ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฝนหลวง"

ข่าวภูมิภาค
25 ก.ย. 62

เครื่องบินฝนหลวงตกกลางสวนน้อยหน่า ครูฝึก-นร.การบินดับ 2 คาดเครื่องขัดข้อง ใช้งานกว่า 20 ปี

กาญจนบุรี-ตำรวจ สภ.ไทรโยค รับแจ้งเหตุเครื่องบินตก บริเวณสวนน้อยหน้า กลางป่าพื้นที่บ้านหนองเป็ด หมู่9 ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี จากการตรวจสอบพบว่า จุดที่เครื่องบินตก เป็นสวนน้อยหน่าของชาวบ้าน อยู่กลางป่าลึกเข้าไปจากถนนใหญ่ประมาณ 15 กิโลเมตร ในที่เกิดเหตุ พบเครื่องบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร แบบคาราแวน 208 หมายเลขเครื่อง 1917 ตกอยู่กลางสวนน้อยหน่า สภาพพังยับเยิน โดยที่บริเวณห้องควบคุมเครื่อง มีศพของผู้เสียชีวิตอยู่จำนวน 2 ราย   แต่เนื่องจากเครื่องบินตกกระแทกพื้นอย่างแรง จนยุบฝังติดลงไปในพื้นดิน เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถนำศพออกมาได้ในทันที ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อนำศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายมาจากเครื่อง โดยใช้เวลาอยู่ประมาณ 30 นาที จึงสามารถนำศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายออกมาจากซากเครื่องบินได้ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย คือ ร้อยเอกตฤณ อัมระนันท์ อายุ 58 ปี ครูฝึกการบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และนายสุขสันต์ จงเสถียรธรรม อายุ 26 ปี นักบินพนักงานราชการของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร   จากการตรวจสอบพบว่า เครื่องบินลำที่ประสบอุบัติเหตุ เป็นเครื่องบินที่มาปฏิบัติภารกิจทำฝนหลวงในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและใกล้เคียง โดยเมื่อช่วงเช้าได้ออกทำการปฏิบัติภารกิจฝึกบินให้กับนักเรียนการบินฝึกหัด โดยในการฝึกบิน มีเครื่องออกฝึกจำนวน 2 ลำ เริ่มออกบินจากสนามบินกองพลทหารราบที่9 ค่ายสุรสีห์ เมื่อเวลา 09.30 น.   โดยในช่วงเริ่มออกฝึกบิน มีฝนตกลงมาปรอยๆ ไม่ได้ตกหนักแต่อย่างใด แต่เมื่อเริ่มขึ้นบินได้ประมาณ 10 นาที เครื่องแรกมีปัญหาขัดข้อง จึงได้ลงจอดที่สนามบินตามเดิม ส่วนเครื่องของร้อยเอกตฤณ ได้ออกบินไปพร้อมกับนักเรียน ก่อนที่ในเวลาประมาณ 10:00 น. จะขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุมการบินไป จนได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีเครื่องบินของกรมฝนหลวงตกในพื้นที่อำเภอไทรโยค   สอบถามชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุระบุว่า ขณะกำลังทำไร่อยู่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ได้ยินเสียงเครื่องบินบินต่ำมาก ก่อนที่เสียงจะเงียบไป และได้ยินเสียง ดังคล้ายสิ่งของตกกระแทกพื้นอย่างรุนแรงจึงเดินทางมาตรวจสอบและพบว่ามีเครื่องบินตกอยู่ในสวนน้อยหน่าดังกล่าว ซึ่งในช่วงเกิดเหตุนั้นในพื้นที่อำเภอไทรโยคมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องและมีเมฆหมอกอยู่พอสมควร แต่ก็ไม่ทราบว่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินประสบอุบัติเหตุหรือไม่   ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ได้ โดยจะต้องทำการเก็บกู้ซากเครื่องบิน ที่ตกออกจากจุดเกิดเหตุให้เรียบร้อยก่อนจึงจะสามารถทำการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ได้ต่อไป   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งอยู่ระหว่างร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 74 ที่สหรัฐอเมริกา รับทราบรายงานเหตุเครื่องบินตก ได้สั่งการให้ความช่วยเหลือ ดูแลครอบครัวนักบินทั้ง 2 ราย อย่างดีที่สุด พร้อมกับให้เยียวยาในด้านต่างๆ ตามระเบียบราชการ และสั่งการให้เร่งหาสาเหตุเครื่องบินตกแล้ว   นายกรัฐมนตรี บอกว่า ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียใดๆ ทั้งสิ้น รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับเป็นห่วงความรู้สึกครอบครัวนักบินที่เสียชีวิต และช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบิน ตรวจสอบเครื่องบินให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ทั้งในด้านเทคนิค และสภาพอากาศก่อนจะทำการบินทุกครั้ง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น   ด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า หลังจากนี้ ให้กระทรวงดูแลและเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของเหตุเครื่องบินตก แต่เบื้องต้นน่าจะเป็นเพราะเครื่องยนต์ขัดข้อง เนื่องจากเครื่องบินชนิดดังกล่าวมีอายุการใช้งาน 20 ปีกว่าแล้ว และใช้งานทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงการทำภารกิจฝนหลวง และทางกระทรวงมีเครื่องบินรุ่นดังกล่าวที่ยังใช้งานอีก 10 กว่าลำ แต่ไม่สามารถชะลอการใช้งานได้ เนื่องจากมีภารกิจจำนวนมาก   สิ่งที่ทำได้คือ การเตรียมพิจารณาของบประมาณเพื่อขออนุมัติจัดซื้อเครื่องบินของกรมฝนหลวงใหม่ เนื่องจากจะเห็นได้ว่า ทุกครั้งที่ประสบภัยพิบัติทั้งน้ำแล้งและน้ำท่วม เครื่องบินของกรมฝนหลวงจะเป็นหลักในการช่วยเหลือประชาชน จึงต้องมีการหารือกับคณะรัฐมนตรีว่าถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่จะจัดซื้อใหม่ แต่คงไม่ทันในการนำเข้าสู่วาระการประชุมสัปดาห์นี้   ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์นำไปเปรียบเทียบกับการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกระทรวงกลาโหมที่จัดซื้อบ่อยทุกปีงบประมาณนั้น นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ขอให้แยกแยะ ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หากมีความจำเป็น ก็ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติงบประมาณจัดซื้อ เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของบุคลากรเป็นหลัก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F9pKpr-_at8

