ค้นหา :

ผลการค้นหา "นททจีน"

สรุปข่าว
03 ก.พ. 63

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 3 ก.พ.63 รพ.ราชวิถีเผยสูตรยารักษาไวรัสโคโรนา-เปิดทดลองสลากรูปแบบใหม่-วิจารณ์พีท คนเลือดบวก

-ทีมแพทย์โรงพยาบาลราชวิถี เผยข่าวดีสูตรยารักษาไวรัสโคโรนา ใช้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ควบคู่กับยาต้านไวรัสเอดส์ ผ่านไป 48 ชั่วโมง พบว่าผู้ป่วยอาการดีขึ้น ไข้ลดลง ทานอาหารได้ดี และตรวจไม่พบไวรัสโคโรนา ได้รายงานผลการรักษาไปยังวารสารทางการแพทย์นานาชาติ เพื่อใช้พัฒนาต่อยอดในการรักษาไวรัสโคโรนาต่อไป   กรมควบคุมโรคแถลงจำนวนผู้ติดเชื้อยังคงที่ 19 ราย รักษาหายกลับบ้านได้แล้ว 8 ราย ยังอยู่ใน รพ. 11 ราย รอสอบสวนสะสม 382 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต อนุทินไปเยี่ยมผู้ป่วยที่สถาบันบําราศนราดูร พูดคุยสอบถามอาการป่วยของคนขับรถแท็กซี่ที่ติดเชื้อล่าสุด กำหนด 4 ก.พ.พาคนไทยกลับบ้าน เมื่อกลับถึงประเทศต้องถูกกักกันโรคเป็นเวลา14 วัน   ด้านดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ แจงการช่วยเหลือคนไทยในอู่ฮั่นมีขั้นตอน และหลายปัจจัยแทรก ยืนยันไม่ได้นิ่งนอนใจ จากการติดต่อกับคนไทยได้ทราบว่าคนไทยในเมืองอู่ฮั่นไม่มีอาการป่วย ปลอดภัยดี และมีอาหารพอเพียง ที่สำคัญเราไม่ได้แข่งชิงเหรียญทองจะต้องเอาคนออกมาก่อนคนอื่น เราเอาออกมาตามความพร้อมของเราโดยเฉพาะรับรู้ว่าเขาไม่ป่วยไม่ติดเชื้อ ปลอดภัยและไม่อดอยาก แต่ออกมาได้เรียบร้อยโดยไม่ไปกดดันมิตรประเทศอย่างจีน เราเข้าใจความยากลำบากในยามวิกฤติของเขา   -ผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาในจีนพุ่งเป็น 304 คน  ติดเชื้อ 14,637 คน ยอดสูงกว่าโรคซาร์สเมื่อปี 45 ไปแล้ว ส่วนสร้างโรงพยาบาลพิเศษหั่วเสินซาน ในเมืองอู่ฮั่น พร้อมรับผู้ป่วยเช้าวันนี้ 1 พันเตียง หลังใช้เวลาสร้างเพียง 10 วัน ในเจ้อเจียงที่พบผู้ป่วยมากรองจากหูเป่ยสั่งปิดราชการถึง 9 ก.พ. เอกชนปิดถึง 17 ก.พ. ปิด ร.ร.ยาวถึง 1 มี.ค. เซี่ยงไฮ้และปักกิ่งสั่งหยุดงานไม่มีกำหนด ฟิลิปปินส์พบตายรายแรกนอกจีน ขณะที่จีนเจอปัญหาซ้ำซ้อน ระบาดรอบใหม่ไข้หวัดนก H5N1 ในฟาร์มไก่ ที่มณฑลหูหนาน พบไก่ตายกว่า 4,500 ตัว ต้องกำจัดไก่กว่าหมื่นตัว เพื่อป้องกันเชื้อระบาด   -สถานการณ์ฝุ่นพิษกลับมาเล่นงาน กทม.อีกครั้ง เช้าวันนี้ ค่าฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ กทม.เกินค่ามาตรฐาน 41 จุด 5 อันดับแรก บางเขน ลาดกระบัง ทุ่งสองห้อง คลองเตย ดินแดง เมื่อวานกทม.ขึ้นอันดับ 4 เมืองที่มีอากาศแย่ที่สุดในโลก ส่วนเหนือ อีสาน ตะวันออกวิกฤตเช่นกัน กรมอุตุฯคาดการณ์ไว้ว่าช่วงปลายเดือน ม.ค. ถึงต้นเดือน ก.พ. อากาศจะกลับมาเย็น และจะเกิดภาวะฝาชีครอบ ประกอบกับช่วงนี้ลมอ่อน ทำให้ค่าฝุ่นพุ่ง   -เตรียมเปิดให้คนไทยเสี่ยงดวงกับสลากรูปแบบใหม่ มี.ค.ทดลองเล่นสลากออนไลน์, รูปภาพ, ตัวเลข, สลาก 12 นักษัตร โดยเปิดทำประชาพิจารณ์ให้ทดลองเล่นผ่านเว็บไซต์สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ถ้าสังคมไฟเขียวก็ดำเนินการต่อ ถ้าไม่ยอมรับก็จะยุติ   -วิจารณ์หนัก! ร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยวดัง แม่กำปอง จ.เชียงใหม่ ขึ้นป้ายหน้าร้าน ขออภัย ไม่ต้อนรับคนจีนและต่างชาติ สาวเจ้าของร้านเปิดใจยอมรับทำไปเพราะกลัวไวรัสโคโรนา หลังหลายวันก่อนคนจีนเข้าร้านทำลูกค้าอื่นหนีหายหมด เมื่อเกิดปัญหาก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี เพราะพูดและเขียนภาษาจีนไม่ได้ จึงตัดสินใจหาทางออกด้วยการไปค้นหาข้อมูลภาษาจีนและนำมาเขียนป้ายกระดาษ พร้อมเขียนภาษาไทยและภาษาอังกฤษนำไปติดที่หน้าร้าน   ตำรวจท่องเที่ยวได้มาหาที่ร้านบอกว่า เขียนป้ายอย่างนี้เป็นการกระทบความมั่นคงของชาติ ให้เปลี่ยนป้ายใหม่ โดยเป็นคนเขียนให้เป็นภาษาจีน มีใจความว่า อาหารหมด มาติดที่หน้าร้านแทน รับรู้สึกอึดอัดใจมาก การที่เขียนป้ายข้างต้นก็เพราะไม่ทราบว่าชาวจีนที่เขามาสั่งอาหารในร้าน ก็ไม่ทราบว่าคนไหนติดเชื้อมาบ้าง และก็พูดภาษาจีนไม่ได้จึงจำเป็นต้องป้องกันตนเองและพนักงานในร้าน   -คนร้ายสุดโหดแทง ตร.กาฬสินธุ์วัย 57 ปีกว่า 20 แผล ซ้ำเฉือนเจ้าโลกทิ้ง รอบบ้านมีรอยเผาหลายจุด ลูกชายสันนิษฐานสาเหตุจากผู้หญิงที่พ่อเคยคบหาด้วย เมื่อรู้ความจริงว่าไม่โสดจึงถอยห่างออกมา แต่สามีของหญิงคนดังกล่าวยังหึงโหด จึงก่อเหตุโหดเหี้ยม ตร.