ค้นหา :

ผลการค้นหา "พรรคพลังประชารัฐ"

การเมืองเข้มข้น
16 ก.พ. 62

'ธนกร' สวน 'ธนาธร' หยุดสร้างวาทกรรมโจมตี 'บิ๊กตู่' ย้ำไม่มีใครเอาเปรียบ

ธนกร สวน ธนาธรหาเสียงสร้างสรรค์ หยุดสร้างวาทกรรมโจมตี พลเอกประยุทธ์รายวัน ย้ำไม่มีใครเอาเปรียบ มั่นใจชาวบ้านตอบรับนโยบายพรรคพลังประชารัฐ   นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง พร้อมทั้งกล่าวหาว่าใช้อำนาจเอาเปรียบทางการเมือง ว่า ตนไม่เข้าใจนายธนาธรที่ออกหาเสียงโดยเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ทั้งที่พล.อ.ประยุทธ์ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนถึงเหตุผลตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ กติกาประเพณี และ ธรรมเนียมปฎิบัติตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และ ทั่วโลกก็เป็นแบบนี้ อีกทั้งต้องเตรียมจัดงานพระราชพิธีที่สำคัญที่คนไทยทั่วประเทศเฝ้ารอ ซึ่งคนทั่วประเทศเข้าใจดี แต่นายธนาธรกลับไม่เข้าใจ ตนผิดหวังกับคนรุ่นใหม่อย่างนายธนาธรมาก นอกจากนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้รัฐบาลไม่ได้ใช้อำนาจอะไรมาช่วยพรรคพลังประชารัฐอย่างที่กล่าวหา เราหาเสียงตามกติกาที่กกต.กำหนดทุกอย่าง   นายธนกร กล่าวอีกว่า นายธนาธรน่าจะทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ นำเสนอนโยบายที่ดีให้กับพี่น้องประชาชนได้พิจารณาเลือก ไม่ใช่การใช้วาทกรรมโจมตีพลเอกประยุทธ์รายวัน เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้นโยบายมีความสำคัญมาก ตนเชื่อว่านโยบายของพรรคพลังประชารัฐจับต้องได้ ทำได้จริง ไม่ว่าจะเป็นต่อยอดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พักหนี้กองทุนหมู่บ้าน เปลี่ยนสปก.เป็นสปก.4.0โอนสิทธิได้ ชาวนาได้ราคาดี และโคบาลประชารัฐ เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนทั่วประเทศจะตอบรับพรรคพลังประชารัฐแน่นอน  

 6,724
การเมืองเข้มข้น
16 ก.พ. 62

'สนธิรัตน์' โต้ 'มารดาประชารัฐ’ ไม่ได้ก็อป ปชป. - นิด้าโพล เผย 'บิ๊กตู่' เต็งหนึ่งประชาชนอยากให้เป็นนายก

