ค้นหา :

ผลการค้นหา "พริตตี้"

บันเทิง
03 ก.พ. 63

‘ดีเจมะตูม’ เปิดใจหลังเกิดดราม่า #ตูมสนิท รับเครียดที่สุดในชีวิต ขอโทษจะระมัดระวังมากขึ้น

ดีเจมะตูม เปิดใจครั้งแรก หลังโดนด่าหนัก จนติดแฮชแท็ก #ตูมสนิท ติดเทรนด์อันดับ 1 ทวิตเตอร์ หลังบูลลี่พริตตี้ รับเป็นข่าวที่เครียดที่สุดในชีวิต เพราะเกิดจากการกระทำของตัวเอง เผยได้ขอโทษไปแล้ว     มากันที่ ‘ดีเจมะตูม’ ที่ก่อนหน้านี้ก็มีประเด็นดราม่า หลังจากเจ้าตัวได้เป็นคอมเมนต์ในรายการประกวดร้องเพลง โดยได้พูดด้วยถ้วยคำรุนแรง กับผู้ร่วมรายการหญิงคนหนึ่ง บอกว่า   “รายการต้องการนักร้องไม่ได้มานั่งดริงก์ เห็นแค่นี้  เต็มที่ก็เป็นได้แค่  พริตตี้มอเตอร์โชว์ ถามจริง? คิ้วเขียนเผื่อคนทั้งประเทศหรือไง?”จนกลายเป็นประเด็นดราม่า ว่าเหยียดพริ้ตตี้ บูลลี่คนอื่น ทำให้มีแฮชแท็ก #ตูมสนิท ที่มีคนเข้ามาด่า และ รวบรวมความเป็นมะตูน จนติดเทรนด์อันดับ 1 ในทวิตเตอร์   ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็ได้โพสต์ขอโทษผ่านทางอินสตาแกรมไปแล้ว    เมื่อวานนี้นักข่าวก็ได้เจอ ‘ดีเจมะตูม’ เลยได้ถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเจ้าตัวก็บอกว่าน่าจะเป็นปีชง เข้าวันเกิดปุ๊ปก็ป่วยแอดมิดนอนโรงพยาบาล หลังจากออกจากโรงพยาบาลก็ได้แก้เคล็ดด้วยการต่อผมยาวเพราะเชื่อว่าอายุจะยืนยาว หลังจากนั้นก็มีประเด็นดราม่าขึ้นมา เจ้าตัวก็น้อมรับทุกคำติ คำด่า บอกว่าทำงานทุกวันก็ผิดพลาดกันได้ อยากจะให้มองที่เจตนา เพราะตนทำงานเป็นคนตลก พูด แซว เพราะอยากให้คนหัวเราะ แต่ก็จะระวังตัวในการใช้คำพูดมากขึ้น ในทุกรายการ ที่ออกสื่อสาธารณะ แต่ในพื้นที่ส่วนตัวก็ยังเหมือนเดิมเพราะเป็นไลฟ์สไตส์ของตัวเอง     ยอมรับว่าตั้งแต่อยู่วงการมา ข่าวนี้ซีเรียส และเครียดมากที่สุดเพราะเป็นงานที่ทำ เลยตัดสินใจพักงานตัวเองจากรายการนั้นไปก่อน พร้อมกับสัญญาว่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง จะพัฒนามุขสนุกๆตลกๆ ต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0AVUC1e51S8

 13,023
สังคม-อาชญากรรม
06 ม.ค. 63

รวบ 'น้องปีนป่าย' พริตตี้สาวแสบหลอกขายของ-โกงเงินกว่า 60 ราย เหยื่อเหลืออดลงขันล่าตัว

จากกรณีที่มีผู้เสียหายกว่า 60 คน ได้ลงขันไล่ล่าตัว น.ส.พิชามชุ์ พิบูลย์กิตติกุล หรือ ไอ หรือชื่อในวงการว่า น้องปีนป่าย สาวแสบวางตัวเป็นพริตตี้ในโซเชียล แต่หลอกขายของ ให้ลูกค้าโอนเงิน แต่ไม่ส่งของให้ จนมีผู้เสียหายจำนวนมากตกเป็นเหยื่อเป็นจำนวนมาก   จนมีหนึ่งในผู้เสียหาย ได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเน็ตไอดอลสาวรายนี้ และได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ไปจับกุม นางสาวพิชามชุ์ ได้ขณะไปนั่งรับประทานสุกี้ในร้านดัง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงก็ได้แสดงหมายจับ ผู้ต้องหาถึงกับหน้าถอดสี จากนั้นจึงควบคุมถูกตัวไปที่ สถานีตำรวจนครบาลโชคชัยทันที   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัวน้องปีนป่าย ไว้ยังห้องควบคุมผู้ต้องหาไว้เพื่อรอให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองแพร่ มารับตัวไปดำเนินคดีตามหมายจับข้อหา ฉ้อโกงประชาชน และความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตามหมายจับดังกล่าว   สำหรับพฤติการณ์ของ เน็ตไอดอลสาวรายนี้ ซึ่งมีผู้ติดตามทางเฟซบุ๊กกว่าหมื่นคน จะทำตัวให้น่าเชื่อถือว่าเป็นพริตตี้ในโลกโซเชียล โดยจะโพสต์หลอกขายสินค้าเกรดหรู เช่น ไอแพด บัตรคอนเสิร์ต แต่เชิดเงินหนีเกือบทุกครั้งที่มีลูกค้าโอน จนถูกแจ้งความดำเนินคดีทั่วประเทศ ซึ่งนางสาวพิชามชุ์ยังคงมีพฤติกรรมหลอกลวงขายสินค้าอย่างต่อเนื่อง   แล้วยังปรากฎตัวในเพจเฟซบุ๊ก โพสต์เรื่องราวของตัวเองตามสถานที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แถมยังอัพสตอรี่ของตัวเองโชว์ในเฟซบุ๊กโดยไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจ ไม่สำนึก เสมือนท้าทายกฎหมาย จนผู้เสียหาเหลืออดรวมตัวกันตามล่าตัว จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาถูกกลุ่มผู้เสียหายที่ติดตามชี้ให้จับกุมในที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TvTPoHY3CeY

 2,413
สังคม
06 ม.ค. 63

รวบ 'น้องปีนป่าย' พริตตี้สาวแสบหลอกขายของ-โกงเงินกว่า 60 ราย เหยื่อเหลืออดลงขันล่าตัว

