ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฆ่าแมว"

แชร์ออฟเดอะเดย์
24 ส.ค. 62

หนุ่มโหดอัดคลิปฆ่าลูกแมว ทั้ง 'เหยียบคอ-ตัดแขนตัดขา-ชกตา-แก้วทุบกะโหลก' ส่งอวดเพื่อนในกรุ๊ปไลน์ - เจ้าตัวบอกถูกใส่ร้าย แต่ย่ามั่นใจเป็นหลานตัวเอง

เพจเฟซบุ๊ก ‘Red Skull Endgame’ โพสต์คลิปและภาพพฤติกรรมของหนุ่มคนหนึ่ง โดยมีพลเมืองดีนำเรื่องราวมาร้องเรียน ระบุว่าเพื่อนคนหนึ่ง ชื่อนายต้า อายุ 24 ปี มีพฤติกรรมแปลก ชอบทรมานและฆ่าลูกแมวด้วยวิธีการต่างๆที่โหดร้ายทารุณด้วยความสะใจ และนำคลิปและภาพมาอวดในไลน์กลุ่มให้เพื่อนดู   พร้อมมอบคลิปวิดีโอ ภาพนิ่ง และข้อความแชท หลังทำการทรมานแมวหลายตัวจนตาย โดยตัวหนึ่งถูกเหยียบคอจนตาย ตัวหนึ่งถูกตัดแขนขาแล้วปล่อยให้ตาย ตัวหนึ่งถูกชกตาถลนจนตาย อีกตัวหนึ่งถูกแก้วเบียร์ทุบจนกะโหลกแตกตาย    ซึ่งเมื่อดูคลิปแล้วมั่นใจว่าเพื่อนกระทำจริง เนื่องจากจำเท้าและห้องเขาได้ โดยคาดว่าที่เพื่อนก่อเหตุเนื่องจากขาดความอบอุ่น พ่อแม่แยกทางกัน ทั้งยังชอบดื่มเหล้าเบียร์ เสพกัญชาอีกด้วย   หลังจากโพสต์เผยแพร่ ได้มีชาวเน็ตออกมาแฉว่านายต้าเคยขอรับลูกแมวจากเพจแจกแมวฟรีมาแล้วหลายตัว แต่ไม่มีการอัพเดทหลังรับไปเลี้ยง จนชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาประณาม พร้อมช่วยกันสืบหาพิกัดบ้าน จากเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายต้า จนทราบว่า นายต้าพักอาศัยอยู่กับญาติในซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 25 โดยบ้านเปิดเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวในตอนกลางวัน และเปิดขายส้มตำในตอนค่ำ นอกจากนี้ชาวเน็ตต่างหัวร้อนถึงขั้นจะร่วมลงขันเพื่อไปรุมกระทืบนายต้า ซึ่งขณะนี้เฟซบุ๊กของนายต้าได้ปิดไปเรียบร้อยแล้ว    ต่อมา นางฐาปนีย์ (สงวนนามสกุล) พักอาศัยอยู่ละแวกเดียวกันกับนายต้า ได้ร้องเรียนกับมูลนิธิ Watch Dog Thailand ว่า เคยให้ลูกแมวตัวหนึ่ง อายุ 2 เดือน ให้นายต้าไปเลี้ยง แต่จากนั้นไม่สามารถติดต่อนายต้าได้ จึงไปขอรับแมวคืนที่บ้านนายต้า แต่ไม่พบตัว กระทั่งนายต้าแจ้งทางไลน์ว่าแมวได้หนีออกจากบ้านไปแล้ว เมื่อเห็นคลิปจึงมั่นใจว่า แมวตัวดังกล่าวคงถูกนายต้าฆ่าตายไปแล้วอย่างแน่นอน   ทางมูลนิธิ Watch Dog Thailand จึงประสานให้นางฐาปนีย์เข้าแจ้งความที่สน.ห้วยขวาง ซึ่งต่อมาได้ถูกข่มขู่จากนายต้า และวานนี้ได้เข้าแจ้งความที่สน.สุทธิสารอีกครั้ง เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุเป็นเขตรับผิดชอบของสน.สุทธิสาร    ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านพักของนายต้า ในซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 25 ซึ่งเปิดเป็นร้านอาหาร โดยพบกับเจ้าของร้าน ซึ่งเป็นย่าของนายต้า กล่าวว่า นายต้าเป็นหลานชายของตนจริง เพิ่งมาทราบเรื่องประมาณเที่ยงวานนี้ รู้สึกตกใจมาก ถึงกับร้องไห้ เครียดจนกินอะไรไม่ลง พยายามติดต่อไปหาหลานหลายครั้งแต่ยังติดต่อไม่ได้ จึงยังไม่ได้คุยกัน   หลังทราบเรื่องตนไม่เชื่อว่าหลานทำเรื่องร้ายแรงดังกล่าว แต่หลังจากดูคลิปวิดีโอแล้ว คาดว่าผู้ที่อยู่ในคลิปเป็นหลานของตนจริง เนื่องจากจำรอยแผลเป็นที่เท้าได้ เพราะหลานชายเคยประสบอุบัติเหตุจนต้องเย็บแผลที่เท้าเกือบ 20 เข็ม โดยตนเป็นคนทำแผลให้หลานจนหาย และพื้นห้องในคลิปก็ยังคล้ายกับพื้นห้องของหลานอีกด้วย   ปกติหลานเป็นเด็กเงียบๆ เรียบร้อย ไม่ค่อยมีปากเสียง แต่ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และไม่ค่อยอยู่บ้าน เนื่องจากค่อนข้างติดเพื่อน ก่อนหน้านี้หลานเคยขอเลี้ยงแมว แต่ตนไม่ให้เลี้ยง โดยให้เหตุผลว่าบ้านเราเป็นร้านอาหาร จะเลี้ยงสัตว์ได้อย่างไร ทั้งนี้ ตนเคยเลี้ยงแมวมาก่อนแต่ถูกสุนัขกัดตาย จึงเกิดความสงสาร จนไม่อยากเลี้ยงอีก    ย่า กล่าวต่อทั้งน้ำตาว่า ไม่ทราบจริงๆว่าหลานทำไปเพื่ออะไร แต่คาดว่าเป็นเพราะหลานคบเพื่อนไม่ดี แต่ถ้าหากหลานทำผิดจริงๆ อยากให้มามอบตัว แล้วปรับปรุงตัวเสียใหม่    ด้านพ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สน.ห้วยขวาง ระบุว่า หลังจากนางฐาปนีย์เข้ามาแจ้งความ วันถัดมา นายต้าได้มาลงบันทึกประจำวัน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้เป็นผู้ที่อยู่ในคลิปทารุณกรรมแมวดังกล่าว แต่ยอมรับว่าได้ขอลูกแมวจากนางฐาปนีย์มาจริง ซึ่งต่อแมวได้หนีหายไป จึงอาจเป็นเหตุทำให้นางฐาปนีย์ไม่พอใจ แล้วนำรูปตนไปประจาน พร้อมยืนยันว่าตนถูกใส่ร้าย   ด้านพ.ต.อ.ธีรศักดิ์ ศรีประเสริฐ ผกก.สน.สุทธิสาร ระบุว่า ได้เข้าไปตรวจสอบที่บ้านพักของนายต้าแล้ว แต่ไม่พบตัวและยังไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะออกหมายเรียกนายต้ามาสอบปากคำต่อไป   ด้านมูลนิธิ Watch Dog Thailand ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า กรณีนี้ ไม่ได้มีเพียงนายต้าคนเดียว แต่มีผู้ร่วมขบวนการถึง 3 คน เป็นเพื่อนกัน ซึ่งตำรวจทราบตัวหมดแล้ว โดยยังไม่แน่ใจว่ากระทำไปเพื่อความสนุก หรือเพื่อหาผลประโยชน์ในดาร์กเว็บ คล้ายกรณีของดีเจซัน ที่มีข่าวก่อนหน้านี้ ซึ่งทางมูลนิธิได้ประสานไปยังผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เพื่อให้ติดตามตัวกลุ่มผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว    ส่วนกรณีของดีเจซันนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างประกันตัวต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/VwuOgGfvQY0  