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณี นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่านโยบายมารดาประชารัฐของพรรคพลังประชารัฐ ลอกเลียนแบบนโยบายเกิดปั๊บรับแสนของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า นโยบายมารดาประชารัฐ ของเราเป็นการลงทุนในเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ เราจึงให้ความสำคัญตั้งแต่พัฒนาการตั้งแต่สตรีตั้งท้อง คลอดออกมาและเลี้ยงดูจนถึง 6 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงวัยสำคัญที่สุดของพัฒนาการในวัยเด็ก    นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐมี 2 วัตถุประสงค์ที่แฝงในนโยบายมารดาประชารัฐ คือ การแก้ปัญหาโครงสร้างประชากร และขณะเดียวกันก็ต้องการให้เด็กมีคุณภาพ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาให้ได้รับโภชนาการทางอาหารที่มีคุณภาพ    ดังนั้นจึงไม่เห็นด้วยกับการที่จะกล่าวหาว่านโยบายนี้ไปซ้ำซ้อนกับพรรคอื่นนั้น เพราะเป็นเรื่องที่ต่างคนต่างคิด อีกทั้งเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น หลายประเทศดำเนินการแล้วได้ผลดี พรรคพลังประชารัฐก็มีคณะทำงานด้านนโยบายที่ได้ศึกษาจากหลายๆประเทศมาประยุกต์ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย จนออกมาเป็นนโยบายมารดาประชารัฐดังกล่าว พร้อมยืนยัน ไม่คิดว่าเป็นการลอกเลียนนโยบายหรือซ้ำซ้อนกันแต่อย่างไร คิดว่าแต่ละพรรคการเมืองก็ต้องคิดในการนำเสนอสิ่งที่ดีให้กับประเทศ    นายสนธิรัตน์ กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดิน ภบท.5 ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ว่า เราได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างดี และได้บรรจุการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยของประชาชนเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของพรรคด้วย เช่น นโยบาย ส.ป.ก.4.0 ที่ได้นำเสนอออกมาเป็นระยะๆ ส่วนเรื่องที่ดิน ภบท.5 ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน คณะทำงานของพรรคก็จะได้แสวงหาทางออกให้สอดรับกับทิศทางที่ดำเนินการมาแล้ว โดยหลักการต้องมีการแสวงหาทางในการใช้ประโยชน์ที่ดิน ภบท.5 ให้ได้ แต่จะจัดการอย่าวไรขึ้นอยู่กับลักษณะของแต่ละปัญหา ถือเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และมีโจทย์สำคัญว่า ต้องไม่ตกไปอยู่ในมือของนายทุน และนำไปใช้ประโยชน์อื่นที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์ด้วย   และเป็นประจำทุกครั้งก่อนการเลือกตั้ง สำนักสำรวจความคิดเห็นต่าง ๆ พากันจัดอันดับความคิดเห็นด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับพรรคการเมือง ด้านศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง เกาะติดสถานการณ์ การเลือกตั้ง 2562 ผลปรากฏว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นำมาอันดับหนึ่งหัวข้อ 'บุคคลที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี' แต่ในหัวข้อ 'แกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่' พรรคที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งกลับเป็น พรรคเพื่อไทย โดยอันดับความนิยมในโพล มีดังนี้   - หากวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง 2562 บุคคลที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี (10 อันดับแรก)  อันดับ 1 ร้อยละ 26.06 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  อันดับ 2 ร้อยละ 24.01 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  อันดับ 3 ร้อยละ 11.91 ระบุว่า ไม่แน่ใจ  อันดับ 4 ร้อยละ 11.43 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  อันดับ 5 ร้อยละ 6.26 ระบุว่า ไม่สนับสนุนใครเลย  อันดับ 6 ร้อยละ 5.98 ระบุว่าเป็น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อันดับ 7 ร้อยละ 5.50 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส  อันดับ 8 ร้อยละ 4.54 ระบุว่าเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์  อันดับ 9 ร้อยละ 1.15 ไม่ระบุ  อันดับ 10 ร้อยละ 0.91 ระบุว่าเป็น นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา   - พรรคการเมืองที่อยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ (10 อันดับแรก) อันดับ 1 ร้อยละ 36.49 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 22.57 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ  อันดับ 3 ร้อยละ 15.21 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์  อันดับ 4 ร้อยละ 8.18 ระบุว่าเป็น พรรคอนาคตใหม่  อันดับ 5 ร้อยละ 4.97 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย  อันดับ 6 ร้อยละ 4.40 ระบุว่า ไม่แน่ใจ  อันดับ 7 ร้อยละ 3.06 ระบุว่า ไม่สนับสนุนพรรคใดเลย  อันดับ 8 ร้อยละ 1.39 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา  อันดับ 9 ร้อยละ 0.91 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อชาติ และพรรคภูมิใจไทย ในสัดส่วนที่เท่ากัน  อันดับ 10 ร้อยละ 0.43 ระบุว่าเป็น พรรคไทยรักษาชาติ และพรรครวมพลังประชาชาติไทย           ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_Vw0IFzEZOg  

 598
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
16 ก.พ. 62

'สนธิรัตน์' โต้ 'มารดาประชารัฐ’ ไม่ได้ก็อป ปชป. - นิด้าโพล เผย 'บิ๊กตู่' เต็งหนึ่งประชาชนอยากให้เป็นนายก