เร่งติดตามตัวคนร้าย   -หนุ่มหาดใหญ่คลั่งยาจุดไฟเผาบ้านตัวเอง ลูกเมียญาติพี่น้อง 5 ชีวิตวิ่งหนีออกมาได้ทัน ในจำนวนนี้มีเด็กอายุเพียง 3 เดือนรวมอยู่ด้วย โชคดีไม่มีคนเจ็บ ผู้ก่อเหตุคือลูกชายของเจ้าของบ้านอายุ 25 ปี ญาติบอกว่าติดยาบ้าอย่างหนักและก่อนก่อเหตุได้เอะอะโวยวายใส่คนในบ้าน ก่อนที่จะใช้ไฟแช็คจุดโซฟาจนไฟลุกลามไหม้บ้าน   ส่วนสาเหตุคาดว่ามือเผามีปัญหาทะเลาะวิวาทกับภรรยาสาวบ่อยครั้งเนื่องจากเจ้าตัวเสพยาติดจนงอมแงม ไม่สามารถควบคุมสติได้ ทำให้เกิดอาการคลุ้มคลั่ง ด้านหนุ่มมือเผาอ้างว่าไม่ได้จุดไฟเผาบ้าน แต่ก่อนเกิดเหตุได้ดีดขี้บุหรี่ทิ้งในบ้าน ซึ่งตัวเองก็ไม่รู้ว่าไปตกที่โซฟา และเดินออกจากบ้านไปและมาเห็นอีกทีก็ตอนมีไฟลุกไหม้แล้ว จึงรีบวิ่งไปที่ห้องบอกให้ภรรยานำลูกสาวอายุ 3 เดือนออกมาจากห้องรวมทั้งคนอื่นๆที่อยู่ในบ้านซึ่งพากันวิ่งออกมาได้ทัน   -พ่อที่ระยองจับลูกสาว 2 คนขังในห้องหวังใช้ไฟช็อตให้ตายยกครัว เหตุเมียหนีไปมีสามีใหม่ ลูก 2 คนปลอดภัยส่วนพ่อตายคาเตียง สายไฟพันรอบตัว ลูกสาวเล่าพ่อเอาสายไฟมาพันข้อเท้า เมื่อรู้สึกว่าถูกไฟช็อตจึงรีบแกะออก ไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ญาติเผยผู้ตายรักเมียมาก แม้ไม่ได้อยู่ด้วยกันก็โอนเงินให้ตลอด เคยก่อเหตุรมควันจะฆ่าตัวตายพร้อมลูกมาแล้วแต่ไม่สำเร็จ ด้านญาติเมียเผยเมียถูกทำร้ายหนัก จึงอยู่ไม่ไหว   -นาทีชีวิต สองเด็กชาย ถูกคลื่นใหญ่ซัดไปกลางทะเลเกาะสมุย โบกมือ-ร้องให้ช่วย โดยมี 2 หนุ่มอาชีพปล่อยเจ็ตสกีให้เช่า เร่งเข้าช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย ผู้เห็นเหตุการณ์เผยเด็กอายุ 12-14 ปี ประมาณ 10 คน เตือนแล้วว่าอย่าเล่นน้ำช่วงนี้ เพราะคลื่นแรง แต่เด็กไม่เชื่อฟัง จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น   -ลูกตาล ชโลมจิต ถูกเจ้าหนี้อัดคลิปบุกทวงเงิน 1.4 ล้านบาท หน้าฟิตเนสตัวเองย่าน RCA ดาราสาวโพสต์ภาพสุดเช็กซี่ลง IG พร้อมแคปชั่นว่า Never judge someone without knowing the whole story ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยได้ความว่า อย่าตัดสินใครหากไม่รู้เรื่องราวทั้งหมด ทำเอาชาวเน็ตเข้าไปคอมเม้นต์ในรูปดังกล่าวว่า เป็นหนี้ก็ต้องคืน ไม่ใช่เดินหนี   ขณะที่คนสนิทของสาวลูกตาลบอกว่า ในเนื้อข่าวที่ออกมานั้น ก็บอกได้ว่ามันไม่ใช่แบบนั้นทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ลูกตาลกำลังรวบรวมเอกสารและหลักฐานทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ และจะเปิดประเด็นพูดทีเดียวเลย   ด้านมุมกฎหมาย นายเดชา กิตติวิทยานันท์  ทนายชื่อดัง เตือนเจ้าหนี้การอัดคลิปโพสต์ลงเฟซบุ๊ก การกระทำดังกล่าวเป็นการประจานลูกหนี้ ทำไม่ได้ ผิดกฎหมายทวงหนี้ และผิดกฎหมายหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา มีโทษจำคุก 2 ปี และโทษปรับ จึงอยากฝากเตือนเจ้าหนี้ทั้งหลายจะทวงหนี้ผ่านเฟซบุ๊กไม่ได้ ถึงแม้จะเป็นหนี้กันจริง เป็นเรื่องส่วนตัวไม่สามารถประจานได้มีความผิดตามกฎหมาย   -สนั่นโซเชียล! พีท คนเลือดบวก ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อ HIV ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเปิดสอนคอร์ส การมีเซ็กส์แบบไม่ป้องกันสำหรับผู้ติดเชื้อ HIV เรียกเก็บค่าเข้าฟังคนละ 500 บาท พร้อมระบุว่าใช้สมทบทุนยุติโรคเอดส์ จากนั้นฝ่ายพยาบาลสาวคนหนึ่งได้เห็นโพสต์และได้แชร์ไปวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ว่าถ้าหากมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน แล้วปลอดภัยจริง ตัวคนโพสต์เองคงไม่ติดโรค และไม่ควรคิดไปสอนคนอื่น   หลังแชร์โพสต์นี้กระจายออกไป โลกออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนาๆ จนหนุ่มพีท ออกมาระบุว่าเตรียมที่จะฟ้องพยาบาลสาวคนดังกล่าว โดยไม่มีการยอมความใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่มีสิทธิ์ที่จะมาวิจารณ์ตนเองให้เสียหาย โดยเฉพาะคนที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ ด้านชาวเน็ตรุมวิจารณ์สนั่น จนติดแฮชแท็ก #SaveNarinya ขออยู่ทีมพยาบาล   -ระทึก ผู้ต้องหาหญิงนั่งห้อยขาชั้น 4 จะกระโดดตึกของโรงพยาบาลในนครปฐม จึงได้เข้าชาร์จหญิงนักโทษคนดังกล่าว เพื่อที่จะกระโดดตึกลงมาได้ด้วยความสำเร็จจับตัวไว้ได้ พบป่วยทางจิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5kkahctAP3c

