ค้นหา :

ผลการค้นหา "ธกส"

เศรษฐกิจ
20 ธ.ค. 62

'ธรรมนัส' ผุดโครงการ 'หมอนยางพาราประชารัฐ' 30 ล้านใบแจกทั้งประเทศ ยันไม่ได้ใช้งบรัฐบาล

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ทำโครงการผลิตหมอนยางพาราประชารัฐ 30 ล้านใบ แจกทั้งประเทศ ครอบครัวละ 1 ใบ มูลค่า 18,000 ล้านบาท   ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่าไม่ได้ใช้งบประมาณของรัฐบาล โดยแนวคิดจะให้ อ.ต.ก. กู้เงินจาก ธกส. 18,000 ล้านบาท และเอาเงินไปใช้จ่ายในโครงการ ทำหมอนออกมา 30 ล้านใบ เป็นการช่วยเกษตรกรสวนยางพารา เป็นการซึมซับยางพาราออกจากตลาดได้ถึง 1.5 แสนตันต่อปี    ถ้าแนวคิดนี้ผ่าน ครม.จะเริ่มแจกจ่ายได้ต้นปี 2563 เป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทย หลังจากกู้มาแล้ว ต้นปี 64 จะให้ อ.ต.ก.ออกเป็นสลากการกุศล ไปช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/G3pgff7EqVA

 5,158
ข่าวภูมิภาค
18 ธ.ค. 62

นักธุรกิจสุราษฎร์ฯโวย ถูกมิจฉาชีพโทรขอรหัส otp ทำเงินหายจากบัญชี ธ.ก.ส.นับล้าน

สุราษฎร์ธานี-นางศุภธียา สรรพา อายุ 55 ปี และนายสมสุข สรรพา อายุ 54 ปี สองสามีภรรยา เจ้าของกิจการค้าไม้และค้าเหล็ก ได้ยืนถือป้ายพร้อมข้อความ “ช่วยด้วยฝากเงินกับธนาคาร สาขาบ้านตาขุน เงินหาย ใครรับผิดชอบ” บริเวณหน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขา บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี   นางศุภธียา เล่าว่า ได้เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค กับธนาคาร ธ.ก.ส.ตั้งแต่เดือน มกราคม 2561 โดยมียอดเงินล่าสุด 2,033,000 บาท นอกเหนือจากบัญชีหมุนเวียน ไม่ได้มีการเบิกมาใช้แต่อย่างใด จนกระทั่งวันที่ 12 ธ.ค. เวลา 14.01 น. ได้มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ หมายเลข 0991598260 โทรเข้ามาหาและอ้างว่า เป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคาร ดังกล่าวจะขอตรวจสอบความถูกต้องของบัญชี แต่ขณะเดียวกันได้มีลูกค้าเข้ามาซื้อของที่ร้านตนเองจึงได้วางสายไปก่อน และวางโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะ   หลังจากนั้น 20 นาที ได้รับแจ้งจากเสมียนว่า มีพนักงานธนาคารโทรมาให้ยืนยันข้อมูลทางบัญชีและได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ตนเองเอะใจจึงได้โทรกลับไปที่เบอร์โทรดังกล่าว แต่ไม่มีผู้รับสาย จึงเดินทางไปติดต่อที่ธนาคาร แต่ตนไม่เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้เกิดการสื่อสารผิดพลาดกับทางธนาคาร   เนื่องจากตนเองคิดว่า ทางธนาคารต้องการให้ตนใช้บริการแอพพิเคชั่น เอ-โมบาย ของทางธนาคาร ซึ่งพนักงานแจ้งว่าลูกค้าต้องทำรายการด้วยตนเองเท่านั้น ตนจึงได้เดินทางกลับ และนำสมุดไปปรับพบว่า เงินถูกเบิกถอนไปผ่านแอพพลิเคชั่น จำนวน14 ครั้ง กว่า 1 ล้านบาท จึงได้ประสานธนาคารให้อายัดเงินส่วนที่ในบัญชี 1,013,000 บาทไว้ เพราะตนไม่ได้เป็นผู้ทำการโอนเงินด้วยตนเอง และได้ให้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาขุน   ด้านนายพยุงศักดิ์ โภคภิรมย์ ผอ.