ค้นหา :

ผลการค้นหา "นททจีน"

สังคม
02 ธ.ค. 62

เปิดโปงไกด์จีนเถื่อน อ้างตรา รพ.ศิริราช หลอกขายยาให้ นทท.จีน คนวงในแฉละเอียดเหลี่ยมโจรหัวใส

แฉไกด์เถื่อน! อ้างตราโรงพยาบาลศิริราช หลอกขายยานักท่องเที่ยวจีน     ปัญหาไกด์เถื่อนหลอกขายสินค้าให้นักท่องเที่ยว ถูกพัฒนารูปแบบไป ล่าสุดพบไกด์เถื่อน ใช้วิธีหลอกขายยารักษาโรคให้นักท่องเที่ยวชาวจีน โดยนำเอาตราของโรงพยาบาลศิริราช มาใช้แอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ นานหลายเดือนแล้ว ติดตามจากรายงานคุณชญตร์ มุกดาหาร   ทีมข่าวได้รับการเปิดเผยข้อมูลสำคัญจากมัคคุเทศก์ชายรายนี้ ที่ขอให้เราเรียกเขาว่า 'ไกด์เอ'   ไกด์เอ นำภาพถ่ายของเอกสารการสั่งซื้อยาสามัญ ของไกด์ชาวต่างชาติ หรือที่เรียกกันว่า ไกด์เถื่อน นำไปเสนอขายให้กับนักท่องเที่ยวจีน ที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยในลักษณะกรุ๊ปทัวร์ศูนย์เหรียญ   ในใบสั่งซื้อนี้ มีทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และส่วนใหญ่เป็นภาษาจีน ที่บรรยายสรรพคุณยาไว้อย่างละเอียด พร้อมกับถูกสนนยาแต่ละชนิดในราคาที่แตกต่างกันไป ครีมลายเสือ หรือ ยาหม่อง สนนราคาที่ 4 กระปุก 2,500 บาท ยาแก้ไอ 3 ขวด 850 บาท และที่น่าตกใจคือ ตราโรงพยาบาลศิริราช ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อ   ไกด์เอ อธิบายเพิ่มเติมว่า ไกด์เถื่อน ในคราบพ่อค้าหัวหมอ จะเริ่มบรรยายสรรพคุณยาตั้งแต่ช่วงวันแรกที่ลูกทัวร์มาถึง และค่อยแจกใบสั่งซื้อยาให้กับลูกทัวร์ในรถโดยสาร ซึ่งสูงกว่าต้นทุน 80-90 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นจะโทรศัทพ์ไปสั่งที่โรงงาน หรือร้านขายส่ง ให้นำไปจัดส่งให้ลูกทัวร์ที่โรงแรม หรือสนามบิน ก่อนวันเดินทางกลับ   เรื่องนี้ ทางนายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย คาดว่ามีการนำตราโรงพยาบาลมาอ้างมีมานานกว่าหลายเดือน   ขณะเดียวกัน ทางทีมข่าวได้ติดต่อไปยังโรงพยาบาลศิริราช ที่ถูกกล่าวอ้าง ยืนยันทางโรงพยาบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขาย หรือผลิตยาเหล่านี้ ซึ่งถือว่าทางโรงพยาบาลถูกแอบอ้าง และขณะนี้อยู่ระหว่างการปรึกษานิติกรของโรงพยาบาล

 1,291
ต่างประเทศ
07 ต.ค. 62

ชาวจีนแห่เที่ยวเขาหวงซาน แน่นขนัดช่วงหยุดยาววันชาติจีน

บรรยากาศการท่องเที่ยวของชาวจีนช่วง Golden Week วันหยุดยาววันชาติจีน โดยมีผู้คนแห่ไปเที่ยวชมภูเขาหวงซาน (ภูเขาเหลือง) ในมณฑลอานฮุย กันอย่างแน่นขนัด เกือบ 45,000 คน มีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 50% ของปีที่แล้ว ทำให้บางคนต้องมารอเข้าคิวกว่า 2 ชม.เป็นอย่างต่ำ เพื่อขึ้นเขากันตั้งแต่เช้ามืด    

 1,042
ต่างประเทศ
01 ต.ค. 62

คาดชาวจีนแห่เที่ยวในประเทศช่วงโกลเด้นวีค หยุดยาววันชาติจีน 800 ล้านคน

วันชาติจีน 1 ตุลาคม 2562 ซึ่งตรงกับช่วง Golden Week สัปดาห์ทองหยุดยาว โดยบริษัททริป (Ctrip) บริษัทท่องเที่ยวยักษ์ใหญ่ของจีนคาดว่าจะมีชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากถึง 800 ล้านคน ซึ่งมากกว่าปีที่แล้วถึง 9.43% ขณะที่คาดว่าจะมีชาวจีนจะเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศประมาณ 7.5 ล้านคน  