 3,696
สังคม-อาชญากรรม
01 ก.พ. 63

เฝ้าระวังผู้ป่วย 'ไวรัสโคโรนา' ในไทย - นายกฯ เอกซเรย์ปอด ยืนยันเป็นไข้หวัดธรรมดา

เชียงใหม่ - คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แถลงยืนยันพบผู้ป่วยติดเชื้อโคโรนาไวรัสรายแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนหน้านี้มีข่าวลือมาล่วงหน้า แต่ล่าสุดยืนยันว่าข่าวลือเป็นจริง    ทั้งนี้ยังพบข้อมูลน่าตกใจชาวจีนผู้นี้เข้ามาเชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2563 แต่ป่วยเข้าโรงพยาบาลวันที่ 21 มกราคม ตรวจแลบ 2 ครั้งไม่เจอ ถูกย้ายมารักษาตัวห้องสามัญ แต่ยังไม่หายแพทย์จึงตรวจซ้ำพบว่าวันที่ 27 ปอดอักเสบ จึงต้องกักตัวและตรวจโคโรนาไวรัส ผลยืนยันออกมาวานนี้ (31 ม.ค.) ติดเชื้อโคโรนาไวรัส มีการกักทีมแพทยและบุคลากร 14 วันในห้องแยก รวมทั้งแจ้งประกาศผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา และผู้มาใช้บริการ ในช่วงนั้นเฝ้าระวังอาการด้วยหากมีอาการป่วยให้รีบมาพบแพทย์   ล่าสุด ผู้อำนวยการ  รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ยืนยันว่า ชายชาวจีนคนดังกล่าว ไม่มีเชื้อแล้ว และมีการร้องขอจะเดินทางกลับประเทศจีน แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังไว้ รวมถึงคนใกล้ชิด   สำนักงานสาธารณะสุขจังหวัดเชียงใหม่ ออกแถลงยืนยันผลการตรวจชันสูตรศพของหญิงสาวชาวจีน ที่มาเสียชีวิตที่จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ได้เกิดจาก โคโรนาไวรัส หรือโรคปอดอักเสบ   กระบี่ - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเฝ้าระวังไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสอู่ฮั่นที่กำลังระบาดในจีนและตามประเทศต่างๆ ซึ่งในส่วนของจังหวัดกระบี่นั้น มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาจำนวนมาก ทางจังหวัดจึงได้มีการเตรียมการรับมือ โดยเตรียมแพทย์ พยาบาล และจัดสถานที่เป็นห้องแยกโรคสำหรับสถานการณ์นี้ขึ้นมา ซึ่งล่าสุดวันนี้ มีรายงานว่า มีผู้ป่วยต้องสงสัยที่เป็นชาวจีนเข้ามารักษาตัวจากอาการไข้หวัดแล้ว 5 ราย   ส่วนกรณีที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่สบายนั้น ต้องหยุดพักการทำงาน ล่าสุดมีการยืนยันแล้วว่า นายกฯ เป็นไข้หวัดธรรมดา   ส่วนกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กแชร์ภาพนักท่องเที่ยวชาวจีน ล้มขณะมารับประทานอาหารที่ศูนย์อาหารภายในศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน และหลังจากเกิดเหตุไม่นานก็มีทีมเจ้าหน้าที่สวมชุดปิดมิดชิดแบบเดียวกับในห้องแยกโรค นำตัวชายคนดังกล่าวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลหัวหิน จนสร้างความตื่นตระหนกว่า ชายคนดังกล่าวป่วยด้วยโรคอะไรกันแน่    ล่าสุดนายแพทย์ สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากทีมเจ้าหน้าที่ที่มารับตัวผู้ป่วย ระบุว่า นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวเป็นตะคริวที่ขา ทำให้ล้มลงกับพื้น ขณะไปรับตัวพบว่าคนไข้รู้สึกตัวดี เมื่อวัดไข้พบว่ามีไข้ต่ำๆ ประมาณ 37 องศา และมีอาการไอมาก่อนหน้านี้ 1 วัน จึงได้ให้พักรักษาตัวเพื่อรอดูอาการก่อน ซึ่งนักท่องเที่ยวคนนี้ เดินทางมาจากฮ่องกง ไม่มีประวัติเดินทางไปประเทศจีน และไม่ได้สัมผัสกับผู้ที่มีความเสี่ยงกับไวรัสโคโรน่ามาก่อน แต่เมื่อวัดไข้มีไข้ต่ำและมีอาการร่วมด้วย จึงขอให้พักรักษาตัวเพื่อดูอาการ พร้อมส่งตัวอย่างไปตรวจสอบ รอผลตรวจเชื้อจากห้องปฏิบัติการ คาดว่าจะใช้เวลา 24-48 ชั่วโมง ส่วนผลการตรวจนั้นทางกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้แถลงผลการตรวจ   เมื่อวานนี้ ยังมีการส่งทีมเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่พักอาศัยของนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงรายนี้ ที่เดินทางมาพร้อมญาติ 9 คน เพื่อสังเกตอาการของญาติและให้คำแนะนำ            รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/4xIA-mgJXlY

