ค้นหา :

ผลการค้นหา "พรรคอนาคตใหม่"

การเมืองเข้มข้น
26 ส.ค. 62

'ปิยบุตร' ยังมั่นใจอนาคตใหม่ไม่ถูกยุบ หลังโดนลือมีสูตรพิสดารตัด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ออก

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ตั้งข้อสงสัยหลังมีกระแสข่าวว่า พรรคอนาคตใหม่กำลังจะถูกยุบพรรค ว่า   "ช่วงนี้มีกระแสว่าอนาคตใหม่จะถูกยุบ ไปประชุมสภา ส.ส.จากพรรคอื่นก็พูดกับ ส.ส.เราว่าถูกยุบแน่ เพื่อไทย ก็วิเคราะห์ว่าหาก อนาคตใหม่ ถูกยุบ จะถูกวิธีพิสดารตัด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ออก ตอนนี้อนาคตใหม่ มีคดี “อิลลูมาติ” คดีเดียวที่ถูกร้องไปศาล รธน. และคดีนี้ก็ไม่มีบทให้ยุบพรรคด้วย เพราะอะไรจึงมีกระแสข่าวแบบนี้ ?   ผมเชื่อมั่นว่า อนาคตใหม่ ไม่ถูกยุบ ในที่ประชุม ส.ส. ผมพูดเสมอว่า ในทาง กฎหมาย ก็สู้เต็มที่ แต่ “ปากกาไม่ได้อยู่ที่เรา” เราไม่ใช่คนตัดสิน วิธีป้องกันการยุบพรรคที่ดีที่สุด ก็คือ การทำงานอย่างสร้างสรรค์ทุกวัน เพื่อให้สังคมเห็นว่า ต้องมีพรรคแบบนี้ แม้คนที่ไม่ชอบเราก็ยังอยากให้มีพรรคนี้ต่อไป" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sYYk5OZOhro

 663
การเมืองเข้มข้น
23 ส.ค. 62

'ธัญญ์วาริน' ร่ำไห้ยันสู้ต่อ หลังสภาตีตก กมธ.หลากหลายทางเพศ

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ต่อในข้อ 90 เรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการ ที่กำหนดให้มี กมธ. 35 คณะ โดยที่ประชุมมีมติ ไม่เห็นชอบกับการแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมข้อ 90 วรรคหนึ่ง ที่ขอให้เพิ่ม กมธ.ผู้มีความหลากหลายทางเพศ ที่เสนอโดย น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ และนายธัญญ์วาริน สุชะพิสิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ด้วยคะแนน 365 ต่อ 101 และงดออกเสียง 3   ต่อมานายธัญญ์วาริน สุขะพิศิษฐ์ และคณะในฐานะ ส.ส.กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ร่วมกันแถลงข่าว ขอขอบคุณ ส.ส.ที่ร่วมสนับสนุนและโหวตให้พวกเรา พวกเราต้องขอโทษกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่ยังไม่สามารถทำตามเป้าหมายได้ แต่ยืนยันจะสู้ต่อไป   อย่าเพิ่งผิดหวังในตัวเรา การขับเคลื่อนจากนี้ไปอย่างแรกคือ ตั้งอนุ กมธ.ความหลากหลายทางเพศ และยกร่างแก้ไข พ.ร.บ.คู่ชีวิต ให้มีความเท่าเทียมกันทุกคน ไม่ใช่แค่เพียงเพศชายและเพศหญิง เพื่อความเท่าเทียมกันทุกเพศ โดยระหว่างการแถลงข่าว นายธัญญ์วาริน ได้ร้องไห้ออกมาและแถลงข่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/2dwNuBNl89Y

 637
การเมืองเข้มข้น
22 ส.ค. 62

ส.ส. lgbt ปล่อยโฮ หลังชวดตั้งกมธ.เพศสภาพ ขอบคุณ 101 เสียงเพื่อนสมาชิก ลั่นไม่หมดหวัง

ส.ส. LGBT ปล่อยโฮ แถลงทั้งน้ำตา หลังชวดตั้งกมธ.เพศสภาพ ขอบคุณ 101 เสียงเพื่อนสมาชิก ลั่นไม่หมดหวัง ย้อนถาม LGBT อีก 7 ล้านเสียงไม่ใช่คนเหรอ   วันที่ 22 ส.ค. นายธัญญ์วาริน  สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และ นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่  กล่าวภายหลังแพ้การลงมติตั้งคณะกมธ.สิทธิเพื่อความหลากหลายและความเท่าเทียมทางเพศ    ซึ่งมีสมาชิกเห็นด้วยเพียง 101 เสียง ไม่เห็นด้วย 365 เสียง และงดออกเสียง 13 เสียง จากสมาชิกทั้งหมด 479 เสียง ว่า ขอขอบคุณจากใจ เพราะหน้าที่หลักของตน และเพื่อนสมาชิกเเอลจีบีที คือการสร้างความเข้าใจกับสังคมต่อคนหลากหลายทางเพศในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ที่ถูกโกงความเป็นมนุษย์ตลอดจนฆ่าตัดตอนความฝัน และเป้าหมายหลักคือการจัดตั้งกรธ.ดังกล่าว    แม้ผลออกมาจะไม่สำเร็จ แค่นี้ตนก็ดีใจมาก ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สัมฤทธิ์ผล ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการเมืองไทย และรัฐสภาไทย ทั้งนี้มีส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่เห็นด้วยจำนวน 70 เสียง และต้องขอบคุณเพื่อสมาชิกพรรคอื่นกว่าที่ลงคะเเนนให้    ด้าน นายธัญวัจน์ กล่าวว่า ภารกิจยังไม่หมด ไม่ใช่วันที่สิ้นหวัง แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้น โดยหลังจากนี้จะต้องเดินต่อ เราจะเร่งตั้งอนุกรรมการเพื่อทำงานเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ และยกร่างกฎหมายสมรส โดยแก้ประมวลกฎหมายเพ่งและพาณิชย์ 1448 ให้การสมรสเท่าเทียมกันทุกเพศไม่ใช่เฉพาะชายหญิง    ก่อนที่ ส.ส. ธัญญ์วาริน จะแถลงด้วยน้ำตา บอกกับคนไทยและประชาชนที่มีความหลากหลายทางเพศ ว่า กลุ่มได้พยายามที่สุดแล้วที่จะสร้างที่ยืนให้ทุกคนเห็นคุณค่าของคนหลากหลายทางเพศ ซึ่งที่ผ่านมาพยายามไปคุยกับ ส.ส.พรรคอื่นที่เคยหาเสียงไว้ ซึ่งหวังว่าจะได้เสียงมากกว่านี้ พร้อมสะอื้น ก่อนบอกว่า ไม่อยากให้ผิดหวังในตัวพวกเรา    พร้อมบอกย้ำว่า "เรื่องของคนหลากหลายทางเพศถือเป็นปัญหาปากท้องของประชาชน พร้อมย้อนถามว่า 7 ล้านคนเหล่านี้ ไม่ใช่คนหรือ ไม่มีสิทธิในการดำเนินชีวิตหรืออย่างไร และเชื่อมั่นว่าหากรัฐปลดปล่อยเสรีภาพให้กลุ่มคนเหล่านี้ ในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพ เศรษฐกิจก็จะดีขึ้นแน่นอน"     

