ค้นหา :

ผลการค้นหา "เมจิกสกิน"

สังคม-อาชญากรรม
08 ก.ค. 62

'มาร์ช จุฑาวุฒิ' เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ปมรีวิวเมจิกสกิน

มาร์ช จุฑาวุฒิ ดาราหนุ่มหล่อ สีหน้ายิ้มแย้มเข้ารับทราบข้อหาเมจิกสกินเป็นคนสุดท้าย    วันที่ 8 ก.ค. 62 นายจุฑาวุฒิ ภัทรกำพล หรือ 'มาร์ช จุฑาวุฒิ' ดารานักแสดงชื่อดัง เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ตามหมายเรียกผิด พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ กรณี รับรีวิวสินค้าในเครือเมจิกสกินแล้ว โดยมาร์ช จุฑาวุฒิ เป็นศิลปินดาราคนสุดท้ายจาก 13 ราย ที่ถูกออกหมายเรียกเดินทางเข้ามารับทราบกล่าวหา   ทั้งนี้ตัวมาร์ช จุฑาวุฒิเอง มีสีหน้ายิ้มแย้มทักทายสื่อมวลชน ก่อนจะเดินเข้าไปให้ปากคำและรับทราบข้อหากับ พล.ต.อ.วิระชัย โดยยังไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน    สำหรับดาราศิลปินที่ถูกออกหมายเรียกทั้ง 13 คน แบ่งเป็นความผิดตาม พรบ.อาหารและยาฯ พ.ศ.2522 มีอัตราโทษ ไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ ซึ่งต้องนำตัวส่งฟ้องศาลมี 3 ราย คือ นายกนกฉัตร มารยาทอ่อน ไต้ฝุ่น KPN, น.ส.รัชวิน วงศ์วิริยะ หรือ ก้อย รัชวิน และนายธีรวัฒน์ บุตรตะยา หรือ ดุจดิว ทั้ง 3 คน เดินทางรับทราบข้อหาแล้ว    ขณะที่อีก 10 คน ซึ่งถูกออกหมายเรียกตาม พรบ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 โทษให้อำนาจ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.เปรียบเทียบปรับ ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อหาครบแล้ว โดย มาร์ช จุฑาวุฒิ เดินทางมาเป็นคนสุดท้าย            ขอบคุณภาพ : marchutavuth

 879
สังคม-อาชญากรรม
08 ก.ค. 62

เค้นสอบเจ้าของโรงงานยาลดอ้วนมรณะ 'วิระชัย' แฉเป็นขบวนการเดียวกับเมจิกสกิน พบคนรับส่วยเป็น ตร.ปคบ.

จากกรณีเจ้าหน้าที่จับกุมเครือข่ายยาลดความอ้วนกว่า 10 ล้านเม็ด ก่อนจะทำการสืบสวนขยายผลใน จ.กาฬสินธุ์ จนพบแหล่งผลิตยาลดความอ้วน โดยใช้สารอันตรายหลายรายการนั้น   พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า จากการตรวจสอบความเชื่อมโยงของผู้ผลิตยาลดความอ้วนที่มีการขยายผลจากจ.ปทุมธานี และจ.กาฬสินธุ์ พบว่ามีบุคคลเกี่ยวข้องทั้งสิ้น 7 คน   โดยพบว่าคนแรกคือเจ้าของโรงงานจ.กาฬสินธุ์ / หมอเดียร์ เจ้าของคลินิก จ.ปทุมธานี / นางสาวปลา และนายต่อ ลูกจ้างหมอเดียร์ / หลาน 2 คน มีหน้าที่ส่งผลิตภัณฑ์ และเจ้าของบัญชีที่รับโอนเงินจางลูกค้า โดยยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากจะต้องรอผลการตรวจจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ว่าผู้ตายเสียชีวิตเพราะรับประทานยาลดความอ้วนใช่หรือไม่   ส่วนการตรวจสอบโรงงานผลิตยาที่ จ.กาฬสินธุ์ พบว่าเป็นโรงงานที่ผลิตยาลดความอ้วนผิดกฎหมาย เป็นรายใหญ่ที่สุดของประเทศ และไม่มีใบอนุญาตการประกอบกิจการใด ๆ นอกจากนี้ยังพบความเชื่มโยงว่าเดิมทีเจ้าของโรงงานเป็นขบวนการที่เคยตั้งโรงงานผลิตยาลดความอ้วน "ลีน" ในเครือเมจิกสกินที่ จ.สมุทรสาคร   แต่ถูกตำรวจบุกเข้าทลายโรงงาน จึงมาสร้างโรงงานใหม่ที่จ.กาฬสินธุ์ โดยในวันที่บุกค้น พบลูกจ้างกำลังเผาทำลายยาไซบูทรามีนอยู่ โดยยาทุกตัวที่ผลิตจากโรงงานมีส่วนผสมของไซบูทรามีนทั้งสิ้น และจะใช้วิธีจ่ายยาเป็นชุด เพื่อกดอาการข้างเคียงของไซบูทรามีน ไม่ต่ำกว่า 7 ชนิด หากบริโภคเข้าไปปริมาณมาก อาจจะส่งผลให้ระบบไตและตับทำงานหนักและวายเฉียบพลันจนเสียชีวิตในที่สุด   ส่วนหมอเดียร์นั้น เป็นอดีตเภสัชกรที่ถูกเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ และเคยถูกดำเนินคดีในลักษณะเช่นนี้มาแล้ว รวมทั้งขณะนี้อยู่ระหว่างรอลงอาญา 2 ปี และเคยเปลี่ยนชื่อมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ก็กลับมาก่อเหตุในลักษณะนี้อีก โดยมีลูกจ้างคือ น.ส.ปลาและนายต่อ 2 สามีภรรยาที่ติดหนี้กว่า 5 ล้านบาท เนื่องจากเคยเป็นลูกค้าที่สั่งซื้อยาจากโดรงงาน แต่ถูกจับทำให้ไม่มีเงินมาจ่ายค่ายา จึงมาขอทำงานใช้หนี้   ส่วนกรณีเจ้าของโรงงานกล่าวอ้างว่ามีข้าราชการระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยการเรียกรับผลประโยชน์ พลตำรวจเอกวิระชัย ยืนยันว่าได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ จ.กาฬสินธุ์ตรวจสิบคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา มีการเชิญตัวเจ้าของโรงงานที่ จ.กาฬสินธุ์และหมอเดียร์มาให้ปากคำกับตนเองที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในวันที่ 10 ก.ค. เวลา 10.00 น. ในฐานะผู้เสียหายคดีถูกเจ้าพนักงานเรียกรับสินบน โดยขอยืนยันหากพบข้าราชการเรียกรับสินบนจริงจะต้องถูกดำเนินคดีทางวินัยและอาญาอย่างถึงที่สุด   ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า บุคคลที่ผู้ต้องหาแอบอ้างว่าเรียกรับสินบนเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสคบ.นั้น ทาง สคบ.ตรวจสอบร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วพบว่า ไม่ใช่เจ้าหน้าที่สคบ. แต่เป็นตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(ปคบ.) ซึ่งทราบชื่อและยศของนายตำรวจคนดังกล่าวแล้ว   ทั้งนี้พลตำรวจเอกวิระชัยของให้ผู้เสียหายทั้งหมด 5,619 ราย เข้าแจ้งความกับตำรวจในพื้นที่ เพื่อดำเนินกับบุคคลเหล่านี้ในความผิดร่วมกันฉ้อโกงประชาชนกว่า 30 ล้านบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ovhSrPEMNtM