สำนักงาน ธกส.จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งจากลูกค้าและตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบัญชี พบว่ามีการเบิกเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็มโดยไม่ใช้บัตร ที่ธนาคาร ธกส.สาขากำแพงเพชร จำนวน 2 หมื่นบาท และมีการโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ 0823169256 ของธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุเจ้าของ ชื่อ MR.Kyaw Kyaw ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือระบบดีเทคแบบเติมเงินคาดว่า เป็นของชาวเมียนมา จำนวน 500,000 บาท   และถูกโอนต่อไปยัง ธนาคารกสิกร เจ้าของบัญชีเป็นคนไทย ซึ่งสามารถประสานธนาคารปลายทางทำการอายัดดังกล่าวไว้ได้ ส่วนอีก 500,000 บาทถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ มีเจ้าของบัญชีเป็นคนไทยแต่เงินจำนวนดังกล่าวถูกถอนออกไปแล้ว ซึ่งทางธนาคารได้ส่งเอกสารทางบัญชีให้กับ พนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาขุน เพื่อดำเนินการสอบสวนตามกฎหมายแล้ว   ทั้งนี้ขอยืนยันว่า แอพเคชั่นของธนาคารยังมีความปลอดภัย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดและเกี่ยวข้อง โดยบัญชีดังกล่าวถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์เข้าไปหาลูกค้า เพื่อขอรหัสความปลอดภัย หรือ OTP ซึ่งเป็นรหัสที่ระบบของทางธนาคารจะส่งไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกกับบัญชีของลูกเท่านั้น จึงฝากเตือนไปยังลูกค้าธนาคาร และยืนยันว่า ธนาคารไม่มีนโยบาย ให้พนักงานโทรติดต่อเพื่อขอข้อมูลส่วนตัว หรือรหัสลับใดๆกับลูกค้า ซึ่งการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางบัญชี ลูกค้าจะต้องดำเนินการด้วยตนเองที่ธนาคารสาขาที่เปิดบัญชีเท่านั้น และหากสงสัยให้ติดต่อธนาคารทันที โดยไม่มอบข้อมูลใดๆ ให้กับผู้ที่โทรเขามา           ส่วนความคืบหน้าทางคดี ตำรวจ สภ.บ้านตาขุน กล่าวว่า ได้ให้ฝ่ายสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎรธานี ให้เข้าคลี่คลายคดี เนื่องจากเป็นคดีที่ใช้เทคโนโลยี ในการก่ออาชญากรรม โดยเบื้องต้นได้ทำหนังสือประสานไปยังธนาคารที่คนร้ายโอนเข้าบัญชี และประสานไปยังบริษัทดีแทคเพื่อขอข้อมูลผู้เปิดบัญชีและผู้ใช้โทรศัพท์   นอกจากนั้นทางธนาคารการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้ส่งภาพกล้องวงจรปิดคาดว่าเป็นคนร้ายเป็นชาย 1 คนสวมหน้ากากอนามัย และหมวกปิดบังใบหน้าไปกดเงินที่ธนาคารสาขากำแพงเพชร จากนี้จะได้เรียกผู้เสียหายและผู้ที่เกี่ยวข้อง มาสอบสวนปากคำเพื่อหารายละเอียดของพฤติการณ์ของการเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KFN-NHbDrso