 1,683
การเมืองเข้มข้น
19 ส.ค. 62

สัมมนาประชาธิปัตย์ ตั้งเป้าเลือกตั้งครั้งหน้ากวาด 155 เขต เดินตามรอยโมเดล 'อนาคตใหม่'

พรรคประชาธิปัตย์จัดสัมมนา รวมพลังประชาธิปัตย์ ภาคเหนือ เป็นโอกาสตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบ 84 ปี ของนายไพฑูรย์ แก้วทอง อดีตรองหัวหน้าพรรค   ในงานนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรค กล่าวว่า พรรคต้องเป็นหนึ่งในใจประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่ยั่งยืน ตั้งเป้าหมายในการเลือกตั้งครั้งหน้าที่ 155 เขต คือ ภาคเหนือ 20 เขต ภาค กทม. 30 เขต ภาคอีสาน 25 เขต ภาคกลาง 30 เขต และภาคใต้ 50 เขต รวมถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นต้องลงทุกพื้นที่ ให้พรรคกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม   ด้านนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาให้จำไว้เป็นบทเรียนเป็นดิสรัปชันทางการเมือง ถ้าจะสู้เลือกตั้งครั้งหน้าเราต้องทิ้งกรอบความคิดเดิมๆ ปัจจุบันเป็นโลกของการสื่อสาร ต้องสู้บนเวทีของการสื่อสาร เพราะคู่ต่อสู้ทำลึกกว่า เร็วกว่า รุนแรงมากกว่า   พรรคอนาคตใหม่เตรียมการล่วงหน้าถึง 2 ปีจึงชนะเลือกตั้งในเรื่องเทคโนโลยี ได้ไปคุยกับนักโฆษณา เขาบอกว่าจุดขายพรรคอนาคตใหม่เหมือนพรรคประชาธิปัตย์ในปี 2538 ที่มีดรีมทีมเศรษฐกิจ มีความใหม่ สด ที่คนในสังคมต้องการ ดังนั้นพรรคต้องมีจุดขายของตัวเอง เพราะคนรุ่นใหม่มีความจำย้อนไปแค่ 5 ปี ดังนั้นการสื่อสารจึงเป็นหัวใจของชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้า ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rHRuF_jeA2w

 1,268
การเมืองเข้มข้น
15 ส.ค. 62

อนาคตใหม่ซัด ผบ.ทบ.ไม่เป็นกลาง 'บิ๊กช้าง' ตอบแทน ยันไม่ขัดข้อบังคับกลาโหม

พรรคอนาคตใหม่ ตั้งกระทู้ถามสดถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ถึงบทบาทของ ผบ.เหล่าทัพในเรื่องข้าราชการกลาโหมกับการเมือง   พล.ท.พงศกร รอดชมพู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้ข่าวสารทางราชการนั้น ข้าราชการอาจเผยแพร่ความเห็นทางสื่อมวลชนได้ แต่ต้องอยู่ในขอบเขตกฎหมาย ประการสำคัญคือต้องไม่มีลักษณะให้ข่าวโดยที่ตนเองไม่มีหน้าที่รับผิดชอบ การให้ข่าวของ ผบ.ทบ.ในเรื่องการเมือง เป็นหน้าที่ตามระเบียบสำนักนายกฯ หรือไม่   อีกทั้งข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยข้าราชการกลาโหมกับการเมือง บัญญัติข้าราชการกลาโหมต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานรัฐบาลให้ปรากฏแก่ประชาชน แต่การให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมืองและพาดพิงพรรคการเมือง ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าวหรือไม่ ในต่างประเทศทหารที่จะพูดเรื่องการเมืองต้องพ้นจากราชการไปแล้ว เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความหวาดระแวงว่าทหารเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง   ด้าน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ตอบกระทู้สดแทน พล.อ.ประยุทธ์ว่า ปัจจุบันการให้ข่าวของ ผบ.ทบ. เป็นไปตามระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการให้ข่าวสารกระทรวงกลาโหมปี 2530 ที่ผู้นำเหล่าทัพสามารถให้ข่าวสารด้านนโยบาย การปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ในการรับผิดชอบด้านความมั่นคง   ดังนั้น สิ่งที่ ผบ.เหล่าทัพให้ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงใยต่อประชาชน เพื่อให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในด้านความมั่นคง ถือว่ายังอยู่ขอบเขตตามระเบียบกระทรวงกลาโหม กองทัพพร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการพัฒนาประเทศ และการดูแลภัยคุกคามด้านความมั่นคง   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกระทู้ถามสดที่พรรคฝ่ายค้านยื่นถาม พล.อ.ประยุทธ์ ในวันนี้มี 3 เรื่อง คือ   1.บทบาทของ ผบ.เหล่าทัพในเรื่องข้าราชการกลาโหมกับการเมือง 2.ความโปร่งใสในการอนุมัติผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 3.การแก้ไขปัญหายาเสพติด   แต่ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้มาตอบทั้ง 3 เรื่อง มอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม มาตอบคำถามแทน โดยแจ้งว่าติดภารกิจไม่สามารถมาตอบได้ ส่วนกระทู้ถามสดเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญที่ยื่นไว้ก่อนหน้านี้ พรรคอนาคตใหม่ขอถอนเรื่องดังกล่าวออกไป เพราะต้องการให้นายกฯ มาตอบคำถามด้วยตัวเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/35e-XYp1fEs

