ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชิงทอง"

สังคม-อาชญากรรม
18 ต.ค. 62

โจรเสื้อกันฝนเข้ามอบตัว หลังบุกชิงทอง 5 บาท ขายได้ 8 หมื่น เอาไปเล่นเกมออนไลน์เกลี้ยงใน 3 วัน

จากเหตุคนร้ายสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ​ ใส่เสื้อกันฝนสีส้มสะท้อนแสง​ ใช้อาวุธประแจเลื่อนขู่พนักงานร้านทอง​ทวีชัย 9​ ถนนบางบอน ​3 แขวงและเขตหนองแขม​ กรุงเทพ​​ฯ ก่อนกวาดแหวนทองไปจำนวนหนึ่ง​ และหลบหนีไปไม่ทราบเส้นทาง​   ก่อนจะมาก่อเหตุที่ร้านทองหน้า​โรงเรียนศึกษานารี​ ถนนเอกชัย​ ท้องที่​ สน.บางบอน​ ซึ่งทั้งสองที่คนร้ายลงมือไม่สำเร็จ​ และมาลงมือซ้ำที่ร้านทองทวีชัย 9​ ท้องที่​ สน.หนองแขม​ กวาดแหวนทอง​ น้ำหนักรวม​ 5  บาท​ หลบหนีไปในที่สุด ตำรวจระดมทีมลงพื้นที่ติดตามเส้นทางหลบหนี   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสมดำ ได้รับการประสานจากพ่อของ ผู้ต้องหาทราบชื่อต่อมานายจิราวุฒิ วงษ์แสง หรือเจ อายุ 24 ปี หลังจากทราบจากปากของลูกชายว่าได้ไปก่อเหตุชิงทรัพย์ตามที่เป็นข่าวนั้น ตนไม่สบายใจจึงแนะนำลูกชายให้มอบตัว เพราะไม่ต้องคอยหลบหนีอีก และมีตำรวจนอกเครื่องแบบแวะเวียนมาตลอดจึงประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสมดำ ว่าลูกชายยินดีเข้ามอบตัว   โดยนายจิราวุฒิยอมรับสารภาพว่า เป็นบุคคลตามในภาพกล้องวงจร และได้เป็นบุคคลก่อเหตุชิงทองจริง ตามที่เป็นข่าว โดยนำทองที่ได้มาไปขายห้างโลตัส ย่านมหาชัย ได้เงินประมาณ 8 หมื่นกว่าบาท นำใช้เล่นเกมสล็อตออนไลน์ จนเสียหมดภายในเวลา 3 วัน ซึ่งตำรวจจะนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

 11
สังคม
18 ต.ค. 62

โจรเสื้อกันฝนเข้ามอบตัว หลังบุกชิงทอง 5 บาท ขายได้ 8 หมื่น เอาไปเล่นเกมออนไลน์เกลี้ยงใน 3 วัน

จากเหตุคนร้ายสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ​ ใส่เสื้อกันฝนสีส้มสะท้อนแสง​ ใช้อาวุธประแจเลื่อนขู่พนักงานร้านทอง​ทวีชัย 9​ ถนนบางบอน ​3 แขวงและเขตหนองแขม​ กรุงเทพ​​ฯ ก่อนกวาดแหวนทองไปจำนวนหนึ่ง​ และหลบหนีไปไม่ทราบเส้นทาง​   ก่อนจะมาก่อเหตุที่ร้านทองหน้า​โรงเรียนศึกษานารี​ ถนนเอกชัย​ ท้องที่​ สน.บางบอน​ ซึ่งทั้งสองที่คนร้ายลงมือไม่สำเร็จ​ และมาลงมือซ้ำที่ร้านทองทวีชัย 9​ ท้องที่​ สน.หนองแขม​ กวาดแหวนทอง​ น้ำหนักรวม​ 5  บาท​ หลบหนีไปในที่สุด ตำรวจระดมทีมลงพื้นที่ติดตามเส้นทางหลบหนี   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสมดำ ได้รับการประสานจากพ่อของ ผู้ต้องหาทราบชื่อต่อมานายจิราวุฒิ วงษ์แสง หรือเจ อายุ 24 ปี หลังจากทราบจากปากของลูกชายว่าได้ไปก่อเหตุชิงทรัพย์ตามที่เป็นข่าวนั้น ตนไม่สบายใจจึงแนะนำลูกชายให้มอบตัว เพราะไม่ต้องคอยหลบหนีอีก และมีตำรวจนอกเครื่องแบบแวะเวียนมาตลอดจึงประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสมดำ ว่าลูกชายยินดีเข้ามอบตัว   โดยนายจิราวุฒิยอมรับสารภาพว่า เป็นบุคคลตามในภาพกล้องวงจร และได้เป็นบุคคลก่อเหตุชิงทองจริง ตามที่เป็นข่าว โดยนำทองที่ได้มาไปขายห้างโลตัส ย่านมหาชัย ได้เงินประมาณ 8 หมื่นกว่าบาท นำใช้เล่นเกมสล็อตออนไลน์ จนเสียหมดภายในเวลา 3 วัน ซึ่งตำรวจจะนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

