ค้นหา :

ผลการค้นหา "ผบชน"

สังคม-อาชญากรรม
25 ก.ย. 62

ผบช.น. แถลงหลังการจับกุม เผย 'น้ำอุ่น' ยังให้การภาคเสธ ยันไม่รู้ 'ลัลลาเบล' ตายแล้ว

ผบช.น. เผย น้ำอุ่น ให้การภาคเสธ ไม่รู้ว่าลัลลาเบล พริตตี้สาวเสียชีวิต ด้านตำรวจเตรียมขยายผลหากพบความเชื่อมโยงกับใคร ก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วย    วันที่ 25 ก.ย.พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวภายหลังการสอบปากคำ ขณะนี้นายรัชเดช หรือ น้ำอุ่น ยังให้การภาคเสธว่า ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามที่ปรากฎในภาพวงจรปิด และในคลิปวีดีโอที่เผยแพร่ทางโซเชียล แต่ไม่มีเจตนาที่จะทำให้พริตตี้สาว ลัลลาเบลเสียชีวิต และไม่ทราบว่าลัลลาเบลเสียชีวิต เข้าใจเพียงว่าเมา และหมดสติไป โดยมาทราบว่าเสียชีวิตหลังจากครอบครัชของลัลลาเบลแจ้งมา แต่ทางตำรวจได้สอบปากคำ และรวบรวมพยานหลักฐาน ทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่าสามารถเอาผิดนายรัชเดชได้    ซึ่งขณะนี้แจ้งข้อหา3ข้อหาประกอบด้วย หน่วงเหนี่ยวกักขังทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย,พาไปเพื่อกระทำอนาจาร และกระทำอนาจาร ในข้อหากระทำอนาจารนั้น มีพยานหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าผู้ตายไม่สมัครใจ ที่จะไปคอนโดมิเนียมด้วย แต่ที่นายรัชเดชกลับให้การว่าเป็นการตกลงกันไว้ ซึ่งตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะผู้ต้องหามีสิทธิ์จะให้การอย่างไรก็ได้    ส่วนที่เมื่อวานนี้ ขณะเข้าจับกุมนายรัชเดชในปั๊มน้ำมันเแห่งหนึ่ง เนื่องจากกำลังเดินทางไปที่บ้านย่านบางบอน จะต้องแจ้งข้อกล่าวหากับพ่อแม่ของนายรัชเดช ฐานสนับสน๊น ช่วยเหลือพาผู้ต้องหาหลบหนีหรือไม่ ต้องดูที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา    -ทั้งนี้การเสียชีวิต ตำรวจจะต้องเชิญแพทย์มาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งถึงการระบุเวลาการเสียชีวิตแน่ชัด เพื่อจะได้รวบรวมพยานหลักฐานว่ามีใครเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล หากพบว่าคนในงานปาร์ตี้บ้านย่านบางบัวทองเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีด้วย ยอมรับว่ามีโอกาสที่คนในงานปาร์ตี้รวมถึงโมเดลลิ่งอาจจะถูกดำเนินคดีในบางข้อหา ซึ่งมีการประสานงานกับตำรวจภูธรภาค 1 และสภ.บางบัวทองอย่างต่อเนื่อง และได้รับรายงานว่ามีพริตตี้สาวบางส่วน ที่เคยไปร่วมปาร์ตี้ในบ้านบางบัวทองดังกล่าวมาแจ้งความไว้ แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด ส่วนผงขาวที่ตรวจพบในบ้าน ยังไม่ได้รับรายงานการ    ทั้งนี้ในวันพรุ่งนี้ตำรวจจะคุมตัวนายรัชเดช ขออำนาจศาลอาญาธนบุรีฝากขัง ก่อนเวลา 16.00 น. ซึ่งเป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนว่าจะคัดค้านการประกันตัวหรือไม่    ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ ที่สังคมมีคำถามว่า จะมีการขยายผล หรือ พบความเชื่อมโยงกับบ้านที่มีการจัดงาน ย่านบางบัวทองหรือไม่ ยอมรับว่าเป็นต้นเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ต้องย้อนไทม์ไลน์กลับไปหากมีข้อเกี่ยวพัน ก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วย แต่ระหว่างนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง สอบเครียด 'น้ำอุ่น' หิ้วตัวขึ้นโรงพักบุคคโล ผบช.น.เตรียมแถลงข่าวเช้านี้    