 969
การเมืองเข้มข้น
14 ส.ค. 62

อนาคตใหม่ยื่นกระทู้สดถามนายกฯ ปมถวายสัตย์ไม่ครบ แต่แนวโน้มนายกฯ อาจไม่เข้าสภา

พรรคอนาคตใหม่ เตรียมยื่นกระทู้สดถามนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ปมกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบตามรัฐธรรมนูญอีกครั้งวันนี้ ขณะที่นายกรัฐมนตรีมีแนวโน้มติดภารกิจ อาจไม่เข้าสภาตอบกระทู้ถาม   น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล จะตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีเรื่องนี้อีกครั้ง หลังครั้งที่แล้วนายกรัฐมนตรีบอกเองว่าติดภารกิจ ขอให้ช่วยกันจับตาดูว่านายกฯจะมาตอบหรือไม่ และตอบอย่างไร   ท่านบอกอยากให้จบเรื่องนี้ แต่จะจบได้ไม่ใช่ห้ามให้ทุกคนพูด แล้วให้เรื่องนี้เงียบไป แบบนี้เรียกว่าปิดปากแล้วซุกขยะใต้พรม จะจบเรื่องนี้นายกฯต้องเข้ามาตอบคำถามในสภาให้ชัดเจนว่าจะจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างไร เรื่องนี้จึงจะจบได้อย่างสง่างาม รัฐบาลจะได้ไม่ต้องมีชนักปักหลังไปตลอดสมัยที่บริหารประเทศ หากท่านไม่มาจะถือว่าจงใจหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามเรื่องนี้ต่อหน้าสภา   ขณะที่ภารกิจของนายกรัฐมนตรีวันนี้ (14 ส.ค.62) ในช่วงเช้า พลเอกประยุทธ์ และภริยานำครม.และคู่สมรส ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา จากนั้นช่วงบ่ายมีคณะกรรมการร่วมเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาล   อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ได้แถลงภายหลังการประชุม ครม.ในเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณ พล.อ.ประยุทธ์ตอบเพียงสั้นๆว่า “เรื่องการถวายสัตย์ ผมไม่ตอบแล้ว”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OfdSDsWrlXc