 1,140
สังคม
01 ก.พ. 63

เฝ้าระวังผู้ป่วย 'ไวรัสโคโรนา' ในไทย - นายกฯ เอกซเรย์ปอด ยืนยันเป็นไข้หวัดธรรมดา

เชียงใหม่ - คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แถลงยืนยันพบผู้ป่วยติดเชื้อโคโรนาไวรัสรายแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนหน้านี้มีข่าวลือมาล่วงหน้า แต่ล่าสุดยืนยันว่าข่าวลือเป็นจริง    ทั้งนี้ยังพบข้อมูลน่าตกใจชาวจีนผู้นี้เข้ามาเชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2563 แต่ป่วยเข้าโรงพยาบาลวันที่ 21 มกราคม ตรวจแลบ 2 ครั้งไม่เจอ ถูกย้ายมารักษาตัวห้องสามัญ แต่ยังไม่หายแพทย์จึงตรวจซ้ำพบว่าวันที่ 27 ปอดอักเสบ จึงต้องกักตัวและตรวจโคโรนาไวรัส ผลยืนยันออกมาวานนี้ (31 ม.ค.) ติดเชื้อโคโรนาไวรัส มีการกักทีมแพทยและบุคลากร 14 วันในห้องแยก รวมทั้งแจ้งประกาศผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา และผู้มาใช้บริการ ในช่วงนั้นเฝ้าระวังอาการด้วยหากมีอาการป่วยให้รีบมาพบแพทย์   ล่าสุด ผู้อำนวยการ  รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ยืนยันว่า ชายชาวจีนคนดังกล่าว ไม่มีเชื้อแล้ว และมีการร้องขอจะเดินทางกลับประเทศจีน แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังไว้ รวมถึงคนใกล้ชิด   สำนักงานสาธารณะสุขจังหวัดเชียงใหม่ ออกแถลงยืนยันผลการตรวจชันสูตรศพของหญิงสาวชาวจีน ที่มาเสียชีวิตที่จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ได้เกิดจาก โคโรนาไวรัส หรือโรคปอดอักเสบ   กระบี่ - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเฝ้าระวังไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสอู่ฮั่นที่กำลังระบาดในจีนและตามประเทศต่างๆ ซึ่งในส่วนของจังหวัดกระบี่นั้น มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาจำนวนมาก ทางจังหวัดจึงได้มีการเตรียมการรับมือ โดยเตรียมแพทย์ พยาบาล และจัดสถานที่เป็นห้องแยกโรคสำหรับสถานการณ์นี้ขึ้นมา ซึ่งล่าสุดวันนี้ มีรายงานว่า มีผู้ป่วยต้องสงสัยที่เป็นชาวจีนเข้ามารักษาตัวจากอาการไข้หวัดแล้ว 5 ราย   ส่วนกรณีที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่สบายนั้น ต้องหยุดพักการทำงาน ล่าสุดมีการยืนยันแล้วว่า นายกฯ เป็นไข้หวัดธรรมดา   ส่วนกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กแชร์ภาพนักท่องเที่ยวชาวจีน ล้มขณะมารับประทานอาหารที่ศูนย์อาหารภายในศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน และหลังจากเกิดเหตุไม่นานก็มีทีมเจ้าหน้าที่สวมชุดปิดมิดชิดแบบเดียวกับในห้องแยกโรค นำตัวชายคนดังกล่าวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลหัวหิน จนสร้างความตื่นตระหนกว่า ชายคนดังกล่าวป่วยด้วยโรคอะไรกันแน่    ล่าสุดนายแพทย์ สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากทีมเจ้าหน้าที่ที่มารับตัวผู้ป่วย ระบุว่า นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวเป็นตะคริวที่ขา ทำให้ล้มลงกับพื้น ขณะไปรับตัวพบว่าคนไข้รู้สึกตัวดี เมื่อวัดไข้พบว่ามีไข้ต่ำๆ ประมาณ 37 องศา และมีอาการไอมาก่อนหน้านี้ 1 วัน จึงได้ให้พักรักษาตัวเพื่อรอดูอาการก่อน ซึ่งนักท่องเที่ยวคนนี้ เดินทางมาจากฮ่องกง ไม่มีประวัติเดินทางไปประเทศจีน และไม่ได้สัมผัสกับผู้ที่มีความเสี่ยงกับไวรัสโคโรน่ามาก่อน แต่เมื่อวัดไข้มีไข้ต่ำและมีอาการร่วมด้วย จึงขอให้พักรักษาตัวเพื่อดูอาการ พร้อมส่งตัวอย่างไปตรวจสอบ รอผลตรวจเชื้อจากห้องปฏิบัติการ คาดว่าจะใช้เวลา 24-48 ชั่วโมง ส่วนผลการตรวจนั้นทางกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้แถลงผลการตรวจ   เมื่อวานนี้ ยังมีการส่งทีมเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่พักอาศัยของนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงรายนี้ ที่เดินทางมาพร้อมญาติ 9 คน เพื่อสังเกตอาการของญาติและให้คำแนะนำ            รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/4xIA-mgJXlY

 1,140
สรุปข่าว
31 ม.ค. 63

รบ.แจงใช้แอร์เอเชียรับคนไทย ไม่ต้องขอเที่ยวบินเพิ่ม -แพทย์ดูอาการ นทท. จีน ล้ม 2 วัน - ตร.ฟิลิปปินส์ จับร้านค้าชวยโอกาสขายหน้ากากอนามัย

-รบ.แจงใช้แอร์เอเชียรับคนไทย ไม่ต้องขอเที่ยวบินเพิ่ม รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีเตรียมรับคนไทยกลับจากเมืองอู่ฮั่น โดยใช้บริการสายการบินแอร์เอเชีย เพราะมีเส้นทางสายการบิน กรุงเทพฯ - อู่ฮั่น วันละ 2 เที่ยวบินอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องขอเที่ยวบินเพิ่ม ยืนยันรัฐบาลจะนำเครื่องบินไปรับคนไทยให้เร็วที่สุด และมีมาตรการตรวจไวรัสโคโรนาอย่างรัดกุม และปลอดภัย       -แพทย์ดูอาการ นทท. จีน ล้ม 2 วัน    นายแพทย์สารธาณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุกรณีโซเชียลแห่แชร์คลิป นทท. ชาวจีน ล้มในห้าง โดยพบว่าเป็นภาวะตะคิวที่ขา แต่มีอาการไข้ร่วมด้วย จึงให้พักดูอาการ 2 วัน ขณะที่ห้างทำความสะอาดฆ่าเชื้อเพื่อความปบอดภัย ขณะที่จังหวัดนครราชสีมา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปากช่องนานา ยืนยันนักศึกษาแพทย์ที่กลับจากอู่ฮั่น ไม่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่       - ตร.ฟิลิปปินส์ จับร้านค้าชวยโอกาสขายหน้ากากอนามัย   ตร. ฟิลิฟปินส์ บุกจับร้านค้าที่ฉวยโอกาสจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคา โดยมาตราการดังกล่าวเกิดขึ้น หลังมีการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มเป็น 9,924  คนใน 24 ประเทศ ส่วนผู้เสียชีวิตในจีนอยู่ที่ 213 คน

