ค้นหา :

ผลการค้นหา "พรรคพลังประชารัฐ"

การเมือง
24 ม.ค. 63

ส.ส.พลังประชารัฐ แจงวุ่นปมเสียบบัตรแทนกัน อ้างสุดวิสัย เครื่องไม่พอ

ส.ส.พลังประชารัฐ ชี้แจงปมคลิปกดบัตรแทนกัน ระบุแค่ช่วยกันลงคะแนนเพราะเครื่องเสียบบัตรไม่เพียงพอ โดยนางสาวภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ ที่ปรากฎในคลิปว่ามีการกดบัตร 2 ใบ ยอมรับว่าลงคะแนนแทน นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.ร่วมพรรคจริง   โดยอ้างว่า นายทวิรัฐ ไม่สามารถโน้มตัวลงมากดบัตรลงคะแนนด้วยตัวเองได้ จึงฝากให้ตนดำเนินการให้ ยืนยันว่า เป็นการลงคะแนนตามเจตนารมณ์ของนายทวิรัฐ และเป็นการกระทำเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งตนก็ทราบดีว่าตามข้อบังคับการประชุมไม่สามารถทำได้ แต่ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัย   ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เลขาวิปรัฐบาล บอกผู้ใหญ่ในพรรคไม่ได้ตำหนิอะไร ยืนยันการเสียบบัตรแทนกันไม่สามารถทำได้ แต่กรณีนี้เจ้าของบัตรยืนอยู่ด้วย ส่วนตัวมองว่า ไม่ใช่การเสียบบัตรแทนกัน แต่เป็นเพียงการช่วยเหลือกันเท่านั้น ชี้ที่นั่งของพรรคพลังประชารัฐ มีเครื่องลงคะแนนเพียง 68 ที่เท่านั้น จาก ส.ส.ทั้งหมด 117 คน ทำให้ต้องลงคะแนนซ้ำในเครื่องของบุคคลอื่น เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เป็นอุบัติเหตุ   ด้านนายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ  แจงกรณีฝากเพื่อนร่วมพรรคกดบัตรลงคะแนนแทน ไม่กังวลกับเรื่องดังกล่าว ได้ชี้แจงกับผู้ใหญ่ในพรรคเรียบร้อยแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นข้อจำกัดจากความไม่พร้อมของสถานที่ที่มีช่องกดลงคะแนนไม่เพียงพอกับสมาชิก ซึ่งต้องรีบกดบัตรให้ทันกับช่วงเวลาที่เปิดให้ลงคะแนน ยืนยันไม่ได้มีเจตนาให้ใครมากดแทน หรือฝากบัตรไว้ใครกดให้ และเป็นวิปก็ต้องคอยเดินประสานงานกับเพื่อนสมาชิกคนอื่นๆด้วย ทำให้ไปกดบัตรเองไม่ทัน จึงให้เพื่อนสมาชิกกดให้ตามความประสงค์   ขณะที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาระบุ ต้องสอบทุกกรณี มิเช่นนั้นจะไม่ยุติธรรม ปกติ ส.ส.ต้องไม่ยุ่งกับบัตรคนอื่น ครเสียบบัตรแทนกันก็ไม่ได้ แม้เครื่องจะไม่พอก็ตาม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j4THLECcbz4  

 637
สรุปข่าว
23 ม.ค. 63

ปิดเมืองหวงกังควบคุมไวรัสโคโรนา - นายกฯ มอบรางวัลนักฬาซีเกมส์ - ส.ส. พปชร. รับเสียบบัตรแทนกันจริง อ้างเครื่องไม่พอ

ส.ส. พปชร. รับเสียบบัตรแทนกันจริง อ้างเครื่องไม่พอ   นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ รับว่าให้ นางสาวภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเดียวกัน กดบัตรแทนจริง ระบุเป็นเพราะข้อจำกัดที่มีช่องกดบัตรไม่เพียงพอกับสมาชิก และต้องรีบกดบัตรให้ทันกับช่วงเวลาที่เปิดให้ลงคะแนน       นายกฯ มอบรางวัลนักฬาซีเกมส์     นายกฯ เป็นประธานมอบรางวัลและแสดงความยินดีกับผู้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ที่ฟิลิปปินส์ 50 ชนิดกีฬา รวมกว่า 224 ล้านบาท โดยเหรียญทองได้รางวัลละ 3 แสนบาท เหรียญเงิน 150,000 บาท และเหรียญทองแดง 75,000 บาท พร้อมย้ำรัฐบาลหนุนเล่นกีฬาส่งเสริมความสามัคคี       ปิดเมืองหวงกังควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา   เมืองหวงกัง ซึ่งอยู่ติดกับเมืองอู่ฮั่น ประกาศระงับระบบสาธารณะเป็นแห่งที่ 2 ควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่      ล่าสุด ทางการกรุงปักกิ่งประกาศยกเลิกกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนขนาดใหญ่ ลดความเสี่ยงการแพร่ระบาด ขณะที่บริษัทที่จัดการแสดงสินค้าเลเจนด์ เฟสติวัล ในไทย ประกาศเลื่อนงานออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เดินทางมาจากจีน     ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/R-Ps1q82S5E  

 622
การเมือง
23 ม.ค. 63

เปิดคลิปแฉคนหน้าคล้าย ส.ส.หญิง พปชร.กดบัตรแทนกัน โหวตงบปี 63

จากการที่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงการกดบัตรแทนกันของนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ และนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย   ล่าสุดมีคลิปของส.ส.หญิงคล้าย น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส. สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ มีการวางบัตรลงคะแนนบนโต๊ะ 2 ใบ ก่อนจะหยิบบัตรลงคะแนนบนโต๊ะทั้ง 2ใบ เสียบเข้าไปในเครื่องลงคะแนนมากกว่า 1ครั้ง ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า อาจเป็นการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันหรือไม่   ด้านนักข่าวติดต่อสอบถาม น.ส.ภริม แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ทั้งนี้มีรายงานว่าทางพรรคต้นสังกัดกำลังหารือกัน และขอให้ ส.ส.ที่ถูกพาดพิงอยู่นิ่งๆไปก่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/99cQmWe01ss