 11
ข่าวภูมิภาค
02 ต.ค. 62

เจ้าของร้านไหวพริบดี ยื่นทองปลอม 3 บาทให้โจรแสบ สุดท้ายไม่รอดโดนจับ

ยโสธร-เกิดคนร้ายวิ่งราวสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท ภายในร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ถนนอรุณประเสริฐ ในตัว อ.ป่าติ้ว โดยมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพของคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 30 ปี ขี่ จยย.มาจอดริมถนนหน้าร้านทองก่อนเดินเข้าไปในร้านเพื่อขอเลือกดูสร้อยคอทองคำ   จากนั้นเจ้าของร้านทองจึงหยิบสร้อยคอทองคำให้ดู จำนวน 1 เส้น ชายคนดังกล่าวจึงหยิบมาสวมใส่คอของตนเองสักพักจึงถอดออกและถือไว้ในมือ พอได้โอกาสจึงถือเอาสร้อยคอทองคำออกจากร้านและหลบหนีไป   ด้านเจ้าของร้านทองเผยว่า คนร้ายรายนี้เข้ามาขอดูสร้อยทองที่ร้านของตนถึง 2 รอบ โดยรอบแรกได้เข้ามาขอดูสร้อยทองที่มีน้ำหนักมากๆ และตนสังเกตว่ามือของคนร้ายสั่น จึงได้โทรศัพท์เรียกให้เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กันเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนเพราะเห็นท่าไม่ดี จากนั้นคนร้ายก็ได้เดินออกจากร้านไป ต่อมาไม่นานนักคนร้ายรายเดิมก็เดินกลับเข้ามาอีกรอบพร้อมกับขอดูสร้อยทองอีกครั้ง   ตนเห็นท่าไม่ดีนักจึงได้หยิบเอาสร้อยคอทองคำปลอมน้ำหนัก 3 บาท ให้กับคนร้ายดู ซึ่งคนร้ายก็ได้หยิบเอาไปสวมใส่คอตัวเองสักพักจึงถอดออกมาและถือเอาไว้ พร้อมทั้งชวนตนคุยไปเรื่อยแต่พอได้โอกาสคนร้ายจึงรีบวิ่งหลบหนีออกจากร้านไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดเอาไว้หน้าร้านขับขี่หลบหนีไปทันที   ต่อมามีรายงานว่าสามารถจับคนร้ายได้แล้วคือ นายทินกร ตีตา อายุ 30 ปี พร้อมกับรถ จยย.คันก่อเหตุและสร้อยคอทองคำปลอม ตร.เตรียมนำตัวไปดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TgW8REugsYg

 44,909
สังคม
02 ต.ค. 62

เจ้าของร้านไหวพริบดี ยื่นทองปลอม 3 บาทให้โจรแสบ สุดท้ายไม่รอดโดนจับ

ยโสธร-เกิดคนร้ายวิ่งราวสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท ภายในร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ถนนอรุณประเสริฐ ในตัว อ.ป่าติ้ว โดยมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพของคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 30 ปี ขี่ จยย.มาจอดริมถนนหน้าร้านทองก่อนเดินเข้าไปในร้านเพื่อขอเลือกดูสร้อยคอทองคำ   จากนั้นเจ้าของร้านทองจึงหยิบสร้อยคอทองคำให้ดู จำนวน 1 เส้น ชายคนดังกล่าวจึงหยิบมาสวมใส่คอของตนเองสักพักจึงถอดออกและถือไว้ในมือ พอได้โอกาสจึงถือเอาสร้อยคอทองคำออกจากร้านและหลบหนีไป   ด้านเจ้าของร้านทองเผยว่า คนร้ายรายนี้เข้ามาขอดูสร้อยทองที่ร้านของตนถึง 2 รอบ โดยรอบแรกได้เข้ามาขอดูสร้อยทองที่มีน้ำหนักมากๆ และตนสังเกตว่ามือของคนร้ายสั่น จึงได้โทรศัพท์เรียกให้เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กันเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนเพราะเห็นท่าไม่ดี จากนั้นคนร้ายก็ได้เดินออกจากร้านไป ต่อมาไม่นานนักคนร้ายรายเดิมก็เดินกลับเข้ามาอีกรอบพร้อมกับขอดูสร้อยทองอีกครั้ง   ตนเห็นท่าไม่ดีนักจึงได้หยิบเอาสร้อยคอทองคำปลอมน้ำหนัก 3 บาท ให้กับคนร้ายดู ซึ่งคนร้ายก็ได้หยิบเอาไปสวมใส่คอตัวเองสักพักจึงถอดออกมาและถือเอาไว้ พร้อมทั้งชวนตนคุยไปเรื่อยแต่พอได้โอกาสคนร้ายจึงรีบวิ่งหลบหนีออกจากร้านไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดเอาไว้หน้าร้านขับขี่หลบหนีไปทันที   ต่อมามีรายงานว่าสามารถจับคนร้ายได้แล้วคือ นายทินกร ตีตา อายุ 30 ปี พร้อมกับรถ จยย.คันก่อเหตุและสร้อยคอทองคำปลอม ตร.เตรียมนำตัวไปดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TgW8REugsYg

