากประชาชนผ่านการทำประชามติ โดยได้นำหลักกฎหมายในรัฐธรรมนูญมาประกอบเป็นแนวทางให้พรรคการเมืองทุกพรรคที่เข้าร่วมการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ผ่านมาใช้   3. ประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างค่านิยมของประชาธิปไตยและการเมืองพหุนิยม พร้อมเชื่อว่า โดยเคารพอธิปไตยของประเทศไทย มิตรประเทศจะสนับสนุนประเทศไทยในการปฏิบัติตามกฎหมายสูงสุดของประเทศเหมือนที่ผ่านมา เช่นเดียวกับที่ประเทศไทยในการปฎิบัติต่อสมาชิกประชาคมระหว่างประเทศ    ทั้งนี้ ถ้อยแถลงของกระทรวงการต่างประเทศของไทยออกมาหลังจากก่อนหน้านี้ มีแถลงการณ์โดยโฆษกของผู้แทนระดับของสหภาพยุโรปและรองประธานคณะกรรมมาธิการยุโรป เกี่ยวกับการยุบพรรคอนาคตใหม่    และแถลงการณ์ของสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยที่แสดงความห่วงใยคะแนนเสียงของประชาชนกว่า 6 ล้านคน ที่เลือกพรรคอนาคตใหม่ เช่นเดียวกับสถานทูตแคนาดาประจำประเทศไทยที่ออกแถลงการณ์ห่วงใยคำตัดสินที่เป็นการตัดสิทธิ์ผู้มีสิทธิเลือกตั้งพรรคที่ตนเองสนับสนุน

 5,412
การเมือง
23 ก.พ. 63

#อนาคตใหม่ เปิดซักฟอกนอกสภาฯ แฉ 'รัฐบาลประยุทธ์' เอี่ยวทุจริต #1mdb ฉาวระดับอินเตอร์เนชันแนล

“ช่อ” อภิปรายนอกสภา เปิดหลักฐานแฉรัฐบาล “ประยุทธ์” ช่วยปกปิด เอื้อประโยชน์ คดียักยอกเงินจากกองทุน 1MDB ของอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อาชญากรรมการเงินระดับโลก ทำให้ไทยถูกจับตาจากต่างชาติ   นางสาวพรรณิการ์ วานิช อภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภาในนามคณะอนาคตใหม่ โดยกล่าวถึงความบกพร่องของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่บิดผันกระบวนการยุติธรรม จนบ่อนทำลายความสัมพันธ์อันดีกับชาติพันธมิตรของไทย และทำให้ไทยถูกจับตาจากนานาชาติ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ามีการรับผลประโยชน์จากความบกพร่องครั้งนี้หรือไม่   โดยเปิดหลักฐาน และคลิปเสียงเชื่อมโยงความเกี่ยวข้องของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกับคดียักยอกเงินจากกองทุน 1MDB ของมาเลเซียกว่า 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งพบหลักฐานระหว่างปี 2558 - 2563 อันควรเชื่อได้ว่าพลเอกประยุทธ์ ปกปิดข้อเท็จจริงกรณีอาชญากรรมการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก   จากกรณีที่ตำรวจไทยจับกุมตัวนายชาเบียร์ ฆุสโต ผู้ที่เปิดโปงข้อมูลทุจริต 1MDB และพยายามยัดข้อหาว่าพยายามกรรโชกทรัพย์ให้ ด้วยการอ้างว่านายชาเบียร์ ฆุสโต มีพฤติกรรมกรรโชกทรัพย์นายแพทริก มาฮอนี ผู้จัดการเปโตรซาอุดี เรียกรับเงิน 83 ล้านบาท แลกกับการไม่เปิดเผยข้อมูลการค้าของบริษัท ซึ่งการจับกุมและดำเนินคดีกับนายชาเบียร์ ฆุสโต มีความผิดปกติหลายอย่าง   ทั้งปกปิดข้อเท็จจริงการจับกุม มีบุคคลที่อ้างว่าเป็นตำรวจสากลเข้าร่วมในการสอบสวน ทั้งที่ข้อเท็จจริงแล้วเป็นตำรวจปลอม โดยพยายามกดดันให้นายชาเบียร์ ฆุสโต ยอมรับสารภาพเท็จว่ากุเรื่อง 1MDB เพื่อใส่ร้ายนายราจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในขณะนั้น ขณะเดียวกัน นางลอร่า ภรรยาของนายชาเบียร์ ฆุสโต ได้ยืนยันว่า fbi ของสหรัฐ ถูกปฏิเสธคำขอเข้าสอบนายชาเบียร์ ฆุสโตถึง 3 ครั้ง ก็ยิ่งทำให้พบพิรุธในการดำเนินการ   นอกจากนี้ ยังพบว่าพลตำรวจเอก ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติในขณะนั้นยืนยันว่าไม่สามารถมีใครเข้าเยี่ยมนายชาเบียร์ ฆุสโตได้โดยไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ด้วย แต่กลับมีหลักฐานปรากฏว่าพลตำรวจเอก ประวุฒิ เป็นผู้อนุญาตให้ภรรยาของนายชาเบียร์ ฆุสโต เข้าเยี่ยมได้ตามลำพัง ขณะเดียวกันนายชาเบียร์ ฆุสโต ยังไม่ได้ถูกโอนตัวกลับไปรับโทษที่สวิตเซอร์แลนด์ตามที่ควรจะเป็น ทั้งที่รัฐบาลสวิสฯร้องขออย่างเป็นทางการ มีการติดตามทวงถามหลายครั้ง และเมื่อนายชาเบียร์ พันโทษ ยังถูกห้ามเข้าประเทศไทยถึง 100 ปี   และยังปล่อยให้อาชญากรข้ามชาติ อย่างนาย โจโลว ซึ่งเป็นคนสนิทของนายนาจิบ ราซัค ใช้ประเทศไทยเป็นที่กบดาน โดยพบการเดินทางเข้าออกไทยของนายโจโลว 5 ครั้ง และครั้งสุดท้ายในวันที่13พฤษภาคม 2561 หลังนายนาจิบ แพ้การเลือกตั้ง โดยความผิดปกติที่ได้ตรวจสอบพบคือไม่เคยมีหลักฐานปรากฎว่าไทยแจ้งต่อประเทศใดว่านายโจโลว ได้มีการเข้าออกประเทศไทย และไม่ได้มีการปฎิเสธเข้าประเทศของคนที่มีหมายแดง จึงตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จงใจให้ที่พักพิงอาชญากรที่มีหมายแดงหรือไม่   และนับตั้งแต่วันที่นายชาเบียร์ถูกจับกุม มีหน่วยงานของไทยเข้าเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงมหาดไทย ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อช่วยปกปิดข้อมูลคดี 1MDB ขัดขวางกระบวนการยุติธรรมของต่างประเทศและบิดผันกระบวนการยุติธรรมของไทย ทั้งหมดนี้มีการรับผลประโยชน์เป็นการตอบแทน หรือเป็นไปเพื่อรักษาความสัมพันธ์ส่วนตัวกับนายราจิบ ราซัค อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียหรือไม่   ทั้งนี้ การเปิดอภิปรายนอกสภาของนางสาวพรรณิการ์ มีนายวันมูฮหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติมาร่วมฟังการอภิปรายด้วย                  