 410
การเมือง
20 ม.ค. 63

ปชป. แฉ ส.ส.กดบัตรแทนกัน ขณะพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2563

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ แถลงแฉการพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่พบว่ามีการกดบัตรลงมติแทนกันของ ส.ส. ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐรรมนูญ และอาจส่งผลให้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีปัญหา เพราะศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยเมื่อปี2557 กรณีกดบัตรแทนกันของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย จนส่งผลให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เป็นโมฆะมาแ้ว เมื่อปี2557     ซึ่งกรณีนี้ ตนไม่ทราบว่าใครเป็นคนกดแทน แต่จากข้อมูลพบว่า นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส. พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เข้าร่วมประชุม ในวันที่ 10 และ 11 มกราคม เพราะมีหลักฐาน ชัดเจนว่า นายฉลอง เดินทางไปหาดใหญ่ ในเวลา 20.50น. และกลับมายัง กทม. ในวันที่ 13 มกราคม แต่กลับมีผลการลงมติ แสดงชื่อว่าลงมติชัดเจน     ล่าสุด ทางด้าน นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุงเขต 2 พรรคภูมิใจไทย กล่าวชี้แจงภายหลัง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหาว่าเสียบบัตรแทนกัน ในวันที่ 10 และ 11 มกราคม ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ที่ผ่านมาว่า ในวันที่ 10 ตนได้เข้าประชุมตามปกติ แต่ช่วงเย็น ได้รีบเดินทางไปจัดการงานศพญาติที่จังหวัดพัทลุง โดยไม่ได้นำบัตรส.ส.ออกมา ซึ่งได้เสียบบัตรคาไว้ที่ช่องลงคะแนน และคาดว่าบัตรยังคงคาอยู่จนถึงวันที่ 11     นอกจากนี้ยังยืนยันว่า ไม่ได้สั่งให้ใครกดโหวตแทนให้ ส่วนจะชี้แจงอย่างไรนั้น นายฉลองกล่าวว่า หากสภามีการสอบถามมา ก็พร้อมจะชี้แจง  

 508
การเมือง
20 ม.ค. 63

'ธรรมนัส' แจงปมแชทหลุดระส่ำ พปชร. 'สนธิรัตน์'เคลียร์แล้ว ยันไม่ลอยแพ 'ปารีณา'

กรณีปมแชทหลุด ที่มีข้อความโต้เดือด ระหว่าง ส.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงปมร้าวในพรรคพลังประชารัฐ ก่อนที่ ส.ส.ปารีณา ออกมาชี้แจง ไม่มีปัญหา กับ ร.อ.ธรรมนัส แต่ตัวเองแค่เป็นคนพูดตรง ๆ   ล่าสุด  ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีนี้ว่า ตนเองไม่ต้องชี้แจงอะไร เพราะไม่ได้คุยกับคุณปารีณา เหตุการณ์มันเกิดขึ้น เนื่องจากว่าฝ่ายกฎหมายของ สปก.ได้หาแนวทางการแก้ปัญหา ในเรื่องที่ดินของคุณปารีณา ร่วมกับฝ่ายกฎหมาย โดยตนได้ให้นโยบายไปแล้ว เราใช้กฎหมายในมาตรฐานเดียวกันหมด บางทีมันอาจจะไม่ถูกใจสำหรับนักการเมืองบางท่าน เเละไม่ได้เจาะจงว่าเป็นคุณปารีณา และก็เป็นเรื่องภายในพรรคที่คุยกัน ตนเองก็ไม่ทราบว่าคลิปมันหลุดออกมาได้อย่างไร   ร้อยเอกธรรมนัส ยังกล่าวอีกว่า ไม่หนักใจอะไรเพราะตน ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่อาจไม่ถูกใจคนบางคนก็เป็นเรื่องปกติ จะให้ตนทำงานถูกใจคนทุกคนคงเป็นไปไม่ได้   ด้านเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ กล่าวถึงปมแชทไลน์หลุดว่า เป็นเรื่องภายในพรรค และไม่ได้เป็นปัญหาข้อขัดแย้ง ซึ่งส.ส.ปารีณาได้พูดออกมาแล้วว่าไม่ได้มีข้อขัดแย้ง ผมสอบถามรัฐมนตรีธรรมนัสก็ไม่ได้มีข้อขัดแย้ง เป็นเพียงการพูดคุยกันในพรรค ซึ่งพรรคเรานั้นจะพูดกันตรงๆ แต่ไม่ได้ถือเป็นความขัดแย้ง   ส่วนกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐให้ความช่วยเหลือด้านคดีแก่ น.ส.ปารีณา คุณสนธิรัตน์ กล่าวว่า หากพรรคช่วยเหลือน.ส.ปารีณาจริง คงไม่มีแชทหลุดออกมา แต่พรรคดำเนินการตรงไปตรงมาในแต่ละเรื่อง ยืนยันไม่ได้ลอยแพ  สิ่งใดที่พรรคต้องดำเนินการดูแลลูกพรรค เราดำเนินการอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2rjKYSSAdV4

 1,060
การเมือง
19 ม.ค. 63

'ปารีณา' รับแชทหลุดต่อว่า 'ธรรมนัส' ของจริง ลั่นยินดีลาออก กมธ.ปราบโกง แต่ท้า 'เสรีพิศุทธ์-วัฒนา' ลาออกพร้อมกัน