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณี นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่านโยบายมารดาประชารัฐของพรรคพลังประชารัฐ ลอกเลียนแบบนโยบายเกิดปั๊บรับแสนของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า นโยบายมารดาประชารัฐ ของเราเป็นการลงทุนในเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ เราจึงให้ความสำคัญตั้งแต่พัฒนาการตั้งแต่สตรีตั้งท้อง คลอดออกมาและเลี้ยงดูจนถึง 6 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงวัยสำคัญที่สุดของพัฒนาการในวัยเด็ก    นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐมี 2 วัตถุประสงค์ที่แฝงในนโยบายมารดาประชารัฐ คือ การแก้ปัญหาโครงสร้างประชากร และขณะเดียวกันก็ต้องการให้เด็กมีคุณภาพ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาให้ได้รับโภชนาการทางอาหารที่มีคุณภาพ    ดังนั้นจึงไม่เห็นด้วยกับการที่จะกล่าวหาว่านโยบายนี้ไปซ้ำซ้อนกับพรรคอื่นนั้น เพราะเป็นเรื่องที่ต่างคนต่างคิด อีกทั้งเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น หลายประเทศดำเนินการแล้วได้ผลดี พรรคพลังประชารัฐก็มีคณะทำงานด้านนโยบายที่ได้ศึกษาจากหลายๆประเทศมาประยุกต์ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย จนออกมาเป็นนโยบายมารดาประชารัฐดังกล่าว พร้อมยืนยัน ไม่คิดว่าเป็นการลอกเลียนนโยบายหรือซ้ำซ้อนกันแต่อย่างไร คิดว่าแต่ละพรรคการเมืองก็ต้องคิดในการนำเสนอสิ่งที่ดีให้กับประเทศ    นายสนธิรัตน์ กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดิน ภบท.5 ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ว่า เราได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างดี และได้บรรจุการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยของประชาชนเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของพรรคด้วย เช่น นโยบาย ส.ป.ก.4.0 ที่ได้นำเสนอออกมาเป็นระยะๆ ส่วนเรื่องที่ดิน ภบท.5 ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน คณะทำงานของพรรคก็จะได้แสวงหาทางออกให้สอดรับกับทิศทางที่ดำเนินการมาแล้ว โดยหลักการต้องมีการแสวงหาทางในการใช้ประโยชน์ที่ดิน ภบท.5 ให้ได้ แต่จะจัดการอย่าวไรขึ้นอยู่กับลักษณะของแต่ละปัญหา ถือเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และมีโจทย์สำคัญว่า ต้องไม่ตกไปอยู่ในมือของนายทุน และนำไปใช้ประโยชน์อื่นที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์ด้วย   และเป็นประจำทุกครั้งก่อนการเลือกตั้ง สำนักสำรวจความคิดเห็นต่าง ๆ พากันจัดอันดับความคิดเห็นด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับพรรคการเมือง ด้านศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง เกาะติดสถานการณ์ การเลือกตั้ง 2562 ผลปรากฏว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นำมาอันดับหนึ่งหัวข้อ 'บุคคลที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี' แต่ในหัวข้อ 'แกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่' พรรคที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งกลับเป็น พรรคเพื่อไทย โดยอันดับความนิยมในโพล มีดังนี้   - หากวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง 2562 บุคคลที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี (10 อันดับแรก)  อันดับ 1 ร้อยละ 26.06 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  อันดับ 2 ร้อยละ 24.01 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  อันดับ 3 ร้อยละ 11.91 ระบุว่า ไม่แน่ใจ  อันดับ 4 ร้อยละ 11.43 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  อันดับ 5 ร้อยละ 6.26 ระบุว่า ไม่สนับสนุนใครเลย  อันดับ 6 ร้อยละ 5.98 ระบุว่าเป็น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อันดับ 7 ร้อยละ 5.50 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส  อันดับ 8 ร้อยละ 4.54 ระบุว่าเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์  อันดับ 9 ร้อยละ 1.15 ไม่ระบุ  อันดับ 10 ร้อยละ 0.91 ระบุว่าเป็น นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา   - พรรคการเมืองที่อยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ (10 อันดับแรก) อันดับ 1 ร้อยละ 36.49 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 22.57 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ  อันดับ 3 ร้อยละ 15.21 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์  อันดับ 4 ร้อยละ 8.18 ระบุว่าเป็น พรรคอนาคตใหม่  อันดับ 5 ร้อยละ 4.97 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย  อันดับ 6 ร้อยละ 4.40 ระบุว่า ไม่แน่ใจ  อันดับ 7 ร้อยละ 3.06 ระบุว่า ไม่สนับสนุนพรรคใดเลย  อันดับ 8 ร้อยละ 1.39 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา  อันดับ 9 ร้อยละ 0.91 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อชาติ และพรรคภูมิใจไทย ในสัดส่วนที่เท่ากัน  อันดับ 10 ร้อยละ 0.43 ระบุว่าเป็น พรรคไทยรักษาชาติ และพรรครวมพลังประชาชาติไทย           ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_Vw0IFzEZOg  

 598
การเมืองเข้มข้น
16 ก.พ. 62

'สุวิทย์' ลุยหาเสียงบางแค ลั่นเลือก 'บิ๊กตู่' ไม่ผิดหวัง

 สุวิทย์ ลงพื้นที่หาเสียงย่านบางแค ย้ำพลังประชารัฐจะทำให้กรุงเทพดีกว่านี้ พร้อมขอประชาชนมั่นใจเลือก พลเอกประยุทธ์ ไม่ผิดหวัง   นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ตลาดบางแค กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางแค ย้ำ นโยบาย "พรรคพลังประชารัฐพร้อมยืนเคียงข้างตลาดชุมชน " และ รับฟังปัญหาจากผู้ค้าในตลาด ที่ยืนยันจะทำให้กรุงเทพดีกว่านี้ ทั้งนี้ระบุว่า พรรคจะเข้ามาฟื้นฟูให้ที่นี่มีชีวิตมากกว่าการเป็นตลาดขายข้าวสาร อาหารสดทั่วไป เพราะพื้นที่เขตบางแค มีศักยภาพพื้นที่อยู่ติดกับแม่น้ำลำคลอง สามารถพัฒนาเป็นตลาดน้ำ และแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต    ส่วนโอกาสที่ พลเอก ประยุทธ์ จะขึ้นเวทีปราศรัย หรือไม่ เป็นเรื่องระเบียบของ กกต. และไม่อยากให้มองเรื่องความสง่างาม พลเอกประยุทธ์ จะต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่อยากให้ดูที่การวางตัวว่าอยู่ในครรลองของกฎหมายหรือไม่ ซึ่งพรรคเข้าใจในบทบาท แม้จะเสียเปรียบแต่ก็ไม่ถือเป็นปัญหาของพรรคแต่อย่างใด 