 7,221
อาชญากรรม
25 ก.ย. 62

ผบช.น. แถลงหลังการจับกุม เผย 'น้ำอุ่น' ยังให้การภาคเสธ ยันไม่รู้ 'ลัลลาเบล' ตายแล้ว

ผบช.น. เผย น้ำอุ่น ให้การภาคเสธ ไม่รู้ว่าลัลลาเบล พริตตี้สาวเสียชีวิต ด้านตำรวจเตรียมขยายผลหากพบความเชื่อมโยงกับใคร ก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วย    วันที่ 25 ก.ย.พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวภายหลังการสอบปากคำ ขณะนี้นายรัชเดช หรือ น้ำอุ่น ยังให้การภาคเสธว่า ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามที่ปรากฎในภาพวงจรปิด และในคลิปวีดีโอที่เผยแพร่ทางโซเชียล แต่ไม่มีเจตนาที่จะทำให้พริตตี้สาว ลัลลาเบลเสียชีวิต และไม่ทราบว่าลัลลาเบลเสียชีวิต เข้าใจเพียงว่าเมา และหมดสติไป โดยมาทราบว่าเสียชีวิตหลังจากครอบครัชของลัลลาเบลแจ้งมา แต่ทางตำรวจได้สอบปากคำ และรวบรวมพยานหลักฐาน ทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่าสามารถเอาผิดนายรัชเดชได้    ซึ่งขณะนี้แจ้งข้อหา3ข้อหาประกอบด้วย หน่วงเหนี่ยวกักขังทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย,พาไปเพื่อกระทำอนาจาร และกระทำอนาจาร ในข้อหากระทำอนาจารนั้น มีพยานหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าผู้ตายไม่สมัครใจ ที่จะไปคอนโดมิเนียมด้วย แต่ที่นายรัชเดชกลับให้การว่าเป็นการตกลงกันไว้ ซึ่งตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะผู้ต้องหามีสิทธิ์จะให้การอย่างไรก็ได้    ส่วนที่เมื่อวานนี้ ขณะเข้าจับกุมนายรัชเดชในปั๊มน้ำมันเแห่งหนึ่ง เนื่องจากกำลังเดินทางไปที่บ้านย่านบางบอน จะต้องแจ้งข้อกล่าวหากับพ่อแม่ของนายรัชเดช ฐานสนับสน๊น ช่วยเหลือพาผู้ต้องหาหลบหนีหรือไม่ ต้องดูที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา    -ทั้งนี้การเสียชีวิต ตำรวจจะต้องเชิญแพทย์มาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งถึงการระบุเวลาการเสียชีวิตแน่ชัด เพื่อจะได้รวบรวมพยานหลักฐานว่ามีใครเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล หากพบว่าคนในงานปาร์ตี้บ้านย่านบางบัวทองเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีด้วย ยอมรับว่ามีโอกาสที่คนในงานปาร์ตี้รวมถึงโมเดลลิ่งอาจจะถูกดำเนินคดีในบางข้อหา ซึ่งมีการประสานงานกับตำรวจภูธรภาค 1 และสภ.บางบัวทองอย่างต่อเนื่อง และได้รับรายงานว่ามีพริตตี้สาวบางส่วน ที่เคยไปร่วมปาร์ตี้ในบ้านบางบัวทองดังกล่าวมาแจ้งความไว้ แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด ส่วนผงขาวที่ตรวจพบในบ้าน ยังไม่ได้รับรายงานการ    ทั้งนี้ในวันพรุ่งนี้ตำรวจจะคุมตัวนายรัชเดช ขออำนาจศาลอาญาธนบุรีฝากขัง ก่อนเวลา 16.00 น. ซึ่งเป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนว่าจะคัดค้านการประกันตัวหรือไม่    ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ ที่สังคมมีคำถามว่า จะมีการขยายผล หรือ พบความเชื่อมโยงกับบ้านที่มีการจัดงาน ย่านบางบัวทองหรือไม่ ยอมรับว่าเป็นต้นเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ต้องย้อนไทม์ไลน์กลับไปหากมีข้อเกี่ยวพัน ก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วย แต่ระหว่างนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง สอบเครียด 'น้ำอุ่น' หิ้วตัวขึ้นโรงพักบุคคโล ผบช.น.เตรียมแถลงข่าวเช้านี้    