 1,475
ข่าวภูมิภาค
31 ม.ค. 63

นทท.จีนยกพวกตีเจ้าของร้าน-แขกบาดเจ็บชุลมุน เหตุฉุนถูกห้ามส่งเสียงดัง

นักท่องเที่ยวชาวจีนทะเลาะกับผู้หญิงก่อนเจ้าของร้านและนักท่องเที่ยวต่างชาติมาห้ามชุลมุนกลุ่มคนจีนใช้โต๊ะขวดตีเจ้าของร้าน นักท่องเที่ยว แขกที่มากินอาหารได้รับบาดเจ็บ ข้าวของเสียหายจำนวนมาก เหตุเกิดที่ร้านอาหารเจ้ตุ้ม หลังตลาดต้นโพธิ์ หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี    หลังจากนั้นทางผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ร้านอาหารตามคลิปพบ นายประเสริฐชัย บุญมา อายุ 53 ปี เจ้าของร้าน ได้เล่าเหตุการ์ณตามภาพวงจรปิดให้ฟังว่าช่วงเวลา 20.50 น.ของวันที่ 29 มกราคม 63 ขณะที่ตนกำลังออกจากร้านเพื่อจะไปซื้อของที่ตลาด เห็นโต๊ะคนจีนซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 โต๊ะประมาณ 15 คน แบ่งเป็นชายประมาณ 10 คน นั่งดื่มและกินอาหารอยู่ซึ่งมีการเล่นเกมส์ส่งเสียงดัง จนมีลูกค้าอีกโต๊ะชาวไทยซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมด 1 ในนั้นได้เข้ามาพูดคุยกับกลุ่มชาวจีนที่ส่งเสียงดัง ในภาพวงจรปิดก็จะมีผู้หญิงอีกคนที่มาด้วยกันใช้มือถือถ่ายคลิปขณะที่ผู้หญิงที่มาด้วยกันต่อว่า จนกลุ่มชาวจีนที่ถูกต่อว่าไม่พอใจเข้ารุมทำร้าย อีกคนก็วิ่งเข้ามาหาตนเพื่อขอช่วยเหลือ ตนก็ตกใจพยายามห้ามปรามและโทรขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่กลุ่มชาวจีนกับคว้ามือถือไอโฟนของตนเขวี้ยงทิ้งจนพัง ก่อนที่จะรุมทำร้ายใช้ขวดเก้าอี้มาตี ท่ามกลางแขกที่นั่งกินอาหารอยู่ทั่งชาวไทยแต่ต่างประเทศที่รู้จักตนเข้าห้ามปราบ แต่ชาวจีนกลุ่มดังกล่าวก็พยายามทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคนที่เข้าห้ามปรามก่อนจะขึ้นรถแล้วขับรถไล่ชนคนในร้านก่อนหลบหนีไป    นายประเสริฐชัย บุญมา อายุ 53 ปี เจ้าของร้าน เล่าต่อว่าภายหลังเกิดเรื่องร้านได้รับความเสียหายโต๊ะเก้าอี้พัง ลูกค้าบางคนตกใจรีบขึ้นรถหนี ซึ่งตนก็ไม่ได้เก็บค่าอาหาร บางคนนำไวน์มาก็ถูกคนจีนคว้าไปเขวี้ยงใส่ภายในร้าน ภายหลังเกิดเหตุได้ไปแจ้งความร้อนทุกข์ทาง สภ.เมืองพัทยา โดยมีการนำตัวชาวจีนทราบชื่อภายหลังคือ นาย Wei Xiaohui สัญชาติจีน หนึ่งในผู้ก่อเหตุมาตกลงค่าเสียหายในเรื่องการทำลายทรัพย์สินของร้าน และทำร้ายร่างกายทำให้ตน และนักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับบาดเจ็บ รวมถึงค่าเสียหายเป็นมือถือจำนวน 2 เครื่อง โดยอีกเครื่องพังได้รับความเสียหายหน้าจอแตกใช้งานไม่ได้ อีก 1 เครื่องเป็นของลูกค้าที่หายไปช่วงชุลมุนแต่ไม่สามารถตกลงกันได้    โดยเบื้องต้นจากการพูดคุยนั้นทางกลุ่มคนจีนยอมรับผิดที่ก่อเหตุวิวาทตามคลิปพร้อมยอมรับผิดจ่ายค่าเสียหายเพียงส่วนเดียวในเรื่องร้านที่ได้รับความเสียหายมือถือเครื่องของเจ้าของร้าน แต่อีกเครื่องที่ว่าได้สูญหายปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรับรู้ แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกกลุ่มชาวจีนมาตกลงอีกครั้งโดยต้องแยกเป็น 2 เคส ในเรื่องการทะเลาะวิวาท กับ ทำลายทรัพย์สินของร้านอาหารจนได้รับความเสียหาย

 3,670
สังคม
30 ม.ค. 63

สธ. ย้ำ นทท.จีนเสียชีวิตที่เชียงใหม่ ไม่ได้ติดเชื้อโคโรนา

ขณะที่สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีแถลงการณ์ โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาประจำวันที่30 มกราคม 2563 โดย นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค สถานการณ์ของการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา โดยวันนี้ มีผู้ป่วยติดเชื้อได้รับการรักษาหายสามารถส่งกลับได้เพิ่ม 1 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยที่คงรักษาตัวในโรงพยาบาลขณะนี้เหลือ 8 ราย ซึ่งยอดผู้ป่วยยังคงเดิมคือ 14 ราย   ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2563 ถึง 29 มกราคม 2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 202 ราย คัดกรองจากสนามบิน 31 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 171 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 67 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 135 ราย โดยในวันที่ 29 มกราคม 2563 พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายใหม่จำนวน 44 ราย   ทั้งนี้จากการเสียชีวิตของคนจีนเสียชีวิตปริศนา ที่เชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นการเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโคโรนาหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้มีรายงานจากกระทรวงสาธารณสุขกรณีเสีชีวิตดังกล่าวไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเชื้อไวรัสโคโรนา เนื่องจากการเสียชีวิตดังกล่าวเป็นการเสียชีวิตกระทันหัน    ซึ่งตามปกติแล้วอาการของโรคปอดอักเสบจะไม่ทำให้เสียชีวิตแบบเฉียบพลัน แต่ว่าต้องมีอาการอย่างอื่นเข้ามาประกอบอีกด้วย อย่างเช่น ไอ มีไข้ หายใจไม่สะดวก แต่ในกรณีดังกล่าวมีรายงานว่าไม่มีอาการผิดปกติดังกล่าว รวมถึงผู้เสียชีวิตก็ดื่มสุราเข้าไปในปริมาณมาก   นายแพทย์ สุวรรณชัย วัฒนายิ่ง อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กรณีโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานควบคุมโรคในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ เกิดความเข้าใจ เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการเฝ้าระวังค้นหาผู้ป่วยโรคดังกล่าว เป็นไปตามมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ    หลังพบว่าที่ผ่านมา การแพร่ระบาดของโรคมีการเปลี่ยนแปลงและมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนมากขึ้น ในส่วนของประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคเป็นหน่วยงานหลักในการวางแผนรับมือสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งประเทศไทยได้ประกาศยกระดับการแจ้งเตือนโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เป็นระดับ 3 โดยให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามขั้นตอนตามระบบมาตรฐานที่ใช้สำหรับโรคติดต่ออุบัติใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ เน้นทุกพื้นที่สร้างความเข้าใจประชาชนในการป้องกันโรค ซึ่งหากสถานการณ์รุนแรงถึงขั้นพบมีการแพร่ระบาดในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งของประเทศไทยให้มีการจัดตั้งศูนย์ควบคุมป้องกันโรคระบาดในพื้นที่นั้นโดยมีสาธารณสุขจังหวัดเป็นประธานศูนย์  