 2,163
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
16 ก.พ. 62

'สุวิทย์' ลุยหาเสียงบางแค ลั่นเลือก 'บิ๊กตู่' ไม่ผิดหวัง

 สุวิทย์ ลงพื้นที่หาเสียงย่านบางแค ย้ำพลังประชารัฐจะทำให้กรุงเทพดีกว่านี้ พร้อมขอประชาชนมั่นใจเลือก พลเอกประยุทธ์ ไม่ผิดหวัง   นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ตลาดบางแค กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางแค ย้ำ นโยบาย "พรรคพลังประชารัฐพร้อมยืนเคียงข้างตลาดชุมชน " และ รับฟังปัญหาจากผู้ค้าในตลาด ที่ยืนยันจะทำให้กรุงเทพดีกว่านี้ ทั้งนี้ระบุว่า พรรคจะเข้ามาฟื้นฟูให้ที่นี่มีชีวิตมากกว่าการเป็นตลาดขายข้าวสาร อาหารสดทั่วไป เพราะพื้นที่เขตบางแค มีศักยภาพพื้นที่อยู่ติดกับแม่น้ำลำคลอง สามารถพัฒนาเป็นตลาดน้ำ และแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต    ส่วนโอกาสที่ พลเอก ประยุทธ์ จะขึ้นเวทีปราศรัย หรือไม่ เป็นเรื่องระเบียบของ กกต. และไม่อยากให้มองเรื่องความสง่างาม พลเอกประยุทธ์ จะต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่อยากให้ดูที่การวางตัวว่าอยู่ในครรลองของกฎหมายหรือไม่ ซึ่งพรรคเข้าใจในบทบาท แม้จะเสียเปรียบแต่ก็ไม่ถือเป็นปัญหาของพรรคแต่อย่างใด 

 2,163
การเมืองเข้มข้น
16 ก.พ. 62

3 พรรคใหญ่ พท-พปชร-ปชป สู้ศึกเลือกตั้ง ขึ้นเวทีปราศรัยดุเดือด - 'ธนาธร' ชี้ 'บิ๊กตู่' ไม่สง่างามควรลาออกก่อน

สีสันเลือกตั้งเริ่มแล้ว 3 วานนี้ (15 ก.พ.62) 3 พรรคใหญ่ ได้แก่พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ ต่างจัดเวทีปราศรัยใหญ่    เริ่มต้นที่พรรคเพื่อไทย ปราศรัยใหญ่ดุเดือดครั้งแรก ที่ลานคนเมือง กทม. แคนดิเดตนายกฯ พรรค 3 คน นำทีมแกนนำ-สมาชิกพรรคคับคั่ง ประชาชนร่วมฟังแน่นลาน   พรรคพลังประชารัฐ เปิดเวทีปราศรัยที่ จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 15 ก.พ. นำทีมโดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์ภาคกลาง นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค และนายอิทธิพล คุณปลื้ม กรรมการบริหารพรรค เพื่อช่วยผู้สมัครของพรรค ประกอบด้วย พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ เขต 1 นายสมเกียรติ วอนเพียร เขต 2 พล.ต.ต.กมลสันติ กลันบุศย์ เขต 3 นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ เขต 4 และนายอัฎฐพล โพธิพิพิธ เขต 5   อีกฟากก็เป็นการเปิดเวทีปราศรัย โดยพรรคประชาธิปัตย์ ที่ จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีขุนพลระดับใหญ่ของพรรคอย่าง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคกลาง เป็นต้น โดยเปิดเวทีปราศรัย ที่บริเวณศาลาจตุรมุข หน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา   ด้านพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร นำทีมไหว้ขอพรย่าโม ลุยช่วยผู้สมัครหาเสียงภาคอีสานครั้งแรกที่โคราช ขณะที่คนรุ่นใหม่แห่ต้อนรับเพียบ พร้อมวอน "บิ๊กตู่" ลาออกจากตำแหน่งเพื่อความยุติธรรมในการเลือกตั้ง   นอกจากการหาเสียงของแต่ละพรรค ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ (สกสส.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุจะเข้าต่อยื่นหนังสือกล่าวโทษ ขอให้กกต.ไต่สวนยุบพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ต่อประธาน กกต. และเลขาธิการ กกต. ตามพฤติการณ์ที่ปรากฏในประเด็น คือ   -การครอบงำพรรค พปชร. ของพลเอกประยุทธ์   -เจ้าหน้าที่รัฐใช้ตำแหน่งเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อผู้สมัครและพรรคการเมือง และยินยอมให้มีการใช้ทรัพยากรของรัฐ   -สมคบใช้นโยบายของรัฐเพื่อเป็นนโยบายพรรคการเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์ จูงใจในการหาเสียงเลือกตั้ง   -พรรค พปชร.กระทำการอันเป็นปฎิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยการเสนอชื่อพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกฯ อันเป็นการขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากพลเอกประยุทธ์ เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยการยึดอำนาจและบริหารประเทศ ซึ่งขัดกับหลักการระบอบประชาธิปไตย ประกอบกับพลเอกประยุทธ์ ยังเคยยอมรับว่าตนเองเป็นผู้นำมาจากการยึดอำนาจพร้อมแนบหลักฐานชัดเจนประกอบด้วย   เช่นเดียวกับพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรค เสรีรวมไทย ที่เดินทางเข้ายื่นสำนวนต่อกกต. ในประเด็นเดียวกัน              ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/snmLmBNTwbQ

 1,328
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
16 ก.พ. 62

3 พรรคใหญ่ พท-พปชร-ปชป สู้ศึกเลือกตั้ง ขึ้นเวทีปราศรัยดุเดือด - 'ธนาธร' ชี้ 'บิ๊กตู่' ไม่สง่างามควรลาออกก่อน