 1,247
สังคม
25 ก.ย. 62

เครื่องบินฝนหลวงตกกลางสวนน้อยหน่า ครูฝึก-นร.การบินดับ 2 คาดเครื่องขัดข้อง ใช้งานกว่า 20 ปี

กาญจนบุรี-ตำรวจ สภ.ไทรโยค รับแจ้งเหตุเครื่องบินตก บริเวณสวนน้อยหน้า กลางป่าพื้นที่บ้านหนองเป็ด หมู่9 ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี จากการตรวจสอบพบว่า จุดที่เครื่องบินตก เป็นสวนน้อยหน่าของชาวบ้าน อยู่กลางป่าลึกเข้าไปจากถนนใหญ่ประมาณ 15 กิโลเมตร ในที่เกิดเหตุ พบเครื่องบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร แบบคาราแวน 208 หมายเลขเครื่อง 1917 ตกอยู่กลางสวนน้อยหน่า สภาพพังยับเยิน โดยที่บริเวณห้องควบคุมเครื่อง มีศพของผู้เสียชีวิตอยู่จำนวน 2 ราย   แต่เนื่องจากเครื่องบินตกกระแทกพื้นอย่างแรง จนยุบฝังติดลงไปในพื้นดิน เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถนำศพออกมาได้ในทันที ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อนำศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายมาจากเครื่อง โดยใช้เวลาอยู่ประมาณ 30 นาที จึงสามารถนำศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายออกมาจากซากเครื่องบินได้ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย คือ ร้อยเอกตฤณ อัมระนันท์ อายุ 58 ปี ครูฝึกการบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และนายสุขสันต์ จงเสถียรธรรม อายุ 26 ปี นักบินพนักงานราชการของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร   จากการตรวจสอบพบว่า เครื่องบินลำที่ประสบอุบัติเหตุ เป็นเครื่องบินที่มาปฏิบัติภารกิจทำฝนหลวงในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและใกล้เคียง โดยเมื่อช่วงเช้าได้ออกทำการปฏิบัติภารกิจฝึกบินให้กับนักเรียนการบินฝึกหัด โดยในการฝึกบิน มีเครื่องออกฝึกจำนวน 2 ลำ เริ่มออกบินจากสนามบินกองพลทหารราบที่9 ค่ายสุรสีห์ เมื่อเวลา 09.30 น.   โดยในช่วงเริ่มออกฝึกบิน มีฝนตกลงมาปรอยๆ ไม่ได้ตกหนักแต่อย่างใด แต่เมื่อเริ่มขึ้นบินได้ประมาณ 10 นาที เครื่องแรกมีปัญหาขัดข้อง จึงได้ลงจอดที่สนามบินตามเดิม ส่วนเครื่องของร้อยเอกตฤณ ได้ออกบินไปพร้อมกับนักเรียน ก่อนที่ในเวลาประมาณ 10:00 น. จะขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุมการบินไป จนได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีเครื่องบินของกรมฝนหลวงตกในพื้นที่อำเภอไทรโยค   สอบถามชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุระบุว่า ขณะกำลังทำไร่อยู่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ได้ยินเสียงเครื่องบินบินต่ำมาก ก่อนที่เสียงจะเงียบไป และได้ยินเสียง ดังคล้ายสิ่งของตกกระแทกพื้นอย่างรุนแรงจึงเดินทางมาตรวจสอบและพบว่ามีเครื่องบินตกอยู่ในสวนน้อยหน่าดังกล่าว ซึ่งในช่วงเกิดเหตุนั้นในพื้นที่อำเภอไทรโยคมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องและมีเมฆหมอกอยู่พอสมควร แต่ก็ไม่ทราบว่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินประสบอุบัติเหตุหรือไม่   ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ได้ โดยจะต้องทำการเก็บกู้ซากเครื่องบิน ที่ตกออกจากจุดเกิดเหตุให้เรียบร้อยก่อนจึงจะสามารถทำการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ได้ต่อไป   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งอยู่ระหว่างร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 74 ที่สหรัฐอเมริกา รับทราบรายงานเหตุเครื่องบินตก ได้สั่งการให้ความช่วยเหลือ ดูแลครอบครัวนักบินทั้ง 2 ราย อย่างดีที่สุด พร้อมกับให้เยียวยาในด้านต่างๆ ตามระเบียบราชการ และสั่งการให้เร่งหาสาเหตุเครื่องบินตกแล้ว   นายกรัฐมนตรี บอกว่า ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียใดๆ ทั้งสิ้น รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับเป็นห่วงความรู้สึกครอบครัวนักบินที่เสียชีวิต และช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบิน ตรวจสอบเครื่องบินให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ทั้งในด้านเทคนิค และสภาพอากาศก่อนจะทำการบินทุกครั้ง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น   ด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า หลังจากนี้ ให้กระทรวงดูแลและเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของเหตุเครื่องบินตก แต่เบื้องต้นน่าจะเป็นเพราะเครื่องยนต์ขัดข้อง เนื่องจากเครื่องบินชนิดดังกล่าวมีอายุการใช้งาน 20 ปีกว่าแล้ว และใช้งานทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงการทำภารกิจฝนหลวง และทางกระทรวงมีเครื่องบินรุ่นดังกล่าวที่ยังใช้งานอีก 10 กว่าลำ แต่ไม่สามารถชะลอการใช้งานได้ เนื่องจากมีภารกิจจำนวนมาก   สิ่งที่ทำได้คือ การเตรียมพิจารณาของบประมาณเพื่อขออนุมัติจัดซื้อเครื่องบินของกรมฝนหลวงใหม่ เนื่องจากจะเห็นได้ว่า ทุกครั้งที่ประสบภัยพิบัติทั้งน้ำแล้งและน้ำท่วม เครื่องบินของกรมฝนหลวงจะเป็นหลักในการช่วยเหลือประชาชน จึงต้องมีการหารือกับคณะรัฐมนตรีว่าถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่จะจัดซื้อใหม่ แต่คงไม่ทันในการนำเข้าสู่วาระการประชุมสัปดาห์นี้   ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์นำไปเปรียบเทียบกับการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกระทรวงกลาโหมที่จัดซื้อบ่อยทุกปีงบประมาณนั้น นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ขอให้แยกแยะ ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หากมีความจำเป็น ก็ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติงบประมาณจัดซื้อ เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของบุคลากรเป็นหลัก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F9pKpr-_at8