หลังจากที่นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ โต้เถียงกับพ.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวช ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ในห้องประชุม คณะกรรมาธิการ จนทำให้ พ.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวช หลุดคำว่า “เสือก” ออกมา ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น เนื่องจากมีการให้ พ.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวช ถอนคำพูดนั้น   เมื่อวานนี้ (18 ม.ค.63) ผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามนางสาวปารีณา ถึงกรณีที่มีแชทลับออกมาด่า ร.อ.ธรรมนัส พรมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นั้น นางสาวปารีณาก็บอกว่า “ห้องแชทเป็นห้องพูดคุยกันของกลุ่ม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เท่านั้น ก็ไม่ทราบว่าแชทนี้หลุดออกมาได้อย่างไร ต้องไปถามสื่อที่นำไปลงว่า ได้แชทนี้มาได้อย่างไร เชื่อว่าจะต้องเป็น ส.ส. ที่นำออกไปให้ ซึ่งจริง ๆ แล้วในกลุ่มนี้ก็จะมีการโต้เถียงกัน มีการพูดคุยกันหลาย ๆ เรื่อง แต่ก็ไม่เคยมีแชทหลุดออกไปอย่างนี้ และจับมาแค่ประเด็นนี้เท่านั้น”   โดยตนยืนยันว่า “เป็นผู้น้อยและท่านเป็นผู้ใหญ่ ไม่ได้มีรอยร้าวกับท่านอยู่แล้ว ยังสามารถร่วมงานกันได้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของการพูดคุยในไลน์ ซึ่งไม่ได้มีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ซึ่งปกติทุกคนก็จะรู้แล้วว่าตนนั้นเป็นคนพูดตรง ๆ เมื่อเขียนหรือแสดงออกอะไร บางคนก็อาจจะคิดว่าแรง แต่ถ้าอ่านที่เนื้อหาสาระก็จะเห็นว่าตนนั้นพูดออกมาจากใจ แต่เมื่อมีแชทหลุดมาก็ยังยืนยันว่าสามารถร่วมงานกับท่านได้”   ในฐานะกรรมาธิการป.ป.ช. กล่าวถึงการทำหน้าที่กรรมาธิการว่า มีหลายท่านต้องการให้ตนลาออกจาก กมธ.ปราบโกง เนื่องจากมีคดีที่ดิน ภบท.5 ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตนยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ ว่าไม่ได้บุกรุกและพร้อมจะสู้คดีจนถึงที่สุด เพราะมั่นใจว่าประชาชนทุกคนที่อาศัยและทำกินอยู่บนที่ดิน ภบท.5 ตั้งตารอดูคดีนี้ เพราะถ้าตนติดคุก ก็จะมีประชาชนที่อาศัยอยู่และทำกินบน ภบท.5 ต้องมาติดคุกทั่วแผ่นดิน เช่นเดียวกันกับนายวัฒนา เมืองสุข ที่ปรึกษาประธาน กมธ.ชุดนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการต่อสู้คดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร และเช่นเดียวกันกับคุณเสรีพิศุทธิ์ ที่มีคดีหมิ่นเบื้องสูงถูกร้องเรียนที่กรรมาธิการปราบโกง 2 คดี และคดีทุจริตอีกประมาณ 5 คดี ไม่รวมคดีต่าง ๆ ที่อยู่ที่ศาล   นางสาวปารีณายังกล่าวถึงกระแสกดดันให้ออกจากตำแหน่งประธานกรรมาธิการปราบโกงว่า “ถ้าเพื่อความยุติธรรมดิฉันยินดีลาออก แต่ต้องออกพร้อมกับคุณเสรีพิศุทธิ์ และคุณวัฒนา ดิฉันขอท้าไปยังทั้ง 2 ท่านว่าพร้อมที่จะลาออกหรือไม่ หากทั้ง 2 คน พร้อม ดิฉันก็พร้อม”   สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส ผู้สื่อข่าวพยายามโทรศัพท์ติดต่อ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง แต่ไม่สามารถติดต่อได้       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/kiYcrcH2OIs      

 19,628
การเมือง
16 ม.ค. 63

'พ.ต.ท.ไวพจน์' สิ้นสถานภาพส.ส.ทันที หลังศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 4 ปี

ศาลออกหมายจับ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พลังประชารัฐ เบี้ยวนัดฟังฎีกา บุกล้มประชุมอาเซียนที่พัทยา ศาลอ่านลับหลังยืนโทษจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา วันนี้ (15 ม.ค.) ที่ศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่ 13 นปช. ร่วมกันชุมนุมบุกรุกไปยัง โรงแรมรอยัลคลิฟ บีช พัทยา ก่อความวุ่นวายขัดขวางการประชุมอาเซียน ซัมมิท ปี 2552 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นาย อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง กับพวกรวม 18 คนเป็นจำเลย โดยระหว่างพิจารณามีจำเลยหลบหนี 3 คน ขณะที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง 2 คนคือ นายธรชัย ศักดิ์มังกรจำเลยที่ 8 , พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ จำเลยที่ 14 ชั้นฎีกายกฟ้อง 1 คน คือนายสมญศฆ์ พรมภาจำเลยที่ 4 โดยในวันนี้ศาลนัดอ่านคำพิพากษาในส่วนของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จำเลยที่ 3 หลังจากที่เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 ศาลจังหวัดพัทยาได้ออกหมายจับเพื่อให้ติดตามตัวมาฟังคำพิพากษาฎีกาในวันนี้ แต่ปรากฎว่าเมื่อถึงเวลานัดวันนี้มีเพียงทนายความมารายงานตัวที่ศาล ส่วน พ.ต.ท.ไวพจน์ ที่ศาลออกหมายจับครบ 1 เดือนแล้วยังไม่ได้ตัวมาศาลแต่อย่างใด ศาลจึงได้อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย โดยศาลฎีกาพิพากษายืนจำคุก พ.ต.ท.ไวพจน์ 4 ปี และปรับ 200 บาท โดยไม่รอลงอาญา ภายหลังอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว ศาลจังหวัดพัทยาได้มีคำสั่งให้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ไวพจน์ จำเลยที่ 3 เพื่อมารับโทษตามคำพิพากษาต่อไป โดยหมายจับมีอายุความ 10 ปี ในการติดตามตัวนับจากวันนี้ ส่งผลให้ พ.ต.ท.ไวพจน์ สิ้นสภาพการเป็นส.ส.ทันที จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของกกต. กำหนดวันเลือกตั้งซ่อม เขต 2 จ.กำแพงเพชรต่อไป  

