ค้นหา :

ผลการค้นหา "เสียภาษี"

เศรษฐกิจ
18 ก.ย. 62

ปลัดคลัง-สรรพากรยันแล้ว บัญชีบริจาค 'บิณฑ์' เป็นตัวกลางทำบุญ ไม่ต้องเสียภาษี

จากการเปิดรับบริจาคเงินของนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นักแสดงจิตอาสา เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน จ.อุบลราชธานี และภาคอีสาน จนยอดบริจาคล่าสุดพุ่งแตะ 300 ล้านบาท ทำให้มีหลายคนสงสัยว่าการเปิดรับบริจาคเช่นนี้ จะต้องเสียภาษีหรือไม่ว่า   นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า กรณีดังกล่าวนายบิณฑ์ไม่ต้องมีภาระภาษีจากเงินบริจาค ให้เทียบเคียงกับการเป็นเจ้าภาพหรือกรรมการกฐิน ผู้ที่เป็นเจ้าภาพหรือคณะกรรมการไม่ต้องเสียภาษี เพราะถือว่าเป็นตัวกลางในการทำบุญ โดยเงินดังกล่าวไม่ถือเป็นรายได้ของบิณฑ์ ที่ต้องนำมาคำนวณภาษี   เช่นเดียวกับนายปิ่นสาย สุรัจสวดี โฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า กรณีนายบิณฑ์นั้นถือเป็นตัวการตัวแทน ซึ่งเงินที่บริจาคมาหากนายบิณฑ์ส่งผ่านเงินทั้งหมดคือรับมา 100 บาท นำไปให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม 100 บาท ถือว่าเงินดังกล่าวไม่ใช่รายได้ของนายบิณฑ์ที่ต้องนำมาประเมินภาษี เพราะถือว่าประชาชนฝากนายบิณฑ์ไปทำบุญจึงไม่ถือเป็นรายได้ ซึ่งกรมสรรพากรเชื่อว่านายบิณฑ์จะนำเงินดังกล่าวไปให้ผู้ประสบภัยทั้งหมด ดังนั้นคงไม่เรียกมาพบ เพราะในการเสียภาษีนั้นผู้เสียภาษีต้องประเมินตัวเองก่อน ถ้ากรมไม่เชื่อกรมจะเรียกมาพูดคุย แต่กรณีนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ObyAc8ji2KM