จากกรณีที่มีผู้เสียหายกว่า 60 คน ได้ลงขันไล่ล่าตัว น.ส.พิชามชุ์ พิบูลย์กิตติกุล หรือ ไอ หรือชื่อในวงการว่า น้องปีนป่าย สาวแสบวางตัวเป็นพริตตี้ในโซเชียล แต่หลอกขายของ ให้ลูกค้าโอนเงิน แต่ไม่ส่งของให้ จนมีผู้เสียหายจำนวนมากตกเป็นเหยื่อเป็นจำนวนมาก   จนมีหนึ่งในผู้เสียหาย ได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเน็ตไอดอลสาวรายนี้ และได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ไปจับกุม นางสาวพิชามชุ์ ได้ขณะไปนั่งรับประทานสุกี้ในร้านดัง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงก็ได้แสดงหมายจับ ผู้ต้องหาถึงกับหน้าถอดสี จากนั้นจึงควบคุมถูกตัวไปที่ สถานีตำรวจนครบาลโชคชัยทันที   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัวน้องปีนป่าย ไว้ยังห้องควบคุมผู้ต้องหาไว้เพื่อรอให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองแพร่ มารับตัวไปดำเนินคดีตามหมายจับข้อหา ฉ้อโกงประชาชน และความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตามหมายจับดังกล่าว   สำหรับพฤติการณ์ของ เน็ตไอดอลสาวรายนี้ ซึ่งมีผู้ติดตามทางเฟซบุ๊กกว่าหมื่นคน จะทำตัวให้น่าเชื่อถือว่าเป็นพริตตี้ในโลกโซเชียล โดยจะโพสต์หลอกขายสินค้าเกรดหรู เช่น ไอแพด บัตรคอนเสิร์ต แต่เชิดเงินหนีเกือบทุกครั้งที่มีลูกค้าโอน จนถูกแจ้งความดำเนินคดีทั่วประเทศ ซึ่งนางสาวพิชามชุ์ยังคงมีพฤติกรรมหลอกลวงขายสินค้าอย่างต่อเนื่อง   แล้วยังปรากฎตัวในเพจเฟซบุ๊ก โพสต์เรื่องราวของตัวเองตามสถานที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แถมยังอัพสตอรี่ของตัวเองโชว์ในเฟซบุ๊กโดยไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจ ไม่สำนึก เสมือนท้าทายกฎหมาย จนผู้เสียหาเหลืออดรวมตัวกันตามล่าตัว จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาถูกกลุ่มผู้เสียหายที่ติดตามชี้ให้จับกุมในที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TvTPoHY3CeY

 2,413
สังคม-อาชญากรรม
02 ม.ค. 63

ไม่รอด! หนุ่มแมสเซนเจอร์ ควงปืนของเล่น ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ หาเงินเปย์พริตตี้สาว

ตำรวจ สน.ลาดพร้าว จับกุมนายเอกชัย ชินวงษ์ อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ สาขาอาร์แบค 3 ซอยลาดพร้าว 107 แยก 18 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร   โดยหลังเกิดเหตุตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และขออนุมัติศาลออกหมายจับ จนสามารถจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง บริเวณปากซอยโพธิ์แก้ว แยก 1 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ โดยใช้เวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง อย่างรวดเร็ว ก่อนควบคุมตัวสอบสวนที่สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว   สอบสวนผู้ต้องหา ให้การยอมรับสารภาพว่า มีอาชีพเป็นพนักงานส่งเอกสารบริษัทหนึ่งในกรุงเทพฯ และต้องการเงินไปใช้เลี้ยงแฟน ซึ่งเป็นสาวสวยพริตตี้อยู่ที่จ.นครราชสีมา ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากเงินเดือนยังไม่ออก จึงก่อเหตุครั้งนี้เป็นครั้งแรก ส่วนอาวุธปืนเป็นของปลอมซึ่ง ซื้อมาจากร้านขายของเล่นแห่งหนึ่ง   อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจต้องสืบสวนขยายผลอีกครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อหา ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธและโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Nn1OWT6tSts

 1,220
สังคม
02 ม.ค. 63

ไม่รอด! หนุ่มแมสเซนเจอร์ ควงปืนของเล่น ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ หาเงินเปย์พริตตี้สาว

ตำรวจ สน.ลาดพร้าว จับกุมนายเอกชัย ชินวงษ์ อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ สาขาอาร์แบค 3 ซอยลาดพร้าว 107 แยก 18 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร   โดยหลังเกิดเหตุตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และขออนุมัติศาลออกหมายจับ จนสามารถจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง บริเวณปากซอยโพธิ์แก้ว แยก 1 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ โดยใช้เวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง อย่างรวดเร็ว ก่อนควบคุมตัวสอบสวนที่สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว   สอบสวนผู้ต้องหา ให้การยอมรับสารภาพว่า มีอาชีพเป็นพนักงานส่งเอกสารบริษัทหนึ่งในกรุงเทพฯ และต้องการเงินไปใช้เลี้ยงแฟน ซึ่งเป็นสาวสวยพริตตี้อยู่ที่จ.นครราชสีมา ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากเงินเดือนยังไม่ออก จึงก่อเหตุครั้งนี้เป็นครั้งแรก ส่วนอาวุธปืนเป็นของปลอมซึ่ง ซื้อมาจากร้านขายของเล่นแห่งหนึ่ง   อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจต้องสืบสวนขยายผลอีกครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อหา ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธและโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Nn1OWT6tSts

 1,220
สังคม-อาชญากรรม
21 พ.ย. 62

ปรับ 2 พัน แก๊งพริตตี้โชว์เต้า อ้างไม่เจตนาเปลือย แต่หน้าอกใหญ่เลยทะลักไปหน่อย

กรณีชาวเน็ตมีการแชร์คลิปเหตุการณ์ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งมีการเผยแพร่ในเพจเฟซบุ๊กของร้านดังกล่าว โดยมีหญิงสาวหลายรายสวมเพียงกางเกงชั้นในและผ้ากันเปื้อน โดยไม่สวมเสื้อชั้นใน เดินเสิร์ฟอาหาร บริการลูกค้าในร้านแห่งหนึ่ง ในซอยประเสริฐมนูกิจ 33 กรุงเทพฯ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมจำนวนมาก  ล่าสุด เพจเฟซบุ๊กของร้านได้ปิดไปเรียบร้อยแล้ว   วานนี้ (20 พ.ย.) เจ้าของร้าน และ 4 พริตตี้สาว อายุราว 24 - 34 ปี ได้เดินทางเข้าให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหากับตำรวจสน.โคกคราม โดยพริตตี้สาวให้การว่า วันเกิดเหตุได้รับการว่าจ้างจากเจ้าของร้านดังกล่าวให้มาบริการเสิร์ฟเครื่องดื่มและเอ็นเตอร์เทรนลูกค้าภายในร้าน โดยตกลงว่าจ้างพริตตี้รวม 4 คน เป็นเงินกว่า 1 หมื่นบาท เฉลี่ยคนละประมาณ 3 พันบาททำงานในช่วงเวลา 20.00 - 23.00 น.   สำหรับชุดที่สวมในนั้น เป็นธีมที่ร้านจัดขึ้นในธีมแม่บ้าน ซึ่งก่อนทำงานได้มีการตรวจเช็คชุดที่สวมใส่แล้ว รวมทั้งมีการใส่บาร์ปีกนก เพื่อป้องกันการโป๊เปลือยอยู่แล้ว   แต่ด้วยลักษณะการทำงานที่ต้องเดินให้บริการลูกค้า ที่มีการขยับตัวไปมา และด้วยหน้าอกที่มีขนาดใหญ่ เนื่องจากได้มีการทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก จึงทำให้เกิดภาพในลักษณะอนาจาร อีกทั้งตอนลองชุดก็ลองหน้ากระจกเท่านั้น ไม่ได้ลองเดินไปมาดู จึงไม่คิดว่าจะโป๊ขนาดนี้ แต่ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะให้เกิดภาพลามกอนาจาร ปกติก็รับงานแนวนี้อยู่แล้ว ไม่เคยมีปัญหาอะไร   ด้านเจ้าของร้านให้การว่า เป็นเพียงการตลาดเพื่อเรียกลูกค้าให้มาเข้าร้าน ซึ่งเป็นการกระทำที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และเป็นการกระทำครั้งแรก ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องแบบนี้ ยอมรับผิดและต่อไปจะไม่ทำอีก   เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหากับเจ้าของร้านและพริตตี้สาว ฐานร่วมกันกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัลโดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย  โดย 4 พริตตี้สาว ถูกปรับเป็นเงิน 2,000 บาท ส่วนเจ้าของร้าน ถูกปรับเป็นเงิน 5,000 บาท และถูกดำเนินคดีในฐานเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ngr_S4y0HO8