 1,106
เศรษฐกิจ
29 ม.ค. 63

ททท.เร่งหามาตรการการกระตุ้นท่องเที่ยวในไทย หลังนทท.จีนหายไป 2 ล้านคน

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หารือผู้ประกอบการท่องเที่ยวและที่เกี่ยวข้องทั้งสายการบิน สมาคมโรงแรม สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพื่อติดตามสถานการณ์และผลกระทบด้านการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นจากการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ พบว่า ได้รับผลกระทบจากการที่ทางการจีนระงับการเดินทางของกรุ๊ปทัวร์ ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าพักในโรงแรมของสมาคมโรงแรมไทยที่เป็นลักษณะกรุ๊ปทัวร์ยกเลิกห้องพัก 100% ส่วนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางด้วยตัวเองยกเลิกห้องพักไปแล้ว 50% คาดว่าจะส่งผลให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนหายไปประมาณ 1.89 ล้านคน และอาจถึง 2 ล้านคนในช่วงสิ้นปี มาตรการเร่งด่วน ต่อจากนี้คือดึงนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นมาทดแทนนักท่องเที่ยวจีนที่หายไป เพื่อให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวเป็นไปตามเป้าหมาย โดยมีประเทศเป้าหมาย คือ ประเทศในอาเซียน เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน รัฐเซีย ยูเครน โปแลนด์ สหรัฐ แคนาดา ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ โดยเน้นการเพิ่มความถี่และจำนวนวันเข้าพัก สำหรับนักท่องเที่ยวจีนที่วางแผน จองตั๋วเดินทาง ที่พัก แพ็กเกจทัวร์มาเที่ยวไทยแล้ว และไม่สามารถเดินทางได้ในช่วงนี้ ผู้ประกอบการจะให้สิทธิเลื่อนตั๋วเดินทาง ที่พัก และแพ็กเกจทัวร์ได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม หากเหตุการณ์สงบ สามารถเดินทางมาเที่ยวไทยได้เหมือนเดิมโดยจะเริ่มแผนการตลาดช่วงแรกในเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนครึ่งปีหลัง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จะกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ได้ เดือนละ 1 ล้านคน ส่วนตลาดจีนได้ประสานกับผู้ประกอบการเพื่อให้กำลังใจในการแก้วิกฤติไวรัสโคโรนาเพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี รวมทั้งเตรียมการสำหรับตลาดที่จะกลับมาอีกครั้งหลังสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากจีนยังเป็นตลาดสำคัญ ส่วนตลาดในประเทศ จะเริ่มประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของไทยที่มีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว กระตุ้นให้คนไทยกลับมาเที่ยวในประเทศมากขึ้น  

 717
สังคม
20 ม.ค. 63

แพทย์ห่วงไวรัส 'โคโรนา' แพร่จากคนสู่คน - สนามบินยกระดับมาตรการคัดกรองผู้ป่วยปอดอักเสบขั้นสูงสุด

สนามบินยกระดับมาตรการคัดกรองผู้ป่วยปลอดอักเสบขั้นสูงสุดที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพิ่มความเข้มข้นการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางจากอู่ฮั่น โดยให้ผู้โดยสารทุกคน ต้องผ่านเครื่องเทอร์โมแสกน ที่บริเวณประตูทางเข้าอาคารผู้โดยสารแยกเฉพาะผู้โดยสารจากอู่ฮั่น และมีหน่วยแพทย์คอยดูแลใกล้ชิด หากพบผู้โดยสารที่มีไข้ จะแยกออกมาตรวจเบื้องต้น และถ้าพบว่ามีความเสี่ยงติดเชื้อ จะนำส่งสถาบันบำราศนราดูล เพื่อตรวจอย่างละเอียดทันที

 3,499
สังคม-อาชญากรรม
17 ม.ค. 63

พบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ 'ไวรัสโคโรนา' รายที่ 2 ในไทย เป็นนทท.จีน

ความคืบหน้ากรณีเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่ระบาดอยู่ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน นั้น   ก่อนหน้านี้ในประเทศเจอผู้ป่วยติดเชื้อ 1 ราย เป็นคนจีนที่มาเที่ยว โดยมีการควบคุมตัวไว้ และรักษา ก่อนปล่อยให้เดินทางกลับประเทศ   ล่าสุดพบรายที่ 2 ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนา อยู่ในความควบคุมของแพทย์ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อทั่วไป บอกว่า ตอนนี้มีหญิงสูงอายุชาวจีนรายหนึ่ง มีอาการป่วยตั้งแต่ที่จีนแล้ว แต่ซื้อทัวร์ไว้จึงเดินทางมา แต่ระบบตรวจพบเชื้อ จึงส่งไปห้องแยกโรค เมื่อ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/r1c6-GCAwDc

 838
สังคม
17 ม.ค. 63

พบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ 'ไวรัสโคโรนา' รายที่ 2 ในไทย เป็นนทท.จีน

ความคืบหน้ากรณีเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่ระบาดอยู่ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน นั้น   ก่อนหน้านี้ในประเทศเจอผู้ป่วยติดเชื้อ 1 ราย เป็นคนจีนที่มาเที่ยว โดยมีการควบคุมตัวไว้ และรักษา ก่อนปล่อยให้เดินทางกลับประเทศ   ล่าสุดพบรายที่ 2 ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนา อยู่ในความควบคุมของแพทย์ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อทั่วไป บอกว่า ตอนนี้มีหญิงสูงอายุชาวจีนรายหนึ่ง มีอาการป่วยตั้งแต่ที่จีนแล้ว แต่ซื้อทัวร์ไว้จึงเดินทางมา แต่ระบบตรวจพบเชื้อ จึงส่งไปห้องแยกโรค เมื่อ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/r1c6-GCAwDc