 164,502
การเมือง
23 ก.พ. 63

'ชูวิทย์' ชี้ 'ธนาธร' ผิดพลาดเอง ลั่นประเทศนี้มีความยุติธรรม - 'เทพไท' ให้กำลังใจอนาคตใหม่

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ในฐานะนักการเมืองคนหนึ่ง รู้สึกเห็นใจ และเสียดายโอกาสที่พรรคการเมืองพรรคหนึ่งถูกยุบพรรค ขอให้กำลังใจสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ในการต่อสู้ทางการเมืองต่อไป     ซึ่งหากเห็นว่ากฎหมายพรรคการเมืองไม่มีความเป็นธรรม ไม่มีความชัดเจนในข้อกฎหมาย สามารถใช้สิทธิ์ ส.ส.ที่ยังเหลืออยู่ 65 คน เสนอแก้ไขต่อสภาผู้แทนราษฎรได้ ตนคนหนึ่งที่พร้อมจะร่วมเสนอแก้ไขด้วย โดยขอให้เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา เพราะการปกครองในระบอบประชาธิปไตยคือคำตอบบ้านเมือง และเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุดในโลก   ขณะที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า "ประเทศนี้มีความยุติธรรม" สำหรับผมที่ผ่านกระบวนการยุติธรรมมาทุกรูปแบบ แม้แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็เคยตัดสินผมมาแล้วในอดีต จึงคิดว่ามีสิทธิจะพูด   เรื่องเงินกู้และหุ้นสื่อ เป็นเรื่องที่คุณธนาธรก่อขึ้นมาเอง ไม่ได้มีใครอื่นเกี่ยวข้องด้วยเลยแม้แต่น้อย หากความยุติธรรมของประเทศวัดเอาแค่ยุบพรรคอนาคตใหม่ แล้วบอกว่าไม่มีความยุติธรรม ผมว่ายังห่างไกลกับคำนี้มาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่ผ่านการต่อสู้ทางความคิดของคนในประเทศอย่างเช่น สหรัฐอเมริกา   คุณธนาธรต้องยอมรับว่าผิดพลาดไปกับสองเรื่องนี้ เมื่อคิดว่าจะต่อสู้กับอำนาจรัฐ ควรเรียนรู้ที่จะป้องกันไม่ให้มีช่องโหว่ แต่กลับเป็นว่า "ตกม้าตาย เอาง่ายๆ" เสียเช่นนี้ เรื่องเงินกู้ผมเคยบอกไว้ให้ชาวบ้านฟังสั้นๆง่ายๆว่า เจ้าหนี้ที่ไหนก็ล้วนมีอิทธิพลทั้งสิ้น ในทางธุรกิจหากไปกู้เงินธนาคาร ก็ต้องทำตามระเบียบเงินกู้ของธนาคาร การครอบงำจึงเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หากไม่ทำตามเงื่อนไขเงินกู้ ในทางการเมือง เป็นไปไม่ได้ที่จะกู้เงินจากหัวหน้าพรรค แล้วบอกว่าพรรคดำเนินการได้โดยอิสระ ไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของหัวหน้าพรรค ซึ่งคือผู้ให้เงินกู้พรรคตัวเอง   แรงปรารถนาทางการเมืองของคุณธนาธร ตอนนี้คงเข้าทำนอง "เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกไปแขวนคอ" คดีคงตามแขวนคอมาอีกเป็นพรวนกระดิ่ง การไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองไทย หากอยู่ไม่เป็น เย็นไม่พอ รอไม่ได้ มันพังมาแล้วทุกราย ผมเคยว่าไว้แล้ว เสียดายที่เอาไปใช้ผิดทาง   ผมยังเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่า ศาลยังคงเป็นสิ่งที่ประชาชนยึดมั่น มีพลังที่เข็มแข็ง ไม่อ่อนไหวไปกับพรรคการเมือง ที่มีหัวหน้าพรรคทำผิดพลาดด้วยความอ่อนประสบการณ์ ส่วนสถานการณ์ของพรรคที่ถูกยุบก็คงเป็นไปตามวิถีทางการเมือง ที่เหมือน "ผึ้งแตกรัง"         ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/kwvPrDcF2ZE

 7,098

Top