 984
การเมือง
15 ม.ค. 63

ศาลพิพากษาลับหลัง สั่งจำคุก 4 ปี 'ส.ส.ไวพจน์' คดีล้มประชุมอาเซียน

ศาลออกหมายจับ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พลังประชารัฐ เบี้ยวนัดฟังฎีกา บุกล้มประชุมอาเซียนที่พัทยา ศาลอ่านลับหลังยืนโทษจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา     วันนี้ (15 ม.ค.) ที่ศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.3537/2552 คดีที่ 13 นปช. ร่วมกันชุมนุมบุกรุกไปยัง โรงแรมรอยัลคลิฟ บีช พัทยา ก่อความวุ่นวายขัดขวางการประชุมอาเซียน ซัมมิท ปี 2552 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นาย อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง กับพวกรวม 18 คนเป็นจำเลย โดยระหว่างพิจารณามีจำเลยหลบหนี 3 คน ขณะที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง 2 คนคือ นายธรชัย ศักดิ์มังกรจำเลยที่ 8 , พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ จำเลยที่ 14 ชั้นฎีกายกฟ้อง 1 คน คือนายสมญศฆ์ พรมภาจำเลยที่ 4     โดยในวันนี้ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาในส่วนของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จำเลยที่ 3 หลังจากที่เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 ศาลจังหวัดพัทยาได้ออกหมายจับเพื่อให้ติดตามตัวมาฟังคำพิพากษาฎีกาในวันนี้ แต่ปรากฎว่า เมื่อถึงเวลานัดวันนี้มีเพียงทนายความมารายงานตัวที่ศาล ส่วน พ.ต.ท.ไวพจน์ ที่ศาลออกหมายจับครบ 1 เดือนแล้วยังไม่ได้ตัวมาศาลแต่อย่างใด ศาลจึงได้อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย      โดยศาลฎีกาพิพากษายืนจำคุก พ.ต.ท.ไวพจน์ 4 ปี และปรับ 200 บาท โดยไม่รอลงอาญา   ภายหลังอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว ศาลจังหวัดพัทยาได้มีคำสั่งให้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ไวพจน์ จำเลยที่ 3 เพื่อมารับโทษตามคำพิพากษาต่อไป โดยหมายจับมีอายุความ 10 ปี ในการติดตามตัวนับจากวันนี้สำหรับคดีนี้ในส่วนของจำเลยที่ 1,2,5,12,16 นั้น ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลฏีกาลับหลังจำเลยและได้ออกหมายจับจำเลยไว้แล้วเช่นกัน ส่วนจำเลยที่ 6,10,11,13,15,17 ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนจำคุกด้วยนั้นได้ฟังคำพิพากษาก่อนหน้านี้แล้ว และศาลได้ออกหมายจำคุกถึงที่สุดซึ่งทั้งหมดถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ   สำหรับคดีนี้มีจำเลยที่ศาลยกฟ้องเพียง 3 คน คือจำเลยที่ 4 ,8 และ 14 โดยมีจำเลยที่หลบหนีระหว่างพิจารณา 3 คน คือ 7,9 และ 18 ซึ่งศาลให้จำหน่ายคดีออกจากสาระบบความไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะได้ตัวมาดำเนินคดี

 2,229
การเมือง
13 ม.ค. 63

ศาลเรียก 'วัฒนา' เข้าไต่สวนปมถูกพาดพิงคดีบ้านเอื้ออาทร ด้าน 'ปารีณา' เก็บตัวเงียบ

ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วันนี้ (13 ม.ค. 63) ศาลนัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้อง ในคดีที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ร้องขอให้ศาลตรวจสอบการกระทำของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ว่ากระทำการขัดต่อคำสั่งศาลหรือไม่    เนื่องจาก น.ส.ปารีณา ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อเดือน ส.ค.2562 พาดพิงนายวัฒนา และการเบิกความในคดีบ้านเอื้ออาทร โดยคดีนี้ น.ส.ปารีณาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา ทำให้ศาลนัดไต่สวนพยานแล้ว เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2562 และห้าม น.ส.ปารีณาโพสต์ข้อความอีก และเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2562 น.ส.ปารีณาขอศาลเลื่อนนัดไต่สวนมาเป็นวันนี้เนื่องจากเพิ่งแต่งตั้งทนายความ   โดยวันนี้ นายวัฒนา เดินทางมาศาลพร้อมทีมทนายความ แต่ไม่มีฝั่งของน.ส.ปารีณา ผู้ถูกร้อง อย่างไรก็ตามคดีนี้ ศาลได้กำหนดนัดฟังคำสั่งไว้ล่วงหน้า วันที่ 24 ก.พ.63 ทางผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อไป ยัง น.ส. ปารีณา ว่าวันนี้จะมาศาลหรือไม่ แต่มีผู้ติดตามรับสายแทนและขอให้ฝากเรื่องไว้ โดยไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด ขณะที่ นายวัฒนา เมืองสุข ก่อนเข้าฟังการไต่สวน ได้ออกมาแวะทักทายกับสื่อมวลชนที่รอด้านหลังศาล แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ เพราะห่วงว่าจะขัดคำสั่งศาล   สำหรับคดีทุจริตบ้านเอื้ออาทรนั้น ก่อนหน้านี้ ระหว่างการไต่สวนพยานโจทก์ ศาลได้ออกข้อกำหนด เมื่อวันที่ 15 ก.ค.62 ว่า หลังจากที่มีการรายงานเกี่ยวกับคดีจนอาจกระทบการพิจารณาได้ องค์คณะฯ จึงได้ออกข้อกำหนดระหว่างการพิจารณา ห้ามไม่ให้ผู้ใดกระทำการ   1. ให้ข่าว, รายงาน หรือย่อเรื่องกระบวนพิจารณาคดีอย่างไม่เป็นธรรม และไม่ถูกต้อง 2. ทำการวิภาค (ภาษาตามกฎหมาย) โดยไม่เป็นธรรมในการดำเนินคดีของคู่ความ หรือคำพยานหลักฐาน รวมทั้งการแถลงข้อความที่เป็นการเสื่อมเสียชื่อเสียงของคู่ความ, พยาน 3. ชักจูงให้เกิดมีคำพยานเท็จ โดยการกระทำนั้นประสงค์จะให้มีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของประชาชน หรือเหนือศาล, คู่ความ, พยานหลักฐาน ที่จะมีผลทำให้การพิจารณาคดีเสียความยุติธรรมไป โดยการออกข้อกำหนดดังกล่าวเป็นไปตามอำนาจประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ป.วิ.แพ่ง) มาตรา 30, 32, 33