 838
เศรษฐกิจ
13 ม.ค. 63

ก.ท่องเที่ยวเสนอ ครม.ฟรีวีซ่า ดึง นทท.จีน-อินเดีย เที่ยวไทย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณามาตรการฟรีวีซ่า หรือไม่ต้องขอวีซ่าเมื่อเดินทางเข้าไทย แก่นักท่องเที่ยว2ตลาดใหญ่ ได้แก่ จีน และอินเดีย เข้าพำนักในไทยได้นาน14วัน เหมือนกับกรณีที่คนไทยสามารถเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า   โดยจากสถิติการท่องเที่ยวปี 2562 พบว่าคนจีนเดินทางเข้าไทย 11 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4% สร้างรายได้ 5.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6%  และคนอินเดียเดินทางเข้าไทย 1.9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 22% สร้างรายได้ 8.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 27%   คาดการณ์ว่าในปี 2563 ชาวจีนจะเข้าไทย 11.5-12 ล้านคน สร้างรายได้ 6 แสนล้านบาท ส่วนชาวอินเดียเข้าไทย 2.2 ล้านคน สร้างรายได้ 9.2 หมื่นล้านบาท   มาตรการฟรีวีซ่านี้จึงเป็นยาแรงสำคัญที่จะช่วยดึงนักท่องเที่ยวจีนและอินเดียให้มาเที่ยวไทยต่อเนื่อง สานเป้าหมายรายได้ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศของรัฐบาลปี 2563 ให้ถึง 2.22 ล้านล้านบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-HeMD0IHd0E

 1,339
ข่าวภูมิภาค
11 ม.ค. 63

วางใจ! 'แอตต้า' เผยโรคปอดอักเสบ ไม่กระทบทัวร์จีนเที่ยวไทย รพ.เกาะสมุยพร้อมรับมือ

จากกรณีที่มีการระบาดโรคปอดอักเสบรุนแรง ที่มีการไปเจอที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนนั้น ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีการแพร่ออกมายังประเทศไทย เนื่องจากคนจีนมาเที่ยวไทยเยอะ รวมถึงคนไทยเองก็เดินทางไปเที่ยวจีนเยอะเช่นกัน ซึ่งได้รับข้อมูลยืนยันออกมาว่าเป็นโรคที่เกี่ยวกับโรคซาร์ส แต่ยังไม่มีการระบุสายพันธุ์   ล่าสุดวานนี้ (10 ม.ค.) นายสุรวัช อัครวรมาศ อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวถึง กรณีพบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบในเมืองอู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ยของจีน กว่า 50 รายว่า ยังไม่กระทบกับทัวร์คนจีนมาเที่ยวไทยและคนไทยไปเที่ยวจีน เพราะยังไม่ร้ายแรงถึงขั้นโรคซาร์ส ซึ่งจากการสอบถามไปยังเอเจนซี่ทัวร์คู้ค่าในหลายเมืองที่ประเทศจีน หลายแห่งแทบไม่ทราบเรื่อง สะท้อนให้เห็นว่าโรคยังไม่กระจายไปยังเมืองอื่น และเชื่อมั่นมาตรการป้องกันของจีน ซึ่งนอกจากเข้มข้นแล้วยังใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย   ส่วนการป้องกันของรัฐบาลไทยที่สนามบินนั้นอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยอยากให้ภาครัฐสื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ตื่นตระหนกแต่ต้องระมัดระวัง มั่นใจไม่กระทบบรรยากาศคนจีนมาเที่ยวไทยในช่วงตรุษจีนที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตามด้วยภาวะเศรษฐกิจ เงินบาทแข็งค่า แต่ก็ไม่มีข่าวร้ายใหม่เพิ่มเติม คาดว่าคนจีนมาเที่ยวไทยช่วงตรุษจีนปีนี้จะใกล้เคียงปีที่แล้ว ซึ่งจะมากกว่าช่วงเดือนปกติราว 20 ถึง 30 เปอร์เซนต์ และสถานการณ์สงครามสหรัฐอเมริกากับอิหร่านไม่กระทบบรรยกาศการท่องเที่ยวของคนจีน   ขณะที่นายแพทย์ คำรพ เดชรัตนวิไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกาะสมุย ได้เฝ้าระวังรับมือกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศจีน ที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น  ได้จัดเตรียมห้องแยกเฉพาะปลอดติดเชื้อไว้อยู่แล้ว และมีเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์อย่างเพียงพอ แต่ที่ผ่านมายังไม่พบนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มนี้ที่ป่วยติดเชื้อไวรัสปอดอักเสบ เดินทางเข้ามาในเกาะสมุยแต่อย่างใด จึงขอให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวมั่นใจ เนื่องจากในปัจจุบันนี้ขอยืนยันว่าเรายังไม่พบ   พร้อมฝากถึงพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยว ที่มีไข้สูงเกิน 38  องศาเซลเซียส และมีอาการไอเจ็บคอ หรือเหนื่อยหอบ ก็ขออย่าได้นิ่งนอนใจ ขอให้เดินทางมาพบแพทย์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bDwUw5y7Q1g