 2,137
สังคม-อาชญากรรม
07 ก.ค. 62

รอง ผบ.ตร.เผย โรงงานผลิตยาลดอ้วน เชื่อมโยงเครือข่าย ‘ลีน’ เมจิกสกิน เตรียมเรียกสอบปากคำเพิ่ม

จากกรณีหญิงสาวแม่ลูกอ่อนกินยาลดน้ำหนักที่สั่งซื้อทางออนไลน์ โดยอ้างว่าเป็นคลินิกลดน้ำหนักมีแพทย์ให้คำปรึกษา โดยกินยาได้ 1 สัปดาห์ก็เสียชีวิต ซึ่งไปตรวจสอบแล้วยาที่กินเข้าไปมีส่วนผสมสารอันตราย ต่อมา รอง ผบ.ตร.ได้บุกทลายโรงงานผลิตยาลดความอ้วนและอาหารเสริม พบว่าโกดังมียาปลอมและสารอันตรายจำนวนมาก โดยเจ้าของโรงงานยอมรับว่า รู้ว่าเป็นยาปลอมอันตราย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ความคืบหน้าวันที่ 7 ก.ค. 62 พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า จากการตรวจสอบความเชื่อมโยงของผู้ผลิตยาลดความอ้วนที่มีการขยายผลจาก จ.ปทุมธานี และ จ.กาฬสินธุ์ พบว่ามีบุคคลเกี่ยวข้องทั้งสิ้น 7 คน โดยพบว่าคนแรกคือเจ้าของโรงงาน จ.กาฬสินธุ์ หมอเดียร์ เจ้าของคลินิก จ.ปทุมธานี นางสาวปลา และนายต่อ ลูกจ้างหมอเดียร์ หลาน 2 คน มีหน้าที่ส่งผลิตภัณฑ์ และเจ้าของบัญชีที่รับโอนเงินจากลูกค้า โดยยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากจะต้องรอผลการตรวจจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ว่าผู้ตายเสียชีวิตเพราะรับประทานยาลดความอ้วนใช่หรือไม่   ส่วนการตรวจสอบโรงงานผลิตยาที่ จ.กาฬสินธุ์ พบว่าเป็นโรงงานที่ผลิตยาลดความอ้วนผิดกฎหมาย เป็นรายใหญ่ที่สุดของประเทศ และไม่มีใบอนุญาตการประกอบกิจการใดๆ    นอกจากนี้ยังพบความเชื่อมโยงว่าเดิมทีเจ้าของโรงงานเป็นขบวนการที่เคยตั้งโรงงานผลิตยาลดความอ้วน ‘ลีน’ ในเครือเมจิกสกินที่ จ.สมุทรสาคร แต่ถูกตำรวจบุกเข้าทลายโรงงาน จึงมาสร้างโรงงานใหม่ที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยในวันที่บุกค้น พบลูกจ้างกำลังเผาทำลายยาไซบูทรามีนอยู่ โดยยาทุกตัวที่ผลิตจากโรงงานมีส่วนผสมของไซบูทรามีนทั้งสิ้น และจะใช้วิธีจ่ายยาเป็นชุด เพื่อกดอาการข้างเคียงของไซบูทรามีน ไม่ต่ำกว่า 7 ชนิด หากบริโภคเข้าไปปริมาณมาก อาจจะส่งผลให้ระบบไตและตับทำงานหนักและวายเฉียบพลันจนเสียชีวิตในที่สุด   ส่วนหมอเดียร์นั้น เป็นอดีตเภสัชกรที่ถูกเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ และเคยถูกดำเนินคดีในลักษณะเช่นนี้มาแล้ว รวมทั้งขณะนี้อยู่ระหว่างรอลงอาญา 2 ปี และเคยเปลี่ยนชื่อมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ก็กลับมาก่อเหตุในลักษณะนี้อีก โดยมีลูกจ้างคือ น.ส.ปลา และนายต่อ 2 สามีภรรยาที่ติดหนี้กว่า 5 ล้านบาท เนื่องจากเคยเป็นลูกค้าที่สั่งซื้อยาจากโรงงาน แต่ถูกจับทำให้ไม่มีเงินมาจ่ายค่ายา จึงมาขอทำงานใช้หนี้   ส่วนกรณีเจ้าของโรงงานกล่าวอ้างว่ามีข้าราชการระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยการเรียกรับผลประโยชน์ พลตำรวจเอกวิระชัย ยืนยันว่าได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ จ.กาฬสินธุ์ ตรวจสอบคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา และมีการเชิญตัวเจ้าของโรงงาน ที่จ.กาฬสินธุ์และหมอเดียร์มาให้ปากคำกับตนเองที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในวันที่ 10 ก.ค. 62 เวลา 10.00 น. ในฐานะผู้เสียหายคดีถูกเจ้าพนักงานเรียกรับสินบน โดยขอยืนยันหากพบข้าราชการเรียกรับสินบนจริงจะต้องถูกดำเนินคดีทางวินัยและอาญาอย่างถึงที่สุด    ข่าวที่เกี่ยวข้อง ทลายโรงงานผลิตยาลดความอ้วน เจ้าของรับเป็นยาปลอม อ้างส่งส่วย สคบ.เดือนละ 2 หมื่น พบอาจเอี่ยวเมจิกสกิน      

 3,093
สังคม-อาชญากรรม
07 ก.ค. 62

ทลายโรงงานผลิตยาลดความอ้วน เจ้าของรับเป็นยาปลอม อ้างส่งส่วย สคบ.เดือนละ 2 หมื่น พบอาจเอี่ยวเมจิกสกิน

