ค้นหา :

ผลการค้นหา "วาฟรอม"

สังคม-อาชญากรรม
17 ธ.ค. 62

ข่าวร้าย! ลมหนาวหายยาวถึงสิ้นปี รอลุ้นใหม่ ม.ค.ปีหน้า ห่วง กทม.เจอ 'สม็อก' ฝุ่นบวกหมอกตอนเช้า

จากแบบจำลองสภาพอากาศ (วาฟ-รอม) ซึ่งเป็นซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ในการพยากรณ์อากาศ เผยข้อมูลสภาพอากาศหลังจากวันนี้ไปถึงช่วงสิ้นปี 2562 ขณะนี้ความกดอากาศสูงที่ครอบคลุมประเทศไทยตอนบน และแผ่กำลังลึกเข้ามาถึงภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล ได้อ่อนกำลังลง ทำให้อุณหภูมิหลายๆพื้นที่จึงเริ่มสูงขึ้นไปจนถึงช่วงสิ้นปี ถึงแม้อาจจะมีความกดอากาศสูงระลอกใหม่แผ่ลงมาแต่ก็จะมีกำลังไม่แรงพอ   ทำให้กระแสลมหนาวที่จะพัดปกคลุมทั่วทั้งประเทศไทยตอนบน ยังคงมีเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้รับมวลอากาศเย็น หรือลมหนาวที่แผ่ลงมาถึงอยู่บ้างในช่วงวันที่ 20-21 ธ.ค. ส่วนภาคกลางจะมีแค่ลมเย็นในช่วงเช้าเล็กน้อย โดยอุณหภูมิต่ำสุดของพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลน่าจะอยู่ที่ประมาณ 24-25 องศาเซลเซียสในช่วงเช้ามืด   หลังจากนี้อาจจะมีหมอกในช่วงเช้า ทั้งนี้ในช่วงกระแสลมหนาวอ่อนกำลังก็จะทำให้การพัดพาฝุ่นละอองในเขตกรุงเทพฯถูกพัดพาได้น้อยลง หรือมีการสะสมของฝุ่นละอองมากขึ้น โดยอาจจะเกิดเป็นภาวะที่เรียกว่า สม็อก (smog) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันระหว่างฝุ่นควัน (smoke) และหมอก (fog) นั่นเอง โดยสรุปคือ ตั้งแต่วันนี้ไปถึงช่วงสิ้นปี ยังไม่พบว่า จะมีมวลอากาศเย็นหรือลมหนาวที่มีกำลังแรงจะแผ่ลงมายังประเทศไทยเลย อาจจะต้องรอลุ้นอีกครั้งว่าเดือน ม.ค.2563 จะมีอากาศหนาวเข้ามาหรือไม่   ทั้งนี้จากการวัดสภาพอากาศใน กทม.และปริมณฑล ประจำวันที่ 17 ธ.ค.2562 เวลา 05.00 น. พบปริมาณฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน 9 จุด โดย 5 อันดับสูงสุด ได้แก่   1.ต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม 61 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 2.ริมถนนพหลโยธิน เขตบางเขน 56 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 3.ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 55 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 4.ริมถนนพระรามที่ 3 - เจริญกรุง เขตบางคอแหลม 53 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 5.ริมถนนพระรามที่ 4 หน้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน 51 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HvflcYlvIPk

 1,618
สังคม
17 ธ.ค. 62

ข่าวร้าย! ลมหนาวหายยาวถึงสิ้นปี รอลุ้นใหม่ ม.ค.ปีหน้า ห่วง กทม.เจอ 'สม็อก' ฝุ่นบวกหมอกตอนเช้า