สีสันเลือกตั้งเริ่มแล้ว 3 วานนี้ (15 ก.พ.62) 3 พรรคใหญ่ ได้แก่พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ ต่างจัดเวทีปราศรัยใหญ่    เริ่มต้นที่พรรคเพื่อไทย ปราศรัยใหญ่ดุเดือดครั้งแรก ที่ลานคนเมือง กทม. แคนดิเดตนายกฯ พรรค 3 คน นำทีมแกนนำ-สมาชิกพรรคคับคั่ง ประชาชนร่วมฟังแน่นลาน   พรรคพลังประชารัฐ เปิดเวทีปราศรัยที่ จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 15 ก.พ. นำทีมโดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์ภาคกลาง นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค และนายอิทธิพล คุณปลื้ม กรรมการบริหารพรรค เพื่อช่วยผู้สมัครของพรรค ประกอบด้วย พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ เขต 1 นายสมเกียรติ วอนเพียร เขต 2 พล.ต.ต.กมลสันติ กลันบุศย์ เขต 3 นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ เขต 4 และนายอัฎฐพล โพธิพิพิธ เขต 5   อีกฟากก็เป็นการเปิดเวทีปราศรัย โดยพรรคประชาธิปัตย์ ที่ จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีขุนพลระดับใหญ่ของพรรคอย่าง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคกลาง เป็นต้น โดยเปิดเวทีปราศรัย ที่บริเวณศาลาจตุรมุข หน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา   ด้านพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร นำทีมไหว้ขอพรย่าโม ลุยช่วยผู้สมัครหาเสียงภาคอีสานครั้งแรกที่โคราช ขณะที่คนรุ่นใหม่แห่ต้อนรับเพียบ พร้อมวอน "บิ๊กตู่" ลาออกจากตำแหน่งเพื่อความยุติธรรมในการเลือกตั้ง   นอกจากการหาเสียงของแต่ละพรรค ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ (สกสส.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุจะเข้าต่อยื่นหนังสือกล่าวโทษ ขอให้กกต.ไต่สวนยุบพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ต่อประธาน กกต. และเลขาธิการ กกต. ตามพฤติการณ์ที่ปรากฏในประเด็น คือ   -การครอบงำพรรค พปชร. ของพลเอกประยุทธ์   -เจ้าหน้าที่รัฐใช้ตำแหน่งเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อผู้สมัครและพรรคการเมือง และยินยอมให้มีการใช้ทรัพยากรของรัฐ   -สมคบใช้นโยบายของรัฐเพื่อเป็นนโยบายพรรคการเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์ จูงใจในการหาเสียงเลือกตั้ง   -พรรค พปชร.กระทำการอันเป็นปฎิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยการเสนอชื่อพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกฯ อันเป็นการขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากพลเอกประยุทธ์ เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยการยึดอำนาจและบริหารประเทศ ซึ่งขัดกับหลักการระบอบประชาธิปไตย ประกอบกับพลเอกประยุทธ์ ยังเคยยอมรับว่าตนเองเป็นผู้นำมาจากการยึดอำนาจพร้อมแนบหลักฐานชัดเจนประกอบด้วย   เช่นเดียวกับพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรค เสรีรวมไทย ที่เดินทางเข้ายื่นสำนวนต่อกกต. ในประเด็นเดียวกัน              ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/snmLmBNTwbQ