 958
สังคม
11 ม.ค. 63

วางใจ! 'แอตต้า' เผยโรคปอดอักเสบ ไม่กระทบทัวร์จีนเที่ยวไทย รพ.เกาะสมุยพร้อมรับมือ

จากกรณีที่มีการระบาดโรคปอดอักเสบรุนแรง ที่มีการไปเจอที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนนั้น ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีการแพร่ออกมายังประเทศไทย เนื่องจากคนจีนมาเที่ยวไทยเยอะ รวมถึงคนไทยเองก็เดินทางไปเที่ยวจีนเยอะเช่นกัน ซึ่งได้รับข้อมูลยืนยันออกมาว่าเป็นโรคที่เกี่ยวกับโรคซาร์ส แต่ยังไม่มีการระบุสายพันธุ์   ล่าสุดวานนี้ (10 ม.ค.) นายสุรวัช อัครวรมาศ อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวถึง กรณีพบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบในเมืองอู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ยของจีน กว่า 50 รายว่า ยังไม่กระทบกับทัวร์คนจีนมาเที่ยวไทยและคนไทยไปเที่ยวจีน เพราะยังไม่ร้ายแรงถึงขั้นโรคซาร์ส ซึ่งจากการสอบถามไปยังเอเจนซี่ทัวร์คู้ค่าในหลายเมืองที่ประเทศจีน หลายแห่งแทบไม่ทราบเรื่อง สะท้อนให้เห็นว่าโรคยังไม่กระจายไปยังเมืองอื่น และเชื่อมั่นมาตรการป้องกันของจีน ซึ่งนอกจากเข้มข้นแล้วยังใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย   ส่วนการป้องกันของรัฐบาลไทยที่สนามบินนั้นอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยอยากให้ภาครัฐสื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ตื่นตระหนกแต่ต้องระมัดระวัง มั่นใจไม่กระทบบรรยากาศคนจีนมาเที่ยวไทยในช่วงตรุษจีนที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตามด้วยภาวะเศรษฐกิจ เงินบาทแข็งค่า แต่ก็ไม่มีข่าวร้ายใหม่เพิ่มเติม คาดว่าคนจีนมาเที่ยวไทยช่วงตรุษจีนปีนี้จะใกล้เคียงปีที่แล้ว ซึ่งจะมากกว่าช่วงเดือนปกติราว 20 ถึง 30 เปอร์เซนต์ และสถานการณ์สงครามสหรัฐอเมริกากับอิหร่านไม่กระทบบรรยกาศการท่องเที่ยวของคนจีน   ขณะที่นายแพทย์ คำรพ เดชรัตนวิไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกาะสมุย ได้เฝ้าระวังรับมือกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศจีน ที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น  ได้จัดเตรียมห้องแยกเฉพาะปลอดติดเชื้อไว้อยู่แล้ว และมีเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์อย่างเพียงพอ แต่ที่ผ่านมายังไม่พบนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มนี้ที่ป่วยติดเชื้อไวรัสปอดอักเสบ เดินทางเข้ามาในเกาะสมุยแต่อย่างใด จึงขอให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวมั่นใจ เนื่องจากในปัจจุบันนี้ขอยืนยันว่าเรายังไม่พบ   พร้อมฝากถึงพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยว ที่มีไข้สูงเกิน 38  องศาเซลเซียส และมีอาการไอเจ็บคอ หรือเหนื่อยหอบ ก็ขออย่าได้นิ่งนอนใจ ขอให้เดินทางมาพบแพทย์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bDwUw5y7Q1g

 958
ข่าวภูมิภาค
31 ธ.ค. 62

นาทีโชเฟอร์รถตู้หลับในชนเสาไฟ นทท.จีน บาดเจ็บ 5 ราย

ภูเก็ต - เกิดอุบัติเหตุรถตู้พุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่าง และป้ายหน้าร้านอาหาร ถนนเฉลิมพระเกียรติร.9(บายพาส) ฝั่งขาเข้า ม.2 ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต คนขับถูกอัดติดอยู่ภายในรถ และมีนทท.ชาวจีนได้รับบาดเจ็บหลายราย   เบื้องต้นที่เกิดเหตุพบรถยนต์ตู้สีขาว สภาพด้านหน้าพังเสียหาย หน้าและหลังรถมีเสาไฟส่องสว่างล้มจำนวน 2 ต้น ป้ายหน้าร้านอาหารพังเสียหาย ที่พื้นพบชื้นส่วนรถและเสาไฟฟ้าแตกกระจาย ตรวจสอบภายในรถพบนักท่องเที่ยวชาวจีน 5 ราย    ส่วนคนขับ ถูกคอนโซลหน้ารถอัดก๊อปปี้ไม่สามารถช่วยเหลือออกมาได้ เจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวจีนทั้ง 5 ราย ออกมาก่อนนำส่งยังโรงพยาบาลสิริโรจน์ภูเก็ตทั้ง 5 ราย จากนั้นได้ทำการตัดถ่าง เพื่อช่วยเหลือคนขับ โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที จึงสามารถนำตัวออกมาได้และนำส่งยังโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตโดยอาการปลอดภัย   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถตู้คันดังกล่าวได้รับนักท่องเที่ยวจากสนามบินนานาชาติภูเก็ต เพื่อไปส่งยังที่พักในพื้นที่หาดป่าตอง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางตรง รถได้พุ่งเข้าข้างทางก่อนพุ่งชนเสาฟ้าส่องสว่างจำนวน 2 ต้นจนหักโค่น และพุ่งชนป้ายหน้าร้านอาหารเสียงดังสนั่น เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้เดินทางไปยังรพ.วชิระภูเก็ตเพื่อสอบปากคำคนขับ และนทท. เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/6HE2PICVdhc

 1,584
สังคม
31 ธ.ค. 62

นาทีโชเฟอร์รถตู้หลับในชนเสาไฟ นทท.จีน บาดเจ็บ 5 ราย

ภูเก็ต - เกิดอุบัติเหตุรถตู้พุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่าง และป้ายหน้าร้านอาหาร ถนนเฉลิมพระเกียรติร.9(บายพาส) ฝั่งขาเข้า ม.2 ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต คนขับถูกอัดติดอยู่ภายในรถ และมีนทท.ชาวจีนได้รับบาดเจ็บหลายราย   เบื้องต้นที่เกิดเหตุพบรถยนต์ตู้สีขาว สภาพด้านหน้าพังเสียหาย หน้าและหลังรถมีเสาไฟส่องสว่างล้มจำนวน 2 ต้น ป้ายหน้าร้านอาหารพังเสียหาย ที่พื้นพบชื้นส่วนรถและเสาไฟฟ้าแตกกระจาย ตรวจสอบภายในรถพบนักท่องเที่ยวชาวจีน 5 ราย    ส่วนคนขับ ถูกคอนโซลหน้ารถอัดก๊อปปี้ไม่สามารถช่วยเหลือออกมาได้ เจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวจีนทั้ง 5 ราย ออกมาก่อนนำส่งยังโรงพยาบาลสิริโรจน์ภูเก็ตทั้ง 5 ราย จากนั้นได้ทำการตัดถ่าง เพื่อช่วยเหลือคนขับ โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที จึงสามารถนำตัวออกมาได้และนำส่งยังโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตโดยอาการปลอดภัย   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถตู้คันดังกล่าวได้รับนักท่องเที่ยวจากสนามบินนานาชาติภูเก็ต เพื่อไปส่งยังที่พักในพื้นที่หาดป่าตอง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางตรง รถได้พุ่งเข้าข้างทางก่อนพุ่งชนเสาฟ้าส่องสว่างจำนวน 2 ต้นจนหักโค่น และพุ่งชนป้ายหน้าร้านอาหารเสียงดังสนั่น เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้เดินทางไปยังรพ.วชิระภูเก็ตเพื่อสอบปากคำคนขับ และนทท. เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/6HE2PICVdhc

 1,584

Top