 4,808
การเมือง
08 ม.ค. 63

พปชร.สั่ง ส.ส.ต้องอยู่ร่วมประชุม ร่าง พ.ร.บ.งบปี 63

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) พร้อมด้วยนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรค และ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรค แถลงผลการประชุม ส.ส.พรรคประจำสัปดาห์ ว่า ในที่ประชุมได้กำชับให้ ส.ส.อยู่ร่วมการประชุมตลอดเวลา เพราะจะต้องมีการโหวตถึง 47 ครั้ง 47 มาตรา รวมไปถึงหารือถึงการเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ พันเอกประพัฒน์ จันทร์โอชา บิดา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม   สำหรับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ 63 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท วาระ 2 และ 3 ในวันที่ 8-9 ม.ค. ล่าสุดวิปรัฐบาลและฝ่ายค้านได้รับการประสานจากนพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงกำหนดเวลาในการอภิปราย คนละ เบื้องต้นกำหนดให้อภิปรายไม่เกิน 5 นาที และขอความร่วมมือจาก ส.ส.ทุกคนอยู่ร่วมการประชุมตลอดเวลา เพราะจะมีการโหวตในทุกมาตรา รวม 47 มาตรา    

 310
การเมือง
04 ม.ค. 63

'ธนกร' พร้อมแจงศึกซักฟอก ลั่นไม่กลัวถูกน็อกกลางสภา เย้ยฝ่ายค้านระวังพุ่งหอกใส่ตัวเอง

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า สถานการณ์ทางการเมืองปี2563 มีแนวโน้มจะเข้มข้นขึ้น แต่ตนเชื่อว่าคงไม่มีการลุกลามบานปลายสร้างความเสียหายให้ประเทศเหมือนในอดีต เพราะพี่น้องประชาชนมีบทเรียนมาแล้ว คงไม่ยอมให้ประเทศเสียหาย และจะเป็นการซ้ำเติมประเทศทางด้านเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันรัฐบาลจะไม่ขอเป็นคู่ขัดแย้งกับใคร พยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางการเมือง มุ่งเน้นทำงานให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะจะมีการเร่งดำเนินนโยบายต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน การดูแลสวัสดิการ รวมไปถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สามารถนำพาประเทศไปสู่จุดหมายที่ประชาชนคาดหวังได้ แม้ว่าจะเจอปัญหาอุปสรรคมากมายก็ตาม   นายธนกร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเตรียมขุนพล 25 คนอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร เป็นเรื่องที่ดีที่ฝ่ายค้านต้องตรวจสอบรัฐบาลตามกลไกรัฐสภา รัฐบาลพร้อมที่จะชี้แจงทุกประเด็น ไม่กลัวถูกน็อคกลางสภาฯ ตามที่ฝ่ายค้านขู่ เพราะมั่นใจว่าพล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต แต่ทางที่ดีฝ่ายค้านเองก็ต้องระวังด้วย เพราะหอกอาจจะหันพุ่งใส่ตัวเองก็ได้ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย สมัยที่เป็นรัฐบาลก็เกิดปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นใช่หรือไม่ ดังนั้น การจะอภิปรายกล่าวหารัฐบาล หากนำข้อมูลหลักฐานที่ไม่ถูกต้องก็ต้องรับผิดชอบด้วย   นายธนกร กล่าวด้วยว่า สำหรับร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นผู้ดูแลการอภิปรายนั้น ด้วยความเคารพผู้อาวุโส แต่เท่าที่เห็นขณะนี้ยังไม่น่ากลัวอะไร โลกวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ร.ต.อ.เฉลิมเองก็ไม่ได้เป็นส.ส. ท่านอยู่นอกสภาฯ ไม่ได้มาอภิปรายเอง ทำให้เวลามาสภาฯ คงไม่เจอเฉลิมแล้ว จะเจอก็แต่นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ลูกชายท่าน วันนี้ประชาชนจึงอยากให้นายวันเป็น1ใน25 ขุนพลด้วย เพราะหวังว่าจะได้ฟังการอภิปรายที่ดีกว่าส.ส.หน้าเดิมๆ ที่หมุนเวียนกันอภิปรายจนประชาชนเริ่มจะเบื่อ และเชื่อว่านายวันอาจจะมีลีลาการอภิปรายที่น่าสนใจมากกว่าก็เป็นได้   ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข มั่นใจว่าผู้ที่ถูกยื่นอภิปรายจากฝ่ายค้านจะมีเหตุผลที่สามารถชี้แจงได้ และเชื่อว่าทุกคนมีสปิริตอยู่แล้ว และทุกคนทำหน้าที่ด้วยความสื่อสัตย์สุจริต ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรก็มีวุฒิภาวะในการตัดสินใจ    ส่วนที่ฝ่ายค้านให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นกุนซือนั้น มองว่าหากทำงานด้วยเจตนาที่สุจริตก็ไม่ต้องกังวลอะไร แต่หากทำด้วยเจตนาทุจริตก็ต้องกลัว    อย่างไรก็ตามอยากให้ทุกฝ่ายรักษาบรรยากาศด้วย เพราะปีใหม่แล้วบ้านเมืองต้องก้าวหน้าต่อไป ดังนั้นการอภิปรายหรือการกล่าวหาต่างๆ ขอให้มีขอบเขต โดยอภิปรายเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐบาลนี้ ไม่ใช่พูดถึงเรื่องในอดีตหรือเรื่องในอนาคตหรือไปขุดคุ้ยเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานของรัฐบาลนี้ เพราะบางเรื่องอาจทำให้สร้างความเคลือบแคลงสงสัย แต่ไม่ได้เป็นเกี่ยวกับการบริหารประเทศ    ทั้งนี้ นายอนุทิน ยังกล่าวว่า หากอภิปรายแล้ว รัฐมนตรีคนใดผิดจริง ไม่มีใครสามารถที่จะปกป้องได้ แต่หาก ถูกกลั่นแกล้งก็ต้องสปิริตการอยู่ร่วมกันเป็นคณะ ต้องช่วยกันปกป้อง คนที่ถูกใส่ร้าย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/6bxbNOJOvgE  