 1,328
เลือกตั้ง62-ความรู้
15 ก.พ. 62

นโยบาย พรรคพลังประชารัฐ

นโยบาย พรรคพลังประชารัฐ

 93
การเมืองเข้มข้น
15 ก.พ. 62

'สนธิรัตน์' ลั่น 'มารดาประชารัฐ' ไม่ได้ลอกใคร ตอก 'กรณ์' อย่าใจแคบ

 สนธิรัตน์ ตอก กรณ์ ใจแคบหวงนโยบาย ลั่น "มารดาประชารัฐ" ไม่ได้ก็อปปี้ใคร พร้อมสอนมวยเอานโยบายมาแข่งกันหาเสียงช่วย "คนไทย" ดีกว่า เตรียมแก้ปม "ภบท.5" ช่วยคนกาญจน์มีที่ดินทำกินยั่งยืน   นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณี นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่านโยบายมารดาประชารัฐของพรรคพลังประชารัฐ ลอกเลียนแบบนโยบายเกิดปั๊บรับแสนของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า นโยบายมารดาประชารัฐ ของเราเป็นการลงทุนในเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ เราจึงให้ความสำคัญตั้งแต่พัฒนาการตั้งแต่สตรีตั้งท้อง คลอดออกมาและเลี้ยงดูจนถึง 6 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงวัยสำคัญที่สุดของพัฒนาการในวัยเด็ก    นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐมี 2 วัตถุประสงค์ที่แฝงในนโยบายมารดาประชารัฐ คือ การแก้ปัญหาโครงสร้างประชากร และขณะเดียวกันก็ต้องการให้เด็กมีคุณภาพ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาให้ได้รับโภชนาการทางอาหารที่มีคุณภาพ ดังนั้นจึงไม่เห็นด้วยกับการที่จะกล่าวหาว่านโยบายนี้ไปซ้ำซ้อนกับพรรคอื่นนั้น เพราะเป็นเรื่องที่ต่างคนต่างคิด อีกทั้งเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น หลายประเทศดำเนินการแล้วได้ผลดี พรรคพลังประชารัฐก็มีคณะทำงานด้านนโยบายที่ได้ศึกษาจากหลายๆประเทศมาประยุกต์ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย จนออกมาเป็นนโยบายมารดาประชารัฐดังกล่าว พร้อมยืนยัน ไม่คิดว่าเป็นการลอกเลียนนโยบายหรือซ้ำซ้อนกันแต่อย่างไร คิดว่าแต่ละพรรคการเมืองก็ต้องคิดในการนำเสนอสิ่งที่ดีให้กับประเทศ    นายสนธิรัตน์ กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดิน ภบท.5 ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ว่า เราได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างดี และได้บรรจุการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยของประชาชนเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของพรรคด้วย เช่น นโยบาย ส.ป.ก.4.0 ที่ได้นำเสนอออกมาเป็นระยะๆ ส่วนเรื่องที่ดิน ภบท.5 ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน คณะทำงานของพรรคก็จะได้แสวงหาทางออกให้สอดรับกับทิศทางที่ดำเนินการมาแล้ว โดยหลักการต้องมีการแสวงหาทางในการใช้ประโยชน์ที่ดิน ภบท.5 ให้ได้ แต่จะจัดการอย่าวไรขึ้นอยู่กับลักษณะของแต่ละปัญหา ถือเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และมีโจทย์สำคัญว่า ต้องไม่ตกไปอยู่ในมือของนายทุน และนำไปใช้ประโยชน์อื่นที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์ด้วย

 2,945
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
15 ก.พ. 62

'สนธิรัตน์' ลั่น 'มารดาประชารัฐ' ไม่ได้ลอกใคร ตอก 'กรณ์' อย่าใจแคบ

 สนธิรัตน์ ตอก กรณ์ ใจแคบหวงนโยบาย ลั่น "มารดาประชารัฐ" ไม่ได้ก็อปปี้ใคร พร้อมสอนมวยเอานโยบายมาแข่งกันหาเสียงช่วย "คนไทย" ดีกว่า เตรียมแก้ปม "ภบท.5" ช่วยคนกาญจน์มีที่ดินทำกินยั่งยืน   นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณี นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่านโยบายมารดาประชารัฐของพรรคพลังประชารัฐ ลอกเลียนแบบนโยบายเกิดปั๊บรับแสนของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า นโยบายมารดาประชารัฐ ของเราเป็นการลงทุนในเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ เราจึงให้ความสำคัญตั้งแต่พัฒนาการตั้งแต่สตรีตั้งท้อง คลอดออกมาและเลี้ยงดูจนถึง 6 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงวัยสำคัญที่สุดของพัฒนาการในวัยเด็ก    นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐมี 2 วัตถุประสงค์ที่แฝงในนโยบายมารดาประชารัฐ คือ การแก้ปัญหาโครงสร้างประชากร และขณะเดียวกันก็ต้องการให้เด็กมีคุณภาพ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาให้ได้รับโภชนาการทางอาหารที่มีคุณภาพ ดังนั้นจึงไม่เห็นด้วยกับการที่จะกล่าวหาว่านโยบายนี้ไปซ้ำซ้อนกับพรรคอื่นนั้น เพราะเป็นเรื่องที่ต่างคนต่างคิด อีกทั้งเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น หลายประเทศดำเนินการแล้วได้ผลดี พรรคพลังประชารัฐก็มีคณะทำงานด้านนโยบายที่ได้ศึกษาจากหลายๆประเทศมาประยุกต์ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย จนออกมาเป็นนโยบายมารดาประชารัฐดังกล่าว พร้อมยืนยัน ไม่คิดว่าเป็นการลอกเลียนนโยบายหรือซ้ำซ้อนกันแต่อย่างไร คิดว่าแต่ละพรรคการเมืองก็ต้องคิดในการนำเสนอสิ่งที่ดีให้กับประเทศ    นายสนธิรัตน์ กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดิน ภบท.5 ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ว่า เราได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างดี และได้บรรจุการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยของประชาชนเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของพรรคด้วย เช่น นโยบาย ส.ป.ก.4.0 ที่ได้นำเสนอออกมาเป็นระยะๆ ส่วนเรื่องที่ดิน ภบท.5 ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน คณะทำงานของพรรคก็จะได้แสวงหาทางออกให้สอดรับกับทิศทางที่ดำเนินการมาแล้ว โดยหลักการต้องมีการแสวงหาทางในการใช้ประโยชน์ที่ดิน ภบท.5 ให้ได้ แต่จะจัดการอย่าวไรขึ้นอยู่กับลักษณะของแต่ละปัญหา ถือเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และมีโจทย์สำคัญว่า ต้องไม่ตกไปอยู่ในมือของนายทุน และนำไปใช้ประโยชน์อื่นที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์ด้วย