 6,870
เศรษฐกิจ
17 ก.ค. 62

ศุลกากรเคลียร์ชัดๆ หิ้วของนอกเข้าไทย คนซื้อใช้เองไม่ถึง 2 หมื่นไม่เสียภาษี

จากกรณีดราม่า มีผู้โดยสารโพสต์ข้อความลงโซเชียล ถึงการจัดเก็บภาษีสำหรับการนำเข้าของติดตัวผู้โดยสารทางท่าอากาศยาน โดยระบุว่า ซื้อชุดเซ็ทอาบน้ำมาจากต่างประเทศ ในราคา 1,500 บาท แต่ต้องเสียภาษีนำเข้าถึง 10,000 บาทนั้น   ล่าสุดนายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร ชี้แจงว่า ตามประกาศของกรมฯ ผู้โดยสารจะได้รับยกเว้นอากรสำหรับของส่วนตัวเพื่อใช้เองหรือใช้ในวิชาชีพมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท โดยจะต้องไม่เป็นของต้องห้าม อาทิ ยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า เป็นต้น หรือเป็นของต้องมีใบอนุญาต (ของต้องกำกัด) อาทิ อาวุธปืน พืช เป็นต้น และไม่มีลักษณะทางการค้า   อย่างไรก็ตาม หากผู้โดยสารนำของที่มีมูลค่าเกิน 20,000 บาทหรือเป็นของที่มีลักษณะเชิงพาณิชย์ หรือ สินค้าเพื่อการค้าขาย แม้จะมีมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท ของดังกล่าว ถือเป็นของต้องเสียภาษีอากร ซึ่งผู้โดยสารสามารถมาสำแดงของเพื่อเสียภาษีอากร ที่ช่องตรวจมีของต้องสำแดง (ช่องแดง) และหากของนั้นเป็นของต้องกำกัด ของนั้นต้องได้รับอนุญาตให้นำเข้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน   และถ้าหากผู้โดยสารเสียภาษีสินค้าแล้วจะต้องได้รับใบเสร็จจากเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง ถ้าหากไม่ได้รับใบเสร็จจะถือว่าเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจในทางมิชอบสามารถร้องเรียนได้ ส่วนใครที่ไม่ต้องการจะเสียภาษีนำเข้าสินค้าถ้าหากถูกเรียกเก็บภาษีสามารถยกสินค้าเหล่านั้นให้เป็นของรัฐบาลได้   ทั้งนี้ อัตราภาษีอากรนำเข้าจะแตกต่างกันตามชนิดและประเภทสินค้า เช่น กระเป๋า 20% นาฬิกา 5% เครื่องสำอาง 30% เข็มขัด 30% เป็นต้น และสินค้าเหล่านี้จะต้องรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) อีก 7% ด้วย โดยค่าภาษีทั้งหมดที่ต้องชำระ คืออากรขาเข้ารวมกับภาษีมูลค่าเพิ่ม   ตัวอย่างกรณีซื้อเซ็ทอาบน้ำมาใช้มูลค่า 1,500 บาท จะถูกคิดภาษีในอัตรา 30% หรือเสียภาษีเพียง 450-500 เท่านั้น เป็นต้น ดังนั้น กรณีประเด็นที่มีการร้องเรียนว่าซื้อ เซ็ทอาบน้ำมา 1,500 บาท เสียภาษีถึง 10,000 บาท นั้น คิดว่าเจ้าของโพสต์อาจจะบอกรายละเอียดไม่หมด   ซึ่งใครที่กลัวว่า ซื้อสินค้านำเข้ามาเพื่อใช้เองเป็นจำนวนมาก จะถูกมองว่านำสินค้ามาขายนั้น เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้าที่นำเข้ามาและปริมาณที่นำติดตัวเข้ามา โดยหากนำเข้าประมาณ 1-3 ชิ้น เจ้าหน้าที่กรมศุลฯ คงไม่มองว่านำสินค้ามาค้าขาย แต่ทั้งนี้ ตามกฎหมายไม่ได้ระบุว่านำเข้าสินค้าปริมาณเท่าใดถึงจะถูกเรียกว่านำสินค้ามาใช้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งตรงนี้จะอยู่ที่ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่   อย่างไรก็ตาม หากผู้โดยสารคิดว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการจัดเก็บภาษีของเจ้าหน้าที่ศุลกากร หรือพบเห็นเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ศุลกากร สามารถร้องเรียนได้ตามช่องทางต่างๆ ได้แก่   โทรศัพท์สายด่วนรับเรื่องร้องเรียน 1332 ร้องเรียนผ่านทาง Application LINE ID : @customshearing ร้องเรียนด้วยตนเองผ่านศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน ตามโครงการ “ระฆังศุลกากร” ของแต่ละส่วนราชการที่ท่านใช้บริการ ส่งไปรษณีย์มาที่กรมศุลฯ หรือส่ง E-mail มาได้ที่ ctc@customs.go.th ร้องเรียนด้วยตนเองที่กลุ่มคุ้มครองและส่งเสริมจริยธรรม ณ กรมศุลกากร ร้องเรียนผ่านสำนักนายกรัฐมนตรี GCC 1111   และยังสามารถร้องเรียนไปหน่วยราชการอื่น เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หรือร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนได้อีกด้วย และหากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ จุดปฏิบัติงานที่สนามบินนั้นๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LP-tr7d0gIQ