 1,247
ข่าวภูมิภาค
23 ก.ค. 62

นายกฯสั่งกองทัพลุยแก้ภัยแล้ง ก.อุตสาหกรรมเล็งใช้นำน้ำทิ้งจากโรงงานช่วยเกษตรกร

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจสภาพน้ำลำตะคอง ที่วัดท่าตะโก อ.เมือง จ.นครราชสีมา หลังประสบปัญหาภัยแล้ง เผยนายกรัฐมนตรีห่วงประชาชน สั่งผู้ว่าราชการจังหวัดดูแล จริงจังและเร่งด่วน สั่งกองทัพสนับสนุนอากาศยานทำฝนหลวง พร้อมเสนอให้ ครม.ชดเชยเงินให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ เช่น โครงการพักหนี้เกษตรกรที่ไม่ขึ้นทะเบียน   ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมประกาศนโยบายนำน้ำทิ้งจากโรงงานไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการเกษตร โดยจะเป็นน้ำทิ้งจากโรงงานชีวภาพ ของเสียจากพืชผักผลไม้ สัตว์น้ำ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศพันกว่าแห่งหากพื้นที่ไหนไหนเข้าข่ายภาวะฉุกเฉิน ก็จะนำน้ำทิ้งจากโรงงานไปช่วยแก้ไขปัญหา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IX27psKtNRA

 979
การเมือง
22 ก.ค. 62

3 รมช.เกษตรฯ ลุยแก้ภัยแล้ง 'สุดารัตน์' โพสต์เสนอ 3 มาตรการช่วยเร่งด่วน

3 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ นายประภัตร โพธสุธน, น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ลงพื้นที่แก้ปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากถูกบรรจุเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาล เบื้องต้นนายกฯเตรียมใช้งบกลางเพื่อชดเชยและช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ   ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กเสนอ 3 มาตรการเร่งด่วน ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับไปดำเนินการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ทันท่วงที ได้แก่   1) ทำฝนหลวงโดยเร่งด่วน ไม่ใช่แค่ทำฝนหลวงเฉพาะที่บริเวณเหนือเขื่อนเท่านั้น แต่ต้องทำฝนหลวง กระจายและครอบคลุมในพื้นที่ภัยแล้งให้ได้   2) ประกาศให้พื้นที่ที่เผชิญวิกฤติภัยแล้งหนักหน่วง ชนิดไม่มีน้ำเพื่อทำการเกษตร เป็นพื้นที่ภัยพิบัติทันที ภายในสิ้นเดือนนี้ พร้อมสรุปข้อมูลให้เห็นถึง จำนวนครัวเรือนที่ประสบภัย ข้อมูลพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งทั้งหมด   3) เร่งรัดจ่ายเงินชดเชยให้พี่น้องเกษตรกรทันที เพื่อช่วยเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที ขณะเดียวกันพี่น้องเกษตรกร ก็จะได้วางแผนเพื่อประกอบอาชีพอื่นๆ แทนในเวลาที่เหลือของปีนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/D3wbWrhWR_0