 1,025
การเมืองเข้มข้น
13 ส.ค. 62

อนาคตใหม่ ชี้ รัฐบาลเลือกปฏิบัติข่าว fake news แนะศึกษาคู่มือ uco เป็นแนวทาง

อนาคตใหม่ ชี้รัฐบาลจัดการเฟคนิวส์ไม่คืบ-เลือกปฏิบัติ แนะศึกษาคู่มือ UCO เป็นแนวทาง   วันที่ 13 ส.ค. นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวประจำสัปดาห์ในประเด็นการเมืองต่างๆ ทั้งในเรื่องของข่าวปลอม (fake news) และวาระในสภาผู้แทนราษฎรของพรรคอนาคตใหม่ในการประชุมสภาสัปดาห์นี้    โดยในประเด็นเรื่องของข่าวปลอมนั้น นางสาวพรรณิการ์ ระบุว่า จากการที่ตนได้ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ตนยังคงไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากรัฐบาล รวมถึงล่าสุด พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ ยังออกมาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ พูดพาดพิงพรรคการเมืองพรรคหนึ่งว่ากำลังล้างสมองเยาวชน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าหมายถึงพรรคอนาคตใหม่ ทำให้ประเด็นนี้มีปัญหารุนแรงมากขึ้นไปอีก เพราะสะท้อนมุมมองที่มีปัญหาจากภาครัฐ ไม่ใช่เฉพาะตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจดิจิตัลเพื่อสังคมหรือ ผบ.ทบ อย่างเดียว   นางสาวพรรณิการ์ ระบุต่อว่า พรรคอนาคตใหม่ได้ติดตามเรื่องการก่อตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของรัฐบาลมาโดยตลอด นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีดีอี ซึ่งยืนยันว่าจะทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง และไม่ให้ถูกครหาได้ว่าใช้อำนาจรัฐไปเพื่อจำกัดการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ได้นำเสนอผลงานล่าสุดออกมา คือกรณีเปิดเผยถึงข่าวที่มีการเผยแพร่กันในเรื่องของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการนำข่าวเก่ามาเผยแพร่ซ้ำว่าเป็นข่าวปลอม สะท้อนว่าการดำเนินงานของกระทรวงดีอีค่อนข้างมีปัญหา ทั้งการนิยามและการปฏิบัติต่อข่าวปลอมที่เกิดขึ้นกับบุคคลต่างๆ มีการเลือกที่จะตอบโต้ข่าวที่กระทบผลงานของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว    แต่เมื่อมองย้อนกลับมาสู่กรณีที่เกิดขึ้นมากมายในอดีตที่ผ่านมา ตั้งแต่กรณีของการตัดต่อภาพเวทีพรรคพลังประชารัฐในช่วงหาเสียงให้ดูมีคนมาก, การนำเอาคลิปเสียงมาเผยแพร่โดยอ้างว่าเป็นเสียงของนายทักษิณ ชินวัตร และของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, เพจเดรัจฉานนิวส์ที่นำเสนอข่าวว่านายธนาธรไปพูดเรื่องวัดไม่ควรตีระฆังทั้งที่ไม่เคยพูด, กรณีผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ ที่มีการกล่าวหาว่านักการเมืองฝ่ายค้านเข้าไปเกี่ยวข้อง แล้วยังเผยแพร่โดย ส.ส.ของรัฐบาลเอง, อีกทั้งการสร้างข่าวเรื่องพรรคอนาคตใหม่มีกองกำลัง ฯลฯ   กรณีต่างๆ เหล่านี้ ทำให้ตนต้องออกมาทวงถามว่า นายพุทธิพงษ์ จะจัดการอย่างไร วิธีคิดของนายพุทธิพงษ์มีปัญหามาก ว่าการจัดการข่าวลวงข่าวปลอมต่างๆ จะเน้นจัดการกับข่าวที่กระทบต่อประชาชนเป็นหลัก เช่น ข่าวปลอมที่มีการพูดถึงการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หลังเหตุระเบิดในกรุงเทพมหานคร นั่นแปลว่านายพุทธิพงษ์กำลังจะบอกว่าข่าวที่มีการกล่าวหาว่านักการเมืองคนนั้น คนนี้ อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด ไม่ใช่เรื่องเสียหาย หรือเรื่องที่กระทบต่อประชาชนเท่ากับข่าวการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างนั้นหรือ ทั้งๆ ที่ทั้งสองข่าวเป็นข่าวปลอมและเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดเช่นกัน   นางสาวพรรณิการ์ กล่าวว่า แนวคิดแบบนี้อันตราย การกล่าวหาบุคคล หรือองค์กรใดด้วยเฟคนิวส์ ผู้เสียหายไม่ใช่แค่ผู้ถูกกล่าวหาเพียงอย่างเดียว ผู้ที่เสียหายคือประชาชน ที่ได้รับทราบข้อมูลที่สร้างความแตกแยกและเกลียดชังในสังคม ข้อมูลที่ปราศจากความจริงโดยสิ้นเชิง ผู้เสียหายคือประชาชนและประเทศชาติ กระทรวงดีอีไม่สามารถมาบอกได้ว่าการโจมตีบุคคล หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง โดยเฉพาะพรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับประชาชน นี่คือทัศนคติที่ผิดตั้งแต่ต้นในการจัดการเฟคนิวส์   นอกจากนี้ นางสาวพรรณิการ์ยังได้เรียกร้องไปยังกระทรวงดีอี ถึงกรณีที่นายพุทธิพงษ์ ระบุว่า จะให้มีสำนักข่าวหรือสื่อ เข้าไปช่วยให้ข้อมูลกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมด้วย ซึ่งถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดี แต่ตนก็ขอเรียกร้องให้กระทรวงดีอีเปิดเผยข้อมูลในส่วนนี้ออกสู่สาธารณชนด้วย ว่าสำนักข่าวใดบ้างที่กระทรวงได้เลือกเข้าไปให้ข้อมูลบ้าง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าสำนักข่าวต่างๆ ล้วนแต่มีจุดยืนทางการเมืองไม่เหมือนกัน   และสุดท้าย ขอเรียกร้องว่าการทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ควรที่จะยึดหลักสากลตามคู่มือของ UNESCO ที่เพิ่งเผยแพร่ตีพิมพ์ออกมาเมื่อไม่นานมานี้ และได้รับการยอมรับนับถือว่ามีความเป็นกลาง เป็นวิชาการ และมีความเป็นสากล โดยประเด็นสำคัญหนึ่งที่ UNESCO ยกมา คือไม่ควรที่จะให้รัฐเข้ามาเป็นผู้จัดการข่าวปลอมโดยลำพัง เพราะจะนำไปสู่ปัญหาที่เรียกว่าการมี “กระทรวงสัจจะ” หรือ “กระทรวงความจริง” (Ministry of Truth) ขึ้นมา    เพราะหากให้รัฐเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสิน และควบคุมว่าข่าวใดจริงหรือปลอม จะมีความเสียงอย่างสูงที่รัฐจะใช้อำนาจในทางมิชอบ ไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของสื่อ และไปตัดสินว่าข่าวใดจริง หรือปลอมโดยอิงกับผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก เช่น ถ้าเกิดการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล รัฐบาลอาจออกมาบอกได้ว่านี่คือข่าวปลอม ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องจริง    ดังนั้นจึงขอให้กระทรวงฯ ศึกษาคู่มือของ UNESCO นี้ให้ถ่องแท้ เพื่อให้การทำงานของศูนย์โปร่งใส เป็นกลาง และได้รับการยอมรับในระดับสากลจริงๆ   นอกจากนี้ นางสาวพรรณิการ์ยังได้ฝากถึงนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ ผบ.ทบ ว่าสิ่งที่ท่านพูดอยู่เสมอ ว่าพวกปล่อยข่าวปลอมเป็นผู้ไม่หวังดี ทำลายชาติบ้านเมือง ล้วนแต่เป็นการตอบแบบกำปั้นทุบดิน เพราะทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่าผู้ปล่อยข่าวปลอมไม่ใช่ผู้หวังดี และเป็นภัยต่อชาติบ้านเมือง ประชาชนไม่ได้ต้องการรับรู้เรื่องนั้น    โดยคาดหวังให้ผู้บริหารประเทศออกมาพูดว่าจะจัดการกับเรื่องเหล่านั้นอย่างไรต่างหาก จัดการให้ประชาชนเชื่อได้ว่าท่านไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ทำเพื่อประชาชน เลิกการพูดแบบกำปั้นทุบดินแบบนี้ได้แล้ว แล้วบอกประชาชนว่าจะจัดการอย่างไร อย่าให้ประเทศไทยเดินไปถึงเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 หรือพฤษภา 35 ที่ข่าวปลอมทำให้คนลุกขึ้นมาฆ่ากันโดยที่เห็นว่าเป็นเรื่องปกติ อย่าให้ไปถึงขั้นนั้นเราค่อยได้รับรู้ว่ารัฐบาลจะจัดการอย่างไร   ส่วนความคืบหน้างานในสภาของพรรคอนาคตใหม่ในรอบสัปดาห์นี้ นางสาวพรรณิการ์ ระบุว่า มีประเด็นสำคัญที่จะมีการขับเคลื่อน 3-4 ประเด็น ประกอบไปด้วยเรื่องของการถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนของนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายปิยบุตร แสงกนกกุล จะเป็นผู้ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีด้วยตนเอง ซึ่งความจริงได้พยายามถามมาตั้งแต่การประชุมครั้งที่แล้ว แต่นายกรัฐมนตรีติดภารกิจ   ครั้งนี้ก็ต้องขอให้ร่วมกันจับตามอง ว่านายกรัฐมนตรีจะมาตอบกระทู้หรือไม่ และจะตอบอย่างไร แม้นายกรัฐมนตรีบอกว่าอยากให้จบเรื่องนี้ แต่จะจบด้วยการให้ทุกคนเลิกพูดแล้วเงียบไปไม่ได้ แบบนั้นเรียกว่าเป็นการปิดปาก และซุกขยะใต้พรม ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีไม่เดินทางมาในวันพรุ่งนี้ ก็ขอให้รับทราบโดยทั่วกันว่านายกรัฐมนตรีหลีกเลี่ยงที่จะจบเรื่องนี้เอง   นอกจากนี้ ยังจะมีการตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี ถึงความคืบหน้าในกรณี “ป่าแหว่ง” ดอยสุเทพ ที่เคยนำไปใช้สร้างเป็นบ้านพักตุลาการ โดยนายชำนาญ จันทร์เรือง จะเป็นผู้ทวงถามถึงความคืบหน้าในการดำเนินการเรื่องนี้   และเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ พรรคอนาคตใหม่จะขอแปรญัตติให้มีการเพิ่มคณะกรรมาธิการด้านความหลากหลายทางเพศแยกออกมาต่างหาก ซึ่งก็ขอให้จับตาว่าจะสามารถทำได้สำเร็จหรือไม่ และสุดท้ายคือประเด็นเรื่องการรับทราบรายงานประจำปีของศาลรัฐธรรมนูญ จึงขอให้ทุกท่านได้ร่วมกันจับตามองว่าจะมีรายละเอียด รวมถึงการอภิปรายอย่างไรบ้างต่อไป       ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'ประยุทธ์' ยัน กระทรวงดีอี ตั้ง ศูนย์เซ็นเตอร์ fake news ไม่ใช่เครื่องมือการเมือง หาก ปชช. สงสัยถามได้   