 11,070
เศรษฐกิจ
05 ก.ค. 62

สรรพากรเผยเก็บภาษีดอกเบี้ยเงินฝากได้ 5 แสนราย ยอด 400 ล้าน

หลังจากที่กรมสรรพากรให้สถาบันการเงินรายงานข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากบัญชีออมทรัพย์ที่ได้รับดอกเบี้ยจากทุกบัญชี รวมกันเกิน 20,000 บาทต่อปีนั้น ในรอบครึ่งปี 2562 พบว่า   มีผู้ฝากเงินประมาณ 5 แสนราย ที่ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์เกิน 20,000 บาทต่อปี ซึ่งต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% โดยคิดเป็นเงินภาษีที่กรมจะได้เพิ่มขึ้นประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งกรมสรรพากรได้แจ้งให้สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องหักภาษีไว้แล้ว   โดยกลุ่ม 5 แสนรายนี้ส่วนใหญ่จะมีบัญชีเงินฝากออมทรัพย์อยู่หลายแบงก์ โดยแต่ละแบงก์อาจจะได้ดอกเบี้ยไม่เกิน 20,000 บาท แต่พอรวมทุกแบงก์แล้วเกิน ดังนั้นก็จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ทุกแบงก์ที่มีบัญชีออมทรัพย์อยู่ ส่วนรอบต่อไปก็สิ้นปี แต่ยังประเมินไม่ได้ว่าภาษีจะได้เท่าเดิมหรือไม่          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/DWv3rydG7ew

 2,969
เศรษฐกิจ
28 มิ.ย. 62

สรรพากร จี้ smes ลงทะเบียนทำบัญชีเดียว ก่อน 1 ก.ค.62 เตรียมชงรัฐบาลใหม่ดันภาษีอี-บิสซิเนส

กรมสรรพากรเตือนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รีบลงทะเบียนขอใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติยกเว้นเบี้ยปรับ เงินเพิ่มภาษีอากร และความรับผิดทางอาญา พ.ศ. 2562 ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 1 ก.ค.   โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการมาลงทะเบียนแล้วประมาณ 67,000 ราย โดยขณะนี้ยังเหลือระยะเวลาอีก 5 วัน จึงอยากให้ผู้ประกอบการที่เสียภาษีไม่ถูกต้องในอดีต มาเสียภาษีให้ถูกต้อง หลังจากวันที่ 1 ก.ค.นี้ กรมสรรพากรจะใช้มาตรการเข้มงวด ผู้ประกอบการที่ทำงบการเงินเสียภาษีไม่ถูกต้อง จะถูกดำเนินการเอาผิดทางกฎหมาย   ขณะเดียวกันกรมสรรพากรเตรียมเสนอรัฐบาลใหม่เดินหน้าร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ที่กำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (อี-บิสซิเนส) ในต่างประเทศ   โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลแพลตฟอร์มในต่างประเทศ ที่มีรายได้จากการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยให้มาลงทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร   โดยขณะนี้กฎหมายดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นที่เรียบร้อย หากรัฐบาลใหม่ยืนยัน ก็สามารถส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ส่งเรื่องต่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8Y4dVBsMq5w

 2,629
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 พ.ค. 62

คนไทยในสหรัฐฯ โพสต์ซัดดราม่า 'หมอแอร์' คลอดลูก ฉะเสียภาษีปีละเกือบล้าน แต่ถูกคนอื่นเอาเปรียบ