 15,265
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 ม.ค. 62

สะเทือนใจ ผ่าท้องแมวควักลูกก่อนใช้เข็มเย็บ เจ้าของโต้ผ่าตอนแม่แมวตายแล้วเพื่อช่วยลูก

เพจเฟซบุ๊ก WATCHDOG THAILAND โพสต์เรื่องราวของแม่แมวตัวหนึ่งถูกกรีดท้องจนเสียชีวิต พร้อมระบุว่า เจ้าของแมวกรีดท้องแมวเอาลูกออก อ้างกลัวลูกตายในท้อง แล้วใช้เข็มเย็บผ้าเย็บแผล แม่แมวนอนซมอยู่ได้ไม่นานก็เสียชีวิต อาสาประชาชนข้องใจหลังติดตามโพสต์ จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ที่ สภ.ขลุง จ.จันทบุรี   โดยมีผู้ใช้ Facebook ได้โพสต์ขอความช่วยเหลือเหตุมีแมวมานอนหอบหน้าบ้าน และท้องใหญ่มาก กลัวลูกจะตายในท้อง จึงพยายามติดต่อเจ้าของ แต่เจ้าของไม่ยอมให้เอาไปรักษา ต่อมาทราบว่าเจ้าของน้องแมวเอามีดโกนกรีดท้อง เพื่อเอาลูกในท้องออกมา และใช้เข็มเย็บผ้า เย็บแผลให้น้องแมว แจงลูกตายในท้องจนเน่าหมด จึงจำเป็นต้องทำ หลังจากนั้นแม่แมวได้ตายลงในช่วงประมาณหัวค่ำ   ด้านตำรวจได้สอบปากคำผู้โพสต์ซึ่งอยู่ข้างบ้าน ให้การว่า ตนกลับมาจากที่ทำงานตอนตี 3 เห็นน้องแมวมานอนที่หน้าบ้าน มากินน้ำ มีท้องแข็งๆ จึงบอกคนที่บ้านว่า ถ้าตอนเช้าแมวยังอยู่ จะพาแมวไปโรงพยาบาล แล้วจึงโพสต์ลงโซเชียล   แต่ตอนเช้าวันรุ่งขึ้นเดินไปดูไม่เห็นแมวแล้ว จึงคิดว่าเจ้าของพาแมวไปโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ตอนเที่ยง แฟนผู้โพสต์เดินไปดูอีกครั้ง ก็พบว่าน้องแมวนอนอยู่ในตะกร้า แต่ท้องน้องแมวถูกผ่าแล้ว แต่แมวยังมีชีวิตอยู่ ที่แผลมีด้ายสีแดงเย็บเอาไว้ ส่วนลูกแมวไม่ทราบว่าลุงเจ้าของเอาไปทิ้งที่ไหน สังเกตว่า หลังผ่าแมวเสร็จ เจ้าของไม่ได้สนใจแมวเลย เอาแมวใส่ตะกร้าแล้ววางไว้นอกบ้านตลอด จนแมวตาย   ต่อมาตำรวจได้เดินไปสอบปากคำกับเจ้าของแมวให้การว่า “ไม่ได้ผ่าท้องแมวตอนที่ยังมีชีวิตอยู่” แมวได้ตายลงไปแล้วจึงผ่า เพื่อช่วยชีวิตลูกแมว เพราะลูกแมวตายคาท้องมา 2 วันแล้ว เลยดึงลูกออกแล้วผ่าท้องดูว่ายังมีลูกเหลืออยู่ไหม แต่แม่แมวและลูกแมวเสียชีวิตทั้งหมด เจ้าของจึงนำศพโยนทิ้งถังขยะซึ่งถูกเก็บไปแล้ว   ด้าน WATCHDOG THAILAND ระบุว่า ไม่ว่าจะผ่าท้องแมวทั้งๆที่ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ก็ถือเป็นความผิดตาม พรบ.วิชาชีพการสัตวแพทย์ และถ้าพิสูจน์จากการสอบพยานได้ว่าผ่าท้องแมวทั้งๆที่แมวยังมีชีวิตอยู่ ก็อาจมีความผิดโทษฐานทารุณกรรมสัตว์ด้วย   ทารุณกรรมสัตว์พิสูจน์ที่เจตนา แต่ พรบ.วิชาชีพการสัตวแพทย์ ไม่อนุญาตให้บุคคลผู้มิใช่สัตวแพทย์กระทำการใดๆต่อสัตว์อันเป็นเหตุให้สัตว์บาดเจ็บและเสียชีวิต ติดตามผลการสืบสวนสอบสวน การดำเนินคดีและการพิสูจน์เจตนาในคดีนี้ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/H_lCa1BgWCI

 2,717
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 ธ.ค. 61

สาวขอรับแมวไปเลี้ยงก่อนอ้างหาย สุดท้ายพบตายอืดในแทงก์น้ำคอนโด อ้างทิ้งเพราะตกใจ ทำอะไรไม่ถูก