 625
การเมือง
23 ธ.ค. 62

'สมศักดิ์ คุณเงิน' ประกาศชัยเลือกตั้งซ่อมขอนแก่น พปชร. ชนะเพื่อไทย ทิ้งห่างกว่า 2,000 คะแนน

ผลการเลือกตั้งซ่อมเขต 7 ในเขต อ.มัญจาคีรี และ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น อย่างไม่เป็นทางการ พบว่า นายธนิก มาสีพิทักษ์ ผู้สมัครหมายเลข 1 จากพรรคเพื่อไทย ได้ 38,010 คะแนน แพ้นายสมศักดิ์ คุณเงิน ผู้สมัครหมายเลข 2 จากพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้ 40,252 คะแนน ชนะไป 2,242 คะแนน จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 132,063 คน มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 81,063 คน บัตรเสีย 1,680 บัตร ไม่ประสงค์ลงคะแนน 815 คะแนน คิดเป็น 61.38 %   หลังทราบผลนายสมศักดิ์ คุณเงิน ผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐ กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ลงคะแนนให้ เพราะตระหนักดีว่าการต่อสู้ทางการเมืองเราไม่ได้เหนือกว่าคู่ต่อสู้ แต่เรามีหัวใจที่แข็งแกร่ง  ทำงานและเราผูกพันกับพี่น้องลึกซึ้งมากกว่า แม้จะพ่ายแพ้เลือกตั้งเมื่อ 24 มีนาคมที่ผ่านมา แต่พี่น้องได้ให้บำเหน็จได้รับชัยชนะในครั้งนี้ ตนจะอาสารับใช้พี่น้อง ไม่ว่าจะเป็นสภาวะภัยแล้ง ราคาสินค้าเกษตร จะนำเอาสิ่งที่เป็นนโยบายหาเสียงไปนำเสนอรัฐบาล ผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรม คาดหวังอย่างยิ่งว่า พรรคพลังประชารัฐจะเป็นทางเลือกให้พี่น้องชาวอีสาน ชาวขอนแก่นในคราวต่อไป   ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังทราบผลคะแนนเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 7 จ.ขอนแก่นอย่างไม่เป็นทางการว่า  ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ พรรคเพื่อไทยแพ้พรรคพลังประชารัฐเล็กน้อย   อย่างไรก็ตามคงต้องรอผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจากกกต.ต่อไป แต่ขอบคุณประชาชนในทุกคะแนนเสียงที่เลือกพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ แม้ไม่มีโอกาสมีตัวแทนไปทำหน้าที่ส.ส.ให้ประชาชนเขต7 จ.ขอนแก่น แต่นายธนิก มาสีพิทักษ์ ผู้สมัครส.ส.ขอนแก่น จะยังลงพื้นที่ในฐานะนักการเมืองคอยรับใช้ประชาชนในพื้นที่ เขต7ต่อไป หวังว่า หากมีการเลือกตั้งครั้งหน้า ประชาชนเขต 7 จ.ขอนแก่น จะให้ความไว้วางใจกับผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kevw12LeKMk