 1,774
สังคม
18 ธ.ค. 62

นักธุรกิจสุราษฎร์ฯโวย ถูกมิจฉาชีพโทรขอรหัส otp ทำเงินหายจากบัญชี ธ.ก.ส.นับล้าน

สุราษฎร์ธานี-นางศุภธียา สรรพา อายุ 55 ปี และนายสมสุข สรรพา อายุ 54 ปี สองสามีภรรยา เจ้าของกิจการค้าไม้และค้าเหล็ก ได้ยืนถือป้ายพร้อมข้อความ “ช่วยด้วยฝากเงินกับธนาคาร สาขาบ้านตาขุน เงินหาย ใครรับผิดชอบ” บริเวณหน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขา บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี   นางศุภธียา เล่าว่า ได้เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค กับธนาคาร ธ.ก.ส.ตั้งแต่เดือน มกราคม 2561 โดยมียอดเงินล่าสุด 2,033,000 บาท นอกเหนือจากบัญชีหมุนเวียน ไม่ได้มีการเบิกมาใช้แต่อย่างใด จนกระทั่งวันที่ 12 ธ.ค. เวลา 14.01 น. ได้มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ หมายเลข 0991598260 โทรเข้ามาหาและอ้างว่า เป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคาร ดังกล่าวจะขอตรวจสอบความถูกต้องของบัญชี แต่ขณะเดียวกันได้มีลูกค้าเข้ามาซื้อของที่ร้านตนเองจึงได้วางสายไปก่อน และวางโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะ   หลังจากนั้น 20 นาที ได้รับแจ้งจากเสมียนว่า มีพนักงานธนาคารโทรมาให้ยืนยันข้อมูลทางบัญชีและได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ตนเองเอะใจจึงได้โทรกลับไปที่เบอร์โทรดังกล่าว แต่ไม่มีผู้รับสาย จึงเดินทางไปติดต่อที่ธนาคาร แต่ตนไม่เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้เกิดการสื่อสารผิดพลาดกับทางธนาคาร   เนื่องจากตนเองคิดว่า ทางธนาคารต้องการให้ตนใช้บริการแอพพิเคชั่น เอ-โมบาย ของทางธนาคาร ซึ่งพนักงานแจ้งว่าลูกค้าต้องทำรายการด้วยตนเองเท่านั้น ตนจึงได้เดินทางกลับ และนำสมุดไปปรับพบว่า เงินถูกเบิกถอนไปผ่านแอพพลิเคชั่น จำนวน14 ครั้ง กว่า 1 ล้านบาท จึงได้ประสานธนาคารให้อายัดเงินส่วนที่ในบัญชี 1,013,000 บาทไว้ เพราะตนไม่ได้เป็นผู้ทำการโอนเงินด้วยตนเอง และได้ให้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาขุน   ด้านนายพยุงศักดิ์ โภคภิรมย์ ผอ.สำนักงาน ธกส.จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งจากลูกค้าและตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบัญชี พบว่ามีการเบิกเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็มโดยไม่ใช้บัตร ที่ธนาคาร ธกส.สาขากำแพงเพชร จำนวน 2 หมื่นบาท และมีการโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ 0823169256 ของธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุเจ้าของ ชื่อ MR.Kyaw Kyaw ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือระบบดีเทคแบบเติมเงินคาดว่า เป็นของชาวเมียนมา จำนวน 500,000 บาท   และถูกโอนต่อไปยัง ธนาคารกสิกร เจ้าของบัญชีเป็นคนไทย ซึ่งสามารถประสานธนาคารปลายทางทำการอายัดดังกล่าวไว้ได้ ส่วนอีก 500,000 บาทถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ มีเจ้าของบัญชีเป็นคนไทยแต่เงินจำนวนดังกล่าวถูกถอนออกไปแล้ว ซึ่งทางธนาคารได้ส่งเอกสารทางบัญชีให้กับ พนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาขุน เพื่อดำเนินการสอบสวนตามกฎหมายแล้ว   ทั้งนี้ขอยืนยันว่า แอพเคชั่นของธนาคารยังมีความปลอดภัย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดและเกี่ยวข้อง โดยบัญชีดังกล่าวถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์เข้าไปหาลูกค้า เพื่อขอรหัสความปลอดภัย หรือ OTP ซึ่งเป็นรหัสที่ระบบของทางธนาคารจะส่งไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกกับบัญชีของลูกเท่านั้น จึงฝากเตือนไปยังลูกค้าธนาคาร และยืนยันว่า ธนาคารไม่มีนโยบาย ให้พนักงานโทรติดต่อเพื่อขอข้อมูลส่วนตัว หรือรหัสลับใดๆกับลูกค้า ซึ่งการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางบัญชี ลูกค้าจะต้องดำเนินการด้วยตนเองที่ธนาคารสาขาที่เปิดบัญชีเท่านั้น และหากสงสัยให้ติดต่อธนาคารทันที โดยไม่มอบข้อมูลใดๆ ให้กับผู้ที่โทรเขามา           ส่วนความคืบหน้าทางคดี ตำรวจ สภ.บ้านตาขุน กล่าวว่า ได้ให้ฝ่ายสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎรธานี ให้เข้าคลี่คลายคดี เนื่องจากเป็นคดีที่ใช้เทคโนโลยี ในการก่ออาชญากรรม โดยเบื้องต้นได้ทำหนังสือประสานไปยังธนาคารที่คนร้ายโอนเข้าบัญชี และประสานไปยังบริษัทดีแทคเพื่อขอข้อมูลผู้เปิดบัญชีและผู้ใช้โทรศัพท์   นอกจากนั้นทางธนาคารการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้ส่งภาพกล้องวงจรปิดคาดว่าเป็นคนร้ายเป็นชาย 1 คนสวมหน้ากากอนามัย และหมวกปิดบังใบหน้าไปกดเงินที่ธนาคารสาขากำแพงเพชร จากนี้จะได้เรียกผู้เสียหายและผู้ที่เกี่ยวข้อง มาสอบสวนปากคำเพื่อหารายละเอียดของพฤติการณ์ของการเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KFN-NHbDrso

 1,774
ข่าวภูมิภาค
03 ก.ย. 62

'อุตตม' สั่งหน่วยงานในสังกัด เร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม-ธกส. เล็งช่วยเกษตรกรผ่อนปรนภาระหนี้สิน