 7,221
สังคม-อาชญากรรม
09 ส.ค. 62

จี้ ผบช.น.ตรวจสอบสถานประกอบการรอบสถานศึกษา ย่านวงศ์สว่าง 11 ขายเหล้าเด็กต่ำกว่า 20

เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา พร้อมเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ สวมหน้ากากขาวยื่นหนังสือจี้ ผบช.น.ดำเนินการตรวจสอบสถานประกอบการ ย่านวงศ์สว่าง 11 ซึ่งอยู่ในพื้นที่สถานศึกษา และปล่อยให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เป็นเหตุให้มีการแทงกันเสียชีวิตเมื่อเดือนก่อน    วันที่ 9 ส.ค. นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา พร้อมด้วยเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัย และนักศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ สวมหน้ากากสีขาวเชิงสัญลักษณ์ เข้ายื่นหนังสือถึงพลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกร้องให้ตรวจสถานประกอบการภายในซอยวงศ์สว่าง 11 ซึ่งอยู่ในพื้นที่โซนนิ่ง หลังจากเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2562 เกิดเหตุนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านพระราม 7 ถูกกลุ่มนักศึกษาอาชีวะกว่า 10 คนรุมทำร้าย และใช้มีดแทงที่ลำคอจนเสียชีวิตภายในซอยวงศ์สว่าง 11 เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ทั้งที่ทั้งสองฝ่ายไม่เคยรู้จักกันมาก่อน    นายคำรณ เปิดเผยว่า วันนี้ต้องการยื่นหนังสือให้ ผบช.น. ให้ดำเนินการตรวจสอบ และเอาผิดกับสถานประกอบการ รวมถึงสถานบริการที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งอยู่ในพื้นที่โซนนิ่ง ควบคู่กับการดำเนินคดีอาญากับผู้ต้องหา เนื่องจากในพื้นที่ซอยวงศ์สว่างนั้น จากการไปสำรวจของเครือข่ายพบว่า มีสถานประกอบการมากนับร้อยร้าน แม้ปัจจุบันจะมีการปิดไปบางส่วนแล้วก็ตาม    ขณะที่การสำรวจทั่วประเทศ มีสถานประกอบการที่ถูกสั่งปิดไปแล้วมากกว่า 900 ร้าน รอบสถานศึกษากว่า 3 หมื่นแห่งทั่วประเทศ แต่ในจำนวนนี้กลับไม่ได้พบว่า เป็นสถานประกอบการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่กลับเป็นพื้นที่ของเชียงใหม่และชลบุรี    โดยภายหลังจากการเรียกร้อง ก็มี พ.ต.อ.สมฤกษ์ ชัยสุกัญญาสันต์ ในฐานะนายตำรวจเวรชั้นผู้ใหญ่ เป็นตัวแทนรับหนังสือจากนายคำรณ ก่อนดำเนินการนำเรียนผู้บังคับบัญชา พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป   