 19,327
สังคม
21 พ.ย. 62

ปรับ 2 พัน แก๊งพริตตี้โชว์เต้า อ้างไม่เจตนาเปลือย แต่หน้าอกใหญ่เลยทะลักไปหน่อย

กรณีชาวเน็ตมีการแชร์คลิปเหตุการณ์ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งมีการเผยแพร่ในเพจเฟซบุ๊กของร้านดังกล่าว โดยมีหญิงสาวหลายรายสวมเพียงกางเกงชั้นในและผ้ากันเปื้อน โดยไม่สวมเสื้อชั้นใน เดินเสิร์ฟอาหาร บริการลูกค้าในร้านแห่งหนึ่ง ในซอยประเสริฐมนูกิจ 33 กรุงเทพฯ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมจำนวนมาก  ล่าสุด เพจเฟซบุ๊กของร้านได้ปิดไปเรียบร้อยแล้ว   วานนี้ (20 พ.ย.) เจ้าของร้าน และ 4 พริตตี้สาว อายุราว 24 - 34 ปี ได้เดินทางเข้าให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหากับตำรวจสน.โคกคราม โดยพริตตี้สาวให้การว่า วันเกิดเหตุได้รับการว่าจ้างจากเจ้าของร้านดังกล่าวให้มาบริการเสิร์ฟเครื่องดื่มและเอ็นเตอร์เทรนลูกค้าภายในร้าน โดยตกลงว่าจ้างพริตตี้รวม 4 คน เป็นเงินกว่า 1 หมื่นบาท เฉลี่ยคนละประมาณ 3 พันบาททำงานในช่วงเวลา 20.00 - 23.00 น.   สำหรับชุดที่สวมในนั้น เป็นธีมที่ร้านจัดขึ้นในธีมแม่บ้าน ซึ่งก่อนทำงานได้มีการตรวจเช็คชุดที่สวมใส่แล้ว รวมทั้งมีการใส่บาร์ปีกนก เพื่อป้องกันการโป๊เปลือยอยู่แล้ว   แต่ด้วยลักษณะการทำงานที่ต้องเดินให้บริการลูกค้า ที่มีการขยับตัวไปมา และด้วยหน้าอกที่มีขนาดใหญ่ เนื่องจากได้มีการทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก จึงทำให้เกิดภาพในลักษณะอนาจาร อีกทั้งตอนลองชุดก็ลองหน้ากระจกเท่านั้น ไม่ได้ลองเดินไปมาดู จึงไม่คิดว่าจะโป๊ขนาดนี้ แต่ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะให้เกิดภาพลามกอนาจาร ปกติก็รับงานแนวนี้อยู่แล้ว ไม่เคยมีปัญหาอะไร   ด้านเจ้าของร้านให้การว่า เป็นเพียงการตลาดเพื่อเรียกลูกค้าให้มาเข้าร้าน ซึ่งเป็นการกระทำที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และเป็นการกระทำครั้งแรก ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องแบบนี้ ยอมรับผิดและต่อไปจะไม่ทำอีก   เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหากับเจ้าของร้านและพริตตี้สาว ฐานร่วมกันกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัลโดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย  โดย 4 พริตตี้สาว ถูกปรับเป็นเงิน 2,000 บาท ส่วนเจ้าของร้าน ถูกปรับเป็นเงิน 5,000 บาท และถูกดำเนินคดีในฐานเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ngr_S4y0HO8

 19,327
สังคม-อาชญากรรม
10 ต.ค. 62

ทนายขอเท! ไม่ยุ่งคดีพริตตี้อ้างโดน 'เสี่ยท็อป' หลอก เลื่อนนัด 4 รอบ ไม่ยอมแจ้งความ อ้างกลัวนักข่าว

จากกรณีพริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกเสี่ยท็อป เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอ หลอกแต่งงานจดทะเบียนสมรส พร้อมจัดงานแต่งใหญ่โตที่โรงแรมหรู แต่สุดท้ายทิ้งหนี้สินไว้ให้ 3.5 ล้านบาท   แต่ล่าสุดเฟซบุ๊ก รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เรื่องเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวหมื่นล้าน ทางทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ และกลุ่มทนายความในเครือข่ายฯ ขอยุติให้ความช่วยเหลือทุกๆด้าน จะเกิดอะไรขึ้นไม่เกี่ยวกับทางกลุ่มอีกต่อไป ขอแจ้งให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน   จากการสอบถามไปที่ทนายรณณรงค์ระบุว่า ที่ผ่านมาทนายนัดให้พริตตี้สาวมาแจ้งความ 4 ครั้ง แต่ก็เลื่อนนัดทุกครั้ง อ้างเหตุผลต่างๆนานา อาทิ กลัวนักข่าว, ไม่อยากเป็นข่าว จนทำให้ทางทนายไม่สามารถทำงานได้ และแระกาศขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับคดีดังกล่าวอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IUyheMJ6nfU

 16,144
สังคม
10 ต.ค. 62

ทนายขอเท! ไม่ยุ่งคดีพริตตี้อ้างโดน 'เสี่ยท็อป' หลอก เลื่อนนัด 4 รอบ ไม่ยอมแจ้งความ อ้างกลัวนักข่าว

จากกรณีพริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกเสี่ยท็อป เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอ หลอกแต่งงานจดทะเบียนสมรส พร้อมจัดงานแต่งใหญ่โตที่โรงแรมหรู แต่สุดท้ายทิ้งหนี้สินไว้ให้ 3.5 ล้านบาท   แต่ล่าสุดเฟซบุ๊ก รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เรื่องเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวหมื่นล้าน ทางทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ และกลุ่มทนายความในเครือข่ายฯ ขอยุติให้ความช่วยเหลือทุกๆด้าน จะเกิดอะไรขึ้นไม่เกี่ยวกับทางกลุ่มอีกต่อไป ขอแจ้งให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน   จากการสอบถามไปที่ทนายรณณรงค์ระบุว่า ที่ผ่านมาทนายนัดให้พริตตี้สาวมาแจ้งความ 4 ครั้ง แต่ก็เลื่อนนัดทุกครั้ง อ้างเหตุผลต่างๆนานา อาทิ กลัวนักข่าว, ไม่อยากเป็นข่าว จนทำให้ทางทนายไม่สามารถทำงานได้ และแระกาศขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับคดีดังกล่าวอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IUyheMJ6nfU