 1,111
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ย. 62

ผุดอาชีพใหม่ สะบัดธงไล่นกพิราบให้ นทท.จีนถ่ายรูปที่ประตูท่าแพ สุดท้ายไม่รอด โดนเทศกิจจับ

เชียงใหม่-เจ้าหน้าที่เทศกิจ เทศบาลนครเชียงใหม่ ทำการตรวจที่บริเวณลานประตูท่าแพ ตามที่มีประชาชนร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากการที่มีผู้ลักลอบนำอาหารนกมาเร่ขายให้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวจีนเพื่อให้อาหารนกพิราบและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก   โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ทั้งหมด 9 คน พร้อมยึดของกลางจำนวนมาก ทั้งอาหารนกบรรจุในถุงพลาสติก และเงินสดจากการขายอาหารนกจำนวนหลายพันบาท รวมทั้งอุปกรณ์ส่งเสริมการขายเป็นธงที่ใช้โบกทำให้นกตกใจและบินขึ้นพร้อมกันทั้งฝูงเป็นฉากหลังให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพ   โดย 1 ในผู้ต้องหาเปิดเผยว่า ได้ให้บริการทำให้ฝูงนกตกใจแล้วบินขึ้นจากพื้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนถ่ายภาพ ด้วยการใช้แผ่นพลาสติกที่เก็บจากกองขยะมาผูกติดกับด้ามไม้ให้เป็นธงเพื่อช่วยทุ่นแรง ได้ค่าตอบแทนจากนักท่องเที่ยวครั้ง 20-30 บาท และเฉลี่ยวันละ 200-300 บาท   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวทั้งหมดพร้อมของกลางที่ตรวจยึดได้ทำบันทึกการจับกุมแล้วส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดีในฐานความผิดจำหน่ายสินค้าในที่และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 20 ประกอบกับมาตรา 54 มีโทษปรับ 2,000 บาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wLQrBsf-aPI

 3,194
สังคม
25 ก.ย. 62

ผุดอาชีพใหม่ สะบัดธงไล่นกพิราบให้ นทท.จีนถ่ายรูปที่ประตูท่าแพ สุดท้ายไม่รอด โดนเทศกิจจับ

เชียงใหม่-เจ้าหน้าที่เทศกิจ เทศบาลนครเชียงใหม่ ทำการตรวจที่บริเวณลานประตูท่าแพ ตามที่มีประชาชนร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากการที่มีผู้ลักลอบนำอาหารนกมาเร่ขายให้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวจีนเพื่อให้อาหารนกพิราบและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก   โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ทั้งหมด 9 คน พร้อมยึดของกลางจำนวนมาก ทั้งอาหารนกบรรจุในถุงพลาสติก และเงินสดจากการขายอาหารนกจำนวนหลายพันบาท รวมทั้งอุปกรณ์ส่งเสริมการขายเป็นธงที่ใช้โบกทำให้นกตกใจและบินขึ้นพร้อมกันทั้งฝูงเป็นฉากหลังให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพ   โดย 1 ในผู้ต้องหาเปิดเผยว่า ได้ให้บริการทำให้ฝูงนกตกใจแล้วบินขึ้นจากพื้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนถ่ายภาพ ด้วยการใช้แผ่นพลาสติกที่เก็บจากกองขยะมาผูกติดกับด้ามไม้ให้เป็นธงเพื่อช่วยทุ่นแรง ได้ค่าตอบแทนจากนักท่องเที่ยวครั้ง 20-30 บาท และเฉลี่ยวันละ 200-300 บาท   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวทั้งหมดพร้อมของกลางที่ตรวจยึดได้ทำบันทึกการจับกุมแล้วส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดีในฐานความผิดจำหน่ายสินค้าในที่และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 20 ประกอบกับมาตรา 54 มีโทษปรับ 2,000 บาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wLQrBsf-aPI

 3,194
เศรษฐกิจ
16 ก.ย. 62

ผุดไอเดียชวนคนตระกูลแซ่ ดึงญาติเมืองจีนเที่ยวไทย

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ หารือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อประสานสมาคมตระกูลแซ่ต่างๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทย เพื่อดำเนินการเชิญคนจีน มาพบปะพี่น้องตระกูลแซ่ที่เมืองไทย โดยรัฐบาลจะหาสิทธิพิเศษมอบให้กับนักท่องเที่ยวเบื้องต้น ได้ขอให้ทาง ททท.ลองไปพิจารณา รูปแบบที่ชัดเจน และเมื่อได้ข้อสรุปจะเริ่มดำเนินการทันที ซึ่งก่อนหน้านี้จีนเคยจัดงานตระกูลแซ่ โดยเชิญคนไทยเชื้อสายจีนไป เที่ยวที่จีนเช่นกัน   ทั้งนี้ ททท.จะเป็นผู้ไปประสานสมาคมแซ่ต่างๆ จุดประสงค์เพื่อสานสัมพันธ์ ให้คนจีนในแผ่นดินใหญ่มมาเยี่ยมญาติชาวไทยเชื้อสายจีนมาซึ่งกลุ่มตระกูลแซ่จะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ เป็นกลุ่มคนจีนที่มีเงิน มีฐานะ หากเดินทางเข้ามาเที่ยวในไทยได้มากขึ้น ก็ช่วยกระตุ้นรายได้ช่วงปลายปีของไทย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/16k2bDKc4Qk