 2,945
การเมืองเข้มข้น
15 ก.พ. 62

'สนธิรัตน์' มั่นใจบ้านเกิดเมืองกาญจน์ ปักธงพลังประชารัฐยก 5 เขต

สนธิรัตน์ นำทีมลงพื้นที่หาเสียงบ้านเกิด จังหวัดกาญจนบุรี มั่นใจปักธงแบบยกจังหวัดทั้ง 5 เขต เตรียมขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ในช่วงเย็นวันนี้    นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีนาย สุรพร ดนัยตั้งตระกูล กรรมการบริหารพรรค - นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี 5 เขต และ สมาชิกพรรคให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น    จากนั้นนายสนธิรัตน์ ได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี ของพรรคทั้ง 5 เขต ประกอบด้วย เขต 1 พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ เขต 2 นายสมเกียรติ วอนเพียร เขต 3 พล.ต.ต.กมลสันติ กลั่นบุศย์ เขต 4 นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ และเขต 5 นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ    นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า วันนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการจะสร้างการพัฒนาและการเจริญเติบโตให้กับจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งพรรคได้ส่งผู้สมัครที่มีคุณภาพลงรับเลือกตั้งทั้ง 5 เขต เราจะรวมพลังกันและใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการเดินหน้านำเสนอนโยบายและอุดมการณ์ของพรรค ทิศทางในการพัฒนาประเทศ นำพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง มั่นใจว่าชาวเมืองกาญจน์ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดของตนจะสนับสนุนให้พรรคปักธงทั้ง 5 เขตได้อย่างแน่นอน   ทั้งนี้ นายสนธิรัตน์ และคณะได้เข้ากราบสักการะศาลหลักเมือง จ.กาญจนบุรี , พระราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และรูปหล่อหลวงปู่เปลี่ยน วัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) ตามลำดับ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวเมืองกาญจน์นับถือศรัทธา และในช่วงบ่ายจะไปร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นและสะท้อนปัญหาจากประชาชน ก่อนช่วงเย็นจะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี   

 2,575
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
15 ก.พ. 62

'สนธิรัตน์' มั่นใจบ้านเกิดเมืองกาญจน์ ปักธงพลังประชารัฐยก 5 เขต

สนธิรัตน์ นำทีมลงพื้นที่หาเสียงบ้านเกิด จังหวัดกาญจนบุรี มั่นใจปักธงแบบยกจังหวัดทั้ง 5 เขต เตรียมขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ในช่วงเย็นวันนี้    นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีนาย สุรพร ดนัยตั้งตระกูล กรรมการบริหารพรรค - นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี 5 เขต และ สมาชิกพรรคให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น    จากนั้นนายสนธิรัตน์ ได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี ของพรรคทั้ง 5 เขต ประกอบด้วย เขต 1 พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ เขต 2 นายสมเกียรติ วอนเพียร เขต 3 พล.ต.ต.กมลสันติ กลั่นบุศย์ เขต 4 นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ และเขต 5 นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ    นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า วันนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการจะสร้างการพัฒนาและการเจริญเติบโตให้กับจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งพรรคได้ส่งผู้สมัครที่มีคุณภาพลงรับเลือกตั้งทั้ง 5 เขต เราจะรวมพลังกันและใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการเดินหน้านำเสนอนโยบายและอุดมการณ์ของพรรค ทิศทางในการพัฒนาประเทศ นำพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง มั่นใจว่าชาวเมืองกาญจน์ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดของตนจะสนับสนุนให้พรรคปักธงทั้ง 5 เขตได้อย่างแน่นอน   ทั้งนี้ นายสนธิรัตน์ และคณะได้เข้ากราบสักการะศาลหลักเมือง จ.กาญจนบุรี , พระราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และรูปหล่อหลวงปู่เปลี่ยน วัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) ตามลำดับ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวเมืองกาญจน์นับถือศรัทธา และในช่วงบ่ายจะไปร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นและสะท้อนปัญหาจากประชาชน ก่อนช่วงเย็นจะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี   