 723
การเมืองเข้มข้น
09 ส.ค. 62

ฝ่ายค้าน ตอบ ใครมาร่วมก็ได้ ถ้ามีอุดมการณ์เดียวกัน-ไม่คุยถึงผลประโยชน์ หลังถูกถามจะชวน 'เต้' หรือไม่

ฝ่ายค้าน หลุดขำหลังถูกถามชวน 'มงคลกิตต์' ร่วมงานกับฝ่ายค้านอย่างจริงจังหรือไม่ ส่วนผลโหวตในสภาที่ฝ่ายค้านชนะเมื่อวานนี้ระบุเป็นเพราะรัฐธรรมนูญปี 60 ทำให้รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ   วันที่ 9 ส.ค. นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ การชนะโหวตในสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรกของฝ่ายค้าน ยอมรับว่า เมื่อเห็นตัวเลขขึ้นจอก็ฮือฮากันใหญ่ แต่ก็ยังไม่ทราบว่าคะแนนมาจากไหน คงต้องรอให้เจ้าหน้าที่รวบรวมคะแนนก่อน แต่หากเป็นไปตามกระแสว่าพรรคเล็กจะออกจากการร่วมรัฐบาลจริง ก็จะทำให้คะแนนคู่คี่ สูสี    ทั้งนี้ที่ผลออกมาแบบนี้ไม่ใช่การชิงไหวชิงพริบกันแต่อย่างใด แต่เรื่องนี้เป็นเพราะรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ออกแบบมาทำให้รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำอยู่ตลอดเวลา จึงขอฝากไปยังนายกรัฐมนตรีให้เห็นถึงผลกระทบของรัฐธรรมนูญปี 60 เพราะจะต้องนั่งลุ้นทุกครั้งที่มีการลงมติโหวต   ส่วนจะชวน นายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศีวิไลย์ มาร่วมงานกับฝ่ายค้านอย่างจริงจังไหมหรือไม่นั้น ทุกคนในที่ประชุมพรรคร่วมฝ่านค้านหัวเราะขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ก่อนที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะกล่าวว่า ในระบบรัฐสภาหวังความร่วมมือจากทุกพรรคการเมือง ซึ่งฝ่ายค้านมองปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และปัญหาของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง   อะไรที่ร่วมมือกันแล้วทำให้ประเทศชาติดีขึ้นก็ควรจะร่วมมือกัน อยากเห็นผลสัมฤทธิ์ของการแก้ปัญหามากกว่า การเล่นเกมการเมืองกัน ซึ่งรัฐรรมนูญฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา จึงควรร่วมมือกันทำให้เกิดเป็นฉันทามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญแล้วทำให้ปัญหาของประชาชนได้รับการแก้ไขก็พร้อมจะร่วมมือกับทุกฝ่าย    ด้าน นายสงคราม กล่าวว่า ที่ 7 พรรคฝ่ายค้านร่วมมือกันได้ เพราะเรามีความจริงใจต่อกัน และพวกเราไม่คุยกันเรื่องผลประโยชน์ว่าใครจะได้ หรือใครจะเป็นอะไร ดังนั้นใครจะมาร่วมกับเราก็ได้ถ้ามีอุดมการณ์เดียวกัน ตรงนี้ไม่ใช่มาต่อรองเรื่องผลประโยชน์หรือตำแหน่ง     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : - 'มงคลกิตต์' กลับลำ ไม่เป็นแล้วฝ่ายค้านอิสระ-รัฐบาล ขอเป็นฝ่าย ปชช. ลั่นไม่กลับไปร่วม รบ. 'บิ๊กตู่'  - 5 พรรคเล็กขู่ออกจากพรรคร่วมรัฐบาล - 'มงคลกิตติ์' ชี้ถวายสัตย์ไม่ครบ นายกฯต้องลาออก    

 1,727
การเมืองเข้มข้น
07 ส.ค. 62

‘ช่อ พรรณิการ์’ ยื่นเรื่องฟ้องหมิ่นประมาท ‘ปารีณา’ โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหาเอี่ยวเหตุระเบิดกรุงฯ