 1,456
ข่าวภูมิภาค
30 ส.ค. 62

บุกตรวจวัดดัง โดนแฉให้นายทุนเช่าที่ ขายเครื่องราง-จัดฉากจ้างพระพรมน้ำมนต์ ดูดเงินทัวร์จีน

จากกรณีมีการแฉนายทุนจีนเช่าพื้นที่วัดเขาไม้แก้ว ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี สร้างอาคารเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ภายในเปิดเช่าพระ เครื่องรางของขลังราคาแพง มีพระสงฆ์นั่งบนอาสนะ พรมน้ำมนต์ได้เงินค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาท/รูป และมีคนจีนโกนหัวคล้ายพระ 8 คน ทำหน้าที่เชิญชวนนักท่องเที่ยวหลอกขายพระราคาสูง ทำให้ถูกวิจารณ์ว่าเข้าข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญ   หลังเรื่องนี้ถูกตีแผ่ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ และตำรวจสันติบาล จ.ชลบุรี ได้เข้าตรวจค้นและบุกจับ โดยคนจีนที่ได้รับการว่าจ้างมายืนอยู่ด้านในอาคาร โกนหัวใส่เสื้อสีน้ำตาลอ่าน สวมกางเกงขาว ทำหน้าที่ให้เช่าพระเครื่อง เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ต่างพากันวิ่งหนีกระเจิง ซึ่งจับกุมได้ 8 คน นำตัวไปสอบสวนดำเนินคดีข้อหา เป็นคนต่างด้าวโดยไม่มีอนุญาตทำงาน, เป็นบุคคลต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรชั่วคราว ประกอบอาชีพหรือรับจ้างทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต, เป็นบุคคลต่างด้าวไม่พกหนังสือเดินทาง ก่อนคุมตัวส่งฟ้องศาลแขวงพัทยา   ล่าสุดบรรยากาศภายในวัดเงียบเหงา ไม่มีนักท่องเที่ยวหรือทัวร์จีนมาลงอาจเป็นเพราะกระแสข่าวดังกล่าว จากนั้นได้ไปตรวจอาคารที่ถูกแฉว่าจัดฉากเป็นวัด พบเป็นอาคารชั้นเดียวทาสีเหลือง ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังสมเด็จองค์ปฐม แบ่งเป็น 4 ห้อง แต่ละห้องเปิดให้เช่าพระและเครื่องรางของขลังจริง มีการติดป้ายบอกราคารเช่าชัดเจน โดยพระใส่กรอบทองราคาเช่าหลักพันบาท ส่วนเครื่องรางต่าง ๆ และพระวัดดังบางองค์ใส่ตลับพลาสติก ไม่ได้ติดป้ายราคาใด ๆ ภายในยังพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่บนโต๊ะ และมีอาชนะสำหรับพระสงฆ์เพื่อประพรมน้ำมนต์   ผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามพระสงฆ์รูปหนึ่งที่ทางวัด และบริษัทเอกชนผู้เช่าพื้นที่ให้ไปนั่งบนอาสนะ เผยว่า มีหน้าที่พรมน้ำมนต์และให้พรนักท่องเที่ยวที่กราบไหว้ โดยทางบริษัทเอกชนจะถวายเงินให้ 500 บาท/วัน(เดือนละ 15,000 บาท)  มีพระ 3 รูป ที่ทางวัดให้ไปนั่งอาชนะในอาคารดังกล่าวทั้งวัน แทบไม่ได้รับกิจนิมนต์ เพราะในแต่ละวันนักท่องเที่ยวจีนเยอะมาก   มีการระบุว่าเมื่อทัวร์นักท่องเที่ยวจีนมาที่วัดฯ จะเข้าไปราบพระในอุโบสถ และกราบสมเด็จองค์ปฐม ซึ่งทางวัดเพิ่งสร้างขึ้นได้ 3 ปี คล้ายอุโบสถ ด้านล่างเป็นวิหารหลวงพ่อชั้น จากนั้นนักท่องเที่ยวจะถูกต้อนเข้าไปในอาคารที่นายทุนจีนได้เช่าพื้นที่เปิดเช่าพระ เงินสะพัดเข้ากระเป๋านายทุนจีน ทั้งนี้พบว่าจะรับแต่ทัวร์จีนเท่านั้น วันละประมาณ 20-30 คันรถบัส   ด้านพระครูสุนทรรัตนาภิรมย์ เจ้าอาวาสวัดเขาไม้แก้ว เผยว่า