เพจ WATCHDOG THAILAND โพสต์สภาพซากแมวที่เสียชีวิต พร้อมระบุข้อความว่า มีผู้ใช้ facebook รายหนึ่งขอรับแมวที่ประกาศหาบ้านไปแล้ว ต่อมาผู้ดูแลติดต่อไม่ได้ถูกบล็อคเฟซบุ๊ก เบอร์โทร ก่อนที่จะพบแมวเสียชีวิตลอยอืดในแท็งก์น้ำคอนโด โดยผู้ขอรับอุปการะแมว อ้างว่าแมวตกตึก ด้วยความตกใจกลัวว่าแมวจะตายจึงนำไปทิ้งไว้ในแท็งก์น้ำบนดาดฟ้าของคอนโดที่พัก   โดยผู้ดูแลแมว ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า แมวตัวนี้มีอายุประมาณ 6-7 เดือน ซึ่งตนไปพบโดยบังเอิญด้วยความสงสารจึงเก็บมาดูแล และประกาศหาผู้ที่สนใจมารับไปเลี้ยงผ่าน Facebook กระทั่งมีหญิงสาวติดต่อมาเข้ามาเพื่อขออุปการะ โดยให้เหตุผลว่าหลังจากดูจากคลิปแมวตัวนี้ที่ตนโพสต์ลง Facebook แล้วก็รู้สึกว่ามีลักษณะนิสัยที่เชื่องคล้ายกับแมวที่เคยเลี้ยงมาก่อน จึงชอบซึ่งในตอนนั้นตนก็ไม่ได้คิดอะไรคิดเพียงว่าน่าจะเป็นคนรักสัตว์เหมือนกัน เพราะจากที่พูดคุยก็ไม่ได้มีท่าทีผิดปกติแต่อย่างใด   จากนั้นวันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2561 ได้มีการนัดให้ตนเอาแมวไปให้ที่ซอยลาดพร้าว 102 แต่สาวผู้ขอรับแมวไปเลี้ยงไม่ยอมให้ตนไปส่งแมวให้ถึงที่พัก และพยายามเบี่ยงเบนโดยอ้างว่าจะออกมารับเองที่หน้าปากซอย แต่ตนไม่ยอมเพราะอยากไปดูสภาพแวดล้อม เพื่อจะประเมินความเป็นอยู่ของแมวด้วย ซึ่งพอไปถึงก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมที่พักเป็นคอนโด ทั้งๆที่ตอนแรกบอกว่าพักอยู่ทาวน์เฮาส์สองชั้น แต่ถึงกระนั้นด้วยความที่เชื่อใจ และคิดว่าคงจะเป็นการเลี้ยงในระบบปิดจึงไม่ติดใจอะไร   ต่อมาตนได้ต่อมาเมื่อติดต่อไปสอบถามความคืบหน้าในการเลี้ยง กลับถูกบล็อกทุกช่องทางการสื่อสาร ทำให้ขณะนั้นตนร้อนใจมาก และเป็นกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกับกรณีที่เคยเป็นข่าว จึงตัดสินใจกลับไปที่คอนโดฯ และติดต่อผ่านนิติบุคคล สาวผู้ขอรับแมวไปเลี้ยงจึงยอมรับสายและอ้างว่าก่อนหน้านี้ติดต่อไม่ได้เพราะโทรศัพท์ตกน้ำ   แต่นาทีนั้นตนรู้สึกไม่ไว้ใจแล้วจึงขอรับแมวคืน แต่ได้รับคำตอบมาว่าไม่ได้อยู่ที่คอนโดอยู่ที่บ้านที่นนทบุรี เพราะลูกป่วยหนักและพาแมวไปด้วย ตนไม่เชื่อจึงขู่ไปว่าจะแจ้งตำรวจ ทำให้สุดท้ายหญิงสาวคนกล่าวยอมออกจากห้องลงมาคุยด้วย และบอกว่าความจริงแล้วที่ขาดการติดต่อไปเพราะทำแมวหายแต่ไม่กล้าบอก และบอกอีกว่าว่าไม่ได้เลี้ยงแมวในห้องของตัวเอง เอาไปเลี้ยงไว้ในห้องว่างอีกชั้นหนึ่ง   ตนจึงขอดูกล้องวงจรปิดแต่ทางนิติฯ แจ้งว่าตึกเพิ่งเปลี่ยนเจ้าของใหม่ยังเปิดดูไม่ได้ และเพื่อความสบายใจตนจึงขออนุญาตเข้าไปตามหาแมวทุกชั้นแต่ก็ไม่พบ สุดท้ายจึงขอถ่ายบัตรประชาชนของหญิงสาวทำดังกล่าวเอาไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่สามีของสาวผู้ขอรับแมวไปเลี้ยงให้ข้อมูลว่า ภรรยาแจ้งกับเขาว่าคืนแมวไปแล้ว   กระทั่งวันที่ 17 ธันวาคม 2561 เวลา 17.00 น. ทางนิติคอนโดโทรมาแจ้งตนว่าพบศพแมวตายขึ้นอืดอยู่ในแท็งก์น้ำชั้นดาดฟ้าของคอนโด เนื่องจากมีลูกบ้านแจ้งว่าน้ำมีกลิ่นหม็นจึงขึ้นไปตรวจสอบ ตอนนั้นตนตกใจมากแต่เพื่อความมั่นใจจึงขอให้ทางนิติส่งภาพมาให้ดู ก็พบว่าเป็นนแมวตัวเดียวกัน ตนจึงรีบเดินทางไปที่คอนโดทันที   ผู้ดูแลแมว กล่าวอีกว่า เมื่อตนไปถึงกลับทราบจากนิติฯ ว่าหญิงสาวคนดังกล่าวได้ขึ้นไปเพื่อพยายามทำลายหลักฐานโดยอาศัยจังหวะที่นิติฯ กำลังลงไปเอาถุงเพื่อที่จะมาใส่ศพแมว โดยการนำศพแมวลงไปทิ้งในแท็งก์น้ำที่ชั้น 1 อีกครั้ง จากนั้นได้พยายามหลบหนี จนต้องให้สามี โทรศัพท์เกลี้ยกล่อมให้กลับมา แล้วจึงอ้างว่าทำแมวตกจากตึก ด้วยความตกใจกลัวว่าแมวจะตาย เลยทำอะไรไม่ถูกจึงเอาไปทิ้งในแท็งก์น้ำชั้นดาดฟ้า   ล่าสุดวานนี้ (18 ธ.ค.) เวลา 18.30 น. สาวผู้ต้องสงสัยได้เดินทางให้ปากคำกับตำรวจ ที่สน.วังทองหลางแล้ว พร้อมปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อ   ขณะที่ พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกก.สน.วังทองหลาง เปิดเผยข้อมูลกับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ต้องสงสัยให้การว่าแมวตกตึกไปเองเป็นอุบัติเหตุ แต่อย่างไรแล้วขณะนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการเก็บข้อมูลหลักฐานของเจ้าหน้าที่ เพราะไม่มีประจักษ์พยานและภาพจากกล้องวงจรปิด จึงต้องรอผลชันสูตรว่าสาเหตุของการเสียชีวิตมาจากอะไร   และระหว่างที่ถูกเอาไปทิ้งในแท็งก์น้ำนั้น แมวเสียชีวิตไปแล้วหรือยังไม่เสียชีวิต เพราะหากถูกทิ้งไปทั้งที่ยังบาดเจ็บแต่ยังไม่เสียชีวิตจะเข้าข่ายทารุณกรรมสัตว์ทันที แต่ถ้าเสียชีวิแล้วก็จะต้องดูในส่วนของความสะอาดและสิ่งแวดล้อม เพราะแท็งก์น้ำเป็นสาธารณูปโภคที่คนในคอนโดใช้ร่วมกัน แต่อย่างไรแล้วขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่เองก็ยังไม่ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้ง พร้อมยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 สองฝ่าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gtej34H_Lz8

 7,975
สรุปข่าว
19 ธ.ค. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 19 ธ.ค.61 นักมวยหญิงผูกคอตาย-พปชร.จัดโต๊ะจีนระดมทุน-ซากแมวทิ้งแทงก์น้ำคอนโด