 16,144
สังคม-อาชญากรรม
04 ต.ค. 62

เพื่อนบ้านแฉเสี่ยกำมะลอ ทำตัวรวยขับรถหรู ควงหญิงไม่ซ้ำหน้า ส.ส.เพื่อไทยโดนอ้างชื่อ ยันไม่เคยรู้จัก

จากกรณีพริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกนายท็อป (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส โดยจัดงานแต่งใหญ่โตที่สุดท้ายทิ้งหนี้ 3.5 ล้านบาทให้เจ้าสาวชดใช้ แม้จะเซ็นใบหย่าแต่ไม่ยอมใช้หนี้   ล่าสุด โลกอออนไลน์ต่างออกมาแฉ พฤติกรรมของนายท็อปคนนี้ โดยเพจอยากดังเดี่ยวจัดให้ v.13 ออกมาเปิดเผยข้อมูลทั้งพฤติกรรมของนายท็อป ที่ใช้ชีวิตหรูหรา เดินทางต่างประเทศมีเงินจำนวนมาก และยังมีการซื้อขายคอนโดหรูจำนวนหลายห้อง ซื้อรถเบนซ์ แต่สุดท้ายหลอกลวงทั้งหมด   โดยข้อความในเพจระบุว่า พฤติกรรมของนายท็อปคือ คบผู้หญิงที่มีฐานะร่ำรวย และขอถ่ายรูปทั้งรถหรูและเงินสด เพื่ออัพโปรไฟล์ตัวเอง ส่วนเครื่องบินส่วนตัวนั้น ภาพที่เห็นเป็นเครื่องบินส่วนตัวของบริษัทหนึ่งที่นายท็อปไปติดต่อทำธุรกิจก็ขอถ่ายรูปไว้   ด้วยท่าทางของนายท็อปที่นิ่ง สุขุม และโปรไฟล์ดี จึงทำให้หลายๆคนหลงเชื่อ ธุรกิจที่นายท็อปไปติดต่อ มีมูลค่ากว่าร้อยล้าน บางรายที่หนักสุดโดนถึง 200 ล้าน ไม่ใช่แค่สาวๆ นักธุรกิจ นักการเมืองระดับประเทศก็ตกเป็นเหยื่อของนายท็อปคนนี้ ด้วยโปรไฟล์ดีไม่พอ ยังมีการโชว์เอกสารการเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังอีกด้วย แต่พอตรวจไปก็ไม่พบว่าเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้จริง   เท่านั้นไม่พอ พอเพจแฉประวัติ ก็มีคนเข้ามาแสดงความเห็นและเล่าพฤติกรรมของนายท็อป บางคนเกือบเป็นเหยื่อเพราะนายท็อปติดต่อมาชวนทำธุรกิจ บางคนก็ถูกยืมรถไปใช้ถ่ายรูป  บางรายก็ทวงเงินทางแชทไลน์จากนายท็อป โดยตัวนายท็อปก็ตอบว่า “ถ้ามีจะรีบจัดการให้ ตอนนี้แม้แต่บ้านก็ไม่มีอยู่ ข้าวก็ไม่มีกิน ตังก็ไม่มี”   นอกจากนี้ยังพบว่า นายท็อป มีบัตรคณะทำงานของรัฐบาลทักษิณ เมื่อปี 2555 เป็นบัตร สร.3-6 ระบุว่าเป็นคณะทำงาน ตำแหน่งเสขานุการ   พฤติกรรมของนายท็อปไม่ธรรมดา อ้างเป็นที่ปรึกษาทักษิณ ชินวัตร หลอกผู้เสียหายหลายราย บางรายแจ้งความบางรายไม่แจ้งความเพราะอาย ล่าสุดพบมีอาชีพขายเห็ดตามตลาดนัดเร่ขาย ย่านลำลูกกา โกงเงินค่าซื้อเห็ดจากเจ้าของฟาร์ม 5หมื่นบาท เคยหลอกซื้อคอนโดหรูหลายห้องมูลค่าหลายร้อยล้าน หลอกซื้อรถหรูราค 16 ล้าน ล่าสุดหลอกสาวแต่งงานเชิดหนี้ไม่จ่ายค่าจัดงาน 3.5 ล้าน   ทั้งนี้นายท็อปมีประวัติ พักอาศัยที่บ้านแห่งหนึ่งในซอย สุขุมวิท 74 ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักพบว่า นายท็อปขายไปแล้ว สภาพบ้านเป็นตึกแถวกึ่งไม้กึ่งปูน 2ชั้น สภาพทรุดโทรม สอบถามชาวบ้านระบุว่า นายท็อปและแม่เคยอาศัยที่บ้านหลังนี้จริงเมื่อ 4 ปีที่แล้ว   เพื่อนบ้านเล่าว่า ช่วงที่นายท็อปอาศัยที่บ้านหลังนี้กับแม่ทำอาชีพเป็นช่างเสริมสวย แต่จะแต่งตัวเหมือนผู้ดี ชาวบ้านบางคนก็เรียกคุณนาย บางคนก็เรียกคุณแม่ นิสัยไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนบ้าน นายท็อปดูเป็นคนมีฐานะ แต่งตัวดีใส่สูทผูกไท ขับรถหรูเปิดประทุนมาประจำ และมีสาวๆควงมาด้วยไม่ซ้ำหน้า สาวที่มาสวยเหมือนดารา   พฤติกรรมของนายท็อป หากเห็นแค่ภายนอกจะรู้เลยว่านี่คือเสี่ยมีฐานะร่ำรวย แม่ก็ขับรถเบนซ์ แต่พวกตนเห็นสภาพบ้าน ก็งง คนรวยมาอยู่แบบนี้ ตอนนี้รู้ข่าวพฤติกรรมของนายท็อป ก็ตกใจและขำ ว่านี่เหรอคือเสี่ยหมื่นล้าน ตั้งแต่นายท็อปย้ายไป มีทั้งตำรวจและผู้เสียหาย ทยอยมาที่บ้านหลังนี้จำนวนมาก มาตามหานายท๊อปและแม่แต่ก็ไม่เจอ   สำหรับพริตตี้สาว เจ้าสาวที่ถูกนายท็อปหลอกแต่งงาน ล่าสุดยังไม่สามารถติดต่อนายท็อปได้ แม้ว่าที่ผ่านมานายท็อปจะยอมเซ็นใบหย่าและสลักหลังว่าจะชดใช้หนี้สินทั้งหมด 3.5 ล้านบาท แต่ก็ไม่ดำเนินการใดๆ ทำให้ตอนนี้นางสาวดาก็เดือดร้อนและวอนให้นายท็อปออกมารับผิดชอบ เพราะตอนนี้ลำบากมาก ต้องย้ายออกจากห้องที่นายท็อปเคยเช่า บางวันต้องไปนอนที่บ้านเพื่อน หรือนอนในรถ   ด้านแม่ของพริตตี้สาวได้โทรหาแม่นายท็อป บอกว่า เพิ่งรู้ข่าวจากสื่อได้ 2 วัน ตอนนี้ไม่รู้ว่าท็อปอยู่ไหน ปกติก็ไม่ได้ติดต่อแม่ พอแม่รู้ข่าวก็ติดต่อท็อปไม่ได้ ก่อนหน้านี้แม่ก็ทักแล้วว่า ทำไมแต่งงานกันเร็วจัง รู้จักกับแม่วันเดียวก็แต่งงานแล้ว แม่ไม่สบายก็มารับแม่ไปงานแต่ง   ขณะที่นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี ซึ่งถูกพาดพิงว่านายท็อปเคยมาทำงานในคณะ ในช่วงดำรงตำแหน่งรองเลขารัฐมนตรีเมื่อ 7 ปีที่แล้วนั้น ยืนยันว่าตนเองไม่เคยรู้จักกับคน คนนี้มาก่อนเลย และไม่เคยเห็นหน้าด้วย เตรียมที่จะไปลงบันทึกประจำวันที่โรงพักเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพราะเสี่ยกำมะลอรายนี้ทำให้ตนเองเสื่อมเสียชื่อเสียงเช่นกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3D-ZHabkaC8