ทางวัดไม่คิดว่ากรณีดังกล่าวจะมีปัญหา วัดมีรายได้ไม่พอใช้จ่าย จึงแบ่งพื้นที่บางส่วนให้บริษัทเอกชนมาเช่าพื้นที่ว่างประมาณ 100 ตารางวา ทำสัญญา 5 ปี  และได้ขออนุญาตจากสำนักงานพระพุทธศาสนาเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่ได้ติดขัดอะไรเพราะดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่าง โดยทางวัดจะได้ค่าเช่าที่ 30,000 บาท/เดือน เงินบริจาคต่าง ๆ ก็เป็นของวัด ทางวัดก็จัดทำบัญชีแจ้งให้สำนักพุทธฯทราบทุกเดือน  ส่วนเงินที่ได้จากการเช่าพระ เครื่องรางของขลังเป็นของบริษัทเอกชนที่ทำการเช่าพื้นที่วัด   ส่วนที่กล่าวหาว่ามีการสร้างโบสถ์ขึ้นอีก 1 หลังเพื่อใช้รองรับนักท่อง เที่ยวนั้นคงเป็นเรื่องของความคลาดเคลื่อน เพราะโบสถ์แห่งนี้จริงๆคือศาลาการเปรียญที่พระใช้ทำพิธีทางสงฆ์ในวันสำคัญทางพุทธศาสนาหรือวันพระที่ชาวบ้านจะมาทำบุญ ส่วนพระพรหมหรือองค์พระปฐมก็สร้างมาแต่เดิม ทางวัดจ้างชาวบ้านให้มาจำหน่ายดอกไม้ ธูปเทียนแก่นักท่องเที่ยวเท่านั้น   อย่างไรก็ตามวัดมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการที่บริษัทเอกชนมาเช่าพื้นที่รับทัวร์จีน เพื่อนำไปทำนุบำรุงศาสนา เช่น สร้างกุฏิ ค่าใช้จ่ายในวัด ให้ทุนการศึกษาเด็กในโรงเรียนของวัด 3 แห่ง สร้างอาชีพให้ชาวบ้านโดยการนำสินค้าโอทอปมาจำหน่าย  ส่วนพระเครื่องที่อ้างว่าจำหน่ายในราคาแพงนั้นได้กำชับให้ดำเนินการอย่างเป็นธรรม การลงข่าวเช่นนี้ทำให้วัดเสียหายและไม่ถูกต้อง   ด้านนายเดชา ก่อเกิด ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ชลบุรี กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์วัดมีสิทธิ์ดำเนินการได้ แต่ต้องขออนุญาตอย่างถูกต้องว่ามีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร ทางวัดเขาไม้แก้วทำอย่างถูกต้องและมีการส่งรายงานบัญชีแก่สำนักพุทธฯ เป็นประจำทุกเดือน ตอนนี้เหลือเพียงการจัดทำผังพื้นที่ ที่นำไปให้เช่าประโยชน์เพื่อประกอบในการขออนุญาตเท่านั้น จากการตรวจสอบไม่พบความผิดอะไร   ขณะที่ตัวแทนบริษัทเอกชนผู้เช่าพื้นที่ เผยว่า กิจการนี้ไม่ได้หลอกลวงนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด เป็นเพียงการนำนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมศาสนสถาน และกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีนที่ชื่นชอบในพระพุทธศาสนา ส่วนจะทำบุญหรือเช่าพระเครื่องหรือไม่ก็ไม่ได้บังคับ และทุกองค์ก็มีราคาติดแจ้งไว้อย่างถูกต้อง   โดยกิจการนี้เพิ่งเปิดมา 3 เดือน มีพนักงานประมาณ 10 กว่าคน ซึ่งหลังเป็นข่าวเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาตรวจสอบและคุมตัวพนักงานบางส่วนไปแล้ว เพราะไม่มีใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้อง ที่ไม่ได้จัดทำให้ก็เพราะค่าใช้จ่ายในการขออนุญาตสูงกว่าแสนบาท/ราย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lZwshb76W70

 7,462
แชร์ออฟเดอะเดย์
26 ส.ค. 62

'ต้อม รัชนีกร' ฝากตามหา กระเป๋าเงินลูกสาวหล่นกลางห้าง นทท.จีนเก็บได้ วอนขอรูปคู่ยายที่เพิ่งเสียคืน