 44,909
ข่าวภูมิภาค
27 ก.ย. 62

รวบโจรบุกเดี่ยวชิงทองห้างสุพรรณฯ 83 บาท ฝังดินหลังบ้าน ครอบครัวมึนทำทำไม ไม่ได้เดือดร้อนการเงิน

สุพรรณบุรี-จากเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวก่อเหตุชิงทอง ห้างทองเยาวราชเอ็มโกลด์ ภายในห้างสรรพสินค้าเทสโลตัส สาขาสุพรรณบุรี ได้สร้อยคอทองคำ 40 เส้น น้ำหนัก 83 บาท มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท โดยมีกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้   กระทั่งเวลา 05.30 น. วานนี้ (26 ก.ย.) กำลังจึงจู่โจมเข้าจับกุมคนร้ายร้ายนี้เอาไว้ได้พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำ รถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ อาวุธปืนขนาด 9 มม.กระสุน 20 นัด ที่ใช้ก่อเหตุทราบชื่อนายทรงพล เกิดศรีเล็ก อายุ 34 ปี หรือ ดี้ ย่านซื่อ ของกลางสร้อยคอทองคำถูกผังดินไว้หลังบ้าน และนำเอาถุงมือและกระเป๋าสะพายไปเผาทำลายหลักฐานหลังบ้าน   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายทรงพล ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ทำงานเป็นพนักงานโรงงานแห่งหนึ่ง พื้นที่ อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา และช่วงสายวันที่ 25 ก.ย.ได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปก่อเหตุชิงเงินพื้นที่ อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้เงินมา 600 บาท   จากนั้นช่วงบ่ายวันเดียวกันได้มาก่อเหตุชิงทองห้างโลตัสสุพรรณบุรี ได้สร้อยคำทองคำมาจำนวนกว่า 80 บาท จากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีมากบดานที่บ้านพัก พื้นที่บ้านย่านซื่อ ต.บ้านช้าง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี แล้วได้เอาทองคำไปฝังดินไว้หลังบ้าน กระทั่งมาถูกตำรวจสืบสวนติดตามจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง   รับสารภาพว่าเพิ่งก่อเหตุครั้งแรก ผู้ต้องหาให้การอ้างว่าอยากได้เงินไปใช้หนี้ ธกส.ให้แม่ และนำเงินใช้จ่ายกับจะนำไปซื้อรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ แต่จากการสอบสวนคนในครอบครัวทราบว่า ทางครอบครัวไม่ได้เดือดร้อนเรื่องการเงินแต่อย่างใด จึงไม่ทราบสาเหตุที่นายทรงพลไปก่อเหตุชิงทอง   จากการตรวจสอบประวัตินายทรงพลผู้ต้องเคยถูกจับคดีพยายามลักทรัพย์ พื้นที่ กทม.เมื่อปี 2550 จากนั้นตำรวจเตรียมควบคุมตัวผู้ต้องไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6IHWrR6VY70

 3,571
ข่าวภูมิภาค
24 ก.ย. 62

จับแล้วสาวชิงทอง 4 บาท อ้างอารมณ์ชั่ววูบ หาเงินใช้หนี้พนันออนไลน์

ปราจีนบุรี-จากกรณีมีหญิงสาวชิงทองรูปพรรณจากร้านไป มีสร้อยข้อมือทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น คิดเป็นมูลค่า 9 หมื่นบาท หลบหนีไปเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 21 ก.ย. 62 นั้น   ล่าสุดตำรวจจับตัวคนร้ายได้แล้วคือ น.ส. สุนิษา เทศสาย (หรือมาย) หลังหนีไปอาศัยที่บ้านเพื่อน ที่บ้านพักคนงานไม่มีเลขที่ใน อ.แก่งหางแมว   น.ส.สุนิษา ผู้ต้องหา กล่าวว่า ตนเองเก็บเงินค่าแชร์ของแฟนหนุ่มไปเล่นการพนันออนไลน์ (บาคาร่า) จึงมีหนี้สินจากการเล่นพนันออนไลน์ จึงคิดหาทางนำเงินมาใช้หนี้ โดยการทำทีไปขอซื้อทอง และฉวยโอกาสวิ่งราวทองข้อมือ และสร้อยคอ น้ำหนักรวม 4 บาท มูลค่า 9 หมื่นบาท   หลังจากได้ทองคำไปแล้วก็นำทองคำไปขายที่ร้านทองในอำเภอสนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ในราคา 7 หมื่นกว่า แล้วโอนไปใช้หนี้ 6 หมื่นกว่า ที่เหลืออีก 9 พันบาท นำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการหลบหนี จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ ตั้งใจมาหาแม่ พอเดินผ่านมาเจอร้านทอง ก็เกิดอารมณ์ชั่ววูบ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถ้าย้อนกลับไปได้ตนก็จะไม่ทำ   ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหา วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกต่อการกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป เพื่อให้พ้นการจับกุม   จากนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้นำตัว น.ส. สุนิษา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ร้านทองที่เกิดเหตุ โดยมีประชาชนที่ทราบข่าว ได้เดินทางไปดู โดยการทำแผนเริ่มตั้งแต่ขับรถยนต์ไปจอดที่บริเวณหน้าร้าน และได้เดินเข้าไปทำทีขอดูสร้อยคอมือทองคำ หนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น และสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น โดยทำทีสวมสร้อยคอดูความสวยของทองที่กระจก เมื่อได้ทีจึงวิ่งขึ้นรถยนต์เก๋งขับรถหนีไป จนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F1nMZ9Wkjds