'อุตตม' สั่งหน่วยงานในสังกัดเร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากพายุโพดุล ด้าน ธกส. เล็งช่วยเกษตรผ่อนปรนภาระหนี้สิน พร้อมแจกถุงยังชีพแล้วกว่า 2 หมื่นถุง   วันที่ 3 ก.ย. นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมจากพายุโซนร้อนโพดุล ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดแต่ละพื้นที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่    โดยเฉพาะการช่วยเหลือเกษตรกรนั้น ได้มอบหมายให้ นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) กำหนดแนวทาง พร้อมกำชับให้ ธ.ก.ส. ในพื้นที่ดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ดังนี้ กรณีฉุกเฉินเร่งด่วน ได้มอบหมายให้พนักงานในพื้นที่ออกเยี่ยมเยียนให้กำลังใจลูกค้า โดยนำเงินจากกองทุนบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยธรรมชาติ และภัยพิบัติของ ธ.ก.ส. ไปจัดหาถุงยังชีพ เพื่อนำไปมอบให้เกษตรกรลูกค้า และประชาชนที่เดือดร้อน    โดยเบื้องต้นได้ส่งถุงยังชีพช่วยเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร และนครพนม ไปแล้วกว่า 20,000 ถุง รวมทั้งเข้าไปสนับสนุนศูนย์อพยพหรือจุดรวมพลต่าง ๆ เช่น จัดหาอาหาร น้ำดื่ม บริการสุขาเคลื่อนที่ เต็นท์สนาม รวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ เช่น ค่าเช่าเรือ ค่าเช่ารถบรรทุก ค่าแรงงาน เป็นต้น    และหลังจากสถานการณ์คลี่คลายลงจะเร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูหลังประสบภัยต่อไป   นายธนกร กล่าวอีกว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือด้านภาระหนี้สินที่มีอยู่กับ ธ.ก.ส. กรณีที่เกษตรกรได้รับความเสียหายด้านการผลิต และส่งผลกระทบต่อรายได้ ธ.ก.ส.จะพิจารณาขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไป เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนตามความหนักเบาของผู้ประสบภัยทุกราย และพิจารณาให้สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ไม่เกินรายละ 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ระยะเวลา 6 เดือนแรก และสินเชื่อฟื้นฟู และพัฒนาคุณภาพชีวิต   สำหรับเกษตรกรลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ตามความจำเป็นแต่ไม่เกินรายละ 500,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย MRR -2 หรือเท่ากับร้อยละ 4.875 ต่อปี กำหนดชำระคืนไม่เกิน 15 ปี ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้เป็นค่าลงทุนในการสร้าง หรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหาย หรือลงทุนซ่อมแซมโรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร หรือฟื้นฟูการประกอบอาชีพการเกษตรที่ได้รับความเสียหาย    ทั้งนี้ เกษตรกรผู้ประสบความเดือดร้อนสามารถติดต่อ ธ.ก.ส.ในพื้นที่เพื่อขอรับการช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ได้ทันทีหรือที่ Call Center 02-5550555       

 1,383
เศรษฐกิจ
30 ก.ค. 62

ธ.ก.ส.จ่อขายสลากหน่วยละ 20 บาท ซื้อ 6 ครั้งลุ้นรางวัลใหญ่ 1 ล้าน ขายผ่านเซเว่น-ออนไลน์

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีแผนออกสลากออมทรัพย์ยั่งยืน ราคาหน่วยละ 20 บาท วงเงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยไม่จำกัดจำนวนการซื้อ ประชาชนสามารถซื้อครั้งละ 20 บาท หรือ 40 บาทก็ได้ อย่างไรก็ตามหากต้องการถูกรางวัลใหญ่ 1 ล้านบาท ต้องซื้อสลากติดต่อกัน หรือซื้อทั้งหมดรวม 6 ครั้ง   โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ธ.ก.ส.เปิดขายในราคาหน่วยละ 20 บาท จากก่อนหน้านี้ขายสลากชุดมั่นคงหน่วยละ 500 บาท รางวัลใหญ่ 20 ล้านบาท และขายสลากชุดมั่งคั่งหน่วยละ 100 บาทรางวัลใหญ่ 10 ล้านบาท โดยในส่วนสลากชุดมั่นคงและมั่นคั่งต้องถือยาวถึง 36 เดือนหรือ 3 ปี  สำหรับสลากชุดยั่งยืนถือเป็น 24 เดือนหรือ 2 ปี เท่านั้น เมื่อครบกำหนดไถ่ถอนพร้อมดอกเบี้ย 0.5%   นอกจากได้ดอกเบี้ยเมื่อถือครองครบกำหนดแล้ว ยังลุ้นรางวัลใหญ่ 1 ล้านบาทถึง 2 ครั้ง โดยออกรางวัลใหญ่ปีละ 1 ครั้งในช่วงวันสถาปนาของธ.ก.ส. ในวันที่ 1 พฤศจิกายนของทุกปี โดยการซื้อสามารถซื้อผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ผ่านตู้เติมเงิน และสาขาของธนาคาร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UVLIno438JE