-หงส์ขาว ม.ราชภัฏจอมบึง นักมวยหญิงชื่อดังวัย 24 ปี ดีกรีระดับแชมป์ คิดสั้นฆ่าตัวตาย ผูกคอตายในหอพักที่ราชบุรี คาดปมปัญหาความรัก ด้านแฟนหนุ่ม ซุปเปอร์แบงค์ ม.รัตนบัณฑิต ขอถอนตัวชกกะทันหัน รับทะเลาะกันจริง ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่เช้า ก่อนให้เพื่อนไปดูแล้วพบแฟนสาวเป็นศพ (พ่อแม่ติดใจ 'หงส์ขาว' นักมวยหญิงแชมป์โลกแขวนคอดับ หวั่นถูกฆาตกรรม แฟนหนุ่มรับทะเลาะกันก่อนตาย)   -พ่อร้องลูกสาววัย 12 ปีถูกแก๊งโจ๋ทรชน 5 คนฉุดไปรุมโทรม หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม ตร.สระบุรีไม่ทำคดี บอกอย่าเอาผิดเพราะเป็นเยาวชน เจรจาผู้ปกครองทั้ง 5 ไม่เป็นผล เจอหน้าเลยกระทืบจนสลบไป 1 พ่อเดือดสุด อบต.ญาติหนึ่งในผู้ต้องหา เรียกเหยื่อมาซักว่าเสร็จหรือเปล่า กองปราบลุยพบร้อยเวรไม่ลงบันทึกประจำวัน ชาวบ้านแห่ไปดูตัวหลังบอกจะทำแผน จน ตร.ต้องยกเลิก (พ่อเดือดลูกสาววัย 12 ถูกแก๊งโจ๋รุมโทรม อบต.มาเจรจาถาม "ใครเสร็จบ้าง?" เพื่อนแฉ วางแผนก่อนช่วยกันจับขึงพืด)   -พิสูจน์หลักฐานตรวจบ้านบอล บางแก้ว ซ้ำหาจุดต้นเพลิง ด้านเจ้าตัวไม่มาพบ ตร.ตามนัด ตร.คูคตให้น้ำหนักฆาตกรรมกับอุบัติเหตุเท่ากัน คำให้การของบอลบอกตอนไฟไหม้อยู่ชั้นล่างกับพ่อที่ป่วย ผลชันสูตรไม่พบบาดแผลถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตเพราะสำลักควัน ขาดอากาศหายใจ พ่อเชื่อลูกสาวถูกจัดฉากฆาตกรรม พนง.ดับเพลิงบอกไฟในบ่รยังติดอยู่ ข้างตัวผู้ตายมีมือถือเปิดไฟฉาย สงสัยทำไมไม่หนี (ตรวจบ้าน 'บอล บางแก้ว' ซ้ำหาจุดต้นเพลิง เจ้าตัวเบี้ยวนัด ตร. ยังให้น้ำหนักฆาตกรรม-อุบัติเหตุเท่ากัน)   -พรรคพลังประชารัฐจัดงานระดมทุนชื่องาน ประเทศไทยหนึ่งเดียว ที่อิมแพค เมืองทองธานี เป็นโต๊ะจีน 200 โต๊ะ ราคาโต๊ะละ 3 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 600 ล้านบาท ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคบอก มีผู้สนับสนุนเกินเป้าหมายที่วางไว้ บางคนให้เงินเกิน 3 ล้าน ทั้งนี้ตามกม.ระบุให้คนบริจาคได้ไม่เกินคนละ 5 ล้านบาท ส่วนในนามบริษัทบริจาคได้ 10 ล้าน คาดใช้เวลา 1 สัปดาห์ทราบตัวเลขที่ชัดเจน   -พรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่สุเทพเป็นแกนนำ จัดงานกาลาดินเนอร์ที่ศูนย์สิริกิติ์ จำนวน 240 โต๊ะๆละ 1 ล้าน ระดมทุนเข้าพรรค หม่อมเต่าและแกนนำรวมทั้งพรรคพันธมิตรเข้าร่วม   -นายกฯพูดถึงกรณีพยายามเตือนตัวเองให้ระวังการพูด ปรับปรุงตัว ให้หงุดหงิดน้อยลงเลาออกสื่อ ไม่อยากให้เอาคำพูดไปเป็นประเด็นทุกเรื่อง ไม่พูดให้เกิดความขัดแย้ง ไม่อยากให้ ปชช.เข้าใจว่าสิ่งที่ทำเป็นการหาเสียง ยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใดๆ แต่ต้องรักษาระบบบริหารแผ่นดินให้เรียบร้อย ไม่ขอแก้ตัวให้ 4 รมต.ที่ไม่ลาออก เพราะทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าต้องทำตัวอย่างไร และการเป็นนักการเมืองไม่ใช่จะพูดได้ทุกอย่าง ('บิ๊กตู่' พอใจผลงาน 4 ปี ป้อง 4 รมต.เจอกระแสกดดันลาออก)   -จตุพร แกนนำนปช.เชื่อมั่นอีกไม่นาน บิ๊กตู่จะลาออกจากนายกฯและหัวหน้า คสช. เพราะที่ผ่านมาอะไรที่คนไม่เห็นด้วย คสช.ก็จะถอย จะยกเลิก เชื่อว่า คสช.รู้ว่าคนไม่พอใจ ก็จะมีการลาออกแน่นอนถ้า พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกฯต่อ   -นิพิฏฐ์ แกนนำ ปชป.บอกการที่ กกต.มีมติใช้บัตรเลือกตั้งมีชื่อ-โลโก้พรรค เป็นเรื่องที่ดีที่รับฟังความเห็นทุกฝ่าย แต่อยากให้ดูการทุจริตเลือกตั้ง เพราะครั้งนี้ซื้อเสียงมากกว่าทุกครั้ง เช่นเก็บบัตร ปชช.แลกเงิน 500 บาทที่พัทลุง ('นิพิฏฐ์' แฉซื้อเสียงเริ่มแล้ว! พัทลุงเก็บบัตร ปชช.แลกเงิน 500 )   -พรรคเพื่อไทยปรับตัวเลข จัด ส.ส.ระบบเขตจาก 220 คน เหลือ 200 คน เผยวางตัวใกล้เสร็จแล้ว เหลือยังไม่ลงตัวอีก 10 เขต เตรียมแถลงข่าวและเรียกผู้สมัครที่ชัดเจนแล้วมาหารือ   -ครม.มีมติใช้งบ 9 พันล้านบาทคืนแวต 5% เมื่อซื้อของผ่านบัตรเดบิตวงเงินซื้อสูงสุด 20,000 บาท ได้คืนภาษี 1,000 บาท ในช่วงตรุษจีน 1-15 ก.พ.62 คืนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ สนับสนุนให้คนไทยใช้ระบบ e-payment อภิศักดิ์ยันไม่เกี่ยวกับการหาเสียง (ครม.แจกอีก ช็อปคืนแวต 5% ผ่านบัญชีเดบิตช่วงตรุษจีน 62 ยันไม่เกี่ยวหาเสียง )   -ครม.มีมติตั้งสำนักงานแก้ความยากจนและความเหลื่อมล้ำ นายกฯนั่งปธ.ตั้งเป้าเป็นจุดเปลี่ยนประเทศ  แก้ปัญหาความยากจนทั้งระบบให้จบสิ้นเด็ดขาดใน 20 ปี กอบศักดิ์บอกหารือมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งตอนมีข่าว ด้านโฆษก ปชป.บอกสายไปแล้วที่มาตั้งตอนนี้ (ปชป.วิจารณ์รัฐคิดได้เมื่อสาย ตั้งศูนย์แก้ความยากจน-ลดความเหลื่อมล้ำใน 20 ปี )   -ตร.ตามจับหนุ่มใหญ่วัย 53 แชทโปรแกรมหาคู่ตีสนิทเหยื่อ ก่อนลวงข่มขืน ทำร้ายกักขัง บังคับให้กด ATM จนหมดบัญชีมีสาวใหญ่ตกเป็นเหยื่อ 6 คน มาชี้ตัวแล้ว 3 ราย หนึ่งในเหยื่อเป็นพยาบาลวัย 58 ปี ลูกออกตามหา หลังหายออกจากบ้านที่โคราช บัญชีถูกกดออกไปผิดปกติ   -เศรษฐีเจ้าของตลาดที่เชียงใหม่วัย 66 ปี เครียดใช้ค้อนทุบหัวเมีย-ลูกชายที่หลับสนิทจนตายสยอง ก่อนปีนบันไดใช้ถุงดำคลุมหัวตัวเอง ผูกคอฆ่าตัวตายตาม รวมตาย 3 ศพ คาดโรครุมเร้าและสารพัดปัญหาในครอบครัว ลูกชายวัย 44 ติดสุราเรื้อรัง ชอบหาเรือ่งทะเลาะวิวาท ร่าง จม.ลาตาย สร้างปัญหาด้วยกันก็ต้องร่วมไปด้วยกัน   -ผู้รับเหมาบุกจ่อยิงทอมดับ แค้นทอมตีท้ายครัวแอบสนิทกับเมีย เคยเตือนแล้วไม่ให้มายุ่ง เตะไป 2 ทีไม่หายแค้น ตามไปจ่อยิง อ้างทนไม่ไหว หยามศักดิ์ศรีกันเกินไป   -เด็กหลอดแก้วคนแรกในไทย คุณมุ้งมิ้ง ปัจจุบันอายุ 31 ปี ให้กำเนิดทายาทแล้ว หมอระบุในอดีตคนกังวลเด็กหลอดแก้ว จะเป็นเด็กผิดปกติ เป็นเด็กกลายพันธุ์ ยันเป็นเรื่องไม่จริง เพราะคนนี้จบตรีวิศวะ จุฬาฯ จบโทเมืองนอก ตอนนี้ให้กำเนิดบุตรชายแข็งแรงสมบูรณ์   -หมู่เกาะพีพีตั้งธงแดงเตือนห้ามเข้าอ่าวมาหยา ทั้งคนทั้งเรือ หลังพบเรือทัวร์แนะ นทท.แอบว่ายน้ำเข้าอ่าวแทนการเอาเรือเข้าไป ส่งผลกระทบกับแนวประการังที่ปลูกใหม่ ทั้งที่มีประกาศปิดอ่าวไม่มีกำหนด   -สาวขอแมวไปเลี้ยง เจ้าของเก่าถูกบล็อกติดต่อไม่ได้ อ้างว่าแมวหาย ตามไปที่พัก พบแมวตายถูกทิ้งลอยอืดในแท้งค์น้ำคอนโด คนอาศัยผิดสังเกตน้ำใช้มีกลิ่น สาวต้องสงสัยบอก ตร.ยันแมวตกตึกเป็นอุบัติเหตุ อ้างที่ทิ้งในแท้งค์น้ำเพราะตกใจกลัวแมวจะตาย ทำอะไรถูก ตร.รอผลชันสูตร (สาวขอรับแมวไปเลี้ยงก่อนอ้างหาย สุดท้ายพบตายอืดในแทงก์น้ำคอนโด อ้างทิ้งเพราะตกใจ ทำอะไรไม่ถูก)   -แมนยูปลดโชเซ่ มูรินโญ่ พ้นตำแหน่งกุนซือ หลังแพ้ลิเวอร์พูล 1-3 โดยเข้ามาคุมทีม 2016 เคยพาแมยนยูยูโรป้าลีกและลีกคัพเมื่อปี 2016 แต่ซีซั่นนี้ผลงานแย่ เตะพรีเมียร์ลีก 17นัด มีแค่ 26 คะแนน ตามหลังจ่าฝูงหงส์แดง 19 แต้ม ทั้งนี้แมนยูต้องจ่ายค่าชดเชยให้มูรินโญ่ 24 ล้านปอนด์ (1,032ล้านบาท) โดยซีดาน อดีตโค้ชมาดริด ถูกคาดเป็นเต็งหนึ่งมาคุมทีมต่อ (ตกงานแล้วรวย! 'มูรินโญ่' รับค่าชดเชย 900 ล้าน หลังถูกแมนยูปลด เล็งตั้ง 'โซลชา' คุมทีมชั่วคราว )   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JoytXyyg-ks