 1,511
การเมือง
22 ธ.ค. 62

'พลังประชารัฐ' ประกาศชัยชนะเลือกตั้งซ่อมเขต 7 จ.ขอนแก่น มั่นใจได้คะแนนโดยโปร่งใส

ผลการเลือกตั้งซ่อม เขต 7 จังหวัดขอนแก่น พรรคพลังประชารัฐ ชนะ พรรคเพื่อไทย ประกาศชัยชนะขอบคุณชาวอำเภอหนองเรือ และอำเภอมัญจาคีรี มั่นใจว่าชนะอย่างโปร่งใส เพราะประชาชน อยากให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาให้ จึงไม่ห่วงเรื่องการร้องเรียนทุจริต ที่เชื่อว่า มีการตรวจสอบตามกฏหมาย      นายสมศักดิ์ คุณเงิน ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ ได้รับความยินดีจากแกนนำพรรค เช่นนายเอกราช ช่างเหลา และประชาชนที่สนับสนุนจนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมเขต 7 นายสมศักดิ์ ขอบคุณประชาชนชาวหนองเรือ ที่เลือกพรรครัฐบาลเข้าไปทำงานแก้ไขปัญหาทั้งเรื่องภัยแล้ง สินค้าเกษตร และเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเหตุผลให้ตัดสินใจเลือก      เช่นเดียวกับ นายเอกราช ที่ได้แจ้งผลเลือกตั้งให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ และร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ที่มาช่วยหาเสียงอย่างเต็มที่ ท่ามกลางเสียงเฮของผู้สนับสนันนับตั้งแต่รู้ผลเลือกตั้ง     นายสมศักดิ์ มั่นใจว่าได้รับชัยชนะอย่างโปร่งใส แม้จะมีการร้องเรียนการทุจริตเลือกตั้งก็มีการตรวจสอบตามกฏหมาย อยู่แล้ว เช่นเดียวกับการกล่าวหาว่าข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลาง รู้สึกเห็นใจข้าราชการมาก และขอบคุณพรรคคู่แข่งที่กล่าวหาเรื่องนี้จนประชาชนสงสาร และเป็นคะแนนตีกลับมา จนมั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะแบ่งส.ส.ครึ่งหนึ่งของจังหวัดขอนแก่นมาเป็นของพรรคพลังประชาชนได้ 5 เขต ขณะที่นายเอกราช มองว่าเป็นเพียงการตีขุม ตีปลาหน้าไซ ของคู่แข่ง เพื่อต้องการเอกชนะเท่านั้น     สำหรับผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ นายอภินันท์ จันทร์อุปละ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง จังหวัดขออนแก่นได้ติดประกาศที่ศูนย์นับคะแนนรวม เขตเลือกตั้งที่ 7 ที่ว่าการอำเภอหนองเรือ หลังจากทั้ง 271 หน่วยเลือกตั้งได้ส่งผลนับคะแนนจากอำเภอมัญจาคีรี และอำเภอหนองเรือ      พบว่า ผู้สมัครหมายเลข 1 นายธนิก มาสีพิทักษ์ ได้ 38,010 คะแนน แพ้ ผู้สมัครหมายเลข 2 นายสมศักดิ์ คุณเงิน พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้ 40,252 คะแนน ชนะไป 2,242 คะแนน จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 132,063 คน บัตรเสีย 1,680 บัตร ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 81,063 คน คิดเป็น 61.38 % ไม่ประสงค์ลงคะแนน 815 คะแนน โดยกกต.กลางจะประกาศผลอย่างเป็นทางการได้ในสัปดาห์หน้า      ซึ่งในการนับคะแนนไม่พบความผิดปกติใด ไม่พบบัตรเขย่ง มีหน่วยเลือกตั้งเดียวนี่นับคะแนนไม่ตรงจึงนับใหม่ ส่วนการตรวจสอบทุจริตยืนยันว่าจะสอบทุกเรื่อง แต่กรณีกำนันกาบัตรแทน เบื้องต้นไม่พบการกระทำผิดแต่จะสอบทุกฝ่าย ยืนยันกกต.ทำงานโปร่งใสเป็นกลาง     ในส่วนพรรคเพื่อไทย นายธนิก มาสีพิทักษ์ ได้ติดตามการนำคะแนนที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย หลังพบว่าแพ้ ยังไม่มีการแถลงใดๆ      เช่นเดียวกับแกนนำพรรคทั้ง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์ และนาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค ที่มาติดตามการเลือกตั้ง ขอรอผลเลือกตั้งที่แน่ชัดและรวบรวมปัญหาที่พบในการเลือกตั้งทั้งหมดแถลงในวันพรุ่งนี้      นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค ได้เป็นห่วง กรณี กกต.แถลงการสอบทุจริตเร็วเกินไป เช่นเรื่องกำนันกาบัตรแทน ต้องสอบอย่างยุติธรรม     สำหรับการเลือกตั้งซ่อมเขต 7 จังหวัดขอนแก่น มีการจับตาอย่างมาก เพราะเป็นศึกเลือกตั้งระหว่างพรรครัฐบาลและฝ่ายค้าน ที่พรรคเพื่อไทยในฐานะเจ้าของพื้นที่เดิมจากนายนวัธ เตาะเจริญสุข ที่ต้องโทษ จึงต้องการรักษาที่นั่งเดิม จึงส่ง นายธนิก อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ ชาวอำเภอมัญจาคี      ขณะที่ พรรคพลังประชารัฐ ส่งนายสมศักดิ์ คุณเงินที่เป็นอดีต ส.ส. จังหวัดขอนแก่น 5 สมัย ตั้งแต่ พ.ศ. 2531 เคยสังกัดพรรคกิจประชาคม พรรคเสรีธรรม และพรรคไทยรักไทย ก่อนจะย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และพ่ายแพ้ให้กับนายนวัธ เตาะเจริญสุข ในการเลือกตั้ง 24 มีนาคมที่ผ่านมา สามพันคะแนน ก่อนจะมาพลิกชนะพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งวันนี้

 4,418
การเมือง
22 ธ.ค. 62

ประชุมใหญ่ พปชร. เพิ่มสัดส่วน กก.บห. 17 ตำแหน่ง - เปลี่ยนโลโก้ใหม่ ‘ไร้เหลี่ยม กลมเกลียว’