ต้อม-รัชนีกร พันธุ์มณี นักแสดงหญิง โพสต์คลิปวงจรปิดลงอินสตาแกรม เพื่อขอให้ช่วยแจ้งเบาะแสกรณีลูกสาวทำกระเป๋าเงินหล่นหาย ภายในห้างดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และได้ไปทำการแจ้งความ ก่อนจะมาขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้างดังกล่าว ซึ่งก็พบว่ามีชายหญิงคู่หนึ่งเป็นผู้ที่เก็บได้ แต่ไม่ยอมส่งคืน จึงขอให้โลกโซเชียลช่วยกันแชร์ให้ผู้ที่เก็บกระเป๋าเงินได้ส่งคืน เนื่องจากต้องการรูปของยายที่น้องวีวี่รักที่สุด และไม่มีรูปอีกแล้ว   ต่อมามีรายงานว่า ภายในกระเป๋ามีเงินสดจำนวน 10,000 บาท เอกสารสำคัญหลายอย่าง รวมทั้งรูปของคุณยายที่เพิ่งจะเสียชีวิต ไปเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งใช้กล้องโพลารอยด์ถ่ายไว้ และมีรูปเดียวที่ลูกสาวชอบที่สุด จนต้องนำรูปใส่กระเป๋าเงินติดตัวไว้ตลอดเวลา ซึ่งตอนแรกไม่ทราบว่าไปทำหายที่ไหน จึงได้ไปแจ้งความ และไปขอดูกล้องที่ห้างฯ ก็พบว่ามีหญิงชายคู่หนึ่งหยิบกระเป๋าเงินไป   เมื่อตรวจสอบไปตามกล้องวงจรตัวอื่น ๆ ในสถานที่ต่าง ๆ จนพบว่าชายหญิงคู่นี้เป็นชาวจีน จึงคิดว่าน่าจะนำไปแค่เงินสดในกระเป๋า ส่วนตัวกระเป๋ากับเอกสารนั้นน่าจะทิ้งไปแล้ว จึงอยากขอให้ผู้ที่ไปพบหรือเก็บได้ ช่วยนำส่งคืนด้วย เนื่องจากทั้งเอกสารก็สำคัญ และรูปของยายก็มีคุณค่าทางจิตใจมาก ซี่งถ้าใครพบ ก็รบกวนส่งกลับตามที่อยู่ในเอกสาร และขอให้ระบุด้วยว่าใครส่งคืน เพื่อจะได้ขอบคุณ       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZFSR66O7VtA

 3,683
เศรษฐกิจ
23 ส.ค. 62

นายกฯแจงเบรคฟรีวีซ่าจีน/อินเดีย - ขยายเวลาเปิดผับตี 4 ต้องดูอย่างรอบด้าน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวกรณีที่รัฐบาลตีตกมาตรการฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย โดยระบุว่า   ต้องดูว่าคุ้มค่าหรือไม่ และประเทศต้นทางเขาต้องการหรือไม่ ถ้าเราตั้งของเราฝ่ายเดียว ขณะเดียวกันต้นทางเขาอยากควบคุมคุณภาพนักท่องเที่ยวของเขาอยู่เหมือนกัน ซึ่งเขาไม่ต้องการคนที่หลบหนีออกมาอยู่ในประเทศของเรา ซึ่งจะมีอันตราย เรื่องความมั่นคง รวมถึงการทุจริตผิดกฎหมายต่างๆ   ถ้าเราเปิดช่องทางตรงนี้มากๆ จะเป็นผลเสียหรือเปล่า จึงต้องมาทบทวนกันก่อน ขอให้เป็นสเต็ปๆ ไป สิ่งที่กระทรวงท่องเที่ยวฯ รายงานมา ยอดนักท่องเที่ยวอาจตกไปบ้าง แต่ไม่ได้ตกมากมายจนแก้ไขไม่ได้ เดี๋ยวค่อยหามาตรการต่างๆ เสริมเข้าไป วันนี้หลายพื้นที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการท่องเที่ยวแล้ว บางพื้นที่ก็ไปไม่ได้ เราควรใช้โอกาสนี้ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามา แต่การให้ฟรีวีซ่า ต้องดูความมั่นคงด้วย   ส่วนมาตรการขยายเวลาปิดผับถึงตี 4 ก็ต้องไปทบทวนดูว่าสามารถทำได้หรือไม่ เพราะไม่อยากให้คิดว่าเราแก้ปัญหาหนึ่งแต่นำไปสู่อีกปัญหาหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาสังคม วัยรุ่น สิ่งแวดล้อม รัฐบาลต้องดูภาพรวม          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/hEvJiH4mBNQ