จากแบบจำลองสภาพอากาศ (วาฟ-รอม) ซึ่งเป็นซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ในการพยากรณ์อากาศ เผยข้อมูลสภาพอากาศหลังจากวันนี้ไปถึงช่วงสิ้นปี 2562 ขณะนี้ความกดอากาศสูงที่ครอบคลุมประเทศไทยตอนบน และแผ่กำลังลึกเข้ามาถึงภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล ได้อ่อนกำลังลง ทำให้อุณหภูมิหลายๆพื้นที่จึงเริ่มสูงขึ้นไปจนถึงช่วงสิ้นปี ถึงแม้อาจจะมีความกดอากาศสูงระลอกใหม่แผ่ลงมาแต่ก็จะมีกำลังไม่แรงพอ   ทำให้กระแสลมหนาวที่จะพัดปกคลุมทั่วทั้งประเทศไทยตอนบน ยังคงมีเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้รับมวลอากาศเย็น หรือลมหนาวที่แผ่ลงมาถึงอยู่บ้างในช่วงวันที่ 20-21 ธ.ค. ส่วนภาคกลางจะมีแค่ลมเย็นในช่วงเช้าเล็กน้อย โดยอุณหภูมิต่ำสุดของพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลน่าจะอยู่ที่ประมาณ 24-25 องศาเซลเซียสในช่วงเช้ามืด   หลังจากนี้อาจจะมีหมอกในช่วงเช้า ทั้งนี้ในช่วงกระแสลมหนาวอ่อนกำลังก็จะทำให้การพัดพาฝุ่นละอองในเขตกรุงเทพฯถูกพัดพาได้น้อยลง หรือมีการสะสมของฝุ่นละอองมากขึ้น โดยอาจจะเกิดเป็นภาวะที่เรียกว่า สม็อก (smog) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันระหว่างฝุ่นควัน (smoke) และหมอก (fog) นั่นเอง โดยสรุปคือ ตั้งแต่วันนี้ไปถึงช่วงสิ้นปี ยังไม่พบว่า จะมีมวลอากาศเย็นหรือลมหนาวที่มีกำลังแรงจะแผ่ลงมายังประเทศไทยเลย อาจจะต้องรอลุ้นอีกครั้งว่าเดือน ม.ค.2563 จะมีอากาศหนาวเข้ามาหรือไม่   ทั้งนี้จากการวัดสภาพอากาศใน กทม.และปริมณฑล ประจำวันที่ 17 ธ.ค.2562 เวลา 05.00 น. พบปริมาณฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน 9 จุด โดย 5 อันดับสูงสุด ได้แก่   1.ต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม 61 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 2.ริมถนนพหลโยธิน เขตบางเขน 56 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 3.ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 55 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 4.ริมถนนพระรามที่ 3 - เจริญกรุง เขตบางคอแหลม 53 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 5.ริมถนนพระรามที่ 4 หน้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน 51 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HvflcYlvIPk

 1,618
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ค. 62

เมืองกรุงฉ่ำฝนกลางดึก-เช้า ชี้จะตกถึง 16 พ.ค. ก่อนกลับมาร้อนเหมือนเดิม

กรุงเทพมหานครฉ่ำฝนตั้งแต่กลางดึก-เช้า พบมีฝนตกหนัก โดยเฉพาะเขตบางกอกน้อยมีปริมาณฝนสูงสุด 31.5 มิลลิเมตร ช่วยบรรเทาให้อากาศเย็นลง   ทั้งนี้มีแบบจำลองสภาพอากาศ(วาฟ-รอม) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(สสน.)กระทรวงอุดมการศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม(อว.) ระบุว่า ฝนจะตกเช่นนี้ไปอีก 2-3 วัน โดยเฉพาะแนวฝนจะเคลื่อนที่ขึ้นสูงไปยังพื้นที่ภาคเหนือมากขึ้น ทำให้ภาคเหนือมีฝนตกหนักมากขึ้น ตั้งแต่วันที่ 14-16 พฤษภาคม   อย่างไรก็ตาม ฝนที่ตกลงมาก็ไม่สามารถเพิ่มปริมาณน้ำในแหล่งน้ำต่างๆได้มากนัก แต่จะบรรเทาปัญหาภัยแล้งแก่เกษตรกรได้ รวมทั้งผ่อนคลายให้อุณหภูมิต่ำลง   แต่คาดว่าหลังจากวันที่ 16-18 พฤษภาคม เป็นต้นไป ปริมาณฝนก็จะลดลง และหลายพื้นที่จะกลับมามีอุณหภูมิสูงขึ้นเหมือนฤดูร้อนทั่วไปอีกครั้ง   สำหรับฤดูฝนประเทศไทยปีนี้คาดว่าจะมีฝนทิ้งช่วงประมาณปลายเดือนมิถุนายน ถึงเดือนกรกฎาคม อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำฝนโดยรวมของทั้งประเทศในปีนี้ กับปีที่ผ่านมา ถือว่าใกล้เคียงกับค่าปกติ แต่จะมีบางพื้นที่จะมีฝนตกน้อยกว่าปกติ คือพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และภาคตะวันออก   ขณะที่พยากรณ์อากาศวันนี้ (14 พ.ค.62) ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนฟ้าคะนองกับมีฝนตกหนักบางแห่ง แต่ยังคงมีอากาศร้อนบริเวณภาคเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย   สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง   คาดการณ์ปริมาณฝน ภาคเหนือ-อีสาน มีฝน 70% ของพื้นที่ ภาคกลาง กทม.และปริมณฑล 60% ภาคใต้ฝั่งตะวันตก 60%  ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออก 40% ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/taHRCH4w7GE