อุตตม-สนธิรัตน์ ยังเหนียว นั่งหัวหน้าฯ-เลขาฯ พรรค เพิ่มสัดส่วนกรรมการบริหารพรรค 17 ตำแหน่ง ตั้ง อนุชา-ไพบูลย์ นั่งรองหัวหน้าพรรคฯ พร้อมปรับโลโก้แก้เคล็ด ‘ไร้เหลี่ยม กลมเกลียว’    การประชุมใหญ่สามัญพรรคพลังประชารัฐ ประจำปี 2562 ที่ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ เมื่อวานนี้ (21 ธ.ค.62) มีนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะหัวหน้าพรรค, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรค และนายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียน ร่วมเป็นประธานการประชุม ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก    โดยงานนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค สวมแจ็คเก็ตพรรคเข้าร่วมประชุมด้วย วาระสำคัญที่ถูกจับตา คือ การพิจาณาปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งสุดท้ายที่ประชุม ได้เห็นชอบเพิ่มคณะกรรมการบริหารพรรค จาก 24 คนเป็น 34 คน และลาออกไป 7 คน โดยมีตำแหน่งสำคัญที่เพิ่ม เป็นรองหัวหน้าพรรค 2 คน ได้แก่ นายอนุชา นาคาศัย และ นายไพบูลย์ นิติตะวัน   สำหรับ กรรมการบริหารพรรค ที่เพิ่มเข้ามา 17 คน ได้แก่  1. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม 2. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน 3. นายสันติ พร้อมพัฒน์ 4. นายสุพล ฟองงาม 5. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 6. นายวิรัช รัตนเศรษฐ 7. นายสุชาติ ชมกลิ่น 8. นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ 9. นางประภาพร อัศวเหม 10. นายนิโรธ สุนทรเลขา 11. นายไพบูลย์ นิติตะวัน 12. นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ13. นายสกลธี ภัทธิยกุล 14. นายไผ่ ลิกค์ 15. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ 16. นายสุรชาติ ศรีบุศกร และ 17.นายนิพันธ์ ศิริธร   นายอุตตม กล่าวภายหลังการประชุม ถึงการเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรคของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะแกนนำกลุ่มสามมิตร มองว่า จะทำให้การประสานงานมีประสิทธิภาพ รวมถึงได้ใช้ศักยภาพของคนในพรรคได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเกิดผลดีกับการทำงาน    ส่วนที่มีหลายฝ่ายมองว่า เพื่อเป็นการสลายกลุ่มการเมืองภายในพรรคนั้น นายอุตตม มองว่า เป็นการสะท้อนว่า พลังประชารัฐคือพลังสามัคคี แม้จะมีความเห็นต่างก็เป็นเรื่องปกติ เวลาทำงานต้องร่วมกัน ซึ่งจะเห็นว่า รายชื่อคณะกรรมการบริหารจะมีตัวแทนจากทุกภาค แกนนำของพรรคที่อยู่ในภาคต่างๆ จะได้มาร่วมกันทำงานได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ได้มากขึ้นด้วย    ส่วนกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรคก่อนหน้านี้ ย้ำว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกของการเมือง แต่ที่ประชุมไม่ได้พูดเรื่องการเปลี่ยนแปลงเลขาฯ พรรค รวมถึงตำแหน่งสำคัญๆ ในพรรคเป็นพิเศษ พร้อมทั้งมองว่า ส.ส. ของพรรคจะประเมินการทำงานกันเองได้ ขณะเดียวกัน ยังเตรียมเพิ่มสมาชิกพรรค เพื่อรองรับการเลือกตั้งในครั้งต่อไปด้วย ส่วนใครจะต้องรับผิดชอบภารกิจใด จะต้องรอการประชุมกรรมการบริหารพรรคก่อน ซึ่งย้ำจากนี้ พรรคจะลงไปในทุกพื้นที่ รวมถึงเน้นงานด้านยุทธศาสตร์ และแผนงานในการนำนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติ เพื่อเป็นการเสริมสร้างพลังของพรรคให้เป็นเต็มเปี่ยมยิ่งขึ้น   นายอุตตม ยังกล่าวว่า ที่ประชุมพรรคได้พิจารณาเปลี่ยนโลโก้พรรคจากเดิม ที่มีสัญญาลักษณ์เป็นรังผึ้ง 6 เหลี่ยม มาเป็นวงกลม ลายธงชาติ และมีคำว่าพรรคพลังประชารัฐอยู่ตรงกลางเช่นเดิม ที่แสดงถึงความหมายว่าพรรคพลังประชารัฐมีความสามัคคี และไร้เหลี่ยม - กลมเกลียว    ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ได้กล่าวสั้นๆ กับผู้สื่อข่าว หลังถูกสอบถามว่าเป็นผู้ออกแบบโลโก้หรือไม่ โดยกล่าวว่า หลายคนก็ช่วยกันออกแบบ พร้อมกับอวดโลโก้ใหม่ให้กับสื่อมวลชนดู ก่อนเดินทางกลับทันที    สำหรับกรรมการบริหารพรรคชุดเดิมที่ลาออก 7 คน ประกอบด้วย 1.นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ 2. นายณพพงศ์ ธีระวร 3. นางวลัยพร รัตนเศรษฐ 4. นายวิเชฐ ตันติวานิช 5.นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล 6.นายองอาจ ปัญญาชาติรักษ์ และ 7. นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/LW7LcvNMnI0  

 589
สรุปข่าว
21 ธ.ค. 62

พปชร.มีมติตั้งกรรมการบริหารพรรค 34 คน - 'สมคิด' นอนคุกไม่เครียดยังปฏิเสธข้อกล่าวหา

'สมคิด' นอนคุกไม่เครียดยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา-รวบสามีภรรยาตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์-พปชร.มีมติตั้งกรรมการบริหารพรรค 34 คน    ขอนแก่น - 'สมคิด' นอนคุกไม่เครียดยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา   ผู้อำนวยการทัณฑสถานบําบัดพิเศษขอนแก่น ระบุ นายสมคิดพุ่มพวงฆาตกรต่อเนื่องถูกคุมขังดี่ยวในคืนเแรกไม่มีอาการเครียด สถานที่คุมขังมีกล้องวงจรปิด และเจ้าหน้าที่เข้าเวรยามดูแลความเรียบร้อย ขณะรองผุ้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เผย ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ แต่เจาหน้าที่มั่นใจมีหลักฐานสามารถเอาผิดได้    กระบี่ - รวบสามีภรรยาตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์    ผู้กำกับสภ.ลำทับ จ.กระบี่ เผย ผลจับคุมคนร้ายก่อเหตุหลักทรัพย์ในพื้นที่อำเภอลำทับ พร้อมของกลางทองคำหนัก 3บาท เครื่องประดับ กล้องถ่ายรูปและเงินสด ผู้ก่อเหตุเป็นสามีภรรยา สารภาพทำมาแล้วหลายครั้งมีประวัติเพิ่งพ้นโทษคดีลักทรัพย์ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช   พปชร.มีมติตั้งกรรมการบริหารพรรค 34 คน    การประชุมใหญ่พรรคพลังประชานรัฐที่ประชุมมีมติ เห็นชอบตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จำนวน 34 คน โดยเพิ่มตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค 2 คน คือ นายอนุชา นาคาศัย และนายไพบูลย์ นิติตะวัน      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/yswpxrYHtyE

 3,127

Top