 779
เศรษฐกิจ
21 ส.ค. 62

ตีตกฟรีวีซ่า นทท.จีน-อินเดีย หวั่นได้ไม่คุ้มเสีย กระทบความมั่นคง-สิ่งแวดล้อม

ที่ประชุม ครม.ไม่เห็นชอบมาตรการฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวชาวจีนและอินเดีย ตามข้อเสนอของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา   ซึ่งในที่ประชุม ครม. รัฐมนตรีหลายคนออกความเห็นคัดค้านมาตรการดังกล่าว โดยนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ได้ระบุว่า จะกระทบกับความมั่นคง และไทยต้องการสนับสนุนนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพเข้ามามากกว่าปริมาณ   ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย แสดงความเป็นห่วงความเพียงพอของสาธารณูปโภคพื้นฐานที่รองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความเป็นห่วงว่าอาจทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยเกินกว่าปริมาณที่ธรรมชาติในเขตป่าไม้และอุทยานจะรับไหว และทำให้ปริมาณขยะในป่าไม้และทะเลมีปริมาณเพิ่มขึ้นหากไม่มีการจัดการที่ดีพอ และอาจได้ไม่คุ้มเสีย   ทั้งนี้ เมื่อมีเสียงคัดค้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวฯ ได้พยายามขอให้ ครม.เห็นข้อดีของมาตรการนี้ที่จะดึงกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย โดยขอให้ทดลองดูในระยะเวลาสั้นๆก่อน แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่ได้รับความยินยอมและสนับสนุนจากรัฐมนตรีอื่นๆ นายพิพัฒน์จึงยอมถอย   อย่างไรก็ตาม ครม.เห็นชอบเพียงการต่ออายุการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าหน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on arrival) 2,000 บาทสำหรับนักท่องเที่ยวจาก 18 ชาติ และ 1 เขตเศรษฐกิจ ซึ่งในนี้มีจีนและอินเดียที่จะสิ้นสุดวันที่ 31 ต.ค.นี้ ออกไปอีก 6 เดือน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xXXJ4_-9sik

 1,134
เศรษฐกิจ
20 ส.ค. 62

'บิ๊กป้อม' ไม่เห็นด้วยฟรีวีซ่า นทท.จีน-อินเดีย รมว.คลัง-ท่องเที่ยว ประสานเสียงเสนอเข้า ครม.วันนี้

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่เห็นด้วยกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวอินเดียและจีน เพื่อหวังกระตุ้นและดึงดูดนักท่องเที่ยวว่า เรื่องนี้ตนไม่เห็นด้วย และกระทรวงการต่างประเทศก็คงไม่เห็นด้วย เพราะนักท่องเที่ยวจีนและอินเดียมีประชากรจำนวนมาก ถ้าเข้ามาแล้ว เกรงจะเป็นปัญหาได้   ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวว่ามาตรการดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจาก ครม.เศรษฐกิจ และได้มอบให้ไปหารือกับกระทรวงต่างประเทศ และฝ่ายความมั่นคงแล้ว ยืนยันจะเสนอมาตรการนี้เข้าสู่ ครม.วันที่ 20 ส.ค.นี้ หากมีข้อคิดเห็นไม่ตรงกันขอให้หารือในที่ประชุม ครม.ก่อน ถ้าไม่มีมาตรการนี้ จะไม่ส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม   ขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า จะเสนอมาตรการฟรี วีซ่าแก่นักท่องเที่ยวจีนและอินเดียต่อที่ประชุม ครม.วันที่ 20 ส.ค.นี้ แม้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และนายดอน คัดค้าน เพราะเกรงกระทบความมั่นคง   แต่มาตรการนี้ผ่าน ครม.เศรษฐกิจแล้ว คาดจะสร้างรายได้ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกกว่า 300,000 ล้านบาท ส่วน พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า กระทรวงการต่างประเทศคัดค้านอยู่แล้ว และเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะจีนและอินเดียมีประชากรกว่า 1,200 ล้านคน การจะให้เข้าไทยง่ายๆไม่ค่อยเห็นด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dLre5PvocWc