จากกรณี หมอแอร์-พ.ต.ท. พญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล แพทย์ประจำกลุ่มจิตเวช และยาเสพติด อดีตรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้โพสต์รูปภาพขณะตั้งครรภ์พร้อมกับข้อความที่เขียนบนหน้าท้องว่า "แม่ครับ ผมเกิดที่ ไมอามี่ ได้ไหมครับ"   พร้อมโพสต์ข้อความเชิญชวนว่า สำหรับคนที่สนใจคลอดบุตรในสหรัฐอเมริกา เพื่ออนาคตและโอกาสที่ดีของลูก ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ"   โดยการเดินทางไปคลอดบุตรในสหรัฐอเมริกานั้น เป็นโปรแกรมของบริษัทเอกชน ที่เชิญชวนให้คนเดินทางมาคลอดบุตร ที่ไมอามี่ ซึ่งกฎหมายของสหรัฐฯ เปิดโอกาสให้เด็กที่เกิดในสหรัฐฯ ได้สัญชาติได้ทันที   เมื่อมีการเผยแพร่เรื่องดังกล่าวออกไป ทำให้มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้าไปคอมเมนต์วิจารณ์หมอแอร์ จำนวนมาก โดยกล่าวว่า เป็นการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย กระทำเรื่องที่ไม่เหมาะสม อีกทั้หมอแอร์ก็เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่น่ากระทำเสียเอง อีกทั้งตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดหมอแอร์ถึงลาราชการเพื่อไปสหรัฐฯได้เป็นเวลานาน   ล่าสุด ทางเพจหมอแอร์ ได้ลบโพสต์ดังกล่าวทิ้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมโพสต์ภาพของลูกชาย ด.ช.อเล็กซานเดอร์ เพ็ชรรัตน์ (อเล็กซ์) หลังคลอดออกมาอย่างปลอดภัย โดยมีผู้เข้าไปแสดงความยินดีจำนวนไม่น้อย   อย่างไรก็ตามมีตัวอย่างคอมเมนต์ของคนไทย ที่ได้ไปแต่งงานกับชาวอเมริกัน และใช้ชีวิตที่สหรัฐอเมริกาว่า ตนเองและและสามีต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเสียภาษีให้ทางการสหรัฐฯอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับต้องถูกคนอื่นมาเอาเปรียบ อาศัยช่องโหว่มาใช้สวัสดิการของประเทศของคนอื่น คนที่ไม่ได้มาอยู่ที่นี่จะไม่รู้ว่าต้องเสียภาษีเยอะขนาดไหน   โดยทุกวันนี้ผู้โพสต์เสียภาษีปีละประมาณ 8 แสนบาท และยังต้องซื้อประกันสุขภาพและอื่นๆอีกมากมาย แต่ทำไมหมอแอร์ถึงมาเขียนเชิญชวนให้มาคลอดลูกที่นี่ เพื่อให้ลูกได้สัญชาติ ได้เรียนฟรี มาใช้สวัสดิการที่คนอเมริกันจ่ายให้รัฐบาล ซึ่งจากโพสต์ดังกล่าวทำให้มีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยจำนวนมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/watsnTT2_kA

 28,993
เศรษฐกิจ
13 พ.ค. 62

'บังฮาซัน' เพจไลฟ์ขายอาหารทะเล เล่านาทีสรรพากรบุกบ้าน ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด!