 7,197
เศรษฐกิจ
29 ก.ค. 62

ธ.ก.ส. เตรียมออก 'สลากออมทรัพย์ยั่งยืน' กลางเดือน ส.ค.นี้

กลางเดือนสิงหาคมนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เตรียมออกสลากรูปแบบใหม่ 'สลากออมทรัพย์ยั่งยืน' ราคาหน่วยละ 20 บาท   

 5,841
เศรษฐกิจ
25 ก.ค. 62

ธ.ก.ส. ขยายเวลาชำระหนี้ ช่วยเหลือเกษตรกรประสบภัยแล้ง

ธ.ก.ส.ช่วยชาวนาที่ประสบภัยแล้ง ขยายเวลาชำระหนี้ และจัดสินเชื่อฉุกเฉิน ให้กู้ ดอกเบี้ย 0 %   (25 ก.ค. 62) นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธ.ก.ส.เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยแล้ง มีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของเกษตรกร โดยคาดว่า มีเกษตรกรได้รับผลกระทบ ไม่สามารถทำการผลิต หรือ ผลผลิตเสียหายกว่า 1 ล้านราย  เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน     บอร์ด ธ.ก.ส.เห็นชอบให้ ธ.ก.ส.เข้าช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัย โดยให้ขยายเวลาชำระหนี้เงินกู้ที่ถึงกำหนดชำระออกไปก่อน และจัดวงเงินสินเชื่อใหม่ 50,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน เช่น ค่าครองชีพในครัวเรือน เพื่อป้องกันปัญหาการเป็นหนี้นอกระบบ  ค่าจัดหาพันธุ์พืช ค่าเตรียมดินในการผลิตรอบใหม่  ค่าจัดหาน้ำ รายละไม่เกิน 50,000 บาท คิดดอกเบี้ย 0 เปอร์เซยต์ ในปีแรก นอกจากนี้ ยังเตรียมเงินกู้ เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต อีก 5,000 ล้านบาท ให้กู้รายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR ลบ 2 ชำระคืน 15 ปี  

 4,343
เศรษฐกิจ
14 พ.ค. 62

ชาวนาไม่เห็นด้วย ธ.ก.ส.ปล่อยกู้ซื้อโดรนลำละ 5 แสน ฉีดยา-หว่านข้าวแทนคน หวั่นเอื้อนายทุนเบื้องหลัง

จากกรณีที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) มีแนวคิดจะปล่อยกู้ให้ซื้ออากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กับเกษตรกร ในวงเงิน 15,000 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายต่อโดรน 1 ลำ เฉลี่ยอยู่ที่ 500,000 บาท เพื่อต้องการดึงเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเกษตรและทดแทนแรงงานได้   ซึ่งชาวหน้าส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากเป็นการเพิ่มภาระให้ชาวนา และมองว่าโดรนยังไม่ใช่สิ่งจำเป็น อีกทั้งมีราคาแพง เป็นเทคโนโลยีชั้นสูงที่เกษตรกรไม่มีความเชี่ยวชาญ และต้องมีการฝึกอบรม บริการหลังการขาย การซ่อมบำรุง หวั่นเป็นการเอื้อต่อนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งอาจไม่ใช่ตัวเกษตรกรเองที่ได้ประโยชน์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/x70940zHw14

 12,955
เศรษฐกิจ
13 มี.ค. 62

ครม.ทุ่มงบเพิ่ม 5,000 ล้าน ช่วยค่าเกี่ยวข้าว ไร่ละ 1,500 บาท หลังชาวนาแห่ลงทะเบียน

คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเพิ่มวงเงินงบประมาณช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2561/62 วงเงิน 5,068.73 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เนื่องจากที่ผ่านมาได้เปิดให้เกษตรกรมาขึ้นทะเบียน ซึ่งสิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2562 พบมีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนมากกว่าเป้าหมาย 2.78 แสนครัวเรือน จึงมีความจำเป็นต้องเสนอ ครม.ช่วยเหลือ จึงต้องปรับงบประมาณอีก 5,225.31 ล้านบาท   สำหรับวงเงินที่เพิ่มขึ้นมาจำนวน 5,225.31 ล้านบาท โดยใช้เงินงบประมาณจากโครงการเดิมที่ยังคงเหลืออยู่ 265.83 ล้านบาท ส่วนที่เหลือทางกระทรวงพาณิชย์จึงเสนอของบประมาณเพิ่มเติมกับที่ประชุมครม. ซึ่งมีวงเงินรวม 5,068.73 ล้านบาท โดยเป็นเงินสำหรับดำเนินโครงการ 4,959.47 ล้านบาท และค่าบริหารจัดการของธ.ก.ส. 109.26 ล้านบาท     โครงการดังกล่าวเป็นการดำเนินโครงการโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยในอัตราไร่ละ 1,500 บาท รายละไม่เกิน 12 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 18,000 บาท เดิมโครงการนี้มีเป้าหมายเกษตรกรเข้าร่วมโครงการอยู่ที่ 4.05 ล้านครัวเรือน ภายใต้รอบวงเงิน 56,474.02 ล้านบาท แต่เมื่อสิ้นสุดการเปิดให้เกษตรกรมาขึ้นทะเบียนพบว่า มีจำนวนเกินเป้าหมายกว่า 2.78 แสนครัวเรือน หรือมีจำนวนทั้งหมด 3.48 ล้านไร่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KysdLnc8oBQ

 31,828
เศรษฐกิจ
06 ก.พ. 62

ครม.ส่งความสุข ปรับฐานเงินเดือนให้ พนง. 3 แบงก์รัฐ ธกส.-ธอส.-ออมสิน

ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบการปรับเพิ่มเงินเดือนของพนักงานธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้ปรับเพิ่มเงินเดือนพนักงานที่ยังไม่ถึงอัตราขั้นต่ำของกระบอกเงินเดือนให้ได้รับในอัตราขั้นต่ำในลำดับแรก และปรับเพิ่มเงินเดือนเพื่อชดเชย   พนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการที่ได้รับการปรับเงินเดือนเข้าสู่ระดับขั้นต่ำ โดยให้คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจพิจารณาแนวทางการชดเชยผู้ได้รับผลกระทบฯ ได้ตามแนวทางที่เหมาะสม รวมแล้วไม่เกิน 1% ของฐานเงินเดือนพนักงาน   ทั้งนี้ระบุว่า ทั้ง 3 ธนาคารมีการปรับขึ้นเงินเดือนครั้งสุดท้ายปี 2552, ปี 2554, ปี 2558 ซึ่ง ครม.เคยมีมติว่าถ้าจะปรับก็ให้ปรับเวลาเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหลื่อมล้ำกัน อย่างไรก็ตามในส่วนของ ธ.ก.ส. และ ธอส.ให้ปรับในอัตรา 9,000-250,000 บาท ส่วนธนาคารออมสิน ให้ปรับในอัตรา 9,000-220,000 บาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xaSSiWPLIMc

 12,318
เศรษฐกิจ
09 ม.ค. 62

ธ.ก.ส. ขยายเวลาชำระหนี้ช่วยเกษตรกรประสบภัย 'พายุปาบึก'