 871
เศรษฐกิจ
20 ส.ค. 62

'ดอน' แนะไทยต้องจัดระบบภายในให้ดี ก่อนให้ฟรีวีซ่าจีน-อินเดีย

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการที่กระทรวงการต่างประเทศแสดงความคิดเห็น คัดค้านการให้ฟรีวีซ่ากับนักท่องเที่ยวจีน-อินเดียว่า   ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะพุ่งเป้าไปที่ประเทศใดเป็นการเฉพาะ แต่เมื่อพูดถึงประเทศที่มีประชากรเป็นพันล้านคน เรารู้ดีว่าองคาพยพในประเทศของเรายังต้องปรับปรุงคุณภาพเพื่อให้รองรับจำนวนคนที่มากขนาดนั้นได้ หากไม่มีการยื่นขอวีซ่าเราจะไม่รู้เลยว่าใครเป็นใคร ขณะที่เมื่อมีการตรวจสอบก็ยังพอจะทราบข้อมูลเบื้องต้นจากเอกสารที่นำมายื่นขอวีซ่า   การขอวีซ่าและการคัดกรองคนเข้าประเทศถือเป็นแนวปฏิบัติสากล เหมือนกับที่เมื่อคนไทยเดินทางไปประเทศอื่นก็จะต้องมีการคัดกรองกันเป็นปกติ เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติ แต่ทำให้เรามีประสิทธิภาพในการรับรองผู้มาเยือนได้มากขึ้น การดูแลและคัดกรองผู้ที่จะเดินทางเข้ามาไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังช่วยให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนมีความปลอดภัยด้วยเช่นกัน   ปัญหาของไทยอยู่ที่เราต้องมีการปรับปรุงคุณภาพของเราเองในหลายด้าน ตั้งแต่การบริหารจัดการเมื่อมีคนเข้าประเทศ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และความพร้อมในหลายหลายส่วน เพราะหากมีปริมาณนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก เราต้องสามารถดูแลนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้เขาท่องเที่ยวได้อย่างมีคุณภาพ และไม่ให้เกิดผลกระทบใดๆ เขาจึงจะประทับใจและเดินทางมาเยือนไทยอีก   “เราขอบคุณนักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางมาเยือนไทย แต่เราไม่สามารถเปิดก๊อกให้น้ำพุ่งเต็มกำลังโดยที่เรายังไม่พร้อมที่จะรองรับได้ อย่างไรก็ดีเราจะพยายามดูแล เพื่อพัฒนาความสามารถของเราให้สามารถรับน้ำที่พวยพุ่งได้ภายหน้า เพราะฉะนั้นประเด็นใหญ่ของเราคือต้องจัดการเรื่องภายในให้เรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ เมื่อมีระบบที่ดีแล้วนักท่องเที่ยวจะมาแค่ไหนอย่างไร เราก็เชื่อว่าเขาจะมาและกลับไปด้วยความประทับใจ และน่าจะกลับมาเยือนประเทศไทยอีก” นายดอนกล่าว   ปัจจุบันมีปัจจัยภายนอกหลายอย่างที่ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยว เราต้องพยายามมองให้ครบ 360 องศา ไม่ได้มองแค่มิติใดมิติหนึ่งแต่ต้องมองแบบองค์รวม เพราะมันมีความเชื่อมโยงในเรื่องต่างๆ อยู่ ทั้งนี้การจะกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยเน้นจำนวนนักท่องเที่ยวควรต้องทำควบคู่กับคุณภาพในการดูแลคนที่เข้ามาท่องเที่ยวด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/P2sMDQOlwyg

 1,667
เศรษฐกิจ
19 ส.ค. 62

กต.ค้านฟรีวีซ่า นทท.จีน-อินเดีย หวั่นกระทบความมั่นคง หนีกบดาน-แย่งงานคนไทย

จากกรณีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณามาตรการยกเว้นวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวชาวจีนและอินเดียที่เดินทางมาไทย กำหนดให้พำนักในไทยได้ 15 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ ‪1 พ.ย. 2562 – 31 ต.ค. 2563 หรือเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ   แต่ล่าสุดทางกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกหนังสือแสดงความไม่เห็นด้วยต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โดยระบุว่าหากนโยบายนี้เกิดขึ้นจริง จะส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ   ในหนังสือระบุว่า ควรยกเว้นวีซ่าให้กับชาวต่างชาติที่มีความเสี่ยงน้อย หรือไม่มีความเสี่ยงต่อความมั่นคงในทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง อื่นๆ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะจีนและอินเดียเป็นประเทศใหญ่ มีประชากรเป็นพันล้านคน ถ้าได้รับการยกเว้นวีซ่าเข้าไทย อาจมีการเข้ามากบดานในไทยเพื่อหนีภัยธรรมชาติและความยากจน นำไปสู่ปัญหาด้านสังคม วัฒนธรม วิถีชุมชนในไทย   นอกจากนี้ในปัจจุบัน ยังมีชาวจีนจำนวนมากใช้ช่องว่างในการท่องเที่ยว เข้ามาทำธุรกิจในไทย ควบคุมกลไกการตลาด สร้างโกดังผลผลิตทางการเกษตร ธุรกิจท่องเที่ยวแบบครบวงจร ส่วนชาวอินเดีย มักมีการใช้หลักฐานเท็จยื่นขอวีซ่า เพ่อหลบหนีเข้ามาทำมาหากินในเมืองไทย   อย่างไรก็ตาม สมาคมท่องเที่ยวธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) แสดงความเห็นต่าง มองว่ามาตรการยกเว้นวีซ่าชาวจีนและอินเดียเป็นเรื่องที่ดี และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะชาวอินเดีย เพราะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวใหญ่เป็นอันดับ 2 ของไทย การอำนวยความสะดวกดังกล่าวจะกระตุ้นให้ นทท.เดินทางมามากขึ้น มั่นใจการท่องเที่ยวของไทยจะฟื้นตัวขึ้น ไม่น่าส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ตามความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mbu1jovN-sI

 2,816
ข่าวภูมิภาค
08 ก.ค. 62

คลิป นทท.จีนเมาทะเลาะกันเอง ก่อนลามมีเรื่องการ์ดผับพัทยา ตร.เรียกสอบ ต่างฝ่ายไม่ติดใจกัน