รอง ผบ.ตร.ทลายโรงงานผลิตยาลดความอ้วนและอาหารเสริม ที่สาวแม่ลูกอ่อน จ.อ่างทอง กินแล้วเสียชีวิต พบโกดังยาปลอมและสารอันตรายจำนวนมาก เจ้าของโรงงานยอมรับรู้ว่าเป็นยาปลอมอันตราย แฉมีเจ้าหน้าที่เอี่ยวด้วย อ้างส่งส่วย สคบ. เดือนละ 2 หมื่น พบอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายกลุ่มขายยาลดน้ำหนักที่เคยถูกจับไปแล้ว   จากกรณีหญิงสาวแม่ลูกอ่อนกินยาลดน้ำหนักที่สั่งซื้อทางออนไลน์ โดยอ้างว่าเป็นคลินิกลดน้ำหนักมีแพทย์ให้คำปรึกษา โดยกินยาได้ 1 สัปดาห์ก็เสียชีวิต ซึ่งไปตรวจสอบแล้วยาที่กินเข้าไปมีส่วนผสมสารอันตรายนั้น ล่าสุดเมื่อวานนี้ (6 ก.ค.) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พร้อมกำลังตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่อย. เข้าตรวจค้น โรงงานดีดี คอสเมท จำกัด ในพื้นที่ อ.นามน จ.กาฬสินธุ์   หลังตรวจสอบพบว่า เป็นโรงงานแห่งนี้ที่ผลิตยาลดน้ำหนัก ยี่ห้อ โอบีแคร์คลินิก ที่หญิงชาว จ.อ่างทอง กินแล้วเสียชีวิต โดยโรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานขนาดเล็กตั้งอยู่หลังบ้านหรู ภายในมีห้องผลิตและบรรจุยาและอาหารต่าง ๆ มากมาย อาทิ ยาลดน้ำหนักอีกหลายยี่ห้อ ยาเพิ่มพลังสมรรถภาพทางเพศ ยาเร่งผิวขาว และอุปกรณ์เครื่องมือผลิต และบรรจุยาใส่แผง ใส่ถุงยา โดยพบสารผลิตยาลดความอ้วน ไวอาก้า และแคปซูลหลากสีจำนวนมาก    นอกจากนี้บริเวณหลังโรงงาน ยังพบร่องรอยการเผาทำลายหลักฐาน ซองยา และยาต่าง ๆ ที่บริษัทนี้เป็นผู้ผลิต ถึง 4 จุด โดยเมื่อช่วงค่ำวานนี้ (6 ก.ค.) ขณะที่ ตร.เข้าค้น ก็กำลังเผาทำลาย   นางวสภัสสร สุลำนาจ ซึ่งรับว่าเป็นผู้ดูแลโรงงาน อ้างว่า การเผายาและซองยาต่าง ๆ ตนไม่ทราบเรื่อง เป็นพนักงานทำความสะอาดบ้านเป็นคนทำ ก็ไม่รู้สาเหตุว่าเผาทำไม ซึ่งโรงงานนี้อยู่ระหว่างขอใบอนุญาต ยาที่เห็นนั้นตนไม่ได้ผลิต แต่รับมาจากโรงงานในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร มาแพคส่งอีกครั้ง ส่วนยาจำนวนมากที่พบนั้นก็เป็นสารที่นำมาผสมเป็นอาหารเสริมต่างๆ ซึ่งทำอาชีพนี้มาแล้ว 3 ปี ก็ยอมรับว่ามีรายได้ดี   ก่อนหน้านี้ นางวสภัสสร เคยถูกจับกุมเรื่องการผลิตยาปลอมมาแล้วและต่อสู้คดี จนกระทั่งมาตั้งโรงงานแห่งนี้ โดยโรงงานนี้มีลูกสาวเป็นเภสัชกรแต่ถูกถอนใบอนุญาตไปก่อนหน้านี้แล้ว และยอมรับทั้งหมดเป็นยาปลอม และอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ระดับสูงในสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคส่วนกลางส่งตัวผงยามาให้ผลิตและจำหน่าย ที่จะใช้ชื่อกลางหรือนามแฝงในการรับส่งตัวยาปลอม และทั้งหมดจะต้องจ่ายรายเดือนละ 20,000 บาท   เบื้องต้น ตร.แจ้งข้อหา ตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ผลิตและจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ผลิตยาปลอม ผลิตอาหารปลอม และทำลายพยานหลักฐาน    สำหรับวันนี้ (7 ก.ค.) พล.ต.อ. วิระชัย จะแถลงรายละเอียดการจับกุมเครือข่ายขายยาลดความอ้วนและอาหารเสริมผสมสารอันตราย โดยมีข้อมูลว่าอาจเชื่อมโยงกับกลุ่มที่เคยก่อเหตุมาแล้ว รวมไปถึงการขยายผลการจับกุมเครือข่ายนี้ทั้งหมด     ขณะที่ สคบ. ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง แต่เพื่อความชัดเจนได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ibq97HobDSA

 1,097
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.ค. 62

‘ปันปัน-เอสเธอร์’ รับทราบข้อกล่าวหารีวิว ‘เมจิกสกิน’

วันที่ 4 ก.ค. 62 เมื่อเวลา 10.00 น. น.ส.สุทัตตา อุดมศิลป์ หรือ ‘ปันปัน’ พร้อมด้วย น.ส.เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา 2 ดารานักแสด งเดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฐานโฆษณาเครื่องสำอางเกินจริง ตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอางฯ    หลังพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วว่า เข้าข่ายกระทำผิดกรณีที่รับงานรีวิวเครื่องสำอาง ประเภทเซรั่มให้กับเครือบริษัทเมจิกสกิน และถูกนำไปเผยแพร่ตามโซเชียลมีเดีย    โดย พล.ต.อ.วิระชัย เผยว่าจะใช้แนวทางการดำเนินคดีเดียวกันกับ ดารานักแสดงคนอื่นๆ ที่มารับทราบข้อกล่าวหา หากเป็นคดีความผิดเกี่ยวกับเครื่องสำอาง เมื่อสอบปากคำแล้วผู้เข้าข่ายความผิดให้การรับสารภาพ และพร้อมเปรียบเทียบปรับ พนักงานสอบสวนก็จะทำเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เพื่อให้ไปชำระเงิน และให้นำเอกสารการชำระเงินมามอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อทำเรื่องสั่งไม่ฟ้อง แต่หากเป็นคดีที่เกี่ยวกับอาหารเสริม ก็ต้องให้พนักงานสอบสวนคุมตัวไปส่งฟ้องด้วยวาจาที่ศาลแขวงพระนครใต้ต่อไป  

 1,186
สังคม-อาชญากรรม
26 มิ.ย. 62

'ก้อย รัชวิน' ปล่อยโฮโดนคุก 6 เดือน รอลงอาญา 1 ปี คดีรีวิวเมจิกสกิน ส่วน 'เมย์ พิชญ์นาฏ' โดนปรับ

ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ และเมย์-พิชญ์ชนาฏ สาขากร ดารานักแสดง เดินทางเข้าพบพลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หลังพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วว่า เข้าข่ายกระทำผิดกรณีที่รับงานรีวิวสินค้าให้กับเครือบริษัทเมจิกสกิน และถูกนำไปเผยแพร่ตามโซเชียลมีเดีย   โดย เมย์ พิชญ์ชนาฏ ถูกแจ้งข้อหาฐานโฆษณาเครื่องสำอางเกินจริง ตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอางฯ กล่าวว่า ถือเป็นความไม่รอบคอบที่ไม่ระมัดระวัง ซึ่งหลังจากนี้ไม่ว่าจะรับงานรีวิวสินค้าใดๆ ก็ตาม ก็จะระมัดระวังมากขึ้น ยอมรับว่าไม่ได้รู้สึกดีที่ต้องมารับทราบข้อกล่าวหา แต่ก็ดีใจที่เรื่องนี้จะได้จบ   ส่วน ก้อย รัชวิน ซึ่งถูกแจ้งข้อหาฐานโฆษณาสรรพคุณอาหารอันเป็นเท็จ หรือหลอกลวงให้หลงเชื่อโดยไม่สมควร ตาม พ.ร.บ.อาหารฯ พ.ศ. 2522 มาตรา 40 ซึ่งอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท ได้ถูกยื่นฟ้องต่อศาล   โดยศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีอาญา โดยทางจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยตามฟ้องโจทก์เป็นความผิด พ.ร.บ.อาหารฯ ให้จำคุก 12 เดือน ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท โดยเมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แล้วจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกนั้นให้รอการลงโทษเป็นเวลา 1 ปี   พลตำรวจเอกวิระชัย บอกว่า ในวันที่ 8 กรกฎาคม จะเป็นวันสุดท้ายที่ดาราที่เหลืออีก 3 คน จะเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนดารา 2 คนที่มารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ เมย์ พิชญ์ชนาฏ ได้เลือกให้การรับสารภาพ และขอไปชำระค่าปรับที่ อย. เพื่อนำเอกสารยืนยันการชำระค่าปรับมามอบให้พนักงานสอบสวนทำความเห็นไม่สั่งฟ้องต่อไป   ส่วนก้อย รัชวิน แม้จะให้การรับสารภาพเช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากเป็นคดีเกินอำนาจ อย.พิจารณาเปรียบเทียบปรับ หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะนำตัวไปฟ้องด้วยวาจาต่อศาลแขวงพระนครใต้ ซึ่งคดีของผู้ถูกกล่าวหารายอื่นๆ ศาลได้ให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหากลับตัวเป็นคนดี ให้รอลงอาญาโทษจำคุกไว้ ส่วนโทษปรับได้ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง   สำหรับกลุ่มศิลปิน ดารา และเน็ตไอดอลอีก 24 คน ที่ยังไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ตำรวจได้ส่งคำให้การต่างๆ ไปให้ อย.พิจารณาแล้ว แต่เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่นำไปโฆษณาไม่ใช่สิ่งเสพติดอย่างเช่นสุรา จึงต้องรอผลการพิสูจน์สารประกอบภายในตัวผลิตภัณฑ์เพื่อยืนยันว่า มีสรรพคุณตามที่ปรากฎในโฆษณาหรือไม่ จากนั้น อย.จึงจะพิจารณานำข้อเท็จจริงที่ปรากฎมายื่นฟ้องกับตำรวจ เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   สำหรับผู้ที่อยู่ในข่ายความผิดฐานโฆษณาเครื่องสำอางเกินจริง ตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอางฯ ที่เหลืออีก 3 คน คือ ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์ / มาร์ช จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล และ เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา พนักงานสอบสวนกำหนดให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาอีกครั้งในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CsQfBPqPBw4

 5,078
บันเทิง
25 มิ.ย. 62

ศาลพิพากษาจำคุก 6 เดือน ปรับ 5 พัน ‘ก้อย รัชวิน’ รับสารภาพคดีเมจิกสกิน ให้รอลงอาญา 1 ปี

‘ก้อย รัชวิน’ โดนด้วย รีวิวสินค้าเมจิกสกิน อัยการส่งฟ้อง รับสารภาพ ศาลพิพากษาจำคุก 6 เดือน ปรับ 5 พัน แต่ไม่เคยต้องโทษมาก่อนให้รอลงอาญา 1 ปี   วันที่ 25 มิ.ย. 62 ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ถ.รัชดาภิเษก เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง 1 ได้พาตัว น.ส.รัชวิน วงศ์วิริยะ นักแสดงชื่อดังแฟนสาว ตูน บอดี้สแลม นักร้องร็อกชื่อดัง ซึ่งร่วมรีวิวสินค้าเครือเมจิกสกิน มายื่นฟ้องคดีด้วยวาจา เป็นจำเลยต่อศาล    ในความผิดโฆษณาคุณประโยชน์คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จหรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร ตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 40 ซึ่งอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท    ภายหลังจากเช้าวันนี้ (25 มิ.ย.) ก้อย รัชวิน นักแสดงสาว เข้าพบพนักงานสอบสวน รับทราบข้อกล่าวหาและให้การรับสารภาพ    โดยศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีอาญาหมายเลขดำ 3675/2562 และมีคำพิพากษาเป็นหมายเลขแดงที่ 3678/2562    ซึ่งศาลอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังจนเข้าใจแล้วสอบคำให้การ โดยจำเลยจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยตามฟ้องโจทก์เป็นความผิด พ.ร.บ.อาหารฯ ให้จำคุก 12 เดือน ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท โดยเมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แล้วจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกนั้นให้รอลงอาญา 1 ปี  

 9,895
สังคม-อาชญากรรม
25 มิ.ย. 62

ศาลพิพากษาจำคุก 6 เดือน ปรับ 5 พัน ‘ก้อย รัชวิน’ รับสารภาพคดีเมจิกสกิน ให้รอลงอาญา 1 ปี

‘ก้อย รัชวิน’ โดนด้วย รีวิวสินค้าเมจิกสกิน อัยการส่งฟ้อง รับสารภาพ ศาลพิพากษาจำคุก 6 เดือน ปรับ 5 พัน แต่ไม่เคยต้องโทษมาก่อนให้รอลงอาญา 1 ปี   วันที่ 25 มิ.ย. 62 ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ถ.รัชดาภิเษก เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง 1 ได้พาตัว น.ส.รัชวิน วงศ์วิริยะ นักแสดงชื่อดังแฟนสาว ตูน บอดี้สแลม นักร้องร็อกชื่อดัง ซึ่งร่วมรีวิวสินค้าเครือเมจิกสกิน มายื่นฟ้องคดีด้วยวาจา เป็นจำเลยต่อศาล    ในความผิดโฆษณาคุณประโยชน์คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จหรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร ตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 40 ซึ่งอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท    ภายหลังจากเช้าวันนี้ (25 มิ.ย.) ก้อย รัชวิน นักแสดงสาว เข้าพบพนักงานสอบสวน รับทราบข้อกล่าวหาและให้การรับสารภาพ    โดยศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีอาญาหมายเลขดำ 3675/2562 และมีคำพิพากษาเป็นหมายเลขแดงที่ 3678/2562    ซึ่งศาลอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังจนเข้าใจแล้วสอบคำให้การ โดยจำเลยจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยตามฟ้องโจทก์เป็นความผิด พ.ร.บ.อาหารฯ ให้จำคุก 12 เดือน ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท โดยเมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แล้วจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกนั้นให้รอลงอาญา 1 ปี  