 3,375
สังคม-อาชญากรรม
26 ต.ค. 61

รักษาราชการแทน ผบช.น.เผยคดี'ดีเจสาว'ทารุณกรรมแมวคืบหน้าไปมาก ให้ ปอท.ร่วมตรวจสอบดาร์กเว็บ

รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยันกรณีดีเจซัน คืบหน้าไปมาก ขอให้ชุดทำงานรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ชัด และรอผลการตรวจสอบบางสิ่งบางอย่างก่อน    พลตำรวจโท สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงกรณีของ น.ส.วรารัตน์ กระแสร์ หรือดีเจซัน อายุ 30 ปี ที่ถูกกล่าวหาทารุณกรรมสัตว์ โดยระบุว่า ขณะนี้ยังให้ชุดทำงาน ของกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 และ สน.เพชรเกษม รวบรวมพยานหลักฐานของการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานต่างๆ ซึ่งขณะนี้ยังรอผลการตรวจสอบบางสิ่งบางอย่าง    ส่วนหนังสือภาษาต่างประเทศ จำนวน 17 เล่ม ที่พบว่ามีเนื้อหารุนแรง และเกี่ยวข้องกับการทารุณกรรม ยังอยู่ระหว่างการให้ผู้เชี่ยวชาญทำการแปลเนื้อหา เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการประกอบ ให้ผู้เกี่ยวข้องพิจารณา ว่าเจ้าของหนังสือมีจิตใจอย่าง ขณะที่การเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ ในจุดที่คาดว่าจะเป็นที่ก่อเหตุ ก็ได้นำส่งให้ตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับเนื้อเยื่อของแมวที่ยึดไว้แล้วว่าตรงกันหรือไม่    นอกจากนั้นยังได้ให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ร่วมตรวจสอบดาร์กเว็บ รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบเรื่องของเส้นทางสกุลเงินดิจิทัล บิทคอยน์ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ ปอท. ก็ได้ข้อมูลพอสมควร   ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 1,013
สังคม-อาชญากรรม
26 ต.ค. 61

ศาลไม่อนุมัติหมายจับ ดีเจสาวฆ่าแมว ชี้หลักฐานไม่สมบูรณ์ เจ้าตัวไม่เครียด บอกทุกคนรอฟังความจริง

ความคืบหน้ากรณี น.ส.วรารัตน์ กระแสร์ หรือดีเจซัน อายุ 30 ปี ตกเป็นผู้ต้องสงสัย ฆ่าและทารุณลูกแมว ตามที่กลุ่ม WATCHDOG THAILAND และเจ้าของลูกแมวออกมาแจ้งความเอาผิด เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (25 ต.ค.) ตำรวจสน.เพชรเกษม นำหลักฐานสำคัญ ที่ตรวจยึดได้จากบ้านพักของบิดาดีเจซัน และภายในคอนโดมิเนียมของดีเจซัน พบหนังสือภาษาญี่ปุ่น 17 เล่ม ในจำนวนนี้ 2 เล่ม เป็นหนังสือที่มีภาพวาดประกอบ และมีเนื้อหาที่มีลักษณะรุนแรง ทารุณ และการทรมาน และยึดคอมพิวเตอร์ ซีพียู หลักฐานต่างๆ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบหลักฐานต่างๆแล้ว   พบว่ามีความเชื่อมโยงกันกับการกระทำทารุณลูกแมว จึงไปขออำนาจศาลแขวงธนบุรี ขออนุมัติหมายจับ ในข้อหากระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร แต่ศาลไม่อนุมัติ โดยระบุว่า ยังขาดหลักฐานและความสมบูรณ์ของสำนวนบางส่วน จึงตีกลับให้พนักงานสอบสวนไปรวบรวมหลักฐานมาใหม่   โดย พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลเพชรเกษมเปิดเผยว่าตอนนี้รอหลักฐานการตรวจดีเอ็นเอทั้งจากซากลูกแมวและหลักฐานอื่นๆมาประกอบสำนวน โดยในเบื้องต้น หลักฐานที่มีอยู่ ก็พอจะเชื่อมโยงเหตุการร์ได้ แต่ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน   ส่วนตัวดีเจซัน สามารถติดต่อผ่านทางบิดาได้ตลอด และให้ความร่วมมือในการสอบปากคำ และการตรวจค้นต่างๆ จาการสอบถามคุณพ่อของดีเจซันเล่าว่า ลูกสาวไม่ได้มีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหา   ผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบที่คอนโดของดีเจซัน ได้พูดคุยแหล่งข่าว ที่เคยเข้าห้องดีเจซัน เล่าว่า เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา ดีเจซันเดินทางมาที่คอนโดกับพ่อ โดยดีเจซันไม่มีสีหน้าท่าทางเครียด ยังสดใสร่าเริง และยังคุยกับเจ้าหน้าที่นิติฯว่า รอฟังความจริงจากข่าว   “ที่ผ่านมา ไม่เคยพบเห็นพฤติกรรมความรุนแรงของน้องซัน แต่ดูเป็นคนปกติ เหมือนวัยรุ่นทั่วไป แต่บางครั้งก็แต่งตัวออกแนวดาร์ก มีเจาะจมูก ใส่ต่างหูเหมือนวัยรุ่นทั่วๆไป ต่างจากหน้าตาที่ออกแนวเป็นสาวหวาน น่ารัก  โดยส่วนตัวไม่เชื่อว่าน้องซันจะเป็นคนทำทารุณแมว แต่ก็ไม่เชื่อทั้ง 100% ส่วนกรณีการกระทำความรุนแรงนั้นพบว่า ในห้องน้องซันมีหนังสือต่างประเทศจำนวนมาก เป็นทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น แต่ไม่รู้ว่าคือหนังสืออะไร มีวางที่ตู้หนังสือ และวางบนที่นอน”   นอกจากนี้แหล่งข่าวในคอนโด ยังระบุว่าที่ผ่านมา เคยมีลูกบ้านมาแจ้งกับทางนิติว่าได้ยินเสียงแมวร้องในคอนโด แต่ไม่รู้ว่ามาจากห้องใด และข่าวที่เกิดขึ้นก็ทำให้เพื่อนบ้านในคอนโดตกใจและเป็นที่วิพากวิจารณ์กันจำนวนมาก   แหล่งข่าวที่พบเห็นดีเจซัน วันเกิดเหตุเล่าว่า ช่วงเย็นเห็นดีเจซัน  ถือตะกร้าใบสีเขียวรอขึ้นรถจักรยานยนต์ ภายในตะกร้ามีลูกแมว ยังมีชีวิตอยู่ เพราะเห็นแมวดิ้นไปมาในตะกร้า จากนั่นก็ขึ้นรถจักรยานยนต์ออกไป  โดยไม่รู้ว่าแมวที่อยู่ในตะกร้าคือแมวตัวเดียวที่ถูกทารุณหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KjTpad5FJ24

 1,608
สังคม-อาชญากรรม
24 ต.ค. 61

ออกหมายเรียก 'ดีเจสาวฆ่าแมว' เจอหลักฐานหิ้วถุงดำ 'เก๋ ชลลดา' พาผู้เสียหายพบ ตร.เพิ่ม