แฟ้มภาพ   วันที่ 7 ส.ค. 62 น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เดินทางมายื่นคำฟ้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ต่อศาลอาญาในความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 236 และมาตรา 238    จากกรณีการโพสต์เฟซบุ๊กที่มีเนื้อหาให้สังคมเข้าใจผิดว่า ตนเองและพรรคอนาคตใหม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดในกรุงเทพมหานคร โดยเปิดเผยว่า    การฟ้องดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา ในข้อหาหมิ่นประมาทเพื่อต้องการให้สังคมเห็นว่า การเผยแพร่ข่าวปลอมและข่าวเท็จ ทำให้เกิดความเสียหายต่อสังคม เรื่องนี้มีความผิดทางอาญาและที่สำคัญเป็นการสร้างความแตกแยกในสังคม จึงไม่อยากให้มีพฤติกรรมแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำซาก แต่ไม่ต้องการให้ถึงขั้นติดคุกติดตารางหรือจ่ายค่าเสียหาย    โดยวันนี้ ได้เตรียมหลักฐานเป็นข้อความการโพสต์เฟซบุ๊กทั้งหมดของ น.ส.ปารีณา รวมถึงข้อความบางส่วนที่ได้ลบออกจากเฟซบุ๊ก แต่ทีมกฎหมายของพรรคสามารถรวบรวมได้ทัน พร้อมยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่จะไม่ใช้การดำเนินคดี เกี่ยวกับความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แม้ฝ่ายกฎหมายจะเห็นว่าเข้าข่ายการตัดต่อภาพที่ทำให้เกิดความเสียหายแต่พรรคยังย้ำจุดยืนเดิมว่าไม่ต้องการนำ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาใช้ดำเนินคดีเพื่อจำกัดสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นและโจมตีทางการเมือง    น.ส.พรรณิการ์ ยังกล่าวด้วยว่า การฟ้องดำเนินคดีคดีครั้งนี้เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างตนเองกับนางปารีณาไม่เกี่ยวกับพรรค ส่วนกรณีที่นางสาวปารีณา จะแจ้งความดำเนินคดีกลับถือเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล ซึ่งส่วนตัวยืนยันว่าหลักฐานที่ตนเองดำเนินการฟ้องกลับ น.ส.ปารีณามีหลักฐานที่ครบถ้วน    ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ออกมาระบุว่า การโพสต์ข้อความของ น.ส.ปารีณาบางเรื่องอาจไม่ได้ดำเนินการเองนั้น เรื่องนี้เป็นคดีความระหว่างตนเองกับ น.ส.ปารีณา นายกรัฐมนตรีน่าจะใช้เวลาไปดูแลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนดีมากกว่า   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : อนาคตใหม่ลุยแจ้งหมิ่นประมาท 'ปารีณา' ด้าน 'บิ๊กตู่' ป้องให้พิสูจน์ก่อน บางทีอาจไม่ได้โพสต์เอง        

 967
การเมืองเข้มข้น
07 ส.ค. 62

อนาคตใหม่ลุยแจ้งหมิ่นประมาท 'ปารีณา' ด้าน 'บิ๊กตู่' ป้องให้พิสูจน์ก่อน บางทีอาจไม่ได้โพสต์เอง

พรรคอนาคตใหม่ เตรียมเข้าแจ้งความเอาผิด น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ฐานหมิ่นประมาท จากกรณีแพร่ข่าวปลอม (Fake News) ที่มีเนื้อความเป็นเท็จ สร้างความเกลียดชังในสังคม   โดยตัดต่อภาพของ ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ รวมทั้งคณะทำงานพรรค  ในลักษณะที่อาจทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าพรรคอนาคตใหม่มีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการก่อเหตุรุนแรงหลายจุดในกรุงเทพฯ    ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สอบถามนักการเมืองที่เกี่ยวข้องแล้วพบว่ามีการกล่าวอ้าง และบางทีเจ้าตัวอาจไม่ได้เขียนขึ้นเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ น.ส.ปารีณา จะต้องพิสูจน์ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YIGWnibWjwI

 1,475
การเมืองเข้มข้น
06 ส.ค. 62

'ปารีณา' ไม่สะท้าน! จ่อแจ้งความกลับ 'ช่อ-อนาคตใหม่' ลั่นถ้าไม่ได้ทำอย่ากินปูนร้อนท้อง ปมระเบิดป่วนกรุง

พรรคอนาคตใหม่ จ่อแจ้งความฐานหมิ่นประมาท น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ฐานแพร่ข่าวปลอม (Fake News) ที่มีเนื้อความเป็นเท็จ สร้างความเกลียดชังในสังคม โดยตัดต่อภาพของ ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ รวมทั้งคณะทำงานพรรค  ในลักษณะที่อาจทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าพรรคอนาคตใหม่มีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการก่อเหตุรุนแรงหลายจุดในกรุงเทพฯ       โดยช่อ พรรณิการ์ บอกว่าไม่ได้ต้องการให้เอ๋ ปารีณา ต้องรับผิดติดคุก แต่อย่างน้อยสังคมจะต้องรับรู้ว่าเรื่องต่างๆ ที่เราถูกกล่าวหานั้น เป็นความเท็จโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะบุคคลที่เป็นผู้แทนของประชาชนจะต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการแพร่ข่าวปลอมและสร้างความเกลียดชัง     ด้าน น.ส.ปารีณา โพสต์เฟซบุ๊กหลังทราบดังกล่าวว่า "#คิดว่าปารีณาควรไปแจ้งความช่อช่วยกดไลค์เยอะๆด้วยค่ะ พรุ่งนี้ กลับเมืองไทยสิ่งแรกที่จะทำคือไปแจ้งความ ช่อ พรรณิการ์ ที่กล่าวหาดิฉัน(และพูดชื่อนามสกุลดิฉันอย่างชัดเจน)ว่า ดิฉันไปใส่ร้าย กล่าวหาข้อความเท็จ สร้างความเกลียดชัง บลาๆๆ     ช่อ พูดให้ร้ายดิฉันมากมายเหลือเกิน ต้องแจ้งความกันแล้วแหละ ส่วนอะไรที่ช่อ และพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้ทำ อย่าไปกินปูนร้อนท้อง เพราะไม่ได้เอ่ยชื่อใครเลย ที่ผ่านมามีการเอ่ยชื่อท่านทักษิณคนเดียว และแลดูท่านไม่เดือดร้อน ยังนิ่งๆ แล้วพรรคอนาคตใหม่จะเดือดร้อนทำไม หรือว่า...สังคมจะเป็นคนตัดสินว่าดิฉันพูดถึงใครอยู่ และอย่ามาพูดเรื่องคุกตารางกับดิฉันเพราะคนที่ใกล้คุกใกล้ตารางคือ... พวก.... ชังชาติต่างหากค่ะ" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/caotA3lhVY0