 1,379
สังคม
24 ก.ย. 62

จับแล้วสาวชิงทอง 4 บาท อ้างอารมณ์ชั่ววูบ หาเงินใช้หนี้พนันออนไลน์

ปราจีนบุรี-จากกรณีมีหญิงสาวชิงทองรูปพรรณจากร้านไป มีสร้อยข้อมือทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น คิดเป็นมูลค่า 9 หมื่นบาท หลบหนีไปเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 21 ก.ย. 62 นั้น   ล่าสุดตำรวจจับตัวคนร้ายได้แล้วคือ น.ส. สุนิษา เทศสาย (หรือมาย) หลังหนีไปอาศัยที่บ้านเพื่อน ที่บ้านพักคนงานไม่มีเลขที่ใน อ.แก่งหางแมว   น.ส.สุนิษา ผู้ต้องหา กล่าวว่า ตนเองเก็บเงินค่าแชร์ของแฟนหนุ่มไปเล่นการพนันออนไลน์ (บาคาร่า) จึงมีหนี้สินจากการเล่นพนันออนไลน์ จึงคิดหาทางนำเงินมาใช้หนี้ โดยการทำทีไปขอซื้อทอง และฉวยโอกาสวิ่งราวทองข้อมือ และสร้อยคอ น้ำหนักรวม 4 บาท มูลค่า 9 หมื่นบาท   หลังจากได้ทองคำไปแล้วก็นำทองคำไปขายที่ร้านทองในอำเภอสนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ในราคา 7 หมื่นกว่า แล้วโอนไปใช้หนี้ 6 หมื่นกว่า ที่เหลืออีก 9 พันบาท นำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการหลบหนี จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ ตั้งใจมาหาแม่ พอเดินผ่านมาเจอร้านทอง ก็เกิดอารมณ์ชั่ววูบ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถ้าย้อนกลับไปได้ตนก็จะไม่ทำ   ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหา วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกต่อการกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป เพื่อให้พ้นการจับกุม   จากนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้นำตัว น.ส. สุนิษา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ร้านทองที่เกิดเหตุ โดยมีประชาชนที่ทราบข่าว ได้เดินทางไปดู โดยการทำแผนเริ่มตั้งแต่ขับรถยนต์ไปจอดที่บริเวณหน้าร้าน และได้เดินเข้าไปทำทีขอดูสร้อยคอมือทองคำ หนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น และสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น โดยทำทีสวมสร้อยคอดูความสวยของทองที่กระจก เมื่อได้ทีจึงวิ่งขึ้นรถยนต์เก๋งขับรถหนีไป จนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F1nMZ9Wkjds

 1,379
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ย. 62

ทำแผนโจรชิงทองออโรร่า 4 ล้าน อ้างหาเงินใช้หนี้-รักษาพ่อป่วย ผ่านไป 3 วันเร่งเอาทองไปขายเกือบหมด