 671
สังคม-อาชญากรรม
02 ส.ค. 62

ผบช.น. เผยเบื้องต้นพบเหตุระเบิด 5 จุด ชี้มีความเชื่อมโยงกัน

จากกรณีที่เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (2 ส.ค.) ได้เกิดเหตุระเบิดระทึกขึ้นหลายจุดทั่วกรุงเทพ โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดเหตุทั้งหมดแล้ว และได้มีการเรียกประชุมร่วมกันของเจ้าหน้าแล้วนั้น   ล่าสุด เวลา 11.52 น. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. ได้สรุปเบื้องต้น ระเบิดทั้งหมดตอนนี้พบ 5 จุด คือ 1.ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ 4 จุด ระเบิด 3 ลูก กู้ได้ 1 ลูก, 2.ตึกมหานคร และ BTS ช่องนนทรี 2 จุด บาดเจ็บ 2 ราย, 3.พระรราม 9 1 จุด บาดเจ็บ 2 ราย, 4.สระบัว กองบัญชาการกองทัพไทย 1 จุด, 5.สนง.ปลัดกระทรวงกลาโหมศรีสมาน 1 จุด   ส่วนที่ BTS ศาลาแดง ขณะนี้หน่วย EOD กำลังอยู่ในระหว่างเข้าตรวจสอบ                   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : - 'บิ๊กป้อม' เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบ เหตุระเบิดป่วนกรุง 5 จุด เชื่อหวังสร้างสถานการณ์  - รองผบ.ตร. เผย ยังไม่ชี้เป็นเหตุป่วนเมือง เร่งประชุมทีมเฉพาะกิจ - นายกฯ สั่งเร่งสอบระเบิด เพิ่มความปลอดภัย ทำเนียบฯ-สถานที่สำคัญ    

 1,757
สังคม-อาชญากรรม
01 ต.ค. 61

'พล.ต.ท. สุทธิพงษ์' นั่ง 'ผบช.น.' คนใหม่ พร้อมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนรับตำแหน่ง ยันสานต่อนโยบายดูแลปชช.

พลตำรวจโทสุทธิพงษ์ รับมอบตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ใช้ฤกษ์ดี 09:00 นาฬิกา สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนรับตำแหน่ง ยืนยันสานต่อนโยบายดูแลประชาชนให้ได้รับประโยชน์สูงสุด เตรียมประชุมนโยบายกับผู้ใต้บังคับบัญชาช่วงบ่าย   (1 ต.ค. 61) พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น  รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สักการะศาลเจ้าแม่ทับทิม,ศาลเจ้าแม่เกษมณี,ศาลพระภูมิเจ้าที่,พระอนุสาวรีย์พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศวรฤทธิ์ และ อนุสาวรีย์ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาล ก่อนจะเข้ารับมอบตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จากพลตำรวจโทชาญเทพ เสสะเวช อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่เกษียณอายุราชการ เป็นผู้ส่งมอบธงประจำหน่วยและแฟ้มภาระกิจให้พลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล     พล.ต.ท.ชาญเทพ ระบุว่า ตนเองมีความยินดีที่พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ได้มารับตำแหน่ง โดยเชื่อและมั่นว่าพล.ต.ท.สุทธิพงษ์จะสามารถทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างแน่นอน    ขณะที่พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ เปิดเผยว่าไม่หนักใจที่มารับตำแหน่งต่อ และจะสานต่อนโยบายของพลตำรวจโทชาญเทพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยังเน้นให้ข้าราชตำรวจให้บริการประชาชน พร้อมขอให้ตำรวจทุกนายตั้งใจปฎิบัติหน้าที่โดยไม่ต้องกังวล หากปฎิบัติอย่างถูกต้อง โดยในช่วงบ่ายรักษาราชการแทนตำรวจนครบาล จะมีการประชุมกับผู้ใต้บังคับบัญชาเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายในการทำงาน    