บังฮาซัน เพจอาหารทะเลตากแห้ง จ.สตูล เจ้าของวลี แม่ฉันต้องได้กินปลา! ซึ่งเป็นที่โด่งดังในโลกออนไลน์จากลีลาการขายที่ไม่เหมือนใคร ส่งผลให้ยอดขายแตะหลักล้าน   ล่าสุด บังฮาซัน ได้เปิดเผยเรื่องราวที่ เจ้าหน้าที่สรรพากร ได้เดินทางมาเยี่ยมถึงที่บ้าน ซึ่งบังได้อธิบายไว้อย่างน่าชื่นชม แม้ว่า จะมีคำแนะนำถึงการเลี่ยงภาษีในรูปแบบต่างๆ แต่บังซัน ยืนยันว่า ต้องการจ่ายภาษีอย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้ต้องทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด เพราะฉะนั้น ใครที่ชอบขู่บังซัน ว่า ระวังสรรพากรมาเยี่ยม บอกเลยว่า ไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว พร้อมระบุว่า    “วันนี้ไม่ได้ไลฟ์แต่จะระบายความรู้สึกนิดนึง ผมเริ่มต้นธุรกิจมาด้วยเงินเพียงเล็กน้อยและไม่คิดว่าจะมีวันนี้ วันที่หลายคนคิดว่าบังสุดยอดครับ บังเก่งมากครับ  คำพูดที่เป็นคำชม นั่นคือความภาคภูมิใจ แต่จงจำไว้เสมอว่าคำว่าสุดยอดนั่นคือยอดมันอ่อนมากพร้อมที่จะหักลงเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นคุณต้องสร้างยอดอ่อนให้กลายเป็นยอดที่แข็งแรง นั่นคือ   การใช้หลายๆองค์ประกอบ และเมื่อคุณเริ่มต้นธุรกิจไปสู่ระดับการมียอดขายที่สูงขึ้นถึงหลักล้านบาท มีการโพสต์ข้อความหรือรูปภาพที่แสดงถึงการขายดีมักจะมีกลุ่มบุคคลที่เกิดความ อะไรไม่รู้บางอย่างก็จะพูดคำว่าแท็กสรรพากร ระวังสรรพากรนะครับบัง   ทำให้ผมเกิดความระแวงมาตลอด และเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ที่มีนักขายจำนวนมากในการสอนแนะนำต่างๆแต่เป็นคำสอนบางอย่างที่เราไม่เข้าใจนำสู่ความสงสัยและความกังวลใจ ความสุขเล็กๆที่เกิดขึ้นบางครั้งมันก็จะหายไปชั่ววูบ แต่แล้ววันหนึ่งครับผมได้ขับรถออกไปจากบ้านแล้วผมก็วนกลับมาเอาของ แล้วมีน้องที่ทำงานโทรมาบอกว่าบบังคะ มีเจ้าหน้าที่สรรพากรมา จอดรถแล้วเดินลงไป ผมเดินลงจากรถด้วยหน้าตาที่ใจหวิวหวิว รู้สึกได้ถึงพลังบางอย่าง   แต่พยายามที่จะดึงย้อนกลับไปว่ามีคนเคยแนะนำผมว่าให้ใช้หลายบัญชีหลายธนาคารเพื่อที่จะไม่ให้เขารู้ถึงการมียอดเงินในบัญชีหรือยอดเข้าออกในบัญชีจำนวนมาก แต่โดยที่ผมกังวลใจตั้งแต่แรก ผมคิดภาษาคนไม่รู้เรื่อง ผมคิดว่าผมต้องใช้บัญชีเดียวดีกว่าเพราะผมอยากจะเสียภาษีถูกต้องแต่ไม่รู้จะเสียยังไงไม่รู้จะทำยังไงก็ศึกษาในโลกออนไลน์มาตลอด   เริ่มมีกระแสที่น่ากลัวขึ้นแต่พอมาถึงวันนั้นวันที่เจ้าหน้าที่สรรพากร 2 คนมาเยี่ยมผมที่บ้าน ผมหันหน้าไปเห็นเขาก็ส่งยิ้มมาให้ก็รู้สึกว่าไม่ได้มีอะไรโหดร้ายมากมาย เราก็แค่บอกเล่าถึงเรื่องความจริงที่มาที่ไปสุดท้ายพี่สองคนนั้นก็เลยแนะนำผมกลับมาบอกว่าวันนี้ทางเราจะมาแนะนำ การเสียภาษีที่ถูกต้อง และผมไม่รู้มาก่อนว่าจังหวัดสตูลนั้นเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งเราทำอาชีพค้าขายที่เป็นการขายสินค้า แบบบ้านๆที่เรียกว่าการขายปลาเค็มหรือปลาหมึกแห้ง พวกนี้จะเป็นสินค้าอยู่ในกลุ่ม เกษตรหรืออื่นๆ ซึ่งในจังหวัดสตูลซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ในเศรษฐกิจพิเศษเสียพันละ 1 บาท   ผมรู้สึกว่าโอ้โห มันไม่ได้น่ากลัวเลย และวิธีการเสียภาษี รายการรู้การลดหย่อนภาษี จะทำให้คุณ โล่งใจและสบายใจ ในที่สุดเราก็ได้เสียภาษีถูกต้อง และเราก็ยังทำธุรกิจได้ปกติ ไม่ได้มีผลกระทบอะไรแต่ความสบายใจคือทำถูกต้องตามกฎหมายช่วยเหลือประเทศชาตินั่นแหละคือที่สุดของธุรกิจ ขอบคุณเจ้าหน้าที่สรรพากรหลายท่านที่มาให้คำแนะนำ   พี่สรรพากรเขาก็ทำตามหน้าที่ ในการรับใช้แผ่นดิน เราคือคนหนึ่งที่ประกอบอาชีพอยู่ในแผ่นดินไทย เมื่อได้ผลประโยชน์ กับตัวเราและผู้อื่นจากการทำธุรกิจส่วนหนึ่งเราต้องเสียสละให้กับประเทศชาติ แล้วคุณจะอยู่ในพื้นฐานของความถูกต้อง สุดท้ายนี้ การเสียภาษีถูกต้องจะปกป้องคุณ และคุณก็คือบุคคลที่ช่วยปกป้องประเทศ” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YZ14-WmEo8E