ความคืบหน้ากรณี คนร้ายปล้นร้านทองโอโรล่า ในห้างดังย่านบางพลัด ได้ทองรูปพรรณน้ำหนัก 155 บาท มูลค่ากว่า 4 ล้านบาทเหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ก.ย. ตร.สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุ คือนายอัศวิน บุญเมือง หรือเอก อายุ 44 ปี ได้ในโรงแรมย่านนนทบุรี   ล่าสุด ตร.คุมตัวนายเอก ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ชี้จุดเกิดเหตุ ตั้งแต่ขั้นตอนการจอดรถมาดูลาดเลาก่อน 1 วัน โดยทำทีจะมานั่งกินชาบูซึ่งอยู่ใกล้กับร้านทองที่เกิดเหตุ เพื่อสังเกตุว่ามีจนท.รปภ.ของห้างอยู่หรือไม่ และจากร้านทองมาประตูทางออก   จากนั้นวันต่อมาก็ขับจยย.มาจอดด้านข้างห้าง และเข้าไปที่ร้านทองทำทีจะขอซื้อทอง ก่อนจะยื่นกระดาษข้อความว่า อย่าขัดขืน ให้ส่งทองมา และเอาอาวุธปืนมาขู่ จากนั้นก็หลบหนีไป   พล.ต.ท. สุทธิพงษ์ วงศ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ผู้ต้องหาสารภาพว่าก่อเหตุเพียงคนเดียวเพื่อต้องการนำเงินไปใช้หนี้ โดยอ้างว่าเป็นหนี้ค่ายาเสพติด และนำเงินไปรักษาพ่อที่ป่วย ซึ่งผู้ต้องหามีประวัติเป็นผู้ค้ารายย่อยใน จ.ชุมพร ซึ่งหลังก่อเหตุ ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าที่ใส่ก่อเหตุทิ้ง และหลบหนีไป นำทองที่ได้ไปหลอมแปรสภาพ ก่อนจะนำไปขาย นำเงินไปใช้หนี้ โดยเวลาเพียงแค่ 3 วันผู้ต้องหานำทองไปขายเกือบหมด เหลือเพียง 50 บาทเท่านั้น   ทางด้านพนักงานของร้านเมื่อวานนี้ (9 ก.ย.) ยังผวาโดยระบุว่า ผู้ต้องหามาขอซื้อทองก่อนเกิดเหตุ 1 วัน และวันเกิดเหตุ ก็ยื่นกระดาษคำขู่มา และปืน ตอนนั้นก็ตกใจกลัว หยิบทองให้ แต่คนร้ายก็ตะคอกว่า เอาเส้นใหญ่ๆ เอามาให้หมด จากนั้นก็หนีไป ตนตั้งสติวิ่งไปกดสัญญาณกันขโมย   ส่วนของตัวผู้ต้องหา ถูกแจ้ง 2 ข้อหา คือชิงทรัพย์และพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ และเช้านี้ (10 ก.ย.) ตร.จะนำตัวไปฝากขังต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b9tZm6zbE4g

 673
ข่าวภูมิภาค
04 ธ.ค. 61

รวบหนุ่มพรางตัว ใส่ซิลิโคนจมูกโด่ง-ติดหนวดปลอม ชิงทอง 24 บาท สุดท้ายถูกวิน จยย.รวบได้

นนทบุรี-ภาพจากกล้องวงจรปิดร้านทองบันทึกภาพคนร้าย กำลังเลือกสร้อยคอทองคำกับพนักงานหญิงของร้านจำนวน 2 คน โดยมีสร้อยคอทองคำวางอยู่ในถาดสีดำ หลังจากพูดคุยกับพนักงานอยู่พักหนึ่งคนร้ายได้ใช้มือรวยสร้อยคอทองคำและวิ่งออกจากร้านไป เหตุเกิดที่ร้านทองออโรร่า ภายในห้างบิ๊กชีเอ็กซ์ตร้า ชั้น 2 ถ.ตลิ่งชัน-สุพรรบุรี ต. บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง   ด้านพนักงานร้านเล่าว่ามีคนร้ายเป็นชาย 1 คน ทำทีมาซื้อสร้อยคอทองคำและสร้อยข้อมือ เส้นละ 5 บาท ที่สั่งจองไว้ และตนก็ได้เอาทองออกมาให้เลือกลาย เป็นสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท 4 เส้น และ สร้อยข้อมือหนัก 2 บาท 2 เส้น แต่พอเอาออกมาให้ดูชายคนดังกล่าวอาศัยช่วงตนเผลอหันหลัง กลับหยิบสร้อยใส่กระเป๋าสะพายแล้ววิ่งหนีไป จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีพนักงานของร้านและ รปภ.ของห้างดังกล่าววิ่งตามคนร้ายไป   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจาก รปภ.ของตลาดบางใหญ่ ว่าสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ที่บริเวณร้านค้าปลีก ที่บางใหญ่ซิตี้ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จึงได้เข้าควบคุมตัวคนร้าย ทราบชื่อภายหลังคือนายวงศกร เพ็ชร์สนั่น อายุ 30 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ร้านเสริมความงาม พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำทั้ง 24 บาท โดยนายวงศกร รับสารภาพว่าได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง จริงเพื่อที่จำนำเงินมาใช้หนี้ที่มีอยู่ และจากการตรวจสอบพบว่านายวงศกร ใช้ซีลีโคนเสริมจมูก และใส่หนวดเคราปลอม เพื่ออำพรางตัวเอง   ด้านนายสุระ อาจกิจ อายุ 41 ปี วิน จยย. รับจ้าง เบอร์ 9 เล่าว่า คนร้ายว่าจ้างออกมาจากบางใหญ่ซิตี้ ให้มาส่งถนนใหญ่ ต่อมามีโทรศัพท์ดังอยู่หลายครั้ง แต่คนร้ายบอกว่าอย่าพึ่งรับให้รีบไปส่งตนก่อนเพราะตนรีบ จนกระทั่งนายทัศนะ สุริยกมล อายุ 33 ปี เพื่อนวินเดียวกันได้ขี่ตามมาทัน พร้อมทั้งบอกให้ตนทราบว่านี้คือคนร้ายที่วิ่งราวทอง ในห้างบิ๊กซีคนร้ายจึงโดดลงรถวิ่งหลบหนี เข้าไปในตลาดสดบางใหญ่ซิตี้ จึงวิ่งตามไปช่วยกันจับกุมตัวไว้ได้ นำตัวมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ   ขณะที่ ตร.สภ.บางบัวทอง เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุวิ่งราวทรัพย์ที่ห้างบิ๊กซี สาขาบางบัวทอง ได้สร้อยคอทองคำไปน้ำหนัก 24 บาท จากนั้นได้รับแจ้งอีกครั้งว่ามีพลเมืองดีสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ที่บางใหญ่ซิตี้ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ   จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายมีการปลอมตัวโดยใช้ซิลิโคนทำจมูกให้โด่ง ใส่คอนแทคเลนส์ตาสีฟ้า ติดหนวดเครา เนื่องจากคนร้ายเคยทำงานเป็นเซลล์ขายเกี่ยวกับอุปกรณ์เสริมความงาม เบื้องต้นตั้งข้อกล่าวหาว่าวิ่งราวทรัพย์ และได้ควบคุมตัวไปตรวจสอบที่บ้านพัก และตรวจสอบประวัติโดยละเอียด ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EGnSh0cXtrw