 1,019
สังคม-อาชญากรรม
24 ก.ย. 61

‘อัจฉริยะ’ เข้าพบ ผบช.น. มอบหลักฐานล้มคดี ‘เอมี่’ เพิ่ม

‘อัจฉริยะ’ ดอดเข้าพบ ผบช.น. มอบหลักฐาน เชื่อมีตำรวจอยู่ในขบวนการวิ่งเต้นคดีเอมี่ ระบุไม่มาสอบ หากยังไม่เปลี่ยนกรรมการคดี ยืนยันตนเตรียมฟ้องดำเนินคดี ตร. 1นาย ภายใน 3 วันหลัง มีหลักฐานมัดชัดเจน และเตรียมเปิดไพ่ใบสุดท้าย   วันนี้ (24 ก.ย.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เปิดเผยหลังเดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ว่า    วันนี้มาขอเข้าพบผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม และมอบหลักฐานเรื่องขบวนการวิ่งเต้นคดีให้ ส่วนตำรวจจะดำเนินคดีอย่างไรต้องให้เวลาทำงานก่อน โดยภายใน 3 วัน ตนเองจะมีการดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการวิ่งเต้นคดี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนจะเป็นข้อหาอะไร อยู่ระหว่างพิจารณา แต่มั่นใจว่าจะเป็นข้อหาหนัก ทั้งนี้เชื่อว่าตำรวจคนนี้เป็น 1 ในผู้ร่วมขบวนการ เป็นพยานที่ผู้ต้องหาใช้ต่อสู้คดี ซึ่งปรากฎหลักฐานในชั้นการเบิกความของศาล ทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดี แต่สามารถทำให้มีผลกับคดีความได้   ส่วนที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง คดีของเอมี่ อาเมเรีย จาคอป เรียกให้ตนเองมาสอบปากคำในวันที่ 26 ก.ย. นี้ นายอัจฉริยะ ระบุว่าจะไม่มีการเดินทางมาพบ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนชุดคณะกรรมการตามที่ได้ร้องขอไปก่อนหน้านี้ เพราะยังไม่ทราบว่า คณะกรรมการชุดใหม่เป็นใครบ้าง   อย่างไรก็ตามในวันนี้ที่จะเดินทางไปร้องกับอัยการสูงสุดขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมในการพิจารณาคดีนั้น เพื่อมอบหลักฐานที่ตนเองมีซึ่งเชื่อมโยงถึงอัยการด้วย รวมถึงขบวนการนี้ มีทั้งข้าราชการและพลเรือน รวมถึงบุคคลที่แอบอ้างตัวเป็นอัยการ ให้อธิบดีอัยการพิจารณา      