 10,834
สังคม
04 ต.ค. 62

เพื่อนบ้านแฉเสี่ยกำมะลอ ทำตัวรวยขับรถหรู ควงหญิงไม่ซ้ำหน้า ส.ส.เพื่อไทยโดนอ้างชื่อ ยันไม่เคยรู้จัก

จากกรณีพริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกนายท็อป (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส โดยจัดงานแต่งใหญ่โตที่สุดท้ายทิ้งหนี้ 3.5 ล้านบาทให้เจ้าสาวชดใช้ แม้จะเซ็นใบหย่าแต่ไม่ยอมใช้หนี้   ล่าสุด โลกอออนไลน์ต่างออกมาแฉ พฤติกรรมของนายท็อปคนนี้ โดยเพจอยากดังเดี่ยวจัดให้ v.13 ออกมาเปิดเผยข้อมูลทั้งพฤติกรรมของนายท็อป ที่ใช้ชีวิตหรูหรา เดินทางต่างประเทศมีเงินจำนวนมาก และยังมีการซื้อขายคอนโดหรูจำนวนหลายห้อง ซื้อรถเบนซ์ แต่สุดท้ายหลอกลวงทั้งหมด   โดยข้อความในเพจระบุว่า พฤติกรรมของนายท็อปคือ คบผู้หญิงที่มีฐานะร่ำรวย และขอถ่ายรูปทั้งรถหรูและเงินสด เพื่ออัพโปรไฟล์ตัวเอง ส่วนเครื่องบินส่วนตัวนั้น ภาพที่เห็นเป็นเครื่องบินส่วนตัวของบริษัทหนึ่งที่นายท็อปไปติดต่อทำธุรกิจก็ขอถ่ายรูปไว้   ด้วยท่าทางของนายท็อปที่นิ่ง สุขุม และโปรไฟล์ดี จึงทำให้หลายๆคนหลงเชื่อ ธุรกิจที่นายท็อปไปติดต่อ มีมูลค่ากว่าร้อยล้าน บางรายที่หนักสุดโดนถึง 200 ล้าน ไม่ใช่แค่สาวๆ นักธุรกิจ นักการเมืองระดับประเทศก็ตกเป็นเหยื่อของนายท็อปคนนี้ ด้วยโปรไฟล์ดีไม่พอ ยังมีการโชว์เอกสารการเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังอีกด้วย แต่พอตรวจไปก็ไม่พบว่าเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้จริง   เท่านั้นไม่พอ พอเพจแฉประวัติ ก็มีคนเข้ามาแสดงความเห็นและเล่าพฤติกรรมของนายท็อป บางคนเกือบเป็นเหยื่อเพราะนายท็อปติดต่อมาชวนทำธุรกิจ บางคนก็ถูกยืมรถไปใช้ถ่ายรูป  บางรายก็ทวงเงินทางแชทไลน์จากนายท็อป โดยตัวนายท็อปก็ตอบว่า “ถ้ามีจะรีบจัดการให้ ตอนนี้แม้แต่บ้านก็ไม่มีอยู่ ข้าวก็ไม่มีกิน ตังก็ไม่มี”   นอกจากนี้ยังพบว่า นายท็อป มีบัตรคณะทำงานของรัฐบาลทักษิณ เมื่อปี 2555 เป็นบัตร สร.3-6 ระบุว่าเป็นคณะทำงาน ตำแหน่งเสขานุการ   พฤติกรรมของนายท็อปไม่ธรรมดา อ้างเป็นที่ปรึกษาทักษิณ ชินวัตร หลอกผู้เสียหายหลายราย บางรายแจ้งความบางรายไม่แจ้งความเพราะอาย ล่าสุดพบมีอาชีพขายเห็ดตามตลาดนัดเร่ขาย ย่านลำลูกกา โกงเงินค่าซื้อเห็ดจากเจ้าของฟาร์ม 5หมื่นบาท เคยหลอกซื้อคอนโดหรูหลายห้องมูลค่าหลายร้อยล้าน หลอกซื้อรถหรูราค 16 ล้าน ล่าสุดหลอกสาวแต่งงานเชิดหนี้ไม่จ่ายค่าจัดงาน 3.5 ล้าน   ทั้งนี้นายท็อปมีประวัติ พักอาศัยที่บ้านแห่งหนึ่งในซอย สุขุมวิท 74 ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักพบว่า นายท็อปขายไปแล้ว สภาพบ้านเป็นตึกแถวกึ่งไม้กึ่งปูน 2ชั้น สภาพทรุดโทรม สอบถามชาวบ้านระบุว่า นายท็อปและแม่เคยอาศัยที่บ้านหลังนี้จริงเมื่อ 4 ปีที่แล้ว   เพื่อนบ้านเล่าว่า ช่วงที่นายท็อปอาศัยที่บ้านหลังนี้กับแม่ทำอาชีพเป็นช่างเสริมสวย แต่จะแต่งตัวเหมือนผู้ดี ชาวบ้านบางคนก็เรียกคุณนาย บางคนก็เรียกคุณแม่ นิสัยไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนบ้าน นายท็อปดูเป็นคนมีฐานะ แต่งตัวดีใส่สูทผูกไท ขับรถหรูเปิดประทุนมาประจำ และมีสาวๆควงมาด้วยไม่ซ้ำหน้า สาวที่มาสวยเหมือนดารา   พฤติกรรมของนายท็อป หากเห็นแค่ภายนอกจะรู้เลยว่านี่คือเสี่ยมีฐานะร่ำรวย แม่ก็ขับรถเบนซ์ แต่พวกตนเห็นสภาพบ้าน ก็งง คนรวยมาอยู่แบบนี้ ตอนนี้รู้ข่าวพฤติกรรมของนายท็อป ก็ตกใจและขำ ว่านี่เหรอคือเสี่ยหมื่นล้าน ตั้งแต่นายท็อปย้ายไป มีทั้งตำรวจและผู้เสียหาย ทยอยมาที่บ้านหลังนี้จำนวนมาก มาตามหานายท๊อปและแม่แต่ก็ไม่เจอ   สำหรับพริตตี้สาว เจ้าสาวที่ถูกนายท็อปหลอกแต่งงาน ล่าสุดยังไม่สามารถติดต่อนายท็อปได้ แม้ว่าที่ผ่านมานายท็อปจะยอมเซ็นใบหย่าและสลักหลังว่าจะชดใช้หนี้สินทั้งหมด 3.5 ล้านบาท แต่ก็ไม่ดำเนินการใดๆ ทำให้ตอนนี้นางสาวดาก็เดือดร้อนและวอนให้นายท็อปออกมารับผิดชอบ เพราะตอนนี้ลำบากมาก ต้องย้ายออกจากห้องที่นายท็อปเคยเช่า บางวันต้องไปนอนที่บ้านเพื่อน หรือนอนในรถ   ด้านแม่ของพริตตี้สาวได้โทรหาแม่นายท็อป บอกว่า เพิ่งรู้ข่าวจากสื่อได้ 2 วัน ตอนนี้ไม่รู้ว่าท็อปอยู่ไหน ปกติก็ไม่ได้ติดต่อแม่ พอแม่รู้ข่าวก็ติดต่อท็อปไม่ได้ ก่อนหน้านี้แม่ก็ทักแล้วว่า ทำไมแต่งงานกันเร็วจัง รู้จักกับแม่วันเดียวก็แต่งงานแล้ว แม่ไม่สบายก็มารับแม่ไปงานแต่ง   ขณะที่นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี ซึ่งถูกพาดพิงว่านายท็อปเคยมาทำงานในคณะ ในช่วงดำรงตำแหน่งรองเลขารัฐมนตรีเมื่อ 7 ปีที่แล้วนั้น ยืนยันว่าตนเองไม่เคยรู้จักกับคน คนนี้มาก่อนเลย และไม่เคยเห็นหน้าด้วย เตรียมที่จะไปลงบันทึกประจำวันที่โรงพักเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพราะเสี่ยกำมะลอรายนี้ทำให้ตนเองเสื่อมเสียชื่อเสียงเช่นกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3D-ZHabkaC8