 4,111
การเมืองเข้มข้น
05 ส.ค. 62

'กษิต-สมชัย' ร่วมเวทีอนาคตใหม่เปิดเวทีเสวนา แก้รธน.

พรรคอนาคตใหม่ จัดกิจกรรมคิกออฟรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดเวทีสานเสวนา เรื่อง "จินตนาการใหม่ ข้อตกลงใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่: ประเทศไทยแบบไหนที่เราอยากอยู่ร่วมกัน" ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดแรก ผลักดันให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เกิดสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน และให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อผลักดันให้ส.ว. ยอมรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ โดยได้เชิญนักการเมืองและนักวิชาการร่วมเสวนาหาทางออกร่วมกัน อาทิ     นายกษิต ภิรมย์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่าปัญหาของประเทศไทยคือไม่หยึดหลักกฎหมาย เนื่องจากอำนาจอยู่กับชนชั้นนำมาโดยตลอด ทำให้มีระบบอุปถัมถ์ เอาความสัมพันธ์ส่วนตัวมาเป็นที่ตั้ง ทำให้กระบวนการยุติธรรมถูกแทรกแซงได้ง่าย     ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลใดก็ตามรวมถึงรัฐบาลนี้จะมีโจรเข้ามาแฝงในคาบโจรการเมือง เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจโดยมิชอบ กลั่นแกล้งข้าราชการประจำ โกงกินบ้านเมือง ไม่ทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้นสิ่งสำคัญกว่ารัฐธรรมนูญ คือการแก้ปัญหาความล้มเหลวของหลักนิติรัฐนิติธรรม เพราะต่อให้รัฐธรรมนูญดีขนาดไหน แต่ผู้นำไปใช้ไม่อยู่ในหลักนิติธรรมนิติรัฐก็เกิดความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งรัฐธรรมนูญปี 2560 ก็เป็นเพียงคู่มือปฏิบัติราชการของรัฐบาลชุดนี้เท่านั้น   นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง ระบุว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 ถูกร่างมาจาก “ ความกลัว ความอยาก และความเขลา”คือกลัวนักการเมืองชนะ -อยากสืบทอดอำนาจ -เขลาเพราะร่างด้วยความไม่รู้ถึงอดีตและอนาคตดังนั้นหากไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถแก้ปัญหาปากท้องประชาชนได้ เพราะเมื่อรัฐธรรมนูญไม่สร้างระบบการเมืองที่น่าไว้วางใจ ก็ยากที่จะแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างแท้จริง     ซึ่งการออกแบบรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ คือการสงวนอำนาจไว้เพื่อให้อยู่กับคนเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น ไม่ได้เพื่อประชาชนทั้งประเทศ แต่ก็ยอมรับว่าเส้นทางการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องยาก แต่ขอทุกคนอย่าท้อ เพื่อให้รัฐธรรมนูญเป็นกติกาเพื่อความความเป็นธรรมให้คนในสังคมเชื่อความขัดแย้งที่มีอยู่ในขณะนี้จะลดลง ขณะเดียวกันต้องมีกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลได้   นอกจากนี้นายสมชัย ยังระบุด้วยว่าเป้าหมายของรัฐธรรมนูญคือการให้ทุกคนในประเทศปฏิบัติตามภายใต้กรอบกฎหมาย อาทิ การถวายสัตย์ปฏิญาณของคณะรัฐมนตรี ก็ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ ซึ่งอาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อถูกทักท้วงก็มีคนในรัฐบาลออกมาแก้ต่างว่า “ไม่เป็นไร อย่าถาม ไม่ควรรู้” ทำให้ทุกอย่างกลายเป็นข้อยกเว้นเสมอสำหรับรัฐบาล ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0WM0bHVQVc4