 1,910
เศรษฐกิจ
10 ก.ค. 62

ห่วงภัยแล้งซ้ำเติมเศรษฐกิจ คาดฝนทิ้งช่วง ก.ค.-ส.ค. น้ำในเขื่อนเริ่มขาดแคลน

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์เอลนินโญกำลังอ่อนมีแนวโน้มสูงที่จะเกิดต่อเนื่องไปจนถึงเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้มีปริมาณฝนตกน้อย และเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ และภาคตะวันออกในช่วงวันที่ 5-15 ก.ค.นี้   ซึ่ง สทนช.ได้วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง พบว่า มีพื้นที่มีฝนตกน้อยนอกเขตชลประทานที่มีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำ 160 อำเภอ 21 จังหวัด ได้แก่ ภาคเหนือ 34 อำเภอ 6 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 71 อำเภอ 8 จังหวัด และภาคใต้ 55 อำเภอ 7 จังหวัด   ขณะที่สถานการณ์น้ำในแหล่งน้ำทั้งประเทศ มีปริมาณน้ำรวม 39,622 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 49% โดยแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 38 แห่ง ซึ่งพบว่า ยังไม่มีแหล่งน้ำใดที่มีน้ำมากกว่า 80% มีเพียงแหล่งน้ำที่อยู่ในเกณฑ์ 60-80% ในภาคตะวันออก และภาคใต้ รวม 3 แห่ง ได้แก่ เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนรัชชประภา และเขื่อนบางลาง ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีอ่างเก็บน้ำด่านชุมพล จ.ตราด ที่มีปริมาณน้ำ 100% ส่วนอีก 11 แห่งมีปริมาณน้ำ 80-100% และปริมาณน้ำ 60-80% จำนวน 37 แห่ง   โดยปริมาณฝนตกในเดือน มิ.ย.น้อยกว่าคาดการณ์ถึง 30% ประกอบกับปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างทั่วประเทศจากพายุมูน มีปริมาณน้อยมากเช่นกัน ทำให้ต้องบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศ และเกณฑ์ปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำ (Rule Curve) ที่ปรับปรุงใหม่ที่มีความยืดหยุ่นกับสภาพความเป็นจริง   ทั้งนี้จะประสานฝนหลวงเพิ่มความถี่ปฏิบัติ การฝนหลวงเติมน้ำในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำจากฝนทิ้งช่วง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสาน เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DkEBFxdy6nw

 3,372
ข่าวภูมิภาค
28 เม.ย. 62

ประเทศไทยอากาศแปรปรวน เจอทั้งพายุฤดูร้อน-ภัยแล้ง-อากาศร้อนจัด เครื่องบินฝนหลวง 7 หน่วยออกปฏิบัติการณ์ช่วยบรรเทาภัย

ประเทศไทยอากาศแปรปรวน! ชาวบ้านในแต่ละจังหวัดเดือนร้อนจากอากาศร้อนจัด แล้งจัด  พาุพัดถล่ม หน่วยปฏิบัติการณ์ฝนหลวง 7 หน่วย ขึ้นบินพร้อมกัน บรรเทาภัยในจังหวัดที่ประสบปัญหาภัยแล้ง   มีรายงานว่า ที่จังหวัดบุรีรัมย์เกิดพายุฝนถล่มตัวเมือง จนไฟฟ้าดับทั้งเมือง หลายชั่วโมง ตลาดถนนคนเดินหลายแห่งถูกซัดระเนระนาด   โคราช ที่อำเภอหนองบุญมาก ในเวลาเพียง 5 นาที บ้านเรือนถล่มกว่า 80 หลัง    มหาสารคาม แล้งจัด 700 ครัวเรือนเดือดร้อนหนัก ไม่มีน้ำใช้          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/AkteW9bu_4c  

 1,262
ข่าวภูมิภาค
04 เม.ย. 62

ฝนหลวงสำเร็จ!! เชียงใหม่ฝนตกหลายพื้นที่ แต่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

ฝนหลวงภาคเหนือประสบความสำเร็จทำฝนตกในหลายพื้นที่รอบอำเภอเมือง แต่ยังไม่สามารถทำให้วิกฤตหมอกควันคลี่คลายลง ยังวิกฤตหนัก อำเภอกัลยานิวัฒนายังหนักที่สุดPM2.5เกิน500ไมโครกรัม ขณะที่กองทัพอากาศยังเกินหน้าโปรยน้ำตัวเมืองช่วยบรรเทาความรุนแรงของฝุ่นพิษ วันนี้เตรียมแผนเพิ่มเป็น 6 เที่ยวบิน   (4 เม.ย.62) สถานการณ์หมอกควันที่จังหวัดเชียงใหม่ เช้านี้ยังคงวิกฤติต่อเนื่อง ค่าฝุ่นละอองยังคงเกิดมาตรฐาน แต่ระดับความรุนแรงดีขึ้นกว่าช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา โดยเช้านี้หมอกควันไฟยังคงปกคลุมตัวเมืองเชียงใหม่ ยังไม่สามารถมองเป็นดอยสุเทพทางด้านทิศตะวันตกของเมืองได้    จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ เมื่อเวลา 09.00 น. ค่ามลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีอนุภาคต่ำกว่า 2.5 ไมครอน หรือค่า PM2.5 มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ณ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ต.ช้างเผือก อ.เมือง วัดได้ 118 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง วัดได้ 110 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร    จากข้อมูลของ เว็บไซต์ www.airvisual.com ซึ่งเป็น เว็บไซต์วัดคุณภาพอากาศของทั่วโลก พบว่าจากการเปรียบเทียบดัชนีคุณภาพอากาศหรือค่า US AQI จากหัวเมืองใหญ่จากประเทศต่างๆ ทั่วโลกพบว่าค่ามลพิษในอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเวลา 9 นาฬิกา ค่ามลพิษในอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ลดลงมาเป็นอันดับ 2 ของโลกดัชนีคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ วัดได้ 216 US AQI ส่วนอันดับ 1 เป็นของเมือง Lahore , Pakistan วัดได้ 263 US AQI    ขณะที่ข้อมูลของ CMU CCDC หรือ ศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Climate Change Data Center Chiang Mai University) ซึ่งรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากทั่งประเทศพบว่า ที่เชียงใหม่เช้านี้ ใตัวเมือง ณ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ต.ศรีภูมิ อำเภอเมือง วัดค่า PM 2.5 ได้ 271 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเช้าวันนี้ของจังหวัดเชียงใหม่สูงสุดที่ รพ.วัดจันทร์ อำเภอกัลยานิวัฒนาสูงถึง 512 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร   อย่างไรก็ตามในช่วงค่ำของวานนี้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบนได้ขึ้นบินสรางฝนหลวงประสบความสำเร็จทำให้เกิดฝนตกโดยรอบของอำเภอเมืองในหลายพื้นที่ของอำเภอสะเมิง อำเภอแม่ริม และอำเภอแม่แตง แต่เป็นฝนเล็กน้อยซึ่งสามารถช่วยบรรเทาสถานการณ์ลงมาได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งในวันนี้ก็จะมีการติดตามสภาพอากาศหากมีความเหมาะสมก็จะปรับแผนขึ้นบินสรางฝนหลวงทันที   ขณะที่กองทัพอากาศ ก็ส่งเครื่องบินชนิด BT67 ประจำการที่กอบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ปรับภาระกิจจากสรางฝนหลวงมาช่วยแก้ไขปัญหาหมอกควัน โดยวานนี้บินโปรยน้ำ 4 เที่ยว เที่ยวละ 3 พันลิตร รวม 12000 ลิตรเป้าหมายประตูท่าแพกลางเมืองเชียงใหม่ 2 เที่ยวบิน และที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ 2 เที่ยวบิน และในวันนี้ก็จะเริ่มเที่ยวบินเป็น 6 เที่ยวบิน โด. เวลา 10.00 น และ 10.10 ขึ้นทำการบิน 2 เที่ยวบินโปรยละอองน้ำ 6,000 ลิตร เป้าหมายบริเวณ ศูนย์ราชการ เชียงใหม่ใช้ความสูง 2,000 ฟิต และบริเวณประตูท่าแพใช้ความสูง 2,000 ฟิต วนในช่วงบ่ายเวลา 13.00 น., 13.10น., 13.30น., 13.40น. ขึ้นทำการบิน 4 เที่ยวบินโปรยละอองน้ำ 12,000 ลิตร เป้าหมายบริเวณ ศูนย์ราชการ เชียงใหม่ใช้ความสูง 2,000 ฟิต และบริเวณประตูท่าแพใช้ความสูง 2,000 ฟิต   