 10,834
สังคม-อาชญากรรม
03 ต.ค. 62

สาวช้ำ ถูกชายอ้างเป็นเสี่ยหมื่นล้าน คนสนิททักษิณ หลอกแต่งงานทิ้งหนี้ 3.5 ล้าน โดนแฉที่แท้แค่ขายเห็ด

จากกรณีที่ น.ส.ดา (นามสมมติ) อายุ 30 ปี พริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคมว่า ถูกนายเชษ (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส   โดยมีการจัดงานแต่งใหญ่โตที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2562 ที่ผ่านมาโดยได้ว่าจ้างออแกไนซ์ ราคา 2.6 ล้านบาท / ค่าโรงแรม 3.8 แสนบาท / ค่าดนตรี 1.2 แสนบาท ค่าเครื่องดื่ม  5 หมื่นบาท / ค่าชุดเจ้าสาว 5.2 หมื่นบาท และค่าชุดเพื่อนเจ้าสาว 3.5 หมื่นบาท   นอกจากนั้นมีการตกลงทำหนังสือสัญญาซื้อขายทองคำหมั้นน้ำหนัก 25 บาท ราคา 860,000 บาท และเช็คเงินสดมูลค่า 1.6. ล้านบาท รวมๆ แล้ว 5,697,000 บาท ซึ่งเธอได้ชำระไปบางส่วนไปแล้วเหลือ 3 ล้าน 5 แสนบาท   โดยนายเชษ ขอให้ออกค่าใช้จ่ายไปก่อนและจะคืนให้หลังจัดงาน แต่จนถึงขณะนี้ยังคงบ่ายเบี่ยง ทำให้ตนเองต้องมาชำระหนี้ก้อนนี้แทน ครอบครัวเดือดร้อนอย่างมาก สุดท้ายทนไม่ไหว จึงได้ขอหย่าขาดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.62   ล่าสุด น.ส.ดา เปิดใจว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนยอมรับว่า ผิดเองที่ไว้ใจ เชื่อใจ กับชายคนนี้ แม้คบกันเพียงไม่ถึงเดือนก็แต่งงาน เพราะเชื่อว่าเป็นรักแท้ เขาทำดีกับเราทุกอย่างจนตายใจ ซึ่งล่าสุดได้เซ็นใบหย่าและสลักหลังว่า ขอชดใช้ค่าจัดงานแต่งทั้งหมดเพียงผู้เดียว แต่เหตุการณ์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่ได้จ่าย อ้างว่าให้รอรับเงินจากฮ่องกงก่อน เข้าตำราว่า ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย แต่ทางบริษัทที่จัดงานแต่งต่างๆ ก็มาตามทวงเงินตน สร้างความเดือดร้อนไปหมดทั้งครอบครัว   ซึ่งนายเชษ อ้างว่าทำธุรกิจกับต่างประเทศและยังเคยพาผู้เสียหายไปพบกับกลุ่มนักธุรกิจด้วย ทำให้หลงเชื่อทุกๆอย่าง ตอนนี้อยากให้นายเชษ ออกมารับผิดชอบเคลียทุกอย่างก็จบ ยอมรับว่าตอนนี้เครียดและอับอายกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด   สำหรับนายเชษนั้น พบว่ามีภูมิลำเนาที่ จ.เพชรบูรณ์ และอาศัยไปในหลายจังหวัด โดยจะอ้างตัวว่าเป็นคนสนิทนักการเมืองชื่อดัง อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ทำธุรกิจในประเทศฮ่องกง โดยจะบอกว่ามีทรัพย์สินนับหมื่นล้าน  และไม่ได้หลอกเพียงผู้หญิงเท่านั้น ยังมีหลอกนักธุรกิจชื่อดังร่วมลงทุน เสียเงินหลายล้านบาท   ด้านบ้านฝ่ายหญิงที่ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ทางญาติบอกว่าก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าเจ้าบ่าวเป็นใคร เห็นเพียงมาแนะนำตัว ไม่กี่ครั้งแล้วก็จัดงานแต่ง โดยฝ่ายชายอ้างว่าทำธุรกิจเครื่องบินเช่าเหมาลำที่ฮ่องกง มีชีวิตหรูหรา มีภาพกับรถหรู อยู่บนเครื่องบิน ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ   พร้อมกันนี้มีรายงานว่าชายคนนี้ทำธุรกิจขายก้อนเชื้อเห็ด เคยแต่งงานกับหญิงอื่นและมักจะหลอกเงินพร้อมทั้งทิ้งหนี้ไว้เช่นเดียวกัน ขณะที่โรงแรมที่จัดงานก็เห็นใจฝ่ายหญิงที่ต้องแบกรับหนี้จากการจัดงานแต่งงาน จึงให้ผ่อนชำระไปก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GxIsvIT2fd0

 58,930
สังคม
03 ต.ค. 62

สาวช้ำ ถูกชายอ้างเป็นเสี่ยหมื่นล้าน คนสนิททักษิณ หลอกแต่งงานทิ้งหนี้ 3.5 ล้าน โดนแฉที่แท้แค่ขายเห็ด