 5,188
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.ย. 61

ผบช.น ระบุ ภาพวาด อ.ถวัลย์ ที่หายไม่ได้ถูกโจรกรรม

ผบช.น ยัน ลูกชาย อ.ถวัลย์ แจงเมื่อวาน ภาพที่หายไม่ได้เป็นการโจรกรรม แต่เป็นเรื่องของครอบครัว    พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามภาพวาดของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ ที่เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ แต่พบว่าภาพเขียนที่อยู่ภายในบ้านสูญหายไป   โดยเมื่อวานนี้นายดอยธิเบศร์ ดัชนี ลูกชายของอาจารย์ถวัลย์เข้าพบกับตน ก็ได้พูดคุยกันถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สิทธิ์ในการจัดการมรดกของแต่ละฝ่าย และพยานหลักฐานที่สามารถรวบรวมได้ ซึ่งเรื่องนี้ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องการโจรกรรม แต่เป็นเรื่องของคนในครอบครัว ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมาให้ข้อมูลแล้ว อีกทั้งศาลได้พิพากษาให้ลูกชายมีสิทธิ์ในการดูแลจัดการมรดก ซึ่งถือว่านายดอยธิเบศร์เป็นผู้เสียหาย   ในส่วนของคดีขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานที่เก็บได้ทั้งจากในจุดเกิดเหตุภายในบ้าน และจากภาพเขียนที่สามารถทวงคืนกับมาได้กว่า 10 ภาพจากบุคคลต่างๆ โดยจะต้องให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ และลายนิ้วมือ เพื่อนำไปตรวจสอบว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการนำภาพดังกล่าวออกจากบ้านไปเป็นใครบ้าง    ซึ่งต้องรอผลจากกองพิสูจน์หลักฐานในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากได้ผลเป็นที่แน่นอนก็จะดำเนินการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาแจ้งข้อกล่าวหา แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะเข้าข่ายความผิดในข้อหาใดบ้าง และจะมีผู้ที่จะต้องถูกแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดกี่คน จากข้อมูลที่ได้รับรายงานมาทราบว่าผลพิสูจน์หลักฐานออกมาบางส่วนแล้ว ซึ่งก็ได้ความชัดเจนพอสมควร   ส่วนผู้ที่ซื้อภาพเขียนก็ถือว่ามีความผิดแต่จะถูกกันไว้เป็นพยานหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวน ซึ่งขณะนี้มีการเรียกสอบผู้ที่ซื้อภาพเขียนไปแล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบคำพิพากษาอย่างละเอียดและรอข้อมูลจากทางฝั่งนางสาว ทิพย์ชาติ วรรณกุล ภรรยาของอาจารย์ถวัลย์มาตรวจสอบอย่างละเอียด ส่วนในช่วงแรกที่มีกระแสข่าวว่ามีภาพเขียนหายไปจำนวน 100 กว่าภาพแต่ขณะนี้จากการตรวจสอบพบว่าภาพเขียนที่หายไปอ่านมีจำนวนไม่ถึง 100 ภาพซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ลูกชาย 'ถวัลย์ ดัชนี' รู้ตัวคนขโมยภาพพ่อ เพื่อนบ้านแฉมีคนขนขึ้นกระบะ 'ป้าอ๊อด' โต้ไม่เคยขายภาพหลังสิ้นสามี  

 1,706
สังคม-อาชญากรรม
19 ก.ย. 61

ลูกชาย อ.ถวัลย์ นำเอกสารภาพที่หายไป มอบให้ ผบช.น.

ลูกชาย อ.ถวัลย์ นำเอกสารยืนยันภาพที่หายไปมอบให้ ผบช.น. ยืนยันทำ ดาต้าเบส ไว้ถึงรู้ว่ามีภาพหายไปและทราบด้วยว่าภาพอยู่กับใคร วอนขอให้นำมาคืนหากได้ไปอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จะกันไว้เป็นพยาน   วันนี้ (19 ก.ย.)  นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และนายดอยธิเบศร์ ดัชนี ลูกชาย อ.ถวัลย์ นำเอกสารที่ยืนยันภาพที่หายไปมามอบให้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานทางคดี   โดยนายดอยธิเบศร์ กล่าวว่า ไม่สงสัยและไม่ฟันธงว่าใครเป็นคนขโมยรูปภาพของ อ.ถวัลย์ ผู้เป็นพ่อ ที่มีราคาหลาย 100 ล้าน ไปขาย เพราะอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนหาความจริงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ยืนยันเมื่อปี 2557 หลังพ่อเสียชีวิต ตนได้ทำดาต้าเบส ไว้ทุกรูป และประกาศชัดว่าไม่มีการขายภาพ หากพบเห็นถือว่าอาจจะเป็นของปลอม หรือได้มาโดยผิดกฎหมาย    เบื้องต้นไม่ได้ตรวจสอบว่าภาพหายไปหรือไม่ จนเห็นพิรุธของป้า ที่เป็นคดีความฟ้องร้องเรื่องมรดก และมีคนแจ้ง จึงทราบว่ามีภาพหายไปประมาณ 113 ภาพ ส่วนใหญ่เป็นภาพ นก และตามคืนมาได้ ประมาณ 4 ภาพ ที่เหลือตนมีเบาะแสว่าอยู่ที่ไหน ใครครอบครองจึงขอให้รีบนำมาคืนหากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจะกันไว้เป็นพยาน      

 5,215
สังคม-อาชญากรรม
14 ส.ค. 61

ผบช.น. ส่งมอบพระพุทธรูปอายุกว่า 100 ปี ให้กรมศิลปากรดูแล หลังไม่มีผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ

บช.น. ส่งมอบพระพุทธรูปโบราณอายุกว่า 100 ปี ให้กรมศิลปากรดูแล หลังตรวจยึดเก็บไว้เป็นของกลางที่ สน.ชนะสงคราม มากว่า 39 ปี   วันนี้ (14 ส.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ทำการส่งมอบพระพุทธรูปโบราณอายุร่วม 100 ปี ให้กับกรมศิลปากรไว้ดูแล    สืบเนื่องจาก พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง ได้เดินทางไปตรวจสถานที่ สน.ชนะสงคราม เพื่อดำเนินการรื้อ และสร้าง สน.ใหม่ ที่บริเวณกองสลากเก่า และได้พบพระพุทธรูปโบราณจำนวน 3 องค์ ซึ่งเป็นของกลางที่เก็บไว้บริเวณชั้น 2 ภายในห้องเก็บของกลาง และจากการตรวจสอบประวัติย้อนหลังพบว่า เมื่อ 39 ปีที่ผ่านมา มีคนร้ายได้นำพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ ใส่กระสอบลงเรือมาขึ้นที่ท่าน้ำท่าพระจันทร์ เพื่อลักลอบขายในตลาดมืด    ซึ่งขณะนั้นยังมีตลาดนัดสนามหลวงตั้งอยู่ และเมื่อคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทิ้งถุงพระวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการยึดมาเก็บไว้ ประกอบกับสมัยเมื่อ 30 ปีที่แล้ว การสื่อสารยังไม่ทั่วถึง จึงไม่มีใครมาติดต่อขอรับคืน จึงถูกเก็บไว้ในห้องเก็บของกลางจนถึงปัจจุบัน   โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร มาช่วยทำการตรวจสอบ และพบว่า พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์นั้น เป็นพระพุทธรูปล้ำค่ามีอายุมากว่า 100 ปี สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 จนถึงรัชกาลที่ 5    ซึ่งในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล โดยผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้ประสานอธิบดีกรมศิลปากรมารับพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ไว้ดูแล หลังได้ประกาศให้ผู้ที่เป็นเจ้าของนำหลักฐานมารับ และพ้นกำหนดจึงได้ส่งมอบใม้กรมศิลปากรนำไปเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติต่อไป    โดยนางสาวพัชรินทร์ สุขประมูล ณฑารักษ์เชี่ยวชาญ กรมศิลปากรระบุพระพุทธรูปปรางค์ห้ามชาติ และปรางค์มารวิชัยมีศิลปะบริเวณผ้าจีวรจะเป็นลายดอกพิกุล คาดว่า จะสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 5 ซึ่งมีศิลปะของสมัยอยุธยาอยู่ สำหรับพระพุทธรูปอีกองค์นั้น น่าจะสร้างในสมัยรัชกาล ที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 6 ซึ่งทางกรมศิลปากรจะได้ทำการเก็บรักษา เพื่อเป็นสมบัติของชาติต่อไป  

 1,197
สังคม-อาชญากรรม
01 ส.ค. 61

โจรลูบคม จี้ชิงทรัพย์ลูกชาย รอง ผบช.น. กลางซอยเปลี่ยวย่านพหลโยธิน พ่อลั่นขอจับคนร้ายเอง

เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ลูกชาย พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผบช.น. และเพื่อน ภายในซอยพหลโยธิน 4 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.20 น.วันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา   ที่เกิดเหตุพบผู้เสียหายคือ นายเบสท์ ศิริเลิศวรกุล อายุ 17 ปี และนายภูวิศ หลักบุญ 17 ปี ลูกชาย พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ รอพบตำรวจอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ โดยให้การว่า คนร้ายเป็นชายไทย อายุประมาณ 25 ปี ใบหน้ามีหนวด ผิวเข้ม สวมเสื้อสีดำมีฮู้ด สวมกางเกงขายาว ใช้อาวุธปืนพกสั้นสีดำแบบเม็กกาซีนด้ามจับลายไม้ขู่บังคับเอากระเป๋าสตางค์ไป   ซึ่งคนร้ายติดตามมาตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อในซอยพหลโยธิน 6 ก่อนขี่ จยย. เข้ามาจอดประกบแล้วชักปืนออกมาพูดข่มขู่ว่า “พวกมึง 2 คน เอากระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์มา” ด้วยความกลัวจึงส่งกระเป๋าสตางค์ให้คนร้ายไป เมื่อได้ทรัพย์สินแล้วคนร้ายก็หลบหนีไปทางซอยพหลโยธิน 6 โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินเป็นกระเป๋าสตางค์ยี่ห้อ Herschel สีเทา เงินสดประมาณ 1,000 บาท พร้อมบัตรเอกสารสำคัญ   ด้าน พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นเหตุการณ์ที่ลูกชายและเพื่อนเดินไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อบริเวณซอยพหลโยธิน 4 โดยระหว่างทางกลับก่อนถึงคอนโดเป็นทางค่อนข้างเปลี่ยว มีวัยรุ่นเอาปืนออกมาขู่ แต่ลูกชายสังเกตว่าน่าจะเป็นปืนปลอม จึงไม่ได้ต่อสู้และได้ต่อรองกันว่าคนร้ายต้องการอะไร คนร้ายก็เอาทรัพย์สินเป็นกระเป๋าสตางค์และเงินจำนวนหนึ่งของเพื่อนไป   “คดีนี้ผมก็ลงมาดูเอง ต้องตามจับให้ได้ เพื่อไม่ให้ไปทำกับคนอื่นอีก ตอนนี้พอจะทราบตัวคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งภาพไม่ค่อยชัด แต่ลูกชายจำรายละเอียดได้ เพราะคนร้ายมองหน้าเขากับเพื่อนตั้งแต่อยู่ในร้านสะดวกซื้อ คล้ายว่าเห็นเหยื่อที่เป็นเด็ก คาดว่าพรุ่งนี้น่าจะมีอะไรชัดเจนขึ้น” รองผบช.น. กล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4lwpYP3WJ5k

 12,593
สังคม-อาชญากรรม
05 มี.ค. 61

เด้ง 5 เสือสน.สมเด็จเจ้าพระยา เซ่นปล่อยนักเที่ยวผับ id4 มั่วสุมยาเสพติด

พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. มีคำสั่งเลขที่ 87/2561 ลงวันที่ 3 มี.ค.61 ให้ 5 นายตำรวจ ประกอบด้วย   1.พ.ต.อ.อนุรักษ์ ยศประสิทธิ์ ผกก.สน.สมเด็จเจ้าพระยา 2.พ.ต.ท.วุฒิชัย สุคนธวิท รอง ผกก.สส.สน.สมเด็จเจ้าพระยา 3.พ.ต.ท.ณัฐจักร บุณยรัตน์ รอง ผกก.ป.สน.สมเด็จเจ้าพระยา 4.พ.ต.ท.สงวน เรืองฝาง สวป.สน.สมเด็จเจ้าพระยา และ 5.พ.ต.ท.ณรงค์ชัย เอกฉันท์ สว.สส.สน.สมเด็จเจ้าพระยา   ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปก.น.) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ผบช.น. มอบหมาย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง   สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 3 มี.ค. ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. และ 191 นำกำลังเข้าจับตรวจค้นสถานบันเทิงร้าน ID4 ปากซอยลาดหญ้า ในท้องที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา ตรวจสอบพบยาเสพติดและมีนักเที่ยวเสพยาเสพติดในสถานบริการ   โดยครั้งนี้ก็ให้ 5 เสือมาประจำอยู่ที่ ศปก.น. รายงานตัวภายในวันที่ 4 มี.ค.และให้ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงทั้ง 5 นายตำรวจด้วย เพื่อดูว่ามีความบกพร่องต่อหน้าที่ปล่อยปละละเลยหรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eMdaxRvODRg    

 3,938

Top