 1,019
ข่าวภูมิภาค
09 ก.พ. 62

ผู้ว่าฯ ขอนแก่น พร้อมเปิดปฏิบัติการฝนหลวงปราบฝุ่นจิ๋ว ขณะที่ค่าฝุ่นละอองยังเกินมาตรฐาน

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเผย พร้อมเปิดปฏิบัติการฝนหลวงปราบฝุ่น หลังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตอบรับการร้องขอ พร้อมส่งเครื่องบินและทีมนักบิน ประจำการที่ขอนแก่น ทันที ขณะที่ค่าฝุ่นละอองล่าสุด ยังคงอยู่ที่ 105 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (9 ก.พ.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนยังคงเร่งพ่นละอองน้ำเข้าไปในชั้นบรรยากาศและการชำระล้างสิ่งปฏิกูลตามท้องถนน ตามแผนการปฏิบัติงานเชิงรุกในการควบคุมและแก้ไขสถานการณ์มลพิษทางอากาศ ในกลุ่มฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ที่ภาพรวมของ จ.ขอนแก่น ที่วันนี้ยังคงวัดระดับได้ที่ 105 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้สภาพอากาศโดยทั่วไปทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ตลอดช่วงเช้าของวันนี้ยังคงมีฝุ่นละอองปกคลุมกระจายทั่วทั่งบริเวณ ขณะที่การฉีดละอองน้ำนั้นได้มีการปรับแผนการฉีดด้วยการใช้รถบันไดหอน้ำที่มีระดับความ 37 เมตร ทำการฉีดพ่นละอองน้ำ ทุกชั่วโมง รวมไปถึงการระดมรถน้ำจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ทำการฉีดพ่นละอองน้ำ ในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในย่านชุมชนและพื้นที่ที่มีคนพลุกพล่าน รวมทั้งการติดตั้งสปริงเกอร์และเครื่องพ่นละอองน้ำบนยอดตึกให้เพิ่มขึ้น   นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ปฏิบัติการปราบฝุ่น ที่วันนี้เข้าสู่วันที่ 3 ของการดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อที่จะลดระดับค่าของปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 นั้นลดลงให้ได้ ซึ่งในการพ่นละอองน้ำไปในชั้นบรรยากาศแต่ละครั้งนั้นสามารถที่จะปริมาณฝุ่นในจุดที่การพ่นละอองน้ำได้นานถึง 1 ชั่วโมง ดังนั้นวันนี้จึงเป็นแผนปฏิบัติการเชิงรุกแบบต่อเนื่องคือการพ่นละอองน้ำในจุดที่มีความสูง และบนยอดตึกสูงทุกจุดของ จ.ขอนแก่น   จังหวัดได้มีการประสานขอความร่วมมือไปยังภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะโรงแรม คอนโด รวมไปถึงอาคารที่มีความสูงในการติดตั้งสปริงเกอร์ หรือการอำนวยความสะดวกให้กับคณะทำงานในการขึ้นไปพ่นละอองน้ำเติมเข้าไปในชั้นบรรยากาศ ตามแนวทางการลดค่าฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ขณะเดียวกันล่าสุดทางจังหวัดได้รับการประสานงานมาจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการสนับสนุนแนวทางการแก้ไขสถานการณ์โดยจะส่งนักบินและเครื่องบินทำฝนหลวงมาประจำที่ ท่าอากาศยาน จ.ขอนแก่น ในวันพรุ่งนี้ ( 10 ก.พ.)   ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า เป็นข่าวดีล่าสุดทีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือ กษ. ได้ตอบรับแนวทางการร้องขอที่จังหวัดได้ร้องขอสนับสนุนไป โดยทีมนักบินและเครื่องบินของกรมฝนผลวงและการบินเกษตรมาประจำการที่ขอนแก่น เพื่อที่จะวางแผนการทำฝนหลวงให้เร็วที่สุด ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีการคาดการณ์ว่าในวันจันทร์นี้ ( 11 ก.พ.) ขอนแกน จะมีฝนตกลงมาบ้าง ซึ่งจะสามารถที่จะคลี่คลายสถานการณ์ลงได้บ้างและเมื่อเกิดฝนตกและอากาศมีความชื้นกรมฝนหลวงและการบินเกษตรจะขึ้นทำฝนหลวง เพื่อให้เกิดฝนตกอย่างต่อเนื่องทันที และจะทำการบินทำฝนหลวงไปจนกว่าสถานการณ์มลพิษทางอากาศภาพรวมของขอนแก่น จะคลี่คลายลง