จากกรณีที่ น.ส.ดา (นามสมมติ) อายุ 30 ปี พริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคมว่า ถูกนายเชษ (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส   โดยมีการจัดงานแต่งใหญ่โตที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2562 ที่ผ่านมาโดยได้ว่าจ้างออแกไนซ์ ราคา 2.6 ล้านบาท / ค่าโรงแรม 3.8 แสนบาท / ค่าดนตรี 1.2 แสนบาท ค่าเครื่องดื่ม  5 หมื่นบาท / ค่าชุดเจ้าสาว 5.2 หมื่นบาท และค่าชุดเพื่อนเจ้าสาว 3.5 หมื่นบาท   นอกจากนั้นมีการตกลงทำหนังสือสัญญาซื้อขายทองคำหมั้นน้ำหนัก 25 บาท ราคา 860,000 บาท และเช็คเงินสดมูลค่า 1.6. ล้านบาท รวมๆ แล้ว 5,697,000 บาท ซึ่งเธอได้ชำระไปบางส่วนไปแล้วเหลือ 3 ล้าน 5 แสนบาท   โดยนายเชษ ขอให้ออกค่าใช้จ่ายไปก่อนและจะคืนให้หลังจัดงาน แต่จนถึงขณะนี้ยังคงบ่ายเบี่ยง ทำให้ตนเองต้องมาชำระหนี้ก้อนนี้แทน ครอบครัวเดือดร้อนอย่างมาก สุดท้ายทนไม่ไหว จึงได้ขอหย่าขาดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.62   ล่าสุด น.ส.ดา เปิดใจว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนยอมรับว่า ผิดเองที่ไว้ใจ เชื่อใจ กับชายคนนี้ แม้คบกันเพียงไม่ถึงเดือนก็แต่งงาน เพราะเชื่อว่าเป็นรักแท้ เขาทำดีกับเราทุกอย่างจนตายใจ ซึ่งล่าสุดได้เซ็นใบหย่าและสลักหลังว่า ขอชดใช้ค่าจัดงานแต่งทั้งหมดเพียงผู้เดียว แต่เหตุการณ์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่ได้จ่าย อ้างว่าให้รอรับเงินจากฮ่องกงก่อน เข้าตำราว่า ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย แต่ทางบริษัทที่จัดงานแต่งต่างๆ ก็มาตามทวงเงินตน สร้างความเดือดร้อนไปหมดทั้งครอบครัว   ซึ่งนายเชษ อ้างว่าทำธุรกิจกับต่างประเทศและยังเคยพาผู้เสียหายไปพบกับกลุ่มนักธุรกิจด้วย ทำให้หลงเชื่อทุกๆอย่าง ตอนนี้อยากให้นายเชษ ออกมารับผิดชอบเคลียทุกอย่างก็จบ ยอมรับว่าตอนนี้เครียดและอับอายกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด   สำหรับนายเชษนั้น พบว่ามีภูมิลำเนาที่ จ.เพชรบูรณ์ และอาศัยไปในหลายจังหวัด โดยจะอ้างตัวว่าเป็นคนสนิทนักการเมืองชื่อดัง อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ทำธุรกิจในประเทศฮ่องกง โดยจะบอกว่ามีทรัพย์สินนับหมื่นล้าน  และไม่ได้หลอกเพียงผู้หญิงเท่านั้น ยังมีหลอกนักธุรกิจชื่อดังร่วมลงทุน เสียเงินหลายล้านบาท   ด้านบ้านฝ่ายหญิงที่ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ทางญาติบอกว่าก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าเจ้าบ่าวเป็นใคร เห็นเพียงมาแนะนำตัว ไม่กี่ครั้งแล้วก็จัดงานแต่ง โดยฝ่ายชายอ้างว่าทำธุรกิจเครื่องบินเช่าเหมาลำที่ฮ่องกง มีชีวิตหรูหรา มีภาพกับรถหรู อยู่บนเครื่องบิน ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ   พร้อมกันนี้มีรายงานว่าชายคนนี้ทำธุรกิจขายก้อนเชื้อเห็ด เคยแต่งงานกับหญิงอื่นและมักจะหลอกเงินพร้อมทั้งทิ้งหนี้ไว้เช่นเดียวกัน ขณะที่โรงแรมที่จัดงานก็เห็นใจฝ่ายหญิงที่ต้องแบกรับหนี้จากการจัดงานแต่งงาน จึงให้ผ่อนชำระไปก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GxIsvIT2fd0

 58,930
สังคม-อาชญากรรม
30 ก.ย. 62

แก๊งปาร์ตี้บางบัวทอง แจ้งความกลับ 'พริตตี้เดียร์' ลักผ้าห่ม 'อัจฉริยะ' เปิดคลิปเสียงแฉ บ้านนี้กินเหล้าดุ

แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง ได้แก่ นายนที หรือตี๋ สถิตพงษ์สถาพร อายุ 33 ปี , นายชัยพล หรือคิว พรรณนา อายุ 29 ปี และ น.ส.พิกุลทอง หรือเฟิร์ส บุญภา อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นสมาชิก 3 ใน 6 ผู้ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนในการกระทำอนาจารพริตตี้เดียร์และซ่องโจร หลังประกันตัวสู้คดีในชั้นศาลและถูกติดกำไรไฮเทค (EM) ที่ข้อเท้า   ล่าสุดเตรียมดำเนินคดีกลับพริตตี้เดียร์ ในคดีลักทรัพย์ และทั้งคลิปและมีรูปที่พริตตี้เดียร์หยิบผ้าห่มผืนที่อ้างว่ามีคราบเปื้อนสารคัดหลั่งบางอย่างออกไปจากบ้านย่านบางบัวทอง ตอนนี้ยังแจ้งความแค่คนเดียวก่อน และกำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อแจ้งเพิ่มอีกคดีหนึ่ง   ส่วนคลิปพริตตี้เดียร์กำลังขึ้นคร่อมร่างกายของนายตี๋ และพริตตี้เดียร์อ้างว่าไม่รู้เรื่องว่ามีการแอบถ่ายคลิปเอาไว้ และอ้างว่าได้ถูกกระทำอนาจารนั้น นายนทีหรือตี๋ ก็ตอบกับว่าทุกคนที่เห็นหรือได้ดูคลิปก็ตัดสินได้ว่าอะไรเป็นอะไรกันอยู่แล้ว ให้ภาพและคลิปเล่าเรื่องกันไป เพราะตอนนี้กระแสโซเชียลกำลังแรงอยู่ ตนไม่อยากพูดอะไรมาก พูดและฟังดูกันตามหลักฐานจะดีกว่า ส่วนคลิปต่างๆ เรามีทีเด็ดแน่นอน แต่ขออุบเอาไว้ก่อน เพราะเกรงจะเสียในรูปคดี หลักๆ ทนายความตอนนี้ก็มีแล้ว 3คนคอยช่วยเหลือดูแลด้านคดีอยู่ ส่วนมีข่าวลือออกมาว่าจะมีทนายตั้มมาร่วมด้วยหรือไม่ ไม่ขอเปิดเผย   ส่วนทางหลักฐานที่มีการอ้างว่ามีสารคัดหลั่งบางอย่างติดที่ผ้าห่มไป ในส่วนนี้ตนไม่ได้กังวลอะไรมาก ก็มันเป็นผ้าห่มในบ้านของตน มันก็ไม่แปลกถ้าจะมีน้ำอะไรเปอะเปื้อนติดผ้าไป ซึ่งเตรียมหลักฐาน ทุกคลิป ทุกภาพจะรวบร่วมส่งให้พนักงานสอบสวนทั้งหมด   ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ระบุของดแถลงข่าวเรื่องนี้ แต่จะส่งมอบหลักฐานทั้งหมดให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจโทสุทธิพงศ์ วงศ์ปิ่น และคณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เวลา 11.00 น. วันนี้แทน (30 ก.ย.62)   พร้อมกันนี้ได้มีการปล่อยคลิปเสียงของพริตตี้ที่เคยรับงานที่บ้านบางบัวทอง ระบุว่า ผู้ที่ร่วมปาร์ตี้บ้านหลังนี้จะดื่มเหล้ากันหนักมาก ในบ้านมีห้องลับ เจ้าของบ้านเป็นคนเจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจ ถ้าไม่พอใจจะไล่พริตตี้กลับ มีโมเดลลิ่งอยู่ที่บ้านตลอดเวลาเพื่อติดต่อหาเด็กส่งให้ตลอด ถ้ากินเหลาบ้านนี้แล้วจะเมาไม่รู้สึกตัวทุกครั้ง   ขณะที่กระแสข่าวการเสียชีวิตของลัลลาเบลได้ถูกนำเสนอต่อสื่อต่างประเทศหลายสำนัก อาทิ CNN เสนอถึงการล่วงละเมิดทางเพศและการทำร้ายสตรี, SOUTH CHINA MORNING POST เสนอประเด็นการจ้างคนมาเอนเตอร์เทนเป็นสิ่งใหม่ในสังคมไทย แต่ก็มีเด็กสาวนิยมทำงานกันมากขึ้น, THE STRAITSTIMES ของสิงคโปร์ เสนอการทำงานของพริตตี้ที่ได้รายได้สูง, DAILY MAIL รายงานคดีลัลลสเบลอย่างละเอียด ชายหนุ่มลากร่างหญิงสาวออกไปจากงานปาร์ตี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-JBqRp-fdBo