 12,952
การเมือง
24 ม.ค. 62

มติ กกต. ให้ผู้สมัคร ส.ส.แสดงรายการภาษีย้อนหลัง 3 ปี

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ล่าสุดที่ประชุม กกต. มีมติ กำหนดให้ผู้สมัคร ส.ส. แสดงหลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาย้อนหลังเป็นเวลาติดต่อกัน 3ปี นับตั้งแต่ปี 2559 -ปี2561 จึงจะสามารถยื่นสมัคร ส.ส.ระหว่างวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ นี้ได้ ส่วนผู้ที่ต้องไม่ได้เสียภาษีเงินได้ ให้ทําหนังสือยืนยันการไม่ได้เสียภาษีพร้อมทั้งสาเหตุแห่งการไม่ได้เสียภาษีมายัง กกต. ในวันที่สมัคร   เลขา กกต. ยังเปิดเผยว่า การเลือกตั้งส.ส.ที่จะมีขี้นในวันที่ 24 มีนาคมนี้ กกต. มีมาตราการควบคุม แลป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง ใน 4 มาตรการ   1. แอพพลิเคชั่น ตาสับปะรด ให้ ประชาชนโหลดผ่านสมาร์ทโฟนร้องปัญหาการทุจริตมายัง กกต. ได้โดยตรง 2. ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด ทั่วประเทศ มีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตในพื้นที่ และสอดส่องดูแลหารปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส 3. ศูนย์ควบคุมการหาเสียงทางโซเชี่ยลมีเดีย ร่วมกับหน่วยงานที่ กระทรวงดิจิทัลฯ กสทช. สตช. ปอท. ควบคุมการทุจริต รับเรื่องร้องเรียน การหาเสียงผ่านโซเชี่ยลมีเดีย เพื่อป้องกันข่าวปลอม หรือข้อมูลที่มีการใส่ร้ายป้ายสีกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 4. นักรบไซเบอร์ เข้าไปสอดส่องการกระทำความผิดทางอิเล็กทรอนิกส์   

 2,048
เศรษฐกิจ
07 ม.ค. 62

กรมสรรพากร ดึงข้อมูลแยกคนดี-คนไม่ดี จากการจ่ายภาษี ใครจ่ายตรงยิ่งได้คืนเร็ว

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เผยจะมีการวิเคราะห์ข้อมูล Data Analytics มาวิเคราะห์พฤติกรรมการเสียภาษีของประชาชน จะสามารถแยกได้คนดี-คนไม่ดีออกจากกัน เพื่อการให้บริการดีขึ้น สร้างความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี   โดยคนดีคือคนที่จ่ายภาษีตรงเวลา ก็จะคืนภาษีให้เร็วขึ้น ส่วนพวกคนไม่ดีก็จะถูกตรวจสอบมากขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีของประเทศ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1lRvoWUNJBI

 2,125
เศรษฐกิจ
07 มี.ค. 61

'ศุลกากร' คุมเข้มแบก 'โน้ตบุ๊ก-กล้อง-นาฬิกา' ไปเมืองนอกต้องแจ้งทุกครั้ง เว้นอากรของติดตัวไม่เกิน 2 หมื่น