 20,189
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
04 ธ.ค. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 4 ธ.ค.61 เด็กม.2ถูกข่มขืนซ้ำรอยแม่-ส่อล้มเก็บภาษีความเค็ม-ลุงเป็นโรคหัวใจไม่ใช่เป็ดติดคอเสียชีวิต

-โชเฟอร์แท็กซี่วัย 72 ปี ขับรถชน จยย.กระเด็นตกบึงมักกะสัน ย่านราชเทวี พลเมืองดีโดดช่วยแต่ไม่สำเร็จ เพราะน้ำลึกและเป็นน้ำคลำ ต่อมาชุดประดาน้ำพบศพส่งชันสูตรต่อไป (แท็กซี่ชนรถ จยย. ร่างกระเด็นตกบึงมักกะสัน เสียชีวิต 1 ราย)   -นร.ชาย ม.1ข่มขืน นร.หญิงม.2 ในห้องเรียน ยายเด็กน้ำตาตก แม่เด็กถูกขืนใจจนท้องคลอดหลานคนนี้ออกมา โตขึ้นยังมาโดนข่มขืนเหมือนแม่ ตร.พาไปตรวจร่างกาย ยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย (ยายโร่แจ้งความ หลานสาว ม.2 ถูก ด.ช.อายุ 13 ข่มขืนในโรงเรียน สุดสลด ซ้ำรอยแม่ )   -ไล่ล่าหนุ่มคนงานก่อสร้างข่มขืนแหม่มสาวนิวซีแลนด์วัย 29 ปี หลังจากกลับจากเที่ยวถนนข้าวสาร กล้องวงจรปิดจับภาพเหยื่อขณะลงจากแท็กซี่ ฉวยโอกาสช่วงเมาโดนลากไปทำมิดีมิร้ายในตึกแถวกำลังต่อสร้าง ตรงข้ามวัดราชบพิตร แหม่มสาวต่อสู้วิ่งขอความช่วยเหลือในสภาพเปลือยกาย ชาวบ้านบอกแถวนี้เปลี่ยว เห็นจากภาพก็รู้ว่าเป็นไอ้นัท ตร.ได้เบาะแสแล้ว จับกุมได้แน่นอน (ล่า ไอ้นัท คนงานก่อสร้างหื่นลวงแหม่มสาวข่มขืน เหยื่อวิ่งขอความช่วยเหลือในสภาพเปลือย)   -นายกฯเปิดเผยว่าในเวลาอันใกล้นี้จะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้ทุกคนให้ความสำคัญ แต่ยังไม่ทราบว่าวันไหน แล้วแต่พระองค์ท่านจะโปรดเกล้าฯพระราชทานกำหนดเอง เมื่อถึงเวลาก็ต้องทำบ้านเมืองให้เรียบร้อย (นายกฯเผย ประเทศไทยใกล้จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในหลวง ร.10)   -นายกฯลงพื้นที่ชัยภูมิ ขอปชช.2เรื่องคือ ให้เลือกตั้งสงบเรียบร้อย และการจัดประชุมอาเซียนในฐานะปธ.อาเซียนต้องสงบ หลังไทยเคยเป็นมาแล้วแต่เกิดเรื่องวุ่นวาย วอนอย่าให้เกิดปัญหาขึ้นอีก พร้อมรับฟังพรรคการเมืองในการประชุม 7 ธ.ค.นี้ ไม่สนบางพรรคไม่เข้าร่วม เขาไม่มาก็ช่างเขา ถ้าไม่มาก็เหมือนไม่อยากเลือกตั้ง ไม่เคารพกติกา จะมาเป็นรัฐบาลได้อย่างไร ปัดตอบพปชร.เสนอชื่อให้เป็นแคนดิเดตนายกฯ ('บิ๊กตู่' ลงพื้นที่ชัยภูมิ โชว์พายเรือ-ขับรถแทรกเตอร์ ยิ้มให้สื่อหลังถูกถาม พปชร.เสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ)   -สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพปชร.ยันทหารและคสช.ไม่ได้สืบทอดอำนาจ หลังเชื่อว่าประเด็นนี้จะถูกจะไปขยายผลโจมตีในการหาเสียง เพราะมีบางพรรคมักพูดเรื่องนี้ ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งจะยิ่งนำประเด็นนี้มาโจมตีแทนนโยบายพรรค ยิ่งสร้างเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้ง ('สมศักดิ์' ยัน คสช.-ทหารไม่ได้สืบทอดอำนาจ 'สุริยะ' ยังมั่นใจอีสานได้เกิน 50 ที่นั่ง)   -เพื่อไทยจัดประชุมพรรค หญิงหน่อยบอกตลอด 17 ปีพรรคเจอวิกฤตการเมืองหลายครั้ง ทั้งรัฐประหาร ยุบพรรค ตัดสิทธิ์ส.