 9,895
สังคม-อาชญากรรม
12 มิ.ย. 62

พิษรีวิวเมจิกสกิน 'ไต้ฝุ่น kpn' อ่วมโดนคุก 6 เดือน รอลงอาญา 1 ปี 'ขวัญ อุษามณี' ถูกปรับ

นายกนกฉัตร มรรยาทอ่อน หรือ ไต้ฝุ่น KPN เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกต่อ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้ควบคุมกำกับดูแล คณะพนักงานสอบสวนคดีผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไม่ได้คุณภาพของบริษัท เมจิกสกิน หลังมีการรับรีวิวผลิตภัณฑ์สลิม มิลค์ ซึ่งพบว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ   จากนั้นไต้ฝุ่น พร้อมทนายความ ได้เดินทางไปยังศาลแขวงพระนครใต้ หลังพนักงานสอบสวนส่งฟ้อง โดยศาลจะเป็นผู้พิจารณาโทษอีกครั้ง ทั้งนี้กรณีของไต้ฝุ่น KPN นั้น เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ โดยมีอัตราโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท   ส่วนก่อนหน้านี้ ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์ นักแสดงสาว ได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวน หลังรับรีวิวผลิตภัณฑ์เซรั่ม เมสโส ในเครือเมจิกสกิน และพบว่าการรีวิวผลิตภัณฑ์มีความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 คือ ข้อหาโฆษณาเครื่องสำอาง ใช้ข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง   หลังเข้ารับทราบข้อหานานเกือบ 2 ชั่วโมง นักแสดงสาวเปิดเผยว่า ยอมรับผิดที่ไม่ได้ตรวจสอบสินค้าก่อนจะรับมาโฆษณา แต่ยืนยันว่าไม่ทราบกรณีสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งตำรวจได้ตักเตือน และให้คำแนะนำ พร้อมให้พิจารณาสินค้าให้รอบคอบมากขึ้น โดยตนเองรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และหลังจากเกิดเรื่องตนเองกึไม่ได้รับรีวิวสินค้า หรือติดต่อกับเจ้าของผลิตภัณฑ์อีกเลย   ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้ควบคุมกำกับดูแล คณะพนักงานสอบสวนคดีผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไม่ได้คุณภาพของ บริษัท เมจิกสกิน เปิดเผยหลังการเข้ารับการรับทราบข้อกล่าวหาว่า   นักแสดงทั้ง 2 คน เป็นความผิดคนละ พ.ร.บ. โดยของขวัญ อุษามณี เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 คือ ข้อหาโฆษณาเครื่องสำอาง ใช้ข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ซึ่งอัตราโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งอัตราโทษที่ไม่เกิน 1 ปี สามารถให้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เป็นผู้เปรียบเทียบปรับได้ โดยไม่ต้องส่งศาล ซึ่งทางพนักงานสอบสวน ได้ทำหนังสือส่งตัว เพื่อไปเปรียบเทียบปรับที่ อย. ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบปรับเรียบร้อย ถือว่าคดีอาญาสิ้นสุดลง   ส่วนกรณีของไต้ฝุ่น KPN นั้น ที่รับรีวิวผลิตภัณฑ์สลิม มิลค์ ในเครือเมจิกสกิน ที่มารับทราบข้อหาตามความผิด พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ มีอัตราโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท ซึ่งเมื่ออัตราโทษเกิน 1 ปี ทางเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ไม่มีอำนาจการเปรียบเทียบปรับ จึงต้องนำตัวส่งฟ้องศาลตามขั้นตอนของกฎหมาย และให้ศาลเป็นผู้พิจารณา   เบื้องต้นทางคณะทำงานได้ส่งรายชื่อดารา นักแสดง 54 คน ส่งให้ อย. เป็นผู้พิจารณาว่ามีผู้ใดเข้บข่ายกระทำผิด ซึ่งทาง อย.ได้ส่งกลับมา 13 คน  ส่วนที่เหลือยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ อย. ทั้งนี้ นักแสดงชุดแรกที่เหลืออีก 11 คน ที่จะเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ (12 มิ.ย.) และวันที่ 13 มิถุนายน แบ่งเป็น นักแสดง ดารา เน็ตไอดอล ที่ผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 อีก 9 คน ก็จะพ์จารณาในแนวทางเดียวกับขวัญ อุษามณี ส่วนอีก 2 คน มีความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ก็จะเมื่อมารับทราบข้อกล่าวหา ก็จะนำตัวส่งฟ้องศาลต่อไป   ต่อมาพนักงานสอบสวน นำตัวนายกนกฉัตร หรือไต้ฝุ่น KPN ไปยื่นฟ้องคดีด้วยวาจาที่ศาลแขวงพระนครใต้ ในความผิดฐานโฆษณาคุณประโยชน์คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร ตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522   โดยศาลได้ประทับรับฟ้องไว้ พร้อมอ่านคำฟ้องในคดีนี้ ซึ่งนายกนกฉัตร ก็ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ศาลจึงได้พิพากษา ว่าการกระทำของนายกนกฉัตร เข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาหารฯตามฟ้อง ให้จำคุกเป็นเวลา 1 ปี และปรับเป็นเงิน 3 หมื่นบาท   แต่เนื่องจากนายกนกฉัตรให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุให้บรรเทาโทษ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือโทษจำคุกเป็นเวลา 6 เดือนและปรับเป็นเงิน 15,000 บาท ประกอบกับได้พิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แล้ว พบว่าไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี ศาลจึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้เป็นเวลา 1 ปี   หลังฟังคำพิพากษา นายกนกฉัตรพร้อมทนายความ ก็ได้กล่าวขอบคุณศาลที่พิจารณาโทษสถานเบา และยืนยันว่าจะไม่รับงานรีวิวสินค้าในลักษณะเช่นนี้อีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WcEa4syEPlQ

 4,122
สังคม-อาชญากรรม
11 มิ.ย. 62

'ขวัญ อุษามณี-ไต้ฝุ่น เคพีเอ็น' เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีเมจิกสกินแล้ววันนี้