 2,575
การเมืองเข้มข้น
15 ก.พ. 62

พปชร. กำชับกก.บห.-ผู้สมัคร ส.ส. เคร่งครัดระวังผิดกฎหมาย ป้องกันถูกยุบพรรค

 วิเชียร แจ้งเตือน กรรมการบริหารพรรค - ผู้สมัคร ส.ส. -ทีมงาน ปฏิบัติตามกฎหมายคร่งครัด ป้องกันเหตุถูกลงโทษทุกกรณีรวมทั้งถูกยุบพรรค ย้ำเป็นมติพรรคห้ามใครฝ่าฝืน พร้อมขอทุกพรรคเคารพตามกติกา   (15 ก.พ. 62) นายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่าเนื่องด้วยในวันนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง จะประกาศรับรองรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่ออย่างเป็นทางการ ตนจึงได้เสนอต่อที่ประชุมพรรควานนี้ (14 ก.พ.) ว่าคณะกรรมการบริหารพรรค ผู้สมัคร ส.ส. ผู้ช่วยผู้สมัครหาเสียง ตลอดจนสมาชิกพรรคและผู้เกี่ยวข้องทุกคนจะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ พรป.พรรคการเมือง พรป.เลือกตั้งฯ และระเบียบ ประกาศของ กกต.อย่างเคร่งครัด รัดกุม เพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดต่อการเลือกตั้งในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งกฎหมายมีบทลงโทษทั้งเบาหนัก ตามเหตุจนมีโทษหนักบางกรณีถึงขั้นยุบพรรคการเมืองและตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตหรือการประหารชีวิตทางการเมือง   ทั้งนี้ ที่ประชุมพรรคได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบให้คณะกรรมการบริหารพรรค ผู้สมัคร ส.ส. ผู้ช่วยหาเสียง และสมาชิกทุกคนให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยพรรคจะจัดทำเป็นประกาศเพื่อแจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องและจะติดประกาศไว้ที่พรรคเพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบทั่วกันด้วย   นายวิเชียร กล่าวด้วยว่า พรรคยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยและครรลองของกฎหมายโดยเฉพาะรัฐธรรมนูญที่ผ่านความเห็นชอบจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน และพรรคเน้นย้ำให้ทุกพรรคการเมืองช่วยกันทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้สุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม ปฏิบัติตามกฎหมาย และเคารพกติกาทางการเมือง

 923
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
15 ก.พ. 62

พปชร. กำชับกก.บห.-ผู้สมัคร ส.ส. เคร่งครัดระวังผิดกฎหมาย ป้องกันถูกยุบพรรค

 วิเชียร แจ้งเตือน กรรมการบริหารพรรค - ผู้สมัคร ส.ส. -ทีมงาน ปฏิบัติตามกฎหมายคร่งครัด ป้องกันเหตุถูกลงโทษทุกกรณีรวมทั้งถูกยุบพรรค ย้ำเป็นมติพรรคห้ามใครฝ่าฝืน พร้อมขอทุกพรรคเคารพตามกติกา   (15 ก.พ. 62) นายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่าเนื่องด้วยในวันนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง จะประกาศรับรองรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่ออย่างเป็นทางการ ตนจึงได้เสนอต่อที่ประชุมพรรควานนี้ (14 ก.พ.) ว่าคณะกรรมการบริหารพรรค ผู้สมัคร ส.ส. ผู้ช่วยผู้สมัครหาเสียง ตลอดจนสมาชิกพรรคและผู้เกี่ยวข้องทุกคนจะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ พรป.พรรคการเมือง พรป.เลือกตั้งฯ และระเบียบ ประกาศของ กกต.อย่างเคร่งครัด รัดกุม เพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดต่อการเลือกตั้งในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งกฎหมายมีบทลงโทษทั้งเบาหนัก ตามเหตุจนมีโทษหนักบางกรณีถึงขั้นยุบพรรคการเมืองและตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตหรือการประหารชีวิตทางการเมือง   ทั้งนี้ ที่ประชุมพรรคได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบให้คณะกรรมการบริหารพรรค ผู้สมัคร ส.ส. ผู้ช่วยหาเสียง และสมาชิกทุกคนให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยพรรคจะจัดทำเป็นประกาศเพื่อแจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องและจะติดประกาศไว้ที่พรรคเพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบทั่วกันด้วย   นายวิเชียร กล่าวด้วยว่า พรรคยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยและครรลองของกฎหมายโดยเฉพาะรัฐธรรมนูญที่ผ่านความเห็นชอบจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน และพรรคเน้นย้ำให้ทุกพรรคการเมืองช่วยกันทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้สุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม ปฏิบัติตามกฎหมาย และเคารพกติกาทางการเมือง

 923
การเมืองเข้มข้น
15 ก.พ. 62

'วิญญัติ' จ่อบุก กกต.ยื่นยุบพลังประชารัฐ ชี้ 'บิ๊กตู่' ครอบงำ-ใช้อำนาจรัฐเอื้อพรรค

นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ (สกสส.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุจะเข้าต่อยื่นหนังสือกล่าวโทษ ขอให้กกต.ไต่สวนยุบพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ต่อประธาน กกต. และเลขาธิการ กกต. ตามพฤติการณ์ที่ปรากฏในประเด็น คือ   •การครอบงำพรรค พปชร. ของพลเอกประยุทธ์   •เจ้าหน้าที่รัฐใช้ตำแหน่งเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อผู้สมัครและพรรคการเมือง และยินยอมให้มีการใช้ทรัพยากรของรัฐ   •สมคบใช้นโยบายของรัฐเพื่อเป็นนโยบายพรรคการเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์ จูงใจในการหาเสียงเลือกตั้ง   •พรรค พปชร.กระทำการอันเป็นปฎิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยการเสนอชื่อพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกฯ อันเป็นการขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากพลเอกประยุทธ์ เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยการยึดอำนาจและบริหารประเทศ ซึ่งขัดกับหลักการระบอบประชาธิปไตย ประกอบกับพลเอกประยุทธ์ ยังเคยยอมรับว่าตนเองเป็นผู้นำมาจากการยึดอำนาจพร้อมแนบหลักฐานชัดเจนประกอบด้วย   โดยจะเข้ายื่นในวันศุกร์ที่ 15 ก.พ.62 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคารบี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/r_41NMZ3G8s  

 3,215

Top