 8,819
อาชญากรรม
30 ก.ย. 62

แก๊งปาร์ตี้บางบัวทอง แจ้งความกลับ 'พริตตี้เดียร์' ลักผ้าห่ม 'อัจฉริยะ' เปิดคลิปเสียงแฉ บ้านนี้กินเหล้าดุ

แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง ได้แก่ นายนที หรือตี๋ สถิตพงษ์สถาพร อายุ 33 ปี , นายชัยพล หรือคิว พรรณนา อายุ 29 ปี และ น.ส.พิกุลทอง หรือเฟิร์ส บุญภา อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นสมาชิก 3 ใน 6 ผู้ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนในการกระทำอนาจารพริตตี้เดียร์และซ่องโจร หลังประกันตัวสู้คดีในชั้นศาลและถูกติดกำไรไฮเทค (EM) ที่ข้อเท้า   ล่าสุดเตรียมดำเนินคดีกลับพริตตี้เดียร์ ในคดีลักทรัพย์ และทั้งคลิปและมีรูปที่พริตตี้เดียร์หยิบผ้าห่มผืนที่อ้างว่ามีคราบเปื้อนสารคัดหลั่งบางอย่างออกไปจากบ้านย่านบางบัวทอง ตอนนี้ยังแจ้งความแค่คนเดียวก่อน และกำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อแจ้งเพิ่มอีกคดีหนึ่ง   ส่วนคลิปพริตตี้เดียร์กำลังขึ้นคร่อมร่างกายของนายตี๋ และพริตตี้เดียร์อ้างว่าไม่รู้เรื่องว่ามีการแอบถ่ายคลิปเอาไว้ และอ้างว่าได้ถูกกระทำอนาจารนั้น นายนทีหรือตี๋ ก็ตอบกับว่าทุกคนที่เห็นหรือได้ดูคลิปก็ตัดสินได้ว่าอะไรเป็นอะไรกันอยู่แล้ว ให้ภาพและคลิปเล่าเรื่องกันไป เพราะตอนนี้กระแสโซเชียลกำลังแรงอยู่ ตนไม่อยากพูดอะไรมาก พูดและฟังดูกันตามหลักฐานจะดีกว่า ส่วนคลิปต่างๆ เรามีทีเด็ดแน่นอน แต่ขออุบเอาไว้ก่อน เพราะเกรงจะเสียในรูปคดี หลักๆ ทนายความตอนนี้ก็มีแล้ว 3คนคอยช่วยเหลือดูแลด้านคดีอยู่ ส่วนมีข่าวลือออกมาว่าจะมีทนายตั้มมาร่วมด้วยหรือไม่ ไม่ขอเปิดเผย   ส่วนทางหลักฐานที่มีการอ้างว่ามีสารคัดหลั่งบางอย่างติดที่ผ้าห่มไป ในส่วนนี้ตนไม่ได้กังวลอะไรมาก ก็มันเป็นผ้าห่มในบ้านของตน มันก็ไม่แปลกถ้าจะมีน้ำอะไรเปอะเปื้อนติดผ้าไป ซึ่งเตรียมหลักฐาน ทุกคลิป ทุกภาพจะรวบร่วมส่งให้พนักงานสอบสวนทั้งหมด   ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ระบุของดแถลงข่าวเรื่องนี้ แต่จะส่งมอบหลักฐานทั้งหมดให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจโทสุทธิพงศ์ วงศ์ปิ่น และคณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เวลา 11.00 น. วันนี้แทน (30 ก.ย.62)   พร้อมกันนี้ได้มีการปล่อยคลิปเสียงของพริตตี้ที่เคยรับงานที่บ้านบางบัวทอง ระบุว่า ผู้ที่ร่วมปาร์ตี้บ้านหลังนี้จะดื่มเหล้ากันหนักมาก ในบ้านมีห้องลับ เจ้าของบ้านเป็นคนเจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจ ถ้าไม่พอใจจะไล่พริตตี้กลับ มีโมเดลลิ่งอยู่ที่บ้านตลอดเวลาเพื่อติดต่อหาเด็กส่งให้ตลอด ถ้ากินเหลาบ้านนี้แล้วจะเมาไม่รู้สึกตัวทุกครั้ง   ขณะที่กระแสข่าวการเสียชีวิตของลัลลาเบลได้ถูกนำเสนอต่อสื่อต่างประเทศหลายสำนัก อาทิ CNN เสนอถึงการล่วงละเมิดทางเพศและการทำร้ายสตรี, SOUTH CHINA MORNING POST เสนอประเด็นการจ้างคนมาเอนเตอร์เทนเป็นสิ่งใหม่ในสังคมไทย แต่ก็มีเด็กสาวนิยมทำงานกันมากขึ้น, THE STRAITSTIMES ของสิงคโปร์ เสนอการทำงานของพริตตี้ที่ได้รายได้สูง, DAILY MAIL รายงานคดีลัลลสเบลอย่างละเอียด ชายหนุ่มลากร่างหญิงสาวออกไปจากงานปาร์ตี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-JBqRp-fdBo

 8,819

Top