จากกรณีดีเจสาว น.ส.วรารัตน์ กระแสร์ หรือซัน อายุ 30 ปี ต้องสงสัยฆ่าทารุณกรรมแมว หลังรับแมวจากผู้อื่นไปเลี้ยง ตร.สน.เพชรเกษม เตรียมออกหมายเรียก เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา กระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร   หลังพบหลักฐานชิ้นสำคัญหลายประการ อาทิ ภาพผู้ต้องสงสัยหิ้วถุงดำออกจากห้องพักในห้วงวันและเวลาที่คาดว่าแมวจะเสียชีวิต นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังใช้คำให้การของสัตว์แพทย์ที่ทำการผ่าชันสูตรซากศพแมวในเบื้องต้นและคำให้การของผู้เสียหาย จำนวน 2 รายที่เคยมอบแมว ให้ดีเจซันไปอุปการะ มาเป็นพยานบุคคลในการออกหมายเรียกในครั้งนี้   ซึ่งหลังจากนี้หากดีเจซันไม่ยอมเข้าพบตำรวจตามหมายเรียกรอบแรก ก็จะดำเนินการเรียกซ้ำอีกเป็นรอบที่ 2 หากยังนิ่งเฉยอีกจะทำการขออนุมัติหมายจับจากศาลดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ด้าน เก๋-ชลลดา เมฆราตรี นำทีมคนรักสัตว์เข้าพบตำรวจ พร้อมพาผู้เสียหายที่มอบแมวตัวที่ 28 และ 29 ไปให้กับดีเจสาว และนำพยานหลักฐานเข้ามาให้ปากคำกับตำรวจเพิ่มเติม สำหรับกระแสที่มีการระบุว่าดีเจสาวได้ฆ่าแมวเพื่อแลกกับบิทคอยน์บนเว็บไซต์ดาร์กเว็บนั้น เป็นเพียงพยานแวดล้อมซึ่งตนไม่ขอกล่าวถึง   ทั้งนี้ หากมีผู้ใดสงสัยว่าเคยได้พูดคุย หรือติดต่อกับดีเจสาวเพื่อขอรับแมวไปเลี้ยง และมีหลักฐานการแชท หรือรูปภาพของแมวที่เคยให้ไปทั้ง 26 ตัว เมื่อก่อนหน้านี้ ขอให้นำหลักฐานดังกล่าวเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.เพชรเกษม ภายในเวลา 7 วัน เพื่อทำให้คดีสมบูรณ์ยิ่งขึ้น   เช่นเดียวกับกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้เผยแพร่คลิปวีดิโอของหญิงสาวลักษณะคล้ายกับดีเจสาวกำลังทำร้ายลูกแมวลายสลิดสีส้ม ก่อนจะถูกลบไปว่า ขอให้นำวิดีโอชิ้นนั้นส่งมอบให้กับตำรวจด้วยขอยืนยันเรื่องความปลอดภัย เพราะทุกอย่างจะถูกเก็บเป็นความลับ และสำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด ขอให้แจ้งเบาะแสเข้ามาได้ที่เพจทูนหัวของบ่าว ที่จะเป็นตัวกลางในการติดตามของคดีนี้ด้วย   พร้อมฝากไปยังกระทรวงเศรษฐกิจและดิจิตัล หรือดีอี ตรวจสอบเรื่องดาร์กเว็บไซต์ในประเทศไทยด้วย และตรวจสอบความเหมาะสมของเนื้อหาด้วย โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการทารุณกรรมสัตว์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RTvowEP4oAY

 3,540
สังคม-อาชญากรรม
23 ต.ค. 61

กลุ่มคนรักสัตว์ขอตร.เร่งขยายผล 'ดาร์กเว็บ' โยงฆ่าแมวแลกเงิน เชื่อมีสัตว์ถูกทารุณอีก พบอีกคลิปตีหมาตายก่อนลากไปทิ้งขยะ

จากกรณีกรมปศุสัตว์และองค์กรกลุ่มคนรักสัตว์รักแมว แจ้งความ สน.เพชรเกษม ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.วรารัตน์ กระแสร์ หรือ ดีเจซัน อายุ 30 ปี ดีเจอิสระเปิดเพลงตามผับ โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ สืบเนื่องจาก น.ส.วรารัตน์ ขอแมวไปเลี้ยง แต่ต่อมาแมวตายผิดธรรมชาติ คล้ายถูกมีดผ่าท้อง ควักหัวใจ และลำไส้ ลำตัวมีร่องรอยถูกกรีด โดยผู้กล่าวหาสงสัยว่านำแมวไปทารุณกรรมโชว์ตามเว็บไซต์ใต้ดิน หรือดาร์กเว็บ เพื่อแลกเงินบิตคอยน์ ต่อมาตำรวจติดตามตัว น.ส.วรารัตน์ ที่บ้านพักย่านศาลาธรรมสพน์ เบื้องต้นให้การปฏิเสธ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   วานนี้ (22 ต.ค.) นายพีระบุญ เจริญวัย ประธานองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ หรือ ว๊อตซ์ด๊อกซ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ร่วมกันเข้าพบพลตำรวจตรีธิติ แสงสว่าง รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อหารือแนวทางการดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อเหตุทารุณกรรมแมวจนตาย โดยได้นำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการขอรับเลี้ยงแมวของผู้ต้องสงสัย และคำให้การของผู้เสียหายเจ้าของแมว ที่ระบุถึงพฤติกรรมต้องสงสัยหลายอย่าง   นายพีระบุญ เปิดเผยก่อนการเข้าพบว่า วันนี้เข้ามาพบ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น. เพื่อหารือถึงความชัดเจนในการแก้ปัญหาดังกล่าวให้เป็นไปอย่างถูกต้อง เนื่องจากมีประชาชนสนใจในหลายประเด็น เช่น กรณีของดาร์กเว็บที่เพิ่งเป็นประเด็นจากเหตุการณ์ครั้งนี้ หรือแม้กระทั่งการพิจารณาตามความตามพ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์   นายพีระบุญ กล่าวต่อว่า ประเด็นหลักคือหารือเรื่องแนวทางการดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย และหากเกิดคดีลักษณะนี้ประชาชนจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมข้อมูลที่ประชาชนส่งข้อมูลเข้ามาให้ทางเจ้าหน้าที่ ข้อมูลเบื้องต้นก็เป็นเรื่องราวของผู้เสียหายหลายราย มูลเหตุที่เกิดขึ้น ข้อมูลผลชันสูตรศพแมวที่เสียชีวิต   สำหรับซากแมวขณะนี้ได้ตรวจหาสาเหตุการตายโดยสัตว์แพทย์ประจำกลุ่มแล้ว ซึ่งเป็นสัตวแพทย์ที่มีใบรับรองแพทย์และน่าเชื่อถือ ไม่ต้องส่งให้สัตว์แพทย์จากหน่วยงานกลางตรวจ แต่ยังไม่สามารถนำมารวบรวมประกอบสำนวนคดีนี้ เนื่องจากยังไม่ได้รับเป็นคดี   โดยสัตวแพทย์หญิงภัทรนันท์ สัจจารมย์ ในฐานะที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ของกลุ่มว๊อตซ์ด๊อกซ์ ออกมากล่าวว่า ได้รวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ไว้ได้มากพอสมควรแล้ว แต่บางเรื่องไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ จึงฝากถึงประชาชนให้ช่วยแจ้งเบาะแสะเข้าเพื่อเป็นประโยชน์ทางคดี โดยการผ่าพิสูจน์ซากแมวพบแล้วว่า แมวตายผิดธรรมชาติและอาจถูกทารุณกรรม ขณะนี้มีผู้เข้าแจ้งรายละเอียดในเรื่องนี้แล้ว 8 ราย พบซากเพียง 1 ราย โดยสัตวแพทย์หญิงภัทรนันท์เชื่อว่าพนักงานสอบสวนจะสามารถเอาผิดกับผู้ถูกกล่าวหาได้ และล่าสุดพนักงานสอบสวนยอมรับผลการผ่าพิสูจน์ซากแมว ไว้เป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานการดำเนินแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียก หมายจับ หรือแจ้งข้อหากับใครได้   ส่วนกรณีเว็บไซต์ใต้ดินที่มีข้อมูลมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่นำสัตว์ทารุณกรรมนั้น ทางกลุ่มเพิ่งจะรับทราบถึงการกระทำในลักษณะนี้เช่นกัน โดยจะนำข้อมูลนี้ไปหารือกับตำรวจเช่นกันว่าจะสามารถตรวจสอบได้หรือไม่   นอกจากนี้ วานนี้ (22 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Feya So ได้โพสต์คลิปวีดีโอจากกล้องวงจรปิดภายในบ้าน จำนวน 2 คลิป พร้อมภาพนิ่งสุนัขนอนตายจมกองเลือด พร้อมระบุข้อความว่า "หมาเราตาย เพราะเด็กเล่นไม่รู้เรื่อง คือ ลูกของพ่อเลี้ยงไปแหย่หมาเรา หมาเราคงจะรำคาญเลยงับน้อง มีแผลถลอกเลือดนิด ๆ แม่เราเลยวิ่งมาดูน้อง แต่พ่อเลี้ยงกลับคว้าไม้ แล้ววิ่งไปตีหมาของเรา จนหมาเราตาย ไม่พอ จับหมาเราฟาดเข้ากับตอไม้อีก หมาตัวนี้ พ่อเลี้ยง แม่ เรา เป็นคนเลี้ยงมาเองกับมือ แต่กลับฆ่าหมาตัวนี้ได้ลงคอ ประโยคนึงที่ออกมาจากปาก พ่อเลี้ยง คือ "กูเลี้ยงมันมา กูก็ฆ่ามันได้" ตอนนี้พ่อเลี้ยงกับน้องหนีไปไหนไม่รู้" ทั้งนี้เมื่อโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไป มีสมาชิกเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก   สำหรับคลิปวิดิโอ โดยคลิปแรกมีความยาว 0.45 วินาที บันทึกภาพขณะผู้ชายรูปร่างสูง สวมเสื้อสีดำลายขวาง กางเกงขายาวสีดำ กำลังใช่ท่อนไม้ความยาวเมตรเศษ กระหน่ำตีสุนัขแล้วจับขาสุนัขเหวี่ยงหัวฟาดใส่ท่อนไม้ขนาดใหญที่ตั้งอยู่อีกหลายครั้งอย่างทารุณ จนสุนัขนอนแน่นิ่งจึงเดินมาล้างมือไม่หน่ำใจยังคว้าท่อนไม้ที่พื้นฟาดลงไปที่ร่างสุนัขอีกอย่างไม่มีความปราณี ส่วนคลิปที่สองนั้นชายคนดังกล่าวได้หิ้วร่างสุนัขที่ไร้ลมหายใจไปทิ้งลงในทั้งขยะ สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่เข้ามาดูคลิปวีดิโอดังกล่าวเป็นอย่างมาก   ล่าสุดเวลา 21.30 น. น.ส.จันทา แขสันเทียะ อายุ 40 ปี แม่ของผู้โพสต์เฟซบุ๊กได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.ห้วยใหญ่ โดยน.ส.จันทา เผยว่า ตนกับผู้ก่อเหตุคือนายวันเฉลิม รุ่งเรือง อายุ 31 ปี คบหากันมานานกว่า 1 ปี ได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านพร้อมกับลูกชายจนเกิดปัญหาสุนัขที่บ้านไปกัดลูกชายจนเป็นเรื่อง ชึ่งสุนัขตัวดังกล่าวเป็นสุนัขที่พ่อเสี้ยงนำมาเสี้ยงด้วยที่บ้าน จนมาเกิดเหตุการณ์ทำร้ายหมาจนตาย แล้วตะโกนขึ้นมาว่า หมากูกูเลี้ยงมา ทำไมกูจะฆ่ามันไม่ได้ ก่อนจะตีจนตาย ทำให้จิตใจคนภายในบ้านหวาดกลัว ว่าจะมาทำร้ายคนในครอบครัว จึงเดินทางเข้าแจ้งความเพื่อเป็นหลักฐาน และยืนยันจะดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย   ด้าน ร.ต.อ.สุภชาติ วสุสกุลเจริญ รองสว. สอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ เปิดเผยว่า ได้ตั้งข้อกล่าวหานายวันเฉลิม รุ่งเรือง อายุ 31 ปี ทารุณกรรมสัตว์ เพียงข้อหาเดียว ก่อนออกหมายเรียกตัวผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6dVZWIoUjb0