 1,447
สังคม-อาชญากรรม
16 ม.ค. 62

รัฐบาล เผย ทำฝนหลวงได้ผล ช่วยลดฝุ่นในอากาศ นายกฯ กำชับทำต่อเนื่อง

โฆษกรัฐบาล เผย นายกฯ ได้รับรายงานทำฝนหลวงได้ผล ช่วยลดฝุ่นละอองในอากาศ กำชับทำต่อเนื่องควบคู่มาตรการอื่น   วันที่ 16 ม.ค. 62 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจากที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล และวางแผนระยะยาว เพื่อป้องกันปัญหาด้วยนั้น    ล่าสุด นายกฯ ได้รับรายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ออกปฏิบัติการทำฝนหลวงเมื่อวานนี้ ปรากฏว่าตั้งแต่เวลา 15.00 น. ได้เกิดฝนตกบริเวณเขตพญาไท ประเวศ บางกะปิ ห้วยขวาง และบางส่วนของ จ.นนทบุรี และปทุมธานี ช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน    นายพุทธิพงษ์ เผยว่า กระทรวงเกษตรฯ ยืนยันว่า ฝนที่ตกลงมา เป็นผลจากปฏิบัติการฝนหลวงเพราะมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ และเมื่อตรวจสอบค่าฝุ่นละอองในอากาศก่อนและหลังทำฝนหลวงร่วมกับกรมควบคุมมลพิษพบว่า ปริมาณฝุ่นละอองในอากาศลดลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น เขตบางขุนเทียน ลดลงจาก 82 เหลือ 72 ไมโครกรัมต่อ ลบ.ม. เขตพญาไท ลดลงจาก 53 เหลือ 43 เขตพระนคร ลดลงจาก 74 เหลือ 65 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ. สมุทรสาคร ลดลงจาก 66 เหลือ 60 เป็นต้น    โฆษกรัฐบาล บอกว่า นายกรัฐมนตรี กำชับให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะกลับเป็นปกติ พร้อมทั้งสั่งการให้ใช้มาตรการอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น ควบคุมรถโดยสารที่ปล่อยควันดำ ฉีดละอองน้ำ ล้างถนน ฯลฯ เพื่อให้ปัญหาคลี่คลายโดยเร็วที่สุด    นอกจากนี้ยังได้ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง เพราะจะทำให้การรับมือกับปัญหาเห็นผลเป็นลำดับ   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ชาวกรุงตื่นตัวป้องกันฝุ่นควัน วิจารณ์ดราม่าครูไม่ให้เด็กใส่หน้ากากอนามัยไปเรียน    

 1,063
ต่างประเทศ
16 ม.ค. 62

ฝนเทียมจากในหลวง ร.๙ ช่วยแก้วิกฤตฝุ่นละออง กทม.

Adam's Story กับ อ.อดัม แบรดชอว์ ตั้งแต่มีวิกฤตมลพิษทางอากาศที่ประเทศไทย มีคนพูดถึงฝนหลวงเป็นจำนวนมาก โดยส่วนมองว่าอาจเป็นวิธีแก้ปัญหาได้ ซึ่งที่ผ่านมาฝนหลวงหรือฝนเทียมได้ถูกนำมาใช้ในประเทศไทยเพื่อช่วยเรื่องความแห้งแล้ง   โดยการทำฝนเทียม เป็นกรรมวิธีดัดแปลงสภาพอากาศ เพื่อให้เกิดฝน เป็นการเลียนแบบธรรมชาติ วิธีการคือเอาสารเคมีใส่ในก้อนเมฆทำให้เมฆหนาขึ้นและเพิ่มความเป็นไปได้ที่ฝนจะตก   ที่น่าสนใจก็คือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงจดสิทธิบัตรวิธีทำฝนเทียม ของพระองค์ที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ และมีหลายประเทศที่ได้เข้ามาศึกษาวิธีการนี้ รวมไปถึงประเทศจอร์แดนได้ขอพระราชทานอนุญาตที่จะใช้วิธีการของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปใช้ในประเทศของเขา   โดยก่อนหน้านี้ประเทศจอร์แดนพยายามทำฝนเทียมมาด้วยตนเองหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จสักที แต่พอได้ใช้วิธีการแบบฝนหลวง ก็ได้ช่วยพลิกฟื้นแผ่นดินอันแห้งแล้ง ของจอร์แดนได้สำเร็จ     เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม Royal rainmaking หรือ cloud seeding ฝนหลวง Royal rainmaking or cloud seeding has been used in Thailand to help with droughts. ฝนหลวงหรือฝนเทียมได้ถูกนำมาใช้ในประเทศไทยเพื่อช่วยเรื่องความแห้งแล้ง drought (n.) ความแห้งแล้ง, ภัยแล้ง doubt (n./v.) ข้อสงสัย/สงสัย อ่านว่า ดาวท Cloud seeding can thicken clouds and increase the chance of rainfall. การใส่สารเคมีในก้อนเมฆทำให้เมฆหนาขึ้นและเพิ่มความเป็นไปได้ที่ฝนจะตก thick (adj.) หนา อ่านว่า ธิค thicken (v.) ทำให้หนาขึ้น อ่านว่า ธิเขิ่น Jordan received permission from Thailand to use King Bhumibol's technique ประเทศจอร์แดนได้ขอพระราชทานอนุญาตที่จะใช้วิธีการของในหลวงรัชกาลที่ ๙ technique (n.) วิธีการ อ่านว่า เถ็คนีค They were successful! พวกเขาประสบความสำเร็จ That's awesome! เยี่ยมไปเลย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1E-WWTvWMs0