ส. แต่ยืนอยู่ได้ ปชช.วางใจให้ชนะเลือกตั้งมาตลอด เข้าใจปชช.มากกว่าพรรคอื่น ทำให้นโยบาย30บาทรักษาทุกโรค การปราบปรามยาเสพติดสำเร็จ ('สุดารัตน์' โวเพื่อไทยแข็งแกร่ง ยุบพรรค-ตัดสิทธิก็ยังชนะเลือกตั้ง 'เฉลิม' ซัดมีอีแอบใช้ 4 รมต.ออกหน้า)   -กสทช.เตรียมประมูล 5G นำรายได้อุ้มทีวีดิจิทัลในระยะยาว เล็งนำคลื่นทีวีบางส่วนมาทำ 5G (กสทช.เผยแผนงานปี 62 เร่งขับเคลื่อนประมูล 5g)   -ส่อล้มเก็บภาษีความเค็ม ก.คลังสั่งให้กรมสรรพสามิต ไม่ต้องรีบเก็บภาษีความเค็ม เพราะสินค้าที่เข้าข่ายเสียภาษีมีน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาจทำให้เสียเวลาเปล่า แทนการใช้เวลาศึกษารูปแบบใหม่ เช่นภาษีสิ่งแวดล้อม หากเก็บภาษีความเค็มจริงจะกระทบปชช.รายได้น้อย ควรศึกษาภาษีแบบอื่นดีกว่าเก็บภาษีมาม่า (คลังไม่หนุนเก็บภาษีความเค็ม ชี้ส่วนใหญ่มีแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เก็บแล้วกระทบผู้มีรายได้น้อย )   -กรมการขนส่งทางบกลั่นถ้ามีใบสั่งสะสม อาจต่อภาษีไม่ได้ ปีหน้าเริ่มเชื่อมข้อมูลใบสั่ง ถ้ามีใบสั่งสะสมจะออกป้ายวงกลมให้ก่อน หากครบ1เดือนไม่มาเคลียร์ โดนข้อหาไม่ต่อภาษียานพาหนะ ปรับไม่เกิน 2 พันบาท   -จับหนุ่มชิงทองหนัก 24 บาท จากร้านทองออโรร่ากลางห้างบิ๊กซีบางบัวทอง วางแผนลงทุนพรางตัว ใส่ซิลิโคนเสริมดั้ง ติดหนวด ใส่บิ๊กอาย ทำทีมาเอาทองที่จองไว้ ก่อนฉกทองขึ้นวิน จยย.หนี แต่จยย.พลเมืองดีอีกคันรวบตัวไว้ได้ (รวบหนุ่มพรางตัว ใส่ซิลิโคนจมูกโด่ง-ติดหนวดปลอม ชิงทอง 24 บาท สุดท้ายถูกวิน จยย.รวบได้ )   -2 นางแบบสาววัยรุ่นแจ้งความ ปอท.ถูกแก๊งกามออนไลน์ลวงไปถ่ายแบบวาบหวิว แบล็คเมล์ข่มขู่ ใช้วิธีติดต่อผ่านโซเชียลถ่ายเซ็กซี่ จ้างหลักพัน-หมื่น สุดท้ายเอาภาพไปแบล็คเมล์ ขู่ให้ถ่ายโป๊มากยิ่งขึ้น ก่อนนำภาพไปโฆษณาแอพวีเค ชวนคนเข้ากลุ่มไลน์ลับ เสียเงิน 150 บาท เหยื่อร้องไห้เสียใจไม่รู้จะทำยังไงต่อ (เน็ตไอดอลร่ำไห้ ถูกแบล็คเมล์บังคับถ่ายหวิว ปล่อยภาพลงแอพ คนทักแชทซื้อบริการ )   -ยายแจ้งจับสามีใหม่ข่มขืนหลานสาววัย 10 ขวบหลังหลานบ่นเจ็บอวัยวะเพศ เค้นรู้ความจริงถูกกระทำชำเราในคืนวันลอยกระทง ขู่ห้ามบอกใครไม่เช่นนั้นจะฆ่าให้ตาย แพทย์ตรวจพบถูกข่มขืนจริง เป็นแผลฉีกขาด ต้องรักษาอาการติดเชื้อ ตร.ออกหมายจับล่าตัว   -ลุงวัย 66 สิ้นใจกลางห้าง แพทย์ระบุชัดที่แท้ไม่ใช่เป็ดติดคอ แต่เป็นเพราะโรคหัวใจที่เป็นอยู่ก่อน บอลลูนหัวใจที่ทำเสื่อม อยู่ระหว่างรอผ่าตัดหัวใจ ผลชันสูตรระบุ โรคหัวใจกำเริบเฉียบพลัน กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด   -ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า หรือคริส เฮมส์เวิร์ธ มากรุงเทพเจอรถติด ถูกคนบนรถแหย่ขำๆถึงกับคำรามร้องลั่นออกมา เทพเจ้าสายฟ้าที่ว่าแน่ยังต้องแพ้ให้รถติดในเมืองไทย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4Fp4vXL0vZw