 4,789
ข่าวภูมิภาค
21 ก.พ. 62

ร้อนแล้วจ้า! ไทยเข้าสู่ฤดูร้อน 62 เป็นทางการยาวถึง พ.ค. เตือนอีสานล่างแล้งหนัก ไฟป่าลำพูนยังวิกฤต

นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง การเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ.2562 ระบุว่า   ประเทศไทยจะสิ้นสุดฤดูหนาวและเข้าสู่ฤดูร้อน ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์พ.ศ.2562 โดยอุณหภูมิสูงสุดบริเวณประเทศไทยตอนบนจะสูงขึ้นเกือบทั่วไปและมีอากาศร้อนอย่างต่อเนื่อง    ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทย จะเปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้หรือลมฝ่ายใต้พัดปกคลุม ซึ่งเป็นการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้าต่อไปอีกระยะหนึ่ง และคาดว่า ฤดูร้อนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2562   ประกาศ ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์พ.ศ.2562   ขณะที่แบบจำลองสภาพอากาศ(วาฟ-รอม) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ออกคำเตือนให้พื้นที่อีสานล่างรับมือภัยแล้ง ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ขอนแก่น ชัยภูมิ โคราช และเลย เพราะจะเกิดพายุฤดูร้อนจะเกิดน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้หลายจังหวัดประกาศให้ชาวนางดทำนาปรัง   ส่วนสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในหลายจังหวัดทางภาคเหนือยังวิกฤต โดยเฉพาะที่ จ.ลำพูน ไฟป่ายังไม่คลี่คลาย ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์บินโปรยละอองน้ำ และมีแผนการทำฝนหลวง 1 มีนาคมนี้     ส่วนการวัดค่าฝุ่นล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ก.พ.2562 เวลา 04.00 น. ที่ อ.เมือง จ.ลำพูน ค่าฝุ่นพุ่ง 70 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, อ.เมือง จ.ลำปาง 66 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, อ.เมือง จ.ขอนแก่น 62 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ 61 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และอ.แม่สอด จ.ตาก 54 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/12lYgVJbCRo

 1,376
ข่าวภูมิภาค
23 ก.ค. 61

พายุโผล่มหาสมุทรแปซิฟิก พร้อมกันทีเดียว 5 ลูก แต่กระทบไทยแค่ 'เซินติญ'

เมื่อเวลา 21.50 น. วันที่ 22 กรกฎาคม แบบจำลองสภาพอากาศ (วาฟ-รอม) ของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.)ระบุว่า ขณะนี้พบว่า พายุเซินติญ ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนอีกครั้ง และวกกลับเข้าเวียดนามตอนบน อาจจะส่งผลกระทบกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและภาคเหนือตอนบน ของไทย   นอกจากนี้ วาฟ-รอม ยังตรวจพบ การเกิดพายุพร้อมกัน ในมหาสมุทรแปซิฟิก ถึง 5 ลูก แต่ตอนนี้ยังไม่พบว่า พายุทั้ง 5 ลูก ส่งผลกระทบกับไทย นอกจากพายุเซินติญ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ldvpOCi4_MI

 3,598
ข่าวภูมิภาค
19 ก.พ. 61

เตือน! ตะวันออก-ภาคกลาง-ใต้ เจอฝนตก 19 ก.พ.นี้ กทม.ตกในช่วงสายๆ ถึงค่ำ

แบบจำลองสภาพอากาศ(วาฟ-รอม) แจ้งว่า วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 ภายหลังพายุซันปา อ่อนกำลังลงไปแล้วในทะเลจีนใต้ แต่ได้เหนี่ยวนำให้เกิดกระแสลมตะวันออก พัดหอบความชื้นวิ่งเข้ามาอ่าวไทย ทำให้เกิดฝนตกในพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพ และปริมณฑล   โดยกทม.นั้น ฝนจะเริ่มตกในช่วงสายๆ ถึงค่ำ ส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง เตือนประชาชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B67mhU5lmQc  

 4,052

Top