 2,381
สังคม-อาชญากรรม
15 ม.ค. 62

กรมฝนหลวงฯ เปิดปฏิบัติการทำฝนหลวง แก้ปัญหาฝุ่นละออง ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล คาดฝนตกช่วงเย็นวันนี้

ช่วงเช้าวันนี้ (15 ม.ค. 62) กรมฝนหลวงได้ส่งเครื่องบินคาซ่า 2 ลำ ขึ้นทำแกนแนวเมฆ ตั้งแต่ปากแม่น้ำบางปะกง ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิ 15 ไมล์ ไปจนถึงคลอง 22 จังหวัดนครนายก และในเวลา 13.30 น.ขึ้นบิน โปรยสาร เลี้ยงเมฆให้อ้วน ก่อนทำการโจมตี เพื่อให้เกิดฝน โดยคาดจะเกิดฝนตกในช่วงเย็นวันนี้ บริเวณพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ และหากกระแสลมแรง อาจจะทำให้เมฆเคลื่อนตัวและเกิดฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นในด้วย    ขณะเดียวกัน นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงฯ ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์การปฎิบัติการฝนหลวงเพื่อลดมลพิษทางอากาศ ขึ้นที่กรมฝนหลวงฯ เพื่อติดตามสถานการณ์ และวางแผนการบินในแต่ละวัน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย    และในช่วงสิ้นเดือนนี้ มีแผนเปิดปฏิบัติการทำฝนหลวง ที่ จังหวัดสระบุรี ซึ่งกำลังประสบปัญหามลพิษทางอากาศเช่นกัน ซึ่งที่ไม่สามารถทำในขณะนี้ได้ เนื่องจากหลายพื้นที่ อยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร

 6,519
สังคม-อาชญากรรม
15 ม.ค. 62

ส่งเครื่องบินโปรยสารฝนหลวง 2 ตัน เรียกฝนช่วยลดฝุ่นละออง กทม.คาดเกิดฝนตกบ่ายวันนี้

วันนี้ 15 มค.62 ที่ศูนย์ปฎิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง นายประสพ พรหมมา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก ได้ประชุมร่วมกับนักบิน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนทำการขึ้นบิน เพื่อเข้าช่วยเหลือแก้ไขปัญหามลพิษฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลโดยใช้เครื่องบิน CASA จำนวน 2 ลำ c 212 ขนสารทำฝนหลวงจำนวน 2 ตัน บินขึ้นจากสนามบินอู่ตะเภา กองการบินทหารเรือ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โปรยสาร ในพื้นที่ รอบ กทม    นายประสพ พรหมมา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก กล่าวว่า วันนี้ความเร็วลมเฉลี่ยที่วัดได้ความเร็วลมประมาณ 10 น็อต มีก้อนเมฆก่อตัวมุ่งหน้าเข้า กทม สภาพอากาศวันนี้ถือว่ามีสภาพที ความชื่นสัมผัสระดับประฏิบัติการเกิน 60 % อากาศค่อนข้างจะยกตัวดีมีเรื่องอากาศเย็นปลกคุมอยู่บ้างเล็กน้อยซึ่งอากาศค่อนข้างทรงตัวแต่ว่าช่วงเช้าดูจากเรดาร์ ฝนหลวงสัตหีบตรวจวัดพบมีกลุ่มฝนบริเวณชายฝั่ง จังหวัดสมุทรปราการมีแนวโน้มการเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันตกของก กทม รับแจ้งว่ามีฝนละอองทางช่วงพระรามเก้าเล็กน้อยยืนยันสภาพอากาศมีแนวโนมข้องข้างดีมีแผนและเป้าหมายจำนวน2รอบ จากสนามบินอู่ตะเภาไปทางด้านทิศใต้ของ อ.บางประกง จ.ฉะเชิงเทรา โดยจะทำการบินเป็นเส้นตรงเรียบขนานข้างสนามบินสุวรรณภูมิ ประมาณ20-30ไมล์ ใช้เวลาปฏิบัติการ โปรยสารฝนหลวงประมาณครึ่งชั่วโมง ในระดับความสูง 6500 -7000 ฟุต โดยเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่ 10.00 น. - 1100 น.ปัญหาในตอนนี้คือไม่สามารถบินเข้าใกล้ กทมได้โดยตรงเนื่องจากต้องประสานหอบังคับการบินสนามบินสุวรรณภูมิตลอดเวลา และถ้าวันนี้ปฎิบัติการเป็นผลสำเร็จ มีแนวโนมมีจะมีฝนเกิดใน กทม. ช่วงเวลา 14.00 น. โดยวันนี้ ได้ส่งเครื่องบิน จำนวน 2 ลำ โปรยสาร ไปทั้งหมดจำนวน 2 ตัน