 1,306
การเมืองเข้มข้น
05 ส.ค. 62

อนาคตใหม่ลุยเชียงใหม่ รณรงค์แก้รธน.ชี้เป็นระเบิดเวลาสร้างความขัดแย้งรอบใหม่

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวปฐากถาในหัวข้อ "การแสวงหาฉันทามติครั้งใหม่ของสังคมการเมืองไทย" ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยหวังว่าการรณรงค์ของพรรคอนาคตใหม่จะกระจายไปทั่วทุกภูมิภาค   และหวังว่าจะนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากประชาชน โดยไม่ได้ลอกเลียนแบบใคร เพราะไทยมีประวัติศาสตร์ มีมรดกสังคม วิถีชีวิตต่างจากประเทศอื่นๆ ที่สำคัญประชาชนทุกชนชั้น ต้องมีส่วนร่วมในการสร้างข้อตกลงใหม่นี้ร่วมกัน และตั้งอยู่บนบทเรียนและประสบการณ์ที่เป็นจริงของสังคมไทย   ซึ่งครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประเทศต้องแสวงหาฉันทามติร่วมกัน เพราะเคยทำสำเร็จมาแล้วในรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ถูกคัดค้านมาแล้วทุกรูปแบบ แต่สุดท้ายรัฐสภาก็ต้องยกมือผ่านเพราะต้านกระแสความต้องการของประชาชนไม่ไหว มติประชาชนคือพลังที่ทำให้สำเร็จมาแล้ว และครั้งนี้ก็ขอให้เชื่อมั่นหากทุกคนร่วมผลักดัน     นายธนาธร กล่าวว่ารัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่คือระเบิดเวลา คือกลไกที่จะทำให้ความขัดแย้งขึ้นและรอระเบิดออกมา ดังนั้นต้องหยุดก่อนที่จะระเบิดขึ้น เพราะรัฐธรรมนูญ ปี2560 คือ การทำให้รัฐประหารซึ่งควรเป็นองค์กรที่มีระยะชั่วคราวกลายเป็นองค์กรถาวร คือการเอารัฐประหารใส่ในรัฐธรรมนูญ ทำให้ถูกกฎหมาย และรัฐประหารอยู่ในรัฐธรรมนูญ ทำให้อำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง อยู่เหนืออำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง   ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนทุกฝ่าย รวมถึงคนที่เห็นต่างทางการเมืองมาร่วมกันแสวงหาฉันทามติครั้งใหม่ในสังคมไทย ในซึ่งพรรคอนาคตใหม่เห็นว่า 4 ฉันทามติใหม่ของระบอบประชาธิปไตย มีกรอบใหญ่ๆ คือประชาธิปไตยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน / พระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ มีพระราชฐานะอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง / มีระบบรัฐสภาที่แสดงออกซึ่งเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง มีรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ มีเสถียรภาพ / และมีนิติรัฐ สิทธิเสรีภาพของประชาชนได้รับความคุ้มครอง มีระบบตรวจสอบการใช้อำนาจ ซึ่งการแสวงหาฉันทามติครั้งใหม่นี้ ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดทางเดียวที่เหลือก่อนที่ระเบิดเวลาลูกนั้นจะระเบิด   จากนั้น นายธนาธร พร้อมด้วย ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ได้ไปเดินรณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจถึงความจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ บริเวณประตูท่าแพ ผ่านถนนคนเดิน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/k_mZDWPO_-M

 857
การเมืองเข้มข้น
03 ส.ค. 62

'ปิยบุตร' บอกปมถวายสัตย์ คนที่จะตอบคำถามได้ดีที่สุดคือ 'พล.อ.ประยุทธ์'

กรณีการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นประเด็นร้อนแรง โดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ บอกว่า คนที่จะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดคือตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะเป็นคนนำ ครม.เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์    ในฐานะที่เป็นคนกล่าวนำการปฏิญาณ หากผิดพลาดควรออกมายอมรับเสียและหาแนวทางการแก้ไขต่อไป หรือถ้าจะยึดกันแบบนี้ยิ่งเป็นอันตราย    หากเราบอกว่าการปฏิญาณตนสามารถขาดตกบกพร่องไปได้ โดยที่ไม่ใช่คำเชื่อม แต่เป็นข้อความสำคัญที่หายไปเป็นประโยค ถ้าจะยึดตรงนี้เป็นบรรทัดฐาน นายกฯคนต่อไปก็สามารถตัดต่อถ้อยคำการปฏิญาณตนได้ โดยไม่ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญอย่างนั้นหรือ       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/GbuIalibaJM

 1,154
การเมืองเข้มข้น
01 ส.ค. 62

กกต.ร่อนเอกสารตอบ 'ธนาธร' ปิดทางไม่ให้ใช้โซเชียลระดมทุนพรรคการเมือง

วันที่ 1 ส.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เผยแพร่เอกสาร ตอบข้อซักถามของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณีขอหารือ ว่าพรรคการเมืองสามารถกำหนดใช้เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และ โซเชียลมีเดีย เป็นสถานที่ระดมทุนพรรคการเมืองได้หรือไม่นั้น   โดย กกต. ยืนยันว่าพรรคการเมือง ไม่สามารถกำหนดให้ "เว็บไซต์" หรือ เฟซบุ๊ก ของพรรคการเมือง หรือช่องทางการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต เป็นสถานที่ที่พรรคการเมืองเห็นสมควร กำหนดให้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมืองได้   ทั้งนี้เนื่องจากระเบียบกกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งพรรคการเมืองปี 2560 ข้อ 39 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า สถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน ได้แก่ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่พรรคการเมือง สาขาพรรคการเมือง สถานที่ทำการตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด หรือสถานที่พรรคการเมืองเห็นสมควร    นอกจากนี้ยังตอบคำถามของพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่าพรรคไม่สามารถเรียกร้องค่าตอบแทนจากภาคเอกชน ที่พรรคอนุญาตให้ใช้ภาพเครื่องหมายของพรรคการเมือง หรือ โลโก้พรรค นำไปติดอยู่กับสินค้า หรือนำไปผลิตสินค้าในนามของเอกชนอื่น   ซึ่งไม่ถือเป็นรายได้ของพรรคการเมืองจากการขายสินค้าหรือบริการ และไม่สามารถหารายได้จากการรับค่าสปอนเซอร์จากเอกชน ที่นำโลโก้ไปใช้ในการโฆษณาสินค้าได้ เนื่องจากรายได้ดังกล่าวนั้นไม่ถือเป็นรายได้ของพรรคการเมืองที่อาจมีได้ตามมาตรา 62 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2560    ทั้งนี้ กกต.ไม่ได้ตอบคำถามเรื่องข้อกำหนดที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 101 วงเล็บหนึ่งที่บัญญัติว่าสมาชิกภาพ ส.ส. สิ้นสุดลงเมื่อกระทำอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 184 หรือ 185 ในหมวดการกัดกันแห่งผลประโยชน์ว่าคำว่า "คู่สมรส" นั้นหมายถึงสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย และรวมถึงสามีภรรยาที่อยู่กินกันฉันสามีภริยามา   โดยไม่จดทะเบียนสมรสด้วยหรือไม่ โดยชี้แจงว่าเป็นข้อซักถามที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย กกต.ฉบับปัจจุบัน เนื่องจากไม่เข้าลักษณะข้อสอบถามเกี่ยวกับการปฎิบัติการให้ถูกต้องตามกฏหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และพรรคการเมืองหรือข้อกำหนดระเบียบหรือประกาศของ กกต.    

 3,374

Top