ธ.ก.ส. เร่งสำรวจพื้นที่การเกษตรพบ 23 จังหวัดได้รับผลกระทบจาก “พายุโซนร้อนปาบึก” ระดมพนักงานออกเยี่ยมเยียนมอบถุงยังชีพบรรเทาทุกข์ เตรียมวงเงินฉุกเฉินครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท ดอกเบี้ย 0% เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อใช้จ่ายจำเป็นในครัวเรือนและสินเชื่อซ่อมแซมบ้าน อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน   (9 ม.ค.62 ) นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายพื้นที่การเกษตร พร้อมมอบเงินช่วยเหลือและถุงยังชีพบรรเทาทุกข์ให้แก่พี่น้องเกษตรกรลูกค้าและประชาชนผู้ประสบภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของพายุโซนร้อนปาบึก ที่พัดขึ้นฝั่งทางภาคใต้ของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดฝนตกชุกหนาแน่นในหลายพื้นที่ ซึ่งปริมาณฝนตกสะสมทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่มและลมกระโชกแรง สร้างความเสียหายกับพื้นที่ทางการเกษตร ตลอดจนทรัพย์สินที่อยู่อาศัยของลูกค้าและประชาชนทั่วไปเป็นจำนวนมาก ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้มอบหมายให้พนักงานในพื้นที่ออกเยี่ยมเยียนให้กำลังใจลูกค้าและนำถุงยังชีพไปมอบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นพร้อมเร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งจากรายงานการลงพื้นที่ของพนักงาน ธ.ก.ส. พบว่ามีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึกใน 23 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช ปัตตานี สุราษฎร์ธานี สงขลา นราธิวาส ชุมพร ตรัง พัทลุง ระนอง กระบี่ ยะลา สตูล ภูเก็ต พังงา เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม มีเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนกว่า 220,000 ราย   เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและความกังวลด้านภาระหนี้สินที่เกษตรกรมีอยู่กับ ธ.ก.ส. กรณีที่เกษตรกรลูกค้าได้รับความเสียหายด้านการผลิตและส่งผลกระทบต่อรายได้ โดยพิจารณาขยายระยะเวลาชำระหนี้เดิมออกไปเป็นระยะเวลา 1-3 ปี ตามความเดือดร้อนและความหนักเบาของผู้ประสบภัยทุกราย และจะพิจารณาให้สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็นในครัวเรือน เช่น ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าซ่อมแซมบ้านเรือน ทรัพย์สิน เครื่องมืออุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ เป็นต้น ในวงเงินครัวเรือนละ 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 0 ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 เดือน (หลังจากนั้นคิดในอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี MRR ปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 7 ต่อปี) กำหนดชำระคืนภายใน 3 ปีนับแต่วันกู้ วงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท ในกรณีบ้านเรือนได้รับความเสียหายจำนวนมากสามารถขอสินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อสร้างหรือซ่อมแซมบ้าน อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน กำหนดชำระคืนไม่เกิน 15 ปี โดย ธ.ก.ส. เตรียมวงเงินสินเชื่อไว้อีกจำนวน 5,000 ล้านบาท รวมสินเชื่อทั้งหมด 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้พี่น้องเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติในครั้งนี้ สามารถติดต่อขอสินเชื่อได้ที่ ธ.ก.ส. ใกล้บ้านท่าน ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2562 ถึง 31 มีนาคม 2562

 1,334
เศรษฐกิจ
26 ธ.ค. 61

โพล ธกส.เผยเกษตรกรไทยมีความสุขสูงสุด ราคาผลผลิตดี โดยเฉพาะผลไม้ภาคตะวันออก

ศูนย์วิจัย ธ.ก.ส.สำรวจความคิดเห็น ของเกษตรกรจากทุกภาคทั่วประเทศ ภายใต้หัวข้อ "ระดับความสุขของเกษตรกรไทย" พบว่า ความสุขมวลรวมของเกษตรกรไทยในปี 2561อยู่ในระดับมากที่สุด (คะแนนเฉลี่ย 82.57 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน) เพิ่มขึ้น 2.37% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว   อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจภาคเกษตรมีการขยายตัวสูงขึ้น ราคาสินค้าเกษตรหลายรายการปรับตัวเพิ่มขึ้น อาทิ ข้าวเปลือก มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และผลไม้ ส่งผลให้ดัชนีรายได้เกษตรกรขยายตัว 6.1% ในไตรมาสที่ 2/2561 จากเดิมที่ขยายตัวติดลบ 2.1% ในไตรมาสที่ 1/2561   ทั้งนี้เกษตรกรทุกภาคมีความสุขอยู่ในระดับมากที่สุด (Very Happy) โดยเกษตรกรภาคตะวันออกมีคะแนนเฉลี่ยระดับความสุขสูงที่สุด 84.99% เนื่องจากพื้นที่ภาคตะวันออกเป็นพื้นที่หลักในการปลูกผลไม้ โดยราคาผลไม้ในปี 2561 ปรับตัวสูงขึ้นมากจากความต้องการทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นระดับราคาที่เกษตรกรพึงพอใจ   รองลงมา คือ เกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคเหนือตอนล่าง 84.44% และ 84.29% ตามลำดับ ซึ่งเป็นพื้นที่หลักในการปลูก มันสำปะหลัง เนื่องจากราคามันสำปะหลังได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนเกษตรกรในภาคใต้ตอนล่างมีคะแนนเฉลี่ยระดับความสุขน้อยที่สุด 79.55% เมื่อเทียบกับเกษตรกรในภาคอื่น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IRlsHK8a66g