 2,495
สังคม-อาชญากรรม
22 ต.ค. 61

รอผลผ่าซากแมว ก่อนแจ้งข้อหาดีเจสาว ด้านเจ้าตัวยังปฏิเสธ ขอเวลาทำใจก่อนเข้าพบตร. 'โย ยศวดี' ของขึ้น โพสต์ชวนทาสแมวช่วยกันรุม

จากกรณีมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อแจ้งข้อหาดำเนินคดีทารุณกรรมสัตว์ต่อดีเจสาวคนหนึ่ง หลังพบพฤติกรรมต้องสงสัยหลังจากติดต่อขอรับเลี้ยงแมวจรที่มีการประกาศหาบ้านในเฟซบุ๊ก สุดท้ายพบว่าลูกแมวเสียชีวิตแบบปริศนา โดยดีเจสาวอ้างว่าแมวหลุดหายไประหว่างนั่งแท็กซี่ซึ่งไม่รู้ว่าหายไปที่ไหน จนกระทั่งไปพบว่าตายแล้วและนำกลับมา แต่สภาพศพแมวกลับพบว่าอยู่ในสภาพถูกคว้านท้อง   ขณะที่ผลการตรวจชันสูตรยืนยันชัดเจนว่า สาเหตุการเสียชีวิตของลูกแมวไม่ใช่เกิดจากอุบัติเหตุ มีร่องรอยถูกกระแทกที่หน้าผากขวาจนเลือดคั่งและกะโหลกศีรษะแตก สภาพร่างกายมีร่องรอยถูกเฉือน และถูกนำเอาอวัยวะภายในออกไปทั้งหมด และเป็นลักษณะไม่ใช่ถูกรถเหยียบย่ำจนบี้แบนเละเทะ ดังที่พบได้จากสภาพศพของสัตว์ที่ได้รับอุบัติเหตุ ซึ่งแย้งกับคำอ้างของดีเจคนดังกล่าวว่าแมวหลุดไประหว่างนั่งแท็กซี่นั้น    ล่าสุดวานนี้ (21 ต.ค.) พนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม เข้าขอข้อมูลกับผู้ที่พักอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม ย่านเจริญนคร ห้องใกล้เคียงกับดีเจสาว เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน หลังจากเมื่อวันที่ 20 ต.ค. ทางเจ้าหน้าที่ได้ขออนุญาตเข้าตรวจบ้านพักย่านทวีวัฒนา ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของพ่อแม่ดีเจคนดังกล่าวแล้วไม่พบหลักฐานหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทารุณกรรมสัตว์ และเมื่อเข้าตรวจค้นคอนโดฯ ซึ่งเป็นที่พักปัจจุบันก็พบเพียงกระบะทราย อาหารแมว และไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ที่บ่งบอกว่ามีการทารุณกรรมหรือฆ่าแมวตามที่ถูกกล่าวหา   ตร.กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหากับดีเจสาวผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด เนื่องจากยังไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่า แมวเสียชีวิตด้วยสาเหตุใดและเสียชีวิตที่ใด ขณะนี้หลักฐานที่มีอยู่คือซากแมวที่ทางสัตว์แพทย์ของ WATCHDOG THAILAND ทำการเก็บรักษาเอาไว้อยู่ เบื้องต้นจะต้องนำซากแมวส่งผ่าชันสูตรกับผู้เชี่ยวชาญอีกครั้งกำลังปรึกษาว่าจะส่งที่ รพ.สัตว์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ รพ.สัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ซึ่งจะรอผลการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตนานนับเดือนเพื่อนำมาเป็นหลักฐานในการประกอบสำนวนคดี พิจารณาออกหมายเรียกตัวผู้ต้องสงสัยมาให้ปากคำต่อไป   ส่วน นายพีระบุญ เจริญวัย ประธานองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีแรกที่มีความซับซ้อนด้านการหาพยานและหลักฐานพอสมควร ขณะที่ตอนนี้มีผู้เสียหายหญิงอีก 1 ราย ซึ่งเคยมอบแมวให้ดีเจสาว นำไปอุปการะแล้วแมวเกิดสูญหายไม่สามารถตามกลับมาได้ กำลังเตรียมตัวรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา เร็วๆ นี้ เนื่องจากนัดรับมอบแมวกันในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.ยานนาวา    ด้านโย-ยศวดี หัสดีวิจิตร นางแบบสาวผู้รักสัตว์ ได้เลี้ยงแมวกว่า 40 ตัว รับไม่ได้กับข่าวดังกล่าว ถึงกับออกมาโพสต์ IG ภาพข้อความว่า “อยากดูดีเจทารุณแมวโดนกระทืบผ่านเว็บ darkไม่dark จะเอากี่บิทก็บอกมา ยอมจ่าย เชื่อว่ามีคนเกินล้านอยากดู” พร้อมแคปชั่นว่า   “เลวที่สุดที่เคยพบมา กลับถึงกรุงเทพเมื่อไรจะตามเรื่องนี้ต่อ ชั่วแบบนี้มันต้องทุบให้ตายเหมือนแมว มาช่วยกันรุมด้วยนะทาสแมวทั้งหลาย สงสารลูกแมวจริงๆ หวังจะได้ไปอยู่บ้านดีๆมีคนเลี้ยงดู มาเจออีบ้าโรคจิตชอบฆ่าแมวเพื่อหาเงินทางลัด อย่าให้คนพวกนี้มีที่ยืนในสังคม ไอ้เรามีแมว 40 กว่าตัว ตรากตรำทำบ้านสวยๆให้อยู่ เพราะชีวิตแมวจรพวกนี้แสนจะลำบาก นึกแล้วของขึ้นจริงๆ พวกที่ทำร้ายสัตว์จิตใจมันไม่ใช่คน ยิ่งพวกหลอนยาบ้าๆบอๆต้องเอาให้หนักๆ ฝากถึงบ้าน foster ทั้งหลายด้วยนะคะ คัดบ้านกันดีๆให้น้อง ชีวิตของสัตว์จะอยู่หรือตายอยู่ที่เราเลือกจริงๆ” โดยมีคนเข้ามาสนับสนุนจำนวนมากด้วย   ด้านนายแพทย์ อภิชาติ จริยาวิลาศ นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลศรีธัญญา กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากกรณีที่นางสาวซัน (ดีเจสาว) ถูกร้องเรียนว่าเป็นผู้ฆ่าแมว โดยในกรณีนี้ไม่สามารถระบุหรือวิเคราะห์ได้ เพราะจะต้องนำตัวนางสาวซัน มาประเมินกับทางแพทย์ถึงจะทราบได้ว่ามีความผิดปกติทางจิตหรือไม่   ซึ่งในลักษณะนี้มีส่วนของผลประโยชน์ที่ทำมาเกี่ยวข้อง หากทำแล้วได้ผลประโยชน์ตอบแทน แบบนี้ก็ไม่ถือว่าป่วยาทางจิต เพราะอาชีพที่ฆ่าสัตว์แบบถูกกฎหมายอย่าง ปลา ไก่ หมู ก็ไม่ถือว่าผู้กระทำป่วย แต่การกระทำในลักษณะนี้ถือเป็นการทารุณกรรมสัตว์ จะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ส่งให้ทางแพทย์เป็นผู้ประเมิน หากพิสูจน์ทราบว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นจริง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E70MRzzpc2Y