ศุลกากรออกประกาศเข้มงวดผู้โดยสาร ของติดตัวไปเมืองนอก 'โน้ตบุ๊ก - กล้อง' ต้องแจ้งทุกครั้ง เว้นอากรของติดตัวไม่เกิน 2 หมื่น ถ้ามูลค่าไม่เกิน 2 แสน ชำระอากรแบบเหมาๆ ส่วนของดิวตี้ฟรีซื้อแล้วต้องใช้เมืองนอก ถ้านำกลับเข้าประเทศต้องเสียภาษี   ศุลกากรมีการออกประกาศที่ 60/2561 เรื่อง “การปฏิบัติพิธีการศุลกากรของติดตัวผู้โดยสารที่นำติดตัวเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรพร้อมกับตนทางอากาศยาน” โดยมีสาระสำคัญเกี่ยวกับของติดตัวผู้โดยสารที่นำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรพร้อมกับตนให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลบนพื้นฐานของการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการควบคุมทางศุลกากรที่เหมาะสม ทั้งนี้มีข้อปฏิบัติด้วยกันหลายข้อด้วยกัน   ตอนหนึ่งของประกาศ ได้ระบุว่า นักเดินทางจะต้องพึงรับทราบ กรณีเดินทางออกนอกประเทศ หากจะนำของมีค่าออกไป เช่น นาฬิกา กล้องถ่ายวีดีโอ กล้องถ่ายรูป คอมพิวเตอร์สำหรับพกพา ซึ่งมีเครื่องหมาย เลขหมายที่สามารถตรวจสอบได้ ให้แจ้งต่อพนักงานศุลกากร ณ ห้องที่ทำการศุลกากรบริเวณห้องผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ โดยต้องนำภาพถ่ายของสิ่งของที่นำมาแจ้งจำนวน 2 ชุด เจ้าหน้าที่จะมอบใบรับแจ้งของมีค่าที่ผู้โดยสารนำติดตัวออกไป เมื่อกลับมายังประเทศไทย ให้แสดงใบรับแจ้งของมีค่าต่อพนักงานศุลกากรช่องแดงในวันเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อขอรับการยกเว้นอากรในฐานะของใช้ส่วนตัว โดยต้องเป็นของเก่าใช้แล้ว และมีจำนวนพอสมควรแก่การเดินทาง มีเครื่องหมาย เลขหมาย (Serial Number) หรือหลักฐานอื่นที่สามารถตรวจสอบได้ พนักงานศุลกากรอาจทำเครื่องหมาย หรือเลขหมายแสดงไว้เป็นหลักฐาน หากเป็นของมีค่าหรือของส่วนตัวที่ผู้โดยสารนำติดตัวไปขณะเดินทางออกนอกประเทศ ที่ใช้เป็นปกติวิสัยในระหว่างการเดินทาง หรือเครื่องประดับการแต่งกายตามปกติ ไม่ต้องแจ้งต่อพนักงานศุลกากร   นอกจากนี้ เรื่องการยกเว้นอากรของติดตัวไม่เกิน 2 หมื่น – สินค้าดิวตี้ฟรี นำกลับมาต้องชำระภาษี สำหรับผู้โดยสารขาเข้าจากต่างประเทศ ของส่วนตัวที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตนทางอากาศยาน ที่จะสามารถได้รับการยกเว้นอากร คือ ของส่วนตัวที่เจ้าของที่นำเข้ามพร้อมกับตน สำหรับใช้เองหรือใช้ในวิชาชีพและมีจำนวนพอสมควร มีราคารวมกันไม่เกิน 20,000 บาท ให้ได้รับยกเว้นอากร รวมทั้ง บุหรี่ 200 มวน หรือ ซิการ์ หรือ ยาเส้น อย่างละ 250 กรัม หรือหลายชนิดรวมกันมีน้ำหนักทั้งหมด 250 กรัม แต่บุหรี่ต้องไม่เกิน 200 มวน, สุรา 1 ลิตร หากนำของเข้ามาเกินกว่าปริมาณที่กำหนด ให้สละการครอบครอง โดยนำไปใส่ไว้ในกล่องโปร่งใส (Drop Box) ที่ทางศุลกากรได้จัดทำไว้ด้านหน้าช่องเขียว –ช่องแดง   หากสิ่งของที่ผู้โดยสารนำติดตัวเข้ามาพร้อมกับตน (Accompained Baggage) ในวันเดินทางมาจากต่างประเทศ โดยไม่เป็นของต้องห้าม หรือของต้องจำกัดในการนำเข้า มีมูลค่ารวมกันไม่เกิน 200,000 บาท หรือเป็นของที่มีมูลค่าเกินกว่า 200,000 บาท และนำติดตัวเข้ามาเพียงชิ้นเดียว ให้อยู่ในอำนาจของพนักงานศุลกากรที่ดูแลโดยตรง จัดเก็บอากรปากระวาง ประกอบด้วย อากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ภาษีเพื่อมหาดไทย และค่าธรรมเนียมอื่นๆ (ถ้ามี) ส่วนสินค้าปลอดภาษี (Duty Free) ของที่ซื้อจากร้านค้าปลอดอากรขาออกในเมือง หรือร้านค้าปลอดอากรภายในอาคารผู้โดยสารขาออก ณ สนามบิน จะต้องนำออกไปนอกราชอาณาจักรเท่านั้น หากนำกลับเข้ามาให้ผ่านการตรวจที่ช่องแดง (Goods to Declare) และชำระอากร   คลิกอ่านรายละเอียด>> เอกสาร

 49,257

Top