พัทยา-มีคลิปเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท ระหว่างนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ กับพนักงานรักษาความปลอดภัยของสถานบันเทิงภายในวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ให้เสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก   ต่อมา ตำรวจสภ.เมืองพัทยา ได้เชิญตัวทั้งสองฝ่ายคือนักท่องเที่ยวจีน และกลุ่มการ์ดสถานบันเทิงภายในวอล์คกิ้งสตรีท มาสงบสติอารมณ์เนื่องจากอยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนัก เมื่อทั้งสองอยู่ในอาการสร่างเมาแล้ว ก็ได้เปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าก่อนเกิดเหตุได้ทะเลาะกันเองที่บริเวณด้านหน้าสถานบันเทิง จนกระทั้งลุกลามไปมีปัญหากับการ์ดของสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง จนเกิดชุลมุนดังกล่าว   เบื้องต้นคู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้เจรจาปรับความเข้าใจกัน แล้วกล่าวขอโทษซึ่งกันและกัน โดยไม่มีการติดใจเอาเรื่องแต่อย่างใด ส่วนในด้านของการดำเนินคดีนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะแจ้งข้อกล่าวหาไปตามพฤติกรรมการก่อเหตุของแต่ละบุคคลต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iIpSdz2iWLc

 1,191
ข่าวภูมิภาค
01 ก.ค. 62

เสียชื่อประเทศ! รวบหนุ่มก่อสร้าง ขี่ จยย.กระชากกระเป๋า นทท.จีนกลางเกาะสมุย อ้างติดหนี้พนันบอล

สุราษฎร์ธานี-เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวจีน ถูกคนร้ายขี่ จยย.ชิงทรัพย์กระชากกระเป๋า ในย่านช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ ถนนฟิชเชอร์แมนวิลเลจ บริเวณชายทะเลบ้านบ่อผุด เกาะสมุย โดยเป็นกระเป๋าแบรนด์เนมดัง ภายในมีเงินสดไทย 20,000 บาท และเงินสกุลหยวน กว่า 5,000 หยวน และโทรศัพท์มือถือรุ่นไอโฟน X รวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท ทั้งนี้มีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้   ต่อมาตำรวจจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้คือ นายพิระยะ ฉิมลอย อายุ 24 ปี เป็นคนงานก่อสร้างของบริษัทแห่งหนึ่ง โดยจับได้ที่ห้องพักคนงาน พบของกลางเงินสดไทยจำนวน 20,000 บาท เงินหยวน 3,700 หยวน บัตรเครดิต 4 ใบ ส่วนโทรศัพท์ไอโฟน X ผู้ต้องหาได้เผาทำลาย เนื่องจากโทรศัพท์มีระบบสัญญาณติดตาม    เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า ทำงานเป็นคนงานก่อสร้าง ของบริษัทแห่งหนึ่ง ในวันเกิดเหตุ ได้ยืมรถจักรยานยนต์เพื่อน ออกไปขับขี่ และไปพบนักท่องเที่ยวจีนเดินอยู่บนย่านช็อปปิ้งถนนฟิชเชอร์แมนวิลเลจ จึงได้เลี้ยวรถกลับ และพบเหยื่อ จึงได้ขับรถจักรยานยนต์เข้าประชิด แล้วกระชากกระเป๋า และเร่งเครื่องยนต์หลบหนีไป   ผู้ต้องหา ยังกล่าวอีกว่า เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง ที่ จ.ชลบุรี และเกาะสมุย 2 ครั้ง โดยเลือกเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ   ส่วนที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เนื่องจากตนกำลังประสบปัญหาเรื่องเงิน เนื่องจากเป็นหนีพนันฟุตบอลออนไลน์ ประมาณ 100,000 บาท หากไม่สามารถนำเงินไปชำระได้ ถูกเจ้าหนี้ขู่จะทำร้ายร่างกาย จึงจำเป็นต้องก่อเหตุ   ขณะที่นักท่องเที่ยวจีน ผู้เสียหาย ที่ทราบข่าว ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามรถจับกุมคนร้ายได้เเล้ว ได้เดินทางมาดูหน้าคนร้าย พร้อมตรวจสอบทรัพย์สินพบว่า เงินหยวนยังหายไปจำนวนหนึ่ง พร้อมบัตรเครดิตอีก 1 ใบ แต่ถึงอย่างไร ต้องขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ภายในวันเดียว   ส่วนผู้ต้องหา ทางตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาชิงทรัพย์หรือรับของโจร โดยใช้ยานพาหนะ โดยในวันนี้ (1 ก.ค.) จะนำตัวผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนนำตัวขออนุญาตศาลจังหวัดเกาะสมุย ฝากขังในพัดแรก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/znWi8bKRCtI

 794

Top