 12,604
เศรษฐกิจ
02 ต.ค. 61

5 หน่วยงานรัฐจับมือดันร้านโชห่วยขายออนไลน์ 750 ร้าน ในปีหน้า

5 หน่วยงานรัฐจับมือดันศักยภาพร้านค้าโชห่วย ขายสินค้าผ่านออนไลน์ ตั้งเป้าระยะแรก750 ร้านค้าภายในเดือนมกราคมปีหน้า และมีกำไรเพิ่มขึ้น10%   นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีลงนาม บันทึกข้อตกลงร่วมกัน ในโครงการสนับสนุน โชว์ห่วยชุมชน ระหว่างจาก 5 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัด ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือธ.ก.ส โดยจัดขึ้นเพื่อพัฒนาช่องทางการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์แบบ B2B หรือธุรกิจต่อธุรกิจผ่านแอพพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ เพิ่ม ความสะดวก ในการสั่งซื้อสินค้าจากร้านโชห่วยในชุมชนต่างๆไปยังผู้ผลิต ที่ไม่สามารถแข่งขันในตลาดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคได้ โดยเฉพาะร้านโชห่วยที่อยู่ห่างไกลเนื่องจากมีต้นทุนในการซื้อและสต๊อกสินค้า ที่จะนำมาจำหน่ายในร้านเนื่องจากมีกำลังซื้อจำกัดทำให้ไม่สามารถต่อรองเรื่องราคาต้นทุนกับผู้ผลิตและส่วนใหญ่ยังไม่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสั่งซื้อสินค้า อย่างเป็นระบบ   ทั้งนี้บริษัทไปรษณีย์จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางหลักระหว่างร้านโชห่วยกับผู้ผลิต บริหารคำสั่งซื้อสินค้า บริหารคลังสินค้า และจัดส่ง รวมทั้งชำระเงินจากร้านค้าโชว์ห่วยแบบออนไลน์ โดยมีกระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาและประชาสัมพันธ์ให้ร้านค้าต่างๆรับรู้รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ส่วนธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส จะร่วมสนับสนุนสินเชื่อให้แก่ร้านโชห่วยในระยะสั้น    โครงการนี้นอกจากจะช่วยให้ร้านโชห่วยสามารถลดต้นทุนสินค้าจากการรวมซื้อได้แล้วยังเป็นการสร้างกลไกในการนำสินค้าจากชุมชนให้สามารถนำออกมาจำหน่ายทั่วประเทศได้อีกด้วย การขายบนออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่น เพื่อให้ร้านโชว์ห่วยอื่นๆสามารถสั่งสินค้าไปขายได้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยขยายตลาดสินค้าชุมชนให้แพร่หลายโดยในระยะแรกจะนำร่อง 3 จังหวัดคือจังหวัดสมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี กำหนดเป้าหมายร้านค้าเข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 750 ร้านภายในเดือนมกราคม 2562 โดยตั้งเป้าให้ร้านค้ามีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์และคาดว่าจะขยายให้ครอบคลุมร้านโชห่วยในทุกจังหวัดได้ประมาณ 4หมื่น ร้านภายใน 3 ปี

 2,479
เศรษฐกิจ
01 ส.ค. 61

ครม.ไฟเขียวพักหนี้เกษตรกร 3 ปี วงเงิน 1.67 หมื่นล้าน เริ่ม 1 ส.ค.

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในการพักหนี้ สำหรับเกษตรกรรายย่อยกว่า 3,800,000 ราย ที่เป็นลูกค้าที่เป็นลูกค้าของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือ ธ.ก.ส. ออกไป 3 ปีตั้งแต่ 1 ส.ค -31 ก.ค 64 ตามความสมัครใจ   ซึ่งจะต้องจ่ายดอกเบี้ยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และลดดอกเบี้ย ร้อยละ 3 % สำหรับเกษตรกรที่มีหนี้ไม่เกิน 3 แสนบาท คาดใช้งบประมาณก้อนแรก 2.7 พันล้าน ที่เหลือ1.3 หมื่นล้านให้ของบฯจากปี 62 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tpIqkdfpXfA

 3,316
เศรษฐกิจ
31 ก.ค. 61

คลังเสนอพักหนี้เกษตรกร 3 ปี วงเงิน 1.63 หมื่นล้าน

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอโครงการพักชำระหนี้เกษตรกร 3 ปีให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบในวันนี้ (31 ก.ค.61) โดยขอวงเงินชดเชยดอกเบี้ยจากรัฐบาล 1.63 หมื่นล้านบาท จะช่วยเหลือเกษตรกรที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายได้ 3.81 ล้านราย   โดย ธ.ก.ส. จะพักชำระเงินต้นให้เกษตรกรตามความสมัครใจ ที่มีหนี้กับธนาคารก่อนวันที่ 31 ก.ค. 2561 เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยให้ผ่อนชำระแต่เฉพาะดอกเบี้ยปีละครั้งเท่านั้น และจะลดดอกเบี้ยเงินกู้ที่เกิดขึ้นใหม่เป็นเวลา 1 ปี สำหรับเงินกู้ 3 แสนบาทแรก ในอัตรา 3% ต่อปี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7arhSZaAaKI

 2,638

Top