ขวัญ อุษามณี และ ไต้ฝุ่น เคพีเอ็นเข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีเมจิกสกินแล้ววันนี้ พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกให้ 5 ดารา และเน็ตไอดอล จากทั้งหมด 13 คน ที่พบความผิดในการรับรีวิวผลิตภัณฑ์ในเครือเมจิสกิน ให้มารับทราบข้อกล่าวหา โดยวันนี้มีดารา-นักแสดง ที่เดินทางมาแล้ว 2 คน ส่วนอีก 3 คน ประสานขอเลื่อนการรับทราบข้อหาออกไปก่อน    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 10.30 น. นางสาวอุษามณี ไวทยานนท์ หรือขวัญ นักแสดงสาว พร้อมด้วยทนายความ ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อหาตามหมายเรียกต่อ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้ควบคุมกำกับดูแล คณะพนักงานสอบสวนคดีผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไม่ได้คุณภาพ ของบริษัท เมจิกสกิน หลังรับรีวิวผลิตภัณฑ์เซรั่ม เมสโส ในเครือเมจิกสกิน และพบว่าการรีวิวผลิตภัณฑ์ มีความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 คือ ข้อหา โฆษณาเครื่องสำอางใช้ข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรับทราบข้อกล่าวหา    โดยเบื้องต้น พล.ต.อ.วิระชัย เปิดเผยว่า วันนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกดารา และเน็ตไอดอล ที่รับรีวิวผลิตภัณฑ์ในเครือเมจิกสกิน 5 คน ซึ่งมีการยืนยันแล้ว 2 คน คือคุณขวัญ และนักแสดงนักร้องหนุ่มอีก 1 คน ส่วนอีก 3 คน ที่เหลือ ได้ขอเลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา โดย 2 ใน 3 จะเดินทางมา ในวันที่ 13 มิถุนายนนี้ ส่วนอีก 1 คนที่เหลือยังอยู่ต่างประเทศ ขอเลื่อนวันรับทราบข้อกล่าวหา ยังไม่มีกำหนด    สำหรับดารานักแสดงอีก 8 คนที่เหลือ พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 12 และ 13 มิถุนายน โดยทั้ง 13 คน พบความผิดใน 2 พ.ร.บ. คือ ความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 คือ ข้อหาโฆษณาเครื่องสำอาง ใช้ข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง 10 ราย และความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ อีก 3 ราย

 3,203
สังคม-อาชญากรรม
07 มิ.ย. 62

'ก้อย รัชวิน' ไม่หนักใจ หลังเป็น 1 ใน13 ดารารีวิวเมจิกสกิน โดยหมายเรียกเข้าข่ายโฆษณาเท็จ

คืบหน้ากรณีผลิตภัณฑ์ในเครือเมจิกสกิน ที่ถูกจับกุมเป็นเครื่องเครื่องสำอางที่ผิดกฎหมายและดำเนินคดีอยู่ในชั่นศา ล่าสุด พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตำรวจเตรียมเรียกดาราเน็ตไอดอล 13 ราย ซึ่งมีส่วนรีวิวผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในเครือเมจิกสกิน เข้ารับทราบข้อกล่าว ระหว่างวันที่ 11 - 13 มิถุนายน เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ   โดยแบ่งเป็นผู้ที่ถูกดำเนินคดีในความผิดตามใน ข้อหาโฆษณาเครื่องสำอาง ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง 10 ราย และข้อหา โฆษณาคุณประโยชน์อันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.อาหาร 3 ราย โดยยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อและใบหน้า เนื่องจาก มีข้อกฎหมายให้การคุ้มครอง   ทั้งนี้ การแจ้งข้อกล่าวหาในกลุ่มดาราเน็ตไอดอลครั้งนี้ เป็นครั้งแรก หลังตำรวจเรียกสอบปากคำเพื่อให้ข้อมูลไปทั้งหมด 54 ราย โดยมีอีก 24 ราย ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ว่าจะเข้าข่ายความผิดหรือไม่ และมี 17 ราย ที่มีการเปรียบเทียบปรับไปแล้ว ในความผิดฐานโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต   อย่างไรก็ตาม หากตำรวจสืบสวนพบหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงผู้จ้างวานให้มีการโฆษณา ด้วยการเขียนบทโฆษณาให้กลุ่มดาราเน็ตไอดอลโฆษณาอันเป็นเท็จ ก็จะมีการฟ้องร่วมด้วย โดยเบื้องต้น ทราบว่าส่วนใหญ่ผู้เขียนบทโฆษณา จะเป็นผู้ประสานงานหรือผู้จัดการ แต่ยังไม่ถึงเจ้าของผลิตภัณฑ์ พร้อมเตือนว่าขณะนี้ เริ่มมีการแพร่ระบาดของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ในรูปแบบชง ที่ผสมสารไซบูตามีน ซึ่งมีผลทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายได้ และมีผู้เสียชีวิตแล้วหลายคน ซึ่งตำรวจจะขยายผลต่อไป   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้แถลงเป็นอักษรย่อ พร้อมกับภาพที่เบลอหน้า แต่ผู้สื่อข่าวก็ได้นำไปเทียบกับรายการดารา และ เน็ตไอดอล ที่เข้าข่าย และ ถูกเรียกให้ปากคำก่อนหน้านี้ ก็มีรายชื่อตามนี้ ก็มีคนดัง อาทิ ขวัญ อุษามณี, ปันปัน สุทัตตา, เพชรจ้า,นิวเคลียร์, มาร์ช จุฑาวุฒิ และ ก้อย รัชวิน เป็นต้น   ด้านก้อย รัชวิน บอกว่า ไม่กังวลใจกับเรื่องนี้ เพราได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ไปหมดแล้ว ตนบริสุทธิ์ใจ ถูกติดต่อให้รับงาน โดยถูกปิดบังข้อเท็จจริงจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ ถือเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกหลอก เป็นหนึ่งในผู้บริโภคเหมือนกัน  ก็ให้ทุกอย่างดำเนินไปตามกฎหมาย และคิดว่าจะได้รับความเป็นธรรมในคดีนี้  พร้อมเข้าไปในปากคำตามหมายเรียก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vPrbQKIt3jI

 3,016
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ค. 62

จ่อแจ้งข้อหาหนัก ดารารีวิวเมจิกสกิน เตรียมเผาของกลางล็อตใหญ่ 120 ตัน

พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับเครือเมจิกสกินว่า ตำรวจได้ร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. อายัดทรัพย์ผู้ต้องหาเจ้าของบริษัทในเครือเมจิก 4 ราย เป็นเงินรวม 19 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้ จะเชิญผู้เสียหาย มาชี้แจง ก่อนเฉลี่ยทรัพย์คืนให้กับผู้เสียหาย   ส่วนดารานักแสดงเน็ตไอดอล ที่เข้าไปเกี่ยวกับการรีวิวผลิตภัณฑ์ ในสัปดาห์หน้าจะมีการความชัดเจน ในการตั้งข้อหาและความผิด หลังจากองค์การอาหารและยา หรือ อย. ส่งข้อมูลมาให้ตำรวจแล้ว ซึ่งคาดว่าจะออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาได้ทันที แต่ยังไม่ขอเปิดรายละเอียดจำนวนคนและข้อหา โดยระบุได้เพียงว่า เป็นบุคคลดังที่เป็นที่รู้จัก และเป็นข้อหาที่มีโทษหนักถึงขั้นจำคุก   ส่วนคดีที่มีการจับกุมโรงงานผู้ผลิตยา อาหารเสริม เครื่องสำอางปลอม ในเครือบริษัทเมจิกสกิน และบุกตรวจค้นร้านค้าเกือบ 200 ร้าน ภายในตลาดใหม่ ดอนเมือง พร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้ 186 คน พนักงานอัยการ ได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด ในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ, ร่วมกันผลิตและจำหน่ายอาหารปลอม   โดยมีอัตราโทษสูงสุด 10 ปี เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งฟ้องศาลแขวงดอนเมือง และศาลพิพากษาปรับผู้ต้องหาทุกราย และมีคำสั่งให้ทำลายของกลางน้ำหนักรวม 120 ตัน มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท โดยจะมีการเผาทำลายของกลางทั้งหมด วันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KQu0vxb3ifk