 3,421
สังคม-อาชญากรรม
27 ส.ค. 61

คนร้ายบุกเดี่ยวชิงสร้อยทองกลางห้าง ตร.เร่งไล่ล่าตัว

คนร้ายบุกเดี่ยวทำทีขอดูสร้อยคอทองคำร้านทองห้างฯ ก่อนชิงไป 1 เส้น แล้วหลบหนี ตำรวจ สน.หัวหมากตรวจสอบกล้องวงจรปิดลงพื้นที่เร่งจับกุมมาดำเนินคดี   วันนี้ (27 ส.ค.) ที่ร้านทองในห้างแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง 121 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สน. หัวหมาก ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุและดูกล้องวงจรปิดและสอบถามพนักงานขายผู้หญิง 3 คนที่ยังอยู่ในอาการหวาดกลัว น้ำตาซึมตลอดเวลา    จากการพูดคุยกับพนักงานขายบอกว่า เหตุดังกล่าวเกิดประมาณ 11.00 น. โดยคนร้ายเป็นชายที่สวมเสื้อโปโล สีส้ม ตะเข็บเสื้อและปกเสื้อสีดำ สวมกางเกงยีนส์สีดำ รองเท้าแตะ เดินดูลาดเลาไป-มา ก่อนทำทีเข้ามาพูดคุยเหมือนลูกค้าปกติ พร้อมขอดูสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท    ซึ่งตามกฏของร้านจะให้ลูกค้าดูสินค้าได้ครั้งละ 5 เส้น เมื่อหยิบให้ดูถึงเส้นที่ 4 คนร้ายฉวยโอกาสหยิบสร้อยคอในถาดไป 1 เส้น แล้ววิ่งหนี โดยพนักงานพยายามวิ่งตามแต่ไม่ทัน ระหว่างทางคนร้ายได้ถอดรองเท้าแตะทิ้งไว้ หนีขึ้นรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนี ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดติดตามตัวมาดำเนินคดี  

 1,485
ข่าวภูมิภาค
15 ก.พ. 61

รวบแล้ว 2 โจรบุกจี้ร้านทอง ย่านบางบัวทองอุกอาจกวาดครึ่งล้าน

นนทบุรี-ตร.สภ.บางบัวทอง จับกุมตัว นายมนต์นที หรือเก่ง นาคโถม อายุ 33 ปี ในข้อหา ชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือให้พ้นการจับกุม และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยผิดกฎหมาย พร้อมด้วยนายโกศล บุญรอด อายุ 42 ปี   สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 ก.พ.61 เวลา 14.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายเป็นชาย 1 คนสวมหมวกคลุมหัวแบบโม่ง เสื้อคลุมแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีดำ ก่อเหตุใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ ที่ร้านทองมังกรเยาวราช ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง หมู่ 6 ซอยวัดลาดปลาดุก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้ทรัพย์สินเป็นทองรูปพรรณ สร้อยคอและแหวนทองคำ น้ำหนักประมาณ 17 บาท หลังก่อเหตุใช้รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีบรอนซ์ ทะเบียน สช1074 กทม.ขับหลบหนีไป   ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือนายมนต์นที นาคโถม จึงได้ขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี จึงได้เร่งไล่ล่าสืบสวนจนสามารถจับกุมตัวได้ที่ จ.ชุมพร จากนั้นได้ทำการสืบสวนขยายผล ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกับนายโกศล บุณรอด จึงได้ทำการขยายผลเร่งติดตามจับตัวนายโกศล ได้ที่ จ.สุพรรณบุรี ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WyWZ7cB69_o  

 3,393

Top