 16,348
สังคม-อาชญากรรม
01 มี.ค. 61

มอบตัวแล้ว! หนุ่มโหดฆ่าแมวอ้างโมโหถ่ายเรี่ยราดเลอะบ้าน ปัดไม่ใช่คนในคลิปเสียง

ความคืบหน้าจากกรณีชาวบ้านร้องชายจับแมวกระหน่ำฟาดกับพื้นจนขาดใจตายแล้วโยนร่างทิ้งบ้านร้าง ภายในหมู่แห่งหนึ่งในซอยสุขุมวิท 54 โดยยังได้มีการเปิดหลักฐานคลิปเสียงของชายคนดังกล่าว พูดเองว่าเคยฆ่าแมวมาเกือบยกหมู่บ้าน พร้อมขู่ว่าจะเอาปืนมารอยิงแมวที่หน้าบ้าน     ล่าสุด นายชนัญ หังสวณิช ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.พระโขนง เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหา “ทารุณกรรมสัตว์” โดยเจ้าตัวให้การรับสารภาพว่าทำจริง ก่อนถูกนำตัวไปส่งศาลแขวงพระโขนง โดยศาลได้สั่งจำคุกเป็นเวลา 15 วัน โดยไม่รอลงอาญา แต่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพจึงเปลี่ยนเป็นกักขังแทน ก่อนเจ้าตัวจะยื่นประกันตัวออกไป    ด้าน พ.ต.อ.ชนิน วชิรปาณีกูล ผู้กำกับการ สน.พระโขนง เปิดเผยว่า นายชนัญ ได้ยอมรับว่าเป็นคนฆ่าแมวจริง โดยให้การว่าคนรักษาความสะอาด แมวชอบไปถ่ายในบ้านสร้างความสกปรก จึงทำไปเพราะความโมโหและอารมณ์ชั่ววูบ แต่ปฏิเสธไม่ได้เป็นคนในคลิปเสียงที่พูดว่าฆ่าแมวทั้งหมู่บ้าน                        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/5JPa2mYF-yI  

 6,679
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 ก.พ. 61

เปิดคลิปเสียงหนุ่มโหดฆ่าแมว ขู่ชัดเตรียมปืน-กระสุนพร้อมรอยิงเหมียวสร้างปัญหา

เปิดหลักฐานคลิปเสียงของชายฆ่าแมว โดยการจับแมวฟาดลงกับพื้น หรือต้นไม้อย่างโหดเหี้ยม ก่อนจะนำไปทิ้งตามที่ต่างๆอย่างทารุณ ภายในหมู่แห่งหนึ่งในซอยสุขุมวิท 54   โดยเจ้าตัวรับว่าเคยฆ่าแมวมาเกือบยกหมู่บ้าน พร้อมขู่ว่าจะเอาปืนมารอยิงแมวที่หน้าบ้าน อ้างเป็นปืนที่มีใบอนุญาต ถูกกฎหมาย โดยจะฆ่าแมวทุกตัว หากมันมาสร้างปัญหาให้กับเขา   ซึ่งล่าสุดคลิปนี้ถึงมือตำรวจแล้ว และเป็นอีกหลักฐานที่จะใช้ประกอบในการแจ้งข้อหาทารุณกรรมสัตว์    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/J01dcjUdWTM  

 12,240
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 ก.พ. 61

ออกหมายเรียก 'หนุ่มโหดฆ่าแมว' รับทราบข้อหาทารุณกรรมสัตว์ โกรธจัดซัดแมวเป็นสัมภเวสี

คืบหน้ากรณีมูลนิธิวอทด็อกไทยแลนด์ เข้าแจ้งความเอาผิดชายฆ่าแมว โดยการจับแมวฟาดลงกับพื้น หรือต้นไม้อย่างโหดเหี้ยม ก่อนจะนำไปทิ้งตามที่ต่างๆอย่างทารุณ ภายในหมู่แห่งหนึ่งในซอยสุขุมวิท 54   ล่าสุดตำรวจ สน.พระโขนง เตรียมออกหมายเรียก ชายคนดังกว่า รับทราบข้อหาทารุณกรรมสัตว์ หากไม่เข้าพบจะออกหมายเรียกซ้ำก่อนพิจารณาออกหมายจับต่อไป   นอกจากนี้ยังมีข้อมูลหลักฐานคลิปเสียง ระบุว่า ชายคนดังกล่าวยอมรับว่าเคยฆ่าแมวด้วยมือเปล่ามาเกือบหมดหมู่บ้าน เหลือแค่ซอย 1 พร้อมขู่ว่าถ้าดูแลไม่ดี มาสร้างปัญหาฉี่ใส่ล้อรถจะยิงทิ้ง โดยมีปืนที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมระบุแมวเป็นสัมภเวสี สร้างปัญหามากกว่าให้ประโยชน์ คนที่นำมาเลี้ยงจะได้บุญในครั้งแรกแต่ก็เป็นบาปในทางอ้อม    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bR5wYLefAaM  

 7,035

Top