 3,906
สังคม-อาชญากรรม
18 ธ.ค. 61

7 ผู้ต้องหาเมจิกสกินไร้เงารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่ม 'รอง ผบ.ตร.' เตรียมออกหมายเรียกซ้ำ หลังพบสารไซบูทรามีนในอาหารเสริม

7 ผู้ต้องหา เมจิกสกินยังไม่เข้ารับข้อหาร่วมกันผลิตและจำหน่ายอาหารปลอมปน เพิ่มเติม ที่กองปราบปราม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการพนักงานสอบสวน ออกหมายเรียกซ้ำ หลังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พบสารไซบูทรามีน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท อยู่ในอาหารเสริมลดน้ำหนักของเมจิกสกิน   (18 ธ.ค. 61) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า วันนี้พนักงานสอบสวน กองปราบปราม ได้นัดหมาย ให้ผู้ต้องหาคดี เมจิกสกิน เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ในข้อหา ร่วมกันผลิตและจำหน่ายอาหารปลอมปน จำนวน 7 ราย ประกอบด้วย นางสาวธนัชพรรณ์ บุญโญสิทธิ์ บริษัทคอสโม่ ปริ้นเซส จำกัด โดยนางสาวธนัชพรรณ์ นางสาววรรณภา พวงสน บริษัทเนเจอร์นิวทรี โดยนายกร พวงสน และว่าที่ร้อยตรีปวิ กลางประพันธ์ บริษัทเมจิกสกิน โดยนายกร และนางสาวสุดาภรณ์ นำผล หลังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ตรวจผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารเสริมลดน้ำหนักของเมจิกสกิน พบว่ามีสารไซบูทรามีน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท แต่จนถึงขณะนี้ทั้งหมดยังไม่ติดต่อเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งพนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2 หากยังไม่มาตามหมายเรียกอีกจะเสนอต่อพนักงานอัยการออกหมายจับต่อไป    ส่วนคดีเก่าที่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหากลุ่มนี้ไปก่อนหน้าแล้ว บางสำนวนคดีพนักงานอัยการได้สั่งให้หาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อจำนวนในการสั่งฟ้องให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น พนักงานสอบสวนจึงอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานก่อนจะส่งให้พนักงานอัยการสั่งฟ้อง และหากพนักงานอัยการสั่งฟ้องแล้วในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนผู้ต้องหาเครือข่ายเมจิกสกิน ก็จะถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงิน ซึ่งจะถูกติดตามและยึดทรัพย์สินทั้งหมดของเครือข่ายนี้    ขณะที่กลุ่มดาราและศิลปิน พนักงานสอบสวนได้นัดให้มารายงานตัวทั้งหมด 10 ราย ให้วันที่ 24 และ 27 ธันวาคมนี้เพื่อที่จะสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาความผิดที่เป็นผู้โฆษณาชวนเชื่อให้ประชาชนหลงเชื่อและใช้สินค้าที่ผิดกฎหมายอย่างเครือเมจิกสกิน. ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าดาราแต่ละคนมีความผิดเข้าข่ายมาตราใดบ้าง ขณะเดียวกัน พลตำรวจเอกวิระชัย ระบุว่าจนถึงในขนาดนี้ยังพบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงวางขายอยู่ตามท้องตลาดจึงอยากฝากเตือนผู้ผลิตและจำหน่ายหากยังมีการแอบลักลอบใส่สารต้องห้ามอย่างไซบูทรามีนก็จะถูกดำเนินคดีเช่นเดียวเครือข่ายเมจิกสกิน  

 1,707
สังคม-อาชญากรรม
06 ธ.ค. 61

รอง ผบ.ตร. เตรียมเรียกศิลปิน-ดารากว่า 50 คน รีวิว 'เมจิกสกิน' แจ้งข้อหาเพิ่มเติม หลังพบความผิดคดีอาญา

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยัน ตำรวจเตรียมเรียก 50 ศิลปินดารา มาแจ้งข้อกล่าวหาในสัปดาห์หน้า กรณีร่วมกันรีวิวผลิตภัณฑ์เสริมความงามเมจิกสกิน โดยรอหนังสือสรุปข้อกล่าวหาและความผิดจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ซึ่งแต่ละคนจะมีความผิดอาญาที่แตกต่างกันตามพฤติกรรมของแต่ละบุคคล โดยทั้ง 50 คน เป็นกลุ่มที่เคยเข้ามาให้ข้อมูลแล้ว    รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังฝากถึงผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อ สามารถนำพยานหลักฐาน มาแสดงกับสำนักงานคณะกรรมป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพื่อขอเฉลี่ยทรัพย์คืนจากคดีนี้ ภายใน 30 วัน หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกขา ซึ่งขณะนี้ ปปง. ยึดทรัพย์ไว้แล้วกว่า 19 ล้านบาท และรถยนต์หรู 2 คัน พร้อมขยายผลตรวจสอบอายัดทรัพย์สินอื่นเพิ่มเติม -สำหรับคดีนี้ ตำรวจสรุปสำนวนส่งฟ้องผู้ต้องหา ซึ่งเป็นนิติบุคคลไปแล้ว 5 ราย และบุคคลอีก 15 คน ซึ่งบางรายอาจผิดหลายคดี แต่พนักงานอัยการมีความเห็นให้สอบสวนเพิ่มเติม ในประเด็นความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ในเครือเมจิกสกิน โดยจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง พร้อมกันนี้ จะมีการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมยี่ห้ออื่นเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้สร้างอันตรายกับประชาชนทั่วไป

 1,704
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ย. 61

'น้ำหวาน เมจิกสกิน' ปัดปล่อยคลิป-แชทไลน์ ตร.เรียกเงิน ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

โลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปเสียงและแชทไลน์ ซึ่งระบุว่าเป็นการสนทนาระหว่างพนักงานสอบสวนสังกัดกองปราบปราม กับผู้เสียหายในคดีเมจิกสกิน โดยเนื้อหามีการเรียกรับเงินเพื่อช่วยเร่งรัดคดี ขณะที่ผู้บังคับบัญชาได้สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย นอกจากนี้จะมีการดำเนินคดีทางอาญาด้วยนั้น   ด้านผู้เสียหายที่ปรากฎในเสียงคลิปคือ น้ำหวาน ซึ่งเป็นแม่ทีมสินค้าลดน้ำหลัก แอปเปิ้ลสลิม ผลิตภัณฑ์ในเครือเมจิกสกิน และยังตกอยู่ในสถานะทั้งผู้เสียหายจากการถูกหลอกขายผลิตภัณฑ์ และเป็นผู้ถูกกล่าวหาขายสินค้าปลอม ได้เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องคลิปดังกล่าว ตนยอมรับว่าเป็นผู้อัดคลิปและเป็นผู้ที่คุยไลน์กับนายตำรวจกองปราบฯจริง แต่ไม่ได้เป็นคนที่นำคลิปและแชทไลน์มาเผยแพร่   และขณะนี้ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะปกติตนจะมีกลุ่มไลน์ที่ตั้งขึ้นที่มีเฉพาะตัวแทนคนสนิท 5 คน ซึ่งเอาไว้ส่งข่าวสาร รวมถึงหลักฐานและเอกสารต่างๆที่เกี่ยวกับคดี ซึ่งตนก็ได้ส่งคลิปเสียงและแชทไลน์ลงในกลุ่มดังกล่าวด้วย เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นข้างหน้า อย่างน้อยจะได้มีคนรับรู้   ส่วนเนื้อหาในคลิปที่มีการเผยแพร่นั้น เริ่มจากมีเอกสารในคดีของตนหลุดออกมา ซึ่งเอกสารทั้งหมดตนได้ทำตำหนิไว้ และเมื่อตรวจสอบเอกสารชุดดังกล่าวก็พบว่าเป็นเอกสารตัวจริงที่ตนส่งให้กองปราบฯ เมื่อติดตามกับเจ้าหน้าที่ก็พบว่ามีการโอนย้ายสำนวนคดีของตนจากกอง 2 เป็นกอง 3 จึงได้พบกับตำรวจในคลิปในวันที่ 2 ส.ค. เพื่อสอบถามว่าเอกสารในคดีหลุดมาได้อย่างไร เพราะเป็นเอกสารที่ใช้ฟ้องเจ้าของแบรนด์และหากหลุดไปถึงฝั่งคู่กรณีก็อาจเตรียมนำไปสู้ได้   แต่เจ้าหน้าที่ก็ปฏิเสธว่าไม่ได้หลุดจากกองปราบฯ โดยตนก็ได้บอกว่าไม่สบายใจเพราะเอกสารดังกล่าวยังไม่มีการแก้ตัวเลขความเสียหาย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยสอบตนเพิ่มในประเด็นนี้ ซึ่งเขาบอกว่าเดี๋ยวทำให้ พร้อมพูดทีเล่นทีจริงว่าขอค่าน้ำชา 2 หมื่นบาท ซึ่งก็ได้โอนไปให้ก่อน 5 พันบาทอย่างที่ปรากฎในแชทไลน์   นอกจากนี้เสียงในคลิปที่พูดถึงที่ดินเป็นการสอบถามเพื่อจะช่วยขาย เพราะก่อนหน้านี้ที่ดินผืนดังกล่าวซึ่งอยู่ใน จ.ชลบุรี ตนได้จำนองได้เงินมา 6.6 ล้านบาท นำมาจ่ายให้กับลูกข่ายที่ได้รับความเสียหาย แต่ตนไม่มีเงินที่จะไปถอนคืนหากคดียังไม่จบ ซึ่งตำรวจนายดังกล่าวก็ได้ให้คำแนะนำว่าให้นำมาขายดีกว่าโดนยึด ซึ่งเขาจะช่วยและได้เป็นค่านายหน้า   ส่วนในแชทไลน์ที่ปรากฎเรื่องเงิน 2 ล้านนั้น ตำรวจนายดังกล่าวเป็นคนพิมพ์มาเองว่าอยากมีเงิน 2 ล้าน เพราะติดหนี้ ซึ่งตนไม่รู้เจตนาว่าเขาจะขอเงิน หรือแค่บ่นให้ฟังเฉยๆ แต่ตนก็ได้ตอบแบบติดตลกไปว่า "ไม่มีเพราะตอนนี้จนมาก"   แต่ยอมรับว่าเคยโดนตำรวจที่ชลบุรีเรียกเงิน 1 ล้านจริง ตั้งแต่ตอนที่ตกเป็นผู้ต้องหาขายสินค้าปลอม เนื่องจากมีการฝากสินค้าดังกล่าวไว้ที่บ้านตนเป็นจำนวนมากก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาตรวจค้น จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เรียกเงินจำนวนดังกล่าวเพื่อไม่ส่งฟ้อง แต่ตนไม่มีเงินให้ จึงต้องใช้เงิน 1 แสนเพื่อประกันตัวออกมา แต่จากนั้นคดีจึงไม่มีความคืบหน้า และทราบว่ามีการเปลี่ยนตัวเจ้าของคดีด้วย   ตนขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายใคร และวันนี้ที่ตนฟังการแถลงข่าวของ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. ก็รู้สึกว่าเป็นบทลงโทษที่รุนแรงเกินไป เพราะตนไม่ได้อยากให้เรื่องเป็นแบบนี้  และรู้สึกเห็นใจด้วย รวมทั้งอยากให้เร่งดำเนินคดีกับเจ้าของแบรนด์ เพราะตอนนี้ตนเดือดร้อน ครอบครัวก็เดือดร้อน ตัวแทนทั้งหมดก็เดือดร้อนด้วย ซึ่งวันนี้ได้เข้าไปพูดคุยกับ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ก็รับปากว่าจะช่วยเร่งรัดคดีให้ ทำให้ตนและตัวแทนมีความหวังขึ้นมามาก   ทั้งนี้ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการ กองปราบปราม ได้แถลงถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง กับพนักงานสอบสวนคดีเมจิกสกิน พร้อมพิจารณาให้ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างสอบสวน เบื้องต้นจากหลักฐานทำให้เชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดจริง อีกทั้งยังพบว่ามีการรับเงินจากผู้เสียหายไปแล้วถึง 5,000 บาท จากการเรียกรับเงินจำนวน 15,000 บาท   หลังจากนี้ตำรวจนายดังกล่าวจะต้องเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงกับคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ซึ่งตามกำหนดการจะกลับจากการฝึกอบรมที่สถาบันการสอบสวน ในวันที่ 14 กันยายนนี้   นอกจากนี้ทางผู้บังคับการกองปราบปราม ได้กล่าวขอโทษประชาชนที่ไม่สามารถดูแลข้าราชการในสังกัดที่มีอยู่กว่า 1,200 นาย ให้อยู่ในความเรียบร้อยได้ แต่ขอให้เชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจกองปราบ พร้อมฝากถึงตำรวจในสังกัดทุกนาย ให้อดทนอดกลั้นต่อคำวิจารณ์ และฝากถึงประชาชนว่าทางตำรวจจะไม่มีการเรียกรับเงินจากการทำสำนวนคดีใด ๆ ทั้งสิ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/py4NFcuILuI

 2,014

Top