 2,083
สังคม-อาชญากรรม
14 ม.ค. 62

กรมฝนหลวงฯ ตั้งหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วเตรียมพร้อมทำฝนช่วยลดฝุ่นละออง 15-18 ม.ค. นี้

วันที่ 14 มกราคม 2562 เวลา 11.00 น. นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์มลพิษฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการรายงานจากกรมควบคุมมลพิษเมื่อวานนี้ (13 ม.ค.62) ว่า ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เพิ่มสูงขึ้น มีค่าเกินมาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนทั่วกรุงเทพมหานคร จึงสั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยด่วน   นายสุรสีห์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จึงได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว จำนวน 1 หน่วย ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วจังหวัดระยอง เตรียมความพร้อมปฏิบัติการในวันที่มีสภาพอากาศเอื้ออำนวยในการทำฝน เพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งจากการประสานงานกับกรมควบคุมมลพิษ    การติดตามสภาพอากาศ และศึกษาถึงความเป็นไปได้ คาดว่าในระหว่างวันที่ 15-18 มกราคม 2562 นี้ มีแนวโน้มที่จะสามารถทำฝนหลวงได้โดยใช้เครื่องบิน CASA จำนวน 2 ลำ ทั้งนี้ ในการปฏิบัติการดังกล่าวที่ผ่านมายังมีข้อจำกัดในการปฏิบัติการ 3 ประเด็น คือ    1) ไม่สามารถทำการบินเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้ด้วยเงื่อนไขกฎการบิน ซึ่งจะต้องทำการบินห่างจากสนามบินนานาชาติอย่างน้อยระยะ 50 ไมล์  2) พื้นที่โดยรอบกรุงเทพมหานคร ยังมีพื้นที่เก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่ต้องการฝน ซึ่งจะทำให้ผลผลิตเกิดความเสียหายได้  3) เงื่อนไขทางสภาพอากาศไม่เอื้อต่อการปฏิบัติการ เนื่องจากความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศต่ำกว่า 60 เปอร์เซ็นต์   อย่างไรก็ตาม กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและจะเร่งดำเนินการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบปัญหา โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนจะปฏิบัติภารกิจด้วยความตั้งใจอย่างเต็มความสามารถทันทีเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย โดยสามารถติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่องได้ทางเว็บไซต์/เพจ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร   ภาพจากเฟซบุ๊ก กรมฝนหลวงและการบินเกษตร

 6,606
ข่าวภูมิภาค
10 ต.ค. 61

จ่อทำฝนหลวง2 เขื่อนใหญ่อีสาน 'อุบลรัตน์-ลำนางรอง' ปริมาณน้ำวิกฤต ส่อแล้งหนัก

แม้ในหลายพื้นที่ของประเทศกำลังอยู่ในช่วงฝนตกหนัก แต่มีรายงานว่าปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และเขื่อนลำนางรอง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็น 2 เขื่อนขนาดใหญ่ของภาคอีสานที่มีปริมาณน้ำในความจุอ่างที่น้อยมาก อยู่ในจุดวิกฤต ส่งสัญญาณแล้งหนัก พบปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ มีปริมาณน้ำเก็บกักเพียงร้อยละ 36 จนท.วางแผนทำฝนหลวงในสภาพอากาศที่เหมาะสม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LrONgL1ZcDw

 1,300
ข่าวภูมิภาค
08 มี.ค. 61

นักบินหญิงวัย 25 ภูมิใจได้ขึ้นบินหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเหนือพื้นที่จันทบุรี

จันทบุรี-หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ได้มาตั้งฐานปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร แก้ปัญหาภัยแล้ง และเพิ่มปริมาณน้ำให้กับแหล่งกักเก็บน้ำต่าง ๆ ในจังหวัดจันทบุรี ตามสภาพอากาศที่เหมาะสม   โดยตั้งฐานปฏิบัติการที่สนามบินท่าใหม่จังหวัดจันทบุรีไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม หลังจากนั้นจะย้ายไปตั้งฐานปฏิบัติการที่จังหวัดสระแก้ว มีนายประสพ พรหมมา เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก และมีเครื่องบินเซสน่า คาราแวน จำนวน 3 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำ สำหรับปฏิบัติการ จะขึ้นบินปฏิบัติการโปรยสารฝนหลวง 2 เที่ยวต่อวัน เพื่อเป็นการเร่งปฏิกิริยาให้กระบวนการเกิดของฝนเร็วขึ้น โดยมีพื้นที่ครอบคลุม 10 อำเภอของจันทบุรี     ซึ่งในการปฏิบัติการของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงครั้งนี้ นางสาวสร้อยสกุล คุณสุข อายุ 25 ปี นักบินหญิงคนแรกของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ที่มีภูมิลำเนา อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรีได้รับมอบภารกิจร่วมปฏิบัติการขับเครื่องบินในหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงครั้งนี้ด้วย กล่าวอย่างภาคภูมิใจและ ดีใจ ที่ได้นำความรู้มาช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้บ้านเกิด และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ที่ทรงพระราชทานโครงการฝนหลวงช่วยเหลือเกษตรกร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dSJwZkFAHwY  

 3,455

Top